Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 23 : Chapter 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,108 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62


Chapter 22


ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเดินทาง

ทำให้เราซึมซับความรู้สึกดีๆไว้ได้นาน

 

พี่ก็อด

หืม

จริงๆแล้ว...ผมรู้มาตลอดว่าพี่เป็นยังไง

            ลมเย็นๆที่พัดผ่านใบหน้า กลิ่นน้ำหอมจางๆของคนข้างตัวยังคงเด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ ผมซุกจมูกลงบนหัวนุ่มนิ่มของตุ๊กตาเต่าที่ใครอีกคนซื้อมาฝาก

            ผมรู้ว่าพี่เป็นคนของสังคมเป็นคนที่มีแต่คนรักเลยถามพี่อยู่บ่อยๆว่าพี่โอเคมั้ยตามจริงผมไม่อยากให้พี่เปลี่ยนตัวเองแต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณที่พี่เปลี่ยนมันเพราะพี่เปลี่ยนตัวเองผมถึงยอมให้พี่เข้ามาในโลกของผม

            ตั้งแต่วันแรกที่ได้คุยกัน ยังรับรู้อยู่ทุกวันว่าเขาพยายามเพื่อผมขนาดไหน       

            ทั้งเรื่องที่เห็นด้วยตัวเอง และเรื่องที่ได้ยินมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เลิกบุหรี่เพราะผมไม่ชอบกลิ่น หรือเรื่องที่ไม่ค่อยไปกินเหล้าบ่อยเหมือนเคยแล้ว

            คนๆหนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครอีกคนได้ขนาดนี้เชียวเหรอ

            พี่ดีใจจัง

            ครับความพยายามของพี่เป็นผลแล้วนะหลังจากนี้ ไม่ต้องฝืนตัวเองแล้วนะครับพี่ไม่อยากให้ผมฝืนตัวเองผมเองก็ไม่อยากให้พี่ฝืนตัวเองเหมือนกัน

            ยังไม่ทันจะได้พูดคุยอะไรต่อ พี่ก็อดก็จามออกมาอีกรอบ     

            พี่กลับไปนอนพักผ่อนมั้ย  

            อยากนั่งอยู่กับเดียวก่อน อีกอย่างพี่ใส่หน้ากากแบบนี้ สบายใจได้ ไม่ติดเราแน่นอน

            ผมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นซะหน่อย เป็นห่วงพี่นั่นแหละ

            ตั้งชื่อให้น้องเต่าหน่อยสิ เขาวางฝ่ามือใหญ่ๆลงบนหัวนุ่มนิ่มของเต่า ตามประสาผู้ชายบ้าๆบอๆ พี่ก็อดบีบหัวเจ้าเต่าบนมันหน้าเบี้ยวหน้าบูด ผมก้มลงมองเจ้าเต่าตาตกในอ้อมกอด

            พี่อยากตั้งชื่ออะไรมั้ย

            ให้พี่ตั้งก็มีแต่ชื่อเลวๆอ่ะ

            อย่างเช่น?”

            “ลูกอีแหม่ม

            หยุดเลย

            คนตัวสูงหัวเราะชอบใจ พอได้ยินเสียงหัวเราะของเขาแล้ว ผมก็ดันหลุดยิ้มออกมา

            สมาย

            น้ำเสียงเป็ดเจ็บคอดังขึ้นทำเอาผมที่กำลังยิ้มอยู่หันไปมองหน้าเขา พี่ก็อดจ้องมองผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างในตอนนั้น แรงดึงดูดที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้กัน ฝ่ามืออบอุ่นของเขาสัมผัสลงบนแก้มของผม แผ่วเบา ทะนุถนอม

            รับรู้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขาได้อย่างชัดเจน

            ชื่อสมาย

            สมายที่แปลว่ารอยยิ้ม เข้ากับคุณชายที่แปลว่าขี้อาย

            เหมือนที่เขาเคยบอกว่า ผมยิ้มหวาน

            ผมส่งยิ้มหวานตาปิดไปให้กับคนตรงหน้า จุดประสงค์คือต้องการตอบรับว่าชอบชื่อนั้น แต่ใบหน้าของพี่ก็อดที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ ทำให้ผมคิดว่า ... พลาดแล้วที่ยิ้มแบบนั้น

            ไม่ว่ากี่ครั้งที่ยิ้มใส่เขา เจ้าตัวจะทำเสียงอ่อนเสียงอ้อนใส่ตลอด

เพราะพี่ก็อดน่ะ ชอบรอยยิ้มของผมมากจริงๆ

            หน้ากากอุลตร้าแมนที่ขยับเข้ามาจนสามารถมองเข้าไปในรูจุดๆนั่น นัยน์ตาสีน้ำตาลสวยที่ถูกซ่อนเอาไว้เป็นสิ่งแรกที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผม

สีเหมือนเปลือกไม้เคลือบเงาในเวลาที่แสงแดดตกกระทบ

นิ้วเรียวๆของเขาสัมผัสลงที่ท้ายทอยของผมเพื่อไม่ให้เบือนหน้าหนี แถมยังส่งความร้อนวูบวาบผ่านมา ไม่รู้เพราะเขาเขิน หรือเป็นเพราะพิษไข้ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากคนเป็นหวัดกันแน่

แล้วหลังจากนั้น...หน้ากากพลาสติกก็ขยับลงมาแตะที่ริมฝีปากอย่างเชื่องช้า

ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม้หน้ากากจะเรียบและแข็ง แต่บริเวณที่ริมฝีปากของตัวเองสัมผัสนั้น หลังหน้ากากพลาสติกบางๆนั่น คือริมฝีปากของเขา การกระทำของพี่ก็อดนั้นทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาที่เบิกกว้างค่อยๆปิดลง กลายเป็นหลับตาปี๋ตามสัญชาติญาณ

มือที่ว่างอยู่ไม่ได้ขยับผลักไสเขาออกไป แต่กลับขยำคุณสมายจนบิดเบี้ยวไปหมด

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร รู้แค่ว่าพอเริ่มขาดอากาศหายใจ ผมจึงขยับมือไปวางลงบนแขนของพี่ก็อด บีบลงไปเบาๆเพื่อท้วงว่าถ้าเขาไม่ถอยออกไป ผมอาจจะตายก่อน

เหมือนพี่ก็อดจะเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรไป เขารีบขยับตัวออกห่าง ยกมือข้างขวามาจับหน้ากากเอาไว้

ขอโทษครับ คือมัน...เห็นแล้วอดใจไม่ไหว

มะไม่เป็นไรครับ

ผมหลบสายตาของเขาแล้วหันมาจดจ้องคุณสมายแทน บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นความกระอักกระอ่วนที่ออกไปทางเลิ่กลั่กเพราะเขินในสิ่งที่เพิ่งทำลงไปมากกว่า

จนกระทั่งพี่ก็อดจามออกมานั่นแหละ เราถึงได้หลุดหัวเราะออกมาทั้งคู่

จูบแรกที่แสนแปลก แต่ตลบอบอวลไปด้วยความอบอุ่น

ผมมีข้าวกล่องพี่กินข้าวหรือยัง

ยังเลย

อยากกินอะไรมั้ยครับกินเสร็จจะได้กินยา

มีอะไรกินมั่ง

แล้วผมกับพี่ก็อดก็เดินเข้ามาในห้อง เปิดตู้เย็นดูข้าวกล่องเซเว่นที่ซื้อตุนเอาไว้ มีข้าวผัดไส้กรอกกับข้าวหมูย่างเกลือ และผมรู้ว่าพี่ก็อดจะต้องกินข้าวหมูย่างเกลือแน่ๆเพราะมันให้เยอะกว่า

ผมใส่ข้าวกล่องเข้าไปในไมโครเวฟขนาดเล็ก ยืนมองคนที่กำลังสูดน้ำมูกอยู่ภายใต้หน้ากาก

กินยาแล้วไปนอนเลยนะ

จะตอบว่าไม่ก็กลัวจะโดนดุ”

ผมมองเขาตาขวาง

“แต่วันนี้มีบอล

ตาขวางกว่านี้ก็คงจะหลุดออกจากเบ้าแล้ว

“ครับ นอนครับ”

ต้องให้ดุนะคนเรา

อุ่นข้าวเสร็จ เราสองคนก็มานั่งกินข้าวหันหลังชนกัน สำหรับคนอื่นแล้วอาจจะเป็นเรื่องแปลก แต่สำหรับผมและพี่ก็อดแล้ว การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด

เดียว

หือ ครางตอบในลำคอเบาๆระหว่างตักข้าวเข้าปาก

พี่พอเข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมไม่อยากเห็นหน้าพี่

“…”

สีหน้าและแววตามันบอกอารมณ์ความรู้สึกได้หลายอย่าง คำพูดเราโกหกได้ แต่สีหน้าและแววตาของคนเรามันโกหกไม่ได้...ใช่มั้ย

ครับ

พี่เองก็เพิ่งจะรู้ข้อนี้ตอนที่เริ่มมาใส่หน้ากากนี่แหละ เมื่อก่อนพี่ไม่เคยสังเกตสีหน้ากับแววตาใครเลย ก็ว่าทำไมไอ้เบียร์ถึงเคยพูดบ่อยๆว่า ว่านมันปากไม่ค่อยตรงกับใจเท่าไร ปากบ่นนู่นนี่ แต่แววตาคืออ่อนไปหมดแล้ว เขาพูดพลางหัวเราะเบาๆ

พอมาเจอเดียว พี่เลยเข้าใจแล้วล่ะ ว่าการเอาใจใส่คนอื่นมันเป็นยังไง พี่เริ่มมาสังเกตสีหน้าและแววตาของคนอื่น จนพี่รู้เลยว่าทำไมเดียวถึงไม่อยากเจอหน้าพี่

 “เพราะตอนเดียวทำหน้าเศร้า ใจพี่จะขาดเลยจริงๆ เลยอยากทำให้กลับมายิ้มให้ได้ไวที่สุด แต่พอเดียวยิ้มหวานออกมาแบบนี้…”

เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง

พี่ก็คิดดีไม่ได้เลยว่ะ

พี่ก็อด!”

คนลามก!

มันก็แค่ตอนแรกเท่านั้นแหละที่ไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากคาดหวังอะไร แต่เวลาผ่านไป ยิ่งความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ก็ยิ่งอยากจะเข้าใกล้เขา อยากเห็นหน้าเขา อยากจะอยู่กับเขาไปเรื่อยๆในทุกๆวัน

ผมเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่ไร้แสงดาวในยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟจากถนนที่ส่งสีสันทำให้ฟ้าดูสว่างขึ้นมา

ผมรู้ว่าพี่อาจจะอึดอัดเวลาใส่หน้ากาก มันทั้งร้อนทั้งอบขนาดไม่สบายยังต้องมาใส่แบบนี้แต่ช่วยอดทนอีกนิดได้มั้ยครับ

พี่ก็ไม่ได้เร่งอะไรเรานี่นา

ผมถ้าถึงเวลาที่กล้ามองหน้าพี่จริงๆนั่นคือผมมั่นใจมากที่สุดแล้วว่าจะสามารถช่วยแบกรับความรู้สึกของพี่ไว้ได้…”

เพราะถ้าผมไม่มั่นใจวันนึงผมคงจะกลัวแล้วหนีกลับเข้าโลกของตัวเองโดยทิ้งพี่เอาไว้ให้เจ็บปวด ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น...

ไม่อยากกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอีกแล้ว

            พี่ก็อดทิ้งแผ่นหลังหนักๆของเขาลงมาบนแผ่นหลังของผมจนผมต้องโค้งตัวลงมา ผมเบี่ยงสายตามองไปยังคนข้างหลังเล็กน้อย

            พี่ไม่ได้รีบซักหน่อย อีกอย่างชักจะติดใจหน้ากากนี่ซะแล้ว

            ขนาดนั้นเลย

            ใช่ พี่จะทำหน้าหื่นกามแค่ไหนเดียวก็มองไม่เห็น

            ผมขยับตัวเอาหัวโขกท้ายทอยของใครอีกคนไปดังโป๊ก

            นิสัยไม่ดี ตาเฒ่าหื่นกาม

 

            ***

ผมไปรับคุณชายไม่ได้

มือสองข้างกุมอยู่บนขมับ ตรงหน้ามีหนังสือเล่มโต จนตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วผมก็ยังไม่สามารถปลีกตัวออกไปจากห้องแล็บได้เพราะอาจารย์เรียกชดเชยวันนี้ จะโดดเรียนก็ไปไม่ได้เพราะต้องอยู่ทำงานกลุ่ม

สุดท้ายก็เลยต้องไหว้วานให้พี่ก็อดไปรับคุณชายมาให้ทั้งๆที่เขาไม่สบาย นอนซมอยู่ที่ห้อง

สัญญากับเขาไว้แล้วว่าถ้าเรียนเสร็จเมื่อไรจะรีบตรงไปหาที่โรงพยาบาลสัตว์ทันที แต่ความคิดทั้งหมดต้องพังลง เมื่อฝนเทกระหน่ำลงมาทันทีที่เลิกคลาส

พี่ก็อดจะออกจากห้องมาหรือยังนะ ขืนโดนฝนอีกเขาได้จับไข้แน่ๆ

ผมเลือกที่จะโทรไปหาพี่ก็อดแทนการส่งไลน์ เพราะคิดว่าเขาคงไม่หยิบมาอ่านแน่ๆ แต่โทรไปเขาก็ไม่รับ ความเป็นห่วงของผมทวีคูณมากขึ้น ยิ่งบอกว่าฝากไปรับคุณชายให้หน่อย คนที่ไม่ว่าเมื่อไรที่เป็นเรื่องของผมก็จะทำเป็นอันดับแรก ตอนนี้อาจจะกำลังติดฝนอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์ หรือไม่ก็ตากฝนกลับห้องไปแล้ว แต่ทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์นะ

เรียกแท็กซี่ให้หน่อยครับ

บอกกับยามหน้าตึกคณะ ใช้เวลาไม่นานแท็กซี่สีเขียวเหลืองก็มาจอดลงตรงหน้า

ผมรีบตรงไปยังโรงพยาบาลสัตว์ในมหาลัยก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งๆที่นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มตรง เป็นเวลาที่โรงพยาบาลใกล้จะปิด ระหว่างนั่งอยู่ในรถก็โทรหาคนที่ไม่ยอมรับสายซะที

จะยังอยู่ตรงนั้นมั้ยนะ ทำไมพี่ไม่ยอมรับโทรศัพท์เนี่ย

รถแท็กซี่จอดลงตรงหน้าโรงพยาบาลสัตว์ที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว ผมชะเง้อคอมองซ้ายขวาไม่เห็นใครสักคนที่อยู่ตรงนั้น รอบๆข้างก็ไม่มีวี่แววของพี่ก็อด หลงเหลือเพียงแค่ความมืดที่ถูกปกคลุมไปด้วยสายฝน

ไปไหนกันนะ

สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าจะกลับไปคอยที่ห้อง โดยไม่ลืมแวะซื้อของกินที่เซเว่นกลับมาให้เขาด้วย

ผมเคาะบานประตูไม้สีขาวหน้าห้องพี่ก็อดนานสองนาน ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เป็นห่วงจนในที่สุดต้องไลน์ไปหาพี่เบียร์ พี่ว่าน รวมไปถึงพี่ต้น สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครสักคนที่ติดต่อพี่ก็อดได้ ไม่มีใครรู้ว่าพี่ก็อดหายไปไหน

พี่หายไปไหนนะ ถ้าไปรับคุณชายก็ควรจะกลับแล้วสิ โรงพยาบาลปิดไปสักพักแล้วนะ พี่ไปเถลไถลที่ไหนทำไมไม่กลับห้องทั้งๆที่ตัวเองไม่สบายอยู่ ถ้ารู้ว่าฝนตกก็ไม่ต้องออกไปรับก็ได้นี่นา

ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ

ผมไม่เข้าไปในห้อง นั่งกอดเข่ารอให้เขากลับมาอยู่หน้าห้องของตัวเอง ไม่สนใจว่าจะมีใครเดินเข้าออกห้องพักบนชั้นนี้ ไม่สนใจว่าพวกเขาจะมองผมแบบไหน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา

กลัวพี่ก็อดจะไปเป็นลมที่ไหน กลัวว่าเขาจะไม่สบายหนักเพราะออกไปตากฝนแบบนั้น

เพราะผู้ชายคนนั้นน่ะ ไม่ชอบพกร่มไปไหนมาไหนเลยจริงๆ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พี่ก็อดก็ยังไม่กลับมา สองชั่วโมง สามชั่วโมง ก็ไม่มีวี่แววของเขา

จนผมเริ่มจะกลัวว่าสิ่งที่คิดจะเป็นจริง

โทรไปก็ยังไม่รับสายเหมือนเดิม ไร้ข้อความตอบกลับภายในไลน์ เหมือนจู่ๆพี่ก็อดก็หายไป

ผมนั่งอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนต้องหลับตาพักผ่อนเพราะเริ่มรู้สึกปวดหัว วันนี้ผมเพิ่งจะได้ละสายตาจากตัวหนังสือ กะว่าถึงห้องคงอาบน้ำ กินข้าวแล้วนอนเลย

สุดท้ายแผนทั้งหมดก็พังลง เพราะเป็นห่วงคนที่ยังไม่กลับห้อง รู้แหละว่าเมื่อก่อนเขากลับห้องดึก บางคืนตีสามตีสี่ก็มี แต่เพราะครั้งนี้เขาออกไปทำธุระให้ผม และมากไปกว่านั้นเขาไม่สบาย มันทำให้ผมรู้สึกผิดที่ไปไหว้วานเขาให้ไปรับคุณชาย

ผมใช้เวลาในช่วงที่รองีบหลับไปพักหนึ่ง จนกระทั่งฝ่ามืออบอุ่นของใครสักคนสัมผัสลงบนศีรษะ เสียงไอเบาๆของเขาทำให้ต้องค่อยๆกะพริบตาตื่นขึ้นมา มองเห็นขายาวๆของใครสักคนที่นั่งยองๆอยู่ตรงหน้า รองเท้าแตะสีดำที่เปียกชื้นเพราะเหยียบน้ำฝน และเสียงเป็ดเจ็บคอของเขาที่ดังขึ้น

มาดักรอพี่เหรอ

เขากลับมาแล้ว

ผมไม่ได้เงยหน้าไปมองพี่ก็อด แต่ถอนหายใจเสียงแผ่วออกมา รู้สึกโล่งใจที่เห็นเขากลับมาอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปเป็นลมหัวทิ่มที่ไหน

พี่หายไปไหนมา

ไปรับคุณชายมาให้ แค่กๆ แต่ฝนดันตกลงมาก่อน แท็กซี่ก็หาไม่ได้ พี่เลยต้องหลบฝนระหว่างทาง

ริมฝีปากผมเม้มแน่นโดยอัตโนมัติ เขาตากฝนมาจริงๆด้วย

รู้สึกผิดเลย

เข้าห้องมาก่อนมั้ย

พี่ก็อดเปิดประตูห้องของเขาแล้วเดินนำเข้าไป พอเดินตามเข้าไป ก็เห็นว่าเขาหยิบหน้ากากอุลตร้าแมนลายใหม่มาใส่แล้ว

สภาพของคนตรงหน้าไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตกน้ำ กลุ่มผมที่เปียกจนลู่ลงกับใบหน้า เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มจนเห็นผิวสีน้ำผึ้งของเขาชัดเจน และยิ่งกว่านั้น กล่องสี่เหลี่ยมที่เขาวางอยู่บนเตียง คุณชายเดินไปเดินมาอยู่ในกล่อง ดูร่าเริงปลอดภัย ตอกย้ำความรู้สึกผิดของผม

หมอบอกว่าให้คุณชายกินเป็นเวลา อย่าให้อาหารเยอะเกิน…”

ผมไม่ได้ฟังเลยว่าพี่ก็อดพูดอะไร รู้แค่ว่าผมเริ่มจะโกรธเขา ที่ทำให้ผมเป็นห่วง

พี่ไม่รับโทรศัพท์…”

คนตัวสูงนิ่งไปพักใหญ่แล้วหันไปควานหาอะไรบางอย่างอยู่บนเตียงกว้าง ก่อนเขาจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาถือเอาไว้พร้อมส่งเสียงไอออกมาเบาๆ ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องสินะ

เฮ้อ คนเขาก็เป็นห่วงแทบแย่

ขอโทษครับ พี่ลืมโทรศัพท์ ก็ว่าทำไมมันเงียบๆผิดปกติเขาเกาท้ายทอยนิดๆอย่างรู้สึกผิด

ผมกลัวว่าพี่จะไปเป็นลมที่ไหนพี่ไม่สบายอยู่ฝนตกก็ไม่ต้องออกไปรับคุณชายก็ได้

มันตกตอนกลับพอดีนี่สิ

ไม่รู้จะพูดอะไร โมโหก็โมโห ห่วงก็ห่วง

จนสุดท้ายต้องผลักเขาให้เข้าไปอาบน้ำสระผมเพราะกลัวจะไข้ขึ้น

ผมกลับเข้าห้องไปเตรียมข้าวกับยาลดไข้มาให้เขา ทิ้งตัวนั่งเหม่อมองออกไปยังสายฝนที่ตกกระทบประตูกระจก น้ำฝนสีใสที่เกาะเป็นเม็ด การนั่งดูหยาดฝนที่เล่นแสงแพรวพราวยามค่ำคืนริมหน้าต่าง ยังคงเป็นความชอบอันดับต้นๆของผม มันให้ความรู้สึกโล่ง สบายใจ ช่วยผ่อนคลายความคิดวุ่นวายที่วนเวียนอยู่ในหัวได้เป็นอย่างดี

นั่งเพลินๆอยู่สักพัก ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ผมมองเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ เห็นเงาลางๆของคนตัวสูงที่เดินออกมา เขาขยับร่างกายสวมใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ พี่ก็อดไอเบาๆแล้วหยุดยืนห่างจากผมไปประมาณหนึ่งช่วงแขน เงาจางๆที่สะท้อนอยู่บนกระจกนั้น ไม่ได้ชัดเจนพอที่จะทำให้เห็นใบหน้าของเขา

เดียว

หือ

พี่ปวดหัว เจ็บคอ

กินข้าวกินยาก่อนครับ...แล้วค่อยนอน

พี่ก็อดทรุดตัวนั่งด้านหลังของผม เขาลากชามข้าวที่ผมเตรียมไว้ให้เข้าหาตัว

ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เป็นห่วง

แค่พี่กลับมา...แค่นั้นก็พอแล้วครับ

แต่พี่รู้สึกผิดจริงๆนะ นั่งรอพี่นานมั้ย

ผมดูเวลาในโทรศัพท์ นั่งรอเขามาประมาณสามชั่วโมงกว่าๆ ถึงก่อนจะเจอเขาจะรู้สึกว่ามันนานแสนนาน แต่พอรู้ว่าเขาโอเคดี ไม่ได้ไปเป็นลมหัวทิ่มที่ไหน ก็รู้สึกว่าแค่สามชั่วโมงนั้น สั้นนิดเดียว ผมสามารถนั่งรอเขาได้ทั้งวันนั่นแหละ

กี่ชั่วโมงผมก็รอได้...แค่พี่ปลอดภัยกลับมาก็พอ

แค่กๆ

เสียงไอดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับเสียงช้อนกระทบกับชามบ่งบอกว่าเขาไม่ยอมกินข้าวต่อ ทั้งๆที่เพิ่งจะหยิบข้าวไปกินเมื่อตะกี้นี้เอง

กินไม่ลงแล้ว กินยาเลยได้มั้ย

เมื่อกี้กินไปกี่คำครับ

สอง

กินอีกซักห้าคำได้มั้ยอย่างน้อยก็ขอให้มีอะไรตกถึงท้องบ้าง ก่อนจะกินยาเข้าไป

พี่ขอดื้อซักวันได้มั้ย มันเหมือนจะอ้วกออกมาเลย

งั้นถ้าผมหันไปตอนนี้...จะยอมกินอีกห้าคำมั้ย

เดี๋ยวอย่าเพิ่งหัน

พี่ก็อดรีบตะเกียกตะกายไปหยิบหน้ากากบนโต๊ะมาใส่ เหมือนกลัวว่าหันกลับไปแล้วจะเห็นหน้าเขา

คนที่เคร่งในสัญญาน่ะ กลายเป็นเขาซะแล้ว

ก็อยากเห็นหน้า ถึงได้จะหันไปยังไงล่ะ มันเป็นการตัดสินใจของผมที่คิดมาอย่างดีแล้ว การที่อดทนนั่งรอพี่หน้าห้องเป็นชั่วโมงๆ เป็นห่วงพี่จนแทบบ้าขนาดนี้

มั่นใจที่สุดแล้ว ว่าจะช่วยแบ่งเบาความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆจากพี่

ผมค่อยๆขยับตัวหันหลังกลับไปหาพี่ก็อด มองคนที่สวมหน้ากากเรียบร้อยแล้ว

พี่ก็อด

หืม

ผมถอดหน้ากากได้มั้ย

ห้ะ เดี๋ยว

นะครับไม่อยากให้พี่ใส่แล้ว

แต่ว่า…”

นะ

ไม่ต้องรอคำตอบจากเขา ผมเขยิบตัวเข้าไปใกล้พี่ก็อด ฝ่ามือสองข้างสัมผัสลงยังหน้ากากอุลตร้าแมน แม้แขนทั้งสองข้างจะรู้สึกหนักอึ้งเหมือนกับมีก้อนหินก้อนโตทับเอาไว้ การเปิดหน้ากากพี่ก็อดครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของผม เป็นการก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเอง

ค่อยๆยกหน้ากากบนใบหน้าของเขาออกอย่างเก้ๆกังๆ มือสั่นจนพี่ก็อดต้องจับข้อมือสองข้างของผมเอาไว้หลวมๆ ในเวลาไม่นาน หน้ากากอุลตร้าแมนก็มาอยู่ในมือของผม เผยให้เห็นใบหน้าของใครอีกคนที่กำลังจ้องมองตรงมา

เป็นการถอดหน้ากากที่ลุ้นยิ่งกว่าอะไร ทั้งผมและพี่ก็อดต่างก็เกร็งด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งพอได้สบตากับดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบตาเรียวรีของเขาแล้ว เพียงแค่มองก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก

ถึงจะทำตัวไม่ค่อยถูกที่ต้องมาเผชิญหน้ากันตรงๆแบบนี้ ไม่มีหน้ากากปิดกั้น แต่ก็ตัดสินใจมาแล้ว

ผมน่ะ...อยากเจอหน้าพี่ อยากพูดคุยกับพี่แบบคนปกติ พี่ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสายตา แววตา สีหน้า ผมอยากเห็นมัน อยากเห็นรอยยิ้มของเขา อยากเห็นใบหน้าขี้โวยวายของเขา อยากเห็นแววตาของคนขี้เล่น สีหน้าของคนที่บอกว่าตัวเองนั้นหล่อจนต้องหลงใหล หรือแม้กระทั่งเวลาที่พี่ไม่สบายใจ เวลาที่พี่เศร้าใจ

ผมพร้อมช่วยพี่แบกรับมันแล้วนะ

พอกันทีสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอน

ในเมื่อผมเป็นคนกำหนดมันขึ้นมา

ก็มีเพียงผมคนเดียวนั่นแหละที่จะพังมันลงได้



// หน้ากากอุลตร้าแมน ... ถอดหน้ากากครับ!!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.108K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11265 Saltan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 22:27
    ในที่สุดดดด!!!! กรี้ดดดดดดดดดดตอนต่อไปต้องเเฟนกันเเล้วไหมอ้ยยยลุ้นนนนนน
    #11,265
    0
  2. #11247 Celebi.me (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 19:46
    สะ-หมาย555555444
    #11,247
    0
  3. #11199 feelsmiley (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 11:16
    กรี๊ดดดดดเด
    #11,199
    0
  4. #11156 LUKKADE31 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 15:06
    มันปิ๊มปิ่มมมมม~ ในที่สุดน้องเต่าก็ได้เห็นหน้าพี่มันสักที หลังจากที่คลอดกันไปมาเป็นหนังอินเดียมาครึ่งเรื่อง5555555
    #11,156
    1
    • #11156-1 LUKKADE31(จากตอนที่ 23)
      25 พฤศจิกายน 2563 / 15:06
      คลาดสิ!!!! จะมาคลอดอะไร
      #11156-1
  5. #11131 paepicky (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 09:11
    ขำความถอดหน้ากากครับ!!! 5555555555555555
    #11,131
    0
  6. #11121 manee_kk (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 15:37
    อน้สยยยยยยยยยยยยยยยอมดกกกกกกกกก
    #11,121
    0
  7. #11099 slpxbear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 22:25
    ถอดหน้ากากแล้ววววว /อุดปากกรี้ดดดด
    #11,099
    0
  8. #11069 1 9 9 $ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 20:44
    ในที่สุด...! น้องเดียวเห็นพี่ก็อดแล้ววววววววว เตรียมคำไว้พูดกับพี่เขาเลยนะน้องเดียว ;-;
    #11,069
    0
  9. #11031 MaBaYu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 18:16
    สักทีนะ!!😭 เขินมากอห❤️
    #11,031
    0
  10. #11020 similunkh (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 08:30
    งื้ออออออออเขินว้อยยยยยย
    #11,020
    0
  11. #10983 Katai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 12:54

    เขาได้พบกันสักทีสินะ..ทำไมชั้นใจสั่นตาม☺☺

    #10,983
    0
  12. #10961 pommys (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 12:47
    ในที่สุดก็ถึงเวลาถอดดดดด หน้ากาก
    #10,961
    0
  13. #10956 ChokChek (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 07:54
    หน้ากากอุนตร้าเเมาถอดหน้ากากคับ55
    #10,956
    0
  14. #10912 filmnaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:36
    ลุ้นกว่าหน้ากากทุเรียน ก็หน้ากากอุลต้าแมนนี่แหละ//เขินน😳
    #10,912
    0
  15. #10820 Come here!! (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 21:38
    คิดถึงรายการ นักร้องซ่อนเเอบอ่ะจิงๆ😂😂
    #10,820
    0
  16. #10778 M’amie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:52
    สักทีเถอะ 555555
    #10,778
    0
  17. #10759 Mymay_kacha (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 17:44
    กรี๊ดดดดดดดดดด
    #10,759
    0
  18. #10746 Jinjoo.K (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:49
    ถอนหายใจดังพรืด ในที่สุดพระนายชั้นก็ได้เห็นหน้ากันและกันสักที
    #10,746
    0
  19. #10668 0828863327 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 18:07

    เฮ้ย

    ถอดสักทีหน้ากากลุ้นอยู่หลายตอน
    #10,668
    0
  20. #10650 goi_iog (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:39
    พี่จะได้โชว์หน้าหล่อแล้ว
    #10,650
    0
  21. #10611 MTuan9397 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:11

    ยินดีกับพี่ก็อดและน้องเดียว ชั้นดีใจแทนพี่ก็อดมากๆๆๆๆๆ ความพยายามของพี่มันเห็นผลแล้วนะ
    #10,611
    0
  22. #10584 baekbow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:07
    เราชอบความเป็นก็อดมากเลยอ่ะ ชอบทุกอย่างที่เป็นเขา ชอบที่เขาพยายามจะเข้าหาน้อง ชอบที่เขาเฟรนด์ลี่ ชอบที่เขาเป็นคนตลก คือเป็นมนุษย์ที่คุยด้วยแล้วสบายใจจริงๆ ตอนนี้เขาเปิดหน้ากากกันแล้วด้วย ก็อดต้องหล่อมากแน่ๆเลย จากที่แค่แพ้คารม แพ้การกระทำเขา อีกหน่อย จะแพ้สายตาเขาด้วยไหมเนี่ยเดียว 5555 // เข้าใจถึงความเป็นห่วงของน้องเลย ฝนก็ตก มืดแล้วด้วย พี่ก็ไม่สบาย โทรไปก็ไม่รับ ถ้าพี่เป็นไรไปจริงๆ เดียวคงรู้สึกผิดมากอ่ะ แต่พี่ไม่เป็นไรก็ดีแล้วเนอะ
    #10,584
    0
  23. #10549 sunsansun2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 10:25
    เขินนนนนนนนนนฮือออออ อยากมีแหน
    #10,549
    0
  24. #10516 RRREYKIII (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 22:12
    แงงงงงววว แม่จ๋าน้องเห็นหน้าพี่แล้ววววว
    #10,516
    0
  25. #10492 meowten_0227 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 21:56
    แงงงง เค้าเห็นหน้ากันแล้ววว ;___;
    #10,492
    0