Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 21 : Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,301 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62


Chapter 20


ความสัมพันธ์ที่ดี

คือการดูแลกันไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

 

ผมนอนเกาะอยู่ที่ขอบตู้ปลามาเป็นเวลาเกือบชั่วโมงโดยไม่ขยับตัวไปไหน นาฬิกาบนผนังบอกเวลาทุ่มครึ่ง สายฝนโปรยปรายลงมาจนทำให้ออกไปนั่งที่ระเบียงห้องไม่ได้ ผมที่กินข้าวเสร็จกำลังจะมานั่งเล่นกับคุณชายก่อนจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่แปลกไปกว่าเดิม

คุณชายดูซึมๆเฉาๆมาสามสี่วันแล้ว ตอนแรกผมนึกว่ายังปกติดีเพราะคุณชายยังเดินไปมา พาออกไปรับลมก็ยังดูร่าเริง ไม่มีอาการบ่งบอกว่าจะแย่ลงแม้แต่นิด แต่เพิ่งจะมาสังเกตว่าทั้งเนื้อและผักที่ให้ไปไม่พร่องลงเลยซักอย่างทั้งๆที่ปกติกินจุยิ่งกว่าอะไร หลังๆก็ไม่ค่อยโผล่หัวออกมาทักทาย จนผมแปลกใจว่าทำไมช่วงนี้คุณชายเอาแต่นอนทั้งวี่ทั้งวัน

            จนกระทั่งช่วงค่ำของวันนี้ คุณชายไม่ยอมโผล่หัวออกมาจากกระดองเลย ไม่ว่าจะเคาะเรียกหรือจับขึ้นมาก็นิ่งเงียบ ผมกังวลใจจนต้องโทรหาคุณตา

            (กระดองนิ่มมั้ย ตาบวมหรือเปล่า)

            “ไม่นิ่ม เมื่อวันก่อนก็ไม่บวมนะตา แต่ว่าวันนี้ไม่ยอมโผล่ออกมาเลย ปกติถ้าเคาะกระดองแล้วจะโผล่มาทักทายตลอด ผมเป็นห่วงจัง

            (ที่มหาลัยเรามีโรงพยาบาลสัตว์นี่ พาไปหาหมอซะ เดี๋ยวตาโอนเงินค่ารักษาให้)

            “คุณชายจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยตา

            (ให้หมอวินิจฉัยดีกว่า ถ้าปล่อยไว้นานๆเดี๋ยวจะแย่กว่าเดิม)

            “ครับ

            (แล้วสบายดีมั้ยคนเก่งของตา ไม่ค่อยโทรหาตาเลย) คนแก่ส่งเสียงน้อยใจมาตามสาย

            สบายดีครับ แต่เริ่มจะไม่สบายแล้วเพราะเป็นห่วงคุณชาย

            (ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องกังวล พาไปหาหมอแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่หมอ ยังดีที่เราสังเกตอาการคุณชายตลอด เลยรู้ได้ไวว่าซึมลงไป ถ้าพาไปหาหมอแล้วบอกตานะ ขอตาคุยกับหมอหน่อย)

            “อื้อ

            ผมวางสายจากตาแล้วนั่งมองกระดองเต่าญี่ปุ่นที่ไม่มีคุณชายโผล่หัวออกมาทักทายเหมือนทุกเช้า จับคุณชายมาใส่กล่องที่ปูผ้ารองเอาไว้เพื่อที่จะพาไปหาหมอ มองคุณชายด้วยความเศร้าสร้อยเพราะเป็นห่วง

            อย่าเป็นอะไรเลยนะ คุณชายต้องอยู่กับเราไปนานๆสิ

            ‘ก๊อกๆ

            ยังเตรียมของไม่เสร็จเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหน้าห้อง ผมเดินไปเปิดประตูเพราะรู้ว่าใครกำลังจะมา พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับคนตัวสูงสวมหน้ากากอุลตร้าแมน บนบ่ามีรอยน้ำฝนจางๆปรากฏอยู่

            ทุกครั้งที่ฝนตก พี่ก็อดจะมาเคาะประตูห้องผมเหมือนกับวันนี้           

            เป็นอะไรเรา ทำไมหน้าเศร้าๆเพียงแค่แวบแรกเขาก็สังเกตได้ว่าผมกำลังรู้สึกไม่ดี ผมหันไปมองกล่องสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนเตียง หันไปส่งเสียงอู้อี้ใส่พี่ก็อดที่มือขวาถือถุงขนมบางอย่าง เขามักจะซื้อกลับมาฝากผมเสมอๆ

            คุณชายไม่สบาย

            “อ้าว ให้พี่พาไปหาหมอมั้ย

            คุณก็อดซิลล่าไม่รีรอที่จะออกตัวทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าพี่ก็อดเป็นแบบไหน แต่ผมเป็นห่วงคุณชาย ถ้าให้นั่งนิ่งๆรออยู่ที่ห้องล่ะก็ คงทำไม่ได้แน่ๆ

            ผมไปด้วย

            เราสองคนฝ่าสายฝนออกจากหอพัก นั่งแท็กซี่ตรงไปยังโรงพยาบาลสัตว์ที่อยู่ในมหาลัย ผมพาคุณชายเข้าไปหาหมอก่อนจะได้ความว่าจะต้องดูอาการอยู่ที่นี่สองถึงสามวัน หมอเองก็ยังบอกอาการแน่ชัดไม่ได้ว่าคุณชายเป็นอะไร เต่าเป็นสัตว์ที่ระบบร่างกายซับซ้อน ต้องจับเอกซเรย์ถึงจะรู้ว่าไม่สบายตรงไหน แต่เพราะกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็แทบจะปิดทำการอยู่แล้ว ดังนั้นกว่าจะได้เอกซเรย์ก็พรุ่งนี้ช่วงเช้า หมอให้คำตอบได้แค่ว่าคุณชายยังปลอดภัยดี

            ผมนั่งมองนาฬิกาบนผนังคลินิกที่ส่งเสียงดังติ๊กต่อกๆหลังจากทำธุระทุกอย่างเสร็จ หัวสมองโล่งไปหมดตั้งแต่ตอนส่งคุณชายเข้าห้อง คุยเรื่องค่าใช้จ่าย จนมานั่งหงอยๆอยู่ตรงเก้าอี้ริมประตูทางออก สายฝนตกกระทบด้านนอกยังคงส่งเสียงดังซู่ซ่า หันไปเห็นพี่ก็อดที่บีบมือของตัวเองไปมา สักพักก็เปลี่ยนไปเกาจมูกภายใต้หน้ากากนิดๆคงเพราะกลิ่นความชื้นบนร่างกาย ตากฝนมาแถมยังต้องมาตากแอร์แบบนี้ เขาคงจะรู้สึกไม่สบายตัวไม่ต่างจากผม

            หนาวมั้ยเสียงแผ่วเบาของผมเอ่ยถามคนข้างตัว พี่ก็อดวางฝ่ามือใหญ่ๆลงบนศีรษะของผมแล้วขยี้เบาๆ

            “ไม่เป็นไร เราล่ะ โอเคหรือเปล่า

            “ไม่ค่อย…” 

            ไม่เป็นไรนะ คุณชายอยู่กับหมอแล้ว ไม่เป็นไรหรอก

            “ครับ

            เราสองคนออกมายืนอยู่หน้าโรงพยาบาลที่ค่อยๆปิดไฟมืดลง ผมมองสายฝนสีขาวที่พรั่งพรูลงมาจากฟากฟ้า กลิ่นฝนทำให้รู้สึกคัดจมูก แต่คงไม่เท่าใครอีกคนที่พอออกมาเจอฝนแล้วก็จามเสียงดังออกมา

            ฮัดชิ้ว

            เหมือนวันนั้นเลย วันแรกที่ได้ยินเสียงทุ้มๆ วันแรกที่ผมตั้งฉายาให้เขา

            คุณก็อดซิลล่าข้างห้อง

            ไม่สบายเหรอครับ

            คัดจมูกมาสองสามวันแล้ว แต่พี่โอเคดี พอดีไปตากฝนเตะบอลมาน่ะ

            ได้ยินเขาสูดน้ำมูกแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ผมเลื่อนมือสัมผัสกระเป๋ากางเกงของตัวเอง หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีฟ้าอ่อนออกมาแล้วยื่นให้กับพี่ก็อด คนข้างตัวชะงักไปเล็กน้อย เหมือนเขาจะแปลกใจที่ผมพกผ้าเช็ดหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

            “ถ้าพี่จะสั่งขี้มูกก็เก็บไว้เลยนะผมมีเยอะ

            ตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้วที่พกผ้าเช็ดหน้าติดตัวเป็นประจำเพราะติดนิสัยมาจากพ่อ แม้บางครั้งจะไม่ได้ใช้แต่ก็ชอบพกติดตัวเสมอ ผมหันมองคนข้างตัวที่ขยับหน้ากากของเขาขึ้นแล้วสอดผ้าเช็ดหน้าเข้าไป

            “ขอบคุณครับ

            “อื้อ

            เราสองคนยืนมองสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง แล้วตอนนี้ก็ไม่มีแท็กซี่ผ่านเข้ามาเลยสักคัน จะให้ลุยฝนไปก็กลัวว่าพี่ก็อดจะไม่สบายหนัก เราเลยตัดสินใจว่าจะนั่งรอที่ขั้นบันไดจนกว่าฝนจะซาลง

            กินอะไรหรือยัง

            “ยังเลยผมลูบท้องตัวเองป้อยๆ เพราะเป็นห่วงคุณชายเลยไม่ได้แตะข้าวเย็นเลยตั้งแต่ถึงห้อง กินไปแค่เค้กกล้วยหอมก้อนเล็กๆก้อนเดียวแค่นั้น

            งั้นเดี๋ยวฝนหยุด ซื้ออะไรขึ้นไปกินบนห้องกัน

            ครับ

            พี่ก็อดเงียบไปหลังจากนั้น ใช้เวลานั่งมองสายฝนที่เป็นม่านสีขาวบางๆยามค่ำคืนอยู่ข้างๆกัน ก่อนผมจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แตะลงข้างๆนิ้วก้อยข้างซ้ายของตัวเอง ผมก้มหน้ามองฝ่ามือของเราสองคนที่วางอยู่ข้างกัน นิ้วก้อยของเราชนกันเล็กน้อย ใครอีกคนไม่ได้ก้มลงมามอง แต่กลับเงยหน้ามองท้องฟ้าเงียบๆ

            เทียบนิ้วก้อยกันแล้ว นิ้วก้อยของพี่ก็อดยาวกว่านิ้วก้อยของผมอีก

            อยากให้พี่พูดอะไรมั้ย

            น้ำเสียงทุ้มๆดังแทรกสายฝนมา  

            “ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วง...แต่ผม...ไม่เป็นไรหรอกครับ

            “โกหกพี่อีกแล้ว

            ผมก้มหน้ามองน้ำฝนที่ตกกระทบพื้นคอนกรีตส่งเสียงดังเปาะแปะ ความเย็นและความชื้นที่ตกกระทบศีรษะและลำตัว ถึงจะทำให้ชื้นแฉะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชอบสายฝนในยามค่ำคืนแบบนี้ กลิ่นฝนทำให้สมองโล่งแต่ก็คัดจมูกไปพร้อมๆกัน

            “ผมเป็นห่วงคุณชายเป็นห่วงมากๆเลย

            ที่ไม่อยากให้เขามาเป็นห่วง เพราะผมรักคุณชายไม่ต่างจากพ่อแท้ๆ ตอนพ่อเสียไป ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกลา รู้ตัวอีกทีบ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะก็ถูกแทนที่ด้วยความเงียบเหงา แม่ที่มักจะอยู่ติดบ้านกลายเป็นต้องออกไปหาเพื่อนทุกวัน ได้คุณตานี่แหละที่คอยเป็นเสียงหัวเราะให้กับผมและแม่

            ดังนั้นพอคุณชายไม่สบาย มันเหมือนโลกของผมค่อยๆถล่มลงมาทีละนิด ทั้งๆที่เราอยู่ด้วยกันมาทุกวัน สังเกตอาการทุกวัน พอคุณชายเงียบไปแถมไม่ยอมโผล่หัวออกมาแม้แต่นิด มันทำให้ผมกลัวที่จะเสียคุณชายไป

            ผมคงจะยิ้มไม่ออกจนกว่าจะมั่นใจกว่าคุณชายสบายดี

            เดียวรู้มั้ย ว่าพี่ไม่ได้ต้องการอยู่ข้างเดียวแค่เวลามีความสุข

            คุณก็อดซิลล่าขยับนิ้วก้อยมาทับกับนิ้วก้อยของผมเอาไว้ ความอบอุ่นจากเพียงแค่นิ้วเล็กๆของเขา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกกอดทั้งร่างกาย

            รู้…”

            “ดังนั้น ถ้ารู้สึกไม่โอเคหรือไม่ไหว บอกพี่ได้นะ

            พยักหน้าตอบเขาเบาๆ

            ผมแค่อยากนั่งเงียบๆสักพัก

            แล้วผมกับพี่ก็อดก็นั่งเงียบๆอยู่แบบนั้น เขาไม่ได้ปล่อยมุกเห่ยๆออกมา เพราะถ้าทำแบบนั้นผมคงต้องฝืนยิ้ม ซึ่งเขารู้แน่นอน เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมหลังจากนั้น ไม่ได้ถามว่าอยากกินอะไร ไม่ได้ถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง ไม่ได้ถามว่าอยากกลับตอนไหน ก็แค่กอบกุมนิ้วก้อยเล็กๆของผมเอาไว้ บ่งบอกว่ายังอยู่ข้างๆ

            แปลกดีเหมือนกันนะ คนที่เคยนั่งเงียบๆได้ไม่เกินห้านาที ตอนนี้กำลังนั่งเงียบๆเพื่อผมเป็นชั่วโมงเพราะเพียงแค่ผมบอกว่าอยากนั่งเงียบๆสักพัก คนที่บอกว่าไม่ชอบฝน แต่กำลังเหม่อมองสายฝนอยู่ภายใต้หน้ากากอุลตร้าแมนยามค่ำคืนแบบนี้

            ขอโทษนะครับที่เห็นแก่ตัวให้มานั่งมองฝนเงียบๆแบบนี้เบื่อน่าดู

            “ไม่เป็นไร ขอโทษด้วยครับ ที่เอาแต่ใจ รู้ว่าอยากอยู่เงียบๆแต่พี่ก็มาวอแวตลอดเลย

            ผมยิ้มออกมานิดๆแล้วขยับนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวกับนิ้วก้อยของพี่ก็อดเอาไว้

            มีพี่อยู่แบบนี้ ทำให้ผมนิสัยเสียตลอด

            ทำไมต้องเชื่อฟังผมขนาดนี้ด้วยนะ

            ขนาดคุณชายยังไม่ฟังผมเท่าพี่เลย

 

            ***

            กว่าเราจะได้กลับห้องก็ตอนสี่ทุ่มกว่า ผมใช้มือขยี้ศีรษะของตัวเองที่เปียกปอนไปด้วยละอองฝน หันมองอีกคนที่กำลังจามไม่หยุดก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้ โชคดีที่ผมมียาแก้หวัดติดห้อง เลยกะว่ากินข้าวกันเสร็จแล้วจะเอายาให้พี่ก็อดกิน

            พี่ก็อดทิ้งตัวนั่งลงที่พื้น วางกล่องข้าวไว้ข้างตัวพลางถอดเสื้อช็อปโยนไว้ไม่ไกล ผมนั่งลงข้างๆเขา ฝนด้านนอกหยุดตกไปแค่ช่วงสั้นๆแล้วหันกลับมาตกใหม่อีกรอบ ทำให้วันนี้เราสองคนไม่สามารถออกไปนั่งเล่นที่ริมระเบียงห้องได้

            ฮัดชิ้ว คนตัวสูงยังคงจามไม่หยุด ยิ่งใส่หน้ากากไว้แบบนั้น ผมก็ยิ่งกังวลว่ามันจะอบจนทำให้เขารู้สึกอึดอัด

            ถอดหน้ากาก...มั้ยครับ…”

หะ ไม่เป็นไรๆ พี่โอเคดี

มันอบนะ

ไม่เอากลายเป็นว่าคนที่ไม่ยอมห่างจากหน้ากากน่ะ คือพี่ก็อด ก็แค่เปิดออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาสักหน่อย เราไม่จำเป็นต้องมองหน้ากันก็ได้ แล้วก็สวมกลับไปแค่นั้นเอง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมลูกเดียว

ถอดแล้วนั่งหันหลังก็ได้

เอางั้นเหรอ

อื้อเดี๋ยวผม...ไปเอาผ้าขนหนูมาให้

            สุดท้ายเขาก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เพราะคงรู้สึกไม่โอเคจริงๆ ผมหยิบผ้าขนหนูจากตู้เสื้อผ้าแล้วเดินเข้ามาใกล้คนที่นั่งหันหลังแล้วค่อยๆถอดหน้ากากอุลตร้าแมนออก แผ่นหลังกว้างๆของเขา กลุ่มผมสีเข้มที่เปียกลู่ลงไปเล็กน้อย

            ตอนนี้พี่ก็อดเหมือนคุณชาร์โคลเลย

            เอามาสิ มือใหญ่ๆยื่นมาทางด้านหลังหมายจะคว้าผ้าขนหนูจากมือของผมไป แต่ผมเปลี่ยนจากการวางผ้าขนหนูลงบนมือของเขา เป็นวางลงบนกลุ่มผมของเขาแทน พี่ก็อดสะดุ้งตัว ดูท่าว่าเขาคงตกใจ เพราะปกติผมไม่ใช่ฝ่ายที่จะเริ่มสัมผัสร่างกายของเขาก่อน ก็แค่อยากขอบคุณที่เขาไปโรงพยาบาลสัตว์ด้วยกัน อยากขอบคุณที่นั่งอยู่ข้างๆกันโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะความเงียบทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น และมั่นใจในตัวหมอว่าจะรักษาคุณชายให้หาย

            เดี๋ยวผมเช็ดให้

            จะดีเหรอ

            “ครับ

            ผมนั่งเช็ดหัวทุยๆของเขา จากที่กลุ่มผมลู่ลงไปเพราะเปียกน้ำ พอเช็ดให้แห้งมันก็กลับมานุ่มฟูตามเดิม

            ผมเพิ่งรู้ว่าพี่ผมหยักศก

            ดังนั้นเวลาเขาไม่เซ็ตผม มันเลยดูยุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนตลอดเวลาสินะ

            พี่ไม่ค่อยชอบ มันเซ็ตยาก

            ดีออกนะครับตาผมบอกว่าคนผมหยักศกจะดูผมหนาตอนแก่หัวล้านยากกว่า

            พี่ก็อดหัวเราะ

            พี่ว่าจะไปตัดสกินเฮดอยู่

            แล้วก็จะขนเตียน...เหมือนคุณชาร์โคล

            แต่พี่มั่นใจว่าพี่หล่อกว่าคุณชาร์โคล

            จริงดิ

            อ้าว ไหงกวนพี่เฉยเลยอ่ะครับ

            ขยี้หัวเขาเบาๆเป็นคำตอบ เพราะพี่น่ะทำตัวน่าหมั่นไส้ยังไงล่ะครับ

            พอเช็ดหัวเสร็จผมก็เอาผ้าไปโยนลงตะกร้าแล้วมานั่งกินข้าวกับพี่ก็อด เรานั่งกินข้าวโดยหันหลังชนกัน ทำให้ผมรู้ว่าหลังของพี่ก็อดนั้นกว้างและเป็นที่พักพิงได้พอๆกับโซฟาตัวใหญ่

            ถ้าพรุ่งนี้ไม่ว่าง เดี๋ยวพี่เข้าไปดูคุณชายให้นะ พรุ่งนี้พี่ไม่มีเรียน

            ผมครางฮือเป็นคำตอบ เหม่อมองกล่องข้าวผัดแล้วถอนหายใจเสียงแผ่ว

            อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะสอบอีกแล้ว และผมก็มีโปรเจคที่ต้องทำกองเป็นภูเขา แทบจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ พอมาเจอคุณชายไม่สบายแบบนี้ ยิ่งเหมือนอะไรหลายๆอย่างมันประดังเข้ามาพร้อมๆกันจนปวดหัว

            ห่วงคุณชายก็ห่วง ห่วงคะแนนสอบก็ห่วง

            ปกติเต่าน่ะ มีชีวิตยืนยาวกว่าคนอีกนะ

            ผมหลุดยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของเขา คำพูดที่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ต้องการคำตอบ

            พี่ไปอ่านมา ถึงขนาดที่ว่าเราต้องหาทายาทไว้ดูแลมันต่อเลย

            ถูกต้องทุกอย่างที่เขาพูดมา ตาผมเคยเล่าให้ฟังว่าเต่าเนี่ยมีชีวิตยืนยาวเป็นร้อยๆปี นานกว่าคนที่ส่วนใหญ่อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่แปดสิบปี แต่ก็มีเต่าบางตัวที่อายุขัยสั้นเพราะโรคร้ายหรืออุบัติเหตุ

            ผมไม่อยากให้คุณชายเป็นแบบนั้น

            ตาผมยกคุณชายให้เพราะไม่อยากให้เหงา…”

            พอพูดถึงเรื่องคุณชายทีไร ผมก็ชอบหวนระลึกถึงอดีตครั้งที่ได้คุณชายมาตอนเล็กๆ เต่าญี่ปุ่นตัวเท่าเหรียญสิบ ตามธรรมชาติของเต่าแล้ว พวกมันจะดุมากเมื่อโตขึ้น แต่ตอนนี้คุณชายตัวเท่าฝ่ามือแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะดุ ไม่เคยอ้าปากงับผมเลยสักครั้ง

            ผมก็บอกตาอยู่บ่อยๆว่าผมไม่ได้เหงาเลยจนมาถึงวันนี้…”

            เพิ่งจะรู้ ว่าพอไม่มีคุณชายอยู่ด้วยแล้ว ดันเหงาขึ้นมา

            นั่นเป็นเพราะเราคุยกับคุณชายทุกวันไง

            แต่คุณชายไม่เคยตอบผมทำไมมันถึงรู้สึกเหงาล่ะครับ

            ก็เหมือนคนนั่นแหละ คนที่คุยกันทุกวัน ถ้าวันหนึ่งเขาหายไป เราก็คงจะรู้สึกเหงาจริงมั้ย

            ผมทิ้งแผ่นหลังของตัวเองสัมผัสลงไปบนแผ่นหลังกว้างๆของพี่ก็อด เงยหน้ามองเพดานที่แสนว่างเปล่า แสงไฟสว่างจ้าภายในห้องทำให้จอประสาทตาขาวโพลนไปหมด

            ไม่ต้องกังวลรู้มั้ยท้ายทอยของพี่ก็อดทิ้งลงมาบนศีรษะของผม ขยับไปมาสองสามที

            รู้สึกเหงาบ้าง มันไม่ผิดหรอกนะ

            อย่างที่ตาว่าเลย ยังไงคนเราก็ต้องการใครสักคนที่พูดคุยด้วยได้

            ถ้าไม่มีพี่ก็อด ผมก็ยังมีคุณชาย แต่ถ้าไม่มีคุณชาย ผมก็ยังมีพี่ก็อด แต่ถ้าไม่มีทั้งคุณชายและพี่ก็อด ผมคงจะรู้สึกแย่มากแน่ๆ

            เพราะวันนี้มีพี่ก็อดอยู่ตรงนี้ ผมเลยสู้ไหว

            พี่ก็อด

            หืม

            “ขอกอดได้มั้ยครับ

            คนด้านหลังเงียบไป ผมรู้ว่ามันเริ่มจะเลยเถิด แต่เวลาแบบนี้อยากได้อ้อมกอดจากใครสักคนมากๆเลย ก็แค่กอดแปปเดียวแล้วถอนออก แค่นั้นคงไม่เป็นอะไรจริงมั้ย

พี่ก็อดไม่ได้ตอบรับอะไร เขาถอยตัวออกห่างผมเล็กน้อยจนทำให้ตัวผมที่พิงแผ่นหลังเขาอยู่เอนไปด้านหลัง

ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตนะครับ ไม่นานนักวงแขนกว้างๆก็สวมกอดเอวผมจากข้างหลัง ผมสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ถึงจะขอกอด แต่ไม่ได้หมายถึงให้เขามากอดแบบนี้

            พี่ก็อด…” เสียงผมสั่นไปหมด มองแขนยาวๆของเขาที่โอบรัดเอวของผมเอาไว้หลวมๆ ความอบอุ่นในบริเวณที่แขนแกร่งของเขาลากผ่าน สร้างความร้อนวูบวาบไว้ทุกหนแห่ง

            จนอยู่ดีๆก็ลืมไปเลยว่า ทำไมถึงอยากจะให้เขากอดกันนะ

            หัวสมองมันคิดแต่ว่า แย่ล่ะ หัวใจเต้นรัวขนาดนี้ จะโดนจับได้มั้ยนะ

            รู้มั้ย การกอดเป็นการชาร์จพลังที่ดีที่สุดนะ

            น้ำเสียงทุ้มๆดังประชิดอยู่ข้างหูจนรู้สึกจั๊กจี้ อ้อมกอดของพี่ก็อดนั้น ทำเอาหัวใจผมเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ต่างจากหัวใจที่เต้นรัวใต้แผ่นอกของใครอีกคน ที่รับรู้ได้ผ่านทางแผ่นหลังของตัวเอง

            พี่ก็อดเอง ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผมตอนนี้

            ตัวเล็กนิดเดียวเอง

            พี่ก็อด

            ครับผมวางฝ่ามือของตัวเองบนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ริมฝีปากขบเม้มแน่น

            พี่…”

            ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปดีมั้ย ใบหน้าที่ร้อนผะผ่าว ความร้อนที่ออกันอยู่บนใบหน้า ผมรับรู้ได้ถึงไออุ่นๆที่แผ่ออกจากร่างกายตัวเอง รู้ได้ว่าตอนนี้หน้าคงแดงไปหมด รู้สึกขอบคุณอีกครั้ง ที่เขาเป็นฝ่ายมากอดแบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นคงได้ทำหน้าแปลกๆออกไปแน่ๆ

            ไหนๆก็พูดได้แล้ว

            คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

            อย่าหายไปไหนนะครับ

            ครับ

            ผมต้องเหงาแน่ๆเลยถ้าพี่หายไป

            หัวใจของคนด้านหลังที่เต้นอยู่ระดับเดียวกับผมเมื่อตะกี้นี้เพิ่มระดับความเร็วเป็นอีกเท่าหนึ่ง ผมที่รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนไปของใครอีกคน จำต้องยกมือขึ้นมาบังใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองเอาไว้

            เดียว

            “ครับ

            หัวใจพี่จะวายแล้ว

            ใช่พี่คนเดียวที่ไหนกัน

            ผมเองก็จะตายแล้วเหมือนกัน



// กอดแมวไว้ให้แน่นๆนะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.301K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11263 Saltan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 21:58
    กอดน้องเเน่นๆเลยนะคะ มันดีมากๆเลย
    #11,263
    0
  2. #11197 feelsmiley (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 09:35
    555 น่ารักกกกกก น่ารักมากๆ
    #11,197
    0
  3. #11173 Baekberry12 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 21:48
    แงงงงงงงง
    #11,173
    0
  4. #11153 LUKKADE31 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 08:18
    เขินจนบิดเป็นเกลียวโปเต้แล้วโว้ยยยยยยยยย~
    #11,153
    0
  5. #11097 slpxbear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 21:59
    ไม่ใช่แค่2คนที่เขินนะคะ คนทางยี้ด้วยค่ะ ใจจะวายยยนแงงงง
    #11,097
    0
  6. #11067 1 9 9 $ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 18:38
    อหหหหหหหห จะมาจีบอะไรกันเยอะแยะ คนอ่านมันเขินนะ >< หัวใจจะวายตามแล้ววววววว
    #11,067
    0
  7. #11029 MaBaYu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 17:53
    ดวงอาทิตย์ที่ว่าแน่ ยังแพ้พี่ก็อดค่ะบอกเลย!! ฟห่ก่ก่ากากสปสปสปสป
    #11,029
    0
  8. #11018 similunkh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 08:17
    หนูก็หัวใจจะวายตายห่าแล้วค่า~~~
    #11,018
    0
  9. #10959 pommys (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 10:26
    ดีจังเลย
    #10,959
    0
  10. #10744 Jinjoo.K (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:32
    จีบกันแล้วก็เขินกันเอง น่ารักกก
    #10,744
    0
  11. #10582 baekbow (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:00
    โอ๊ยยยย จะมาจีบกันแล้วเขินกันแบบนี้ไม่ได้น้าาาา ชอบที่ก็อดบอกว่าหัวใจพี่จะวายแล้วอ่ะ คือมันดูน่ารักมากเลยในสถานการณ์แบบนี้ // คุณชายอย่าเป็นอะไรน้าาา ไม่งั้นน้องคงเศร้าแย่เลย // ก็อดคือเทคแคร์น้องมากเลยอ่ะ ยอมนั่งเงียบๆอยู่ข้างน้องได้ตั้งนาน คือสำหรับเรามันปกตินะแต่สำหรับคนอื่นน่าจะไม่ใช่ // เวลาอยู่กับคนไม่สนิท เรากลัวเขาอึดอัดมากอ่ะ เพราะเราสามารถอยู่เงียบๆแบบไม่พูดอะไรเลยก็ได้ แต่เรากลัวคนข้างๆเขาอึดอัด 555
    #10,582
    0
  12. #10490 meowten_0227 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 17:31
    อบอุ่นมากๆเลยค่ะ การที่มีคนให้เราเล่าปัญหาหรือความกังวลใจได้เนี่ยมันดีมากๆเลยนะ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่ามีคนพร้อมที่จะรับฟังความกังวลของเรา
    #10,490
    0
  13. #10477 Janjaooooo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 09:51
    เราว่าน้องไม่ได้พูดติดขัดนะ แต่เป็นการพูดที่เว้นช่วงนิดนึง อาจจะคิดคำพูดต่อไปงี้ แล้วมันติดขัดมั้ยวะเนี่ย555555556
    #10,477
    0
  14. #10325 A-minus (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:02
    ถึฃจะเป็นแค่การกอดเล็ก ๆ แต่มันอิมแพคมากค่ะ คนอ่านก็หัวใจจะวาย ฮือออออออ
    #10,325
    0
  15. #10313 น้องเป้แฟนพี่กี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 10:18
    มันน่ารักกกกกก อบอุ่นหัวใจมากค่ะ คนอ่านก้หัวใจเต้นแรงตามไปด้วย แง้ง รักทั้ง2คนนะคั
    #10,313
    0
  16. #10292 PPruedee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 21:29
    น้องแค่เป็นพวกเก็บตัวอ่ะ แต่เวลาพูดเหมือนเด็กพึ่งหัดพูด เว้นจนติดขัดไปหมดเลยค่ะ เว้นทุกประโยคเลย มันไม่เหมือนคนเป็นโรคนี้อ่ะ แต่เหมือนคนติดอ่างมากกว่า เพื่อนร่วมคลาสเราเป็นแบบนี้2คน เค้าก้ปกตินะ อาจติดขัดนิดหน่อย แต่ก้ไม่เรยขนาดแทบทุกประโยคขนาดนี้อ่ะ
    #10,292
    0
  17. #10263 pp_wert (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:14
    อบอุ่นสุดๆ งืออ
    #10,263
    0
  18. #10072 ojay2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 15:19
    ฮรืออออ ดีงามมมม อบอุ่นนนน
    #10,072
    0
  19. #10013 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:19
    เขากอดกันแล้วววว!!!!!!!!!
    #10,013
    0
  20. #10001 pcy921 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 14:55
    ทำไมมันอบอุ่นหัวใจแบบนี้คะ น้องเต่าทัชหนุมาก
    #10,001
    0
  21. #9978 R-ms (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 23:37
    คนอ่านก้คือกันค่าาา

    งื้อออ
    #9,978
    0
  22. #9974 nok127 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 09:37
    คนอ่านคือหัวใจเต้นเป็นจังหวะสามช่า-บ้าเอ้ยเขินนะ
    #9,974
    0
  23. #9936 soul_hyukjae (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 01:02
    นี่ก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน
    #9,936
    0
  24. #9910 Pimnok2124 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:43
    อบอุ่นหัวใจมากๆเลยค่ะ
    #9,910
    0
  25. #9866 เพลงรักตัวเล็ก (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 17:43

    ฮรืออออ เขิน!!!!
    #9,866
    0