จองจำรักด้วยหัวใจ [e-book พร้อมดาวน์โหลด]

ตอนที่ 19 : บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 120% อัพแล้ว (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 837 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

ใครสนใจเรื่องราวของแฮร์ริส แบล็กฟอร์ด น้องชายเฮกเตอร์ 
สามารถดาวน์โหลด E-book ได้ลิ้งนี้เลยนะคะ หรือจะอ่านตัวอย่างก่อนได้น้า
ปล.เล่มนี้แอบมีคนพี่มาแจม + เมียเก่า ราเชลด้วยนะครัช ^^ แต่ถ้าใครไม่อ่าน จะอ่านเล่มนี้เลย ก็รู้เรื่องนะคะ ไม่ต้องตกใจไป เราเล่าย้อนให้อยู่แล้ว 



*************************************************************************************************************************************

บทที่5

[พี่เลี้ยงจำเป็น]

 

        อรุณรุ่งของวันใหม่มาพร้อมกับอากาศแจ่มใส ร่างเพรียวระหงของพริสาเคาะประตูห้องนอนเล็กน้อย ก่อนจะเปิดเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้คนในห้องอนุญาต มือบางถือถาดเงินลวดลายสวยงามด้านบนวางกาแฟดำหอมกรุ่นนำมาเสิร์ฟถึงเตียงตามหน้าที่หลังจากหยุดงานไปสามวันเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน ใบหน้าเรียวรีรูปไข่แสนหวานแสดงออกถึงความสุขอย่างชัดเจนเมื่อนึกถึงชัยชนะ อีกทั้งยังเป็นการมอบ บทเรียน ให้กับเฮกเตอร์ ผู้ชายที่ไม่ศรัทธาต่อสิ่งใด การเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นอาจเปลี่ยนแปลงความคิดที่เขามีต่อเด็กได้ แม้จะแอบเป็นห่วงอยู่บ้าง แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เธอยังคงอยู่รอบๆจนกว่าจะแน่ใจว่าเฮกเตอร์รับมือไหว ไม่ได้ทิ้งเสียทีเดียวแม้จะต้องแลกด้วยการย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแต่คืนแรกก็ผ่านไปด้วยดี เขาไม่ได้เรียกใช้งาน แต่ใครจะการันตีคืนต่อไป คิดแล้วก็อดสยองกับคำขู่ที่ชายหนุ่มฝากเอาไว้ไม่ได้

        พริสาเห็นร่างสูงกำลังนอนหลับสนิท จึงเดินแผ่วเบาด้วยกลัวว่าจะทำเขาตื่น ชวนให้นึกถึงวันแรกที่ถูกมีดสีเงินจ่อลำคอระหง เธอวางถาดตรงโต๊ะเล็กหัวเตียงเบาๆ จากนั้นหมุนตัวเดินเข้าห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมเสื้อผ้าสำหรับวันใหม่อย่างเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน เธออยากให้ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้ามีสีสันบ้าง แต่เขาไม่มีเสื้อผ้าแบบนั้นเลยสักชิ้น จากนั้นจึงเดินเลยไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำให้เรียบร้อย เป็นอันจบหน้าที่ หญิงสาวเดินออกมาด้านนอกก็พบว่าร่างสูงตื่นแล้ว กำลังนั่งจิบกาแฟดำอยู่บนเตียง

        “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ร่างบางทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมรอยยิ้ม ไม่สนใจอาการเพิกเฉยจากเขา เดินไปรูดผ้าม่านให้ห้องกว้างได้รับแสงอาทิตย์ก่อนจะพูดต่อ

        “วันนี้อากาศดีมากเลยค่ะ รับประทานอาหารเช้าที่สวนดีไหมคะ หรือว่าห้องอาหารดี ฉันรู้ว่าคุณไม่อยากกินอะไรนอกจากดื่มกาแฟดำกับเหล้า แต่ฝืนกินสักหน่อยนะคะ หากคุณยังเลี่ยงต่อไปเรื่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพแน่ ที่สำคัญ อาหารเช้าวันนี้ฉันได้ชิมหมดทุกอย่างแล้ว อร่อยและปลอดภัยแน่นอน...ถ้าคุณอยากอาบน้ำก่อน ฉันเตรียมน้ำและเสื้อผ้าเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วถ้าคุณอยากได้อะไร...”

        “หุบปากสักที น่ารำคาญ พูดมากชะมัด” ร่างสูงดุเสียงเข้ม ผู้หญิงคนนี้ชอบทำให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย

        พริสาไม่ได้ตกใจเหมือนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเพราะว่าชินแล้ว

“ตกลงค่ะ ฉันจะปล่อยให้คุณมีเวลาส่วนตัว เจอกันที่โต๊ะอาหารนะคะ ซันนี่รอคุณอยู่”

         “รอ? รอฉันทำไม” ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

        “อย่าบอกนะคะว่าคุณลืม?” เมื่อเห็นสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย เธอจึงรีบพูดต่อก่อนโดนดุ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะทบทวนความจำให้ วันนี้เป็นวันแรกที่คุณต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของซันนี่ ดังนั้นควรเริ่มจากมื้อเช้าค่ะ”

        “บ้าไปแล้วหรือไง ใครจะทำ...ไม่มีทาง เอาเด็กนั่นไปให้พ้นหน้าฉันเลย ถ้าไม่อยากให้เธอร้องไห้” ชายหนุ่มบอกเสียเข้ม เดินลงจากเตียงหมายจะเดินหนีเข้าห้องน้ำทว่าถูกพริสาขวางไว้

        “แต่คุณรับปากแล้วนะคะ” เธอช้อนสายตามองทวงสัญญา “คนตระกูลแบล็กฟอร์ดคงไม่ใช่พวกผิดคำพูดหรอกใช่ไหม?”

        เมื่อได้ยินประโยคนี้เฮกเตอร์ถึงกับขบกรามแน่นอยากดึงร่างบางเข้ามาใกล้แล้วเขย่าแรงๆ รู้ดีว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยง ไม่น่าประมาทรับเงื่อนไขนี้เลย ยิ่งเห็นรอยยิ้มและแววตาเป็นประกายก็พาลหงุดหงิดหนักกว่าเดิม

        “ไปให้พ้นหน้าฉัน”

        “ฉันไปแน่ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

        การตอบโต้ทันควันทำให้ร่างสูงเหวอเล็กน้อย นับวันพริสาช่างกล้ามากขึ้น ไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย เธอชักจะเป็นผู้หญิงแปลกเข้าไปทุกทีแล้ว

        ไม่อยากเชื่อ...เธอบ้าไปแล้วหรือไงหรือว่าเป็นมาโซคิสม์วะ เขาพึมพำพลางส่ายศีรษะเดินเข้าห้องน้ำไป

        ถึงแม้หญิงสาวจะบอกให้เจอกันที่ห้องอาหาร ทว่าเฮกเตอร์ไม่สนใจ ไม่มีใครสั่งเขาได้ ร่างสูงจึงตรงไปยังห้องทำงานเหมือนทุกวัน พอเปิดประตูเข้ามาก็ต้องกลอกตาเมื่อพบพริสากับอาทิตยารออยู่แล้วตรงโต๊ะประชุมที่อยู่ถัดจากโต๊ะทำงาน ซึ่งห้องนี้ถูกใช้เป็นห้องประชุมคอนเฟอเรนซ์หรือประชุมสำคัญที่สามารถรองรับคนได้มากกว่าสิบห้าคน เก้าอี้เด็กถูกนำมาตั้งแทนที่เก้าอี้ตัวใหญ่ อาหารถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อย

        “คิดไว้อยู่แล้วเชียว ว่าคุณอยากรับประทานอาหารเช้าที่ห้องทำงาน มาสิคะ ฉันเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว มานั่งหัวโต๊ะตรงนี้ ใกล้กับซันนี่” หญิงสาวพูดอย่างรู้ทันและใจดีเลื่อนเก้าอี้ให้

        “ห้องทำงานของฉันไม่ใช่ห้องอาหารนะ ยกออกไปให้หมดรวมถึงลูกของเธอด้วย”

        “กินสักหน่อยเถอะค่ะ นิดเดียวก็ได้ ซันนี่ทักทายคุณเฮกเตอร์หรือยังจ๊ะ” เธอพูดกับเขาเสร็จก็หันไปพูดกับลูกสาวต่อ

        “เตอร์ มอร์นิ่ง” อาทิตยาสวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาวทับด้วยเอี๊ยมกางเกงขายาวสีแดงแจกรอยยิ้มสดใส

        “อย่าเรียกฉันแบบนั้น ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอ” ร่างสูงกัดฟันกรอด

        “เล่นเหรอ? เตอร์เล่นบาร์บี้ไหม” อาทิตยาชูตุ๊กตาบาร์บี้ตัวเดิมที่ชอบถือไปไหนมาไหนอยู่ตลอด

         “ออกไป...ออกไปซะ เช้านี้ฉันไม่มีอารมณ์กินอะไรทั้งนั้น” เขาหลับตาพยายามระงับอารมณ์

        “ได้ยังไงคะ หรือว่าคนตระกูลแบล็กฟอร์ด...”

        “ให้ตายเถอะ! เลิกพูดแบบนั้นสักที คนตระกูลแบล็กฟอร์ดไม่มีทางผิดคำสัญญา

         “งั้นมาสิคะ ถ้าคุณไม่อยากกินไม่เป็นไร แต่อย่าลืมว่าคุณมีหน้าที่ต้องดูแลซันนี่ และลูกสาวฉันก็กำลังหิวมากด้วย แกกำลังรอคุณมาดูแลอยู่” พริสายิ้ม

        เพราะศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของตระกูลค้ำคอ ขึ้นชื่อว่าแบล็กฟอร์ด หากลั่นวาจาแล้ว คำไหนคำนั้น ไม่มีทางผิดสัญญาเป็นอันขาดไม่ว่าด้วยเรื่องอะไร เฮกเตอร์ขบกรามแน่นจนฟันแทบแตกมองพริสาด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนเดินตรงไปนั่งหัวโต๊ะ ตรงหน้าคือจานแซนด์วิช กาแฟดำและน้ำเปล่า ขวามือคือจานสีชมพูลายเจ้าหญิงดิสนีย์ มีแพนเค้กสามชิ้นวางซ้อนกันอยู่ราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปจนชุ่ม ท็อปปิ้งด้วยราสเบอรี่ พร้อมกับแก้วนมเข้าชุดกัน

        “ซันนี่ ได้เวลาหม่ำอาหารเช้าแล้วค่ะเด็กดี” เธอบอกลูกสาวที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตา

        “ซันนี่เล่น มัมป้อน” เด็กหญิงร้องบอก

        “หนูโตแล้วนะคะ กินเองได้แล้วนะ” แม้อาทิตยาจะเข้าสู่วัยขวบแปดเดือนก็จริง ผู้ปกครองหลายคนอาจยังป้อนอยู่แต่พริสาหัดให้ลูกสาวรับประทานเอง แม้จะเลอะไปบ้างแต่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี

        “อื้อ มัมป้อน” อาทิตยาเริ่มงอแง

        เฮกเตอร์ไม่สนใจการถกเถียง ทำเป็นหูทวนลม ยกกาแฟดำแก้วที่สองขึ้นจิบ มืออีกข้างหยิบแซนด์วิชกำลังจะเอาเข้าปากแต่รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ พอสบเข้ากับดวงตากลมโตของพริสาที่เหมือนส่งสัญญาณบางอย่างมา และเขาเจ็บใจที่ตัวเองเดาออกจึงรีบพูดทันที

        “ไม่! ฉันไม่เคยป้อนใครมาก่อ ไม่มีวันละไม่มีทาง!”

        “ไม่เคยก็ต้องหัดค่ะ ตอนนี้คุณเป็นพี่เลี้ยงซันนี่แล้ว ต้องทำได้ทุกอย่าง”

        “อย่าพูดกับฉันอย่างนี้ ฉันเป็นเจ้านายของเธอนะ”

        “ฉันไม่เถียงว่าคุณคือเจ้านาย แต่อย่าลืมว่าเวลานี้คุณกำลังไม่ทำตามเงื่อนไข”

        เป็นอีกครั้งที่เฮกเตอร์รู้สึกว่าภายในร้อนรุ่มราวกับภูเขาไฟปะทุรอการระเบิด อาจเป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมา เขาเดินบนเส้นทางของผู้นำ เด็ดขาด ไม่ต้องรับคำสั่ง ทุกคนต้องฟังเขาเท่านั้น แต่เมื่อเจอพริสาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เธอทำให้ชีวิตของเขาไม่เคยได้สงบสุขเลยสักวัน

ก็ได้! ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าตัวเองคิดผิดที่ให้ฉันทำหน้าที่นี้

        “คุณทำร้ายเด็กไม่ได้นะคะ”  

        “แต่ถ้าเด็กไม่ชอบฉันเอง จะบังคับได้ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มยักไหล่

        พริสากลืนน้ำลายแต่ยังคงเชื่อมั่นผู้ชายคนนี้เขาไม่มีทางทำร้ายอาทิตยาอย่างแน่นอน แม้อารมณ์ของชายหนุ่มจะไม่คงที่ยิ่งกว่าผู้หญิงมีรอบเดือนก็เถอะ

        “ถ้าหมดปัญหาแล้ว ก็ช่วยป้อนอาหารเช้าสักทีค่ะ แกกำลังรออยู่”

        หากรู้แบบนี้เขาจะเตะแม็กนิอัสออกจากคฤหาสน์ตั้งแต่วันแรก ตามด้วยการไล่อาทิตยาออกไปไม่ให้อยู่ด้วยในการแข่งขัน พอคิดมาถึงตรงนี้หงุดหงิดตัวเองที่ ยอม มากจนเกินไปทั้งที่ไม่เคยยอมใครมาก่อน

ผู้ช่วยสาวเลื่อนจานแพนเค้กของอาทิตยามาตรงหน้า ตามด้วยส่งมีดและส้อมให้ เมื่อเห็นชายหนุ่มรับไปก็พึงพอใจ แต่พอเห็นเขาตัดแพนเค้กชิ้นใหญ่พอสมควร ยื่นให้ลูกสาวก็รีบแย้ง

        “ชิ้นไม่ใหญ่ไปเหรอคะ แกอาจจะติดคอได้นะ”

        “ลูกเธอปากกว้างจะตาย แค่นี้กินได้อยู่แล้ว อ้าปากสิ” ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะสั่งอาทิตยา

        เด็กน้อยอ้าปากรับแพนเค้กอย่างว่าง่ายและเป็นไปตามที่ร่างสูงพูด เธอสามารถกินได้ในคำเดียว เคี้ยวอย่างมีความสุขพร้อมกับเล่นตุ๊กตาในมือต่อ แต่ยังไม่ทันได้กลืน คำต่อไปก็มาจ่อริมฝีปากแล้ว ซึ่งเด็กน้อยเบือนหน้าหนี

        “กินช้าเป็นบ้า เป็นสล็อตหรือไง ฉันไม่มีเวลามานั่งป้อนอาหารเช้าทั้งวันหรอกนะ” เขาบ่น

         “แกยังเด็กอยู่นะคะ ให้เวลาบ้างสิ”

        “เพราะแบบนี้ไงฉันถึงไม่ชอบเด็ก”

        เมื่ออาทิตากลืนคำแรกก็อ้าปากรอรับคำที่สอง เขาจึงหั่นแล้วยื่นคำที่สามจ่อปากทันที เห็นเธอเคี้ยวซะน่าอร่อยจนแก้มขาวอมชมพูป่องขึ้น คล้ายกับปลาปักเป้าดั่งเมื่อวาน

         “เตอร์ เล่นกัน” อาทิตยาที่เคี้ยวเต็มปากหันไปชวนพี่เลี้ยงจำเป็น

        “ฉันไม่เล่นตุ๊กตาปัญญาอ่อนหรอก” เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

         “มัม...เตอร์ไม่เล่น”  เด็กหญิงหันไปบอกมารดา

        พริสาก้มลงกระซิบลูกน้อย “เตอร์เล่นอะไรไม่เป็นหรอกลูก เพราะเตอร์โมโหเป็นอย่างเดียว”

        “นี่เธอ! ฉันได้ยินนะ

        พริสาสะดุ้งยักไหล่เล็กน้อย มองดูเฮกเตอร์ป้อนอาหารลูกสาว จากการสังเกตแม้เขาจะยังไม่เต็มใจแต่ก็ไม่แย่ เวลานั้นอาทิตยาหยิบราสเบอรี่ขึ้นมาแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม

        “เตอร์หม่ำบ้าง”

        “ไม่ ฉันไม่ชอบกิน” เขาตอบทันควัน

        “เตอร์หม่ำหน่อย!” อาทิตยาเตะขาไปมาแสดงอาการที่ถูกขัดใจและเริ่มที่จะเอาแต่ใจตามประสาเด็ก

        ฉันบอกว่าไม่กินไง อ้าปากเร็ว จะหมดแล้วเนี่ย ฉันจะได้ไปทำอย่างอื่นบ้าง รู้ไหมว่าเธอใช้เวลาในการกินอาหารไปยี่สิบนาทีแล้ว รอบหน้าถ้าช้าแบบนี้ ฉันจะปล่อยให้เธอกินเอง!” ร่างสูงได้ทีบ่นร่ายยาวแถมขู่ทิ้งท้าย

         “เตอร์หม่ำ...หม่ำ” ริมฝีปากเป็นกระจับเริ่มเบะ

        คุณก็ยอมแกหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวแกร้องไห้เสียงดังจนคุณรำคาญจะโทษฉันไม่ได้นะ พริสารีบบอก

         “บ้าเอ้ย...ฉันจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้วเอาคืนเธอให้หนักเลยพริสา” เฮกเตอร์สบถมองผู้ช่วยส่วนตัว

        ถึงแม้จะกลัวแต่พึงพอใจที่เห็นเฮกเตอร์หยิบราสเบอรี่จากมือเล็กยัดใส่ปาก สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของอาทิตยาและตามด้วยการปรบไม้ปรบมือดีใจ

         “เตอร์ หม่ำอีกนะ” เด็กหญิงหยิบอีกชิ้นให้

        “พอแล้ว รีบกินซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะหยุดป้อน”

        อาทิตยารีบอ้าปากรับแพนเค้กด้วยกลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะไม่ยอมป้อนอีก ตามด้วยการหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็กินต่ออีกสามสี่คำ จนเหลือแพนเค้กเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาทิตยาก็ส่ายหน้าไม่กินอีก

         “จบสักที ทีนี้ก็พาเธอออกไปได้แล้ว” เฮกเตอร์ผ่อนลมหายใจวางส้อมลง

        “แกจะไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ แกต้องอยู่กับคุณ...และคุณก็ต้องคอยดูแลตลอดทั้งวันด้วย ฉันจะเอาจานไปเก็บก่อน ถ้าแกเบื่อ กระเป๋าตรงโต๊ะนั่นมีสมุดวาดภาพกับสีอยู่ ซันนี่ชอบค่ะ” พริสายิ้มกว้างรีบเก็บจานอย่างรวดเร็ว

        “ไม่ได้นะ ฉันมีงานต้องทำ” ชายหนุ่มรีบบอกแสดงสีหน้าพรั่นพรึงเมื่อต้องอยู่กับเด็กตามลำพัง

        “นี่ก็งานของคุณเหมือนกัน เราทุกคนมีหน้าที่นะคะ เดี๋ยวฉันมาค่ะ ห้ามให้ลูอิสหรือใครช่วยเป็นอันขาดนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าผู้ชายแบล็กฟอร์ดผิดคำพูด” พริสาพูดเสร็จรีบออกจากห้องทันทีไม่สนใจเสียงของเฮกเตอร์ที่ตะโกนตามมา พอพ้นห้องทำงานก็หัวเราะเสียงดัง แต่พอเห็นคาร์เตอร์จ้องมองอยู่ไม่ไกลก็รีบกระแอมเล็กน้อยปรับสีหน้า ก่อนส่งยิ้มทักทายและเดินเลี่ยงกลับเข้าไปในครัว

        คาร์เตอร์เดินมาถึงหน้าห้องทำงาน พยักหน้าให้ลูอิสเล็กน้อย ก่อนจะชะโงกหน้าลอบมองแล้วอดพูดไม่ได้

        “จะไหวไหมเนี่ย ฉันหวังว่าคุณเฮกเตอร์จะไม่กินซันนี่ซะก่อนนะ”

        “หรือไม่ซันนี่อาจทำให้ความดันของเจ้านายขึ้น” ลูอิสว่ากลับ

        คาร์เตอร์ยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินกลับทางเดิม เขามีประชุมที่บริษัทแทนชายหนุ่มที่ไม่ยอมไปทำงาน นั่นทำให้เขาไม่มีเวลาจะมาคอยดูแล ต้องจ้างผู้ช่วยส่วนตัวช่วยอีกแรง 

 

        เมื่ออยู่กันตามลำพัง เฮกเตอร์ หันไปมองมุมรับแขกที่บัดนี้บนโต๊ะกระจกมีกระเป๋ากระต่ายสีชมพูวางอยู่ พริสาเตรียมพร้อมไว้แล้วสินะ ชายหนุ่มจึงหันกลับมาหาเด็กผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง

        “ฟังให้ดีนะปีศาจน้อย เพราะฉันแพ้เดิมพันแม่เธอ ฉันเลยไม่มีทางเลือก ต้องมาติดอยู่กับเด็กอย่างเธอ เพราะฉะนั้นเราจะอยู่ด้วยกันภายใต้กฎสี่ข้อ ข้อแรก ห้ามรบกวน ข้อสอง ห้ามพูดกับฉัน ข้อสาม อยากเข้าห้องน้ำหรือหิวเรียกลูอิส ข้อสี่ ต้องนั่งเงียบๆ ห้ามวิ่งเล่นและถ้าเบื่อก็ออกจากห้องนี้ไปเลย เข้าใจไหม” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มคาดหวังว่าอาทิตยาจะเข้าใจและปฏิบัติตาม

        อาทิตยาเอียงศีรษะเล็กน้อย ถามกลับ “เตอร์...เตอร์มียิ้มไหม ซันนี่อยากหม่ำยิ้ม”

         “ให้ตาย...เธอเข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย!” ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดทันที แต่เมื่อเห็นแววตางุนงงปนสงสัยส่งมาก็คาดเดาได้ว่าไม่เข้าใจอย่างแน่นอน

         “ช่างมันเถอะ แค่นั่งเงียบๆก็พอแล้ว”

        ร่างสูงเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง หยิบเอกสารขึ้นมาตรวจสอบดูรายการสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ และแผนการผลิตเครื่องบินรบระบบตรวจจับไม่ได้รุ่นใหม่ล่าสุด ยังมีโปรเจกต์อีกมากที่แบล็กฟอร์ดคอมพานีกำลังพัฒนาเพื่อรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งให้มั่นคง เฮกเตอร์ไม่สนใจอาทิตยาที่ยังนั่งเล่นอยู่ตรงโต๊ะประชุมตามเดิม เมินเฉยประหนึ่งว่าไร้ตัวตน แต่พอจรดปากกาเซ็นเอกสารได้เพียงฉบับเดียว เสียงเล็กก็ดังขึ้น

        “เตอร์อุ้ม” เมื่อเห็นพี่เลี้ยงจำเป็นยังนิ่ง อาทิตยาร้องเรียกอีกครั้งพร้อมกับมือเล็กตบโต๊ะเสียงดัง

         “เตอร์อุ้มโหน่ย”

        “ไม่...เธอลืมกฎที่ฉันพูดไปแล้วหรือไง และตอนนี้ฉันไม่ว่าง”

        “ซันนี่ออก เตอร์อุ้ม!” เด็กน้อยพยายามขยายความให้ได้มากที่สุดแต่เพราะยังเรียนรู้คำศัพท์ไม่เยอะการสื่อสารจึงออกมาเป็นบางคำและห้วน

        เมื่อสบกับดวงตากลมโตที่จ้องแป๋ว เขาก็กระแทกนิ้วไปยังปุ่มเรียกผู้ช่วยส่วนตัวทันที ไม่นานก็ปรากฏร่างของพริสา

        “ลูกเธอบอกให้อุ้ม”

         “บอกฉันทำไมคะ หน้าที่ของคุณนี่นา” พริสามองอย่างไม่เข้าใจ

        “แต่ฉันไม่เคยอุ้มเด็ก!”

        แต่คุณอุ้มแกสองครั้งแล้วนะคะ ไม่ใช่สิ...เรียกว่าหิ้วน่าจะถูก...คุณอุ้มไม่เป็นใช่ไหมคะ มานี่ค่ะ ฉันจะสอนให้ ไม่ยากเลย” พริสากวักมือเรียกร่างสูง

        “คิดว่าฉันมีเวลาว่างให้เธอสอนอุ้มเด็กหรือไง” เขากัดฟันกรอดถามกลับ

        “แต่คุณต้องเลี้ยงแกเจ็ดวัน ฉันไม่มีเวลาวิ่งมาอุ้มให้คุณทุกครั้งหรอกนะคะ ฉันเองก็มีงานทำเหมือนกัน”

        “งานเธอคือการช่วยเหลือฉัน ชื่อก็บอกอยู่ เพราะฉะนั้นนี่คือหน้าที่โดยตรง ทำซะ”

        “ถ้าอย่างอื่นฉันยอมรับนะคะ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เป็นเงื่อนไขที่เราตกลงกันแล้ว มาสิคะ ฉันจะอุ้มให้ดู”

        “ไม่!”

        “คุณนี่จริงๆเลย” หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย ยอมอุ้มอาทิตยาออกจากเก้าอี้เด็ก เดินไปหาร่างสูงที่กำลังนั่งทำงานอยู่ ก่อนจะวางลูกสาวลงบนตัก

        “อะไรเนี่ย”

        นักธุรกิจหนุ่มร้องโวยวายรีบลุกขึ้นด้วยความตกใจส่งผลให้เด็กน้อยเสียหลักหล่นจากตักจนจะตกเก้าอี้ ผู้ใหญ่สองคนตกใจ รีบช้อนสะโพกของอาทิตยาเอาไว้อย่างรวดเร็วทำให้เวลานี้ใบหน้าของคนทั้งคู่อยู่กันห่างกันแค่คืบ มือของทั้งสองประสานกันอยู่ใต้สะโพกเล็ก นับเป็นการช่วยเหลือได้ทันเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะตก

ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาสีเทาเห็นประกายความร้อนแรงบางอย่าง ส่งให้แก้มนวลร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก เธอหลบสายตาทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขา หรือเพราะตกใจเรื่องอาทิตยากันแน่

กลิ่นหอมหวานชวนฝันเตะจมูกอีกหน เฮกเตอร์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพริสาเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดเหลือเกิน ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ชายหนุ่มจะเผลอจินตนาการเรื่องบนเตียง ใช่...เขาอยากนอนกับเธอ ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ที่ฟันผู้ช่วยส่วนตัวมานับไม่ถ้วน ยิ่งเธอไม่ยอมแถมยังปรามาสเขาก่อนหน้านี้ยิ่งเป็นการท้าทาย ถึงจะไม่ชอบแต่มันคือความ ต้องการไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่พอรู้ตัวว่าคิดไปไกลก็รีบสะบัดทิ้งด้วยรู้ว่าผู้หญิงพูดมากแบบนี้ จะทำลายอารมณ์ของเขาจนหมดสิ้น

แรงขยับของอาทิตยาทำให้คนทั้งคู่ได้สติเป็นพริสาที่ดึงมือออกแล้วก้าวถอยหลังเหลือเพียงเฮกเตอร์ที่กำลังช้อนสะโพกเด็กหญิงอยู่ จึงกลายเป็นท่าอุ้มที่แปลกประหลาดที่สุด

“เอ่อ...ฉันยังทำงานไม่เสร็จ ขอตัวก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวสิ ยายเด็กนี่ล่ะ พริสา...พริสา! โธ่เอ๊ย”

เขาส่ายหน้ามองดูเด็กน้อยในอ้อมแขนที่เงยหน้าจ้องเขาตาแป๋ว

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”

“เตอร์เล่นกะซันนี่นะ” เด็กน้อยยังพูดประโยคเดิมเพราะอยากมีเพื่อนเล่น

“ไม่เล่นอะไรทั้งนั้น”

ชายหนุ่มพูดเสร็จก็จัดการ “หิ้ว” อาทิตยาอีกหนด้วยการจับเสื้อเอี๊ยมทางด้านหลัง ทำให้ได้ยินเด็กน้อยหัวเราะเสียงดัง “เตอร์ฉูงๆๆฉูงอีกค่า”

“ยายเด็กแสบชอบอะไรแบบนี้เหรอเนี่ย” ถึงปากจะบ่นแต่ท่อนแขนแกร่งกลับยกขึ้นสูงอยู่หลายครั้ง เสียงหัวเราะของอาทิตาดังกังวานไปถึงด้านนอก ทำเอาลูอิสต้องชะโงกหน้าเข้ามาดู แทบไม่อยากเชื่อสายตา นี่จะเรียกว่าเฮกเตอร์กำลัง เล่น กับเด็กได้หรือเปล่า หากคนปกติมาเห็นคงกรีดร้องกับการเล่นที่แสนจะผาดโผน

“เตอร์อีก ฉูงๆ ซันนี่ชอบ”

“จะเอาสูงแค่ไหน พอแล้ว ฉันปวดแขน ตัวก็ไม่ได้เบา หนักเป็นบ้า แต่ก็ไม่แปลกใจ ตัวแค่นี้กินแพนเค้กเกือบสามชิ้นจนหมด” ชายหนุ่มบ่นแล้วเดินไปยังโต๊ะกระจกก่อนจะวางอาทิตยาลงบนโซฟาหนังสีดำแล้วเปิดกระเป๋ากระต่ายสีชมพู เททุกอย่างออกมาแทนที่จะหยิบ เลยเห็นสมุดระบายสีหนึ่งเล่มกับกล่องสีเก่าๆ หนึ่งอัน

“ระบายซะให้พอใจแล้วเงียบด้วยล่ะ” พูดจบก็เห็นอาทิตยายิ้มกว้างปีนลงจากโซฟาหยิบสมุดเปิดกล่องสีก่อนจะนั่งระบายตรงพื้นพรม เฮกเตอร์พึงพอใจที่เด็กน้อยไม่กวนอีก แต่ยังแอบระแวง จึงชำเลืองมองเป็นระยะ เห็นยังสงบเรียบร้อยดีก็จดจ่อกับเอกสารต่อ

ผ่านไปสิบนาที สายตาของอาทิตยาก็เหลือบเห็นอะไรบนโต๊ะ เธอยิ้มกว้างรีบหยิบสิ่งนั้น พยายามแกะ แต่แกะไม่ออก จึงลุกขึ้นวิ่งดุ๊กๆไปหาเฮกเตอร์แล้วยื่นอมยิ้มในมือให้

“เตอร์แกะ”

“ฉันไม่ว่าง” เขาตอบโดยไม่ปรายตามองด้วยซ้ำ

“เตอร์แกะ ซันนี่หม่ำยิ้ม”

เมื่อถูกตื้อไม่เลิกจึงหันมา เห็นอมยิ้มในมือก็เริ่มบ่น เพิ่งกินแพนเค้กไป ยังไม่ชั่วโมงเลยนะ หิวอีกแล้ว? รู้ไหมว่าอ้วนจนจะใกล้เคียงกับหมู หัดลดน้ำหนักซะบ้างสิ

 “ซันนี่...หมูอู๊ดๆ?” อาทิตยาเอียงศีรษะส่งเสียง

ใบหน้าไร้เดียงสากับเสียงเล็กที่เปล่งออกมาเลียนแบบหมู เฮกเตอร์คิดว่าตลกสิ้นดีจนเกือบหลุดหัวเราะออกมาแต่พอรู้ว่ากำลังเสียฟอร์มก็รีบกระแอมตีหน้าขรึม “ใช่ หมู อยากเป็นหมูหรือไง”

“หมู น่ายักไหม”

“ไม่! น่าเกลียด

“อื้อ...ซันนี่ไม่เอา” อาทิตยาร้องบอก

“ดี กลับไปนั่งวาดรูปเงียบๆ ไป” เขาว่าแล้วหันกลับมาสนใจเอกสารในมือต่อ

อาทิตยามองอมยิ้มด้วยสายตาละห้อยความอยากกินมีมากกว่า มือเล็กจึงเขย่าขากางเกงของพี่เลี้ยงหนุ่ม

“เตอร์ แกะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าจะอ้วน กินอะไรนักหนา”

“ซันนี่จะหม่ำ! เตอร์แกะ เด็กน้อยบอกอย่างเอาแต่ใจ

“ให้ตายเถอะ...เธอนี่ได้นิสัยเอาแต่ใจมาจากใครนะ” เขาบ่นเสร็จก็แย่งอมยิ้มมา จากนั้นแกะให้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานอมยิ้มสีสันน่ารักก็ส่งถึงมืออาทิตยา

“หมดเรื่องแล้วนะ ไปนั่งกินซะ อย่ากวน ฉันกำลังทำงาน”

อาทิตยายิ้มกว้างเอาอมยิ้มเข้าปากเล็กเป็นกระจับทันที แต่ยังไม่ยอมไปไหน เธอยังเงยหน้ามองอีกฝ่าย พอสบตากันก็เอาอมยิ้มออกจากปาก “เตอร์หม่ำยิ้มไหม ซันนี่แบ่งให้”

“บอกแล้วไงว่าฉันไม่กินของเหลือจากเธอสองแม่ลูก”

“หย่อยนะ” อาทิตยามิวายพูด

“พูดครั้งสุดท้าย ไปวาดรูปเล่นต่อซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะดุนะ”

อาทิตยาเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับอมยิ้มก็เอาเข้าปากก่อนจะวิ่งกลับไปยังพรมสวยเพื่อระบายสีต่อ เวลานั้นพริสาเพิ่งเดินกลับมาหลังพูดคุยกับโซอี้และอันยาอยู่พักหนึ่ง เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีก็อดพูดกับลูอิสไม่ได้

“เขาก็ไม่ได้แย่เลยนะคะ เข้ากับเด็กได้ดี ทำไมถึงเกลียดเด็กนะ”

“คุณยังไม่รู้จักเขาดี แค่สามสิบนาที ตัดสินอะไรไม่ได้หรอกครับ”

“แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ฉันขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนของเขาดีกว่า ฝากซันนี่ด้วยนะคะคุณลูอิส หรือถ้ามีอะไรก็เรียกฉันได้ทันที”

บอดี้การ์ดหนุ่มไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้ารับ แล้วมองหญิงสาวเดินจากไป ตั้งแต่มีพริสาเข้ามา บ้านหลังนี้ดูเปลี่ยนไปเยอะทีเดียว ปกติจะเงียบมาก เพราะทุกคนล้วนทำตามคำสั่งของเฮกเตอร์ ไม่มีปากมีเสียง แต่ตอนนี้ เขามักจะได้ยินเสียงของเธอและเจ้านายถกเถียงกันแทบจะสามเวลาหลังอาหาร บางทีก็เป็นโมเมนต์แปลกๆ แต่ลูอิสรู้ดีว่าอีกไม่นานพริสาคงทนไม่ได้

หญิงสาวเดิมฮัมเพลงอารมณ์ดีมายังห้องนอน ก่อนจะถูกรบกวนด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือ พอรู้ว่าเบอร์ของใครก็รีบกดรับสายทันทีถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เคท...มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าพี่ของฉัน...

รีแลกซ์สวีตตี้ พริมโอเค อาการเธอทรงตัวเคทหรือแคทเธอรีน พยาบาลประจำห้องไอซียูจากโรงพยาบาลในแคลิฟอร์เนีย อัพเดทอาการของคนไข้ให้ปลายสายได้ฟัง

 “ค่อยยังชั่ว มีอะไรหรือเปล่าคะ” พริสาถอนหายใจโล่งอก

คุณหมอมาตรวจก่อนหน้านี้ เขาอยากให้เธอทำใจ เพราะว่า...

ฉันรู้เคท ฉันรู้ว่าเรากำลังหมดหวัง แต่ฉันไม่สามารถปล่อยเธอไปในสภาพนี้ได้จริงๆ ฉันยังทำใจไม่ได้ ฉันยังภาวนาทุกวันขอให้เธอหายเป็นปกติพริสาตอบเสียงสั่น

“ฉันหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดกับเธอ”

“แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม ไม่มีคนอื่นถามถึงหรือไปเยี่ยมใช่หรือเปล่า

ถ้าหมายถึงเดนเซลล่ะก็ เขาไม่แม้แต่จะก้าวมาที่โรงพยาบาลนี้ด้วยซ้ำ ฉันได้ยินว่าเขาไม่ได้อยู่แคลิฟอร์เนียแล้วแต่ไม่รู้ไปที่ไหนแคทเธอรีนถ่ายทอดข้อมูลให้ฟัง ที่รู้คงเป็นเพราะเดนเซลคือหนึ่งในหัวหน้าแก๊งที่คอยดูแลพื้นที่แถวนี้อยู่ ไม่มีใครไม่รู้จักเขา

ขอบคุณพระเจ้า ฉันหวังว่าเขาจะไม่เข้าไปที่นั่น เธอบอกเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

หญิงสาวพูดคุยกับพยาบาลต่อเพียงครู่ก่อนจะวางสาย พริสาน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงพี่สาวเพียงคนเดียวอย่างพริมรตา ที่ควรมีชีวิตที่มีความสุข ทว่าทุกอย่างก็พังทลายเมื่อหลายเดือนก่อนพี่สาวของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการตกจากที่สูง อาการโคม่า รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ช่วงแรกเธอยังพอดูแลได้ แต่พอเกิดเรื่องกับอาทิตยาและตัวเอง พริสาจึงต้องหนีมาและขอร้องให้แคทเธอรีน พยาบาลที่สนิทสนมด้วยเป็นพิเศษตอนฝึกงานที่โรงพยาบาลและมีความสัมพันธ์อันดีกับพริมรตามาก่อนช่วยดูแล คอยรายงานและเธอจะส่งค่ารักษาไปให้ แต่พอคิดว่าเดนเซลไม่ได้อยู่แคลิฟอร์เนีย ก็เริ่มเกิดความวิตกกังวล

“หรือเขาจะรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน? ไม่...เป็นไปไม่ได้ อย่าเพิ่งกลัวไปก่อนพริสา” เธอปลอบใจตัวเอง

 

ชั่วโมงแรกผ่านไปได้ด้วยดีแต่พอเข้าชั่วโมงที่สองอาทิตยาเริ่มเบื่อเมื่อต้องนั่งเล่นคนเดียว จึงถือตุ๊กตาบาร์บี้วิ่งมาหาเฮกเตอร์ก่อนใช้มือข้างที่ว่างดึงขากางเกงของเขาอีกหน

“เตอร์ทำไร”

“ทำงาน” เขาตอบโดยไม่มอง

“เล่นกับซันนี่นะ”

ชายหนุ่มวางปากกาอย่างแรงหันมาหาเด็กน้อยที่จ้องตาแป๋ว นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ชอบเด็ก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และต้องให้คนดูแลตลอดเวลาฟังนะ ฉันจะไม่พูดซ้ำ ฉันต้องทำงาน ไม่มีเวลาเล่นกับเธอหรอก ถ้าอยากหาเพื่อนเล่น ก็ไปหาข้างนอก แต่ถ้าอยากอยู่ในนี้ กลับไปวาดรูปต่อซะ แล้วนั่งเงียบๆ เข้าใจไหม

อาทิตยามองผู้ชายตรงหน้าไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนักจึงตอบกลับอย่างไร้เดียงสา

“ซันนี่จะเล่นกับเตอร์ เล่นบาร์บี้กัน แต่งชุดฉวยๆ”

“ให้ตายเถอะ! เธอนี่เหมือนแม่เธอเลย พูดไม่รู้เรื่อง ไม่เคยรู้เรื่อง”

เพราะเฮกเตอร์กำลังหงุดหงิดเป็นอย่างมากสาเหตุมาจากงานไม่เรียบร้อยทั้งที่สั่งไปแล้ว พออาทิตยามากวน จึงเผลอพาลลงกับเด็ก เสียงที่ดังกว่าปกติทำให้เด็กน้อยสะดุ้งสุดตัว ริมฝีปากอวบอิ่มเบะทันที ใบหน้าน่ารักเหยเก ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาราวกับสั่งได้

นักธุรกิจหนุ่มรู้ดีว่าเวลาที่เด็กร้องไห้ ระดับเดซิเบลสามารถทำให้หูของเขาพังได้ จึงรีบเอ่ยห้ามแทนที่จะปลอบเพราะไม่รู้ว่าควรปลอบอย่างไร “อย่าร้องนะ...อย่าแม้แต่จะร้อง เข้าใจไหม”

“ฮึก...ฮึก” เด็กน้อยเริ่มสะอึกสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม

นาทีต่อมาเสียงของอาทิตยาก็ดังลั่นคฤหาสน์หลังงามจนแม่บ้านที่กำลังทำงานอยู่ถึงกับหยุดมือ ลอบมองหน้ากัน คงมีคนเดียวที่ไม่ได้ยินคือพริสา เพราะกำลังทำความสะอาดห้องนอนอยู่ด้านบน

เฮกเตอร์ไม่อาจทนต่อเสียงเด็กได้ เขาลุกขึ้นคว้าไม้เท้าหมายจะเดินออกไปทว่ามือน้อยของอาทิตยายังคงจับขากางเกงอาไว้แน่น เขาหันมามองเธอที่ยังคงร้องไห้ น้ำตาไหลเป็นสาย จู่ๆ หัวใจแกร่งอันแสนหยาบกระด้างก็กระตุกเสียอย่างนั้น จากเด็กที่มักจะยิ้มสดใส กลับต้องมีน้ำตา ทำให้เขารู้สึก แย่ อย่างบอกไม่ถูก แต่เฮกเตอร์ก็คือเฮกเตอร์อยู่วันยังค่ำ หากรู้สึกถึงสิ่งใดที่ไม่เข้าท่า เขาจะรีบปัดมันออกทันที

“ปล่อยกางเกงฉันซะ”

“เตอร์ดุฮึก...เตอร์ดุซันนี่” อาทิตยาร้องบอกเสียงสั่น

“เพราะเธอดื้อไง! ถ้าไม่ดื้อฉันจะดุทำไม ชายหนุ่มบอกเหตุผลแต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับเด็กที่ยังไม่ถึงสองขวบ

“มัมขา ฮึก...มัม”

พอได้ยินอาทิตยาร้องเรียกมารดา เขาก็ทุบปุ่มตรงโต๊ะรัวๆ หมายจะให้หญิงสาวรู้ตัว หารู้ไม่ว่าลูอิสได้เรียกก่อนล่วงหน้าแล้ว ไม่ถึงสามนาทีก็เห็นพริสาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาและช้อนอุ้มลูกสาวโยกตัวเบาๆปลอบโยน ก่อนจะมองหน้าของร่างสูง

“คุณทำอะไร ตีแกเหรอคะ”

“ฉันเนี่ยนะจะตีเด็ก? ช่างเถอะ ฉันกำลังทำงานอยู่และเธอก็มากวน ทั้งที่ฉันบอกแล้วว่ายุ่ง ฉันไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระและฉันก็เกลียดเด็กคอยแต่จะสร้างปัญหาอยู่ตลอด

“เด็กไม่ได้สร้างปัญหา พวกแกต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่ ผิดตรงไหนคะ? คุณเองก็เคยผ่านช่วงเวลานี้มาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวสวนกลับทันที เขาทำอย่างกับว่าพอมารดาคลอดมาก็โตเป็นผู้ใหญ่เลย

เฮกเตอร์นิ่งกับประโยคนี้ นึกย้อนกลับไปช่วงวัยเด็ก ไม่ค่อยมีโมเมนต์การถูกเอาใจใส่หรือได้รับความรัก ความอบอุ่นเท่าที่ควร เนื่องจากบิดามารดายุ่งกับธุรกิจ จึงใช้เวลาอยู่กับน้องชาย คาร์เตอร์และพี่เลี้ยง

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเธอ ฉันมีงานต้องทำจริงๆ ฉันมีธุรกิจต้องดูแล...

ฉันรู้ แต่ซันนี่เฟิร์ส หรืออย่างน้อยคุณควรบริหารจัดการเวลาสิ” พริสาได้ทีพูดอีกครั้ง

 “แต่ฉันไม่มีเวลาสำหรับเรื่องปัญญาอ่อนน่ะสิเขากัดฟันกรอดมองด้วยสายตาไม่พอใจ

ถ้าอย่างนั้นคุณรับเงื่อนไขปัญญาอ่อนทำไม

พอถูกเธอสวนกลับเขาก็เดินไปหาด้วยท่าทางคุกคามทว่าหญิงสาวถอยหนี ร่างสูงพยายามสงบสติอารมณ์และความหงุดหงิดดีที่ว่าอาทิตยาสงบแล้ว

“ฉันให้เธอพักครึ่งเช้า พาเด็กคนนี้ไปซะ”

 “ตกลงค่ะ ฉันจะกลับมาตอนบ่าย ช่วงเวลานี้หวังว่าคุณจะได้ทบทวนว่าคุณควรทำตามเงื่อนไขที่เราตกลงกันเอาไว้ ฉันขอตัวก่อนค่ะพริสารู้ดีว่าควรหยุดก่อนไม่ดึงดัน

เฮกเตอร์อ้าปากอยากจะเถียงทว่าร่างบางเดินออกไปแล้ว

“บ้าเอ้ย ทำไมฉันต้องรับปากเธอด้วย ทำไมฉันไม่ชนะนะคอยดูแล้วกันพริสา...ฉันยังแกล้งเธอได้อยู่นี่!”

 

พริสาพาอาทิตยาออกมานั่งเล่นที่สวนด้านนอก มีมุมสนามเด็กเล่นที่เป็นสนามทรายอยู่ ซึ่งเป็นของฝาแฝดนทีและนาราที่คาร์เตอร์เป็นคนทำให้ แม้ทั้งสองจะไม่ได้อยู่แต่ยังแวะเวียนกลับมาคฤหาสน์หลังนี้ทุกปิดเทอม ดังนั้นของเล่นทุกชิ้น ของใช้ทุกอย่าง จะมีเตรียมพร้อมไว้เสมอ เธอมองอาทิตยาที่กลับมาอารมณ์ดีเล่นม้าโยกอย่างสนุกสนานถึงแม้ผู้เป็นนายจะบอกให้พักได้แต่พอถึงมื้อกลางวันพริสาก็ยกอาหารเข้าไปเสิร์ฟพร้อมชาร้อนแทนกาแฟดำ แน่นอนว่าเขาปฏิเสธแต่เธอไม่ฟัง เดินออกมาด้านนอกทันที เพื่อพาอาทิตยาไปรับประทานอาหารบ้าง ก่อนกลับมาอีกครั้งในเวลาบ่ายโมงตรง เฮกเตอร์ยังคงนั่งทำงานอยู่อ่านเอกสารจำนวนมากที่ดูจะเยอะกว่าเมื่อเช้าเสียอีก

ร่างบางจูงมือลูกสาวเข้ามาด้านใน เป็นเวลาเดียวกับที่เฮกเตอร์รับโทรศัพท์พอดี เขาพูดคุยอยู่เพียงครู่ แทบไม่ได้รู้เนื้อหาการสนทนาเพราะชายหนุ่มทำเพียงรับคำอย่างเดียวเดาว่าคงมาจากคนรู้จัก เมื่อเขาวางสายจึงพาอาทิตยาเดินเข้าไปใกล้

“ซันนี่จะบอกอะไรคุณเฮกเตอร์น้า”

ร่างสูงปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ

“เตอร์จ๋า...ซันนี่ ไม่ร้องแย้ว”

ประโยคน่ารักนั้นทำให้ร่างสูงหันมามองสบกับแววตาไร้เดียงสาและรอยยิ้มสดใส อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้มลายหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึก “เอ็นดู”

“ดี” ร่างสูงตอบสั้นๆ

“มัมไปทำงานก่อนนะคะ แล้วเจอกันนะเด็กดี” เธอจูบศีรษะลูกรัก

“งานของเธอคือดูแลฉัน และนี่ฉันยังไม่ได้สั่งอะไรเลย”

ใช่ค่ะ เวลาที่คุณยังไม่ได้เรียกใช้ ฉันจะไปหาเจลร้อนที่โรงพยาบาล เอาไว้ประคบข้อเท้าให้คุณยังไงล่ะคะ หลังจากนั้นก็ต้องไปดูแลทำความสะอาดห้องนอน อ้อ...ห้ามสั่งให้ฉันเลี้ยงซันนี่นะคะ นั่นเป็นหน้าที่ของคุณ พริสาอธิบาย หากพูดถึงเนื้องานอย่างเดียวไม่รวมนิสัยเจ้านาย เปรียบเทียบกับเงินเดือนนับว่าเป็นงานที่สบายมาก ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่พอเอาความเกรี้ยวกราดของเฮกเตอร์มารวมด้วยกลายเป็นว่าทุกอย่างยากขึ้นอีกหลายสิบเท่า

ความห่วงใยนั้นทำให้ร่างสูงรู้สึกดีแต่เลือกจะเมินเฉย

 “ดูเหมือนเธอจะยุ่งมากเลยสินะ แต่แค่นี้ยังน้อยไป

หมายความว่ายังไงคะพริสามองด้วยความเป็นกังวล 

ไปล้างสระว่ายน้ำซะ

หา...สระว่ายน้ำเนี่ยนะคะ แต่ว่า...

ถึงจะไม่ใช่หน้าที่ของเธอแต่ว่าเป็นคำสั่ง รีบออกไปจัดการซะเฮกเตอร์แสยะยิ้ม คฤหาสน์แห่งนี้มีสระว่ายน้ำอยู่สองที่ หนึ่งคือสระว่ายน้ำในร่มและสองคือสระกลางแจ้งใกล้กับทะเลสาบ

 “คุณแกล้งฉันเธอมองจ้องหน้ามุ่ย

ใช่ ฉันแกล้งเธอ

ในเมื่อเขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ หญิงสาวก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจูบแก้มลูกและรีบเดินออกไปทันที

ภายในห้องจึงเหลือแค่เฮกเตอร์กับอาทิตยาตามลำพัง เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ส่งยิ้มหวาน

“นั่งกับเตอร์”

“ไม่ ฉันทำงานอยู่ อย่ากวนฉันน่า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนเช้า

“ซันนี่ไม่กวน นั่งตักเตอร์...นะ”

ร่างสูงตั้งใจจะหันไปดุแต่พอเห็นดวงตากลมโตเป็นประกายก็กลืนคำพูด อีกทั้งเสียงร้องไห้เมื่อเช้ายังหลอนหู จึงไม่มีทางเลือก “แปปเดียวนะ”

เด็กน้อยพยักหน้ารับอารมณ์ดี เฮกเตอร์จึงสอดมือเข้าใต้รักแร้อย่างเก้ๆ กังๆ ยกตัวของอาทิตยาขึ้นท่ามกลางเสียงหวีดร้องดีใจก่อนจะหย่อนลงบนตักของตัวเอง นี่เป็นครั้งที่สองที่มีเด็กได้นั่งตักนี้ ครั้งแรกคือนารา ที่ปีนขึ้นมาโดยไม่ถามไถ่อะไรก่อนเลย และครั้งที่สองตกเป็นของยายปีศาจน้อยอาทิตยา

“ซันนี่เขียนนะ” อาทิตยาจะคว้าปากกาแต่ถูกห้ามเอาไว้ก่อน

“อย่า นี่เอกสารสำคัญ ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ตกลงไหม”

“ค่ะ” อาทิตยารับคำ

“ดี นั่งเฉยๆล่ะ”

นักธุรกิจหนุ่มหยิบเอกสารมาอ่าน ได้กลิ่นหอมของแป้งเด็กกับกลิ่นหอมของพริสาที่ติดกายของอาทิตยา แต่สิ่งหนึ่งที่แอบสงสัยอยู่เล็กน้อย เหตุใดอาทิตยาจึงหน้าไม่เหมือนพริสาเลย หรืออาจจะเหมือนบิดาก็ได้...เขาก็อยากสนใจอยู่หรอกแต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

ชายหนุ่มนั่งอ่านเอกสารโดยมีเด็กน้อยนั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่บนตัก รู้สึกดีที่เธอสงบปากสงบคำไม่กวนเหมือนกับตอนเช้า แต่สักพักอาทิตยาก็นิ่ง นั่งเฉยเกร็งตัวเล็กน้อย เฮกเตอร์ที่ไม่เคยคลุกคลีกับเด็กก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งไม่กี่นาทีต่อมา จมูกโด่งได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ทีแรกคิดว่ากลิ่นมาจากข้างนอกห้อง แต่เมื่อกลิ่นแรงขึ้นเรื่อยๆจึงคิดว่าอยู่ใกล้ตัวอย่างแน่นอน พยายามมองซ้ายมองขวา ก้มลงใต้โต๊ะก็ไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม

“กลิ่นอะไรวะ”  ร่างสูงหาต้นตอของกลิ่นไม่เจอจึงเอ่ยถามอาทิตยา

“นี่...ปีศาจน้อย เธอได้กลิ่นอะไรไหม”

อาทิตยาจากที่นิ่งก็เงยหน้าส่งยิ้มหวาน “เตอร์...ซันนี่อึ”

พอรู้ว่าต้นตอของกลิ่นมาจากไหนอีกทั้งยังมีสัมผัสอุ่นๆตรงตัก คงมาจากกองอึมหาศาลในผ้าอ้อมของเธอแน่ “โอ้ว ชิท!”

ใครจะคาดคิดว่าเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ด ผู้เกลียดเด็กยิ่งกว่าอะไรและไม่เคยพ่ายแพ้ต่อศัตรูกลับถูกเด็กตัวเล็กนิดเดียวอึใส่!

“วะ ว่าอะไรนะ” เขาถามย้ำ

“ซันนี่อึ...เตอร์เปลี่ยนอ้อม” เด็กน้อยร้องบอก

“โอ้มายกอช...พริสา!!!!!”

 

ผู้ช่วยสาวเพิ่งเดินมาถึงสระว่ายน้ำที่ติดริมทะเลสาบ ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรจู่ๆก็สะดุ้งเหมือนมีคนเรียก เธอหันซ้ายมองขวาก็ส่ายหน้าพูดเบาๆ “สงสัยเราจะหูฝาดไป”

หญิงสาวเห็นพนักงานกำลังทำความสะอาดอยู่ กำลังจะอ้าปากถามทว่านาฬิกาข้อมือแจ้งเตือนรัวๆ ขึ้นชื่อว่า “BOSS” พริสาอดพูดไม่ได้อีกครั้ง “ขยันมีปัญหาจริงๆเลยค่ะบอส!”

หญิงสาวกดรับ “ฮัลโหล ฉัน...”

“รีบกลับมาเดี๋ยวนี้ ลูกเธออึใส่ฉัน”

พอรู้ว่าเป็นเรื่องอะไร หญิงสาวก็นิ่งไป นาทีต่อมาก็หลุดหัวเราะเสียงดังลั่นชนิดว่าพนักงานละแวกนั้นต่างมองเธอด้วยสายตาสงสัย

“หัวเราะบ้าอะไร! นี่ไม่ขำนะ เขาตวาดกลับ

 “ขอโทษค่ะ...คุณก็พาแกเข้าห้องน้ำสิคะ” พริสาพยายามควบคุมตัวเอง

“เธอก็มาพาไปสิ ลูกเธอนั่งอยู่บนตักฉันเนี่ย!”

“เธออึบนตักคุณเหรอ” หญิงสาวถามต่อ

“ใช่!”

เป็นอีกครั้งที่พริสาหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างอารมณ์ดี จะบอกว่าอาทิตยาทำดีได้ไหมนะ

“รีบกลับมา ด่วน!”

“แต่คุณให้ฉันมาล้างสระว่ายน้ำนี่ ฉันเพิ่งเดินมาถึง ยังกลับไปไม่ได้หรอก” เธอแสร้งว่ายังคงยิ้มอยู่

“พริสา ฉันสั่งให้เดินกลับมา เดี๋ยวนี้!”

“ก็ได้ค่ะ แต่ฉันต้องใช้เวลานะคะ เพราะว่าบ้านคุณกว้างมากและ...”

“ก็ได้ๆ ฉันจะให้รถไปรับ!” ชายหนุ่มบอกอย่างเหลืออด

“โอเคค่ะ ฉันจะรอ”

หลังสายตัดพริสาก็ยืนหัวเราะอยู่เพียงลำพัง รอไม่นานรถกอล์ฟก็เลี้ยวมาจอดเทียบ พริสารีบขึ้นไปนั่ง นึกใบหน้าของเฮกเตอร์ออกเลยว่าจะโมโหขนาดไหน พอมาถึงห้องก็ไม่ต่างจากที่คิด เขายังคงไม่ยอมขยับไปไหน นั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้โดยมีอาทิตยาที่กำลังนั่งเล่นอย่างสนุกสนาน เธอกัดริมฝีปากกลั้นขำ

 “ถ้าเธอขำออกมาอีกนิดเดียว ฉันหักเงินเดือนแน่!” เฮกเตอร์พูดเสียงเข้มมองด้วยสายตาขุ่นเคือง

 “ฉันไปแอบขำที่อื่นก็ได้ค่ะ ซันนี่ ที่รักจ๊ะ...มาหามัมเร็ว ไปห้องน้ำกันเนาะ” เธออมยิ้ม

“ค่า”

พริสาตรงเข้ามาอุ้มลูกสาวแล้วจูบแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ ก่อนออกจากห้องไป เหลือเพียง “กลิ่น” ที่ยังติดตัวของเฮกเตอร์อยู่ เขาก้มมองดูตักตัวเองที่ไม่ได้เลอะอะไร แต่กลิ่นนั้นยังตราตรึง

“ฉันก็ต้องอาบน้ำใหม่ด้วยใช่ไหม ให้ตายเถอะ”

เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน โรครักสะอาดจึงกำเริบ ร่างสูงรีบคว้าไม้เท้าคู่ใจขึ้นไปยังห้องนอนแล้วอาบน้ำเสียใหม่ การเลี้ยงเด็กวันแรก เฮกเตอร์ขอบันทึกไว้เลยว่าเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต รองจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลยก็ว่าได้!

ครึ่งบ่ายไม่ได้หนักเท่ากับครึ่งเช้าคงเป็นเพราะได้เวลานอนกลางวันของอาทิตยา ซึ่งอันยามารับหน้าที่ ส่วนพริสายังคงกลับไปช่วยทำความสะอาดสระว่ายน้ำเหมือนเดิม พอเสร็จแล้วจึงกลับไปยังโรงพยาบาลด้านหลังเพื่อเอาเจลร้อนมาเก็บไว้ที่คฤหาสน์สำหรับประคบให้เฮกเตอร์ อีกหนึ่งอย่างที่หญิงสาวอยากปรึกษาคาร์เตอร์คงเป็นเรื่องอาการติดสุรา จากการสังเกต เห็นว่าเขาดื่มเป็นประจำและคงดื่มมานานแล้วซึ่งอาจส่งผลให้อารมณ์ไม่คงที่อย่างที่แสดงออก พริสาวางแผนจะให้เขา งด บ้าง ไม่รู้จะได้ผลหรือไม่ แต่ก็อยากจะลอง ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วง ถึงชายหนุ่มจะทำตัวร้ายกาจกับเธอ แต่หนึ่งสิ่งที่รู้ เฮกเตอร์ไม่ใช่ผู้ชายเลวร้ายอย่างที่คนอื่นหรือสื่อกล่าวไว้อย่างแน่นอน

               ช่วงเย็นชายหนุ่มหนีรอดจากหน้าที่พี่เลี้ยงจำเป็นเพราะติดประชุมสำคัญผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นั่นทำให้อาทิตยาต้องรับประทานอาหารเย็นกับพริสา กว่าจะเสร็จสิ้นก็สามทุ่ม ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ทักท้วงอะไรด้วยรู้ดีว่าวันแรก ไม่ควรเข้มงวด พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่โดยไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนนัดประชุมเอง เพราะไม่อยากเลี้ยงเด็กต่างหาก! 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 837 ครั้ง

2,793 ความคิดเห็น

  1. #994 pratumwan pomsorn (@pratumwantawan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:47
    สนุกมาก
    #994
    0
  2. #624 Nuhni (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:13

    เราคิดว่าซันนี่ไม่ใช่ลูกเตอร์นะ ดูจากอายุ ????

    #624
    0
  3. #611 flukebaa (@fonuss27) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 08:55
    เตอร์ เตอร์ สู้ๆๆนะ^^
    #611
    0
  4. #610 maila2009 (@wadee5009) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:32

    เตอร์แอบหลงรักทั้งซันนี่และพริมสาโดยไม่รูัวแล้ว ปากแข็ง เก็กกลัวเสียฟอร์มhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #610
    0
  5. #609 Natty_13 (@Natty_13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:19
    ฮันนี่จะมาตอนที่เท่าไหร่น๊า เตอร์กุมขมับไว้เลย
    #609
    0
  6. #608 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:15

    สงสารเตอร์หรือซันนี่ดีนะ!!!!

    #608
    0
  7. #607 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:57
    เตอร์ เอ้ย ตายแน่ๆ งานนี้ ซันนี่เอาอยู่ อิอิ
    #607
    0
  8. #606 1234nong (@1234nong) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:35
    รออ่านตอนต่อไปค่ะ...สนุกมาก ชอบๆๆ
    #606
    0
  9. #605 lekrin (@lekrin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:02
    เตอร์ตายแน่ ลางออกแล้วว555
    #605
    0
  10. #604 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 20:24
    จะรอดมั้ยเนี่ย55555 รอค่าา
    #604
    0
  11. #603 KKAUNG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:34

    รออ่านต่อนะ

    #603
    0
  12. #602 หนูนา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:22

    พริสาหนูควรพูดให้น้อยลงหน่อยนะบางทีก็ลำคาญแทนเตอร์5555

    #602
    0
  13. #601 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:13
    ตอนหน้าไรท์บอกห้ามพลาด อยากรู้แล้ว ความแสบของซันนี่กับความขี้โมโหของเตอร์ จะทำให้เกิดอะไรขึ้น
    #601
    0
  14. #600 Motyl (@motyl) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:08
    อยากเห็น เตอร์หลงซันนี้แล้วววส
    #600
    0
  15. #599 niramon2549 (@niramon2549) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:07
    แค่น้ำจิ้ม55555
    #599
    0
  16. #598 jintana2553 (@jintana2553) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:04
    ซันนี่ น่ารัก เตอร์ไหวเหรอ อิอิ
    #598
    0
  17. #597 Krow Xza (@korwzaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:31

    รออออออ
    #597
    0
  18. #594 aromsukkho (@aromsukkho) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:49

    ซันนี่น่าเป็นลูกเตอร์นะ555

    #594
    0
  19. #593 Nittayaja_oa (@Nittayaja_oa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:49
    5555เตอร์จายร้ายชมัด..เดวเจอยายหนูเอาอยู่หมัด
    #593
    0
  20. #592 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:27
    5555 เตอร์เอ้ย โดน ฟ้อง มัม เลย จะรอดไหมเตอร์
    #592
    0
  21. #591 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:34
    มีฟ้องๆแม่ด้วยนะเอากะเค้าสิ
    #591
    0
  22. #590 flukebaa (@fonuss27) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:19
    เตอร์เตอร์ไหวป่าว ^^
    #590
    0
  23. #589 noo004 (@noonong004) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:07
    มัม...เตอร์ไม่เล่น ขี้ฟ้องนะเรานะ5555
    #589
    0
  24. #588 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:00

    5555555555555

    #588
    0