Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 22 : Chapter 21 :: I believe you can do it

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 469 ครั้ง
    27 ม.ค. 63


Chapter 21

I believe you can do it

 

            สองอาทิตย์กว่าที่ฝันนอนเปื่อยเป็นผักอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม

            ความพยายามทุกอย่างที่ทำมา พังลงไม่เป็นท่า ตอนนี้เขาไม่รู้จะขยับไปทางไหน หันไปทางไหนก็เจอแต่กำแพงล้อมรอบ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จะไปต่อก็ไม่เห็นหนทาง

            มีแต่ความเสียใจอัดอั้นเต็มไปหมด

            ฝันมักจะตื่นช่วงสิบโมงเช้า กินอะไรง่ายๆ อย่างพวกแซนด์วิช ไส้กรอก ไข่ดาว ตกเที่ยงสั่งอาหารมากินที่ห้อง ตกเย็นก็ยังคงสั่งอาหารมากินที่ห้อง เวลาว่างส่วนมากใช้ไปกับการดูยูทูป ดูหนัง ฟังเพลง แล้วนอนให้ผ่านไปในแต่ละวัน มีเข้าโรงพยาบาลสองครั้ง ครั้งแรกตรวจเช็คสมอง ผลออกมาปกติดี ส่วนครั้งที่สองตรวจมือตามที่หมอนัด

            อาการที่มือซ้ายของฝันดีขึ้นมาก มากจนเขาสามารถถอดเฝือกออกได้แล้ว หลงเหลือเพียงแค่อาการเจ็บจี๊ดเหมือนมดกัดเวลายกของหนักๆ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้พี่เฟิร์สต้องแวะมาหาบ่อยๆ คงจะมาเช็คว่าฝันปฏิบัติตัวตามที่หมอสั่งไหม แน่นอน ฝันไม่ได้แตะคอมพิวเตอร์เล่นเกมเลยแม้แต่ปลายนิ้ว

            นับจากวันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่หอนี่เพียงลำพัง พี่เฟิร์สก็แวะมาหาฝันห้าครั้งเข้าไปแล้ว

            เฮ้อ ดูสภาพตัวเองบ้างมั้ยเนี่ย

            อดีตคุณหมอยืนอยู่หน้าห้อง มองสภาพน้องชายที่หัวยุ่งเหยิงเหมือนไปฟัดกับแมวที่ไหนมา ฝันปล่อยประตูให้เปิดค้างไว้ ก่อนจะเดินโซเซไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

            มาทำไมอีกน้ำเสียงอ่อนแรงดังออกมาจากร่างของคนที่นอนตะแคงหันหลังให้คนพี่ เฟิร์สถอนหายใจเสียงแผ่ว เขายกถุงที่ถือมาด้วยขึ้นเล็กน้อย

            ซื้อของกินมาให้ไง

            ฝันไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้พี่ชายจัดการยัดของกินเข้าตู้เย็น พอจัดข้าวของเข้าตู้เย็นเสร็จสรรพ เฟิร์สก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงหันหลังให้น้องชาย

            จะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไร

            ไม่มีคำตอบจากปากของฝัน มีเพียงความเงียบเท่านั้น

            เฟิร์สไม่อยากเห็นสภาพแบบนี้ของน้อง สภาพไร้เรี่ยวแรง ไร้ความกระตือรือร้น ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมายี่สิบห้าปี น้องชายตัวแสบของเขาคนนี้เป็นเด็กที่ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะทอดไข่ดาว ไม่ว่าจะเรื่องความชอบส่วนตัวที่ใครก็บังคับไม่ได้ รวมถึงเรื่องเล่นเกม ต่อให้ล้มสักร้อยครั้ง เด็กนี่ก็จะลุกขึ้นมาด้วยลำแข้งของตัวเองร้อยครั้ง แต่ครั้งนี้เฟิร์สไม่เห็นวี่แววว่าฝันจะลุกขึ้นมาสู้สักตั้งเลย

            ครั้งนี้เป็นครั้งที่กระทบจิตใจของฝันมากที่สุด เป็นครั้งที่เด็กคนนี้ล้มแรงมากที่สุด เขารู้ว่ามันต้องใช้เวลาเยียวยาความเสียใจ แต่ไม่รู้ว่าฝันต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะผ่านพ้นมันไปได้ สองอาทิตย์ หนึ่งเดือน หนึ่งปี หรือตลอดไป

            เขาเคยคิดมาเสมอ ว่าถ้าวันหนึ่งฝันล้มแล้วลุกไม่ไหว ถ้าถึงวันนั้น เขาจะเป็นเสาหลักเพื่อพยุงน้องให้เดินต่อไปให้ได้ แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่เกี่ยวเลยว่าเขาจะดูแลน้องชายได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ฝันต่างหาก ว่าจะเลือกพึ่งพาเขาหรือไม่

            และดูเหมือนว่าฝันเลือกที่จะไม่พึ่งพาพี่ชายอย่างเขา

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟิร์สพยายามยื่นมือเข้ามาพยุงน้องชายให้ลุกขึ้นยืน เขาทำแบบนี้มาห้าครั้งแล้ว และได้คำตอบเป็นความเงียบกลับมาทุกครั้ง แวะมาที่ห้องวันแรก ขอบตาบวมช้ำ บ่งบอกถึงการร้องไห้อย่างหนักหน่วง เฟิร์สพยายามปลอบแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น วันที่สอง ข้าวปลาไม่ยอมกิน ทั้งที่เขาซื้อสับปะรดของโปรดมาให้ก็ไม่แตะ กว่าจะยอมกินข้าวก็ตอนที่ท้องร้องจนทนหิวไม่ไหว วันที่สาม ไม่ยอมนอนจนกระทั่งถึงเช้า ไม่ยอมกินยานอนหลับ ราวกับว่ากำลังทรมานร่างกายตัวเอง วันที่สี่ นั่งซึมกระทือเหมือนคนไร้วิญญาณ ไม่ยอมขยับตัวออกจากห้องทั้งที่ลุงภาคแวะมาหารวมถึงเอาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาให้ เพราะหวังจะให้ฝันเล่นเกมคลายเครียด สุดท้ายก็ไม่แตะคอมฯ สักนิด

วันที่ห้า วันนี้ ก็ยังคงไร้วิญญาณเฉกเช่นเคย

            ยอมแพ้แล้วเหรอ

            เจ้าของร่างผอมบางขดตัวเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับคำถาม ฝันนอนกุมโทรศัพท์ไว้แน่น ดวงตาเหม่อมองไปยังกำแพงข้างเตียง แววตาที่ว่างเปล่าไม่ต่างอะไรจากหัวใจที่เริ่มถูกความมืดกัดกร่อนจนกลวงโบ๋

            พอเห็นว่าน้องชายไม่ตอบ เฟิร์สเลยทิ้งศีรษะลงนอนทับร่างกายของอีกฝ่าย สายตาภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมจดจ้องมองเพดาน เขาเอง ห่างจากฝันไปหลายปี ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาที่ผ่านมาน้องชายพึ่งพาตัวเองจนไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครมามากมายแค่ไหน ไม่รู้ว่าน้องชายต้องสร้างเกราะกำบังความอ่อนแอของตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเข้มแข็งอยู่ภายในโลกอันแสนเลวร้ายสักกี่ครั้งกี่หน แต่ครั้งนี้ เขาจะไม่ทำผิดซ้ำๆ อีกแล้ว

            ไม่อยากปล่อยให้น้องต้องเผชิญความเศร้าคนเดียว อย่างน้อยถ้าแชร์เรื่องราวอะไรให้เขาได้ฟังบ้าง มันก็คงจะดี

            จำได้มั้ย สมัยก่อนที่แม่ให้ทอดไข่ดาว

            เฟิร์สเล่าย้อนไปถึงสมัยเด็ก และแน่นอนว่าฝันจำได้แม่น

            พี่ไม่อยากให้เราโดนน้ำมันกระเด็นใส่ เลยพยายามจะช่วย แต่แม่กลับบอกว่า อย่าไปช่วยน้อง ให้น้องพยายามด้วยตัวเอง ขนาดผูกเชือกรองเท้า ยังเคยนั่งผูกตั้งแต่ตอนกลับมาจากโรงเรียน พอกินข้าวเสร็จก็รีบวิ่งออกไปนอกบ้านไปฝึกผูกรองเท้า จนไม่นานก็ทำได้ หลังจากนั้นมา ตัวก็พึ่งพาตัวเองมาเสมอ เค้าแทบไม่ได้ทำหน้าที่พี่ชายเลยด้วยซ้ำ

            บางทีพี่ก็โกรธแม่นะ ที่ทำไมถึงสอนให้น้องพึ่งพาตัวเองขนาดนี้ ทำไมไม่ให้น้องพึ่งพาคนที่บ้านบ้าง พอโตขึ้นถึงได้เข้าใจอะไรมากขึ้น ถูกของแม่ เพราะที่ฝันเข้มแข็งอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะแม่สอนให้ฝันพึ่งพาตัวเองมาเสมอ ต่อย่าลืมสิ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ พึ่งพาพี่บ้างไม่ได้เหรอ

            คนด้านหลังยังคงเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

            ตอนที่ฝันไปหาพี่ที่บ้านลุง ตอนที่เรานั่งคุยกันที่ชานบ้านริมน้ำ รู้มั้ยพี่เห็นอะไร พี่เห็นเด็กที่แววตาเต็มไปด้วยประกายไฟ แม้อคติจะบังตาพี่แค่ไหน ฝันก็พยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้

            มันยังเหลืออะไรให้พิสูจน์อีกเหรอในที่สุด ฝันก็ยอมพูด ทุกอย่างมันพังลงไปแล้ว มันจะมีอะไรให้พิสูจน์อีก

            มีสิ

            มีอะไร

            ต่อให้เล่นเกมต่อไปไม่ได้ ฝันก็ยังพิสูจน์อย่างอื่นได้อยู่

            พิสูจน์อะไร ในเมื่อผมไม่เก่งอะไรเลยนอกจากการเล่นเกม

            เก่งสิเฟิร์สลุกขึ้นนั่งพลางวางมือลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลสวยของน้องชาย ลูบไล้มันอย่างอ่อนโยนและหวงแหน เก่งที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้ได้ เก่งที่อดทนมาถึงจุดๆ นี้ เก่งที่เข้มแข็งได้มากขนาดนี้

            แค่นั้นมันจะไปพออะไร

            พออยู่แล้ว พ่อกับแม่ ไม่ได้อยากเห็นรางวัลที่หนึ่งระดับโลกอะไรนั่นหรอกนะ

อดีตคุณหมอกดริมฝีปากลงบนศีรษะของน้องชาย ก่อนจะถอนออกอย่างเชื่องช้า

ตั้งแต่เกิดมา เด็กคนนี้มักทำตามใจตัวเองมาเสมอ พยายามผลักดันตัวเอง เพราะคิดว่าพ่อไม่รัก พี่ไม่รัก คิดว่าตัวเองต้องมีคุณค่าโดยการสร้างอะไรขึ้นมากับมือสักอย่าง จริงอยู่ที่เฟิร์สและพ่อผิด ผิดที่กดดันจนทำให้น้องต้องคิดแบบนั้น เขาและพ่อทำไปเพราะความเป็นห่วง จนเผลอทำร้ายน้องไป และนั่นเป็นความผิดที่จะติดตัวเฟิร์สไปจนตาย

จนกระทั่งเวลาผ่านไป เฟิร์สถึงได้บทเรียนจากข้อผิดพลาด สายสัมพันธ์ของครอบครัว ไม่ใช่การที่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องประสบความสำเร็จหรือยืนอยู่บนยอดพีระมิด ต่อให้ฝันไม่มีศักยภาพใดใด ไม่มีความสามารถใดใด ขอเพียงแค่มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ดูแลตัวเองอยู่บนโลกใบนี้ได้ ขอแค่น้องยังอยู่ตรงนี้ อยู่กับเขา แค่นั้นมันก็เพียงพอที่สุดแล้ว

            พ่อกับแม่น่ะ อยากเห็นว่าฝันใช้ชีวิตต่อได้ต่างหากล่ะ

            เฟิร์สมองแผ่นหลังที่ขยับขึ้นลงของน้องชาย เขาอยากจะเข้าไปปลอบ แต่ตัดสินใจลุกออกจากเตียง

กินข้าวด้วยนะ

ทิ้งท้ายก่อนจะหายออกไปจากห้อง ส่วนคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมทั้งสูดน้ำมูกเงียบๆ

            ฝันนึกขอบคุณที่พี่ชายไม่ปลอบเขาตอนนี้ เพราะยิ่งปลอบ ยิ่งทำให้ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม อุตส่าห์หยุดร้องมาได้หลายวันแล้วแท้ๆ ดันมาบ่อน้ำตาแตกเอาซะได้

            ก็เข้าใจอยู่หรอก สิ่งที่เฟิร์สพูด แต่ก็อยากทำอะไรสักอย่าง อะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้

            ไม่อยากยอมแพ้ สถานการณ์มันแค่บังคับให้เขายอมแพ้อย่างราบคาบต่างหาก

            ฝันขยับตัวลงจากเตียงทั้งที่น้ำตายังหยดแหมะๆ เขาเดินไปที่ตู้เย็น เปิดดูสารพัดขนมนมเนยรวมถึงอาหารกล่องที่พี่ชายซื้อมาฝาก ขาสองข้างทรุดลงนั่งยองๆ ที่พื้น มือเรียวยื่นไปหยิบขวดชามะนาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี ก่อนจะเปิดฝามันออกแล้วกระดกดื่ม รสชาติที่ห่างหายไปพักหนึ่ง ทำให้น้ำตาไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก

            ฮืออ

            อร่อยเป็นบ้าเลย

          รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กๆ ของชามะนาว ผสมกับรสชาติความเค็มของหยดน้ำตา ฝันนั่งร้องไห้อยู่หน้าตู้เย็นราวกับตู้เย็นรับรู้ถึงความเสียใจของเขา

          สองอาทิตย์ นอกจากเฟิร์สแล้ว ฝันก็ร้องไห้ใส่กำแพงบ้าง เตียงบ้าง ตู้เย็นบ้าง กระจกบ้าง ร้องจนตาบวมช้ำไปหมด การทำแบบนี้มันทำให้ฝันรู้สึกสบายใจในระดับหนึ่ง อย่างน้อยกำแพง เตียง ตู้เย็น ก็คงไม่รู้สึกเจ็บเวลาเห็นหยดน้ำตาจำนวนมากของเขา

            คงเป็นนิสัยที่ติดมาจากแม่ พ่อเคยเปรียบเทียบนิสัยของแม่กับแมว เป็นประเภทเสียใจจะไม่ฟูมฟาย แต่จะหลบไปเลียแผลเงียบๆ คนเดียวจนกว่าจะหาย ลูกสองคนก็ติดนิสัยนี้มาจากแม่เหมือนกัน ทั้งเฟิร์ส ที่เมื่อเสียใจก็แอบไปหมกตัวกินเหล้าอยู่ในบ้านคนเดียว ทั้งฝัน ที่เมื่อทุกข์ใจ ก็จะหลบไปอยู่เงียบๆ จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นเอง

            ฝันรู้ว่ามันค่อนข้างเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว ทั้งที่คนเหล่านั้นพยายามจะยื่นมือเข้ามาช่วย แต่ก็เลือกที่จะผลักไสออกไป เพียงเพราะแค่กลัวพวกเขาจะเจ็บปวดมากกว่าเดิม

พ่อเองก็ไม่ค่อยชอบนิสัยนี้เท่าไร พ่อชอบให้เปิดใจคุยกันมากกว่า แต่แม่กลับคิดคนละแบบ แม่คิดว่าถ้ามันไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอะไร ถ้าเป็นเรื่องที่แม่สามารถจัดการด้วยตัวเอง แม่ก็จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้จบที่ตัวเอง เพราะแม่ไม่อยากเพิ่มความลำบากให้พ่อ ไม่อยากให้พ่อต้องมาคิดมากกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

            คนทุกคนมีความเจ็บปวดที่ตัวเขาต้องเผชิญ ถ้าเห็นเค้าลางว่าจะทำให้อีกคนเจ็บปวดมากกว่าเดิม ฝันก็จะรีบถอยออกมาเหมือนอย่างที่ทำกับชิน

            พูดถึงชินแล้ว มันมีแต่คำว่า คิดถึง กระเด้งขึ้นมาในหัวสมอง

            ช่วงวันแรกๆ พวกเขาคุยกันปกติ พอระยะเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ทุกอย่างกลับสงบลง จากพิมพ์คุยกัน ถามตอบกันตลอดเวลา กลายเป็นเริ่มเบาบาง ฝันรู้ว่าชินมีธุระอะไรบางอย่าง เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะยุ่ง เลยไม่อยากจะกวนมากนัก ชินเองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยกล้าทักเขามาเท่าไร เพราะสิ่งที่ฝันตอบกลับไป มีเพียงแค่ไม่กี่คำ

            อือ อ่า อืม และสารพัดอิโมจิหน้าบึ้งหน้าตึง

            ตัดบทสนทนาเก่งแบบนี้ ใครอยากคุยต่อด้วยก็บ้าแล้ว

            และการห่างกันเรื่อยๆ ทำให้เขาเริ่มคิดอะไรฟุ้งซ่านในหัว ทั้งสองยังไม่มีสถานะที่ผูกกันและกันเอาไว้ ยังไม่มีใครขอใครเป็นแฟน ยังเป็นเพียงแค่คนคุย คนชอบกัน ดังนั้นมันจึงเป็นช่องโหว่ ขนาดแฟนกันสิบปียังเลิกกันได้ นับประสาอะไรกับคนคุยไร้สถานะ

            ถ้าไม่มีเรื่องคุยเรื่องน่าสนใจแล้ว ก็ไม่แปลกหรอกที่จะห่างกันไปเรื่อยๆ

            แล้วสุดท้ายก็คงจะหายไปจากชีวิตของกันและกัน

            ยิ่งคิดก็ยิ่งจิตตก คนดื้อกระดกชามะนาวลงคอจนหมดขวด พยายามหาอะไรทำไม่ให้ฟุ้งซ่าน

            เป็นอีกวันที่ฝันใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมจนกระทั่งถึงเย็น หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฝันก็ลากร่างเหี่ยวแห้งของตัวเองมาหยุดยืนหน้าตู้เย็นอีกครั้ง หยิบข้าวผัดไส้กรอกออกมาแล้วยัดใส่ไมโครเวฟ กดปุ่มอุ่น ระหว่างรอข้าวผัด ก็ยืนพิงกำแพงดูโทรทัศน์ ขอบคุณที่โทรทัศน์ที่หอมีการ์ตูนให้ดูตลอดทั้งวัน ฝันยืนดูโคนันจนกระทั่งเสียงไมโครเวฟดังขึ้น เขาจัดการหยิบข้าวกล่องมาวางลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวนั่งลงเตรียมตัวกินข้าวเย็น ความร้อนทำให้ต้องเปิดฝากล่องอย่างระมัดระวัง กลิ่นข้าวผัดหอมฉุยแตะจมูกเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ส่งเสียงร้องโครกคราก

            ฝันปักช้อนลงในข้าว กำลังจะตักเข้าปาก

            ติ๊ง!’

            เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทำเอาคนที่กำลังเพลินๆ สะดุ้งจนช้อนหล่นลงข้างกล่องข้าว คนขี้ตกใจหันไปมองโทรศัพท์บนเตียงตาค้อนขวับ จำได้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นพวกโซเชียล แล้วเสียงนี้มันดังมาได้ยังไง

            ฝันหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู แจ้งเตือนบนหน้าจอทำเอาดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น

            เขารีบเปิดคอมพิวเตอร์ที่ลุงภาคเอามาให้ นิ้วเรียวรีบกดเข้ายูทูป พิมพ์ชื่อช่องด้วยความรวดเร็ว สิ่งที่เห็นบนหน้าแรกของชาแนลนั้น เขาไม่ได้ตาฝาดและไม่ได้มองพลาด ไม่ใช่แอคเคานท์ตัวปลอมของใครที่สร้างขึ้นมาหลอกลวงชาวบ้าน แต่เป็นการแจ้งเตือนการอัพโหลดคลิปใหม่ของช่อง Shibaboyz หลังจากไม่มีความเคลื่อนไหวมาสองปี

            ชินอัพโหลดคลิปได้แล้วเหรอ

            ฝันกดเข้าไปดูเกมที่ชินเล่น ไม่ใช่เกมที่เปิดให้เขาดูที่โรงพยาบาล แต่เป็นเกมใหม่ เป็นเกมน่ารักๆ แนววิ่งเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ คล้ายกับพวกแนวเกมมาริโอ้ โดยมีหมาชิบะเป็นตัวละครให้ผู้เล่นควบคุม และเจ้าหมาชิบะก็วิ่งไปตามถนน ต้องกระโดดหลบเปลือกกล้วย ไก่และสิ่งกีดขวาง มีให้เก็บเหรียญทำคะแนน นอกจากนั้น ก็ยังมีแมวสีส้ม ที่ถ้ากระโดดไปแถวเจ้าแมวนั่น มันก็จะร้องแง๊วพร้อมกับทำตาเป็นรูปหัวใจขึ้นมา

            จะไม่ปฏิเสธว่าเกมน่ารักเป็นบ้า เป็นเกมวิ่งเก็บแต้มที่ดูไม่มีอะไร แต่เป็นการกลับมาที่แสนน่ารักในนามชิบะบอยผู้คลั่งไคล้ในเจ้าหมาชิบะ ผู้คนต่างแห่กันเข้าไปคอมเมนต์ต้อนรับการกลับมาของชิน บางคนคอมเมนต์ทั้งที่ยังไม่กดดูเนื้อหาในคลิปเลยด้วยซ้ำ

            สมกับเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการแคสเกมที่มีผู้ติดตามเกือบห้าล้านคน

            เสียงพูดของชิน ยังคงร่าเริงเช่นเคย แต่ถ้าฝันไม่ได้คิดไปเอง ในน้ำเสียงนั้นแฝงอะไรบางอย่าง ราวกับยังปลดปล่อยความสุขได้มากกว่านี้ เหมือนกับชินเก็บอะไรบางอย่างเอาไว้ในใจ

            เสียงหัวเราะและน้ำเสียงขึ้นจมูก ยิ่งทำให้รู้สึกคิดถึง

            ฝันขยับกล่องข้าวออกห่าง ไม่รู้สึกหิวอีกต่อไป เขาทิ้งศีรษะลงบนโต๊ะ หลับตาฟังเสียงจากคลิปนั่น คลิปมีความยาวเพียงแค่สามนาทีเท่านั้น แต่เป็นสามนาทีที่ยอดเข้าชมขึ้นไวเป็นบ้า เพิ่งอัพลงไม่กี่นาทีแท้ๆ ยอดวิวจะแตะหมื่นแล้ว   

            สุดยอดไปเลยนะ ชิบะบอยเนี่ย

            ทั้งที่เล่นเกมมาตั้งแต่ก่อนฝันจะออกมาจากบ้านหลังนั้น แต่ชินก็ไม่เคยคิดจะอัพโหลดลงบนยูทูปเลยสักครั้ง เหมือนยังไม่กล้าหรือมีอะไรสักอย่างที่ขวางตัวเองอยู่ ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงเลือกเกมนี้มาอัพให้ผู้ชมได้ดูกันเป็นเกมแรกหลังจากที่หายตัวไปนาน

            ถือว่าเป็นข้อดีล่ะนะ การที่กลับมาทำตรงนี้ได้ แสดงว่าผู้ชายคนนั้น ก้าวข้ามกำแพงของตัวเองมาได้แล้ว

            ฝันไม่ค่อยสนใจตัวเกมเท่าไร เท่าที่ดูมาสองนาทีกว่า ก็มีเพียงแค่ชินที่นั่งขำกับความตลกของเกม ไม่ว่าจะวิ่งชนไก่ โดนแก๊งไก่ไล่ชน ไม่ว่าจะชนตู้ หรือชนอีกาจนตาย

            ทุกอย่างดูราบรื่นดี มีพูดคุยกับผู้ชมบ้างว่าหลังจากนี้จะกลับมาอัพคลิปทุกอาทิตย์เหมือนปกติแล้ว แต่ไม่ได้เล่าว่าหายไปไหนมา จวบจนกระทั่งใกล้จบคลิป เสียงก็เงียบไป เหลือเพียงแค่เสียงเพลงจากเกม

            จบแล้วเหรอ

            ก่อนไม่นาน เสียงทุ้มขึ้นจมูกจะดังขึ้นอีกครั้ง

            จริงๆ แล้ว ที่เลือกเกมนี้มา เพราะเป็นเกมที่บ่งบอกถึงตัวผมได้ดีมากๆ เลยนะ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สองปีที่ผ่านมา ผมเจออุปสรรคร้อยพันไร้ที่สิ้นสุดเหมือนหมาในเกมนี่เลย

            ฝันเม้มริมฝีปากแน่น ทำไมน้ำเสียงดูเหมือนยังเจ็บปวดอยู่ล่ะ เจ็บปวดมากหรือเปล่า ตอนนี้น่ะ

            แต่ก็ผ่านมาได้แล้วล่ะครับ ต้องขอบคุณแมวสีส้มที่ร้องแง๊วใส่ผม แถมยังทำตาหัวใจวิ๊งๆ มาให้อีก แค่มีแมวสีส้มอยู่ในเกม ทุกอย่างก็ดูดีขึ้นมาราวกับความฝัน

            ชินพูดพลางหัวเราะ ส่วนฝันนั้นไม่ได้เอะใจ ว่าในประโยคนั่นมีอะไรแฝงอยู่หรือเปล่า ปกติผู้ชายคนนี้เวลาแคสเกมมักชอบพูดประโยคที่เขาไม่เข้าใจบ่อยครั้งอยู่แล้ว ตอนนี้เขาสนใจเพียงแค่ ที่หัวเราะออกมาเนี่ย เพราะกำลังรู้สึกมีความสุขจริงๆ หรือกำลังฝืนตัวเองกันแน่

            ขอบคุณที่ยังอยู่กับผมมาเสมอ ขอบคุณที่ยังรอกันอยู่นะครับ วันนี้มาแค่สั้นๆ แต่อยากบอกให้รู้ว่า กลับมาแล้วนะครับ พร้อมกลับมาสร้างความสุขให้กับทุกคนแล้ว เพราะฉะนั้น…”

            คนดื้อตั้งใจฟังประโยคต่อไปที่อีกฝ่ายจะพูดจนเผลอกลั้นหายใจ

            ใครที่กำลังร้องไห้อยู่ ใครที่กำลังเศร้าเสียใจอยู่ ใครที่กำลังคิดว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ผมกลับมาอยู่กับคุณแล้วนะ

            แทนที่หัวใจจะเต้นตึกตักเหมือนอย่างเคย ฝันกลับรู้สึกอึดอัดจนน้ำตาคลอเบ้า

            สำหรับวันนี้ ไปก่อนนะครับ Goodnight Sleep Tight ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ

            คลิปสามนาทีกว่าจบลง พร้อมกับความคิดถึงที่ถาโถมเข้ามาจนร่างกายหนักอึ้ง ฝันกำโทรศัพท์ในมือแน่น อยากจะโทรไปหาอีกคนใจจะขาด แต่ถ้าได้ยินเสียงล่ะก็ เขาคงได้ร้องไห้ใส่ชินเป็นชั่วโมงแน่นอน

            พยายามกลั้นใจแทบตาย สุดท้ายก็ทนไม่ไหว

            ฝันกดโทรออกหาคนที่เพิ่งจะลงคลิปไป ใช้เวลาอยู่ค่อนข้างนานกว่าปลายสายจะรับ

            แต่เสียงที่ส่งผ่านมา กลับไม่ใช่เสียงของชิน

            (ฮัลโหลครับ)

            น้ำเสียงทุ้มนุ่มเกินกว่าจะเป็นชินทำให้ฝันตกใจจนพูดอะไรออกไปไม่ถูก

            (ฮัลโหล)

            เอ่อนี่ใช่เบอร์ของชินหรือเปล่าครับเขาส่งเสียงสั่นถามปลายสาย

            (ใช่ครับ เพื่อนชินเหรอ)

            อ่าครับ

            (พอดีชินอยู่ในห้องทำงาน มีอะไรฝากไว้มั้ย)

            ไม่เป็นไรครับ ถ้าเขาไม่ว่างก็ไม่เป็นไร

            ฝันกำลังจะกดวางสาย เสียงคุ้นหูก็พูดแทรกขึ้นมา

            (ใครโทรมาวะหลิว)

            เสียงโค้ชที

            (เพื่อนชินอ่ะ)

            (บอกให้เอาโทรศัพท์ไว้กับตัวก็ไม่ยอม เดี๋ยวมันทำงานเสร็จมันก็โทรกลับเองนั่นแหละ ตอนเช้านู่น)

            (ทำไมวะ แล้วจะไม่ไปบอกมันหน่อยเหรอ)

            (ไม่ กูเคยไปบอกแล้วโดนด่ากลับมา อารมณ์ฉุนเฉียวยิ่งกว่าแมวเหมียว เลยไม่อยากยุ่งละ ว่าแต่มึงอ่ะ คุยเสร็จยัง เสร็จแล้วก็มาช่วยกูทำงาน อย่าอู้)

            (จ้าพ่อ สั่งเป็นสั่งขี้มูกเลยอ้าว ยังไม่วางเหรอ)

            ปลายสายตัดไปพร้อมกับความรู้สึกว่างเปล่าในหัว

            ฝันไม่รู้ถึงสาเหตุที่ชินเลือกเอาโทรศัพท์ไว้ไกลตัว แต่คงไม่พ้นเรื่องของเขาแน่

ความคิดวุ่นวายสารพัดตบตีกันอยู่ในหัว ก่อนจะได้ข้อสรุปคิดเองเออเองออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่า

โดนเบื่อแล้วแน่นอน

 

***

พี่ฝัน

            เด็กเสื้อฮาวายถลึงตามองคนพี่ที่สภาพดูไม่จืด

            ฝันเองก็มองเด็กหัวหยอยตรงหน้ากลับไป ปอนด์สวมเสื้อฮาวายพร้อมทั้งสวมผ้ากันเปื้อนสีแดงทับเอาไว้ เด็กตรงหน้าดูร่าเริงแจ่มใสดี เขาตบไหล่ปอนด์เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติกสีแดง

            ปอนด์รีบเดินตามคนพี่ขาขวิด ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว และร้านกำลังจะปิด พ่อแม่ของปอนด์ขายข้าวแกงช่วงเช้า ช่วงดึกเปิดเป็นร้านขายข้าวต้ม นอกจากปอนด์ที่เดินจดอาหารตามโต๊ะ ก็ยังมีพี่ผู้ชายอีกคนที่คอยช่วย

            มาไงเนี่ยพี่

            นั่งแท็กซี่มาฝันตอบตรงๆ แต่ดูเหมือนมันจะไปกวนประสาทคนน้องเข้าให้

            ไม่เจอกันนาน ยังกวนตีนเหมือนเดิม

            ร้านปิดกี่โมงอ่ะ

            เนี่ย ปิดเที่ยงคืน

            กูจะอดกินข้าวต้มเหรอคนดื้อทำหน้าสลด ปอนด์รีบโบกไม้โบกมือยกใหญ่

            ยังมีอยู่ อยากกินไรอ่ะ

            เหล้า

            ห๊ะ มาร้านข้าวต้มถามหาเหล้า อยากแดกเหล้าก็ไปร้านเหล้าดิเฮ้ย

            ก็กูจะแดกที่นี่อ่ะ กูเป็นลูกค้า มึงก็ต้องขายกูดิ

            อิหยังวะ!”

            ถึงจะเถียง แต่สุดท้ายก็ยอมฝากให้พี่อีกคนไปซื้อเหล้าที่เซเว่นมาให้ ปอนด์ใช้เวลาเก็บร้านอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมานั่งมองหน้าคนที่จ้องมองขวดเหล้ามานานสองนาน ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะดื่มมันดีไหม

            อ่ะ สรุปยังไง

            กูจะมาหาน้องไม่ได้เหรอ

            โว้ว ก็มาได้ แต่ผมรู้เรื่องหมดแล้ว พี่โก๋เล่าให้ฟัง

            อือ สมเพชกูมั้ยล่ะ

            บ้าดิปอนด์บ่น เป็นห่วงต่างหากล่ะ เห็นบอกหายไปสองอาทิตย์ ไม่ติดต่อใครเลย

            เพราะงี้เลยมาหามึงไง อย่างน้อยมึงก็น่าจะเป็นคนที่เข้าใจความเจ็บปวดของกูที่สุด

            จ้า เข้าใจดีเลยจ้า

            ฝันผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงตากลมเลื่อนมองใบหน้าของปอนด์พลางทำหน้าเศร้า

            อะไร หงอยเป็นหมาแล้วนะ พี่ฝันที่ผมรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้นะโว้ย

            แล้วกูเป็นยังไง

            เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ไง ต่อให้ข้างหน้ามีอุปสรรคแค่ไหน พี่ฝันที่ผมรู้จักก็จะฝ่ามันไปได้เว้ย

            กูดูขี้แพ้มากเลยป่ะวะ

            ไม่ แต่เหมือนคนสิ้นหวัง ผมไม่ได้จะบังคับพี่นะเว้ย คือรู้แหละว่าพี่เสียใจ อะไรๆ มันบีบบังคับพี่มากไปหน่อย แค่แบบ อย่าให้มันทำลายชีวิตพี่ดิวะ ไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบนี้นะ

            เออ วันนี้พี่เฟิร์สก็แวะมา พูดประมาณว่า ไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้พ่อแม่เห็นหรอก แค่มีชีวิตอยู่ก็เพียงพอแล้ว

            ก็จริงของแก

            แต่วันนี้มา ไม่ใช่เพราะเรื่องแข่ง

            อ้าว

            เรื่องแข่งทำใจได้แล้ว มาเพราะเรื่อง…”

            หยุดเด็กเสื้อฮาวายยกมือห้ามไม่ให้ฝันพูด ปอนด์หรี่ตามองคนพี่อย่างนึกสงสัย ปกติแล้วฝันมีเรื่องเครียดแค่เรื่องเดียว ก็คือเรื่องแข่งทีมชาติ ยิ่งได้ข่าวจากโก๋ว่าเคลียร์กับพี่ชายแล้ว คงไม่น่าจะมีเรื่องอะไรน่ากังวล นอกเสียจาก เรื่องพี่ชินอ่ะดิ

            รู้ดี

            ทำไม ทะเลาะไรกันมา

            กูว่ากูโดนเบื่อแล้วว่ะ

            ฝันนั่งเล่าย้อนไปตั้งแต่วันที่เขาออกมาจากบ้านของชิน จนมาเช่าหอพักอยู่ตัวคนเดียว รวมไปถึงเรื่องที่คุยกันไม่เหมือนเดิม เริ่มห่างหาย เริ่มถามคำตอบคำ ไหนจะเรื่องสถานะที่ไม่ชัดเจน อะไรหลายๆ อย่างก่อตัวขึ้นเป็นก้อนเมฆทะมึนเหนือศีรษะของฝัน ความน้อยใจเสียใจถาโถมเข้ามา ระหว่างเล่าไป ก็เทเหล้ากระดกดื่มไม่ยอมหยุด

            อย่างกับคนอกหัก

            เกือบชั่วโมงแห่งการปรับทุกข์ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนจนต้องสะบัดหน้าสองสามครั้ง ฝันทิ้งศีรษะลงบนแขนด้านซ้ายของตัวเอง แก้มสองข้างร้อนผ่าวๆ เหมือนเอาหน้าไปอังเตาผิง ริมฝีปากยังคงพร่ำเพ้อ พร้อมกับสะอึกเป็นช่วงๆ

            สมองเบลอไปหมด ตอนนี้คำพูดทั้งหมดเลยไม่ถูกกลั่นกรองโดยอะไรทั้งนั้น สติหลุดลอยไปที่ไหนสักที่ อยากพูดอะไรก็พูดออกมาหมด

            กูคิดถึงเค้าอ่าอึ้ก

            ก็โทรไปหาดิเฮ้ย

            โทรไปก็ไม่ว่าง ทำงานทั้งวาน งืมมเสียงนุ่มเริ่มยานคางเป็นม้วนเทปเก่าๆ

            พี่ฝัน พี่ไม่คิดบ้างเหรอวะ ว่าพี่ชินอาจจะโคตรอยากมาเจอพี่ แต่เพราะถ้าอยู่เฉยๆ ก็จะยิ่งฟุ้งซ่าน เลยทำงานหามรุ่งหามค่ำแม่งเลย

            แต่ว่าอาจจะเบื่อจริงๆ ก็ได้ง่า เรายังเป็น งืม คนคุย งือ อยู่เลยง่า อึ้ก มันม่ายมีเหตุโผนเลยที่เขาจาต้องมาโทน คนจาโดนทิ้ง เธอรู้บ้างม้าย หัวของชั้นเจ็บ เจ็บเจ็บหัวเพราะเมาจนหัวฟาดโต๊ะไปรอบ ฝันเลยยกมือสัมผัสกับหน้าผากของตัวเอง ตบมันดังแปะ

            เอาตรงๆ ป่ะ

            อืออ

            ฟังไม่รู้เรื่องไอ้เหี้ย!”

            ปอนด์กุมขมับ มองดูคนพี่ที่เมาหัวทิ่มโต๊ะ อีกนิดคงกลายสภาพเป็นของเหลวแล้วลงไปนอนกองที่พื้นคอนกรีต

            งือ อย่า อึ้ก พูดคำหยาบ มันม่ายดี

            แล้วเลิกแดกได้ยัง เมาเหมือนหมาละเนี่ย

            ม่ายยย ไปเอามาอีกขวดดิ๊ อึ้ก

            โทรไปหาพี่ชินเหอะ ให้เขามารับก็ได้

            ฝันส่ายหน้ายิกๆ กูไม่ได้ อึ้ก บอกเขา ว่ากูอยู่หนายยย อยู่บนนรกสวรรค์ก็ย่อมด้าย

            วอท?! พี่ไม่ได้บอกพี่ชินเหรอว่าพี่อยู่ไหน

            อืออ อยู่ในใจเธอก็พอ

            ตายห่า สมควรแล้วที่เขาจะเงียบไป พี่โก๋แม่งยังรู้สึกได้เลยว่าพี่แม่งไม่อยากคุย ถามสิบประโยคตอบมาแค่อือ ถ้าพี่ทำแบบนี้กับพี่ชินด้วย แถมยังไม่บอกเขาด้วยว่าอยู่ไหน พี่แม่งใจร้ายมาก พี่ชินเขาชอบพี่นะเว้ย

            ถึงร้ายก็ร้ากน๊า เกเรยังไงก็ร้ากน๊า งืม

            ทนไม่ไหวละโว้ย

            ปอนด์ฉวยโอกาสช่วงที่คนพี่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ โทรศัพท์ไปหาต้นตอของเรื่องที่ทำให้ฝันเมาหัวทิ่มหัวตำอยู่ตอนนี้ ใช้เวลารอไม่นาน ปลายสายก็รับ

            (ฮัลโหล)

            น้ำเสียงที่ไม่คุ้นหูทำเอาปอนด์ขมวดคิ้ว

            เอ่อ เบอร์พี่ชินป่ะครับ

            (อ่า แปปนะครับอ่ะ ไอ้เหี้ยที คนที่สองละ มึงจะเสนอหน้าไปหาไอ้ชินได้ยัง!) เสียงตะคอกดังจากอีกฝ่าย ปอนด์ต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหู

            (ใครโทรมา)

            (ปอนด์อะไรเนี่ย)

            (อ้าว เอามานี่) เสียงกุกกักดังขึ้นพักหนึ่ง น้ำเสียงของคนพูดเปลี่ยนไปอีกครั้ง (ไงน้องปอนด์ ไม่ได้คุยกันนานเลย)

            พี่ทีเหรอพี่

            (ใช่ มีอะไรจะคุยกับชินเหรอ)

            ด่วนเลยพี่ มีคนกำลังจะอกหักตาย!”

 

            ***

            ปวดหัว

            ฝันรู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยได้ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองภาพด้านหน้า ภาพทางเดินที่คุ้นเคยพร้อมกับประตูเรียงราย สติไม่ค่อยอยู่กับตัวเท่าไร แต่ยังพอรู้ว่าควรจะเดินไปที่ห้องไหน เพราะยังพอจำได้ว่าตัวเองอยู่ห้องริมสุดทางเดิน

            ใครบางคนพยุงร่างของฝันอยู่ ความรู้สึกร้อนผ่าวๆ ทำให้เขาต้องปัดป่ายมือไปรอบข้าง ดันร่างกายของใครสักคนที่อุณหภูมิร่างกายสูงจนแผ่มาทำให้รู้สึกร้อนไปด้วยออกห่าง

            ปล่อยซิ

            ปล่อยอะไร เดินจะไม่ตรงอยู่แล้ว

            น่าๆ ปล่อย เดินด้ายฝันบ่นงุ๊งงิ๊งกับตัวเอง พอรับรู้ว่ามือของอีกฝ่ายยังจับแขนเขาไว้อยู่ก็เริ่มจะดิ้น ปล่อยอ่า รู้จักป่าว เลทอิทโกน่ะนะ เอลซ่า ไม่เคยดูอ่อ เลทอิทโก เลทอิทโก้

            ดิ้นจนหลุด คนหัวรั้นก็เดินโซซัดโซเซร้องเพลงไม่เป็นภาษาไปตามทาง

            ดวงตาเรียวรีจดจ้องมองร่างผอมบาง ไม่เจอกันเพียงแค่สองอาทิตย์กลับดูผอมลงไป ไม่ค่อยได้กินข้าวเหรอ หรือว่ากินไม่ลง คนที่ดื้ออยากจะเดินด้วยตัวเองเดินตรงได้แค่ไม่กี่ก้าว ร่างก็เซไปชนกับกำแพง ชนเฉยๆ ไม่พอ ยังหันไปทะเลาะกับกำแพงเป็นเรื่องเป็นราวอีก

            ชินหลุดหัวเราะเมื่อเห็นภาพนั้น ดื้อจริงๆ ให้ตายเถอะ

            พอได้รับสายจากปอนด์ เขาก็รีบตรงดิ่งออกจากบ้านตรงไปยังบ้านของปอนด์ทันที ภาพแรกที่เห็นหลังจากไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่ง คือภาพที่ฝันกำลังนั่งกอดขาเก้าอี้ไม่ยอมปล่อย แถมยังร้องเพลงแบบไม่สนทำนอง จับเพลงนู้นเพลงนี้มาผสมปนเปกันไปหมด จะว่าสงสารก็สงสาร แต่ก็เผลอหลุดขำไปแล้วหลายยก

            กว่าจะถึงห้อง ฝันทะเลาะกับกำแพงไปประมาณสี่รอบได้ คนดื้อพยายามควานหากุญแจในกระเป๋ากางเกง สุดท้ายก็ยอมแพ้ เอาตัวเองไปยืนหัวปักอยู่กับประตูห้อง พร้อมบ่นพึมพำเหมือนกำลังสวดมนต์

            ชินเลยต้องควานหากุญแจจากกระเป๋ากางเกงของอีกคน ไม่นานนักก็พาคนเมาไปนอนพักผ่อนบนเตียงได้ในที่สุด ดวงตาเรียวดุมองคนที่นอนหลับตาพริ้ม พอศีรษะได้สัมผัสกับหมอน คราวนี้หนักกว่าเดิม ฝันพูดออกมาไม่เป็นภาษา จับใจความได้เพียงแค่

            งืม งือ งือ งืม

            พูดอะไรของคุณเนี่ย

            ยิ่งได้ยินยิ่งขำ เพิ่งจะเคยเห็นหลุดมาดขนาดนี้ สรุปแล้วร่างเมานี่เป็นร่างที่แท้จริงหรือเปล่านะ

            ชิบะบอยตรงไปที่ตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าออกมาหนึ่งขวด เขาพยายามควานหายาแก้ปวดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพบเข้ากับถุงยาที่ฝันพกติดตัวประจำ ซ่อนอยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า พอได้ของกู้ชีพครบทุกอย่าง เขาก็นั่งลงข้างเตียง ถอดแว่นตา ป้อนยาป้อนน้ำให้คนที่กำลังงึมงำไม่ได้ศัพท์

            ถือว่าเป็นคนเมาที่ค่อนข้างดูแลง่าย บ่นงุ๊งงิ๊งแต่ก็ยอมกินยากินน้ำแต่โดยดี

            ฝ่ามือของชินสัมผัสลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของฝัน ไล่ฝ่ามือลงมาที่ใบหน้า ลูบไล้ใต้ตาที่บวมช้ำเหมือนผ่านศึกการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง สองอาทิตย์ที่ไม่ได้เจอกัน เขาคิดถึงคนคนนี้ใจจะขาด แต่เพราะเจ้าตัวเหมือนอยากจะอยู่คนเดียว จึงจำเป็นต้องลดความวอแวลงไป กลัวว่าจะทำให้ไม่สบายใจ

            เขาไม่เคยว้าวุ่นใจมากมายขนาดนี้ แค่คิดว่าฝันต้องทุกข์ทรมานคนเดียว ก็รู้สึกแย่จนนั่งไม่ติดที่ สุดท้ายเลยใช้วิธีโยนโทรศัพท์ทิ้งเอาไว้ เล่นเกมตัดคลิปทำงานเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน เขาไม่อยากให้ฝันต้องมารู้สึกว่าเขาฝืนตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึก เขาอยากช่วยแบกรับความเศร้าหมองของอีกฝ่ายเอาไว้ อยากช่วยปลอบประโลม ไม่ใช่ว่าการช่วยกันสองคน มันดีกว่าคนเดียวอย่างนั้นหรอกเหรอ ชินคิดข้อนี้มาโดยตลอด แต่ในเมื่ออีกฝ่ายอยากจะปลีกตัวไปอยู่คนเดียว เพื่อจัดการกับความรู้สึกวุ่นวายใจของตัวเอง ชินก็เคารพในข้อนั้นและยอมห่างออกมา

            ทว่าจากที่ปอนด์เล่า ฝันเองก็ดูว่าจะคิดถึงเขา แถมดูจะฟุ้งซ่านเกินกว่าเหตุด้วยซ้ำ ถึงได้คิดว่าเขาเบื่อ

            คิดมากจังนะเราชินหยิกแก้มใสนั่นเบามือ ก่อนจะสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายลืมตาเปิดขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลอมส้มจดจ้องดวงตาของชินนิ่งงัน จนทำให้คนถูกจ้องต้องขยับปากเอ่ยถาม ตื่นเหรอ

            ฝันไม่ได้ตอบคำถามนั่น คนหัวรั้นขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง ทั้งที่คอยังเอียงไปข้างอยู่

            ละเมอเหรอ? ชินอมยิ้มขำนิดๆ มือกำลังจะดันร่างกายคนเมาให้นอนลง แต่ฝันกลับหันหน้ามาหาเขา

            หืม นอนไปสิ ลุกขึ้นมาทำมะ…”

            ยังพูดไม่ทันจบ มือเรียวสองข้างก็ประกบลงบนหน้าแก้มของพ่อนักแคสเกม ชินเบิกตาโตด้วยความตกใจ รู้ตัวอีกที ริมฝีปากเล็กๆ นั่นก็สัมผัสลงมาบนริมฝีปากของเขาเรียบร้อยแล้ว

            ริมฝีปากนุ่มนิ่มเอาแต่ใจของฝัน จูบที่ไม่ได้ตั้งใจ

            ชิบะบอยหัวใจเต้นรัวจนหูสองข้างอื้ออึง เขาจับไหล่ของคนเมาเอาไว้ ผลักห่างออกจากตัวด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตที่กะพริบมองมา ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆ เพราะพิษแอลกอฮอล์ ยิ่งทำให้ใจสั่น

            ทำอะไรของคุณเนี่ย

            อือ สับปะรด

            คนเมาทำท่าจะพุ่งใส่เขาอีกครั้ง ชินรีบผลักแผ่นอกนั่นด้วยความหวั่นใจ

            ผมไม่ใช่สับปะรด

            ไม่ใช่สับปะรดแล้วเป็นอะไร แอปเปิ้ลมะละกอกล้วยส้มเหรอ กล้วยส้ม กล้วยส้มกล้วยร้องเพลงจบคอก็พับจนหัวจุ่มลงเตียง หลับตาพริ้มเหมือนกำลังหลับฝันดี คงฝันเห็นสับปะรดของโปรดนั่นแหละ

            ชินยังคงนั่งอึ้งกับการกระทำเมื่อกี้ กลิ่นเหล้าที่ติดริมฝีปากของเขา ยังคงเด่นชัด ความนุ่มนิ่มของริมฝีปากใครอีกคน ก็ยังคงชัดเจน เขาจัดการขยับให้ฝันนอนให้เข้าที่เข้าทาง พอห่มผ้าให้เสร็จ จึงขยับตัวลงมานั่งกุมขมับอยู่ที่พื้นข้างเตียง ใบหน้าร้อนจี๋จนแทบไหม้ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาจากอกให้ได้

            เธอแม่ง เมาแล้วอันตรายฉิบหายเลย

           

            ***

            แสงอาทิตย์แยงตา ทำให้คนที่กำลังนอนอยู่ค่อยๆ ปรือตาเปิดขึ้น ฝันใช้เวลาปรับโฟกัสภาพอยู่พักหนึ่ง ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งไปหมด หัวก็ปวดตึ้บๆ เหมือนเอาหัวไปฟาดกับอะไรมา ฝันพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งแต่ร่างกายกลับสู้ไม่ไหว เมื่อคืนเขาดื่มหนักไปหน่อย จำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้ล่าสุดคือคุยกับปอนด์อยู่แล้วหลังจากนั้นภาพก็ตัดไป

            เพราะลุกขึ้นนั่งไม่ไหว ฝันเลยขยับตัวหันไปอีกฝั่ง ดวงตาซุกซนเบิกกว้างเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง เขารีบเด้งตัวถอยกลับด้วยความเร็วแสง

            ผี!”

            ผีอะไรน้ำเสียงทุ้มขึ้นจมูกดังขึ้น เสียงของชิน...

            คุณมือเรียวควานหาแว่นตามาสวมลงบนใบหน้า ภาพตรงหน้าชัดยิ่งกว่าอะไร ชินนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายนั่น ยังเหมือนเดิม อาจจะดูหล่อเหลาเอาการขึ้นเล็กน้อย หรืออาจจะเป็นเพราะคิดถึงมากก็ไม่รู้

            ฝันเหรอ หรือผมยังเมาค้างอยู่ฝันนวดขมับของตัวเองด้วยความมึนงง ชินยื่นมือมากอบกุมมือซ้ายของฝันเอาไว้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาบนมือ บ่งบอกว่าไม่ใช่ความฝัน ชินตัวจริงเสียงจริงนั่งอยู่ตรงหน้าเขา คำถามสารพัดผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

            มาได้ยังไง

            ตอนคุณเมา ปอนด์โทรไปหาผม บอกให้มาหาคุณ

            ห่ะ

            ปอนด์บอก มีคนกำลังจะอกหักตาย

            ไอ้ไอ้คนทรยศ!

            ฝันกร่นด่าน้องปอนด์ในใจ ถึงจะด่าในใจ สีหน้ากลับแสดงออกมาชัดเจนว่ากำลังโทษเจ้าเด็กคนนั้นอยู่

            ไม่ต้องไปโทษน้องหรอก เพราะคุณเองก็ดูหนักเอาการ

            ดวงตาซุกซนหลบสายตาของคนตรงหน้า ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา ฝันมีเรื่องอยากจะถามชิบะบอยมากมาย ชนิดที่ว่าให้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็คงไม่พอ

            แต่ก่อนอื่น สิ่งที่ฝันต้องทำไม่ใช่การถามคำถาม สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งแรกที่อยากพูดเมื่อเจอหน้า

            ขอโทษ ผมไม่ได้อยากหนีห่างจากคุณเลย อย่างที่ผมบอกไป ผมไม่อยากให้คุณมาเจ็บปวดด้วย

            ผมไม่ได้โกรธอะไรนี่

            แต่คุณ เบื่อผมแล้วหรือเปล่าริมฝีปากเรียวเล็กขมุบขมิบส่งเสียงเศร้าออกไป ชินหัวเราะเบาๆ

            ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ

            ก็เราดูห่างเหินกันยังไงไม่รู้

            ไม่ครับ ไม่เบื่อ ถ้ากังวลเรื่องที่ผมไม่ค่อยตอบข้อความหรือไม่ค่อยโทรหา ไม่ใช่เพราะว่าเบื่อนะ แต่เพราะอยากให้คุณได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กลัวว่าถ้าทักไปเยอะๆ แล้วจะไปวอแวคุณเปล่าๆ

            ฝันช้อนสายตามองชินด้วยแววตาลูกหมา

            จริงนะ ผมขอโทษที่ตอบสั้นๆ ห้วนๆ คือผมรู้สึกแย่มากเลยตอนนั้น แบบมันพูดไม่ออก ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนให้พ้นไปวันๆ เลยอาจจะทำร้ายใจคุณไปบ้าง ผมไม่ได้ตั้งใจ        

            ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลนะ ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณ ยังอยู่ครบเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน

            คนหัวรั้นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            แล้วคุณล่ะ ยังรู้สึกแบบเดิมอยู่มั้ยชินถามกลับ แค่คำถามสั้นๆ หน้าคนดื้อก็ร้อนฉ่าขึ้นมาเป็นกระทะทอดไข่

            แบบเดิม

            พอต่างฝ่ายต่างได้ยินคำตอบ ถึงได้ยิ้มออกทั้งคู่

ความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นทุกวัน ก่อให้เกิดความคิดเล็กคิดน้อย และฝันรู้ว่าเป็นเรื่องปกติของทุกความสัมพันธ์ในแง่คนรักกันชอบกัน เริ่มแรกอาจจะดูไม่มั่นคง แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะค่อยๆ พัฒนากลายเป็นสิ่งที่ตัดไม่ขาด

คงเป็นเพราะยังไม่มีสถานะใดระหว่างกัน เลยทำให้ฝันคิดมากขึ้นไปอีกเท่าตัว โดยเฉพาะที่บูมบอกว่า ชินจะใช้สถานะชัดเจนก็ต่อเมื่อมั่นใจเท่านั้น แล้วตอนนี้ล่ะ มั่นใจในตัวเขาหรือยังนะ

ชินขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ฝันเล็กน้อย หยิบยาแก้ปวดหัวยื่นให้พร้อมกับขวดน้ำ คนดื้อรับน้ำและยาไปกินแต่โดยดี

            ความเงียบปกคลุมทั้งสองคน จนกระทั่งชินเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

            คุณโอเคหรือยัง กับเรื่องการแข่ง

            คำถามที่เหมือนไปกระตุ้นต่อมความปวดหนึบในช่วงอก ฝันยิ้มออกมานิดๆ เป็นยิ้มที่ฝืนที่สุดเท่าที่ชินเคยเห็นมา

            โอเคแล้วมั้ง

            โอเคในที่นี้ คือทำใจกับมันได้ พร้อมจะก้าวเดินต่อ หรือว่าช่างมันไป แต่ยังไม่พร้อมจะก้าวไปไหน

            ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนความพยายามที่ทำมาพังเละไม่เป็นท่า เหมือนพยายามโดยเปล่าประโยชน์ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเลยสักอย่าง เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก ทั้งที่อีกแค่ก้าวเดียว ก็จะถึงเส้นชัยแล้ว

            คุณรู้มั้ย ว่าทุกความพยายามมีค่าเสมอ ไม่มีความพยายามไหนไร้ประโยชน์ เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้พยายามทำมันอย่างเต็มที่

            ผมก็เคยคิดแบบนั้น แต่นั่นมันสำหรับคนที่สมหวังไม่ใช่หรือไง

            บนโลกนี้มีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวัง คนทุกคนพยายามหมดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าผลลัพธ์ออกมารูปแบบไหน ถ้าพยายามแล้วสมหวัง นั่นสิถึงคุ้มค่าความพยายาม แต่ถ้าพยายามแล้วไม่สมหวัง มันก็เหมือนวลีตลกๆ ที่พูดกันบ่อยๆ ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามมันก็อยู่ที่นั่นนั่นแหละ

            ผมน่ะ อยากพิสูจน์ตัวเองมาตลอด ว่าผมประสบความสำเร็จ สามารถขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดของวงการนี้ได้ แต่บอกตามตรง ตอนนี้เหมือนร่วงหล่นลงมาจากฟ้าแล้วปีกหัก ผมบินต่อไม่ไหว ไม่รู้จะไปต่อทางไหน รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเป็นบ้า

            ฝัน…” ชินกอบกุมมือของอีกคนเอาไว้ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าอีกฝ่ายไปทัดไว้ด้านหลังใบหู คนเราอ่ะ มีค่าในตัวเองรู้มั้ย คนทุกคนเกิดมามีค่าในตัวเองเสมอ คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ใครเห็นว่าคุณมีค่าเลย

            ฝันนิ่งไป

            คำว่าประสบความสำเร็จเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จมันอยู่ที่คุณจะเลือก อยู่ที่คุณพอใจ แค่ได้คืนดีกับพี่ชาย ได้คุณลุงกลับมา ได้เล่นเกมที่ตัวเองรัก มีความสุขกับชีวิตในทุกวัน แค่นั้นมันก็ถือเป็นความสำเร็จของคุณแล้ว

            แล้วพ่อกับแม่ล่ะ พวกเขาจะรู้สึกแบบนั้นเหรอ ผมอยากพิสูจน์ให้เขาได้เห็น

            สิ่งที่พ่อของแม่ของคุณต้องการจริงๆ อาจจะไม่ใช่การเห็นคุณยืนอยู่บนจุดสูงสุด แต่อาจจะเป็นเพียงแค่ การได้เห็นว่าคุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่บนโลกใบนี้

            สิ่งที่ชินพูด ไม่ต่างอะไรจากที่พี่เฟิร์สพูดเลยสักนิด ทั้งสองคนต่างบอกกับฝันว่า เขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรสักนิดให้พ่อกับแม่ได้เห็น ขอเพียงแค่มีความสุขอยู่บนโลกใบนี้ เท่านั้นก็ดีที่สุดแล้ว

            ถ้าเป็นคนอื่นพูด ฝันคงปล่อยผ่านไปเหมือนกับถ้อยคำพวกนั้นเป็นเพียงแค่อากาศ แต่นี่เป็นคำพูดของบุคคลสองคนที่ต่างสูญเสียครอบครัวไม่ต่างจากเขา

            คุณรู้มั้ย ว่าอะไรทำให้ผมชอบคุณ

            คนหัวรั้นส่ายหน้าพัลวัน

            เพราะคุณเป็นตัวของตัวเองยังไงล่ะ คุณค่าของคน มันไม่ได้วัดกันที่ผลของงาน คุณค่าของคน ไม่ได้วัดที่ผลเงินที่ได้ แต่เพียงแค่คุณเกิดมาบนโลกใบนี้ เพียงแค่คุณลืมตาดูโลก เมื่อนั้น คุณก็มีคุณค่าแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าตัวเองไร้ค่าเลยนะ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมีค่าเสมอ

            ต่อให้ผมจะห่วยแตกมากแค่ไหนน่ะเหรอ

            ใช่ คุณพูดว่าผมช่วยชีวิตคุณ ช่วยดึงคุณขึ้นจากความเศร้า คุณเองก็ช่วยชีวิตผมเหมือนกันนะ

            ชินลูบไล้มือข้างซ้ายของฝัน มือซ้ายที่เป็นแผลเป็น มือซ้ายที่แสนเข้มแข็ง ทั้งที่ตัวเองก็บอบช้ำมามาก ฝันก็ยังเลือกที่จะช่วยเหลือชิน นี่ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้ว ว่าผู้ชายตัวเล็กสวมแว่นตาทรงกลมคนนี้ มีค่าต่อชีวิตของชินมากมายแค่ไหน

            ถ้าไม่มีคุณเข้ามาล่ะก็ ผมคงจะล้มเลิกความฝันของตัวเองไปแล้วเหมือนกัน

            ดวงตาของทั้งสองจดจ้องมองกันนิ่งๆ พอรู้สึกตัวถึงได้เบนหน้าไปคนละทาง ฝันเกาแก้มนิดๆ เพราะเริ่มรู้สึกเขินขึ้นมา คำพูดเหล่านั้นทำให้จิตใจที่ห่อเหี่ยวของเขากลับมามีพลังอีกครั้ง

            ฝันมักคิดว่าตัวเองไร้ค่ามาเสมอ อาจจะเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมา เขามักจะท่องอยู่ในใจว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างให้เป็นชิ้นเป็นอันล่ะก็ จะไม่มีใครยอมรับในสิ่งที่ตัวเขาเป็น จนกระทั่งได้มาเจอชิน

            คนที่ยอมรับทุกอย่าง โดยไม่มีข้อกังขาใดใด

            คนที่ไม่เคยมองว่าการเล่นเกมเป็นเรื่องไร้สาระ คนที่ไม่เคยดูถูกความพยายามของใคร คนที่ต่อให้ฝันดูขี้แพ้สักแค่ไหน ก็ยังมานั่งปลอบนั่งให้กำลังใจอยู่ตรงหน้า ทั้งที่สถานะยังเป็นเพียงแค่คนคุยด้วยซ้ำ

            เคยได้ยินเรื่องราวมามากมาย ว่าคนเรามักจะเดินทางตามหาชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่เข้ากันได้ และฝันมั่นใจ ว่าชินคือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่เขากำลังตามหาอยู่ เป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของชีวิต เป็นส่วนที่ทำให้ฝันรู้สึกว่า

            ต่อให้เขากระจอกแค่ไหน ต่อให้ผิดพลาดมากมายเท่าไร ผู้ชายคนนี้ก็พร้อมจะจับมือเขาเอาไว้ และเดินไปด้วยกัน

            ขอบคุณนะ ตอนนี้ผมโอเคขึ้นแล้วล่ะ

            โอเคจริงๆ นะชินถามย้ำ

            อื้อ โอเคจริงๆ เพราะคำพูดของคุณเลย ผมเริ่มจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมาแล้ว

            ครับชิบะบอยเว้นวรรคไปเล็กน้อย ถ้าอย่างนั้น พร้อมจะฟังข่าวดีแล้วหรือยัง

            ข่าวดี?” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ ชินก้มลงไปกดอะไรสักอย่างบนโทรศัพท์ก่อนจะยื่นมาให้เขาดู

            บนหน้าจอโทรศัพท์ เป็นรายชื่อของผู้เข้าแข่งขันรายการเนชั่นคัพที่ประเทศเกาหลีใต้ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ฝันไล่สายตามองชื่อทีม Lucent Dream และชื่อสมาชิกทีละคน

Boomerang

Goodguyz

JiggohGamer

และชื่อคนที่สี่

Nightmare

หัวใจของฝันแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาเลื่อนลงไปอ่านชื่อตัวสำรองที่ระบุไว้ใต้ชื่อของเขา

ตัวสำรอง Bossunova

ฝันเงยหน้ามองคนที่กำลังยิ้มตาปิดให้กับเขา ไม่ต้องรอให้คนดื้อได้เอ่ยปากถาม ชินก็เป็นคนตอบข้อสงสัย

ผมไปขอร้องพี่บอสให้ช่วยมาลงเป็นตัวสำรองให้ กรณีถ้าคุณเล่นไม่ไหวขึ้นมา

ไม่ใช่พี่บอสอำลาวงการไปแล้วเหรอ

ใช่ อำลาไปแล้ว แต่พอได้ยินเรื่องของคุณ เขาก็ตอบตกลงจะช่วยทันทีเพราะไม่อยากให้โค้ชนนท์ตัดสินว่าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะขึ้นไปนั่งอยู่บนเวทีระดับโลก

แล้วโค้ชนนท์ยอมรับเรื่องนี้เหรอ ดวงตาซุกซนก้มมองมือซ้ายของตัวอย่างไม่มั่นใจ

ครับ ต้องขอบคุณพี่ชายคุณนะ

พี่เฟิร์ส? ทำไมล่ะ

เขาช่วยเข้าไปคอนเฟิร์มพร้อมกับพี่ริน ว่าอาการของคุณหายดีแล้ว เพราะกลัวโค้ชนนท์ไม่เชื่อ ก็เลยเอาข้อมูลทางการแพทย์ไปอ้างอิง เหมือนจะเป็นข้อมูลการตรวจล่าสุดของคุณ

ถึงว่า...ไม่กี่วันก่อนเฟิร์สมาลากให้ฝันไปเช็คสมองที่โรงพยาบาล เขาไม่ได้ขัดขืนเพราะไม่มีอะไรจะเสีย ก็เลยไปแบบตัวเหี่ยวแห้ง ใครจะไปรู้ว่าเฟิร์สจะลงทุนทำเพื่อฝันได้ขนาดนี้ พี่ชายน่ะอคติกับเกมที่ฝันเล่นมากแท้ๆ พอได้รู้ว่าพี่ชายพยายามช่วยเหลือเขาแล้ว ปรอทความรักที่มีให้เฟิร์สก็สูงขึ้นเป็นเท่าตัว ถ้าเจอหน้าครั้งหน้า คงต้องกอดขอบคุณแล้วล่ะ

แล้วโค้ชนนท์ว่ายังไง

เขายอมให้คุณเข้าร่วมทีม เพิ่งตอบตกลงกันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ประจวบเดียวกับที่พี่ชายของคุณโทรมาบอกว่ามือของคุณดีขึ้นมากแล้ว พักอีกแค่สามสี่วัน ก็คงกลับไปเล่นเกมได้

ฝันเม้มริมฝีปากแน่น เขาถอดแว่นตาออก นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ

ความพยายามไม่ไร้ค่าแล้ว ในที่สุด ก็ได้ทำตามความฝันแล้ว

แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงเสียงอู้อี้เอ่ยถาม ว่าผมจะไม่ล้มระหว่างการแข่ง พี่บอสจะมั่นใจได้ยังไง ว่าผมจะไม่ทำพลาดถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นกังวล กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก

ก็พี่บอสมั่นใจ ว่าคุณจะทำได้ และผมเองก็เชื่อมั่น ว่าคุณทำได้แน่นอน

ผมกลัว

หยดน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนแก้มเนียน ถูกนิ้วเรียวของชินปาดออกไป

ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้ไง อยู่ข้างๆ คุณเลย

ชินกดริมฝีปากลงบนหน้าผากของฝัน

ทั้งในฐานะชิบะบอย ในฐานะเพื่อน ในฐานะผู้ช่วยชีวิตของคุณ

“…”

และ...ในฐานะคนรักของคุณ

ฝันชะงักมองคนที่ถอนริมฝีปากออกไป สร้อยเส้นหนึ่งถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อของชิน เป็นสร้อยสีเงินเรียบหรู ที่มีจี้หินสีฟ้าทรงกลมห้อยอยู่ หินสีฟ้าที่แสนคุ้นเคย เหมือนกับหินที่เคยอยู่บนกำไลข้อมือของแม่กาน กำไลที่ฝันทำขาดไปแล้วและมอบให้กับชินเพื่อนำมันไปซ่อม

ชินขยับเข้ามาใกล้ฝัน สวมใส่สร้อยเส้นนั้นไว้ที่ลำคอระหงของอีกฝ่าย ความเรียบง่ายของตัวสร้อย กับสีฟ้างดงามราวกับท้องทะเลของลูกปัดหิน รับกันดีกับสีผิวและลำคอของคนที่สวมใส่ ฝันจับสร้อยเส้นนั้นเอาไว้แน่น

ที่ขอหินไปก็เพราะแบบนี้น่ะเหรอ ใครจะรู้ว่าจะเอาไปทำสร้อย เพียงเพราะแค่ใส่ที่ข้อมือมันไม่ถนัดเวลาเล่นเกม

จะอบอุ่นมากไปแล้ว

ดวงตาสีสวยของชิน จดจ้องมองใบหน้าของฝัน คำพูดที่เอ่ยออกมา ชัดเจนจนหยดน้ำตาร่วงหล่นลงมา

เป็นแฟนกับผมนะ ฝัน

ฝันคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา ตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้วุ่นวายใจ

ต่อให้โลกจะเลวร้ายกับเขามากแค่ไหน

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าการได้พบเจอกับผู้ชายคนนี้

มันเป็นของขวัญที่แสนวิเศษเหลือเกิน

              

 



          // เดินทางกันมา 21 ตอนด้วยกัน ตอนหน้าตอนที่ 22 เนื้อเรื่องหลักจบแล้วนะคะ

          เรื่องนี้จะจบภายใน 24 ตอน ดังนั้นสองตอนที่เหลือจะเป็นตอนพิเศษอำลาเด็กๆ กันแล้ว

          ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มต้น จนใกล้จะถึงบทสรุปสุดท้าย

          หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับตอนนี้นะ

          รักมากเลยค่ะ มาบ่าย ไว้คืนนี้จะมาบอกฝันดีในทวิตเตอร์อีกทีนะ

  

           

           

           

             

 

 

             

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 469 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1191 theskyandsea (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 16:31
    ฮือออออ ดีใจกับน้องมากๆ หลังจากนี้ก็ยิ้มกว้างๆ เลยนะนะคนรอบข้างฝันทุกคนคือน่ารักมากๆ คอยช่วยตลอดเลย
    #1,191
    0
  2. #1149 CallistoJpt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 01:51
    ฮืออออออออ ดีใจกับน้องฝันจริงๆ ที่ในที่สุดความพยายามก็เป็นผลแล้วนะลูก ฝากอ้อมกอดไปกับชินให้น้องฝันนะลูก นี่ร้องไห้ไปกับน้องจนปวดตาแล้ว
    #1,149
    0
  3. #1121 Sivapark (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 09:10
    ฮือออดีใจในที่สุดความพยายามก็ไม่สูญเปล่า ร้องไห้ตาบวมยิ่งกว่าฝันก็ฉันนี่แหละ
    #1,121
    0
  4. #1066 Jinjoo.K (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:33
    ลุ้นกับน้องใจหายใจคว่ำมาตลอด ในที่สุด!!!! ฝันเป็นจริงแล้วน้าา ดีใจกับน้องฝันจังที่มีแต่คนดีๆมากมายรายล้อม
    #1,066
    0
  5. #1041 Ginn28 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 03:18
    ฮือออ ดีใจจริงๆที่ฝันเจอชินน;-;
    #1,041
    0
  6. #1009 Mellowpink (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:31
    ระหว่างทางคือหนักหน่วงมาก
    #1,009
    0
  7. #944 mileyduchess (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:29
    ดีจังเลยนะที่น้องฝันมีแต่คนดีๆ อยู่รอบตัวและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
    #944
    0
  8. #934 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:50
    ฮือออ ในที่สุดดด
    #934
    0
  9. #933 Lolo02 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:19

    ร้องให้หนักมากกกก
    #933
    0
  10. #865 Aubbbbb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:21
    ฮือออน่ารักจัง อบอุ่นมากๆเลยค่ะ
    #865
    0
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #821 พาราได๋_. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 07:33
    อบอุ่นมากกกก
    #821
    0
  13. #817 plumfloral (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:34
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฮีลหัวใจจริงๆ ไม่รู้ไรท์จะจำเราได้ไหม แต่เราเคยคอมเมนต์ในตอนแรกๆของเรื่องนี้ว่าเราก็กำลังพิสูจน์ตัวเอง พยายามทำตามความฝันเหมือนยัยฝันเลย จนดำเนินใกล้มาถึงตอนจบแบบนี้ ก็ยังยืนยันว่าชีวิตฝันเหมือนเรามากๆ ยิ่งตอนที่รู้สึกว่าความพยายามกำลังทรยศเรา และเราก็ทรมานตัวเองด้วยการร้องไห้และทำแบบฝันเหมือนตอนนี้ ช่วงเวลานั้นเราเหมือนนักเดินเรือที่เจอพายุพัดกระหน่ำเข้าหาจนแทบต้านไม่ไหว ตอนที่นึกว่าคงจะจมดิ่งหายไปกับน้ำแล้ว เพราะไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม ไม่รู้จะพิสูจน์คุณค่าอะไรอีกแล้ว แต่สุดท้ายเราก็ยังสามารถประคับประคองตัวเองมาจนถึงตอนนี้ ตอนที่เรือกลับมานิ่งสงบและกำลังพัดไปตามทิศทางของลมอย่างอิสระได้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เรากลับมาเป็นนักเดินเรือที่แข็งแกร่งได้ก็เพราะมีดาวเหนือที่คอยส่องนำทางให้ เปรียบเหมือนเสียงของชินที่ช่วยฝัน เฉกเช่นเดียวกับที่งานเขียนเรื่องนี้ช่วยเรามาเสมอ ทำให้เรามีกำลังใจ และมีทุกๆวันที่ดีเพราะผลงานชิ้นนี้ เราดีใจมากๆที่ได้อ่านทุกตัวอักษร ทุกข้อความที่คุณไรท์พยายามสื่อออกมา ขอบคุณที่พาตัวเองมาแต่งนิยายเรื่องนี้จนใกล้จบ ขอบคุณที่ฮีลตัวเองได้อย่างดีและพาเด็กๆมาถึงตอนนี้ได้นะคะ ตอนนี้เหมือนได้อยู่ในเรือใหญ่ๆกับน้องๆทุกคนในเรื่องนี้ (เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันเลยแฮะ) ทุกคนที่คอยประคับประคอง พาเรือนี้ไปในทิศทางที่ดีและขับได้อย่างสม่ำเสมอ ขอบคุณจริงๆนะคะ สุดท้ายก็ เขินที่ชินขอฝันเป็นแฟนมากเลยค่ะ!! แอแง รักคุณไรท์น้าา
    #817
    1
    • #817-1 jiwinil(จากตอนที่ 22)
      29 มกราคม 2563 / 08:49
      จำได้ค่า ขอบคุณมากเลยนะคะ เราดีใจมากเลยค่ะที่งานเขียนของเราช่วยให้คุณมีกำลังใจ เหมือนกับที่เสียงของพี่ชินช่วยดึงน้องฝันขึ้นมาจากมหาสมุทร แม้แค่เล็กน้อยก็มีความสุขมากๆ เลยค่ะ ถ้าคุณกำลังพิสูจน์ตัวเอง ถ้ากำลังทำตามความฝันอยู่ เราขอเป็นพลังเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณตรงนี้นะคะ อาจจะไม่ได้มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะโอบกอดคุณไว้ แต่อยากให้คุณมีความสุขกับสิ่งที่คุณเป็น ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อน หาอะไรที่มีความสุขเยียวยาจิตใจก่อน แล้วค่อยออกไปทำตามความฝันกันใหม่นะ พายุมันไม่อยู่นานหรอกค่ะ มันอาจจะหนักในแต่ละครั้ง ทำให้เรือมันโคลงเคลง แต่จับมันไว้แน่นๆ นะคะ พายุมันจะหายไปในไม่ช้า และเราหวังว่าถ้าพายุลูกนั้นหายไป คุณจะมีความสุขกับทะเลที่สวยงามนะคะ รักมากๆ เลยค่ะ
      #817-1
  14. #815 Red_Bunny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 11:00
    เยียวยาหัวใจสุดๆ ขอบคุณค่ะไรท์! <3
    #815
    0
  15. #814 Tualek_Orp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 08:59
    เสียน้ำตาไปหลายหยด ลุ้นให้ฝันลุกขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายฝันก็ทำได้แล้ว พร้อมข่าวดีและถูกคนที่ชอบขอเป็นแฟน เขาเป็นแฟนกันแล้ว เย้ๆๆๆ
    #814
    0
  16. #813 ttbluewp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 02:32
    น้องฝัน say yes ค่ะ แงๆๆๆๆๆ คนรอบตัวฝันคือดีทุกคนอะดีใจด้วยจริงๆ
    #813
    0
  17. #812 Hello B. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 02:25
    สุดยอดเลย มันมากกว่าการที่ได้รักกัน แต่การเจอกันของเขาทั้งสองคนมันเกื้อกูลกันในแบบที่อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย คนที่มีอุปสรรคต่างกันแต่กลับสามารถช่วยเหลือกันและกันได้สมบูรณ์ มันพอดิบพอดีไปหมด ;_; นี่ร้องไห้จริงๆ นะเนี่ย ชอบมากเลยค่ะ
    #812
    0
  18. #811 Shi Lee HongYeon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 01:11
    ฮืิออออออออ ดีจังเลยค่ะ เมดมายเดย์เลย
    #811
    0
  19. #810 myyirbb:) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:53
    ฮือออยิ้มเยอะๆนะคะคนเก่งง รู้สึกเบาใจเลยค่ะ
    #810
    0
  20. #809 duckjynoey (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:33
    รู้สึกตาบวมๆเหมือนฝันเลยแงงๆๆๆอินๆๆๆ
    #809
    0
  21. #808 amcb614_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 22:53
    อบอุ่นจังเลยนะชิบะบอยเนี้ย ดีใจมากเลย อยากให้น้องฝันมีความสุขเยอะๆ กลับมาร่าเริงได้แล้วนะคนเก่ง รักน้องฝันมากๆ ดูแลน้องฝันให้ดีๆนะเจ้าชิบะบอย
    #808
    0
  22. #807 นูน่าของคยองซู (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:25
    เค้าเป็นแฟนกันแล้ววววววว แงงงงงงงง
    #807
    0
  23. #806 +++DOUBLE B++++ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:22
    เยยยยยย้ ฝันได้แข่งแล้วววววววว
    #806
    0
  24. #805 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:01

    อยากบอกว่าไม่ทันเข้ามาอ่านแรกๆ ติดเรียนค่ะ(//เป็นเศร้า) ตอนนี้เป็นตอนที่เหมือนเล่นโรเลอร์โคสเตอร์เบย น้ำตาคลอก็มา เศร้าก็มา แพพๆก็ให้พักหายใจแล้วดิ่งขึ้นเลย บ้าจริง!มีความสุขแทนน้องฝันล่ะอ่ะ อีกสักนิดจะเป็นไบโพลาร์แล้ว555
    #805
    0
  25. #804 Thnoon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 20:38
    รู้สึกอบอุ่นหัวใจสุดๆเลยยย~>^<
    #804
    0