ตอนที่ 10 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    1 เม.ย. 60


Chapter 9

           

             เสียงกุกกักที่ปลายเตียงทำให้ผมสะดุ้งตื่น เพราะเป็นคนนอนหลับไม่สนิท พอได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยก็ตื่นแล้ว ไฟในคลินิกถูกปิดจนมืดสนิท มีแค่แสงไฟจากเทียนตะไคร้ของหมอที่ให้ความสว่างที่หัวเตียงกับแสงไฟอันน้อยนิดจากเสาไฟฟ้าด้านหน้าคลินิกที่สาดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ผมค่อยๆยันตัวขึ้นมานั่งพลางมองนาฬิกาข้อมือที่บ่งบอกเวลาตีสาม

            แล้วต้องมาตื่นเวลานี้ด้วยนะไอ้หมวด

            มึงจะตื่นซักตีสามครึ่งก็ไม่ได้

            ตีสามนี่เวลาผีออกเที่ยวเลย

            แกร๊งๆ

            ผมหันขวับไปมองเตียงคนไข้ข้างๆ เสียงเหมือนอะไรกระทบกับขอบเตียงเหล็ก แต่พอหันไปมองก็ไม่มีอะไร เป็นเพียงเตียงเปล่าโล่งๆ จริงๆผมไม่ใช่คนกลัวผี ถ้ากลัวผีคงออกลาดตระเวนตอนกลางคืนไม่ได้ แต่เพราะผมไม่เคยเจอผีไง ผมเลยไม่กลัว

            พอมาเจอเข้าจริงๆ กูเริ่มจะกลัวละ

            แต่เสียงมันชัดเจนมากครับ เหมือนดังอยู่ข้างหู จะไม่ให้คิดก็ไม่ได้เพราะเตียงข้างๆผมเป็นเตียงที่แม่ของอันดาเสียชีวิต

            ผมหันไปมองหมอที่ยังนอนนิ่งอยู่ที่เตียงตรงกันข้ามพร้อมกับอันดาในอ้อมกอด

            แกร๊ง

            “เชี่ยคราวนี้เสียงดังขึ้นที่ปลายเตียงที่ผมนอนอยู่ ผมสะดุ้งจนผ้าห่มลงไปกองที่พื้น เสียงชัดมากครับ มันคือเสียงเหมือนคนเอาของแข็งๆอะไรสักอย่างฟาดลงบนขอบเตียงเหล็ก ดังแกร๊งสะท้อนไปทั่วทั้งคลินิก

            คิดในใจว่า

กูโดนเล่นแล้วแน่ๆ

ถึงผมจะชื่อหมวดกล้า แต่หมวดไม่กล้ากับผีแน่นอน

ถ้าเป็นแม่อันดา อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยครับ ผมจะคอยสอดส่องดูแลอันดาและไข่มุกให้

ไปที่ชอบๆเถอะ

แกร๊ง!!!’

พ่อง!

พอขอให้แม่ไปที่ชอบๆ แม่เลยไม่พอใจ เสียงแม่งดังขึ้นตรงหัวเตียงเลยไอ้ฉัดด ณ วินาทีนั้นผมไม่รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร กูกระโดดข้ามเตียงไปกอดขาหมอทันที โดนหลอกหลายหัว ดีกว่าหัวเดียวครับ

อือ อะไรวะหมวดหมอสะลึมสะลือตื่นขึ้นมามองหน้าผม ผมกอดขาหมอเอาไว้แน่นพลางชี้ไปที่เตียงตัวเอง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ลิ้นชาไปหมด หมอขมวดคิ้วมองหน้าผม

อะไร

ผะ

ผี

            หมวด เป็นบ้าอะไร

            ผมไม่กล้าพูดออกไป คือมันมองไม่เห็น แต่ฟันธงได้ว่ามีพลังงานบางอย่างแน่นอน

            ไอ้หมวด!”

            หมอขึ้นเสียงใส่ผม เท่านั้นแหละ แม่โมโห ผ้าม่านกั้นเตียงตรงเตียงที่แม่ของอันดาเสียชีวิตร่วงโครมลงมาเสียงดังจนผมและหมอสะดุ้งกอดกันกลม

            น้ำตามาเลยไอ้เหี้ย

            หม๊ออออ ผมร้องเสียงหลง หันไปมองหน้าหมอ สีหน้าตกใจนั่นบ่งบอกเลยว่ากูไม่ได้เห็นคนเดียวแน่ๆ

            หมอเห็นเหมือนกันใช่ป่ะ

            ซีดเลย

            ซีดพอกับกูเลย

            ผมขมวดคิ้ว เราพยายามสื่อสารกันทางจิต กลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไป เขาจะโผล่มาให้เห็นจังๆ หมอชลเม้มปากแน่น มือสองข้างขยำเสื้อผมยับไปหมด

เราสองคนเงียบใส่กัน มีเพียงอันดาคนเดียวที่ยังนอนนิ่ง

อันดา ช่วยอาด้วย บอกแม่หนูอย่าหลอกอย่าหลอนอาเลย

เก๊ากลัวววว

ทุกอย่างเงียบไปได้สักพัก เบาใจไปเปราะหนึ่ง แต่ตอนนี้กูอยากกลับบ้านชิบหาย ตอนนอนนี่ก็ไม่ได้สนสี่สนแปดอะไรเลยครับ รู้แค่ว่าขี้เกียจปั่นจักรยานกลับบ้าน อยากสวีทนอกสถานที่กับหมอบ้าง ลืมไปเลยว่าคนเขาเพิ่งตายสดๆร้อนๆ

ล่าท้าผีไม่รู้ตัวอ่ะกู

เราสองคน หมวดกับหมอค่อยๆคลายอ้อมกอดออกจากกัน ยังไม่ทันไร เสียงถาดเหล็กรองสำลีเช็ดแผลก็ร่วงลงที่พื้นดัง เคร้งงงง

หมอแม่งหลุดปากออกมาเป็นชุดเลย

พ่อแม่มึง! เป็นผีก็อยู่ส่วนผีดิไอ้เหี้ย!!!”

ผู้ชายเรียบร้อยในสายตาผมกลายเป็นคนปากจัดขึ้นมาในบัดดล หมอกอดแขนผมแน่น หลับตาปี๋ ปากบ่นพึมพำเป็นภาษาอะไรไม่รู้ พอเงี่ยหูฟังใกล้ๆถึงได้รู้ว่า

นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ

หมอสวดมนต์อยู่นั่นเอง

คือในชีวิตจริงของใครหลายคน พระเอกจะต้องเป็นคนปกป้องนางเอกใช่ไหมครับ พระเอกต้องไม่กลัวห่าเหวอะไรเลย เป็นซุปเปอร์แมนแฮนด์ซั่มบอย แต่นี่ชีวิตผม ผมคือหมวดตัวน้อยๆ ตอนแรกผมก็กะจะพึ่งหมอแหละ เป็นหมอน่าจะไม่กลัวผีเพราะต้องผ่าศพผ่านอะไรมาน่าจะเยอะ พอเห็นหมอกลัวแล้ว ก็พึงระลึกได้ว่า ชีวิตคนเรา เราไม่สามารถพึ่งใครได้

ดังนั้น

กูไปล่ะ

ผมใส่เกียร์หมาเผ่นออกจากคลินิกก่อนหมอเลย หมอชลร้องเหี้ยดังมาก เจ้าตัวคว้าอันดาขึ้นอุ้มแล้ววิ่งตามผมมาติดๆ หมอกระโดดขึ้นท้ายจักรยานผมปุ๊บ ผมก็ปั่นติดเทอร์โบกลับบ้านทันที

ใครจะบ้าไปนอนกับผี

ลาก่อยยย

 

 

            แสงอาทิตย์ที่แยงผ่านทะลุผ้าม่านสีขาวเข้ามาในตัวบ้านทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมา หมอนอนอยู่ในอ้อมแขนผมโดยมีอันดานอนอยู่ตรงกลาง ทั้งสองคนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่แขนผม ชา

            นานๆทีจะเห็นหมอนอนนิ่งขนาดนี้ เพราะปกติแล้วไม่หัวไปอยู่เท้า ก็ลงไปนอนพื้น

            ซึ่งตอนนี้เราสามคนก็กำลังนอนบนพื้นอ่ะแหละ

            จะว่าไปเวลาหมอหลับนี่ดูไร้พิษภัยที่สุดแล้วครับ ดูเหมือนผู้ชายธรรมดาๆ เป็นคนเรียบร้อยน่ารัก แก้มงี้ใสเหมือนก้อนมาร์ชเมลโล่ น่ากัดน่าขยำขยี้

            พลางนึกไปถึงประสบการณ์ขนหัวลุกเมื่อคืน นึกย้อนไปก็ขำตัวเอง วิ่งหางจุกตูดกันออกจากคลินิก ใบ้กินกันทั้งคู่ ไอ้เราล่ะก็นึกว่าหมอไม่กลัวผี เห็นนอนที่คลินิกบ่อยๆ ที่ไหนได้ น่าจะสภาพเดียวกันกับผมนั่นแหละ เพราะไม่เคยเจอก็เลยไม่กลัว พอเจอปุ๊บ ก็กลัวเลย

            คนข้างๆขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดขึ้นมาทักทายผม หมอนอนมึนอยู่สักพักถึงได้ถอยหลังกรูดไปชิดตู้เสื้อผ้าด้วยความประหลาดใจว่า

            ทำไมถึงมานอนในอ้อมแขนผมได้

            ออกไปได้ก็ดี แขนชาหมดแล้วบักหำ

            ผมลุกมานั่ง หมอเองก็ลุกมานั่ง เราสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะกุมขมับกันทั้งคู่

            เมื่อคืนเห็นเหมือนกันใช่มั้ยหมวดหมอถามขึ้น

            หมอก็เห็นเหมือนกันสินะผมถามหมอ

            แล้วหลังจากนั้นเราก็นั่งเงียบกันสักครู่เพื่อทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น

            สรุปเรื่องได้ก็คือ

            เจอผีเล่นเข้าให้แล้ว

            ผมกับหมอแยกย้ายกันไปอาบน้ำ โดยวันนี้วันเสาร์เป็นวันหยุดผม แต่หมอต้องไปคลินิก ดังนั้นหน้าที่ดูแลอันดาจึงเป็นหน้าที่ของหมวดผู้ผดุงความยุติธรรม

            หมอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงผ้าขายาวสีดำเรียบร้อย เขายืนดื่มกาแฟอยู่ที่ห้องครัวพร้อมกับกินขนมปังปิ้งแบบง่ายๆ

            ฝากหาข้าวให้อันดาด้วยนะหมวด ในตู้เย็นมีไข่ มีข้าวที่เหลือเมื่อวาน ทำข้าวไข่เจียวก็ได้

            เอ่อแต่…”

            หมอเลิกคิ้ว

            จะบอกก็อายเหลือเกิน

            คือสกิลการทำครัวของผมนี่ ขี้ตีนอ่ะครับ

            ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งกลับไป

            ไม่ต้องห่วง หมอไปทำงานเถอะ

            หมอชลพยักหน้าแล้วออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ ผมหันไปมองครัวสุดแสนน่ารักภายในบ้านหมอชล

            ความชิบหายได้บังเกิดขึ้นแล้ว

            ผมพยายามต่อสายหาจ่าขาว เผื่อจ่าขาวยังไม่ออกจากบ้าน จะได้ฝากให้จ่าขาวซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากหน่อย ยังไงผมก็ออกจากบ้านไปไม่ได้ เพราะอันดาหลับยาวตั้งแต่เมื่อวานยันตอนเช้าของวันนี้ ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ด้วยล่ะก็ คอขาดแน่นอนไอ้หมวด

            ทำไงดีวะ

            ยืนมองไข่สองฟองในซิงค์ล้างมืออย่างพินิจพิจารณา เหมือนมองแล้วไข่เจียวมันจะงอกออกมาได้

            สุดท้ายก็เลย ตัดสินใจทำไข่เจียวด้วยตัวเอง

            ไข่เจียวง่อยๆสองแผ่น แผ่นหนึ่งไหม้เป็นตอตะโก ส่วนอีกแผ่นก็เสร่อลืมใส่ซีอิ้ว

            ไอ้เสือตื่นมาพอดีหลังทำไข่เจียวเสร็จ ผมเลยเลือกแผ่นที่มันหน้าตาดีหน่อยวางโปะลงบนข้าวสวยร้อนๆที่เพิ่งเอาไปอิงเตาถ่านมา อันดาตาบวมฉึ่งเพราะร้องไห้อย่างหนัก แต่ถึงกระนั้นความหิวก็มีมากกว่า

            ไงเรา

            อันดาปีนขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ มองไข่เจียวหน้าตาประหลาดที่ผมทำไว้ให้

            กินได้มั้ยอ่ะ

            “ได้ดิ

            แต่รสชาติเหมือนขี้หมา มาโทษอาหมวดไม่ได้นะเว้ย

            อยากได้ซอสมะเขือเทศอันดาว่า นี่ผมลืมไปได้ยังไงเนี่ย ถ้ากินกับซอสมะเขือเทศล่ะก็ ต่อให้ไข่เจียวรสชาติเวรตะไลขนาดไหน มันก็จะอร่อยแน่นอน

            ผมรีบหยิบซอสมะเขือเทศให้อันดา ไอ้เสือบีบซอสมะเขือเทศเป็นรูปหน้าคนยิ้ม

            เห็นแบบนั้นผมเลยอดยิ้มตามไม่ได้

            ที่ผมพูดในใจเมื่อคืนว่าผมจะคอยสอดส่องดูแลอันดาและไข่มุกให้ อันนั้นคือความตั้งใจของผมจริงๆ เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งต้องมาเจอเรื่องสะเทือนใจแบบนี้ เหมือนเห็นตัวผมในอดีต

            ตอนที่แม่เสีย ผมก็อายุราวๆอันดานี่แหละ

            อาหมวดไม่กินเหรอคับอันดาถามผม

            ไม่เป็นไร กินเถอะ

            ไอ้เสือชั่งใจเล็กน้อย พลางตักข้าวไข่เจียวเข้าปากจนหมดจาน พอกินจนหมดแล้ว ผมก็พาอันดาขึ้นไปเล่นบนห้องของหมอ ส่วนผมก็ลงมาล้างจาน เก็บครัวที่เหมือนกับฝ่าพายุมาให้เรียบร้อย

            ปึง

            เสียงบางอย่างดังมาจากชั้นสอง พร้อมกับเสียงร้องไห้จ้า ผมรีบวิ่งขึ้นไปดูก็เจออันดานอนแหมะอยู่ที่พื้น หนังสือบนชั้นหนังสือภายในห้องนอนหมอร่วงกราวลงที่พื้น ถ้าให้เดา ไอ้เสือมันต้องปีนไปหยิบของเล่นชั้นบนแน่นอน

            อันดา

            ผมปราดเข้าไปอุ้มอันดามานั่งบนเตียง ปลอบอยู่สักพัก พอเจ้าตัวได้ของเล่นก็เงียบไป นั่งเล่นอยู่คนเดียวเงียบๆบนเตียงเล็กๆ

            เป็นตำรวจไม่พอ ตอนนี้ต้องมาทำหน้าที่เลี้ยงเด็กอีกครับ

            คนดีจริงๆ

            ผมค่อยๆเก็บหนังสือใส่กลับเข้าไปในชั้นทีละเล่มสองเล่ม

            จนไปสะดุดกับสิ่งที่ไม่ใช่หนังสือ หากแต่เป็นสมุดสี่เหลี่ยมจัตุรัสปกแข็งสีดำ

            สมุดวาดรูปเหรอ?

            หมอวาดรูปด้วยเหรอ

            ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงค่อยๆเปิดมันออกมาดู สิ่งที่อยู่ในสมุดเล่มนี้

คือสิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตของผม

ข้อความจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน รุ่นน้อง และเพื่อนต่างรุ่น ถูกเขียนด้วยลายมือที่แตกต่างกันออกไป มีรูปพวกเขาเหล่านั้นตัดแปะอยู่บนสมุด การตกแต่งตามสไตล์ของแต่ละคน

มันคือเฟรนด์ชิพ

มันคือของต่างหน้าที่เอาไว้ดูยามคิดถึงเพื่อนเมื่อสมัยมัธยม

หมอเก็บมันไว้ด้วยเหรอ ผมจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเอาไปไว้ไหน

ผมค่อยๆไล่เปิดดูเพื่อนหมอแต่ละคน ทีละหน้า ทีละหน้า มันเหมือนบรรยากาศเก่าๆได้กลับเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง อบอุ่น สนุกสนาน ปนเศร้าที่ต้องจากกันไปคนละทิศคนละทาง

หมอตอนอยู่มัธยมมีเพื่อนค่อนข้างเยอะ ดูจากคนที่เขียนเฟรนด์ชิพให้เกือบเต็มสมุด ไม่ต่างอะไรจากผม ของผมสองเล่มด้วยซ้ำมั้ง

อ่านเพลินจนไปสะดุดกับรูปของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเฟรนด์ชิพของหมอ

ผมจำได้แม่น ไอ้นี่มันชื่อ เกียรติ ธีรติ

ทำไมถึงจำได้น่ะเหรอ

ก็ไอ้ห่านี่มันเพื่อนซี้ผมเลย! เรียนห้องเดียวกันตอนม.4 นั่งข้างๆกัน เตะบอลกันทุกวัน

เฮ้ย ทำไมมึงมาโผล่ในเฟรนด์ชิพหมอชลวะ

ผมอ่านข้อความที่มันเขียนถึงหมอ

แอบรักใครก็รีบๆบอกเขาไปเหอะ จบม.6แล้วเดี๋ยวก็ไม่ได้เจอแล้วนะเว้ย

ไล่อ่านมาถึงประโยคสุดท้าย

ขอให้สอบติดหมอนะเว้ยชล ถ้าไม่มีไอ้กล้าเราคงไม่รู้จักกัน

                                      โชคดีเว้ย จากเกียรติ

ผมนิ่งค้างอยู่แบบนั้น คล้ายสมองประมวลผลไม่ทัน พอตั้งสติได้ มือก็เปลี่ยนหน้ารัวๆไปจนหน้าเกือบจะหลังสุด

ไม่จริงน่า

มันอยู่ตรงนั้น

อยู่ตรงนั้นจริงๆ

ข้อความที่ผมเขียนให้เขา หน้าสุดท้าย คนสุดท้าย

ผมจำได้แม่น เพราะทุกอย่างมันเรียบง่าย ไม่มีรูปติด ไม่มีการตกแต่งใดๆทั้งสิ้น เพราะเขายื่นสมุดนี้ให้ผมก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปคนละทาง ผมเป็นคนสุดท้ายที่ได้เขียนเฟรนด์ชิพเล่มนี้

นึกว่าจะไม่ให้เขียนซะละ เรารู้จักกันตอนม.4ใช่ป่ะวะ เออมึงเป็นคนเงียบๆอ่ะ อาจจะไม่ค่อยสนิทกัน ได้ข่าวว่าอยากเรียนหมอ ขอให้สอบติดนะเว้ย

                                                                   เก่งกล้า ภากร 6/2

                                                                   ไม่มีรูปว่ะ มาเอาตอนกูติดตำรวจแล้วกัน

 

ขอให้ความฝันเป็นจริงนะคุณตำรวจ

เช่นกันครับ คุณหมอ

 

ผมจำคำสุดท้ายที่เราสองคนพูดกันได้แม่น เพราะหลังจากนั้นผมก็สอบติดตำรวจ ได้ข่าวจากไอ้เกียรติว่าเขาสอบติดหมอที่มหาวิทยาลัยชื่อดังเช่นกัน

หมอชลคือคนนั้น

คือผู้ชายที่ชื่อศศิ

คือผู้ชายที่ผมบังเอิญรู้จักเขาเพราะเราอยู่ชมรม A-math ด้วยกัน

คือผู้ชายที่ผมเคยบ่นว่าเขาเป็นลูกคุณหนู

คือผู้ชายที่มีคนชอบเยอะจนใครๆก็หมั่นไส้

คือผู้ชายที่ผมไม่เคยสนใจมาตลอดสามปีที่ย้ายเข้ามาอยู่โรงเรียนเดียวกัน

คือผู้ชายที่เอาเฟรนด์ชิพมาให้ผมเขียนเป็นคนสุดท้าย

พร้อมกับคำพูดและรอยยิ้มที่เจ็บปวดราวกับว่าผมทำอะไรผิด

 

ผมค่อยๆปิดหน้าเฟรนด์ชิพลง ตอนนี้มีเพียงประโยคเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัว

แอบรักใครก็รีบๆบอกเขาไปเหอะ จบม.6แล้วเดี๋ยวก็ไม่ได้เจอแล้วนะเว้ย

คำพูดของไอ้เกียรติในเฟรนด์ชิพของหมอชล คือคำพูดที่มันเคยพูดกับผมตอนก่อนที่ผมจะสอบติดตำรวจ คำพูดที่ผมไม่เคยใส่ใจเลย แต่เพิ่งมาฉุกคิดได้เอาวันนี้

มึงรู้ป่ะว่ามีคนแอบชอบมึงอยู่

หือ อะไรวะไอ้เกียรติ มึงจะบอกชอบกูงั้นเหรอ

ห่ะๆไอ้ควายกล้า เดี๋ยวเขาก็มา เห็นบอกอยากให้เขียนเฟรนด์ชิพให้เป็นคนสุดท้าย

ไม่ต้องเดาให้วุ่นวายเลย ว่าคนที่แอบชอบผม คือหมอชลแน่นอน

ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจฟังเพื่อนด้วยซ้ำ เพราะรอบกายของผมมีเพื่อนมากมาย ผมไม่ได้สนใจเลยว่าผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไกลๆ ชั่งใจว่าจะเข้ามาหาผมดีหรือเปล่า มือสองข้างกระชับสมุดปกแข็งสีดำไว้แนบอกราวกับหวงแหนมันหนักหนา

หมอชลตอนนั้น ไม่เคยอยู่ในสายตาผมเลย

 


ประตูบ้านถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับผู้ชายที่ทุ่มเทให้กับงานจนลืมดูว่าแก้มซ้ายของตัวเองเปื้อนคราบเลือด ผมแสร้งทำเป็นอ่านหนังสือหลังจากกลับมาถึงบ้านก่อนหมอชล อาบน้ำเสร็จก็มานั่งแช่อยู่โซฟาด้วยอาการกระวนกระวายเหมือนจะเป็นบ้า

ผมพาอันดากลับไปอยู่กับบุญมีแล้ว เพราะบุญมีไม่ต่างอะไรกับลุงของอันดาและไข่มุก เขาสามารถดูแลเด็กสองคนนั้นได้ดีกว่าผู้ชายโสดอย่างผม ตอนนี้เลยเหลือเพียงแค่ผมกับหมอในบ้านไม้หลังเล็กๆ

กลับเร็วแฮะหมวดคนตรงหน้าทักทายด้วยสีหน้าอิดโรย ดูเหนื่อยจากการทำงาน

หมอกลับช้าต่างหาก

หมอเดินผ่านผมขึ้นไปชั้นสอง แล้วก็หายไปเลย ตั้งใจไว้ว่าอยากจะคุยเรื่องเฟรนด์ชิพ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คุย ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาด้วยความร้อนใจ

ผมควรจะถามดีไหม หรือเก็บไว้ในใจ

ถ้าหมอรู้ว่าผมกับหมอเคยเจอกันมาก่อน หมอจะทำหน้ายังไงกัน

แล้วถ้าหมอรู้ หมอจะตกใจมั้ย ที่คนที่หมอแอบรัก มาอยู่ตรงหน้าหมอแบบนี้

ผมเริ่มจะเชื่อในตำนานของเกาะเงาจันทร์แล้วครับ ที่ว่าคนที่จากกันไป จะได้กลับมาเจอกันอีก ผมไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าจะได้กลับมาเจอกับเขา

นอนกลุ้มใจจนเริ่มจะปลงตก หมอคงหลับไปแล้วแน่นอน

แต่แล้วจู่ๆคนที่ผมคิดถึงอยู่ก็โผล่มายืนปลายเท้าแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง หมอชลกอดหมอนใบโตไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าบูดบึ้ง ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วมองคนที่หน้าบูดตึงเหมือนแมวโดนขโมยปลาทู

หมอชลเอ่ยปากออกมาว่า

นอนด้วยคนดิ

ไม่ว่าเปล่าก็ไปเอาผ้ามาปูที่พื้นแล้ววางหมอนใบโตลงไป

เป็นอะไรอยู่ดีๆมาขอนอนด้วยเฉย

ถึงผมจะถาม แต่หมอไม่ยักจะตอบ นั่งครุ่นคิดด้วยความแปลกใจอยู่สักพัก ถึงได้เข้าใจ

กลัวผีอ่ะดิ

เงียบปากไปเลยหมวด!” ผมขำออกมา หลังจากเจอผีก็ไม่กล้านอนคนเดียวแล้วสินะ

เออพอพูดถึงผีผมก็เริ่มกลัวขึ้นมาซะเฉยๆ มีหมอชลมานอนเป็นเพื่อนก็ดีไปอีกแบบ

แต่อย่าคิดนะว่าผมจะสละโซฟาให้ อยากลงมานอนด้วยก็นอนพื้นไปนั่นแหละ

หมอขยับตัวซ้ายขวาไปมาเหมือนจะนอนไม่หลับ ทั้งๆที่สภาพใกล้หมดแรงเต็มทน เขาถอนหายใจออกมาดังเฮือกแล้วเอาขาก่ายขึ้นมาบนโซฟามาทับขาผม

ไรของหมอวะ

ให้รู้ว่ายังอยู่ข้างๆไง

ไอ้บ้า

พูดแบบนี้คนเขาคิดนะเว้ย

ทำไม กลัวผมหายเหรอ กลัวหายก็มานอนบนนี้ด้วยกันมา

ฝันเหอะ

ผมหัวเราะ สิ้นเสียงหัวเราะทุกอย่างก็เงียบไป มีเพียงแค่เสียงจิ้งหรีดเรไรดังมาจากนอกตัวบ้าน

ในหัวผมมีแต่คำถามเต็มไปหมด

ซึ่งสิ่งแรกที่ผมอยากรู้คือ ใช่คนเดียวกันจริงๆหรือเปล่า

หมอ ถามอะไรอย่างสิ ชื่อจริงหมอชื่ออะไรอ่ะ

อยากรู้ไปทำไม

เอ้า อยากรู้ไม่ได้เหรอ

หมอเงียบไปสักพัก

พร้อมกับคำตอบที่ทำให้ใจผมวูบเหมือนกับตกเหว

ศศิ



รัก #หมวดหมอ ฝากหมวดหมอไว้ในหัวใจด้วยนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

754 ความคิดเห็น

  1. #747 cookies (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 06:17

    แงงงง ขนลุกตอนแม่อันดามามากค่าาา 555

    ปล.แล้วหมอจำมิได้เลยรึ

    #747
    0
  2. #728 bh___ (@bh___) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:06
    น่ารักกกกก
    #728
    0
  3. #709 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:15
    หมวดจำได้นี่ แล้วหมอล่ะๆ มีสมุดงี้ต้องจำได้อยู่แล้วว
    #709
    0
  4. #655 noeyeol (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 23:04
    หมอเคยแอบชอบหมวดหรอเนี้ย อมก แล้วหมอจำหมวดได้ไหม
    #655
    0
  5. #565 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 13:52
    แล้วหมอจำหมวดได้ไหมมมม จำได้รึเปล่าาาาา
    #565
    0
  6. #521 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 02:39
    เอ้าแล้วๆๆๆๆ
    #521
    0
  7. #453 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:08
    เอาสิหมอเคยชอบหมวดด้วยเว้ยยยย
    #453
    0
  8. #421 .gm◡̈ (@aeng1318) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    ท่ามกลางความกากนี่มันก็ทำให้เขินได้เนาะ วุ้ยย
    #421
    0
  9. #362 Paeng Jaa (@mtypaeng) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 19:58
    เอาแล้วววววว หมวดรู้แล้ว หมอล่ะ รู้อยู่แล้ว หรือลืมไปแล้ว
    #362
    0
  10. #282 snoopma (@majik0605) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 20:42
    กรี้ดดดดดดดดดเดด ใช่โว้ยยย
    #282
    0
  11. #184 蛇。 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 16:45
    หมวดจำได้แล้ว T_T
    #184
    0
  12. #79 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:58
    สงสารหมออ่า แอบรักข้างเดียว แต่ก็ได้กลับมาเจอกันเนาะ ^^
    #79
    0
  13. #47 Aeyomi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 14:17
    อารมณ์แอบรักข้างเดียวของหมอชลนี่ทำเราจุกเลย ฮือ😂😂😂 #ทีมหมอชล

    หมวดกล้าต้องจีบหมอชลชดใช้ที่หมอเคยแอบชอบเลยนะ และช่วยเรื่องที่หมอชลเกลียดตำรวจด้วย

    อยากรู้ว่าา ทำไมหมอชลถึงได้มาอยู่ที่นี้ ??? ติดตามดูตอนต่อไปนะคะ😃😄😄
    #47
    0
  14. #45 jellaly (@chanamonjelly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:10
    ได้โปรดหมวดกล้าอย่ามีดราม่าเจ้าจงรักหมอชลเดี๋ยวนี้ (?) รอตอนต่อไปน้าาา
    #45
    0
  15. #44 PanchatPoorahong (@PanchatPoorahong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:02
    อยากรู้ตอนต่อไปแล้วอ่ะ รอนะคะ
    #44
    0