Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 5 : Chapter 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,658 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


Chapter 04


ถ้าไม่เข้าใจ เขาก็ลองนั่งเงียบๆดู

บางทีอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นก็ได้นะ



            หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ได้ยินเสียงดังจากข้างห้องอีกเลย ผมจะได้ยินแค่เสียงไขกุญแจเปิดประตูห้องตอนสองทุ่มและเสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งตรงระเบียงห้อง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เอาแต่อ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังอยู่เงียบๆคนเดียว

ผมไม่ได้ออกไปคุยกับเขาที่ระเบียงมาเป็นอาทิตย์ ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้นจะเกลียดผมไปแล้วหรือเปล่าที่ปิดประตูเสียงดังใส่ ผมไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อนในชีวิต แค่วันนั้นผมเผลอตัวไปเพราะหงุดหงิดมาก่อนหน้าแล้ว

แต่เดาจากโพสต์อิทที่ติดบนบานประตูห้องทุกวันนั้น

พี่ก็อดไม่ได้โกรธอะไรผมเลย เขากลัวผมจะโกรธเขามากกว่า

ผมหยิบโพสต์อิทสีชมพูสำหรับเจ็ดวันขึ้นมาดู ลายมือไก่เขี่ยของเขาเหมือนเด็กที่พยายามจะคัดลายมือ

พี่เห็นว่าเดียวยังไม่กลับเลยปล่อยพวกมันเสียงดัง พี่ขอโทษจริงๆที่ห้ามไม่ทัน

พี่จะไม่ให้พวกมันมาห้องแล้ว เดียวอย่าโกรธพี่เลยนะ

พี่ขอโทษ จะไม่ทำเสียงดังอีกแล้ว

ออกมาคุยกับพี่ได้มั้ย จะด่าพี่ก็ได้

เดียวโกรธพี่มากเลยเหรอ ออกมาเล่นเกมกับพี่ไม่ต้องคุยกันก็ได้

น้องเต่า พี่ซื้อป๊อกกี้มาฝากนะ

แล้วก็โพสต์อิทล่าสุดของเขาวันนี้

วันนี้พี่จะรอที่ระเบียงนะ

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางปิดประตูห้องลง ไม่ได้ตอบอะไรกับข้อความเหล่านั้นแต่หยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องข้างๆ มองบานประตูที่มักจะปิดปึงปัง ผมไม่ค่อยเข้าใจสิ่งมีชีวิตข้างห้องของตัวเอง

เขาไม่จำเป็นต้องมาแคร์ผมเลยสักนิด เขามีเพื่อนเยอะแยะขนาดนั้น ผมก็แค่เด็กข้างห้องที่เงียบๆ แต่ข้อความบนโพสต์อิทของเขานั้นทำให้ผมรู้สึกคาดหวังนิดๆ

หวังอะไรกันนะ หวังว่าจะได้เป็นเพื่อนข้างห้องที่ดีต่อกันเหรอ

หรือหวังว่าเราจะได้พูดคุยกันก่อนนอนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่มันไม่มีทางเป็นจริงเหรอ

ผมสะบัดหัวเบาๆไล่ความคิด เก็บโพสต์อิทสีชมพูลงกระเป๋าแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ กดลิฟต์ลงไปชั้นหนึ่ง

โลกในหัวของผมนั้น เสียงดังเอามากๆ

เพราะผมไม่ใช่ประเภทที่คิดอะไรก็พูดออกมา ดังนั้นความคิดมันจึงวนเวียนอยู่ในหัวส่งเสียงดังกึกก้อง

ต่างจากสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่เป็นประเภทคิดอะไรก็พูดออกมาเลย อยากชมตัวเองก็ชม ฝนตกหนักก็บ่นออกมา อยากทำความรู้จักกับใครก็ถามชื่อเขาเลย ชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็สามารถพูดออกมาได้ง่ายๆ

เรามีชีวิตกันอยู่คนละโลกเลยด้วยซ้ำ คนสองประเภทนี้แทบจะไม่มีทางมาเป็นเพื่อนกันได้เลย

แต่เขาก็พยายามที่จะพูดคุยกับผมให้ได้

ประหลาด แหงล่ะ เพราะเขาเป็นสัตว์ประหลาด

ผมจดจ้องอยู่กับสมุดโน้ตเล่มเล็กในมือที่จดสูตรเคมียึกๆยือๆเอาไว้ วันนี้ผมมีสอบช่วงเช้า เมื่อคืนเลยอ่านหนังสือมาราธอนจนคิดว่าแม่นหมดทุกอย่างแล้ว เหลือก็เพียงแค่แก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าในกรณีที่อาจารย์ออกอะไรแปลกๆมา

ลิฟต์เปิดออกปุ๊บ ผมก็เดินออกไปโดยที่ยังจดจ้องสมุดเล่มเล็กอยู่ ก่อนจะชนเข้ากับอะไรนุ่มนิ่มบางอย่าง ผมชะงักถอยหลังพลางมองไปยังสิ่งมีชีวิตตรงหน้า

มาสคอตหมีตัวสูงชะลูดหันมามองผมนิ่งๆ

นอกจากนั้นก็ยังมีลูกโป่งหลากสีอยู่ในมือของหมีตัวนั้น และเด็กๆที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ในหอพัก

ลืมไปเลยว่าวันนี้ที่หอพักจัดงานวันเกิดให้กับลูกเจ้าของ แต่ถึงขนาดจ้างคนมาใส่มาสคอตหมีเลยเนี่ยนะ

ผมยืนจ้องหมีหัวกลมอยู่เป็นนาที มันส่งสายตามาเหมือนกับจะบอกว่า กอดฉันสิ กอดฉันไม่ต่างจากมาสคอตตัวอื่นๆที่เคยเจอเวลาไปห้างสรรพสินค้า ถ้าเป็นวันธรรมดานั้นผมคงเดินเลี่ยงออกไป แต่วันนี้ผมมีสอบ เลยอยากได้กำลังใจสักหน่อย

อวยพรให้สอบได้ทีนะ

แขนของผมอ้ากว้างแล้วสวมกอดคุณหมีตัวสูง วงแขนกว้างๆนั้นกอดตอบกลับมาพลางลูบบนศีรษะของผมเบาๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น กอดกันแค่แปปเดียวผมก็ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถแท็กซี่เพื่อที่จะไปสอบ

จะว่าไป ผมไม่ได้กอดใครสักคนมานานขนาดไหนแล้วนะ

ล่าสุดก็ตอนกอดคุณตากับแม่หลังจากร่ำลากันเพราะผมจะมาเรียนที่ชานเมืองกรุงเทพ

บ้านผมอยู่ที่ภูเก็ต แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนกรุงเทพแท้ๆ พ่อแม่เป็นคนกรุงเทพ แต่งงานกันที่กรุงเทพ มีลูกที่กรุงเทพ พอพ่อเสียแม่ก็ย้ายจากกรุงเทพไปอยู่ภูเก็ตเพราะตาย้ายไปทำงานที่ภูเก็ตถาวร

บ้านของผมมีดีเอ็นเอดอกเตอร์กันทั้งบ้าน พ่อเป็นศัลยแพทย์สมอง แต่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แม่เป็นแพทย์จักษุ เปิดคลินิกอยู่ที่ภูเก็ต ญาติฝ่ายพ่อนั้นเป็นดอกเตอร์กันไปครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เคยมาวุ่นวายอะไรตั้งแต่พ่อเสีย จะมีก็นานๆทีที่จะส่งเงินมาให้แม่ ถ้าถามว่านิสัยเงียบๆน่ะได้มาจากใคร ก็คงตอบได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่าได้มาจากพ่อ

ส่วนญาติทางฝ่ายแม่นั้น เพราะพ่อเสียไปตั้งแต่ผมยังเด็ก เลยสนิทกับคุณตามากกว่าญาติคนอื่นๆ ตาเป็นศจ.อยู่ที่มูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเล เพราะแบบนี้ของขวัญย้ายเข้าหอพักของผมคือ คุณชาย

คุณชายตาเป็นจุดแก้มแดงๆที่เชื่องเหมือนหมา

ผมใช้เวลาสอบอยู่สองชั่วโมง พอสอบเสร็จก็นั่งแท็กซี่กลับหลังมอ เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ก็เลยคิดว่าจะซื้ออะไรเข้าไปตุนในห้องสำหรับอาทิตย์หน้า เลยมาก้มๆเงยๆอยู่ที่ชั้นขนมในเซเว่นอยู่พักใหญ่ๆ

มือที่กำลังหยิบป๊อกกี้สตอเบอร์รี่ชะงักไป ก่อนจะวางมันกลับที่เดิม นับจากวันนั้นที่ไม่ได้คุยกับสิ่งมีชีวิตข้างห้อง ผมมีป๊อกกี้อยู่เจ็ดกล่องได้ จากตอนแรกที่ได้มาจากผู้หญิง หลังๆเขาคงเหมามันมาหมดแผง ง้อผมเป็นจริงเป็นจังเอามากๆ

จริงๆแล้วผมไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย แค่ต้องโฟกัสกับการอ่านหนังสือสอบมิดเทอม เลยไม่ได้ออกไปคุยกับเขาที่ระเบียง อาจจะดูเหมือนใจร้าย แต่พี่ก็อดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมไม่ค่อยกล้าสนิทสนมด้วยเท่าไร เขาเป็นก็อดซิลล่าที่สามารถบุกโลกของผมได้ทุกเมื่อ เขาจะพังประตูห้องเข้ามาหาผมเลยก็ได้ ดังนั้นผมเลยต้องตั้งป้อมเอาไว้ เพื่อเว้นระยะห่างกับเขาเล็กน้อย

ขืนไม่ทำสัญญาสามข้อกัน ป่านนี้แกคงมาดักรอผมหน้าห้องแล้วล่ะ

ซื้อของกินจุกจิกเสร็จผมก็ขึ้นห้อง ปาร์ตี้ข้างล่างเลิกไปแล้ว เหลือเพียงแค่เด็กน้อยที่ยังวิ่งเล่นกันอยู่ ผมกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นสิบ เดินกดโทรศัพท์ไม่มองทางตรงกลับไปที่ห้อง

แล้วก็มีสิ่งแปลกประหลาดบนประตูห้องอีกแล้ว

ลูกโป่งสีแดงที่ตัดกับประตูสีขาวให้ความรู้สึกขนลุกแปลกๆ ยิ่งห้อยไว้ลูกเดียวห้องเดียวแบบนี้ มันทำให้ผมหวนคิดถึงหนังตัวตลกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งดูไป ผมไม่รู้ว่าใครกำลังเล่นบ้าอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดที่จะเจาะมันให้แตกโป๊ะตรงนี้ เลยดึงเชือกออกจากลูกบิดประตูแล้วพามันเข้าไปไว้ในห้อง

พอผมปิดประตูห้องลงปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งจากระเบียงข้างห้องทันที

ผมวางข้าวของลงบนโต๊ะ ปล่อยลูกโป่งให้ลอยเท้งเต้งชนเพดานห้อง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูกระจกริมระเบียงออกเพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องเมินหน้าเขาอีกแล้ว

อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ผมรู้ว่าเขาน่ะอยู่ตรงระเบียง ก็เขาเป็นคนสั่นกระดิ่งเรียกผมเอง

พี่ก็อด

หือเขาตอบเสียงซึมๆกลับมา

ทำอะไร

กำลังเรียนรู้วิธีอยู่คนเดียวน้ำเสียงหงอยๆถูกส่งมาตามลมทำให้เผลอหลุดยิ้มออกมา

ขนาดนั้นเลย

ผมทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนเต่าตัวใหญ่ พิงหลังกับกำแพงที่ติดกับห้องข้างๆ เป็นวันแรกเลยที่ออกมาคุยกับเขาตอนที่ฟ้ายังสว่าง วันนี้แดดไม่ร้อนด้วย แถมยังมีลมพัดมาเบาๆให้ความรู้สึกสดชื่น ก้อนเมฆสีขาวลอยไปลอยมาบนท้องฟ้า เป็นภาพที่นานๆจะได้เห็นที

เดียวดาย…”

 หือ

โกรธพี่เหรอ

เปล่าครับ

แล้วทำไมไม่ออกมาคุยเลย

ผมต้องอ่านหนังสือสอบ เลยใช้สมาธิกับมันเยอะ แต่ผมสอบเสร็จแล้ว เหลือแค่ทำงานส่งอาจารย์

เฮ้อ ค่อยยังชั่วเสียงถอนหายใจดังตามด้วยเสียงขยับตัวของสิ่งมีชีวิตข้างห้อง พี่นึกว่าโกรธจนไม่คุยด้วยแล้ว เดียวไม่เคยปิดประตูแรงๆแบบนั้นเลย พี่ตกใจมากเลยวันนั้น ไล่เพื่อนกลับบ้านหมดเลยอ่ะ

ผมเองก็ต้องขอโทษ วันนั้นผมหงุดหงิดนิดหน่อย

หงุดหงิดอะไร

ริมฝีปากของผมเม้มเข้าหากันแน่น ไม่รู้ว่าควรจะเล่าให้เขาฟังดีมั้ย แต่ไหนๆเราก็ทำสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนกันแล้ว การจะเล่าให้เขาฟังคงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

รุ่นพี่ที่คณะผมเคยมาขอให้ผมรีวิวกระเป๋าให้

แล้วไงต่อ

ผมปฏิเสธไปเพราะผมไม่ชอบถ่ายรูป หลังจากนั้นเขาก็แซะผมตลอดเลย

ทำไมต้องแซะวะ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่เขานามสกุลท่าแซะมั้ง

เขาชอบบ่นว่า หน้าตาก็ดีแต่หยิ่งอะไรแบบนั้น

หน้าตาดีเหรอ

พี่เขาพูดนะ ผมไม่ได้พูด

หลงตัวเองเหมือนกันนี่หว่าเราอ่ะ

ไม่มีใครหลงตัวเองได้เท่าสิ่งมีชีวิตข้างห้องของผมหรอก ชมตัวเองได้วันละสามเวลาหลังอาหาร ไม่ว่าบทสนทนาจะไปในทางไหนก็สามารถวกกลับมาชมตัวเองได้ว่า ผมหล่อมากนะอย่างงั้นอย่างงี้   

ไม่ต้องไปสนใจรู้มั้ยคำพูดของเขาออกแนวเป็นห่วง แต่ผมโอเคดี ไม่ได้เก็บมาคิดมากอะไร มันแค่น่าเบื่อเฉยๆเวลาเจอหน้าพี่คนนั้นแล้วต้องมาโดนเขาแซะกระแนะกระแหนตลอด

อือ

คนหน้าตาดีก็งี้แหละ มีแต่คนอยากได้

โว๊ะ ลำไย!

พี่เองก็เคยเจอนะ เพื่อนมาให้ช่วยรีวิวครีม

แล้วพี่รีวิวให้มั้ย

รีวิวดิ ได้ตังอ่ะ

หมดกัน หมดเลยความเท่ที่สั่งสมมา เอามันกองไว้ที่ระเบียงห้องพี่เถอะ ผมจะรับรู้เพียงแค่พี่เป็นคนประสาทแดกที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิต

แต่ในคำพูดเล่นๆของเขานั้น ผมสัมผัสได้ถึงการให้กำลังใจได้อย่างชัดเจน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่การที่เขาทำเป็นตลกรับประทานกลบเกลื่อนนั้นทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้คุยด้วย เพราะผมไม่ได้คิดมากเลยจริงๆ แล้วก็ไม่อยากเก็บมาคิดด้วย

            จริงๆแล้วพี่มีเหตุผลที่เสียงดังจู่ๆเขาก็ย้อนกลับเข้าโหมดจริงจังจนผมตั้งตัวไม่ทัน

            เสียงดังต้องมีเหตุผลด้วยเหรอครับ ในเมื่อเสียงดังก็คือเสียงดัง

            ฟังพี่ก่อนครับเขาท้วงขึ้น ผมหลุดยิ้ม

            อือ

            พี่ไม่รู้ว่าเดียวอยู่ในห้องจริงๆ มันเงียบมาก แต่ข้างห้องพี่เนี่ย มันเสียงดังทุกวัน พี่เลยต้องเสียงดังแข่งมันบ้าง

            ครับ

            ข้างๆห้องพี่มันเอา เอ้ย มันซัมติงกันทุกคืน พี่เลยจะเอาคืนมันบ้าง ไปๆมาๆเลยแข่งเสียงดังใส่กัน

            มีซัมติง

            ผมนวดขมับสองข้างของตัวเอง ถึงได้เคยบอกไงว่าถ้าพี่เอาผู้หญิงขึ้นมานอนล่ะก็ ผมจะย้ายห้องจริงๆ ต่อให้ห้องนี้วิวสวยแค่ไหน ลำพังเคาะขวดเหล้าร้องเพลงเด็กเบญฯผมทนได้ แต่ให้มานั่งฟังเสียงครางกับเสียงเตียงกระแทกกับผนังทั้งคืนเนี่ย ผมทำไม่ได้จริงๆ

            จากที่อยู่มาซักพัก ก็พอรู้อยู่ว่าระบบหอพักที่นี่ไม่ได้ดีเด่อะไรมากมาย แม้จะเป็นหอพักที่ราคาแพงเอาเรื่องทั้งที่ห้องก็แค่สี่เหลี่ยมจัตุรัส เปิดประตูมาเจอห้องน้ำ เตียงนอน โต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆและประตูกระจกที่เปิดออกไปมีระเบียงรับลม แต่เจ้าของไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าไร เลยสามารถทำเสียงดังได้โดยน้อยคนนักที่จะร้องเรียนกับทางเจ้าของ

            พี่อย่าทำนะผมบ่นอุบ ไม่ไหวจริงๆถ้าเขาทำบ้าง

            อยากให้ทำเหรอ

            ถ้าพี่ทำจะไม่คุยด้วยเลยอ่ะ

            ฮันแหน่ คิดไรทะลึ่งตึงตังอยู่ล่ะสิ

            ไอ้พี่ก็อด ลามก!

            เราสองคนนั่งเงียบใส่กันอีกครั้ง แม้จะได้มารู้ถึงสาเหตุที่เขาส่งเสียงดังแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอนุญาตให้เขาส่งเสียงดังได้อีก ใจจริงก็แอบสงสารเขาอยู่นิดๆล่ะนะที่ต้องมานั่งฟังเสียงซัมติงของข้างห้อง

            แต่ผมก็ต้องมานั่งฟังเพื่อนเขาร้องเพลงเด็กเบญฯ ก็ถือว่าเจ๊ากันไปแล้วกัน

            ขอบคุณนะที่ออกมาคุยกับพี่น้ำเสียงทุ้มนุ่มอ่อนลง ทำให้เขาดูหล่อขึ้นนิดหน่อย

            อือ

            เห็นลูกโป่งหน้าห้องมั้ย พี่เอาไปไถ่โทษ

            ก็ว่าอยู่ว่ามือบอนที่ไหนเอาลูกโป่งสีแดงมาผูกกับประตูของผมเอาไว้ ทำเป็นหนังผีตัวตลกไปได้

            ผมหันไปมองลูกโป่งสีแดงที่ควรจะลอยชนเพดานอยู่ในห้อง แต่หันไปอีกทีลูกโป่งสีแดงลูกนั้นก็ลอยมาอยู่ตรงเพดานระเบียงก่อนมันจะลอยออกไปตามสายลมทำให้ผมคว้ามันเอาไว้ไม่ทัน

            อ๊ะร้องเสียงหลงออกมาเมื่อลูกโป่งลอยออกไปต่อหน้าต่อตา และเหมือนสิ่งมีชีวิตข้างห้องจะสังเกตเห็น

            ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอามันลอยออกมาต่อหน้าต่อตาก็ได้นี่ ใจร้ายว่ะ

            ผมไม่…”

            คนเอาไปง้อแท้ๆ เจาะให้มันแตกในห้องก็ได้ จิตใจทำด้วยไรวะ

            พี่…”

            เต่าเดียวดายแม่งใจร้าย

            แล้วเขาก็ปิดประตูกระจกกลับเข้าไปในห้องเลย ปล่อยให้ผมมองลูกโป่งสีแดงที่ลอยออกไปไกลตาละห้อย

            ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ด่าเป็นชุดเลยนะไอ้พี่บ้า!

            หลังจากนั้นเสียงก๊อกแก๊กก็ดังขึ้นหน้าห้องอีกครั้ง เงาดำๆหน้าประตูนั้นผมเริ่มจะชินขึ้นทุกวัน พอเขาทำอะไรเสร็จสมใจแล้วก็กลับเข้าห้องไป ได้ยินเสียงปิดประตูปุ๊บผมถึงได้ลุกไปเปิดประตูห้องตัวเอง

            ลูกโป่งสีชมพู

            มันถูกผูกติดไว้กับลูกบิดประตูอีกครั้ง

            ผมค่อยๆแกะมันออกแล้วดึงลูกโป่งเข้ามาในห้อง ผูกมันไว้กับเก้าอี้แล้วมองมันเงียบๆ

            ไปเอามาจากไหนเยอะแยะเนี่ย ขโมยเจ้าของวันเกิดข้างล่างมาหรือไง

            ก็อดซิลล่าสีชมพูในวันนี้

ทำตัวเข้าใจยากอีกแล้วล่ะครับ

 

            ***

            ตกเย็นผมก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นที่ห้องข้างๆ ผมละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดสารคดีเต่าทะเลค้างไว้ ดึงหูฟังออกจากหูข้างหนึ่งแล้วเงี่ยหูฟังบทสนทนาหน้าห้องของเขา

            อยู่ทำเหี้ยไรเงียบๆคนเดียวเป็นอาทิตย์

            ทำไม กูจะเงียบบ้างไม่ได้ไง ฝึกสมาธิ

            มีสมาธิด้วยเหรอครับคุณก็อด

            ใช่สิครับ ผมเนี่ยมีสมาธิที่สุดแล้ว

            ทำตัวแปลกๆนะมึงอ่ะ เสียงดังก็ไม่ได้ แดกเหล้าก็ไม่ได้ ดูบอลก็ไม่ได้ สรุปแล้วคือยังไง…”

            เสียงของทั้งคู่เงียบลงไป จากที่แอบฟังมาหลายวัน ถึงพอแยกเสียงออกได้ว่าเพื่อนที่พี่ก็อดชอบพามานอนที่ห้องบ่อยๆนั้นชื่อพี่ว่าน ซึ่งพี่ว่านมีรูมเมทชื่อพี่เบียร์ที่ชอบนอนฟังรายการเดอะช็อค ทำให้เวลาพี่เบียร์กลับบ้าน พี่ว่านเลยต้องมานอนห้องพี่ก็อดเพราะกลัวผี

            แกร๊ก

            เสียงเปิดประตูกระจกของห้องด้านข้างดังขึ้น ผมที่เปิดประตูกระจกค้างไว้ก่อนหน้านั้นได้กลิ่นบุหรี่ลอยมาจางๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคนโวยวายอยู่ที่ระเบียงแว่วมา

            สูบไม่ได้

            อีกละ กลัวข้างห้องเหม็นเหรอ

            เออ

            สรุปข้างห้องนี่ใคร ทำความรู้จักกันแล้วเหรอ ผู้หญิงผู้ชาย น่ารักมั้ย

            ข้างห้องกูอ่ะเหรอเขาเว้นคำพูดไปพักหนึ่ง เป็นผีเด็กหน้าขาวๆเหมือนจูออน ชอบออกมาคุยตอนกลางคืน เลยต้องแขวนกระดิ่งไว้ ถ้าไม่สั่นกระดิ่งก็จะไม่ออกมา

            สัส!”

            เซ่นไหว้ด้วยป๊อกกี้ เพราะผีเด็กชอบกินป๊อกกี้

            ไอ้เหี้ยก็อด!”

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องหัวเราะเป็นบ้าเป็นบอ ส่วนผมน่ะเหรอ บีบขวดน้ำที่กินค้างไว้จนฝาขวดเด้งกระเด็นไปไหนแล้ว

ผีแม่ชียังไม่พอ นี่ยังจะมีจูออนอีกเหรอ

ส่วนพี่ว่านผู้กลัวผีขึ้นสมองนั้น ไม่รู้ว่าหลังจากได้ยินเรื่องวันนี้แล้วพี่แกยังจะกล้ามานอนห้องพี่ก็อดอยู่หรือเปล่า พี่แกอาจจะหลงเชื่อพี่ก็อดแล้วเอาไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง หลังจากนั้นห้องผมก็จะกลายเป็นตำนาน ห้องสุดท้ายของชั้นสิบ ที่มีผีเด็กตายแล้วไม่ไปผุดไปเกิด วนเวียนอยู่ในห้องคอยหลอกหลอนเพื่อนข้างห้อง จากที่มีถุงป๊อกกี้ห้อยทุกวัน ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นพวงมาลัยกับผ้าสามสี

เอาดีๆ ตกลงเขาเป็นใคร

น้องปีหนึ่ง

            จริงเหรอวะ กูมาอยู่ห้องมึงตั้งนานไม่ยักรู้ว่ามีคนอยู่

            เขาเข้าสังคมไม่เก่ง

            ผมนิ่งไป จับคุณชายที่กำลังจะเดินตกโต๊ะมาไว้บนมือ

            แทนที่เขาจะใช้คำว่าชอบเก็บตัว หรือชอบอยู่คนเดียว เขากลับเลือกใช้คำว่า เข้าสังคมไม่เก่งเป็นคำที่ไม่ได้บ่งบอกว่าผมเป็นประเภทชอบผลักคนอื่นออกไป แค่เป็นประเภทที่ทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นต่างหาก

            แล้วที่บอกว่าขออยู่เงียบๆคนเดียวนี่คือเพราะกลัวพวกกูมาทำเสียงดังเหรอ

            อือ ก็อย่างนึง

            แล้วอย่างอื่นคือไร

            กูอยากลองอยู่เงียบๆดูบ้าง เผื่อจะเข้าใจเขามากขึ้น

            ขนาดนั้นเลย

            เออ ข้างๆห้องเขาต้องนั่งทนฟังพวกมึงเคาะขวดเหล้าเชียร์บอลตอนตีสามตีสี่ แถมเขาต้องตื่นเช้าไปเรียนทุกวัน กูนี่นั่งฟังข้างห้องทะเลาะกันคืนเดียวก็แทบจะเป็นบ้า แต่เขาทนกูมาหนึ่งเดือนเต็มๆเลยนะเว้ย

            ใช่ ผมทนพี่มาเต็มๆหนึ่งเดือน

ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรได้มากขึ้นหลังจากที่อยู่เงียบๆคนเดียวมาเป็นอาทิตย์ นั่นทำให้ผมรู้สึกดีใจนิดหน่อย

            ถ้าเป็นกูกูย้ายห้องหนีไปแล้ว

            ก็ใช่ไง เขาไม่เคยมาเคาะด่ากูเลย ได้แต่เงียบ พอวันนั้นเขาฟาดประตูปิดใส่กูนี่ไม่รู้จะไปต่อยังไงเลยว่ะ

            งั้นมึงก็ต้องสำนึกผิด ให้เขารู้ว่ารู้สึกผิดจริงๆ

            ทำไงวะ ชีวิตทำเป็นแต่กวนประสาทเขา

            ไม่รู้ว่ะ เรื่องนี้ต้องตัดสินใจเอง กูช่วยได้แค่บอกพวกไอ้บิวว่าให้เลิกมาห้องมึงซักเดือน

            แล้วพวกมึงจะไปสิงไหน

            เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะครับพี่ เพื่อนคนอื่นอ่ะสบาย มึงอ่ะจะตายเอา อยู่มาเป็นเดือนเสือกไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างห้อง เขาไม่เคยส่งเสียงอะไรให้มึงได้ยินเลยไง๊

            ไม่เลย

            แน่ใจ?”

            ไม่เชี่ย เชี่ยแล้วไอ้ว่าน

            อะไร

            ผมนั่งรอลุ้นว่าสิ่งมีชีวิตข้างห้องจะพูดอะไร คงลุ้นพอๆกับพี่ว่านที่ไม่รู้กำลังทำหน้าแบบไหน

            หรือว่าเขาเป็นผีจริงๆวะ

            ตึง

            เก้าอี้ที่นั่งโยกเล่นอยู่ตะกี้อยู่ร่วงลงไปกองที่พื้น พร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของคุณก็อดซิลล่าและเพื่อนของเขา

เกลียดพี่จะบ้า ให้ตายเหอะ!



//สรุปก็คือกลายเป็นนิยายผี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.658K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11252 Saltan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 02:05
    อิพี่ว้อยยยยยยบ55555555มันใช่ที่ไหนเล่าา!!!!
    #11,252
    0
  2. #11227 mnrฯ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:29
    ปั่นจัดๆ
    #11,227
    0
  3. #11110 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 03:03
    อิมาสค็อตเปนอิพี่แน่ๆ
    #11,110
    0
  4. #11109 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 03:02
    เมื่อไหร่จะเหนหน้ากันนะ55555555555555
    #11,109
    0
  5. #11080 slpxbear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 10:13
    หรือเป็นนิยายผีคะ55555555555 พลิกล็อกกันน่าดู
    #11,080
    0
  6. #11052 1 9 9 $ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 20:54
    โอ้ยยยยยยย ล่าสุดน้องกลายเป็นผีเด็กจูออนไปแล้ว55555555
    #11,052
    0
  7. #11016 MaBaYu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 03:52
    พี่ว้อยยย555555
    #11,016
    0
  8. #11009 similunkh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 15:48
    น้องเดียวในสายตาพี่ก็อต
    กลายเป็นผีไปแล้วเหรอเนี่ย!!!
    #11,009
    0
  9. #10942 pommys (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:07
    555+ เดี๋ยวผีเด็ก เดี๋ยวผีจูออน
    #10,942
    0
  10. #10907 มิลึ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:13
    สงสารน้องเดียว พี่จะโยนให้เป็นผีตลอดเลย555555555
    #10,907
    0
  11. #10894 Xakas (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:59
    555555555-พี่5555555555555
    #10,894
    0
  12. #10821 piyamatkoi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 19:53
    พี่... 5555555555
    #10,821
    0
  13. #10769 0804211939 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 03:11
    คนอ่านก็เริ่มจะหลอน ๆ แล้วเนี่ย 5555555
    #10,769
    0
  14. #10764 rnhaha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:55
    โอ๊ย ตลก555555555555555 นึกภาพก็อดกับว่านออกเลย55555555555555555555555555555555
    #10,764
    0
  15. #10720 Jinjoo.K (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:18
    พี่-งง น้องเป็นผีไปกี่ชนิดแล้ว โว้ยยย55555555555555
    #10,720
    0
  16. #10681 IiIingg (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:08
    พี่มึ้ง5555555555
    #10,681
    0
  17. #10633 goi_iog (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 10:02
    กว่าจะจบคือมีผีร้อยตัว สงสาร 555
    #10,633
    0
  18. #10620 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 03:00
    แสดงว่าก่อนไปสอบน้องไปกอดพี่ก๊อดสินะ555
    #10,620
    0
  19. #10592 Wafuii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:29
    อ้าวนี้เรื่องผีหรอ55555
    #10,592
    0
  20. #10566 baekbow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:13
    คุยกันอยู่ดีๆน้องกลายเป็นผีไปละ 555555 // ชอบอ่ะ สนุกมากกก ก็อดคือวอแวและตัดพ้อเก่งมาก คนน้องก็เหมือนจะคุยไม่เก่ง แต่ก็คุยกับพี่ได้ตลอด // เอาจริงๆเราชอบคนแบบก็อดนะ เพราะเราก็คุยไม่เก่งเหมือนกัน เจอคนคุยเก่งนี่ชอบเลย
    #10,566
    0
  21. #10459 Janjaooooo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:44
    โอยยย บางคนก็ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ นิยายอะค่ะ เนาะ
    #10,459
    1
    • #10459-1 Jigh(จากตอนที่ 5)
      9 พฤษภาคม 2563 / 14:30
      ใช่ไม่เข้าใจเลยยย
      #10459-1
  22. #10447 meowten_0227 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 14:26
    อย่าว่าน้องงง น้องไม่ใช่ผี แง
    #10,447
    0
  23. #10353 View_Aranya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 08:03
    มันไม่สมเหตุสมผล คนที่ดังระดับมหาลัยจะมาทำอะไรแบบนี้เพื่อคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นน่าหรอ เพื่อ?? ยอมไปหมดทุกอย่าง แบบนี้ก็ได้หรอ ตลกแท้555
    #10,353
    6
    • 22 มกราคม 2563 / 17:39
      แสดงว่ายังไม่เคยเบื่อ
      #10353-5
    • #10353-6 Jigh(จากตอนที่ 5)
      9 พฤษภาคม 2563 / 14:31
      คุณนี่ถ้าทางจะเป็นบ้าเเหะ
      #10353-6
  24. #10328 TukRatnaporn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:19
    55555 น่ารัก
    #10,328
    0
  25. #10317 A-minus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 15:27

    อิพี่ก็อดคะ555555555 ไม่ใช่มั้ยอะ คิดไปได้อย่างไร5555555555555

    #10,317
    0