Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 31 : Special Chapter รอยยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,596 ครั้ง
    12 ต.ค. 62


Special

เพราะรอยยิ้มของคุณนั้นน่ารักกว่าใคร



cr. @amoebakawaii



            แล้วหลังจากนั้น...วิลล์ก็บอกกับคลาร์กว่า...คุณรู้อะไรไหมคลาร์ก...คุณ

หืม

...ปะ...เป็น...

เป็น?”

พี่...อย่าอย่าจ้องแบบนั้น

ก็เราบอกให้พี่จ้อง

            ยื่นมือไปยันหน้าคนที่นอนอยู่บนเตียงออกห่างจนได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆ ส่งมา

เฮ้อ

            ผมถอนหายใจเสียงแผ่ว กางหนังสือคลุมใบหน้าของตัวเองเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนเพราะถูกมองโดยสายตาคมกริบของใครอีกคน พอโดนจ้อง จากที่จะพูดคล่องๆ ก็กลายเป็นตะกุกตะกักขึ้นมาอีกจนได้

            พักก่อนก็ได้

            “อือครางฮือตอบรับในลำคออย่างอ่อนล้า

            ตั้งแต่ขึ้นปีสามมา มีสิ่งหนึ่งที่พยายามอยากทำให้สำเร็จ คือการพูดให้คล่องเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น

            ไม่ได้มีใครมาบังคับผมว่าต้องทำ ผมแค่อยากลองเปลี่ยนแปลงอะไรดูบ้าง อย่างเช่นลองพูดขอบคุณพนักงานเซเว่นโดยจ้องตาพวกเขา เริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมคลาส พยายามมองตาอาจารย์และเพื่อนเวลาพรีเซ้นท์งาน

            มันยากแสนยากสำหรับเด็กขี้กังวลอย่างผม คุณตาเคยเอาอาการนี้ไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นจิตแพทย์ คุณหมอพูดว่า ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ ใช่ ไอ้การพูดตะกุกตะกักเวลารู้สึกกังวลมันมีโอกาสหายได้ อย่างเช่นถ้ารู้สึกผ่อนคลายหรือสนิทสนมกับใครก็จะพูดลื่นไหลเป็นปกติ แต่เมื่อไรที่รู้สึกไม่สบายใจก็จะกลับมาเป็นอีก

            วิธีที่จะช่วยได้ก็มีอยู่หลายแบบ หนึ่งในนั้นคือการฝึกอ่านออกเสียงให้ชัดๆ เป็นประโยคยาวๆ ต่อหน้าคนอื่น

            แล้วในชีวิตผมมีคนอื่นมากมายที่ไหนกัน คนที่จะมานั่งฟังผมอ่านหนังสือโดยไม่เบื่อหรือหลับไปซะก่อน

            ก็มีแต่คนตัวโตที่นอนจ้องหน้าผมอยู่บนเตียงนั่นแหละ

            เพราะเหตุนี้พี่ก็อดเลยกลายมาเป็นผู้ช่วยจำเป็นในการฝึกของผม ถ้าสามารถพูดคล่องภายใต้การจดจ้องของเขาแล้วล่ะก็ อย่างอื่นคงกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย เพราะสายตาพี่ก็อดน่ะ ทำผมประหม่าและเขินจนคำพูดขาดตอนทุกครั้ง

            พี่ก็อด

            “หืม

            พี่ก็อดเท้าคางมองผม เจ้าตัวเอียงคอเล็กน้อย

            ทำหน้ามู่ตู้ เป็นอะไร

            “ผมยังอ่านไม่คล่องเลยกระเถิบตัวขึ้นไปนั่งข้างเขาบนเตียง ก่อนทิ้งตัวนอนตะแคงมองเรียวแขนสีน้ำผึ้งที่ดูจะสว่างขึ้นเล็กน้อย คงเป็นเพราะทำงานอยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ได้ออกไปโดนแดดเลยสักวัน พี่ก็อดทิ้งตัวมานอนจ้องหน้าผมบ้าง

            ไม่เห็นต้องฝืน แบบนี้ก็น่ารักดีฝ่ามืออบอุ่นแนบลงบนแก้มของผม เกลี่ยมันแผ่วเบา

ไม่ว่าคนตรงหน้าจะอายุมากขึ้นสักกี่ปี สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือแววตาที่ทอดมองมาทางผม

            อบอุ่น ทั้งยังแฝงไปด้วยความขี้เล่น

            ผม...อยากพูดคล่องๆอยากลองเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

            ถ้าเป็นเมื่อก่อน พี่ก็อดคงจะบอกว่าผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไร ที่เป็นอยู่ก็ดีแล้ว แต่เมื่อเขาโตขึ้น พี่ก็อดไม่ค่อยพูดในสิ่งที่ใจคิดออกมาตรงๆ สักเท่าไร เขามักจะสนับสนุนในสิ่งที่ผมพยายามทำมากกว่าเอ่ยปากห้าม ถ้าผมบอกว่ายอมแพ้ เขาก็จะบอกว่าไม่เป็นไร ได้ลองทำก็ดีแล้ว

            สักวัน ผมคงจะเสียนิสัยเพราะโดนเขาเอาใจมากเกินไป

            กลัวจะเผลอเอาแต่ใจ ทำให้เขารู้สึกไม่ดี

            ให้พี่นั่งมองอาจจะเกร็งเกินไป ลองไปอ่านให้ไอ้บิวมันฟังมั้ยล่ะพี่ก็อดเสนอเพื่อนสาวที่ทำงานที่เดียวกัน

พี่บิว...ยุ่งจะตาย

ยุ่งของมันเนี่ย ตีสามอยู่ผับ ตีห้าเพิ่งถึงคอนโด

ก็ต้องปลดปล่อยบ้างแหละทำงานเครียดๆ

เครียดอะไรของมัน วันๆ นั่งฝอยน้ำลายแตกฟองคนตัวโตบ่นแถมยังเบะปากไม่ชอบใจ อีกอย่างพี่ไม่อยากไปด้วย ผับมันเสียงดัง มาหาเดียวดีกว่า

พูดจบก็เอาหัวมาซุกแขนผม กอดแขนเอาไว้อย่างออดอ้อน

ก็อดซิลล่าตัวเขื่องในวันนั้น กลายมาเป็นเจ้าหมาโกลเด้นตัวใหญ่ในวันนี้

จะว่าไป ตั้งแต่รู้จักกัน พี่ก็อดก็งดเหล้าแบบจริงจังเลยครับ นานครั้งถึงจะเห็นไปดื่มกับเพื่อนร่วมงานบ้าง แต่ไม่เคยดื่มจนเมาหัวทิ่มเหมือนสมัยยังเรียนอยู่ ถ้าอยากดื่มอะไรสักอย่าง เบียร์กระป๋องจะเป็นสิ่งที่เขาเลือก และจะดื่มเฉพาะช่วงอยู่ที่คอนโดหรือมาที่หอผมเท่านั้น เขาบอกว่าอยากรักษาสุขภาพ ไม่อยากเป็นอะไรไป ไม่อยากทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ผมเป็นหม้าย เขาเป็นห่วง

ผมเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่บิวบ่นให้ฟังบ่อยๆ ว่าพี่ก็อดน่ะ ชักจะทำเหมือนตาลุงติดเมียที่บ้านขึ้นทุกวัน

ดื่มนิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง กระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบ้าง แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เขาสบายใจที่จะทำแบบนี้ ผมเองก็ไม่อยากขัด ดีซะอีกไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงว่าจะเผลอดื่มจนเมาหัวทิ่ม เดือดร้อนพี่บิวมานั่งดูแล  

ถ้างั้น พี่มีวิธีหนึ่ง อยากลองมั้ย

            “วิธี?”

            “ใช่ สมัยตอนเรียนมัธยมเคยทำอยู่ เผื่อจะช่วยได้ แต่ถ้ามันฝืนก็ไม่ต้องทำนะ พูดให้พี่ฟังคนเดียวก็ได้

            ผมคว้าชายเสื้อยืดตัวหลวมโคร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ แม้จะชั่งใจเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบรับ

            ผม...อยากลองดู

 

            ***

            รถเก๋งจอดลงหน้ามูลนิธิเด็กออทิสติก ผมเปิดประตูลงจากรถ หยีตาเล็กน้อยเมื่อออกมาเจอแสงแดดที่ส่องลอดผ่านกลุ่มใบไม้จากต้นมะขามต้นใหญ่ เหงื่อชุ่มมือสองข้างไปหมด ส่วนพี่ก็อดเดินแยกไปอีกทาง

นาฬิกาในตอนนี้บอกเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากด้านหน้าไม่ไกล มองเห็นพี่เลี้ยงพาเด็กๆ ราวสิบคน เดินจูงมือกันออกมาจากห้อง ตรงไปยังศาลาทรงหกเหลี่ยมที่ถูกคลุมด้วยหลังคาสีเขียวแก่ รอบบริเวณรายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ ส่งสีสันสวยงาม

            เด็กๆ นั่งกันเรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่ไม่นานแถวก็แตก ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในอาณาบริเวณใต้ร่มหลังคาสีเขียว ไม่ได้วิ่งออกห่างจากพื้นที่ตรงนั้น บางส่วนนั่งนิ่งอยู่กับที่ หันซ้ายหันขวาด้วยความแปลกใจ บางส่วนโยกตัวไปมา ส่งเสียงโวยวาย ทั้งยังเล่นซนเพราะอยู่นิ่งไม่ได้

            พวกเขาคือเด็กพิเศษ

            พี่ก็อดเดินมาหยุดอยู่ข้างผมหลังจากพูดคุยธุระเสร็จ ฝ่ามือของเขาวางลงบนไหล่พลางบีบเบาๆ

            พร้อมมั้ย

            พร้อมสิ พร้อมตั้งแต่ตอนได้ยินพี่ก็อดพูดแล้วว่าจะพามาที่นี่ ถึงกับไปค้นไปเตรียมหนังสือนิทานไว้ตั้งหลายเล่ม

            ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กำหนังสือนิทานในมือแน่น รวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินไปพร้อมกับคนตัวโต พอเดินเข้าไปในศาลา พี่เลี้ยงผู้หญิงก็ส่งยิ้มให้ เธอปรบมือสองสามครั้ง พูดเกริ่นเล็กน้อย

            เอาล่ะเด็กๆ วันนี้พี่เขาจะมาเล่านิทานให้ฟัง ตั้งใจฟังกันนะทุกคน

            “คร้าบ/ค่า

            เสียงตอบรับเจื้อยแจ้วเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

            ผมแทรกตัวไปนั่งด้านหน้าของเด็กสิบกว่าชีวิต กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาสดใสพวกนั้นมองมาด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ฟังนิทาน ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้ามองพี่ก็อดเป็นการขอกำลังใจ ได้เป็นรอยยิ้มสวยส่งกลับมาจนใจเต้นรัว

            วะวันนี้พี่จะมาเล่านิทานให้ฟังนะ…”

            คำพูดของผม ยังคงขาดตอนเหมือนวิทยุหลงสัญญาณ แต่ปฏิกิริยาตอบรับของเด็กน้อย ไม่ใช่คิ้วที่ขมวดตึง ไม่ใช่คำพูดว่ากล่าวว่าเป็นอะไร เป็นโรคอะไรหรือเปล่า ทำไมพูดจาไม่ปะติดปะต่อ ไม่ใช่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย บนใบหน้าของเด็กๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แววตาเป็นประกาย

            เห็นแววตาเหล่านั้นแล้ว ผมจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องราว

            เรื่องแรกที่หยิบขึ้นมา เป็นนิทานง่ายๆ เบาสมอง เจ้าชายกบเป็นนิทานเรื่องแรกที่ได้ฟังจากคุณตา ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับมันมากกว่าเรื่องอื่น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าชายถูกสาปให้เป็นกบ เจ้าชายจะสามารถคืนร่างกลับมาเป็นมนุษย์เมื่อได้รับจุมพิตจากรักแท้ เจ้าชายกบทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาหญิงสาวผู้นั้น

            สำหรับนิทานเจ้าชายกบของผม เป็นเส้นเรื่องที่ต่างออกไปจากเจ้าชายกบธรรมดา มันคือเจ้าชายกบที่ต้องใช้ความพยายามในการเรียนรู้ เข้าใจ และทำให้หญิงสาวผู้นั้นตกหลุมรักตัวเองในร่างกบ การมองข้ามผ่านรูปลักษณ์ภายนอก มองลึกเข้าไปยังจิตใจ ยังเนื้อแท้ที่เจ้าชายเป็น เป็นเจ้าชายกบที่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทาง ไม่ใช่เจ้าชายกบที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาอย่างง่ายดาย

            ตลอดเวลาที่ผมพูด นอกจากเด็กน้อยที่นั่งนิ่ง บางส่วนขยับมานั่งด้านข้างจนกลายเป็นว่าถูกรายล้อมไปด้วยเด็กน้อยตัวเล็ก พวกเขาสนใจรูปภาพในหนังสือนิทาน สนใจสีสันของตัวกบ สีสันของท้องฟ้า ภาพหญิงสาวผู้งดงาม เด็กๆ ต่างโอบล้อมร่างกายของผมเอาไว้ พอได้ยินเสียงหัวเราะ ก็เผลอคลี่ยิ้มหัวเราะตาม

ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง พอได้ลงมือทำ มันเหมือนความสุขบางอย่างวิ่งเข้ามากอบกุมจิตใจ

เวลาที่เล่าเรื่องราว ส่งเสียงตะกุกตะกักออกไปอย่างเชื่องช้า ผมแอบมองพี่ก็อดเป็นครั้งคราว รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่ก็อดอบอุ่นกว่าครั้งไหน อยากจะขอบคุณเขา ดีใจที่เขาพามาอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ได้ลองออกมาใช้ชีวิตโลกภายนอกบ้าง การอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดแม้แต่นิด แต่กลับรู้สึกดีจนอยากจะร้องไห้ออกมา  

เป็นแบบนี้เองน่ะเหรอ เพราะที่ผ่านมามีแต่คนคอยมอบความสุขให้ เลยไม่รู้ว่าการได้เป็นฝ่ายมอบความสุขให้คนอื่นบ้าง มันดีมากมายจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดแทบไม่ได้

            เด็กเหล่านี้ถูกทอดทิ้ง เพียงเพราะแค่ไม่เหมือนเด็กคนอื่น พวกเขาโหยหาความรักจากคนในครอบครัว เพราะแบบนั้นเวลามีใครมาเลี้ยงขนม เล่านิทาน จัดกิจกรรมต่างๆ พวกเขาจึงพุ่งเข้าหา กอดรัดฟัดเหวี่ยงส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข พวกเขาต้องการความอบอุ่น ขนาดเราโตเป็นผู้ใหญ่ เรายังต้องการอ้อมกอดจากใครสักคน พวกเขายังตัวเล็กแค่นี้ แน่นอนย่อมต้องการอ้อมกอดที่บ่งบอกว่ายังมีคนอยู่เคียงข้างเขา

เด็กสี่ห้าคนเข้ามาคลอเคลีย กอดแขนกอดขา นอกจากเด็กๆ ที่รายล้อมอยู่รอบกายผม ส่วนหนึ่งก็ดูจะติดใจความสูงของพี่ก็อดและพลังแขนอันแข็งแกร่ง ที่สามารถอุ้มเจ้าตัวเล็กทั้งหลายทะยานไปในอากาศราวกับเหาะอยู่บนฟากฟ้า รอบตัวของเราสองคนก็เต็มไปด้วยพวกเด็กๆ เสียงหัวเราะ รอยยิ้มและความสุข จนกระทั่งเวลาหมดลง

            ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น แต่รอยยิ้มของเด็กๆ เหล่านั้น ผมจะไม่มีวันลืม       

            ผมยืนมองจวบจนเด็กคนสุดท้ายหายเข้าไปในห้อง โบกมือบ๊ายบายให้พวกเขา ก่อนจะพลิกตัวเดินกลับขึ้นรถแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างเราสองคน ราวกับว่าเมื่อกี้เป็นเพียงแค่ความฝัน หลังจากนั้นพักหนึ่ง เราถึงหันมองหน้ากันแล้วคลี่ยิ้มออกมา

            ขอบคุณนะครับ

            “วันไหนเหนื่อยๆ หรือเบื่อๆ จะมาอีกก็ได้นะ พี่พามาได้ตลอด

            “อื้อครางตอบคนข้างตัวเสียงแผ่ว

            เดียว

            “หืมหันไปมองเสี้ยวหน้าของพี่ก็อดเล็กน้อย เจ้าตัวไม่ได้หันมามองผม สายตามองจ้องออกไปด้านนอก

            พี่คิดไม่ผิดเลยว่ะ ที่ชอบเรา

            คำพูดของเขาไล่ความร้อนทั้งหมดมาสุมกองอยู่บนใบหน้า ผมเบนสายตาหลบไปมองนอกกระจกบ้าง

            อะไรอยู่ดีๆ มาพูดงี้

            “ตอนเรายิ้มให้กับเด็กๆ มันสดใสมากเลยรู้มั้ย มันทำให้พี่คิดว่า ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้จิตใจดีได้ขนาดนี้วะ อะไรบ่มเพาะให้เกิดมาเป็นแบบนี้ กินอะไรทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ ตกลงมาจากสวรรค์หรือเปล่าอ่ะเรา

            ผมยกมือดันแขนพี่ก็อดไปแรงๆ

            หยุดพูดเลยนะ

            “นี่คนหรือนางฟ้า เอ๊ะ หรือเป็นเทวดาตัวน้อยกันแน่

            “พี่ก็อด!”

            “เขิน ทำเขินเขาหัวเราะ สนุกนักล่ะที่ได้แกล้งผม เรื่องพูดอ่ะ ไม่ต้องไปคิดมาก ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป รู้มั้ย

            “อือ

            “อืออะไร อืออะไรใส่พี่ห๊ะ หันมานี่เลย หันมา

            คนตัวโตพลิกตัวผมให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา ก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาแผ่วเบาทำผมสะดุ้งเพราะตั้งตัวไม่ทัน ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเขาขยับละเมียดละไมบนริมฝีปากของผม เนิบนาบ ชวนหัวใจกระตุก แผ่วเบาจนเผลอกลั้นหายใจ

            พี่ก็อดถอนริมฝีปากออกไป ไม่ได้กลัวว่าใครจะมาเห็นเพราะฟิล์มรถมืดจนเคยโดนตำรวจเรียก ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มผม ถึงแม้จะถอยห่าง แต่ก็ห่างเพียงไม่ถึงคืบ เหมือนไม่อยากจะละออกไป

            มีความสุขมั้ย

            “อื้อ

            “ต้องมีความสุขทุกวันรู้มั้ย พี่อยากให้เรามีความสุขในทุกวัน ยิ้มแบบนี้ทุกวัน

            “ครับ

            “รอยยิ้มของเราน่ะ น่ารักกว่าใครเลย

            ผมยื่นมือสัมผัสแก้มของพี่ก็อด คนตัวโตซุกใบหน้าเข้าหาฝ่ามือของผม

            รอยยิ้มของพี่ ก็เป็นสิ่งที่ผมหลงใหลเหมือนกัน

            พี่เองก็ต้องมีความสุขทุกๆ วันนะ

 

            ***

            หลังจากนั้นทุกวันอาทิตย์ วันที่พี่ก็อดหยุด เขาจะพาผมไปเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป สองอาทิตย์ผ่านไป จนกระทั่งเข้าอาทิตย์ที่ห้า พี่ก็อดไม่ว่างไปด้วยกัน ผมเลยเป็นฝ่ายไปคนเดียว พอเล่านิทานเสร็จก็กลับเข้าห้องเหมือนเดิม อาบน้ำอาบท่า ทำงานที่ค้างให้เสร็จแล้วมานั่งอ่านออกเสียงอยู่บนเตียงโดยมีคุณชายเดินต้วมเตี้ยมอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม

            เสียงไขกุญแจดังขึ้นหน้าห้องตอนเวลาเที่ยงคืนกว่า เจ้าของร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้อง

อ้าว ยังไม่นอนเหรอพี่ก็อดร้องทักด้วยความแปลกใจ ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ

คนตัวโตวางข้าวของส่วนตัวของเขาลงบนหัวตู้เย็น ถอดถุงเท้าโยนใส่ตะกร้า ยืนกดโทรศัพท์พลางบ่นพึมพำเรื่องนู้นเรื่องนี้ตามประสาคนต้องไปทำงานในวันหยุด พรุ่งนี้เขาเลยจะขอลาหยุด โชคดีที่พรุ่งนี้ผมไม่มีคลาสตอนเช้า มีแค่เข้าแล็บช่วงบ่ายเท่านั้นเลยไม่ต้องเข้านอนเร็ว

ผมละสายตาจากหนังสือในมือ หันไปสนใจมองคนที่สามารถเข้าออกห้องนี้ได้อย่างอิสระ เห็นเขาบอกว่าติดประชุม ก็เลยกลับช้า บวกกับรถติดในเมืองด้วย

            “ไม่รู้จะมาอะไรกับวันอาทิตย์กันนัก

            พี่ก็อดถอดเข็มขัดโยนไปพาดไว้บนเก้าอี้ พลางเปิดตู้เย็นหยิบชาเขียวมากระดกดื่ม หลังจากนั้นจึงคว้าผ้าเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

            ดูท่าจะเหนื่อยจริงๆ นะนั่น ปกติกว่าจะยอมไปอาบน้ำได้ เรียกแทบตาย

            ใช้เวลาไม่นานคุณก็อดซิลล่าก็ออกมาจากห้องน้ำ ไม่พูดไม่จาทิ้งตัวลงบนเตียง ขยับเข้ามากอดเอวของผมเอาไว้แล้วซุกหน้าอยู่แบบนั้น ส่งเสียงอู้อี้ออกมาอย่างออดอ้อน

            ได้กลับบ้านนอนกอดเดียวแล้วชื่นใจจัง

            กลุ่มผมนุ่มนิ่มของเขาทำเอาผมอดที่จะวางมือลงไปไม่ได้ ขยี้กลุ่มผมของเขาแผ่วเบาอย่างนึกสนุก จนกระทั่งพี่ก็อดเงยหน้าขึ้นมา

            วันนี้เป็นไงมั่ง

            เขาเปลี่ยนท่ามาเป็นนอนตะแคงเท้าใบหน้ามองผม ขาสองข้างหนีบตุ๊กตาก็อดซิลล่าเอาไว้

            ก็ดีนะ

            “ก็ดีเฉยๆ เหรอ

            “ผมพูดคล่องขึ้นเอ่อนิดนึง

            พี่ก็อดคลี่ยิ้ม

            เก่งมาก

            อันที่จริง วันนี้ผมได้เจอกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญเอาขนมมาแจกเด็กๆ ที่มูลนิธิ เธอนั่งฟังผมเล่านิทานจนจบ ก่อนจะได้พูดคุยกันเล็กน้อย มีคำๆ หนึ่งที่วนอยู่ในหัวผมซ้ำๆ ตั้งแต่กลับมาจากที่นั่น

            เราอย่าไปคิดว่าเขาจะตัดสินเรา ให้คิดว่าสิ่งที่เราทำ มันเป็นสิ่งที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจของเรา

            ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจจะดูตลกในสายตาคนอื่นเวลาพูดจาตะกุกตะกัก แต่พอได้ไปที่มูลนิธิ การได้เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง มันช่วยทำให้ผมเห็นคุณค่าในตัวเองขึ้นมา ว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องสนใจสายตาของคนอื่น

            สิ่งที่สำคัญ คือเราตั้งใจทำมัน

            พี่ก็อด

            “หืม

            คนที่หลับตาไปแล้วลืมตาขึ้นมา ดวงตาเรียวสวยของเขาจ้องมองผมนิ่งๆ

            ผมอยากลองอ่านอีกครั้งได้มั้ย

            “แต่พี่ง่วง

            “ขอแปปเดียวนะครับ

            “ครับพอเจอลูกอ้อนเข้าไป เขาก็ยอมตามใจ หยัดตัวขึ้นมาขัดสมาธิ กอดตุ๊กตาแนบอก มองตรงมาทางผม

            สายตาคมกริบของเขาเป็นจุดอ่อนของผมมาตลอด เวลาโดนจ้องจะรู้สึกตัวร้อนเหมือนไข้จะขึ้น บ้างก็เผลอทำท่าทางแปลกประหลาด หรือแม้แต่เผลอซุ่มซ่ามทำอะไรบ้าบอออกไป

พี่ก็อดน่ะ เป็นบอสใหญ่ของบททดสอบนี้

ผมหยิบหนังสือขึ้นมา เล่มที่อ่านค้างไว้ตรงประโยคนั้น ประโยคที่ผมคิดว่ามันสวยงาม แทบจะเป็นที่สุดของหนังสือเล่มนี้เลยก็ว่าได้

            ผมน่ะ ตั้งใจที่จะทำมัน เพราะอยากให้พี่ก็อดเห็นว่าผมไม่ได้เกร็งเวลาอยู่กับเขา

            อยากให้พี่ก็อดรู้ ว่าเวลาอยู่กับเขาแล้ว ผมเป็นตัวเองได้

            อยากให้พี่ก็อดมีความสุข อยากให้เขาหายเหนื่อยจากการทำงาน

            สายตาผมจับจ้องข้อความนั้น สูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอด ผ่อนมันออกอย่างเชื่องช้าเพราะไม่อยากให้เขาคิดว่ามันเป็นการกลั้นลมหายใจเพื่อพูดรัวออกไปในครั้งเดียว

วิลล์บอกกับคลาร์กว่า

“…”

...คุณรู้อะไรไหมคลาร์ก คุณเป็นเหตุผลเดียว ที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

พี่ก็อดจากที่ตากำลังจะปิด เขาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ผมปิดหนังสือเล่มนั้นลง ขยับเข้าไปใกล้คนตรงหน้า ชันเข่าขึ้นพลางวางมือสองข้างลงบนแก้มของเขา

ประโยคที่ผมจะพูดต่อไป ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหนังสือ แต่เป็นสิ่งที่อยากจะบอกกับเขา ซ้ำไปซ้ำมา

พี่เอง ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

เดียว…”

เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมยิ้มในทุกๆ วัน

“…”

พอๆ กับที่อยากเห็นรอยยิ้มของพี่ เพราะรอยยิ้มของพี่น่ะ

“…”

เป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดเลย

เดียวดาย

เพราะฉะนั้น ให้ผมเป็นความสุขของพี่นะ พี่ก็อด

เขาคว้าเอวผมกอดแน่น กดจมูกโด่งๆ ฝังลงมาบนไหล่พร้อมเสียงหัวเราะแผ่วเบา

ไม่สะดุดแล้ว

คนตัวโตกอดรัดฟัดเหวี่ยงผมอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเราสองคนสบตากัน พร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า ฝ่ามือของพี่ก็อดสัมผัสลงบนแก้มของผม ลูบไล้อย่างทะนุถนอม

ไอ้ตัวรอยยิ้มของพี่ เจ้าตัวความรักของพี่ น่าร๊าก

พูดจบเขาก็ดึงแก้มผมเล่น ส่งเสียงหัวเราะสดใสอย่างชอบใจ

การได้นั่งมองรอยยิ้มของเขาแบบนี้ มันอบอุ่นหัวใจสุดๆ เลย

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน

ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร

ไม่ว่าจะพบเจออุปสรรคอะไร

ก็อยากให้คนๆ นี้มีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสุข

อยากให้เป็นที่รักของทุกคน

เพราะรอยยิ้มของคุณน่ะ น่ารักกว่าใคร



// ไม่ได้เจอกันนานเลย คิดถึงน๊า วันนี้พาเด็กๆ มาส่งให้หายคิดถึง 

อย่าเพิ่งลืมพี่ก็อดน้องเดียวนะคะ ทั้งคู่จะมาพร้อมกับตอนพิเศษน่ารักๆ มากกว่านี้ตอนเดือนตุลาคม

รอติดตามตอนพิเศษในหนังสือกันด้วยนะคะ รักมากกกก หอมม


ขอให้วันนี้มีแต่รอยยิ้มกันนะคะ ^_^ 

สำหรับใครที่รอเรื่องใหม่ ต้นเดือนหน้าน่าจะได้เจอกัน คืนนี้ฝันดีทุกคนเลยนะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.596K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11179 koy_kk15 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 19:19
    น้ำตาไหลตลอดทั้งตอนเลย อบอุ่นมาก ปริ่มมาก
    #11,179
    0
  2. #11176 Baekberry12 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 23:26
    งื้อออ น่ารักกก
    #11,176
    0
  3. #11163 LUKKADE31 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 23:07
    เฮ้อออออออ~ อบอุ่นหัวใจ
    #11,163
    0
  4. #11003 PangPP_S (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 12:13
    พาดดน้ำตาาฮืออลูกแม่ กะอีตาก็อดดด!!! โฮกกกกก😭♥️
    #11,003
    0
  5. #10973 pommys (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 13:48
    กรี๊ดๆแหละ
    #10,973
    0
  6. #10970 pommys (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 08:41
    ตัวยิ้มหวานนนน
    #10,970
    0
  7. #10926 blackunicorn2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 01:31
    เป็นเรื่องที่ได้อ่านแล้วได้รับพลังดีๆมามากเลย แบบว่าสดใสขึ้นมากระชุ่มกระชวย มีความสุขจังเนยยย
    #10,926
    0
  8. #10813 IamonRead (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 18:28
    คิดถึงเรื่องนี้เลยแวะมาอ่านตอนพิเศษ~ อือออ มันดี~ ยิ้มทั้งตอนเลย😄

    อยู่ๆก็รู้สึกอยากขอบคุณ ขอบคุณจริงๆที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้ได้อ่านกัน อ่านตอนพิเศษแค่ตอนเดียว เรื่องราวของทั้งสองคนก็วนกลับมาอีกครั้ง คาดว่าวันไหนที่คิดถึงเรื่องราวของทั้งสองคนอีกก็จะมาอ่านอีกครั้งให้หายคิดถึง รักๆ
    #10,813
    0
  9. #10754 Jinjoo.K (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 03:11
    น่ารักขนาดนี้อิพี่จะไปไหนรอดเนอะ
    #10,754
    0
  10. #10601 baekbow (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:47
    โง้ยยยยย หวานมากกกก คือยัยน้องก็อยากพูดกับพี่คล่องๆอ่ะเนอะ เอ็นดูมากกก
    #10,601
    0
  11. #10358 studentme (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:40
    น่ารักจีงงงง เขิน
    #10,358
    0
  12. #10357 studentme (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:40
    น่ารักจีงงงง เขิน
    #10,357
    0
  13. #10356 studentme (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:40
    น่ารักจีงงงง เขิน
    #10,356
    0
  14. #10294 moomyoon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 02:07
    อบอุ่นมากเลย ฮือออ
    #10,294
    0
  15. #10270 pp_wert (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 08:40

    งื้ออ น่าร้ากก อบอุ่นมากกก
    #10,270
    0
  16. #10101 BMeesilp (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:34
    ฮือออออ น่าร้ากกกอบอุ่นมักๆเรย
    #10,101
    0
  17. #10085 butterr. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    อบอุ่นใจจจจ ฮื่ออ อยาดร้องไห้ด้วยความตื้นตันนนนน
    #10,085
    0
  18. #10082 ojay2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:57
    น่ารักกกกกก
    #10,082
    0
  19. #10047 SandSeaSun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 09:43
    ชอบที่พี่อวยน้องจัง
    #10,047
    0
  20. #9967 จอฟอ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 15:24

    วอร์มฮาร์ททึมากๆ;-;

    #9,967
    0
  21. #9952 katooyaoi9080 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 11:02
    ชอบมาก.
    #9,952
    0
  22. #9929 Pimnok2124 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:42
    รอหนังสือเลยนะค้าบแงงงงง
    #9,929
    0
  23. #9928 Pimnok2124 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:40
    มันฟีลกู๊ดมากๆเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆนะคะ
    #9,928
    0
  24. #9872 No_nueng (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 21:27
    ขอบคุณไรท์ที่แค่งนิยายดีๆมาให้อ่านคะ

    ได้ทำให้รีดเห็นในหลายมุมมอง
    #9,872
    1
    • #9872-1 09012002(จากตอนที่ 31)
      3 ตุลาคม 2562 / 23:45
      ได้อ่านแค่ตอนแรกก็รู้สึกชอบ มันมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายๆตัวเราเอง รู้ตัวอีกทีก็อ่านจนจบสะแล้ว รอหนังสืออยู่นะคะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่าน^//^
      #9872-1
  25. #9869 nichajeenim2550 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 07:36
    อ่านไปก็เขินไปน่ารักมากๆเลยค่ะ
    #9,869
    0