ตอนที่ 26 : Chapter 25 (End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    22 ก.ค. 60


Chapter 25 [End]

 

            สองปีผ่านไป     

แสงระยิบระยับสะท้อนมาจากทะเลสีฟ้าสวยตรงหน้า หาดทรายสีขาวสะอาดตาราวกับพรมนุ่มๆที่น่าทิ้งตัวลงนอน อากาศเย็นๆยามเช้าในหน้าหนาวทำให้รู้สึกสดชื่นกว่าทุกครั้ง และทะเลก็ดูใสกว่าที่เคย แสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องลงมาทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา ผมสูดอากาศพร้อมกับกลิ่นน้ำทะเลเข้าปอดพลางมองไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กับสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ที่สูงเกือบเท่าต้นขาของเขา

            รอยยิ้มของหมอชล คือสิ่งที่ผมอยากเห็นมาโดยตลอด รอยยิ้มที่ปราศจากความกังวล ยิ้มที่ออกมาจากความสุขจริงๆของเขา มันเหมือนยาชูกำลังชั้นดี

            ผมมองภาพของผู้ชายที่ดูนุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่พลางคลี่ยิ้มตามออกมา ก่อนจะรู้สึกเสียวแปล๊บที่ขา ฝ่ามือของผมสัมผัสกับขาของตัวเองพลางนวดมันเบาๆ ภาพเก่าๆย้อนเข้ามาในหัว

            มันยังคงเป็นฝันร้าย ที่คอยมาหลอกหลอนทุกครั้งที่หลับตา

            หลังจากโดนยิงเข้าที่หลัง ผมตื่นขึ้นมาพร้อมอาการชาที่ขาทั้งสองข้าง ไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว หมอบอกว่ากระสุนเฉี่ยวเส้นประสาทที่ไขสันหลังไป จึงทำให้มีอาการชาหนึบกึ่งอัมพาตครึ่งล่าง แต่โชคดีที่ว่าเคสของผมสามารถกลับมาเดินได้ปกติถ้าทำกายภาพบ่อยๆ ซึ่งหมอบอกไม่ได้ว่ามันจะหายเมื่อไร อาจจะหนึ่งปี ห้าปี สิบปี หรือใช้เวลาทั้งชีวิต

            หมอบอกว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ เพราะถ้ากระสุนขยับมาอีกแค่นิดเดียว ผมก็จะกลายเป็นอัมพาตโดยถาวร แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแรง เคยที่ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ขาสองข้างของผมไม่ต่างอะไรกับอวัยวะอย่างหัวใจ ถ้าเดินไม่ได้ ผมก็ไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ

            ผมอาจจะยอมแพ้ไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเด็กผู้ชายที่เคยช่วยเหลือเอาไว้ พาพ่อแม่ของเขามาพบกับผม พวกเขาเสนอให้ผมไปรักษาตัวที่อเมริกากับนักกายภาพบำบัดที่มีชื่อเสียง เพื่อรักษาให้ผมกลับมาเดินได้อีกครั้ง เพราะแบบนั้นผมเลยรับปากตกลง

ยอมรับว่าหลายครั้งที่ผมยอมแพ้ อยากจะตายๆไปซะ แต่พอนึกถึงคนที่กำลังรออยู่ ผมเลยต้องสู้ให้มากกว่าเดิม ถึงแม้สองปีผ่านไป จะเดินด้วยตัวเองได้มากสุดแค่สิบก้าวก็ตาม

รู้ว่ามันอาจจะเห็นแก่ตัว ผมรู้ว่าผมปล่อยให้หมอชลรอ ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าหมอจะยังรอผมอยู่หรือเปล่า พ่อไม่ยอมบอกผมว่าเขาพาหมอชลไปไว้ที่ไหน แม้กระทั่งจดหมายสักฉบับยังส่งไปไม่ได้ เพราะกลัวว่าถ้ารู้ ผมจะหนีการรักษาเพื่อกลับไปหาหมอชล ซึ่งผมทำแน่ และถ้าทำอย่างนั้นล่ะก็ ผมจะไม่มีวันกลับมาเดินได้อีก

การรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก มันทรมาน ทุกๆวันผมต้องกินยาระงับประสาท ยาแก้ปวดและยานอนหลับ แม้ว่าแผลถูกยิงจะหายแล้ว แต่ก็ยังเจ็บเจียนตายในบางครั้งเมื่อนึกถึงมัน

            ปีที่สาม ผมถูกส่งตัวกลับมารักษาที่ประเทศไทยเพราะอาการดีขึ้นค่อนข้างมาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ถึงกระนั้นก็ยังเดินมากไม่ได้ ถ้ายิ่งฝืน มันจะยิ่งเจ็บ จนบางทีก็ทรุดฮวบลงไปดื้อๆเพราะกล้ามเนื้อมันอ่อนแรงไปหมด เมื่อพ่อเห็นว่าผมอาการดีขึ้นและสามารถออกไปเผชิญกับโลกข้างนอกได้ เขาถึงได้ยอมบอกว่าเขาพาหมอชลไปไว้ที่ไหน

            สถานที่ที่เขาพาหมอชลไป ก็คือเกาะเงาจันทร์

            ผมตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตรงไปยังเกาะเงาจันทร์ในทันที โดยมีนักกายภาพบำบัดประจำตัวตามมาดูไม่ให้คลาดสายตา พ่อเองก็กังวล แต่ผมตอบเขาไปว่า หมอชลน่ะ เป็นหมอที่เก่งมากๆนะ ดังนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น ยังไงเขาก็อยู่ข้างๆผม

            พ่อและผมเรากลับมาคืนดีกันแล้วครับ ต้องขอบคุณหมอชลที่ทำให้ผมลดทิฐิของตัวเองลง เพราะต้องการจะช่วยเหลือเขา ส่วนเรื่องเมียน้อยของพ่อ ผมพยายามจะเมินเธอไป และไม่เข้าไปคลุกคลีด้วย มีบางครั้งที่พ่อมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาลพร้อมกับนำพวกอาหารเสริมมาให้ เราเปิดใจคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ผมถึงได้รู้ว่าพ่อไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่ผมเคยคิด ทั้งหมดที่ทำไป ก็เพราะความเป็นห่วงทั้งนั้น

            เรื่องคดีไอ้สนก็ปิดตายไปพร้อมกับร่างที่ลงหลุมไป ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากลิลลี่ ที่ไปขอร้องให้พ่อของเธอช่วยดำเนินการเรื่องคดี จนหมอชลเป็นอิสระจากโรงพยาบาลเอกชนที่ผูกมัดเขาเอาไว้ แม้จะไม่มีอะไรตอบแทน แต่แค่หมอได้เป็นอิสระ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

             หลายปีที่จากไป เกาะเงาจันทร์ยังคงสวยเหมือนอย่างเคย แม้จะเป็นเวลากลางคืน เงาพระจันทร์ที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำทะเลยังคงชัดเจนไม่ต่างจากที่ตำนานกล่าวเอาไว้

            แล้วหลังจากนั้น ผมก็พบกับดวงจันทร์ของผม ที่วิ่งเข้ามาสวมกอดอย่างเต็มรัก ไม่เจอกันนาน แต่หมอชลกลับไม่เปลี่ยนไปเลย เขายังคงเป็นผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยพลังเสมอๆ แม้ว่าแววตาจะเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อเห็นผมนั่งอยู่บนรถเข็น แต่หมอชลก็ไม่เคยเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งผมเป็นฝ่ายเล่าให้เขาฟังเอง

            ต้องขอบคุณหมอชลจริงๆที่คอยเป็นกำลังใจให้ผม เขาไม่เคยบ่นไม่เคยว่า คอยช่วยผมอยู่ตลอด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะด่าผมเปิงแล้ว แต่ครั้งนี้ขนาดจะเดินเข้าห้องน้ำหมอยังพาเข้าโดยไม่บ่นเลยสักนิด

            ตลกดีครับ เรื่องอื่นล่ะกล้าเถียง พอบอก หมอ ผมปวดฉี่ทีไร หน้าแดงหูแดงทุกที       

            ผมเงยหน้าจากทรายที่ปลายเท้าไปมองคนที่วิ่งจนหอบเหนื่อย หมอชลเดินเข้ามาทิ้งตัวลงข้างๆผม เจ้า สกายวิ่งเข้ามาคลอเคลียผมพลางส่ายหางดุ๊กดิ๊กอย่างมีความสุข มันทิ้งตัวลงบนผืนทรายแล้วคลุกกับทรายอย่างตื่นเต้นจนเม็ดทรายกระเด็นใส่ตัวผมเต็มไปหมด

            ไอ้บักหำ

            สกายเป็นชื่อที่ผมกับหมอชลคิดขึ้นมาด้วยกันครับ ชื่อเพราะล่ะสิ น่ารักเหมือนหมอเลย หลังจากที่ผมถามเขาว่าหมาชื่ออะไร แล้วเขาตอบแค่คำว่า หมาเจริญจริงๆ

            สุขภาพจิตของผมดีขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ถ้าถามว่าดีเหมือนเดิมมั้ย ก็ตอบเลยว่าไม่ ช่วงที่เดินไม่ได้ ยิ่งรู้สึกแย่มากเข้าไปใหญ่ แต่หลายปีมานี่ก็พอกวนตีนออกบ้าง

            ไปเดินมั้ยหมอชลวางมือลงบนตักของผม ผมส่งยิ้มให้เขาจางๆ

ไม่เป็นไร ผมตีนบางอ่ะ

คนตรงหน้าทำตาขวางส่งกลับมา กระซิบเบาๆว่า กวนตีน

แหมๆ ใจร้ายกับผมจังเลย อ่อนโยนกับผมบ้างสิ

เดินหน่อย ทรายนุ่มๆ

ไม่เดินได้ป่ะ

อย่าสำออย ทีในคลินิกล่ะเดินไม่ยอมนั่ง!”

ผมทำปากเบะใส่หมอชล เพราะทนลูกตื้อแกมบังคับของหมอไม่ไหว ผมเลยตอบตกลง แม้ว่ามันจะฝืนแค่ไหนก็ตาม

บอกตามตรงว่าแม้เวลาจะผ่านไปนาน การทำกายภาพของผมเป็นไปในทางที่ดี แต่ผมไม่สามารถเดินในระยะไกลได้ ไม่กล้าเดินไปที่ไหนนอกจากภายในคลินิก เพราะรู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมจะปลอดภัยเวลามีเครื่องมือแพทย์อยู่รอบๆตัว เพราะสาเหตุนี้ ผมจึงอยู่ในช่วงระหว่างพักงานจนกว่าจะกลับมาเดินได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

ผมกลั้นใจค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากรถเข็น หมอรีบลุกพรวดขึ้นมาแล้วพยุงผมให้ยืนตัวตรง ฝ่าเท้าของผมที่วางอยู่บนรถเข็นมาตลอดห้าปี เดินบนลู่วิ่งจนหยาบกร้าน เหยียบแต่พื้นเงาๆของโรงพยาบาลและคลินิก

            นี่เป็นครั้งแรกในรอบห้าปี ที่เท้าของผมสัมผัสกับผืนทราย

            แทบจะลืมไปแล้ว ว่าสัมผัสมันเป็นยังไง

            ทรายเนื้อละเอียด ดูนุ่มนิ่มก็จริง แต่เพราะอาการชาที่ปลายเท้ายังคงหลงเหลืออยู่ เลยทำให้มันรับสัมผัสได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็พอจะรู้แหละว่ากำลังเหยียบอะไรนุ่มๆอยู่ ผมพยายามทำสีหน้ามีความสุขออกไปเพราะไม่อยากให้หมอชลกังวล แต่ใจน่ะอยากจะทิ้งตัวกลับไปนั่งบนรถเข็นแทบบ้า

            ผมนั่งได้ยัง

            “ไม่ได้

            “หมอ

            “ถ้าไม่ออกมาเดินข้างนอกบ้าง จะรู้ได้ยังไงว่าอาการมันดีขึ้นบ้างมั้ย หมวดไม่ต้องห่วง ผมจับอยู่

            ถึงหมอจะพูดแบบนั้น

            แต่ตัวผมกับตัวหมอเนี่ย คนละไซส์เลยนะ

            ล้มไปนี่ หมอแบนนะเว้ย

            หมอชลค่อยๆพาผมออกเดินไปบนผืนทรายนุ่มๆทีละก้าว ยิ่งห่างจากรถเข็นมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ ผมหอบหายใจหนักเหมือนคนไปวิ่งรอบสนามมาสิบรอบทั้งๆที่เพิ่งก้าวออกมาได้แค่สิบก้าว

            หมอ

            “โอเคๆ กลับก็กลับ

            สวรรค์โปรด

            ผมทิ้งตัวลงนั่งบนรถเข็นแล้วพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หมอชลยืนกอดอกอยู่ด้านหน้า

            ถ้างั้นหมวดรอตรงนี้นะ ผมจะไปวิ่งเล่นกับสกายอีกรอบ

            เขาไม่รอคำตอบเลยสักนิด เรียกเจ้าสกายแล้ววิ่งดุ่มๆออกไป

            อ้าก

            อยากทึ้งหัวตัวเองเป็นบ้า

            ผมทุบขาตัวเองแรงๆ หมอกายภาพหรือหมอรุจบอกกับผมว่า อาการของผมดีขึ้นมากแล้ว สามารถเดินเหินเหมือนคนปกติ แม้จะเหลืออาการชาอยู่บ้างแต่เพราะผมออกกำลังกายสม่ำเสมอและตั้งใจทำกายภาพอย่างหนักหน่วง หมอรุจบอกว่า ที่ผมยังไม่กล้าเดิน เพราะความกลัวในใจของผม

            การเอาชนะความกลัวมันยากครับ ผมยังจำได้เลย ความรู้สึกตอนนั้น ตอนที่ตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกถึงขาของตัวเอง ราวกับมีร่างกายแค่ครึ่งเดียว เหมือนขาขาดออกไป แม้แต่ปลายนิ้วยังขยับไม่ได้

            กลัวว่าจะเดินไม่ได้จริงๆ

            ผมมองหมอชลที่กำลังเดินเตะน้ำทะเลโดยมีสกายวิ่งพันแข้งพันขาอยู่

            หมอเข้มแข็งจริงๆครับ ไม่รู้ว่าผมพูดเรื่องนี้ซ้ำๆไปกี่ครั้งแล้ว หลายๆเรื่องที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้เขา ไอ้เก่งกล้าคนนี้ก็คงจะกล้าได้แค่ชื่อนั่นแหละ ผมดีใจนะ ที่หมอไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดหรือพวกยาคลายเครียดแล้ว กลายเป็นผมนี่แหละที่หันมาใช้ยาพวกนั้นแทน ขอบคุณเทียนตะไคร้หอมของหมอด้วย มันช่วยคลายความหนักในหัวได้ดีจริงๆ จนตอนนี้ผมติดเทียนตะไคร้แทนหมอไปแล้ว

            โอ้ย

            จู่ๆหมอชลก็สะดุดล้มหน้าทิ่มเพราะสกายมันวิ่งขัดขาเขา ผมลุกพรวดแล้วออกวิ่งตรงไปหาหมอชลด้วยความตกใจ จับแขนจับขาดูว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ความเป็นห่วงมันพุ่งขึ้นมาจุกอกจนลืมไปเลยว่า

            “เดินได้แล้วนี่

            หมอชลยิ้มหวานออกมา ผมกะพริบตาปริบๆมองเขาแล้วก้มมองขาสองข้างของตัวเอง หันไปมองรถเข็นที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ไกลออกไปพอสมควร

            เฮ้ย

            คือผม…”

            พูดอะไรไม่ออกเลย

            ก็แค่คิดว่ากลัวหมอจะเจ็บ ผมเลยวิ่งออกมาดูอาการเขา

            ผมคิดแค่นั้นจริงๆ

            ผมทรุดตัวนั่งลงบนผืนทรายข้างๆหมอ ในใจเต็มไปด้วยคำถาม หมอชลจ้องหน้าผมเงียบๆแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

            ผมคุยกับหมอรุจ เขาบอกว่าร่างกายหมวด ถึงจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เดินได้แล้ว ที่หมวดเดินไม่ได้ เพราะหมวดกลัวนิ้วเรียวๆจิ้มลงบนอกข้างซ้ายของผม

            หมวดแค่ต้องก้าวผ่านความกลัวนั้น วิธีที่เร็วที่สุด คือต้องเกิดอะไรขึ้นกับผม

            “หมอก็เลยแกล้งล้มว่างั้นผมมองหน้าเขาเขม็ง

            หมอชลรีบแก้ตัวใหญ่

            แต่ผมเจ็บจริงนะเขาโชว์แผลถลอกที่ข้อศอกให้ดู ผมรีบดึงข้อศอกของหมอชลเข้าหาตัวพลางสำรวจดูว่าแผลลึกมั้ย แม้จะไม่ลึกแต่ก็ต้องล้างแผลล่ะนะ มีเศษทรายเข้าไปติดด้วย

            ผมมองหน้าหมอชลที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่แม้ตัวเองจะเป็นแผลถลอก เหมือนดีใจที่เห็นผมเอาชนะความกลัวได้ ก่อนตัวผมเองจะหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว จับที่ขาสองข้างของตัวเองพลางบีบมันลงไปแรงๆด้วยความดีใจ ความกลัวที่เคยสะสมอยู่ในอก แค่เพียงอึดใจเดียวกลับหายไปหมดเป็นปลิดทิ้ง เพราะเพียงแค่ต้องการจะปกป้องหมอ

            ไหนๆก็เดินได้แล้ว

            ต้องจัดการคนขี้แกล้งซะหน่อย

            ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาสองข้าง แม้มันจะชาอยู่บ้าง แต่กลับรู้สึกดี

            นี่น่ะเหรอ การเอาชนะความกลัว

            แค่นี้เอง

            หมอชลเงยหน้ามองผมเงียบๆ ทำหน้าตาน่าหมั่นไส้ดีนัก ผมก้มลงไปช้อนตัวเขาขึ้นมา

            เฮ้ย หมวด!”

            “คนขี้แกล้งต้องโดนลงโทษ!” หมอโหวกเหวกโวยวายใหญ่ แต่ผมไม่สนใจ ขาสองข้างวิ่งตรงลงไปยังทะเลสีฟ้าใสพลางโยนร่างของหมอลงไปในน้ำเสียงดังตู้ม

            ฮ่า สะใจนัก

            ไอ้หมวด ไอ้เวร!”

            “อ้าวๆ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานอีกละ

            “ไม่ตายดีแน่

            “อย่าทำเก๊าผมหันหน้าหนีเมื่อใครอีกคนสาดน้ำใส่ เราเล่นกันอยู่แบบนั้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยหายไปค่อยๆหวนกลับคืนมา ผมมองรอยยิ้มบนหน้าของหมอชล

            ไม่รู้ทำไมถึงได้ตกหลุมรักเขาได้มากขนาดนี้ ไม่รู้ทำไม ผู้ชายคนนี้ คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของผมเลยเมื่อสมัยเราเรียนมัธยม กลับกลายมาเป็นผู้ชายที่ผมให้คำสัญญาไว้ว่าจะปกป้องเขาจนตัวตาย

            ความกลัวเรื่องการเดินไม่ได้ของผมมาเป็นอันดับสอง อันดับหนึ่ง คือกลัวว่าหมอชลจะเป็นอันตราย

            เพราะแบบนี้ เมื่อความกลัวอันดับหนึ่งเกิดขึ้น ความกลัวอันดับสอง จึงกลายเป็นเรื่องหมูๆไปเลย

            ผมค่อยๆเดินไปประชิดร่างของอีกคนที่เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ หมอชลนิ่งไป ฝ่ามือของผมสัมผัสกับแก้มใสๆของเขา ค่อยๆเกลี่ยปรอยผมที่ปรกหน้าไปทัดหู ผมโน้มหน้าลงไปใกล้เขา จมูกโด่งๆคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มใสๆนั่น มือสองข้างของหมอชลกำแขนเสื้อของผมไว้แน่น

            ผมดีใจนะ ที่หมวดก้าวผ่านความกลัวนั่นได้ ดีใจที่หมวดกลับมาเดินได้อีกครั้ง

            ต้องขอบคุณหมอต่างหาก หมอนั่นแหละ คือคนที่พาผมออกจากความกลัวเหล่านั้น

            ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกอย่าง

            ริมฝีปากของผมสัมผัสลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหมอชลเบาๆ เนิบนาบและเนิ่นนานราวกับต้องการจะบอกว่า ริมฝีปากนี้เป็นของผม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นผู้ชายคนนี้ คือของผม

           

ผมร้อยตำรวจโท ภากร ขัตติยะ รายงานตัวครับ

หลังจากหายดีและก้าวผ่านความกลัวจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง ผมก็มารายงานตัวที่ศาลากลางไม่ต่างอะไรจากวันนั้น หากแต่วันนี้ ผมได้เพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่ ที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับชาวบ้านบนเกาะไม่ต่างอะไรจากตัวผมเอง

สวัสดีครับ ผมผู้กองทัต ยินดีที่ได้รู้จักครับหมวด

ผู้ชายตรงหน้าอายุอานามประมาณผมเดินเข้ามาตบบ่าทำความรู้จักอย่างเป็นมิตร รวมไปถึงแนะนำตัวและหมวดอีกคนให้ผมได้รู้จัก ตำรวจชุดนี้มีแค่สองคนครับ มีผู้กองทัตและหมวดธนาที่อายุมากกว่าผม ไม่รวมจ่าขาวที่ทำหน้าที่ประจำอยู่ที่เกาะนี้มาหลายสิบปี

ได้ข่าวว่าที่ผ่านมา หมวดทำอะไรหลายอย่างให้กับชาวบ้านที่นี่ จนชาวบ้านยกย่องหมวดว่าเป็นฮีโร่เลยนะ

หือ ใครบอกครับ

            ก็ชมกันเกินไป

            ผู้กองทัตชี้นิ้วไปยังจ่าขาวที่ยืนยิ้มหน้าบานอยู่ไม่ไกล โอ้โห ฟังจ่าขาวพูดนี่ ใส่สีตีไข่ไปกี่เรื่องแล้ววะนั่น

            อ้อ แต่จริงๆหมวดไม่ต้องทำความเคารพผมหรอก

            หือ

            ผู้กองเล่นตลกอะไรกันครับ ผมยศน้อยกว่าผู้กองนะชายหนุ่มตรงหน้าที่สวมชุดนอกเครื่องแบบกวักมือเรียกหมวดธนาที่ยืนอยู่ด้านหลัง หมวดธนาหยิบเอกสารบนโต๊ะแล้วยื่นมันให้กับผู้กองทัต

            อันนี้ของหมวด จากท่านผบ.ตร.”

            ผมกะพริบตาปริบๆมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกยื่นมาตรงหน้า หันไปมองจ่าขาวด้วยความไม่เข้าใจ ผมค่อยๆแกะซองออก กระดาษเอสี่ที่มีตราประทับและลายเซ็นของท่านผบ.ตร. ย้ำชัดเจนว่า

            คำสั่งเลื่อนยศพึมพำออกไปเสียงแผ่ว ผู้กองทัตตบบ่าผมแรงๆแล้วหัวเราะลั่น

            ยินดีด้วยนะหมวด เอ๊ะ ไม่สิ ยินดีด้วยนะครับ ผู้กอง

            ผมเงยหน้าจากเอกสารมองไปยังผู้กองทัต หมวดธนา และจ่าขาวด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก

            อีกก้าวหนึ่งในหน้าที่การงานของผม

            ถ้าอย่างนั้น ผม ร้อยตำรวจเอกภากร ขัตติยะ ขอรายงานตัวครับ!”

            ผู้กองทัตปรบมือเสียงดังแล้ววางแขนลงบนไหล่ของผมอย่างเป็นมิตร เราสองคนเดินกอดคอกันออกมาจากศาลากลาง ผู้กองทัตฮัมเพลงอย่างมีความสุข บรรยากาศแบบนี้นี่มันอะไร เป็นมิตรเกินไปมั้ยวะเนี่ย

            ไหนๆก็ต้อนรับการกลับมาแบบเท่ๆแล้ว วันนี้เราจัดปาร์ตี้กันดีมั้ยผู้กอง

            “ปาร์ตี้อะไรครับผู้กอง

            “หมูกระทะเป็นไงผู้กอง

            เอ่อ กูว่าเราเลิกเรียกกันว่าผู้กองดีมั้ย

            งง!

            “หมูกระทะอย่างเดียวเหรอครับจ่าขาวเดินเข้ามาเสริมทัพ ผู้กองทัตตบบ่าจ่าอย่างแรงจนแทบทรุด

            แหมๆ รู้ใจผมจังเลยนะจ่า หมูกระทะก็ต้องมาคู่กับเหล้าน่ะสิถึงจะชื่น…”

            พูดยังไม่ทันจบก็เจอสายตาอาฆาตจากคนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว หมอชลในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงผ้าและรองเท้าผ้าใบน่ารักๆยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า

            แหะ ดีจ้าหมอ

            “เหล้าเหรอ

            “แหม ก็ผู้กองเขาหายดีแล้ว นิดนึงนะ

            ผมหันไปช่วยผู้กองทัตขอร้องหมอชลอีกแรง

            แค่กรึ้บเดียวเองไม่ได้ดื่มมาตั้งหลายปี

            หมอชลทำตาขวางใส่เลยครับ

            กลัวแล้วเด้อ

            คนทำกายภาพ ต้องงดแอลกอฮอล์ ถ้าอยากเดินไม่ได้ ก็แล้วแต่สิ้นคำก็แล้วแต่ หมอก็เดินเชิดออกไปเลย ไอ้สองผู้กองกับอีกหนึ่งจ่าถึงกับต้องหันหน้ามองกันแล้วกลืนน้ำลายเงียบๆ

            อ่า ถ้างั้นผู้กองอาจจะต้องงดก่อนนะ

            “ผู้กองเอง พรุ่งนี้ก็ต้องทำงานเช้านี่ครับ

            “แหมมม ผู้กองก็

            “เอ่อ พวกเอ็งช่วยเลิกเรียกกันว่าผู้กองซักที ข้าปวดหัว!” จ่าขาวตะคอกใส่พวกผมแล้วเดินหนีออกไป

            ว่าแต่จ่า

            กูก็ปวดหัวแล้วเนี่ย

            บักหำเอ้ย!

           

            ตกเย็น ผมมานั่งอยู่ที่ท่าเรือมองดูพระอาทิตย์ตกดิน ถึงจะมาอาศัยอยู่บนเกาะเงาจันทร์ แต่น้อยครั้งที่จะได้มาดูพระอาทิตย์ตกริมหาดแบบนี้ เพราะปกติเวลานี้ผมคงเริ่มออกตรวจเวรรอบๆเกาะแล้ว คุณหมอหน้าใสนั่งเอาเท้าจุ่มน้ำอยู่ข้างๆ มีเจ้าสกายนอนหมอบอยู่นิ่งๆ ส่วนชาวบ้านนั่งปาร์ตี้หมูกระทะกันอยู่ริมหาดเพื่อต้อนรับการกลับมาอย่างเป็นทางการของผม ในฐานะผู้กอง

            ผมนั่งอ่านจดหมายสองฉบับที่ส่งมาพร้อมกับคำสั่งเลื่อนยศ มีของลิลลี่ และของพ่อ

            ความยุติธรรมที่กล้าตามหามาตลอด ตอนนี้กล้าได้รับมันแล้วนะ ลี่ดีใจที่พ่อเห็นว่ากล้าทำอะไรได้บ้าง ถ้ากลับมาที่กรุงเทพ อย่าลืมเตือนให้ลิลลี่กับพ่อเลี้ยงข้าวด้วยนะคะ เพื่อเป็นการไถ่โทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา สุดท้ายนี้ ลิลลี่ขอให้กล้ามีความสุขกับทางที่กล้าเลือก ขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถึงกล้าจะใจร้ายกับลี่บางครั้งก็เถอะ ดีใจด้วยนะคะที่กลับมาเดินได้อีกครั้ง ถึงลี่จะไม่ได้ใจกล้า แต่กล้าได้ใจลี่ไปเต็มๆนะ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพนะคะ ดูแลตัวเองด้วย - รัก ลิลลี่ , อ้อ ลืมอีกอย่าง ยินดีด้วยนะคะ ผู้กอง

พ่อดีใจนะที่เห็นแกกลับมาเดินได้อีกครั้ง คงได้รับข่าวแล้วล่ะสิเรื่องเลื่อนยศ ถือว่าเป็นการก้าวหน้าทางอาชีพของแกอีกก้าวหนึ่ง ถ้าแกตัดสินใจที่จะอยู่บนเกาะนั่น ทำให้เต็มที่ มันไม่จำเป็นหรอกว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราจะเป็นอะไร ขอเพียงแค่เราตั้งใจและทุ่มเทกับมัน พ่อยังคงเป็นกำลังใจให้แกเสมอ

ฝากขอบคุณหมอชลสำหรับเรื่องทุกอย่างด้วย ยินดีด้วยที่เขาเป็นอิสระ พ่อ

ผมเก็บจดหมายใส่กลับเข้าไปในซองเอกสารพลางมองเลยออกไปยังท้องฟ้าด้านหน้า พระอาทิตย์ค่อยๆคล้อยตกดินไป พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาพระจันทร์ที่ขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นตอนนี้จึงมีเงาของทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สะท้อนอยู่บนผืนน้ำ

เหมือนที่ตำนานของเกาะเงาจันทร์บอกไว้ว่า พระอาทิตย์ไม่เคยมองเห็นพระจันทร์มาก่อน จนกระทั่งเงาของพระจันทร์สะท้อนลงบนผืนทะเล หลังจากนั้น พระอาทิตย์ก็ตกหลุมรักพระจันทร์โดยมีทะเลและเกาะเงาจันทร์เป็นตัวเชื่อม ดังเช่นหญิงสาวคนหนึ่งที่เฝ้ารอคนรักของเธอ จนในที่สุด เกาะแห่งนี้ก็พาทั้งสองคนกลับมาเจอกัน

เหมือนผม และหมอชล

ผมยื่นมือไปดึงมือหมอชลมากุมเอาไว้แน่นๆ เจ้าตัวเงยหน้ามามองผมนิดๆแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร หมอวางศีรษะลงบนแขนของผมพลางผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ

หมวดตกหลุมรักผมเพราะอะไรเหรอหมอเอ่ยถามขึ้นมา ผมหัวเราะ

ยังจะถามอีก อีกอย่างผมเป็นผู้กองแล้วนะ

แต่ผมชอบคำว่าหมวดมากกว่า มันเหมือนกับว่าเราผ่านอะไรด้วยกันมามาก

ก็จริงแฮะ

อีกอย่างน้อยครั้งมากๆที่หมอชลจะเรียกผมด้วยชื่อเล่นจริงๆของผม กลายเป็นว่าเขาเรียกหมวดจนติดปากแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไร หมวดก็ต้องคู่กับหมอ จริงมั้ยครับ

ตอนแรกที่ผมเจอหมอ มันเหมือนกับว่าได้เจอคนคุ้นเคยที่จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร แต่ครั้งแรกที่ตกหลุมรักหมอ คือตอนที่หมอช่วยผมและอันดาหมอชลเงยหน้ามามองผม ผมแค่คิดว่า หมอทุ่มเทจริงๆนะ เป็นคนที่เข้มแข็ง และไม่เคยยอมแพ้ต่อสิ่งใดเลย

เหรอ แต่สภาพผมเหมือนซอมบี้เลยนะตอนนั้น

ก็แหม ผมชอบเวลาหมอช่วยคนไข้อ่ะ มันเซ็กซี่ดี

โดนฟาดแขนดังเพี๊ยะเลย

ผมเชื่อในตำนานของเกาะเงาจันทร์แล้วนะจมูกของผมคลอเคลียอยู่กับกลุ่มผมนุ่มๆของหมอชล อยากทะนุถนอม อยากดูแลเขาไปตลอด

นี่สินะ ความสำคัญของความรัก

แล้วผมก็อยากจะบอกหมออีกครั้ง ว่าผมรักหมอ

ฝ่ามือของหมอชลบีบตอบกลับมา เขาพึมพำเสียงแผ่ว

ผมก็รักหมวด

คำพูดของเขาพัดผ่านมาพร้อมกับสายลมและกลิ่นอายของทะเล ผมคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ชีวิตของคนหนึ่งคน อาจจะเกิดมาพร้อมกับจุดประสงค์หลายอย่างเฉกเช่นผมและหมอชล เราต่างคนต่างก็มีความฝันเป็นของตัวเอง แม้ว่าเราสองคนจะเดินกันคนละเส้นทาง ผมเป็นตำรวจ และเขาเป็นหมอ แต่เส้นทางของเรากลับมาบรรจบที่เดียวกัน

จุดมุ่งหมายของผมหลังจากการได้เป็นตำรวจ คือการปกป้องคน

จุดมุ่งหมายของหมอชลหลังจากการได้เป็นหมอ คือการช่วยเหลือคน

แต่จุดมุ่งหมายของเราสองคนที่มีต่อกันและกัน คือการเป็นพลังให้แก่กัน

ผมไม่รู้หรอกว่าในความคิดของคนอื่นๆจะเป็นแบบไหน ผมแค่รู้ว่าผมมีเป้าหมายใหม่ของตัวเอง ซึ่งนั่นก็คือ การได้ปกป้องใครสักคนที่ผมรัก

ดังนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมขอสัญญากับพระอาทิตย์และพระจันทร์ตรงหน้านี้ไว้เลยว่า

ผมจะปกป้องหมอชล และจะอยู่กับเขาไปตลอดจนกว่าจะหมดลมหายใจ

เพราะว่าชื่อของผมคือ ภากร ที่แปลว่าพระอาทิตย์

และชื่อของเขาคือ ศศิ ที่แปลว่าพระจันทร์

ดังนั้นพระอาทิตย์และพระจันทร์ แม้จะไม่มีวันมาบรรจบกันบนท้องฟ้า

แต่บนผืนน้ำของเกาะเงาจันทร์แห่งนี้ ยามเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำและพระจันทร์ปรากฏขึ้นมาบนฟากฟ้า

พระอาทิตย์และพระจันทร์บรรจบกันบนผืนน้ำ

และพวกเขาก็ตกหลุมรักกัน

 

END



// และแล้วก็จบลงไปกับ #หมวดหมอ

ขอบคุณทุกๆคนที่คอยติดตามกัน ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ ยูอาจจะท้อไปแล้วแต่พอเห็นว่ามีคนชอบหมวดหมอ ก็เลยฮึดกลับมาแต่งต่อจนจบจนได้ เนื้อเรื่องอาจจะรวบรัดไปหน่อย แต่สัญญาว่าจะพาตอนพิเศษมาให้ได้ฟินกับความหวานของหมวดหมอที่มีน้อยนิดในนิยายเรื่องนี้

ขอบคุณคนอ่านทุกคนจริงๆค่ะ ถ้าหมวดหมอมีหนังสือออกมาเมื่อไร ยูจะแจ้งให้ทราบทางเพจอีกทีนะคะ

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ เริ่มต้นเขียนที่อเมริกา จบลงที่ประเทศไทย เป็นนิยายสองสัญชาติไปอีกเด้อ ฮ่าๆๆ

รักนะคะ

พูดคุยกันได้ที่เพจ Jiwinil หรือทวิตเตอร์ @jiwinil_ ค่ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

754 ความคิดเห็น

  1. #754 stikkies (@stikkies) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 05:46
    อ่านรวดเดียวจบ สนุกมากกกก เขียนดีมากเลยค่ะ
    #754
    0
  2. #735 bh___ (@bh___) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:12
    สนุกมากค่าา เดาไม่ถูกสักอย่าง5555555ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆค่าา
    #735
    0
  3. #722 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 21:02

    ดีอ่ะ เนื้อเรื่อง ปมทุกอย่างดีไปหมด รักจริงๆ ค่ะ
    #722
    0
  4. #694 nattida-poppy (@nuttida-poppy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:04
    เป็นนิยายที่ดีมากๆเลยย ประทับใจทุกๆอย่างในเรื่อง ขอบคุณมากนะคะ 😆
    #694
    0
  5. #693 tarun_ (@tarun_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 21:53
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ปาทาบจายยยยย
    #693
    0
  6. #687 NatradaKanthang (@NatradaKanthang) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 21:52
    ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งนิยายที่ดีแบบนี้ พระเอกนายเอกคือดีจริงๆ ประทับใจมากเลยค่ะ
    #687
    0
  7. #682 thongphaa. (@052041) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 16:45
    ประทับใจ
    #682
    0
  8. #678 Beom_0601 (@Beom_0601) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 18:25
    ขอบคุณนะค้า😊
    #678
    0
  9. #674 Flu_kekung (@flukemunza) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 00:53
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะครับ😁
    #674
    0
  10. #671 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 11:01
    พึ่งได้มาอ่านนิยายดีๆแบบนี้ สนุกมากๆค่ะ เป็นนิยายที่ครบรสมากจริงๆ ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้ได้อ่าน เป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งนิยายดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยนะคะ ขอบคุณไรท์ที่ทำให้นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่เรารักอีกเรื่องนึงเลยค่ะ ❤️😊
    #671
    0
  11. #644 Carrotte (@millymille) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 16:31
    เพิ่งเปิดเจอเรื่องนี้ นามสกุล ขัตติยะ มีจริงๆนะ55555 ลุงของเรานามสกุลนี้ เป็นทหาร5555555
    #644
    0
  12. วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    พึ่งได้มาอ่านค่ะ ดีมากกก รักความกวนๆของหมวดมาก หมอก็น่ารักเหลือเกิน เป็นเรื่องที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ มีทุกอารมณ์เลย คนเขียนเก่งมากๆเลยค่ะ
    #631
    0
  13. #623 TTSRLN (@TTSRLN) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 06:32
    ขอบคุณไรต์ที่สุดในโลกน้า แต่งนิยายที่สุดยอดอย่างนี้ขึ้นมาได้ จะเปิดเรื่องใหม่อะไรยังไงก็ขอให้สู้ๆนะ เราว่าตอนนี้เราไม่ได้ติดตามนิยายคุณแล้ว แต่เราตามคุณติดตามคุณต่างหาก แต่างเรื่องสนุกๆมาเยอะๆนะครับบ 😁
    #623
    0
  14. #608 dewarmmm (@dewarmmm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 09:21
    ขอบคุณที่ตั้งใจเขียนนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ชอบมากเลยค่ะ ดีมากกกกกก😭😂💗
    #608
    0
  15. #603 KaewsKaews (@KaewsKaews) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 22:34
    จบแล้วอะ อ่านรวดเดียวจบเลย สนุกมากค่ะ น้ำตาร่วงก็หลายตอน ยิ้มหน้าบานก็หลายช่ว ขอบคุณนะคะ
    #603
    0
  16. #601 J-gon (@J-gon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:32
    โอยสนุกมาก อ่ารวดเดียวเลยย
    #601
    0
  17. #598 filmfilm12123 (@filmfilm12123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:54
    จบแล้วว รักมากกก
    #598
    0
  18. #596 Sphier (@sphier) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:55
    นี่โรงพักหรือคาเฟ่ตลกกันได้ทุกคนจริงๆ จบแล้วววอสนุกมากเลยค่า ปรบมืออออ
    #596
    0
  19. #581 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 08:37
    สนุกมากกกกกกกกกมีครบทุกรสเลย ภาษาก็ดีหมวดก็ดีหมอก็ดี ฮื่อชอบนะคะ เป็นกำลังใจให้ รัก♡
    #581
    0
  20. #555 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 23:35
    งุ้ยยยยยมชอบมากกกกๆค่ะ หานิยายที่อ่านสนุกแบบนี้มานานละ

    คำหยาบน้อยสุดๆ ชอบมากๆค่ะ อารมณ์ขันในเรื่องก็ดี เนื้องเรื่องรวบรัดบ้างแต่โอเคค่ะ ชอบความน่ารักของหมวด ปกติอ่านนิยายจะชอบเคะ เรื่องนี้หมวดได้ใจเราเต็มๆ 55 หมอเองก็น่ารัก เวอชั่นมุ้งมิ้งนี่น่าฟัดมากเว่อ เดี๋ยวจะตามอ่านเรื่องอื่นต่อไปนะคะ เลิฟ ขอบคุณค่ะ
    #555
    0
  21. #548 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 01:10
    รักเลย หมวดหมอ
    #548
    0
  22. #544 ปากวัยรุ่น (@prang_kanlayanee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:23
    เราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะฮือออออออ ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะTT
    #544
    0
  23. #538 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 05:12
    งื้อออ จบแล้วว เช้าแล้วด้วย 55555 ขอให้ทั้งคู่มีความสุขมากๆ น้าา ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ
    #538
    0
  24. #473 pppppake (@pppppake) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 02:27
    เป็นนิยายที่ดีมากเลยไรท์ให้อะไรหลายๆอย่างเลย ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านนะเป็นกำลังใจให้ครับ
    #473
    0
  25. #430 -TSMS- (@wannigz) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 10:13
    มีความสุขมากค่ะที่ได้อ่านเรื่องนี้ ขอบคุณมากนะคะ มันทั้งสนุกตลกตื่นเต้น ความรักมันอบอวลไปหมด //ชอบมากกอไก่ล้านตัว
    #430
    0