Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 17 : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,677 ครั้ง
    23 พ.ค. 62


Chapter 16


การมีเขาเป็นคนพิเศษ

ทำให้ใจเราวุ่นวาย

 

          แปะพลาสเตอร์ไปก่อนนะ พลาสเตอร์สีชมพูหวานแหววถูกแปะลงบนหลังข้อมือของผม

            ผมมองพลาสเตอร์สีชมพูเงียบๆนานสองนานก่อนจะหลุดยิ้มออกมา

            ชอบสีชมพูจริงๆนะเนี่ยคนเรา

            เรานั่งคุยเรื่องจิปาถะกันเหมือนอย่างทุกวัน แต่เปลี่ยนจากได้ยินเพียงแค่เสียง เป็นเห็นตัวตนที่นั่งอยู่ข้างๆ นอกจากเล่นกับคุณชาย พี่ก็อดก็หาอะไรทำไม่ให้บทสนทนาของเราสองคนนั้นเงียบจนเกินไป บทสนทนายอดฮิตในช่วงนี้ก็คงจะเป็นคนตัวสูงที่เล่าเนื้อเรื่องวันพีซให้ผมฟังตั้งแต่ต้นจนถึงตอนล่าสุดที่เขาอ่าน

            ผมไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ต้องมานั่งฟังเขาพูดเรื่องการ์ตูนที่เขาชอบ กลับเพลิดเพลินไปกับการฟังเรื่องราวที่เขาเล่ามากกว่า นอกจากวันพีซแล้ว พี่ก็อดก็ยังชอบอ่านการ์ตูนหลายประเภท ชอบดูหนังไซไฟ แล้วก็มีงานอดิเรกคือการเล่นกีต้าร์ เขายังเล่าต่ออีกว่าเพราะไม่ได้จับกีต้าร์นาน ตอนนี้ก็เลยปล่อยมันตั้งประดับห้องไว้อย่างนั้น

            พี่ก็อดเล่าเพิ่มเติมว่าเขาเป็นลูกคนเดียว พ่อเป็นสายปาร์ตี้แม่เป็นสายท้าวแชร์ ลูกออกมาเลยชอบการเข้าสังคม เขาบอกว่าถ้าไม่มีเพื่อนเขาอยู่ไม่ได้ อย่างที่ผมเคยบอกไปว่าเขาน่ะเป็นคนขี้เหงา

            หลังจากนั่งนอนฟังเรื่องเขาจนจบ เราก็ตัดสินใจว่าจะอุ่นข้าวเซเว่นที่ผมซื้อมาตุนไว้ในตู้เย็นกินกันเพราะขี้เกียจลงไปหาอะไรกินข้างล่าง ตามแบบฉบับชีวิตเด็กหอ  

            ผมมองคนที่ดูทุลักทุเลในการกินข้าว เหมือนเขากำลังตัดสินใจว่าจะหันหลังนั่งชนกันถึงจะได้กินข้าวด้วยกันได้ถนัด พอเห็นแบบนั้นผมเลยถือวิสาสะขยับตัวคุกเข่าไปใกล้เขา

            หือ ทำอะไรน่ะ

            มือของผมขยับหน้ากากของพี่ก็อดขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นริมฝีปากเข้ารูปของเจ้าตัว ดูเหมือนพี่ก็อดจะตกใจกับการกระทำของผม เขาถึงได้เม้มริมฝีปากใส่

            “เดียว…”

            กินข้าว...แบบนี้...น่าจะถนัดกว่า

            คนตัวสูงตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวหงับๆ ส่วนอีกมือหนึ่งจับหน้ากากอุลตร้าแมนเอาไว้เพื่อมองผ่านลงไปยังกล่องข้าว เป็นครั้งแรกเลยที่เรานั่งกินข้าวข้างๆกันแบบนี้ พี่ก็อดเป็นคนตัวใหญ่ ถ้าให้เดาเขาน่าจะเป็นคนกินเก่งเอามากๆ

            อย่าทำแบบนี้อีกนะ

            เขาพูดเสียงต่ำ ทำให้ผมแอบตกใจ กลัวว่าเผลอทำอะไรที่เขาไม่ชอบออกไป

            ผมทำอะไรให้พี่ไม่ชอบเหรอหรือว่าเพราะไปจับหน้ากากเขา เขาถึงไม่ชอบกันนะ

            “ชอบชอบมาก

            “แล้วทำไม…”

            “ถามเยอะ กินข้าวดิ เดี๋ยวแย่งนะ

            ผมรีบยกกล่องข้าวหนีคนตะกละพลางแลบลิ้นใส่เขา

            ฝันเถอะ

            ยังไม่ทันจะได้หุบลิ้นกลับ พี่ก็อดก็เอานิ้วชี้มาแตะลิ้นผมจนผมสะดุ้งตัวหนีเขา คนตัวสูงหัวเราะชอบใจใหญ่ ส่วนผมนั้น รสสัมผัสจากนิ้วชี้ของคนตรงหน้ามันเค็มจนต้องหยีหน้าใส่

            เล่นบ้าอะไรเนี่ย!

            “แหยะ

            “รังเกียจ

            “เค็มอ่ะ

            แลบออกมาอีกสิ คราวนี้ห้านิ้วเลยนะ ครบองค์ประชุม โป้งชี้กลางนางก้อยพูดจบก็ชูมือทำท่าจะแกล้งอย่างจริงจัง ผมยกปางห้ามญาติใส่เขาทันที 

            ไม่แลบแล้ว

            “งั้นพี่แลบได้พี่ก็อดแลบลิ้นใส่ผม ผมเลยเอาคืนเขาบ้างโดยการเอานิ้วชี้กดลงไปยังลิ้นของเขา คนตรงหน้าคว้าหมับเข้าที่มือของผมก่อนที่จะได้ดึงมือกลับ แทนที่พี่ก็อดจะปล่อยมือ เขากลับเลียนิ้วชี้ของผมแทน

            ดูก็รู้ว่าเป็นการแกล้งกัน แต่การแกล้งกันแบบนี้

            ไม่โอเคต่อหัวใจเลยสักนิด

            ผมพยายามจะชักมือกลับด้วยความกังวล หัวใจที่เต้นรัวแบบนี้ หน้าที่ร้อนผะผ่าวแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงฟาดเขาสลบไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้เขาคือคนที่แอบชอบ การจะมาทำอะไรแบบนี้มันบ้ามากๆเลย

            พี่ก็อดเหมือนคนตรงหน้าจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอทำอะไรลงไป เขารีบดึงมือออก ดึงหน้ากากกลับลงมาปิดริมฝีปากของตัวเองพลางเอ่ยปากขอโทษผม

            ขอโทษๆ พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ

            “ไม่เป็นไรครับ...ผมไม่ได้โกรธอะไร

เราสองคนเบือนหน้าหนีกัน เลิ่กลั่กกันทั้งคู่ ทั้งคนทำและคนถูกกระทำ

ผมก้มมองนิ้วชี้ของตัวเองที่ยังรับรู้ถึงความเปียกชื้นจนต้องปาดมันกับชายเสื้อ ปกติเขาเล่นแบบนี้กับเพื่อนเหรอ

พยายามนึกภาพว่าพี่ก็อดเลียนิ้วพี่เบียร์หรือพี่ต้นแล้ว ก็คิดภาพไม่ออกเลยจริงๆ

            ลมเย็นๆพร้อมกับเสียงกระดิ่งสองอันที่ดังคลอกันจากทั้งทางห้องของผมและห้องข้างๆ ผมเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่ไร้แสงดาวในวันนี้ มีเพียงแค่พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่โผล่มาทักทายกันในยามค่ำคืน

            พระจันทร์สวยเนอะเสียงทุ้มๆดังขึ้น ผมพยักหน้าตอบรับ

            สวย...แต่เมื่อวาน...มันเป็นกลมๆ...ไม่ได้เป็นครึ่งเสี้ยวเหมือนวันนี้

            “เหรอ พี่ไม่สังเกตเลยแฮะ วันๆมัวแต่ทำนู่นทำนี่เลยไม่ค่อยแหงนหน้ามองท้องฟ้า

            นั่นสินะ คนของสังคมอย่างเขา เวลาว่างอันแสนน้อยนิดคงไม่มาใช้เวลามองท้องฟ้าเหมือนคนเวลาว่างเยอะอย่างผมหรอก

            แต่หลังจากนี้จะมองบ่อยๆ

            “หือ

            “ได้มองพระจันทร์ดวงเดียวกับเดียวไง

            “เสี่ยวอ่ะ

            “รู้ได้ไง ชื่อจีนพี่เสี่ยวชิงๆนะรู้เปล่า

            “เสี่ยวชิงๆ?”

            “ชิงๆนะช้ะ

            โว้ะ! ผมไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น!

 

            ***

            หลายชั่วโมงที่นั่งเล่นกันอยู่ริมระเบียง ก่อนพี่ก็อดจะขอตัวกลับห้องไปเพราะต้องคุยธุระกับครอบครัวทางโทรศัพท์ ผมนั่งพิงหมอนเต่าอยู่เงียบๆ จากที่มีเสียงพูดคุยของใครอีกคน ตอนนี้กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง พอไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของเขาข้างๆหู มันก็ดันมีความเหงาเล็กๆที่แทรกขึ้นมา

            เหงาเหรอ ไม่หรอกมั้ง

            แค่ไม่ชินมากกว่า เพราะปกติคนๆนั้นน่ะ วอแวตลอดเวลาเลย

ผมนั่งรับลมในยามค่ำคืนพลางหลับตาพริ้ม ทั้งๆที่ตอนนี้ผมควรจะเข้านอน แต่วันนี้กลับอยากจะใช้เวลาริมระเบียงให้นานขึ้นกว่านี้อีกนิด นานพอที่จะทบทวนความรู้สึกหลายๆอย่าง เพราะสัมผัสชื้นๆที่ปลายนิ้วยังคงเด่นชัดแม้จะเช็ดมันออกไปแล้ว หัวใจที่เต้นตึกตักอยู่ในอก แม้จะคลายตัวลงไปแล้ว แต่ก็ยังรับรู้ว่ามันต่างไปจากเดิม

และภาพริมฝีปากของเขาที่เด่นชัดอยู่ในความทรงจำ ริมฝีปากเข้ารูปของเขา ต่างจากริมฝีปากเล็กๆของผม

พยายามสะบัดไล่ความคิดมั่วซั่วที่เริ่มตีกันอยู่ในสมอง เปลี่ยนไปโฟกัสกับเสียงกระดิ่งลมริมระเบียงห้อง มันยังคงไพเราะเช่นทุกวัน รวมไปถึงโทรศัพท์ที่เปิดเพลงเบาๆคลอฟังอยู่ ก่อนมันจะเลื่อนไปยังเพลงถัดไปของนักร้องที่ผมชอบ

            เพลงเบาๆสบายหูนั้นเป็นสิ่งที่โอบอุ้มความรู้สึกของผู้คนได้ดี แม้ว่ารสนิยมการฟังเพลงของคนนั้นจะแตกต่างกันก็ตาม เพลงโปรดของเราอาจจะเป็นเพลงระคายหูสำหรับคนอื่น เพลงโปรดของคนอื่น อาจจะเป็นเพลงไม่เพราะสำหรับเรา แต่ไม่ว่าเพลงไหน ก็มีคุณค่าของตัวมันเอง

            ไม่ต่างอะไรจากนักร้องที่ผมชอบ แม้ว่าแนวเพลงจะแหวกไม่เหมือนคนอื่น แต่หลายๆเพลงกลับเป็นเพลงโปรดของผม ที่ไม่ว่าเมื่อไรที่ฟัง ก็จะรู้สึกอินเป็นพิเศษ

          ‘You, just made my day and everything turns right

I’m not movin on. Just wanna sit here and lookin’ your brown eyes

And babe it’s you, You tell me bout’ that situation

I should really turn back. And it’s fine. To know that you think we just friends

เพียงแต่ว่าไอ้ฉันนั้นมันดันคิดไปไกล เพียงแต่ว่าไอ้ฉันนั้นเองที่อาจเผลอไป

เพียงแต่เขาคนนั้นของเธอก็ดีเกินไป ผิดเองแหละที่ฉันเองแหละที่คิดมากไป

หยิบปากกาอันนึงขึ้นมาเขียนจดหมายไปหา แต่ว่าใจก็ยังไม่กล้ากลัวว่าเธอไม่ให้อภัย

ถ้าฉันคิดถึงเธอ ถ้าฉันบอกรักเธอ และเธอมาเห็นมัน คงโกรธกันมากมาย

เก็บปากกาอันนั้นไว้เลยใส่กระเป๋าเอาไว้ อย่าให้ใครมาได้ยินเสียงคำในหัวใจ

แค่ฉันได้รัก เธอแค่นั้นก็พอ หนึ่งชีวิตก็ดีเท่าไร

ผมฮัมเพลงตามเบาๆแบบไม่เป็นภาษา มองคุณชายที่เดินเตาะแตะไปมาอยู่บนตัก

น่าจะเป็นความจริงที่เคยมีคนบอกไว้ว่าเมื่อเรามีความรัก การฟังเพลงรักจะทำให้อินขึ้นมากกว่าเดิม ถ้าเราเศร้า การฟังเพลงเศร้าก็จะพาเราเศร้าไปด้วย ถ้าเรามีความสุข การฟังเพลงมีความสุข ก็จะช่วยเติมเต็มความสุขจนล้น

ยิ่งตอนตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายกับเนื้อเพลงแล้ว ก็ดันรู้สึกขึ้นมาว่าทำไมกันนะ ชีวิตคนเราสามารถตรงกับเพลงๆหนึ่งได้ถึงขนาดนั้นเชียว

เดียว

อือผมครางตอบเสียงของคนข้างห้องที่ดังแทรกเสียงเพลงขึ้นมา

ตอนนี้ พี่ยังเป็นคนสำคัญของเดียวอยู่หรือเปล่า

คำถามของพี่ก็อดทำให้ผมสะอึกจนต้องหยัดตัวลุกขึ้นมานั่ง เขาคงไม่ได้จับได้ใช่มั้ยว่าจริงๆแล้วไอ้สถานะคนสำคัญน่ะ มันเปลี่ยนเป็นคนพิเศษไปเรียบร้อยแล้ว

ทำไมถึงถามแบบนั้นเหรอ

พี่ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย ว่าบางครั้ง เราเขินพี่

ผมเผลอกลั้นหายใจเมื่อได้ยินคำนั้น ใบหน้าร้อนจี๋จนแทบไหม้ แขนสองข้างกอดหมอนบนตักตัวเองแน่น ฝังจมูกลงไปบนหมอนเพื่อพยายามซ่อนความเขินอายบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นทีละนิด เพราะเผลอทำหน้าแปลกๆออกไปแน่ๆพี่ก็อดถึงสังเกตเห็นได้

แย่แล้ว แย่แน่ๆ

ผมแค่ขี้อาย พยายามแถสุดใจ ไม่รู้หรอกว่าออกอาการให้เขาเห็นเมื่อไร รู้แค่ว่าคงหน้าแดงใส่เขาหลายรอบ แต่ไอ้คำว่าขี้อายกับเขินเนี่ย มันต่างกันคนละเรื่องเลยไม่ใช่หรือไง

ขนาดไม่ได้เจอหน้ากันตรงๆ ยังเก็บอาการแทบจะไม่ไหวแบบนี้

ขี้อายกับเขินน่ะ มันไม่เหมือนกันนะ

“…”

ถ้าเดียวรู้สึกอะไรมากกว่าคนสำคัญ...

พี่จะเลิกคุยกับผมเหรอ หรือจะหายไปแบบที่ผมเคยทำกับพี่ปี

หรือพี่จะโกรธที่ผมดันแอบชอบพี่เข้าแล้ว

ผมขอโทษ

อย่าลืมใส่ไข่ให้พี่ด้วย

หะ

เพราะพี่อยากเป็นพิเศษใส่ไข่

ไอ้บ้าพี่ก็อด! มันใช่เวลาเล่นอะไรแบบนี้หรือไง

พี่อยากเป็นคนพิเศษเหรอผมถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ไม่รู้ว่าใครอีกคนนั้นพูดเล่นหรือพูดจริง

ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนแถวนี้อยากให้พี่เป็นมั้ย

“…อยากมั้ง

มั้งนี่ที่เจอในวัดหรือเปล่า

ใช่ ผมจะบวชไม่สึกเลย

ไม่เอาครับ ไม่ให้บวช

ก็เลิกกวนสักทีสิครับ!

สรุปว่าอยากให้พี่เป็นมั้ย คนพิเศษน่ะ

เป็นได้เหรอครับในช่วงเวลาที่รอคำตอบจากเขา ทั้งๆที่มันผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แต่เหมือนกับผ่านไปนานแสนนาน ผมแทบจะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ ทั้งลุ้นทั้งตื่นเต้นกับคำที่กำลังจะได้ยิน

เขาไม่ได้รังเกียจผมใช่มั้ย ไม่ได้จะทิ้งผมไปใช่หรือเปล่า

ครับ อยากให้เป็นอะไร พี่เป็นให้ได้ทุกอย่างเลย

คำตอบของพี่ก็อดนั้น ราวกับความอบอุ่นค่อยๆแผ่ซ่านเข้ามาโอบอุ้มหัวใจดวงน้อยๆของผม

ผมได้แต่นั่งอมยิ้มอยู่แบบนั้น เพราะจู่ๆก็ดันคิดว่าพี่ก็อดน่ารักมากๆขึ้นมาเฉยเลย

 

***

เวลาเที่ยงตรง ควรจะเป็นเวลาที่แสนสงบของผม นั่งกินข้าวที่โรงอาหารเงียบๆคนเดียว กินน้ำสตอเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่นพลางไถทวิตเตอร์เล่นไปเพลินๆ แต่วันนี้นั้น กลับมีเสียงเจื้อยแจ้วแทรกขึ้นมา

ผมนั่งมองพี่บิวกับพี่เบลที่เถียงกันเรื่องแคลอรี่ในอาหารมาสักพักแล้ว ส่วนสี่หนุ่มสี่มุมนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลัง อย่างที่พี่ต้นบอกว่าไม่อยากปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว พวกเขาก็เลยแห่กันมากินข้าวที่โรงอาหารคณะผมกันทั้งแก๊ง

น้องเดียวใช้ครีมอะไรอ่ะ พี่อยากผิวดีบ้างพอเถียงกับพี่บิวเสร็จ พี่เบลก็หันมาสนใจผมที่กำลังเคี้ยวข้าวเต็มปากอยู่

ผิวดีเพราะชอบกินสตอเบอร์รี่โยเกิร์ตหรือเปล่า

จริงเหรอ อย่างกูนี่คงต้องเทอาบเลยมั้ง

ผมไม่ได้ใช้ครีมทาผิวอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ ก็แค่ชอบกินผักผลไม้มาตั้งแต่เด็กๆ ชอบกินสตอเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ชอบกินโยเกิร์ต และแทบไม่เคยออกไปเผชิญกับแสงแดดเลย

นั่งแชร์เคล็ดลับเรื่องผิวกันอยู่แปปๆ พี่ว่านก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆผม เจ้าของดวงตาสวยๆหันมามองผมพร้อมทั้งเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง

เรื่องทวิตเตอร์โอเคนะ มันลบรูปไปแล้ว

โอเคครับผมไม่ได้สนใจอะไร

คนสมัยนี้ก็จริงๆเลยนะ รู้จักกันผิวเผินก็ผีเจาะปากมาพูด อยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ไม่เคยคิดว่าคนอ่านจะเสียใจมั้ยพี่เบลบ่นดีนะที่อิก็อดไม่เปิดหน้า ไม่งั้นล่ะก็ แฟนคลับถล่ม

ก็ลองดูดิ ใครปากดีกูจับแดกหมดอ่ะ เคยเจอป่ะก็อดซิลล่าห่มหนังอุลตร้าแมนอ่ะ

หมาป่าห่มหนังแกะมั้ยอิเวร

ผมหลุดยิ้มออกมา

พี่ก็อดนั่งอยู่โต๊ะข้างหลังผมกับพี่ต้นและพี่เบียร์ เพราะเขาจะได้ถอดหน้ากากกินข้าวได้สะดวก เราก็เลยเลือกที่จะนั่งหันหลังชนกันแบบนี้

ว่าแต่มึงเถอะเพื่อน เมื่อไรจะให้น้องเห็นหน้าวะ ใส่หน้ากากแบบนี้ทุกวัน กูเริ่มลืมหน้าจริงมึงละพี่ต้นถามขึ้นมาท่ามกลางเสียงวุ่นวายในโรงอาหาร ผมก้มหน้ามองแก้วสตอเบอร์รี่ปั่นที่ไอน้ำหยดลงเป็นวงบนโต๊ะไม้

จดจำไว้ว่ากูหล่อมากๆก็พอครับเพื่อน

กูวิ่งไปอ้วกแพร้บ

แต่จริงๆก็ดีแล้วนะผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มพูดเสริมขึ้นมา ก็รู้อยู่ว่าไอ้ก็อดเป็นคนของสังคม ใส่หน้ากากไว้จะได้ไปไหนมาไหนสะดวก

ค่อยไปถอดกันหลังไมค์

ถอดไรวะเบล

เสื้อผ้า

เย้ย!”

หยุดเลยพวกมึงอ่ะ

คนข้างหลังทิ้งศีรษะหนักๆของเขาชนกับท้ายทอยของผม ทำเอาหัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาอีกแล้ว

ถอดเมื่อไรก็เมื่อนั้นนั่นแหละ

ถอดไรวะก็อดดด

เสื้อผ้า

เย้ย!”

ปวดหัวจังเลยครับ

มื้อกลางวันที่แสนเงียบเหงาของผม ถูกเติมเต็มด้วยความวุ่นวายของแก๊งก็อดซิลล่า จากโต๊ะที่มีผมนั่งคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆของพี่ก็อดมานั่งด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีเสียงหัวเราะ เสียงโหวกเหวกโวยวายไม่ต่างจากตอนที่พวกเขาส่งเสียงดังข้างๆห้อง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อได้ทำความรู้จักกับพวกเขาแล้ว เพื่อนๆของพี่ก็อดนั้น ใจดีกันทุกคนเลยล่ะครับ

พอกินข้าวเสร็จพวกพี่ๆก็ขอตัวกลับตึกคณะที่อยู่ห่างกันไม่ไกลมากนัก ผมยืนมองเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งที่กำลังขยับหน้ากากอุลตร้าแมนบนใบหน้าของตัวเองยุกยิกพลางบ่นอะไรอยู่คนเดียวมาตั้งแต่ลงมาจากโรงอาหารแล้ว

เป็นไรก็อดพี่เบียร์ถามเพื่อนที่จับๆหน้ากากอยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร ผมก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นเบาๆพร้อมกับหน้ากากที่ค่อยๆร่วงหลุดจากใบหน้าของผู้ชายตรงหน้า

ยางขาด!

เชี่ย!”

พี่ก็อดร้องเสียงหลง รีบคว้าหน้ากากอุลตร้าแมนที่กำลังจะหลุดลงไปตามแรงโน้มถ่วงกลับมาไว้ที่เดิมได้ทัน ส่วนหัวใจของผมนั้นร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อย

ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะได้เห็นหน้าเขาแต่กลับรู้สึก เสียดาย

เสียดายงั้นเหรอ เสียดายอะไรกัน เสียดายที่ไม่ได้เห็นใบหน้าของเขาเหรอ

เอาอีกแล้วนะเดียวดายสัญญายังคงอยู่ไม่ใช่หรือไง ถ้าเห็นหน้าเขาตอนนี้ ก็ยังไม่มีคำพูดดีๆเตรียมเอาไว้ด้วย ถ้าขืนพูดไม่โดนใจแล้วเขาหายตัวไปล่ะก็ แย่แน่ๆเลยล่ะ

เกือบแล้วไงมึง

พี่เบียร์ส่งยิ้มมาให้ผม

พวกพี่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วยนะครับผมพยักหน้าตอบเขา ก่อนที่พี่เบียร์จะเดินห่างออกไปหาพี่ว่านที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ส่วนพี่ก็อดน่ะกำลังวุ่นวายอยู่กับหน้ากากของตัวเอง

บางทีเห็นแล้วก็สงสารอยู่เหมือนกันนะ

ผมพลิกตัวคุณก็อดซิลล่าตัวโตให้หันไปอีกทาง เอามือแปะแผ่นหลังของเขาเบาๆ

ไม่ต้องใส่แล้ว...กลับตึกได้แล้วครับ

เย็นนี้อยากกินไรมั้ย พี่จะซื้อไปฝาก

พี่จะมาที่ห้องเหรอ

ได้มั้ย

ถามว่าได้มั้ย ก็ได้นั่นแหละ แต่มันไม่ค่อยดีต่อหัวใจผมเท่าไรเลยเวลาได้อยู่ใกล้ๆเขา

อื้อ

เดี๋ยวพี่ซื้อขนมเบื้องไปฝากนะ

ครับกลับตึกได้แล้ว...เพื่อนรอ

เดียวดาย

หือทำไมเขากลับมาเซ้าซี้อีกแล้วนะ

ฝากหน่อย ดูแลตัวเองด้วย

พูดจบคนตัวสูงก็ยื่นหน้ากากอุลตร้าแมนที่เขาใส่บ่อยๆมาให้ผมพลางก้าวฉับๆออกไปหาเพื่อนๆที่เดินนำออกไปแล้ว ผมก้มลงมองหน้ากากอุลตร้าแมนลายออริจินอลที่พี่ก็อดใส่บ่อยกว่าลายอื่น พอเห็นหน้ากากที่ถูกใส่จนยางขาดแล้ว ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ

นิ้วของผมสัมผัสลงด้านหลังหน้ากาก ไออุ่นจากใบหน้าของใครอีกคนยังเหลือทิ้งไว้อยู่เลย

ถ้าวันนั้นมาถึง วันที่จะได้มองหน้ากันตรงๆ

ผมจะทำมันได้มั้ยนะ

จะกล้าจ้องตาเขาหรือเปล่า

ผมเดินกลับเข้าไปในตึก กดลิฟต์เพื่อที่จะขึ้นไปยังห้องแล็บเพื่อนเรียนคาบบ่ายต่อ ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออกพร้อมกับพี่เจนที่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์พอดิบพอดี

เจอกันอีกแล้วสินะ

พี่เจนไม่ได้พูดอะไร เธอเดินผ่านผมไปเหมือนผมเป็นอากาศธาตุ แต่เจ้าตัวดันชะงักไปเมื่อเห็นหน้ากากอุลตร้าแมนที่ผมถือเอาไว้ในมือ

เล่นละครลิงกันหรือไง

อย่าพูด...แบบนั้นได้มั้ยครับ

ถามจริง คิดจะปิดไปได้อีกนานแค่ไหน ถ้าแฟนคลับก็อดรู้คงเสียใจ

“…” ผมชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่เจนพูด เธอรู้เหรอว่าคนที่สวมหน้ากากนี้คือพี่ก็อด

ทำไม…”

ทำไมถึงรู้อ่ะเหรอ โอ้ย เขารู้กันหมดทั้งมอแล้วมั้งว่าเป็นก็อด ในทวิตเตอร์มีคนออกมาบอกแล้วนะ ก็อดออกจะดังในมหาลัย ใครๆก็รู้จัก

ผม...ไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ก็อด

จ้องขนาดนั้นอ่ะนะไม่ได้เป็นอะไร แล้วหน้ากากเนี่ย พอเหอะ หน้าตาก็อดก็ออกจะดี ทำไมต้องมาใส่หน้ากากเดินไปเดินมาด้วย ไม่ใช่เพราะไปบังคับให้ก็อดทำแบบนั้นหรอกเหรอพี่เจนดึงหน้ากากอุลตร้าแมนในมือผมไป ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคว้ามันกลับมาแต่ไม่ทัน เธอหักหน้ากากอุลตร้าแมนของพี่ก็อดจนพลาสติกแตกดังกร๊อบ

ทำแบบนี้...มันเกินไปแล้วนะ

ก็อดอ่ะไม่ต้องมาใส่หน้ากากแบบนี้เลย ไร้สาระเป็นบ้า

ผมเงยหน้าสบตากับผู้หญิงตรงหน้าด้วยความโมโห ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะโมโหใครได้มากขนาดนี้ รู้สึกหน้าเห่อร้อนจนเข้าใจแล้วว่าคำว่า โกรธจนควันออกหูน่ะ มันเป็นแบบไหน พี่เจนดูตกใจที่เห็นผมมองหน้าเธอนิ่งๆแบบนั้น เจ้าตัวถอยหลังห่างออกไปก่อนที่ผมจะกระชากเอาหน้ากากกลับคืนมา

ทั้งๆที่พี่โตกว่าผม...แต่ดูเหมือนพี่จะไม่มีสมองนะ

นี่!”

ถ้าไม่ชอบหน้าผมนักจะมายุ่งกับผมทำไมเลิกยุ่งกับผมสักทีเพราะผมเอง...ก็ไม่ชอบหน้าพี่เหมือนกัน

พูดจบผมก็รีบเดินหนีไปทางบันไดหนีไฟ สิ่งสุดท้ายที่เห็นบนใบหน้าของพี่เจน คือความหวาดหวั่นเพราะคงไม่นึกว่าผมจะกล้าต่อปากต่อคำกับเธอ แต่แม่ผมน่ะ สอนมาตลอดว่าอย่ายอมใคร ผมก่นด่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ในใจด้วยความโมโหตลอดทาง

ขอให้ร้านขายกระเป๋าเจ๊ง ขอให้ไม่มีคนรีวิว ขาดทุนย่อยยับ

ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่บันไดทางขึ้นชั้นสามแล้วมองหน้ากากอุลตร้าแมนที่หักงอเงียบๆ

ถ้าสิ่งที่พี่เจนบอกเป็นความจริงล่ะก็

แฟนคลับพี่ไม่พอใจเหรอ ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ

พี่ก็อด



// โอ๋นะลูก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.677K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11260 Saltan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 16:36
    น้องลูก
    #11,260
    0
  2. #11245 nicha140146 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 16:06
    ในชีวิตจริงของเราเคยเจอ แบบเจนนะ มันเป็นแฟของเพื่อนเราเอง เพื่อนสนิทด้วยแต่ตอนนี้ไม่สนิทแล้วมั้ง5555 คือมันชอบมาหน้าเราแบบมองจิกอ่ะ เจอกันทีไรก็มองเคยทักมาหาเรื่องด้วย มันคิดว่าเราชอบเพื่อนเราเพราะเราจะคุยปรึกษากับเพื่อนบ่อยมาก แต่เพื่อนเรามันเป็นผญที่ชอบญ แต่เราไม่ได้ชอบมันนะเราชอบผช. แต่อิแฟนมันก็ไม่เลิกทั้งที่มันไม่มีไรเราไม่เคยทำไรให้มันเลย มันบอกเราก็ปล่อยมันทักมากวนมาหาเรื่องเราก็ปล่อย จนบางครั้งคิดว่าทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทั้งที่เราไม่ได้ทำไรผิด เพื่อนเราก็บอกให้เราปล่อยไปอย่าไปสนใจมันบอกว่าแฟนมันก็เป็นงี้แหละ ตอนแรกก็ไม่ได้ไรนะพอมันมากเข้า เราเลยบอกเพื่อนว่ามันแฟร์กับเราหรอ ทั้งที่เราไม่เคยทำไรให้เลย แต่เพื่อนก็เหมือนแบบไม่สนใจอ่ะ เราก็เลยเออดีเนาะก็โกรธมันทั้งสองเลยทีนี้ ทั้งที่เป็นเพื่อนกันมานานนะ แต่ก็เข้าใจว่าเพื่อนกับแฟนมันต่างกันปลงไม่อยากเจอหน้ามันอีกเบื่อ
    #11,245
    0
  3. #11217 Hamavari19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:17
    นังเจน อย่าให้เจอนะ แม่จะด่าให้ลืมทางกลับบ้านเลย กอดๆนะน้องเดียว
    #11,217
    0
  4. #11193 feelsmiley (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 00:01
    อีเจนนนนน !! โกรธแล้วนะมาทำลูกชั้น!!!!
    #11,193
    0
  5. #11148 LUKKADE31 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:39
    อิแม่ถกแขนเสื้อเตรียมตบนังนี่แล้วค่ะ มันจะอะไรกับน้องนักนะกะอีแค่ไม่รีวิวสินค้าให้เนี่ย
    #11,148
    0
  6. #11119 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 02:18
    ตามจิกน้องเปนปลิงเลย
    #11,119
    0
  7. #11118 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 02:18
    เจนตามอาฆาตน้องแอบชอบน้องปะคะ
    #11,118
    0
  8. #11093 slpxbear (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 20:57
    เกินนนนนนรนไปมั้ยเจนค่ะ ไปอยู่กับนุ่นกับโบว์ไป๊!!! อย่ามายุ่งกับน้อนน
    #11,093
    0
  9. #11064 1 9 9 $ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 20:33
    อย่าไปฟังอิเจนมันน้องเดียว อย่าเก็บมาคิดมากนะลูก ;-;
    #11,064
    0
  10. #11014 similunkh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 22:09
    อีเจน!!!ขอให้ร้านขายกระเป๋า-เจ๊ง!!!ไม่มีคนซื้อ!!!ขอให้โดนโกง!!!ขอให้ขาดทุนย่อยยับ!!!
    #11,014
    0
  11. #11005 samantap2608 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 13:41
    อย่าเครียดนะคับน้องงงง;-;
    #11,005
    0
  12. #10999 PREEMILY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:54
    เดียวของขึ้นเเล้วว
    #10,999
    0
  13. #10954 pommys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 21:52
    อย่าให้เดียวของขึ้นนะ
    #10,954
    0
  14. #10938 pi'lin/พิ'ลิน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 20:47
    ชอบเพื่อนๆของก็อตอะคุยกันตลกดี
    #10,938
    0
  15. #10937 pi'lin/พิ'ลิน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 20:46
    ชอบเพื่อนไปก็อตอะคุยดีนตลกดี
    #10,937
    0
  16. #10924 gisel (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 11:55
    อินังเจน!! ขอให้แกจมอยู่ในบ่อขี้4เดือนจนเป็นบ้าไปเลย
    #10,924
    0
  17. #10802 ssstt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 17:41
    อีเจน เป็นโรคหรอ
    #10,802
    0
  18. #10740 Jinjoo.K (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:48
    นังเจน นังบ้า ชั้นจะฉาบแก!!!!! น้องไม่ต้องกังวลลูก พี่ก็อดก็ยังเป็นพี่ก็อดที่แสนดีของหนู่นั่นแหละ
    #10,740
    0
  19. #10736 Earn0624 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:25
    น้องไม่ต้องกังวล เอาจริงๆพี่ก็อดไม่ได้เป็นคนสาธารณะอะไรเลยลูก เขามีชีวิตปกติของเขา แค่มีคนมาชอบ ซึ่งคนพวกนั้นไม่มีสิทธิมาคาดหวัง มากำหนดชีวิตคนอื่นเลย พี่ก็อดจะทำอะไรก็ได้ แล้วหนูก็ทำอะไรก็ได้นะ
    #10,736
    0
  20. #10700 noey290147 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:10
    นังเจน ฉันจะฉาบแก
    #10,700
    0
  21. #10693 IiIingg (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 19:17
    อยากเอากระเป๋าฟาดหน้าเจน
    #10,693
    0
  22. #10658 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 12:51
    ลำใยอีเจ๊
    #10,658
    0
  23. #10644 goi_iog (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 17:32
    จ้างคนไปตบสักสิบที คิดเท่าไหร่
    #10,644
    0
  24. #10614 napasonmadee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 21:18
    ขอทุบหน้าอีเจนหน่อยเหอะ
    #10,614
    0
  25. #10578 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:56
    กว่าน้องจะก้าวออกมาจากโลกของตัวเองได้ขนาดนี้มันไม่ง่ายนะเฟ้ย ทำไมต้องมาพูดให้น้องคิดมากอีกแล้ว น่าตบจริงๆเลยผู้หญิงคนนี้ // ความสัมพันธ์กำลังจะดีขึ้นอยู่แล้วเชียว น้องคิดมากแบบนี้ไม่ใช่จะยอมถอยซะนะ แต่ถ้าน้องพูดกับก็อดตรงๆก็คงดี
    #10,578
    0