Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 13 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,440 ครั้ง
    26 เม.ย. 62


Chapter 12


ความบังเอิญ เกิดขึ้นได้หลายครั้ง

จนบางทีก็คิดว่า โชคชะตาอาจจะเล่นตลกอยู่ก็ได้

 

            ในที่สุดพัสดุก็มาส่ง ผมรับกล่องขนาดเล็กมาถือเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เอาไปให้ใครอีกคนที่อยู่ห้องข้างๆ เลยถือโอกาสแกะกล่องตั้งแต่ตอนอยู่ในลิฟต์ พวงกุญแจลูฟี่ขนาดพอดีมือนอนแอ้งแม้งอยู่ด้านในกล่อง

            เขาจะชอบมันมั้ยนะ

            พอกลับมาถึงห้อง ก็จัดการใส่เจ้าพวงกุญแจเข้าไปในถุง เขียนโพสต์อิทสีชมพูแปะลงไป ก่อนจะเดินออกจากห้องเอาไปแขวนที่ลูกบิดหน้าประตูห้องของเขา

            ยืนภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเองอยู่สักพักค่อยเดินกลับห้องไปทิ้งตัวนอนกลิ้งเล่นบนเตียง

            คุณชายว่าพี่เขาจะชอบพวกกุญแจมั้ย

            จะว่าไป ก็ไม่เคยได้ถามพี่ก็อดเลยว่าชอบวันพีซหรือเปล่า แต่เห็นเขาอ่านผมเลยติ๊ต่างเอาเองว่าเขาชอบ ทำให้เริ่มรู้สึกกังวลใจเล็กๆ

            คนจะสนิทกัน ต้องเรียนรู้กันเยอะขนาดนี้เลยเหรอคุณชาย

            กับคุณชายนั้นการจะเดาว่าชอบอะไรมันง่ายแสนง่าย แค่คุณชายเมิน ผมก็รู้ได้ว่าคุณชายไม่ชอบกินอะไร ถ้าคุณชายชอบคุณชายก็จะกิน หรือถ้าวันไหนคุณชายไม่อยากคุยกับผมคุณชายก็จะหดหัวเข้าไปในกระดอง

            แต่ผมไม่เห็นนี่ว่าพี่ก็อดชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร เดาจากน้ำเสียงก็ยากแสนยาก

            ไว้ค่อยถามเขาแล้วกัน

            ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วมายืนจ้องสภาพตัวเองในกระจก มองนิ่งๆไปที่กลุ่มผมสีน้ำตาลโค้กของตัวเองแล้วเผลออมยิ้มนิดๆ สัมผัสจากฝ่ามือของคุณก็อดซิลล่านั้นยังชัดเจนอยู่เลย พอวางฝ่ามือของตัวเองเทียบแล้ว มือของพี่ก็อดใหญ่กว่ามือของผมอย่างที่คิดเอาไว้

            เป็นก็อดซิลล่าแท้ๆ ทำไมทำตัวอบอุ่นได้ขนาดนี้นะ

            ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งมีชีวิตข้างห้องตอนนี้ มันเริ่มแปรเปลี่ยนไปอีกแล้ว จากที่คิดว่าจะไม่สนใจ กลับกลายเป็นอยากรู้เรื่องราวของเขาให้มากกว่านี้ จากที่จะเก็บเขาไว้ในเฟรนด์โซน ไม่กี่วันก็กลายเป็นบราเธอร์โซน แถมพอเจอเขาขยี้หัวไปทีเดียว ก็ดันเผลอเอาเขาไปใส่ในโซนคนสำคัญซะแล้ว

            คุณก็อดซิลล่าผู้มีผลงานการพังกำแพงสองชั้นของผม และกำแพงชั้นที่สามนี้ หวังว่ามันคงไม่ทลายลงมาง่ายๆ เพราะถ้ากำแพงคนสำคัญทลายลงไปแล้ว ผมเองก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

อาจจะมีเพียงแค่สองตัวเลือก ระหว่างถอยหลังหนี กับเดินหน้าลุย แล้วตราชั่งตอนนี้ก็ดันเอียงไปทางถอยหลังหนีมากกว่าซะอีก

            คงเป็นเพราะความรู้สึกกังวลที่มีอยู่ในใจลึกๆ กลัวว่าถ้าอนุญาตให้เขาเข้ามาในโลกของผมแล้ว กลัวพี่ก็อดจะเปลี่ยนไป กลัวจะไม่เหมือนคนเดิมในตอนนี้

            แล้วความกลัวของผมน่ะ ก็มีเหตุผลสนับสนุนอยู่หลายข้อ ข้อแรกก็คือ

            มนุษย์เรา สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

            ใช่ว่าพี่ก็อดจะเป็นแบบนี้ไปตลอด ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงมานักต่อนักแล้ว ทั้งเพื่อนในสมัยประถม เพื่อนในสมัยมัธยม เพื่อนข้างบ้าน ญาติๆฝั่งพ่อ แรกๆก็ทำเหมือนเข้าใจกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เคยมีใครทนความซ้ำซากจำเจของชีวิตผมได้เลยสักคน ยิ่งเป็นพี่ก็อดยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าจะบังคับให้เขาเข้ามาอยู่ในโลกที่แสนเงียบและดูน่าเบื่อสำหรับเขาแบบนี้ ผมไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะทำมันได้หรือเปล่า

            แล้วถ้าเขาทำมันไม่ได้ล่ะ จะทำยังไงต่อไป

            ผมสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไปแล้วเปลี่ยนมานั่งสนใจการอ่านหนังสือแทน ใช้เวลาให้คุ้มค่าเหมือนทุกวัน พอนาฬิกาบอกสองทุ่ม ก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นหน้าห้องข้างๆ

            หือ ใครเอาถุงกระดาษมาห้อยวะ

            เฮ้ย ไอ้บิวอย่าแตะ

            ของเดียวเหรอ

            ได้ยินเสียงพี่ว่าน เสียงพี่ก็อด และเสียงผู้หญิงซึ่งน่าจะเป็นพี่บิว ทั้งสามคนคุยงุ๊งงิ๊งกันอยู่สักพักก่อนเสียงจะเงียบไป แล้วหลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นจากข้างห้อง เลยรีบเดินไปเปิดประตูกระจกออกเพื่อพูดคุยกับพี่ก็อด

            พวงกุญแจลูฟี่เหรอ

            พี่ชอบมั้ย ผมคิดว่าจะหาของตอบแทนให้ แต่ไม่รู้จะเอาเป็นอะไรดี คิดว่าพี่น่าจะชอบลูฟี่

            ไอ้ก็อดยิ้มหน้าบานเป็นตูดลิงแล้วน้องเดียวพี่ว่านตะโกนแทรกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักกับพี่บิว หลังจากนั้นพี่ก็อดก็ด่าเพื่อนกลับไปเป็นชุด ส่วนผมก็ได้แต่ก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเองงุดๆ มันมีความดีใจเล็กๆที่ได้ยินว่าเขาชอบมัน

            ชอบ ชอบมาก ขอบคุณครับ

            ดีจังที่พี่ชอบ

            จะเอาห้อยไว้กับกระเป๋าเลย พาไปทุกที่

            ผมหัวเราะใส่คนที่กำลังเห่อของเล่น

            อิขี้เห่อ

            แหมๆ เห่อเก่ง

            หุบปากไปพวกมึงอ่ะพี่ก็อดหันไปเถียงกับเพื่อนอยู่สักพัก ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเขาปิดประตูระเบียงห้อง ตอนนี้เลยเหลือเพียงแค่เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งและเสียงลมที่พัดผ่านใบหน้าในตอนกลางคืน

            วันนี้ว่านกับบิวมานอนที่ห้องนะ

            ครับคงเป็นเรื่องชินซะแล้วที่เขาต้องรายงานการไปการมาของเพื่อนๆ คงเพราะกลัวผมจะโกรธถ้าเสียงดังอีก

            พี่กินข้าวมาแล้ว เรากินหรือยัง

            ผมหันมองกล่องข้าวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ พลางส่ายหน้าให้กับอากาศ

            ยังเลย

            รอพี่เหรอ

            ก็มีคนโวยวายบอกไม่รอกินข้าวพร้อมกัน ผมก็เลยรอ

            ผิดไปแล้วครับ ขอโทษครับ โทษไอ้บิวมันบังคับให้ผมนั่งกินข้าวกับมันครับ

            คร้าบๆ ผมไม่ได้โกรธอะไรนี่นา

            ไปหยิบข้าวมากินไป พี่อยู่นี่แหละ

            งั้นแปปนึงนะ

            ผมเดินกลับเข้าห้องไปหยิบข้าวกล่องมานั่งกินริมระเบียง ฟังใครอีกคนบ่นเรื่องเพื่อนในคณะไปเพลินๆตามแบบฉบับคนเพื่อนเยอะ เท่าที่ฟังมาพี่ก็อดมีเพื่อนสนิทอยู่ห้าคนหลักๆคือพี่เบียร์ พี่ว่าน พี่เบล พี่บิว และอีกหนึ่งคนที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนชื่อพี่ต้น

            ทำไมผมไม่เคยเห็นพี่ต้นเลย

            ไอ้ต้นไม่ค่อยมาห้องพี่อ่ะดิ แต่ไม่มาอ่ะดีละ

            เขาเสียงดังเหรอ

            เปล่า ไอ้พวกเสียงดังๆนั่นส่วนมากไม่สนิท ไอ้ต้นเป็นคนแบบบ้าๆบอๆอ่ะ

            มีคนบ้าบอกว่าพี่ด้วยเหรอ

            เดี๋ยวนะเดี๋ยว เดี๋ยวจะโดนนะเราอ่ะ

            ก็มันจริงนี่นา

            เท่าที่ศึกษาเพื่อนๆเขามาระยะหนึ่ง คงไม่มีใครบ้าบอเท่ากับคุณก็อดซิลล่าได้อีกแล้วล่ะ

            ผมนั่งกินข้าวจนเสร็จสรรพพลางขอตัวกลับเข้าห้องไปทิ้งขยะและล้างมือ ทุกอย่างมันควรจะเหมือนทุกๆวัน ทิ้งขยะ ล้างมือ หาน้ำในตู้เย็นมากิน กลับออกไปนั่งคุยกับพี่ก็อด คุยเสร็จก็กลับมานอน

            ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่หลังตู้เย็น

            ตอนแรกผมไม่มั่นใจว่าเป็นตัวอะไร เพราะเห็นแค่ขาของมันโผล่ออกมานิดหน่อย แต่พอชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆเท่านั้นแหละ ขายาวๆสีน้ำตาลของมันก็ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว

            แมงมุม!

            ทำไงดี ทำไงอ่ะ

            ผมเกลียดแมงมุม ถ้ามีแมงมุมแบบนั้นอยู่ในห้อง ผมนอนไม่ได้แน่ๆ

            แล้วเหมือนแมงมุมมันจะรู้ว่าผมไม่ชอบ มันถึงค่อยๆขยับออกจากที่ซ่อน จากตอนแรกที่เดาว่าคงตัวเล็กๆ พอโผล่ออกมาตัวเท่าฝ่ามือแล้วก็แทบจะลมจับ ผมวิ่งไปที่ระเบียงอย่างไม่คิดชีวิตแล้วตะโกนเรียกคนข้างห้องเสียงสั่น

            พี่ก็อด

            “หือ ทำไมเสียงสั่นๆ เป็นอะไรเรา

            “มีแมงมุมอยู่ในห้องผม…”

            เขาเงียบไปพักหนึ่ง

ฮันแน่ จะเล่นมุกห่วงใยล่ะสิ ใช่เล่นนะเราอ่ะ

ห่วงใยบ้าอะไรเล่า!

            “แมงมุมจริงๆ! ผมกลัวแมงมุมมากเลย

            อ้าว แล้วทำไง เอาไม้ไล่ๆมันไม่ได้เหรอ

            ไม่ผมไม่กล้าผมส่งเสียงน่าสงสารไปหาเขา แค่จะหันไปมองยังกลัวเลย นี่จะให้เอาไม้ไปไล่ แล้วถ้าเกิดมันแค้นกลับมากัดจะทำยังไง

            แล้วทำไง ให้พี่ไปไล่ให้มั้ย

            ถ้าพี่ไม่กลัว…” แขนสองข้างกอดระเบียงไป ตาก็หันไปมองบนหัวตู้เย็นที่แมงมุมตัวเบ้อเริ่มนั่นยังอยู่ ผมไม่สู้จริงๆ ถ้ามันไม่ออกไป ก็เป็นผมนี่แหละต้องออกไป เราจะอยู่ร่วมกันไม่ได้เด็ดขาด!

            ผมได้ยินเสียงเปิดประตูกระจกของข้างห้อง พร้อมกับเสียงของพี่ก็อดที่พูดคุยกับเพื่อน

            เฮ้ยว่าน บิว พวกมึงกลัวแมงมุมป่ะวะ

            หือ ถามไมวะ ถ้าตัวใสๆเล็กๆกูไม่กลัวนะ แต่ถ้าตัวใหญ่ๆนี่บายยย

            มึงอ่ะบิว

            ก็ต้องดูว่าตัวเท่าไหน

            เดียว แมงมุมตัวใหญ่มากมั้ยพี่ก็อดตะโกนถามมา ผมหันไปกะขนาดแมงมุมตัวใหญ่บนหัวตู้เย็น

            ฝ่ามือ

            เหี้ย ฝ่ามือ แมงมุมหรือเหี้ยไรวะนั่น!”

            มึงไปกับกูเลยบิว

            ไปไหนวะ

            ไปไล่แมงมุมให้น้อง!”

            อ้าว แล้วมึงใส่หน้ากากทำไม

            เออเรื่องของกู ลุกๆ เดียวเปิดประตูให้พี่ด้วย!”

            เฮ้อ! ผมเกลียดแมงมุมจะบ้าตาย

            ผมรีบเดินกลับเข้าไปในห้อง ซึ่งทางเดินไปยังประตูห้องเนี่ยมันต้องผ่านตู้เย็น แล้วไอ้แมงมุมตัวปัญหาเนี่ยก็ตัวโคตรใหญ่เลยอ่ะ ผมก็เลยต้องกลั้นใจเดินตัวลีบติดไปกับกำแพงอีกฝั่งพร้อมกับสวดแผ่เมตตาไปด้วย

            อย่ากระโดดใส่นะ

            อย่ากระโดดใส่

            อย่าขยับด้วย

            เชี่ย มันขยับแล้ว!

            ผมดึงประตูเปิดอย่างรวดเร็วพร้อมกับพี่บิวและพี่ก็อดที่วิ่งพรวดพราดเข้ามา ผมเห็นพี่ก็อดสวมหน้ากากอุลตร้าแมนอยู่ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจหน้ากากอุลตร้าแมนของเขา

            อยู่ไหนอ่ะ

            หัวตู้เย็นครับ

            พี่บิวผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มพี่ก็อดเดินดุ่มๆไปที่ตู้เย็นแบบไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ในมือมีถุงพลาสติกหนึ่งใบที่พร้อมทำการรบกับแมงมุมตัวใหญ่ ผมเห็นพี่ก็อดเดินตามไป แล้วพี่บิวก็ร้องเสียงหลงออกมา

            อีเหี้ย ตัวใหญ่ ใหญ่มาก ใหญ่เบอร์แรงมากๆ กูไม่สู้!”

            มึงเข้ามาแล้วมึงต้องสู้

            มึงดิอิก็อด มึงต้องสู้ มึงตัวโตกว่ากู

            เหี้ยบิว มันขยับแล้ว

            อ้ายยย กูทำไง ให้กูทำไง

            โวยวายอะไรกันวะ พี่ว่านดันประตูแทรกเข้ามาในห้องพร้อมกับมองหน้าผมที่แอบอยู่หลังบานประตู ก่อนจะหันไปมองผู้ชายกับผู้หญิงตัวสูงที่กำลังตบตีกันอยู่ตรงตู้เย็นว่าใครจะเป็นหน่วยกล้าตายเข้าไปจับแมงมุม

            อิว่าน ตัวใหญ่สัดๆ ไม่ไหวแล้ว จะเป็นลม

            เอากล่องมาครอบมันดิ กล่องอ่ะ

            กล่องไร มึงคาดหวังว่าจะได้กล่องเหี้ยไรตอนนี้!”

            แล้วมึงจะปล่อยให้มันหนีไปเหรอวะ!”

            จับสิ เนี่ย เอาถุงพลาสติกกูไปเลย

            สัสบิว!”

            ผมยืนมองคนสองคนที่เกี่ยงกันจับแมงมุมอยู่เป็นนาทีพลางถอนหายใจ หันไปมองพี่ว่านที่ยืนอยู่ข้างตัว ดูท่าว่ากำลังลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายจับแมงมุมได้

            กลัวแมงมุมเหรอ

            ครับถ้ามีอยู่ในห้องผมก็อยู่ไม่ได้…”

            พูดพลางคอตก กับจิ้งจก แมลงสาบยังพอโอเค แต่ไอ้ตัวนี้ผมไม่สู้จริงๆ

            เฮ้ย ไอ้บิว มันจะหลบไปหลังเตียง!”

            อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งกูทำใจอยู่

            ลีลาไอ้สัส เอาถุงมานี่!”

            แล้วพี่ก็อดก็จัดการปีนเตียงของผมพลางตะปบเข้าไปที่ตัวแมงมุมที่อีกนิดเดียวก็จะหลุดหายเข้าไปหลังเตียง

            เชี่ย ไม่ทัน!”

            เวรล่ะ

            น้ำตาผมจะไหลเอาให้ได้ ถ้าหามันไม่เจอภายในคืนนี้ล่ะก็ ไอ้เดียวคงไม่กลับมานอนห้องนี้อีกเป็นแน่แท้

            ทุกการกระทำของบุคคลในห้องนิ่งลงไปเมื่อมุดหากันอยู่พักใหญ่ๆก็ไม่มีทีท่าว่าแมงมุมจะโผล่ออกมาจากหลังเตียง ผมมองพี่บิวกับพี่ก็อดที่ก้มๆเงยๆอยู่บนเตียงแล้วก็รู้สึกสงสารปนเกรงใจ

            พี่ผมไปนอนร้านกาแฟดีกว่า

            สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า ถ้าแมงมุมจะอยู่ห้องนี้ ผมก็จะไปนอนร้านกาแฟข้างล่างจริงๆ

            นอนไม่ได้เลยเหรอพี่ว่านหันมาถาม ผมพยักหน้าหงึกๆส่งกลับไป จนกระทั่งพี่บิวเดินมาตบบ่า ผู้หญิงตัวสูงกว่าผม หน้าตาสะสวย สวมเสื้อช็อปกับกางเกงยีนส์ขายาว เจ้าตัวส่งยิ้มมาให้

            งั้นก็ไปนอนห้องไอ้ก็อดสิ

            เฮ้ยเป็นพี่ก็อดที่ร้องออกมา

            ทำไม น้องเดือดร้อน ไปนอนแค่คืนเดียว พรุ่งนี้ค่อยไปแจ้งแม่บ้านให้เขามาจับให้ก็ได้พี่ว่านเสริมคำให้กับผู้หญิงตรงหน้า ส่วนผมนั้นรู้สึกเกรงใจ พอจะปฏิเสธก็โดนพี่ว่านเอามือมาปิดปากแล้วส่ายหน้าใส่

            เผด็จการกันทั้งแก๊งเลยมั้ยเนี่ย!

            เออ นอนคืนเดียว มีกูกับว่าน ไม่ต้องกลัว เนอะ

            แล้วสุดท้าย ผมก็ต้องหอบเอาข้าวของมานอนห้องพี่ก็อดจนได้

            จะเรียกมันว่ายังไงดี ความบังเอิญล่ะมั้งครับ ที่มาอยู่ตั้งนานไม่เคยเจอแมงมุม แล้วจู่ๆอยากจะโผล่ก็โผล่มา

            ประตูห้องพี่ก็อดถูกผลักเข้าไป ทำให้ผมเห็นการตกแต่งห้องของเขาเป็นครั้งแรก ต่างจากห้องของผมที่มีข้าวของจุกจิกเต็มห้องไปหมด ห้องพี่ก็อดดูโล่งและไม่ค่อยมีอะไร ฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นของเดิมจากที่หอพักจัดมาให้ จะมีก็แค่กีต้าร์โปร่งที่ถูกพิงไว้กับกำแพงข้างเตียง กางเกงและเสื้อนักศึกษาที่ถูกพาดห้อยไว้กับเก้าอี้ นอกจากนั้นก็กองชีทระเกะระกะบนโต๊ะเขียนหนังสือ

            ผมทรุดตัวนั่งลงบนพื้นช้าๆ เก้ๆกังๆ มีแต่ความกังวลที่ก่อตัวขึ้น นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องออกจากห้องมานอนห้องคนอื่น เลยไม่รู้ต้องทำตัวยังไง ไม่รู้จะต้องหยิบจับหรือหันไปทางไหนเลยได้แต่มองตรงไปที่ริมระเบียงที่มีกระดิ่งลมห้อยอยู่ ส่วนพี่ว่านกำลังจัดที่นอนให้ เห็นเขาปูผ้าลงบนพื้นแล้วตบๆมันเล็กน้อย ก่อนที่พี่บิวกับพี่ก็อดจะตามเข้ามาในห้อง

            ชื่อเดียวเหรอ ไม่เคยเห็นเลยพี่บิวนั่งลงตรงหน้าผม ส่วนพี่ก็อดเดินเลยออกไปนั่งนอกระเบียง ตั้งแต่เราเดินออกมาจากห้องของผม พี่ก็อดก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับผมเลย

            ครับ…”

            นอนบนเตียงกับไอ้ก็อดนะ พี่กับว่านจะนอนพื้น

            ผมเบิกตามองพี่บิวพลางโบกไม้โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เอา ผมเกรงใจ

            แค่แค่ให้เข้ามานอนด้วยก็พอแล้วผมนอนพื้นได้

            ไม่เป็นไร พี่กับไอ้ว่านนอนพื้นตลอดอยู่ละ จริงป่ะว่านผู้หญิงตาสวยหันไปคุยกับพี่ว่านที่ทิ้งตัวนอนลงบนผ้าที่ปูเมื่อตะกี้ ได้คำตอบเป็นเสียงหาวออกมายาวๆ

            นอนบนเตียงนั่นแหละเดียว พวกพี่มันหลังแข็ง

            แต่ว่า…”

            น่าๆ ถือซะว่าเป็นการตอบแทนที่ช่วยดูแลไอ้ก็อดนะพี่บิวส่งยิ้มพลางตบบ่าผม ก่อนเธอจะเดินไปทิ้งตัวลงบนผ้าปูข้างๆพี่ว่านแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมากด

            ตอนนี้ภายในห้องสี่เหลี่ยมมีเสียงโทรทัศน์กับเสียงพูดคุยของพี่ว่านและพี่บิว ส่วนเจ้าของห้องนั้นปลีกตัวออกไปนั่งริมระเบียงเงียบๆมานานสองนานแล้ว

            เพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไง อย่างแรกที่จะทำก็คงเป็นวางข้าวของส่วนตัวของตัวเองลงบนเตียงพี่ก็อด แบ่งฟากฝั่งให้ชัดเจน พี่ก็อดเป็นคนตัวโตดังนั้นผมเลยไม่อยากไปเบียดพื้นที่เขา ยิ่งเป็นคนข้างห้องที่ไม่เคยเจอหน้าเจอตากันก็ยิ่งกังวลว่าเขาจะไม่พอใจหรือเปล่าถ้าเรามานอนร่วมเตียงแบบนี้

            เฮ้อ

            ผมล่ะเกลียดแมงมุมบ้านั่นจริงๆ

            ขาสองข้างของผมก้าวไปหยุดอยู่ข้างตัวพี่ก็อด พลางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเขา หันไปมองใครอีกคนที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากากอุลตร้าแมนแล้วก็อดขำออกมาไม่ได้ คอพี่ก็อดงี้แข็งปั่กเลย เขาไม่ยอมมองหน้าผมมาตั้งแต่ตอนเข้าไปในห้องผมแล้ว คงเพราะกลัวว่าสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนของเราจะพังลงไป

            เอาจริงๆผมก็ทั้งกลัวทั้งกังวล แถมยังรู้สึกเกร็งจนเหงื่อออกฝ่ามือไปหมด แต่ทำไงได้ วันนี้มันคือความจำเป็นจริงๆ แล้วก็บังเอิญมากๆที่ไอ้แมงมุมไปโผล่อยู่ในห้องของผมทั้งๆที่ทำความสะอาดทุกอาทิตย์

            ขอบคุณ...นะครับผมก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเองที่กำเข้าหากันแน่น

            กังวลหรือเปล่า

            นิดหน่อยผมเกรงใจพี่มากกว่า

            ถ้าไม่โอเคบอกนะ พี่ลงไปนอนข้างล่างได้

            ไม่ฝ่ามือของผมคว้าแขนของเขาเอาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะรีบปล่อยออก

            ผมโอเคพี่ไม่ต้องห่วงหรอก

            จากที่นั่งคุยกันริมระเบียงมาเกือบหนึ่งเดือน วันนี้เป็นวันแรกที่ได้มานั่งข้างกัน ตอนแรกมันก็รู้สึกแปลกหน่อยๆที่มานั่งฟังเสียงทุ้มๆของเขาชัดๆแบบนี้ แต่มันก็เป็นความรู้สึกดีที่อธิบายไม่ค่อยถูก

            เรื่องสัญญา…” ผมพูดเสียงแผ่ว บีบฝ่ามือของตัวเองแน่นเข้าไปอีก

            วันนี้ให้มันเป็นโมฆะวันนึงแล้วกัน

            “…อื้อ

            พี่อยากเคารพในสิ่งที่เดียวต้องการจะทำน่ะ

            “ครับ

            “ว่าแต่เราน่ะ...คาดหวังในตัวพี่มากเลยเหรอเสียงทุ้มๆของพี่ก็อดนั้น ยิ่งได้มาฟังใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเพราะ

            ดวงตาของผมเหม่อมองไปยังกระดิ่งลมแก้วของเขาที่มีเชือกสีแดงเป็นลายปลาทอง ต่างจากของผม แต่ถึงแม้ลวดลายจะต่างกัน เสียงของมันกลับไพเราะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

            ครับคิดว่าพี่เป็นคนเดียวที่ไว้ใจได้เพราะแบบนั้นเลยไม่อยากให้พี่เปลี่ยนไป

            ศอกของคนข้างตัวกระทุ้งสีข้างของผมเบาๆ

            จริงๆเลยน๊า ตัวแค่นี้คิดอะไรเยอะแยะหืมพี่ก็อดทิ้งตัวพิงไปกับประตูกระจกที่ถูกเปิดค้างเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วขยับตัวนั่งให้สบายๆ คนเราอ่ะนะ มันเปลี่ยนแปลงตลอดอยู่แล้ว ขึ้นว่าจะเปลี่ยนไปทางไหน พี่รู้ว่าในอนาคตพี่อาจจะเปลี่ยนไป แต่ถึงพี่จะเปลี่ยนไป พี่ก็คิดว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่พี่จะทำเหมือนเดิม ก็คือ อยากจะเข้าไปอยู่ในโลกของเดียว

            โลกของผมมันไม่ได้น่าอยู่สำหรับพี่เลย

            ก็อาจจะใช่ แต่ถ้าได้อยู่กับเดียว โลกใบไหนก็น่าอยู่ทั้งนั้นแหละ จริงมั้ย

            ผมหันไปมองเขา คุณก็อดซิลล่าที่ซ่อนใบหน้าไว้ใต้หน้ากากอุลตร้าแมน มันมีแวบหนึ่งที่อยากจะเห็นสีหน้าเขาตอนที่พูดแบบนั้นออกมา แต่ก็หวาดกลัวที่จะเห็นสายตาของเขา

            พี่พูดอย่างกับว่า พี่รู้สึกอะไรกับผมมากกว่าพี่น้อง

            แล้วถ้าใช่ล่ะนัยน์ตาของผมเบิกกว้างมองคนข้างตัวอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา ถ้าใช่ เดียวจะผลักพี่ออกไปจากชีวิตเดียวมั้ย หรือว่าอยากจะคุยกับพี่ต่อ

            แต่มัน…”

            มันอยู่ในสัญญาข้อที่สาม อันนั้นพี่รู้ดี ห้ามคิดเกินเลยใช่มั้ย

            ริมฝีปากของผมเม้มแน่นจนเจ็บไปหมด มันไม่ใช่เพราะตกใจที่ได้ยินว่าเขาคิดกับผมมากกว่าพี่น้อง

            เพราะผมเองก็รู้สึกมากกว่านั้น

            แล้วเดียวล่ะ เดียวยังคิดกับพี่แบบพี่ชายอยู่อีกเหรอ

            “…”

            ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ พี่ไม่ได้บังคับอะไรเรา เอาที่เราสบายใจ…”

            มือของผมคว้าแขนเสื้อของคนข้างตัวเอาไว้ กำมันแน่นเหมือนกลัวมันจะหลุดหายไป

ผมกลัวพี่จะหายไป กลัวพี่จะไม่คุยด้วย

ไม่หายไปไหนหรอก จะอยู่กวนตีนตรงนี้ทุกวันนี่แหละฝ่ามืออบอุ่นของเขาสัมผัสลงบนศีรษะของผมแผ่วเบา ก่อนจะทิ้งน้ำหนักแล้วขยี้หัวผมเหมือนวันนั้น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา มันบ่งบอกได้ดีว่าชอบสัมผัสของเขา

พี่เป็นคนสำคัญของผม

สิ้นเสียงของผมพี่ก็อดก็หันมามองหน้า เป็นครั้งแรกเลยที่เขาหันมา ผมจ้องเข้าไปในตาจุดๆของหน้ากากอุลตร้าแมน พอรู้ว่าตัวเองกำลังถูกสายตาอีกคู่จดจ้องก็ต้องเมินหน้าหนีออกไปมองนอกระเบียง

ตลกหรือเปล่า…” ผมถามเขา ผมรู้ว่าการตอบสนองของร่างกายตัวเองนั้นเชื่องช้า กว่าจะคิดกว่าจะพูดมันเหนื่อยล้าไปหมด เพราะแบบนั้นถึงไม่ค่อยเอ่ยปากพูดต่อหน้าใครสักเท่าไร

ไม่เลย

พี่ขำอยู่ในใจแน่ๆ

ไม่เลยครับ แค่ดีใจ

“…”

ในที่สุดก็ได้เห็นเดียวแล้ว



// หอมๆคนอ่านนะคะ

รักพี่ก็อดน้องเดียวติดแท็ก #พี่เขาบุกโลกของผม พูดคุยในทวิตเตอร์กันได้น๊า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.44K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11256 Saltan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 14:22
    เป็นอะไรที่ใจฟูมากๆเลยค่ะอ้ยยยยย>//<
    #11,256
    0
  2. #11246 Jaotang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 21:17
    ใจฟูมาก
    #11,246
    0
  3. #11242 VivianDu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:12
    ต้องให้เครดิตน้องแมงมุมเลย
    #11,242
    0
  4. #11235 mnrฯ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:12
    กรี๊ดดดดดดดด
    #11,235
    0
  5. #11211 ARikaSayuki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 21:26
    เรียกได้ว่า'แมงมุมเป็นเหตุ สังเกตได้'ของแท้เลย55555 น่ารักมว๊ากกกกกกกก เขินจะตายอยู่แล้ววว
    #11,211
    0
  6. #11207 KasmaChesoh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 01:11
    สุดยวดดกกดดกกกกก เขินชิปหายเลยยยยยยน้องเดียวววพี่แบบ บะลั่กกๆๆๆๆๆ
    #11,207
    0
  7. #11189 feelsmiley (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 22:04
    มุแง น่ารักมากกกกกกกก ก ไก่ล้านตัววววว เขินอ่ะ มุแง
    #11,189
    0
  8. #11170 Baekberry12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 10:45
    แงงง ถ้าคิดเหมือนกัน สัญญาเป็นโมฆะได้ไหมม
    #11,170
    0
  9. #11143 LUKKADE31 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:49
    หล่อทั้งใจทั้งกายเลยพ่อคุณ
    #11,143
    0
  10. #11089 slpxbear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:40
    แงงงงงงงงงงงง น้อนนนน่ารักไม่ไหวว ㅠㅡㅠ ตาพี่ก็อบอุ่นพ่อไมโครเวฟของน้อนนนน ต้องขอบคุณแมงมุมสื่อรักกนะคะแงง
    #11,089
    0
  11. #11060 1 9 9 $ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 21:15
    ชั้นเขินนนนนนนนนนน >< เห็นหน้าน้องแล้ว น้องน่ารักมั้ยคะคุณพี่ก็อด ;-;
    #11,060
    0
  12. #11048 Torii_sp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 05:40
    ตลกตอนจับแมงมุม 6555555555555
    #11,048
    0
  13. #11025 MaBaYu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 15:50
    กี้ดดดดด
    #11,025
    0
  14. #11012 similunkh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 21:36
    เดี๋ยวนะ!!!แมงมุมยักษ์!!!นี่เอ็งมาจากไหนวะ!!!นังแมงมุม!!!
    #11,012
    0
  15. #10986 my_cpr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:00
    ep.นี้ต้องขอบคุณคุนแมงมุม
    #10,986
    0
  16. #10950 pommys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:23
    ยิ้มไม่หุบเลยจ้าแม่
    #10,950
    0
  17. #10932 NutchaNimnuan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:48
    คุณเพื่อนทำหน้าที่ดีมากค่ะ
    #10,932
    0
  18. #10931 thank_you2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    งื้ออออ
    #10,931
    0
  19. #10930 thank_you2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    ดีมากๆลเ
    #10,930
    0
  20. #10929 thank_you2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    งื้อออออ
    #10,929
    0
  21. #10902 Xakas (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    เอ็นดูไปหมด คุณเพื่อนทำหน้าที่ได้ดีนะคะเนี่ย555555
    #10,902
    0
  22. #10884 DoublePNP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:28
    งืออออ เห็นน้องแล้ว น้องน่ารักเหมือนความคิดเลยใช่มั๊ยย
    #10,884
    0
  23. #10871 taot__ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:52
    แมงมุมสื่อรัก วิดวิ้ววว
    #10,871
    0
  24. #10863 sugarraeks (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:27
    ขอบคุณแมงมุม5555555
    #10,863
    0
  25. #10816 Come here!! (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:52
    เขินอ่ะ ต้องไปเซ่นไหว้เเมงมุมตัวนั้นเเล้วป้ะเดียว
    #10,816
    0