Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 6 : Chapter 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,735 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


Chapter 05


การไม่แสดงตัวตนไม่ได้หมายความว่าไม่มีตัวตน

ก็แค่จะมีตัวตนอยู่เฉพาะกับคนที่ไว้ใจ


 

            เป็นอย่างที่คิด

            เช้าวันถัดมา เปิดประตูออกจากห้องปุ๊บผมก็เจอกับพวงมาลัยมะลิที่ห้อยอยู่ตรงลูกบิด นอกจากนั้นก็เหมือนเดิม ถุงใส่ป๊อกกี้กล่องชมพูและโพสต์อิทสีชมพู

          เจ้าที่อย่าโกรธนะครับ ผมจะไม่ส่งเสียงดังอีกแล้ว

            เป็นโพสต์อิทในรอบอาทิตย์ใบแรกที่ผมขยำแล้วปาลงถังขยะ

            เล่นบ้าไรเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้

            วันนี้ผมไม่ได้ไปมหาลัย ก็แค่จะลงไปซื้อเกาเหลาแถวหอขึ้นมากิน แล้วก็คงจะหมกตัวดูซีรี่ส์อยู่ในห้อง ผมลากแตะลงลิฟต์จากชั้นสิบ ไปสั่งเกาเหลาตำลึงหมูล้วนอยู่หน้าร้าน วันนี้อากาศดีมาก ถ้าเป็นคนที่แอคทีฟมากๆก็คงออกไปวิ่งออกกำลังกายกันแต่เช้า แต่สำหรับมนุษย์เต่าอย่างผมนั้น จะให้ออกไปวิ่งน่ะเหรอ impossible

ผมอ้าปากหาววอดๆพลางมองน้องหมาสีดำตัวหนึ่งที่ยืนกระดิกหางอยู่หน้ารถเข็นขายไส้กรอกข้างๆ

            เอาไส้กรอกสองไม้ครับ

            ไส้กรอกสองไม้มาอยู่ในมือผม เจ้าหมาสีดำมองผมตาแป๋วใหญ่ แถมยังกระดิกหางส่ายก้นดุ๊กดิ๊กเมื่อเห็นผมหยิบไส้กรอกแท่งโตๆออกมาจากถุง

            เพราะไม่อยากให้มันโดนรถเฉี่ยวชน ผมเลยขยับตัวออกห่างจากถนนแล้วนั่งยองๆลงตรงพื้นปูนด้านหน้าหอ มันวิ่งเข้าใส่พลางอ้าปากจะงับไส้กรอก แต่ผมยกมือห้ามไว้ ดันจมูกแฉะๆนั่นออกไปไกลตัว ขืนกินทั้งแบบนี้ได้ส่งโรงบาลสัตว์กันก่อนพอดี กลายเป็นจะทำบุญกลับได้บาปซะงั้น

            รอก่อน จะเอาไม้ออกให้

            พอเอาไม้ออกให้เสร็จก็ปล่อยไส้กรอกลงที่พื้นแล้วนั่งมองมันกินอย่างเพลิดเพลิน

            ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมซื้อไส้กรอกให้หมาหน้าหอกิน มันไม่ใช่หมาจรจัด แต่เป็นหมาที่คนในหอรู้จักกันดีว่าชื่อ ชาร์โคล หมาพันธุ์ทางตาใสแจ๋วที่เจ้าของไม่ค่อยดูแลเท่าไร เลยชอบแอบมาอ้อนขอของกินแถวนี้ตลอด

            คุณชาร์โคลนั้นก็เหมือนกับผม เพราะว่าเป็นหมาดำ คนเลยไม่ค่อยให้ความรักกับมัน แต่มันก็มีความสุขที่ได้วิ่งไปวิ่งมาตัวเดียวไร้ฝูง ส่วนผมนั้นเป็นมนุษย์ตัวคนเดียวที่ไม่ได้ต้องการความรักอะไรเป็นพิเศษ ก็แค่มีความสุขอยู่ในโลกของตัวเอง

            แต่เหมือนจะอยู่ในโลกของตัวเองมากไปจนสิ่งมีชีวิตข้างห้องทั้งหลายนั้นคิดว่าผมเป็น ผี

            ได้ข้าวเช้าแล้ว ให้อาหารคุณชาร์โคลเสร็จแล้ว ผมก็กลับขึ้นห้องตามเดิม

            ผมเทเกาเหลาลงในชาม เทข้าวสวยร้อนๆลงไปคลุกๆในน้ำจนมันกลายเป็นข้าวต้ม แม่เคยด่าผมอยู่ว่ากินอะไรประหลาด สั่งเกาเหลาแต่กินเป็นข้าวต้ม แต่ข้าวต้มมันคนละรสชาติกับเกาเหลาอ่ะ ผมเลยพอใจที่จะกินแบบนี้

            ขาสองข้างของผมก้าวไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือที่มีโน้ตบุ๊คขนาดเล็ก กำลังจะเปิดซีรี่ส์ดูแล้วแต่ดันได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้อง ผมกะพริบตาปริบๆ มองเงาสีดำๆใต้ช่องประตู ขมวดคิ้วได้พักใหญ่ๆเจ้าของเงาสีดำนั่นก็เคาะลงบนบานประตูอีกครั้ง

            แล้วนั่นทำให้ผมเริ่มระแวง

            ใครไม่ใช่พี่ก็อดแน่ๆ เพราะพี่ก็อดจะแค่วางของแล้วก็ไป

            ห้องผมไม่มีตาแมวด้วย เลยไม่สามารถรับรู้ได้ว่าใครเป็นคนเคาะประตู หรือว่าจะคนของหอพัก

            ก๊อกๆ

            ผมเงียบ เผลอกลั้นหายใจทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่อยู่ในห้อง ทั้งๆที่เมื่อกี้เพิ่งจะกลับขึ้นห้องมาแท้ๆ

            ก๊อกๆๆๆ

            เสียงรัวมือลงบนบานประตู คราวนี้ผมเริ่มหลับตาปี๋ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยมีใครมาเคาะประตูห้องเลย น้อยครั้งจนนับได้ ผมนั่งนิ่งกอดชามเกาเหลาที่มีข้าวฉ่ำๆอยู่ซักพัก เสียงเคาะประตูก็เงียบลงไป

            ก่อนจะมีเสียงคนพูดคุยกันขึ้นมาแทนที่

            ทำไรวะว่าน

            “กูอยากรู้ว่าข้างห้องไอ้ก็อดมีคนอยู่จริงมั้ย

            นั่นแหละ ผมถึงได้รู้ว่าเงาปริศนานั้น เป็นของพี่ว่านเพื่อนของสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่ดูจะวอแวกับผมมากซะเหลือเกิน พวงมาลัยหน้าห้องนี่ก็คงเป็นฝีมือของพี่เขานั่นแหละ เพราะพี่ก็อดคงไม่เล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ อีกอย่างถ้าพี่ก็อดกลัวผี คงไม่มานั่งคุยกับผมทุกคืน

            ไอ้ก็อดอ่ะ

            “ตื่นไปมอตั้งแต่เช้า

            แล้วทำไมต้องอยากรู้ ไปเคาะแบบนั้นเขาคงจะมาเปิดหรอก

            “กูสงสัยว่ะเบียร์ ไอ้ก็อดแม่งออกไปคุยกับน้องทุกวัน หน้าก็ไม่เห็น รู้จักก็ไม่รู้จัก มึงไม่คิดว่ามันแปลกเหรอวะ

            “ไม่ ดีซะอีกที่เขาไม่ออกมา

            “ทำไมวะ

            “เพื่อนรักมึงทำไรไว้บ้าง เสียงดังใส่เป็นเดือนขนาดนั้น

            “กูแค่อยากรู้ว่ามาดีหรือมาร้าย ไม่ใช่ว่าชอบไอ้ก็อดแล้วตามมาเช่าหอเดียวกันหรอกนะ

            บ้า

            ผมมาอยู่ก่อนเพื่อนพี่เป็นเดือนนะ ทำไมถึงคิดว่าผมตามเขาล่ะ อีกอย่างกับพี่ก็อดนี่ก็ไม่เคยเห็นหน้า ไม่ใช่แค่หน้า เขามีตัวตนจริงๆหรือเปล่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ

            “ทำไมถึงคิดแบบนั้น

            “ก็มันแปลก

            “ไม่ได้มาร้ายหรอก เมื่อกี้เห็นให้ไส้กรอกน้องหมาอยู่ล่างหอ

            อ่า พี่เบียร์เห็นผมแล้วสินะ

            ห้ะ มึงเห็นเหรอ

            “อือ กูลงไปซื้อเกาเหลามา แล้วก็เดินตามหลังเขามาตะกี้

            “น้องหน้าตาเป็นไง

            “ก็ ขาวๆเรืองแสง

            เสียงบทสนทนาของทั้งคู่เงียบไป

            จูออนจริงๆด้วยว่ะ

            ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ว่าน  

            เสียงปิดประตูข้างห้องดังขึ้นทำให้ผมรับรู้ได้ว่าพวกเขาเข้าไปในห้องแล้ว

            การบุกรุกของพี่ว่านนั้นทำผมตั้งตัวไม่ติด ความจริงนั้นผมไม่ได้กลัวที่พวกเขาจะเห็นผมเลย เพราะทุกๆวันผมก็ออกจากห้องไปเรียนแล้วก็กลับห้อง พูดคุยกับเพื่อนๆพี่ๆในเอกได้ปกติ แต่ที่กลัวน่ะ คือผู้ชายที่ชื่อก็อดมากกว่า

            ผมยังไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้  เพราะตอนนี้ผมมีความสุขที่จะได้คุยกับเขาริมระเบียงแบบนี้ ถ้าเจอหน้ากันมันก็จะเริ่มมีความคาดหวัง เริ่มเห็นปฏิกิริยาอาการของฝ่ายตรงกันข้าม เริ่มที่จะรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบการกระทำของเราผ่านทางสีหน้าและแววตา

เราสองคนน่ะ อยู่กันคนละโลก เขามีสังคมของเขา ผมมีโลกใบเล็กของผม เขาละทิ้งสังคมเพื่อนของเขาไม่ได้ ผมไม่อยากออกจากโลกใบเล็กของตัวเอง การพบเจอกันของเราน่ะ มันจะทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็อึดอัด เพราะฉะนั้นคุยกันริมระเบียงอย่างเดียวนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

ผมนั่งดูซีรี่ส์ยาวจนเกือบสามทุ่ม ก่อนจะได้ยินเสียงกระดิ่งจากริมระเบียงห้อง ถึงได้รู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นนั่งเพลินจนลืมกินข้าวไปเลย ผมเปิดประตูริมระเบียงออก เสียงทักทายจากสิ่งมีชีวิตข้างห้องดังขึ้นทันที

กินข้าวยังน้องเต่า

ยังครับ

กินด้วยกันมั้ย

เขาว่าพร้อมกับเสียงแกะกล่องข้าว

ทำไมพี่กินข้าวดึกจัง

ไปเตะบอลมา เพิ่งอาบน้ำเสร็จเนี่ย โคตรเหนื่อย

สิ่งมีชีวิตข้างห้องเตะบอลเป็นด้วยเหรอ นึกว่าถล่มตึกเป็นอย่างเดียว

งั้นรอแปปนะ ผมไปอุ่นข้าวก่อน

ผมรีบกลับเข้าห้องไปอุ่นข้าวกล่องเซเว่นที่ซื้อติดไว้เผื่อขี้เกียจออกไปไหน พออุ่นเสร็จก็มานั่งริมระเบียง พร้อมกับน้ำเปล่าเย็นๆหนึ่งขวด วันนี้ลมที่ริมระเบียงพัดอ่อนๆ เสียงกระดิ่งของข้างห้องส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ

เดียวดายกินไร

ข้าวผัด

เซเว่นเหรอ

ครับ

กินบ่อยๆไม่ดีนะ โซเดียมสูงชิบหาย

ผมไม่ได้กินบ่อยๆหรอก ผมกินข้าวผัดคำพูดของผมทำให้ใครอีกคนเงียบไป

ก็คือกวนตีนพี่ว่างั้น

ผมหัวเราะเสียงแผ่ว

กินข้าวผัดไร

ข้าวผัดปู แล้วพี่ล่ะ กินอะไร

กินข้าวไง

ข้าวอะไรเล่า

ซูชิ

ซูชิข้างหอเหรอ

ใช่ อร่อยดีนะเคยกินป่ะ

แล้วบทสนทนาประจำคืนนี้ของเราก็คือเรื่องของกินแถวหลังมอ ไม่ว่าจะเป็นร้านซูชิที่นานๆผมจะซื้อกิน สุกี้ข้างหอ ร้านอาหารตามสั่งที่คุณก็อดซิลล่าบอกว่าเขาชอบกินพริกแกงกุ้งของร้านนั้น บิงซูข้างล่างหอ และอื่นๆ

เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งกินข้าวกับคนอื่น แถมยังคุยไปด้วยกินไปด้วย

พี่ก็อด

หือวันนี้คุณก็อดซิลล่าดูเพลียๆ สงสัยเป็นเพราะไปเตะบอลออกเหงื่อมาเลยไม่ค่อยชวนผมคุยเท่าไร อีกอย่างวันนี้เขาตื่นเช้าด้วย

พี่ว่านเอาพวงมาลัยมาห้อยหน้าห้องผม

เฮ้ยพอได้ยินแบบนั้นเขาก็ร้องเสียงหลง จริงดิฟังจากน้ำเสียงเขาแล้วเจ้าตัวคงไม่รู้จริงๆ

ครับ

ไอ้เวร แกล้งเล่นๆนะเนี่ย จริงจังเฉย

ผมไม่ได้โกรธอะไรนะ แต่วันนี้พี่ว่านมาเคาะประตูห้องผม

ห๊ะ! ฟัคค

แล้วพี่เบียร์ก็เห็นผมแล้ว

ฟัคคคคค

เขาสบถออกมาเป็นชุด หลังจากนั้นก็ทำอะไรกุกกักอยู่สักพัก พอได้ยินเสียงเขาตะโกนด่าเพื่อนถึงได้รู้ว่าเขาโทรไปหาพี่ว่าน

ทำเหี้ยไรจู่ๆไปเคาะประตูห้องเขา เออดิ ไม่ควร ไม่ควรเสือก แล้วไอ้เหี้ยเบียร์ มึงอย่าขี้โกง กูยังไม่เคยเห็นน้องเลยมึงเสือกเห็นก่อน ขืนทำอีกกูจะแช่งให้พวกมึงติดเอฟให้หมด

แล้วเขาก็เงียบไป

พี่ขอโทษน้ำเสียงหงอยถูกส่งมาตามลม ผมส่ายหน้านิดๆเหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบรับของทางร่างกายพลางตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวหงับๆอย่างอารมณ์ดี

ผมไม่ได้ว่าไร

สัญญาของเรายังโอเคดีใช่มั้ย

ครับ ตราบใดที่ไม่ใช่พี่ ก็โอเคดี

เราไม่อยากเจอหน้าพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ

            ไม่อยากเจอ

            ผมมีเรื่องจะเล่าให้พี่ฟัง

            “ว่ามา

            “ผมเคยคุยกับเพื่อนในเน็ตอยู่คนนึง เขามีชื่อว่าพี่ปี เขากับผมมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายกันเลยคุยกันสนิทใจ คุยกันมาสามปีกว่า เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด ผมเคยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนสนิท พักหลังๆเขาเริ่มเปลี่ยนไป จากที่ชอบคุยเรื่องหนังสือ เรื่องเกม กลายเป็นถามว่าผมเรียนที่ไหน ทำอะไรอยู่ แล้วก็ชวนไปดูหนัง ชวนไปกินข้าว ผมก็ไปเพราะว่าผมชอบที่จะได้พูดคุยกับเขา แล้ววันหนึ่ง เขาก็มาสารภาพว่าชอบผม

“…” พี่ก็อดไม่ได้ตอบอะไร มีเพียงแค่เสียงบีบขวดน้ำเบาๆ

แต่ผมคิดว่าเขาเป็นเพื่อนมาตลอด เราเลยเลิกคุยกันไป ทั้งๆที่สามปีมานั้นเราคุยกันทุกวัน

เดียวเลยกลัวว่าพี่จะคิดแบบนั้นกับเดียว

อือผมครางตอบเบาๆ พี่อาจจะว่าว่าผมเห็นแก่ตัวที่ทำสัญญานั้นขึ้นมา แต่ผมทำไม่ได้จริงๆ ผมชอบที่ได้คุยกับพี่ตรงนี้ มีความสุขที่ได้พี่เป็นเพื่อนคุย แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพี่ ผมไม่อยากเลิกคุยกับพี่

เดียว

ครับ

พี่ไม่เคยบังคับอะไรเดียว เดียวไม่อยากเจอหน้าพี่ก็ไม่เป็นไร

ครับ

เดียวดาย

พี่จะเรียกชื่อผมซ้ำทำไม

พี่จะหลับ

คิ้วสองข้างของผมขมวดเข้าหากันดังตึง ก่อนจะส่ายหน้าเมื่อได้ยินแบบนั้น

ไปนอนสิ

ไม่มีเสียงตอบรับอะไรจากสิ่งมีชีวิตข้างห้อง ไม่มีเสียงปิดประตูกระจก มีเพียงแค่เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งคลอไปตามสายลม ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงกรนเบาๆจากเขา

ผมคลี่ยิ้มออกมานิดๆ หยิบหนังสือข้างๆตัวขึ้นมาอ่านเพลินๆ อยากจะปลุกให้เข้าไปนอนในห้องอยู่หรอก แต่ดูท่าแล้วจะเหนื่อยจัดเลยล่ะมั้ง

เหนื่อยแล้วยังจะมานั่งฟังผมบ่นอีก

เจ้าก็อดซิลล่าเข้าใจยาก

ฝันดีนะครับ

 

            ***

หลังจากนั้น ความปสด.ประสาทแดกของเพื่อนๆพี่ก็อดก็เริ่มมากขึ้นทุกวัน ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร แต่ดันรู้สึกสนุกมากกว่าที่เห็นพวกพี่ว่านเชื่อเป็นจริงเป็นจังว่าผมเป็นวิญญาณเด็กผีที่สิงอยู่ในห้องนี้ พี่ว่านไม่ได้มาเคาะประตูอีกแล้ว จะมีก็แค่พวงมาลัยที่คล้องอยู่ที่ลูกบิดประตูเพื่อขอขมาทุกวี่ทุกวัน ดีหน่อยที่เขาไม่ประสาทกลับจนเอาน้ำแดงมาตั้ง ไม่อย่างนั้นจะได้เดือดร้อนป้าแม่บ้านแกอีก

ผมนั่งเล่นกับคุณชายอยู่ในห้องหลังจากกลับจากเรียนช่วงบ่าย เปิดประตูริมระเบียงค้างไว้เพื่อรับลมเย็นๆ ก่อนจะได้ยินเสียงไขกุญแจจากข้างห้องและเสียงผู้คนคุยกันเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ดูจะโวยวายมากกว่าปกติ

เขากลับห้องแล้วเหรอ ช่วงนี้เขากลับห้องดึกจะตาย เห็นบอกว่าไปเตะบอลทุกวันเลย กลับมาก็ได้คุยกันนิดเดียว บางครั้งคุยๆอยู่ก็หลับคาระเบียงห้อง

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูระเบียงพร้อมกับเสียงแหลมๆของใครสักคนที่ดังขึ้นมา

ห้องอิก็อดแม่งวิวดี อิจฉา

ไม่ใช่คุณก็อดซิลล่า แต่เป็นพรรคพวกคนใหม่ของเขา ไม่ใช่เสียงพี่เบียร์ที่ทุ้มต่ำ ไม่ใช่เสียงพี่ว่านที่แอบขึ้นจมูกนิดๆ ฟังจากน้ำเสียงที่ดัดให้เล็กลงนั้น ไม่ใช่ผู้หญิงแต่ก็ไม่ใช่ผู้ชาย เป็นเสียงใหม่ที่ผมต้องบันทึกลงในส่วนสมอง

เงียบๆหน่อยเบล

มึงเป็นเจ้าของห้องเหรอ

ไอ้ก็อดมันสั่งไว้

อินี่ก็จริงๆ ตัวไม่อยู่แต่ออกคำสั่งเก่ง

เขาไม่อยู่ในห้องสินะ ถ้าอยู่คงไม่ปล่อยให้เพื่อนได้ส่งเสียงดังแน่นอนล่ะ ผมจับคุณชายขึ้นมาไว้บนตักแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเล่นฆ่าเวลา นั่งฟังคนจากห้องนั้นพูดคุยกัน

สักพักก็ได้ยินเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งมาจากระเบียงข้างห้อง เป็นเสียงที่ดังกว่าปกติบ่งบอกว่ามีใครสักคนไปจับมัน

อิว่าน นี่กระดิ่งอะไรอ่ะ

            กระดิ่งเรียกผีเด็กข้างห้องของไอ้ก็อดมัน

            “ห้ะ ผีข้างห้องคือไรวะแก

            “ก็คือผีไงเบล น้องไม่ตอบมึงหรอก ตอบแต่ไอ้ก็อดคนเดียว

            “ผีจริงผีปลอมวะแก เลือกตอบคนได้ด้วย ถ้าผีจริงนี่บอกเลยว่าอย่าคุยกับก็อดนะหนู นอกจากหน้าตาแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลย

            “ถามเบียร์ดิ เบียร์มันเคยเห็นลอยออกไปซื้อเกาเหลาหน้าหออยู่

            “อิว่าน กูเชื่อจริงจังนะเนี่ย

            “เออ ทำเสียงดังไว้เยอะก็ไปขอขมาเขาบ้าง

            “กูเริ่มกลัวนี่พูดจริงดิ

            “หน้ากูล้อเล่นมั้ง เมื่อเช้าเพิ่งเอาพวงมาลัยไปไหว้เอง หวังว่าน้องจะไม่โกรธ

            ผมรีบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เอาเข้าไป คนบ้าอะไรเชื่อเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนั้น ผีที่ไหนออกไปเดินกลางวันแสกๆ แถมซื้อเกาเหลา ให้ไส้กรอกน้องหมากินอีก

            จริงเหรอเบียร์เสียงแหลมๆหันไปถามพี่เบียร์ บุคคลที่ดูปกติที่สุดในกลุ่มเพื่อนคุณก็อดซิลล่า พี่เบียร์ไม่ได้ตอบอะไรแต่ทิ้งปริศนาไว้ให้พี่เบลได้ขนหัวลุกเล่นๆ

            อย่าลบหลู่ครับเบล

            จู่ๆผมก็เกิดความคิดดีๆ ไหนๆเชื่อกันแล้ว ก็เอาให้สุดไปเลย

            ผมหยิบโทรศัพท์มาเปิดไล่หาคลิปเสียงร้องไห้ของเด็ก เอาแบบหลอนที่สุด กดเล่นแล้วกดเพิ่มเสียง พี่เบลที่ยืนอยู่ริมระเบียงเป็นคนแรกเลยที่ได้ยิน

            อะอิว่าน

            “ไร

            “กูได้ยินเสียงร้องไห้

            “ตลกละมึง ใครที่ไหนจะมาร้องไห้แถวนี้

            “กูได้ยินจริงๆ

            แล้วก็มีเสียงดังกุกกักจากข้างห้อง พอเห็นแบบนั้นผมเลยขยับมือแนบโทรศัพท์กับผนังห้องเพื่อให้มันส่งเสียงได้ดังชัดกว่าเดิม ทีนี้แหละ

            เชี่ย ไปละจ้า

            “กรี๊ดดดอิว่านอย่าทิ้งกู!”

            เสียงตึงตังดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้อง พี่ว่านกับพี่เบลคงวิ่งป่าราบออกไปจากห้องแล้ว ผมหลุดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะได้เป็นเสียงทุ้มๆของใครสักคนที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้ตกใจเล็กน้อย

            ดีครับน้องข้างห้อง

            เสียงพี่เบียร์

            พี่เบียร์...

            “รู้จักชื่อพี่ด้วยเหรอ

            “ผมได้ยินเวลาพวกพี่เสียงดังกัน

            “ขอโทษด้วยนะเสียงของพี่เบียร์รวมไปถึงคำพูดของเขานั้นดูนิ่งสุขุมจนเดาบุคลิกได้ไม่ยาก ผู้ชายคนนี้แตกต่างกับพี่ก็อดราวกับฟ้ากับเหว พี่ก็อดนั้นขี้โวยวาย ส่วนพี่เบียร์นั้นนิ่งเป็นสายน้ำไหลเลย

            ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ เพื่อนพี่มันบ้าๆบอๆ อย่าไปใส่ใจเลยนะ

            “ครับ

            “ว่าแต่เราอ่ะ ไม่คิดจะออกมาเจอเพื่อนพี่บ้างเลยเหรอ

            ผมเงียบไป ปิดเสียงโทรศัพท์แล้วกอดระเบียงเอาไว้

            ผมไม่ถนัดคุยต่อหน้า แล้วก็ยังไม่พร้อมด้วย

            “แสดงว่าวันหนึ่งจะออกมาเจอกันได้ใช่มั้ย

            “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่าพี่ก็อดเป็นเพื่อนคุยที่ดี

            “ก็อดมันเป็นคนแคร์คนอื่นมากๆ เจอกันวันสองวันก็เป็นห่วงเป็นใยเขาแล้ว ไม่แปลกหรอกที่จะรู้สึกสนิทใจ

            รู้อยู่แล้วล่ะ รู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินกว่าเหตุด้วยซ้ำ

ผมไม่ได้ตอบอะไรพี่เบียร์ ได้แต่เหม่อมองออกไปยังวิวด้านล่างของหอพัก

            “พี่เข้าใจว่าเราเข้าสังคมไม่เก่ง เลยไม่กล้าพูดคุยตรงๆกับใคร

            “อือ

แต่ถ้าเมื่อไรอยากออกมา บอกพี่ได้นะ

“…”     

พี่จะช่วย เป็นการไถ่โทษที่เสียงดังใส่ตลอดทั้งเดือนมานี่

ขอบคุณนะครับ

ไว้เจอกันนะครับ น้อง…” เขาเว้นวรรคเหมือนกับรอให้ผมตอบ

เดียวครับเดียวดาย แบบที่พี่ก็อดชอบเรียก

ครับ น้องเดียว

เสียงของพี่เบียร์เงียบไปตามด้วยเสียงปิดประตูกระจกและเสียงปิดประตูห้อง

ขนาดแค่เสียงยังรู้สึกว่าเขาใจดีเลย พี่เบียร์นั้นให้ความรู้สึกเหมือนคุณพ่อหรือพี่ชาย เป็นคนที่นิ่งมากๆ เหมือนแค่เขานั่งอยู่เฉยๆ ก็พร้อมจะบอกความลับทุกอย่างกับเขาแล้ว

แต่ถ้าถามว่าระหว่างพี่เบียร์กับพี่ก็อดนั้น คุยกับใครแล้วรู้สึกสบายใจกว่าล่ะก็

ผมก็จะตอบคุณก็อดซิลล่าอย่างไม่ลังเล

น่าจะเป็นเพราะว่า พี่ก็อดเป็นคนเดียว ที่ผมไว้ใจ



// ขอบคุณที่ติดตามพี่ก็อดน้องเดียวนะคะ หอมหัว <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.735K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11228 mnrฯ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:35
    เห้ยนาย ได้เป็นคนที่น้องไว้ใจเเร้วน้ามะทัมมะดา อะฮ่าาา
    #11,228
    0
  2. #11219 Normall (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:39
    ขำพี่ว่าน พี่เบล 🤣🤣🤣
    #11,219
    0
  3. #11182 feelsmiley (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 16:22
    คุณไรท์ชอบจังเลย มันช่างอบอุ่นนนน
    #11,182
    0
  4. #11138 pheera513 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 10:58
    ตอนนี้คือขำำำำำม้ากกกก
    #11,138
    0
  5. #11135 ไป๋อ้าย-Bai ai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 18:30
    ขำหนักมากลอยไปซื้อเกาเหลาอห5555555
    #11,135
    0
  6. #11134 onlyyellow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 16:50
    รอวันเค้าป่ะหน้ากัน
    #11,134
    0
  7. #11111 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 03:25
    เบียร์ละมุนนน

    ขำว่านกะเบล55555555555555
    #11,111
    0
  8. #11081 slpxbear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 11:00
    ยัยน้องแสบไม่เบานะคะเนี่ย55555555
    #11,081
    0
  9. #11053 1 9 9 $ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 21:22
    อยากให้น้องกับอิพี่เจอกันแล้ว ;-; น้องต้องรีบพร้อมเจอหน้าพี่เขาไวๆนะ! // พี่ว่านก็คือเชื่อเป็นตุเป็นตะมากกก5555 พี่เบียร์ยิ่งไปพูดยุอีก กลัวกันไปใหญ่แล้ววว
    #11,053
    0
  10. #10991 binary_cd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 10:42
    เพ่เบียร์ อย่าโกงเพ่ก็อดจิ
    #10,991
    0
  11. #10975 Hydrangea​ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:40
    นี่กลับเข้าใจเดียวอะ เหมือนเป็นคนแบบนี้เหมือนกัน เพื่อนคือนานๆคุย หาย~ ไปนานมากๆ ไม่ค่อยเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่ คุยได้แต่ถ้าเลือกก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า
    #10,975
    0
  12. #10943 pommys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:51
    แกล้งพี่เค้า
    #10,943
    0
  13. #10913 LarosePeachh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    พี่เบียร์อบอุ่นจังงง
    #10,913
    0
  14. #10895 Xakas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:09
    -น้องงงงงง555555555
    #10,895
    0
  15. #10828 guandanaka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:22
    อ่านคำว่า พี่-ก็อด เป็น พี่-ก็-อด

    บ้าจริงตัวเรา
    #10,828
    0
  16. #10793 Naphat69 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 11:38
    เปลี่ยนคู่ได้มั้ย ให้เดียวคู่กับเบียร์ ฟินกว่าอ่ะ เอาจริง!
    #10,793
    0
  17. #10773 KYM14 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:08

    ช่วยด้วยค่าาาาาโดนคุณพี่เบียร์ตกไปแล้วพ่อคนดีของศรีสมรรรรรรรรรรรร
    #10,773
    0
  18. #10721 Jinjoo.K (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:45
    อิพี่ว่านโว้ยยยยย555555555555555 เชื่อจริงจังมาก แล้วพี่เบียร์ก็ไปแกล้งปั่นเพิ่ม เเกงค์นี้มันเป็นคนยังไงวะ555555555555
    #10,721
    0
  19. #10711 Earn0624 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:31
    ชอบมุกผีเด็กมาก เชื่อเป็นตุเป็นตะ สนุกน้องเขาแหละ55555
    #10,711
    0
  20. #10697 noey290147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 15:05
    ว่านคืออาคเรียลนะ555555
    #10,697
    0
  21. #10682 IiIingg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:17
    พี่เบียร์ละมุนมาก
    #10,682
    0
  22. #10672 sunshineinjuly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 05:35
    เราชอบเกาเหลาใส่ข้าวเหมือนน้องเดียวเลย ฮือ อร่อยจริงๆนะ
    #10,672
    0
  23. #10648 ArttiezArt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 22:42
    พี่เบียร์ดูละมุนๆอ่าาาา ขำพี่ว่านกลัวผีสุด
    #10,648
    0
  24. #10634 goi_iog (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 10:21
    พี่ว่าน....พี่จะฮาไปถึงไหนกัน ขำจนเหนื่อย พี่เบียร์คือหล่ออ่ะ นิสัยพี่หล่อมากกกก
    #10,634
    0
  25. #10621 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 03:25
    แปลกๆนะพีเบียร์
    #10,621
    0