ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    4 พ.ค. 60


Chapter 14

 

            เอ้า ชน!!!”

            แก้วเบียร์สามแก้วชนกันดังแกร๊งพร้อมกับรสชาติขมปร่าที่ผ่านลิ้นลงคอ

            สดชื่นโคตร!

            การกลับมาของผมค่อนข้างเป็นเรื่องหนาหูของชาวตำรวจ โดยเฉพาะก๊วนนักเรียนตำรวจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน คำอวยพรมหาศาลถูกส่งมาตามสายจนสายแทบไหม้ นับตั้งแต่วันนั้นวันที่กลับจากเกาะเงาจันทร์ วันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้ว ตั้งแต่กลับมาผมก็ยุ่งตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ไม่มีแม้แต่เวลาจะโกนหนวด วันนี้นี่แหละเพิ่งจะว่าง เลยได้ฤกษ์มาพบปะกับเพื่อนซี้สมัยตอนเรียนโรงเรียนตำรวจอย่างไอ้พัน ผู้กองหล่อล่ำบึ้ก กับไอ้ภาพ ที่เพิ่งจะลาออกจากตำรวจหันไปสนใจเรียนแพทย์ทหารแทน

            ยินดีต้อนรับกลับบ้านว่ะเพื่อนไอ้พันตบบ่าผมเบาๆ

            ใจเว้ย

            แล้วเป็นไงบ้างวะ เกาะนั่นอ่ะ

            “ก็ดี

            “อ่ะแหนะ ดีของมึงนี่ ติดเกาะหรือติดคนบนเกาะวะเสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ เบียร์แก้วที่สองถูกกระดกเข้าปากพร้อมกับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของคนในร้าน เราสามคนก็แหกปากคุยกันเหมือนคนอื่นๆเขาเช่นกัน

            ทั้งสองอย่าง

            “ฮิ้ววว

            “ไหนตอนแรกพอรู้ว่าจะได้ไปร้องไห้แทบตาย ไอ้ห่าไอ้ภาพหัวเราะ

อย่าๆ อย่าแซวกู เดี๋ยวเซให้ดูเลย

ไม่มีทั้งสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตนี่ไม่ต้องคุย ทำไงวะ อยู่เกือบเดือนเลยนะเนี่ย

กูเก่งไง

ไงไอ้พัน เชื่อกูยัง เกาะแม่งเปลี่ยนไอ้ห่านี่ไม่ได้หรอกไอ้ภาพหันไปตบไหล่ไอ้พัน มันหัวเราะอารมณ์ดี

            ผมรักผู้ชายสองคนนี้เหมือนพี่เหมือนน้อง อย่างไอ้พันมันเหมือนพี่ชาย ส่วนไอ้ภาพก็เหมือนน้องชาย เราผ่านอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน แม้ไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ แต่พอกลับมาเจอกันก็สามารถพูดคุยได้อย่างสนิทใจไม่ต่างจากสมัยก่อน

            ได้ไปเจอลิลลี่มั่งป่ะผมหันไปมองไอ้พัน ไอ้ภาพกระทุ้งสีข้างคนตัวโตกว่ามันเหมือนมีอะไรปิดบังผมอยู่

            ทำไมกูต้องไปเจอ

            “อ่อ…”

            “เชี่ยพัน มึงนี่นะท่าทีลับลมคมในของทั้งสองคนทำให้ผมเริ่มจะสงสัย

            ไอ้ภาพ

            คนถูกเรียกชื่อหันมายิ้มหวานให้

            มึงรู้สาเหตุที่โดนเรียกตัวกลับป่ะ

            “ไม่รู้นอกจากว่าเป็นคำสั่งจากท่านผบ.ตร.แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรคือเบื้องลึกเบื้องหลัง

            อืม ลิลลี่เป็นคนขอร้องให้พามึงกลับมา

            “ห๊ะ

            “กูได้ยินเต็มสองรูหู เพราะอยู่หน้าห้องตอนลิลลี่ไปหาท่านผบ.พอดีไอ้พันยักคิ้ว

            ทำไมลิลลี่ต้องทำแบบนั้น

            นั่นคือสิ่งที่กระเด้งขึ้นมาในสมองของผม ลิลลี่นั่นแหละเป็นคนผลักไสผม ผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละร้องห่มร้องไห้หลังจากที่ผมปฏิเสธเธอ แล้วก็ไปขอร้องให้พ่อของเธอพาผมไปอยู่ที่ไกลๆ

            จู่ๆเธอจะมาขอร้องพ่อให้พาผมกลับมาเนี่ยนะ

            ตลกเป็นบ้า

            อาจจะเป็นเพราะลิลลี่ยังรักมึงอยู่ก็ได้มั้งผมเงยหน้ามองเพื่อนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

            ลิลลี่น่ะเหรอรักผมอยู่

            ไร้สาระน่า

            มีแต่แช่งให้ผมตายๆไปซะมากกว่า

            ไม่รู้ว่าเบียร์กี่แก้วที่ลงไปนอนอยู่ในกระเพาะ แต่ไอ้ความรู้สึกมึนๆงงๆเนี่ยบ่งบอกได้เลยว่าผมดื่มไปเยอะพอสมควร ก็แหมนานๆทีได้กลับมาเจอกันกับเพื่อนเก่า มันก็ต้องมีบ้างแหละครับ

            ผมเลือกที่จะนั่งแท็กซี่ตรงกลับไปที่คอนโด ตั้งแต่กลับมาก็ยังไม่ได้โทรหาคนรู้จักเลย มีแต่คนรู้จักนั่นแหละที่โทรมาถามไถ่ว่าสบายดีไหม อย่างไอ้พันกับไอ้ภาพก็นัดกันตั้งแต่ผมกลับจากเกาะ แต่กว่าจะได้เจอกันก็ปาไปหนึ่งเดือนเต็มๆ

            ร่างอืดอาดของผมทิ้งดิ่งลงบนโซฟาตัวใหญ่เมื่อถึงห้อง โซฟาใหญ่สามารถนอนได้สองคนด้วยซ้ำ ผมลืมตาขึ้นมาในความมืด ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมมือไปหยิบไฟแช็คมาจุดเทียนหอมสีเขียวสวยกลิ่นตะไคร้

            โซฟาใหญ่ต่างกับโซฟาตัวเล็กๆที่ผมนอนมาหลายอาทิตย์

            กลิ่นตะไคร้หอมๆลอยโดดขึ้นมา ภาพๆหนึ่งฉายขึ้นมาในความทรงจำ

            ผมไม่กินน้ำเต้าหู้ ผมชอบกินน้ำตะไคร้

            พอคิดถึงใบหน้าก๋าๆกั่นๆของเขาแล้ว ก็เผลอหลุดยิ้มออกมาซะเฉยๆ

            เฮ้อ

            คิดถึงว่ะ

            ป่านนี้หมอจะเป็นยังไงบ้าง จะคิดถึงผมมั้ยนะ

            ตั้งแต่กลับมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงหมอเลย

            ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง หยิบสมุดเฟรนด์ชิพเล่มเน่าๆที่วางอยู่ถัดจากเทียนหอมมาเปิดดูเล่น ผมใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะหามันเจอ จำได้คร่าวๆว่าโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บของที่บ้านพ่อ เลยต้องแอบย่องไปค้นจนเจอ สมุดถูกคั่นหน้าเอาไว้ หน้าที่ผมเปิดมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่กลับจากเกาะเงาจันทร์

            ลายมือสวยๆของหมอชลเขียนอยู่บนกระดาษสีขาว

          ขอให้สอบติดตำรวจตามที่ใจหวังนะ ขอบคุณที่ยอมให้เราเขียน มีความสุขมากๆนะ เก่งกล้า

                                                                   สายชล ศศิ 6/1

                                                                   เราไม่ชอบถ่ายรูปอ่ะ ติดไว้ก่อนนะ

            ถึงจะเป็นข้อความสั้นๆ แต่ผมก็อ่านซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนชอบย้ำคิดย้ำทำ เพิ่งจะมาสังเกตก็ตอนเจอเฟรนด์ชิพนี่แหละว่านอกจากกระดาษว่างเปล่ากับข้อความที่แสนจะจืดชืดแล้ว ยังมีหัวใจดวงเล็กๆที่ถูกวาดเอาไว้แล้วถูกลบออกไปด้วยยางลบ เขาคงไม่รู้ตัวล่ะมั้งว่ารอยกดดินสอมันยังคงชัดเจนไม่จางหายไป

แค่คิดถึงหน้าเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนกำลังจะเป็นบ้า

            คิดถึง

            ผมคิดถึงหมอ

 

            ผู้หมวดคะ พอจะทราบถึงสาเหตุการตายของ…”

            นอกจากประชาชน โจร ผู้ร้ายแล้ว อีกหนึ่งกลุ่มบุคคลที่ตำรวจต้องเผชิญหน้า คือนักข่าว

            ผมพยายามหลบนักข่าวหลายสิบท่านที่กรูเข้ามาตั้งแต่ตอนที่ลงจากรถ คดีล่าสุด วัยรุ่นชายอายุ 21 ปีติดยาบ้าและได้ลงมือฆ่านักศึกษาสาวอายุ 19 ปีของมหาวิทยาลัยชื่อดังในตัวกรุงเทพ

            คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของผม หลังจากที่ผมสามารถจับกุมตัววัยรุ่นชายคนนั้นได้

            ต้องรอผลชันสูตรก่อนนะครับ ตอนนี้ผมยังไม่สามารถให้การได้

            เป็นคำตอบที่ใช้มาตลอดห้าหกวันมานี่

            ผมเดินเข้าโรงพยาบาลเอกชนสุดหรูเป็นว่าเล่น เพราะนักศึกษาสาวเป็นถึงลูกผู้มีอิทธิพลทางธุรกิจระดับต้นๆของประเทศ การให้การโดยไม่คิดถึงอะไรก่อนหลังจะทำให้ตัวผมเองดูแย่ซะเปล่าๆ

            ขาสองข้างก้าวเดินไปตามพื้นเงามันปลาบ เสียงประกาศภายในโรงพยาบาลฟังจนคุ้นชินไปแล้ว

            สวัสดีครับหมวดจ่าการันต์กลายมาเป็นผู้ช่วยมือขวาของผมทันทีที่ผมกลับมาเหยียบที่กรุงเทพ ผมพยักหน้าเพื่อทักทายจ่าการันต์พลางเดินนำเข้าไปในห้องชันสูตรศพ

            วันนี้อยู่พร้อมหน้ากัน ทั้งคุณหมอ ทนายฝั่งผู้ตาย และทนายฝั่งผู้ลงมือฆาตกรรม

            ผลชันสูตรเป็นยังไงบ้างครับ

            ทนายฝั่งผู้ตายถามขึ้น ที่มารวมตัวกันที่นี่ เพราะต่างคนต่างก็ต้องการฟังความจริงจากปากหมอ ไม่ใช่ถูกมือที่สามนำข้อมูลไปบิดเบือนจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

            ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักครับ เราต้องตรวจดีเอ็นเอที่เล็บของผู้ตาย อีกทั้งร่างกายมีรอยบอบช้ำหลายแห่ง จากที่เห็นมีรอยช้ำที่แขนขา

            ผมปราดมองรอยช้ำบนตัวศพเงียบๆอย่างพินิจพิจเคราะห์

            ฝ่ายพยานในที่เกิดเหตุบอกว่าผู้ตายเสียชีวิตทันทีหลังจากที่โดนเด็กหนุ่มปาดคอ

            แต่ทำไมถึงมีรอยช้ำตามตัวล่ะ หรือว่ามีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

            ทำไมถึงตรวจไม่ได้เลยล่ะหมอ จะได้รู้กันไปเลยว่าใครผิด

            ทนายฝ่ายผู้ตายขึ้นเสียงใส่คุณหมอ จ่าการันต์หันมามองหน้าผมเล็กน้อย

            ผมเป็นแค่หมอ ผมทำหน้าที่ของหมอครับ ดังนั้นเราจึงต้องใช้เวลาตรวจละเอียดกว่านี้ เพื่อให้ทราบสาเหตุการตายที่แน่ชัด

            “มันก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าเป็นคดีฆาตกรรม!!!”

            “ใช่ครับ มันคือคดีฆาตกรรม แต่เหยื่อไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอผมพูดขัดความคุกรุ่นในห้องชันสูตรศพ ฝ่ายทนายของผู้ลงมือฆ่ารีบต่อคำ

            ผมเองก็เข้าข้างหมวดครับ เราควรจะพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อน

            “นี่หมวดจะบอกว่าผู้ตายผิดอย่างนั้นเหรอ ตำรวจแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน คนตายนะคุณ!”

            “ครับผมเข้าใจ ผมเสียใจด้วย แต่เราต้องฟังความสองฝ่าย ทางญาติของผู้ก่อเหตุให้ความว่าหลานชายของเขาเข้ารับการบำบัดตั้งแต่สี่ปีที่แล้วและหายอาการอยากยา มีใบรับรองชัดเจน

            “แต่…”

            แต่พยานระบุว่าผู้ก่อเหตุคลั่งเพราะฤทธิ์ยา จึงกระทำการฆาตกรรมเหยื่อ

            ทนายฝ่ายผู้ตายเงียบไป

            “วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันใหม่นะครับ ผลชันสูตรให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนหน้าที่ของเรา คือรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อกันแน่

อาจจะต้องใช้เวลาสักพัก ขอให้อดใจรอกันสักหน่อยครับ ผมเข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างก็ร้อนรน ผมเองที่เป็นคนกลางจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ

            ผมกับจ่าการันต์เดินออกจากห้องชันสูตรศพด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ประเดประดังเข้ามา

            หมวดไม่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุผิดเหรอครับ?”

            “ผมยังบอกไม่ได้จ่า ผมแค่ดูไปทีละอย่าง เราอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ

            จากประวัติของผู้ตายแล้ว แม้จะไม่เคยมีประวัติติดยา แต่อะไรบางอย่างทำให้ผมคิดว่าเคสนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล

            โดยเฉพาะอาการลุกลี้ลุกลนของฝ่ายทนายแล้ว มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

            ช่วงนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอไปก่อนแล้วกัน

            หมวดทานกาแฟไหมครับ เดี๋ยวผมไปชงมาให้

            “เอาหน่อยก็ดี

            ผมนั่งลงบนโซฟาภายในโรงพยาบาลสุดหรู สาบานได้ว่านี่คือโรงพยาบาล เพราะตั้งแต่เดินเข้ามา มันไม่ต่างอะไรจากโรงแรมดีๆนั่นแหละ โลกนี้ก็เป็นแบบนี้ล่ะน๊า ไม่มีความเท่าเทียมกันนักหรอก คนรวยก็รวยค้ำฟ้า จนก็จนติดดิน

            เฮ้อ

            ช่วงนี้เหนื่อยเป็นบ้า จะได้พักหน่อยก็มาติดคดีใหญ่ๆ ไอ้ดีใจมันก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้ย้ายมาอยู่หน่วยกองปราบ แต่แทนที่จะได้ทำงานเป็นกลุ่มเหมือนชาวบ้านเขา

            ดันมาติดร่างแหคดีใหญ่ซะได้

            สวัสดีค่ะ ต้องการติดต่อด้านไหนคะคุณตำรวจ

            เสียงจากพนักงานต้อนรับผู้หญิงดังขึ้นไม่ไกล ผมละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เงยหน้าไปมองเพื่อนร่วมอาชีพที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พอไม่คุ้นหน้าก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

            โรงพยาบาลนี้ตำรวจเข้าออกกันเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว เป็นโรงพยาบาลที่รองรับคนใหญ่คนโตจากทั่วสารทิศโดยมีชื่อเสียงด้านการรักษาที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ และแพงเป็นอันดับต้นๆเช่นเดียวกัน

            ผมมาเยี่ยมคุณเดชาหิรัญครับ อยากจะทราบว่าเขาอยู่ห้องไหน

            นามสกุลคุ้นหูดังขึ้นแต่ผมไม่ได้เอะใจอะไร

            คงเป็นผู้มั่งมีอีกตามเคยนั่นแหละ

            คุณเดชาหิรัญยังไม่สะดวกให้เข้าพบค่ะ

            “อ่า แย่จังครับ ผมอยากทราบว่าอาการของเขาดีขึ้นหรือยังน่ะครับ

            “อันนี้ต้องถามแพทย์ประจำคนไข้นะคะ

            “พอจะทราบชื่อแพทย์มั้ยครับ

            “รอสักครู่นะคะ

            “ได้แล้วหมวด!”

            กาแฟหอมๆในแก้วกระดาษถูกยื่นมาให้ผม เวลาเครียดๆแบบนี้การได้จิบกาแฟเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุด ผมนั่งดูเอกสารไปเรื่อยๆจนไปสะดุดกับข้อมูลบางอย่าง

            หือ?

            ในนี้ระบุว่าผู้ตายไม่รู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน

            แต่ทำไมพยานบอกว่า

          “เขาคลั่งแล้วก็เข้ามาทำร้ายเลยค่ะ หนูไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาได้ยังไงด้วยซ้ำ

            เลื่อนเปิดกระดาษไปหน้าถัดไป

            สถานที่เกิดเหตุคือคอนโดใจกลางเมืองสุดหรูที่มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนา ถ้ารปภ.เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลก็ไม่น่าจะให้เข้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

            แล้วอีกอย่างคนติดยานะ ดูง่ายจะตายไป ถ้าคุ้มคลั่งขนาดนั้น

            ผ่านรปภ.ไปได้ยังไงกัน?

            “ได้แล้วค่ะ แพทย์ที่ดูแลมีสองนายค่ะ

            “ครับ

            “นายแพทย์พฤกษา สันติรักษ์

            “แล้วอีกคนล่ะครับ

            “อ่า คุณหมอเพิ่งกลับมาจากเกาะน่ะค่ะ อาจจะไม่สะดวกให้คำตอบสักเท่าไร

            “ไม่เป็นไรครับ ผมคงไม่ได้ถามวันนี้หรอก

            “ค่ะ

            “กลับกันเถอะหมวด ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันจ่าการันต์ลุกขึ้นยืนพลางบิดซ้ายบิดขวา ผมเองก็ลุกขึ้นยืนแล้วบิดไล่ความเมื่อยล้าออกจากร่างกาย ขาที่กำลังจะก้าวออกไปด้านหน้าชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงของประชาสัมพันธ์สาวพูดชื่อๆหนึ่งออกมา

            นายแพทย์ศศิ เธียรธีระค่ะ

            ผมหันขวับไปมองผู้ชายภายใต้เครื่องแบบตำรวจเฉกเช่นเดียวกันกับผมที่จดบันทึกชื่อนั้นลงบนกระดาษโน้ตใบเล็ก

            ชื่อเมื่อกี้มัน

            มีอะไรเหรอหมวด

            “จ่า…”

            “หือ

            “กลับไปก่อนนะ เดี๋ยวผมตามไป

            “อ้าว เฮ้ย หมวด!”

            พูดจบผมก็เดินดุ่มๆไปที่ประชาสัมพันธ์สาว ชายในเครื่องแบบคนก่อนหน้านั้นเดินออกไปแล้ว เลยสบโอกาสที่ผมจะถามถึงชื่อที่ติดใจอยู่ในหัว

            เอ่อ ขอโทษนะครับ

            “คะ มีอะไรให้ช่วยคะผู้หมวด

            เพราะเดินเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆในช่วงหลายๆวันมานี่ จึงไม่แปลกที่เธอจะสามารถทักทายผมได้อย่างเป็นกันเอง

            เมื่อกี้ผมได้ยินชื่อนายแพทย์คนนึง

            “ทำไมเหรอคะ

            “นายแพทย์ศศิ…”

            “ค่ะ แล้ว…?” เธอปล่อยเงียบให้ผมถามต่อ

            วันนี้เขามาทำงานไหมครับ?”

            “มาค่ะ แต่คุณหมอไม่ว่างให้เข้าพบค่ะ มีเคสที่ต้องดูแลอยู่ค่ะ

            “ผมขอชื่อเต็มอีกครั้งได้มั้ยครับ

            “ค่ะ นายแพทย์ศศิ เธียรธีระค่ะ

            “เขาเพิ่งกลับมาจากเกาะเหรอครับ

            “ใช่ค่ะ

            “อ่าถ้าอย่างนั้นขอบคุณมากนะครับ

            ผมไม่เซ้าซี้เธอไปมากกว่านั้น ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลของแพทย์ในโรงพยาบาลนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอะไร เพราะหมอแต่ละคนที่นี่เหมือนเพชรเม็ดงามที่ใครๆก็อยากได้ตัว

            แต่สิ่งที่ติดใจผมมากที่สุดคือ

            นายแพทย์ศศิ

            แน่นอนชื่อของเขาคือชื่อของหมอชล

            แต่นามสกุลผมจำไม่ได้

            ไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า

            แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมาอยู่ที่นี่

            ผมรีบกดโทรศัพท์หาเบอร์ของเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ยังมีชื่อของมันเด่นหราอยู่ในรายชื่อเพื่อน รีบกดโทรออกด้วยความร้อนใจ

            ใช้เวลาไม่นานนักปลายสายก็รับ

            (โอ้โห ชาตินึงจะโทรหาเพื่อน นี่กูนึกว่ามึงตายไปแล้วไอ้กล้า)

            “เกียรติ

            (หือ มีไรวะ เสียงเครียดเชียว)

            “มึงจำนามสกุลชลได้ป่ะวะ

            (ชลไหนวะ)

            “ชลนั้นอ่ะ ชลที่แอบชอบกูตอนม.ปลาย

            (อ๋อ สายชลอ่ะเหรอ ทำไมวะ)

            “เออน่า มึงจำนามสกุลมันได้มั้ย

            (แปปนะ เดี๋ยวกูหาในหนังสือรุ่นให้ ชลห้องหกทับหนึ่งใช่มะ)

            “เออ

            (รอสักครู่ หนังสืออยู่ไหนวะ)

            ไอ้เกียรติเงียบไป ส่วนผมได้แต่ยืนสั่นขาดิ๊กๆเหมือนผีเข้า หลายอารมณ์ความรู้สึกตีกันมั่วไปหมด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หมอชลจะมาอยู่ที่นี่ ในเมื่อชีวิตของเขาอยู่บนเกาะเงาจันทร์ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไปที่นั่นได้ยังไง และเกิดอะไรก่อนหน้านั้น

            การที่เขากลับมาที่นี่ มันบ่งบอกถึงสิ่งเดียว

            คือเขากลับมาจำทุกอย่างได้

            ‘แกรกๆ

            เสียงจากอีกฟากของสายดังขึ้น ไอ้เกียรติกลับมาหลังจากหายไปนานสองนาน

            (ศศิ)

            “นามสกุล

            (ศศิ เธียรธีระ)

            ‘ตรู๊ดๆๆ

            ผมวางสายพลางกำโทรศัพท์แน่น กุมขมับด้วยความรู้สึกบ้าจนแทบจะคลั่ง

            หมอชลอยู่ที่นี่

            เขาอยู่ที่นี่

            ถ้าเป็นแบบนั้น

            เขาจำทุกอย่างได้แล้วอย่างนั้นเหรอ…?!

            ผมใช้เวลาอยู่สักพักในการตั้งสติ เรื่องบังเอิญมักเกิดกับเราเสมอ แต่เรื่องบังเอิญแบบนี้มันชักจะทำให้ผมกลัว การที่หมอชลถูกระบุว่าเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลนี้ บ่งบอกว่าความทรงจำของเขาอยู่ที่นี่

            ดังนั้นมีอีกสิ่งที่ผมต้องรู้ให้ได้

            เกิดอะไรขึ้นก่อนที่เขาจะถูกส่งไปเกาะเงาจันทร์

            ทำไมเขาถึงกลับมา

            แล้วอีกอย่าง นามสกุลเดชาหิรัญนั่น ทำไมมันถึงได้คุ้นหูขนาดนี้วะ

            ตำรวจบนเกาะ อันนี้หมวดจำให้แม่นๆเลยนะ

          “โถ่จ่า จ่าคิดว่าสมองผมทำด้วยอะไร ทุกวันนี้บวกเลขถูกก็บุญแล้วโว้ย

          “คนแรกคือจ่าสัก อันนี้ไม่ต้องใส่ใจมากนัก แต่คนที่ต้องใส่ใจมากคือผู้กองและสารวัตร

          “ผู้กองกับสารวัตร แล้วเกี่ยวอะไรกับหมวดตัวน้อยๆอย่างผมล่ะครับจ่าขาว

          “ผู้กองประภาส ธรรมรงค์ กับสารวัตรสิงห์ สิงหา เดชาหิรัญ อย่าไปหาเรื่องสองคนนี้เชียว

          สารวัตรสิงห์

            ชื่อจริงคือ สิงหา เดชาหิรัญ

            ผมมาเยี่ยมคุณเดชาหิรัญครับ อยากจะทราบว่าเขาอยู่ห้องไหน

            บ้าเอ้ย

            ผมฟาดฝ่ามือของตัวเองลงกับเสาด้านหน้าโรงพยาบาล พลางกำหมัดแน่น

            หมอชลไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่ถ้าผมเดาไม่ผิดล่ะก็

            เขากลับมากับไอ้เวรนั่น ไอ้ชาติชั่วที่พยายามจะข่มขืนเขา

            ไอ้สน...

           


// ไม่เข้มข้นเราไม่นอน 

ขอบคุณที่ติดตาม #หมวดหมอ กันนะคะ ด้วยรักกกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

754 ความคิดเห็น

  1. #714 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:36
    อ้าวววว สรุปหมอจำได้หรือโดนบังคับให้กลับมาช่วยรักษาล่ะเนี่ยยยย
    #714
    0
  2. #660 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 13:42
    อมกกก ลุ้นไปหมดแล้ว เรื่องเป็นอะไรยังไง ตื่นเต้นไปหมด ฮือออ
    #660
    0
  3. #595 Sphier (@sphier) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:36
    ลั่นเลยเหมือนหมวดโดนเอาคืนที่ไปจากเกาะไม่ลาหมอก่อนฮื่อฮื้อทั้งขำทั้งสงสาร
    #595
    0
  4. #570 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 16:30
    กรี๊ดดดดดดหมวดสู้ๆ หมวดต้องเลิกกากได้แล้ววววว
    #570
    0
  5. #527 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 03:29
    เฮยยยย
    #527
    0
  6. #496 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 00:17
    เริ่มตื่นเต้นเรื่อยๆอ่ะ ทำไมมาด้วยกัน
    #496
    0
  7. #458 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 09:44
    อ่าาาาอะไรกัน
    #458
    0
  8. #287 snoopma (@majik0605) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 21:24
    ลุ้นนนนนนนนน
    #287
    0
  9. #189 蛇。 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 21:06
    โอ้มายก้อดดดดดด กำลังเจ้มจ้นๆ
    #189
    0
  10. #148 seschung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 19:37
    หมวดดดดดต้องช่วยหมอให้ได้ โอยสงสารหมอ หมวกทิ้งหมอไปได้ไงตั้งเดือนนึง ฮรืออออ
    #148
    0
  11. #147 ภัยสยองใกล้ตัว (@42130) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 13:58
    คุณหมออย่าเป็นอะไรนะคะ
    #147
    0
  12. #146 imguitarr (@GUITAR_NATNAREE) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:31
    เข้มข้นมากค่ะ
    #146
    0
  13. #145 Titlekaitod (@montawat10) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 01:50
    เข้มข้นมากกกรอตอนต่อไปเลยยย
    #145
    0
  14. #144 jellaly (@chanamonjelly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:52
    รอตอนต่อไปน้าาา
    #144
    0
  15. #143 AnnejaKhanistha (@AnnejaKhanistha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:16
    กำลังลุ้นสนุกเลย ต่อค่ะต่อ
    #143
    0
  16. #142 itchaayaa (@itchaayaa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:14
    ยังไงดีเนี่ย เจ้มจ้นมาก ณ จุดๆนี้
    #142
    0
  17. #141 frongim (@fon-haro) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:14
    โอ้ยยยยยย หมอไม่คุยด้วยแน่เลย รอนะคะ ฮือออ
    #141
    0
  18. #140 PanchatPoorahong (@PanchatPoorahong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:06
    หมอจะโกรธหมวดมากมั้ยไปไม่ร่ำไม่ลา ดราม่าจะมารึป่าว?
    #140
    0
  19. #139 C+ph (@momonuke) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 00:05
    ฮือออ เข้มขึ้นเรื่่อยๆแล้ววววววว อยากรู้กริยาหมอตอนเจอ
    #139
    0
  20. #138 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:36
    โอ้ยยยยย ค้างงงงง แงงงงง
    #138
    0
  21. #137 harukasaai (@harukasaai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:23
    มาเจอกันเร็วๆนะ
    #137
    0
  22. #136 Meka'at (@acrbaka) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:19
    หมวดรีบไปหาหมอเลยนะ ฮืออออออ เมื่อไหร่เขาจะได้กัน เอ้ยยยย ได้เจอกันค่ะ อยากอ่านอีก...ไม่พอ ขอเพิ่ม///โดนตบ 5555
    #136
    0
  23. #135 badbeary (@badbeary) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:19
    ถ้าเธอดราม่า เราจะปล่อยเธอไป T^T
    #135
    0