คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [OS] (Yuri x Minkyeong) [OS] พี่หมอสายเปย์ (Yuri x Minkyeong) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




แปดปี นั่นคือความต่างระหว่างวัยของ ควอนยูริ และ คิมมินกยอง

 

แม้ยูริจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดงกุกมาเกือบหกปีแล้ว ทว่าคุณหมอสาวในชุดเสื้อคอปกกับกางเกงขาวยาวเขียวขี้ม้าก็ยังกลับยังแวะเวียนกลับมาที่มหาลัยมีชื่อประจำกรุงโซลแห่งนี้อยู่เป็นประจำ เหตุก็เพราะมารอรับส่งใครบางคนซึ่งยังเป็นนิสิตของที่นี่นั่นเอง เจ้าของนิ้วเรียวสีน้ำผึ้งกำลังนั่งกดมือถือเล่นเพื่อฆ่าเวลา ถึงจะนานแค่ไหนยูริไม่เคยรู้สึกเบื่อแม้แต่น้อยเมื่อนึกไปถึงใบหน้าสวยของคนที่ตัวเองกำลังรอ

 

เสียงพูดคุยจอแจแว่วให้ได้ยิน ใบหน้าคมจึงเงยขึ้นมองไปตามต้นเสียงเห็นรุ่นน้องชายหญิงในชุดแบบฟอร์มเดียวกันทั้งกลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้างกำลังทยอยกันเดินออกมาจากตัวตึก นึกแล้วตัวเองนั้นช่างดูคล้ายเหล่าคุณพ่อคูรแม่ที่มานั่งรอลูกเลิกเรียนเสียนี่กระไร เครื่องมือสื่อสารถูกเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเมื่อการรอสิ้นสุดลง ยูริเห็นร่างสูงที่คุ้นตาเดินออกมากับเพื่อนอีกสองสามคน เธอบอกลาเพื่อนที่ต่างพากันยิ้มคล้ายจะล้อ เหมือนจะเป็นที่รู้กันว่ายูริจะมานั่งรอตรงนี้เสมอไปซะแล้ว มินกยองส่งสายตามาให้แบบไม่ต้องเสียเวลามองหา

 

ด้วยส่วนสูงที่เกินวัยไปเสียหน่อย ทำให้ยูริต้องเงยหน้ามองคนเด็กกว่าเล็กน้อย ว่าแล้วคนรอก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าของมินกยองอย่างเคยชิน พลางมองใบหน้าสวยตรงไรผมนั้นชื้นเหงื่อให้เห็นตามประสาลูกคุณหนูขี้ร้อน

ยังกับเพิ่งเลิกเรียนคาบพละมาเลยนะ

พี่อ่ะ คนโดนแซวย่นหัวคิ้วพลางบึนปากใส่ ก็แอร์ที่ห้องเลคเชอร์เสีย เลยเหมือนโดนเผามาตั้งแต่บ่ายเนี่ย

คนพี่ล้วงอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะแปะผ้าเช็ดหน้าลงบนหน้าผากคนระบบเผาผลาญดี ออกแรงซับเบาๆ เพราะมินกยองเหงื่อออกง่าย ยูริจึงต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่อย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลาดังที่เห็น

กลับกันเลยมั้ย?”

วันนี้เค้ามีติวกับเพื่อนต่อค่ะ มินกยองกัดปากอย่างกลัวความผิด แม้รู้ว่ายูริไม่เคยจะโกรธกันเลย หากว่าเรื่องที่บอกนั้นนำมาซึ่งผลดีกับตัวน้องเอง อย่างเช่นการรวมตัวกันติวก่อนจะถึงวันสอบในอาทิตย์หน้า

แต่เค้าไปกินข้าวเย็นกับพี่นะ

พอเห็นเด็กมันคล้ายจะร้อนตัวกลัวคนพี่น้อยใจ ยูริจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย

 

 

 

ยูริพามินกยองไปร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลตัวมหาวิทยาลัยมากนัก ด้วยเหตุผลของคนพี่ที่ว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเทียวไปเทียวมาและคนพี่ก็กลัวน้องจะเหนื่อยนั่นเอง ทั้งสองมาฝากท้องกับร้านต๊อกโบกีเจ้าดังของย่าน ก่อนยูริจะพามินกยองมาส่งที่สถานที่ติวก่อนเวลานัดหมายประมาณสิบห้านาที ให้น้องได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มติว เพราะการเรียนหมอทำให้ตัวเองเคยผ่านช่วงเวลาที่เรียนหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ยูริจึงเข้าใจอีกคนเป็นอย่างดี

 

พี่กลับไปพักเถอะ เดี๋ยวเค้าโทรให้ป๊าส่งคนมารับ รับรองปลอดภัย

แน่นอนว่ามินกยองรู้ดีว่ายูรินั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองขนาดไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่มารับมาส่งกันทุกครั้งที่มีเวลาว่างแบบนี้หรอก แต่มินกยองก็อยากให้คนที่ทำงานหนักได้มีเวลาพักผ่อนบ้างเหมือนกัน

ไม่เป็นไร พี่ไม่มีเวร รอได้ๆ

ไม่ผิดคาดเท่าไหร่กับคำตอบที่ได้รับมา หากว่ายูริยอมกลับไปทันทีตามที่บอก นั่นคงทำให้มินกยองไม่สบายใจมากกว่า เช่นนั้นคนน้องจึงทำอะไรไปไม่ได้นอกจากกอดพี่ไว้แน่นสักพัก พอผละออกมาก็โดนคนอายุมากกว่าดันไหล่เข้าตัวตึกโดยไม่ปล่อยให้อ้อยอิ่งกันนานไปกว่านี้

 

โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ห้องสมุดปิดทำการเลทกว่าปกติในช่วงสอบ ยูริจึงมีที่ให้นั่งอ่านงานวิจัยไปเพลินๆขณะรอน้องติว กว่ามินกยองกับเพื่อนจะติวสอบกันเสร็จก็เกือบห้าทุ่ม เด็กตัวสูงในชุดนักศึกษาเดินลากขามาหาพร้อมดวงตาเรียวที่พร้อมจะปิดตลอดเวลาบ่งบอกความงล้าของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี สเวตเตอร์ตัวหนาที่ไม่ค่อยจำเป็นสำหรับคนขี้ร้อน ทว่าพอมันเป็นตัวที่ยูริซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดจึงกลายเป็นเสื้อตัวโปรดได้ไม่ยาก คนน้องจึงพกมันไปไหนมาไหนโดยการพาดไว้บนบ่าแทนที่จะสวมไว้อย่างที่ควรจะเป็น

 

มินกยองเวลาที่ง่วงจะขี้อ้อนขึ้นมาประมาณสิบเท่า นี่เป็นอีกข้อที่ยูริพ่ายแพ้ให้กับเด็กคนนี้ ทุกเสาร์อาทิตย์ที่ว่างตรงกันมินกยองได้ทำการขออนุญาตคุณป๊าคุณม๊ามาค้างที่คอนโดยูริเป็นที่เรียบร้อย คุณม๊าน่ะตามใจลูก แต่คุณป๊าจอมหวงลูกสาวนี่แหละที่มินกยองต้องออกแรงอ้อนอยู่นานกว่าท่านจะยอม ยูริจึงกำลังเดินตามมินกยองเข้ามาในคอนโดของตัวเองอย่างที่เห็นนี่เอง

ไปอาบน้ำก่อนเลย

คนพี่หาผ้าเช็ดตัวมาให้เสร็จสรรพ ถึงจะง่วงแค่ไหนแต่มินกยองก็ไม่เคยยอมนอนหมกบนเตียงของคนพี่โดยที่ไม่อาบน้ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ยูริจะเคยบอกแล้วว่าถ้าง่วงให้นอนไปก่อนแล้วค่อยตื่นมาอาบก็ได้

 

กลิ่นสบู่ที่เค้าใช้เป็นประจำ ทว่าน่าแปลกที่เมื่อมาอยู่บนตัวน้องแล้วดันหอมขึ้นหลายเท่าตัว เด็กตัวสูงในชุดนอนลายมิ้กกี้เม้าส์ของเจ้าของห้องเดินมานั่งที่โซฟาถัดจากยูริ ก่อนจะออกแรงดึงๆให้คนพี่ไปอาบต่อจากตัวเอง

เช็ดผมก่อนๆ

ยูริไม่ยอมทำตามที่น้องบอก ทั้งยังเอื้อมมือไปจับผ้าเช็ดตัวสีฟ้าบนศีรษะมินกยอง แต่ก่อนจะคว้ามาถือไว้เด็กมันก็ออกแรงยื้อต้านไว้ซะก่อน ไปอาบเลยค่ะ ดึกแล้วเดี๋ยวเค้าเช็ดเอง

 

ดื้อนะเดี๋ยวนี้

พี่นั่นแหละค่ะที่ดื้อ

 

เห็นมินกยองทำหน้าดุใส่ คนเป็นพี่ได้แต่ยิ้มเอ็นดู แล้วส่ายศีรษะน้อยๆ ด้วยการยอมแพ้และยอมใจ วางมือบนศีรษะเพื่อขยี้ผมคนน่ารักไม่แรงนัก แต่นั่นก็พอทำให้มินกยองย่นคอหนีได้ ยังไม่ทันเดินเข้าห้องน้ำคนแก่กว่าดันถอดเสื้อของตัวเองออกซะอย่างนั้น เอวคอดใต้เสื้อกล้ามตัวเล็กปรากฏแก่สายตา ด้านคนง่วงจึงรู้สึกตื่นตาขึ้นมานิดหน่อย

นี่! พี่ยั่วเค้าเหรอ?”

มินกยองถามขึ้นพอยูริหันมายักคิ้วให้อย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ประโยคต่อมาจะทำให้มินกยองต้องง้างกรงเล็บขู่

 

 

อยากอาบน้ำอีกรอบมั้ยล่ะ

 

 

 

 

เช้าวันเสาร์ต้นเดือน ยูริถูกคนน้องลากมาเดินห้างเพราะไม่อยากให้เงินเดือนที่ป๊าม๊าให้มาต้องเหลือเยอะเกินไปเหมือนทุกเดือน ถึงจะทำงานงกๆอยู่แต่ในโรงพยาบาล ทว่ายูริกลับมีเซ้นต์แฟชั่นมากกว่าที่คิด มินกยองพาอีกคนเข้าไปในร้านแบรนด์วาเลนติโน่เจ้าโปรด ก่อนจะตรงไปยังมุมรองเท้า คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาช๊อปก็ได้แต่เดินตามไปเรื่อยด้วยกลัวว่าน้องจะคิดว่าตัวเองไม่ให้ความสนใจ เห็นคนน้องหยิบส้นสูงคู่หนึ่งมาดูอยู่สักพัก พอเห็นราคาแล้วถึงกับกลืนน้ำลาย ต้องรับจ๊อบอยู่เวรอีกกี่เวรดีนะ

 

ดูมินกยองจะตื่นตาตื่นใจกับส้นสูงหลายคู่ที่วางอยู่ละลานตาสังเกตจากสายตาวิบวับนั่นก็พอจะบอกได้ เดินวนไปวนมาอยู่ที่ส้นสูงคู่เดิมหลายรอบจนยูริถึงกับต้องเอ่ยปากถามว่า ชอบเหรอ?

 “ถ้าชอบก็เอาสิ พี่ซื้อให้ เพราะรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไงมินกยองถึงดูคิดหนัก หากว่าเปลี่ยนจากยูริเป็นเพื่อนของตัวเองที่มาด้วยในวันนี้ มินกยองคงไม่ลังเลที่จะควักหนึ่งในบัตรเครดิตของคุณม๊ามารูดจ่ายเป็นแน่

มันแพงไปเนอะ ว่าพลางทำหน้าเสียใจให้ใจอ่อนยวบ ยูริที่ในที่สุดก็นั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ตัวก็เอ่ยตอบ

ไหนลองให้พี่ดูซิ

พอเห็นคนน้องดูยึกยักดึงท่าทีอยู่นาน ยูริจึงลุกไปหยิบส้นสูงราคาแพงหูฉี่คู่นั้นมาวางตรงข้างเท้าอีกคน ก่อนที่มินกยองจะยอมก้มลงไปสวมมันตามที่คนพี่คะยั้นคะยอ มือเรียวเกาะตรงไหล่คนที่นั่งอยู่ เพื่อประคองตัวเองไม่ให้เซ ขณะก้มมองกระจกตรงปลายเท้า รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าคนน้อง ยูริรู้ได้เลยว่ามินกยองพอใจกับมันขนาดไหน

 

เวลาใส่เดินกับพี่ห้ามใส่คู่นี้นะ แค่นี้เธอก็สูงกว่าพี่จะแย่แล้ว

พอตัดสินใจได้ว่าจะซื้อให้ ยูริจึงกล้าเอ่ยแซวคนน้องที่เดินไปเดินมาขณะที่ยังสวมส้นสูงคู่ที่ว่าอยู่ มินกยองปล่อยขำอย่างคนกำลังมีความสุขเหมือนเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจ สุดท้ายยูริก็ยื่นรองเท้าคู่นี้ให้พนักงานพร้อมกับบัตรเครดิต

 

คนที่เพิ่งได้ส้นสูงคู่ใหม่ซึ่งถูกใจเอามากๆ ควงแขนคนพี่อย่างเอาใจขณะที่พากันเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนเนมอีกสองล็อคถัดมา เด็กตัวสูงหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำมาทาบตัวยูริ คนที่ถือถุงรองเท้าอยู่ก็ก้มมองอย่างสนใจ ก่อนที่มินกยองจะเอามันไปแขนที่เดิมตามด้วยการพึมพัมกับตัวเองที่ยูริพอจะจับใจความได้ว่า สีดำมีเยอะแล้ว เอาสีอื่นบ้าง.. คนรักสีขาวดำเป็นชีวิตจิตใจจึงถึงกับหงอยไปไม่น้อย

 

คงเพราะมินกยองเกิดมามีรูปร่างที่ดี การเลือกชุดที่เหมาะกับตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยาก กางเกงขาสั้นกับเสื้อแฟชั่นสี่ห้าชุดถูกวางในรถเข็น พอได้ของที่ตัวเองถูกใจจึงหันมาเลือกเสื้อผ้าให้คนที่เอาแต่ถือของเดินตามเธอบ้าง ก่อนจะได้มาเป็นกางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีเดียวกับกางเกงขาสั้นและเสื้อที่เธอเลือกไปก่อนหน้าไม่ผิดเพี้ยน ดูท่าทางจะเป็นคอลเล็กชั่นที่เป็นคู่กันอยู่แล้ว

ให้เค้าจ่ายเองนะ

เมื่อได้รับการส่ายหน้าเป็นการปฎิเสธ มินกยองจึงยู่ปากอย่างขัดใจ

เอาไว้เธอมีเงินเดือนค่อยเลี้ยงพี่คืน

 

ยูริรู้ดีว่าหากวันใดที่มินกยองเริ่มทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง เธอคงไม่ยอมให้เค้าเป็นฝ่ายออกให้ตลอดแบบนี้เป็นแน่ เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วฐานะทางบ้านเราต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

ย้อนไปช่วงแรกที่เราพบกัน

 

ในตอนที่ยูริเรียบจบและกำลังเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่สอง มินกยองยังเป็นน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง ถึงจะจบเป็นแพทย์ใช้ทุนแล้วทว่ายูริก็ยังมีบทบาทในชมรมวิ่งและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอาสาต่างๆของมหาวิทยาลัย ครั้งแรกที่ยูริโดนน้องรหัสลากไปช่วยดูซ้อมหลีดฯของรุ่นน้องปีหนึ่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เค้าได้เจอกับประธานเชียร์ที่ชื่อคิมมินกยอง ใบหน้าสวยติดหยิ่งของน้องคนนี้ดึงดูดสายตาของยูริได้อย่างง่ายดาย ทว่าการที่ยูริมีหน้าที่การงานที่ดีมั่นคงและเป็นที่น่านับถือของคนในสังคมกลับไม่ช่วยให้การเข้าหาประธานเชียร์ปีหนึ่งได้ง่ายอย่างที่คิด

 

กว่าจะได้คาทกของน้องมาก็เกือบสองสัปดาห์ แถมกว่าน้องจะตอบข้อความของยูริก็ปาเข้าไปเดือนกว่า แม้ว่าเพื่อนต่างปลอบใจว่าคงเป็นเรื่องยากที่น้องมินกยองจะหันมาสนใจกัน เพราะยูริเป็นเพียงเศษหนึ่งส่วนจากร้อยส่วนที่คิดจะจีบน้องเค้า แต่มันไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของคนมองโลกในแง่ดีหมดไปง่ายๆ น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนนับประสาอะไรกับใจคน ยูริคอยตามดูแลรุ่นน้องคุณหนูจอมหยิ่งแทบทุกฝีเก้าจากตอนแรกที่แทบจะโดนบอร์ดี้การ์ดของน้องหิ้วปีกไปฝังหมกป่า มาจนถึงตอนที่น้องมินกยองยอมไปทานข้าวกับตนครั้งแรก ยูริยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้เป็นอย่างดี คล้ายกับตัวเองกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวและกำลังจะหมดกำลังใจล้มเลิกความคิดจะเข้าหาอีกคน ในวันที่ยูรินั่งตัดพ้อกับเพื่อนสนิทตรงม้านั่งข้างหอประชุมที่น้องๆกำลังซ้อมหลีดฯกันนั้น ยูริไม่รู้ว่ามินกยองนั้นบังเอิญเดินผ่านมาและได้ยินคำพูดของเค้าทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

 

การที่ยูริได้ยินเสียงมินกยองากที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมาทำเอาเค้าแปลกใจและทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน และไม่ว่าอีกคนจะแค่ให้ความหวังกัน ยูริถือว่าแค่นี้ก็คุ้มแล้วสำหรับตัวเค้าเอง หลังจากวันนั้นเราได้คุยกันมากขึ้น ลุคหยิ่งๆของน้องเค้าถูกแทนที่ด้วยความเป็นเด็กเอาแต่ใจและแอบขี้อ้อนไปทีละน้อย สิ่งที่ทำเอาตัวกลุ่มเพื่อนสนิทและตัวยูริเองต้องแปลกใจมากที่สุดคือ คนที่ขอคบไม่ใช่ ยูริ ทว่ากลับเป็น มินกยอง เสียเอง

 

คงเพราะเค้าทนความซึนของแกไม่ไหว

 

นั่นเป็นคำพูดของหนึ่งในเพื่อนสนิทที่บอกกับยูริ แม้ว่าในช่วงท้ายก่อนจะเอ่ยปากคบกัน มินกยองจะไม่ได้คุยกับคนอื่นเลยนอกจากยูริ และไม่ใช่ว่ายูริไม่อยากแสดงความเป็นเจ้าของอีกคน แต่เค้าแค่ไม่อยากเร่งเร้าน้องมากเกินไป กลัวน้องจะอึดอัด ทว่าผิดคาดเมื่อหลังจากคบกันมินกยองกลับติดยูริซะอย่างนั้น ที่เค้าต้องตามก็เพราะมินกยองอยากให้ตามอีกนั่นแหละ เธอมักจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเวลาที่ไม่มียูริอยู่ด้วย แม้หลายครั้งจะออกปากไล่เค้าไปพักไปอย่างนั้นก็ตามที ยูริเก่งเรื่องการอ่านใจคน โดยเฉพาะกับมินกยอง

 

 

และเพราะความเป็นห่วงน้อง จึงนำมาซึ่งการทะเลาะครั้งแรกของยูริและมินกยอง อันที่จริงจะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่เชิง ในเมื่อเราไม่ได้ขึ้นเสียงใส่กันเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เป็นไม่กี่ครั้งที่มินกยองโดนยูริงอนเป็นจริงเป็นจังเสียมากกว่าเหตุเกิดหลังจากที่มินกยองแอบไปพายเรือวิบากกับแก๊งค์เพื่อนโดยไม่บอกทางบ้าน รวมถึงตัวยูริเอง รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองขาดความชำนาญเพราะไม่เคยฝึกมาก่อน พอเรื่องที่มินกยองเกือบจมน้ำเข้าหูยูริจึงเป็นเรื่องใหญ่เข้าให้ มินกยองโดนคนอายุมากกว่าบ่นจนหูชาเป็นชั่วโมง

 

ถ้าไม่นึกถึงพี่ก็นึกถึงทางบ้านบ้างว่าท่านเป็นห่วงเธอขนาดไหน

แม้น้ำเสียงไม่ได้มีความตัดพ้อว่าไม่สนใจกัน แต่เป็นเหมือนการที่พี่ตักเตือนน้องมากกว่านั้น ก็พอจะทำให้คนผิดมีน้ำตาปรอยให้เห็นได้ คนว่าถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจอ่อนดึงน้องมาปลอบซะก่อน

 

ขอโทษค่ะฮึก... เค้าจะไม่ทำแบบนี้ฮึกอีกแล้ว

มินกยองเอ่ยเสียงค่อยปนสะอื้น ทั้งรู้สึกผิดที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ท่านต้องเป็นห่วง ทั้งเสียใจที่ทำให้คนรักคิดไปว่าเธอทำอะไรไม่นึกถึงพี่เค้า ยูริเสยผมพลางถอนหายใจอย่างหนักใจ ไม่อยากใจร้ายกับน้องเลย แต่ถ้าไม่เตือนก็กลัวว่ามินกยองจะเผลอไปทำอะไรตามความคึกคะนองให้ต้องเป็นห่วงอีก ตอนแรกที่รู้ข่าวยูริที่แทบจะไปกระชากตัวเพื่อนตัวแสบของน้องมันมานั่งสวดรายคนซะให้รู้แล้วรู้รอดเลย นี่คิดไว้แบบนั้นจริงๆ แต่เพราะเพื่อนเค้าห้ามไว้

 

พี่จะว่าอะไรเค้าก็ว่ามาเลยฮึก แต่อย่าทำหน้าเย็นชาใส่กันแบบนี้เลยนะคะ

นิ้วเรียวเกี่ยวชายเสื้อยูริไว้ เพราะอยากให้คนน้องได้มีเวลาทบทวนความผิดของตัวเอง หารู้ไม่ว่าคนน้องดันกลัวว่าเค้าจะโกรธขึ้นมาจริงๆ ที่ดูหยิ่งอันที่จริงภายในมินกยองเป็นคนอ่อนไหวยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่เธอแคร์ นั่นคือคนในครอบครัว และหมายรวมถึงตัวยูริด้วย มินกยองออกแรงดึงจนเสื้อเค้าแทบจะยืดออกเสียให้ได้ จนในที่สุดคนขืนตัวต้านแรงดึงก็ยอมแพ้ ก่อนจะผ่อนแรงถอยกลับมานั่งข้างน้อง

พี่ไม่ได้เย็นชา แต่ก่อนจะทำอะไร พี่อยากให้เธอไตร่ตรองให้ดีกว่านี้

น้องพยักหน้าซ้ำๆจนหน้าม้าแตกกระจาย น้ำตาหยดลงบนตักให้เห็นอย่างน่าเอ็นดู

พี่เป็นห่วงเธอมากนะ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ท่านก็ทั้งกังวลทั้งเป็นห่วงไปอีก

 

วันหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ ยูริลูบหัวคนที่นั่งเช็ดน้ำตาปรอยๆ เข้าใจแล้วใช่มั้ย?”

พอเห็นคนตาแดงกล่ำนั่งมองกันด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ยูริไม่รู้จะทำอย่างไรจึงดึงน้องมาจุ๊บหน้าผากเบาๆ

 

พี่จะไปไหน คนน้องดึงแขนคนพี่พลางถามหน้าตื่นๆ สงสัยกลัวว่าจะทิ้งกันไปอีก

พี่ต้องไปอยู่เวรไงเด็กดื้อ

ไม่ไปไม่ได้เหรอ?” เด็กอื้อถามขึ้นเสียงอู้อี้ขณะที่จมอยู่ในอ้อมกอดของยูริ

ไม่ได้ค่ะ นั่นหน้าที่สำคัญของพี่เลยนะ

 

พอเห็นคนน้องทำท่าจะมีน้ำตาให้เห็นอีกรอบ ยูริจึงเชยคางให้ใบหน้าสวยของอีกคนขึ้นมาสบตากันดีๆ นิ้วเรียวปาดน้ำตาให้น้องก่อนจะเกลี่ยข้างแก้มอย่างอ่อนโยน ไม่เอาไม่ร้องแล้วค่ะ ตาบวมหมดแล้ว ยูริว่าพลางเปากระหม่อมเด็กตัวโตอย่างรักใคร่ นั่นยิ่งทำให้อ้อมแขนที่คล้องรอบเอวยูริรัดแน่นขึ้นไปอีก

นี่จะไม่ให้พี่ไปจริงๆใช่มั้ย?”

ถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เมื่อเห็นน้องมันส่ายหัวไถกับไหล่ตัวเอง

 

 

มินกยอง..”

เสียงเรียกชื่อที่แสนจะคุ้นหูทำเอายูริตกใจจนเกือบจะผลักเจ้าของชื่อออกจากอ้อมกอด คุณป๊าของน้องเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้านิ่ง ยูริยิ้มแหยให้ชายอาวุโส ในใจรู้สึกตุ้มๆต่อมๆเช่นทุกครั้งที่ได้เจอคุณป๊าซึ่งขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวอย่างกับไข่ในหิน มินกยอง.. ยูริกระซิบเบาๆ ด้วยหวังว่าน้องจะคลายอ้อมกอด ทว่ามินกยองเพียงเอี้ยวตัวมองป๊าตัวเองเท่านั้น

 

ปล่อยพี่เค้าไปทำงานก่อนเถอะ

นั่นแหละที่ยูริอยากจะบอกมินกยอง คนเด็กที่สุดในที่นี้ค่อยๆปล่อยมือจากตัวเค้า ในใจอาจจะเป็นห่วงความปลอดภัยของคนที่ตัวเองกอดอยู่คงกลัวยูริโดนป๊าตัวเองเขมือบหัวซะตรงนี้ ชายอาวุโสท่าทางน่าเกรงขามพยักเพลิดไปทางประตูห้องคล้ายจะเป็นการเชิญออกออกจากห้อง ยูริทำได้เพียงลุกขึ้นโค้งให้คุณป๊าก่อนจะค่อยๆแกะมือน้องที่ดึงตัวเองอยู่ ทว่าจังหวะที่กำลังจะเดินพ้นประตูคนที่เดินมากอดลูกสาวตัวเองกลับเอ่ยอะไรบางอย่างขึ้นมา

 

 

ลงเวรแล้วกลับมาทานมื้อเย็นที่นี่นะ

 

เหตุการณ์วันนั้นที่ทำให้ยูริรู้สึกเหมือนว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไป หรือกำลังฝันอยู่นั้น กลับกลายเป็นเรื่องจริง หลังจากวันนั้นคุณป๊าก็เปิดใจยอมรับกันมากขึ้น บ่อยครั้งที่ท่านชวนยูริไปที่บ้าน จนในที่สุดยูริก็ได้รับสิทธิ์ในการเข้าออกบ้านหลังใหญ่ของท่าน รวมถึงสิทธิ์ในการดูแลลูกสาวสุดที่รักของท่านอย่างสมบูรณ์ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความสม่ำเสมอของยูริที่แสดงให้ท่านเห็น จึงได้รับการยอมรับจากผู้เป็นเสาหลักของบ้าน

 

 

 

 

ยูลลลลล

ร่างสูงกระพริบตาถี่ๆ แสงแสว่างจ้าค่อยๆจางลง ภาพใบหน้าสวยของเจ้าหมาป่าตัวน้อยปรากฏแก่สายตา ก่อนที่มันจะยิ้มให้อย่างน่ารักจนอดยกมือมาหยิกแก้มทั้งสองข้างเบาๆไม่ได้

มานอนอะไรตรงนี้ ไปนอนในห้องเถอะค่ะ

คงเพราะความเหนื่อยล้าจากการอยู่เวรแล้วต้องมาเดินตามคนถือของให้คนน้องเกือบครึ่งวัน ยูริจึงเผลอหลับตรงโซฟาระหว่างรออีกคนอาบน้ำให้จนได้ เห็นมินกยองส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมากให้พลางอังมือตรงหน้าผาก ตัวไม่ร้อน หมาป่าน่ารักบ่นงึมงำพลางย่นคิ้วกับตัวเอง

อุ้มพี่ไปหน่อยสิ

 ไม่เอาค่ะ ไม่ยุ่งกับคนไม่อาบน้ำ

ถึงมินกยองจะบอกอย่างนั้นทว่าการที่อีกคนเอาตัวมาอยู่บนตัวยูริกลับดูขัดแย้งเสียเหลือเกิน

จริงเหรอ

 

อะ.. อื้อ คนน้องตอบแบบไม่เต็มเสียงในตอนที่โดนอีกคนขโมยจูบแบบไม่บอกไม่กล่าว พอจะโดนจูบซ้ำเจ้าตัวจึงยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อเป็นการป้องกัน

ไม่เอามือออก พี่ไม่ปล่อยนะ คนข้างล่างขู่พลางโอบเอวคอดของน้องไว้ เช่นนั้นมินกยองจึงยอมลดมือลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะโดนขโมยจูบเป็นครั้งที่สองจนได้

 

ไหนว่าจะปล่อยไง

คนขี้โกงทำเป็นหลับตาไม่รู้ไม่ชี้ ทว่าแรงที่ใช้โอบอีกคนกลับไม่ได้ผ่อนลงแต่อย่างใด

 

 

ถ้าไม่ปล่อยคืนนี้ นอนนอกห้องนะ!”

เมื่อมินกยองงัดไม้ตายมาใช้ ยูริจึงยอมปล่อยอีกคนเป็นอิสระ สายตามองคนข้างบนอย่างรักใคร่สุดหัวใจ เพื่อนเคยถามเค้าว่าทำไมถึงได้ยอมเหนื่อยตามติดเพื่อดูแลอีกคนทั้งที่ตัวเองต้องทั้งทำงาน อยู่เวร รวมถึงเรียนต่อไปด้วยแบบนี้ คำตอบที่ยูริมีเป็นเพียงคำสั้นๆ ทว่ามันมีความหมายที่ยิ่งใหญ่

 

เพราะคำว่า รัก เค้าถึงยอมทุกอย่าง

 

 

อาบน้ำเสร็จแล้วตามเข้ามานะ ก่อนที่เค้าจะง่วง

คนน้องว่าเสียงแหบพร่าคล้ายจะเป็นการจงใจยั่วกัน

อื้อว่าแล้วก็ส่งยิ้มหวานไปให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน

 

รักนะ คนน้องพิงบานประตูด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย

บอกเค้าทุกวัน เช้า เที่ยง เย็น ไม่เบื่อเหรอคะ

ไม่เบื่อ ยูริว่าพลางเดินมาหาอีกคน

ตอนนี้คงมีเพียงเราเท่านั้นเห็นว่าอีกคนมองกันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักขนาดไหน

รักเหมือนกันค่ะ คนเด็กกว่าทิ้งสัมผัสอุ่นไว้ที่มุมปาก พลางไล้ข้างแก้มสีน้ำผึ้งอย่างอ้อยอิ่ง

 

 

ไม่อาบน้ำแล้วได้มั้ย?”

ไม่ได้ค่ะ!!”

 

 

======================================================================

พิยูลกินเด็ก อรั้ยๆๆๆ อบอุ่นมาเว่อร์

น้องกยองทีแรกหยิ่งพอตกหลุมที่เค้าแล้วน่ารักมากไป จนอยากได้เองเลยค่ะ >/////<

 

ด้วยความที่ชอบทั้งคู่จึงออกมาเป็นวันช็อตเรื่องนี้ค่ะ

ถ้ากระแสดีเค้ากะจะแต่งฟิคข้ามวงแบบนี้อีกค่ะ สนุกดี 55555

#ฟิคพี่หมอยูลน้องกยอง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ส.ค. 60 / 16:13


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ littleapple_doc จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น