Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 14 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,923 ครั้ง
    3 พ.ค. 62


Chapter 13


การมีเขาเป็นคนสำคัญ

ไม่รู้สึกดีเท่ากับเป็นคนสำคัญของเขา



            แปรงสีฟันของผมถูกเก็บใส่กระเป๋าอย่างดี สายตาสอดส่องตรวจสอบสภาพห้องน้ำของพี่ก็อด ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำที่มีแปรงสีฟันสีชมพูใส่เอาไว้ ยาสีฟันสูตรเกลือ สติ๊กเกอร์คิตตี้และผองเพื่อนที่ติดอยู่บนกระเบื้องเหนือชักโครกดูน่ารักมุ้งมิ้งเกินบรรยาย

            เชื่อแล้วว่าชอบสีชมพู

ผมเช็คสภาพตัวเองในกระจก ใบหน้าซีดๆของตัวเองนั้น แก้มสองข้างมีสีระเรื่อขึ้นมาจนน่าประหลาดใจ

            คำพูดของพี่ก็อด ยังคงดังซ้ำอยู่ในหัวของผม

ในที่สุดก็ได้เห็นเดียวแล้ว

ถึงจะไม่เห็นสีหน้า แต่จับจากน้ำเสียงมันแฝงไปด้วยความดีใจที่ได้เจอผม ทำให้ตัวผมนั้นพูดอะไรออกไปไม่ถูก เราสองคนได้แต่นั่งเงียบใส่กัน อึกอักใส่กันอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งพี่ก็อดหาเรื่องมาเล่าให้ฟังจนผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงกับการนั่งคุยเรื่องจิปาถะริมระเบียงเฉกเช่นทุกวัน ถึงจะไม่มีกำแพงกั้นแล้วเราก็ยังพูดคุยกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รวมไปถึงเล่นเกมโทรศัพท์ เล่าเรื่องคุณชายให้เขาฟัง พอเริ่มรู้สึกง่วง ผมเลยขอตัวมาแปรงฟันล้างหน้า

เคยคิดไว้ว่าครั้งแรกคงจะต้องเก้ๆกังๆใส่กันมากแน่ๆ แต่พี่ก็อดนั้นสามารถทำให้บรรยากาศอึดอัดคลายตัวลงได้ไวสุดๆ สมเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม

            ถ้าเป็นคนอื่น ผมคงจะตั้งกำแพงขึ้นมาอีกชั้นเพื่อกั้นคนๆนั้นออกไป เหมือนอย่างพี่ปีที่เคยคุยกัน เพราะไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขามากกว่าคำว่าเพื่อนสนิทและพี่ชาย พอเจอคำสารภาพว่าชอบก็เลยรู้สึกเสียใจจนไม่อยากจะเดินหน้าต่อ แต่กับพี่ก็อดนั้นคนละแบบ น่าจะเป็นเพราะลึกๆ แอบปลื้มกับการกระทำหลายๆอย่างของเขา

            แม้จะมีความไม่มั่นใจอยู่เล็กๆ แต่ก็รับรู้ว่าเขาเป็นคนที่สำคัญ และไม่อยากให้เขาหายไป

            ผมค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำออก เห็นภายในห้องปิดไฟหมดแล้วเหลือเพียงแค่โคมไฟข้างเตียง พี่ว่านกับพี่บิวก็หลับกันไปแล้วด้วย

นาฬิกาบนผนังห้องของพี่ก็อดบอกเวลาตีหนึ่งกว่าๆ สายตาของผมหยุดอยู่ที่ร่างสูงๆของเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งที่ยังคงนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ริมระเบียงห้อง ใช้แสงไฟจากริมระเบียงเพื่อช่วยในการมองเห็น แผ่นหลังกว้างๆนั่นเริ่มจะชินตาขึ้นมาทีละนิด

เขานั่งอยู่แบบนี้น่ะเหรอเวลาคุยกับผม

นั่งขัดสมาธิกับพื้นระเบียงห้อง เวลาเมื่อยๆก็เอาหลังพิงกับกระจก ไม่มีหมอนรองนั่งเหมือนกับผม

            เมื่อยบ้างมั้ยล่ะนั่น

ผมทิ้งตัวลงบนเตียง จากมองไปนอกระเบียงค่อยๆหันหลังกลับมานอนมองโคมไฟแบบง่ายๆสีดำที่โต๊ะข้างเตียง พลันสายตาก็ไปสังเกตเห็นกระเป๋าสะพายบ่าใบเล็กที่มีพวงกุญแจลูฟี่ห้อยอยู่

เขาห้อยมันจริงๆด้วยแฮะ

ดีจัง

เวลาเราซื้อของให้ใครแล้วเขาชอบ ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นั่นเอง อิ่มเอมใจแบบแปลกๆแฮะ

            แอร์เย็นๆภายในห้องทำให้ต้องซุกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มที่มีกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของพี่ก็อด คุยกันมาตั้งนาน คิดภาพไปต่างๆนานาว่าเขาต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ สุดท้ายพอมาเจอเข้าจริงๆกลับไม่ตรงตามที่คิดเลยสักอย่าง

               คุณก็อดซิลล่าขี้โวยวายนั้น จริงๆแล้วเป็นคนที่สุขุมกว่าที่คิด

               นอนคิดอะไรเล่นอยู่ไม่นาน เสียงประตูกระจกที่ถูกปิดบ่งบอกว่าพี่ก็อดกลับเข้ามาในห้องแล้ว ผมขยับตัวให้ชิดขอบเตียงมากที่สุดเพราะไม่อยากไปกินพื้นที่การนอนของเขา

พี่ก็อดเป็นคนตัวใหญ่ แค่นอนกางแขนกางขา ก็คงกินไปทั้งเตียงแล้ว

เขาทิ้งตัวลงมานอนบนเตียงพร้อมกับเสียงหาวเบาๆ ผมได้ยินเสียงกุกกักอะไรบางอย่าง สัมผัสนุ่มๆที่แผ่นหลังน่าจะเป็นเพราะเจ้าของห้องเอาหมอนข้างมากั้นตรงกลางระหว่างเรา ภายใต้แสงไฟอันน้อยนิดข้างเตียง พี่ก็อดขยับเอื้อมแขนผ่านตัวผมไปปิดโคมไฟแล้วทิ้งตัวลงนอน

            ขนาดนอนห่างกัน ยังสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากคนข้างตัวขนาดนี้

            หรือเป็นเพราะนอนคนเดียวมานาน ถึงไม่เคยรู้เลยว่าอุณหภูมิร่างกายของคนๆหนึ่งมันสามารถแผ่ออกมาได้ไกลขนาดไหน เพราะจากระยะห่างของเรานั้น ไม่ถึงหนึ่งช่วงแขนเลยด้วยซ้ำ

ผมนอนเกร็งตัวภายใต้ความมืดอยู่สักพัก เสียงทุ้มๆของพี่ก็อดก็ดังขึ้นมา

ฝันดีนะน้องเต่า

            เราบอกฝันดีกันทุกวัน แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้ใจเต้นรัวได้เท่าครั้งนี้

            ครับผมส่งเสียงแผ่วตอบรับเขากลับไป ได้เป็นเสียงฮึมฮัมในลำคอเบาๆที่ตอบกลับมา

            ไม่ต้องกังวลอะไรนะ พี่ถือศีล ไม่แตะต้องตัวสีกา

            “พี่ก็อด!” แหวตอบเขาเสียงหลง ได้ช่องว่างทีไรปล่อยไม่ได้เลยล่ะคนนี้ ส่วนคนชอบกวนนั้นส่งเสียงหัวเราะเบาๆ

            นอนได้แล้ว ดึกแล้ว

            “ครับ ฝันดีนะ

            ขยับตัวให้นอนสบายๆมากกว่าตอนแรกที่อีกนิดก็จะตกเตียงอยู่แล้ว พลางผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา ผมนอนมองความมืดอยู่ได้สักพักก่อนจะพยายามข่มตาให้หลับ

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแปลกที่ หรือเป็นเพราะคนข้างตัว เพราะผมนอนไม่หลับยันเช้าเลย

             

            ***

            หนัก

            อะไรบางอย่างทับอยู่บนคอทำเอาหายใจไม่ค่อยสะดวก ตาที่ปิดสนิทๆค่อยๆเปิดขึ้น จำไม่ได้ว่าผล็อยหลับไปตอนไหน แต่ตอนนี้หกโมงกว่าๆเอง ผมรู้สึกมึนๆเพราะนอนไม่พอ พยายามตั้งสติว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อสติกลับมาครบ คือแขนยาวๆของคนร่วมเตียงที่พาดอยู่บนลำคอของตัวเอง ผมที่นอนตะแคงอยู่ตัวแข็งเป็นก้อนหิน เกร็งจนขยับคอไม่ได้ ได้แต่มองตรงไปยังกำแพงด้านหน้า ตากะพริบปริบๆแถมยังเลิ่กลั่กด้วยความตกใจที่แขนของพี่ก็อดมาพาดคออยู่แบบนี้ ดูจากสภาพแขนที่หงายขึ้นแล้ว บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจพาดมา อาจจะนอนดิ้นจนก่ายแขนมาโดนผม

            ผมค่อยๆยกแขนหนักๆของพี่ก็อดออกไป ไม่ได้หันไปมองว่าสภาพตอนนอนเขาเป็นอย่างไร ขยับตัวลงจากเตียง สายตาสอดส่องหากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ พลางรีบคว้าของใช้ส่วนตัวแล้วออกจากห้องไปอย่างเงียบๆเพราะไม่อยากรบกวนพี่ๆที่กำลังนอนอยู่ ประตูถูกปิดลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา

            ภารกิจหลบหนี สำเร็จ

            เจ็ดโมงเช้า ผมรีบแจ้นลงไปแจ้งป้าแม่บ้านเรื่องแมงมุม ซึ่งกว่าป้าแม่บ้านจะว่างก็ช่วงบ่ายๆ ดังนั้นผมเลยกะว่าจะใช้วันหยุดไปกับการนอนในร้านกาแฟใต้หอพัก

            แก้วสตอเบอร์รี่ปั่นถูกวางลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนพร้อมๆกับศีรษะของผมที่ฟุบลงบนโต๊ะอย่างอ่อนล้า

            ไม่ค่อยชินเท่าไรเวลาต้องมานอนเตียงเดียวกับคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้น คนๆนั้นน่ะคือพี่ก็อด คุณก็อดซิลล่าที่แสนวุ่นวายข้างห้องที่ปฏิเสธจะเจอหน้ากันมาตลอด

            ทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่การมาขออาศัยในระยะเวลาสั้นๆ แต่กลับรู้สึกกังวลมากเกินกว่าเหตุ ไหนจะอาการใจเต้นตึกตักในอกที่ออกอาการสั่นไหวมาสักพัก โดยเฉพาะเวลาที่ได้อยู่ใกล้กับเขา

            กลัวจะเป็นตัวเองนั่นแหละ ที่ทำลายสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนทิ้ง

            เพราะเข้าใกล้เขามากเกินไป

ถอนหายใจแล้วเบนสายตาออกไปมองนอกกระจกที่มีนักศึกษาเดินผ่านไปมาบางตาในวันเสาร์ เสียงเพลงคลาสสิคคลอเบาๆช่วยกระตุ้นให้รู้สึกง่วงได้เป็นอย่างดี ผมอ้าปากหาววอดๆอยู่พักใหญ่ๆ กำลังจะหลับตาลงแล้ว

            “เดียวไม่ปลุกพี่!”

            ผมสะดุ้ง แหงนหน้ามองผู้ชายตัวสูงที่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะพลางทิ้งตัวนั่งลงที่นั่งตรงกันข้ามกับผม หน้ากากอุลตร้าแมนที่บดบังใบหน้าของเขาเอาไว้เรียกสายตาจากคนอื่นๆภายในร้านได้เป็นอย่างดี แต่เพราะผมเลือกที่นั่งแทบจะด้านในสุดของร้าน เลยไม่ต้องกังวลกับสายตาพวกนั้นมาก

            กลุ่มผมของคนตรงหน้านั้นชี้โด่ชี้เด่ไปคนละทาง เสื้อผ้าก็ตัวเดิมกับเมื่อคืนเลย เหมือนเพิ่งตื่นสดๆร้อนๆ

            แอบตามมาเหรอ

            “เปล่า เดินตามมาเลย

            “…” ก็คือแอบตามมานั่นแหละ! “ผมนอนไม่หลับ

            “เตียงนอนไม่สบายเหรอ

            เสียงอู้อี้หลุดจากลำคอของเขา ผมส่ายหน้านิดๆ

            น่าจะแปลกที่มั้งครับ

            ผมมองแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าไปสบตากับตาสีเหลืองๆของหน้ากากอุลตร้าแมน มองสลับกันอยู่แบบนั้นพักใหญ่ๆพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่ผุดขึ้นบนหัว

            ใส่หน้ากากแล้วพี่จะกินยังไง…”

            พี่ก็อดเงียบไป แขนสองข้างที่กอดไว้ที่อกคลายตัวออกเหมือนเพิ่งนึกได้ เขานั่งตัวตรง ขยับหน้ากากออกเล็กน้อยเพื่อให้เกิดช่องว่างแล้วก้มหน้าลงมาดูดกาแฟ ภาพตรงหน้าทำให้ผมหลุดขำออกมา

            หัวเราะเก่ง

            น่ารักดีนะ แต่จริงๆคือตลกมากกว่า

            เส้นตื้นเหรอเราอ่ะเสียงทุ้มๆเอ่ยถาม ผมยันตัวลุกนั่งตัวตรงเพื่อพูดคุยกับเขาได้สะดวก

            ไม่ได้เส้นตื้นอะไรขนาดนั้น แค่บางที ทั้งคำพูดทั้งการกระทำของเขาก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า

นี่มันตลกธรรมชาติซะจริงๆ

            ก็พี่...ชอบทำตัวตลกๆ

            “งั้นก็ยิ้มบ่อยๆนะ พี่ตลกได้ตลอดแหละ

            “แล้วผมล่ะตลกมั้ยครับผมไม่ได้ยิ้มแห้งๆออกไปใช่มั้ย

            “ไม่เลย ไม่ตลกเลย น่ารักดี

            คำพูดของคุณก็อดซิลล่าทำให้ผมชะงักไป หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อตะกี้นั้นทำให้ผมต้องหลบตาเขา ยิ่งพอรู้ว่าถูกมองมาด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูกภายใต้รูจุดๆของหน้ากากนั่นแล้ว ก็ดันกังวลไปอีกว่าจะทำหน้าแปลกๆออกไปหรือเปล่า

            ขี้อายจริงๆด้วยนะเรา

            ผมก้มศีรษะให้เขา พลางโบกมือปัดป่ายไปมาในอากาศ

            จริงๆถ้าเป็นคนที่สนิทจะไม่ค่อยอาย อย่างเช่นคุณตา คุณแม่ หรือญาติๆ

            “แล้วไม่สนิทกับพี่เหรอ

            สนิท กับพี่น่ะ สนิทมากเกินไปจนเริ่มกลัวแล้วด้วยซ้ำ

            คือ…”

            “แต่พี่สนิทกับเดียวนะ

            ผมพยักหน้าตอบเขา

            พี่เป็นคนสำคัญเสียงแผ่วเบาของผมดังอู้อี้อยู่ในลำคอ เพราะไม่ได้เงยหน้าไปมองหน้ากากอุลตร้าแมน ต่อให้เงยหน้าไปมองก็คงไม่เห็นสายตาของเขา เลยไม่ต้องคาดเดาว่าเขาจะแสดงสีหน้าออกมาแบบไหน

            บอกเขาไปเมื่อคืนแล้วรอบหนึ่งว่าเขาเป็นคนสำคัญ และก็จะย้ำอีกครั้งว่าเขาเป็นคนสำคัญจริงๆ คนสำคัญที่ไม่อยากให้หายไปไหน อยากให้อยู่ด้วยกันแบบนี้

            ก็เลยรู้สึกเขินถ้าทำอะไรไม่ดีออกไป

            ฝ่ามือของก็อดซิลล่าเอื้อมมาวางลงบนกลุ่มผมของผมแล้วขยี้เบาๆ การกระทำแบบนี้ของผู้ชายตรงหน้า ทำให้ใบหน้าของผมร้อนผะผ่าวขึ้นมา ผมยกหลังมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้ด้วยความกังวล

            เราก็เป็นคนสำคัญของพี่ พี่จะไปว่าอะไรเราได้

            ฝ่ามือใหญ่ๆนั่นถอนออกไป ผมได้แต่นั่งก้มหน้างุดๆไม่รู้จะทำอะไรต่อ มือสองข้างของตัวเองกำแก้วสตอเบอร์รี่ปั่นแน่น หยดน้ำรอบๆแก้วทำให้มือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเปียกปอนไปหมด

            ผมเป็นคนสำคัญของเขาเหรอ

            จริงๆเหรอ

            นอกจากตากับแม่แล้ว ในชีวิตนี้ก็มีเพียงพี่ก็อดคนเดียวที่พูดคำนี้ออกมา กับมนุษย์ introvert ที่วันๆแทบไม่ออกจากห้อง แถมยังตั้งกฎเกณฑ์อะไรขึ้นมาด้วยตัวเอง เข้าสังคมไม่เก่ง ขี้อาย แถมยังพูดจาอึกอักคิดช้าเป็นเต่า

            รู้สึกดีใจจังที่ได้ยินแบบนี้

            ทำไมผมถึงสำคัญเหรอ

            “เดียวก็รู้ว่าพี่มีเพื่อนสนิทเยอะ

            “อือ

            “แต่เพื่อนที่รับฟังทุกเรื่องน่ะ ไม่ค่อยมีเท่าไร

            อันนี้ผมก็พอจะรู้อยู่ เพราะบางครั้งที่นั่งคุยกันริมระเบียง พี่ก็อดก็จะเผลอหลุดปากเล่าเรื่องเพื่อนบางคนที่เขาไม่ค่อยพอใจออกมาอยู่บางครั้ง เขาเป็นประเภทคิดอะไรก็พูดออกไปเลย ไม่ค่อยเก็บอมพะนำเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเขา ยกตัวอย่างเช่น เวลาแม่ทำอาหารไม่อร่อย ผมจะใช้คำพูดว่าเค็มไป หวานไป หรือจืดไป แต่พี่ก็อดจะใช้คำพูดว่า ไม่อร่อยหรือ หมาไม่แดก เลยประมาณนั้น

            เพราะฉะนั้นเดียวก็เลยสำคัญกับพี่ แล้วพี่ก็ไม่อยากให้หายไปไหนด้วย

            “ไม่หายหรอก

            ผมไม่หายไปไหนหรอก ตราบใดที่พี่ยังอยู่ตรงนี้

 

            ***

            เราสองคนนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ส่วนมากเป็นพี่ก็อดนั่นแหละที่พูดไม่หยุด ไม่ว่าจะเรื่องแมงมุมในห้อง หรือเรื่องที่ว่าผมโอเคหรือเปล่าที่ออกมาเจอกันแบบนี้ อันที่จริงมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ น่าจะเป็นเพราะผมไม่เห็นทั้งแววตาและสีหน้าของเขา เลยไม่ต้องคาดหวังอะไร ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะยิ้มกับคำพูดของผม หรือเขาจะหัวเราะ หรือแม้กระทั่งทำหน้าเศร้าซึมไม่พอใจ

จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของพี่ก็อดดังขึ้นนั่นแหละ ผมเลยขอตัวนอนพักเพราะเริ่มรู้สึกปวดหัวที่นอนไม่พอ ส่วนพี่ก็อดนั้นเห็นว่าจะขึ้นไปหาพี่บิวกับพี่ว่านแล้วจะกลับลงมาอีกรอบ คุณคนวุ่นวายก็เลยปล่อยให้ผมนอนพักไป

            เกือบสองชั่วโมงที่ผมหลับลึก มาสะดุ้งตื่นก็ตอนที่ได้ยินเสียงบีบแตรดังมาจากด้านนอกร้านกาแฟ ผมค่อยๆขยี้ตาพลางแหงนหน้ามองบุคคลสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

            พี่เบียร์กับพี่ก็อด

            ไงครับ ตื่นแล้วเหรอรอยยิ้มบนใบหน้าของพี่เบียร์ยังคงเป็นเอกลักษณ์ เจ้าตัววางหนังสือที่อ่านค้างเอาไว้ลงบนโต๊ะพร้อมๆกับผมที่ยกมือไหว้เขาด้วยความประหลาดใจ ทำไมพี่เบียร์ถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ

ส่วนใครอีกคนนั่งพิงไปกับพนักพิง คอพับคออ่อนเป็นปลาทู ผมมองพี่ก็อดเงียบๆ แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าจะเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม พี่เบียร์เลยเป็นฝ่ายตอบแทนคนที่นั่งเงียบ

            มันหลับน่ะ เห็นบอกเมื่อคืนนอนไม่หลับ

            เขานอนไม่หลับเหรอ นึกว่ามีแค่ผมคนเดียวซะอีก

            ไปนอนห้องก็อดมาเหรอ

            ผมพยักหน้าตอบคำถามพี่เบียร์ คนตรงหน้าเลื่อนกล่องซูชิมาให้ ซึ่งผมเห็นว่าอีกกล่องที่วางอยู่ตรงหน้าพี่ก็อดนั้นถูกกินหมดไปแล้ว

            ก็อดบอกว่าเดียวลงมานอนตั้งแต่เช้า คงยังไม่ได้กินอะไร กินสิมันซื้อมาฝาก

            “อ่าขอบคุณครับ

            มือของผมค่อยๆแกะกล่องซูชิออกอย่างระมัดระวัง ทุกๆครั้งที่พวกพี่ๆซื้อของกินมาฝาก จะรู้สึกเกรงใจเสมอ แต่พอจะพูดออกไป พวกเขาก็จะคอยพูดขัดจนสุดท้ายแล้วผมจึงเรียนรู้ว่าควรจะพูด ขอบคุณ แค่เพียงคำเดียว

            ซูชิม้วนไข่กุ้งคำโตถูกส่งเข้าปาก ผมเคี้ยวหงับๆอย่างมีความสุข ถึงแม้จะนั่งอยู่กับผู้ชายตัวใหญ่สองคน กลับไม่รู้สึกว่าฝืนตัวเองเลย เพราะทั้งพี่เบียร์และพี่ก็อดต่างก็พยายามที่จะทำความเข้าใจผม ดังนั้นทั้งคู่เลยไม่ค่อยส่งคำถามมาให้ผมตอบสักเท่าไร หรือไม่ก็อาจจะถามส่งๆไปโดยไม่ต้องการคำตอบ

            ระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการกินซูชิ พี่เบียร์ทำท่าค้นหาอะไรสักอย่างในกระเป๋า เขาส่งบัตรแข็งหน้าตาแปลกประหลาดใบหนึ่งมาให้ผม หน้าตาดูเหมือนกับบัตรคอนเสิร์ต

              อีกสามวันจะมีงานคอนเสิร์ตของวิศวะ พี่เลยซื้อบัตรมาฝาก

            ผม...ไม่เคยไปคอนเสิร์ตเลย

            อันที่จริงไม่เคยคิดจะไปด้วย แต่ผมไม่กล้าบอกปฏิเสธพี่เบียร์

            ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ พวกพี่ไม่ได้บังคับพี่เบียร์คงเห็นว่าผมขมวดคิ้วเป็นปมเบ้อเริ่มถึงได้พูดออกมาแบบนั้น ผมยิ้มแห้งๆส่งให้เขา ไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจหรืออะไร แต่คอนเสิร์ตคือสถานที่ที่คนเยอะ และเมื่อมีคนเยอะผมจะรู้สึกไม่สบายตัว

            ขอโทษครับ

            “ไอ้ก็อดมันอยากลองให้ชวนดูน่ะ พอดีไอ้คนของสังคมมันบอกว่าเดียวชอบนักร้องคนนี้

            บัตรแข็งตรงหน้าถูกพลิกไปอีกด้านหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าของนักร้องที่ผมชื่นชอบและฟังเพลงเขาบ่อยๆ ผมกะพริบตาปริบๆมองชื่อนักร้องอยู่นานเป็นนาที พลางเงยหน้ามองพี่เบียร์ ไอ้ที่บอกว่าคนเยอะแล้วรู้สึกไม่สบายใจเมื่อตะกี้ ขอเก็บกลับไปก่อนก็ได้

            ไปมั้ย

            “…ยืนหลังๆได้ใช่มั้ยครับ

            “ได้สิ ยืนหลังๆติดรั้วเลย อยากออกเมื่อไรก็ออกได้

            ผมค่อยๆดึงบัตรคอนเสิร์ตมาไว้ในมืออย่างเก้ๆกังๆ บอกปลอบใจตัวเองว่าก็แค่ไปฟังเขาร้องเพลง แล้วก็กลับ มันก็แค่นั้นเอง ผมอยากจะฟังเขาร้องสดมานานแล้ว แต่ไม่เคยหาโอกาสดีๆได้สักที เพราะตัวเองน่ะ แค่คิดถึงคำว่าคนเยอะก็ไม่อยากจะออกไปสู้รบกับใครเขาแล้ว

            ขอบคุณนะครับ

            “ครับ

            “หยุดสายตาหวานจ๋อยนั่นเลย เดี๋ยวผึ้งก็ต่อยตาแหกฝ่ามือของคนที่ตื่นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ฟาดลงบนแขนเพื่อนดังเพี๊ยะ พี่เบียร์หันมาทำหน้าฟ้องผมแล้วลูบแขนตัวเองป้อยๆ

            อร่อยมั้ยซูชิพี่ก็อดบิดตัวคลายเมื่อยแล้วหันมาถามผมที่กำลังคีบซูชิเข้าปากพลางเคี้ยวหงับๆ

            ครับ

            “ชอบก็กินเยอะๆ

            ผมนั่งหนีบซูชิเข้าปากเคี้ยวๆท่ามกลางสายตาของผู้ชายสองคน จากที่กินปกติ พอโดนจ้องก็รู้สึกกลืนไม่ค่อยลงเท่าไร เหมือนทั้งสองคนจะรู้ตัว พี่เบียร์เลยเมินออกไปมองนอกหน้าต่าง ส่วนพี่ก็อดนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น

            เล่นพวกโซเชียลอะไรมั่งป่ะเราคุณสิ่งมีชีวิตข้างห้องเอ่ยปากถาม ได้เป็นสายตาของพี่เบียร์ที่หันมาสบกับผม พี่ก็อดหันซ้ายหันขวามองหน้าผมและพี่เบียร์สลับกัน

            ควรจะบอกเขาดีมั้ย ถ้าบอกแล้วเขาจะพ่นไฟออกมาหรือเปล่า เพราะว่าพี่เบียร์และพี่ว่านบุกเข้ามาในห้องของผม แถมยังได้ไลน์ผมไปก่อนหน้าเขาอีก

            อะไร มองตากันทำไม

            “ผมมีไลน์พี่เบียร์ตั้งนานแล้ว

            “ห้ะพี่ก็อดแทบจะปีนโต๊ะมาหาผม ได้ไง

            “กูขอน้องมาสักพักแล้ว เผื่อมีอะไรให้ช่วย

            “ประเทศชาติล่มจมเพราะมีคนแบบพวกมึงนี่แหละ โกงเก่งไอ้สัส!” เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งแหวใส่เพื่อน ได้เป็นรอยยิ้มเจื่อนๆของพี่เบียร์

            ไอ้ว่านก็มี น้องให้มา

            “ดีออกกกก

คุณก็อดซิลล่าพ่นไฟใส่เพื่อนเขา แถมยังยกมือไปบีบคอเพื่อนเขย่าๆ ถ้าเขาพังร้านได้ก็คงทำไปแล้วล่ะ พี่ก็อดพ่นไฟอยู่เป็นนาทีกว่าจะตั้งสติกลับมานั่งคุยกันดีๆได้

            เดียว

            “หืม

            “พี่ขอไลน์หน่อยได้มั้ยครับ

            โทรศัพท์ของพี่ก็อดถูกส่งมาตรงหน้าผม พร้อมกับหน้าจอสว่างๆที่ขึ้นให้ใส่ไอดีไลน์ ผมจับโทรศัพท์ของเขามาถือเอาไว้ บรรจงสะกดตัวอักษรลงไปทีละตัวแล้วกดแอดเพื่อน

            มีสัญญาเพื่อนในไลน์มั้ยคุณก็อดซิลล่าถามติดตลก

            สัญญาเพื่อนในไลน์เหรอ ... ไม่มีหรอก

            ไม่อยากทำสัญญาอะไรแล้ว

            อย่าส่งเกม...ก็พอครับ

            “งั้นส่งอันนี้ได้

            ‘ครืด

            พูดจบพี่ก็อดก็ส่งอะไรเข้ามาในไลน์ผม ผมขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์มาเปิดดู

           

Godzilla: [LINE CookieRun] คุณได้รับหัวใจหนึ่งดวงจาก Godzilla แล้ว อย่าลืมส่งกลับมาให้ด้วยนะ

           

ก็บอกว่าอย่าส่งเกมไง ไอ้พี่บ้านี่!




// ขอบคุณสำหรับการรีวิวและทุกข้อความที่ส่งมาให้กำลังใจกันนะคะ เห็นหมดทุกข้อความเลย ทั้งในทวิตเตอร์และที่คอมเมนต์กันเข้ามา >_< ดีใจที่หลายๆคนชอบ ขอบคุณที่รักน้องเดียวและพี่ก็อดนะคะ หอมๆ หลังจากนี้เรื่องจะดำเนินไปทางไหน ก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ อาจจะทำได้ไม่ดี อาจจะไม่โดนใจไปบ้าง หรืออาจจะเนือยๆไปบ้างเพราะตั้งใจเขียนให้ความสัมพันธ์นั้นค่อยเป็นค่อยไป แต่จะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลยค่ะ


ส่วนเรื่อง extrovert ที่มีคนท้วงเข้ามา จริงๆแล้วรากศัพท์ที่ถูกต้องในความหมายทางจิตวิทยา คือคำว่า extravert ค่ะ เพราะคำว่า extra นั้น แปลว่านอก และ intro แปลว่าใน แต่ที่เห็น extrovert กันบ่อยๆนั้น เป็นเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และเรียกให้คล้องจองกับintroนั่นเองค่ะ

ในเมื่อมีหลายๆคนท้วงเข้ามา จะใช้เป็นextrovertให้นะคะ ส่วนในหนังสือถ้ามีทำเล่มจะปรึกษากับทางสำนักพิมพ์อีกทีว่าควรจะใช้คำไหนดี 


อีกเรื่องหนึ่งคือความหมายของ introvert จริงๆแล้วคำว่า introvert นั้นแทบจะไม่มีความหมายตรงตัวสักเท่าไร ถ้าพูดถึงในเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ อาจจะมีตรงๆบ้างก็คือคนที่ชอบเก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม 

ที่นำขึ้นมาเขียน เพราะตั้งใจจะเขียนความแตกต่างของคนที่เป็น introvertและextrovert โดยจะเน้นไปที่นิสัยของน้องเดียวที่เป็นคนอยู่ติดห้อง ไม่ชอบออกไปเจอสังคม เขามีความสุขอยู่ในโลกของเขาตรงนั้น พอเวลาออกไปข้างนอก จริงอยู่ที่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ก็แทบจะไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำธุระของเขาเสร็จก็กลับมาอยู่ในโลกของเขา

ทั้งนี้ทั้งนั้นมันไม่มีความหมายตายตัว แล้วแต่วิจารณญาณของคนอ่านเลยนะคะ

ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะคะที่ท้วงเข้ามา :D


รักมากๆเลยน๊า ถ้ารักพี่ชอบน้องเข้าไปติดแท็กกันในทวิตเตอร์ได้นะคะ

#พี่เขาบุกโลกของผม หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ @jiwinil_ ได้น๊า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.923K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11257 Saltan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 14:48
    น่าร้ากกน้องก็มีเปิดใจขึ้นมาอีกบ้างเเล้วงุ้ยยยย
    #11,257
    0
  2. #11238 odetojoy99 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 03:11
    พี่เขาส่งหัวใจมาให้ต่างหากน้องเต่า อิพี่ไม่เบาไม่แผ่วเลยนะคะ
    #11,238
    0
  3. #11236 mnrฯ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:18
    น่ารักจริงๆ
    #11,236
    0
  4. #11220 Normall (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 10:59
    อ่านไปเรื่อยๆ ยิ้มละมุล ขอบคุณนะคะ 😊❤️
    #11,220
    0
  5. #11215 Mama-Moooo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 19:26
    พี่ก๊อตเขาไม่ได้ส่งเกมมาให้หนูแต่เขาส่งหัวใจมาให้หนูต่างหากกลูกก
    #11,215
    0
  6. #11208 KasmaChesoh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 01:27
    คุณไรททททมทท เราไม่ต้องนอนแล้วแน่ๆๆๆๆ สนุกเหลือเกินนนนนท ไม่อยากให้จบเลย😥
    #11,208
    0
  7. #11190 feelsmiley (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 22:17
    น่ารักมากกก
    #11,190
    0
  8. #11171 Baekberry12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 16:02
    น่ารักกกกก
    #11,171
    0
  9. #11144 LUKKADE31 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 22:15
    ยิ่งอ่านยิ่งดีต่อใจ
    #11,144
    0
  10. #11115 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 01:18
    ความส่งใจนี้
    #11,115
    0
  11. #11090 slpxbear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:53
    น้องเดียววววววน่ารักเกินไปแล้วลูกกกกกกก
    #11,090
    0
  12. #11061 1 9 9 $ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 21:37
    สงสารพี่ก็อดเขานะคะ โดนพี่เบียร์พี่ว่านตัดหน้าเฉยเลย ;)
    #11,061
    0
  13. #11035 ๐Eunice๐ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 23:31
    พี่เขาไม่ได้ส่งเกม เขาส่งจัยยย
    #11,035
    0
  14. #10989 Lee Green (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 00:56
    ใช่ชอบเก็บตัวไม่ที่ๆชอบคนเยอะๆ ไม่ชอบเที่ยว ชอบอยู่ในห้องของตัวเอง ไม่อยากไปสนิทกับใคร มากคนมากความ
    #10,989
    0
  15. #10951 pommys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 20:29
    ก็ส่งใจจจจจจให้
    #10,951
    0
  16. #10919 Myunyys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 19:53
    แงน่ารักกันมากๆเลย
    #10,919
    0
  17. #10903 Xakas (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:33
    แอแงงงง หนูเขิน!!!
    #10,903
    0
  18. #10885 nretZew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:43
    เป็นคุกกี้รันที่เขินจัง อย่าลืมส่งหัวใจกลับให้พี่เขาด้วยนะ
    #10,885
    0
  19. #10768 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 19:12
    เอเนอจี้เพื่อนก็คือนกฟ้าเลยนะ555555
    #10,768
    0
  20. #10735 Jinjoo.K (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:23
    เอเนอร์จี้ด่าเพื่อนของพี่ก็อดคือรับรู้ได้ถึงไฟอิจฉานะคะ วงวารเหลือเกินคนเรา555555555555555
    #10,735
    0
  21. #10729 Earn0624 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:46
    ชอบพี่ก็อดด่าเพื่อนมาก เอเนอจี้ชาวทวิตเตี้ยนจริงๆ
    #10,729
    0
  22. #10690 IiIingg (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:49
    ส่งหัวใจในเกมอ่ะเนาะ อืมๆๆๆๆๆๆ
    #10,690
    0
  23. #10664 EyesPark (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 03:46
    อยากจะบอกว่าหนูชอบมากกกก คือเป็นนิยายที่ดีมากเรื่องนึง ละมุน น่ารักทั้งสองเลย ชอบมากนะคะไรท์ แต่งนิยายดีๆแบบนี้ออกมาอีกนะคะ จะรอซับพอร์ทเน้อ❤️❤️❤️❤️
    #10,664
    0
  24. #10641 goi_iog (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 16:15
    หวงเก่งพอๆ กะกวนตรีนเลย
    #10,641
    0
  25. #10629 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 00:03
    หนูน่ารักไม่ไหวแล้ว
    #10,629
    0