Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,784 ครั้ง
    10 พ.ค. 62


Chapter 14


ความประทับใจที่มีต่อเขา

มันพรั่งพรูมากขึ้นเรื่อยๆ

 

          Godzilla: เจอกันหน้างานนะ

            OnlyOne: ครับ

 

            ผมสะบัดเสื้อบนร่างกายของตัวเองเพราะอากาศร้อนๆในตอนหัวค่ำ นั่งอยู่บนรถรางของมหาลัยที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามทาง ก่อนจะจอดลงที่ริมถนนแล้วหลังจากนั้นผมก็ต้องเดินไปตามฟุตบาทตัวหนอนต่อเพื่อตรงไปยังสนามบอลที่มีไว้สำหรับจัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ของคณะวิศวะ นักศึกษาที่เดินสวนกันไปมาเป็นภาพที่ไม่ค่อยคุ้นตา ปกติแล้วผมไม่เคยออกมาเดินในมหาลัยตอนหัวค่ำ เลยไม่รู้ว่านี่คือจำนวนคนตอนปกติ หรือว่าเป็นเพราะคอนเสิร์ตคนถึงได้เยอะ

            มือสองข้างเต็มไปด้วยเหงื่อ กังวลทุกครั้งเวลาต้องมาเจอคนเยอะๆแบบนี้ แต่เพราะพี่ก็อดให้สัญญาว่าจะไม่บังคับและจะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ก็แค่มาฟังเพลง ฟังจบแล้วก็ออกจากงานทันทีผมเลยตัดสินใจมา

            แปะ

            ผมที่ยืนชะเง้อคอซ้ายขวามองหากลุ่มของพี่ก็อดสะดุ้งไปเมื่อใครสักคนแปะมือลงบนไหล่ หันไปก็เห็นรอยยิ้มกว้างถูกส่งมาจากพี่บิว ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนของคุณก็อดซิลล่า

            ไงเรา

            “อ่าดีครับ

            “ไอ้ก็อดไปซื้อน้ำ กำลังมา

            พยักหน้าตอบรับคำ พลางทิ้งตัวนั่งลงที่ริมฟุตบาทห่างจากทางเข้าพอสมควร วันนี้พี่บิวสวมชุดสบายๆอย่างเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว ผมยาวสีเข้มถูกรวบเป็นหางม้าเอาไว้ เป็นผู้หญิงที่ดูคล่องแคล่วจริงๆ

            ถ้าไม่ไหวบอกไอ้ก็อดเลยนะ ให้มันพากลับหอ พี่รู้ว่าคนเยอะอาจจะอึดอัด วันนี้อากาศแม่งร้อนด้วยแหละ

            ผมส่งยิ้มเล็กๆให้พี่บิวที่ดูเป็นห่วงเป็นใยผม ไม่รู้ว่าเพราะโดนบังคับมาหรือเปล่า แต่การได้อยู่กับเพื่อนๆพี่ก็อดนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดเลยสักนิด หรืออาจจะเป็นเพราะมันมีบรรยากาศของพี่ก็อดที่ยังอบอวลอยู่รอบๆ รู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นพี่ก็อดจะคอยอยู่ข้างๆ เลยรู้สึกสบายใจ

            ขอบคุณนะครับ

            “ไม่เป็นไรหรอก เราเป็นเพื่อนกันนี่ จริงมะพี่บิวขยิบตาส่งมาให้ ณ ตอนนั้น มีความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในหัว ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดูเท่มากๆในสายตาของผม

            “ว่าแต่เรา ทำไมถึงชอบคุยกับไอ้ก็อดเหรอ

            ผมนั่งเล่นฝ่ามือของตัวเอง ไม่ต้องคิดหาเหตุผลเลยว่าทำไม

            ก็เพราะชอบครับ

            “ชอบนี่ ชอบแบบไหน เพื่อน พี่ชาย หรือว่าอย่างอื่น

            อย่างอื่น หันไปขมวดคิ้วมองพี่บิวที่ส่งยิ้มมาให้ สมองที่กำลังประมวลผลอย่างช้าๆมีคำๆหนึ่งเด้งขึ้นมา

            ชอบเขา…’

            เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่แบบนั้น

            “เขาเป็นคนสำคัญ

            “อย่างนั้นเหรอ แล้วจะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนสำคัญมั้ย

            ผมส่ายหน้า

            ไม่มีโอกาสเหรอ

            “ผมไม่รู้

            พี่บิวไม่ได้ถามอะไรต่อ เจ้าตัวเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทนอย่างเช่นว่าวันนี้อากาศร้อนเกินไป หรือวันนี้มีนักร้องวงอะไรมาบ้าง รวมไปถึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับพี่ก็อดและกลุ่มเพื่อนของตัวเองให้ฟัง จนกระทั่งผ่านไปสิบกว่านาที 

            อ่ะ มาละนั่นไง

            เสียงใสๆพร้อมกับใบหน้ามนที่พยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มผู้ชายสี่คน หนึ่งในนั้นคือผู้ชายตัวสูงชะลูดที่สวมหน้ากากอุลตร้าแมนไม่ซ้ำแบบกำลังเดินดุ่มๆหิ้วถุงใส่ขวดน้ำมาทางนี้

            นอกจากนั้นก็มีพี่ว่าน พี่เบียร์ และใครอีกคนที่ผมไม่รู้จัก

            ไอ้เบลอ่ะพี่บิวถามหาบุคคลที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้นผู้ชายที่ยืนข้างพี่ก็อดนั้นไม่ใช่พี่เบล ถ้าให้เดาล่ะก็

            “เบลอ่ะต้น

            เป็นพี่ต้น เพื่อนที่พี่ก็อดเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนบ้าๆบอๆ

            เมียมึงไม่ใช่เหรอบิว

            “เมียก็ผีแล้ว!”

            อ่อยพี่กราฟอยู่ในงานละมั้ง

            “อิเลว ทิ้งเพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มบ่นอุบแล้วคว้าขวดน้ำเปล่าในมือพี่ว่านก่อนจะเดินนำเข้าไปในงาน

            แล้วนี่ใครพี่ต้นชี้มาที่ผมที่ยืนกะพริบตาปริบๆมองพวกพี่ๆอยู่ ผมก้มหัวให้เขาเล็กน้อยพลางหลบสายตาต่ำมองพื้นคอนกรีต ก่อนที่แผ่นหลังของใครสักคนจะบดบังทัศนียภาพด้านหน้าเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูก บ่งบอกว่าเจ้าของแผ่นหลังกว้างนี้คือพี่ก็อด

            ไม่บอก

            “ไอ้สัดก็อด ใช่เด็กที่ไอ้ว่านเล่าให้ฟังป่ะ

            “ยุ่งไรมึงอ่ะ

            “อย่าไปยุ่งกับน้องไอ้เหี้ยต้นพี่ว่านแหวใส่เพื่อน แต่เหมือนพี่ต้นจะไม่ฟัง เพราะเขาจับแขนพี่ก็อดแล้วชะโงกหน้ามามองผม ทักทายแนะนำตัวด้วยท่าทางเป็นมิตร ส่งยิ้มฟันขาวมาให้ตามแบบฉบับคนเฟรนด์ลี่

            “ดีครับ พี่ชื่อต้นนะ

            คะครับ

            “สนใจมาปลูกต้นรักกับพี่มั้ยครับ

            ผมส่ายหน้ารัวใส่เขา

            “แล้วพี่สนใจปลูกต้นงิ้วกับหนูมั้ยคะ เราจะได้ไปปลูกกันในนรกพี่ก็อดแผ่ออร่าไม่พอใจใส่เพื่อน ออกไปห่างๆเลยมึงอ่ะแถมมือหนักๆของคนตัวสูงยังพยายามผลักหัวเพื่อนตัวแสบของเขาให้ออกห่างไป

            “ทำไมต้องรุนแรงกับเค้าด้วยอ่ะเตง

            “ก็เตงขี้เสือกอ่ะ

            “เตงอ่ะใจร้าย!”

            “ไปไกลๆดิ๊พี่ก็อดดันพี่ต้นออกห่างตัวอีกครั้ง

อย่ามาจับอย่ามาทัชอย่ามาทะลึ่งเบเบ๋

ไป๊!”

            น้องครับ เพื่อนพี่เขาอุ๊บฝ่ามือของพี่เบียร์ปิดปากเพื่อนตัวกวนเอาไว้พร้อมทั้งพยายามลากเพื่อนเข้าไปในคอนเสิร์ต พี่ต้นพยายามดิ้นจนเป็นอิสระ “ไอ้ก็อดอ่ะมันชะ…”

            แฮ่ม! แค่กๆ! โอ้ยอะไรติดคอ คันคอจัง แฮ่มๆ

ยังไม่ทันจะได้ฟังจนจบประโยค พี่ก็อดก็ไอออกมาเสียงดังจนผมต้องเงยหน้าไปสนใจเขา บุคคลที่ซ่อนใบหน้าอยู่ภายใต้หน้ากากอุลตร้าแมน ที่เรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างได้เยอะพอสมควร บางครั้งก็อยากจะรู้ว่าระหว่างหน้าจริงๆของเขา กับหน้ากากอุลตร้าแมนนี่ อย่างไหนสามารถเรียกสายตาจากผู้คนได้มากกว่ากัน

ผมก้มหน้าต่ำ มองปลายเท้าของตัวเองกับปลายเท้าของพี่ก็อด ก่อนฝ่ามือของเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งจะยื่นขวดน้ำเปล่าเย็นๆมาให้

            วันนี้ร้อน พกน้ำเข้าไปด้วยดีกว่า

            “ขอบคุณครับรับขวดน้ำมาถือไว้ในมือ หยดน้ำเย็นๆทำให้ต้องสะบัดมันออกไปเล็กน้อย

            พร้อมมั้ย

            “อือ

            “ถ้าอึดอัดบอกเลยนะ เดี๋ยวพาไปกินบิงซูแทนเขาพูดเสียงนุ่มใส่ ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้าทีไร พี่ก็อดก็กลายร่างเป็นคุณก็อดซิลล่าที่อบอุ่นขึ้นมาซะเฉยๆ ตอนอยู่ที่ระเบียงห้องเขาแทบไม่เว้นจังหวะที่จะกวนผมเลยสักนิด

            เราสองคนเดินเข้าไปในบริเวณที่จัดคอนเสิร์ต ผมไม่รู้ว่าพี่ๆคนอื่นหายตัวไปไหน เหลือเพียงแค่พี่ต้นที่ยืนพิงอยู่กับกำแพงสังกะสีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันคนภายนอก พี่ก็อดพาผมไปยืนติดด้านหลังสุด มองออกไปด้านหน้าเห็นกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนออกันอยู่ในความมืด มีแสงไฟจากมือถือที่ถูกส่องออกมาบ้างเป็นหย่อมๆ

            เดอะทอยส์ขึ้นแรกๆเลย ไม่ต้องรอนานพี่ก็อดว่า ผมพยักหน้าตอบอย่างเข้าใจ

            เกือบชั่วโมงที่เรายืนฟังเพลงจากวงอื่นๆ ผมแอบมองไปที่พี่ก็อดเป็นพักๆ เพราะอากาศมันร้อน แถมเขายังใส่หน้ากากแบบนี้ เขาจะไม่ร้อนตายหรือไงนะ

            พี่ก็อดผมพูดเสียงแผ่ว แต่เพราะเสียงดนตรีมันดังเกินไป คนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการฟังเพลงเลยไม่ได้ยิน

            พี่ก็อด!”

            แม้จะตะโกนออกไปเขาก็ไม่ได้ยิน มือของผมเลยแตะลงบนแขนของเขาทำเอาคนข้างๆสะดุ้งตัวเล็กน้อย พี่ก็อดขยับหูเข้ามาใกล้ริมฝีปากของผม การกระทำของเขาแม้จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นทำให้ใจของผมเต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เข้าใกล้กันเกินไปแล้ว

            ใกล้เกินไป

            ว่าไง

            “พี่ไม่ร้อนเหรอผมเปล่งเสียงใส่หูของเขาในระยะประชิด คนข้างตัวไม่ได้ตอบรับอะไร เขาแค่วางฝ่ามือลงบนศีรษะของผมแล้วขยี้เบาๆ เจ้าตัวส่ายหน้านิดๆพลางหันไปสนใจเวทีด้านหน้าต่อ

            อีกแล้ว

            สัมผัสของเขา

            มันทำให้จากที่อบอ้าวอยู่แล้วกลายเป็นร้อนระอุขึ้นมา

            ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ

            ผมพยายามสะบัดไล่ความคิดออกจากหัว หันไปสนใจหน้าเวทีอย่างใจจดใจจ่อแทน เหมือนพี่ต้นจะสังเกตเห็นว่าผมร้อนจนเหงื่อท่วมตัวไปหมด เขาถึงยื่นพัดอันเล็กๆส่งมาให้ ผมมองพัดนั่นอยู่สักพักพี่ต้นก็ตะโกนใส่

            เอาไปพัดไป ร้อนจนหน้าแดงหมดแล้ว

            อ่ะ ผมรีบก้มหัวขอบคุณเขาพร้อมกับหยิบพัดมาถือไว้ในมือ มองเจ้าพัดลายคิตตี้แล้วก็อมยิ้มออกมา

            เพื่อนพี่ก็อดทุกคน ใจดีจัง

            รอไม่นานเดอะทอยส์ก็ขึ้นมาร้องเพลง หลังจากที่มัวแต่สนใจคนรอบกาย พอเดอะทอยส์ขึ้นมาผมก็ไม่สามารถละสายตาไปจากเวทีได้เลย แม้จะอยู่ไกล แม้จะมองเห็นนักร้องตัวเท่าเมล็ดถั่วเขียว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินเขาร้องสด

            มันเหมือนในตอนนั้นผมตัดขาดจากโลกภายนอก ตัดขาดจากบุคคลรอบตัวไปเพราะเสียงหวานๆของเขา

            ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอวกาศ ที่มีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว

ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอันตราย จะมีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว

คิดถึงฉันวันละนิดคิดตอนเธอยังมีสิทธิ์ ชิดวันละนิดก็พอ

ความรักจะไม่ตกหลุม ความรักทำให้หลงรัก

เหนื่อยไหมอยากให้เธอพัก ก่อนที่ฉันจะพาเธอลอย

ผมมองเห็นฝูงชนที่ขยับตัวไปพร้อมๆกัน มองเห็นผู้คนที่ส่งรอยยิ้มให้กันอยู่ด้านหน้า มองเห็นคู่รักและกลุ่มเพื่อนหลายๆคนที่หันไปจ้องหน้าส่งยิ้มให้กันพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยอย่างมีความสุข

ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกข้างนอก ต่างก็มีความสุขในแบบฉบับของตัวเอง พอหันกลับมามองคนข้างตัวแล้ว คนที่กำลังยืนพิงไปกับกำแพงสังกะสี ใบหน้ามองตรงไปยังเวทีด้านหน้า

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ความสุขในแบบของผมคงเป็นการนอนฟังเพลงเงียบๆอยู่ในห้อง ในโลกส่วนตัวของตัวเอง แต่ตอนนี้ กลับอยากพาใครอีกคนมานั่งฟังเพลงด้วยกัน มันรู้สึกดีที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ยืนฟังเพลงเงียบๆข้างๆพี่ก็อด โดยไม่ต้องเบียดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฝูงชน

ในตอนนั้น ผมไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกมองอยู่ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพี่ต้นกำลังวางแผนอะไรสักอย่างอยู่กับพี่บิวที่เพิ่งเดินแทรกฝูงชนมาพร้อมกับพี่เบล สายตาของผมนั้นจับจ้องไปยังฝูงชนกลุ่มใหญ่ด้านหน้า ตั้งใจฟังเพลงอย่างเพลิดเพลิน ซึมซับความรู้สึกดีๆและเสียงนุ่มๆของนักร้อง 

จนกระทั่งเพลงที่สอง สาม สี่และห้าผ่านไป ก่อนที่ใครสักคนจะเซเข้ามาชนจนผมเซไปชนกับพี่ก็อดที่กำลังดื่มน้ำอยู่ แรงกระแทกจากทางด้านขวาทำให้แขนสองข้างของคนตัวสูงต้องโอบรับร่างกายของผมเอาไว้ นอกจากนั้นผมยังเผลอเหยียบเท้าเขาไปเต็มแรงจนพี่ก็อดร้องโอ้ย ขวดน้ำที่เขากินอยู่ร่วงตกลงที่พื้น พร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายจากพี่ต้นและพี่บิว

ที่ยืนตั้งเยอะตั้งแยะเซมาชนทำไมอ่ะ!”

อย่าเบียดจ้า!”

เป็นไรหรือเปล่าเราเสียงของพี่ก็อดดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเพลงที่จบลง เสียงฮือฮาของฝูงชนเมื่อกี้เงียบลงไป หูของผมวิ้งไปชั่วขณะ

เดียว

เสียงที่เงียบไปถูกแทนที่ด้วยเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นจนน่ากลัว

ตึกตัก

เสียงหัวใจของตัวเอง

เดียว โอเคมั้ยพี่ก็อดทิ้งตัวนั่งยองๆลงพร้อมกับจับข้อมือสองข้างของผมเอาไว้หลวมๆ ผมที่ก้มหน้าต่ำอยู่มองใบหน้าของคุณอุลตร้าแมนได้อย่างพอดิบพอดี ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้าเป็นห่วงหรือเปล่า แต่จากน้ำเสียงแล้วฟังดูร้อนใจที่เห็นอาการของผมแปลกไป เลยส่ายหน้าเบาๆตอบเขา พร้อมกับเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

ไม่เป็นไรแต่กลับ...ได้มั้ย

คนตัวสูงไม่ได้ตอบอะไร เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนแทรกผ่านเสียงเพลงที่ดังขึ้นอีกครั้ง

เฮ้ย กูพาน้องกลับก่อนนะ!!”

พี่ก็อดพาผมออกมาจากคอนเสิร์ตทันทีตามสัญญาว่าถ้ารู้สึกอึดอัดหรืออยากกลับเมื่อไรให้บอกเขา อาการร้อนวูบวาบของผมค่อยๆคลายตัวลงเมื่อได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก

แต่ถึงกระนั้น หัวใจที่เต้นเป็นกลองอยู่ในอก ก็ยังไม่ยอมแผ่วลงสักที

อยากกลับหอเลยมั้ย หรืออยากไปกินบิงซูก่อน

อากาศมันร้อนมากเลย ดังนั้นไปกินบิงซูก็คงดี

กินบิงซูก็ได้

ป่ะ

เราสองคนเดินไปตามทางเงียบๆเปลี่ยวๆในยามค่ำคืนของมหาลัยชานเมือง พี่ก็อดไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ตอนที่เราเดินออกมาจากคอนเสิร์ต เขาทำเพียงแค่เดินนำหน้าผมไปเงียบๆ ผมมองแผ่นหลังกว้างๆของผู้ชายตรงหน้า

ปกติแล้วเขาจะพูดไม่หยุด ทำไมวันนี้เงียบจนน่าแปลกใจ

ก่อนสายตาของผมจะหันไปสังเกตเห็นต้นไม้ที่มีดอกไม้สีม่วงริมทาง

สวยจัง

ผมไม่เคยเดินมาทางนี้เลยไม่เคยเห็นว่าในมหาลัยมีดอกไม้สีม่วงแบบนี้ด้วย มันทำให้ถูกดึงดูดเข้าไปใกล้ เหมือนพี่ก็อดจะรู้ว่าผมหยุดดูดอกไม้ เขาถึงได้เดินถอยหลังกลับมา

ชอบเหรอ

ผมไม่เคยเห็นเลย

สวยมะ

สวย

คนตัวสูงทิ้งตัวนั่งยองๆ หยิบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงที่พื้นขึ้นมาถือเอาไว้ เขาปัดคราบฝุ่นออกจากดอกไม้สีม่วง เล่นดอกไม้นั่นอยู่สักพักก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้น

“แล้วคอนเสิร์ตวันนี้ล่ะ...ชอบมั้ยผมเงยหน้ามองหน้ากากอุลตร้าแมนตาจุด พอจะจับสังเกตถึงความเงียบที่ก่อตัวขึ้นมาได้

พี่กังวลเหรอ

พี่ก็อดเงียบไปพักหนึ่ง เขายกมือขึ้นมาลูบต้นคอของตัวเอง

ครับ กลัวทำให้เราอึดอัด อยากให้มาฟังวงที่ชอบแค่นั้นแหละ

ริมฝีปากของผมคลี่ยิ้มกว้าง

ขอบคุณนะครับ...ผมไม่ได้อึดอัดเลยที่ขอออกมาก่อนก็เพราะอยู่ใกล้เขามากเกินไปนั่นแหละ พอได้เว้นระยะห่างออกไปบ้างก็โอเคขึ้นมาแล้ว

ชอบก็ดีแล้ว แค่วันนี้ก็พอนะ ไว้วันหลังนั่งคุยที่ระเบียงดีกว่าจะได้สบายใจกว่า

ผมส่ายหน้าให้กับผู้ชายตัวสูงตรงหน้า

อยู่ข้างๆก็สบายใจพี่...ไม่ต้องคิดมากนะ

จะไม่ให้คิดมากได้ยังไง พี่เป็นคนสำคัญของเราไม่ใช่หรือไง

พูดจบพี่ก็อดก็ขยับมือของเขามาใกล้กลุ่มผมของผม ผมไม่รู้ว่าเขาทำอะไร รู้เพียงแค่ว่าเขาเกลี่ยปอยผมของผมไปทัดหูเอาไว้ แล้วพอเขาถอนฝ่ามือออกไป ดอกไม้สีม่วงบนมือของเขาก็หายไปแล้ว

เหมาะกับดอกไม้ดีเนอะ

ริมฝีปากของผมเม้มแน่นพลางก้มหน้าหนีตาจุดๆนั่น ใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมา ความรู้สึกพวกนี้มันเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆพอๆกับความกลัว

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ

พี่ควรจะโวยวาย วอแวใส่ผมไม่ใช่เหรอทำไมต้องมาทำตัวแบบนี้ใส่ด้วย

ยิ่งทำตัวแบบนี้ กำแพงคนสำคัญที่ผมก่อเอาไว้ ก็พังเละไม่เป็นท่าพอดี

 

***

ในเวลาไม่นาน เราสองคนก็มานั่งกันอยู่ในร้านบิงซูข้างหอพัก พี่ก็อดผู้ซึ่งไม่ชอบของหวานไม่ได้สั่งอะไร มีเพียงแค่ผมที่ตอนแรกจะสั่งบิงซูสตอเบอร์รี่ แต่เปลี่ยนใจไปสั่งเมล่อนเมนูแนะนำของร้านแทนเพราะอยากให้ใครอีกคนได้ลองกิน

พอบิงซูเมล่อนมาเสิร์ฟตรงหน้า ผมก็ยื่นช้อนเหล็กคันหนึ่งไปตรงหน้าเขาแล้วถือช้อนของตัวเองเอาไว้

หือ พี่ก็อดครางฮือในลำคอเหมือนจะตั้งคำถาม

กินมั้ย

พี่ไม่กินของหวาน เดียวกินเลย

พี่เคยกินแล้วเหรอ

คนตรงหน้าส่ายหน้านิดๆ

ลองดูมั้ย...มันไม่ได้หวานขนาดนั้นผมว่าแล้วตักเมล่อนลูกกลมๆสีเขียวอ่อนเข้าปากพลางเคี้ยวหงับๆ รสชาติหอมๆออกรสหวานนิดๆติดปลายลิ้นกำลังดีให้ความรู้สึกสดชื่น

เห็นคนตรงหน้าพินิจพิจารณาบิงซูอยู่นานสองนาน ผมพอเข้าใจอยู่หรอกว่าไม่ควรไปบังคับให้เขากินอะไรถ้าเขาไม่ได้ชอบ ก็เลยไม่ได้บังคับให้เขากิน แต่แค่อยากให้ลองดูเฉยๆเพราะมันไม่ได้หวานเลี่ยนเหมือนพวกช็อคโกแลตที่เขาไม่ชอบ ในที่สุดเขาก็ตักมันขึ้นมาหนึ่งลูกแล้วขยับหน้ากากออกเล็กน้อย ส่งลูกเมล่อนกลมๆเข้าไปในปากเคี้ยวหงุบหงับอยู่สักพัก

อร่อยแฮะ

ผมส่งยิ้มให้พี่ก็อด

บอกแล้ว

แต่ก็หวาน

เมล่อนหวานเหรอสายตาของผมจับจ้องลูกกลมๆในช้อนของตัวเอง หรือเป็นเพราะผมกินของหวานประจำจนชินแล้วนะ มันเลยรู้สึกไม่ค่อยหวานเท่าไร

เมล่อนหวานไม่มาก แต่อย่างอื่นอ่ะหวานมาก

อย่างอื่น

งั้นอย่าใส่นมข้นนะ

ผมรีบเอาถ้วยนมข้นไปห่างๆเขาเหมือนกับว่ามันเป็นของต้องห้าม ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆจากอีกฝ่าย

วันหลังมากินอีกมั้ย

อือ

อยากไปกินอะไรอีกมั้ย พี่พาไปได้ทุกที่เลยนะเขาถามพลางตักเมล่อนเข้าปากอีกลูก เคี้ยวจนหน้ากากขยับไปขยับมาจนเผลอหลุดขำ

อะไรก็ได้ผมกินง่าย

หนูย่างมะ

เออะอันนี้ไม่กินนะ

            แล้วบทสนทนาของเราก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของกินแปลกๆที่เขาเคยเจอมา ไม่ว่าจะเป็นหนูย่าง เนื้อจระเข้ กบ แมลงทอด และอีกสารพัด ส่วนผมก็นั่งฟังพร้อมกับกินบิงซูไปจนหมดถ้วย

            เป็นบทสนทนาที่แสนเพลิดเพลินและฟังได้ไม่เบื่อเลย

            พอกินบิงซูเสร็จเราทั้งสองคนก็กลับหอกัน พี่ก็อดหยุดยืนหน้าประตูห้องของเขาหลังจากไขกุญแจห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมหันไปมองคนข้างตัวที่ยืนนิ่งๆอยู่

            ขอบคุณนะที่วันนี้ยอมออกมา

            ผมกำลูกบิดประตูห้องแน่น เสมองไปที่บานประตูสีขาวที่ยังไม่ถูกผลักเข้าไป

            ขอบคุณที่ชวนนะครับ

            “อืมม...ครับ...ฝันดีนะน้องเต่าคนตัวสูงผลักประตูห้องเข้าไป ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มันเป็นอาการอึกอักของเขา เหมือนว่าอยากจะพูดอะไรออกมาแต่ไม่กล้าพูด ทั้งๆที่ปกติแล้วเขาอยากพูดอะไรก็พูดออกมาด้วยซ้ำ

            พี่ก็อด…”

            “หือคนที่เดินหายเข้าไปในห้องรีบถอยหลังกลับออกมาอย่างรวดเร็วทำเอาผมสะดุ้ง

            คือถ้าพรุ่งนี้ว่างพี่มาดูคุณชายมั้ย

            เขาเงียบไปแปปหนึ่งทำเอาผมเลิ่กลั่ก ทั้งๆที่สัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนก็ยังอยู่ แต่ดันเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนเขาออกไปซะได้ ก็แค่คิดว่า เราออกมาเจอกันได้แล้ว ผมอยากแนะนำให้เขารู้จักกับคุณชาย

            งั้นเรียนเสร็จพี่จะรีบกลับห้องนะ

            คุณก็อดซิลล่าพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า เหมือนมีความสุขที่ผมเอ่ยปากชวนเขาเข้าห้อง

            เขามีความสุขที่ผมชวนเข้าห้องเหรอ

            ที่เงียบไป ที่อึกอัก เพราะอยากให้ชวนเข้าห้องเหรอ

            ตึกตัก

            หัวใจที่เต้นรัวภายใต้แผ่นอกทำให้ผมต้องรีบบอกฝันดีกับคนข้างห้องที่ยืนมองมา

            ฝันดีนะครับ

            ก่อนจะรีบหนีเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลง ทิ้งตัวนั่งลงที่พื้น กอดเข่าของตัวเองเอาไว้แน่น ความร้อนจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นมากองกันบนใบหน้า

            แย่แล้วล่ะ แย่แน่ๆเลย

            คุณชาย…”

            “เรา…”

            “เราชอบพี่เขาแน่เลย



// ฮันแน่ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.784K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11258 Saltan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 14:58
    ทั้งน่ารักทั้งน่าเอ็นดู

    อ้ยยยยย
    #11,258
    0
  2. #11191 feelsmiley (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 23:08
    ยัยน้องงงงงง เอ็นดูอ่าาาา
    ส่วนคนพี่ งื้อออ ไมโครเวฟบอยอ่าาา
    #11,191
    0
  3. #11172 Baekberry12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 20:49
    ฮั่นแน่ ยัยน้อง
    #11,172
    0
  4. #11149 ssnxy_92 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:41
    เราไม่ได้นอนหรอกคืนนี้ เราคลั่งรัก น้องเดียวเหมือนืพี่ก็อดเป็นเลย
    #11,149
    0
  5. #11146 LUKKADE31 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:03
    ฟีลมันดีจนแทะขอบเตียงแหว่งหมดแล้วจ้า เขินมากแม่
    #11,146
    0
  6. #11142 Itfriend13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:30

    เขินอะ
    #11,142
    0
  7. #11137 ไป๋อ้าย-Bai ai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 19:35
    ขำมากตอนนี้55555มุกปลูกต้นงิ้วคือที่สุด
    #11,137
    0
  8. #11130 paepicky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 04:49
    กรี้ด น้อง น่ารักคำโตโต ฮืออ
    #11,130
    0
  9. #11116 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 01:38
    เมื่อไหร่จะถอดหน้าก๊ากกก
    #11,116
    0
  10. #11091 slpxbear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 18:04
    น้อนนนนนนรรรรรรนนนน
    #11,091
    0
  11. #11062 1 9 9 $ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 08:36
    น้องเดียววววววว >< ถ้าพี่เขารู้ว่าน้องชอบจะเป็นยังไงเนี่ย ;-;
    #11,062
    0
  12. #11013 similunkh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 21:51
    ว้าย~ชวนผู้ชายเข้าห้องเหรอคะ~ร้ายไม่เบาเลยนะคะลูกแม่~ปล.ชั้นขออยู่ทีมแม่น้องเดียวได้ปะ
    #11,013
    0
  13. #11004 samantap2608 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 12:44
    น้องงงง
    #11,004
    0
  14. #10952 pommys (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 21:16
    พัฒนาไปอีกขั้น
    #10,952
    0
  15. #10933 sunsunya2002 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:41
    ว้าย ชวนผู้ชายเข้าห้อง ร้ายไม่เบา555
    #10,933
    0
  16. #10875 anp25 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:39
    อุแงงงงน้องค้าบบบบ
    #10,875
    0
  17. #10817 Come here!! (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 20:07
    น้องงงงงง ลุยเลยลูก!!!
    #10,817
    0
  18. #10788 671315 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 17:15
    แอแงงงงงงง เขินไม่ไหวแล้ววว
    #10,788
    0
  19. #10737 Jinjoo.K (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:32
    น้องงงงงงงงงงง อิแม่อยากจิกรี๊ด
    #10,737
    0
  20. #10731 Earn0624 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:58
    ใช่จ้ะ หนูชอบพี่เขาแล้วลูก
    #10,731
    0
  21. #10691 IiIingg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:58
    น้องงงงงงงงง
    #10,691
    0
  22. #10675 Pieey3748 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 00:50
    น้องเดียววววว น่ารักจัง
    #10,675
    0
  23. #10666 0828863327 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 12:50

    ดีๆๆๆๆคิดอะไรชอบอะไรบอกเขาไปเลย
    #10,666
    0
  24. #10642 goi_iog (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 16:45
    อย่าไปกลัวลูก สู้ๆ พี่เป็นกำลังใจให้
    #10,642
    0
  25. #10630 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 00:40
    ยอมรับแล้วสินะ
    #10,630
    0