Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 29 : Chapter 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,116 ครั้ง
    5 ก.ค. 62


Chapter 28


คนที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก

ยิ่งกับคนรักแล้ว เป็นคนที่น่ารักนะ

 

เสียงนกร้องจิ๊บๆทำให้ผมที่กำลังปิดประตูห้องพักอาจารย์สอดสายตาหาเจ้าของเสียงนั้น เจ้านกกระจอกตัวเล็กที่วิ่งไล่กันอยู่บนกำแพงปูนกับลมพัดเย็นสบายทั้งๆที่พระอาทิตย์ตรงเด่อยู่เหนือศีรษะ ผมคลี่ยิ้มจางๆพลางมองต้นไม้ต้นใหญ่ กลุ่มก้อนใบไม้เป็นพุ่มๆราวกับก้อนเมฆเคลื่อนตัวไปมาตามแรงลมส่งเสียงฟู่ฟ่าเหมือนเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง

            มองจากทางด้านบนเห็นเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งที่กำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนม้าหินในสวนใต้ตึกคณะ พี่ก็อดนอนหลับตาพริ้ม วันนี้เจ้าตัวสวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยเสื้อช็อปสีกรม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาดูดีมากๆเวลาแต่งตัวแบบนี้

            เหมือนเจ้าชายเลยเนอะ

            แต่เป็นเจ้าชายสายโหดน่ะนะ

อ้าว เดียว

            เสียงใสๆคุ้นหูดังขึ้นระหว่างที่ผมกำลังเดินลงบันไดจากชั้นสาม ผมละสายตาจากรองเท้าผ้าใบสีขาวของตัวเองและขั้นบันไดที่กำลังกระโดดข้ามเล่นอยู่ เงยหน้าขึ้นไปมองผู้หญิงตัวเล็กภายใต้ชุดนักศึกษาที่กำลังส่งยิ้มมาให้ พี่ปิ๊งยืนอยู่หน้าห้องสโมสรนักศึกษา ในมือถือลังกระดาษใบไม่ใหญ่ไม่เล็กเต็มไปด้วยเอกสาร ก่อนเธอจะวางมันไว้บริเวณด้านหน้าห้อง

ยังสอบไม่เสร็จเหรอ

เสร็จแล้วครับมา...ส่งงานเฉยๆ

จะกลับแล้วเหรอแม้ปากจะถาม แต่เจ้าตัวกลับหันไปวุ่นวายกับการจัดข้าวของที่รกเลอะเทอะ ผมชะเง้อมองซ้ายขวา พอไม่เห็นมีใครมาช่วยพี่ปิ๊งก็เลยคิดว่าให้พี่ก็อดรออีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะว่าหลังจากส่งงานเสร็จเรามีนัดไปกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย

พี่ปิ๊งเซไปเล็กน้อยเมื่อแบกลังใบใหญ่ทำให้ผมต้องรีบปรี่เข้าไปช่วยเจ้าตัวถือ

แม้ตัวผมจะปิดเทอมแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังสอบกันไม่เสร็จ เลยไม่ค่อยแปลกใจที่จะเจอพี่ปิ๊ง หรือนักศึกษาบางตาที่ยังคงนั่งติวกันอยู่ใต้ตึก

            “ไม่ต้องก็ได้

            “ไม่เป็นไรครับผมต้องลงทางนี้อยู่แล้ว

            “งั้น รบกวนหน่อยนะผู้หญิงตาสวยตรงหน้าวางลังใบหนึ่งลงบนมือของผม แล้วหันกลับไปหยิบอีกลังขึ้นมาถือ เราสองคนเดินแบกลังกระดาษลงไปยังชั้นล่าง เพื่อตรงไปยังล็อคเกอร์เก็บของ

            ขอโทษทีที่ต้องให้มาช่วย ปิดเทอมทีไรก็ต้องเคลียร์ของออกจากห้องสโมบ้าง มันรกจนหนูจะมาทำรังละ

            แล้ว...คนอื่นล่ะครับ

            “ติดสอบ บางส่วนก็กลับบ้านต่างจังหวัดกันไปตั้งแต่เมื่อวานซืน พี่เลยต้องแบกของขึ้นลงอยู่คนเดียว

            พอได้ยินแบบนั้น จากที่คิดว่าแบกแค่ลังเดียว ผมเลยช่วยพี่ปิ๊งแบกลังทั้งหมดที่กองอยู่หน้าห้องลงมาไว้ที่ล็อคเกอร์ด้านล่างเพราะไม่อยากให้เจ้าตัวต้องเดินขึ้นเดินลงคนเดียว ตัวพี่แกเล็กกว่าผมอีก ขืนให้แบกทั้งหมดนั่นมีหวังได้เป็นลมเป็นแล้งไปก่อนแน่ๆ

            ขอบคุณนะน้องเดียว ว่าแต่ติดธุระไปไหนหรือเปล่า ไปกินข้าวกันมะ พี่เลี้ยงเอง ตอบแทนที่มาช่วยยกของ

            “อ่าพอดีผมมีนัดกับพี่ก็อด

            “อ่อพี่ปิ๊งร้องเสียงแผ่ว เรื่องก็อด โอเคแล้วใช่มั้ย พี่เห็นแฟนคลับออกมาขอโทษแล้วนี่

            “ครับ

            “ดีจังนะเจ้าตัวขยับลังกระดาษเข้าไปไว้ในซอก แม้บนใบหน้าจะมีรอยยิ้ม แต่ผมก็สังเกตเห็นได้ชัดว่าจริงๆแล้วพี่ปิ๊งน่ะคงจะรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่แน่ๆ

            พี่ปิ๊ง…”

            “หืม

            “ตอนนั้นแฟนคลับของพี่ก็อดได้ออกมา...ขอโทษพี่บ้างหรือเปล่า

            พี่ปิ๊งน่ะโดนหนักกว่าผมอีก แต่ก็ไม่เห็นมีใครพูดเลยว่าแฟนคลับออกมาขอโทษพี่ปิ๊ง เหมือนทุกคนแค่ลืมมันไปว่าครั้งหนึ่งเคยทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเสียใจ

            คนตรงหน้าเงียบเสียงไป พยายามหยิบจับอะไรรอบตัวเหมือนไม่อยากให้มือว่าง ผมแตะไหล่พี่ปิ๊งเบาๆ แค่เพียงแตะไหล่เธอก็สะดุ้งโหยงเหมือนใจกำลังลอยไปที่อื่น

            ไม่หรอก ตอนนั้นไม่ได้เคลียร์อะไรซักอย่างเลยมั้ง ก็แค่หายจากกันไป ไม่ได้พูดไรกันต่อ เรื่องที่มันยังค้างคาก็ปล่อยให้มันค้างคาอยู่แบบนั้น แต่พี่ก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วนะ ปล่อยผ่านได้ก็ปล่อยผ่านไปนั่นแหละ

            แย่จังเลยนะ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้พี่ปิ๊งได้รับคำขอโทษบ้าง แต่ลำพังผมคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้ นอกซะจากว่าให้พี่ก็อดช่วยพูดอีกแรง

            “เอ่อถ้าพี่ไม่ติดอะไรไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ

            “บ้าเหรอ ให้พี่ไปก็เป็นก้างขวางคอสิเธอหัวเราะนิดๆ

            ไม่เป็นไรครับไปด้วยกันนะ

            ก็พี่ปิ๊งน่ะ เป็นเพื่อนของพี่ก็อดแล้วนี่นา มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องรู้สึกแย่ๆกับเธอ

            ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

           

             ***

            บรรยากาศกระอักกระอ่วนบนโต๊ะอาหารมันแปลกไปจากเดิม จากที่พี่ก็อดกับพี่ปิ๊งเคยพูดคุยกันได้อย่างสบายๆในวันนั้น วันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาไม่ค่อยอยากจะเจอหน้ากันสักเท่าไร

            จริงๆแล้วจุดประสงค์ที่ชวนพี่ปิ๊งมา เพราะอยากให้ปรับความเข้าใจกับพี่ก็อด ผมไม่รู้ละเอียดว่าพี่ปิ๊งเคยมีเรื่องกับแฟนคลับพี่ก็อดหนักขนาดไหน รู้แค่ว่าตอนนั้น พี่ก็อดไม่ได้เคลียร์อะไรให้มันชัดเจนเหมือนกับเรื่องของผม เลยอาจจะทำให้พี่ปิ๊งรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า

            พี่ก็อดนั่งเขี่ยแครอทในจานไปมา ส่วนพี่ปิ๊งก็ได้แต่ดูดน้ำมะม่วงปั่น วางแก้ว สักพักก็หยิบมันกลับมาดูดใหม่

            ผมที่เป็นคนกลางเองก็พูดไม่ค่อยเก่งด้วย กลายเป็นว่าใบ้กินกันทั้งโต๊ะ

            จนกระทั่งเสียงเจื้อยแจ้วของใครบางคนดังขึ้นมานั่นแหละ

            ไอ้ห่าเรียกกูออกมาตอนนี้เนี่ยนะ ไอ้เบลไม่ตบหน้ากูก็ดีแค่ไหนละ

            “มึงนั่งมอไซค์หรือมึงขี่เต่ามาวะ ช้าชิบหาย

รีบสุดแล้วไอ้ควาย รีบกว่านี้เดอะแฟลชละกูอ่ะ

แย่!” พี่ก็อดโวยวายใส่พี่บิวที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆ ดูจากสภาพเสื้อยืดตัวใหญ่ที่ยับยู่ยี่ กลุ่มผมที่กระเซอะกระเซิงถูกรวบไปด้านหลังแบบลวกๆ คงจะรีบมากอย่างที่บอกนั่นแหละ เจ้าตัวขยับปากบ่นอุบอิบพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่ปิ๊ง

            มาได้ไงพี่ปิ๊งถามพี่บิว จะว่าไปทั้งคู่ดูสนิทกันเป็นพิเศษตั้งแต่เรื่องพี่เจน เห็นพี่ปิ๊งบอกว่าเป็นพี่บิวนั่นแหละที่ไปเล่าเรื่องพี่เจนให้เจ้าตัวฟัง ถึงได้พาพี่เจนมาปรับทัศนคติกับผมและพี่ก็อด

            ไอ้ก็อดเรียกเรามาอ่ะดิ บอกว่าปิ๊งมากินข้าวด้วย อยากให้เรามานั่งเป็นเพื่อน

            พี่ปิ๊งเม้มริมฝีปากแน่น มืออีกข้างกำแก้วมะม่วงปั่นจนได้ยินเสียงดังกร๊อบ

            ข้าวน่ะกินเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ถ้าไม่สบายใจ เราไปก็ได้นะ

            “เดี๋ยวคุณก็อดซิลล่าร้องท้วงเอาไว้ ไม่ได้ไม่สบายใจ ที่เรียกบิวมา เพราะกลัวว่าปิ๊งจะไม่สบายใจที่ต้องมากินข้าวกับผมมากกว่า

            “เราโอเคดี อีกอย่างไม่เห็นจำเป็นเลย ถ้าบิวยุ่งไม่ต้องมาก็ได้

            “บ้า เราไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องปิ๊งนี่แหละเราถึงรีบมาพี่บิวส่งยิ้มให้กับคนตัวเล็กข้างๆเธอ แล้วมึงอ่ะไอ้สัส มีปัญหาอะไรกับปิ๊ง ไม่ใช่ว่าเลิกคุยกันแล้วเหรอ

            “กูไม่ได้มีปัญหา กับปิ๊งก็เพื่อนกัน

            “แล้วยังไง

            ผมค่อยๆยกมือขึ้นแทรกเหมือนกับเด็กที่กลัวว่าการยกมือในห้องเรียนจะทำให้ถูกคุณครูดุ

            “ผมเป็นคนชวนพี่ปิ๊งมากินข้าวเองครับผมพูดเสียงแผ่ว ผมแค่อยากให้พี่ปิ๊งรู้ว่าเมื่อตอนนั้นพี่ก็อดไม่ได้ไม่ใส่ใจพี่ปิ๊งพี่ก็อดอาจจะแค่ยังไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับแฟนคลับยังไง

            ทุกเสียงรอบตัวเงียบลง เหลือเพียงแค่เสียงนกจิ๊บๆที่แอบมากินเศษข้าวบนโต๊ะอาหารข้างๆ เหมือนในรายการตลกที่เวลาใครคนหนึ่งเล่นมุกแป้กแล้วจะมีเสียงกาเป็นเสียงประกอบ

            เรื่องนี้เองอ่ะเหรอพี่บิวถอนหายใจเบาๆ เดียวคิดว่าปิ๊งน้อยใจเรื่องแฟนคลับก็อดเหรอ

            พยักหน้าตอบพี่บิวรัวๆก่อนจะได้เป็นฝ่ามือใหญ่ๆของพี่ก็อดที่ขยี้ลงมาบนศีรษะ

            คิดมากอีกละ

            “ผมเปล่าสักหน่อยก็แค่ถ้าพี่จะเป็นเพื่อนกันก็น่าจะเคลียร์เรื่องที่มันค้างคา...ไม่ใช่เหรอ

            พี่ๆเงียบกันไปอีกครั้ง ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทำหน้าแบบไหนกันเพราะสายตาของผมตอนนี้มองจ้องไปยังมะเขือลูกเล็กๆที่กระจัดกระจายตัวอยู่ในจานหลังจากที่กินแกงเขียวหวานไก่กรอบแล้วเขี่ยมันออก จ้องมันเหมือนกับว่าไม่รู้จะเอาสายตาไปโฟกัสตรงไหน

            “เดียวพี่ปิ๊งพูดขึ้นมาทำให้ผมต้องเงยหน้าไปสบตากับเจ้าตัว น่าแปลกที่กับพี่ปิ๊งนั้น ผมไม่รู้สึกว่ามันฝืนเลยในการสบตากับเธอ เพราะพอมองพี่ปิ๊งแล้ว ผมเหมือนเห็นตัวเองที่กำลังสะท้อนกลับมา เปราะบางแต่ก็เข้มแข็งไปพร้อมๆกัน

            ขอบคุณนะที่เป็นห่วงพี่ ก็จริงแหละที่พี่น้อยใจว่าทำไมตอนนั้นก็อดถึงไม่พูดอะไรให้ชัดเจนบ้าง แต่อดีตมันก็คืออดีต มันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลอะไรนะ

ผมแค่เข้าใจในสิ่งที่พี่เจอมา

พี่รู้ เพราะเราสองคนน่ะคล้ายกัน เพราะแบบนั้นพี่เลยไม่อยากให้เดียวแคร์คำพูดคนอื่น พี่น่ะเจออะไรมาเยอะ เจอทั้งด่าทอ ทั้งสาปแช่ง เพราะพี่แคร์คำพูดคนอื่นมากกว่าคนข้างตัว พี่ถึงตัดสินใจพลาด แต่ทุกวันนี้พี่ก็ผ่านมันมาได้แล้ว แล้วก็คิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดด้วย

            ขอโทษด้วยนะ สำหรับที่ผ่านมาน้ำเสียงทุ้มๆโพล่งขึ้นหลังจากนั่งเขี่ยแครอทจนพอใจ รู้แหละว่าตอนนั้นทำอะไรไม่ดีหลายอย่าง ทำให้ปิ๊งเจ็บปวดก็เยอะ แต่ก็อย่างที่เดียวว่า ถ้าจะเป็นเพื่อนกันก็ไม่อยากให้มันค้างคา

            “เราไม่ได้โกรธไรก็อดเลย เรื่องแฟนคลับก็ไม่ได้สนใจแล้ว ก็แค่บางทีมันหวนกลับไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะเก็บเอามันมาทำให้ปวดหัวหรอก

            “ดีแล้ว เข้มแข็งขึ้นก็ดีแล้ว คำพูดของคนอื่นมันก็แค่ลมปาก ปล่อยผ่านไปนั่นแหละ

            “อื้ม ขอบคุณนะ

            “แต่ถ้าใครด่าปิ๊งอีก กูเนี่ยแหละจะตบให้ฟันร่วงพี่บิวออกตัวปกป้องคนข้างตัวอย่างเห็นได้ชัดปากเก่งแต่ในจอ เจอนอกจอหน่อยมั้ยล่ะ อิโถ่เอ้ย หัวหดกันเป็นแถบ

            โหดจังมึงอ่ะ ชอบปิ๊งเหรอถามจริง

            “เสือก

            “เอ้า โดนด่าเฉย งั้นถามปลอมก็ได้ ชอบปิ๊งเหรอ

            “เสือกอีก

            “น่ะ เสียอาการ

            พี่ปิ๊งหัวเราะออกมาพร้อมกับตบไหล่พี่บิวเบาๆ

            บิวไม่ได้ชอบปิ๊งหรอก แต่บิวเป็นคนที่คอยอยู่ข้างเรามาตลอดอ่ะ ทั้งตอนที่เรารู้สึกแย่และตอนที่เราเศร้า

            “เห็นมะ กราบตีนกูซะไอ้ก็อด กูเนี่ยเป็นคนคอยตามเก็บงานให้มึงตลอด

            “จ้าแม่ ขอบคุณจ้า

            “เอาใหม่ มึงต้องขอบคุณกูที่ดูแลปิ๊งให้

            “ขอบคุณที่ดูแลปิ๊งครับแม่

            พอเห็นบรรยากาศที่อึดอัดค่อยๆคลายตัวลงแล้วผมก็รู้สึกโล่งใจ

            ถ้างั้นขอตัวก่อนนะ ฝากเก็บจานหน่อยนะบิว มีเด็กต้องสั่งสอน

พี่ก็อดหยัดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับคว้าเสื้อช็อปของเขาที่พาดอยู่บนเก้าอี้พาดบ่าเอาไว้ พี่ปิ๊งขมวดคิ้วมองมาอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ก็อดจะสื่อ พอๆกับผม

            มีก็แต่พี่บิวนั่นแหละที่ดูจะรู้ว่าพี่ก็อดนั้นหมายความว่ายังไง

            อย่ารุนแรงกับน้องนะมึงอ่ะ อย่างน้อยน้องก็ทำให้มึงกับปิ๊งกลับมามองหน้ากันติด

            “ก็อดจะทำอะไรเดียวเหรอ

            “สั่งสอนไงปิ๊ง

            สั่งสอน? เขาจะสั่งสอนอะไรผม

            สั่งสอนทำไมอ่ะ เดียวทำอะไรผิดเหรอ

            “เอ้า มีที่ไหนไปชวนแฟนเก่ามานั่งกินข้าวด้วยทั้งๆที่ตัวเองเป็นแฟนใหม่ ผิดผี!”

            เอ๋

            “แต่เราไม่ใช่แฟนเก่าก็อดนะบิว

            “ก็เกือบเป็นนั่นแหละ

            ยังไม่ทันจะได้พูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมพี่ก็อดก็ลากแขนผมออกไปจากโรงอาหาร ผมได้แต่กะพริบตาปริบๆเดินตามเขาต้อยๆ ผมไม่รู้ว่าพี่ก็อดจะไปไหน รู้แค่ว่าเขาเดินไปเรื่อยๆจนเราสองคนมาหยุดยืนอยู่ที่สวนหลังตึกที่ไร้ผู้คน ต้นไม้ต้นใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ให้ร่มเงา ผมยืนมองบ่อบัวตรงหน้าเงียบๆ บ่อบัวที่มองลงไปไม่เห็นตัวปลา เห็นเพียงแค่เงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ พลันนึกไปถึงคำพูดที่พี่บิวบอก

            มีที่ไหนไปชวนแฟนเก่ามานั่งกินข้าวด้วยทั้งๆที่ตัวเองเป็นแฟนใหม่

          ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ

          ถามจริงพี่ก็อดพูดขึ้นมา ขายาวๆก้าวมาหยุดยืนข้างผม อุ่นไอความร้อนจากร่างกายของเขาปะทะเข้ามาทันที

            คะครับ

            จู่ๆน้ำเสียงก็ตะกุกตะกักขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

            “ไปชวนคนคุยเก่าพี่มากินข้าวกับพี่เนี่ย ไม่หึงบ้างเหรอ

            “แต่ว่า…”

            “แถมไม่ถามพี่ซักคำ จู่ๆพาปิ๊งเดินมาแล้วบอกไปกินข้าวกันเฉยๆเลยเนี่ยนะ

            “ผมไม่ได้ตั้งใจ

            “เป็นคนอื่นหึงเลือดขึ้นตาแตกแล้วมั้ง

            “ก็พี่กับพี่ปิ๊งเป็นเพื่อนกันแล้ว…” ไม่ใช่เหรอ

            “เอาใหม่ พี่กับปิ๊งเป็นเพื่อนกันดีอยู่แล้ว เรื่องค้างคาก็ไม่ได้ติดใจอะไร แล้วถ้าพี่กลับไปคุยกับปิ๊ง เดียวไม่หึงเหรอ น้ำเสียงทุ้มๆที่ดังห่างๆอยู่เมื่อกี้ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าลมหายใจของพี่ก็อดนั้นคลอเคลียอยู่ข้างหู ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้น

            ถ้าพี่คุยไลน์กับปิ๊ง ถ้าพี่ทักทายปิ๊ง ถ้าพี่ยิ้มให้ปิ๊ง เดียวไม่หึงพี่เหรอ

            “…”

            ฝ่ามือสองข้างของผมกำหมัดแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเริ่มจะผิดจังหวะ

            ถ้าพี่ก็อดคุยไลน์กับพี่ปิ๊งโดยที่ผมไม่รู้ ถ้าพี่ก็อดทักทายพี่ปิ๊งทุกครั้งเวลาเจอหน้า ถ้าพี่ก็อดยิ้มให้คนอื่นนอกจากผม รอยยิ้มอบอุ่นที่เขามักจะส่งมาให้ผมเพียงคนเดียวเสมอๆ

            ไม่เอาไม่อยากให้ทำแบบนั้น

            “หะ…”

            “หืม

            หึง

            “หืม ว่าไงนะ ขอเสียงดังๆหน่อยสิ

            “หึง!” ผมกระชากแขนเสื้อยืดสีดำของคนข้างตัวพลางขยำมันแน่น ความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาบนใบหน้า แยกไม่ออกเลยระหว่างความเขินที่ก่อตัวขึ้น กับความรู้สึกแปรปรวนที่เรียกว่าหึง และ หวงเขาจนร้อนรุ่มไปหมด

            ผมแค่อยาก...ให้พี่กับพี่ปิ๊งเคลียร์กันแต่ไม่ได้อยากให้พี่ทำแบบนั้น

            “ทำแบบนั้นนี่แบบไหนเหรอครับ

            หันไปสบตากับพี่ก็อดแล้วจ้องมองเขาเขม็ง พี่ก็อดดูตกใจที่จู่ๆแววตาของผมก็แข็งกร้าวขึ้นมา

            ห้ามไปยิ้มให้ใครนะ

            “เดี๋ยว…”

            “ห้ามยิ้มให้คนอื่นแบบที่ยิ้มให้กับผม

            “เดียว

            “ไม่ยอมจริงๆนะ

            “เชี่ยคนตรงหน้าสบถเสียงแผ่ว ก่อนพี่ก็อดจะสะบัดเสื้อช็อปของเขาออกแล้วคลุมศีรษะของผมเอาไว้ ในเวลาเพียงแค่กะพริบตา ริมฝีปากของเขาก็แตะลงบนริมฝีปากของผมภายใต้กำบังของเสื้อช็อปตัวใหญ่ของเขา ลิ้นร้อนๆที่แตะลงบนริมฝีปากทำให้ผมต้องหดคอหนี พี่ก็อดกดจูบลงมาจนผมรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้น

            มันไม่ใช่จูบแผ่วเบาอีกแล้ว มันเป็นจูบที่ทำเอาร่างกายของผมอ่อนปวกเปียกไปหมด

            เขาถอนริมฝีปากออกไปพร้อมๆกับเสียงหอบหายใจของผมที่ยังคงดังแผ่ว

            แค่จะแกล้งเล่นๆ ทำไมต้องน่ารักวะ

            ได้แต่อ้าปากพะงาบๆเป็นปลาขาดน้ำอยู่พักใหญ่ๆ จนพี่ก็อดหัวเราะออกมา

            “นิสัยไม่ดีผมผลักไหล่คนตัวสูงแรงๆจนหลุดออกจากการเกาะกุมของเขา ลมเย็นๆที่พัดผ่านใบหน้าหลังจากที่หลุดพ้นออกจากร่มเงาภายใต้เสื้อช็อปทำให้ผมสามารถโกยอากาศเข้าปอดได้ถนัด

            แต่หัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวเหมือนเตาอบเนี่ย มันทำให้หายไปยากซะจริงๆ

            ผมทิ้งตัวนั่งลงที่ม้าหินไม่ไกลจากบ่อบัวมากนัก ทิ้งศีรษะลงบนแขนของตัวเองพลางมองคนข้างตัว เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งที่ยกมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าของผมไปทัดใบหู นิ้วเรียวๆของพี่ก็อดนั้น ทำให้อยากจะสัมผัสมันมากกว่านี้ ผมขยับนิ้วมือของตัวเองกอบกุมฝ่ามือใหญ่ๆของพี่ก็อดเอาไว้ เคลื่อนฝ่ามือแนบสนิทกับฝ่ามือของอีกฝ่ายแล้วมองความต่างของฝ่ามือ หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนไปเล่นนิ้วสวยๆของเขา

            พี่...โกรธหรือเปล่าที่ผม...ไปเรียกพี่ปิ๊งมากินข้าวด้วย

            “ไม่เลย แค่แปลกใจมากกว่า พี่คิดว่าปกติแฟนใหม่จะต้องไม่ถูกกับคนคุยเก่าซะอีก

            เบะปากเป็นเชิงไม่พอใจใส่เขาจนพี่ก็อดถึงกับหลุดยิ้ม

            เอ้าก็จริงป่ะล่ะ พี่พูดถูกมั้ยล่ะ ถ้าพี่พูดผิดเดียวจะหึงพี่ทำไมจริงมะ

            “ก็พี่ปิ๊ง...เป็นแค่เพื่อนแล้ว

            “ค้าบๆ ก็เป็นแค่เพื่อนนั่นแหละ

            “อีกอย่างพี่ปิ๊งเขาเป็นคนดีนะพี่ทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเอายามาให้ผมกินแต่พี่ปิ๊งก็ทำ

            “อือ ปิ๊งน่ะเป็นคนชอบดูแลคนอื่น เหมือนเราไง

            แต่...พอพี่พูดแบบนั้นผม...หึง...จริงๆนะ

            “เอ้า หึงจริงก็ดีดิ เวลาเราหึงนี่โคตรน่ารัก หน้าแดงหูแดงคอแดงไปหมด

            “พี่ก็อด!” ผมแยกเขี้ยวใส่เขา พี่ก็อดหัวเราะแล้วขยี้หัวผมจนยุ่งเหยิงไปหมดทั้งๆที่เมื่อกี้เพิ่งจะทะนุถนอมปอยผมของผมอยู่แท้ๆเลย

            บอกตรงๆนะเดียว ถ้าพี่เป็นเดียว พี่หึงตาแตกเลยอ่ะ

            “อืออ

            ถ้าเดียวกลับไปคุยกับคนคุยเก่านะ พี่ไม่เป็นละนะอุลตร้าแมนอ่ะ พี่จะเป็นก็อดซิลล่า แดกทั้งมันทั้งเราเนี่ย

            เรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากผมเองที่ต่อมความรู้สึกนั้นช้ายิ่งกว่าเต่าล้านปี

            ขอโทษ…”

            “ไม่เป็นไรครับ

            “ว่าแต่พี่พามาแถวนี้ไม่กลัวตัวเงินตัวทองเหรอผมถามคนที่กำลังหยิบหมากฝรั่งมาใส่ปาก พี่ก็อดเป่าเจ้าหมากฝรั่งออกมาเป็นลูกโป่งพลางส่ายหน้านิดๆ

            บริเวณที่เรานั่งอยู่ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้คนจะมานั่งสักเท่าไร ว่ายังไงดีล่ะ หญ้ามันออกจะรกและยาว แถมยังติดคูน้ำ รอบๆข้างก็เป็นตึกเก่าๆที่กำแพงตะไคร่น้ำขึ้น ถ้าไม่ติดที่มีต้นไม้ใหญ่คอยเป็นร่มเงาให้ ก็คงจะถูกทิ้งรกจนมีแต่สัตว์เลื้อยคลาน

            แต่ดูเหมือนคนที่กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างมีความสุขจะไม่ได้คิดแบบนั้น พี่ก็อดดูจะชอบพื้นที่ตรงนี้มากด้วยซ้ำ

            ไม่กลัว

            “จริงเหรอแต่ผมเคยเห็นตัวเท่าจระเข้เลยนะ

            พูดพลางกางแขนออกกว้างให้เขาเห็นว่าที่เคยเห็นมาน่ะ ตัวใหญ่ขนาดนั้นเลย พี่ไม่กลัวเหรอ ตัวเงินตัวทองที่มหาลัยนี้เนี่ย ใครๆก็รู้ว่ามันโหดขนาดไหน สู้กับงูเหลือมตัวใหญ่ได้สบายๆ

            จริงๆแล้วที่ไม่ค่อยมีคนมาตรงนี้ก็เพราะพี่ยามแกเลี้ยงไว้ตัวนึง ตัวใหญ่อยู่ ชื่อน้องลัคกี้ มันชอบกินลูกชิ้น มีปลอกคอด้วยนะ

“…”

“… อ้าว... นั่นไง พูดถึงก็มาเลย

            ผมนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินแบบนั้น ขนลุกเกรียวกราวเป็นหนังไก่ บอกตามตรงว่านอกจากแมงมุมแล้ว สิ่งมีชีวิตที่ไม่กล้าต่อกรด้วย ก็พวกสัตว์เลื้อยคลานจำพวกจิ้งเหลนนี่แหละ

ตอนแรกนึกว่าพี่ก็อดจะล้อเล่นเพื่อให้ผมกลัว แต่พอหันหลังไป เห็นตัวเงินตัวทองตัวใหญ่ที่กำลังคลานขึ้นจากน้ำ ผมก็ตาลีตาเหลือกรีบวิ่งไปหลบข้างหลังพี่ก็อด กระโดดเกาะเขาเป็นโคอาล่าไม่ยอมปล่อย

ตัวโคตรใหญ่เลย!

            เชี่ย

            “ใช่ไง นั่นตัวเหี้ย เห็นเป็นตัวไรอ่ะเรา

            “พี่ก็อดผม...กลัว

            “หืม กลัวทำไม ลัคกี้ มานี่มา มาหาพ่อมาเขาว่าพลางกระดกลิ้นเรียกเจ้าลัคกี้เหมือนว่ามันเป็นลูกหมาน้อยน่ารัก แล้วแทนที่ไอ้เจ้าลัคกี้ พอเจอคนแล้วจะวิ่งหนีเหมือนสัตว์ป่าตัวอื่นๆ มันกลับเดินตรงมาทางเราเหมือนกับชินแล้วว่าที่ตรงนี้ ถ้าเดินมาแล้ว มันจะได้กินลูกชิ้น

            พี่ก็อด!”

            “หือ กลัวทำไมมันไม่กัดหรอก

            “ผมไปแล้ว!”

            ยิ่งเจ้าลัคกี้ขยับเข้ามาใกล้พลางแลบลิ้นแผล่บๆแล้ว ขนแขนก็ลุกซู่ซ่าไปหมด ผมรีบวิ่งออกจากที่ตรงนั้นพร้อมกับเสียงไล่หลังจากพี่ก็อด

            เดี๋ยวเดียว!”

            “ไม่เล่นแล้วๆ ขอโทษๆเขาพูดพลางหัวเราะ ผมส่งตาขวางๆใส่เขา ได้เป็นรอยยิ้มทะเล้นๆตอบกลับมา

            ขืนเล่นอีกทีผมจะผลักพี่ให้ไปเป็นอาหารน้องลัคกี้แทนลูกชิ้นจริงๆล่ะ

            พี่ก็อด!!”

            ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินไปไหน ผู้หญิงในชุดนักศึกษาคนหนึ่งก็ร้องทักทายเสียงดังขึ้นมา เธอวิ่งดุ่มๆตรงมาทางนี้ พี่ก็อดรีบดึงผมไปหลบด้านหลังเขา การที่เขาทำแบบนี้ แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของเขาแน่ๆ อาจจะเป็นคนอื่น เพื่อนในคณะ หรือรุ่นน้อง ไม่ก็รุ่นพี่ที่เขาไม่สนิท

            นึกว่ากลับไปซะละ ดีค่ะพี่ก็อด

            “ดีครับน้องกิ่งกิ่ง ผมจำได้ว่าเคยเห็นชื่อนี้ที่ไหน ใช้เวลาไม่นานก็คิดออก กิ่งคือแฟนคลับของพี่ก็อดที่พี่ว่านแคปทวิตเตอร์มาให้อ่านนั่นเอง

            พอดีเพื่อนกิ่งเห็นพี่ก็อดเดินออกมาจากโรงอาหาร เลยตามมา

            “อ่อ ว่าไงล่ะเรา ไม่เจอกันนานเลย

            “ก็สบายดีค่ะ เป็นห่วงพี่มากกว่า หายไปนานเลยนะ

            “ก็วนเวียนอยู่แถวนี้แหละน่า

            “ไม่รู้ตัวจริงดิ พี่ไม่อยู่ที่คณะเลยนะ

            “อ้าวเหรอ แย่จัง

            “ดีแล้วค่ะ ใช้เวลาส่วนตัวบ้าง ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าตลอด แค่อัพทวิตบ้างก็พอแล้ว ส่วนอันนี้พวกพี่แพรวกับเพื่อนๆคนอื่นฝากมาให้พี่ค่ะ

            อะไรเหรอ

            “ขนมค่ะ

            “แน่ใจว่าขนมอย่างเดียว?”

            “จ้า ขนมค่ะ

            “ขอบคุณมากครับ

            “ส่วนนี่ก็ ฝากให้น้องเดียวด้วยค่ะพอได้ยินชื่อของตัวเอง ก็เผลอกำชายเสื้อของเจ้าของแผ่นหลังกว้างๆตรงหน้าไว้แน่น ของขวัญเหรอ มีของขวัญให้ผมด้วยเหรอ

            เป็นพวกขนมเหมือนกัน พอดีไปถามพี่ว่านมาว่าน้องชอบกินอะไร เลยเอามาให้ อยากขอโทษน้องด้วย แล้วก็ในถุงมีของพี่ปิ๊งด้วยนะคะ พวกจดหมายกับตุ๊กตาที่มีคนเอามาขอโทษ กิ่งรู้ว่าพวกเราทำผิดไปหลายอย่าง อยากจะขอโทษในหลายๆเรื่องแต่ก็ไม่กล้ากันสักที พอมาเรื่องนี้เลยอยากให้ทุกอย่างมันจบเพียงแค่นี้ พี่ก็อดก็ไม่ต้องใส่ใจมากนะ ใช้ชีวิตตัวเองให้มีความสุขนะคะ

            “ขอบคุณนะ พี่ไม่ได้โกรธอะไรแล้ว แล้วอีกอย่าง ถ้าอยากให้ของขวัญเดียว…”

            พี่ก็อดขยับตัวไปทางขวา ทำให้ผมสามารถมองเห็นผู้หญิงตรงหน้าได้ชัดเจนพอๆกับที่เธอตกใจที่เห็นว่าเป็นผม

            อ้าว น้องเดียว

            “สวัส...ดีครับ

            พออยู่ต่อหน้าคนที่ไม่รู้จัก อาการเกร็งของผมก็ออกมาอย่างเห็นได้ชัด พี่ก็อดวางมือลงบนไหล่ของผมแล้วบีบเบาๆเพื่อให้รู้ว่าเขาอยู่ข้างๆ

            อันนี้พี่ให้เรา ขอโทษด้วยนะสำหรับเรื่องที่ผ่านมา มีตุ๊กตาของเดียวแล้วก็มีของพี่ปิ๊งด้วย ฝากไปให้พี่แกด้วยนะ

            ถุงกระดาษสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้าผม ผมรับมันมาถือเอาไว้อย่างเก้ๆกังๆ

            ขะขอบคุณครับ

            นี่กิ่ง กิ่งกับแพรวเหมือนเป็นตัวแทนหลักๆของแฟนคลับพี่เลยพี่ก็อดแนะนำคนตรงหน้าให้ผมรู้จัก

            ครับ

            “น้องน่ารักจังเนอะพี่พี่กิ่งยิ้มหวานให้ผม เหมือนที่พี่ว่านบอกเลย ข๊าวขาว

            “น่ะ หวงนะคนนี้อ่ะ

            “แหมๆ ชมนิดเดียวเอง หลายๆคนกลายมาเป็นแฟนคลับน้องเพราะความน่าหยิกนี่แหละ

หวงค้าบ

จ้าๆ งั้นน้องไปละนะคะคนขี้หวง ดูแลตัวเองดีๆด้วยค่ะ พี่ไปละนะน้องเดียว

            “ครับ

            พี่กิ่งวิ่งกลับไปทางเดิมทิ้งไว้เพียงความเงียบระหว่างผมกับพี่ก็อด คนข้างตัวยืนลูบต้นคอตัวเองอยู่สองสามที ก่อนที่เราจะออกเดินไปตามทางเดินหลังตึกเรียน

            ได้แบบนี้ทุกปีเลยเหรอ

            ผมเปิดถุงขนมในมือดู ป๊อกกี้รสสตอเบอร์รี่นอนอยู่ในถุงสามกล่อง แถมยังมีพวกมาร์ชเมลโล่ไส้สตอเบอร์รี่ นอกจากขนมแล้วก็ยังมีพวกจดหมายและของกระจุกกระจิกอย่างเช่นพวกตุ๊กตาตัวเล็กๆอย่างที่พี่กิ่งบอก ผมหยิบเจ้าตุ๊กตากระต่ายนุ่มนิ่มออกมาบีบๆ

น่ารักจัง จะตั้งชื่อให้ว่าอะไรดีนะ คุณซันไชน์ดีมั้ย เหมือนแสงอาทิตย์ในวันนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้ออกมาจากห้อง ไม่ค่อยได้ออกมาเจอแสงแดด เลยไม่รู้ว่าการออกมาเจอแสงแดดภายนอกบ้าง มันรู้สึกดีขนาดไหน มองเห็นสีสันที่ชัดเจนของต้นไม้ใบหญ้า ได้มองเห็นสีตาสวยๆของพี่ก็อดชัดๆ

สายตาของผมหันไปเห็นพี่ก็อดที่หยิบกล่องสี่เหลี่ยมหน้าตาดูราคาแพงขึ้นมาจากถุงกระดาษ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางสบถอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

            ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องเอามาให้ก็ยังจะเอามาให้อีก

            “อะไรเหรอครับ

            ชะเง้อคอมองของที่อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั่น นาฬิการาคาแพงส่องแสงแวววับจนตาแทบบอด

            โห กุชชี่เลยเหรอ

            “ของมันแพง ไม่รู้จะเอามาให้ทำไม ยังแบมือขอเงินพ่อแม่กันอยู่เลยเด็กพวกนี้

            “ถ้าไม่อยากได้ก็ไม่ต้องรับสิ

            “ปฏิเสธไปหลายร้อยรอบแล้ว บางครั้งพี่ไม่รับก็ฝากพวกไอ้ว่านมา ไอ้เบียร์งี้ปฏิเสธใครเป็นที่ไหน หนักสุดนะก็ซ่อนมาในถุงขนม เด็กพวกนี้นี่

            “แล้วพี่ทำอะไรตอบแทนของพวกนี้เหรอ

            “ก็อัพเดทชีวิตประจำวัน เวลาทำนู่นทำนี่ก็บอก จริงๆพี่เคยถามเหตุผลแล้วล่ะว่าทำไมต้องเอามาให้ พี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอะไร ของแบบนี้ก็ซื้อเองได้ ขนหน้าแข้งไม่ได้ร่วง แต่พวกเขาบอกว่าเวลาเราชอบใครปลื้มใคร เราก็อยากให้ของขวัญหรือสิ่งตอบแทนความน่ารักของเขา

            เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกดีเหมือนกันแฮะ

            พวกเขาก็ดูรักพี่ดีนะครับ

            “ใช่ กับเจ้ากิ่งก็เหมือนเป็นน้องสาวนั่นแหละ กับแพรวก็เหมือนกัน กับปิ๊งจริงๆก็คิดว่าเหมือนน้องสาวนะ

            น้องสาว...เยอะจัง

            “น้องชายก็เยอะนะ ไอ้ว่านนี่ถ้าไม่ติดว่าอายุเท่ากันก็จะนึกว่ามันเป็นน้อง

            “แล้วผมล่ะ

            “พูดงี้อยากเป็นน้องพี่ระ…”

            พูดยังไม่ทันจบพี่ก็อดเงียบไป เขาหยุดเดินจนทำให้ผมต้องหยุดตาม พอหันหลังกลับไปมองก็พบกับคนที่พยายามซ่อนใบหน้าไว้หลังฝ่ามือใหญ่ๆของตัวเอง

            พี่ก็อด…”

            “ลืมไป พี่ยังไม่ได้ขอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการเลยนี่หว่า

            สมองผมประมวลผลประโยคนั้นอยู่เป็นนาที ก่อนความร้อนจะพวยพุ่งขึ้นมาบนใบหน้า ผมก็แค่ถามเล่นๆไปแบบนั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไรสักหน่อย ก็เราน่ะ คบกันแล้วไม่ใช่เหรอ แค่คบกันก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นแฟนกัน แต่เหมือนพี่ก็อดจะไม่คิดแบบนั้น

            แต่พี่ขอคบแล้วไม่ใช่เหรอ

            “คบแล้ว เหลือเป็นแฟน

            “มันก็เหมือนกันนี่…”

            “ก็พี่ไม่ให้เหมือนอ่ะ

            เอ้อ ไม่เหมือนก็ไม่เหมือน

            พี่ก็อดเดินเข้ามาใกล้พลางส่งยิ้มมาให้ผม นัยน์ตาสีน้ำตาลสวย ยามแสงแดดตกกระทบ มันยิ่งน่าหลงใหลราวกับห้วงจักรวาลที่กำลังคอยให้เข้าไปค้นหา ยังคงยืนยันคำเดิมว่าพี่ก็อดน่ะ ตาสวยเหมือนคุณชายเลย

            เดียว”  

            มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ผมสามารถเห็นภาพรอบๆกายเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นยามที่เมฆเคลื่อนตัวหนีห่างจากแสงอาทิตย์ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มของคนๆหนึ่ง ที่พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะทำความรู้จักกับผม ทั้งๆที่ทั้งหมดนั่น เขาไม่จำเป็นต้องทำมันเลย

            หรือแม้แต่ริมฝีปากของเขาที่ค่อยๆเปลี่ยนจากการอมยิ้มอย่างเก้อเขิน เป็นขยับริมฝีปากเคลื่อนไหว คำสั้นๆที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเข้ารูป ระหว่างที่ลมเย็นๆพัดผ่านร่างกายของเราสองคน ราวกับภาพวีดีโอที่ทำให้ไม่อยากลืมไปสักแม้แต่วินาทีเดียว

            “เป็นแฟนพี่นะ

          เสียงทุ้มๆของเขาก้องดังอยู่ในหัว ทำเอาหัวใจพองโตราวกับลูกโป่งที่กำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

          จะขอเป็นแฟนอีกสักกี่รอบ ก็คงมีคำตอบเดียวนั่นแหละ

อื้อ

            โลกข้างนอกน่ะ เวลามีพี่ก็อดแล้ว มันสวยจังเลยเนอะ



     

            // คนที่ขอแฟนเป็นแฟนซ้ำๆเขาเป็นคนแบบไหนกันนะ อ๋อ ... ขี้เห่อ


           ตอนหน้าจบแล้วนะคะ ที่เหลือจะมีตอนพิเศษลงให้หายคิดถึงกันก่อนจะไปเจอกันในหนังสือ

           รักทุกคนน๊า 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.116K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11213 Maymay123456789 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 08:43
    คลั่งรักพี่ก็อด
    #11,213
    0
  2. #11205 feelsmiley (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 23:43
    คลั่งรักจ้าาาา
    ชอบตอนเดียวหึงมากกกก กรี๊ดดด
    #11,205
    0
  3. #11161 LUKKADE31 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 21:33
    คนมันคลั่งรักอะนะ5555
    #11,161
    0
  4. #11075 1 9 9 $ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 21:12
    ตรรกะไหนเนี่ยพี่ก็อด555555555 แต่พี่เขาบอกไม่เหมือนก็ไม่เหมือนเนาะ
    #11,075
    0
  5. #11023 similunkh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 09:14
    เดี๋ยว!!!มันต่างกันตรงไหนวะเนี่ย!!!!!!
    #11,023
    0
  6. #10968 pommys (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 18:31
    ขอคบ แต่ยังไม่ขอเป็นแฟน
    #10,968
    0
  7. #10800 หนมจีนนามข้าวปุ้น (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 17:07
    บรือๆ555555โอ้ยยยยเจ้าก็อต!
    #10,800
    0
  8. #10752 Jinjoo.K (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 02:50
    เดี๋ยว! มันต่างกันตรงไหน!!!!!!!!!
    #10,752
    0
  9. #10654 goi_iog (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 12:19
    เกือบได้ขอเป็นแฟนต่อหน้าเ-้ยแล้วพี่ก็อด
    #10,654
    0
  10. #10599 baekbow (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:28
    อะไรของก็อดเนี่ย ขอคบกับขอเป็นแฟนมันต่างกันที่ไหนล่ะ แต่เขาอยากขอน้องหลายรอบอ่ะเนอะ เอาที่สบายใจเลย 5555 // ชอบความหมั่นเขี้ยวน้องแล้วจะดีปคิสน้องอ่ะ อิพี่มันร้าย นี่มันในมอน้าาาา
    #10,599
    0
  11. #10553 sunsansun2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 19:19
    เอ็นดูน้องเดียวที่สุด
    #10,553
    0
  12. #10498 meowten_0227 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:46
    แงง เป็นแฟนกันแล้ววว
    #10,498
    0
  13. #10080 ojay2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:38
    แงงงง เขินนน
    #10,080
    0
  14. #10017 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:16
    เห็นจูบน้องซะขนาดนั้นนึกว่าจะแจกซองงานแต่งแล้วนะคะ55555555
    #10,017
    0
  15. #9926 Pimnok2124 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:15
    คนเขียนนนนน55555น่ารัก
    #9,926
    0
  16. #9871 AmyOh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 15:55
    ขอคบกับขอเป็นแฟนไม่เหมือนกันหรอก็อด555
    #9,871
    0
  17. #9858 maybee23 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 10:52
    แต่อิพี่ทั้งจูบน้องทั้งฟัดไปตั้งเยอะ แล้วมาขอน้องเป็นแฟนรอบสอง จ้าาพ่อ555555
    #9,858
    0
  18. #9827 Jibangrin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 02:00

    งึยยยยยๆๆๆๆๆ เขิน
    #9,827
    0
  19. #9695 Nantashi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 04:10
    น่ารักมากกก ฮือ แต่ขำพิอะ จูบเขาไปตั้งหลายรอบแล้ว เพิ่งนึกได้หรอ 5555
    #9,695
    0
  20. #9423 CallistoJpt (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:42
    ฉากเสื้อคลุมหัวแบบไม่ไหวแล้ว เขินนนนนน
    #9,423
    0
  21. #9419 oiLL (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:04
    หัวใจคนอ่านก็พองโตตามน้อง
    เขินตอนเอาเสื้อคลุมแล้วจูบมาก

    ^///////////^
    #9,419
    0
  22. #9339 MManatsawan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:42

    จ้าาาาาาาาา
    #9,339
    0
  23. #9270 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 20:16
    เขินนนนนน
    #9,270
    0
  24. #9261 Snowe (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:47
    เขินนนน
    #9,261
    0
  25. #9258 PINKLAND (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 12:54
    เป็นเขินจริง
    #9,258
    0