ตอนที่ 9 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    22 มี.ค. 60


Chapter 8

           


            สามวันถัดมา จู่ๆผมก็ถูกเปลี่ยนเวรตรวจตรา จากกะกลางคืน มาเป็นช่วงเช้าแทน

            ทางด้านสารวัตรสิงห์ให้เหตุผลว่า จ่าสักมีปัญหาทางด้านร่างกายบางอย่าง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเวรกับผม ผู้กองเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม แค่กวนประสาทเหมือนเดิมว่าอย่าเจ๋อให้มากถ้าไม่อยากมีเรื่อง

            ก็ดีเหมือนกันครับ ผมจะได้กินนอนเหมือนชาวบ้านปกติเขาสักที

            ส่วนเรื่องบ้านน่ะเหรอ ช่างมหาทิ้งบทสรุปไว้แค่ว่า ถ้าหมวดและหมอสบายใจที่จะอยู่ด้วยกัน ก็อยู่เต๊อะ เพราะนอกจากจะซ่อมท่อไม่ได้แล้ว พื้นไม้ยังโบ๋เป็นรูเบ้อเริ่ม พร้อมทั้งทำท่าทำทางให้เห็นว่า รู มันใหญ่จริงๆ ใหญ่ขนาดปลาวาฬสองตัวกระโดดผ่านได้

            นี่มึงเอาบ้านอะไรให้กูอยู่ฟระ บ้านร้างสองพันปีเรอะ!

            หมอเองก็ไม่ได้มีท่าทีคัดค้าน เพราะเข้าบ้านก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันนอน ผมเลยต้องขออาศัยเขาอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้บ้านพักใหม่

            กะเช้าจะเริ่มตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้าไปจนถึงสองทุ่ม แต่ ณ เวลานี้คือเวลาสี่โมงเย็น และผมก็กำลังปั่นจักรยานด้วยความเร็วแสงไปที่คลินิกหลังจากที่ได้ทราบข่าวว่าแม่ของอันดาเป็นลมล้มพับไปกระทันหัน

            ชาวบ้านสามสี่คนยืนมุงอยู่หน้าคลินิก บุญมียืนอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กอยู่ด้านหน้าพร้อมสีหน้ากังวลใจ ทุกคนโดนห้ามไม่ให้เข้าไปด้านในเพราะแค่นี้ก็อกสั่นขวัญแขวนกันไปถึงไหนต่อไหน

            หมวดบุญมีทักผมเมื่อผมจอดจักรยานลงหน้าคลินิก

            ผมจับบ่าเขาเบาๆ

            ใจเย็นๆ ไข่มุกล่ะ เป็นไงบ้างพลางเลื่อนมือไปแตะหลังของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเบามือ ไข่มุกน้องสาวแท้ๆของอันดา อายุ 3 ขวบนอนหลับตาพริ้ม

            หลับไปสักพักแล้วครับ ดูท่าจะตกใจ วิ่งจ้ามาหาผมอย่างไวเลย

            สายตาผมมองเข้าไปในคลินิกผ่านกระจกพับบานใส ผ้าม่านสีขาวที่เตียงคนไข้เตียงหนึ่งถูกปิดเอาไว้

            ผมจะขอเข้าไปดูหน่อย ฝากไข่มุกด้วยนะบุญมี

            “ครับหมวด

            พอเข้ามาในคลินิก บรรยากาศกลับกลายเป็นความกดดัน เสียงแหบๆของหมอสลับกับเสียงเครื่องช็อตไฟฟ้าดังเป็นช่วงๆ

            ผมนั่งรอจนกระทั่งทุกอย่างเงียบไป

            ไม่นานนักเสียงๆหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาอีก

            หมอชล

            “ฟื้นสิ บอกให้ฟื้นไง จะทิ้งอันดากับไข่มุกไปแบบนี้ไม่ได้นะ

            ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านหลังม่าน เพราะไม่นานแทนก็เปิดม่านออกมา ร่างของหมอชลนั่งอยู่เหนือแม่ของอันดาที่นอนนิ่งสนิท มือสองข้างประกบอยู่ตรงอกซ้ายของคนไข้ราวกับจะปั้มหัวใจให้เธอฟื้นขึ้นมาให้ได้ คนไข้ที่มีท่อหายใจสอดอยู่ที่ลำคอ ชีพจรที่เป็นเส้นตรงบ่งบอกว่า

            เสียชีวิตแล้ว

            แทนเดินผ่านผมไปแบบสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไร ใบหน้าของหมอเต็มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เศร้า หดหู่ อยากร้องไห้ ปะปนกันไปหมด

            ผมเดินเข้าไปใกล้หมอชล เลื่อนม่านสีขาวปิดเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น หมอชลนั่งกุมข้อมือของตัวเอง ตัวสั่นเป็นลูกนก ก้มหน้านิ่งๆ

            มันไม่ใช่ความผิดหมอเลย

            อย่าโทษตัวเองสิ

            ฝ่ามือของผมสัมผัสลงบนแขนของคนผิวขาว รับรู้ได้เลยว่าเขากำลังรู้สึกแย่มากขนาดไหน ขนาดผมเป็นตำรวจ ผมยังไม่สามารถช่วยทุกคนได้ หมอเองก็เช่นกัน

            เราทำอย่างสุดความสามารถแล้ว

            หมอ

            “…”

            “เก่งมากแล้วนะวันนี้

            เท่านั้นแหละเจ้าตัวก็ปล่อยโฮออกมา ปากก็บ่นพึมพำว่าช่วยแม่ของอันดาไม่ได้ บ่นว่าตัวเองไร้ความสามารถ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนอยู่ข้างๆเขา ปล่อยให้เขาระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมาจนหมด เพราะ ณ จุดๆนี้ ไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไป มันจะขัดกับสิ่งที่หมอคิด

            เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าหมอจะสงบลง ผ้าสีขาวถูกคลุมลงบนร่างของผู้หญิงวัยกลางคน เราสองคนย้ายตัวมานั่งอยู่ที่พื้น พยายามคิดคำพูดว่าจะบอกกับชาวบ้านยังไงดี จะบอกกับอันดาและไข่มุกแบบไหนเพื่อที่จะไม่ทำร้ายเด็กสองคนนั้น

            ฝ่ามือของหมอกุมมือของผมไว้ไม่ปล่อย เหมือนเขาต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆตอนนี้

            หัวใจวายเฉียบพลัน

            พอรู้สาเหตุของการจากไป ถึงได้ร้องอ๋อออกมา เป็นโรคที่คาดเดาไม่ได้ เหมือนตอนที่แม่ผมจากไป

            ผมไม่ได้ตอบอะไรหมอ ทำแค่บีบมือตอบกลับเบาๆ

            อันดายังอยู่ที่โรงเรียนอยู่เลยหมอเหม่อเลยมองออกไปนอกหน้าต่าง

            ผมไปรับให้มั้ย

            “อือ แต่อย่าเพิ่งบอกเรื่องแม่แล้วกัน

            “ครับ

            ผมค่อยๆพยุงตัวขึ้นยืน หันไปมองคนที่นั่งชันเข่าอยู่ที่พื้นกระเบื้องสีขาว หมอยิ้มเจื่อนๆออกมา

            เดี๋ยวผมบอกชาวบ้านเอง

            “โอเค

            “โอเค?” หมอเลิกคิ้ว

            ก็โอเค หมอโอเคมั้ย

            “โอเคมั้ง

            “ดีแล้วเพราะหมอเข้มแข็งไง ผมถึงมั่นใจว่าเขาจะโอเค

 

            ผมจอดจักรยานที่หน้าโรงเรียนแสงจันทร์ เด็กๆค่อยๆทยอยกันกลับบ้านเพราะเป็นเวลาห้าโมงตรง ผมชะเง้อคอหาอันดา แต่ก็หาไม่เจอเพราะเด็กๆเดินกันเยอะแยะไปหมด

            สวัสดีค่ะหมวด

            น้ำเสียงใสกังวานดังขึ้นด้านหลังผม พอหันไปก็เจอะกับคุณครูพิณ ผู้หญิงที่ผมเคยเอ่ยปากว่าเหมือนลิลลี่ลูกสาวท่านผบ.ตร. แต่คุณครูพิณจะออกไปทางเรียบร้อยมากกว่าสาวฮอตอย่างลิลลี่

            สวัสดีครับครู

            “มาหาใครเหรอคะ

            “เอ่อพออยู่ต่อหน้าคนสวยทีไร ผมเผลอแสดงความเด๋อออกมาทุกที

            ครูพิณกระพริบตาปริบๆ เหมือนได้ยินเสียงปิ๊งๆหลุดออกมาจากขนตาหนาเป็นแพและดวงตากลมๆนั่น

            โรคแพ้ความสวยกำเริบอีกแล้วกู

            คือผมมาหาอันดา

            กว่าจะรวบรวมความกล้าพูดให้เป็นคำ เหงื่อก็หยดหมดไปเป็นลิตร

            อ่อ เดี๋ยวพิณไปตามให้มั้ยคะ

            “มะ ไม่เป็นไรครับครู เกรงใจเปล่าๆ

            “หมวดจะเกรงใจพิณทำไมคะ พิณเป็นครูนะครูคนสวยยิ้มหวานให้ผม รอตรงนี้แปปนึงนะคะ

            “เอ่อครับ

            ครูพิณเดินกลับเข้าไปในโรงเรียน ไม่นานนักก็เดินกลับมาพร้อมกับจูงอันดามาด้วย สีหน้าอันดาไม่ค่อยดีเท่าไร ผมรีบปรี่เข้าไปหาไอ้เสือน้อยที่เดินก้มหน้ามาแต่ไกล

            ว่าไงเรา

            อันดาเงยหน้ามาสบตาผม ปากคว่ำเป็นสระอิ

            โดนใครแกล้งมา ไหนบอกอาหมวด อาหมวดจะไปจัดการมันให้คว่ำเลย

            “นักเลงจังนะคะหมวดครูพิณแซวพลางหัวเราะ แหมแซวแรงจังนะครับ หัวแทบทิ่มเลย เธอนั่งยองๆลงข้างผมแล้วหันไปคุยกับอันดา

            วันนี้หมวดจะพาอันดากลับบ้านนะครับ เป็นเด็กดีกับหมวดเขาด้วยนะอันดา

            ไอ้เสือพยักหน้าเล็กน้อยพลางปล่อยมือครูพิณแล้วยื่นมาจับมือผมแทน

            ขอบคุณครูมากนะครับ ถ้าไม่ได้ครูผมคงหาอันดาไม่เจอจนมืดแน่ๆ

            “ไม่เป็นไรค่ะหมวด ยินดีช่วยเสมอค่ะ

            ครูพิณโบกมือป้อยๆระหว่างที่ผมอุ้มอันดาขึ้นนั่งท้ายจักรยาน ใบหน้าเศร้าสร้อยของเจ้าตัวยังไม่จางหายไป จนผมรู้สึกกังวลใจว่าเกิดอะไรขึ้น

            อันดา เป็นอะไรไหนบอกอา ใครทำอะไร

            อันดาทำปากขมุบขมิบอยู่สักพัก ถึงจะออกมาเป็นคำพูด

            ผมได้ยินคุณครูคุยกันว่าแม่ตายแล้ว

            ผมสะอึกไป 

            อันดาเงยหน้ามาสบตากับผม น้ำตาคลอเบ้า

            จริงเหรอคับอาหมวด

            ผมไม่กล้าโกหก เพราะสุดท้ายอันดาก็ต้องรู้อยู่ดี ถ้ารู้ตอนนี้มันจะต่างอะไรกัน

            ครับ คุณแม่ไปสวรรค์แล้ว

            เสียงร้องไห้จ้าดังลั่นไปทั่วบริเวณ อันดากระโดดกอดคอผมพลางร้องไห้จนตัวโยนเล่นเอาผู้ปกครองรอบข้างหันมามองกันหมด ครูพิณรีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าอันดาร้องไห้เสียงดัง

            เกิดอะไรขึ้นคะหมวด! อันดา เป็นอะไรลูก

            ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่รีบกอดอันดาเอาไว้พลางเดินไกลออกไปบริเวณที่ห่างจากผู้คน คุณครูพิณเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง ผมนั่งลงบริเวณกองหญ้าพลางโยกตัวเพื่อโอ๋อันดา ไอ้เสือมันร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่

            ฝ่ามือของครูพิณคอยลูบหลังปลอบประโลมอันดาอยู่ไม่ห่าง น่าแปลกที่เพศแม่มีพรสวรรค์ในการกล่อมเด็กมากจริงๆ อันดาเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น จากเสียงร้องไห้จ้ากลายเป็นเสียงสะอึกเล็กๆ

            เหมือนครูพิณจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เราสองคนนั่งมองหน้ากันสักพักแบบไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากให้อันดาหยุดร้องเอง เด็กหกขวบต่างจากผู้ใหญ่ครับ ถ้าเขาร้องเราต้องปล่อยให้เขาร้อง เพราะเขาจะไม่ฟังอะไร สมองเขาจะสั่งให้จำแค่ว่าแม่ตายแล้ว แม่ไม่อยู่กับเขาแล้ว

            กว่าจะหยุดร้อง ตะวันก็ลับฟ้าพอดี ผมกับครูพิณย้ายมานั่งอยู่หน้าอาคารเรียนสองชั้นเก่าๆที่มีลมพัดโกรก ตอนนี้อันดาอยู่ในอ้อมกอดของครูพิณแทนที่จะเป็นอ้อมกอดของผม ไอ้เสือมันหลับตาพริ้ม ขอบตาบวมช้ำเพราะร้องไห้อย่างหนักจนหมดแรง

            รู้ตั้งแต่เมื่อไรครับผมเอ่ยปากถามครูพิณ

            ก่อนหมวดจะมาไม่นานค่ะ

            “งั้นแสดงว่ารู้ว่าผมจะมารับอันดาใช่มั้ย

            “อันนั้นไม่ทราบค่ะ แค่รู้ว่าต้องมีคนมารับแทนแม่ของเขา จริงๆทุกคนตั้งใจไว้ว่าจะไม่บอกอันดาจนกว่าจะถึงเวลา

            “เวลาไหนเหรอครับ

            ครูพิณเงียบไป ไม่สามารถตอบคำถามผมได้

            ไม่รู้สิคะ ยังไงสักวันอันดาก็ต้องรู้อยู่ดี คงปิดไปได้ไม่นาน

            “นั่นสิครับ

            “เพราะแบบนั้น หมวดถึงไม่ปฏิเสธใช่มั้ยคะ

            ผมพยักหน้าพลางลูบผมอันดาเบาๆ

            ผมกลับก่อนดีกว่า ป่านนี้หมอกับบุญมีคงเป็นห่วงแย่แล้ว

            “ค่ะ ฝากอันดาด้วยนะคะ

            ครับ ว่าแต่ครูพิณ ดึกแล้วกลับยังไงครับเนี่ย

            ครูพิณยิ้มขำๆพลางชี้ไปที่จักรยานที่จอดอยู่ไม่ไกลจากของผม จักรยานสีชมพูเหมาะกับคนใช้ม๊ากมาก

            บ้านพิณไม่ไกลค่ะ ไม่เป็นไร

            ไม่เป็นไรที่ไหนเล่า ดึกดื่นขนาดนี้ ผมคงไม่ปล่อยผู้หญิงกลับคนเดียวหรอก

            ถ้างั้น กลับพร้อมกันมั้ยครับ

            “ไม่เป็นไรค่ะหมวด พิณเกรงใจ

            “ผมเป็นตำรวจ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ

            บ้านครูพิณอยู่ไม่ไกลโรงเรียนอย่างที่ว่าจริงๆ บ้านไม้สีน้ำตาลสองชั้นต่างจากบ้านของหมอโดยสิ้นเชิง บ้านครูพิณให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็อึดอัด ส่วนบ้านหมอให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ครูพิณลากจักรยานเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน ก่อนจะก้มหัวขอบคุณผมอีกครั้ง

            ขอบคุณค่ะหมวด กลับดีๆนะคะ

            “ครับ ครูพิณล็อคบ้านดีๆด้วยนะครับ

            “ค่า พิณอยู่จนชินแล้วค่ะหมวด แค่นี้สบายมาก

            ผู้หญิงตรงหน้าหัวเราะพลางปิดประตูบ้านลง เหลือทิ้งแค่ไอจางๆของความสดใส

            ผมจับอันดาให้แน่นพลางปั่นจักรยานตรงกลับไปที่คลินิกหมอ ไฟที่คลินิกยังไม่ปิด บ่งบอกว่าหมอยังไม่กลับบ้าน พอมองผ่านไปข้างในถึงได้เห็นว่าหมอมีแขกอยู่

            ดีครับผู้ใหญ่

            ผู้ใหญ่บ้านหันมามองผมเล็กน้อยพลางส่งยิ้มเป็นกันเอง การที่แม่ของอันดาตายทำให้บรรยากาศของชาวบ้านบนเกาะเงาจันทร์ซึมเศร้ากันไปหมด

            พิธีศพคงเริ่มอีกอาทิตย์หนึ่ง ฝากหมอจัดการเรื่องศพด้วยนะ

            หมอพยักหน้า ผู้ใหญ่ค่อยๆพยุงตัวขึ้นยืนพลางแตะบ่าหมอเบาๆ

            อย่าโทษตัวเองเลย เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยๆ

            “แต่ว่า…”

            “เราห้ามคนตายไม่ได้หรอก หมอชล

            ผู้ใหญ่หันมามองผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่เหลือบมาเห็นอันดาที่อยู่บนหลังผมซะก่อน มือของผู้ใหญ่แตะลงบนศีรษะของอันดาเบาๆด้วยความเอ็นดู

            ยังไงเจ้านี่ก็ต้องเข้มแข็งให้ได้

            พูดแค่นั้น ผู้ใหญ่ก็เดินออกไปจากคลินิก เหลือเพียงแค่ผม หมอ และอันดาที่อยู่บนหลังของผม

            ผมวางอันดาลงบนเตียงคนไข้ ไอ้เสือยังคงหลับปุ๋ย หมอเห็นแบบนั้นเลยเดินมาห่มผ้าให้อันดาแล้วนั่งลงข้างเตียง ผมยืนเท้าแขนกับราวเตียงคนไข้อย่างหมดแรง

            ไข่มุกล่ะ

            “อาบุญพากลับไปแล้ว

            “เฮ้อผมถอนหายใจออกไปเฮือกใหญ่เล่นเอาหมอหันมาทำหน้าดุ

            เป็นอะไร

            “เหนื่อยใจ หมอไม่ใส่ใจผมเลย

            “ยังจะเล่นอีก

            ผมหัวเราะ ก็แค่อยากทำให้บรรยากาศมันดีขึ้น แม้จะไม่ควรก็เถอะ

            คืนนี้จะกลับบ้านมั้ย หรือจะนอนที่นี่เอ่ยปากถามเจ้าของคลินิก หมอมองผมเล็กน้อย

            นอนที่นี่ก็ได้

            คืนนี้ผมกับหมอตัดสินใจว่าจะนอนที่คลินิกกัน ปัญหาคือมันไม่มีอะไรจะกิน ในตู้เย็นก็มีแค่ข้าวต้มมัดกับน้ำตะไคร้แล้วก็น้ำเปล่า ผมกับหมอแบ่งข้าวต้มมัดกันคนละครึ่ง พลางกระดกน้ำตะไคร้ไปคนละสองขวด

            ด้านนอกยุงชุมเป็นบ้า เราถึงจำเป็นต้องปิดกระจกและเปิดพัดลมนอนเอา

            หมอเลือกนอนกับอันดา ส่วนผมจองเตียงตรงกันข้ามเพียงคนเดียวเพราะตัวใหญ่เกินกว่าจะไปเบียดนอนกับหมอ

            ผมเห็นคนตายมานักต่อนัก แต่ก็ไม่ชินซักทีหมอโพล่งขึ้นมา ตาเหม่อลอยมองเพดาน

            ก็หมอยังเป็นคนจิตใจดีอยู่ไง

            “…”

            “ถ้าเห็นคนตายแล้วชิน แสดงว่าใจมันด้านชาไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้น จะมีประโยชน์อะไรในการรักษาคนไข้ล่ะ

            “มีสาระเหมือนกันนะเรา

            อ้าว คนเขากำลังมาหล่อๆ นี่ก็ขัดซะหัวทิ่มเลย

            หมอเพิ่งรู้เหรอ จริงๆแล้วผมเป็นคนมีสาระม๊ากมากนะ

            “สารเลวอ่ะเหรอ

            “เดี๋ยวๆ

            “ขอบคุณนะจู่ๆหมอก็เปลี่ยนมู้ดเฉย ถ้าไม่ได้หมวดเมื่อบ่าย ผมอาจจะเป็นบ้าไปแล้ว

            “พูดจาแบบนี้ เดี๋ยวก็มีข้ามเตียง กำลังจะลุกไปหาแล้ว พอเจอประโยคต่อไปเท่านั้นแหละ

            “ข้ามตีนผมก่อนมั้ยหมวด

            ทรุดเลย

            “ไม่ข้ามก็ได้จ้า

            เราสองคนนอนมองพัดลมเพดานเงียบๆ    

            จะว่าไป ตอนเจอกับครูพิณ ผมกลับไม่สบายใจเท่าอยู่กับหมอ แม้ครูพิณจะคลับคล้ายคลับคลากับลิลลี่ที่ผมรู้จักและค่อนข้างจะสนิทตอนอยู่กรุงเทพฯ ถึงครูพิณจะสวยและจิตใจดีงามราวกับเพชรเม็ดเป้งในมหาสมุทร แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่อ่ะครับ ผมนับถือเขาในฐานะครูมากกว่า

            กับหมอนี่ตอนเจอกันครั้งแรก มันก็รู้สึกคุ้นเลย เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนอะไรแบบนั้น

            ตอนไปรับอันดา ผมเจอครูพิณด้วย

            หมอเงียบไป

            อ่อ แล้วไงอ่ะ

            “ก็ไม่แล้วไง ผมไม่ค่อยสนิทใจเท่าไร หรือว่าเพราะครูเป็นผู้หญิง

            “ไม่เกี่ยวมั้ง

            ถึงครูพิณจะสวย แต่มันก็ไม่ใช่อ่ะ

            “เรื่องของหมวด

            เอ๊ะ นี่ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าคำตอบหมอมันห้วนแบบแปลกๆ

            แต่ผมสนิทใจกับหมอนะ

            “เหรอ

            แน่เลย แน่เลยครับ

            หมอแม่งงอนกูอีกแล้ว

            “สนิทจนอยากจะเข้าไปอยู่ในใจ

            มาอยู่ในไตก่อนมั้ย

            “ไตหาหัวจามหมอสินะ

            มุกควายๆแบบนี้อย่าไปเล่นกับคนอื่น

            “ให้ไปเล่นกับควายใช่มั้ยครับ

            “เออ

            “ตู้วหูว

            “หูวพ่อง

            หมอชักจะหยาบโลนขึ้นเรื่อยๆนะพักนี้ แต่ผมชอบ ผมเป็นมาโซ

            โซเซมากเลยไอ้ฉัด

            “กับครูพิณ หยอดแบบนี้หรือเปล่า

            และไม่ใช่งอนอย่างเดียวแน่ๆ

            หึงผมอ่ะดิ

            “ใครหึงหมวดก็ควายแล้ว

            “คนไรด่าตัวเองก็เป็น

            หมอนใบโตๆถูกปาใส่ร่างผม ผมทำเพียงแค่หัวเราะแล้วกอดหมอนนั่นไว้ มองไปที่พัดลมเพดานอีกครั้ง

            ผมไม่เคยหยอดใครเล่นๆนะ

            “มีแต่หยอดจริงๆ

            “ใช่ เอ้ย อย่าใส่ความผมดิ

            “ไม่รู้ นอนดีกว่าแล้วก็สะบัดตูดใส่ผมเฉยเลยครับ

            เสียงหมอเงียบไปเหลือเพียงแค่เสียงพัดลมเพดานดังตั่กๆเหมือนจะหล่นลงมาใส่หัว ผมชะโงกหน้าดูเตียงตรงกันข้าม หมอเงียบไปจริงๆ

            หมอ หลับแล้วเหรอ

            “หลับแล้ว

            หลับแล้วมึงตอบเนอะ กวนตีนจริงๆ

            ทำไมผมรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเจอหมอที่ไหนมาก่อนคำบอกเล่าที่ไม่ต้องการคำตอบ หมอชลเงียบไปพักใหญ่ๆได้ มันเหมือนกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ลืมว่าตอนไหน

            ผมมองพัดลมเพดานที่หมุนไปเรื่อยๆ พลันภาพๆหนึ่งก็แทรกเข้ามาในหัว

          ห้องพยาบาลไม่ใช่ที่นอนเล่นนะนายภากร!”

          ก็มันร้อนนี่ครับป้าหมอ

          มันเป็นช่วงม.4 ที่ผมชอบแอบไปนอนห้องพยาบาลบ่อยๆเพราะอากาศมันร้อน จำได้ว่าพัดลมห้องพยาบาลเป็นทรงนี้เลย ใบพัดยาวๆ สีเขียวซีดๆแต่กลับเย็นกว่าพัดลมในห้องเรียนเสียอีก

          ถ้าหายดีแล้วก็กลับไปเรียนไป

          โธ่ป้าหมอ ขออีกซักสิบนาทีนะๆ

          “กลับไปเรียนเดี๋ยวนี้!”

          ป้าหมอประจำห้องพยาบาลไล่ผม ก่อนจะหันไปคุยกับเตียงข้างๆที่มีผ้าม่านปิดอยู่

          “ศศิ โอเคขึ้นหรือยัง

            ผมสะบัดหัวเล็กน้อย ภาพเก่าๆพวกนั้นมันเลือนรางจนแทบจะจางหายไปหมดแล้ว

            เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง

            หมอคงไม่ได้บังเอิญมีชื่อจริงชื่อ ศศิ ใช่มั้ย

            โพล่งถามออกไป แต่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เสียงเงียบที่ตอบกลับมาแสดงชัดว่าหมอหลับสนิทไปแล้ว ผมยิ้มมุมปากจางๆ

            เป็นไปไม่ได้หรอก หมอน่ารักกว่าไอ้ม้าดีดกะโหลกนั่นเป็นร้อยเป็นพันเท่า

            แล้วอีกอย่าง ศศิ คนนั้นที่ผมรู้จัก

            ไม่มีทางมาอยู่บนเกาะกันดารแบบนี้แน่ๆ



// ปมเริ่มมาทีละอย่างแว้ว

ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามกันนะคะ แม้จะเงียบมากก็ตาม 555 

ฝาก #หมวดหมอ ไว้ใต้ราวนม เอ้ย ในหัวใจด้วยนะคะ รักมาก จุบุ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

754 ความคิดเห็น

  1. #708 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 17:25
    น่านนนนนน คนที่จำไม่ได้คือหมวดหรือหมออ่ะ
    #708
    0
  2. #654 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    เคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหม
    #654
    0
  3. #653 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    เคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหม
    #653
    0
  4. #625 Kam Rattanaporn (@kamnary) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 13:32
    <p>เอาแล้ว เคยรุ้จักกันมาก่อนหรออออ</p>
    #625
    0
  5. #564 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 13:28
    ศศิ ชื่อน่ารักจัง ;_;
    #564
    0
  6. #520 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 02:28
    สรุปยังไง จำไม่ได้ทั้งคู่หรอม แต่แบบหมวดยังมีมาบ้าง ฝ่ายหมอนี่ไม่รู้เลย
    #520
    0
  7. #492 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 20:19
    สงสารหมอ สงสารอันดา แต่อย่กรู้ปมอดีตมากๆ
    #492
    0
  8. #484 BB < My.iD > (@bowza-sung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 21:39
    ชอบบบบบ สายเถื่อนมากค่ะหมอ 555555555
    #484
    0
  9. #452 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 07:57
    อ้าวรู้จักกันมาก่อนแน่นอน
    #452
    0
  10. #278 snoopma (@majik0605) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 09:51
    เหยยยยยย ยังงายยยยยยยยย
    #278
    0
  11. #183 蛇。 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 16:29
    เป็นที่รู้ในอนาคตว่าหมวดน่าจะกลัวเมีย 5555555555555
    #183
    0
  12. #96 Titlekaitod (@montawat10) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 13:10
    ชอบมากๆเลยยยย จะติดตามจนจบเลยนะ
    #96
    0
  13. #78 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:46
    ปมๆๆๆ
    เศร้าตามเด็กๆ เลยค่ะ YoY
    #78
    0
  14. #69 waqnalis (@ooqwaq) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 01:56
    หรือหมอจะชื่อศศิ ฮือออ ใกล้แล้วว
    #69
    0
  15. #62 plengmalik (@plengpng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 19:21
    ต้องเตรียมต้มมาม่ามั้ยคะเนี่ย ฮืออออ
    หมวดก็ยังคงช่างหยอดเหมือนเดิม สงสารน้องอันดาด้วยค่ะ คุณครูก็ไม่ควรคุยเรื่องอะไรแบบนี้ให้น้องได้ยินเลยเนอะ
    #62
    0
  16. #42 annjija2 (@annjija) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 05:12
    นึกว่าหมวดหลงไหล ได้ปลื้มครูซะแล้ว
    #42
    0
  17. #41 PanchatPoorahong (@PanchatPoorahong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 00:28
    สนุกมาก ติดตามอยู่นะคะไรท์
    #41
    0
  18. #40 jellaly (@chanamonjelly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:06
    เดี๋ยวไปจองโต๊ะต้มมาม่าให้นะ อยากม่ามากไปนะคะ อิ่ม 55555 //โดนถีบ
    #40
    0
  19. #39 Meka'at (@acrbaka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 22:51
    คือหมวดแบบกวนตีนทุกเวลาจริมๆชอบๆ5555 ในที่สุดปมก้อเริ่มมาแล้วตื่นเต้นๆ ตกลงเรื่องมันเป็นไงน้าาาาา
    #39
    0