Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 19 : Chapter 18 :: Let's walk together

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    28 ธ.ค. 62


Chapter 18

Let’s walk together

 

            อย่ามาจับ

            “ผมอยากจับพี่ตายล่ะ

            “เร็วๆ คนอื่นรออยู่

            เสียงงุ๊งงิ๊งดังมาจากพี่น้องต่างสายเลือดในหลืบมุมของห้องซ้อม ฝันหันมองผู้ชายสองคนที่มีบุคลิกละม้ายคล้ายกันแต่ช่วงอายุห่างกันหลายปี หนึ่งคนเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลาย กลุ่มผมสีดำสั้นถูกซ่อนไว้ใต้หมวกแก๊ปสีดำ ดวงตาเฉี่ยวดุ สวมเสื้อฮู้ดสีดำที่ดูเหมือนจะเป็นตัวโปรด อีกหนึ่งคนกลุ่มผมสีดำขลับ ความยาวที่พอดีเผยให้เห็นเรียวคิ้วสวย ใบหูใหญ่ และดวงตาเรียวดุ เป็นเวอร์ชั่นที่โตขึ้น สวมชุดสบายๆ อย่างเสื้อยืดกางเกงวอร์ม

            การทดสอบเริ่มต้นในตอนเช้าตรู่ นาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์บอกเวลาหกโมงเช้า ทุกคนประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อรอการมาของสมาชิกคนที่สี่ เชนเป็นรายแรกที่จะโดนทดสอบเพราะต้องไปโรงเรียนตอนแปดโมง อันที่จริงฝันไม่คิดว่าเชนจะโดนทดสอบเลยสักนิด ดูจากความนิ่ง ความสุขุมเมื่ออยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก เรียกได้ว่าเย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกขนาดนี้ คนที่โดนทดสอบดูจะเป็นสมาชิกทีมลูเซนท์ดรีมมากกว่า

            เชนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างฝัน สวมหูฟังลงบนลำคอ ภาพของเด็กข้างตัวทำให้ฝันจินตนาการถึงช่วงที่ชินเริ่มเล่นเกม ช่วงชินเด็กๆ คงไม่ต่างอะไรจากเด็กคนนี้มากนัก ทั้งท่าทาง ความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่เถรตรง ต่างที่เวลาชินเล่นเกม ชินจะดูสนุกสนานไปกับมัน ส่วนเชนดูจริงจัง แผ่รังสีความอึดอัดออกมาจนเขารู้สึกได้ ราวกับถ้าทำอะไรผิดไป เด็กคนนี้จะต้องหันมาตวาดใส่เขาแน่นอน

            ผมบอกไว้เลยนะพี่ฝัน

            “บอกว่า?”

            “ที่มาวันนี้เพราะพี่ชินขอร้อง ผมเล่นทีมไม่ได้

            “ลองดูสิ ไม่ลองจะรู้ได้ยังไง

            “เดี๋ยวพี่ก็รู้ ว่าเพราะอะไร

            เมื่อทุกอย่างเข้าที่ การทดสอบของเชนจึงเริ่มต้นขึ้น

            ความยากของการซ้อมคือพวกเขาไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ในสนามรบที่ไร้กฎกติกา ผู้คนสามารถทำอะไรตามใจก็ได้ ไม่ว่าจะฆ่าตัวตาย โยนเกม ปล่อยตัวทิ้ง หรือแม้กระทั่งนอนแอบอยู่ในบ้านเพื่อรอฆ่าเหยื่อที่หลงเข้าไป และนั่นส่งผลให้มันท้าทายกว่าการแข่งที่มีกฎกติกาชัดเจนว่า ต้องออกไปฆ่าคนเพื่อทำแต้ม

            ฝันมักจะผ่อนแรงลงเวลาซ้อม เพราะรู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เขาแค่ทำให้เต็มที่ คิดซะว่ามาดูเทคนิคใหม่ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการแข่ง แต่ไม่ใช่สำหรับเชน เด็กที่ต้องการเป็นที่หนึ่งในทุกด้าน

            ต่อให้เป็นแค่การเล่นเกมตู้ หรือแม้แต่ตู้คีบตุ๊กตา เชนก็ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ

แรกเริ่ม ทุกอย่างดูเป็นไปได้ดี เชนยังอยู่ในระยะที่ฝันมองเห็นได้ ทุกคนไม่แยกจากกัน ฝันเป็นฝ่ายนำและคอยบอกทิศทางให้ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวงบีบครั้งที่สาม และโก๋โดนยิงตายไปเพราะความประมาท

พอเข้าสู่ช่วงกลางเกม เชนไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป ตอนนี้เชนเหมือนกับสัตว์ป่า ที่ไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆ ใช้เพียงสัญชาติญาณของตัวเองในการเอาตัวรอด และมีเป้าหมายในการขย้ำเหยื่อผู้อ่อนแอเพียงอย่างเดียว กายหันมองหน้าฝัน เมื่อเห็นตัวละครของเชนวิ่งห่างจากทั้งสองคนออกไปเรื่อยๆ แม้ฝันจะบอกให้รอ เชนก็ไม่ฟัง เจ้าเด็กชอบเป็นที่หนึ่งพุ่งตรงไปยังกลางสมรภูมิรบ ปล่อยให้ฝันและกายพยุงกันสองคน

เชน กลับมาก่อน วิ่งไปคนเดียวเดี๋ยวไปช่วยไม่ทันนะ

            ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ความอึดอัดตีตื้นขึ้นมาจนฝ่ามือของฝันชื้นเหงื่อ การเล่นกับเชนทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้สึกอึดอัดกันไปหมด โดยเฉพาะคนที่พลาดตายไปอย่างโก๋ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูด โก๋ยังคงนั่งนิ่งแถมยังหน้านิ่วคิ้วขมวด กายและฝันยังคงเล่นต่อให้เต็มที่ แม้ว่าเชนจะตัดขาดจากวงสนทนาไปแล้ว

ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง เกมแรกก็จบลง เชนเพียงคนเดียวเก็บไปเกือบยี่สิบศพ

            ฝันมองเลขหนึ่งที่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอ พลางหันมองโค้ชทีที่ยืนขมวดคิ้วเป็นโบว์อยู่ด้านหลัง ส่วนเชนนั้น เมื่อไฟติดครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สองจึงโหมแรงขึ้น หยุดไม่ได้อีกต่อไป

            เกมที่สองหนักกว่าเกมแรก เชนกระโดดลงจากเครื่องบินแยกจากสมาชิกทีม วิ่งเดี่ยวไปคนเดียว ความมั่นใจของเด็กหนุ่มเต็มร้อย ไม่สิ ฝันว่าเกินร้อยไปแล้ว นอกจากประสาทสัมผัสจะไวเกินคนปกติ ยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่ดูคล้ายคลึงกับปอนด์

จำได้เหรอว่ามีคนลงกี่คนฝันได้ยินคนข้างตัวนั่งพึมพำนับจำนวนคนที่ฆ่าลงไปในบริเวณรอบข้าง เชนพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบรับ

เท่าที่ฝันนั่งสังเกต เชนสามารถจดจำทุกอย่างได้เพียงแค่มอง จำได้ว่าที่ตรงนี้มีคนลงกี่คนโดยไม่ต้องนั่งนับ จำได้ว่าแผนที่ส่วนนี้มีที่ราบ ที่สูง แม่น้ำ หรือต้นไม้ ก้อนหินตรงไหนใช้เป็นประโยชน์ได้บ้าง ประมวลผลด้วยความรวดเร็ว ทำให้สามารถหลบหลีกศัตรูได้อย่างคล่องแคล่ว

            สุดยอด ฝันยกนิ้วให้เด็กผู้ชายคนนี้เลย เปรียบเทียบกับพวกตัวละครในเกมแนววางแผน เชนคงจะเป็นหนึ่งตัวที่มีสกิลหรือความสามารถโกงที่สุดในบรรดาตัวละคร ถ้าเล่นโซโล่ เชนคงจะขึ้นไปอยู่แถวหน้าในวงการอีสปอร์ตได้อย่างรวดเร็ว คงกลายเป็นผู้เล่นในตำนานอีกคนที่หาตัวจับยากพอๆ กับบอสสึโนว่า

            แต่ถ้าเล่นทีมล่ะก็

            เจ๊งแน่นอน

            การเล่นทีมต่างจากการเล่นเดี่ยวค่อนข้างมาก การเล่นเดี่ยวต้องดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด เอาตัวรอดโดยไม่ต้องแคร์คนอื่น ตัดสินใจเองได้ไม่ต้องฟังใคร แต่เมื่อเล่นทีม ต้องลดทุกจุดลงให้พอดีกับสมาชิกในทีม หันมาโฟกัสการสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม แคร์เพื่อนร่วมทีม ตัดสินใจไปพร้อมกัน และต้องใช้ศักยภาพของตัวเองช่วยเหลือคนในทีมให้ไปตลอดรอดฝั่งด้วยกัน

            เพราะฉะนั้น ถ้าให้ฝันเลือกระหว่างเชนและบูม แน่นอนว่าตราชั่งเอียงไปทางบูมที่เคยผ่านการเล่นทีมมาก่อน

            การทดสอบจบลงภายในสี่เกม ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง เชนถอดหูฟังออก ใบหน้าเรียบตึงไร้การแสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ เด็กหนุ่มหันไปเผชิญหน้ากับโค้ชที และคนพี่ที่ขอร้องให้ลองมาทดสอบในวันนี้ โค้ชทีตบไหล่ของเชนเบาๆ

            พี่ไม่ได้ว่าว่าเราไม่ดีนะ แต่…”

            “ผมรู้ว่าผมเล่นดี และผมรู้ว่าผมคงไม่ได้เข้าร่วมทีมเชนโพล่งออกมา ไม่ได้มีท่าทีเสียใจอะไร พี่ก็เห็น ผมไม่สนว่าใครจะตาย สิ่งเดียวที่ผมสน คือผมต้องเป็นผู้ชนะ

            “แล้วจะเล่นโซโล่ไปตลอดหรือไง การเล่นทีมมันเปิดโอกาสหลายๆ ด้านนะชินเอ่ย

            ถ้าทำได้ก็จะทำ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ พี่อยากให้มา ผมก็มาแล้ว

            เชนทำท่าจะลุกจากเก้าอี้ ฝันรีบคว้าแขนของเด็กหนุ่มเอาไว้ ดวงตาสดใสจ้องมองเด็กตรงหน้า ฝันรู้ว่าเด็กคนนี้ปากร้าย พูดจาอะไรไม่ค่อยเข้าหู การกระทำทุกอย่างก็ดูแข็งตึงไปหมด แต่ความจริงแล้วเชนเป็นเด็กที่จิตใจดี แค่แสดงออกมาไม่เก่ง

            ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นทีมไม่ได้ วันนี้เล่นไม่ได้ อาจจะเพราะเล่นโซโล่จนคุ้นชินมาตลอด แต่วันหน้าถ้าได้ฝึกฝนต้องเล่นได้แน่ ถ้าวันหนึ่งโอกาสพุ่งเข้ามาหา อย่าทิ้งมันไปซะล่ะ ไม่อย่างนั้นเสียดายตายเลยนะ

            เด็กหนุ่มจดจ้องมองคนพี่นิ่งงัน

            อือ ถ้ามีโอกาสน่ะนะ

มีอยู่แล้ว เล่นเก่งขนาดนี้

พี่ต่างหากที่เก่ง ผมนับถือคนที่เล่นทีมแล้วต้องคอยระวังให้คนอื่นไปด้วย เพราะผมทำไม่ได้ ยิ่งต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลัง ยิ่งเล่นไม่ได้เข้าไปใหญ่

แล้วถ้าคนคนนั้นเป็นคนสำคัญล่ะ เชนจะคอยระวังหลังให้เขาหรือเปล่า

การที่ฝันเลือกเล่นทีม หนึ่งคือต้องการสานต่อความฝันสูงสุดของตัวเอง และสองคือการพาเพื่อนและน้องไปนั่งบนเวทีระดับโลกด้วยกัน เพราะแบบนั้นการช่วยสนับสนุนกันและกัน เพื่อให้แต่ละคนแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ

การได้ไปอยู่ในสถานที่ที่มีความหมายด้วยกัน มันย่อมดีกว่าการไปคนเดียวอยู่แล้ว

ฝันมองเด็กที่เงียบลงไป เขาตบแขนเจ้าเชนสองสามที ถ้าวันหนึ่งเชนเจอคนที่อยากปกป้อง พี่ว่าเชนก็ทำได้ ที่พี่เล่นทีมเพราะอยากพากายพาโก๋ไปแข่งระดับโลกด้วยกัน ดังนั้นถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ พี่จะไม่ปล่อยให้เพื่อนตายเด็ดขาด

เชนยิ้มนิดๆ ให้กับคำพูดของฝัน

ผมถึงบอกไง ว่าพี่น่ะเก่ง

รอยยิ้มแรกของเด็กหนุ่มปรากฏบนใบหน้า ทำเอาคนมองถึงกับชะงักไป ฝันเกาคอแก้เก้อ เขาพ่ายแพ้จริงๆ พวกมนุษย์หน้าตายแบบนี้ พอเวลายิ้มปุ๊บ ราวกับกำลังทำลายล้างโลกทั้งใบ เหมือนกับชินไม่มีผิด พอพูดถึงชิน ขนก็ลุกเกรียว เริ่มรู้สึกหนาวไปถึงไขสันหลัง เหมือนโดนสายตาดุดันจับจ้อง ฝันค่อยๆ หันไปมองชิน ดวงตาเรียวจ้องมองมา สายตาดุๆ นั่นสื่อความหมายเป็นเชิงว่า

เดี๋ยวจะโดนดี

แหะๆ ก็แค่เผลอเคลิ้มกับรอยยิ้มไปหน่อย ฝันไม่ผิดสักหน่อยที่เชนในบางมุมดูคล้ายกับชินมาก

ถ้าอย่างนั้น ผมไปนะ เดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน พวกพี่ก็สู้ๆ ล่ะ ผมจะคอยเชียร์

ขอบคุณที่มานะครับกายโค้งศีรษะให้คนน้องอย่างมีมารยาท

เชนโค้งศีรษะตอบให้กับกาย รวมถึงโก๋ เจ้าเด็กม.ปลายตบบ่าฝันเป็นการบอกลา ไม่วายหันไปแลบลิ้นใส่ชินที่นั่งกอดอกหน้าบูดอยู่ไม่ไกล พอได้กวนอารมณ์เจ้าของบ้านเสร็จ เชนจึงเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เก้าอี้ข้างตัวฝันว่างเปล่าอีกครั้ง

ฝันมองตามแผ่นหลังกว้างๆ ของเด็กนั่นจนกระทั่งลับสายตา เขารู้สึกเสียดายเสมอ เวลาเจอผู้คนที่มีพรสวรรค์แต่พรสวรรค์นั้นกลับไม่ได้นำมาใช้ ยกตัวอย่างเช่นปอนด์ หรือ เชน ในกรณีเชน ฝันไม่ได้คิดว่าน้องเลือกทางไม่ถูก เด็กคนนั้นแค่ยังไม่รู้ว่า การเล่นทีมมันมอบโอกาสมากมายให้ ทั้งโอกาสได้เข้าร่วมทีมชาติ โอกาสได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมดังๆ โอกาสมีสปอนเซอร์สนับสนุน

            อย่างไรก็ตาม การเล่นเดี่ยวไม่ใช่ไม่ดี โอกาสเติบโตอาจจะน้อยกว่าทีมสักนิดหน่อย คนเล่นเดี่ยวส่วนมาก ต้องเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ ต้องพยายามผลักดันตัวเอง ขวนขวายหารายการแข่งด้วยตัวเอง เหมือนอย่างที่ฝันเคยเป็นในอดีต  

            บูมมาหรือยังโค้ชทีเอ่ยถามเมื่อยังไม่เห็นบูมโผล่มาที่บ้าน กายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กำลังจะกดโทรออก ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา ดวงตาเรียวรีเป็นสิ่งแรกที่ฝันเห็น สิ่งที่สองคือ

            “พี่ไปโดนใครชกมาเนี่ย!”

            ใบหน้าของบูมช้ำห้อเลือดเป็นจ้ำบริเวณหางคิ้ว โหนกแก้ม และมุมปาก บาดแผลดูเหมือนเพิ่งโดนชกมาหมาดๆ เด็กตรงหน้าส่งเสียงหัวเราะฝืดๆ ออกมาจากลำคอ พลางขยับเข้ามาในห้อง

            ขอโทษที ผมแวะไปเอาของที่บ้านเก่ามา เมื่อกี้ใครอ่ะ โคตรคล้ายพี่ชิน...

            บูมพูดถึงเชนที่เพิ่งเดินออกไป ไม่วายเอาเด็กคนนั้นมาเปรียบกับเจ้าของบ้าน คนถูกกล่าวถึงขมวดคิ้วตึง ดูจากความไม่พอใจนั่น คงไม่ชอบให้เอาตัวเองไปเปรียบกับเชนสักเท่าไร คนน้องรีบเปลี่ยนคำพูด

            ชินจังอ่ะ หน้าเหมือนชินจังเลย ว่ามั้ย

            ฝันเกือบจะหลุดขำออกมาเมื่อเห็นบูมดริฟท์กลับหลังแทบไม่ทัน

            น้องที่มาทดสอบอ่ะกายตอบ

            “แล้วได้ร่วมทีมหรือเปล่า

            เจ้าเด็กมาร์ชเมลโล่วส่ายหน้าไปมา

            “ว่าแต่บ้านเก่าคือบ้านไหนโค้ชทีโพล่งถามขึ้น ระหว่างเข้าไปสำรวจใบหน้าฟกช้ำของเด็กตาแหลม

            บ้านที่อยู่กับทีมเลเจนด์ครับ

            “โหดกันจังวะ พวกไอ้ซีทำเหรอ

            “จะมีใครอีกล่ะพี่บูมหัวเราะขำ น้องละสายตาจากโค้ชที หันไปมองชินที่นั่งกอดอกขมวดคิ้ว บูมทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างกับคนพี่ ก่อนจะเมินไปทำเอาชินหัวคิ้วกระตุก ขาสองข้างของเด็กแสบก้าวฉับๆ เดินตรงมายังที่นั่งด้านข้างฝัน ทิ้งตัวนั่งลงแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เจ้าเด็กตาแหลมหันมาส่งยิ้มให้กับฝันและกาย

            พี่โอเคหรือเปล่า ทำไมโดนชกมาแบบนี้ล่ะกายถามด้วยความเป็นห่วง

            โอเค มันจบแล้วล่ะ

            “จบแล้ว?” ฝันเลิกคิ้ว

            ครับ ผมปรึกษาพี่บอสมา พอดีสัญญาของผมใกล้จะหมดแล้ว ก็เลยตัดสินใจฉีกสัญญาทิ้งเลย

            “ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นนักแข่งไร้สังกัดแล้วสิ

            ครับ ตอนนี้ผมเป็นนักแข่งอิสระ จะแข่งในนามทีมไหนก็ได้บูมต่อคีย์บอร์ดและเม้าส์ของตัวเองเข้ากับคอมพิวเตอร์ พลางหยิบหูฟังขึ้นมาสวมเพื่อเตรียมพร้อม

            คงตัดขาดจริงจังแล้วสินะ ดูจากสภาพโดนชกซะหน้าช้ำมาขนาดนี้ อีกฝ่ายคงไม่พอใจมากแน่ๆ

            บูมเองก็คงเสียใจไม่มากก็น้อยหรอก ทีมเลเจนด์เป็นทีมที่บูมรักไม่ต่างจากครอบครัว การต้องออกจากครอบครัวที่ตัวเองอยู่มาหลายปี ผูกพันกันมานาน เป็นใครก็ต้องเสียใจ แม้ปากจะบอกว่ามันจบแล้ว ฝันยังแอบเห็นแววตาของน้องวูบไหวเมื่อพูดถึงทีมเก่า ฝันเองไม่รู้ว่าบูมกับทีมมีปัญหาอะไร แต่ถ้ามันเป็นปัญหาคาใจ ตัดทิ้งไปก็คงเป็นเรื่องดี การเริ่มต้นใหม่ในที่ที่สบายใจกว่า มันไม่ใช่เรื่องแย่เลยแม้แต่นิด

            ถ้าอย่างนั้น เริ่มกันเลย

            สิ้นคำสั่งของโค้ชที การทดสอบของบูมก็เริ่มต้นขึ้น

            การเล่นค่อนข้างติดขัดเล็กน้อย เพราะสไตล์การเล่นของทีมเลเจนด์ ต่างกับสไตล์การเล่นของทีมลูเซนท์ดรีมอยู่มาก การเล่นของทีมเลเจนด์จะเน้นการเคลื่อนที่ว่องไว จัดการศัตรูอย่างเฉียบคม บุกตะลุยไปข้างหน้าโดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งไหน ต่างจากการเล่นของทีมลูเซนท์ดรีมที่เน้นความรอบคอบเป็นหลัก

            มีหลายครั้งที่ระหว่างการเล่น บูมแยกตัววิ่งออกไปคนเดียว แต่เพราะรู้หลักการเล่นแบบทีม บูมจึงพยายามวิ่งกลับมาสมทบกับทีมทุกครั้ง

            เอาแบบนี้ดีกว่า บูมพยายามเกาะติดกับกาย เดี๋ยวพี่จะอยู่กับโก๋เอง

            “จริงๆ แล้วในความเห็นของผม ผมอยู่กับพี่โก๋น่าจะดีกว่า บูมค้าน

            ทำไมล่ะ

            “ผมค่อนข้างชินกับการเล่นคู่กับมือสไนเปอร์อย่างพี่บอส ถ้าเป็นพี่โก๋ น่าจะคล่องตัวกว่า

            “โอเค งั้นเอาตามนั้น

            นี่แหละ บรรยากาศที่ฝันต้องการ บรรยากาศที่มีใครสักคนคอยขัดคำพูดของเขา ริมฝีปากเล็กๆ ระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ปกติแล้วนอกจากปอนด์ กายและโก๋ไม่ค่อยจะท้วงติงคำพูดของฝันเท่าไร ฝันเองก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องหรือเปล่า จึงต้องคอยให้ปอนด์แนะนำอยู่เสมอ พอปอนด์ไม่อยู่ กลายเป็นว่าไม่มีใครคอยขัด กายและโก๋เอาแต่ตามฝัน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดี การเล่นทีมต้องช่วยกันดู ช่วยกันสอดส่อง ถ้าเอาแต่ตามคนที่เปรียบเสมือนหัวหน้าทีม เกิดฝันตัดสินใจพลาดขึ้นมา เขาคงรู้สึกไม่ดี

            “บูมเอาคูณสี่มั้ย

            “เอาๆ พี่โก๋เอาคาร์มั้ย

            “เอา แล้วเราจะเล่นอะไร

            “เล่นได้ทุกปืนแหละพี่ สไนเปอร์ก็เล่นได้ ไรเฟิลก็เล่นได้

            โก๋เริ่มพูดคุยกับเด็กข้างตัวเป็นธรรมชาติมากขึ้น การเล่นจากที่ติดขัดเริ่มจะลื่นไหลขึ้นเรื่อยๆ

            ฝันคอยสังเกตความถนัดของบูม บูมเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์อย่างที่เคยได้ยินชื่อมา เจ้าเด็กตาแหลมคนนี้สามารถเล่นปืนได้สองประเภทอย่างไม่มีติดขัด ทั้งปืนไรเฟิลจู่โจม และปืนสไนเปอร์ แต่จะถนัดไรเฟิลจู่โจมแบบฝันและกายมากกว่า ข้อดีของบูมคือประสาทสัมผัสเร็วไม่ต่างจากกายหรือเชน ดูท่าจะเร็วพอๆ กับเชนด้วย เคลื่อนไหวว่องไว ยิงแม่นยำ ส่วนข้อเสียคือ บูมไม่รู้จักวิธีเล่นแบบยืดหยุ่น

            เลเจนด์เป็นทีมที่เล่นตามแบบแผน ต้องตรงเป๊ะเป็นไม้บรรทัดสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐาน พอมาเล่นกับทีมที่ยืดหยุ่น ไม่จำกัดว่าจะต้องเดินแพทเทิร์นเดิมตลอด ทำให้บางครั้งบูมหลุดโฟกัส คงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักนั่นแหละ

            สามเกมผ่านไป ฝันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับบูม มันไม่ใช่สิ่งผิดปกติที่ออกแนวเลวร้าย ทว่าเป็นสิ่งที่ฝันไม่คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะมีมัน

            พี่ฝัน รอผมก่อน

            กายและโก๋ถูกฆ่าตายไปแล้ว มีเพียงฝันและบูมที่ยังเหลือรอด เลขบนมุมขวาบ่งบอกว่ามีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่หกคน และดูเหมือนว่าสี่คนที่เหลือนั้นจะเป็นทีมเดียวกัน เพราะฉะนั้นหมายความว่า ฝ่ายฝันเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ฝันโดนยิงล้มอยู่หลังรถ พยายามเอาตัวเองไปซ่อนไว้หลังล้อรถ ไม่อย่างนั้นจะโดนยิงจากช่องว่างด้านล่างรถเอาได้ บูมที่วิ่งแยกออกไปทางซ้ายพยายามวิ่งกลับมาหาฝัน

            พี่บูม ระวัง มันอยู่บนบ้าน

            ‘ปังๆๆๆ

            บูมไม่ได้ยิงคนบนบ้าน แต่ยิงคนทางด้านซ้ายที่แอบอยู่หลังต้นไม้ตายไปได้หนึ่งคน ดวงตาซุกซนของฝันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สาบานว่าเมื่อกี้ฝันมองด้านซ้ายรอบคอบแล้ว แต่ไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่

            “ซ้ายมีเหรอกายเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ พอได้ยินคำถามของน้อง ฝันเลยรู้ว่าตัวเองไม่ได้พลาด เพราะเขามั่นใจมากว่าด้านซ้ายไม่มีคน

            เพิ่งเห็นเมื่อกี้ เหมือนเพิ่งจะวิ่งมาสมทบกับเพื่อน เลยแอบอยู่หลังต้นไม้

บูมเมอแรงรีบวิ่งตรงมาชุบชีวิตฝัน ก่อนจะวิ่งกลับไปด้านซ้ายที่ปลอดคน เสียงปืนดังมาจากในบ้านระหว่างที่ฝันกำลังเติมเลือด ฝันหันไปมองเด็กข้างตัว ริมฝีปากของบูมกำลังพึมพำอะไรบางอย่าง ถ้าฝันไม่ได้หูฝาดไป เหมือนจะได้ยินบูมพูดประมาณว่า

            บ้านหนึ่ง บนหนึ่ง กำแพงขวาหนึ่ง

            “มองเห็นสามคนเลยเหรอฝันถาม ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่บูมดูเหมือนจะเห็นอะไรที่ฝันมองไม่เห็น เขามองเห็นแค่บนบ้านหนึ่งคนที่ยิงกายตายไปเมื่อกี้ อีกสองคนมองไม่เห็นเลย

ตามปกติแล้ว สายของคนเราจะโฟกัสเพียงแค่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เราไม่สามารถมองเห็นศัตรูในระยะอื่นพร้อมๆ กันได้ อย่างเช่นซ้าย ขวา หรือด้านหลังสิ่งกีดขวาง ซึ่งนั่นเป็นขีดจำกัดของมนุษย์

            นอกซะจากมองแวบเดียวก็จำได้ ว่าใครอยู่จุดไหน ซึ่งนั่นต้องใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการจดจำ ถ้าคนคนนั้นไม่ได้มีความสามารถเหมือนกล้องถ่ายรูปอย่างปอนด์ล่ะก็ ไม่มีทางทำได้แน่ ยิ่งถ้าอีกฝ่ายไม่ขยับ ก็จะยิ่งมองยากขึ้นไปอีก หรือในอีกกรณีคือมองลงมาจากที่สูง ว่าศัตรูมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ไปจุดไหน

ผมจำแล้วก็ลองคาดคะเนดูคร่าวๆ มั่นใจสองคน อีกหนึ่งคนมั่นใจประมาณเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์

อยู่ตรงไหนบ้าง

บนหนึ่ง ล่างหนึ่ง กำแพงขวาหนึ่ง

ทำไมถึงคิดว่าข้างล่างมีคนล่ะ

ถ้าอยู่บนบ้านสองคนจะเสียเปรียบตอนเราวิ่งเข้าบ้าน ก็เลยให้หนึ่งคนอยู่ด้านล่าง หนึ่งคนอยู่ด้านบน อีกหนึ่งคนอยู่ด้านขวาแน่นอนเพราะผมเห็นหมวกขยับอยู่เมื่อกี้

แล้วถ้าไม่ใช่แบบที่คิดล่ะ

ถ้ากลับกลายเป็นว่าสองคนอยู่ด้านบน ส่วนอีกคนวิ่งหนีไปจากกำแพงแล้วล่ะ

ถ้าไม่ใช่แบบแรก ความเป็นไปได้แบบที่สองคือเขาจะต้องออกมาจากบ้าน เพราะวงบีบหาเรา ดังนั้นเขาจะไม่วิ่งออกทางหน้าบ้านเพราะเห็นเรา แต่จะวิ่งอ้อมจากทางด้านหลัง และเขาจะไม่วิ่งออกมาทางซ้ายเพราะเพื่อนเขาตายไปแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องวิ่งไปสมทบกับเพื่อนที่อยู่ด้านขวาหลังกำแพง

แล้วถ้าไม่ใช่แบบที่สองอีกล่ะ

แบบที่สามคือเขาเลือกจะไม่ขยับจนกว่าเราจะขยับ หรือแบบที่สี่ เขาเลือกที่จะปะทะเราเพราะเชื่อว่าเอาเราอยู่ บวกกับเรามีจำนวนน้อยกว่าเขา ซึ่งเขาคิดผิด เพราะถ้าเขาวิ่งออกมา ผมจะฆ่าเขาได้หนึ่งคน ระยะเวลาโหลดกระสุนนัดต่อไปจะมีเวลาให้เขาวิ่งได้นิดหน่อย แต่พี่ฝันจะเก็บเขาได้ ดังนั้นก็จะเหลือสองต่อหนึ่ง และเขานั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

โฮ่โก๋ถึงกับร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง บูมฉีกยิ้มร้ายๆ เหมือนพวกตัวโกงในการ์ตูนที่มั่นใจว่าจะเอาชนะพระเอกได้แน่ ทำเอาฝันขนลุกซู่ไปหมด

ไม่ว่าจะทางไหนก็จนมุมอยู่ดีนั่นแหละ

ไม่ผิดจริงๆ แม้จะไม่ชัดเหมือน Photographic memory ของปอนด์ แต่บูมเองก็มีความสามารถในการจดจำค่อนข้างแม่น นอกจากนั้น ก็มีการผสมผสานความสามารถที่เรียกว่า Eagle Eyes หรือตาของนกอินทรีย์ ฝันไม่ได้หมายความว่าบูมสามารถมองเห็นจากระยะด้านบนได้เหมือนนก บูมก็แค่ใช้หลักการของตานกอินทรีย์ มาคาดคะเนการเคลื่อนที่และจุดยืนของศัตรู บูมจะไม่โฟกัสด้านหน้าเพียงอย่างเดียว แต่จะโฟกัสรอบตัวทั้งซ้ายและขวาไปพร้อมๆ กันด้วย

ระยะการมองเห็นของมนุษย์คือ หนึ่งร้อยแปดสิบองศาจากด้านหน้า ส่วนระยะการมองเห็นของนกอินทรีย์คือ สามร้อยสี่สิบองศาเกือบรอบตัว นั่นทำให้นกอินทรีย์มีประสิทธิภาพในการล่าและการเอาตัวรอดได้มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น

นอกจากนั้น ในขณะที่ปอนด์และพี่บอสเน้นการคำนวณอย่างแม่นยำในหลักฟิสิกส์ บูมเน้นการคาดคะเนโดยอาศัยหลักสถิติทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วย ดูจากการที่คำนวณทิศทางออกมาหลายรูปแบบนั่นแล้ว ถึงเวลาแข่งจริงๆ น้อยคนนักที่จะทำมันได้ ภายใต้ความกดดันมากมายที่โถมเข้ามา

เขาเรียกว่าอะไรนะ สถิติเหรอฝันแอบสนใจกับความสามารถอันน่าทึ่งนั่น

ความน่าจะเป็น ผมชอบคณิตศาสตร์มากพี่ อีกอย่างผมค่อนข้างแม่นเรื่องฟิสิกส์นะจะบอกให้

เพราะขลุกอยู่กับพี่บอสหรือไงโก๋ถาม

ครับ รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ว่างๆ ก็เรียนฟิสิกส์กับแก

เพราะแบบนี้ บูมเมอแรงถึงได้กลายมาเป็นผู้เล่นแถวหน้าของวงการอีสปอร์ตตั้งแต่อายุยังน้อยสินะ

ความสามารถของบูม แปดสิบเปอร์เซ็นต์คือความสามารถเพียวๆ ของตัวเอง นอกจากนั้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คือการหยิบเล็กผสมน้อยมาจากพี่บอส ปอนด์ เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ รวมไปถึงศัตรูที่เคยพบเจอมา และอีกไม่นานเด็กคนนี้คงดึงความสามารถของคนในทีมลูเซนท์ดรีม ไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองด้วย

การทดสอบรอบที่สองจบลง ผลสรุปออกมาเป็นไปในทางที่ดี บูมเล่นเข้าขากับสมาชิกทีมลูเซนท์ดรีมได้ดี แม้จะยังไม่คล่องตัว แต่ยังมีเวลาซ้อมก่อนแข่งจริง

ไม่อยากจะนึกเลยว่าเวลาที่เหลือต้องซ้อมหนักขนาดไหน

ทุกคนดึงหูฟังออก หมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้ากับโค้ชทีที่นั่งอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าของโค้ชเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าเขาตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว

ยินดีต้อนรับเข้าทีมลูเซนท์ดรีมนะ บูมเมอแรง

บูมยิ้มร่าออกมาอย่างชอบใจ

มีอะไรอยากพูดกับเพื่อนๆ หน่อยมั้ยโค้ชทีถาม บูมพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน หันมาเผชิญหน้ากับทั้งสามชีวิต

ผมรู้ว่าที่ผ่านมาอาจจะทำตัวไม่ดีไปบ้าง แต่ผมเองก็อยากไประดับโลกไม่ต่างจากพวกพี่ ผมอยากแก้ไขเรื่องเมื่อสองปีที่แล้ว ถึงตอนนี้จะยังเล่นไม่ค่อยเข้าที่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมเป็นคนเรียนรู้ไวมาก เพราะฉะนั้น บูมเมอแรงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ

เด็กตาแหลมก้มหัวให้กับสมาชิกในทีม พร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับสมาชิกคนใหม่

ยินดีต้อนรับนะ

สมาชิกคนที่สี่ของทีมลูเซนท์ดรีม

บูมเมอแรง

 

***

ฝันยืนเหม่อมองบ้านไม้ริมน้ำของลุงภาคที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่ถ้าคิดว่าบ้านจะรกร้างเพราะลุงไปอยู่อังกฤษมาหลายปีล่ะก็ ไม่มีทางซะล่ะ ลุงภาครักบ้านหลังนี้ยิ่งกว่าอะไร คงจ้างคนงานมาทำความสะอาดบ้านให้เดือนละครั้ง ดีไม่ดีอาจจะอาทิตย์ละครั้งด้วยซ้ำ ตัดต้นไม้ ปัดกวาดเช็ดถู ตักผักตบชวาไปทิ้ง อะไรก็ว่ากันไป

รั้วไม้ตีทึบจนมองไม่เห็นสภาพด้านใน เห็นก็แต่ตัวบ้านชั้นสองที่โผล่พ้นขอบรั้วขึ้นมา บนหลังคาบ้านมีเข็มทิศไก่ประดับประดาอยู่ ฝันเคยถามลุงภาคว่ามันมีไว้เพื่ออะไร คุ้นๆ ว่ามีไว้ดูทิศทางลม เพราะเมื่อลมพัด เจ้าเข็มทิศไก่ก็จะหมุนไปทางนั้นทีทางนี้ที

พระอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง ส่งสีสันส้มอมชมพูที่ปลายขอบฟ้า เสียงนกกาเหว่าดังแว่วไปทั่วบริเวณ ชวนให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ

บ้านไม้หลังเล็กยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำของเขา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ครอบครัวมาพักผ่อนอยู่ที่นี่ในวันหยุดเทศกาล ฝันมักจะชอบเล่นไฟเย็นกับพี่ชายบริเวณชานไม้ที่ยื่นออกไปเหนือน้ำ นอนดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืน โดนแม่ดุเพราะไม่ยอมทายากันยุง ถูกปลุกแต่เช้าตรู่เพื่อไปทำบุญที่วัด ตกบ่ายไปกินทอดมันหัวปลีที่ตลาดน้ำอัมพวา ตกเย็นหลังทานข้าวไปนั่งล่องเรือดูหิ่งห้อยก่อนจะกลับบ้านเข้านอน

สถานที่นี้รายล้อมไปด้วยความสุขต่างจากบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝันร้าย

การมาวันนี้ ฝันตัดสินใจว่าจะเคลียร์ปัญหาทุกอย่างกับพี่ชาย เพราะไม่อยากหวนไปนึกถึงเรื่องในอดีตระหว่างแข่ง แล้วโทษตัวเองจนทำให้เสียการแข่ง

มือเรียวสวยผลักประตูบานเล็กริมรั้วเข้าไป เผยให้เห็นสวนเล็กๆ หน้าตัวบ้าน ลุงภาคยังคงปลูกต้นกระบองเพชรเยอะเช่นเคย กระบองเพชรที่ฝันชอบเอานิ้วไปแหย่เล่นแล้วได้แผลกลับมาทุกครั้ง ถึงกระนั้นก็ยังคงชอบกระบองเพชร เพราะมันคล้ายกับลักษณะนิสัยของตัวเองมากที่สุด

อดทน แต่ก็ต้องได้รับการเอาใจใส่

ฝันนั่งยองๆ ลงด้านหน้าชั้นไม้สีน้ำตาล บนชั้นมีกระถางเล็กกระถางน้อยบรรจุกระบองเพชรหลากหลายรูปแบบ ในอดีตฝันเคยคิดว่าต้นกระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่อึด ถึก ทน และไม่มีวันตาย ไม่ต้องทำอะไรกับมัน มันก็คงอยู่รอดได้ ซึ่งความจริงนั้นต้นกระบองเพชรก็ไม่ต่างอะไรจากต้นไม้ต้นอื่น อาจจะอดทนกว่าชาวบ้านเขา แต่ก็ต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม แดดจัดเกินไปหรือน้ำเยอะเกินไปอาจจะทำให้กระบองเพชรตายได้

เอากลับไปเลี้ยงสักต้นไหมล่ะเสียงทุ้มๆ ของลุงภาคดังขึ้นด้านหลัง ฝันหันไปมองลุงที่สวมชุดลำลองสบายตัว บนไหล่ซ้ายห้อยผ้าขาวม้าหนึ่งผืน ถึงจะไปอยู่อังกฤษมาหลายปี แต่ไอเทมโปรดของลุงภาคเวลาอยู่บ้าน ก็ยังคงเป็นผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกสีน้ำเงินขาว

ลุงภาคเดินมานั่งยองๆ ด้านข้างฝัน มือจับกระถางสีน้ำตาลอันหนึ่งมาถือไว้

เนี่ย อันนี้เหมาะกับเราดีฝันมองกระบองเพชรรูปหูกระต่ายต้นจิ๋วในมือลุงภาค 

ผมจะเลี้ยงได้เหรอ ตอนนั้นเคยเอากลับไปก็ทำมันตาย

พี่เฟิร์สเคยบอกว่าฝันเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรก็ตาย ขนาดการบ้านวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนให้มาปลูกถั่วงอกบนกระดาษทิชชู่ ฝันยังทำถั่วงอกพวกนั้นตายก่อนเอาไปส่ง จนลำบากพี่เฟิร์สต้องปลูกใหม่ให้  

ได้สิ ตอนนั้นเรายังเด็ก เลยไม่รู้วิธีดูแล แต่ตอนนี้เราโตแล้ว เจ้าพวกนี้ดูแลไม่ยากหรอก

แต่พี่เฟิร์สบอกผมมือร้อน ปลูกอะไรก็ตาย

ไม่เกี่ยวกับมือร้อนมือเย็นสักหน่อย ต่อให้มือเย็น ถ้าปล่อยเจ้าพวกนี้ทิ้งขว้าง ปล่อยตามมีตามเกิด สุดท้ายก็ตายหมด ต่อให้มือร้อน ถ้าดูแลทะนุถนอมเจ้าพวกนี้ พวกมันก็สามารถเติบโตอย่างสวยงามได้

ต้องดูแลยังไงเหรอฝันหมุนกระถางสีน้ำตาลไปมาอย่างสนอกสนใจ

เหมือนจะเคยได้ยินมาด้วย ว่าการตั้งกระบองเพชรไว้หน้าคอมพิวเตอร์ จะช่วยดูดรังสีจากจอคอมฯ ถึงแม้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะกระบองเพชรก็เป็นแค่ต้นไม้ต้นเล็กๆ คิดซะว่าช่วยให้มีจุดพักสายตา เพราะสีเขียวเป็นสีที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

ว่าแล้วก็นึกถึงคนที่มักจะขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เอาไปให้ชินด้วยดีไหมนะ

กระบองเพชรแต่ละแบบก็ต้องได้รับความเอาใจใส่แตกต่างกันไป บางตัวชอบน้ำมาก บางตัวชอบน้ำน้อย บางตัวชอบแดดมากหน่อย อย่างเจ้านี่น่ะ บางคนก็เรียกกระบองเพชรหูกระต่าย บางคนก็เรียกหูมิกกี้เมาส์ แต่ชื่อจริงๆ ของมันคือโอพันเทีย หรือชื่อไทยคือเสมาทอง

ฝันจดจ้องกระบองเพชรรูปร่างแบน มีหูกระต่ายงอกออกมาสองหูด้านบน มีหนามขึ้นเป็นจุดสีขาวสม่ำเสมอส่งผลให้ดูน่ารักน่าชัง

วิธีดูแลก็ง่ายๆ เจ้านี่น่ะชอบน้ำชุ่มๆ

นึกว่าต้นกระบองเพชรไม่ต้องให้น้ำเยอะซะอีก แบบนี้ก็รดได้อย่างสบายใจแล้วสิ

แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เทน้ำใส่ไปเยอะๆ เอาสักแก้วน้ำ ปริมาณน้ำเท่ากระถางพอภาคพูดดักเจ้าหลานรัก

อ่ะริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างซุกซน ถ้าลุงไม่บอก ฝันอาจจะใช้สายยางรดน้ำสาดเข้าไปที่กระถาง หรือไม่ก็เทหมดทั้งขัน ก็ลุงภาคเป็นคนบอกเองว่าเจ้ากระต่ายนี่ชอบน้ำชุ่มๆ

ส่วนเรื่องแดด เอาไว้ที่ที่โดนแสงได้ ลองหามุมของบ้านที่แดดตอนเช้าส่องถึง หรือเอาออกไปตากแดดตอนเช้าสักสี่ชั่วโมงก็พอ

แล้วถ้าเอาไว้หน้าคอมพิวเตอร์ล่ะ

ก็เอาออกไปตากแดดตอนเช้าบ้าง เอาไว้หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเดียวจะเน่าตายเอา

            “ถ้าอย่างนั้น ผมขอสองต้นได้มั้ย 

            เอาไปสิ อยากได้กี่ต้นเอาไปเลย

            “ขอบคุณครับ

            ฝันอมยิ้มแก้มปริ พลางดึงกระถางกระบองเพชรหูกระต่ายสองกระถางแยกออกมาวางไว้คู่กัน

            ในบ้านของชินไม่ค่อยมีต้นไม้เท่าไร ภายในห้องทำงานของชิบะบอยมีเพียงแค่ฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนและเทียนหอมกลิ่นกาแฟประจำตัว เพราะฉะนั้น ถ้ามีจุดพักสายตาที่เป็นสีเขียวบ้างก็คงจะดี

            ลุงภาคหยัดตัวขึ้นยืนก่อนจะเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน ฝันกระชับกระเป๋าเป้บนบ่า ขยับตัวเดินตาม เพียงแค่ก้าวขาซ้ายเข้าไปในบ้าน เสียงทุ้มๆ ที่จำได้แม่นก็ดังขึ้นจากทางบันได

            อยากกินข้าวซอยไก่จะ…”

            เฟิร์สแทบสำลักน้ำลายเมื่อเห็นใบหน้าของน้องชาย

            ฝันมองสภาพคนพี่ หมดคราบคุณหมอเจ้าระเบียบ กลายเป็นเพียงชายวัยสามสิบกว่าที่ยังร้องให้ลุงทำนู่นทำนี่ให้กิน เฟิร์สสวมเสื้อยืดตัวเหี่ยวกับกางเกงขาสั้นพอดีเข่า กรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวบอสซอมบี้ ที่ไม่ว่าเมื่อไรที่เห็น ก็จะมีหนึ่งคำผุดขึ้นมาในหัวเสมอ

            ร่างโคลนของพ่อชัดๆ

กลุ่มผมสีเข้มของเฟิร์สชี้ไปคนละทิศละทาง ทั้งที่ตอนนี้สี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว ทำไมพี่ชายทำเหมือนเพิ่งจะลุกจากเตียง บอกตามตรงว่าฝันไม่เคยเห็นเฟิร์สปล่อยตัวแบบนี้สักเท่าไร น้อยครั้งที่ฝันจะเห็นพี่ชายในสภาพยุ่งเหยิง ผมไม่สาง เสื้อไม่รีด พี่เฟิร์สที่ฝันเคยรู้จักน่ะ ทั้งระเบียบจัด เรียบร้อย สะอาดสะอ้าน

ดวงตาซุกซนของฝันมองคนพี่นิ่งๆ เฟิร์สเตรียมอ้าปากเถียงคนน้อง แต่ผิดคาด ฝันเมินหนีไปสนใจอย่างอื่นแทน ไม่คิดจะพูดหรือทักถามอะไร เพราะดีใจที่ในที่สุดพี่ชายก็เริ่มปล่อยวางได้บ้าง

เป็นตัวของตัวเองสักทีเถอะน่า

            มาทำไมคำแรกที่ทักน้องชายแสนจะเป็นมิตร ฝันกลอกตามองบนใส่คนพี่อย่างไม่พอใจนัก

            มาหาไม่ได้เหรอ เป็นเจ้าของบ้านหรือไง

            “ทำไมไม่บอกก่อน แล้วถือกระเป๋ามาแบบนี้ จะมานอนเหรอ

            “เค้าบอกลุงภาคไปแล้ว ลุงภาคไม่ได้บอกตัวเหรอมือเรียวยกกระเป๋าวางลงบนโต๊ะกินข้าวขนาดเล็กที่อยู่ติดกับครัวแบบบิวท์อิน

มานอนกี่คืน

ฝันแยกเขี้ยวขู่พี่ชาย คืนเดียวเท่านั้นแหละ! กลับพรุ่งนี้เช้าเพราะมีซ้อมแข่ง!”

ก็ดี

อิโธ่ ไม่ได้อยากอยู่นานหรอก ใครจะอยากอยู่กับบอสซอมบี้ตัวเขื่องนานๆ

ลุงภาคส่ายหัวให้กับบทสนทนาของหลานทั้งสอง ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกสบายใจ ที่เห็นทั้งสองคนหันหน้าคุยกันได้

            เราจะกินด้วยมั้ยลุงภาคหยิบกระทะมาวางลงบนเตาไฟฟ้า เฟิร์สยกยิ้มอย่างได้ชัย

            ลุงอย่าตามใจเฟิร์สมากดิ

            “ทำไมจะตามใจไม่ได้ พี่จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ลุง ไม่ได้มาอยู่ฟรีนี่อดีตคุณหมอเดินลงจากขั้นบันได ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้โต๊ะอาหาร ก่อนจะก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์เหมือนมีอะไรน่าสนใจนัก

            เรื่องของตัวดิฝันแลบลิ้นใส่พี่ชาย ขายาวๆ รีบกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดขึ้นไปเก็บของบนชั้นสอง

            กลิ่นของบ้านไม้ถูกกลบด้วยกลิ่นตะไคร้หอมจางๆ ฝันมองประตูห้องด้านในสุดของลุงภาค ถัดมาห้องกลางเป็นห้องนอนของพ่อกับแม่เวลามาพักที่บ้านหลังนี้ ส่วนห้องตรงหน้าใกล้บันไดที่สุด คือห้องนอนของฝันและเฟิร์ส

            ฝันดันบานประตูเข้าไปในห้อง ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม มีเพิ่มเติมก็ตุ๊กตาฉลามที่นอนหงายท้องอยู่บนฟูกหนาฝั่งติดกำแพง ฟูกที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล กระเป๋าสะพายของฝันถูกวางไว้บนฟูกที่นอนกว้าง มองดูกองข้าวของของพี่ชายที่อออยู่ฝั่งเดียว ปล่อยให้อีกฝั่งโล่งโจ้ง

            อายุสามสิบเข้าไปแล้ว เวลาไปนอนบ้านคนอื่นก็ยังติดนิสัยกองของไว้รอบตัวเสมอสินะ

            คนหัวรั้นทิ้งตัวนอนแผ่ลงบนฟูกที่ไม่แข็งไม่นิ่มจนเกินไป สายตาเลื่อนมองจดจ้องบนเพดานไม้ที่มีหลอดไฟส่งแสงสว่างจ้า บอกตามตรงว่าการมาวันนี้ ฝันแอบรู้สึกกลัวเล็กน้อย

            จริงอยู่ที่เฟิร์สเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝันปล่อยวางเรื่องในอดีตไม่ได้ แต่สาเหตุหลักคือตัวฝันเองนั่นแหละที่ไม่ยอมปล่อย ต่อให้คืนดีกับเฟิร์ส ฝันก็ยังคงมุ่งหน้าไปแข่งระดับโลกเพื่อพิสูจน์ให้พ่อกับแม่เห็น

            มือซ้ายของฝันยกขึ้นบดบังแสงจากหลอดไฟ เขากำมือซ้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ถุงมือสีดำ

            อดทนอีกหน่อยนะ อีกแค่ไม่นานก็จะได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว

            รออีกหน่อยนะพ่อ

รออีกหน่อยนะแม่

 

            ***

            ข้าวซอยไก่ฝีมือลุงภาคยังอร่อยเหมือนเดิม ฝันยกจานไปที่อ่างล้างจาน จัดการล้างส่วนของตัวเองให้เสร็จสรรพ พอล้างเสร็จจึงหยิบส้มหนึ่งลูกมาไว้ในมือ เดินแกะระหว่างทางออกไปยังชานไม้ที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำ

            ลุงภาคออกไปหาเพื่อน คงจะกลับอีกทีช่วงเช้านู่น ดังนั้นตอนนี้ในบ้านจึงมีเพียงแค่พี่น้องท้องเดียวกัน

            เฟิร์สนั่งพิงเบาะอ่านหนังสืออยู่ในมุ้ง ด้านข้างจุดยากันยุงเอาไว้ ตกดึกบริเวณชานไม้ยุงค่อนข้างชุม แต่วันนี้ลมกำลังดีส่งผลให้ฝันเห็นหลายๆ บ้านออกมานั่งปิ้งบาร์บีคิวกินริมน้ำ

            เจ้าตัวซนมุดตัวเข้าไปในมุ้งด้านข้างพี่ชาย ได้เป็นสายตาเขียวปั๊ดส่งกลับมาแทบจะทันที

            มุ้งมีตั้งเยอะ ทำไมต้องมาเบียด

            “มุ้งอันตั้งใหญ่ จะงกทำไมล่ะ

            ฝันทิ้งตัวพิงไปกับเบาะ นอนมองดูท้องฟ้าที่มีเพียงพระจันทร์ดวงโต ไร้ดาวระยิบระยับ

            เฟิร์สเสียงนุ่มเอ่ยเรียกชื่อพี่ชายทั้งที่ไม่หันไปมองหน้า

            ว่า

            ทำไมถึงเลิกเป็นหมอ

            คำถามของคนน้องทำเอาเฟิร์สสะอึก คนพี่พยายามซ่อนอะไรบางอย่างไว้ใต้สีหน้าเรียบตึง ทำทีเป็นอ่านหนังสือต่อ ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยคำถามถึงการมาของน้องชายในวันนี้

            เบื่อ

            “เค้ารู้ว่าตัวไม่ได้อยากเป็นหมอตั้งแต่แรก

            ดวงตาเรียวสวยทอแสงหม่นลงเล็กน้อย เฟิร์สปิดหนังสือในมือลงเพราะอ่านมันไม่รู้เรื่องอีกแล้ว

            รู้แล้วเหรอ

            “อือ

            “ตอนไหน ตอนมาหาที่บ้านเหรอ

            “ใช่ ตอนที่ตัวเมานอนกอดขวดเหล้าอ่ะ

            อดีตคุณหมอกุมขมับ คิดแล้วไม่มีผิดว่าต้องเป็นฝัน เขาจำอะไรไม่ค่อยได้ รู้แค่ว่ามีใครสักคนเข้ามาในบ้าน ตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนกอดตุ๊กตาตัวโปรดอยู่ ส่วนขวดเหล้าถูกผลักออกไปไกลจากตัว ตอนแรกก็นึกว่าเป็นพยาบาลคนสนิท แต่จำได้ว่าตัวเองล็อกประตูบ้านแน่นหนา จนกระทั่งเดินลงมาจากชั้นสอง พบว่าเบาะบนโซฟาที่เผลอทำเหล้าหกใส่ ถูกเอาไปวางตากแดดหน้าบ้าน คนที่ใส่ใจเรื่องโซฟาตัวนั้น ก็มีเพียงแค่คนในครอบครัว

            เฟิร์สถอนหายใจเสียงแผ่ว

            อือ ไม่ได้อยากเป็น

            “อยากเป็นคนให้อาหารฉลามฝันพูดแทรก ผู้เป็นพี่เอามือผลักศีรษะเด็กข้างตัวจนเซ

            อืม อยากให้อาหารฉลาม

            “เค้ารู้ว่าตัวโดนพ่อบังคับให้เรียนหมอ แต่เพราะตัวไม่ต่อต้านอะไร ก็เลยนึกว่าตัวอยากเป็นหมอ

            “ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยาก แต่ถ้าถามว่าเสียใจมั้ยที่โดนพ่อบังคับให้เป็นหมอ ก็ไม่ได้เสียใจ

            “รักพ่อขนาดนั้นเลยเหรอ

            ที่ถามไม่ใช่เพราะฝันไม่รักพ่อ แค่รักน้อยกว่าพี่เฟิร์สเยอะ ฝันกับพ่อเขม่นใส่กันบ่อยเรื่องที่ฝันดื้อหัวชนฝา แต่เฟิร์สกับพ่อแทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็คงไม่แปลกหรอกที่พี่ชายจะรักพ่อจนทำได้ทุกอย่างที่พ่อต้องการ

            “คนเรามันก็คิดต่างกัน ฝันอยู่กับแม่บ่อย ก็อาจจะคิดว่าการเดินตามความฝันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่พี่อยู่กับพ่อบ่อย พี่คิดว่าการเดินตามความฝัน มันมีไว้สำหรับคนที่ไม่ติดค้างอะไรในชีวิต

            เฟิร์สหันมองหน้าคนน้องที่ขมวดคิ้ววุ่นเหมือนกำลังคิดว่าพี่ชายมีอะไรติดค้างในชีวิตกับเขาด้วยเหรอ

            พี่รู้ ว่าบ้านเราไม่ได้ลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้มีเงินใช้สุรุ่ยสุร่ายไปทั้งชีวิต พี่ถึงอยากได้อาชีพอะไรที่มันมั่นคง เพราะถ้าวันหนึ่งพ่อกับแม่เป็นอะไรไป จะได้เลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูน้องได้

            “ตัวก็ไม่เห็นจะต้องมาเลี้ยงดูเค้าเลยนี่

            “ก็ตัวเป็นน้องเค้า จะให้เค้าทิ้งตัวได้ไงอ่ะ

            คำพูดของเฟิร์สทำเอาคนที่กำลังจะอ้าปากเถียงนิ่งเงียบ คำพูดของแม่ย้อนกลับเข้ามาในหัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าทิ้งกัน เป็นพี่น้องกัน ไม่มีใครหวังดีกับเราเท่ากับพี่น้องหรอกนะ

อีกอย่าง ดื้อซะขนาดนี้เฟิร์สขยี้หัวคนน้องจนยุ่งเหยิง รู้อยู่หรอกว่ายังไงก็จะทำตามความฝันให้ได้ แต่ฝันไม่เคยคิดเลยว่าถ้าฝันล้ม จะทำยังไง

ล้มก็ลุก

แล้วถ้าล้มแบบลุกไม่ได้เลยล่ะ ถ้าเกิดมันลุกต่อไม่ไหวแล้วจะทำยังไง นอนแผ่อยู่แบบนั้นเหรอ

ไม่รู้ ฝันเองไม่เคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองมาก่อน

รู้มั้ย ว่าทำไมพี่ถึงอยากให้เราเรียนให้จบมหาวิทยาลัย เพราะอย่างน้อยถือใบปริญญาไว้ ก็ยังมีโอกาสก้าวไปด้านอื่น สังคมทุกวันนี้ใบปริญญามันสำคัญ บางทีชี้อนาคตให้คนคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

แล้วพี่จะเดินตามกระแสสังคมไปตลอดจนทิ้งความเป็นตัวเองไปเหรอ

ความเป็นตัวเองมันหาเลี้ยงดูตัวเองได้หรือเปล่าล่ะ ถ้าเก่งถึงขนาดใช้มันเลี้ยงดูตัวเองได้ ก็ถือว่าโชคดี มีฝีมือ แต่ถ้าไม่เก่ง สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอยู่ดี

เพราะแบบนี้ตัวถึงเลือกที่จะเป็นหมอ แทนที่จะทำตามความฝันสินะ

ใช่ แล้วอีกอย่างถ้าพี่ไม่มีงานประจำทำ ทำตัวเอื่อยไปวันๆ เกิดคนในครอบครัวล้มขึ้นมา เกิดฝันล้มขึ้นมา พี่จะช่วยซัพพอร์ตได้ยังไง

ซัพพอร์ต...ฝันไม่เคยมีสิ่งนี้อยู่ในหัวเลย ไม่ได้คิดถึงอนาคตเหมือนอย่างพี่เฟิร์ส คิดแต่ว่าต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้

มันก็ถูกอย่างที่เฟิร์สบอก ที่ผ่านมาฝันคิดเพียงแค่ว่า ถ้าล้มก็ต้องลุกเดินต่อ ต่อให้ล้มร้อยครั้ง ก็ต้องลุกให้ได้ร้อยครั้ง ไม่เคยนึกว่าถ้าวันหนึ่งล้มจนลุกไม่ไหว จะไปต่อทางไหน ถ้าวันหนึ่งเล่นเกมไม่ได้ จะไปทำอะไร

ที่ผ่านมาทั้งสองคนไม่มีโอกาสได้นั่งคุยกันแบบนี้เท่าไร นานสุดก็แค่เวลาฝันไปหาพี่ชายที่โรงพยาบาลเพราะอาการเจ็บมือ ฝันเลยคิดมาเสมอว่าคนพี่โกรธเกลียดเขาจนตัวสั่น ไม่รู้ว่าความจริงนั้น ที่เฟิร์สทำไปก็เพราะเป็นห่วงเขา

 “แล้วตัวลาออกมาแบบนี้ จะไปทำอะไร

ไม่รู้ ยังคิดไม่ออก

เค้าทำให้ตัวลาออกเหรอ

ก็มีส่วน แต่ที่อยากลาออกเพราะสุขภาพไม่ดีมากกว่า นอนไม่เคยเป็นเวลา

ก็เล่นโหมงานทั้งวันทั้งคืนขนาดนั้น วันหยุดก็เอาให้คนอื่นไปซะหมด จะสุขภาพดีได้ยังไงกัน

พี่นิลบอกว่าตัวโฟกัสกับงานไม่ได้

อือ

เพราะเรื่องตัดพี่ตัดน้องน่ะเหรอ

ใช่

ก็ตัวพูดจาไม่ดี

คนเป็นพี่ลูบต้นคอเล็กน้อย พลางพึมพำเสียงแผ่วยอมรับความผิด

ขอโทษ พี่ไม่เคยโทษว่าฝันเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ตาย แต่บอกตามตรงว่าพี่อคติกับสิ่งที่ฝันรัก พี่ก็แค่น้อยใจ ว่าทำไมฝันยังรักมันลงอีก ทั้งที่มันทำร้ายพ่อกับแม่

เกมไม่เคยทำร้ายใครนะพี่เฟิร์สฝันจ้องตาคนพี่เขม็ง พวกคนที่คิดไม่เป็นต่างหากที่ทำ

เฟิร์สเงียบไป ความเงียบปกคลุมทั้งสองคนทุกครั้งเวลาเริ่มต้นพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ว่ากี่ครั้ง บทสนทนาก็จะลงเอยแบบเดิม คือต่างคนต่างยึดถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่ครั้งนี้มีอะไรบางอย่างบอกกับฝันว่า ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี

ผมรู้ว่าพี่ไม่ชอบเกม ผมรู้ว่าพี่อคติกับเกม แต่เกมเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่า แต่ไหนแต่ไรผมไม่ใช่เด็กเก่ง ผมไม่ใช่เด็กหัวดี ผมทำอะไรไม่ได้เรื่องได้ราว พอได้เล่นเกม มันทำให้ผมรู้สึกว่า เฮ้ย มันยังมีสิ่งที่เราทำได้ดีอยู่

ถ้าอย่างนั้นพี่ขอถามหนึ่งคำ

อือ

ฝันคิดจะเล่นเกมไปตลอดชีวิตเหรอ ฝันใช้มันดูแลตัวเองได้ใช่มั้ย

ใช่เด็กหนุ่มหัวรั้นตอบเสียงดังฟังชัด เฟิร์สจ้องมองดวงตากลมโตด้านหลังกรอบแว่นทรงกลมของคนน้อง แววตามุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่มีลังเลต่อการตอบคำถามพี่เฟิร์ส พี่รู้มั้ยว่าโลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พี่อาจจะคิดว่าผมนั่งเล่นเกมอยู่กับบ้านเฉยๆ แต่ความจริงนั้นการเล่นเกมมันมีหลายรูปแบบ มันมีการแข่งขันเหมือนกีฬา มันมีทีม มีสโมสรไม่ต่างอะไรจากฟุตบอล เงินรางวัลก็ไม่ได้แย่

แล้วถ้าอายุมากขึ้นล่ะ ถ้าอายุห้าสิบหกสิบ ยังจะเล่นได้อีกเหรอ

ได้สิ แต่พี่ต้องเข้าใจก่อน คำว่าเกมไม่ใช่แค่การเล่นเกม มันคืออุตสาหกรรมเกม มันต่อยอดได้เรื่อยๆ ถึงผมจะแข่งเกมไม่ได้ แต่ผมสามารถต่อยอดไปทำงานบริษัทเกม เรียนรู้การผลิตเกม เปิดอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ มันมีหลายทางให้เดินต่อ เราแค่ต้องเปิดใจเรียนรู้มัน

 เป็นครั้งแรกที่เฟิร์สเปิดใจรับฟัง คนเป็นพี่ถอนหายใจยาวๆ ออกมา ฝันกอบกุมมือของพี่ชายเอาไว้แน่น

แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อ ผมจะพิสูจน์ให้เห็นเอง ผมจะพิสูจน์ให้พี่และพ่อแม่เห็นว่าเกมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พี่คิด ผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็น ว่าเล่นเกมก็มีอนาคตได้

นิ้วเรียวสวยของอดีตคุณหมอสัมผัสลงบนหน้าแก้มของน้องชายอย่างทะนุถนอมและหวงแหน เขามองดูเด็กตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา จากเด็กตัวเล็กที่เคยเห็นกันมา ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว ทั้งตา จมูก ปาก ความคิดดื้อรั้น ชวนให้นึกถึงผู้เป็นแม่ที่จากไป เฟิร์สดึงน้องเข้ามาใกล้ ค่อยๆ กดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนสวยของฝันอย่างแผ่วเบา

เขารู้ดีว่าฝันยังโทษตัวเองอยู่เรื่องพ่อและแม่ และเขาเองก็ผิดที่ไปกดดันน้องเพิ่ม ทุกวันนี้มีเพียงแค่เฟิร์สที่ไปเยี่ยมหลุมศพพ่อกับแม่ ฝันไม่เคยแม้แต่จะไปเหยียบหลุมศพของทั้งสองเลยสักครั้ง

มากไปกว่านั้น เฟิร์สไม่เคยมีเจตนาที่จะโทษว่าน้องเป็นตัวการที่ทำให้ทั้งสองคนตาย เพราะสำหรับเฟิร์สแล้ว เกมนั่นแหละเป็นสิ่งที่ฆ่าแม่และพ่อ เกมทำให้พวกเด็กกุ๊ยพวกนั้นอิจฉาที่ฝันชนะ เกมทำให้พวกวัยรุ่นสวะพวกนั้นทำร้ายน้องชายของเขา รวมถึงพรากแม่ที่เขารักไป ถึงแม้ฝันจะพยายามอธิบายว่าเกมไม่ใช่สิ่งเลวร้าย มันคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่เขาจะยอมรับได้

แต่ในเมื่อน้องชายยืนกรานแบบนี้ เขาก็จะรอดู และสาบานได้ว่าถ้าเกมทำร้ายน้องชายของเขาอีก เฟิร์สจะขึ้นบัญชีดำกับสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต

ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์มา พี่จะรอดู

เฟิร์สถอนริมฝีปากออกจากหน้าผากของคนน้อง ยกมือขยี้กลุ่มผมนุ่มนิ่มนั่นก่อนจะคว้าหนังสือแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ฝันยกมือสัมผัสหน้าผากของตัวเอง ยังคงรับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นจากริมฝีปากของคนพี่ มันอบอุ่นจนอยากจะร้องไห้โฮออกมา

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่พี่เฟิร์สจูบหน้าผากฝันแบบนี้ สิบปี ยี่สิบปี ฝันเองก็จำไม่ได้ รู้แค่ว่าอบอุ่นเช่นเคย

ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องนั้นไม่ต่างอะไรจากต้นกระบองเพชร ฝันและเฟิร์สมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นที่ตัดไม่ขาดก็จริง แต่ถ้าไม่ได้รับการดูแล แข็งตึงใส่กันทุกครั้ง ความสัมพันธ์นั่นก็ค่อยๆ กร่อนลงไปเหมือนกับสนิมบนแผ่นเหล็ก จนกระทั่งหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันดีดี ถนอมความรู้สึกของแต่ละฝ่าย ความสัมพันธ์ที่เริ่มจะสึกหรอ จึงกลับมาเข้มแข็งตัดไม่ขาดอีกครั้ง

แต่ละความสัมพันธ์ ก็เหมือนกับกระบองเพชรแต่ละชนิด ความสัมพันธ์ของฝันและโก๋ที่ไม่ต้องรดน้ำพรวนดินมากนัก ก็เติบโตได้ ความสัมพันธ์ของฝันและเฟิร์สที่ต้องทะนุถนอมมากสักหน่อย และความสัมพันธ์ของชินและฝัน ที่ยังอยู่ในช่วงศึกษาว่าจะต้องรดน้ำพรวนดินมากไหม หรือต้องทะนุถนอมอ่อนโยนมากมายสักแค่ไหน ถึงจะประคับประคองกันไปตลอดรอดฝั่งได้

ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าของฝัน ความเงียบในยามค่ำคืนเริ่มเข้าปกคลุมรอบบริเวณ การได้คุยกับพี่ชายทำให้อะไรที่หนักอยู่ในอกถูกยกออกไปบ้าง ดวงตาซุกซนจดจ้องนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์ ตัวเลขสีขาวบอกเวลาสองทุ่มกว่า และฝันคิดว่าชิบะบอยคงยังไม่นอน

โทรหาได้ไหมนะ

ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดโทรออก ไม่นานนักปลายสายก็รับเหมือนกำลังรออยู่

(ไงเรา)

ทำอะไรอยู่คำถามสุดแสนจะเบสิกถูกส่งออกไป ฝันนั่งขัดสมาธิตัวกลม รอฟังสิ่งที่ปลายสายจะตอบ

(กำลังลองโปรแกรมตัดวีดีโอตัวใหม่อยู่)

จะกลับไปลงคลิปแล้วเหรอน้ำเสียงสดใสถามด้วยความตื่นเต้น

(ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แล้วคุณล่ะ คุยกับพี่ชายเป็นยังไงบ้าง)

ก็ดี เหมือนอย่างที่เคยคุยกัน พี่เฟิร์สนึกถึงอนาคตมากกว่าความฝันของตัวเอง ก็เลยทำตามสิ่งที่พ่อบังคับ แต่พี่เฟิร์สบอกว่าไม่ได้รู้สึกเสียใจที่เป็นหมอ พอได้ยินแบบนั้นเลยใจชื้นขึ้นมาหน่อย

(เขาอยากเป็นหมอเหรอ)

เขาบอกว่าหมอเป็นอาชีพที่มั่นคงอ่ะ แต่ตอนนี้ลาออกมาแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำอะไรต่อ

(แล้วที่ไปคุยวันนี้ ยกภูเขาออกจากอกหรือเปล่า)

ก็ออกไปนิดหน่อย แต่ถ้าถามว่าหมดเลยมั้ย มันก็ยังไม่หมด ผมยังอยากพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวได้เห็นอยู่

(อืมม ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้รีบกลับมาพิสูจน์ตัวเองนะ ทุกคนรออยู่)

นี่พูดเพราะใครสั่งให้พูดหรือเปล่าฝันแซวปลายสาย อย่างชินน่ะไม่มีทางพูดคำว่าทุกคนรออยู่หรอก คนที่รอก็คือเจ้าของน้ำเสียงขึ้นจมูกนั่นแหละ ชินส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูกมาให้เพราะโดนจับได้

(เปล่า แต่ว่าตอนนี้นั่งอยู่ในห้องซ้อม คนเต็มไปหมด)

แล้วถ้าไม่อยู่ในห้องซ้อมล่ะ

เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นจากปลายสาย ฝันเงี่ยหูฟังว่าชินกำลังทำอะไร ได้ยินเหมือนเสียงเปิดประตูห้องก่อนที่เสียงทุกอย่างจะเงียบลงไป

ชิน

(คิดถึง)

หัวใจดวงน้อยภายใต้แผ่นอกเต้นแรงขึ้นมา ฝันยกมือซ้ายมาบดบังใบหน้าของตัวเองที่เห่อร้อนเอาไว้ ราวกับกลัวบ้านฝั่งตรงข้ามที่กำลังนั่งปิ้งบาร์บีคิวเห็นว่าเขากำลังเขินจนหน้าแดงไปหมด

ยังไม่ถึงวันเลยนะ

(ก็ปกติเจอหน้ากันตลอด พอคุณไม่อยู่เลยรู้สึกเหงาๆ)

หยอดเก่ง

ชินหัวเราะหึในลำคอเบาๆ

(วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ ผมเห็นไอ้ทีทำตารางการซ้อมแล้ว อัดแน่นเป็นปลากระป๋องเชียว พรุ่งนี้คงซ้อมหนักน่าดู)

แล้วพรุ่งนี้คุณจะอยู่ดูซ้อมหรือเปล่า

(อยู่สิ อยู่ตลอดนั่นแหละ)

ริมฝีปากสีสวยอมยิ้มอย่างมีความสุข

บอกตามตรงว่าการแข่งรอบนี้ผมไม่ค่อยมั่นใจเลย

(ทำให้เต็มที่ก็พอ ไม่ต้องกังวลนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็อยู่ข้างคุณเสมอ)

คุณก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไง ผมก็เป็นกำลังใจให้เสมอนะ

(เสมอเลย)

เสมอเลย

(เสมยเลอ)

ฝันหัวเราะเล็กๆ ก่อนจะสังเกตเห็นหิ่งห้อยบินผ่านหน้าไป หิ่งห้อยตัวน้อยส่งแสงสีเขียวเหลืองสวย ชวนให้นึกถึงคำพูดของแม่ บรรยากาศที่บ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกสบายใจ เหมือนกับไม่ต้องคิดอะไร เพียงแค่ดื่มด่ำไปกับลมเย็นๆ และความสวยงามของธรรมชาติริมแม่น้ำ

อะไรบางอย่างสั่งให้ริมฝีปากของเขาพึมพำเสียงแผ่ว

ชิน

(หืม)

รู้มั้ย เวลาเรารู้สึกรักใคร จะเหมือนมีหิ่งห้อยกระโดดดึ๋งๆ เป็นป๊อปคอร์นอยู่ในท้อง

(เหรอ)

แม่ผมเคยบอก

(ถึงว่าล่ะ…)

ว่า?”

(หิ่งห้อยบินว่อนเต็มไปหมดเลย)

 

 

 


// กลับมาแล้วหลังจากที่หายไปนาน ขอโทษด้วยนะคะ มีคำผิดแจ้งได้เสมอ จะรีบมาแก้ให้เลยค่ะ

ที่วางแพลนไว้ว่าฝันดีจะจบภายในธันวา พังเละหมดเลยTT แต่คาดว่ามกราน่าจะจบ

เพราะฉะนั้น อยู่ด้วยกันก่อนนะคะ

ยินดีต้อนรับคนอ่านใหม่ๆ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาเกินครึ่งเรื่องแล้ว รักทุกคนนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ กำลังใจ การติดแท็กพูดคุยในทวิตเตอร์ แม้จะไม่ค่อยได้ไปตอบแต่เห็นหมดเลยนะคะ 

อีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่แล้ว ขอใช้โอกาสนี้สุขสันต์วันปีใหม่ไปเลยนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข สมหวัง อะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งไว้ปีนี้ ปีหน้าเริ่มต้นกันใหม่เนอะ และหวังว่าปีหน้าเราจะอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ

สำหรับค่ำคืนวันนี้ Goodnight Sleep Tight ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ 

รัก

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,214 ความคิดเห็น

  1. #1189 theskyandsea (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 00:13
    ชอบการบรรยายตอนบรรยากาศตอนเล่นเกมมากเลยค่ะ แบบอ่านไปก็คิดตามไป พี่น้องพอเปิดใจคุยกันแล้วก็น่ารักมากๆ แทนตัวเองกันแบบยุบยิบหัวใจ
    #1,189
    0
  2. #1146 CallistoJpt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:40
    พอเคลียร์กันแล้วเป็นอะไรที่อบอุ่นมาก ชอบคำแทนตัวของน้องพี่น้องมากเลย อย่างน่ารักน่าเอ็นดู
    #1,146
    0
  3. #1119 Sivapark (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:05
    ชอบสรรพนามพี่น้องคุยกัน ตัวเค้าเป็นน่ารักอบอุ่น
    #1,119
    0
  4. #1093 milysobad (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:17
    สองพี่น้องเข้าใจกันแล้ววว แง
    #1,093
    0
  5. #1063 Jinjoo.K (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:16
    พอพี่น้องปรับความเข้าใจกันได้แล้วน่ารักมากๆเลยค่ะ งื้ออ ชอบคำเรียกแทนตัว น่ารักกก
    #1,063
    0
  6. #941 mileyduchess (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:52
    ฝันกับพี่เฟิร์สน่ารักมาก รู้สึกยุบยิบหัวเวลาสองพี่น้องแทนตัวเองว่าเค้าตัว ฮือ น่ารักๆๆๆๆ
    #941
    1
    • #941-1 mileyduchess(จากตอนที่ 19)
      21 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:52
      **หัวใจ
      #941-1
  7. #930 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:40
    หนุดยิ้มไม่ได้เลย
    #930
    0
  8. #863 TTSRLN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:22
    ชินแม่งงงงงง
    #863
    0
  9. #741 1ni8_MiraO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 17:39
    อบอรุ่ลลลลล
    #741
    0
  10. #683 plumfloral (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 13:22
    หิ่งห้อยบินเต็มท้องเลย แงงงง น่ารักมาก กำลังไปได้ดีเลยสินะ
    #683
    0
  11. #650 อย่ามาอยู่กับกุ้ง🍤 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:20
    คือดีมากๆแง
    #650
    0
  12. #649 hello_sosai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 13:44
    ชอบตอนพี่เฟิส พูดตัวกับเขามากกกกก
    #649
    0
  13. #646 siranya55069 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 15:31
    อ่านตอนที่พี่น้องเขาปรับความเข้าใจกัน อินี่น้ำตาแตกกลางห้างเลย อินจัด T__T
    #646
    0
  14. #644 prmyta (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:52
    ชอบมากๆเลย รอนะคะ
    #644
    0
  15. #643 Mindchth_Y (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:09
    โง้ยยน่ารัก ขออนุญาตเขินแทนฝันค่ะ!!!

    ชอบอะไม่ยากเรื่องนี้จบไวเลยเดือนนี้ก็จะจบแล้วหรอ ฮรื่อๆ จะรอติดตามผลงานชิ้นต่อไปนะคะ สู้ๆ
    #643
    0
  16. #642 6104_ThePK._ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 20:59
    รอตอนต่อไปนะค้าบ ชอบผลงานของคุณมากๆเลย มันทำให้อยากสู้ต่อไป อย่างน้อยก็อีกวันที่ยังบอกตัวเองให้ยิ้มได้ ขอบคุณนะ ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมา พยายามเข้านะคุณนักเขียนคนเก่ง
    #642
    0
  17. #641 Beztherday (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 14:05
    แสนจาเอ็นดูวววว เจ้าหมากับเจ้าแมว น่าร้ากกกกกกก เวลคัมแบคนะคะ เยิฟๆๆๆ
    #641
    0
  18. #638 SoSoMaNY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 11:31
    เป็นน่ารักกก ละมุนตุ้นน
    #638
    0
  19. #637 Mymars (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 04:49
    ชอบความพี่จุ๊บหน้าผากน้อง โคตรจะถนอมน้องเลยรักมากแหละดูออก ถ้ารู้ว่ามีหมาชิบะจีบน้องอยู่จะหวงน้องมั้ยนะ5555
    #637
    0
  20. #636 (S)-BEAR (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 00:06
    แงงง แสนคิดถึง
    #636
    0
  21. #635 ttbluewp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 23:54
    น้องคัมแบคคคคค hny writer nakaa
    #635
    0
  22. #634 npinyanun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 23:07

    ความสัมพันธ์แต่ละคนน่ารักมากๆๆๆๆเลยค่ะ ใจเหลวไม่ไหวแล้วฮือ 

    แอบซึ้งน้ำตามาช่วงพี่น้องคุยกันนิดหน่อยด้วยแง


    ดีมากๆเลยค่ะไรท์เป็นกำลังใจให้นะคะ??’???’???’?

    #634
    0
  23. #633 TmwMixer (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 19:40
    โฮ ดีมากๆๆๆๆ แฮปปี้นิวเยียร์นะคะคุณนักเขียน ขอบคุณจริงๆสำหรับงานดีๆเสมอเลย
    #633
    0
  24. #631 buruburu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 12:09
    ตอนพี่เฟิร์สจูบหน้าผากน้อง ไรท์บรรยายซะเราเกือบพายเรือบาปเลยค่-- แค่กๆๆ แต่ก็ต้องรีบกลับเรือเดิมมา เพราะชินบอกคิดถึงยัยน้อง
    #631
    0
  25. #630 tamhcp51 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 11:00
    ดีกันแล้วววว รอนะคะ
    #630
    0