ตอนที่ 7 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    11 มี.ค. 60


Chapter 6

 

            ตกกลางคืน การแสดงของเด็กๆเริ่มต้นด้วยการเล่านิทาน

            ผมกับหมอชลนั่งอยู่ข้างๆกันบนเสื่อผืนเล็กๆ ชาวบ้านต่างก็มาจับจองที่นั่งกันเต็มบริเวณลานกว้าง มีเด็กตัวน้อยวิ่งเล่นกันไปมา

            ท้องฟ้าที่นี่เต็มไปด้วยแสงดาวแต่งแต้มเป็นจุดสีขาวท่ามกลางพื้นหลังสีดำ ต่างจากตอนอยู่ในกรุงเทพฯ ที่นี่เห็นทั้งดาวและพระจันทร์ชัดราวกับภาพวาด

            “วันนี้พวกเรา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ จะมาเล่าตำนานของเกาะเงาจันทร์ค่ะ

            แปะๆเสียงปรบมือดังขึ้นทั่วบริเวณ

            ตำนานของเกาะเงาจันทร์ ว่ากันว่าคนที่จากกันไป จะได้กลับมาพบกันใหม่

            เด็กๆในชุดต้นไม้ ภูเขา ฉากทะเลที่ทำขึ้นจากผ้าใบสีฟ้าเดินสวนกันไปมาอยู่บนเวที น่ารักน่าชัง

            กาลครั้งหนึ่งพระจันทร์ได้ตกหลุมรักพระอาทิตย์ แต่เมื่อไรที่พระจันทร์ปรากฏขึ้นบนฟ้า พระอาทิตย์ก็มักจะลับฟ้าไปแล้ว

            ผมนั่งมองการแสดงของเด็กๆเงียบๆอย่างตั้งใจ

            ในขณะที่พระจันทร์ขึ้นมาบนฟากฟ้า พระอาทิตย์ก็ค่อยๆคล้อยตกดินไป เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันมาบรรจบกัน

            พระจันทร์ ไม่เคยมีตัวตนในสายตาของพระอาทิตย์เลย

            “ทะเลได้เห็นแบบนั้น จึงรู้สึกเห็นใจพระจันทร์มาก ทะเลจึงมอบความช่วยเหลือให้พระจันทร์ เพื่อที่พระอาทิตย์จะได้เห็นพระจันทร์ก่อนที่จะลับขอบฟ้าไป

            “ทะเลสะท้อนแสงเงาของพระจันทร์ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป พระอาทิตย์จึงสามารถเห็นพระจันทร์ได้ พระอาทิตย์จึงรับรู้ว่ามีพระจันทร์และตกหลุมรักพระจันทร์ตั้งแต่วันนั้น

            เกิดเป็นเกาะเงาจันทร์

            ‘แปะๆ

            เสียงปรบมือดังขึ้นอีกระลอก

            คราวนี้จากพระจันทร์กับพระอาทิตย์ เปลี่ยนเป็นหญิงสาวกับชายหนุ่มที่ไม่ใช่ตัวเด็กๆแสดง ผู้หญิงหน้าตาสะสวยบนเวที กับผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งยืนอยู่คนละฟากกันบนเวที

            หากแต่สายตาของผมกลับจับจ้องผู้หญิงคนนั้นนิ่งๆ

            นัยน์ตาฉ่ำวาวเหมือนลูกแก้วที่เกลือกกลิ้งอยู่ในน้ำ ลูกแก้วสีน้ำตาลสวยเหมือนเฮลเซลนัท กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนสยายถึงกลางหลัง เธอสวมชุดสีแดงราวกับกลีบกุหลาบ

            ทุกอย่างดูน่าหลงใหลไปหมด ราวกับหลุดมาจากภาพวาด

            น้ำเสียงของเธอเปล่งออกมา นุ่มนวลน่าฟัง

            คล้ายกับใครสักคนที่ผมรู้จัก

            หญิงสาวคนหนึ่งได้มอบนิทานนี้เอาไว้ ก่อนที่เธอจะจากเกาะนี้ไป เธอเปรียบตัวเองเป็นพระจันทร์ เปรียบเขาเป็นพระอาทิตย์ เพราะไม่ว่าเมื่อไร เขาและเธอ ก็ไม่มีวันมาบรรจบกัน

            “กาลเวลาล่วงเลยไป หญิงสาวคอยเฝ้ารอที่จะได้พบกับเขาที่เกาะเงาจันทร์แห่งนี้ หลายปีผ่านไป หลายสิบปีผ่านไป และแล้ววันหนึ่ง เขาก็มา

ชายหนุ่มที่หญิงสาวแอบรักมาตลอด กลับมาเจอกับเธอที่เกาะแห่งนี้ ไม่ต่างอะไรกับพระจันทร์กับพระอาทิตย์

            “และทั้งสองก็ได้ครองรักกัน

            เสียงปรบมือของชาวบ้านดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ผมหันไปมองหมอที่นั่งกอดเข่าตั้งใจฟังเหมือนกับเด็กๆ เห็นแบบนั้นเลยเผลอหลุดยิ้มออกมา

            เลยกลายเป็นตำนานของเกาะเงาจันทร์มาจนถึงปัจจุบัน คนที่เคยละจากกัน จะได้กลับมาพบกันใหม่ คนที่ถูกพรากจากกัน จะได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่

            “และคนที่ลืมกันไป จะกลับมาจำกันได้ใหม่

            การแสดงจบลง พร้อมกับความอิ่มเอมใจแบบแปลกๆ บนเวทีมีการแสดงของเด็กๆต่อไปเรื่อยๆ แต่โชว์ไหนก็ไม่น่าสนใจเท่าโชว์แรก ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าบนเกาะนี้ มันยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้จัก

            ผมกับหมอชลไม่ได้อยู่ดูการแสดงจนจบ เพราะผมต้องกลับไปเตรียมตัวทำงานต่อคืนนี้ หมอชลเลยตัดสินใจว่าจะกลับบ้านพร้อมกัน

            จักรยานสองคันปั่นเอื่อยๆเรียบเคียงกันไปเพื่อตรงไปที่หมู่บ้านท่าเรือที่ผมพักอยู่

            หมอเชื่อเรื่องตำนานของเกาะเงาจันทร์หรือเปล่าผมเอ่ยปากถาม

            ตำนานที่สวยงามขนาดนี้ ถ้าใช้เป็นจุดขายของเกาะล่ะก็ อาจจะเป็นเกาะที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็เป็นได้

            เชื่อนะ ใครๆก็เชื่อกัน

            ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ

            “ผู้หญิงคนนั้นเปรียบตัวเองเป็นพระจันทร์ ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้ชายที่เปรียบเป็นพระอาทิตย์อ่ะ เกาะเงาจันทร์เหมือนเป็นตรงกลาง ที่นำพาพระจันทร์กับพระอาทิตย์มาบรรจบกัน

            อืมม

            “เขาเลยว่ากันว่า คนที่จากกันไป จะได้กลับมาพบกันใหม่ อะไรประมาณนั้น

            ผมพยักหน้าหงึกหงัก

            แล้วหมอรอใครอยู่หรือเปล่า

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงโพล่งถามออกไปแบบนั้น หมอชลหันมามองผมนิดๆ

            ตอนแรกคิดว่าคำตอบคงจะเป็น ไม่มีหรอกหรือ ผมจำไม่ได้หากแต่รอยยิ้มจางๆของหมอที่ปรากฎขึ้น กลับทำให้ใจผมโหวงไปชั่ววูบ

            ก็รออยู่

            รอใครกัน

            หมอมีคนที่ชอบแล้วเหรอ

            แฟนหรือไงผมแซวติดตลก หมอชลส่ายหัวเล็กน้อย ตามองตรงไปด้านหน้า ไม่แม้แต่จะหันมาสบตากับผม

            ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

            หือ

            “มันเหมือนมีความรู้สึกว่าต้องรอ แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่ากำลังรอใคร หรือรออะไร

            คำตอบเรียบๆ แต่กลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดทำให้ผมไม่ได้ถามอะไรต่อ ปริศนาอะไรหลายๆอย่างเริ่มจับกลุ่มก้อนจนทำให้ผมขมวดคิ้ว

            หมอชลมาที่เกาะนี้พร้อมกับใบส่งตัว แต่พอถามกลับบอกว่าจำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หมอมีปัญหาอะไรบางอย่างกับพวกตำรวจที่ดูท่าทางไม่เป็นมิตร อคติกับแค่คำว่า ตำรวจราวกับว่าเคยโดนอะไรมาจนทำให้ไม่รู้สึกไว้ใจ

            มากไปกว่านั้น หมอกลับพูดออกมาว่ากำลังรอ แต่ไม่รู้ว่ารออะไร

            แค่มีความรู้สึกว่าต้องรอ

            ถ้าเป็นแบบนั้น มันเจ็บปวดไม่ใช่หรือไง ที่จำอะไรไม่ได้

            หรือว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นทำให้หมอจำไม่ได้

            และดูเหมือนคนบนเกาะ จะไม่มีใครพูดอะไร นอกจากผมต้องถามจากตัวหมอเอง

            ซึ่งผมคงไม่ทำ นอกจากหมอจะพูดออกมาเองว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนที่ผมจะมา

            เราสองคนจอดจักรยานลงที่หน้าบ้าน ผมยังต้องอาศัยบ้านหมออยู่เพราะท่อประปายังซ่อมไม่เสร็จ การมาอยู่บนเกาะกันดารขนาดนี้ อุปกรณ์ซ่อมท่อ นอกจากเอาสังกะสีเก่าๆมาปะแล้ว เป็นเรื่องยากมากที่จะทำมันให้เสร็จในเร็ววัน

            หมอชลจอดจักรยานแล้วล็อคเสร็จสรรพ ส่วนผมแค่จะกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนเปลี่ยนชุดแล้วออกไปทำงานต่อ ไฟในบ้านถูกเปิดจนสว่าง หมอเจ้าของบ้านวางข้าวของลงบนโต๊ะกินข้าว

หมวดจะออกไปเลยหรือเปล่า

ยังหรอก คงพักก่อนครับ

หมอพยักหน้า เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง สายตาเหม่อมองออกไปด้านนอก มองออกนอกหน้าต่างไปก็จะเห็นทะเล วันนี้แสงจันทร์สาดลงมาทำให้ทะเลมีแสงระยิบระยับราวกับประกายเพชร    

            ผมนั่งลงตรงข้ามกับหมอ

            ผู้หญิงคนนั้นที่อยู่บนเวทีใครเหรอ

            “ครูพิณ ทำไม ชอบเหรอ

            ถามแบบนี้ หึงเหรอครับ

            เปล่าชอบ ทำไมต้องชอบด้วยถึงครูเขาจะสวย แต่ไม่ใช่สเปคผมสักหน่อย

            เห็นมองตาวาวแบบนี้เลยหมอว่าพลางทำท่าประกอบโดยการเอานิ้วแหกตาให้เหมือนนกฮูก ผมเอามือยันหน้าผากเขาเบาๆ ความทะเล้นของหมอเนี่ยแหละที่ทำให้ผมแอบหวั่นไหว

            ครูเขาคล้ายใครสักคนที่ผมรู้จัก

            แฟนเหรอ

            “ถามแบบนี้ อยากรู้ว่าผมโสดมั้ยอ่ะดิ หมอเบะปากไม่พอใจ

            โรคหลงตัวเองนี่เป็นได้ทุกวันเนอะ

            “ถ้าหมอถามตรงๆ ผมเต็มใจตอบนะ

            ใครจะถาม

            โถๆ อย่ามาทำซึนเลยพ่อหำน้อย

            ครูพิณเขา เหมือนผู้หญิงที่ชื่อลิลลี่ สาเหตุที่ทำให้ผมมาติดแหง็กอยู่ที่นี่อ่ะ

            ลิลลี่คือลูกสาวของผู้บังคับบัญชาตำรวจ ความรักของผมกับลิลลี่ คงจะเป็นรักข้างเดียวซะมากกว่า

            ผมเพิ่งสอบติดตำรวจ และลิลลี่ก็เข้ามาในชีวิต หากแต่ผมกลับอยากทุ่มเทให้กับงาน เพราะฉะนั้นลิลลี่แทบจะไม่อยู่ในหัวผมเลยด้วยซ้ำ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอคิดไปเองคนเดียวว่าผมมีใจให้กับเธอ ทั้งๆที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ผมเป็นตำรวจผู้น้อย ถ้าทำอะไรพลั้งพลาดผิดไป ก็จะลงเอยแบบที่เป็นอยู่

            ที่มาอยู่ที่นี่ เพราะผมปฏิเสธที่จะคบกับลิลลี่ ท่านผบ.ตร.เลยส่งผมมาอยู่ที่นี่เพื่อให้ไกลจากลูกสาวของเขา จะได้ไม่ต้องโผล่หน้าไปเจอะไปเจอให้ลูกสาวเขาเจ็บช้ำใจ

            ดังนั้นถ้าหมอถามว่าผมโสดมั้ย

            ผมตอบได้เต็มภาคภูมิเลยว่าผมโสด

            และกำลังสนใจหมออยู่

            ว่าแต่ที่หมอบอกว่ารอใครสักคน แต่ไม่รู้ว่ารออะไรนี่ มันยังไงกันผมตั้งคำถาม หมอไม่ได้หันมามองหน้าผม แต่กลับเท้าคางและเหม่อมองไปไกลแสนไกล

            ก็อย่างที่บอก ผมแค่รู้สึกว่าต้องรอ

            แล้วจะรอทั้งๆที่ไม่รู้แบบนี้เหรอ

            “อืออนอกจากจะไม่ตอบแล้ว ยังครางฮือในลำคอเหมือนเด็กๆ ผมมองเสี้ยวหน้าของหมอ คนตรงหน้าราวกับพระจันทร์บนฟากฟ้า ถึงจะมองเห็นชัด แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมถึง

            แต่ก็ยังอยากจะเอื้อมอยู่ดี

            ตกลงหมอมีแฟนยังหมอชลหันมามองหน้าผมเงียบๆ

            ตอนนี้ไม่มี

            ผมคลี่ยิ้มออกมา

            งั้นแสดงว่าโสด

            “อยากรู้ไปทำไม

            “ก็ถ้าโสด จะได้จีบไง

            หมอชลถึงกับสำลักน้ำลายแล้วไอจนตัวโยน ผมหัวเราะแบบมีความสุข ความสุขที่แฝงไปด้วยความคุ้นเคย ผมไม่รู้ว่าความสบายใจเหล่านี้คืออะไร ผมกับหมอชลแทบจะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันด้วยซ้ำ หากแต่มันมีอะไรบางอย่างลึกๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับหมอมากกว่าการเป็นคนแปลกหน้า ทำให้เราสนิทกันได้เร็ว และคุยกันได้ง่ายเหมือนลูกกุญแจกับแม่กุญแจที่ลงล็อค

            บางทีเกาะเงาจันทร์อาจจะพาผมมาเพื่อที่จะพบกับหมอชล

            แต่ผมไม่รู้ว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะว่าชาติที่แล้วเราเคยเจอกัน

            หรือว่าเราเคยรู้จักกันที่ไหนมาก่อน

            ซึ่งผมจำไม่ได้เลย

            จีบอะไร หมวดจำไม่ได้เหรอว่าผมเกลียดตำรวจหมอชลยังคงไออยู่

            จำได้ดิ ผมจำได้แม่น

            แต่หมอเป็นคนบอกเองว่าผมกับหมอ ไม่ได้อยู่ในฐานะหมอกับตำรวจ

            หากแต่เป็นเพียงแค่ผู้ชายสองคน ที่บังเอิญมาเจอกัน

            ผมก็ไม่ได้จีบหมอในฐานะหมอกับตำรวจ

            “…”

            “แต่ผมจีบคุณ ในนามเก่งกล้า

            “…”     

            “ได้มั้ยครับ คุณชล

            หมอเงียบเป็นเป่าสาก ทำหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรกับสิ่งที่ผมพูด อาจจะเป็นเพราะว่าผมขี้เล่น เล่นแม่งซะทุกเรื่อง แต่บอกเลยว่าเรื่องนี้ผมจริงจัง

            ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรมากไปกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หมอละจากผมไปเปิดประตู เจ้าตัวยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้น สีหน้าไม่สู้ดีทำให้ผมรีบเดินไปบังหมอออกจากคนตรงหน้า

            ผู้ชายที่มีปากเสียงกับผมประจำ

            ผู้กองประภาส

            หลบไป กูต้องการคุยกับหมอ

            เพราะเป็นคำสั่งจากผู้กอง ผมเลยตั้งใจว่าจะหลบ อาจจะมีเรื่องสำคัญ หากแต่แรงขยำชายเสื้อด้านหลังของผมกลับทำให้ผมรู้ว่าหมอชลไม่สบายใจที่จะคุยกับผู้กอง

            ผมยืนขวางอยู่แบบนั้น บังหมอชลเอาไว้จากผู้กอง

            มีอะไรครับ พอดีหมอเขาไม่ค่อยสบาย

            “บอกให้หลบไง แล้วมึงมาอยู่ที่นี่ได้ไง

            “บ้านผมท่อประปารั่ว เลยมาพักบ้านหมอสองสามวันครับ

            “หลบ!!”

            ผู้กองผลักผมออกจนเซ แต่หมอชลไม่ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อผม คนตัวเล็กสุดในวงสนทนายืนจ้องหน้าผู้กองประภาสแบบไม่เป็นมิตรสักเท่าไร

            มีอะไร

            “หาตัวยากซะจริงๆ

            “มีอะไร ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไป นี่มันนอกเวลางาน

            “เป็นหมอ พูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอมือของหมอชลขยำเสื้อผมแน่นมากขึ้นไปอีก บรรยากาศกระอักกระอ่วนตรงหน้าทำให้ผมเริ่มจะปะติดปะต่อเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างได้

            หมอชลบอกไม่ชอบตำรวจ แต่คุยกับจ่าขาวและผมเป็นปกติ

            พอเจอผู้กอง สายตากลับแข็งขึ้น ไม่มีความเป็นมิตร และดูท่าทางจะกลัวมากด้วย

            ผมบอกไอ้แทนไปแล้วเมื่อเช้า หมอน่าจะเข้าใจนี่ แล้วมึงไม่มีงานการทำเหรอหมวด มายืนเสือกเรื่องคนอื่นอยู่ได้

            ผมกำหมัดแน่น นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นตำรวจยศสูงกว่า ผมจะฟาดปากเข้าให้แล้วจริงๆ ผมหันไปมองหมอชล ความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ผมไม่อยากทิ้งเขาไว้คนเดียว หมอชลค่อยๆทำใจกล้าปล่อยชายเสื้อผมให้เป็นอิสระ หากแต่ผมสังเกตเห็นได้ว่ามือของเขาสั่น มือขวาของหมอกุมมือซ้ายของตัวเองไว้พลางบีบมัน ปากก็พูดออกมาเหมือนไม่มีอะไรต้องกังวล

            “หมวดไปทำงานเหอะ ผมขอคุยธุระแปปนึง

            “แต่…”

            “ไปเถอะ ผมโอเค

            พอได้ยินแบบนั้น ผมถึงต้องปลีกตัวออกมา ประตูบ้านถูกปิดลง ทิ้งให้ผมหัวเสียอยู่คนเดียว

            อะไรวะ คุยอะไรกัน

            ทำไมหมอถึงต้องกลัวขนาดนั้น

            แม่งเอ้ย แล้วแบบนี้จะปกป้องอะไรหมอได้ แค่นี้มึงยังไม่กล้าเถียงเลยหมวด

            รอเกือบสิบนาที ก็ยังเงียบ ผมเลยจำใจต้องฝากเพื่อนบ้านเอาไว้ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฝากเป็นหูเป็นตาให้ที โทรศัพท์ก็โทรไม่ได้ต้องใช้โทรศัพท์บ้านอย่างเดียวอีก

            ผมออกไปตรวจตรารอบเกาะทั้งๆที่มีเรื่องกังวลใจ กลัวหมอจะโดนทำร้าย กลัวนู่นกลัวนี่ไปหมด แต่หน้าที่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบนเกาะ ผมคงจะเสียใจที่ทำหน้าที่ของตัวเองไม่ดี

            เกือบสี่ชั่วโมงที่ผมหัวเสีย ไม่เป็นการเป็นงาน สุดท้ายก็ทนไม่ได้ต้องแวะตู้โทรศัพท์ หยอดเหรียญเพื่อโทรไปที่บ้านของหมอ ดีที่จดเบอร์เอาไว้ รอสายอยู่สักพักเจ้าของบ้านถึงจะมารับได้

            (ครับ บ้านหมอชลครับ)

            “ทำไมยังไม่นอน

            (นั่นใครครับ)

            “ผมเอง

            หมอเงียบไป ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

            มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

            ยังคงเงียบอยู่

            หมอ

            …

            “หมอ!!!”

            สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวต้องรีบปั่นจักรยานกลับบ้าน ในใจโทษตัวเองไปแล้วว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหมอ ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยที่ทิ้งให้หมออยู่กับผู้กองส้นตีนนั่นลำพัง ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะปั่นจักรยานกลับมาถึงบ้านหมอชล บ้านทั้งหลังปิดไฟมืดสนิทแล้ว ผมรีบไขกุญแจเข้าบ้านไป

            เทียนตะไคร้ถูกจุดเอาไว้ วางตั้งอยู่บนโต๊ะกินข้าว ถัดจากโต๊ะกินข้าวไปคือโทรศัพท์บ้านที่มีเจ้าของบ้านนั่งทรุดอยู่ที่พื้น ผมรีบปราดเข้าไปหาหมอด้วยความเป็นห่วง

            หมอ เกิดอะไรขึ้น

            “มะ ไม่เป็นไรน้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยปากบอกผม

            ไม่เป็นไรบ้าไรวะ ทำไมถึงลงมานั่งกับพื้นแบบนี้

            หมอ บอกผมสิว่าเกิดอะไรขึ้น

            “ผมแค่ปวดหัวนิดหน่อย

            พอได้ยินแบบนั้น ผมก็ช้อนตัวหมอขึ้นมาในอ้อมแขน เจ้าตัวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่ผมยกเขาขึ้นอย่างง่ายดาย ตัวเบาขนาดนี้ ยกง่ายกว่าที่ยกน้ำหนักอีก

            ผมพาหมอไปนอนที่โซฟา เพราะบันไดมันแคบเกินกว่าจะแบกหมอขึ้นไป

            คนตรงหน้ากุมหัวของตัวเองอยู่สักพัก

            กินยาไปหรือยังถามด้วยความเป็นห่วง หมอพยักหน้าอย่างว่าง่าย ผมเหลือบไปเห็นยาแก้เครียดที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร ไม่รู้ว่าหมอกินมันมานานเท่าไร

            มันไม่ได้ทำอะไรหมอใช่มั้ย

            หมอส่ายหน้าสองสามที เล่นเอาผมโล่งใจ

            เฮ้อ

            ทำไมผมต้องเป็นห่วงเขาขนาดนี้วะเนี่ย

            ผมทิ้งตัวลงที่พื้นพลางหันหลังให้หมอชล ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจที่หมอไม่เป็นอะไรมาก สายตาของผมเหม่อมองเทียนตะไคร้ตรงหน้าที่ถูกจุดเอาไว้

            กลิ่นตะไคร้มีคุณสมบัติช่วยคลายความเครียด

            หรือนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่หมอมีมันไว้ทั้งในบ้านและที่คลินิก

            จู่ๆฝ่ามือของคนด้านหลังก็สัมผัสลงบนกลุ่มผมของผม ผมแอบสะดุ้งเล็กน้อยพลางหันไปมองหมอ เขายิ้มจางๆให้ผม นิ้วเรียวๆลูบหัวผมเล่น

            เมื่อกี้ผมคิดว่า ผมจะทำยังไงดีนะ ถ้าหมวดกลับมาตอนเช้า ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ

            ผมมองหน้าหมอนิ่งๆ ทำไมกันนะ อยากจะกอดเขา อยากจะทะนุถนอมและดูแลเขา

            พอเห็นหมวดกลับมา ผมรู้สึกง่วงทันทีเลยอ่ะ

            หึ ไอ้แสบเอ้ย

            ง่วงก็นอนไป ผมอยู่นี่แหละ อยู่จนถึงเช้าเลย

            “ไม่ไปตรวจตราเหรอ

            “อยากให้ผมไปหรือไง

            “ไม่คำตอบที่ไม่น่าออกมาจากปากหมอทำให้ผมแอบอมยิ้มเล็กๆ

            หมอค่อยๆหลับตาลง หากแต่คิ้วยังขมวดเป็นปม ผมไม่รู้ว่าหมอกับผู้กองประภาสคุยอะไรกัน ถึงจะอยากรู้มากแค่ไหนก็ตาม เวลานี้ไม่เหมาะเลยที่ผมจะเอ่ยปากถาม ฝ่ามือของหมอที่ลูบหัวผมอยู่ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นหมาตัวโต อยากจะปกป้องเจ้านาย ในขณะเดียวกันก็อยากออดอ้อนเจ้านาย

            อาจจะเป็นเพราะว่าผมเหงา

            หรือเพราะความคุ้นเคยบางอย่าง ที่ทำให้ผมอยากเข้าใกล้หมอชลให้มากกว่านี้

            หมอ หลับยังผมถามเสียงแผ่ว ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าหมอหลับไปแล้ว

            หมอครับ

            ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

            ถ้าหมอเงียบ ผมจะถือว่าหมออนุญาตนะ

            ผมเอี้ยวตัวไปกดจูบลงเบาๆที่หน้าผากของหมอ ได้ผลทันตา คิ้วที่ขมวดเป็นปมของเขาคลายลงบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังผ่อนคลาย ผมยิ้มออกมาจางๆพลางเอานิ้วโป้งนวดเบาๆระหว่างคิ้ว

            ฝันดีครับ

            “ฝันเห็นผมด้วยนะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

754 ความคิดเห็น

  1. #737 Dobamboo (@Dobamboo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:22
    วี๊ดดดดดดดด
    #737
    0
  2. #706 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 09:57
    ผู้กองนี่เป็นอะไรกับหมอมาก่อนป่าวอ่ะ อย่างตอนนั้นมันก็หาว่าหมอแรดนอนกับหมวดงี้ อัลไล
    #706
    0
  3. #651 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 21:16
    หมอมีความลับอะไร ทำไมเจอผู้กองต้องกลัวด้วยอะ
    #651
    0
  4. #639 Jemin0218 (@Jemin0218) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 15:36
    ผู้กองกับสารวัตรเป็นอะไรกับหมอชลป่ะ คงไม่ใช่พี่ชายกับพ่อนะ
    #639
    0
  5. #562 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:44
    หมอออออออออหมอมีความหลังอะไร
    #562
    0
  6. #553 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:40
    ผู้กองนางทำอะไรหมอชล สนุกอะ น่ารักสุดๆค่ะ
    #553
    0
  7. #518 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 02:07
    อิผู้กองนั่นคือยังไง เกลียดมัน
    #518
    0
  8. #507 NantanaSutinan (@NantanaSutinan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 17:57
    อ๊ายยยยย เขิลแปปปปปป
    #507
    0
  9. #490 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 19:50
    อยากรู้อดีตมาก ณ จุดนี้
    #490
    0
  10. #480 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:03
    น่ารักจังเลยยย ละมุนไปหมด ^///^
    #480
    0
  11. #472 bluebegin (@ggggggear) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 15:31
    โอ้ยยยยนึกถึงตอนมีแฟนเป็นนายร้อยเลย ขี้อ้อนแบบหมวดเลยอ่ะ น่าร้ากกกกกกกก
    #472
    0
  12. #450 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 07:26
    เอ็นดูววววว ชอบเมะที่ทำตัวอ้อนๆเหมือนหมาน่าร้าก
    #450
    0
  13. #411 nattananrrrr (@nattananrrrr) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 08:23
    โอ้ยยยหมวดดดดดดดดดด
    #411
    0
  14. #397 tuckkiijung (@tuckkii1996) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    แงงงงงง ตอนนี้หมวดอบอุ่มมาก อยากดั้ยเลยค่ะ ;-;
    #397
    0
  15. #360 Paeng Jaa (@mtypaeng) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 19:36
    โอ๊ยย หมวดดด ขอจีบหมอขนาดนี้แล้ว อย่าทิ้งหมอนะ หมอดูไม่ดีเลย ดูแลหมอดีๆ
    #360
    0
  16. #276 snoopma (@majik0605) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 09:33
    หมอคุยอะไรกับมันนน หมวดดดด เราเขินนนนน
    #276
    0
  17. #192 numing2552 (@numing2552) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:25
    หมอเป็นอะไรคะ
    #192
    0
  18. #181 蛇。 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 15:52
    ผู้กองมีอะไรกับหมออ่ะ ทำอะไรหมอ ;-;
    #181
    0
  19. #94 Titlekaitod (@montawat10) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 11:47
    ตอนนี้โรแมนติกมากกกก งื้อออหมวดกับหมอทำไมน่ารักงี้-//////-
    #94
    0
  20. #76 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:26
    อะไรยังไงกับผู้กอง แอบเครียดตาม - -
    #76
    0
  21. #67 waqnalis (@ooqwaq) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 01:32
    งื้ออออน่ารักมากกกกกกก
    #67
    0
  22. #43 Sukanya Sroyto (@23092525) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 18:37
    สนุกมากกโอ้ยยหมวดดน่ารัก
    #43
    0
  23. #32 annjija2 (@annjija) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 23:34
    แอบกรี้ดเบาๆ ฟินนนนมากก
    #32
    0
  24. #31 jellaly (@chanamonjelly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:34
    น่ารักกก อะไรจะน่ารักขนาดนี้ อยากเป็นหน้าต่าง ประตู ตู้ เตียง อะไรก็ได้ที่ส่องใกล้ๆได้ 55 รอตอนต่อไปน้าาา
    #31
    0
  25. #30 PanchatPoorahong (@PanchatPoorahong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:33
    สนุกมาก รออยู่นะคะ????????
    #30
    0