ละมุนรัก...รสช๊อคโกแลต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    18

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
ขึ้นชื่อว่าช๊อคโกแลต...ก็คงจะมีแต่ 'ช๊อคโกแลต'

หมายเหตุ...Gen Y


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Intro.



ฉันชอบช๊อคโกแลต...



ฉันชอบกาแฟ...




ฉัน...



ฉัน...




ฉันรักเธอ...


ฉัน...ก็รักเธอ...

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 ก.ย. 59 / 08:58

บันทึกเป็น Favorite


 คืองงๆ  ไม่ได้เข้านาน  เลยอัปผิดๆ  ถูกๆ  ขออภัยนะคะ
ไม่คิดว่าถ้าตั้งเป็นเรื่องสั้นแล้วมันจะแบ่งตอนไม่ได้
หรือถ้าหากแบ่งได้...บอกกันบ้างนะคะ
ฮือๆ  มือใหม่จริงๆ   

++++++++++++++++++++++++++++++++

ละมุนรัก...รสช๊อคโกแลต
!!!

 

Part I.8  :  ตาม...

 

 

“อืม....”  ถูกประกบปากแบบไม่ทันตั้งตัว  นี่มัน...ช๊อคโกแลต...ใช่มั๊ย  รสจูบละมุนแสนหวานที่เด็กเมื่อวานซืนปากเสียมารยาทแย่ได้มอบให้  ทำไม...เหมือนกิน...ช๊อคโกแลตเลย  “อืม...”

 

รสจูบแสนหวานให้รสชาติคล้ายช๊อคโกแลต  เด็กคนนี้กินช๊อคโกแลตตลอดเวลาหรือไงกันนะ?  เหมือนร่างกายถูกสะกดให้หยุดนิ่งอยู่กับรสละมุนนุ่มในปาก  หลับตาพริ้มยืนทิ้งแขนทิ้งร่างกายให้คนร่างเล็กได้สำรวจรอบริมฝีปากตามอำเภอใจ  “อ่อย!!!

“ห๊ะ?”  ทิฟฟานี่ลืมตาด้วยความรวดเร็วหลังจากถูกต่อว่า  เอียงคอเม้มปากลิ้นเลียรอบฝีปากที่คนร่างเล็กได้มอบความละมุนนุ่มลิ้นไว้ให้  สองมือเท้าสะเอวแล้วใช้ลิ้นดีดกระพุ้งแก้มตัวเองให้นูนออก

“อ่อย”  คนร่างเล็กยังคงตอกย้ำและพูดคำเดิม  มองหน้ามนุษย์หมีด้วยสายตาสบประมาทและเดินออกนอกห้อง

“หน่อย...ไอ้เด็กบ้า  เดินมาจูบเค้าเองแล้วยังมีหน้ามาว่าอีกนะ!!!  ทิฟฟานี่ส่ายหัวสะบัดความคิดให้กับตัวเอง  จะว่าไปแล้ว...เด็กคนนี้ทำให้เวลาเธอหยุดไปได้...ค่อนข้างนานเลยทีเดียว

 

ตายิ้มแสนหวานที่ยังคงค้างในละมุนรสช๊อคโกแลตกำลังกวาดตามองห้องที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน  และคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนี้อีกแล้ว  แม้แต่กลิ่นอายจากอุปกรณ์ปล่อยควันยังมีกลิ่นอายของช๊อคโกแลต  มองซ้ายมองขวาทุกอย่างเป็นเหมือนช๊อคโกแลตไปหมด  ไม่ว่ากระเบื้องที่นำมาติดรอบห้องให้รูปร่างลักษณะเป็นบล๊อกเรียงต่อกันยังถูกจุ่มให้สีกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม  ให้ความรู้สึกเหมือนนำแท่งช๊อคโกแลตมาวางเรียงต่อกัน  เหมือนทั่วทั้งห้องจะถูกแต่งให้ทุกอย่างดูเหมือนช๊อคโกแลต  ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าที่เจ้าของห้องบรรจงประณีตทำให้มันเหมือนช๊อคโกแลตบาร์แท่งใหญ่  โคมไฟ  เตียงนอน  ทุกอย่าง  เหมือนทิฟฟานี่กำลังยืนอยู่ในโรงงานช๊อคโกแลตอย่างไรอย่างนั้น

 

“ออกมาได้แล้ว”  ไม่พูดเปล่าคนร่างเล็กจับดึงแขนให้มนุษย์หมีตายิ้มออกมาจากห้องตัวเอง  ลากและดันกายให้นั่งลงที่โซฟาด้านหน้าที่ได้วางของกองทิ้งไว้ก่อนที่จะได้ออกสำรวจทั่วทั้งห้องก่อนหน้านี้

“ชอบ...ช๊อคโกแลตมากขนาดนี้เลยหรือไง?”  คนตายิ้มถามแต่คนตัวเล็กกลับไม่ตอบ  ยังคงหยิบรื้อเอกสารที่ตัวเองได้ทำเปียกขึ้นมาดู  จับหยิบดูว่าจะต้องพิมพ์ออกมาใหม่ทั้งหมดหรือเปล่า  แล้วจัดการเปิดคอมฯ  โดยที่ไม่ถามเจ้าตัว  เมื่อหน้าจอรอการป้อนรหัสการเข้าถึงจึงได้หันไปถาม

“รหัส?”  ห้วนๆ

XOXO  เมื่อแทยอนได้ฟังกลับชะงักก่อนที่จะทำเป็นไม่คิดอะไรแล้วพิมพ์จิ้มนิ้วลงไปตามคำบอกของเจ้าของเครื่อง

 

ทิฟฟานี่มองดูการกระทำของเด็กไร้มารยาทแต่กลับมีความรับผิดชอบอย่างน่าประหลาด  มองดูคนหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังตั้งใจหารายงานของเธอโดยที่ไม่เอ่ยถาม  มองดูมือน้อยๆ  ที่จิ้มลงบนคอมฯ  ของตัวเองอย่างเพลินตา  แทยอนรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกมองจึงได้หันไปดู  “มีอะไรติดหน้าฉันหรือไง?”

“พูดกับผู้ใหญ่ให้มันมีมารยาทกว่านี้หน่อยสิ” 

แทยอนหยุดมือแล้วจัดท่านั่งตัวเองให้ดีให้พอดีกับคนตัวหนาข้างๆ  “อายุเท่าไหร่กันมาเรียกคนอื่นว่าเด็กอยู่ได้?”  คนตัวเล็กเชิดหน้าถาม

“แล้วเธอล่ะ  คิดว่าตัวเองแก่ขนาดไหนกันเชียวถึงมาพูดจาตีเสมอกับฉันแบบนี้”  ทิฟฟานี่ไม่ยอม

แทยอนลุกขึ้นเดินไปเปิดกระเป๋าสตางค์และนำบัตรประชาชนออกมา  “สามสิบ”

ทิฟฟานี่เลิกคิ้ว  “แก่กว่าฉันตั้งสามปี!!!  ไอ้เด็กบ้านี่...แก่ขนาดนี้เลยหรือนี่?  มองบัตรประชาชนในมือพร้อมกับมองหน้าเจ้าของบัตรสลับกันไปมาด้วยความไม่เชื่อสายตา

“แก่กว่าสามปีก็แสดงว่าเธอ...ยี้บเจ็ด”  แทยอนเบ้ปากเพราะเห็นอาการแบบนี้บ่อยๆ  ในเมื่อเธอหน้าเด็กกว่าวัย  แล้วหันไปจัดการกับเอกสารที่ต้องชดใช้ต่อ

 

รองานที่พิมพ์ใหม่กำลังพิมพ์อยู่เห็นทิฟฟานี่ยังคงจ้องมองตัวเองตาไม่กระพริบ  คนร่างเล็กจึงเดินไปชงช๊อคโกแลตมาสองแก้ว  เดินกลับนำมาวางไว้ที่โต๊ะที่คนทั้งคู่ได้นั่งแปะกายไว้  ทิฟฟานี่หยิบขึ้นมาจากแก้วที่วางตรงหน้าแล้วจิบ  ไม่ใช่รสนี้หนิ  ย่นคิ้วสงสัย  ก็เมื่อกี้ที่ชิมกับปากเจ้าของห้องไปมันไม่ใช่รสนี้จริงๆ  นี่นา

 

เมื่อเห็นแทยอนวางแก้วของตัวเองลงจึงได้เอื้อมมือไปหยิบแล้วจิบชิมอีกรอบท่ามกลางสายตาที่แปลกใจของเจ้าของห้อง  นี่ก็ไม่ใช่...อะไรกัน  คนชิมทั้งสองแก้วหันหน้าไปทางคนร่างเล็ก  เห็นรอบริมฝีปากมีคราบของที่เพิ่งกินไปเมื่อสักครู่  ทิฟฟานี่เคลื่อนกายช้าคลานสองมือเข้าไปหาแล้วบรรจงประกบปากชิมของที่เลอะอยู่บนปาก  “อืม...”  ต้องอย่างนี้สิ

 

คนตัวเล็กนั่งกระพริบตาปริบๆ  มองดูมนุษย์หมีกำลังลิ้มชิมรสรอบริมฝีปากตัวเอง  เมื่อรสชาติที่ได้ดูดซึมซับรสช๊อคโกแลตที่เปรอะเปื้อนหมดไป  คนตายิ้มจึงได้ยอมละริมฝีปากออกมา  “เอ่อ...”  เม้มปากทำตัวไม่ถูกแต่ก็ยังคงสรรหาคำพูดไป  “ทำไม...ไม่เหมือนกัน?”  เฉไฉหยิบงานของตัวเองที่กำลังถูกพิมพ์ขึ้นมาดู  แกล้งทำเป็นไม่สนใจ

“อะไร?  ที่ว่าไม่เหมือน”

“ก็...ช๊อคโกแลตสองแก้วนี้ที่ฉันเพิ่งกินไป  ทำไมมันไม่เหมือนเวลาที่ฉันชิมจากปากของเธอ”  พูดแบบทำไมใส่ใจแต่ในใจหัวใจจะหลุดออกจากอกข้างซ้ายออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว

“หรอ?”

“อือ”

 

.......................................................................................................

 

ยังคงเป็นทิฟฟานี่ที่มองการจัดการทุกอย่างของคนร่างเล็ก  มองดูด้วยความเพลิดเพลินมองไปมองมาจนเพลินคิดถึงรสละมุนนุ่มปากที่ได้สัมผัสเมื่อกี้  แม้อยากจะสัมผัสอีก...แต่...ยังดีที่ห้ามใจตัวเองไว้ได้ทัน

 

“ครบแล้ว  เก็บของ...แล้วก็ออกไปได้แล้ว”  เจ้าของห้องไล่

“ห๊ะ?”  เดี๋ยวบังคับให้เข้าเดี๋ยวก็ไล่  นี่มันอะไรของเค้าเนี๊ยะ?

“เก็บแล้วก็ไป  มีอะไรไม่เข้าใจหรือไง?”

 

มนุษย์หมีเม้มปากให้กับผู้ใหญ่หน้าเด็กที่เอาแต่ใจ  อยากให้ทำนู้นนี่นั่นก็บังคับไม่ถามกัน  ส่ายหน้าเก็บของแล้วหอบทุกอย่างขึ้นแนบกายเดินออกจากห้อง  ก่อนไปหันไปมองเจ้าของห้องก่อนที่จะไปแต่เจ้าของห้องกลับไม่สนใจ  เดินเข้าห้องทิ้งให้มนุษย์หมีได้แต่มองตามแผ่นหลังของเจ้าของห้องคนร่างเล็กแบบไม่เชื่อสายตา

 

หอบของเดินออกจากห้องโดยที่เจ้าของห้องไม่ได้ตามมาส่งด้วย  คนตายิ้มเริ่มหัวเสียเพราะรถก็ดันจอดไว้ที่ร้านเบเกอรี่  นี่ก็ดึกมาแล้วแทนที่จะให้อยู่ต่ออีกนิดก็เช้าแต่กลับถูกไล่ออกจากห้องมาทั้งๆ  ที่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิด  หรือเพราะฉันไปจูบเค้า?  ส่ายหัวส่ายหน้าสะบัดความคิด  เค้าต่างหากล่ะที่จูบฉันก่อน  คิดไปคิดมาคนตายิ้มก็ยังไม่เข้าใจผู้ใหญ่หน้าเด็กที่เชื้อเชิญเธอเข้าห้องอยู่ดี  อารมณ์แปรปรวนจริง  คิดจนเพลินเดินจนถึงรถเปิดประตูล๊อคนั่ง  แต่ก่อนที่จะพาตัวเองออกจากสถานที่ตรงนั้น  คนตายิ้มได้จัดการต่ออินเทอร์เนทส่งงานให้กับบอสเจเพื่อนสนิทซี้กันมาตั้งแต่ตอนเรียน

 

สตาร์ทรถขับพาตัวเองผ่านคอนโดหรูที่เพิ่งจะได้เดินเข้าไปและเดินออกมาอย่างงงๆ  ยิ้มให้กับตัวเองที่เรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว  ผู้ใหญ่หน้าเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกำลังทำให้เธอคิดถึงจูบรสช๊อคโกแลต  ห้องช๊อคโกแลตและนิสสัยที่ขุ่นเข้มกลมกล่อมเหมือนช๊อคโกแลต  คนตายิ้มยิ้มให้กับตัวเอง  ขอมองกระจกหลังอีกทีเพราะไม่รู้ว่าจะได้ผ่านมาทางนี้อีกเมื่อไหร่  แต่แล้วสายตากลับต้องสะดุดไปเมื่อเห็นใครบ้างคนกำลังวิ่งตาม  คนตายิ้มเริ่มใจหาย  ร่างเล็กๆ  ร่างนั้นที่ได้เห็นจะเป็นคนหรือวิญญาน  แต่เท้ากลับยกออกจากคันเร่งเพื่อขอมองดูให้ชัดๆ  ว่าร่างเล็กๆ  ที่กำลังวิ่งตามอยู่นั้น  ไม่ใช่มนุษย์ช๊อคโกแลตที่เธอกำลังคิดถึง...ใช่หรือไม่...ใช่หรือเปล่า?

 

.......................................................................................

 

จอดรถรอพร้อมกับรอคอยให้คนตัวเล็กวิ่งมาถึง  ไม่รอช้าเมื่อแทยอนได้วิ่งมาและจ้องหน้าคนที่อยู่ในรถพร้อมกับเคาะกระจกด้วยมือเล็กอย่างถี่รัวให้คนภายในเปิดกระจกแล้วคุยกัน  นิ้วหนากดปุ่มลดกระจกและมองหน้าคนที่เพิ่งไล่เธอลงเมื่อครู่  “มีอะไร?”

 

แทยอนไม่รอช้า  ลมหายใจหอบกำลังพ่นใส่หน้าคนที่นั่งอยู่ในรถด้วยความเหนื่อยและจวนจะหมดแรงหลังจากที่วิ่งหาและวิ่งตามเมื่อเห็นมนุษย์หมีขับรถออกมา  สองมือน้อยประครองหน้าคนตายิ้มแล้วก้มลงจูบให้ดูดดื่มให้อีกคนได้ซึมซับรสช๊อคโกแลตที่ตัวเองได้มีติดตัว  ให้อีกคนได้ลิ้มชิมรสจนลืมตัว  ปล่อยตัวและปล่อยกายให้มนุษย์ช๊อคโกแลตได้ครอบครอง

 

คนตายิ้มหลับตาพริ้มให้กับรสชาตินุ่มละมุนที่ยังคงนุ่มลิ้นทุกครั้งที่ได้ลิ้มชิมรส  กำลังตกอยู่ในภวังค์โรงงานช๊อคโกแลตที่เธอเพิ่งจากมา  แต่กลับถูกกระชากสายตาให้ต้องตื่นขึ้นจากฝันที่เธอกำลังเคลิ้มอยู่ด้วยเจ้าตัวคนที่ทำให้ลุ่มหลง

 

เปิดประตูรถและปลดเข็มขัดของเจ้าของรถพร้อมกับดึงและพลักเจ้าของรถออกให้พ้นจากที่นั่งคนขับ  ส่วนตัวเองขึ้นไปนั่งแทนปิดประตูกดปุ่มปิดกระจก  “เร็วๆ”  พูดก่อนที่กระจกจะปิด  ส่วนมนุษย์หมีตายิ้มเริ่มงงกับคนที่ตัวเองเพิ่งจะได้เจอ  ทั้งเหนื่อย  ทั้งง่วง  ทั้งโดนป่วน  เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนี้  ทิฟฟานี่ไม่เข้าใจว่าตกลงแล้วผู้หญิงคนที่บ้าช๊อคโกแลตคนนี้ต้องการอะไรจากเธอ

 

............................................................................................

 

เปลี่ยนสถานที่จอดรถจากร้านเบเกอรี่กลางถนนเป็นใต้คอนโดหรูใหญ่  คนตัวเล็กดับเครื่องแล้วโยนกุญแจใส่ผู้หญิงตายิ้มที่นั่งอยู่ข้างๆ  ส่วนตัวเองหมุนตัวเก็บของอุปกรณ์การทำงานของมนุษย์หมีที่อยู่เบาะหลังแล้วเดินออกจากตัวรถโดยที่ไม่ได้สนใจถึงความงงงวยกับคนที่ตัวเองเพิ่งจะไปตามมาเลยสักนิด 

 

มองหน้าส่งสายตาเหมือนเป็นการถาม  จะไม่เข้ามาหรือไง?  ตามใจนะ...อยากจะนอนอยู่ในรถก็เชิญ  ทิฟฟานี่เคยโดยเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเมื่อไม่นานมานี้  เรื่องอะไรล่ะ  รีบเปิดประตูออกจากรถแล้ววิ่งตามโดยไม่ลืมที่จะล๊อครถของตัวเอง  แทรกกายตามคนตัวเล็กมาด้วยอาการเหมือนคนมาด้วยความคุ้นเคยหากแต่คราวนี้ยังคงเหมือนเดิม  เจ้าของห้องร่างเล็กยังคงไม่พูดด้วย  ยังคงตีหน้านิ่งไม่รู้อารมณ์  ช่างแตกต่างกับรสละมุนที่เคยได้สัมผัสรับรสจากปากยิ่งนัก  ทิฟฟานี่ทิ้งกายนั่งลงที่โซฟารอดูว่าเจ้าของห้องจะให้ทำอะไรอีก  ก็ในเมื่อเป็นคนสั่งทุกอย่างตั้งแต่ต้น  ถ้าจะให้สั่งต่อไปอีกคงจะไม่เป็นไรหรอกกระมัง

 

แทยอนวางของลงที่โต๊ะแล้วเดินเข้าห้องไปโดยที่ไม่พูดไม่จาพร้อมกับเดินกลับออกมาหลังจากที่เข้าห้องนอนได้ไม่นาน  “ไปอาบน้ำ”

“ห๊ะ?”

“ตามมา”  ไม่พูดเปล่าเดินมาจับมือให้มนุษย์หมีตายิ้มเดินยิ้มตามแบบงง 

อาบน้ำ?  “อาบทำไม?”  ถามแบบไม่คิดอะไรเพราะไม่รู้จะถามอะไร

“เตรียมไว้ให้ตั้งแต่ก่อนออกไปตาม”  เจ้าของห้องสารภาพ

“เตรียมให้?”  ทิฟฟานี่ย้อนถาม

“อือ”  เมื่อพามนุษย์หมีตายิ้มเดินมาจนถึงห้อง  ซึ่งแน่นอน  กระเบื้อง  อ่างอาบน้ำ  ทุกอย่าง  ฝักบัว  อ่างล้างหน้า  เป็นสีช๊อคโกแลตหมด  จะบอกว่า...รวมไปถึงสบู่ที่แอบตีฟองลงไป  กลิ่น...คงไม่ต้องทายว่าจะต้องเป็นกลิ่นอะไร  “อาบซะ...จะได้ไปนอน”

 

ทิฟฟานี่พยักหน้าอย่างว่าง่าย  ก็เพราะคำสั่งคราวนี้ดูแล้วทำง่ายฟังแล้วทำง่ายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  ทำตามได้ไม่อยาก  ก็แค่อาบน้ำแล้วก็ไปนอน  เพราะอีกไม่นานก็เช้าเจ้าของห้องคงอยากให้เธอพักที่นี่  อีกไม่นานก็เช้าพอเช้าแล้ว...ก็คงไล่ให้ออกไปเหมือนเดิม

 

ร่างหนาถอดเสื้อผ้าลงแช่อ่างน้ำกลิ่นช๊อคโกแลต  อยากจะใช้ลิ้นชิมยิ่งนักมักจะให้รสชาติเหมือนกับที่ได้ชิมลิ้มลองจากปากเจ้าของห้องหรือเปล่า  “พรืด...”  มนุษย์หมียิ้มให้กับความคิดของตัวเอง  สงสัยฉันต้องเริ่มชอบช๊อคโกแลตขึ้นมาแล้วสินี่  ขำให้กับความคิดตัวเอง  เมื่อก่อนไม่คิดเลยที่จะกิน  ไม่คิดเลยที่จะมองและไม่คิดเลยที่จะสั่ง  เพราะช๊อคโกแลตได้แต่ความหวานความอร่อยและความอ้วนมาพร้อมๆ  กัน  ต่างจากกาแฟที่กินประจำ  ไม่ว่าจะถูกหรือแพง  จะอร่อยหรือไม่อร่อย  สิ่งที่ได้รับมาคือสมองโล่งปลอดโปร่งเพราะคาเฟอีนตัวดีที่ถูกผสมอยู่ในกาแฟนั่นเอง

 

จ๋อม...จ๋อม 

 

คนตายิ้มลืมตาขึ้นมองตามเสียงเหมือนมีวัตถุตกลงในน้ำและความรู้สึกเหมือนมีคนมาเบียดกายตัวเองที่อ่าง  ลืมตามองขึ้นมา...ก็แล้วจะเจอใครได้เล่า...ถ้าไม่ใช้เจ้าของห้องคนแก่หน้าเด็กปากเสียมารยาทแย่ที่เดี๋ยวก็เชิญเดี๋ยวก็ไล่เดี๋ยวก็ตามให้เธอเข้านอกออกในห้องนี้นั่นเองที่กำลังเคลื่อนกายลงแนบกายตัวเองในอ่างอาบน้ำรสช๊อคโกแลตที่เจ้าของห้องได้บรรจงสรรสร้างและทิ้งบรรยายกาศไว้...

 

 

 

 

 

To   Be   Continued…..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ละมุนรัก...รสช๊อคโกแลต!!!

 

Part I  :  แรกพบ...

                                       

สายฝนหล่นลงหนาตาอย่างไม่ขาดสาย  สองข้างถนนไม่มีที่หลบฝนเลยสักที่เดียว  สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นก็จริงหากแต่สองฝากฝั่งกลับไม่สามารถนำมาทำเป็นที่หลบฝนให้กับคนที่เปียกปอน

 

หนึ่งผู้มุ่งมั่นในการออกตามหาเครื่องดื่มสุดโปรดรสชาติหวานปนขมสีเข้มกลมกล่อมละมุนนุ่มปากนุ่มลิ้นเมื่อได้ดูดเข้าดับกระหายความยากของตัวเอง

 

อีกหนึ่งผู้ที่ไม่เคยใส่ใจและสนใจในน้ำสีเข้มรสชาติประแล่มตามสีขุ่นมัวของน้ำ  หากแต่สิ่งที่ต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ  คาเฟอีน  เพราะมันทำให้ตาสว่างได้ตลอดคืนเพื่อการทำงานที่ต้องโต้รุ่งเป็นประจำและไม่สนว่ามันจะถูกหรือแพง  ขอแค่...มี  คาเฟอีนหรือที่มีชื่อเรียกง่ายๆ  กาแฟ  เรื่องราคา...รูปร่างหน้าตาหรือรูปลักษณ์ใด  ไม่เคยสนใจเพราะเดี๋ยวเข้าทางปากก็ออกทาง...อยู่ดี

 

....................................................................................

 

กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง

 

เสียงกระดิ่งจากประตูร้านเล็กๆ  ที่ถูกตั้งไว้กลางถนนเหมือนเป็นที่เก็บของมากกว่าที่จะเป็นร้านเบเกอรี่ให้ได้นั่งชมวิวที่ไม่น่าจะดูหรือน่าชมใจกลางกรุงโซล  เมื่อทุกอย่างดูเร่งรีบแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น  ทำให้ร้านที่ดูแสนกระจอกกลางถนนแห่งนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของคนเมือง

 

“อ๊า...แย่ชะมัด  เปียกหมดเลย”  ปากบ่นไปพร้อมกับปัดน้ำฝนที่เปียกปกคลุมทั่วร่างกาย  ไม่ได้สนใจว่ามันจะกระเด็นไปที่โต๊ะข้างๆ  เพียงเพราะแค่ต้องการปัดน้ำให้ออกจากตัวให้เยอะที่สุด...ก็เท่านั้นเอง

ไอ้เด็กบ้า...ไม่เห็นหรือไงว่าฉันนั่งหัวโด่อยู่!!!’  สาวตายิ้มมองตามมือเล็กที่กำลังขมักเขม้นในการปัดละอองหยดน้ำออกจากตัว  หน้าตาจิ้มลิ้ม  ทุกอย่างดูเล็กไปหมด  น่าทะนุถนอมจัง 

“ขอโทษนะคะ   คือ...”  คนร่างร่างเล็กเนื้อตัวเปียกปอนเป็นฝ่ายตีความเงียบออกจากผู้หญิงตายิ้มร่างหนาที่เอาแต่จ้องหน้าตัวเองจนเริ่มสงสัย

“หื้อ?”  ทิฟฟานี่เลิกคิ้วพร้อมกับอ้าปากถาม  “อะไรหรือคะ?”

“คือ...หน้าฉันไปเหมือนคนที่คุณเคยรู้จักมาหรือไง?” 

“ห๊ะ?”  จากที่เคยมองว่าเด็กคนนี้สดใส  ดูบริสุทธิ์จิ้มลิ้มน่าถนุถนอม...ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว...เป็นเพียงเด็กปากร้ายเหมือนอย่างที่โลกทุกวันนี้ได้มีเด็กแบบนี้อยู่จนทั่วเมืองกรุง

“ฉันถามว่า...หน้าฉันไปเหมือนญาติคุณคนไหนหรือไง?  จ้องอยู่ได้”  คิมแทยอนไม่เลิกปัดให้ละอองน้ำกระเด็นไปโดนอีกคน  ยิ่งเห็นอีกคนจ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อคนตัวเล็กยิ่งจงใจแกล้ง

“ไม่เหมือน”

“ไม่เหมือนแล้วจ้องทำไม?” 

“เธอกำลังทำให้งานที่ฉันต้องส่ง...เปียก!!!  และอุปกรณ์ของฉัน...โดนน้ำที่เธอปัดมากระเด็นใส่จนช๊อตและดับไปแล้ว”  ทิฟฟานี่เชิดหน้ามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าเธอ  ยืนเหมือนนั่งเลยเด็กคนนี้

“เดี๋ยวจะใช้ให้  ขยับไปหน่อยไม่มีโต๊ะนั่ง”  คิมแทยอนลงนั่งเบียดททิฟฟานี่โดยไม่ถามคนที่ได้นั่งก่อนหน้าว่าให้นั่งด้วยได้หรือเปล่า?  ยิ่งเห็นทิฟฟานี่นั่งเป็นมนุษย์หมีกินผึ้ง  มือเล็กจึงรีบผลักให้อีกคนขยับชิดใน  ตัวเองจะได้นั่งสบายอย่างคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว  มนุษย์หมีจะเป็นยังไง?  ได้แต่มองตามการกระทำของเด็กแก่แดดลามปามไม่รู้จะงัดคำไหนออกมาด่ากันเลยทีเดียวเชียว

 

“อ๊ะ...แค่พักหน้าจอไม่โดนน้ำจนดับนี่...โม้นิ...พักหน้าจอต่างหาก”  คิมแทยอนหันมาหรี่ตามองเจ้าของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะพูดว่าโดนน้ำจนดับไป  “ใช้คอมเป็นหรือเปล่านี่  ป้า?

ทิฟานี่ตาโต  “ว่าไงนะ?” 

“ถามว่าใช้คอมเป็นหรือเปล่าป้า!!!  คิมแทยอนยกตัวยกปากให้ใกล้หูกับมนุษย์หมีนั่งกินที่แล้วตะโกนใส่

“ไอ้เด็กบ้านี่ไปให้พ้นเลยนะ”  ทิฟฟานี่เริ่มทนนิสัยเด็กตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มแต่นิสัยไม่ได้จิ้มลิ้มด้วยคนนี้ไม่ไหวแล้ว  ไม่มีสัมมาคารวะ  ไม่รู้จักผู้ใหญ่  ไม่รู้จักมารยาท  งานก็ยังไม่เสร็จแถมมาเปียกเพราะโดนสะบัดน้ำใส่  งานพังอารมณ์เสียจึงมาโดยไม่ต้องขอใคร  จึงได้เอ่ยปากไล่เด็กตัวเล็กๆ  หน้าตาจิ้มลิ้มก็เท่านั้นเอง

“อ้าว...ไม่ให้ชดใช้แล้วหรือไง?  บอกว่าจะใช้ให้  หูแตกหรือไง?”  คิมแทยอนยังคงกวนทิฟฟานี่อยู่

“ไม่ต้อง!!!  แล้วก็ไปให้พ้นจากโต๊ะฉันได้แล้วฉันจะทำงานต่อ”

“อ่อ...คิดงานไม่ออกแล้วพาลคนอื่นนี่เอง”  คิมแทยอนพยักหน้าทำท่าเหมือนเข้าใจ

 

ทิฟฟานี่เม้มปากหันหน้าไปทางอื่นพยามสะกดกั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ  ของตัวเอง  เมื่อพร้อมแล้วร่างกายจึงหันมาหาคนที่เริ่มก่อกวนเธอตั้งแต่ที่เข้ามาในร้าน  “กรุณา...ออกไป”  พูดด้วยความสุภาพกับเด็กที่ไม่มีมารยาทเพื่อบ่งบอกและแสดงให้เห็นถึงความโกรธที่มีในตัวให้คนร่างเล็กได้รู้ตัวสักที

“อาห๊ะ...โอ่เค๋...”  คนตัวเล็กจัดการดึงปลั๊กคอมพิวเตอร์  ปิดหน้าจอ  เก็บเอกสารบนโต๊ะเรียบแล้วหอบของทุกอย่างไว้ที่อกตัวเองพร้อมกับหันหน้ามาหาเจ้าของของที่ตัวเองเป็นคนเก็บและหอบเตรียมพร้อมจะหนี  “ป๊ะ”  เอียงหัวกระดิกไปทางประตูให้ออกมาด้วยกัน

มนุษย์หมีตายิ้มยังคงนั่งนิ่งไม่เข้าใจกับการกระทำของคนร่างเล็กจนอีกคนต้องใช้แฟ้มเอกสารตีกระตุ้นที่ไหล่ให้มนุษย์หมีได้ลุกตามมาเสียที 

“เฮ้อ...”  คิมแทยอนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าอีกไม่คิดที่จะขยับกาย  จึงเดินหนีออกมาโดยมีของของมนุษย์หมีหอบติดมือกลับมาด้วย

“นี่!!!  ทิฟฟานี่ตะโกนเรียกแต่คิมแทยอนเดินออกนอกร้านไปแล้ว

 

..................................................................................................

 

สายฝนหยุดตกแล้ว  ทิ้งร่องรอยไว้แต่ความชื้นตามทางเดินและหยดน้ำที่ร่วงหล่นสู่กายบ้างในบางครั้งเมื่อมีลมพัดพาให้ใบไม้ตามต้นไม้ระหว่างทางสั่นไหวและบรรจงทิ้งหยดน้ำลงสู่เบื้องล่างก็เท่านั้นเอง 

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”  ทิฟฟานี่กึ่งวิ่งกึ่งตามแถมตะโกนห้ามเพราะต้องการของคืน

“ตามมาเหอะน่า...อย่าเรื่องมากได้มะ?  ป้า!!! 

“นี่...ไอ้เด็กบ้า  หยุดเดี๋ยวนี่นะ  ฉันบอกให้หยุด”

คนร่างเล็กส่ายหน้า  ฉันอาจจะแก่กว่าเธอหลายปีก็ได้  แต่ยังคงเดินทิ้งระยะห่างให้มนุษย์หมีวิ่งตามจนเหนื่อย

 

กึ่งเดินกึ่งวิ่งจนหอบ  ช่างน่าแปลกใจ...ทิฟฟานี่ช่างแปลกใจนัก  เมื่อคนตัวเล็กที่เดินอยู่หน้าเธอ  ขาก็สั้นแต่เหตุใดและทำไม?  จึงไม่สามารถเดินเข้าใกล้เด็กมารยาทแย่คนนั้นได้เลย

 

“เร็วๆ  เดี๋ยวก็ทิ้งให้อยู่ข้างนอกหรอก”  คิมแทยอนยังคงใช้หัวเป็นการสื่อสารก็เพราะมือไม่ว่างนี่นา

“เอาของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กบ้า!!!  ทิฟฟานี่ไม่ยอมเข้าและไม่มีวันเข้าไปแน่นอน  จึงได้แหกปากตะโกนก้องอยู่ที่หน้าประตูคอนโดหรูที่อีกคนได้เดินนำมา

“ตามใจ”  คิมแทยอนเอาขาที่ดันประตูไว้ออก  ทิฟฟานี่หน้าตาตื่นรีบวิ่งหน้าตั้งเพื่อให้ทันประตูที่กำลังปิด  หากไม่ตามเข้ามา  งานก็ไม่ได้  คอมก็ไม่มีทำ  แถม...เวลาที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งใกล้เข้ามาทุกทีๆ  “อย่าเสียงดังล่ะ  คนที่นี่เค้าไม่ค่อยสร้างความรบกวนให้ผู้อาศัยคนอื่น”  คิมแทยอนหันมาสั่ง

หนอย...มีหน้ามาสอนฉันนะไอ้เด็กมารยาทแย่  มนุษย์หมีกระฟัดกระเฟียดเดินทิ้งเท้าตามอย่างจนมุมเพราะอุปกรณ์การทำงานของเธออยู่กับคนตัวเล็กน่าตาจิ้มลิ้มน่าฟัดคนที่กำลังเดินนำอยู่ตรงหน้าตัวเอง

 

.............................................................................

 

เดินมาจนสุดทางเดินแทยอนหันมองหน้ามนุษย์หมีที่ทำหน้าเหมือนหมีกินผึ้งเดินกระแทกเท้าตามมาอย่างไม่เต็มใจ  “ถือ”  พูดไม่รอคำตอบยัดของทุกอย่างใส่มือจนทิฟฟานี่แทบจะรับไม่ทัน

“นี่...ถ้ามันตกมาจะทำยังไง?”

“ก็บอกว่าจะใช้ให้อยู่นี่ไงเล่า...โวยวายอยู่ได้”  คนร่างเล็กยังคงส่ายหน้า  ใช้นิ้วหัวแม่มือทาบที่ประตูเพื่อให้ตัวล๊อคได้สแกนนิ้วมือตัวเอง  เพียงไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก

 

คิมแทยอนเดินเข้ามาก่อนโดยที่ไม่ชวนคนที่บังคับให้ตามมาด้วย  ทิฟฟานี่เดินตามเข้าไปแบบงงๆ  ทั้งๆ  ที่เจ้าของห้องไม่ได้เชื้อเชิญ  หากของที่มีอยู่ในตัวครบแล้ว...ก็แล้วทำไมไม่มุ่งหน้าออกจากคอนโดนี้ไปเลยกันเล่า...มนุษย์หมีตายิ้มเอ๋ย....

 

“วางไว้ตรงนั้นแหละ  เดี๋ยวจัดการเอง”  เจ้าของห้องพูดเหมือนสั่งตัวเดินผันเข้าห้องนอนใหญ่กลับออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ไม่ได้เปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำและยืนมองดูมนุษย์หมีตายิ้มกำลังเดินสำรวจห้องของตัวเอง

 

ทิฟฟานี่เดินสำรวจทุกซอกทุกมุมทุกที่เป็นสีน้ำตาล  อาจจะมีอ่อนมีเข้มไล่ไปตามสถานที่ที่ใช้งาน  รวมไปถึงโต๊ะและโซฟา  เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ  ไม่ทำจากไม้ก็ต้องมีสีน้ำตาล  เดินไปจนถึงครัว  อุปกรณ์ทำครัวมีครบครัน  หากแต่ที่สะดุดตาคงเป็นโหลแก้วที่วางเป็นแถวแนวยาวหลายชั้น  มองดูคล้ายๆ  ว่าเป็นกาแฟ...แต่หากจะใช่หรือเปล่า?  คนสำรวจหาได้รู้ไม่  เปิดสำรวจนู้นนี่นั่นทุกอย่าง  เจ้าของห้องที่ยืนขวางทางยังต้องหลบให้  มือหนาจับบิดลูกบิดแล้วเปิดห้องนอนเพื่อขอดู  วาดภาพไว้ว่าจะต้องเป็นสีน้ำตาลอมช๊อคโกแลตเหมือนอย่างเคย

 

“นั่นมันห้องนอนฉัน!!!  ไม่คิดว่าเกินไปหน่อยหรือไง?”  คิมแทยอนเริ่มทนไม่ได้แต่คนตายิ้มกลับไม่สนใจ  เปิดแล้วเดินเข้าไป  จงใจเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง

 

เจ้าของห้องเดินตามคนที่ละลาบละล้วงเข้าห้องนอนตัวเอง  เห็นยืนนิ่งอ้าปากค้าง  ใบหน้าที่เคยเป็นหมีกินผึ้งบัดนี้กลับดูสวยสะดุดตา  คนตัวเล็กเดินเข้าหาอย่างช้าๆ  จับรั้งที่ข้อมือทำให้คนที่ถูกรั้งต้องหันมามองมือที่ได้ถูกเหนี่ยวไว้  ถูกดึงรั้งลากและกดลงไป  ก้มลงไปหาหน้าตาอันแสนจิ้มลิ้มของเด็กเมื่อวานซืน

 

“อืม....”  ถูกประกบปากแบบไม่ทันตั้งตัว  นี่มัน...ช๊อคโกแลต...ใช่มั๊ย  รสจูบละมุนแสนหวานที่เด็กเมื่อวานซืนปากเสียมารยาทแย่ได้มอบให้  ทำไม...เหมือนกิน...ช๊อคโกแลตเลย  “อืม...”

 

 

 

 

To   Be   Continued…..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AnneTaeNy จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น