Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 15 : Chapter 14 :: I just wanna hug you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 539 ครั้ง
    16 พ.ย. 62


Chapter 14

I just wanna hug you

 

            คนหัวดื้อตัดสินใจวิ่งตามชินออกมาจากห้องซ้อม ตั้งใจจะแก้ตัวว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างฝันและโก๋ พวกเขาสองคนเป็นเพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น แม้จะไม่รู้ว่าทำไมต้องแก้ตัวก็ตาม

            ขาเรียวยาววิ่งตามลงมาด้านล่าง ฝันเบนเข็มไปยังห้องทำงานของชินเป็นอันดับแรก มือเรียวเคาะลงบนบานประตูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ความร้อนใจจึงสั่งให้ฝันเปิดประตูเข้าไป

            ชินไม่อยู่ในห้อง

            ดวงตากลมหันมองซ้ายขวา ได้ยินเสียงรถจอดลงหน้าบ้านทั้งที่เพิ่งจะสามโมงกว่า บูมมาแล้วเหรอ?

            พอออกไปที่ประตูบ้านถึงได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของผู้หญิงคนหนึ่ง

            พี่ชิน ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวเราถือเอง

            ไม่เป็นไร แล้วไอ้บูมจะมานอนทำไมปล่อยให้น้องสาวมาถือกระเป๋าแบบนี้

            ฝันแอบมองภาพของสองคนจากในบ้าน น้องบีในวันนี้สดใสเหมือนเคย เธอแต่งตัวน่ารักตามอายุ รอยยิ้มกว้าง แถมยังดูขวยเขินเมื่ออยู่กับชิน ฝันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากบีคงแอบชอบชิน

            พี่บูมจะตามมาทีหลังค่ะ เห็นว่าไปหาพี่บอสก่อน

            “แล้วเรามาอยู่ด้วยเหรอ

            บีส่งยิ้มให้ชิน รอยยิ้มที่เป็นเหมือนดอกไม้ยามผลิบาน ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา และสุดท้ายเจ้าชายเย็นชาก็จะตกหลุมรักเจ้าหญิงตัววุ่นคนนั้น

เวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ทำไมถึงเข้ากันดีจัง เหมือน M416 ที่ขาดสโคปคูณ 4 ไม่ได้

            พี่บูมไม่ให้อยู่อ่ะ แค่เอาของมาส่ง นั่งเล่นเดี๋ยวก็ไปแล้ว อยากเจอกายด้วย

            “กายยังไม่กลับเลย

            “อ้าว ไปไหนเหรอคะ

            “ไปหาแม่ เห็นโทรมาเลื่อนบอกคงอีกอาทิตย์ถึงจะกลับ

            “อาทิตย์เลยเหรอ ไม่ได้ระบุเหรอคะว่าจะกลับวันไหน

            “ไม่ได้บอกนะ

            “งั้นบีมาทุกวันเลยได้มั้ย มาอยู่เป็นเพื่อนพี่ชินด้วย

            ทั้งสองคนเดินตรงมาที่ประตูบ้าน ฝันรีบหลบหลังกำแพง หัวใจวูบโหวงจนอึดอัดไปหมด บทสนทนาที่แสนลื่นไหลนั่น บ่งบอกว่าทั้งคู่สนิทกันมาก มากจนทำให้ชินที่เป็นเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง กลายเป็นเจ้าชายแสนอบอุ่นเมื่ออยู่กับบี

            ความรู้สึกพวกนี้มันอะไรกันนะ อิจฉาเหรอ? มีสิทธิ์อิจฉาด้วยหรือไง

            พี่ชิน

            “หืม

            “ท่าทางดูไม่ค่อยโอเคเลยนะ เราเป็นห่วงพี่รู้มั้ย

            “ห่วงตัวเองก่อนเหอะ

            “เดี๋ยวเถอะ อย่าเล่นหัวเราสิ

            “ผมสั้นลงหรือเปล่า

            พี่สังเกตเหรอ เพิ่งตัดเมื่อสามวันก่อนอ่ะ

            ไม่ไหวแล้ว

            ฝันผละจากบทสนทนานั่นวิ่งหนีกลับขึ้นไปบนห้อง ดูก็รู้ว่าบีชอบชิน แต่ฝันไม่รู้ว่าชินชอบบีหรือเปล่า ถึงกระนั้นการกระทำที่ฝันสงสัยมาตลอดว่าชินใจดีแบบนี้กับทุกคนไหม ก็พอจะตอบคำถามได้

            ใช่ ชินใจดีแบบนี้กับทุกคน ลูบหัวปลอบประโลม ถ้อยคำอบอุ่นเอาใจ คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง

            ฝันคิดไปเองทั้งหมด ว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร

            ฟังเพลงของไอน้ำมาไม่เคยเข้าใจ วันนี้เข้าใจแล้วว่า ไอ้คนมาทีหลังก็ต้องเศร้าต่อไป มันคือความรู้สึกแบบนี้เอง

            ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้าไปอีกครั้ง โก๋หันมองหน้าเพื่อนสนิท สีหน้าไม่สู้ดีนั่น ฝันไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูด โก๋ก็รับรู้ได้ว่าคงจะเจอเรื่องไม่ดีมา เรียวขาอ่อนล้าเดินตรงไปหาเพื่อน ฝันทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม พลางซุกหน้าลงกับหน้าตักของโก๋ ความร้อนที่พวยพุ่งออกจากร่างกาย มันอึดอัดยิ่งกว่าจมอยู่ในมหาสมุทร

            ไม่อยากกลายเป็นแบบนี้ ไม่อยากเป็นคนงี่เง่างอแง แต่มันหวงเป็นบ้าเวลาเขาไปทำดีกับใคร

            ฝ่ามือของโก๋สัมผัสลงบนกลุ่มผมของเพื่อน ตบปุๆ เบาๆ เป็นการปลอบโยน

            โอ๋ๆ

 

            ***

            ตั้งแต่วันนั้น จากที่เป็นฝ่ายไล่จิก ฝันกลับเป็นฝ่ายหลบหน้าชินแทน

            เขายอมรับว่าตัวเองทำผิด ทั้งที่บอกกับชินว่าจะเป็นกำลังใจให้ จะคอยอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน แต่ตอนนี้แม้แต่ใจตัวเองยังไม่ซื่อตรง เห็นภาพสนิทสนมของชินและสาวน้อยข้างตัวทีไร ก็ต้องรีบถอยกลับมายืนที่เดิม พลางบอกตัวเองว่า มาทีหลังต้องหัดเจียมตัวสิ

            ฝันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปแทรกกลาง เขารู้ว่าบีต้องการได้รับความอบอุ่นจากใครสักคนเพราะบาดแผลที่เคยได้รับ ดังนั้นชินจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด ชินเป็นเหมือนฮีโร่ของบี เป็นคนที่ฉุดบีขึ้นมาจากฝันร้าย และถ้าชินตัดสินใจจะเลือกบี ฝันก็จะไม่ตั้งคำถามใดๆ เพราะบีเป็นเด็กดี เอาใจใส่ผู้คนรอบข้างเสมอ

            ตั้งแต่บีมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เหมือนเติมเต็มด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะ บีคอยถามว่าอยากกินอะไรไหม คอยมานั่งเล่นนั่งคุย ซื้อนู่นซื้อนี่มาฝาก ฝันได้ยินว่าบีกำลังผันตัวเข้าสู่วงการบิวตี้บล็อกเกอร์ และนั่นเป็นเรื่องดีมากๆ เป็นข่าวดีสำหรับชินที่อยากเห็นบีก้าวต่อไปข้างหน้า ชินดูตื่นเต้น มีความสุข สอนบีทำวีดีโอแบบนั้นแบบนี้ และฝันก็ตัดสินใจแล้วว่า

            ถอยดีกว่า ถ้าไม่ถอยตอนนี้ จะถอยไม่ได้อีกแล้ว เขาไม่อยากทำอะไรที่ทำให้ชินรู้สึกแย่

            เขาไม่อยากทำตัวเหมือนเด็กขี้หวง

เกือบอาทิตย์ที่คนหัวรั้นตื่นซะสายโด่ง ลงไปกินข้าวเช้าตอนสิบโมง ตอนที่รถของชินขับออกจากบ้านไปแล้ว หลังจากนั้นทั้งวันจึงขังตัวเองอยู่ในห้องซ้อม จดจ้องอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่สนใจใคร ฝันเล่นเกมปลูกผักจนได้บ้านหลังใหญ่ มีครัวต่อเติมสามารถทำอาหารได้ มีเล้าไก่และเลี้ยงวัวสองตัว หัวใจของคาเรนเป็นสีแดงบ่งบอกว่าฝันนั่งตะบี้ตะบันเล่นมันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ตอนเที่ยงสั่งอาหารมาทานแล้วรีบวิ่งขึ้นห้อง ตกเย็นออกไปกินข้าวข้างนอกกับปอนด์และโก๋บ่อยๆ ทิ้งให้ชินอยู่บ้านกับบูมและบี

            บูมเองก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน แค่มานอน เช้ามาก็หายออกไปข้างนอก กว่าจะกลับก็ช่วงเย็น และดูเหมือนช่วงนี้ปัญหาของบูมกับทีมเลเจนด์จะเพิ่มพูนขึ้น ฝันเคยได้ยินน้องตะคอกใส่คนในโทรศัพท์ เป็นเชิงว่า ทีมเลเจนด์มันตายไปตั้งแต่สองปีที่แล้วแล้ว ไม่มีอะไรเหมือนเดิมทั้งนั้น

            เมื่อพฤติกรรมของคนในบ้านเปลี่ยน เจ้าของบ้านจึงต้องเปลี่ยนตาม จากออกจากบ้านทุกวันตอนเช้า กลับหลังเที่ยงคืน ชินเปลี่ยนมาอยู่บ้านทั้งวัน ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงาน โดยมีบีคอยเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้

            จนกระทั่งวันนี้ วันสุดสัปดาห์ที่แสนขี้เกียจ บีมาจดรายการอาหารตั้งแต่ช่วงบ่าย บอกว่าอยากให้อยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันบ้าง อีกอย่างฝันเองก็ไม่อยากออกไปไหน เขาล้ากับการออกไปตามหาร้านอาหารนอกบ้านจนในที่สุดออกปากสั่งข้าวผัดสัปปะรดไป ฝันแค่คิดว่าคนอย่างชินคงไม่มาร่วมโต๊ะกินข้าว แหงล่ะ ชินไม่เคยร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นมาก่อนเลยสักครั้ง

            แต่วันนี้ฝันคิดผิดมหันต์

            บรรยากาศมื้อเย็นบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด

หนึ่ง เพราะสมาชิกคนใหม่ของบ้านมานั่งร่วมโต๊ะอาหาร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างกินแล้วก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว สอง เจ้าของบ้านที่ไม่เคยโผล่มาร่วมมื้อเย็นเลยสักครั้งกลับมานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ทำหน้าบอกบุญไม่รับ สาม คนที่มักจะเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะภายในบ้านนั่งซึมกระทื่อ ทั้งที่อาหารวันนี้เป็นข้าวผัดสัปปะรดของโปรดของฝัน เจ้าตัวกลับนั่งเขี่ยมันอยู่นานสองนาน

            “มีอะไรกันอ่ะปอนด์ซุบซิบกับโก๋เมื่อเห็นบรรยากาศแปลกๆ กะเพราหมูกรอบของปอนด์วันนี้จืดชืดไปเลยทีเดียว

            ไม่มีนี่โก๋ละสายตาจากโทรศัพท์ไปมองฝันที่กำลังเขี่ยสัปปะรดอย่างเอาเป็นเอาตาย

            ไม่มีบ้าอะไร ปกติเจอสัปปะรดก็หน้าบานเป็นกะละมัง ไหงวันนี้หน้าบูดแบบนั้น

            “มีเรื่องให้คิดมั้ง

            เสียงซุบซิบของโก๋และปอนด์เงียบลง คราวนี้เป็นบีที่โพล่งขึ้นมาแทน เธอพยายามแก้สถานการณ์สุดขมุกขมัวด้วยรอยยิ้ม แต่ก็เหมือนจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้

อ่า หลังกินข้าวมีชานมไข่มุกด้วยนะ บีซื้อมาเผื่อ ไม่รู้ว่าใครชอบกินแบบหวานมากหวานน้อยก็เลยซื้อมาอย่างละครึ่ง ไปหยิบในตู้เย็นได้นะคะ หวานน้อยจะเขียนตัวแอลไว้ข้างหน้า

ขอบคุณครับพี่บี! ใจดีจังเลยเด็กเสื้อฮาวายผู้โปรดปรานชานมไข่มุกเป็นที่หนึ่งทำตาเป็นประกาย

นอกจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจชานมเลยสักคน บีแก้เก้อด้วยการหันไปดุพี่ชายที่สวาปามข้าวเย็นเหมือนหิวโหยมาจากไหน นอกจากปอนด์แล้ว ก็มีบูมนี่แหละที่ไม่คิดจะสนอารมณ์ใคร กินข้าวพลางดูโทรศัพท์ไปแบบไม่หยี่ระ

            กินอยู่ได้บีบ่นบูม เจ้าเด็กตาแหลมเจาะหูข้างซ้ายขมวดคิ้ว

            เอ้า ก็คนมันหิว

            “ดูสถานการณ์บ้างมั้ย

            “ใครไม่อยากกินก็เรื่องเขาดิ ใช่ว่าออกค่าข้าวให้ซะหน่อย

            “พี่บูม! ขอโทษนะพี่ชินบีรีบหันไปขอโทษเจ้าของบ้านที่นั่งหน้านิ่งมาตั้งแต่ข้าวมาส่ง ทุกคนกินกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว ชินก็ยังไม่คิดจะเปิดฝากล่องข้าวขึ้นมา ดวงตาเรียวดุจดจ้องมองฝันเป็นพักๆ บ่อยจนโก๋สังเกตเห็นได้

            โก๋ใช้นิ้วแตะใบหน้าของเพื่อนที่ดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ฝันกะพริบตาปริบๆ มือของเพื่อนที่สัมผัสลงมาทำให้ฝันหลุดออกจากภวังค์

            หะ มีอะไร

            “ไม่อยากกินข้าวเหรอ นั่งเขี่ยตั้งนานแล้ว

            “อะ อ่อ ไม่ค่อยหิวอ่ะ

            “ไม่สบายอีกหรือเปล่าความเป็นห่วงเป็นใยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสายตาเจ้าของบ้าน ชินจดจ้องทุกการกระทำของเพื่อนซี้สองคนอย่างไม่ละสายตา ชนิดที่ว่าถ้าพุ่งไปจับแยกได้ก็คงพุ่งไปนานแล้ว

            และขอบคุณสวรรค์ เหมือนฟ้าจะมีตา ส่งเทวดาตัวน้อยมาบรรเทาความอึดอัดบนโต๊ะอาหาร เสียงสดใสดังขึ้นที่ประตูบ้าน ใบหน้ายิ้มแฉ่งของเจ้ามนุษย์มาร์ชเมลโล่ฉายออร่าสว่างมาแต่ไกล

            กลับมาแล้วค้าบกายเดินดุ่มเข้ามาในบ้านพร้อมกับข้าวของเต็มสองมือ ไม่ทันได้สังเกตเมฆดำขมุกขมัวที่ก่อตัวไปทั่วบ้าน เด็กวัยสิบเก้าวางสารพัดถุงลงบนโต๊ะกระจกพลางคลี่ยิ้มให้กับชิน

            พี่ชิน แม่ฝากขนมมาเยอะแยะเลย

            “ขนมอะไร

            “ของชอบของพี่ไง

            คุณแม่ของกายใช้เวลาว่างอยู่บ้านทำเบเกอรี่ขาย กลับบ้านทีไร ก็มักจะฝากขนมสารพัดแบบติดไม้ติดมือมาแบ่งชินอยู่เสมอ ในฐานะที่คอยดูแลลูกชายให้

            บลูเบอร์รี่ชีสพาย บานอฟฟี่ ช็อคโกแลตเค้กหน้านิ่ม สตอเบอร์รี่ชีสเค้ก พายข้าวโพด อืม พายสัปปะรด พายแอปเปิ้ล ดีจังพี่บูมกับพี่บีก็อยู่ แบ่งไปดิ มันเยอะมากเลยอ่ะ

            ชินหยัดตัวขึ้นยืนทั้งที่ยังไม่ได้แตะข้าว เดินมาดูสารพัดขนมในถุงที่กายแบกมา

            เก็บแค่บลูเบอร์รี่ชีสพายกับพายสัปปะรดไว้ให้กู นอกนั้นอยากให้ใครก็ให้ ฝากขอบคุณแม่ด้วย

            กายพยักหน้า หยิบบลูเบอร์รี่ชีสพายออกจากถุงแยกไว้อีกส่วน มือกำลังจะหยิบพายสัปปะรด กายก็ขมวดคิ้ว

            เอ๋ พี่ชินกินพายสัปปะรดด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าเกลียดสัปปะรดหรือไง

            ชินหันมองฝันที่นั่งจ๋องอยู่กับข้าวผัดสัปปะรดจนแทบจะรวมร่างไปกับมัน กายถึงเข้าใจ

            พี่ฝัน อันนี้ของพี่นะ ถ้าอยากกินผมแบ่งไว้กับบลูเบอร์รี่ชีสพายของพี่ชินนะครับกายยิ้มโชว์ฟันขาว ฝันที่นั่งเหม่อโดนโก๋กระทุ้งแขนจนสะดุ้ง เงยหน้ามองกายด้วยความประหลาดใจ

            อ้าว กลับมาแล้วเหรอ

            “กลับมาแล้วครับ พี่มัวแต่เหม่อ

            อาการแปลกๆ ของฝันทำให้ชินอยากจะพูดทักถามออกไป แต่โดนขัดด้วยเสียงของบูมเสียก่อน

            มีอะไรให้พี่มั่งกาย

            “ของพี่บูมพายข้าวโพด ของพี่บีพายแอปเปิ้ลนะ

            “ใจดีจังวะ ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะ

            “ขอบคุณนะกาย

            “ของเราอ่ะกาย อยากกินช็อคโกแลตเค้ก

            เด็กๆ หันไปวุ่นวายตรงถุงขนม ยื้อแย่งกันว่าจะกินอันนู้นอันนี้ ส่วนฝั่งผู้ใหญ่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ โก๋มองการกระทำของชิน ทั้งสายตา ทั้งท่าทางที่เหมือนอยากจะคุยกับฝันใจแทบขาด พอๆ กับที่ชินเองก็มองการกระทำของฝันทุกอย่าง ทั้งหลบตา ทั้งท่าทางที่อยากจะหนีเขาไปให้ไกล

            โก๋ กูไม่กินแล้วนะ อยากออกไปสูดอากาศ

            ฝันปล่อยช้อนตกลงบนข้าว ปล่อยข้าวกล่องเป็นหมันก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากบ้าน โก๋ทำท่าจะลุกเดินตามฝัน แต่ชินกลับเร็วกว่า เจ้าของบ้านพุ่งตรงไปยังคนที่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าบ้าน คว้าข้อมือพลางดึงตรงไปที่รถ

            คุณ!”

            เข้าไป

            “เดี๋ยวชินผลักฝันเข้าไปนั่งบนรถ เดินดุ่มๆ อ้อมไปยังที่นั่งฝั่งคนขับ โก๋วิ่งตามออกมาจากบ้านอย่างร้อนใจ แต่ไม่ทันคนที่สตาร์ทรถแล้วขับรถพุ่งติดสปีดออกไป

            โก๋ยืนมองจนรถเก๋งสีดำลับสายตา เขาถอนหายใจเสียงดัง

            มันอาจจะดีกว่าถ้าปล่อยให้สองคนนั้นคุยกันเอง ดูเผินๆ ฝันเป็นคนกล้าเผชิญหน้า เรื่องเกมนี่มันสู้หัวชนฝา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองเมื่อไร จะวิ่งหนีจนสุดขอบ เหมือนอย่างที่หนีพี่ชายออกมาจากบ้าน หนีความจริงว่าตัวเองต้องการที่พึ่งพิง ทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งเพื่อจะพิสูจน์ให้ครอบครัวได้เห็น

            ไม่แปลกหรอกที่จะตกหลุมรักคนอบอุ่นอย่างชินเข้า ดูแลยิ่งกว่าพ่อแท้ๆ พี่ชายยังไม่ใส่ใจขนาดนั้นเลยมั้ง

            แล้วอีกฝ่าย ไม่รู้ว่ามีบาดแผลอะไร แต่การที่ทั้งสองคนสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาทั้งที่อยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ก็พอจะชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าชินก็พอมีใจอยู่บ้าง แม้โก๋จะไม่เข้าใจก็เถอะว่าทำไมสาวน้อยชื่อบีถึงได้ติดชินแจ

ที่โก๋ทำไปก็เพื่อจะกระตุ้นให้ชินรู้ ขืนยังเมินหน้าหลบหน้ากันอยู่แบบนี้ คนซวยคือเด็กในบ้านที่ต้องมานั่งรับอารมณ์ของผู้ใหญ่ การกระทำเมื่อกี้น่ะ ให้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าหึงจนเลือดขึ้นหน้า

ในเมื่อใจตรงกันแล้ว ก็คุยให้มันรู้เรื่องไปเถอะ

เพราะไอ้โก๋มันทนไม่ไหวแล้วโว้ย

ชินทั้งเมินเฉยใส่โก๋ ของอร่อยก็ไม่มีมาฝาก แถมยังประชดประชันใส่เหมือนโก๋ทำผิดอะไรหนักหนา ถ้ามันหยิบมีดมาปาดคอโก๋ได้ ป่านนี้เลือดคงนองเต็มบ้านไปแล้วมั้ง

ไอ้หมาชิบะนั่นใจดีกับฝันแค่คนเดียวนั่นแหละ

           

            ***

            ฝันได้แต่นั่งเงียบระหว่างที่รถขับออกไป ไม่มีเสียงพูดคุยจากอีกฝ่าย พอพ้นหมู่บ้านออกมา ชินก็เริ่มผ่อนคันเร่งหลังจากที่เมื่อกี้เหยียบติดสปีดจนฝันคว้าเข็มขัดนิรภัยมารัดแทบไม่ทัน

            รถเก๋งสีดำมุ่งตรงไปไหนสักที่ ฝันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าอึดอัดจนต้องมองออกไปนอกตัวรถ มองดูเส้นทางด้านข้าง เส้นทางที่ฝันไม่คุ้นเคย

            จวบจนกระทั่งรถจอดลงข้างทาง ด้านนอกเป็นคลองขนาดเล็กที่ทอดยาวออกไป ไฟถนนสีส้มในตอนกลางคืน สำหรับมนุษย์สายตาสั้นอย่างฝัน มันดูสวยงามเสมอ และแสบตามากเช่นกัน

            ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไร ไม่มีใครเริ่มคุยก่อน มีเพียงเสียงรถที่วิ่งสวนไปมา สุดท้ายก็เป็นชินที่ยอมแพ้ พ่อนักแคสเกมถอนหายใจออกมาเสียงแผ่ว

            คุณไม่อยากคุยกับผมเหรอ

            ริมฝีปากสีสวยเม้มแน่น มือสองข้างกุมเข้าหากันอย่างหาที่พึ่งพิง ดวงตากลมเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าควรจะโฟกัสไปด้านนอกรถ หรือหันกลับไปสบตากับชินดี

            กลัวว่าจะโดนจับได้ กลัวว่าจะโดนไล่ไปไกลๆ กลัวว่าถ้าชินรู้ ว่าเพื่อนคนนี้คิดไกลเกินกว่านั้น กลัวจะโดนเกลียด

            ฝัน

            “เปล่า

            ก็เห็นอยู่ว่าคุณหลบหน้าผม ถ้าคุณไม่พอใจที่ผมสัมผัสตัวคุณ ผมก็จะไม่ทำ ผมแค่อยากรู้ว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

            “ไม่…” ฝันพึมพำ ไม่ผิด

            “ฝัน ขอร้องล่ะ ผมไม่อยากเสียคุณไปอีกคน

            “ที่พูดเพราะว่ารู้สึกแบบนั้นจริงๆ หรือว่าคุณทำแบบนี้กับทุกคน

            บอกตามตรงว่าฝันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกราวกับมีหินร้อยก้อนถ่วงอยู่ในอก ความรู้สึกที่แสนทรมานจนอยากจะให้มันหยุด แต่ให้ทำยังไงได้ เป็นมนุษย์ก็ต้องรู้สึก เป็นมนุษย์ก็ต้องหัวเราะเวลามีความสุข ร้องไห้เวลาเจ็บปวด

            ก็แค่เพิ่งรู้ว่าเวลามีความรัก แล้วรู้สึกเหมือนจะผิดหวัง มันทำให้หัวใจปวดหนึบ

            คุณพูดคำว่าน่ารักหลังตัดผมกับทุกคนหรือเปล่า คุณชมพวกเขาว่าตาสวยหลังจากได้จ้องตาไหม คุณเคยชมน้องๆ ว่าเก่งมากพลางลูบหัวหรือเปล่า ชิน คุณสัมผัสตัวคนอื่นแบบที่ทำกับผมไหมดวงตากลมภายใต้กรอบแว่นหันมาสบกับนัยน์ตาสีสวยของชิน ต่างฝ่ายต่างก็เหนื่อยล้าไม่ต่างกัน

            ผมน่ะ เป็นแฟนคลับคุณมาตลอด ผมคอยดูคุณจากที่ไกลๆ เสมอ ผมไม่เคยนึกหรอกว่าวันหนึ่งจะได้มาอยู่ตรงนี้ ผมเพียงแค่อยากเห็นคุณมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว แต่พอได้เจอคุณ มันกลายเป็นว่าทุกอย่างมันถลำลึก ความใจดีของคุณทำให้ผมอยากตักตวงมันให้มากที่สุด ความอ่อนแอของคุณทำให้ผมอยากกอดคุณเอาไว้แน่นๆ การเอาใจใส่ของคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ

            ฝันกอดตัวเองเอาไว้ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว กลัวสารพัดคำตอบที่อีกฝ่ายจะมอบให้

            ถ้าไม่สมหวัง จะเจ็บปวดเหมือนตอนที่เสียพ่อกับแม่ไปหรือเปล่านะ

            ถามหน่อยเถอะ คุณทำแบบนั้นกับทุกคนหรือเปล่า หรือทำกับผมเพียงแค่คนเดียว เพราะผมดันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับคุณ

            ชินเงียบไป ทำเอาฝันใจสั่น

            แค่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ แล้วหลังจากนั้นผมจะไม่เซ้าซี้อะไรอีก ผมจะกลับไปเป็นฝันที่ขี้เล่นคนเดิม กลับไปเป็นแฟนคลับที่รู้จุดยืนของตัวเอง กลับไปเป็นเพื่อนที่คอยรับฟังคุณโดยที่ไม่ต้องหวังอะไรนอกจากอยากให้คุณมีความสุข

            “ตอบผมทีเถอะ

            ความหนาวเหน็บภายในรถเกาะกุมหัวใจดวงน้อยของเขา คืบคลานเข้าไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ชินเงียบ ในจุดที่เหมือนตัวเองจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายก็สัมผัสลงบนกลุ่มผมของฝัน

            ฝ่ามือของคนคนหนึ่ง มันให้ความรู้สึกอบอุ่นขนาดนี้เชียวเหรอ

            แล้วถ้าผมบอกว่า ผมทำให้คุณคนเดียวล่ะ

            ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างมีความหวัง

            ก็จริงที่ผมอาจจะใจดีกับทุกคน กับคนอื่นผมทำในฐานะที่ผมเป็นพี่ชาย เป็นน้องชาย เป็นเพื่อน แต่กับคุณมันมากกว่านั้น ผมทำเพราะผมมีความสุขที่ได้อยู่ข้างคุณ ไม่ว่าจะตอนที่คุณซนเป็นลิง หรือตอนที่คุณเจ็บปวด

            “เพราะหลังตัดผมคุณน่ารักจริงๆ ถึงได้ชม เพราะตาคุณสวยเหมือนสีที่ผมชอบ ผมถึงได้พูด เพราะคุณเก่ง ผมถึงได้บอกว่าคุณเก่งมาก เพราะอดมันเขี้ยวคุณไม่ได้ เลยต้องเอื้อมมือไปแตะต้องคุณอยู่เสมอ

            คุณรู้มั้ย ในขณะที่คุณคิดมาก ผมเองก็คิดไม่ต่างกันว่าเผลอทำอะไรให้คุณเกลียดหรือเปล่า อย่างที่คุณบอกว่าถึงภายนอกคุณจะเข้มแข็ง แต่ความจริงคุณอ่อนแอ ผมกลัวว่าจะทำให้คุณเจ็บปวด ผมกลัวสูญเสียคุณ กลัวจนเก็บไปคิดทุกวัน

            คุณไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มของตัวเอง เยียวยาหัวใจของผมได้แค่ไหน ทุกครั้งที่คุณยิ้ม ผมรู้สึกเหมือนกับว่าโลกนี้แม่งยังมีอะไรดี มันไม่ได้มืดมนซะทั้งหมด

            “เพราะฉะนั้นถ้ากำลังคิดมากเรื่องนี้ล่ะก็ เลิกคิดได้แล้ว

            “ไม่ให้คิดได้ไงอ่ะ คุณเป็นคนแรกเลยที่มาทำอะไรแบบนี้ให้” ฝันบ่นพลางเงยหน้าจากเข่าสองข้างของตัวเอง หันไปค้อนขวับมองชิน ฝ่ามือของชินยื่นเข้ามาจะสัมผัสใบหน้าของฝัน ก่อนมันจะชะงักถอยกลับไปเหมือนห้ามมือตัวเองเอาไว้

            “คุณก็เป็นคนแรกเหมือนกันนั่นแหละ ผมยอมให้คุณเข้าใกล้ ยอมให้คุณปลอบ ยอมให้คุณซนไปเรื่อย ยอมให้คุณกอด แถมยังยอมเล่าอดีตของตัวเองให้คุณฟัง คนอื่นผมไม่ยอมแบบนี้นะ

            ผมไม่ได้ยอมคนทั้งโลกนะฝัน ผมยอมคุณคนเดียว

            หัวใจของฝันกระตุก ใบหน้าร้อนผะผ่าว แต่ก็ยังอยากคอนเฟิร์มให้ชัด

            “พูดแบบนี้แสดงว่า ผมเป็นคนพิเศษเหรอคำถามของฝันทำเอาชินกุมหัว

            อือ พิเศษมาก มากมากกกชินลากเสียงยาวตอบ

            “จริงเหรอดื้อตาใสถามอีกครั้ง

            จริง จริงงง ชินจึงลากเสียงยาวตอบอีกครั้ง

            แล้วกับบีล่ะ

            กังวลเรื่องนี้เหรอ

            “คือ ผมไม่ได้อยากงี่เง่านะ ไม่ได้จะงอแงด้วย แล้วผมก็ชอบบีมาก น้องเป็นคนน่ารัก ผมรู้ว่าคุณรู้สึกผิดที่ไปช่วยบีไม่ทัน คุณเลยต้องอยู่ข้างๆ บี คอยดูแลบี เพราะเป็นจิตใต้สำนึกลึกๆ ว่าคุณต้องรับผิดชอบเด็กคนนั้น ละแล้วผมก็ไม่ได้คิดมากเลยถ้าคุณอยากจะดูแลบีมือเรียวของฝันจับแขนของชินเอาไว้ ออกแรงบีบราวกับต้องการระบายความอึดอัดภายใน ตอนนี้เขาแทบจะเรียงประโยคไม่ถูกแล้วด้วยซ้ำ

แต่ถ้าคุณตัดสินใจว่าจะดูแลบีในฐานะอื่น ประมาณว่าอยากจะอยู่กับบีไปตลอด จะอยู่ข้างบี จะรับผิดชอบบี อย่าพูดแบบนั้นออกมาได้มั้ย อย่าพูดเหมือนกับว่าคุณอนุญาตให้ผมรู้สึกดีกับคุณแบบนี้ต่อไป

            “ผมไม่อยากเป็นมือที่สาม ไม่อยากเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าว

            ฝันคอตก ส่งน้ำเสียงอู้อี้ขึ้นจมูกออกไป

            แต่มันชอบคุณจนใจเจ็บไปหมดแล้วอ่ะ

ริมฝีปากสีสวยงับดับฉั่บเพราะมัวแต่คิดนู่นคิดนี่เลยเผลอหลุดพูดออกไป ฝันอยากจะตีตัวเองให้ตายซะตรงนี้

ชอบผม?” ชินถามเสียงหลง

            อ่ะ อือ” จะเถียงออกไปก็ไม่ทันแล้ว จะให้ไปชอบหมาที่ไหนล่ะ ก็นั่งกันอยู่สองคนในรถเนี่ย ถ้าไม่ได้ชอบคงไม่มานั่งคิดมากหรอกฝันหยีตา พลางภาวนาในใจ อย่าด่านะ อย่าตีนะ อย่าว่านะ ใจมันบอบบางเหมือนทิชชู่เปียกแล้ว

            ชอบแบบแฟนคลับเหรอ

            “เปล่าชอบแบบ ชอบอ่ะ ชอบก็คือชอบต้องให้อธิบายมากขนาดไหนกัน!

            พ่อนักแคสเกมถึงกับยกหลังมือขึ้นปิดรอยยิ้มของตัวเอง ที่ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ก้มหน้าอยู่ล่ะก็ คงเห็นแน่ๆ ว่าเขากำลังดีใจ ชินพยายามรักษามาดของตัวเองเอาไว้  

            ฝันน้ำเสียงทุ้มขึ้นจมูกเอ่ยถาม ความน่ารักของคนตรงหน้าทำให้เขาทนไม่ไหว ขอกอดได้ไหม

            “แล้วถ้าไม่ให้จะทำยังไง

            “ก็จะกอด

            “แล้วจะขอเพื่ออะ…”

            วงแขนกว้างดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดเอาไว้ ความว้าวุ่นใจเมื่อกี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด อ้อมกอดของชินเปรียบเหมือนภูเขาลูกโต เพราะครั้งที่แล้วเป็นฝ่ายกอดชินเอาไว้ แถมยังกอดหลวมๆ จึงไม่ได้รับรู้ถึงความกว้างขวางของแผ่นหลัง ในอ้อมกอดนี้ ฝันสามารถกลายเป็นเจ้าลูกไก่ในกำมือของอีกฝ่ายได้เลย

            ผมไม่ได้คิดกับบีมากไปกว่าพี่ชายที่อยากปกป้องน้องสาว ก็จริงที่ผมรู้สึกผิด อยากจะดูแลน้อง แต่นั่นก็แค่ในฐานะพี่ชาย ผมดีใจที่เห็นบีเลือกทางเดินของตัวเองได้

จมูกของฝันรับรู้กลิ่นจางๆ จากตัวของชิน น้ำหอมเหรอ? ไม่ใช่ น่าจะเป็นกลิ่นเทียนหอมที่เจ้าตัวชอบจุด มันถึงได้ติดไปทั่วร่างกายแบบนี้ บนลาดไหล่ของชินให้กลิ่นเหมือนกับเมล็ดกาแฟคั่วในร้านเครื่องดื่มที่ฝันโปรดปราน

แต่ผมไม่ได้ชอบบี

นิ้วเรียวจิกลงบนเสื้อของอีกฝ่าย ฝันขยำเสื้อของชินจนแทบจะขาดติดมือ

แล้วชอบใคร ชอบใครอยู่ ชอบฝันใช่ไหม พูดมาสิ ไม่อยากคิดไปเองอีกแล้ว

อ่า บ้าฉิบ ผมกะว่าจะบอกตอนที่เหมาะสมกว่านี้แท้ๆ

อะไร

ไม่อยากบอกตอนคุณรู้สึกไม่ดีแบบนี้ ไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ คุณเป็นหนึ่งคนที่ทำให้ผมอยากจะกลับไปทำสิ่งที่ผมรัก ทำให้ผมอยากจะลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง ถ้าไม่ได้รู้สึกดีกับคุณแล้วจะเรียกว่าอะไร

แล้วมันอะไรล่ะ

ชอบคุณไง

ตึกตัก

หัวใจ เต้นผิดจังหวะไปเสี้ยววินาที พร้อมกับคำว่า ชอบคุณ ชอบคุณ ชอบคุณ เอคโค่ดังอยู่ในหัว

หัวใจที่ดำดิ่งสู่ก้นมหาสมุทรในช่วงเวลาที่ทั้งคู่หลบหน้าหลบตากัน ฝันกำลังลอยเท้งเต้งอยู่ในมวลน้ำที่บีบอัดร่างกายจนแทบแตกสลายเป็นเสี่ยง จนกระทั่งคำคำนั้น ฉุดเขาให้ขึ้นจากน้ำ แสงสว่างหนึ่งเดียวภายในความมืด ช่วยชีวิตของฝันไว้อีกครั้ง

แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจ ให้โอกาสผมพิสูจน์ได้ไหม ว่าสิ่งที่ผมพูด ไม่ใช่เพราะสงสารคุณหรือทำดีกับคุณไปแบบนั้น ให้โอกาสผมพิสูจน์ว่าผมชอบคุณจริงๆ ได้หรือเปล่า

จากนิ้วที่จิกฝังลงไปจนไม่รู้ว่าทำให้แผ่นหลังของชินเจ็บปวดหรือเปล่า ฝันคลายออกเล็กน้อย ความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาบนใบหน้า ลำคอ ลาดไหล่ที่หนักอึ้งทำให้ร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่มันต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว ก้อนหินที่ถ่วงอกอยู่ ถูกแทนที่ด้วยความวูบหวิวในช่องท้อง

มันมีความสุข จนแทบจะเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่

ฝันได้ยินเสียงหัวเราะก้องอยู่ในหู คำพูดของพ่อเมื่อครั้งที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้าดังขึ้นในหัว

แล้วพ่อรู้ได้ยังไง ว่าตกหลุมรักแม่ไปแล้วเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสาเอ่ยถามคนเป็นพ่อ นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมส่งมาให้กับลูกชายคนเล็ก

ตอนที่ละสายตาไปไหนไม่ได้

แล้วแม่ล่ะ รู้ได้ยังไงว่ารักพ่อฝันหันถามหญิงสาวที่นั่งหน้าแดงขวยเขินต่อหน้าสามี

ก็ตอนที่ เหมือนมีหิ่งห้อยกระโดดดึ๋งๆ เป็นป๊อปคอร์นอยู่ในท้องล่ะมั้งนิ้วเรียวสวยของแม่แตะจมูกฝัน บีบจมูกรั้นๆ นั่น พลางหัวเราะอย่างมีความสุข

หิ่งห้อยกระโดดดึ๋งๆ เป็นป๊อปคอร์นเหรอ

รู้สึกแบบนี้เองสินะ

หิวข้าวจัง

 

***

หลังจากความรู้สึกหลากหลายอย่างชัดเจนขึ้น ชินก็เริ่มตีตัวออกห่างจากบีอย่างเห็นได้ชัด และบีเองก็ไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้ความ เมื่อรับรู้ถึงการตีตัวออกห่าง เธอจึงเปลี่ยนไปหมกตัวอยู่กับกายและพี่ชายตัวเองแทน

ฝันนอนเอียงคออยู่ภายในห้องกายภาพบำบัด มองดูอีกฝ่ายที่กำลังหลับตาพริ้ม ความฝันเหรอ ฝันแน่ๆ ฝันว่าสารภาพรักกับชินด้วยท่าทางเด๋อด๋าเพราะไม่เคยสารภาพรักกับใครมาก่อน แถมยังทำตัวเหมือนเด็กหวงของที่ไม่อยากให้คนตรงหน้าไปยุ่งกับใคร ไหนจะฝันว่าชินเองก็ชอบ

เพี๊ยะฝันตบแก้มตัวเอง

เจ็บ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าไม่ฝัน

แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดลอดผ่านมู่ลี่เข้ามา ตกกระทบบนร่างกายของผู้ชายตรงหน้า หักเหเป็นแสงเงาสวยงาม ดูราวกับภาพวาด เริ่มเข้าใจสิ่งที่พ่อกับแม่บอกชัดเจนก็วันนี้

เมื่อมีความรัก สิ่งแรกคือละสายตาจากเขาไม่ได้ สิ่งที่สองคือเหมือนมีหิ่งห้อยบินวนอยู่ในท้อง

ชินเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ใบหน้าคมคาย สันกรามชัดเจน ผิวออกไปทางผิวเหลืองเกือบสีน้ำผึ้ง คิ้วเข้มเรียงตัวสวย แม้ขนตาจะไม่ได้เป็นแพหนา แต่กลับขับให้ดวงตาเรียวรีนั่นเด่นชัด จมูกโด่งงุ้ม ต่างจากจมูกรั้นๆ ของฝัน และริมฝีปากเข้ารูปสวยสีสันลงตัว ไม่ได้ดูซีดหรือแดงจัดเป็นกลีบกุหลาบ เป็นคนที่มองแวบแรกอาจจะไม่ได้ใส่ใจ หากมองจ้องนานๆ แล้ว กลับละสายตาไปไหนไม่ได้ เหมือนกับฝันที่ครั้งแรกไม่ได้ใส่ใจใบหน้านี้เท่าไร พอลงลึกถึงรายละเอียด ถึงได้รับรู้ว่าชินน่ะ เท่เป็นบ้า 

ฝันรีบกระเด้งตัวขึ้นเมื่อลืมตัวมองชินนานไปหน่อย รีบหันกลับมาสนใจดูรายละเอียดการแข่งขันที่โค้ชทีปริ้นท์มาให้อยู่บนโต๊ะ

การแข่งขัน Championship จะกินเวลาสามอาทิตย์ แต่ละอาทิตย์จะต้องแข่งทั้งหมดสามวัน สรุปคือแข่งทั้งหมดเก้าวันด้วยกัน สาเหตุที่กินระยะเวลายาว เพราะมีผู้แข่งมากหน้าหลายตาเข้าร่วม นอกจากเกมเมอร์สายแข่ง ยังมีสตรีมเมอร์ที่สนใจร่วมแข่งด้วยเช่นกัน

การแข่งถูกแบ่งออกเป็นสองสาย สายแรกคือสายผู้เล่นธรรมดา สายที่สองคือสายผู้เล่นที่มีชื่อในวงการอีสปอร์ต และแน่นอนทีมลูเซนท์ดรีมได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าแข่งขันโดยถูกจัดไว้ในสายที่สอง

ในอาทิตย์แรกคือการแข่งแต่ละสาย คัดจนเหลือสิบแปดทีม

ในอาทิตย์ที่สองยังคงเป็นการแข่งแต่ละสาย คัดจนเหลือสิบทีม

และในอาทิตย์สุดท้ายคือการแข่งระหว่างสองสายเพื่อหาผู้ชนะ

ฝันก้มมองมือซ้ายของตัวเองภายใต้ถุงมือสีดำ เก้าวันกับสามอาทิตย์ที่ต้องทุ่มเทให้กับการแข่งครั้งนี้ เป็นการแข่งขันใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทางผู้ใหญ่จะคัดเลือกสมาชิกเพื่อไปแข่ง Nations Cup ที่ประเทศเกาหลีใต้

ทีมเลเจนด์ยังคงเป็นตัวเต็งเมื่อพูดถึงการแข่ง Nations Cup พูดง่ายๆ คืออาจจะได้รับเลือกก่อนเป็นกลุ่มแรก แม้จะถูกแบนไปสองปี แต่กลับมาแสดงฝีมือท็อปฟอร์มจนใครก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมเลเจนด์มีความสามารถล้นหลาม ถ้าทีมเลเจนด์ถูกเลือก สมาชิกคนอื่นจะถูกรับเลือกกรณีที่ทีมเลเจนด์ออกปากปฏิเสธ มีคนไม่ครบ หรือเกิดเหตุสุดวิสัยลงแข่งไม่ได้ โดยการพิจารณาจากฝีมือ การเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ผลงานที่ผ่านมา และทัศนคติส่วนตัวว่าจะสามารถเข้าร่วมทีมกับเพื่อนได้หรือไม่

ฝันเองมีความกังวล เพราะลูเซนท์ดรีมต้องแข่งขันกับเลเจนด์และทีมอื่น ฝันอยากให้ทั้งสี่คนได้แข่งพร้อมหน้ากันบนเวทีระดับโลก จนกระทั่งเมื่อวานโค้ชทีเดินดุ่มๆ เข้ามาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอแค่ทำให้ดีที่สุด เพราะรายชื่อในมือโค้ชนนท์ โค้ชทีมชาติอีสปอร์ต สมาชิกลูเซนท์ดรีมเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ ที่จะได้รับอนุญาตให้แข่งในชื่อประเทศได้

อ่านไม่รู้เรื่องหรือว่ายังไงน้ำเสียงขึ้นจมูกเอ่ยถามจนฝันสะดุ้งเพราะมัวแต่คิดอะไรในหัว ฝันหันมองหน้าชินที่ลุกขึ้นบิดตัวคลายเมื่อย

แข่งตั้งเก้าวันแหนะฝันบ่น

กลัวไม่ไหวหรือไง

ใจผมน่ะสู้ไม่ถอยหรอก แต่มือเนี่ยมือซ้ายของฝันขยับกำเข้าออก แม้พี่รินจะบอกว่าร่างกายปลอดภัยหายห่วงแล้ว แต่ก็กลัวจะเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นมาเหมือนการแข่งรอบโปรลีก

ไปลองให้พี่ชายเช็คดูอีกรอบไหมล่ะ รินเป็นแค่หมอกายภาพบำบัด ก็คงทำเท่าที่ทำได้ชินเสนอ

พี่เฟิร์สน่ะเหรอฝันไม่ได้คุยกับพี่ชายตัวเองนับตั้งแต่ตอนที่บอกตัดพี่ตัดน้อง แต่การแข่งครั้งนี้สำคัญมาก มากจนไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้น ถ้าการแบกหน้าไปหาเฟิร์สที่โรงพยาบาลช่วยให้การแข่งขันราบรื่นล่ะก็ ฝันก็จะยอมกลืนความหัวแข็งของตัวเองลงท้อง เพราะเฟิร์สเป็นคนเดียวที่รู้อาการของฝันดีที่สุด

ถ้าไม่โอเค ผมอยู่ตรงนี้นะชินวางมือลงบนมือขวาของฝัน ส่งรอยยิ้มมุมปากมาให้นิดๆ จนคนหัวดื้อต้องรีบหลบสายตา ยิ่งรู้ว่าใจตรงกัน แถมยังเป็นช่วงที่ใครอีกคนพิสูจน์ตัวเอง ฝันยิ่งต้องเตรียมตั้งรับดาเมจจากอีกฝ่าย

ไม่อย่างนั้นหัวใจคงโดนใครอีกคนเอา M4 ยิงจนพรุนแน่

ฝันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเบอร์พี่ชาย ชั่งใจว่าจะโทรไปหาดีไหม สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ พลางผ่อนออกอยู่เป็นนาที สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรออก

(ขอโทษค่ะ ไม่มีเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาตรวจสอบใหม่อีกครั้งค่ะ)

มือเรียวดึงโทรศัพท์ออกพลางมองชื่อที่อยู่บนหน้าจอ ก็ถูกแล้วนี่นา บอสซอมบี้ทำไมถึงขึ้นว่าไม่มีเลขหมายที่ท่านเรียกล่ะ น่าแปลก ถ้าปิดเครื่องหรือไม่ว่างน่าจะเป็นไม่สามารถติดต่อได้ไม่ใช่เหรอ

ฝันกดโทรออกอีกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งปลายสายก็ยังคงตอบกลับมาว่าไม่มีเลขหมายที่ท่านเรียก

ปิดเครื่องเหรอ

ไม่ใช่อ่ะ เหมือนไม่มีเบอร์นี้อยู่ในระบบ ขอยืมมือถือคุณหน่อยสิ

ชินยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้คนข้างตัว ฝันบรรจงกดเบอร์ของพี่ชาย ตรวจสอบให้มั่นใจแล้วกดโทรออก

(ขอโทษค่ะ ไม่มีเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาตรวจสอบใหม่อีกครั้งค่ะ)

เปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า

ไม่รู้สิฝันเปลี่ยนไปเลื่อนหาเบอร์โทรของลุงภาค อย่างน้อยลุงอาจจะเป็นคนแรกที่รับรู้ว่าพี่เฟิร์สเป็นบ้าอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนเบอร์ ต่อให้โกรธเรื่องที่ฝันตัดพี่ตัดน้อง แต่เบอร์นั้นเฟิร์สไม่เปลี่ยนมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แถมเป็นเบอร์ที่ไว้ติดต่องาน ติดต่อกับคนไข้

            (ว่าไงลูก) น้ำเสียงทุ้มของชายมีอายุทักทายมาตามสาย

            “ผมติดต่อพี่เฟิร์สไม่ได้ ลุงพอรู้ไหมครับว่าพี่เฟิร์สเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า

            (ตั้งแต่กลับจากกินข้าววันนั้นลุงก็ไม่ได้คุยกับเจ้าเฟิร์สมันเหมือนกัน เปลี่ยนเบอร์เหรอ ไม่ใช่ว่าเบอร์นั้นต้องใช้คุยกับคนไข้หรือไง)

            อะไรไม่ชอบมาพากลทำให้ฝันรู้สึกถึงความผิดปกติ

            แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมโทรหาพี่ที่โรงพยาบาลดีกว่า

            ฝันกดวางสาย เปลี่ยนไปเลื่อนหาชื่อพยาบาลคนสนิทของคุณหมอ ไม่นานก็เจอชื่อพี่นิล รีบร้อนกดโทรออกด้วยความกังวล ปลายสายปล่อยให้รออยู่นานพอสมควร อาจจะเป็นเพราะงานกำลังยุ่ง ถ้าไม่มีเหตุฉุกเฉินคงไม่รบกวนพี่นิลหรอก แต่เพราะพยาบาลสาวเป็นคนที่ตัวติดกับหมอเฟิร์ส ต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น

            (สวัสดีค่ะ นิลค่ะ)

            “พี่นิลฝันรีบกรอกเสียงทักทาย นิลร้องขึ้นมาอย่างแปลกใจ เหมือนว่าจะรีบกดรับจนลืมดูว่าใครโทรมา

            (อ้าว น้องฝันเองเหรอ ขอโทษทีพอดีพี่ยุ่งๆ มีอะไรหรือเปล่า)

            “พี่เฟิร์สเปลี่ยนเบอร์เหรอครับ ผมโทรแล้วมันขึ้นว่าไม่มีเลขหมายที่เรียก

            ปลายสายเงียบไป ฝันได้ยินเสียงกุกกักบางอย่าง

            (น้องฝันไม่รู้เหรอ) รู้? รู้อะไร? ฝันหันมองหน้าชิน อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของพี่นิลบ่งบอกว่าสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต่อไปนี้คงไม่ใช่เรื่องดี (หมอเฟิร์สลาออกไปได้อาทิตย์กว่าแล้ว)

            “!?”

            ลาออก? ลาออกทำไม? ลาออกไปไหน? ทำไมคนที่รักอาชีพหมอขนาดนั้นจู่ๆ ถึงลาออก?

            “หมายความว่ายังไงอ่ะพี่นิล ลาออกหรือว่าลาหยุด หรือพักผ่อนยาว

            (ลาออกค่ะ พี่นึกว่าคุยกันแล้วซะอีก ช่วงนี้หมอเฟิร์สโฟกัสกับงานไม่ได้ ก็เลยลาออก หลังจากนั้นก็ปิดเบอร์ที่ใช้เพราะคนไข้ชอบโทรตามน่ะ)

            (เห็นล่าสุดบอกพี่ว่าจะกลับบ้านนะ)

            ความรู้สึกเป็นห่วงวิ่งเต้นขึ้นมาในหัวใจของฝัน

            ขอบคุณครับ

            ฝันกดวางสายพลางคว้าพวกสิ่งของที่จำเป็นยัดเข้ากระเป๋ากางเกง รีบหยัดตัวลุกขึ้น ชินหันมองคนที่รีบร้อนด้วยความแปลกใจ

            มีอะไรเหรอ ให้ผมไปส่งไหม

            “พี่เฟิร์สกลับบ้าน

            “บ้านเก่าของคุณน่ะเหรอ

            “ไปส่งผมหน่อยสิ นะเป็นครั้งแรกที่ฝันเอ่ยปากขอร้องให้ชินไปส่ง ทั้งสองคนรีบรุดออกจากบ้านไป ปล่อยให้กายและบีที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่มองตามด้วยความสงสัย

            ทั้งคู่ดูสนิทกันจังบีถามกายเสียงแผ่ว ดวงตาหลุบต่ำ

            ผมว่า พี่ชินน่าจะชอบพี่ฝันล่ะมั้งครับ

            คำพูดของกายดับไฟบางอย่างในใจของบีลงไป ความมืดมัวกอบกุมหัวใจดวงน้อยของหญิงสาวอีกครั้ง

            โดยไม่มีใครสังเกตมันเลยแม้แต่นิด

 

            ***

            รถเก๋งสีดำมุ่งตรงไปยังบ้านหลังใหญ่บริเวณชานเมือง ระหว่างทางฝันไม่รู้จะทำยังไง ใจมันร้อนรนไปหมด ถึงปากจะบอกว่าเกลียดพี่ชายแทบขาดใจ แต่ก็เป็นห่วงกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

            บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่เฟิร์สกลัว กลัวจนไม่อยากเข้าไปอยู่ เลยจ้างคนมาทำความสะอาดเพื่อให้สภาพบ้านยังดูดีอยู่เสมอ ส่วนตัวเองนั้นไปนอนคอนโดใกล้ที่ทำงาน

            ในวันที่พ่อตาย เฟิร์สอยู่ชั้นล่าง ส่วนพ่อจบชีวิตของตัวเองอยู่ในห้องนอนชั้นบน เฟิร์สเป็นคนแรกที่พบศพพ่อ ในขณะที่ฝันเห็นเพียงแค่รถพยาบาลที่ขับพาร่างพ่อออกไป

            เพราะแบบนั้นพี่ชายถึงเกลียดฝันยิ่งกว่าอะไรดี

            เกือบชั่วโมงกว่าจะฝ่ารถติดเข้ามายังบริเวณชานเมือง ฝันรีบเปิดประตูลงจากรถ คิดถูกจริงๆ ด้วย เพราะรถของพี่เฟิร์สจอดอยู่ในบ้าน แต่บ้านนั้นเงียบเกินกว่าจะมีคนอยู่

            ฝัน

            ชินเรียกคนที่พยายามจะปีนรั้วบ้านเข้าไป ฝันหันมองชินด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            ให้ผมเข้าไปด้วยไหม

            “ไม่เป็นไรไม่เป็นไร คงไม่มีอะไรไม่ดีหรอก ฝันพยายามคิดในแง่ดี

            เมื่อขาสัมผัสพื้นคอนกรีตของโรงรถ ฝันก็รีบวิ่งไปยังประตูบ้าน มองเข้าไปในบ้านที่ว่างเปล่า ประตูหน้าบ้านถูกล็อคเอาไว้ ความกลัวกอบกุมหัวใจของฝันจนมือสั่นไปหมด ฝันขอบคุณที่เมื่อครั้งยังเด็กเป็นตัวซนของบ้าน เพราะฉะนั้นเขาเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่ามีกุญแจสำรองอีกดอกหนึ่งซ่อนไว้อยู่ในสวน

            ฝันยกกระถางต้นไม้ใบโปรดของแม่ขึ้น กุญแจดอกเล็กยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิม แม้จะเปลี่ยนสีไปบ้างตามกาลเวลา ฝันเดินกลับไปที่ประตูบ้าน ไขประตูกระจกเลื่อนออก ขาซ้ายที่กำลังจะก้าวเข้าไปชะงักกึกเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง ฉุนจมูกจนอยากจะอาเจียน

            กลิ่นเหล้าฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน

            แม้พื้นบ้านจะสะอาด ไม่มีต้นตอของกลิ่น แต่รับรู้ได้ว่าเฟิร์สคงทำอะไรบางอย่าง ฝันขยับจมูกไปใกล้โซฟา กลิ่นเหล้าตีหึ่งขึ้นมาบ่งบอกว่าใครคงทำมันหกและคงเก็บขวดไปทิ้งเรียบร้อย บริเวณด้านล่างไม่มีใครอยู่

            ดวงตาคู่สวยมองขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านอย่างหวาดกลัว

            กลัวว่าจะเจอสิ่งที่ทำให้ฝันร้ายย้อนกลับเข้ามา

            หวังว่าพี่เฟิร์สคงไม่อยู่ข้างบน อาจจะออกไปซื้อของข้างนอกก็ได้ หรือไม่ก็กำลังนอนอยู่ ทุกย่างก้าวบนขั้นบันได ราวกับมีหินหนักอึ้งถ่วงข้อเท้าของฝันไว้ เขาเดินผ่านห้องนอนของตัวเองที่เปิดประตูค้างไว้ ห้องนอนเล็กเตียงเดี่ยวที่ยังอบอวลไปด้วยความทรงจำและเสียงหัวเราะครั้งเมื่อแม่ยังอยู่

            ถัดไปนั้นเป็นห้องน้ำห้องเล็ก สภาพห้องน้ำยังดูปกติ ไม่มีร่องรอยน่ากลัวใดๆ จนกระทั่งถึงห้องพี่เฟิร์ส ในห้องของพี่ชาย ไม่มีวี่แววของเจ้าของห้อง มีเพียงแค่เตียงเดี่ยวคล้ายกันกับฝัน โต๊ะเขียนหนังสือกับชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราการแพทย์ รวมไปถึงตุ๊กตาฉลามตัวโปรดของพี่เฟิร์ส ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียง

            จนกระทั่งห้องสุดท้าย ห้องที่ถูกปิดตายตั้งแต่พ่อเสียไป ฝันมองบานประตูสีขาว ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใจหนึ่งสั่งให้หันกลับไป วิ่งหนีกลับไปหาชิน แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกใจหนึ่งสั่งให้มือขวาวางบนลูกบิดประตู หมุนมันอย่างเชื่องช้า

            ประตูไม้สีขาวถูกผลักเข้าไปในห้อง ดวงตาของฝันเบิกกว้าง น้ำตาคลอหน่วย

            เฟิร์สนอนตะแคงอยู่ที่พื้นพร้อมขวดเหล้า หัวใจของน้องชายร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            ฝันก้าวฉับๆ เดินเข้าไปหาอดีตคุณหมอที่สภาพดูไม่ได้ ทิ้งตัวนั่งลงข้างคนพี่แล้วจับชีพจร หัวใจเต้นปกติแม้จะช้านิดหน่อย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่ายังมีชีวิตอยู่

            ไอ้บ้าเอ้ย ฝันหยิกหูพี่ชายที่เมาไม่รู้เรื่องเพื่อระบายอารมณ์โกรธ 

            หนวดเคราครึ้มเขียวเริ่มขึ้นตามคาง บ่งบอกว่าไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ทั้งที่ภาพที่ฝันเคยเห็นมาตลอด คือคุณชายสะอาดสะอ้านจอมหยิ่ง ทระนงตัว คิดว่าตัวเองนั้นสูงส่งกว่าใครเขา

            ขี้เมานอนกอดขวดเหล้าแนบอก นอกจากนั้นก็ยังมีอีกขวดกลิ้งอยู่ไม่ไกล ขวดที่อยู่ในมือของเฟิร์สยังคงมีของเหลวหลงเหลืออยู่ ฝันพยายามจะดึงขวดนั่นออก ได้เป็นน้ำเสียงงอแงของคนพี่ที่พยายามปัดนู่นปัดนี่ไร้ทิศทาง

            ไม่เคยเห็นสภาพแบบนี้เลยแฮะ โดนคนไข้คอมเพลนมาหรือไง

            ชีวิตพี่เฟิร์สสนใจแต่เรื่องงาน ตั้งแต่จบแพทย์ก็ไปเรียนต่อเมืองนอก เรียนจนกลายเป็นนายแพทย์ หมกมุ่นอยู่กับการทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะช่วงอายุที่ห่างกันทำให้ฝันคุยกับพี่ชายคนนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร

            แต่ในความเป็นผู้ใหญ่ มันก็ยังมีความเป็นเด็กแฝงอยู่ลึกๆ ฝันเดินกลับไปห้องพี่ชาย หยิบเจ้าตุ๊กตาฉลามมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินกลับมาหาคนที่นอนกอดขวดเหล้าอย่างหวงแหน

            ขอหน่อยน่า กินจนเมาเหมือนหมาแล้วเนี่ย เอานี่ไปกอดแทนนะ

            ขวดเหล้าถูกดึงออก แม้จะต้องใช้แรงยื้อแต่สุดท้ายก็มาอยู่ในมือฝัน มือของขี้เมาตะเกียกตะกายหาอะไรกอด ฝันจึงหย่อนเจ้าฉลามสีน้ำเงินเข้าไปยังอ้อมอกของคนพี่ เฟิร์สคว้าหมับกอดรัดพลางนิ่งสงบลงไป

            ฝันเดินไปหยิบหมอนอีกใบมารองศีรษะให้เฟิร์ส เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายนอนสบายแล้วจึงปลีกตัวเดินออกจากห้อง

            คงไม่ได้คิดจะทำร้ายตัวเองหรอกมั้ง พี่เฟิร์สน่ะรักชีวิตของตัวเองจะตาย ฝันเดินกลับเข้าไปยังห้องของคนพี่ มองดูบรรดาหนังสือแพทย์ที่เรียงรายบนชั้น

            เฟิร์สดูเหมือนมีความสุขกับงานที่ทำ เป็นคนที่มีความฝันว่าอยากจะเป็นหมอตั้งแต่เด็ก ต่างจากฝันที่มีความฝันต่างขั้วกับพี่ชาย ฝันไม่รู้หรอกว่าเฟิร์สใช้เวลาอ่านหนังสืออยู่ในห้องนี้วันละกี่ชั่วโมง เพราะกว่าฝันจะกลับบ้าน บานประตูก็ปิดสนิทแล้ว จากที่เราเคยนั่งเล่นด้วยกัน เมื่อขึ้นมัธยมปลาย เฟิร์สก็มุ่งสอบแพทย์ ไม่ได้โผล่มาเล่นกับฝันอีก

            นิ้วของฝันเกี่ยวดึงหนังสือชีววิทยาเล่มโตที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่มออกมาจากชั้นหนังสือ เปิดผ่านๆ ดูพลางถอนหายใจ คำศัพท์ยากจนปวดหัว ฝันกำลังจะเก็บมันกลับเข้าไป ก่อนสายตาจะสังเกตเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังหนังสือตำราแพทย์พวกนั้น ฝันดึงหนังสือออกจากชั้นทีละเล่มสองเล่ม ดวงตานิ่งงันเมื่อพบกับสิ่งที่เฟิร์สซ่อนเอาไว้

            ‘Blue Ocean’

            โตขึ้นอยากเป็นอะไรเหรอ เฟิร์สถามน้องชายตัวเล็กที่กำลังเล่นก่อทรายอยู่ในสนามเด็กเล่น เด็กแก้มกลมนัยน์ตาใสแจ๋วที่ยังไม่ถูกขวางด้วยเลนส์แว่นเงยหน้ามองคนพี่พลางนึกคิด

          เค้าชอบสัปปะรด ปลูกสัปปะรดได้มั้ยเสียงอ้อแอ้ของเด็กวัยห้าขวบพูดกับพี่ชาย

          ได้สิ อยากปลูกอะไรก็ปลูกได้หมดเลย

          “ตัวอ่ะ อยากเป็นอะไร

อยากเป็นคนให้อาหารฉลาม

ฝันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่พี่ชายพูดเล่นมาตลอด แต่ไม่ใช่เลย หนังสือเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้ทะเลสารพัดแบบวางเรียงอยู่ด้านหลัง ถูกปิดทับด้วยหนังสือการแพทย์ เป็นข้อพิสูจน์ว่าเฟิร์สไม่ได้พูดเล่น หัวใจของฝันที่อคติต่อคนพี่อ่อนยวบลงทันที

นั่นสินะ เวลาถามว่าชอบสัตว์อะไรก็มักจะตอบฉลามเสมอ เวลาถามว่าอยากไปไหนก็บอกอยากไปทะเล ทะเลมันสวยขนาดที่พี่เฟิร์สหลงรักมันเลยเหรอ

อยากจะลองเห็นของจริงดูสักครั้งจัง

ฝันเก็บหนังสือเล่มยักษ์กลับเข้าไปในชั้น เข้าใจผิดมาตลอดว่าพี่เฟิร์สอยากเป็นหมอ แล้วที่ผ่านมา ที่อ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง ที่ตั้งใจเรียนได้เกียรตินิยม ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศได้ดีกรีดอกเตอร์มา คือไม่ได้อยากเป็นหมอเหรอ

หรือว่าโดนพ่อบังคับ ถ้าโดนพ่อบังคับทำไมถึงไม่แสดงอะไรออกมาบ้าง ทำไมถึงทำตามทุกอย่าง

คิดมาตลอดว่าพ่อน่ะใจร้ายกับฝัน แต่โอ๋พี่เฟิร์สอย่างกับอะไรดี ไม่เคยนึกมาก่อนว่าพี่ชายต้องพบเจออะไรมาบ้าง การทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ต้องจมอยู่กับมัน โดยแสร้งว่าตัวเองชอบมัน ไม่เหนื่อยหรือไง

ฝันปิดประตูห้องของคนพี่ลง มองกลับไปยังคนที่นอนแผ่อยู่บนพื้นด้วยความเป็นห่วง

รักษาคนอื่นเก่งเหลือเกิน คนที่ต้องรับการรักษาน่ะ คือพี่ต่างหาก ไอ้บอสซอมบี้

ฝันเดินลงจากชั้นสองของตัวบ้าน ไม่ลืมที่จะหยิบเบาะโซฟาออกมาตากแดดด้านนอกเพื่อไล่กลิ่นเหม็นของเหล้า ใช้ได้ที่ไหนกัน นี่มันโซฟาตัวโปรดของแม่เลยนะ อยากจะฟาดเฟิร์สให้หลังลายเลยจริงๆ

เป็นไงมั่ง

เปิดประตูกลับเข้ามานั่งบนรถปุ๊บ ชินก็เอ่ยปากถามออกมา ฝันหันมองคนข้างตัวพลางถอนหายใจ

แค่เมาเฉยๆ แต่เดี๋ยวจะโทรให้พี่นิลเข้ามาดูเป็นระยะ กลัวว่าจะทำร้ายตัวเองฝันดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัว พลางเหม่อมองไปยังบ้านหลังใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความสุข

ผมเคยคิดว่าพี่ชายตัวเองอยากเป็นหมอมาตลอด

ชินนั่งเงียบคอยรับฟังสิ่งที่ฝันจะพูด

แต่ความจริงแล้วเฟิร์สอยากให้อาหารฉลาม

หือคุณนักแคสเกมเอียงคอพร้อมขมวดคิ้ว เห็นไหมล่ะ ไม่ใช่ฝันคนเดียวหรอกที่คิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น

ผมนึกว่าพี่ชายพูดเล่นมาตลอดเลย เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง พี่เฟิร์สถึงเกลียดผม

เพราะคุณได้ทำสิ่งที่ต้องการ แต่เขาไม่ได้ทำสิ่งที่ต้องการเหรอ

ฝันพยักหน้าตอบ

ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมพี่เฟิร์สไม่ทำสิ่งที่ตัวเองชอบกันนะ

ฝัน บนโลกนี้มันมีคนอยู่สองแบบ แบบแรกคือแบบที่คิดเรื่องอนาคต ว่าช่วงอายุเท่านี้จะทำอะไร จะมีกินมีใช้ มีเงินดูแลตัวเอง ดูแลพ่อแม่หรือเปล่า แบบที่สองคือพวกเรานี่แหละ แบบที่วิ่งตามความฝัน ไม่ได้สนใจว่าอนาคตจะเป็นยังไง ขอแค่ได้ทำตามความฝันก็พอ

คำพูดของชินทำให้ฝันฉุกคิด

พี่ชายคุณอาจจะเป็นแบบแรก เพราะเป็นลูกคนโตของบ้าน ต้องแบกความคาดหวังของพ่อแม่เอาไว้ ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ทำตามความฝันของตัวเองได้ ด้วยภาระ หน้าที่ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะละทิ้งความฝันของตัวเองไป

จริงด้วยสินะ เพราะมัวแต่คิดเรื่องของตัวเอง เลยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าพี่เฟิร์สจะพบเจออะไรมาบ้าง

ฝันเป็นลูกคนเล็กของบ้าน และเป็นลูกคนโปรดของแม่ แม่มักจะบอกให้ฝันทำตามใจตัวเอง เพราะไม่อยากให้เป็นแบบพี่เฟิร์ส เด็กที่เคร่งเครียดกับทุกอย่าง เกรดเฉลี่ยจาก 4.00 ร่วงลงมา 3.98 พี่เฟิร์สไม่ยอมกินข้าว หมกตัวอยู่ในห้องร้องไห้งอแง ตอนนี้ฝันเริ่มเข้าใจ เพราะเฟิร์สเป็นลูกคนโตที่รักพ่อยิ่งกว่าอะไร ถ้าพ่อสั่งให้ทำ เฟิร์สก็คงทำแบบไม่เถียง

ลองถามอีกรอบสิ ผมเชื่อว่ายังไงพี่คุณก็คงตอบว่าอยากให้อาหารฉลามเหมือนเดิม

            ก็คงจะเป็นแบบนั้น ฝันรู้ว่าเฟิร์สเลิกชอบฉลามไม่ได้หรอก

แล้วคุณล่ะ ความฝันของคุณคืออะไรดวงตาซุกซนหันไปสบกับนัยน์ตาสีสวยของชิน ชินอมยิ้มนิดๆยิ้มอะไร ตามคุณมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยความฝันของคุณคืออะไร รู้แค่ชอบเล่นเกม

ความฝันแรกของผมคือมีเงินกินข้าว

ฝันเลิกคิ้ว

นี่พูดจริงนะเนี่ย ผมแค่อยากทำอะไรก็ได้ที่รวยๆ แล้วก็มีความสุขกับมัน บางคนก็ฝันแค่นี้แหละ

มันก็ถูกของชิน บางคนก็มีความฝันง่ายๆ อย่างมีเงินเยอะๆ ได้ทำสิ่งที่รัก ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลอะไร

ความฝันของทุกคนนั้นมีค่า ไม่ว่าจะเล็ก ใหญ่ มันไม่มีความฝันไหนไร้สาระแม้แต่นิด ถ้าเฟิร์สอยากให้อาหารฉลาม ฝันก็ไม่คิดจะห้าม ต่างคนต่างก็มีความฝันเป็นของตัวเอง ความฝันเล็กๆ ในสายตาเรา อาจจะมีค่ามากในสายตาเขาก็ได้

พอโตขึ้นก็มีความฝันที่สอง อยากเล่นเกมไปเรื่อยๆ สร้างความสุขให้ผู้คน

ฝันพยักหน้าตาม ก่อนจะสะดุ้งไปเมื่ออีกฝ่ายขยับใบหน้าเข้ามาใกล้

ส่วนความฝันที่สามคือมีคุณอยู่ข้างๆ คอยนั่งฟังผมบอกฝันดี

คนดื้อกลายร่างเป็นลูกเชอร์รี่ ใบหูแดงเถือกสังเกตเห็นได้ชัดจนชินหลุดร้องออกมา

เย้ย! เขินเฉย

ไอ้บ้าชิน!” ฝันรีบถอยห่างคนที่ทำตัวอันตรายขึ้นทุกที มือคว้าถุงขนมมันฝรั่งทอดกรอบที่วางไว้ในรถยกขึ้นฟาดอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตายกวนเก่งนักนะ

แล้วความฝันของคุณล่ะ นอกจากการที่ได้ไปแข่งระดับโลก มีอะไรเพิ่มมาอีกไหม

ความฝันของฝัน มันชัดเจนมาตั้งแต่เด็ก คือการได้ไปแข่งขันระดับโลก การได้เล่นเกมให้ถึงจุดสูงสุด แต่หลังจากนั้นมันเป็นเพียงแค่ภาพพร่าเลือน ถ้าอีกฝ่ายพูดว่าความฝันอย่างที่สามคือการมีฝันอยู่ข้างๆ คอยฟังคำว่าฝันดี

ความฝันอย่างที่สองของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอมส้ม ก็คงจะเป็นอะไรง่ายๆ อย่าง

อยากเป็นฝันดีของคุณ

คำพูดของฝัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างหันหน้าหนีกัน ชินที่ตั้งใจจะแกล้งอีกฝ่ายใบหูแดงจนต้องเบือนหน้าหนีไปชนกระจกฝั่งคนขับ ฝันที่เผลอหลุดปากออกไปซุกใบหน้ากับกระจกฝั่งตัวเอง

ภายในห้องโดยสารของรถเก๋งสีดำ น้ำยาแอร์ที่ถูกปรับไปด้านสีฟ้า อุณหภูมิค้างอยู่ที่ 24 องศา ฝันและชินรับรู้ถึงความร้อนผะผ่าวบนใบหน้า

อย่าพูดแบบนี้อีกนะ

ทำไม

ก็ไม่ทำไมชินเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะรัวกระสุนใส่ร่างฝันจนพรุน ก็แค่น่ารัก




// ไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าบางส่วนของตัวเรื่องมันไปเร็ว 

คือหนึ่งตอนเราสามารถแบ่งออกเป็นสามตอนได้ แต่นี่ยัดรวมกันมาเลย อ่านให้กระอักไปเลยทีเดียว

ใครคิดถึงฉากเล่นเกมอดใจรอหน่อยน๊า เดี๋ยวจะมาแบบจัดเต็ม 

ส่วนตอนนี้หวังว่าพี่เฟิร์สจะตกใครได้บ้างนะคะ จริงๆแล้วแกเป็นคนรักครอบครัวมาก แค่ซึน+ปากเสียไปหน่อย หวังว่าจะรักและเอ็นดูพี่เฟิร์สเหมือนยัยฝันนะคะ 

 

ดีใจมากกกที่เห็นคนอ่านใหม่ๆเพิ่มขึ้น หวังว่าจะชอบนะคะ จะพยายามทำให้ดีที่สุด

สามารถติดแท็กพูดคุย ให้กำลังใจได้นะ #ฝันดีของคุณ

ขอบคุณทุกคนเลยนะคะ

วันนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ ลากันไปด้วยฉลามที่พี่เฟิร์สชอบ


และพี่เฟิร์สที่รักน้องฝันมากมากแต่น้องไม่สนใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 539 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1195 pala phet (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 17:13
    น่าสงสารโก๋นะ555+
    #1,195
    0
  2. #1142 CallistoJpt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 19:19
    ชินฝันเขาเคลียร์กันแล้วอย่างน่ารักเลย ทีนี้ก็เหลือพี่เฟิร์สแล้ว จากเป็นคนนิ่งๆดูดุใส่น้องพอมาตอนนี้พี่เฟิร์สเสียศูนย์ไปเลย รีบๆเคลียร์กันนะสองพี่น้อง
    #1,142
    0
  3. #1116 Sivapark (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 13:01
    น่ารักจนใจเจ็บ
    #1,116
    0
  4. #1092 milysobad (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 15:08
    น่ารักเกินใจจะรับ
    #1,092
    0
  5. #1075 Defffs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 01:32
    ฮือออ น่ารักมากกก
    #1,075
    0
  6. #1059 Jinjoo.K (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 03:53
    อ่านตอนนี้แล้วโคตรเข้าใจเฟิร์สเลย เข้าใจมากๆ ลูกคนโตที่เป็นที่คาดหวังน่ะ
    #1,059
    0
  7. #955 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 23:22
    ฉากความฝันของพี่เฟิร์สก็คือทำเราร้องไห้
    #955
    0
  8. #939 LoySwag97 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:02
    ฮือออออน่ารัด
    #939
    0
  9. #927 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:28
    แงพี่เฟิร์ส
    #927
    0
  10. #914 mileyduchess (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:34
    เอ็นดูพี่เฟิร์สมากๆ อยากให้พี่น้องคู่นี้ดีกันสักที
    #914
    0
  11. #594 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 16:17
    เดาได้ไม่ยากสำหรับเรา พี่เฟิร์สเป็นหมอเก่งๆก็เพราะฝัน ทิ้งความรักความในของตัวเองเพื่อน้องชาย แต่-จัด เป็นไง?มีความสุขนอนกอดขวดเบียร์ เอาปลเวปากยังหนักเหมือนเดิม (-^-)
    #594
    0
  12. #593 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 15:53

    "ผมไม่ได้ยอมคนทั้งโลกนะฝัน ผมยอมแค่คุณคนเดียว"ฉากนี้คือตาย ฮือออออ ดีใจลูกมีหลัวแล้ว น้ำตาจะไหลแล้วแม่ คือแบบผ่านมรสุมสุดท้ายมีหลัวเป็นไอดอลในดวงใจ มัน-ดีย์!
    #593
    0
  13. #431 plumfloral (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 18:07

    โอ๊ยยยยยยยยย น่ารักเก่งมากกกกกกก แง

    #431
    0
  14. #429 pawanratc (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 19:08
    อ้ยยยเขินกันเก่งงง55555
    #429
    0
  15. #428 Beztherday (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:40
    นังหมาชิบะ แกมันตัวร้าย งื้ออออออออ เขินเป็นบ้าเลยยย / ส่วนพิชาย อยากให้เคลียร์กับน้องฝันเนอะ จะได้กลับมาเป็นครอบครัว ความโดดเดี่ยวมันน่ากัวจริงๆนะ ;-;
    #428
    0
  16. #427 ooy1565 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:30
    สงสารพี่เฟิร์สจังไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักส่วนฝันกับชินเค้าสารภาพรักกันแล้วน่ารัก
    #427
    0
  17. #425 รออยู่ที่เดิม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 02:01
    เขินมาก เขินสุดๆ
    #425
    0
  18. #422 mamii22 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 01:28
    เข้ามาอ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่เคยเบื่อเลยชอบเรื่องนี้มากๆ มันทำให้คิดถึงพี่เอก55555
    #422
    0
  19. #414 Abigail1543 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 10:46

    ฉันเขินนนนนนนน มันน่ารักมากๆๆๆๆๆๆ
    #414
    0
  20. #407 Jitsupa-mmmmild (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 09:30
    แง๊งงงชั้นเขินนนนนนความน้อนทั้งพี่เฟิร์สและน้องฝันความงุ้งงิ้งๆจนเขินหน้าแดงหูแดง
    #407
    0
  21. #403 โรสชอบจัสมิน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:29
    มันน่ารักๆๆๆๆๆๆ แงงง ชั้นเขินนนนนน
    #403
    0
  22. #402 doublendoubleo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 20:34
    ยาวสะใจดีจริง ๆ ฮืออออ เราน่ะโดนน้องกายตกไม่พอยังโดนหมอเฟิร์สตกอีก นอนกอดฉลามมันน่ารักมากกกกกก น่ารักกว่ากอดขวดเหล้าอีกนะคะ เรารักทุกคนในเรื่องนี้เลย เป็นส่วนประกอบชิ้นสำคัญของความรักในครั้งนี้ มีความสุขทุกครั้งที่อ่านเลย ชอบนะคะฝันดีของคุณ //อยากเป็นฝันดีของน้องกายบ้างจังค่ะ แพ้ความขาวความนุ่มนิ่ม
    #402
    0
  23. #401 ars.jn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 14:21
    ปะเดวพาพี่เฟิร์สไปให้อาหารฉลามมมมมม
    #401
    0
  24. #400 BellKMCN (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 12:24

    ต้องเป็นไบโพล่าแหงๆ จากร้องไห้เหมียนหมาดีๆก็เขินตัวบิดยิ้มปากแทบฉีกวนๆไป

    //ควรไปพบแพทย์555
    #400
    1
    • #400-1 BellKMCN(จากตอนที่ 15)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 12:27
      ปล.ยัยหนูบีหนูต้องตัดใจนะลูก ให้พี่ชินแกได้มีความสุขหลังจากจมกับความรู้สึกผิดมาเป็นปีนะ
      #400-1
  25. #399 DAlSY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 00:17
    เขินชินกับฝัน จนมาถึงพี่เฟิร์สให้อารมณ์เทาๆ แอบหน่วงแต่ก็เข้าใจความย้อนแย้งที่พี่เขามีนะ ทั้งรักน้องและเกลียดจากความเจ็บปวดกับมันเมื่อนึกถึงอดีต แต่เนื้อหาแต่ละตอนก็ยาวมากจริง ๆ ค่ะ ความสัมพันธ์ไม่เร็วไปหรอก อ่านกันจุก ๆ ไปเลย
    #399
    0