Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 9 : Chapter 08

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,318 ครั้ง
    30 มี.ค. 62


Chapter 08


ทัศนคติของคนเรา อาจจะบอกนิสัยของเขา

แต่ไม่ได้บอกเรื่องราวของเขา

 

            พี่คิดว่า เราจะคุยกันแบบนี้ไปได้อีกนานมั้ย

            ผมถามขึ้นระหว่างที่คุณสิ่งมีชีวิตข้างห้องเปลี่ยนไปพูดเรื่องหนังที่เขาอยากดู

            ทำไมถึงถามแบบนั้น

            “ไม่รู้สิ

            “เรากังวลอะไรอยู่

            กังวลเหรอ มีหลายเรื่องเลยที่ผมกังวล

            ตอนที่ผมได้เจอพี่ว่านกับพี่เบียร์ครั้งแรก ผมไม่เคยคาดหวังเลยว่าพี่เขาสองคนจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ผมเป็น ไม่เคยคาดหวังว่าเขาต้องทำสีหน้าแบบไหนเวลาผมทำท่าแปลกๆออกไป ... แต่กับพี่ มันคนละแบบ

            “แล้วกับพี่เป็นแบบไหน

            “คาดหวังนิดๆมั้ง

            “คาดหวังเหรอ

            “ครับ เหมือนเวลาเรานัดเจอใครซักคนจากโลกอินเทอร์เน็ต แล้วเราหวังว่าเขาจะเป็นแบบภาพที่เราคิดไว้ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่

            พี่ก็อดครางฮือในลำคอเหมือนกับกำลังใช้ความคิด

            ตอนนี้พี่อาจจะคิดว่าผมคุยสนุก เพราะผมพูดคุยได้ปกติ แต่ถ้าพี่มายืนต่อหน้าผม ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดได้คล่องแบบนี้มั้ย ผมอาจจะทำตัวป้ำๆเป๋อๆใส่ไป พี่อาจจะไม่ชอบผมก็ได้

            “อืมม เพราะแบบนั้นพี่ถึงบอกว่าพี่ไม่ได้บังคับเดียวไง

            “แต่ว่า…”

            “แล้วพี่ก็รู้ว่าพี่ห้ามเดียวไม่ให้คิดมากไม่ได้ แต่ฟังพี่นะ

            “ครับ

            “ก็จริงอยู่ที่ความประทับใจแรกของมนุษย์เราคือการมองหน้ากันและกัน แต่มันก็มีหลายคนที่กลายมาเป็นเพื่อนเป็นคนรักกันเพราะทัศนคติที่ตรงกันไปกันได้ สุดท้ายแล้วบั้นปลายมันจะไปจบตรงไหนไม่มีใครรู้ มนุษย์มันเข้าใจยากจะตาย

            “อื้อ

            “อีกอย่างพี่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยที่ไม่ได้เจอหน้า

            “ครับ

            “พี่ชอบความคิดของเรามากกว่า มันแบบ เพราะพี่เจอโลกข้างนอกมาเยอะ เจอคนมาตลอด พอมาเจอเดียวแล้วก็คิดว่า เฮ้ย น่าสนใจดีว่ะ ถ้าเราเข้าไปในโลกของเขาได้มันจะเป็นยังไงนะ ก็เลยอยากจะรู้ อยากลองทำความเข้าใจ

            ริมฝีปากเผลอคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

            ผมมีความสุขนะ ที่ได้ยินพี่พูดว่าพี่อยากทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น ที่พี่พยายามรักษาสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนทั้งๆที่มันดูไร้สาระ

            “แหงล่ะ ก็พี่มันหล่อทั้งใจและหน้าตา

            รำคาญ!

            เราสองคนนั่งเงียบใส่กันอยู่สักพัก ก่อนที่พี่ก็อดจะหันไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อน ส่วนผมนั้นนั่งเปิดหนังสืออ่านเล่นไปเรื่อย

            เขาว่าคนเรา มักให้ความสำคัญกับลักษณะภายนอกมาเป็นอันดับแรก แต่สำหรับผมแล้ว คุยด้วยอย่างสบายใจนั้นเป็นสิ่งที่ผมยกให้เป็นอันดับแรกเสมอ หลายๆคนมักจะคิดว่าโลกออนไลน์นั้นน่ากลัว การพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักกัน มาจากต่างที่ ต่างพื้นหลัง เพราะแบบนี้จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่ยึดหลักว่า จะต้องเห็นตัวตนจริงๆก่อนถึงจะพูดคุยได้

            แต่ในอีกมุมหนึ่ง โลกออนไลน์คือโลกที่เราสามารถเป็นตัวเองโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เราสามารถทำในสิ่งที่อยากทำ พูดในสิ่งที่อยากพูด โดยไม่มีใครสนใจว่าเราจะเป็นแบบไหน แค่พูดคุยกันถูกคอ ก็ถือว่าโอเค

จึงมีคนจำนวนมากที่ต้องการพูดคุยกับอีกฝ่ายโดยที่ไม่เปิดเผยตัวตน เพราะการเปิดเผยตัวตน ทำให้เราต้องผิดหวัง บางคนแทบจะสร้างตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาบนโลกออนไลน์เลยด้วยซ้ำ เราถึงได้เห็นหลายๆกรณีที่มีคนเอารูปมาแอบอ้าง เพราะถูกอีกฝ่ายคาดหวังว่าเราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้

แต่ค่าของตัวเราน่ะ ต้องให้ใครมากำหนดเหรอ คำถามนี้เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวผมมาตั้งแต่จำความได้

            หลายๆคนเช่นผม ก็เลยไม่พยายามที่จะคาดหวังอะไรกับใคร เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วจะต้องผิดหวังเข้าซักวัน

            จนมาเจอพี่ก็อดนี่แหละ ที่ทำให้กลับมาคาดหวังอีกครั้ง

            คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น

            เดียวดาย

            “ครับผมตอบรับเสียงทุ้มๆของเขา

            พี่มีคำถาม

            “หืม

            “ถ้าสมมติว่าวันหนึ่ง สัญญาของเรามันพังลง เดียวจะทำยังไง

            สะอึกไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ผมไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง อาจจะกลับไปอยู่คนเดียวแบบเดิม กลับไปอยู่เงียบๆไม่มีเสียงกระดิ่งดังให้ปวดหัว ไม่มีคนคอยวุ่นวาย กลับไปคุยกับคุณชายเหมือนทุกคืน

            แต่ถ้าให้ตอบตามตรงล่ะก็

            ผมไม่อยากให้มันพังลง

            “แล้วถ้าคนที่พังสัญญา ไม่ใช่พี่แต่เป็นเดียวล่ะ

            “ห่ะผมขมวดคิ้ววุ่น ถ้าคนที่พังสัญญาไม่ใช่พี่ก็อดแต่เป็นผมเหรอ

            ห้ามดักรอ ห้ามเจอหน้า ห้ามคิดเกินเลย

            ผมน่ะเหรอที่จะทำข้อใดข้อหนึ่งในนี้

            ถ้าผมเป็นคนทำ แสดงว่าพี่คงต้องสำคัญกับชีวิตผมมากแน่ๆ

            แล้วจะเลิกคุยกันมั้ยถ้าเป็นแบบนั้น

            “พี่เลิกคุยกับคนสำคัญได้เหรอครับ

            พี่ก็อดส่งเสียงหัวเราะมาเบาๆ

            แต่เดียวเป็นคนคิดกฎขึ้นมาเองทั้งสามข้อเลยนะ ถ้าเดียวทำผิดกฎก็ต้องยอมรับไม่ใช่เหรอ

            “แต่ว่า…”         

            “งั้นพี่เพิ่มกฎไปหนึ่งข้อได้มั้ย

            “ครับจริงๆผมอาจจะเห็นแก่ตัวเกินไปที่ทำสัญญาขึ้นมาแล้วไม่ให้อีกฝ่ายได้ออกความเห็นใดๆเลยสักอย่าง ดังนั้นจะลองฟังกฎหนึ่งข้อจากเขาดูแล้วกัน

            ถ้าพี่เป็นคนพังสัญญา เดียวจะเลิกคุยกับพี่ก็ได้

            “…”

            “แต่ถ้าเดียวเป็นคนพังสัญญา พี่จะอนุญาตให้เดียวพูดกับพี่ได้หนึ่งคำ

            “หนึ่งคำ

            “ถ้าคำนั้นดีพอ พี่จะคุยกับเดียวต่อ

            “แล้วถ้าไม่ดีพอล่ะ

            “พี่ก็จะเลิกคุยกับเดียว

 

            ***

          พี่ก็จะเลิกคุยกับเดียว

          พี่ก็จะเลิกคุยกับเดียว

          พี่ก็จะเลิกคุยกับเดียว

            ผมนั่งตาค้างอยู่ในห้องแล็บมาเป็นชั่วโมงหลังจากเลิกเรียน ในหัวมีแต่ข้อความที่พี่ก็อดพูดเอาไว้ว่าถ้าผมเป็นคนพังสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนลง เขาจะเลิกคุยกับผม

            ไม่มั่นใจ

            ใช่ ผมเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองว่าผมเนี่ยนะ จะเป็นคนที่พังสัญญาหนึ่งในสามข้อนั้นลงไป ในเมื่อผมมั่นใจว่าผมจะไม่ดักรอเขาแน่ๆ ผมจะไม่เจอหน้าเขาแน่นอน และจะไม่คิดอะไรเกินเลย

            สองข้อแรกความเป็นไปได้ที่จะพังลงนั้นแทบไม่มี

            แต่ข้อหลัง

            ผมไม่แน่ใจตัวเอง

            ยิ่งได้คุย ก็ยิ่งหลงใหลไปกับน้ำเสียง ยิ่งได้คุย ก็ยิ่งได้พบอะไรแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่แม้จะดูไร้สาระตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

            จากที่เคยบอกว่าเขาจะต้องอยู่ในเฟรนด์โซน ตอนนี้ดันรู้สึกมากกว่านั้น รู้สึกว่าเขากลายมาเป็นพี่ชายคนหนึ่ง

            ในเวลาไม่กี่วันก็เปลี่ยนสถานะให้เขาแล้ว และไม่แน่ใจว่าในอนาคต จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นอื่นอีกหรือเปล่า

            แล้วถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ จะพูดอะไรเพื่อให้เขาไม่หายไป

            ความรู้สึกของมนุษย์ ยากกว่าข้อสอบเคมี ผมพอจะเข้าใจในสิ่งที่พี่ก็อดพูดแล้วว่าทำไมเขาถึงชอบเคมี เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่มีผลลัพธ์ชัดเจน เราสามารถทำการทดลอง ทำการสังเกต เพื่อที่จะได้คำตอบที่แน่ชัด

            แต่หัวใจคนนั้น ต่อให้ทำการทดลอง ทำการสังเกตคำตอบที่ได้ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

            ผมเก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้วกลับห้องด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียแบบสุดๆ เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดว่าถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆจะทำแบบไหนต่อไป

            ขาสองข้างของผมมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของตัวเอง มองถุงกระดาษที่ห้อยอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องด้วยความสงสัยปนแปลกใจ ปกติแล้วมันจะเป็นถุงเซเว่นนี่นา

            ผมหยิบถุงขึ้นมาถือเอาไว้ ผลักประตูเข้าไปในห้องแล้วปิดลงเบาๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงพลางเปิดดูของในถุง

            ป๊อกกี้กล่องสีชมพูเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือกระดิ่ง

            ใช่ครับ มันคือกระดิ่งลมแก้วที่เคยเสิร์ชชื่อดูในอินเทอร์เน็ต เป็นกระดิ่งแก้วสีใสที่ถูกเพ้นท์เป็นรูปเต่าตัวเล็กๆสีเขียว นอกจากนั้นก็ยังมีโพสต์อิทที่ติดอยู่ในถุง โพสต์อิทสีชมพูสีประจำตัวของสิ่งมีชีวิตข้างห้อง

          เรียกพี่ได้ตลอดนะ

            ริมฝีปากของผมเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อยๆหยิบสายสีเขียวของกระดิ่งขึ้นมาถือเอาไว้ ใช้อีกมือหนึ่งจับเชือกเขย่าเบาๆจนมันส่งเสียงกังวานใสอยู่ข้างหู

            น่ารักจัง

            ผมเดินไปเปิดประตูกระจกแล้วเอามันแขวนไว้ที่ระเบียงติดกับฝั่งห้องของคุณก็อดซิลล่าพลางทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนเต่าตัวใหญ่ มองลมที่พัดกระดิ่งให้ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งสอดประสานกับเสียงกระดิ่งของข้างห้อง

            ก่อนจะฟุบใบหน้าลงบนหัวเข่าทั้งสองข้างตัวเองอย่างอ่อนล้า

            ทำไมต้องมาทำดีขนาดนี้ด้วยนะ

            ก็อดซิลล่าควรจะเป็นสัตว์ประหลาดพังตึกแท้ๆเลย พี่บ้า

            ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วกลับเข้าห้องไปนั่งอ่านหนังสือเหมือนทุกวัน วางคุณชายลงบนโต๊ะให้คุณชายได้เดินบนพื้นที่กว้างๆบ้าง ไม่รู้นานเท่าไรที่ผมนั่งอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือเพราะไม่อยากคิดอะไรฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

            นั่งทำนู่นทำนี่ หลังจากนั้นก็ดูซีรี่ส์ฟังเพลงอ่านหนังสือเล่นกับคุณชายนอนกลิ้งบนเตียงกระโดดตบกินข้าวกินขนมจนเวลาเกือบห้าทุ่ม ถึงได้ยินเสียงไขกุญแจข้างห้อง

            ทำไมวันนี้กลับดึกจัง

            ผมเดินไปเปิดประตูริมระเบียงออก นั่งรอให้พี่ก็อดออกมาคุยด้วยเหมือนทุกวัน แต่วันนี้เขาไม่ออกมา

            ไม่มีเสียงเปิดประตูกระจก ไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวาย มีแค่เสียงไขกุญแจเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูห้องลง ทุกอย่างเงียบสงบจนน่าประหลาดใจ

            เกือบครึ่งชั่วโมงที่ผมนั่งรออยู่แบบนั้น รอทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าพี่ก็อดกำลังทำอะไรอยู่ ยุ่งอยู่เหรอ หรืออาบน้ำ หรือเหนื่อยจนหลับไปแล้ว

            จนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูกระจกของข้างห้องนั่นแหละ ผมคลี่ยิ้มอย่างดีใจ ลุกขึ้นยืนจับขอบระเบียงเอาไว้ กำลังจะอ้าปากเอ่ยทักทายเขาออกไปแล้วแต่รีบงับปากแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิง

            “อือ พากลับห้องมาละพรุ่งนี้คงไปเรียนไม่ไหวมั้ง... ก็พวกพี่สองมันฉลองเพราะชนะเลยพาไปเลี้ยง

            เสียงกระดิ่งดังขึ้นมาเล็กน้อยบ่งบอกว่าเธอกำลังจับมันอยู่ และดังเป็นระยะอยู่สักพักก่อนจะเงียบลงไป

            เออ แค่นี้ก่อน ก็อดอ้วกอีกละ

            เธอเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับเสียงอาเจียนของเจ้าของห้องที่ดังแว่วออกมาจนผมได้ยิน

            แต่สิ่งที่ไม่ได้ยินน่ะ

            คือกระดิ่งข้างห้อง ที่จู่ๆมันก็เงียบหายไป

            พร้อมกับเสียงมากมายที่ดังขึ้นมาในหัวของผม

            เพื่อนพี่ก็อดเหรอ หรือว่าแฟน...

            ไม่สิ มันไม่ใช่กงการอะไรของผมที่ต้องไปอยากรู้เลยว่าสิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้นมีแฟนหรือยัง ก็คิดอยู่แล้วว่าเราสองคนน่ะคงไม่ได้มานั่งคุยกันแบบนี้ทุกวันหรอก มันก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้าง

            ผมปิดประตูกระจกลง เดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ก่อนจะมองไปยังหัวเตียง ฝั่งผนังที่ติดกับห้องของเขา

            เมามากเลยเหรอ ไหวมั้ยล่ะนั่น ปกติเมาทีไรก็ไม่เคยเห็นอาเจียนเลยนี่นา หรือเพราะกินหนักจริงๆ

            พยายามหลับตาลง ไม่คิดอะไรไปมากกว่านี้

            แล้วคืนนั้น ก็ได้ยินเสียงพี่ก็อดอ้วกทั้งคืนเลย

            พี่กินอะไรเยอะแยะขนาดนั้นนะ

           

            ***

            รุ่งเช้าผมรีบออกจากห้องเพื่อไปที่เซเว่นข้างหอ เปิดดูข้อมูลในเน็ตอยู่สักพักว่าคนเมาแล้วแฮงก์ต้องกินอะไรให้หายแฮงก์ ในนี้มีสูตรสารพัดที่จะทำให้หายแฮงก์ได้ แต่ถ้าซื้อหมดนี่คงกลายเป็นว่าต้องไปกองอยู่หน้าห้องเขา แล้วประตูห้องพี่ก็อดก็จะกลายเป็นศาลพระภูมิขนาดย่อมๆขึ้นมา

            อย่างแรกที่น่าจะจำเป็นที่สุดสำหรับคนเมาค้างและอาเจียนทั้งคืน ก็คงจะเป็นยาแก้ปวด

            ผมคว้าพารามาหนึ่งแผง ในพันทิปมีบอกว่าอาการแฮงก์คือขาดน้ำ ถ้าจะให้หายเมาค้างต้องกินน้ำเปล่า น้ำหวานหรือน้ำผลไม้ แต่น้ำเปล่าที่ห้องพี่ก็อดน่าจะมีอยู่แล้ว น้ำหวานก็ไม่รู้จะซื้ออะไร ดังนั้นผมเลยเลือกน้ำผลไม้กล่องเล็กๆมาหนึ่งกล่อง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากินรสไหน ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบกลิ่นขึ้นฉ่าย ดังนั้นซื้อเป็นเบอร์รี่ให้เขาน่าจะโอเคกว่า

            หรือว่าแครอทดีนะ ผมยืนจ้องน้ำผลไม้กล่องสีส้มและสีชมพูสลับไปมา มนุษย์ก็อดซิลล่าน่าจะไม่ชอบกลิ่นแครอทหรือเปล่านะ สุดท้ายก็เลยเลือกเบอร์รี่

            แล้วก็ของหวานอย่างเช่นพวกช็อคโกแลต เขาชอบกินช็อคโกแลตหรือเปล่านะ หรือว่าไม่ชอบ หรือว่าจะซื้อเป็นพวกเจลลี่ดี ผมยืนลังเลอยู่นานพอสมควร สุดท้ายเลยเลือกคิทแคทมาถือไว้ในมือ เอาจอลลี่แบร์ไปด้วยแล้วกัน

            นอกจากนั้นเขาคงลงมาซื้อข้าวเช้าไม่ไหว ... ว่าแต่พี่ก็อดกินอะไรเป็นอาหารเช้าล่ะเนี่ย

            ผมยืนตาละห้อยอยู่หน้าตู้ขายพวกไส้กรอกแซนด์วิชรวมไปถึงข้าวกล่อง เขาเคยบอกว่าข้าวกล่องโซเดียมเยอะ ดังนั้นผมจะเลี่ยงมันไปก่อน แล้วเขากินเป็นขนมปังหรือเปล่า หรือซาลาเปา หรือไส้กรอก หรือแฮม หรือเบค่อน แต่เขาเป็นพวกรักสุขภาพหรือเปล่าเพราะเห็นออกกำลังกายตลอด หรือควรจะซื้อพวกอกไก่ไปให้ดี

            อ่า

            ไม่รู้อะไรเลยจริงๆไอ้เดียวเอ้ย

            เพราะไม่เคยต้องเทคแคร์ใครแบบนี้มาก่อนในชีวิต เลยไม่ได้สนใจว่าเขาจะชอบอะไรเป็นพิเศษมั้ย แต่เพราะเป็นพี่ก็อดผมเลยอยากตอบแทนที่ซื้อป๊อกกี้มาให้ผมทุกวันทั้งๆที่ผมไม่ได้ร้องขอ แถมยังเอากระดิ่งลมมาให้อีก

            จะว่าไป เขาเคยบอกว่าซูชิข้างหออร่อยนี่นาเขาอาจจะชอบกินซูชิก็ได้

            ผมคว้าซูชิบนชั้นมาใส่ตะกร้า เดินวนรอบเซเว่นอยู่สักพักก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นโพสต์อิทสีชมพูที่แขวนอยู่บนชั้นขายเครื่องเขียน ผมตัดสินใจคว้ามันมาใส่ตะกร้าอย่างไม่ลังเล เช็คให้มั่นใจว่าครบทุกอย่างจึงเดินไปจ่ายเงิน พนักงานส่งรอยยิ้มมาให้เล็กน้อย แต่ผมหลบตาแล้วยื่นเงินให้เขา

            รับเป็นขนมปังสังขยาเพิ่มมั้ยครับ ลดราคาจากสามสิบบาทเหลือแค่ยี่สิบห้าบาทเท่านั้นนะ

            “อ่าไม่ครับ

            “ขอบคุณที่ใช้บริการครับ

            จ่ายเงินเสร็จก็รีบกลับไปที่ห้อง นั่งจ้องโพสต์อิทสีชมพูอยู่เป็นนาทีกว่าจะคิดข้อความได้ว่าจะเขียนอะไร

            เห็นพี่เมาแล้วอ้วก เลยไปซื้อของมาให้เผื่อพี่หิว

ผมไม่รู้ว่าพี่ชอบกินอะไรเลยซื้อมาหลายอย่าง

กินข้าวก่อนนะ แล้วกินน้ำตามเยอะๆมันจะได้หายแฮงก์

เสร็จแล้วก็กินยาแก้ปวดด้วยนะครับ

เขียนเสร็จสรรพผมก็แปะมันไว้ในถุง ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูห้องออกแล้วแขวนถุงกับลูกบิดหน้าห้องข้างๆ ผมยืนหันซ้ายหันขวาอยู่สักพักใหญ่ๆ ในหัวสมองคิดแต่ว่า ถ้าเขาตื่นสายจะทำยังไง ถ้าเขาไม่รู้ว่าผมแขวนของกินไว้ให้หน้าห้องจนเย็นล่ะ หรือถ้าเขานอนปวดหัวทั้งๆที่ไม่มียาล่ะจะทำยังไงดี

เลยตัดสินใจเคาะลงบนบานประตูแล้วรีบวิ่งกลับเข้าห้องด้วยความเร็วแสง

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากคุณก็อดซิลล่า

ผมวิ่งออกไปเคาะประตูห้องพี่ก็อดอีกครั้ง คราวนี้ลงแรงหนักกว่าเดิม ก่อนจะวิ่งกลับเข้าห้องเงี่ยหูฟัง

ได้ผล

เพราะรอสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ก่อนจะปิดลงหลังจากนั้น ผมค่อยๆแง้มบานประตูออกไป ถุงที่ห้อยไว้หายไปแล้ว พอเห็นแบบนั้นก็เผลอยิ้มออกมา

อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรตอบแทนบ้างล่ะนะ

ผมกลับเข้ามานั่งในห้อง เตรียมของเพื่อที่จะออกไปเรียนอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเปิดประตูข้างห้องดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงผู้หญิง

อีกแล้ว

เออ กำลังจะลงไปซื้อของกินแต่มีใครก็ไม่รู้เอาถุงขนมมาห้อยไว้หน้าห้องก็อด มีโพสท์อิทด้วย ... อ่อ ... แต่ก็อดมันไม่กินช็อคโกแลตนี่

“…”

เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่เงียบไป

ผมหันไปมองนาฬิกาบนโต๊ะที่บอกเวลาหกโมงครึ่ง และผมที่ตื่นตั้งแต่หกโมงเพิ่งจะได้ยินเสียงเปิดประตูห้องออกมา แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นค้างห้องพี่ก็อด

หัวใจที่อิ่มเอมของผมเมื่อตะกี้นั้นเริ่มห่อเหี่ยว ทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียงพลางมองไปยังคุณชายในตู้ปลา

คุณชาย เราไม่รู้ว่าพี่เขาไม่ชอบกินช็อคโกแลต

ทั้งๆที่ปากพูดเรื่องช็อคโกแลต

แต่ในสมองของผมนั้น มีแต่ความคิดเรื่องผู้หญิงคนนั้น

เธอเป็นใครกันนะ



// มีคนถามบ่อยเรื่อง extravert 

extravert คือคำที่ถูกต้องค่ะตามหลักวิชาการค่ะ แต่ extrovert คือคำที่คนใช้กันทั่วไป

แต่จะเปลี่ยนเป็น extrovert ให้นะ น่าจะชินตากว่า


ขอบคุณที่รักน้องเดียวกับพี่ก็อดนะคะ กอด <3  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.318K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,251 ความคิดเห็น

  1. #11231 mnrฯ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:51
    คำเดียวที่ว่านี่ ชอบ หรือ รัก ป่ะ เห้ยยยย ร้ายนะหนิ
    #11,231
    0
  2. #11185 feelsmiley (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 18:30
    กอดๆ น้าาา น้องเดียว
    #11,185
    0
  3. #11114 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 04:17
    เดียวคิดเกินเลยละ ลุ้นว่าใครจะผิดสัญญา
    #11,114
    0
  4. #11056 1 9 9 $ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 18:11
    แงงงงงงงง น้องเดียวอย่าคิดมากนะลูก อาจจะเพื่อนพี่เขาแหละเนาะ ;-; (แต่น้องหงอยแบบนี้คือคิดอะไรกับพี่เขาหรือเปล่าเนี่ย)
    #11,056
    0
  5. #10996 softless (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 17:42
    น้องเดียวหงอยเลยลูก;-;
    #10,996
    0
  6. #10946 pommys (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 20:31
    อ้าว พี่ก็อด
    #10,946
    0
  7. #10916 LarosePeachh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:35
    น้องจ๋อยเยย
    #10,916
    0
  8. #10881 DoublePNP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 23:24
    โอ๋ๆๆน่าจะเพื่อนแหละ พี่ก็อดเค้าเพื่อนเยอะนะลูก
    #10,881
    0
  9. #10794 Naphat69 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 13:42
    ครั้งหน้าน้องก็พาผู้มาห้องบ้างสิ จะให้รู้ว่าใครจะผิดสัญญาก่อนกัน 5555
    #10,794
    0
  10. #10771 0804211939 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 04:05
    โอ๋นะน้อง
    #10,771
    0
  11. #10725 Jinjoo.K (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:14
    หงอยเลยลูกชั้น
    #10,725
    0
  12. #10714 Earn0624 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 19:17
    น้องจ้อยเลย น้องต้องเป็นคนแหกกฎพูกคำว่ารักออกมาแน่เลย
    #10,714
    0
  13. #10685 IiIingg (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:43
    น้องหงอยเลยยย
    #10,685
    0
  14. #10670 rabbithert (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:39
    น้องงงงงง หอมหัวนะลูก
    #10,670
    0
  15. #10660 Saguramio (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:04
    หึงหรอลูก
    #10,660
    0
  16. #10637 goi_iog (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 12:20
    สงสารน้องงงง
    #10,637
    0
  17. #10624 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 14:21
    นั่นสิเป็นใครกันนะ
    #10,624
    0
  18. #10596 Wafuii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:25
    แงงงงงน้องเดียวไม่เศร้านะ
    #10,596
    0
  19. #10570 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:40
    ชอบความที่น้องมีความไม่มั่นใจว่าตัวเองจะไม่คิดเกินเลยกับพี่เขาอ่ะ มันทำให้รู้ว่าน้องจะไม่ซึนถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ และน้องจะรู้ตัว คือมันน่ารักนะ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากกว่าการอยากเจอหน้าอีก ถ้าในปกติของมนุษย์เราอ่ะ ความอยากรู้อยากเห็น กับความรัก นี่มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายเท่ากันนะ // แต่ก่อนอื่นผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก่อน เราคิดว่าเป็นเพื่อนนะ ต่อให้เป็นผู้หญิงก็เถอะ ผู้ชายจะมีเพื่อนสนิทสักคนเป็นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หรือถ้าจะเป็นแฟนจริงๆก็ไม่แปลกใจเหมือนกัน คนคารมระดับก็อดนี่คุยแบบเพื่อนยังสนิทเร็ว ถ้าจีบสาวจะยากอะไร อีกอย่างก็ไม่เคยถามด้วย ถ้าจะอยู่ๆโผล่มาก็ไม่ได้น่าตกใจ
    #10,570
    0
  20. #10451 meowten_0227 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 15:11
    โถ่น้องเดียวลูก ;__;
    #10,451
    0
  21. #10319 A-minus (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 15:46

    คำาว่า พี่บ้า ของน้องนั้นแอทแทคแรงเหลือเกินค่ะ ไม่ไหว

    #10,319
    0
  22. #10255 เหมียวแคท (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 22:06
    +1 กับเม้นที่เป็น introvert เหมือนกัน ฟีลนี้เราเข้าใจมากยังคิดเล่นๆว่ามีคนคิดว่าถอยห่างและเลี่ยงสุดๆเหมือนเราไหม 55555
    #10,255
    0
  23. #10059 ojay2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    น้องเอ้ยยยย เริ่มชอบเค้าแล้วสิ
    #10,059
    0
  24. #10026 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    แงงง ใจบางตอนที่น้องบอกว่าไม่รู้ว่าพี่ไม่ชอบกินช็อคโกแลต
    #10,026
    0
  25. #9989 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 13:21
    น้องแคร์อยู่น้าาา
    #9,989
    0