Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 7 : Chapter 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,217 ครั้ง
    18 มี.ค. 62


Chapter 06


เมื่อทำให้มนุษย์ introvert เชื่อใจได้หนึ่งครั้ง

เขาจะเริ่มไว้วางใจในตัวคุณ

 

            ผมนอนไม่หลับ

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกินกาแฟเข้าไปก่อนนอนหรือเปล่า แต่นอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาก็ไม่ยอมหลับ สวดมนต์นับแกะร้อยตัวก็ไม่หลับ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแกล้งเพื่อนๆของพี่ก็อดไปเมื่อตอนบ่าย เลยรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะเสียงเด็กที่เปิดตอนบ่ายนั้นมันน่ากลัวมากจริงๆ

            ผมขยับตัวในความมืดเดินไปเปิดไฟในห้องจนสว่างวาบ มองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่บอกเวลาตีสามแล้วก็รู้สึกขนลุกขนพองไปหมด ตื่นมาเวลาไหนไม่ตื่น ตื่นมาตีสามเนี่ยนะ

            เวลาดีสุดๆ!

            จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนกลัวผี ไม่อย่างนั้นคงอยู่คนเดียวไม่ได้ สามารถดูหนังผีและนอนหลับได้ตามปกติ แต่ไอ้เสียงร้องไห้ที่เปิดแกล้งพี่ว่านกับพี่เบลนั้นมันติดอยู่ในหูจนเอาออกไปไม่ได้เลย

            กริ๊งๆ

            ผมที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่ปลายเตียงหันไปมองนอกระเบียงในเวลาตีสาม เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะลม แต่มีใครบางคนจงใจเขย่ามัน คนที่สามารถเห็นแสงไฟจากห้องผม...

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องยังไม่นอนเหรอ

            พอคิดได้แบบนั้นก็รีบตะเกียกตะกายวิ่งไปเปิดประตูกระจกออกอย่างดีใจ เสียงทุ้มๆที่ดังขึ้นมาหลังจากนั้นทำเอาผมใจชื้น อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียวตอนนี้ ไม่ไหวจริงๆล่ะ

            ทำไมยังไม่นอน

            ผมทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนใบโต นั่งชิดริมระเบียงจนแทบจะรวมร่างไปกับมัน ส่งเสียงหงอยๆไปตามสายลมเย็นๆยามค่ำคืนที่เงียบสงัด นึกขอบคุณที่เขานอนดึกก็วันนี้

            ผมกลัวผี

            “เอ้า

            “ก็พี่ว่าน…” รีบงับปากตัวเองเพราะเผลอหลุดพูดออกไป ผมไม่รู้ว่าพี่ก็อดคุยอะไรกับพี่ว่านและพี่เบียร์หรือเปล่า โดยเฉพาะพี่เบียร์ สิ่งมีชีวิตเงียบๆที่ดูเหมือนถ้าไม่ถามก็คงไม่พูด

            ว่านมันทำไม

            “พี่ว่านกับพี่เบียร์มาห้องพี่ แล้วก็พี่เบล

            “มันเอาเบลมาด้วยเหรอ

            ครับ

            “แล้วไงต่อ ทำไมเราถึงนอนไม่หลับ

            “พี่ว่านบอกพี่เบลว่าห้องนี้มีผีเด็ก ผมก็เลยเปิดเสียงร้องไห้ใส่เขาไป

            “พรืดเสียงหัวเราะของสิ่งมีชีวิตข้างห้องดังขึ้นมา ละมันทำไง

            “ก็วิ่งกันออกจากห้องไปเลย

            “แล้วยังไง ทำไมแกล้งเขาแล้วนอนไม่หลับซะเอง

            “ก็เสียงที่ผมเปิดใส่พี่ว่านมันน่ากลัว

            “งั้นก็มานั่งคุยกับพี่จนกว่าจะง่วงนั่นแหละ เอาหมอนผ้าห่มมาด้วย

            อือผมครางในลำคอแล้ววิ่งกลับเข้าห้องไปเอาหมอนกับผ้าห่มมาวางไว้ข้างตัว จัดที่จัดทางให้เรียบร้อย พอเห็นสิ่งมีชีวิตข้างห้องเงียบไปก็ร้องเรียกเพราะไม่อยากอยู่คนเดียว

            “พี่ทำอะไร ทำไมไม่นอน

            อ่านหนังสือ

            “อ่านตอนนี้อ่ะนะ

ใช่ ตอนนี้แหละไม่มีใครมากวน

เขาอ่านหนังสือเรียนตอนตีสามเหรอ แต่ถ้าคนอย่างพี่ก็อดอ่านหนังสือตอนตีสามผมก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอก เพราะเจ้าตัวน่ะวุ่นวายทั้งวัน ทำนู่นทำนี่ กิจกรรมเยอะเพื่อนเยอะไปหมด

อีกอย่างตอนตีสามน่ะ แม่ผมบอกว่าเป็นเวลาที่สมองจำได้ดีที่สุดด้วย  

            จริงๆพี่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เป็นคนเกลียดหนังสือเลยก็ว่าได้

            “แล้วปีสามเรียนไม่หนักเหรอ พี่ดูเหมือนเป็นเด็กกิจกรรม

            “หนัก แต่คนมันฉลาดอ่ะนะ

            ขออนุญาตกดปุ่มเกลียดความหลงตัวเองได้มั้ยครับ

            พี่ยังไม่เคยถามเลยว่าเราเรียนอะไรในอินเตอร์

            “วิทย์เคมีครับ

            “เฮ้ย จริงดิ

            ผมโกหกพี่ไปแล้วจะได้อะไรเล่า

            แล้วพี่เรียนอะไรเหรอตั้งแต่รู้จักกันมาก็ไม่เคยถามเลยว่าเขาเรียนอะไร เพราะผมเดาไว้ในใจว่าวิศวะ แต่มนุษย์ข้างห้องของผมนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่คาดเดายากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เขาอาจจะเรียนหมอก็ได้ใครจะรู้

            วิศวะเคมี

            เห็นมะ ทำไมไม่ลองไปซื้อหวยดูบ้างเผื่อจะถูกซักงวด แต่พอได้ยินว่าเขาเรียนเคมีเหมือนกัน ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาซะได้ เพราะผมนั้นเป็นเด็กเคมีจ๋าเลย

            “พี่ชอบเหรอ

            “ชอบมาตั้งแต่ม.สี่ มันเป็นอะไรที่เห็นผลชัดเจนดี พี่ไม่ชอบอะไรที่มันไม่ชัดเจน

            อะไรที่ไม่ชัดเจนเหรอ

            “อย่างเช่นอะไรบ้างอ่ะ

            “สมองกับหัวใจ

            “…”

            “ทำไมสมองบอกอย่าง แล้วหัวใจต้องบอกอีกอย่าง

            “เสี่ยวอ่ะ

เอ้า ก็จริงป่ะ เดียวลองคิดดู ทั้งๆที่สมองเราบอกให้ทำแบบนี้ แต่หัวใจเราสั่งให้ทำอีกอย่างตลอดเลย อย่างเช่นพี่คิดว่าคนๆนี้ไม่น่าจริงจังด้วยเลย แต่ใจก็สั่งว่า เนี่ยแบบนี้หายากนะ ลองดูอีกซักพักมั้ย เอาให้มั่นใจ

ผมหัวเราะให้กับคำพูดของเขา พี่ก็อดไอกระแอมเล็กน้อย

            ขำเก่ง หัวเราะเก่ง

            “ก็พี่ดูเหมือนไม่ใช่คนที่จะจริงจังเรื่องความสัมพันธ์

            “โอ้โห ด่าพี่ไม่จริงใจเลยก็ได้

            “ไม่ๆ อย่าเพิ่งงอนสิ ผมหมายถึงพี่ดูไม่ใช่คนซีเรียสอะไรเรื่องแบบนี้อ่ะ พี่ดูเหมือนคนที่มีความสุขอยู่แล้ว มีเพื่อนเยอะแยะ เรียนที่ดีๆ เป็นคนของสังคม

            จริงๆแล้วพี่เป็นคนซีเรียสเรื่องความสัมพันธ์มากนะ

            “ครับ

            “ถ้าพี่จริงจังแล้ว พี่ไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน

            “แล้วตอนนี้จริงจังหรือยังไม่สิ ผมจะถามเขาว่ามีคนที่พี่จริงจังด้วยหรือยัง

            “คิดๆอยู่

            “พี่คิดด้วยเหรอ

            “เดี๋ยวเถอะครับน้อง พูดงี้พี่เสียหาย

            ผมหัวเราะอีกครั้ง นับวันชักจะหัวเราะพร่ำเพรื่อ เขาเป็นคนที่ตลกธรรมชาติดีครับ แต่ก็ไม่ใช่ประเภทที่จะมานั่งคิดมากก่อนที่จะทำอะไร ดูเป็นผู้ชายที่อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องตัดสินใจให้วุ่นวาย ต่างกับผมที่ก่อนจะทำอะไรจะคิดวิเคราะห์จนวุ่นวายอยู่ในหัวเสมอ

            ง่วงป่ะ ให้พี่อ่านหนังสือให้ฟังมั้ย จะได้เคลิ้มหลับ

            “อือ

            เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นสักพัก ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะแว่วมา

การต่อสู้นี้เรามีความหวังขึ้นมาแล้ว

“…”

ไปขยี้เจ้านั่นให้เละไปเลย!”

“…”

หมัดยางยืด!”

ผมนั่งสตั้นไปเป็นนาทีกว่าจะเข้าใจว่าไอ้ที่อ่านหนังสือของเขาเนี่ย มันคือหนังสือการ์ตูนวันพีซ ไม่ใช่หนังสือเรียนแต่อย่างใด แถมอ่านไปใส่อารมณ์ไปด้วยเหมือนตัวเองกำลังเป็นลูฟี่

ปกติเขามีแต่อ่านนิทานกล่อมนอน นี่อ่านวันพีซกล่อมนอน ก็ดีไปอีกแบบ

            ลมเย็นๆที่พัดกระทบร่างกายของผมในยามค่ำคืน เสียงกระดิ่งที่ดังกรุ๊งกริ๊งไปมาคลอกับเสียงนุ่มหูของเขาคนนั้น สิ่งมีชีวิตข้างห้องที่ไม่เคยเจอหน้ากัน มันให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา

            ถึงคำพูดของเขาจะวนอยู่กับ หมัดกระสุน ลูกเตะยางยืด ก็เถอะ

            ผมซุกใบหน้าลงกับหมอน เกาจมูกยุกยิกอยู่สักพัก นอนฟังเสียงทุ้มๆของเขาจนเริ่มจะเคลิ้ม ที่เคลิ้มน่าจะเป็นเพราะว่าผมไม่เข้าใจอะไรที่คุณก็อดซิลล่าพูดออกมาแม้แต่นิดเดียว ทำให้สมองเริ่มที่จะปิดตัว ไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว ผมไม่เคยอ่านการ์ตูนวันพีซมาก่อน ผมอ่านแต่นิยายแปลไม่ก็นิยายภาษาอังกฤษ

ตอนนี้ดวงตาที่แสนหนักอึ้งกำลังค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ

เพราะทำอะไรไม่ได้ ถึงต้องให้คนอื่นช่วยไงเล่า!”

แม้จะชอบอยู่คนเดียว แม้จะมีความสุขที่ได้อยู่คนเดียว

            แต่คุณก็อดซิลล่าข้างห้องนั้นทำให้ผมปฏิเสธไม่ลงเลย

            มันมีความสุขที่ได้ฟังเสียงของเขามากจริงๆ

             

            ***

            ง่วง...มาก

            ผมได้นอนไปแค่สามชั่วโมงแล้วก็ต้องตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีส่งงานล่ะก็คงโดดเรียนนอนอยู่ที่ห้องไปแล้ว มองเข้าไปในกระจกแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ขอบตางี้ช้ำเป็นหมีแพนด้า

            โทษใครไม่ได้ โทษตัวเองนั่นแหละ กรรมติดจรวดที่แท้จริง จะแกล้งคนอื่นเขากลายเป็นตัวเองที่ดันนอนไม่หลับ นอนไม่หลับยังไม่พอ ยังต้องไปรบกวนข้างห้องให้มานั่งคุยเป็นเพื่อนอีก

            พอจัดการตัวเองเสร็จก็ไปเก็บข้าวของที่กองไว้ที่ระเบียง ก่อนจะเอียงหูไปใกล้ระเบียงข้างห้องเล็กน้อย ผมไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตข้างห้องกลับเข้าไปนอนบนเตียงหรือเปล่า หรือนั่งอ่านวันพีซอยู่ตรงระเบียงจนถึงเช้า เพราะได้ยินเพียงแค่เสียงกระดิ่งที่ดังเพราะแรงลม

            กำลังจะยกหมอนกลับเข้าไปในห้อง จู่ๆก็ได้ยินเสียงหาวของเจ้าของห้อง พร้อมกับเสียงขยับตัวเล็กน้อย

            เขานอนที่ระเบียงเหรอ

            นอนเฝ้าผมเหรอ

            ไม่หรอก คงจะเผลอหลับไปล่ะมั้ง

            สะบัดหัวไล่ความคิดเดินกลับเข้าไปที่ห้องพลางเดินไปให้อาหารคุณชาย มองดูเต่าตัวสีเขียวที่กำลังเพลินเพลินอยู่กับการแหวกว่ายอยู่ในน้ำแล้วส่งยิ้มไปให้

เดี๋ยวมานะคุณชาย

            ผมลูบกระดองของคุณชายเบาๆ หลังจากนั้นก็หันไปหยิบชีทบนโต๊ะยัดใส่เข้ากระเป๋า สำรวจในห้องให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดประตูออกไป สิ่งแรกที่ได้เจอในวันนี้ไม่ใช่โพสต์อิทของสิ่งมีชีวิตข้างห้อง ไม่ใช่ถุงใส่ป๊อกกี้สีชมพู และไม่ใช่พวงมาลัยมะลิ

            แต่เป็น

            ไม่ใช่ผีนี่

            ริมฝีปากของผมเม้มแน่น เงยหน้ามองใบหน้าของบุคคลที่ยืนห่างไปแค่สามสี่ก้าว จับจากน้ำเสียงของเขาแล้ว แม้จะไม่เคยได้เห็นหน้ากันเลยสักครั้ง ผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนคนนี้คือพี่ว่านแน่นอน

            เขามาดักรอสินะ

            ผมหลบตาต่ำ กลอกตาซ้ายขวาอย่างลุกลี้ลุกลน มือสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเกร็งไปหมด แม้จะเคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเจอกัน เพราะผมทำสัญญากับพี่ก็อดคนเดียวไม่ได้ทำกับพี่ว่าน แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ความกังวลหลายๆอย่างมันประเดประดังขึ้นมากอบกุมหัวใจ จะก้าวถอยหลังเข้าห้องยังไม่กล้าเลย

            พี่ว่านเองก็ดูน่ากลัวด้วย เขาทำหน้าเหมือนจะฆ่าฟันกัน

            ชื่ออะไรอ่ะเราน้ำเสียงของพี่ว่านดูเหมือนคนอารมณ์เสีย แหงล่ะ เมื่อวานผมเล่นหลอกผีพี่แกไปซะขนาดนั้น แกไม่โกรธก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

            ดะเดียวครับ

            เพียงแค่เจอคนแปลกหน้าอยู่ต่อหน้า ผมก็ไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงของตัวเองได้ มันขาดๆหายๆเหมือนกับช่องวิทยุหลงสัญญาณ

            ทำไมถึงไม่ยอมออกมาเจอหน้า ทำตัวเหมือนเป็นผี คนเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้ว

            ก็มีพี่คนเดียวนั่นแหละที่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าผมเป็นผี แถมยังเอาพวงมาลัยมาคล้องไว้หน้าห้องคนอื่นอีก ดีนะที่เจ้าของห้องตรงกันข้ามเขาไม่ตกใจแล้วเอาน้ำแดงเอาผ้าสามสีมาผูกด้วย ทีนี้แหละเรื่องเล็กได้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตแน่นอนล่ะ

            แล้วทำไมไม่มองหน้าคนอื่นเวลาเขาพูด มันเสียมารยาทนะ

            “คือผม

            “ว่าน!” น้ำเสียงของใครอีกคนดังแทรกขึ้นมา ผมเงยหน้ามองผู้ชายตัวสูงที่วิ่งมาสมทบด้านหลัง เดาจากน้ำเสียงและสายตาที่มองมาแล้ว คนๆนี้ก็คือพี่เบียร์

            มึงทำอะไร

            “กูอยากรู้ว่าน้องมีเจตนาอะไร ทำตัวลับๆล่อๆ

            “ว่าน น้องมันกลัวการเข้าสังคม

            “แต่หลอกผีจนกูกับไอ้เบลวิ่งขี้เกือบแตกเนี่ยนะ

            “ผมขอโทษผมพูดเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองเท้าตัวเองด้วยความรู้สึกผิด

            มันไม่ใช่ความผิดน้องเลย มึงนั่นแหละไปหาว่าน้องเขาเป็นผี น้องเขาอยู่ดีๆมึงก็ไปแช่งเขา

            “เอ้า ก็ไอ้ก็อดมันบอกว่าน้องเป็นผี ไหนจะไม่เคยออกจากห้อง แถมยังคุยกับไอ้ก็อดคนเดียวอีก

            “แล้วเขามีเหตุผลไรต้องคุยกับมึงวะ สนิทกันมั้ยก็ไม่ใช่ รู้จักกันมั้ยก็ไม่รู้

            “ไอ้เบียร์ สรุปมึงเพื่อนกูหรือเพื่อนมัน

                เฮ้อ

                ถ้าพี่จะยืนเถียงกันก็ปล่อยผมไปสักทีเถอะ ถ้าไปสายอาจารย์ล็อคห้องแล้วผมเข้าห้องไม่ได้ ผมจะส่งคุณชายไปกัดคอพวกพี่ตอนนอนแน่ๆ

ขอโทษนะครับ ... ผมรีบไปเรียน

บทสนทนาของเขาสองคนทำให้ผมปวดหัว เพราะต้องรีบไปเรียนเลยก้มหัวให้ทั้งสองเล็กน้อย กำลังจะก้าวขาเดินออกไปแล้วถ้าไม่ติดที่ว่าประตูข้างห้องถูกเปิดออก ผมสะดุ้งแล้วถอยหลังสองสามก้าวด้วยความตกใจ

            พี่ก็อด

            เสียงดังอะไรกันวะ เกรงใจข้างห้องบ้างป่ะ

            พี่เบียร์และพี่ว่านหันไปมองคนที่อยู่ในห้อง มีเพียงแค่บานประตูเท่านั้นที่ถูกเปิดแง้ม ส่วนตัวเจ้าของห้องนั้นยังอยู่ข้างใน ทำให้ผมไม่เห็นใบหน้าของเขา

            น้องข้างห้องมึงยืนอยู่หน้ากูเนี่ย

            “ห้ะคุณก็อดซิลล่าส่งเสียงประหลาดใจใส่พี่ว่าน ในตอนนั้นหัวใจผมเต้นรัว เหงื่อออกมือจนต้องเช็ดกับกางเกง ทั้งกลัวทั้งกังวล มีความคิดเป็นร้อยเป็นพันพุ่งเข้ามาในหัว อยากจะกลับเข้าไปในห้องซะเหลือเกินแต่ขามันแข็งไปหมด

            ถ้าพี่ก็อดออกมาจะทำยังไง

จะพูดคุยได้เหมือนเดิมมั้ย

หรือสัญญาของเรานั้นจะพังลงไป

ในช่วงเวลาแสนวุ่นวายนั้น ผมนึกว่าพี่ก็อดจะชะโงกหัวออกมาจากห้องแล้วมองหน้าผม หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะจบ สัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนของเรา การพูดคุยแบบง่ายๆริมระเบียงห้องนอน วันพีซที่เขาอ่านให้ฟังตอนผมนอนไม่หลับ หรือแม้แต่การเล่นเกมด้วยกันเวลาเบื่อ ... แต่ผ่านไปเกือบนาที เขาก็ไม่ก้าวออกมา

            แล้วไง มึงดักรอน้องเขาหรือยังไง

            “ใช่ กูไม่ชอบที่เขาทำตัวลับๆล่อๆ

            “มึงขอโทษน้องหรือยัง

            “ห้ะพี่ว่านหันไปส่งเสียงประหลาดใจใส่พี่ก็อด ผมเองก็ประหลาดใจที่ได้ยินแบบนั้น

            ผมรู้ว่าพี่ว่านเป็นเพื่อนสนิทของพี่ก็อด และผมรู้ว่าพี่ก็อดเป็นสิ่งมีชีวิตที่แคร์เพื่อนมาก ผมนึกว่าเขาจะเข้าข้างเพื่อนด้วยซ้ำ เพราะมันไม่มีเหตุผลที่เขาจะมานั่งอดทนไม่เจอหน้าคนที่กำลังคุยด้วยในทุกๆวัน เขาไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมเลย เขาอาจจะเชื่อพี่ว่านง่ายๆเลยก็ได้ว่าผมทำตัวลับๆล่อๆเพราะอยากจะอยู่ใกล้พี่ก็อด

            แต่พอเขาพูดออกมาหลังจากนั้น ก็ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดที่มีต่อผู้ชายคนนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

            มึงเสียงดังใส่เขามาหนึ่งเดือน เทียบกับที่เขานั่งอยู่เงียบๆไม่พูดอะไรแล้ว พวกเรานั่นแหละที่ผิดมากกว่า มึงขอโทษน้องเขายัง

            ผมกำลังจะเอ่ยปากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษก็ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าพี่ว่านกลัวผี เมื่อวานก็ดันหลอกผีเขาไปแบบนั้น

            “ขอโทษแต่พี่ว่านก็ขอโทษผมอย่างง่ายดาย ขอโทษด้วยที่เสียงดัง

            “เออ แล้วหลังจากนี้ไม่ต้องสะเออะมาดักรอน้อง ไม่ต้องไปเคาะประตูห้องน้อง มึงไม่เข้าใจเหรอ ขนาดพวกมึงนั่งในห้องเงียบๆแค่ห้านาทียังอึดอัด เวลาน้องต้องอยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้ามันก็รู้สึกอึดอัดไม่ต่างกันนั่นแหละ

            คำพูดของพี่ก็อดนั้นบอกทุกอย่างหมดแล้ว

            เราทั้งสี่คนเงียบใส่กัน เหมือนว่าเมื่อกี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หลงเหลือก็เพียงแค่บรรยากาศคุกรุ่นที่ก่อตัวอยู่

            แล้วมึงไม่อยากเจอหน้าน้องเหรอ

            ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับตาสวยๆของพี่ว่าน แต่เพียงแค่แปปเดียวก็ต้องเบนสายตาออกไปมองทางอื่น พี่ว่านนั้นตัวสูงกว่าผมแค่นิดหน่อย ตาเรียวๆเป็นเอกลักษณ์ของเขานั้นดูดุ ขัดกับจมูกรั้นๆที่แม่ผมเคยบอกว่าคนจมูกแบบนี้น่ะ ดื้อมากๆ

            ว่าไงก็อด

            “กู…” คุณก็อดซิลล่าอึกอัก ไม่อยากก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น

            จริงเหรอ น้องขาวมากเลยนะ ตากลมๆ ปากนิดๆ…” พี่ว่านพูดยังไม่ทันจบก็โดนขัดขึ้นซะก่อน

            หุบปาก

            ไม่อยากเจอสินะ

            “เออ!”

            “หึ เสียอาการหมดเพื่อนกู ยอมใครไม่ยอม ยอมเด็กตัวแค่เนี๊ยะ

            แล้วพี่ว่านก็เดินหายเข้าไปในห้องพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังตามขึ้นมา

            เฮ้อ

            ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ อาการอึดอัดเมื่อกี้ค่อยๆผ่อนคลายลง มือที่กำเข้าหากันแน่นค่อยๆปล่อยเป็นอิสระ เงยหน้ามองพี่เบียร์ที่ส่งยิ้มนิดๆมาให้ก่อนหน้าแล้ว ก่อนจะหลบตาเขาแล้วยกมือไหว้เขาเป็นมารยาท แต่ดันได้กลับมาเป็นฝ่ามือใหญ่ๆที่สัมผัสลงบนกลุ่มผม ขยี้เบาๆอย่างอ่อนโยน

            ขอโทษด้วยนะ

            “ไอ้เหี้ยเบียร์ทำไร!”

            “เปล๊า

            ประตูข้างห้องค่อยๆถูกปิดลง แต่เสียงทุ้มๆของพี่ก็อดตะโกนแทรกออกมาก่อน

            “เดี๋ยวเดียว

            ผมหยุดชะงักอยู่กับที่ ประตูถูกเปิดแง้มออกอีกครั้ง ภายใต้ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้น พี่ก็อดยื่นมือของเขาออกมาจากห้องพร้อมกับกล่องป๊อกกี้สีชมพูและโพสต์อิทที่ถูกแปะไว้ ผมรับกล่องป๊อกกี้มาถือด้วยความตกใจ 

            ตั้งใจเรียน

            ประตูปิดลง ส่วนผมนั้นคลี่ยิ้มให้กับคำพูดนั้นเล็กน้อย แล้วก้มมองโพสต์อิทที่อยู่ในมือ

            เห็นพี่ไม่คิด แต่จริงๆพี่คิดมากนะ

          นั่นสินะ ถ้าขืนเขาทำตามใจตัวเองล่ะก็ เราคงไม่ได้มานั่งคุยกันอยู่ทุกวันนี้หรอก

            การกระทำของพี่ก็อดนั้น ทำให้ผมรู้สึกดีจนแวบหนึ่งเผลอปลื้มกับความยึดมั่นของเขา เพราะรู้ว่าผิดสัญญาแล้วผมจะไม่คุยด้วย ก็เลยไม่ออกมาเจอหน้า ทั้งๆที่เมื่อกี้เรายืนห่างกันแค่นิดเดียว แค่ชะโงกหน้าออกมาก็เจอหน้ากันแล้ว 

            ผมถึงได้บอกไงว่าไว้ใจเขา ถึงเขาจะเป็นมนุษย์ที่ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นมนุษย์ที่ทนกับความเงียบได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่เขาเป็นมนุษย์ที่อดทนและไม่เคยผิดสัญญา

            อยากขอบคุณที่พี่ไม่เคยพยายามดึงผมออกไปจากโลกของตัวเอง

            ขอบคุณที่พี่พยายามที่จะเข้าใจ

            พี่น่ะ กลายมาเป็นฮีโร่ของผมแล้วล่ะ



// ปล. ชั้น 10 ไม่มียุง

แต่ใครอยากบริจาคมุ้งก็บอกได้นะคะ -..-



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.217K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11229 mnrฯ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:41
    น่าร้ากกกกก
    #11,229
    0
  2. #11212 Maymay123456789 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 11:07
    น่ารักเกินเบอร์กี๊สสสส
    #11,212
    0
  3. #11183 feelsmiley (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 16:52
    มุแง้ น่ารัก อบอุ่น อ่อนโยนนน
    #11,183
    0
  4. #11112 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 03:47
    อุแงงงงเมื่อไหร่จะเหนน

    พี่ก็อดมีความหึงว่ะ55555555
    #11,112
    0
  5. #11082 slpxbear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 11:28
    อยากให้เจอกันแล้ววว แต่ขนาดไม่เจอยังแบบนี้ถ้าเจอจะขนาดไหนนนน อุกรี้ด
    #11,082
    0
  6. #11054 1 9 9 $ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 17:59
    พี่ก็อดอบอุ่นกับน้องมากกกกกก เป็นกำลังใจให้พี่เขาได้เจอน้องไวๆนะคะ5555555 สงสารพี่เขา อยากเห็นแต่ต้องรักษาสัญญา ;-;
    #11,054
    0
  7. #11041 pinkyyyy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 13:15
    น่ารักกกกอ่าา
    #11,041
    0
  8. #11017 MaBaYu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 04:15
    มันมีเสน่ห์ตรงนี้แหละ ชอบอ่า❤️
    #11,017
    0
  9. #10992 binary_cd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 11:09
    โกงๆ เพ่เบียร์ขี้โกง
    #10,992
    0
  10. #10976 Hydrangea​ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:52
    กูเป็นพี่ก็อดกูบ้งหัวพี่เบียร์ก่อนเลย

    กูคุยของกูมาตั้งนาน แค่ปลายนิ้วหัวแม่ตีนยังไม่ได้แตะ เส้าแทน ยึดมั่นในสัญญามาก
    #10,976
    0
  11. #10944 pommys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 21:01
    เหยยยยยยย
    #10,944
    0
  12. #10922 ไลลา2525 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 08:33
    พี่ก็อดแบบ โห เออ ชอบว่ะ
    #10,922
    0
  13. #10914 LarosePeachh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:08
    อยากเจอมาก แต่ฮึบไว้นะะะ
    #10,914
    0
  14. #10896 Xakas (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:18
    เกินเบอร์ว่ะกัปตัน
    #10,896
    0
  15. #10887 Strawberrybunny (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 11:08
    พี่เบียร์ อุเเงงงง55555555 เขิน
    #10,887
    0
  16. #10879 DoublePNP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:53
    พี่เบียร์ได้ลูบหัวอ่ะ ชั้นใจเขวไปหมดดด
    #10,879
    0
  17. #10824 jaoslott (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 14:26
    ใจฟูมากเลย
    #10,824
    0
  18. #10822 pjmmm. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:34
    อบอุ่นจนน้ำตาไหล งง
    #10,822
    0
  19. #10774 KYM14 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:17

    แอร้ยยยยยยยยยยฉันโดนคุณท่านเบียร์ตกรอบที่ล้านแปด><
    #10,774
    0
  20. #10765 rnhaha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 01:25
    มันอบอุ่นหัวใจมากอ่ะ
    #10,765
    0
  21. #10722 Jinjoo.K (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:54
    พี่ก็อดดีมากๆๆๆ รักษาสัญญากับน้องมากเลย น่ารัก
    #10,722
    0
  22. #10712 Earn0624 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:43
    พี่ก็อดน่ารักมากๆๆๆ ดีมากๆ
    #10,712
    0
  23. #10683 IiIingg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:25
    พี่ก้อดดดดด น่ารัก
    #10,683
    0
  24. #10635 goi_iog (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 10:56
    ยุงบินไม่ถึงสินะ ปล. นุ้งกรี้ดพี่เบียร์มากเลย พี่ช่างอ่อนโยนนนน
    #10,635
    0
  25. #10622 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 12:55
    ทำไหมผู้ชายเย็นชาถึงอบอุ่น
    #10,622
    0