Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 4 : Chapter 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,163 ครั้ง
    1 พ.ค. 62


Chapter 03


ผมมีโลกของผม เขามีโลกของเขา

เราเป็นเพียงแค่เพื่อนคุยก่อนนอน


 

            กระดิ่งลมแก้ว

            ผมนั่งเสิร์ชดูสิ่งที่ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งมาจากระเบียงห้องข้างๆ พอเห็นว่าหน้าตาเป็นแบบไหนก็เผลอยิ้มออกมา มันเป็นแก้วบางๆสีใส ถูกเพ้นท์ด้วยลวดลายหลากหลาย แก้วทรงกะลาที่มีช่องว่างอยู่ด้านล่าง มีแท่งแก้วติดกับเชือกยาวๆที่ห้อยแผ่นกระดาษเอาไว้ เมื่อลมพัดจะส่งเสียงใสๆให้ความรู้สึกสดชื่นมากกว่าน่ารำคาญ

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องรู้จักของแบบนี้ด้วย 

ผมปิดประตูกระจกลง สำรวจสภาพตัวเองในกระจกแล้วคว้ากระเป๋าเปิดประตูออกไปจากห้อง วันนี้ก็เหมือนเดิม ถุงใส่ป๊อกกี้รสสตอเบอร์รี่พร้อมกับโพสต์อิทสีชมพูที่เขียนข้อความว่า

          วันนี้พี่ตื่นเช้ากว่า เดียวแม่งขี้เซา เจอกันสองทุ่มริมระเบียง

            เขาตื่นเช้าเหรอ เมื่อคืนก็นอนดึกกว่าผม

            คำพูดสบายๆของเขานั้น ทำให้เราดูสนิทสนมกันทั้งๆที่คุยกันแค่สองสามวัน น่าจะเป็นเพราะเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าสังคมเก่งและพูดคุยกับคนง่าย ผิดกับผมที่ตัดบทสนทนาเก่ง

            เลือกระหว่างโดนขังอยู่สองต่อสองกับคนในบ้านร้าง ผมยอมโดนขังอยู่กับเต่าดีกว่า

            ผมก้มลงมองมือที่ขยำโพสต์อิทยู่ยี่ลงไปแล้ว จู่ๆก็หันกลับมาคลี่มันออก ผมลูบๆโพสต์อิทสีชมพูใบนั้น จากที่จะโยนทิ้งลงถังขยะเปลี่ยนเป็นโยนลงกระเป๋าของตัวเองเพราะนึกไปถึงโพสต์อิทใบเมื่อวานของเขา

            เดียวจะไม่ตอบโพสต์อิทพี่ก็ได้ แต่อย่าปิดประตูใส่พี่ได้มั้ย

มนุษย์เพื่อนเยอะเป็นโหลอย่างเขาเนี่ยนะ จะมาน้อยใจอะไรกับเด็กข้างห้องที่บ่นว่ารำคาญเขา

ผมกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างแล้วขึ้นรถแท็กซี่ตรงไปมหาลัย นั่งมองวิวข้างทางไปเรื่อยเปื่อยเหมือนทุกวัน วันนี้ท้องฟ้าครึ้มตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่ได้มีวี่แววว่าฝนจะตกลงมา

คลาสเรียนเริ่มเวลาแปดโมง ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากฝังตัวอยู่ในแล็บไปครึ่งค่อนวัน ผมคิดว่าตัวเองโชคดีที่เลือกมาเรียนเอกนี้สาขานี้ เพราะในเอกวิทยาศาสตร์มีไม่ถึงยี่สิบคน ส่วนสาขาเคมีมีอยู่แปดคน ห้องแล็บขนาดใหญ่นั้นอนุญาตให้เราเข้าออกได้ทั้งวัน ผมเลยชอบตื่นเช้ามาใช้เวลาทำงานที่ค้างอยู่ที่นี่

ในครึ่งวันผมสนใจอยู่กับเคมี ส่วนครึ่งบ่ายผมหันมาสนใจแคลคูลัส แม่เคยด่าผมอยู่บ่อยๆว่าทำไมเกิดมาฉลาดแต่ไม่สนใจที่จะเข้าสังคมกับคนอื่นเขาบ้าง ทำไมชอบทำตัวเป็นแกะดำ แต่พอผมสอบติดมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศ แม่ก็เลิกด่าไปเอง

หลังจากนั้นผมก็เริ่มที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองว่า ไม่ว่าใครจะว่าว่าผมเป็นแกะดำแปลกแยกจากสังคม ตราบใดที่ผมไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ผมก็จะไม่สนใจ

พอเลิกเรียนผมก็แวะห้องสมุด เช่าหนังสือเพิ่มอีกสองสามเล่มแล้วกลับห้องตามปกติ

ชีวิตของผมนั้นดำเนินไปแบบนี้ทุกวัน แม้คนอื่นจะบอกว่ามันดูน่าเบื่อ แต่เชื่อเถอะ เรียนแค่ครึ่งวันสำหรับผมก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว หมดแรง ร่างกายเหี่ยวแห้งเหมือนซอมบี้ ผมไม่อยากพาตัวเองไปเหนื่อยเพิ่ม อยากจะกลับห้อง ทิ้งตัวลงนอน อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์ คุยกับคุณชาย

รวมไปถึงงานอดิเรกใหม่ที่งอกขึ้นมา

คุยกับสิ่งมีชีวิตข้างห้อง

ผมนั่งอ่านหนังสือสรุปที่จะสอบจนถึงสองทุ่ม หลังจากนั้นก็ออกไปรับลมกับคุณชายที่ริมระเบียง สองทุ่มสิบนาที เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นหน้าประตู พร้อมกับเสียงไขกุญแจของห้องข้างๆ ผมได้ยินเสียงเพื่อนของเขาโวยวาย เปิดโทรทัศน์เสียงดัง

อีกแล้ว…?

ไหนบอกว่าจะไม่ทำแล้วไง

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูกระจกดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งข้างห้อง ผมไม่ได้ตอบอะไรไป ทั้งๆที่คิดว่าเขาเป็นคนดี คิดว่าเขาจะปรับตัว แต่สิ่งมีชีวิตอย่างเขาน่ะ ทนความเหงาไม่ได้หรอก

เดียว

เขาเรียกชื่อผมอยู่อย่างนั้นสามสี่ครั้ง แล้วหันกลับไปตะโกนใส่ใครสักคน

ว่านมึงปิดทีวีดิ๊แล้วเสียงโทรทัศน์ก็เงียบลงไป ผมถอนหายใจเสียงแผ่วโดยไม่ให้เขารู้ว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้

เดียว พี่รู้ว่านั่งอยู่ตรงนั้น

พี่เสียงดังอีกแล้ว

ขอโทษที เดี๋ยวไอ้ว่านก็กลับไปนอนหอกับรูมเมทมันละ

อือ

ผมมองคุณชายที่ผงกหัวหงึกๆ พลางวางคุณชายไว้บนตัก เหม่อมองออกไปนอกระเบียง สูดอากาศหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วก็เป็นอีกครั้งที่ได้กลิ่นน้ำหอมจากสิ่งมีชีวิตข้างห้อง

ทำไมถึงชอบอยู่คนเดียวคำถามจากเขานั้นเป็นคำถามที่ตอบไม่ยากเลย

ผมมีความสุขที่ได้อยู่คนเดียว

ไม่เหงาเหรอ

พี่เคยถามผมไปแล้ว ผมไม่เหงา

แล้วออกมาคุยกับพี่ทำไม

ผมเม้มริมฝีปากแน่น ผมเองก็ตอบคำถามนั้นไม่ได้เหมือนกัน 

ไม่รู้” แค่รู้สึกว่าพี่คุยง่าย เป็นเพื่อนคุยที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยสักอย่าง ถึงพี่จะติดนิสัยวอแวก็เถอะ

สิ่งมีชีวิตข้างห้องเงียบไป ได้ยินแต่เสียงกระดิ่งที่ดังมาตามลม

เดียวรู้ใช่มั้ยว่าพี่เพื่อนเยอะ

รู้ ผมรู้ว่าพี่ขาดเพื่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นวันที่พี่อยู่คนเดียวถึงได้มาชวนผมคุย

อือ แล้วพี่ก็รู้ใช่มั้ยว่าผมไม่มีเพื่อน

ก็พอรู้อยู่

แล้วพี่รู้สึกไง คิดว่าผมแปลกแยกมั้ย

ไม่อ่ะ คนเรามันก็ต้องมีโมเม้นอยู่คนเดียวบ้าง

จริงๆผมไม่ได้อยู่คนเดียว

อ้าวเขาทำเสียงตกใจ แล้วอยู่กับใคร

เต่า ชื่อคุณชายผมอยากอวดคุณชายให้เขาเห็นมาก มันเป็นเต่าญี่ปุ่นที่ฉลาด เมื่อไรก็ตามที่วางคุณชายไว้ คุณชายจะเดินเข้าหาผม จะไม่เดินไปทางอื่นเหมือนเต่าตัวอื่น แม้จะใช้เวลานาน คุณชายก็จะเดินมาหาผมให้ได้

อะไรนะ เต๋าสมชาย

เต่า!”

ลมพัดเย็นๆบนชั้นสิบก่อนผมจะได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่เริ่มหันไปตบตีกับเพื่อนของเขา

คุยกับใครวะ

เสือก

เอ้า เห็นนั่งคุยคนเดียวเป็นเรื่องเป็นราว

เข้าไปนอนไปไอ้แพนด้าเคี้ยวไผ่ ปิดประตูด้วย กูต้องการความเป็นส่วนตัว

มึงเนี่ยนะต้องการความเป็นส่วนตัว ขนาดขี้ยังชวนพวกกูเข้าไปนั่งดม เอาไรมาเป็นส่วน เฮ้ย

ภาพพจน์กูเสียหมด ปิดประตูด้วย!”

แล้วผมก็ได้ยินเสียงปิดประตู

จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนแบบนั้นห่ะๆ ผมว่าพี่เป็นคนแบบนั้นเลยล่ะ

เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คนเดียวไม่ได้ ผมพอรู้จักสิ่งมีชีวิตประเภทนี้อยู่ซึ่งก็คือคุณแม่ของตัวเองนั่นแหละ แม่ผมเป็นประเภทชอบเข้าสังคม ชอบมีเพื่อนเยอะๆ เวลาอยู่คนเดียวปุ๊บจะรู้สึกเคว้งคว้างจนต้องหาคนคุยด้วย พีคๆหน่อยคือผมเคยเจอแม่นั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราวกับปลาคาร์ฟ บ่นนู่นบ่นนี่ตามประสาแม่บ้านที่ต้องอยู่ติดบ้าน

ถ้าพี่เหงาพี่จะพาเพื่อนมาก็แล้วแต่พี่

แต่เสียงมันดัง

พี่สั่งเพื่อนพี่ให้ทำเสียงเบาๆไม่ได้เหรอ

ไม่ได้ เบาได้แค่ห้านาที แล้วก็ดังต่อ

งั้นก็แล้วแต่พี่ผมตัดบท เขาอยากทำอะไรต่อจากนี้ก็เรื่องของเขาแล้วล่ะ

แล้วถ้าพี่เหงา ออกมาคุยกับเดียวได้ป่ะ

คำพูดของเขาทำให้ผมเผลองับริมฝีปากของตัวเอง ผมขยับตัวอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังไหลไปกับหมอนใบโตจนเกือบจะลงไปนอนตรงพื้นระเบียงแล้ว กลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง

ได้

คุยกับเดียวสนุกดี

สนุกยังไงผมพูดไม่เก่ง แถมยังตัดบทเก่งอีก มันสนุกยังไงผมอยากจะรู้

เหมือนเล่นเกม เดาว่าเดียวจะพูดไรต่อที่ไม่ใช่อืม อือ ครับ

อือ

เห็นมะ อืออีกละ

ก็ผมไม่รู้จะพูดไร

งั้นสองทุ่มพี่จะมาคุยด้วยทุกวันนะผมขมวดคิ้วมองไปยังผนังอีกฝั่งแล้วก้มมามองคุณชาย อันที่จริงไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งคุยกับเขาทุกวันหรอก คนเรามันก็ต้องมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง แต่ถ้าเราต้องมานั่งคุยกันทุกวันจริงๆ ผมเองก็ไม่อยากให้อะไรมันเกินเลยไปมากกว่าเพื่อนนั่งคุย

ถ้าพี่อยากคุยเราต้องทำสัญญากัน

            “สัญญาอะไร สัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนงี้เหรอ

            สัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนเหรอ ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะการคุยกับเขาก่อนนอนก็เพลินดี

            “ครับ

            “ไหนว่ามา

            “ห้ามดักรอ ห้ามเจอหน้า ห้ามคิดเกินเลย

            “…”

            “ถ้าพี่ทำได้ผมจะออกมาคุยกับพี่ทุกคืน

            คือพี่จะต้องอยู่ในเฟรนด์โซนไปตลอดเหรอ

            “ครับ หรือพี่อยากได้บราเธอร์โซน

            “บราค่อนได้ป่ะล่ะ

            “ไม่

            “ใจร้ายชิบหาย

            แล้วเราสองคนก็นั่งเงียบใส่กันอีกครั้ง

            ผมรู้ว่าข้อเสนอสามข้อของผมนั้น เป็นอะไรที่ทรมานสำหรับสิ่งมีชีวิตประเภท extrovert เอามากๆ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตขี้โวยวายอย่างพี่ก็อดแล้ว การจะทำทั้งสามอย่างนั้น น่าจะทำให้เขาอกแตกตายจนเลิกคุยกับผมไปเลย

            ห้ามดักรอ ห้ามเจอหน้า ห้ามคิดเกินเลย

            “ครับ

            “แล้วถ้าทำไม่ได้…”

            “ผมก็จะไม่คุยกับพี่อีก

            “จริงๆแล้ว พี่ไม่จำเป็นต้องคุยกับเดียว

            “ครับผมรู้เพราะเขามีเพื่อนมากมาย มีคนรักคนชอบ ดูเป็นคนของสังคมเอามากๆ

            “แต่พี่จะลองทำดูผมสะอึกไป คิดว่าคนแบบเขาจะพูดออกมาประมาณว่า ผมไม่ทำหรือ ไร้สาระประมาณนั้นซะอีก แต่เขาบอกว่าจะลองทำดู แสดงว่าเขาคงจะสนุกกับการพูดคุยกับมนุษย์เดดแอร์อย่างผมจริงๆ

            ทำใจอ่ะนะ

            เอ่อ ผมขอถอนคำพูดทุกอย่างที่ดีๆเกี่ยวกับพี่แล้วโยนลงท่อไปซะตอนนี้เลยได้มั้ย

            ทำไมถึงไม่อยากเจอหน้า คุยกันแบบไม่เห็นหน้าโอเคเหรอ

            “มันโอเคสำหรับผม ที่ผมยอมคุยกับพี่เพราะไม่เห็นหน้าพี่เนี่ยแหละ

            “กลัวพี่ไม่หล่อเหรอเกี่ยวที่ไหนเล่า

            เปล่า ผมไม่ชอบคุยแบบต่อหน้า มันสบายใจกว่าเวลาไม่เห็นสีหน้าแล้วก็แววตา

            “ก็ดีนะ เหมือนเวลาเล่นเกมออนไลน์ใช่ป่ะ

ครับ

งั้นพี่ก็ด่าเดียวได้ และเดียวก็จะไม่โกรธพี่

“…”

สัสเดียว

พี่ก็อด!”

โอ๋ๆ มดกัดเนอะเขาหัวเราะเบาๆในลำคอ เสียงขยับตัวเล็กน้อยจากสิ่งมีชีวิตข้างห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจก เขาเงียบหายไปสักพัก ซึ่งผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ไม่เห็นการกระทำ ไม่เห็นการเคลื่อนไหว ได้ยินแต่เสียง

            ผมลูบหัวคุณชายเบาๆแล้วค่อยๆกลับเข้าไปในห้องบ้าง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นเลยชะโงกหน้าออกไปเล็กน้อย

            เดียว

            “ครับ

            “เล่นเกมไรมั่งป่ะ เกมโทรศัพท์

            ถ้าถามถึงเกมแล้วผมไม่ค่อยได้เล่นเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไร แต่ก็พอเล่นอยู่บ้าง ซึ่งปกติผมจะชอบเล่นคนเดียวมากกว่าเวลาว่างๆ ผมนั่งไล่ลิสต์รายชื่อเกมที่มีอยู่ในโทรศัพท์ให้สิ่งมีชีวิตข้างห้องฟัง

            ยิงปืนกับพี่ซักตามั้ย

            “ได้ครับ

            สุดท้ายแล้วก็ลงเอยด้วยการที่เราสองคนมานั่งเล่นเกมโทรศัพท์ด้วยกันอยู่ที่ระเบียง ส่งเสียงดังคุยกัน แม้ว่าจะไม่เห็นหน้ากัน แต่ก็เป็นอะไรที่เพลิดเพลินจนผมลืมไปเลยว่าครั้งล่าสุดที่ได้คุยกับใครสักคนแบบนี้คือเมื่อไร

            ได้มาทำอะไรแบบนี้ ก็มีความสุขดีเหมือนกัน

 

            ***

            นาฬิกาปลุกดังขึ้นทำเอาผมสะดุ้งจากเตียง เพราะเมื่อคืนมัวแต่เล่นเกมกับสิ่งมีชีวิตข้างห้องจนดึก ทั้งๆที่คิดว่าจะเล่นตาเดียว เล่นไปเล่นมาตีสาม! แม้บทสนทนาของเราจะวนเวียนอยู่กับเรื่องเกม แต่ก็ยอมรับว่าเริ่มจะคุยกับเขาได้ง่ายขึ้นเพราะมีความชอบอย่างเดียวกันนี่แหละ

            ผมขยับเน็คไทให้เข้าที่ ตรวจสภาพการแต่งกายว่าขาดอะไรมั้ยก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป โพสต์อิทสีชมพูที่แปะอยู่บนประตูห้องทำให้ผมเริ่มชินตาขึ้นทุกวัน รวมไปถึงป๊อกกี้รสสตอเบอร์รี่ด้วย

            แต่ข้อความบนโพสต์อิทในวันนี้นั้นทำให้ผมปวดขมับ

          วันนี้เพื่อนมาห้อง เสียงดังนิดนึงนะน้องเต่า    

          น้องเต่า? นี่เขาเริ่มตั้งฉายาให้ผมแล้วสินะ

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องของผมนั้น เป็นสิ่งมีชีวิตขี้เหงาแบบเลเวลร้อย เขาอยู่คนเดียวได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงหรอก หลังจากนั้นก็ต้องหยิบจับโทรศัพท์ หาคนคุยด้วยแก้เหงา ไม่ก็เปิดประตูระเบียงออกมาพูดคุยกับเพื่อนข้างห้องที่ตอบเขาเพียงแค่ อือ อืม ครับ แต่ตอบแค่นั้นเขาก็หายเหงาแล้ว

            เฮ้อ วันนี้ผมต้องอ่านหนังสือด้วยเพราะมะรืนมีสอบควิซ กลับมืดๆหน่อยแล้วกัน

ผมกำลังจะขยำโพสต์อิทนั่นลง แต่เปลี่ยนใจเป็นหยิบปากกาในกระเป๋าขึ้นมาแล้วบรรจงเขียนข้อความต่อท้ายลงไป

            อย่าดังมาก

ก่อนจะเดินไปแปะโพสต์อิทใบนั้นลงบนบานประตูห้องข้างๆแล้วเดินออกไปเงียบๆ

ผมแกะกล่องป๊อกกี้แล้วหยิบมันกินเพลินๆระหว่างนั่งรถไปมหาลัย สายตาที่เคยจดจ้องออกไปนอกถนนนั้นตอนนี้หันมาจดจ้องชีทสีขาวบนตักแทน รสชาติหวานหอมของสตอเบอร์รี่ที่ออกนมๆหน่อยๆเป็นรสชาติที่ผมชอบ พลันนึกไปถึงคนที่เมื่อวานบอกว่าชอบสีชมพู

ก็อดซิลล่าสีชมพูเหรอ ผมมโนภาพก็อดซิลล่าในชุดกระโปรงบานๆสีชมพูแล้วหลุดยิ้มออกมา

ตลกดีเหมือนกัน

ผมชอบสตอเบอร์รี่แต่ผมไม่ได้ชอบสีชมพู ผมชอบสีขาวดำ ดังนั้นไอเท็มรอบๆตัวจึงเป็นสีขาวดำ กระเป๋าผ้าสีดำ เสื้อในห้องมีแต่สีขาวดำ เป็นมนุษย์ที่แสนจืดชืด จืดยิ่งกว่าน้ำเปล่า

ได้คุณชายนี่แหละที่มาเติมสีสันให้กับชีวิต เลยมีสีเขียวๆแทรกเข้ามาบ้าง

ติ๊ง

รถจอดลงที่หน้าตึกคณะประจวบเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ผมดูหน้าจอที่ขึ้นแจ้งเตือนแอพเกม มันขึ้นว่าใครสักคนส่งของมาให้ ผมขมวดคิ้ววุ่นเพราะปกติมักจะเล่นเกมคนเดียว ไม่ได้เล่นหรือสนิทกับใครเป็นพิเศษในเกม

ติ๊ง

แล้วเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้งในเวลาติดๆกัน

คราวนี้แหละชื่อที่แสดงบนหน้าจอนั้นชัดเจนเลยว่าคนที่ส่งของมาให้เป็นใคร

Godzilla

ชื่อที่เขาเพิ่งตั้งขึ้นใหม่สดๆร้อนๆเมื่อวานนี้ บุคคลที่ลงทุนสมัครไอดีใหม่มาเล่นกับผม

พี่ก็อด

เขาจะส่งของขวัญมาทำไมเนี่ย เกมนั้นผมแทบไม่ได้เล่นแล้วด้วยซ้ำ แค่เมื่อคืนเล่นกับเขาตาเดียวก่อนนอน อีกอย่างผมเล่นเกมแนวทีมเวิร์คไม่ค่อยเก่งด้วย

ผมปิดเสียงโทรศัพท์เป็นเปิดระบบสั่นแล้วยัดมันกลับลงไปในกระเป๋า กดปุ่มรอลิฟต์อยู่สักพักโทรศัพท์ก็สั่นครืดอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งจนกระทั่งผมเดินถึงห้องแล็บ

สูดหายใจเข้าปอดแล้วร้องพุทโธ พุทโธอยู่ในใจ

ครืด

ครืด

ครืด

โอ้ย รำคาญ

ผมกดปิดสั่นแล้วโยนมันใส่กระเป๋าผ้าอย่างหมดความอดทน สิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้นเป็นตัววอแว แล้วไม่ใช่วอแวธรรมดา เมื่อไรก็ตามที่เปิดช่องว่าง มันจะบุกกระโจนเข้ามารุกรานพื้นที่ส่วนตัวของผม

ไอ้ก็อดซิลล่า!

การเข้าแล็บในวันนี้สบายๆ เปิดโอกาสให้นักศึกษาถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ถามอะไร แต่ตั้งใจฟังที่คนอื่นถามแล้วอาจารย์ตอบ จดมันอย่างละเอียดลงไปบนกระดาษไม่ให้คลาดซักคำ

แม้จะไม่มีเพื่อนสนิท แต่ผมก็พอมีเพื่อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะรุ่นพี่และเพื่อนในเอกวิทยาศาสตร์ที่เจอหน้ากันทุกวันในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เดินชนกันเป็นลูกสนุ๊กบนโต๊ะพูล แถมในสาขาก็ยังมีมนุษย์ที่ลักษณะคล้ายๆกับผมอยู่สองสามคน ไม่ชอบคุย แต่ชอบนั่งทำงานคนเดียวเงียบๆ มีโลกส่วนตัวของตัวเอง เพราะแบบนั้นผมเลยกลายเป็นสิ่งมีชีวิตปกติทันทีเวลาอยู่ในเอก

ผมสามารถพูดคุยกับผู้คนได้ปกติ แค่พูดน้อยและไม่ชอบสบตา ชอบพูดเรื่องเรียนเป็นส่วนมาก แต่ถ้าเป็นบทสนทนานอกเหนือจากการเรียนก็จะไม่ค่อยออกความเห็น และชอบทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ทำให้ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนๆในเอกหรือในสาขาเลยสักครั้ง

แต่จะมีฉายาที่พวกเขาชอบเรียกผมประจำนั่นก็คือ น้องโดดเดี่ยวเพราะชอบไปกินข้าวคนเดียว ไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆหลังจากเลิกคลาส ทุกคนในเอกและสาขารู้กันหมดว่าผมเป็นมนุษย์ที่เข้าสังคมไม่เก่ง เลยไม่มีใครมาเซ้าซี้อะไร กลับกัน พวกเขากลับชอบซะอีกที่ผมเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยวุ่นวาย ทำให้เวลาทำงานด้วยแล้วงานเสร็จไว แถมยังได้คะแนนดีอีกต่างหาก

พอเลิกคลาสผมก็เตรียมตัวกลับห้อง แต่วันนี้ดันไปบังเอิญเจอรุ่นพี่ปีสี่คู่อริในลิฟต์พอดิบพอดี ผมขยับตัวให้กลุ่มรุ่นพี่ต่างเอกเดินเข้ามาในลิฟต์ขนาดเล็ก ยืนตัวลีบเบียดไปกับผนังลิฟต์

ก่อนพี่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพูดขึ้นมา

เสียดายเนอะ หน้าตาก็ดี ไม่น่าหยิ่งเลย

ทำไมวะ

ก็น้องคนนึงอ่ะ แค่ให้ช่วยรีวิวของให้ แค่ถ่ายรูปลงไอจีก็ไม่ยอมทำ

เขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้นะแก

เห็นแก่ตัวอ่ะดิ

ประตูลิฟต์เปิดออกก่อนที่พวกเธอจะทยอยออกไป ปล่อยให้ผมยืนสูดอากาศหายใจเข้าปอดแล้วผ่อนออกมาเสียงดัง

คนเราอ่ะนะ จะขายของแล้วยังมาเบียดเบียนคนอื่นแบบนี้ ใช้ได้ที่ไหนกัน

พี่ผู้หญิงคนเมื่อกี้เคยมาขอให้ผมช่วยรีวิวกระเป๋า โดยเงื่อนไขนั้นคือการรีวิวผ่านอินสตาแกรมโดยต้องโพสต์หน้าตาของผมลงไปด้วย แล้วผมไม่ชอบ เพราะผมไม่ชอบถ่ายรูป ก็เลยปฏิเสธเขาไป หลังจากนั้นไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนในตึก พี่เขาก็จะแซะจิกกัดผมตลอด

ทำมาหากินโดยพึ่งพาคนอื่นไม่พอ ยังจะมาจิกกัดเขาเวลาเขาไม่ช่วยเนี่ย

ผมไม่เข้าใจ

ผมแวะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยจนดึก เพราะต้องหาข้อมูลทำโปรเจคด้วย ก่อนจะกลับหอพักด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอคู่อริไม่พอ แท็กซี่ก็ยังโดนคนขึ้นตัดหน้า แล้วกุญแจอยู่หลืบไหนของกระเป๋าทำไมถึงได้หายากหาเย็นแบบนี้นะ! กว่าจะคว้ากุญแจได้ก็ยืนวุ่นวายอยู่หน้าห้องเป็นนาที ผมไขกุญแจหน้าห้องพลางผลักประตูเข้าไป โยนกระเป๋าไปทาง เน็คไทไปทางแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

ยามลมโชยโบกโบยพัดมา มันสุขอุราแสนเพลิน

เสียงร้องเพลงและเสียงเคาะขวดเหล้าดังมาจากข้างห้อง ผมเอาหมอนอุดหูตัวเองทันที

ไม่เอาเพลงนี้ได้มั้ย

อีดอกทอง...

พอ!

ผมหยิบโทรศัพท์กับกุญแจห้องมาไว้ในมือแล้วเปิดประตู ก่อนจะกระแทกมันปิดดัง ปังซึ่งคงจะดังพอที่จะทำให้คนข้างห้องรู้ตัว

ถึงแม้สิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้นจะเป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ แต่โลกของผมและเขานั้นต่างกัน

โลกของผมคือความเงียบ

ส่วนโลกของเขานั้นคือโลกที่มีเสียงดัง

เดียว!”

ผมได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาระหว่างที่กำลังวิ่งลงทางบันไดหนีไฟ เสียงทุ้มๆที่ผมจำได้แม่น

ก็อดซิลล่า




// #พี่เขาบุกโลกของผม

เจอสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนแบบนี้ แล้วเมื่อไรจะได้เจอหน้ากันนะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.163K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11226 mnrฯ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:23
    ผญ.คนนั้นบ้าหรอ มารยาทอะค่า
    #11,226
    0
  2. #11222 ณัชชา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 14:19

    -ตัววอแว

    #11,222
    0
  3. #11108 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:40
    อิป้าปี4

    ต้องโผล่อีกแน่เลย
    #11,108
    0
  4. #11107 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:40
    ชอบอยู่คนเดียวสงบๆเหมือนกันนะ แต่เวลาไปเรียนก็มีเพื่อนปกติ แต่อีพี่ก็ดังเกิ้นน เป็นนี่ละเจอเพื่อนข้างห้องบนห้องทำเสียงดังก็หงุดหงิด ละน้องกำลังอารมณ์เสีย อิพี่ก็อดจะตามน้องทันมั้ยนะ55
    #11,107
    0
  5. #11079 slpxbear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:31
    อิพี่ก็มาได้ถูกจังหวะอะไรเบอร์นั้นนน55555
    #11,079
    0
  6. #11051 1 9 9 $ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 20:52
    อะโหยยยยย น้องกำลังอารมณ์เสียเลย อิพี่ก็พาเพื่อนมาห้องได้ถูกจังหวะจ๊างงง ;-;
    #11,051
    0
  7. #10941 pommys (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:45
    อ้าว น้องโกรธจริงแล้ว
    #10,941
    0
  8. #10766 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:37
    เอาล่ะ กูไม่ชอบอิชะนีแก่ปี4นั่น!
    #10,766
    4
    • #10766-3 similunkh(จากตอนที่ 4)
      20 สิงหาคม 2563 / 15:27
      กูด้วย!!!
      #10766-3
    • #10766-4 คยองซู_lovelove(จากตอนที่ 4)
      12 ตุลาคม 2563 / 02:38
      กูด้วย! โผล่อีกแน่ในอนาคต
      #10766-4
  9. #10719 Jinjoo.K (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:07
    ซวยไปอิพี่ ดันตรงกับวันที่น้องอารมณ์ไม่ดีด้วย แล้วยัยปี 4 นั่นเป็นบ้าอะไร ใครกันแน่เห็นแก่ตัว
    #10,719
    0
  10. #10710 Earn0624 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:03
    เนี่ยเราอะ เราต้องควบคุมเพื่อนหน่อย ไม่ก็ติดแผนกันเสียงออกอะพี่
    #10,710
    0
  11. #10680 IiIingg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 13:53
    น้องโกรธแล้วอิพี่ก็อดดดด
    #10,680
    0
  12. #10665 0828863327 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 16:14
    เป็นนิยายที่อ่านแบบสบายๆๆๆชอบ
    #10,665
    0
  13. #10632 goi_iog (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 09:44
    น้องโมโหแล้วววว
    #10,632
    0
  14. #10619 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 01:43
    นั่นสินะเหอะคงอีกนาน
    #10,619
    0
  15. #10590 Wafuii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:59
    นั้นไงพี่ก็อด
    #10,590
    0
  16. #10565 baekbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:48
    สร้างข้อตกลงกันไม่ทันไร ก็วิ่งไล่กันแล้ว นี่มันยิ่งกว่าฉีกข้อตกลงที่คุยกันอีก 555 แต่น้องอารมณ์ไม่ดีอ่ะ ก็พอเข้าใจแหละ ห้องมันควรเป็นที่ๆสบายใจที่สุดอ่ะนะ // เขาดูเข้ากันได้แบบแปลกประหลาดอ่ะ ทั้งๆที่ต่างกันแบบสุดขั้วเลย
    #10,565
    0
  17. #10352 View_Aranya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 06:44
    ทำไมรู้สึกว่าเยอะ จนน่ารำคาญ น่าตาไม่ดีจริงทำแบบนี้ไม่ได้นะ55 คิดถูกละที่อยู่คนเดียว
    #10,352
    4
    • #10352-3 SUNelf213(จากตอนที่ 4)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:45
      เราไม่ได้อะไรนะคะ แต่อยากรู้ว่าน้องแย่ยังไง แล้วหน้าตาเกี่ยวอะไรเหรอคะ ตั้งแต่เราเริ่มอ่านมายังไม่มีอะไรสื่อแบบนั้นเลยอะ หรือเราอ่านข้ามไปนะ แง งง
      #10352-3
    • #10352-4 Jigh(จากตอนที่ 4)
      9 พฤษภาคม 2563 / 14:26
      เหมือนเม้น์บนพิมพ์ใช่คุณนี่ที่บ้านไม่มีใครรักหรออหรือไม่มีคนคุยด้วย
      #10352-4
  18. #10097 Wannapathip (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 17:45
    555555 น้องบอกอิดงทง //อิพี่~~~
    #10,097
    0
  19. #10096 Defxx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:52
    น้องนิสัยเหมือนฉันจนน่ากลัวเลยว่ะ แต่สันโดษกว่าเพราะฉันยังมีเพื่อนและไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างแต่จะไม่ชอบเลยถ้ามีใครที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทไปด้วย แม่ง... น่ารำคาญ

    แต่ก็นั่นแหละ... ชอบไปคนเดียวมากกว่า
    #10,096
    0
  20. #10053 ojay2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 19:29
    อิพี่มันก็ดังเกิ้นนนนน
    #10,053
    0
  21. #10032 SandSeaSun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 18:54
    เสียงดังแบบห้องพี่ก็ไม่ไหวมั้งคะ
    #10,032
    0
  22. #10025 จย๊าา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:34

    เจอแบบนี้มันหงุดหงิดจริงๆค่ะ เราเป็นคนเฮฮานะ เพื่อนเยอะ แต่อยู่ห้องคนเดียวคือชอบเงียบๆ ข้างห้องเสียงดังก็จะหงุดหงิดมากกก เข้าใจน้องเลย

    #10,025
    0
  23. #9984 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 02:07
    นั่นไงงานเข้าแล้วค่ะ
    #9,984
    0
  24. #9819 maybee23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 17:30
    น้องโมโหจากหลายๆเรื่องมารวมกันอะอิพี่ก็อดนายซวยจ้ะบอกเลย
    #9,819
    0
  25. #9793 Jibangrin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 01:31
    ง้อเลยยยยยพี่!
    #9,793
    0
  26. #9442 Yumi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:45

    ไม่รู้แบบเดียวเรียกว่า introvert มั้ย ดูสุดโต่งมาก ในชีวิตนี่มีคน introvert หลายคน มีเพื่อนสนิท ไปปาร์ตี้ได้ พูดคุยกับคนอื่นใช้ชีวิตปกติ อยูในที่เสียงดัง ทำกิจกรรม เป็นผู้นำต่างๆ แค่ต้องมีเวลาให้เค้ากลับไปอยู่คนเดียวบ้าง มีเซฟโซนให้เค้า ถ้าไปเที่ยว ก็ต้องทิ้งช่วงนานหน่อย กว่าจะไปอีก ชอบสนใจในตอนนั้นๆ เป็นเรื่องๆไป


    ไม่มีใครดูสุดโต่งแบบเดียวเลย น้องเป็นโรคอะไรด้วยรึเปล่า กลัวการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น รู้สึกไม่เป็นส่วนนึงของสังคม ใช้ชีวิตยากนะในความเป็นจริง

    #9,442
    1
    • #9442-1 เซไฮล่า(จากตอนที่ 4)
      9 ตุลาคม 2562 / 17:31
      น้องอะปกตินะ พวกintroเป็นแบบนี้ซะส่วนมาก แต่คนที่มีทั้งเพื่อนแต่ก็ชอบอยู่คนเดียวด้วยเป็นพวกambivert พวกก่ำกึ่งมีเพื่อนได้แต่ก็ชอบอยุ่คนเดียว เพราะลูกพี่ลูกน้องเรามันคล้ายๆน้องเดียวเดะเลย
      #9442-1