Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 3 : Chapter 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,273 ครั้ง
    1 พ.ค. 62


Chapter 02


มนุษย์สื่อสารกันได้หลากหลายวิธี

แต่ผมและเขา สื่อสารกันผ่านทางระเบียง



 

ผมเผลอหลับไปตอนหกโมงเพราะรู้สึกปวดกระบอกตา ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกทีตอนสามทุ่มกว่าเพราะได้ยินเสียงดังก๊อกแก๊ก ขาสองข้างหย่อนลงจากเตียงสัมผัสกับพื้นพรมแล้วเดินไปนั่งยองๆลงหน้าตู้ปลาที่เป็นบ้านของคุณชาย คุณชายกำลังเอาขาก่ายกับก้อนหินส่งเสียงดังก๊อกแก๊ก

            ทำไมถึงชื่อคุณชาย แม่เคยถามคำถามนี้ตอนที่ตายกเจ้าตัวเล็กนี่ให้ผม

            เพราะคุณชายน่ะเหมือนผม ขี้อายเหมือนกัน แต่ถ้าเอาจริงล่ะก็กัดเป็นตายเลย

            ผมแปรงฟันล้างหน้าทาครีมให้เสร็จเรียบร้อย เตรียมตัวจะเข้านอนอีกครั้ง แต่ดันนึกไปถึงคำพูดของสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่บอกว่าจะมาคุยตอนมืดๆ

            ทำไมต้องมาคุย ในเมื่อก็ต่างคนต่างอยู่มาได้ตั้งนาน

จะว่าไปวันนี้ข้างห้องเงียบผิดปกติ เขาเริ่มจะสำนึกผิดแล้วหรือเปล่านะว่าเสียงดังรบกวนคนอื่นเขา แล้วที่พูดว่าจะมาคุยเนี่ย พูดจริงหรือหลอกกันแน่

แกร๊ก เพราะความสงสัย ทำให้ผมค่อยๆเปิดประตูกระจกออกแล้วก้าวออกไปยังระเบียงด้านนอก

อ้าว ยังไม่นอนเหรอเสียงทุ้มๆทักทายขึ้นมาทันทีเหมือนกับรออยู่ก่อนแล้ว

นอนแล้ว

            “แล้วไหงตื่นคุณชายปลุก

            ไม่ได้ตอบอะไรเขาไป คืนนี้อากาศเย็นผิดปกติจนผมต้องเดินห่อตัวไปนั่งลงบนหมอนเต่าตัวใหญ่ที่วางทิ้งไว้ด้านนอก มองท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้แสงดาว ลมเย็นๆที่พัดผ่านหน้าวันนี้ พัดพากลิ่นน้ำหอมจางๆของใครสักคนมาแตะจมูก

            ก็อดซิลล่าฉีดน้ำหอมเหรอ

            เมื่อเย็นลืมแนะนำตัว

            “ก็อด

            “รู้ได้ไงน้ำเสียงของเขาฟังดูประหลาดใจปนร่าเริงมีความสุข

            “ก็เสียงดังขนาดนั้น

            เขาคงไม่รู้หรอกว่าตอนเพื่อนเขาตะโกนแหกปากเรียกชื่อเขา มันดังขนาดไหน อยู่ชั้นหนึ่งยังได้ยินเลยมั้ง สัตว์เป็นโหลแล้วตามด้วยชื่อ ก็อด น่ะ เชี่ยก็อด สัสก็อด ควายก็อด

            “ยังไม่หายโกรธเหรอ

            หายแล้ว แต่ถ้าดังอีกก็โกรธอีก

            “จะพยายามไม่ทำอีก

            แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำแล้ว

            การพูดคุยของเราสองคนนั้น คือระหว่างระเบียงห้องสองห้องที่มีกำแพงกั้น ไม่สามารถชะโงกหน้าออกไปมองกันได้ ตลกดีเหมือนกันที่ผมไม่เคยคิดจะทำความรู้จักกับคนข้างห้องเลยตั้งแต่ย้ายเข้ามา จนกระทั่งห้องข้างๆเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งๆที่หนึ่งเดือนผ่านไปเจ้าของห้องส่งเสียงดังเหมือนก็อดซิลล่าถล่มเมือง ผมยังไม่คิดจะพูดอะไรใส่เขาสักคำ ไม่เคยคิดไปเคาะประตูห้องด่าเขา ไม่เคยตะโกนด่าเขา ได้แต่นั่งทนอยู่เงียบๆในโลกของตัวเอง

            ไหงวันนี้มานั่งคุยกันก็ไม่รู้

            “ชวนคุยหน่อยดิ

            เขาคิดผิดมหันต์เลยที่ให้ผมชวนคุย ผมนั่งขมวดคิ้วมองฟ้าอยู่เป็นนาที แล้วก็ตัดสินใจได้ว่า

            ไปนอนละ

            “เดี๋ยว ถามเรื่องชื่อก็ได้ แต่คุณสิ่งมีชีวิตข้างห้องเหมือนจะไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ

ผมเป็นสิ่งมีชีวิตขี้อายที่สร้างเดดแอร์เก่ง ผมสามารถทำให้บทสนทนาตลกขำขันกลายเป็นตลกฝืดได้อย่างง่ายดาย ถ้าเรานั่งมองหน้ากันอยู่ล่ะก็ บทสนทนานี้คงจะจบด้วยคำว่า อืม แล้วผมก็หายเข้าห้องไป

            แต่เพราะไม่ได้เห็นหน้าเขา เลยสามารถพูดคุยได้สบายใจกว่า

            ก็อดนี่ใช่จีโอดีป่ะ

ใช่ ที่แปลว่าพระเจ้า

            “นึกว่าก็อดซิลล่า

            “เอ้าๆ พูดจาไม่ดีนะหนู อยู่ปีอะไรอ่ะเรา

            “ปีหนึ่ง

            “ผมปีสาม ผมรุ่นพี่คุณนะ มาเรียกผมก็อดซิลล่าได้ไง

            พี่เสียงดัง ชอบพังข้าวของ โหวกเหวกโวยวายพอผมพูดออกไปเขาก็เงียบใส่ เงียบได้สักพักถึงได้เคาะระเบียงส่งเสียงก๊องแก๊งอีกครั้ง ดูมีความสุขที่ได้เคาะ แต่หารู้ไม่ว่ามันน่ารำคาญมากๆ

            ถ้าเอาเพื่อนมา มันก็เสียงดังแบบนั้นแหละ

            อือ ผมก็พอรู้อยู่ ยิ่งเพื่อนมากก็ยิ่งเสียงดังมาก

            แต่พอไม่มีเพื่อนมันก็เหงา จะให้พามาคนเดียวคนอื่นก็งอนอีก

            “เพราะแบบนั้นพี่เลยเหงาแล้วมาชวนผมคุยสินะผมถามเสียงแผ่ว หยิบโทรศัพท์มากดเล่นดูนู่นดูนี่ไปพลางๆ

            ใช่ เราต้องรับผิดชอบที่พี่ไม่มีเพื่อนคุย

            แล้วทำไมผมต้องมารับผิดชอบในเมื่อพี่สั่งให้เพื่อนพูดเสียงเบาๆไม่ได้เอง

            บ้านพวกพี่ขายโทรโข่งเหรอ

            ผมไม่ได้พูดออกไป ก็แค่คิดในใจ มองออกไปยังไฟถนนสีส้มๆที่ยังส่องสว่างเป็นทาง

            ทำไมไม่เคยเห็นเลยเขาส่งเสียงแว่วมา

            ผมก็ไม่เคยเห็นพี่เหมือนกัน

            “เราออกไปเรียนกี่โมง

            “ผมตื่นเช้ามาก และกลับช่วงบ่าย คณะผมเรียนไม่เหมือนชาวบ้านเขา

            “คณะอะไร

            “อินเตอร์

            เขาส่งเสียงอ่อมาตามลมเหมือนเข้าใจดีว่าคณะของผมนั้นค่อนข้างจะทำตัวเป็นอิสระจากมหาลัย เพราะแบบนั้นผมเลยใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างสบายใจ 

            “ผมไม่อยากเจอใครด้วย

            “ไม่อยากเจอพี่ด้วยเหรอ

            “ครับ ต่อให้พี่พยายามจะมาดักรอ ผมก็จะไม่คุยด้วย

            “ใจร้ายชิบหายอีกละ

            “ผมชอบอยู่คนเดียว จริงๆแล้วผมคุยไม่เก่ง แต่การได้มีเพื่อนคุยตอนก่อนนอนมันก็ดี

สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่ความรู้สึกเหงา แค่พอมีเพื่อนคุยก่อนนอนก็ดีไปอีกแบบ ผมกลับชอบซะอีกเวลามีคนมานั่งฟังผมบ่น

            แต่ถ้าคุยตรงระเบียงจะออกมาคุยได้ทุกวันใช่มั้ย

            “ครับ ผมอยู่ติดห้องเป็นผีเฝ้าศาลอยู่แล้ว

            เขาเงียบไปอีกครั้ง คงตกใจที่ผมบอกว่าผมเป็นผี เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าผมมีตัวตนอยู่จริงมั้ย หรือเป็นเพียงแค่วิญญาณตามติดที่ตายอยู่ในห้องแล้วไม่อยากทิ้งห้องไปไหน

การพุดคุยของเราสองคนนั้น ไม่เห็นสีหน้าท่าทาง ไม่เห็นแววตา ได้ยินแต่น้ำเสียง มันเลยทำให้ผมรู้สึกดีที่ไม่ต้องคาดหวังอะไรกับแววตาเหล่านั้น หรือแม้แต่สีหน้าที่อาจจะหงอยลงไปถ้าพูดอะไรไม่เข้าหู

ยิ่งไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะรู้สึกอะไรกับเรายิ่งดี

            เขาก็แค่สิ่งมีชีวิตข้างห้อง เป็นก็อดซิลล่าขี้โวยวาย

            เดียว

            “หือ

            “ชอบป๊อกกี้ป่ะคราวนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้น ถ้าหมายถึงป๊อกกี้ที่เขาเอามาให้ก็

            ชอบนะ ผมชอบสตอเบอร์รี่

            “จริงดิแล้วก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงประหลาดใจ

            บังเอิญเหรอ

            “ผมได้มาจากรุ่นน้อง แต่ผมไม่ชอบกินสตอเบอร์รี่ ผมแค่ชอบอะไรที่มันเป็นสีชมพู

            ไม่กินก็เลยเอามาให้ผมสินะ ซึ้งใจจริงๆ

            “ได้มาจากรุ่นน้องนี่ มีคนมาจีบเหรอไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรถ้าเขาบอกว่ามีคนมาจีบ ฟังจากน้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาแล้วนั้น เพื่อนๆที่ชอบมากองรวมกันที่ห้อง เขาคงจะเป็นประเภท extrovert หรือบุคคลที่ชอบการเข้าสังคมเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังตีสนิทเก่งเป็นที่หนึ่ง เขาสามารถทำให้ผมที่ไม่ค่อยกล้าคุยกับใครออกมานั่งคุยกับเขาได้เนี่ย

            มนุษยสัมพันธ์ดีเป็นเลิศสุดๆเลย

            “จะเชื่อป่ะถ้าผมบอกว่าผมเนี่ย หล่อมาก

            แล้วก็หลงตัวเองที่หนึ่งด้วย

            “พี่พูดเองผมไม่เชื่อหรอก

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องหัวเราะเบาๆ

            ลมเย็นๆทำให้ผมเริ่มรู้สึกง่วงอีกครั้งจนต้องอ้าปากหาวออกมา เสียงหาวคงจะดังพอให้ใครอีกคนได้ยิน

            ไปนอนไป ตื่นเช้าไม่ใช่หรือไง

            “อือ

            ผมหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจเล็กน้อย เพราะต้องตื่นเช้าทุกวันเลยไม่อยากนอนดึก กำลังจะก้าวขาเข้าไปในห้องแล้ว แต่ได้ยินเสียงก๊องแก๊งจากระเบียงข้างห้องดังขึ้นมา

            อยากจะบอกเขาจังว่าผมเกลียดเสียงเคาะระเบียง

            ฝันดีเดียวดาย

            ถ้อยคำของสิ่งมีชีวิตข้างห้องทำให้ผมนิ่งไป พลางพึมพำตอบเสียงแผ่ว

            ผมไม่ฝันถึงพี่หรอกครับ

           

            ***

            เช้าวันอังคารยังคงเป็นวันที่แจ่มใส ผมออกจากห้องตั้งแต่เช้าตรู่ แม้เมื่อคืนจะฝนว่าก็อดซิลล่าถล่มประเทศไทย แต่มันไม่มีทางเป็นความจริงแน่ๆเพราะก็อดซิลล่ามีอำนาจไม่เท่านักการเมือง

พอเปิดประตูออกมาจากห้อง วันนี้ก็เจอสิ่งแปลกประหลาดห้อยต่องแต่งอยู่อีกแล้ว

ป๊อกกี้กล่องชมพูใส่อยู่ในถุงพร้อมโพสต์อิทสีชมพูของสิ่งมีชีวิตข้างห้อง

            วันนี้เย็นขอพาเพื่อนมาห้องนะ พอดีรูมเมทมันกลับบ้าน มันกลัวผีเลยพามานอนด้วย

            กลายเป็นเขาต้องมาขออนุญาตผมซะแล้วเหรอเนี่ย

            ผมส่ายหัวนิดๆ ถ้ามาคนเดียวก็โอเคอยู่หรอก คงไม่ทำเสียงดังอะไรมากมาย แต่ถ้ามาหลายๆนี่ยิ่งกว่างานบวช ผมคงต้องนอนเอาหมอนอุดหูอีกครั้ง แล้วคำขอโทษขอโพยเมื่อวานของเขาก็จะตกเป็นโมฆะ

ผมจะไม่ออกไปคุยกับเขาอีก เป็นการบอกชัดเจนว่าผมรำคาญ เพราะนอกจากพี่ไม่มีความเกรงใจแล้ว พี่ยังไม่มีสมองที่จะคิดเองอีก ผมไม่ได้ตอบรับโพสต์อิทใบนั้น ขยำมันโยนทิ้งถังขยะเช่นเคยแล้วลงจากหอพักไปขึ้นรถแท็กซี่เพื่อตรงไปที่มหาลัย

            คลาสยามเช้าวันนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากการทำการทดลองเงียบๆกับกลุ่มเพื่อน พอคลาสสยามเช้าผ่านไป ผมก็มานั่งกินข้าวอยู่ที่เดิมในโรงอาหาร แต่วันนี้เปลี่ยนจากข้าวมันไก่เป็นข้าวผัดไข่ โดยไม่ลืมน้ำสตอเบอร์รี่โยเกิร์ตของโปรด

            ลูปเดิมวนมาอีกครั้ง พอกินเสร็จก็ยกถาดอาหารไปเก็บ โยนแก้วเปล่าลงในถังขยะแล้วเดินออกไปจากโรงอาหาร หลังจากนั้นก็ยืนรอลิฟต์เพื่อที่จะกลับขึ้นไปทำงานต่อ หูสองข้างได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวมาจากทางด้านหลังเล็กน้อย ฟังจากบทสนทนาแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นนักศึกษาต่างคณะที่มากินข้าวที่ตึกนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติซะเหลือเกิน

            ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ผมยืนไถทวิตเตอร์เล่นเรื่อยเปื่อย ก่อนเสียงที่ดังขึ้นด้านหลังจะทำให้นิ้วที่กำลังเลื่อนไทม์ไลน์อยู่ชะงักไป

            “ล่าสุดเห็นว่าเป็นพี่ก็อดมั้ง

            “ที่สูงๆป่ะแก เคยเจอตอนรับน้อง สูงมาก

            “เออ พี่เขาสูงเท่าไรวะ

            “ไม่รู้ว่ะ ร้อยแปดสิบกว่าๆมั้ง

            “แล้วสโมฯจะเอาตัวเขาไปทำไร

            “เห็นบอกจะให้ไปตีกลอง มือกลองคนเก่าแขนหัก

            โคตรซวย

            แล้วเสียงหัวเราะก็ดังไกลออกไป พร้อมกับคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของผม

            ก็อดไหนคงไม่ใช่ก็อดซิลล่าข้างห้องของผมหรอกมั้ง

            เพราะสิ่งมีชีวิตข้างห้องของผมน่ะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่วันๆตีแต่ขวดเหล้า เรื่องตีกลองน่ะเหรอ เป็นไปไม่ได้สุดๆ

            ผมสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป ขึ้นไปเรียนคลาสตอนบ่าย หลังจากนั้นก็ไปหมกอยู่ห้องสมุด ใช้ชีวิตแบบไม้บรรทัดแล้วก็กลับหอพักตอนเย็น

            ผมปิดประตูหน้าห้องลงพลางวางหนังสือวิทยานิพนธ์เล่มใหญ่ลงบนโต๊ะ เดินหายเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำก่อนจะออกมาเปิดตู้เย็นหาน้ำเย็นๆกิน สายตามองหนังสือเล่มโตที่สามารถทับหมาชิวาว่าแบนติดพื้นได้ การแบกวิทยานิพนธ์เล่มใหญ่กลับมานับเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิต

            รู้หรอกว่าไม่ได้อ่าน แต่พออาจารย์บอกว่าจะออกสอบ ก็ดันวิ่งแจ้นไปห้องสมุดก่อนคนแรกเพราะกลัวจะโดนแย่งไป

            เย็นวันนี้อากาศร้อนอบอ้าว ผมสะบัดเสื้อยืดบนตัวของตัวเองเป็นพักๆเพื่อไล่เหงื่อออกจากร่างกาย เอามืออังแอร์ที่ตกกระทบลงมา จนต้องปรับอุณหภูมิไปที่ยี่สิบสามองศา

            กลับมาแล้วนะคุณชาย

            ผมเดินไปนั่งยองๆเล่นกับเจ้าเต่าตัวสีเขียวอยู่สักพัก พอพักผ่อนเสร็จก็หันไปอ่านหนังสือจนฟ้ามืด

            สองทุ่มกว่าเวลาเดิม เสียงคนคุยกันก็ดังขึ้นข้างห้อง พร้อมกับเสียงไขกุญแจและประตูห้องที่ถูกเปิด ผมที่กำลังกดดินสอเล่นชะงักมือลง เงี่ยหูฟังบทสนทนาของสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่กำลังโวยวายใส่เพื่อนอยู่หน้าห้อง

            เสียงดังอีกแล้ว

            โตเป็นควายกลัวผี

            “กูอยู่ไม่ได้จริงๆไอ้ก็อด มึงก็รู้ไอ้ห่าเบียร์แม่งเปิดเดอะช็อคฟังทุกคืน

            “แล้วมึงฟังทำเหี้ยไรอ่ะ

            “เอ้า มีหูก็ต้องฟังมั้ยวะ

            ก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยได้ยินเหรอ

            “อย่าไปเล่นแบบนี้กับใครนะ

            “ทำไม เขาจะตกหลุมรักกูเหรอ

            “เขาจะหาว่ามึงเป็นบ้า!”

            บ้า คนบ้าไรหน้าตาดีขนาดนี้

            เสียงของสองคนนั้นค่อยๆเงียบลงไปเมื่อเดินเข้าไปในห้อง ผนังห้องหอพักน่ะไม่ได้บางอะไรขนาดนั้นหรอก แค่ถ้าตะโกนหรือส่งเสียงดังเกินไปก็จะดังทะลุมา อย่างเช่นเวลาเขาพาเพื่อนมาเชียร์บอล เวลาเขาทะเลาะกับเพื่อน เวลาเขาเมาแล้วนั่งเคาะขวดร้องเพลงเด็กเบญจมา เวลาเขาย้ายข้าวของส่งเสียงดังครืดคราด

            อาจจะเป็นเพราะผมชอบอยู่เงียบๆด้วยล่ะมั้ง ถึงได้ยินเสียงเหล่านั้นชัดเจน ยิ่งเป็นห้องสุดท้ายแล้วด้วย เลยไม่มีเสียงจากห้องอื่นมาคอยกลบ

            ผมหันมาสนใจชีทเคมีต่อ นั่งขีดเขียนมันอยู่สักพักถึงได้ยินเสียงก๊องแก๊งตรงระเบียง คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ และยิ่งมันส่งเสียงดังไม่หยุดยิ่งทำให้ผมไม่ชอบใจ

            เคาะแบบนี้ เขาเห็นผมเป็นหมาจริงๆสินะ

            คนแบบนี้น่ะเป็นมือกลองไม่ได้หรอก เป็นได้แค่มือบอนนั่นแหละ!

            แก๊งๆ

            พอเห็นว่าผมไม่ยอมเปิดประตูออกไปคุยด้วย เขาก็เคาะเสียงดังขึ้นอีก ผมถอนหายใจเสียงแผ่วแล้วเดินไปเปิดประตูกระจก กำมือสองข้างเขย่าๆอยู่ข้างตัวอย่างอารมณ์เสีย เขาส่งเสียงทักทายมาทันที

            เดียวไม่ตอบพี่!”

            “ถ้าพี่เคาะแบบนี้อีกผมจะไม่เปิดประตูมาคุยอีกเลย

            เรารู้จักกันแค่แปปเดียว ผมตัดสัมพันธ์ง่ายกว่าตัดกระดาษอีก ถ้าขืนพี่ยังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้!

            “แต่เดียวไม่ตอบพี่

            “จะให้ผมตอบอะไร

            “โพสต์อิท

            “พี่จะทำอะไรก็เรื่องของพี่ อย่าส่งเสียงดังก็พอ

            ผมเดินกลับเข้าห้องแล้วเลื่อนประตูปิดเพราะวันนี้ไม่อยากจะคุยกับเขา แหงล่ะเขามีเพื่อนคุยแล้ว วันนี้ผมคงไม่จำเป็นเท่าไร ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง คราวนี้พอจะกลับมาเพ่งชีทเคมี สมาธิก็กระเจิงไปหมดแล้ว

            ไอ้ก็อดซิลล่าขี้โวยวาย

            รำคาญ!

            เปลี่ยนมาเป็นนั่งไถทวิตเตอร์เล่นแทน วันนี้หัวข้อสนทนาของชาวทวิตเตอร์ก็ยังเป็นเรื่องการเมืองเช่นเคย มีบ้างก็เรื่องดารา ทั้งดาราไทยและดาราเทศ ผมไล่กดดูตัวอย่างของหนังผีที่กำลังจะเข้าโรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพราะรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ

            ก๊อกๆ

            เสียงเคาะประตูทำให้ผมสะดุ้งตัวโยน มองเงาของใครสักคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ปกติแล้วไม่เคยมีใครเคาะประตูหน้าห้องของผม เพราะผมไม่มีเพื่อนสักคน ดังนั้นคนที่จะเดินมาเคาะได้มีอยู่สองคนเท่านั้น

            หนึ่ง พี่พนักงานหอพัก

            สอง สิ่งมีชีวิตข้างห้อง

            ส่วนสามนั้นน่าจะเป็นพลังงานบางอย่างที่ไม่ใช่คน

            ผมนั่งจ้องเงานั้นอยู่สักพัก ได้ยินเสียงเหมือนเขากำลังทำอะไรสักอย่างหน้าประตู ก่อนเงาดำๆนั่นจะเดินหายออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังขึ้นข้างห้อง

            ชัดเลย

            ก็อดซิลล่าจอมโวยวาย

            เมื่อมั่นใจว่าเขาไม่อยู่หน้าห้องแล้ว ผมเลยขยับตัวลงจากเตียง วิ่งไปที่ประตูห้องแล้วเปิดมันออก

            โพสต์อิทสีชมพูแปะอยู่บนบานประตูอย่างที่คิดไว้

            ผมดึงมันออกมาไว้ในมือ ดูข้อความที่เขาเขียนส่งมาให้

            เดียวจะไม่ตอบโพสต์อิทพี่ก็ได้ แต่อย่าปิดประตูใส่พี่ได้มั้ย

            แล้วผมก็ได้เรียนรู้อีกอย่างว่า

            สิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้น ขี้ใจน้อยสุดๆ

            ข้อความของเขาทำให้ผมรู้สึกผิดที่ปิดประตูใส่หน้าเขา เพราะแบบนั้นผมเลยค่อยๆปิดประตูห้องลง เดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง มือที่กำลังจะขยำโพสต์อิทเปลี่ยนเป็นแปะโพสต์อิทสีชมพูลงบนโต๊ะอ่านหนังสือแล้วเดินไปเปิดประตูกระจกริมระเบียงออกอีกครั้ง

            โกรธพี่เหรอ

            “ผมไม่ชอบที่พี่เคาะระเบียง มันเหมือนผมเป็นหมา

            “แต่เดียวไม่ตอบพี่ พี่เลยไม่รู้จะทำยังไง

            “แต่วันนี้พี่มีเพื่อนมานอนด้วย

            “มันหลับไปแล้ว มันไม่ได้นอนมาสองวันเต็มๆเพราะกลัวผีขึ้นสมอง

            ผมเงียบไป ไม่ได้ตอบอะไรเขา ทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนเต่าแล้วถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย

            พี่ติดผมหรือเปล่า ถ้าพี่ติดที่จะต้องมานั่งคุยกับผมทุกวันล่ะก็ ผมไม่อยากให้พี่ทำแบบนั้น

            “ทำไม

            “ผมชอบอยู่คนเดียว ยังไงวันหนึ่งผมก็จะเลิกคุยกับพี่

            “เดียว

            “ผมไม่อยากให้พี่มาเสียใจทีหลังถ้าวันหนึ่งผมเมินพี่

            “เดียวเขาเรียกชื่อผมถึงสองครั้งติด ทำให้ผมขมวดคิ้วเป็นโบว์เบ้อเริ่ม

            อะไร

            “พี่ไม่ได้ถาม

            ผมถลึงตาใส่กำแพง ส่งเสียงหลงใส่เขาทันที

            พี่ก็อด!”

            “พี่แค่อยากรู้ว่าถ้าจะเรียกเดียวต้องทำยังไง

            ปวดกบาลกับผู้ชายคนนี้ นี่เขาไม่ได้ฟังสิ่งที่ผมพร่ำพรรณนาออกไปเลยสักอย่าง เหมือนไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองสนใจก็ปล่อยหูทวนลมไปซะอย่างนั้น ดีนะที่ไม่ได้คุยกันต่อหน้า ไม่อย่างนั้นผมคงจะได้เตะเขาปลิวตกท่อไปไม่ต่างจากแมลงสาบไร้ประโยชน์แถมยังทำตัวน่ารำคาญ

ส่วนเรื่องที่เขาถาม ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไง แต่ผมไม่ชอบเสียงก๊องแก๊งเวลาเขาเคาะระเบียง

กริ๊งๆ

จู่ๆเสียงเพราะหูก็ดังขึ้นจากระเบียงข้างห้อง มันไม่ใช่เสียงก๊องแก๊งเคาะสนิม แต่เป็นเสียงใสกังวานเหมือนกับกระดิ่ง ผมขยับตัวจากนั่งเป็นไปเกาะระเบียงเอาไว้แล้วเงี่ยหูฟังเสียงนั้น

กระดิ่งเหรอ

กระดิ่งลมแก้วของญี่ปุ่น เห็นมันสวยดีเลยซื้อมา

หน้าตาเป็นไง

หล่อเหมือนพี่

แหวะ อยากจะอ้วก

ชอบมั้ย เสียงนี้ผมคลี่ยิ้มนิดๆ แล้วพยักหน้า แม้เขาจะไม่เห็นก็เถอะ

เพราะดี

เรียกแบบนี้ไม่โกรธใช่ป่ะ

อือ

มึงคุยกับใครวะก็อดเสียงโวยวายของเพื่อนเขาดังออกมาจากห้อง สิ่งมีชีวิตข้างห้องหันไปโวยวายใส่เพื่อนด้วยความเร็วแสงเหมือนการด่าเพื่อนเป็นเรื่องปกติของเขา

เสือก กูคุยกับผีสางนางไม้ อยากออกมาคุยด้วยมั้ย

เหี้ยก็อด กูคิดถูกมั้ยเนี่ยมานอนกับมึง!”

ไม่ต้องมานอนก็ได้นะ แม่ชีข้างห้องกูรำคาญ

แม่ชีนี่เขาเปรียบผมเป็นแม่ชีเนี่ยนะ

ผมนอนละ

เดี๋ยวเดียว เดียว

ผมปิดประตูกระจกลงแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน พยายามข่มตาหลับอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งริมระเบียง แต่เขาคงไม่ได้เรียกผมหรอกเพราะผมได้ยินเสียงปิดประตูกระจกจากห้องข้างๆแล้ว

เขาคงจะแขวนมันไว้ริมระเบียง

เพราะมันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งไพเราะไปทั้งคืนเลย



// เอาเสียงกระดิ่งของคุณก็อดมาให้ฟังค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.273K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11239 phoyphaylin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 01:16
    ชอบอ่านจากก็อดเป็นก็ อด
    #11,239
    0
  2. #11225 mnrฯ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:16
    อิพี่5555
    #11,225
    0
  3. #11221 ณัชา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 13:37

    ความเปิดเดอะโกสฟังทุกคืนนั้น เหมือนเราเลย

    #11,221
    0
  4. #11106 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:14
    อิพี่นี่ตืื๊อสุด จีบอยู่ดูออกก แต่เสียงกระดิ่งคิดว่ามันน่ารำคานมากกว่านะ55555555555555
    #11,106
    1
    • #11106-1 ข้ามีนามว่าสาววาย(จากตอนที่ 3)
      14 มกราคม 2564 / 18:40
      คือเราว่าแล้วแต่บุคคลนะคะเราว่าเสียงกระดิ่งช่วยให้เราหลับสบายดีแหะๆ
      #11106-1
  5. #11050 `daydream// (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 08:13
    พี่เค้าอยากคุยด้วยอะน้องเดียวววว
    #11,050
    0
  6. #11034 ๐Eunice๐ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 08:28
    ไม่เห็นด้วยอยู่อย่างนึง อิเสียงกระดิ่งนี่แขวนไว้แล้วน่ารำคาญมากค่ะ กุ๊งกิ้งทั้งวัน
    #11,034
    0
  7. #10936 pommys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 15:45
    เอามาง้อรึเปล่าน๊าาา
    #10,936
    0
  8. #10909 tripleM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 04:19
    พี่ก็อดขี้น้อยใจจจ5555
    #10,909
    0
  9. #10892 0989719982 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 23:13
    ชอบกระดิ่งลมจังเลย ชอบเสียงมันอยู่เเล้วพอเห็นรูปนี้ยิ่งชอบไปอีก
    #10,892
    0
  10. #10832 020540 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    เราอยากได้GIF กระดิ่งลมแก้วอ่า

    ขอได้ใหมคะ ลอกไปหาในgoogleแล้วไม่มี
    #10,832
    0
  11. #10791 Naphat69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 08:32
    โอ้ยยยใจละลายแล้วพี่ก็อด งื้ออออออ ชอบเรื่องนี้
    #10,791
    0
  12. #10763 rnhaha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:22
    ชอบที่สุดในโลกกกกㅜㅜ
    #10,763
    0
  13. #10718 Jinjoo.K (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:11
    อิพี่มีความกวนตรีนใช้ได้55555555 ส่วนน้อง ถ้าตัดเรื่องขี้อายเวลาต่อหน้าคนไป คิดว่าก็ไม่เบานะเจ้าเด็กคนนี้
    #10,718
    0
  14. #10709 Earn0624 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:45
    ความพี่ไม่ได้ถาม พี่ก็อดดดด!
    #10,709
    0
  15. #10679 IiIingg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 13:41
    ความวอแวอ่ะ5555555
    #10,679
    0
  16. #10631 goi_iog (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 09:24
    พี่ก็อดคือความกวนทรีนของโลกใบนี้ 555
    #10,631
    0
  17. #10618 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:57
    เมื่อไหร่น้องจะได้คุยต่อหน้ากับพี่ซักที
    #10,618
    0
  18. #10589 Wafuii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:48
    ขี้น้อยใจอะเรา
    #10,589
    0
  19. #10564 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:57
    น้องงงงง หนูชอบถูกเรียกด้วยเสียงกระดิ่งหรอ เอ็นดูน้องอ่ะ // เอาจริงๆก็อดน่ารักเหมือนกันนะ มีความน้องปิดประตูใส่แล้วน้อยใจ เดียวก็น่ารักนะชอบอยู่คนเดียวเงียบๆแต่เห็นพี่น้อยใจอ่ะคุยด้วยก็ได้ // แต่ก็อดก็มีความกวนเหมือนกัน พอน้องพูดเรื่องที่ไม่ได้สนใจก็ถามว่าใครถามซะงั้น น่าทุบมาก
    #10,564
    0
  20. #10502 Bopazi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:48
    คนพี่วอแวเก่งมากก รอน้องเปิดใจมากขึ้น 555
    #10,502
    0
  21. #10446 meowten_0227 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 14:10
    ขำอะไรไม่รู้ แต่ขำ 5555
    #10,446
    0
  22. #10351 View_Aranya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 05:39
    เล่นตัวเบอร์10ถูกมะ แล้วเมื่อไหร่หนูจะได้ผัว555
    #10,351
    0
  23. #10316 A-minus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 15:16

    ชอบมูดแอนด์โทนของเรื่องนี้จังเลยค่ะ มีความน่ารัก บรรยากาศเบา ๆ สบาย ๆ เขิน ๆ ดี

    #10,316
    0
  24. #10315 Beenaa94 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 11:41
    ขำความร้องเพลงเด็กเบญจมา 555
    #10,315
    0
  25. #10206 GSstory (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:09
    เขินอ่ะ อิพี่กวนตีน 555
    #10,206
    0