Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 23 : Chapter 22 :: Fight for it

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 455 ครั้ง
    7 ก.พ. 63

ฝากเพลงนี้ไว้ให้นะคะ

เอาไว้เปิดฟังตอนอ่านก็ได้นะ คำแปลสามารถหาได้จาก google

หวังว่าจะชอบกันนะคะ เพลงนี้ฟังแล้วทำให้เราคิดถึงเจ้าฝันมากเลย

https://www.youtube.com/watch?v=-3bD6Y6Yju8


Chapter 22

Fight for it

           

อากาศเย็นทำให้คนขี้หนาวห่อตัวโดยอัตโนมัติ ฝันเปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์เพื่อเช็คอุณหภูมิ เลขตัวเดียวบ่งบอกว่าที่ประเทศเกาหลีใต้ตอนนี้ เข้าสู่ฤดูหนาวโดยสมบูรณ์แล้ว

หนาวจนอยากนอนขลุกอยู่บนเตียงเป็นบ้า

แถมวันนี้ท้องฟ้ายังขมุกขมัว กว่าพระอาทิตย์จะโผล่มาสาดแสงก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงหิมะจะยังไม่ตกลงมา แต่ลมเย็นๆ ที่พัดปะทะร่างกาย ทำให้เจ้าของร่างผอมบางไม่อยากขยับตัวไปไหน เขาอยากจะยืนรับไออุ่นตรงบริเวณที่แดดส่องถึง มากกว่าการเดินเข้าไปใต้ร่มเงา

ฝัน

โก๋เรียกคนที่ยืนนิ่งอยู่กลางแสงแดดในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ เดินตรงไปที่ฮอลล์จัดแสดงขนาดใหญ่

ไม่อยากออกจากแดดเลย กูเข้าใจความรู้สึกแมวที่ชอบนอนตากแดดก็วันนี้

มึงเป็นแมวหรือไง

ใช่ กูเป็นแมว เมี๊ยวว หนาววพูดพลางยกไหล่หดคอ ซุกหาความอบอุ่นจากร่างกายของตัวเอง

มาเร็ว เดี๋ยวไม่ทันคนอื่น

จ้าๆ

เดี๋ยว

            แขนของฝันถูกรั้งเอาไว้ เขาขยับถอยหลังกลับไปเล็กน้อย

            จัดคอเสื้อดีๆ ก่อน

            ดวงตากลมสดใสมองใบหน้าของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจจัดปกคอเสื้อให้

            ท่ามกลางความหนาวเย็น นอกจากแสงอาทิตย์ในยามบ่าย ก็มีชิบะบอยนี่แหละที่อบอุ่นไม่ต่างจากดวงอาทิตย์

มองกี่ครั้งก็จะบอกคำเดิมซ้ำๆ ... วันนี้ชินดูดีเป็นบ้าเลย

เจ้าตัวสวมเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มและสวมทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำ โค้ทที่รับกับช่วงขายาวๆ ทำให้ดูตัวสูงชะลูด เป็นเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่ดูอุ่นจนอยากจะเข้าไปซุกตัวอยู่ในนั้นด้วย ถึงจะใส่แค่เสื้อยืดบางๆ กับโค้ทหนึ่งตัว ชินก็ดูไม่ค่อยสะทกสะท้านกับอากาศหนาวสักเท่าไร แหงล่ะ ชิบะบอยชอบอากาศหนาว เจ้าหมาขนฟูนี่ชอบเปิดแอร์ในห้องซ้อมเย็นเป็นช่องฟรีซอยู่เสมอ

ต่างจากฝัน ถึงแม้จะสวมเสื้อมาทั้งหมดสามชั้นด้วยกัน เขาก็ยังรู้สึกหนาวสั่นอยู่ดี ด้านนอกเป็นเสื้อวอร์ม กันหนาวพอได้ แต่สำหรับคนขี้หนาวอย่างเขาแทบไม่ต่างอะไรกับตอนไม่ได้ใส่ ด้านในมีเสื้อยืดทีมชาติตัวบางแถมยังเป็นผ้าลื่นที่เก็บความเย็นเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นจึงต้องสวมเสื้อยืดไว้อีกตัวด้านในสุด  

นอกจากร่างกายที่สั่นเป็นลูกนก มือก็แข็งไปหมด โชคดีได้ถุงร้อนมาจากน้องกาย ฝ่ามืออันเย็นเฉียบของเขาต้องการความอบอุ่นเป็นอย่างมาก  

ชินเช็คการแต่งกายของฝันเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อมั่นใจว่าเรียบร้อยจึงปล่อยเป็นอิสระ

พร้อมมั้ย

ไม่พร้อม

            ตั้งแต่ออกจากโรงแรม ความตื่นเต้นก็ถาโถมเข้ามาจนคนดื้ออยู่ไม่สุข ฝันไม่สามารถหยุดมือที่กำลังสั่นเทาได้ ไม่สามารถหยุดเท้าของตัวเองให้ยืนนิ่งได้ จึงต้องขยับดุ๊กดิ๊กไปมา ริมฝีปากสีสวยขบเม้มมาตั้งแต่ตอนลงจากรถ และนั่นทำให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

            ตื่นเต้นสินะ

            สั่นกลัวเลยล่ะเสียงนุ่มบ่นอุบ เรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่าย

            ทำให้เต็มที่ก็พอ ถ้ากังวล มองหาผมนะ ผมนั่งอยู่ตรงหน้าคุณเลย

            แววตาอบอุ่นที่จ้องมองมา ทำให้รู้สึกเขินขึ้นมาเล็กๆ แม้จะกังวลกับการแข่งอยู่พอตัว แต่ฝันมั่นใจว่าการมีชินอยู่ด้วย ทุกอย่างจะต้องราบรื่นไปด้วยดี เพราะผู้ชายคนนี้ เป็นเหมือนกับเครื่องดักฝันร้าย ฉะนั้นความกังวลทั้งหลายจะต้องถูกปัดเป่าออกไปอย่างง่ายดายแน่นอน

            คอยมองผมด้วยนะ

            ไม่ให้คลาดสายตาเลยครับ

            ฝันฉีกยิ้มพลางรีบวิ่งออกไปสมทบกับสมาชิกในทีมและโค้ช ส่วนชินกับพี่บอสแยกออกไปยังสถานที่ที่ถูกจัดเอาไว้สำหรับผู้เข้าชม เขามองจนกระทั่งแผ่นหลังกว้างนั่นเดินหายเข้าไปในฮอลล์จัดแสดงขนาดใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

            แย่ล่ะ ... ตื่นเต้นจนกล้ามเนื้อตึงไปหมดเลยแฮะ

น่าเสียดายที่การแข่งครั้งนี้ปอนด์ไม่ได้มาดู เด็กนั่นงานล้นตัว แต่ฝันก็มั่นใจว่าปอนด์จะต้องเปิดการถ่ายทอดสดดูอย่างไม่คลาดสายตาแน่ ส่วนพี่เฟิร์สนั้น ฝันไม่แน่ใจว่าจะมาไหม ล่าสุดอดีตคุณหมอถูกขอร้องให้กลับไปทำงานอีกครั้ง ป่านนี้คงกำลังกุมหัวตัดสินใจอยู่ล่ะมั้ง

ถึงจะไม่ได้ชอบการเป็นหมอเลยสักนิด แต่ก็อยู่กับมันมาได้ตั้งนานนี่นา

            เป็นห่วงน่าดูเลยนะนั่นโค้ชทีพูดขึ้นหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ

            หืม

            ไอ้ชินอ่ะ เป็นห่วงฝันมากเลยรู้มั้ย มันถึงกับจะขอเข้ามาหลังเวทีด้วย แต่เขาไม่อนุญาตให้คนไม่เกี่ยวข้องเข้าทีหัวเราะกับความขี้ห่วงขี้หวงของเพื่อน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคนข้างตัวเกาหัวเกาคอหูแดงทำตัวไม่ถูกแล้ว

            ไอ้ชินมันเป็นพวกถ้าแคร์ใคร ก็จะแคร์มาก ถ้าห่วงใคร ก็จะห่วงมาก ดังนั้นเวลาเจออะไรกระทบจิตใจนิดหน่อย โดยเฉพาะกับคนสำคัญ มันก็จะเก็บไปคิดมากตลอด แต่ที่วันนี้มันยอมว่าง่ายไปนั่งที่ผู้ชมแต่โดยดี เป็นเพราะมันมั่นใจในตัวฝันนะ เพราะฉะนั้น ทำให้เต็มที่ล่ะ

            อื้อ

            โค้ชทีเดินหายออกไป เหลือเพียงแค่โค้ชนนท์ผู้ซึ่งมีหน้าที่หลักคือการส่งนักแข่งยันวินาทีสุดท้าย

            ในการแข่งครั้งนี้ โค้ชนนท์เป็นโค้ชหลัก ส่วนโค้ชทีเป็นเพียงแค่โค้ชประจำทีมลูเซนท์ดรีมหรือพูดง่ายๆ ก็คือมีหน้าที่เพียงแค่ตรวจดูสารทุกข์สุขดิบของสมาชิก นอกจากนั้นก็มีหน้าที่ช่วยด้านการติดต่อสื่อสารกับคนเกาหลี รวมไปถึงผู้จัดงานและสตาฟในกรณีที่มีปัญหา ดังนั้นเมื่อหน้าที่เสร็จสิ้นลง จึงไม่จำเป็นต้องมายืนอยู่ด้านหลังเวทีด้วย

            ระหว่างที่โค้ชนนท์กำลังบรีฟแผนการแข่งสั้นๆ ฝันพยายามขยับมือเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึง เขากระชับถุงมือสีดำบนมือซ้าย ดัดมือซ้ายขวา หมุนข้อมือไปมา ดวงตาคู่สวยจดจ้องหลังมือซ้ายของตัวเอง

            เดินทางมาด้วยกันนานขนาดนี้แล้ว อดทนมาด้วยกันตั้งมากตั้งมาย เจอทั้งเข็ม ทั้งมีดผ่าตัด ไหนจะกายภาพบำบัด อย่ามาทรยศกันวันนี้ล่ะเจ้ามือซ้าย

            การแข่งเนชั่นคัพกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ฝันแอบไปดูเวทีจากมุมของผู้ชมมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานตอนช่วงหัวค่ำ เห็นโค้ชทีบอกว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ไม่ตื่นเวทีมากนักสำหรับผู้ที่เพิ่งแข่งขันเวทีใหญ่ครั้งแรก

เวทีการแข่งในวันนี้ต่างจากเวทีที่ฝันเคยแข่งมาอย่างสิ้นเชิง แน่ล่ะ การแข่งระดับโลก แข่งทั้งหมดสามวันด้วยกัน สปอนเซอร์รายใหญ่ๆ เต็มงานไปหมด จะให้ใช้เวทีสี่เหลี่ยมเล็กๆ น่ะเหรอ คงไม่สมศักดิ์ศรีเจ้าบ้านสักเท่าไร เป็นการแข่งส่งท้ายปลายปีทั้งที เลยต้องจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ

ลักษณะเวทีการแข่งเป็นรูปครึ่งวงรีขนาดใหญ่ ด้านบนเวทีถูกแบ่งเป็นสัดส่วน เป็นขั้นบันไดกว้างสามขั้น ขั้นบนสุดมีถ้วยเนชั่นคัพวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยม ด้านหลังมีจอโปรเจคเตอร์สามจอไว้ถ่ายทอดสดการแข่งขัน อีกสองขั้นไว้สำหรับนักแข่งสิบหกประเทศที่เข้าแข่งขัน โดยที่นั่งของแต่ละประเทศจะมีป้ายประเทศระบุเอาไว้

นอกจากป้ายประเทศ ชุดของแต่ละทีมก็ทำให้นักแข่งดูโดดเด่นขึ้นมา

สีเสื้อของแต่ละทีมแตกต่างกันไป สำหรับทีมลูเซนท์ดรีมนั้น เสื้อวอร์มด้านนอกเป็นสีขาวคาดแถบสีฟ้า ในส่วนนี้สามารถสวมแบบไหนก็ได้ จะใส่มาสคอตหัวหมีมาก็ย่อมได้ แต่เพราะมาแข่งในช่วงฤดูหนาว โค้ชทีเลยได้โอกาสสั่งตัดเสื้อวอร์มให้สมาชิกทีมคนละหนึ่งตัว ส่วนเสื้อยืดด้านในเป็นเสื้อของทางทีมชาติที่ใช้กันมาตลอด เป็นเสื้อยืดผ้าลื่น สีน้ำเงินอมม่วง

ลูเซนท์ดรีมยังไม่ได้เซ็นสัญญาเข้าทีมชาติ เพียงแค่การแข่งครั้งนี้แข่งในนามของประเทศ จึงจำเป็นต้องทำตามระบบระเบียบที่ทำกันมานาน

ผมหวังแค่ให้พวกคุณทำให้เต็มที่ ไม่ว่าคุณจะชนะหรือไม่ ถ้าพวกคุณทำเต็มที่ แค่นั้นก็เพียงพอพอสรุปแผนการแข่งเสร็จ โค้ชนนท์จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สมาชิกทีมและโค้ชยืนล้อมกันเป็นวงกลมเล็กๆ นอกจากทีมไทยแล้ว ทีมจากประเทศอื่นๆ ก็ยืนล้อมวงปลุกใจเช่นเดียวกัน

ในวันนี้ สิ่งที่พวกคุณต้องโฟกัส ต้องตั้งใจกับมันคือการแข่ง คือเพื่อนร่วมทีม คือศัตรูในสนาม คือเวทีที่อยู่ตรงหน้า อะไรก็ตามที่รบกวนจิตใจของพวกคุณ ผมขอให้พวกคุณปล่อยมันทิ้งไว้ด้านล่างเวที ลืมมันไปก่อน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือยื่นมือออกไปจับดาวดวงนั้น อย่าให้อุปสรรคมาขวางการคว้าดาวของคุณ

ความฝันของพวกคุณ อยู่ตรงหน้านี้แล้ว

ไม่ต้องเฝ้ารอ ไม่ต้องนั่งมองจากที่ไกลๆ ไม่ต้องเจ็บปวดไม่ต้องทรมานเพื่อตะเกียกตะกายขึ้นมาบนยอดเขา แต่ในไม่กี่นาทีข้างหน้า ความฝันที่เฝ้ารอคอยกำลังจะเป็นจริงขึ้นมา

ไปแสดงให้พวกเขาเห็น ว่าเราทำได้ สู้ๆ ล่ะ ลูเซนท์ดรีม

ครับ!”

การพูดคุยและปลุกใจจบลง ในที่สุดก็ถึงเวลาที่สี่ชีวิตจะต้องต่อคิวขึ้นไปบนเวที ฝันเห็นเพื่อนนักแข่งจากหลายประเทศ ได้ยินเสียงจอแจหลากหลายภาษา ทุกคนต่างดูตื่นเต้นไม่ต่างจากเขา

            ฝันโค้ชนนท์เรียกฝันที่กำลังสนใจอยู่กับการมองไปรอบกาย คนดื้อรีบหันขวับมาตอบรับผู้ใหญ่ข้างตัว

            ครับ

            ทำให้เต็มที่ล่ะ อย่าไปคิดอะไรนอกจากการแข่ง

            ครับ!”

            อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว การแข่งทีมน่ะ คือการเชื่อใจในเพื่อนร่วมทีม ถ้ามีอะไรให้เพื่อนช่วยก็บอกเพื่อนไป

            ครับผม ขอบคุณนะครับลุง

            ไอ้เด็กแสบนี่

มือของโค้ชนนท์ขยี้กลุ่มผมของฝันจนยุ่งเหยิง ก่อนจะเลื่อนมาตบบ่าสองสามทีเป็นการให้กำลังใจแล้วเดินหายออกไป

โค้ชนนท์ หรือชายวัยกลางคนที่ชอบไว้เคราแพะ คนที่ฝันตั้งฉายาให้ว่า ลุง เป็นบุคคลซึ่งพาทีมไทยไปคว้าแชมป์ต่างประเทศมาหลายต่อหลายครั้ง เป็นโค้ชที่มีประสบการณ์โชกโชน ผ่านมาแล้วหลายสนาม และส่วนมากลูกทีมภายใต้การดูแลของโค้ชนนท์ จะอยู่ในระดับท็อปคลาสแทบทั้งหมด

ในตอนแรกที่ได้เจอกัน ฝันนึกว่าโค้ชนนท์ไม่ชอบขี้หน้าเขาเท่าไร เพราะโดนปฏิเสธมาก่อนเลยทำให้เผลอคิดไปว่าตาลุงนั่นคงเห็นเขาเป็นเพียงแค่ตัวถ่วงของทีม เขาคิดมาตลอดสองอาทิตย์ที่นอนอยู่ในห้องว่าโค้ชนนท์คงเป็นประเภทหัวโบราณเหมือนพ่อสมัยก่อนมาเจอแม่ เมื่อก่อนพ่อของเขาเป็นมนุษย์ขวางโลกขั้นสุด โชคดีที่ได้แฟนอย่างแม่ขวัญ ผู้หญิงที่อะไรก็ได้ พ่อเลยเบาลงมาบ้างนิดหน่อย  

แต่พอได้คลุกคลีกับโค้ชนนท์ภายในเวลาหนึ่งอาทิตย์ของการซ้อมแบบนรกแตก ฝันถึงได้เข้าใจสาเหตุที่โค้ชนนท์ไม่ยอมรับฝันเข้าทีมตั้งแต่ทีแรก

ไม่ใช่เพราะโค้ชนนท์ไม่อยากให้ฝันแข่ง ไม่ใช่เพราะโค้ชนนท์คิดว่าอาการเจ็บปวดของฝัน เอาไปก็มีแต่ไปเป็นภาระของทีม ไม่ใช่เพราะคิดว่าฝันเป็นตัวถ่วง ทว่าโค้ชนนท์รับไม่ได้ กับการต้องเห็นลูกทีมของตัวเองเจ็บปวดโดยไม่ทันได้ทำอะไรสักอย่าง

การเป็นโค้ชต้องแบกรับหลายเรื่อง รวมถึงคอยรับอารมณ์ของลูกทีม ถ้าลูกทีมเสียใจ โค้ชก็เสียใจด้วย ถ้าลูกทีมดีใจ โค้ชก็ย่อมดีใจด้วย

ฝันจำคำพูดของโค้ชนนท์ได้แม่น คำพูดที่พูดไว้ก่อนจะขึ้นเครื่องมาที่เกาหลี

การเป็นโค้ชนั้นไม่ต่างอะไรจากพ่อนกที่ยืนมองลูกๆ หัดบินอยู่ด้านหลัง ผมสอนพวกคุณ ผมให้ประสบการณ์กับพวกคุณเท่าที่ผมจะทำได้ และหลังจากนั้นพวกคุณต้องสยายปีกออกไปเอง สิ่งที่ผมกลัวที่สุด คือลูกชายของผมไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้กางปีกนั้น ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พยายามทำอะไรสักอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าร่างกายหรือสภาพจิตใจไม่พร้อม ผมจะไม่ให้ลงแข่งเด็ดขาด

การที่ร่างกายไม่พร้อมทำให้เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต หนักที่สุด อาจจะทำให้เกิดอาการโฟเบียหรือกลัวการแข่งไปเลย โค้ชนนท์เล่าให้ฝันฟังว่า เคยมีเด็กวัยสิบเก้าปีที่สุขภาพไม่พร้อมไปลงแข่ง มั่นใจว่าจะทำมันได้แต่ฝืนตัวเองจนล้มเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นกลายเป็นว่าเด็กคนนั้นเอาแต่โทษตัวเองที่ทำให้ทีมแพ้ จากที่ลงแข่งตลอด การแข่งเกมกลายเป็นตราบาปในชีวิต จนในที่สุดก็ล้มเลิกกลับไปเรียนต่อ

มากไปกว่านั้น โค้ชนนท์ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ต่อให้คนที่ร่างกายพร้อม ถ้าใจไม่พร้อมอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นชินที่ตอนนี้กลัวการแข่งไปแล้ว

ชินในตอนนั้น โทษที่ตัวเองไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ขึ้นไปเหยียบบนเวที ทั้งที่ซ้อมหนักแทบตาย แถมสมาชิกในทีมหนึ่งคนก็เป็นถึงน้องชายคนสนิทที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เข้าร่วมทีมชาติ สุดท้ายทีมก็พ่ายแพ้ไปโดยไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ไม่แม้แต่จะได้จับคียบอร์ดหรือเม้าส์ กลายเป็นแผลเป็นบาดลึกในชีวิต ทำให้ไม่คิดกลับมาแข่งอีก

ความเป็นห่วงของโค้ชนนท์ที่มีให้กับฝันและทีม ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ทำให้ฝันลดอคติที่มีต่อตาลุงนั่นลงไป ตาลุงนั่นทุ่มเททุ่มแรงกับลูเซนท์ดรีมมาก แม้ทีมของฝันจะเป็นเพียงทีมเล็กๆ ที่เพิ่งสร้างชื่อก็ตาม เทียบกับทีมอื่นแล้ว ลูเซนท์ดรีมใช้เวลาไม่ถึงปีกับการไต่เต้าขึ้นมายังเทือกเขาแห่งนี้ ไม่แปลกหรอกที่สปอนเซอร์บางส่วนจะยังลังเล แต่เพราะเป็นโค้ชนนท์ ลูเซนท์ดรีมเลยได้โอกาสมายืนอยู่ที่ตรงนี้ ท่ามกลางนักแข่งอีกมายมายหลายประเทศ

โค้ชนนท์อาจจะดูดุในแวบแรก แต่พอได้รู้จัก ได้เรียนรู้ โค้ชนนท์นั้นไม่ต่างอะไรกับลุงภาคแม้แต่นิด

ภายนอกดูสุขุม ทว่าภายในใจดี

แม้ว่าฝันต้องใช้เวลากัดฟันพิสูจน์อยู่สามวันเต็มๆ ว่าตัวเองไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงแล้วก็เถอะ

หายหนาวยังโก๋ถามระหว่างที่แถวของนักแข่งขยับไปด้านหน้าเรื่อยๆ ฝันดึงถุงร้อนออกมาจากเสื้อวอร์มกันหนาว ชูให้เพื่อนสนิทดู

ยัง

แต่ขึ้นเวทีต้องถอดเสื้อวอร์มนะ

จริงเหรอคนตื่นสนามทำหน้ากังวล

ไม่อย่างนั้นจะมีเสื้อทีมเพื่อโก๋เขกหัวฝันไปหนึ่งที คนดื้อลูบหัวตัวเองป้อยๆ

รูดซิปให้เห็นเสื้อด้านในเฉยๆ ไม่ได้เหรอ ถ้าหนาวมือกูแข็งแน่เลยอ่ะ ทำไงดี

ข้างในมีฮีทเตอร์พี่ ไม่ต้องกลัวหนาว ร้อนด้วยซ้ำข้างในอ่ะบูมพูดให้พี่ทั้งสองคนสบายใจ เล่นเอาโก๋และฝันส่งยิ้มแห้งออกมา ต่างจากฝันและโก๋ที่เกร็งจนทำตัวไม่ถูก กายและบูมดูปล่อยตัวสบายๆ เพราะทั้งสองนั้นผ่านสมรภูมิรบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ประสบการณ์แน่นแบบเลเวล max ส่วนฝันและโก๋นั้นเพิ่งจะสมัครไอดีเกมเสร็จ เลยไม่ทราบว่าด้านในฮอลล์มีฮีทเตอร์ที่จะมอบความอบอุ่นให้แก่พวกเขา

มันก็ถูกแล้วมั้ยนะ เมืองหนาวก็ต้องมีฮีทเตอร์สิ ทำไมไม่คิดล่ะไอ้ฝัน

พี่ฝันเห็นคนนั้นมั้ย

กายสะกิดแขนคนพี่ พลางชี้นิ้วไปยังนักแข่งจากประเทศเกาหลีใต้คนหนึ่งที่ยืนเอามือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ส่วนมือขวายกกระป๋องน้ำอัดลมกระดกดื่มอยู่ที่ตู้กดน้ำ กลุ่มผมสีเข้มและความสูงนั้น ละม้ายคล้ายคลึงกับชิบะบอยเสียเหลือเกิน

นั่นอ่ะ ไอดอลพี่ชินเลยบูมพูดแทรก

หือ

ซึงยอนอ่ะพี่ ตัวเต็งเลย พาทีมได้ที่หนึ่งมาสามสมัยแล้วเด็กตาแหลมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทั้งหล่อ ทั้งเท่ ทั้งคูล เล่นเกมก็เก่ง แม่ง ครบจังวะ

สุดยอดเลยแฮะ

ชอบมาไทยด้วยนี่ได้ข่าวโก๋เสริมทัพ เห็นเดือนที่แล้วโพสต์ไอจี อยู่ภูเก็ต กินต้มยำกุ้ง

พี่อยากเอาใจพี่ชินป่ะล่ะบูมพูดพลางหยอกล้อฝัน ดวงตากลมรีบค้อนขวับทันที

อะไรเล่า

ไปขอลายเซ็นซึงยอนสิ รับรอง พี่ชินก้มกราบพี่เลย

ขนาดนั้น?” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น บูมยักคิ้วหลิ่วตาตอบกลับมา

ก็สองปีที่แล้ว ที่ยอมมาแข่งส่วนหนึ่งก็เพราะซึงยอนนี่แหละน๊าบูมหัวเราะขำ

ฝันแอบมองพ่อหนุ่มสัญชาติเกาหลีนั่นอยู่พักหนึ่ง ก็จริงอย่างที่บูมว่า ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ดูมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจนขนาดนั้น บรรดานักแข่งด้วยกันยังมองด้วยสายตาวิบวับเลย

มัวแต่อุดอู้อยู่ในโลกใบเล็ก พอได้ออกมาเจอโลกกว้างใหญ่แล้ว หัวใจก็ยิ่งโลดแล่นด้วยพลังที่มองไม่เห็น ยิ่งได้เจอคนเก่งๆ ฝันยิ่งชอบใจ ยิ่งอยากจะขึ้นไปนั่งบนเวทีไวๆ

แม่จะเห็นไหมนะ แม่เห็นผู้คนมากมายนี่หรือเปล่า เกมทำให้ทุกคนมารวมกันอยู่ที่นี่ไงแม่ เกมไม่ได้ขวางกั้นอิสระของมนุษย์เลย พ่อล่ะเห็นหรือเปล่า เกมไม่ได้ทำให้ผู้คนชั่วร้ายเลยสักนิด กลับกัน ทุกคนที่ยืนอยู่ที่นี่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน มีความฝันคล้ายกัน คือการได้มาเหยียบสถานที่นี้ การได้มาเหยียบระดับโลก

            พี่เฟิร์สล่ะเฟิร์สจะเห็นมันมั้ย ดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟลุกโชนของพวกเขาน่ะ ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของฝันแม้แต่นิด

            เห็นไหม ว่ามีเพื่อนร่วมความฝันเดียวกันเต็มไปหมดเลย

            วู้ว ตื่นเต้นบูมร้องขึ้นระหว่างที่ทีมเกาหลีใต้เดินนำพวกเขาผ่านประตูขึ้นไปบนเวที

            ซึงยอนฮยอง!” เสียงร้องจากสมาชิกทีมของเกาหลีใต้ดังขึ้น ไม่นานนักซึงยอนก็โยนกระป๋องน้ำทิ้งลงถังขยะ รีบวิ่งดุ่มๆ ตรงมาทางนี้ จู่ๆ พ่อหนุ่มนั่นก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ พร้อมทั้งชะโงกหน้าลงมามองเด็กข้างตัวของฝัน

            สูงเป็นบ้าเลยแฮะ ตอนยืนอยู่ไกลๆ ดูไม่ค่อยออก แต่พอมายืนข้างฝันและกาย พวกเขาดูเตี้ยไปเลย

            สวัสดีครับกาย~”

            การทักทายเป็นภาษาไทยของซึงยอน ทำเอาสมาชิกสามคนของทีมลูเซนท์ดรีมงงเป็นไก่ตาแตก กายยื่นมือมาจับแขนเสื้อวอร์มของฝันเอาไว้ ขยำมันแน่น น้องหันไปส่งยิ้มให้กับซึงยอนอย่างมีพิรุธ

            อ่า สวัสดีครับซึงยอนฮยอง

            ทูเดย์ ซู่ๆ!” พ่อหนุ่มสัญชาติเกาหลีพูดภาษาอังกฤษปนภาษาไทย พลางยกกำปั้นขึ้นมาชูตรงหน้ากาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปสมทบกับเพื่อนในทีมที่ยืนรออยู่ก่อนหน้า

            บูมกำลังจะเอ่ยปากถามเจ้าเด็กอายุน้อยสุดในทีม แต่กายยกมือห้ามไว้

            ห้ามถามนะ ถ้าพี่ถาม ผมจะไม่คุยกับพี่เลย

            เด็กตาแหลมอ้าปากค้าง เลยโดนโก๋ตบไหล่แล้วขยับแถวไปด้านหน้าเพื่อเตรียมขึ้นเวที

            ฝันมองเด็กข้างตัวที่หูแดงหน้าแดงไปหมด ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ ว่าซึงยอนนั้น ไม่เพียงแค่เป็นไอดอลของชิบะบอย แต่ยังเป็นไอดอลของเด็กที่ชื่อกู๊ดกายส์อีกด้วย

            รู้จักกันเหรอเสียงนุ่มถามโดยไม่ให้เป็นการรุกหนักมากนัก เจ้ามาร์ชเมลโล่วพยักหน้าหงึกหงัก

            เจอกันตอนไปแข่งที่ยุโรปเมื่อสามปีก่อนนู้น

ดูสนิทกันจัง

พี่ฝัน…” กายร้องเสียงอ่อนเสียงอ้อนพี่จำได้มั้ย ที่ผมเคยบอกว่าโดนทีมเทมา

ฝันนึกย้อนไปถึงวันแรกๆ ที่เจอกับกาย พูดคุยกันผ่านทางเกม ตอนนั้นฝันไม่ได้ถามอะไรต่อว่าโดนทีมไหนเทมา แค่แปลกใจนิดหน่อย เพราะกายเป็นเด็กที่มีความสามารถรอบตัว แถมยังเป็นเด็กที่อ่อนน้อมขนาดนี้ ใครมันจะกล้าเทล่ะ

จำได้

ผมจะไปแข่งกับซึงยอนนี่แหละ แต่เป็นเกมแนววางแผนนะ

หืออ

ริมฝีปากของเจ้ามาร์ชเมลโล่วเม้มแน่น ซึงยอนเขามาสารภาพว่าชอบผมก่อนแข่งหนึ่งอาทิตย์

หากายรีบยกมือปิดปากฝันเอาไว้

อย่าเสียงดังสิ

ตอนนั้นผมสับสนมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงก็เลยขอถอนตัวออกมาน้องทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาซะให้ได้

อ้าว ไม่ได้โดนเทหรอกเหรอ

ผมไม่ได้เป็นตัวเต็งตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว เขาเอาไปสำรองเฉยๆ ถ้าผมออกก็ไม่มีผลอะไร แค่แบบผมไม่รู้จะตอบยังไง ไม่รู้จะบอกพี่ชินยังไงด้วย

โถ่เอ้ย ไอ้เราก็นึกว่าไปโดนใครเขาโกรธเขาเกลียดมาซะอีก ช่วงที่ชินโดนแบนจากชาวบ้านชาวช่องเขา กายเองก็คงโดนแรงกดดันจากหลายๆ ฝ่ายไม่เบา พอมาได้ยินแบบนี้แล้ว ฝันก็รู้สึกโล่งใจ

แม้จะเกินความคาดหมายไปหน่อยก็เถอะ เพราะฝันนึกแค่ กายคงจะชอบซึงยอนในฐานะไอดอลกับแฟนคลับเหมือนอย่างที่ฝันเคยรู้สึกกับชิน หรือไม่ซึงยอนก็อาจจะชอบกายเพราะเป็นเพื่อนนักแข่งที่อ่อนน้อม

แถมยังมารู้ทีหลังว่าไม่ได้เพิ่งชอบ แต่ชอบมาตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้วด้วย

หืมเดี๋ยวก่อนนะ สามปีที่แล้วกายเพิ่งจะอายุสิบหกไม่ใช่หรือไง… “ว่าแต่ซึงยอนนี่ อายุเท่าไรเหรอ

เขาห่างกับผมสามปีครับ

สามปี!?

ตอนนั้นซึงยอนอายุสิบเก้า แต่มันชอบกายตั้งแต่ตอนอายุสิบหกเนี่ยนะ น้องยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะโว้ย

ฝันถอนหายใจ ดีที่เจ้าตัวมาสารภาพตอนกายบรรลุนิติภาวะไปแล้ว ไม่อย่างนั้นล่ะก็ คนที่จะไปถลกหนังหัวซึงยอนไม่น่าจะเป็นเขา แต่เป็นพี่ชายสุดที่รักอย่างชินต่างหาก

กายทำหน้าซึม เวลาแบบนี้ฝันไม่อยากให้น้องคิดอะไรวุ่นวายใจ

ไม่ต้องคิดมากฝันวางมือลงบนศีรษะของคนน้อง ขยี้เบาๆ เดี๋ยวก็รู้ใจตัวเองเองนั่นแหละแถมดูจากท่าทีแล้ว ซึงยอนคงไม่ตัดใจจากเด็กมาร์ชเมลโล่วนี่ง่ายๆ โดนปฏิเสธไม่เข้าร่วมแข่ง แต่ก็ยังเข้ามาทักหน้าระรื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้น คงไม่ยอมแพ้หรอก

เฮ้อสาบานได้ว่าฝันเห็นน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของน้องเป็นสาย

แต่วันนี้ เราไปถล่มซึงยอนให้ราบเป็นหน้ากลองกันดีกว่าเนอะ

หา

ข้อหา ริชอบกายตั้งแต่อายุสิบหกไง ไอ้ฉิบหายเอ้ย!”

กำหมัดเลยนะ!

            “Thailand”

            เสียงเรียกชื่อทีมประเทศไทย บูมเป็นคนแรกที่เดินขึ้นไปยังเวที ฝันสูดหายใจเข้าเต็มปอด มองกายซึ่งเป็นคนที่สอง ก่อนจะคว้าแขนโก๋เอาไว้

            หืม

            สู้ๆ นะมึง

            สู้ไปด้วยกันนี่แหละ

            โก๋เดินขึ้นไปบนเวที เหลือฝันคนสุดท้าย สตาฟตรวจบัตรของเขาเล็กน้อยพลางผายมือไปยังประตู

            หัวใจเต้นรัวภายใต้แผ่นอก ความตื่นเต้นโอบล้อมร่างกายจนเหงื่อผุดซึม ฝันขยับมือจับสร้อยที่สวมใส่ไว้โดยอัตโนมัติ แค่นั้นก็ทำให้ทุกอย่างสงบลงราวกับท้องทะเลยามไร้คลื่นลม จี้ลูกปัดหินสีฟ้าเป็นสีที่เขาชอบ สีที่แม่กานบอกกับฝันว่าเหมาะสมกับเขา สีที่แม่กานบอกว่าจะช่วยทำให้ทุกอย่างเย็นลง และเป็นของขวัญที่แสนพิเศษ จากบุคคลซึ่งเป็นที่รัก หนำซ้ำยังเป็นสีที่แสดงถึงความเป็นลูเซนท์ดรีม

ประตูตรงหน้า ประตูที่เมื่อเดินออกไป ชีวิตของฝันจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ประตูที่เฝ้าไขว่คว้ามาตลอดหลายปี เจ็บปวดมาไม่รู้เท่าไร ประตูที่จะเป็นข้อพิสูจน์ให้พ่อ แม่ และพี่เฟิร์สได้เห็นว่าเขาทำได้ แม้ว่ามันจะไม่สำคัญแล้วก็ตามที

            ประตูตรงหน้า แสงไฟที่สาดส่อง

            ความฝันของเขา

            กำลังรอคอยอยู่ด้านหน้าแล้ว

            พ่อครับ แม่ครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะ

            ชิน อย่าให้คลาดสายตาเลยนะ

 

            ***

            เป็นไงมั่ง

            เสียงทุ้มของอาจารย์ฟิสิกส์ดังขึ้นด้านข้างของชิน ดวงตาเรียวดุหันไปมองคนที่เพิ่งออกไปคุยโทรศัพท์มา ก่อนจะดึงเสื้อโค้ทที่ถอดวางไว้บนเก้าอี้ด้านข้างขึ้นมาถือ บอสทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ สายตาจับจ้องมองตรงไปยังเวทีการแข่ง

            กำลังกรุ่นเลย

            สถานการณ์ไม่ดีเหรอ

            ใบหน้าของเด็กคนนั้นดูไม่สู้ดีเท่าไร เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วยังดูได้เปรียบอยู่แท้ๆ

            ไม่ค่อยดี ชินตอบเสียงเรียบ

            ว้า~ ผมไม่ได้กะจะลงแข่งซะด้วยสิ

            เอ้า แล้วตอบตกลงทำไมล่ะครับทีหันไปเขม่นคนอายุมากกว่า ไม่ใช่ว่าตอบตกลงเป็นตัวสำรองให้เพราะอยากช่วยหรอกเหรอ

            แหมโค้ช ก็แบบว่าเกาหลีใต้น่ะนะ มีทั้งต๊อกโบกี มีทั้งหมูย่างเกาหลี ไก่ทอดเกาหลีต้นตำรับความอร่อย ไหนจะโซจูที่ดื่มแล้วแสนจะชุ่มคอ นี่ยังไม่รวมอาหารสตรีทฟู๊ดแสนเลื่องชื่อ…”

            เห็นแก่กินชินแขวะคนข้างตัว บอสถึงกับเหงื่อตก

            น่าๆ ก็อายุจะเข้าเลขสามแล้ว ถ้าไม่รีบกินตอนนี้ เดี๋ยวระบบเผาผลาญก็จะทำงานน้อยลง…”

            ข้ออ้าง

            อาจารย์ฟิสิกส์กุมขมับหันหน้าหนีไปอีกทาง ตามที่ได้ยินมา ถ้าไม่ได้สนิทชิดเชื้อเหมือนพวกเด็กๆ ไอ้หมาชิบะนี่หัวแข็งเป็นที่หนึ่ง

แต่เกาหลีใต้วางแผนมาดีมากจริงๆ ล่ะน๊าทีถอนหายใจ คงต้องซักวันที่สองนั่นแหละกว่าฝันจะอ่านเกมออก อีกอย่างตอนนี้ต่อให้บูมใช้ตาเหยี่ยวมองก็คงมองไม่ออก เวลาน้อยเกินไป

อย่าดูถูกตาเหยี่ยวของบูมเชียวนะครับโค้ชทีบอสพูดแทรกพลางหัวเราะขำเล็กน้อย เด็กนั่น ยิ่งคับขันมากเท่าไร ประสิทธิภาพยิ่งมากขึ้นตาม เรียกว่ายังไงดีนะ สัญชาติญาณผู้ล่าทำงานล่ะมั้ง ระยะเวลาแค่นั้นไม่สะทกสะท้านอดีตหัวหอกทีมเลเจนด์หรอกครับ

อย่าดูถูกฝันเหมือนกันชินมองอาจารย์ฟิสิกส์ด้วยหางตา

บอสเลิกคิ้ว หืม

อาจจะใช้เวลามากหน่อยในการมองสไตล์การเล่นของทีมอื่น แต่ถ้ามองออกแล้ว ต่อให้พยายามจะเปลี่ยนวิธีการเล่นก็ตบตาฝันไม่ได้หรอก หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ สามารถคิดแทนผู้เล่นคนอื่น ว่าจะไปในทิศทางไหน เหมือนกับเข้าไปอยู่ในหัวสมองคนพวกนั้นล่ะมั้ง

ทีหัวเราะแห้ง สาบานได้ว่าโค้ชหนุ่มเห็นประกายไฟจากดวงตาของเพื่อนและรุ่นพี่ที่กำลังฟาดฟันกัน นี่ถ้าไม่ได้เข้าใจผิดล่ะก็ คำพูดเมื่อกี้เหมือนการขิงเด็กของตัวเองใส่กันเลยล่ะนะ

แต่ว่า

ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติไป ฝันดูเกร็งกว่าที่ควรเป็นหรือเปล่านะ หรือกำลังกดดันตัวเองอยู่ ถึงได้แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาแบบนั้น

กังวลเหรอน้ำเสียงเรียบนิ่งของเพื่อนเอ่ยขึ้น ทำเอาโค้ชที่นั่งก้นแทบไม่ติดเก้าอี้สะดุ้ง

นิดหน่อย สีหน้าแบบนั้นดูเหมือนกำลังโทษตัวเองที่ตาแรกทำเพื่อนตายไป

ก็คงงั้น

ทีหันไปมองหน้าเพื่อน ใบหน้าที่เรียบนิ่งนั่น ดูจะไม่กังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีเลยสักนิด

ไม่กังวลเหรอ

มึงเชื่อใจฝันใช่มั้ยที

คนได้ยินสะอึก อืม กูเชื่อ

คนคนนั้นเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมาก ไม่แปลกหรอกที่จะรู้สึกกดดันตอนทำเพื่อนร่วมทีมตายไป แต่มึงอย่าลืมว่าฝันพยายามมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ ถ้าคิดว่าเรื่องแค่นั้นจะทำให้ฝันยอมแพ้ล่ะก็ ไม่มีทางซะล่ะ

นั่นสินะ

สิ่งที่เราต้องทำ คือเชื่อมั่นในตัวฝัน และกูมั่นใจมากว่าการแข่งครั้งนี้ ลูเซนท์ดรีมต้องชนะ

ไม่ชนะในลำดับที่ ก็ชนะใจตัวเองไม่ใช่เหรอ

ก็เพราะลูเซนท์ดรีม คือความฝันอันกระจ่าง ความฝันอันบริสุทธิ์ ความฝันที่มีพลังแรงกล้า เป็นแรงขับเคลื่อนให้ทุกคนมีชีวิตต่ออยู่บนโลกใบนี้

ทั้งบูม ที่ทำพลาดไปเมื่อสองปีที่แล้ว เด็กนั่นต้องการลบล้างความผิดพลาดของตัวเอง ถึงได้มานั่งอยู่บนเวทีนี้

ทั้งกาย ที่ตั้งใจจะเล่นเกมให้เต็มที่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย

ทั้งโก๋ ที่มีความฝันว่าอยากจะมาเหยียบระดับโลก แม้จะเป็นเพียงผู้เล่นโนเนม แต่ก็สามารถไต่ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับมือสไนเปอร์อย่างบอสสึโนว่า

และฝัน

            รอมานานแล้วไม่ใช่หรือไง เจ็บปวดมามากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ ชินรู้ว่าฝันทำได้ อดทนอีกแค่นิดเดียว สู้มันสิ แสดงให้ทุกคนเห็น ว่าคุณเป็นแบบไหน ปลดปล่อยเปลวไฟที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจออกมาซะสิ

            ปีศาจในตัวคุณน่ะ กำลังรอที่จะอาละวาดอยู่นะ

 

            ***

            พี่ฝัน ซ้ายมา!”

            ปังๆๆๆๆ

            โก๋ กูกำลังไปรับ รอก่อนนะ!”

            โอเค

            บรรยากาศการแข่งตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในสนามรบของจริง เกมสุดท้ายของวันกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด พร้อมกับความกดดันที่ถาโถมเข้ามา

            ไม่ดีเลย ทีมเกาหลีใต้น่ากลัวมาก โดยเฉพาะเด็กคนนั้น ซึงยอน หรือ DevilYeon เด็กนั่นไม่ต่างอะไรจากปีศาจสักนิด ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ มันเหมือนกับตอนที่เล่นกับเชน

            ราวกับเด็กคนนั้นกำลังควบคุมผู้คนทั้งสนามแข่งด้วยความสามารถอันน่ากลัวของตัวเอง

            พี่ฝัน พี่โก๋ หลังเข้า!”

            เสียงร้องเรียกของบูมดังขึ้น ยังไม่ทันที่ฝันจะได้หันหลังกลับไป เสียงปืนสไนเปอร์ก็ดังขึ้นหนึ่งนัด ตัวละครของเขาร่วงไปกองที่พื้น

            ฉิบ

            ไม่ดีแล้ว มองไม่ออกเลยว่าศัตรูอยู่ตรงไหนบ้าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้กันนะ

            ปังๆๆ

            เสียงปืนดังขึ้นติดกันอีกสองนัด ไนท์แมร์โดนเก็บออกจากสนามไป ตามคาด ชื่อบุคคลที่ฆ่าเขาคือเดวิลยอน

            และหลังจากนั้นไม่นาน บูมก็ถูกรอบล้อมด้วยนักแข่งสามคนจากทีมเกาหลีใต้ จบเกมไปด้วยอันดับที่สอง

            เกมในวันแรกจบลงพร้อมกับเสียงฮือฮาจากผู้ชม ฝันถอนหายใจเสียงแผ่ว ดึงหูฟังออกแล้ววางมันไว้บนโต๊ะ ทั้งบูม กาย และโก๋ตอนนี้ ต่างก็นั่งทบทวนกันว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น

            ทั้งที่ได้เปรียบอยู่แท้ๆ เพียงแค่แวบเดียวกายและโก๋ก็ถูกซึงยอนใช้สไนเปอร์เก็บไป ตามด้วยฝัน และบูมที่ไม่ทันจะได้คำนวณทิศทางอะไรทั้งนั้น กลับพ่ายแพ้ให้กับปีศาจยอนนั่น

            ถึงอย่างนั้นลูเซนท์ดรีมก็ใช่ว่าจะทำผลงานไม่ดี คะแนนของพวกเขา จากที่บูมคำนวณไว้ในหัว อยู่ที่อันดับสามของตาราง แม้จะโดนฟิลิปปินส์แซงไปสองคะแนน แต่ก็ใช้ว่าจะยึดที่สองคืนมาไม่ได้

            ก็แค่คะแนนของเกาหลีใต้ นำโด่งไปเลยตอนนี้...

            ใบหน้าของกายดูกังวลไม่ต่างจากฝัน บูมเองก็ไม่เงยหน้าขึ้นมามองคนอื่นเลย เจ้าเด็กตาแหลมนั่นคงจะเสียความมั่นใจไปพักหนึ่ง เพราะดูเหมือนว่าสกิลตาเหยี่ยวของบูม จะใช้ไม่ได้ผลกับทีมแข่งที่มีวิธีการเล่นสะเปะสะปะไปทั่ว

            สะเปะสะปะอย่างนั้นเหรอ ไม่หรอก ฝันไม่คิดว่าวิธีการเคลื่อนไหวเหล่านั้นถูกวางขึ้นมามั่วๆ แต่มันอะไรกันล่ะ อะไรที่ทำให้ซึงยอนเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเหมือนมีประตูไปที่ไหนก็ได้

            ฝันสูดลมหายใจลึกๆ ขืนนั่งอยู่ตรงนี้ นั่งเงียบกันแบบนี้ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ฝันตบบ่ากาย ส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ ก่อนจะหันไปบีบแขนบูม

            ไม่เป็นไร ยังเหลือเวลาอีกสองวัน พี่เชื่อว่าอีกสองวัน เราต้องมองวิธีการเล่นออกแน่ๆ

            ครับบูมพูดเสียงเนือย ส่วนกายนั้นแอบมองไปยังเด็กหนุ่มสัญชาติเกาหลีเป็นระยะๆ

            ทำไมเหรอฝันถามน้องที่สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไร

            อ่ะ เปล่าครับกายส่ายหัว แค่เขาเก่งขึ้นอีกแล้วล่ะ

            เก่งขึ้น?”

            ครับ ก่อนหน้านี้ซึงยอนยังไม่เก่งเท่านี้ ถ้าให้เทียบก็คงจะระดับพี่บูม แต่นี่ไม่เจอกันแค่แปปเดียว เขาเก่งมากขึ้นขนาดนี้ เป็นคนที่พัฒนาไม่หยุดเลย

            มันก็จริงที่เขาพัฒนาไม่หยุด กายเองก็ยังพยายามอยู่เสมอไม่ใช่เหรอฝันปลอบ

            ใช่ แต่ผมผมไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้แววตาสดใสหมองลงไปนิดหน่อย

            ฝันหันไปมองคนที่กำลังส่งยิ้มหัวเราะกับเพื่อนร่วมทีม พอเจ้าตัวรู้สึกว่าโดนจับจ้อง ดวงตาเรียวเฉี่ยวนั่นจึงหันมาสบตากับฝัน เป็นเด็กที่แผ่ออร่าความน่ากลัวออกมากดดันคนอื่นได้เก่งจริงๆ ฝันเบนสายตาหลบจากซึงยอน ไปมองคนที่นั่งอยู่ด้านล่างแทน ชินยังคงจดจ้องขึ้นมาบนเวทีไม่คลาดสายตา รอยยิ้มจางๆ ถูกส่งมาเป็นเชิงให้กำลังใจ

            นั่นสินะ ชินยังคงมองอยู่เสมอ จะยอมแพ้ได้ยังไงกันล่ะ

            กายรู้มั้ย ว่ากายมีอะไรที่ต่างจากซึงยอน

            ครับ?”

            ซึงยอนน่ะ มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่ต่างอะไรจากบูมเมื่อยังอยู่ทีมเลเจนด์บูมอ้าปากจะเถียงแต่โก๋ห้ามเอาไว้ ความทะเยอทะยานของซึงยอน ไม่ต่างจากบูมเมื่อสมัยก่อน พยายามจะเป็นที่หนึ่ง มั่นใจว่าไม่มีใครโค่นล้มได้

            และนั่นเป็นจุดอ่อนแรกที่ฝันมองเห็น

            แต่กายมีสิ่งที่เรียกว่าความอ่อนน้อม ไม่จำเป็นหรอก ว่าคนที่แข็งแกร่งเท่านั้นจะเป็นฝ่ายชนะ คนที่ชนะ คือคนที่ยอมรับฟัง และพร้อมจะปรับเปลี่ยนเมื่อโอกาสเข้าหาต่างหาก

            ใช่บูมพูดเสริม ไม่ต้องไปกลัวพวกมันหรอก ผมเชื่อมั่นว่าถ้าใช้เวลาศึกษาวิธีการเล่นของพวกเขาล่ะก็ จะต้องมีทางที่ทำให้เราได้เปรียบอยู่นั่นแหละ ลูเซนท์ดรีมไม่ใช่เล่นๆ หรอกนะ

            ทำอย่างกับว่าคนที่ชนะระดับโลกเมื่อสองปีที่แล้วไม่ได้ชื่อกู๊ดกายส์อย่างนั้นล่ะ เราผ่านระดับโลกมาหลายครั้ง อายุแค่นี้ก็สร้างชื่อเสียงในวงการอีสปอร์ตได้แล้ว มั่นใจในตัวเองหน่อยสิโก๋โพล่งขึ้น

            ขอโทษครับ ผมไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย

            ไม่เป็นไร วันพรุ่งนี้มาพยายามกันใหม่อีกครั้งนะ

            ทั้งสี่คนปลอบให้กำลังใจกัน

            ก่อนที่ฝันจะเงยหน้าขึ้นมองแสงสว่างจ้าเหนือศีรษะ

            ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ ความพยายามน่ะ ไม่เคยทำร้ายคนที่ตั้งใจหรอกน่า

 

            ***

            การแข่งล่วงเลยเข้าสู่วันที่สองและสามตามลำดับ และในที่สุด จากที่ลูเซนท์ดรีมวนเวียนอยู่ในเขาวงกตไร้ทางออก ฝันก็สามารถอ่านการเล่นของเดวิลยอนออก

            การเล่นนั้นก็คือ การทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ

            เพราะชื่อเดวิลยอน เป็นชื่อที่ผู้คนต่างรู้สึกเกรงกลัว เพียงแค่เอ่ยชื่อ เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเซ็งแซ่ ซึงยอนเลยใช้จุดนั้นเป็นตัวล่อผู้คนราวกับเกสรดอกไม้ที่หลอกลวงผึ้งให้เข้าไปติดกับ หารู้ไม่ว่ากลิ่นหอมหวานนั้น ไม่ได้มาจากดอกไม้แสนสวย แต่มาจากดอกไม้เพชฌฆาต ที่พร้อมจะบดขยี้สิ่งมีชีวิตที่เข้าไปใกล้มัน

            ฝันนึกข้อนี้ออกเพราะหวนไปนึกถึงตอนแรกที่ได้เจอเด็กคนนั้น ทุกคนต่างจดจ้องไปยังซึงยอน โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าอีกสามคนในทีมเป็นใคร ถ้าพูดถึงเกาหลีใต้ ใครๆ ต่างก็เรียกชื่อเดวิลยอนทั้งนั้น จึงเป็นข้อดีที่จะทำให้นักแข่งอีกสามคน ล่องหนไปในสนาม

            เมื่อถูกยิงหนึ่งครั้ง ชื่อผู้ยิงจะปรากฏขึ้น ทำให้ศัตรูมัวเมาเหมือนกับเกสรพิษ การปล่อยซึงยอนเอาไว้ในสนามเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ เพราะฉะนั้นผู้คนจึงวิ่งเข้าใส่ หารู้ไม่ว่าในขณะที่กำลังจดจ้องเป้าหมาย เดวิลยอนตัวจริงใช้วิธีเคลื่อนไหวไปทางอื่น ใช้สมาชิกทีมคนอื่นหลอกล่อเหยื่อเอาไว้ หลังจากนั้นซึงยอนจึงจะทำการสังหาร

            ต้องขอบคุณเชนแหละนะ ที่ทำให้ฝันนึกถึงข้อนี้ออก เพราะถ้าเป็นเชน ก็คงทำแบบเดียวกับซึงยอน ปล่อยให้เพื่อนเป็นตัวล่อ แล้วใช้ความสามารถของตัวเอง ฆ่าศัตรูลงไปก่อนที่พวกนั้นจะรู้ตัว

            แย่หน่อยที่เด็กนั่นโคจรมาเจอคนอย่างฝัน เหยื่อผู้ไม่หลงกลเกสรอันหอมหวาน แต่เป็นเหยื่อที่พร้อมจะสวนกลับด้วยเหล็กในทุกเมื่อ

            เดวิลยอน กับไนท์แมร์น่ะเหรอ ลองดูสิ ว่าใครจะร้ายได้มากกว่ากัน

            บูม ออกขวาเลย เราจะมูฟเข้าวงก่อน

            ครับ พี่ฝันเอาอันนี้ไปก่อน

            บูมวางลำกล้องคูณแปดไว้ให้ฝัน คนพี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

            หืม ไม่ใช้เหรอ

            พี่น่าจะได้ใช้มากกว่าผม รบกวนด้วยครับ

            ฝันเปลี่ยนปืนในมือเป็นปืนสไนเปอร์ SLR ติดลำกล้องคูณแปด ในระยะขนาดนี้ ย่อมเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูชัดเจนแน่ อีกอย่างถ้าเขาพลาดไป โก๋ก็ยังคอยสอดส่องให้

            พร้อมกันนะ

            ครับ

            ถ้าอย่างนั้น ไปถล่มให้ราบเลย!”

            ตามคาด ฝันสามารถจับการเล่นของซึงยอนได้อย่างตรงจุด ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แถมคะแนนในวันที่สองก็ไม่ได้น่าเกลียด กำลังใจของบูม กายและโก๋เองก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ทีมฟิลิปปินส์เองก็เริ่มแผ่วเพราะโดนทางเกาหลีใต้ดักทาง

            อะไรๆ กำลังเป็นไปได้สวย

            เสร็จล่ะฝันล็อกเป้าไปที่ศัตรูคนหนึ่ง บูมและเขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่านั่นคือซึงยอนแน่ๆ

            แต่ยังไม่ทันจะยิงออกไป

            ปัง!’

            กระสุนก็เจาะเข้าที่หมวกของฝัน และอีกนัด ก่อนเขาจะล้มลง ชื่อคนยิงนั้นยิ่งทำให้ประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

            DevilYeon…

            ดวงตากลมเบิกกว้าง สมาชิกทั้งสามเองก็ไม่ต่างกัน

            ไม่จริง…” บูมพึมพำเสียงแผ่ว

            บ้าน่า ไม่ใช่ซึงยอนอยู่ข้างหน้า…”

            ปังๆๆ

            โก๋โดนเก็บไปอีกหนึ่ง ตอนนี้เหลือเพียงแค่กายและบูมที่ยังออกวิ่งไปยังสะพานด้านหน้า

            อะไรกันฝันมั่นใจว่าตัวเองเดาการเล่นนั้นไม่ผิด บูมเองก็ช่วยยืนยันว่าสิ่งที่ฝันคิดเป็นเรื่องถูกต้อง แล้วทำไมจู่ๆ ซึงยอนถึงยิงมาจากทางด้านหลังล่ะ

            หรือว่ารู้ตัว? รู้ตัวว่าโดนอ่านแผนออกอย่างนั้นเหรอ

            โถ่เว้ย ชักจะมากเกินไปแล้วนะ

            ระหว่างการพักครึ่งที่แสนหนักหน่วง ฝันก้มหน้าหายใจหอบ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมามองใครเลย ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นทีละเล็กละน้อยจนดำมืดไปหมด ความมั่นใจถดถอยไป จนกลายเป็นเริ่มจะติดลบ

            กว่าจะอ่านแผนออกเสียเวลาไปเกือบสองวัน เมื่อวานแผนยังไปได้ด้วยดีแท้ๆ อย่าบอกนะว่าวันนี้ วันที่สามจะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

            ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไงล่ะ แพ้เหรอ ถึงจะทำเต็มที่แล้วก็เถอะ แต่ไม่อยากแพ้เลย

            ไม่อยากแพ้

            ไม่สิ ทำไมถึงคิดว่าไม่อยากแพ้ล่ะ ในเมื่อเป้าหมายที่แท้จริง คือการมาเหยียบระดับโลก ในตอนแรกนั้นไม่เคยคิดเอาไว้เลยว่าจะต้องเป็นที่หนึ่ง คิดเพียงแค่ว่าต้องพิสูจน์ให้พ่อแม่และพี่ชายได้เห็น ว่ามานั่งอยู่ตรงนี้ได้แล้วนะ

            มันก็แค่ถ้าได้ที่หนึ่งทุกคนคงจะมีความสุขมากขึ้น

            หรือเปล่านะทุกคนต้องการจะเป็นที่หนึ่งหรือเปล่า หรือมีเพียงแค่ความโลภของฝันที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            ฝันไม่มั่นใจตัวเองอีกต่อไป คำถามร้อยพันผุดขึ้นมาในหัวอย่างคนเสียสมดุล

            ฝันมึงอย่าโทษตัวเองนะโก๋พยายามปลอบเพื่อนทว่าไร้เสียงตอบรับ ฝันยังคงนั่งก้มหน้านิ่ง มองคีย์บอร์ดสีดำ ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัวจนตัวอักษรเหล่านั้นไม่ชัดเจน

            โคตรแย่เลย ทั้งที่มองออกแล้วแท้ๆ ทำไมกันนะ

            โคตรไร้ค่าเลยให้ตายสิ

            คุณรู้มั้ย ว่าทุกความพยายามมีค่าเสมอ

            ฝันลืมตาขึ้นหลังจากจมอยู่ในความมืด เสียงของชินดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา

            คนเราอ่ะ มีค่าในตัวเองรู้มั้ย คนทุกคนมีค่าในตัวเองเสมอ คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ใครเห็นว่าคุณมีค่าเลย

            คำพูดเหล่านั้นกระแทกจิตใจของเขาซ้ำๆ ราวกับมีดที่กำลังกรีดแทงลงมา หากแต่ไม่เจ็บปวด ราวกับตอกย้ำว่า ฝันกำลังโทษตัวเองมากเกินกว่าเหตุไปแล้ว

            ถ้าไม่มีคุณเข้ามาล่ะก็ ผมคงจะล้มเลิกความฝันของตัวเองไปแล้วเหมือนกัน

            น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าจนร่วงหล่นลงบนเลนส์แว่น กายเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น น้องพยายามปลอบเขาอยู่ข้างๆ แต่หูของฝันนั้นอื้ออึงไปหมด      

            คุณกำลังมองผมอยู่หรือเปล่าชิน

            กำลังหัวเราะเยาะกับความอ่อนแอของผมอยู่หรือเปล่า

            แย่จัง ผมรู้สึกราวกับกลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่เริ่ม ราวกับว่าตัวเองไม่เก่งอะไรเลย

            เก่งสิ

            ฝันสะอึกเมื่อเสียงในหัวของเขา แปรเปลี่ยนเป็นเสียงของพี่ชาย บุคคลที่ฝันคิดมาเสมอว่าต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น

            เก่งเหรอฝันน่ะ เก่งจริงๆ เหรอ

            เก่งที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้ได้ เก่งที่อดทนมาถึงจุดๆ นี้ เก่งที่เข้มแข็งได้มากขนาดนี้

            พึ่งพาพี่บ้างไม่ได้หรือไง

            ฝันเงยหน้าขึ้น สายตาจดจ้องไปยังที่นั่งผู้ชมด้านล่าง ก่อนน้ำตาจะคลอหน่วยเมื่อเห็นใครบางคนยืนหอบอยู่ข้างๆ ชิน เจ้าของใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเขา ดวงตาเรียวสวยที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมที่ฝันชอบบอกว่ามันโบราณ เฟิร์สเหมือนคนที่เพิ่งวิ่งมาจากที่ไหนสักที่ ดูจากแผ่นไหล่ที่กระเพื่อมขึ้นลงนั่นแล้ว

            มาเหรอเฟิร์สมาที่นี่อย่างนั้นเหรอ

            ฝันไปหรือเปล่า เขาฝันไปหรือเปล่านะ

            พี่เฟิร์สนี่บูมร้องขึ้น ตกใจไม่ต่างอะไรจากฝัน

            นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว

            ไม่ใช่ความฝันสินะ

            ดวงตาของฝันจดจ้องมองคนพี่ทั้งน้ำตา แม้จะเห็นเพียงแค่ภาพพร่าเลือน แต่มั่นใจได้ว่าเมื่อตะกี้

            ริมฝีปากของเฟิร์ส ขยับเป็นคำว่า สู้ๆออกมา

            มือเรียวดึงแว่นทรงกลมออกจากใบหน้า ฝันปาดน้ำตาออกลวกๆ พลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด สวมแว่นกลับดังเดิมแล้วสบตากับชินที่จ้องมองมา

            นั่นสินะกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ นี่ไม่ใช่เวลามาโทษตัวเอง ไม่ใช่เวลามากลัว ที่ผ่านมาหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ก้าวข้ามมันมาได้

            เพราะฉะนั้น สู้ต่อสิ จะต้องสู้ต่อไป

            เพื่อความฝันยังไงล่ะ

            รักคุณนะ

            ริมฝีปากของชินขยับแบบไร้เสียงออกมา พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้

            ใช่เพียงแค่พยายาม ต่อให้พ่ายแพ้ ก็ไม่ได้หมายความว่าโลกนี้จะสิ้นสลายหายไป

            เพราะยังมีทุกคนคอยอยู่เคียงข้างกัน

            ตราบเท่าที่ชีวิต ยังดำเนินต่อไป ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด

            พร้อมกันมั้ยฝันรวบรวมสติของตัวเอง สวมหูฟัง กระชับมันให้เข้าที่ มือขวาขยับกระชับถุงมือสีดำบนมือซ้าย พร้อมกับวางมือลงบนคีย์บอร์ด ส่วนมือขวาจับที่เม้าส์

            พร้อมครับกายหันไปมองจอคอมพิวเตอร์

            พร้อมอยู่แล้วบูมฉีกยิ้มอย่างนึกสนุก

            พร้อมเสมอโก๋เตรียมพร้อมกับการสู้ต่อ

            ถ้าอย่างนั้น ทำให้เต็มที่กันเถอะ!”

            ขอเพียงแค่ทำให้เต็มที่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วล่ะ

            สู้เขาสิ ลูเซนท์ดรีม

 

            ***

            เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็นทำนองที่บอกไม่ถูกว่าเหงาหรือน่ากลัว ดวงอาทิตย์ในยามเช้า ไม่แสบตาจนเกินไป เพราะคอยมีก้อนเมฆสีขาวบดบัง เสียงนกร้องดังไปทั่วบริเวณลานกว้าง ส่งผลให้สถานที่ที่ดูเงียบเหงา มีชีวิตชีวาขึ้นมา

            ดอกกุหลาบสีขาวถูกวางไว้เหนือแผ่นหิน ซึ่งสลักจารึกเอาไว้ว่ามีสองชีวิต นอนหลับอยู่ใต้นี้ กาลเวลาที่ผ่านไป ร่างกายของทั้งสองคงปะปนไปกับก้อนดิน และนั่นทำให้บริเวณลานกว้างแห่งนี้ มีต้นไม้ขึ้นสวยงาม

            นอกจากดอกกุหลาบสีขาวแล้ว รูปหนึ่งใบถูกวางไว้เหนือหลุมศพ

            รูปที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของลูกชายคนเล็ก และเพื่อนๆ รวมไปถึงลูกชายคนโตที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากถ่ายรูปสักเท่าไร แต่สุดท้ายก็โดนลากมาถ่ายจนได้

            ผมทำได้แล้วนะครับ พ่อ แม่ ขอโทษที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้มาเยี่ยมนะครับ

            สถานที่แห่งเดียวที่ฝันไม่เคยมาเหยียบแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวมความกล้าทั้งหมด มาหาคุณพ่อกับคุณแม่จนได้

            การแข่งขันในประเทศเกาหลีใต้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน การแข่งขันในนามของประเทศ

            ประเทศไทย คว้าอันดับที่สองมาครอบครอง

            แม้จะรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว นั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเขา ทำได้ดีที่สุดล่ะนะ

            คุณแม่ครับ ผมพาคนมาให้รู้จักด้วย เขาชื่อชิน

            สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ ผมเป็นแฟนลูกชายพ่อกับแม่ครับ

            ชินยกมือไหว้ท่านทั้งสอง ส่วนคนดื้อลูบใบหูของตัวเองที่ร้อนผ่าวๆ

            ขอบคุณที่ทำให้ลูกชายคนนี้เกิดมานะครับ

            ต้องพูดแบบนั้นด้วยหรือไงฝันมองค้อนคนข้างตัว

            ไม่ดีเหรอ

            ก็แบบ…” จั๊กจี้หัวใจยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก

            งั้นเอาเป็น ลูกชายคุณพ่อคุณแม่น่ารักมากครับ ผมชอบ

            ไอ้บ้านี่ฝันหยิกแขนชิน การกระทำเหมือนเด็กน้อยของทั้งคู่ ส่งผลให้คนด้านหลังต้องส่งเสียงไอกระแอมเป็นเชิงว่าเสียมารยาท

            ดุเก่งชิบะบอยแซว

            ก็เป็นบอสซอมบี้ไง

            แฮ่ม!”

            โทษค้าบ/ ธุจ้า

            การไหว้พ่อแม่ในครั้งนี้เป็นไปอย่างง่ายๆ แค่วางดอกไม้แล้วพูดคุยตามประสา

            ฝันสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตารับลมเย็นๆ ที่พัดผ่านใบหน้า อากาศดีแบบนี้เหมาะแก่การเล่นน้ำเป็นบ้า ป่านนี้พวกนั้นคงกำลังเล่นน้ำทะเลกันสนุกแน่เลย

            สาเหตุหนึ่งที่ฝันไม่เคยเห็นทะเล เพราะหลังจากพ่อแม่เสีย เฟิร์สก็เลือกที่จะมาฝังศพพ่อกับแม่ที่หัวหิน เป็นโบสถ์ใหญ่ที่มีสุสานด้านหลังกว้างออกไป แต่ไม่ติดทะเล ต้องขับรถไปที่บ้านพักถึงจะเห็นน้ำทะเลสีฟ้านั่น

            ซึ่งพอมาถึงหัวหิน ทั้งห้าคน ฝัน ชิน เฟิร์ส โก๋และลุงภาค ต่างก็ตรงมาที่หลุมศพก่อนเป็นอันดับแรก

            เขาเคยคิดมาเสมอว่าพ่อกับแม่คงไม่ให้อภัยลูกที่ไม่มีอะไรดี ทว่าต้องขอบคุณทุกๆ คนรอบกาย ที่คอยบอกว่าฝันไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไร ขอเพียงแค่ใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดให้พ่อกับแม่แล้ว

            อย่างที่ชินบอก ขอบคุณที่ทำให้ฝันเกิดมา เกิดมารับรู้ ว่าในโลกใบนี้ ยังมีมิตรภาพดีดีที่รอคอยเขาอยู่ แม้ว่าจะมีผู้คนชั่วร้ายปะปนก็ตาม ก็เพราะว่าโลกใบนี้นั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างที่ฝันรักอยู่ในโลกใบนี้ เหมือนกับที่ฝันไม่ใช่ลูก น้องชาย คนรัก เพื่อน หรือหัวหน้าทีมที่สมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคอยจับมือกันไปตลอดทาง

            และท้ายที่สุดนั้น ฝันได้ปลดล็อกเป้าหมายในชีวิตของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว เขาได้ไปแข่งเกมระดับโลก ได้เป็นที่รู้จัก ได้ทำให้วงการเกมก้าวหน้าไปอีกหนึ่งก้าว และได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น ว่าเกม นำพาผู้คนที่มีความฝันเหมือนกัน มาพบเจอกัน มันไม่ได้ชั่วร้ายเลยแม้แต่นิด ถ้ารู้จักที่จะใช้มันในทางที่ถูกต้อง

            เพราะฉะนั้นพ่อจะมาพูดไม่ได้อีกแล้วนะ ว่าเกมมันไม่ดี ตอนนี้ฝันมีพรรคพวกเป็นพี่เฟิร์สแล้ว พ่อไม่ชนะหรอกน่า

            ริมฝีปากสีสวยส่งยิ้มให้กับป้ายหลุมศพ ป้ายที่มีรูปของทั้งสองท่านติดอยู่ สักวันหนึ่ง ฝันก็คงมาอยู่ที่นี่ อยู่พร้อมหน้ากันสี่คนครอบครัว เพียงแค่ตอนนี้เขายังต้องใช้ชีวิตต่อไป เพื่อดูโลกกว้างใบนี้ พร้อมกับผู้คนที่รัก

            ไว้ฝันจะมาเยี่ยมใหม่นะ หลับฝันดีนะครับ คุณพ่อ คุณแม่

            ทั้งฝันและชินต่างก็เดินออกไป เหลือเฟิร์สที่ยังคงจดจ้องหลุมศพอยู่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมจดจ้องรูปบนป้ายหลุมศพนิ่งงัน

            จบแล้วสินะ ไม่มีอีกแล้วล่ะ ฝันร้ายของเด็กคนนั้น

            น้องทำได้แล้วนะครับแม่ อย่าโกรธน้องเลยนะครับพ่อ หลับให้สบายนะ

            ยังไม่ทันที่เฟิร์สจะได้เดินออกไป ฝันก็วิ่งสวนกลับมา มือเรียวถอดถุงมือสีดำออกจากมือด้านซ้าย พลางวางมันไว้บนป้ายหลุมศพ เผยให้เห็นแผลเป็นบนมือซ้ายที่ยังคงปรากฏชัดเจนอยู่ ถึงกระนั้น มันก็คงเป็นเพียงแค่แผลเป็นภายนอก เพราะแผลเป็นภายในใจตอนนี้ ถูกเยียวยาให้หายดีแล้ว

            รถเก๋งขับออกไปจากโบสถ์ มุ่งตรงสู่บ้านพักตากอากาศที่โค้ชทีจองเอาไว้เพื่อผ่อนคลายหลังจากการแข่ง ชินมองคนที่นั่งเงียบมาตลอดทาง จวบจนกระทั่งรถจอดลงหน้าบ้าน

            คนอื่นๆ ทยอยลงจากรถ ส่วนชินและฝันลงเป็นสองคนสุดท้าย

            ทำไมเหรอ

            ชินถามคนที่จ้องมองหลังมือของตัวเองตั้งแต่ออกมาจากสุสาน ฝันยิ้มนิดๆ

            แค่รู้สึกว่า โล่งใจน่ะ

            ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ

            ก็ดี ระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้พวกคุณ ผมคงแย่ไปแล้ว

            ถ้าไม่ได้คุณ คนอื่นก็แย่เหมือนกันนั่นแหละน๊า

            ทั้งสองคนยืนมองบ้านพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชินจะขยับมายืนด้านซ้ายของฝัน แล้วกอบกุมมือซ้ายนั้นเอาไว้

            คุณรู้สึกเคว้งสินะ

            ฝันหันขวับมองคนที่ทำเหมือนรู้ไปซะทุกเรื่อง

            อือ คงงั้นมั้ง

            เพราะที่ผ่านมา มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามความฝันมาตลอด พอตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ได้ทำตามความฝันที่ตั้งใจแล้ว เลยรู้สึกเคว้งคว้างไปต่อไม่ถูก

            ไม่เห็นต้องกลัวเลย เดี๋ยวเป้าหมายใหม่ก็มาเองนั่นแหละ

            อืมม

            ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร ทำงานใช้ชีวิตมีความสุขไปวันๆ ก็สนุกดีออก

            ชินหันมาเผชิญหน้ากับคนหัวรั้น ก่อนจะโน้มตัวลงมาเล็กน้อยแล้วกดริมฝีปากลงที่ปลายจมูกของอีกฝ่าย ดวงตากลมเบิกโตด้วยความตกใจ ไม่นานนักทั้งหน้าก็ขึ้นสีแดงจัด

            หรือถ้าไม่มีเป้าหมายอื่น ให้ผมเป็นเป้าหมายต่อไปของคุณก็ย่อมได้นะ ที่รัก

            เดี๋ยวเหอะ ไอ้หมาบ้านี่!”

            ฮ่าๆๆ

            ชินวิ่งหนีออกไปยังชายหาด ขาสองข้างของคนที่วิ่งตามหยุดยืนนิ่งเมื่อมองเห็นทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา

            สีฟ้าสีโปรดของเขา สีน้ำทะเลยามเช้าที่มีแสงแดดส่องลงมากระทบพื้นผิวน้ำ ส่องประกายราวกับอัญมณี ชายหาดสีขาวสะอาดตา ไม่ต่างอะไรจากรูปภาพแม้แต่นิด

            พี่ฝัน! เล่นน้ำกัน!!!”

            เสียงตะโกนดังมาจากปอนด์ที่ยืนโต้คลื่นอยู่ นอกจากนั้น

            ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า บูม กาย ปอนด์ โก๋ บี โค้ชที พี่ริน พี่เฟิร์ส ลุงภาค รวมไปถึงคนที่ไม่ได้มาในทริปนี้อย่างแม่กาน พี่นิล พี่บอส และคนอื่นๆ ที่ฝันพบเจอในระยะเวลาเกือบหนึ่งปีมานี่

            และที่ขาดไม่ได้เลยคือคนที่ยื่นมือมาหาเขา พร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่นดั่งพระอาทิตย์ในยามเช้า

            คนที่เป็นเจ้าของน้ำเสียงที่ช่วยชีวิตฝันมาตลอด

            คนที่คอยฉุดเขาให้ออกจากฝันร้ายไร้ที่สิ้นสุด

            คนที่เป็นฝันดีให้กับใครหลายๆ คน

            ชิบะบอย

            ฝันวิ่งไปจับมือของชิน พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น

ขอบคุณอะไรก็ตาม ที่ทำให้ได้พบเจอกับทุกคน

ในตอนนี้ มีความสุขมากๆ เลยล่ะ

 

 


END PART หลัก



 

// Part ที่เหลือก็จะไม่หนักหัวกันแล้ว ออกแนวตอนพิเศษ จะเป็นความสดใสกุ๊งกิ๊งฟรุ้งฟริ้งแทน

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่เริ่มจนจบ และหวังว่าจะรอคอยพาร์ทต่อไปกันนะคะ มีคำผิดแจ้งได้เลยนะ

น้องฝันได้บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว ชินเองก็กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองได้เช่นเดิม ทุกๆ คนต่างก็ต้องเดินทางบนโลกนี้กันต่อไป

ไม่รู้ว่านิยายเรื่องนี้จะช่วยอะไรพวกคุณได้มั้ย เราอาจจะไม่ใช่นักเขียนที่เก่งกาจอะไรขนาดนั้น แต่เรามีความสุขจริงๆ ค่ะที่ได้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา แม้จะไม่ค่อยถนัดด้านเกมนักก็ตาม

            ขอบคุณตัวเองด้วยที่เขียนจนจบ และมากไปกว่านั้น

            ขอบคุณคุณคนนั้นที่สร้างเสียงหัวเราะมาโดยตลอด พลังบวกที่แสนล้นหลาม อย่างที่บอกไปว่าอยากเขียนนิยายเรื่องนี้ให้กับคนคนนั้น เพราะเขาช่วยชีวิตเราไว้หลายครั้ง และเราเองก็มั่นใจว่าเขาช่วยชีวิตหลายๆ คนเอาไว้ เพราะฉะนั้น อย่ายอมแพ้เลยนะคะ ไม่ว่าคุณจะหายไปพักผ่อน หรืออาจจะรู้สึกเหนื่อยกับอะไรก็ตามแต่ อยากให้คุณรู้ไว้ว่ายังมีคนรอคอยคุณอยู่เสมอ คุณน่ะ เป็นฝันดีให้กับใครหลายๆ คนนะ

            ขอบคุณคนอ่านทุกคน ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการโดเนท ขอบคุณที่คอยเป็นพลังให้ก้าวเดินต่อมาได้ขนาดนี้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยแก้คำผิด ที่คอมเมนต์ยาวเหยียด และคนที่เข้ามาคุยเล่นในทวิตเตอร์ ขอบคุณคนที่คอยแก้ไขข้อมูลให้ ถ้าผิดพลาดประการใด เราขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

            มีความสุขกันนะคะ ฝันดีทุกค่ำคืน ถ้าเหนื่อยพักผ่อนนะ ถ้าไม่สบายใจฟังเพลงก็ได้ และหวังว่าเราจะช่วยเหลืออะไรพวกคุณได้บ้าง อย่างน้อยเป็นกำลังใจให้เล็กๆ น้อยๆ ก็ดีมากมายแล้วค่ะ

            ท้ายที่สุดนี้

            รักทุกคนเสมอมา

            Goodnight Sleep Tight

ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 


 

           

           

           

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 455 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1184 pinkyyyy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 00:30
    ไรท์เขียนเก่งมากๆๆๆๆๆ นี่ไม่เคยเล่นเกมเลยแต่ไรท์บรรยายเห็นภาพเข้าใจง่าย แล้วสนุกกับอินมากๆๆๆๆ ไม่มีตรงไหนที่ขัดใจเลย คำผิดก็ไม่มี พพาร์ทดราม่าก็น้ำตาแตก อินมากกกตามอ่านมาสองเรื่องแล้ว ชื่นชมมากกกกกกกเลยค่า เป็นกำลังใจให้นะคพ👍👍👍
    #1,184
    0
  2. #1167 WSwen (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 12:11
    ฮือคุณไรท์เก่งมากๆเลยพาร์ทบรรยายปกติก็ดีแล้วพอมาพาร์ทเล่นเกมคืออินเข้าไปอีกแบบอธิบายไม่งงเลยเข้าใจหมดเลยแบบชนาดเราไม่ค่อยได้เล่นเกม ฮือ
    #1,167
    1
    • #1167-1 jiwinil(จากตอนที่ 23)
      1 กรกฎาคม 2563 / 22:54
      ขอบคุณมากเลยค้าบ
      #1167-1
  3. #1163 bang-SP28 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 00:21
    แงงง จบแล้วหรอ ขอบคุณคุณไรท์มากนะคะ แฮปปี้มากเลย
    #1,163
    0
  4. #1150 CallistoJpt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 09:47
    ในที่สุดก็ชนะใจตัวเองได้ระน้องฝัน //หอมหัว// เก่งมากๆเลยค่ะทุกคนเลยที่ผ่านอะไรๆกันมาได้ขนาดนี้
    #1,150
    0
  5. #1126 Namez_Defjeffb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 04:49
    เราอ่านรวดเดียวเลย ขอบคุณมากนะคะที่แต่งนิยายสนุก ๆ แบบนี้มาให้อ่าน💚🙏
    #1,126
    0
  6. #1122 Sivapark (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 10:38
    ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ไม่รู้สินิยายเรื่องนี้ให้อะไรเรามากมายเลย ขอบคุณจริงๆนะคะคุณไรท์น่ะเก่งจังเลยนะ
    #1,122
    1
    • #1122-1 jiwinil(จากตอนที่ 23)
      10 มิถุนายน 2563 / 12:21
      ขอบคุณมากๆเช่นกันนะคะ ❤️
      #1122-1
  7. #1112 prinntt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:56
    ขอบคุณมากๆๆๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ กินใจมากๆเลย จะกลับมาอ่านอีกหลายๆรอบเลนนะคะ
    #1,112
    0
  8. #1097 FRENCHU (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:45
    โดนอ่านเกมส์ออกจริงๆหรอ แต่ก็เกทนะ ทีมนั้นฝึกกันมานานเท่าไหร่ ทีมฝัน ต่อให้เก่งแต่ก็ถือว่ารวมทีมไม่นาน นี่ก็คือเก่งมากๆแล้ว
    สรุปบูมรู้เรื่องน้องโดนข่มขืนอยุ่แล้วหรอ
    แต่เอาเรื่องโดนข่มขืสมาพูดมาเยาะเย้ย หรือพูดต่อกันแบบนี้โคตรแย่เลยTT ควรโดนหนักๆ ฮืออออ
    #1,097
    0
  9. #1094 hoshinosaki (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:39
    เรื่องนี้คงช่วยใครหลายๆคนได้เยอะเลยล่ะคับ
    #1,094
    0
  10. #1089 sriyupa192 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:42
    ขอบคุณนะคะ
    #1,089
    0
  11. #1067 Jinjoo.K (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 16:06

    เป็นเรื่องราวที่ดีมากๆเลยค่ะ มีครบทุกรสและได้ข้อคิดหลายๆอย่างเลย

    ขอบคุณไรต์สำหรับฟิคที่ดีงามมากๆเรื่องนี้นะคะ เราดีใจมากๆเลยนะที่ได้อ่านผลงานของคุณ

    #1,067
    0
  12. #1050 Ginn28 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 22:52
    รักเรื่องนี้มากๆเลยย ดีใจมากๆที่ได้มาอ่าน รักเนื้อเรื่อง รักการดำเนินเรื่อง รักตัวละคร มันอบอุ่นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,050
    0
  13. #1031 Gxbuide (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 03:30
    ชอบมากๆเลยค่ะ ไม่รู้จะต้องพิมพ์ยังไงดีแต่ชอบเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ เนื้อหาปมเรื่องตัวละครต่างๆดีไปหมดเลยT_____T ตัวละครแต่ละตัวก็มีมิติของตัวเองชัดมากเลย ในที่สุดก็ผ่านเรื่องทุกอย่างจนได้มามีความสุขกันหมดแล้วน้า ขอบคุณทุกๆคนที่อยู่ข้างๆน้องจนถึงตอนนี้เลย especially ชิบะบอย! คำพูดหลายๆคำที่พี่ชินพูดกับแฟนคลับกับฝันก็เหมือนฮีลใจเราไปด้วยเลย ฉันชอบโลกใบนี้ มันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบแต่ทุกอย่างที่ฉันรักก็อยู่ในนั้นอะเนอะ สิ่งที่เรารักหนึ่งในนั้นก็มีนิยายเรื่องนี้ของคุณด้วยนะคะ แหะเวิ่นไปเยอะเลย เอาเป็นว่า ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ออกมานะคะ
    #1,031
    0
  14. #1018 Aquamarine Oil (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 09:35
    แงงง ดีมากเลยยย;-;-;
    #1,018
    0
  15. #945 mileyduchess (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:56
    ในที่สุดก็ตามอ่านจบแล้ว เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าอ่านแล้วได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ และอุปสรรคต่างๆ ไปพร้อมกับตัวละครเลยค่ะ เหมือนกับว่าเราได้เดินไปด้วยกันกับตัวละครตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบจริงๆ เราเพิ่งเคยอ่านงานเขียนของคุณ jiwinil เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เราประทับใจการเล่าเรื่องมากๆ เลยค่ะ การใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้อย่างเรา อีกอย่างเราขอชื่นชมเวลาคุณนักเขียนบรรยายฉากเล่นเกมมันให้ความรู้สึกเหมือนกับเราเล่นอยู่หน้าคอมจริงๆ เล่นเกมไปพร้อมกับตัวละครจริงๆ เลยค่ะ คุณนักเขียนเก่งมากและข้อมูลแน่นมาก เราประทับใจมากจริงๆ ค่ะ และเราก็ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ เรื่องนี้เหมือนเป็นการเปิดโลกเรา เพราะด้วยความที่เราไม่เคยเล่นเกมแนวนี้ด้วยและเราก็เพิ่งเคยอ่านนิยายแนวเกมเมอร์เป็นเรื่องแรก สุดท้ายแล้วขอบคุณนะคะที่เขียนผลงานดีๆ แบบนี้ออกมาให้อ่าน และจะติดตามเรื่องต่อไปของคุณนักเขียนแน่นอนค่ะ
    #945
    0
  16. #935 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:54
    เก่งมากเลย เก่งมากๆ
    #935
    0
  17. #881 Red_Bunny (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:36
    ขอบคุณที่เขียนเรื่องราวดีๆแบบนี้ออกมานะคะ สนุกมากๆเลยค่ะ แล้วก็แฝงข้อคิดเอาไว้ให้ด้วย ซึ่งตรงนี้เราชอบมากเลย ในวันแย่ๆของเราก็มีนิยายของไรท์ช่วยทำให้มันดีขึ้นมา ขอบคุณนะคะ
    เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบเล่นเกมมากๆ แม่เราไม่ชอบเกม แล้วก็มีหลายอย่างที่เราเสียไปเพราะมัน แต่เราไม่เคยโทษมัน แต่เราปรับปรุงตัวและแบ่งเวลาให้มันได้ จนตอนนี้แม่ปล่อยให้เล่นตามสะดวกแล้ว(ถ้าเราแบ่งเวลาได้แบบนี้ต่อไปนะ55555) แล้วเกมก็สร้างสังคมให้เราในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเหมือนกัน
    สุดท้ายนี้ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่เขียนเรื่องดีแบบนี้มาให้เราอ่าน จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ(ไหว้ย่อ)
    #881
    0
  18. #867 P-Vanta (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:46
    ขอบคุณที่เขียนออกมานะคะ
    #867
    0
  19. #866 Aubbbbb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:42
    ขอบคุณนิยายดีๆเช่นกันค่ะไรต์ ❤️❤️❤️
    #866
    0
  20. #861 UnlunLun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:59
    ซึ้ง มีความเป็นกำลังใจ เป็นบาดแผลที่ให้รู้ว่ารักษาได้ หากยอมรับตัวเองที่อยู่ในความเป็นจริงได้ ก็คงจะเห็นหนทางที่ไม่เคยมองเห็นก็เป็นได้
    #861
    0
  21. #860 amira (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:48
    ขอบคุณมากๆค่ะ
    #860
    0
  22. #857 tanyapornaum (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:13
    ร้องไห้ไปบ่อยมากกับเรื่องนี้ㅜㅡ ขอซึงยอนกายหน่อยได้ไม๊คะ ให้กันได้ไม๊😭 ชอบจริงๆพวกเมะขี้ตื๊อ ผ่านไป10ปีก็ยังไม่เลิกชอบเธอหรอกนะ ไอเจ้าตัวน่ารักฟสฟาหสแสฟสกสหยหหสสหสหกา
    #857
    0
  23. #856 plumfloral (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:10
    จู่ๆภาพเมื่อตอนที่ฝันเจอชินครั้งแรก ตอนที่ต้องย้ายไปอยู่บ้านชินก็ย้อนกลับมา เหมือนเป็นภาพความทรงจำที่เด่นชัดสุดตอนอ่านตอนจบนี้ เป็นเรื่องที่เดินทางมาด้วยกันจริงๆ ทั้งเจ็บปวด หกล้ม แต่ก็ยังฮึดสู้และมีคนคอยเคียงข้างให้กำลังใจมาจนถึงวันที่ทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ไม่ใจหายเลยที่จบ เพราะคิดว่าตัวเราคงกลับมาอ่านอีกบ่อยๆ คงอยากจะเดินทางไปพร้อมกับเด็กๆอีกหลายๆครั้ง อย่างน้อยทุกตัวละครทุกเรื่องราวก็เด่นชัดในใจและจะเป็นแบบนั้นตลอดไป
    #856
    0
  24. #855 skyhard (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:20
    ขอบคุณนะคะไรท์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปลอบประโลมหัวใจเราได้มากๆเลย T—T แม้จะน้ำตาซึมอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่น ขอบคุณตัวหนังสือของคุณที่มอบความรู้สึกดีๆให้เรานะคะ
    #855
    0
  25. #854 Mymars (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:33
    แงงงงงงงง มาจนถึงวันนี้ได้เก่งมากเลยนะทุกคน ทั้งตัวละครทั้งไรท์เลยนะ ขอบคุณที่คอยฮีลใจกันมาตลอดเรื่องนะ
    #854
    0