จองจำรักด้วยหัวใจ [e-book พร้อมดาวน์โหลด]

ตอนที่ 15 : บทที่4 [นัดชี้ชะตา] 40% อัพแล้ว [รีไรต์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 808 ครั้ง
    25 ส.ค. 62







บทที่4

[นัดชี้ชะตา]

 

        แม้จะเป็นเวลาตีสองครึ่งแล้ว ทว่าพริสายังคงนอนไม่หลับ เธอมองอาทิตยาที่กำลังหลับสบายอย่างไม่รู้ชะตากรรมของการแข่งขันวันพรุ่งนี้ พริสากำลังตกอยู่ในความกังวลและกลัวเป็นอย่างมาก ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอเอาแต่จดจ่อกับการเล่นหมารุก และพบว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เธอชื่นชอบ แม้ผลที่ออกมาจะไม่สามารถเอาชนะแม็กนิอัสได้สักครั้ง ผลงานดีที่สุดก็ยังทำได้แค่เกือบเท่านั้น ทว่าคาร์เตอร์ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเนื่องด้วยคนสอนเป็นถึงแชมป์ระดับประเทศและเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ขอแค่เอาชนะเฮกเตอร์ได้เพียงคนเดียวก็พอ อีกทั้งยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านับจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร ชายหนุ่มเล่นหมากรุกนับครั้งได้ แม้ใกล้วันแข่งยังไม่ยอมแตะเลย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อแท้หรือหมดหวัง หากชายหนุ่มประมาทเดินหมากพลาดเพียงตัวเดียว นั่นอาจกลายเป็นชัยชนะของเธอก็ได้

        “อย่าเพิ่งหมดหวังตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนามสิพริสา คิดถึงซันนี่และคนอื่นเข้าไว้ ไม่ใช่แค่เธอที่จะเดือดร้อน คนอื่นก็จะโดนไล่ออกเหมือนกัน และถ้าเราพ้นจากบ้านหลังนี้ไปก็ต้องหนีอีก เดนเซลไม่ยอมปล่อยเรากับซันนี่แน่นอน”

        เธอถอนหายใจพรู ปัญหาอย่างหลังดูจะหนักหนาสาหัสกว่าบทลงโทษของเฮกเตอร์เสียอีก เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและอิสรภาพ ภาพอดีตอันแสนเลวร้ายที่ผู้ชายคนนั้นได้มอบให้แก่เธอกับอาทิตยา ยังคงตามหลอกหลอนไม่อาจลืมเลือน ผู้ชายที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์กระทำต่อเด็กอย่างไร้ความปรานี

        ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาเมื่อคิดถึงวันที่ได้อาทิตยากลับมาในอ้อมกอดอีกครั้ง เธอส่ายหน้าเรียกสติ ไม่อยากคิดไปไกล แม็กนิอัสบอกว่าเธอมีฝีมือพอสมควร มีโอกาสชนะเฮกเตอร์ได้ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่รวมถึงทุกการแข่งขัน ศัตรูเก่งแค่ไหนหากประมาทย่อมพบกับความพ่ายแพ้ เขายังเตือนว่าการเดินหมากของนักธุรกิจหนุ่มเป็นประเภทจู่โจมทีเผลอ อีกทั้งยังฉลาดพอสมควร ให้มีสติเข้าไว้ ดังนั้นก่อนถึงเวลาการแข่งขัน พริสาไม่ปรารถนาจะใช้เวลาไปกับการพักผ่อน เลือกที่จะใช้เวลาไปกับการเล่นหมากรุกเพียงลำพัง

 

        ทางด้านเฮกเตอร์ไม่ได้สนใจคิดจะทบทวนการเล่นแต่อย่างใด ด้วยมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้ เขาจิบเหล้ายืนเหม่อมองนอกหน้าต่างบานใหญ่ มีเพียงความมืดกับแสงไฟที่สาดส่องสนามหญ้า ที่ผ่านมามีเรื่องของอลาโนเพียงเรื่องเดียวที่คิดมาตลอด แต่เมื่อพริสาก้าวเข้ามา เธอมีอิทธิพลอย่างน่าประหลาด  เขาไม่อาจสลัดได้หลุด แม้แต่คาร์เตอร์ยังช่วยซัพพอร์ตเรื่องเด็กทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบนั่นทำให้ผู้เป็นนายเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ลูกน้องมีต่อผู้หญิงคนนี้

        ใบหน้าเรียวรีรูปไข่แสนหวานที่ดูไร้เดียงสา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า  ทว่าบางครั้งก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ ริมฝีปากอวบอิ่มสีกุหลาบที่มักพูดไม่หยุดจนน่ารำคาญ ไหนจะความสดใส มองโลกในแง่ดี ซึ่งสวนทางกับเขา ยิ่งสร้างความหงุดหงิด ทั้งหมดที่เป็นพริสาแจ่มชัดในความทรงจำ  ตลอดสามวันที่ให้หญิงสาวได้ฝึกฝนเตรียมตัวแข่งขัน ผู้หญิงดื้อรั้นยังคงมาทำหน้าที่เสิร์ฟกาแฟตอนเช้าและจัดเตรียมอาหาร ก่อนจะหายไปตลอดวัน กลับมาอีกทีคือช่วงเวลาอาหารกลางวันและเย็น

        หากวันพรุ่งนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายชนะและหญิงสาวพ่ายแพ้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ต้องการ เขาจะไม่ต้องทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีก แต่ครู่หนึ่งแทนที่จะพึงพอใจหรือรู้สึกดี เฮกเตอร์กลับเกิดความรู้สึก “เสียดาย” ขึ้นมา ลองจินตนาการว่าจะไม่ได้ยินเธอพูดเจื้อยแจ้วหรือต่อปากต่อคำ ในอกแกร่งกลับรู้สึกวูบโหวงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เขาก็ปัดทุกอย่างทิ้งเมื่อนึกถึงเงื่อนไขข้อสุดท้าย

        “ให้เลี้ยงเด็กน่ะเหรอ...ไม่มีวันซะหรอก!  เพราะฉันไม่มีวันแพ้”

 

        วันรุ่งขึ้นพริสาตื่นมาในสภาพอดนอนอย่างเห็นได้ชัด ทำให้โซอี้ อันยาและสาวใช้รายอื่นมองด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าอันแสนงดงามไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางยิ่งทำให้ดูขาวซีดกว่าปกติ ผมยาวสลวยสีดำมัดรวบตึงอย่างเรียบร้อย หญิงสาวไม่ได้สวมยูนิฟอร์มเหมือนทุกที ทว่าเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดเผยให้เห็นเสื้อซับในตัวบางสีเดียวกัน ด้านล่างเป็นกางเกงเดนิมแนบไปกับเรียวขายาว ส่วนอาทิตยาที่อยู่ในอ้อมแขนสวมเสื้อยืดสีขาวและทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ ผมสีน้ำตาลมัดจุกตรงกลางติดด้วยกิ๊บสีแดง และยังคงมีรอยยิ้มสดใสไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อนั่งลงตรงโต๊ะอาหาร โซอี้รีบเข้ามาเสิร์ฟอาหารเช้าจานใหญ่ประกอบด้วย แพนเค้กสามชิ้น เบคอน ขนมปังปิ้ง ไข่ดาวสองฟอง ส่วนของหนูน้อยเป็นแพนเค้กราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปท็อปปิ้งด้วยสตรอว์เบอร์รีและกล้วยของโปรด

        “ทำไมวันนี้อาหารเยอะจังคะ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ

        “วันนี้วันสำคัญ ต้องกินเยอะๆ เพิ่มพลังค่ะ คุณดูไม่ค่อยดีเลย” โซอี้บอกอย่างเป็นห่วง

         “ฉันเล่นหมากรุกทั้งคืนเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารเช้านะคะ อาจเป็นมื้อสุดท้ายของฉันที่นี่” พริสาส่งยิ้มเจื่อน

        “พูดอะไรอย่างนั้นคะ พวกเราเชื่อว่าคุณต้องทำได้ แม้...เอ่อ...จะยากไปสักหน่อย” อันยาพูดจบก็แสดงสีหน้าไม่มั่นใจด้วยรู้ว่าผู้เป็นนายเก่งแค่ไหน

        “แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเอาใจช่วยคุณค่ะ” โซอี้บอกอย่างให้กำลังใจ

        พริสามองแม่บ้านคนอื่นที่ต่างพยักหน้าส่งยิ้มกว้าง ทำเอาตื้นตันใจมองตอบด้วยแววตาขอบคุณ แม้เธอจะทำงานที่แห่งนี้มาเป็นเวลาเกือบเดือนทว่ารู้สึกผูกพันเหมือนอยู่มานานจนเป็นครอบครัวเดียวกัน

        “ขอบคุณนะคะ ฉันจะไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ฉันจะสู้ให้เต็มที่ เพื่อพวกเราทุกคนค่ะ!”

        “มัมจู้!” เด็กน้อยชูช้อนขึ้นบอกเสียงดังจนเรียกเสียงหัวเราะของมารดาได้ทันที

         “ให้กำลังใจมัมหรือยังจ๊ะ”

        “ซันนี่หม่ำอยู่” อาทิตยาผู้เห็นของกินมาก่อนเอ่ยบอกอย่างไร้เดียงสา

         “เห็นของกินสำคัญกว่ามัม...มัมเสียใจน้า” พริสายิ้มแสร้งว่า

        “งื้อ...ซันนี่จุ๊บๆ จุ๊บเลย มัมมา...แก้มมา” เด็กน้อยพูดทีละคำ สั่งการ

        โซอี้กับอันยามองพริสากับอาทิตยาผลัดกันจุ๊บแล้วหัวเราะเสียงใส ไม่ปฏิเสธเลยว่าทั้งสองคนทำให้บ้านเป็นบ้าน และรู้สึกคึกครื้นขึ้นมาเยอะเพราะก่อนหน้านี้ทุกคนรับรู้ได้ถึงพลังงานของเฮกเตอร์ที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน เกรี้ยวกราด ถึงขนาดว่าสาวใช้บางคนเคยกลัวเขาจนเป็นลมมาแล้ว

        “ผมหวังให้โชคอยู่ข้างคุณแล้วกัน” คาร์เตอร์เดินเข้ามาในห้องครัวทันได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก่อนหน้านี้

        เสียงของผู้มาใหม่ทำให้ทุกคนหันไปมอง แม่บ้านรายอื่นรีบแยกย้ายไปทำหน้าที่ จึงเหลือแค่ พริสา อาทิตยา โซอี้และอันยาเท่านั้น

        “ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้นค่ะ” เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

        “คุณตา หม่ำไหม” อาทิตยาชูแพนเค้กในมือ

        คาร์เตอร์ส่งยิ้มอ่อนโยนเดินเข้าไปใกล้ ลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู “คุณตาหม่ำแล้ว ซันนี่หม่ำเยอะๆนะ”

        “อันนี้อีกได้ไหมคะ” เด็กน้อยชูสตรอว์เบอร์รีให้ดู

         “ได้สิ อันยา เอามาให้ซันนี่อีก” พ่อบ้านสั่งการ

        “ได้ค่ะ”

        “เย้ๆ คุณตาใจดีจัง ซันนี่ชอบ”

        พริสาเห็นคาร์เตอร์เอ็นดูลูกสาว ไม่ถือตัว ยอมให้เรียกคุณตา ก็รู้สึกดีใจ ได้ยินโซอี้เล่าว่า คนที่จะเรียกได้มีเพียงทายาทของแบล็กฟอร์ดเท่านั้น

        “ซันนี่สดใส อารมณ์ดี เข้ากับคนง่ายมากเลยนะ” คาร์เตอร์มิวายพูด เธอน่ารักจนใครๆ ที่เห็นรอยยิ้ม ต่างก็อยากยิ้มตาม ไม่อยากให้เด็กน้อยต้องมีน้ำตา

        “ใช่ค่ะ แกไม่ตื่นคนและปรับตัวได้ง่ายมาก”

        “คงได้นิสัยนี้มาจากคุณ”    

         “นอกจากนี้ก็ยังได้นิสัยพูดเก่งจากฉันอีกด้วยค่ะ” พริสายิ้มบางๆ

        คาร์เตอร์โยกศีรษะเล็กน้อยเป็นการเห็นด้วย เขาคิดว่าในตัวเด็กคนนี้ย่อมมีบางส่วนที่เหมือนบิดาด้วยเช่นกันโดยเฉพาะหน้าตาที่มองแล้วไม่ค่อยจะคล้ายพริสาเท่าไรนัก เคยสอบถามตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ หญิงสาวเล่าว่า เธอตั้งครรภ์หลังเรียนจบ ไม่ได้แต่งงานเพราะเป็นความผิดพลาด อีกฝ่ายไม่อยากรับผิดชอบจึงเลิกรากันด้วยดี ในครั้งแรกที่เจอ เธอเพิ่งเดินทางมานิวยอร์กได้ไม่นานนัก งานไม่มี เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องการงานอย่างเร่งด่วน จึงพร้อมรับทุกเงื่อนไข ความจนตรอกนี้ทำให้คาร์เตอร์เล็งเห็นประโยชน์ คนพวกนี้จะอดทนมากเป็นพิเศษ จะไม่หนีไปง่ายๆ ต่อให้เฮกเตอร์เกรี้ยวกราดแค่ไหนก็ทนอยู่และนั่นก็จริง พริสาพิสูจน์ให้เขาได้เห็นแล้ว

        หญิงสาวใช้เวลาจัดการอาหารเช้าไม่นานนักพอดีกับที่คาร์เตอร์รายงานว่าเฮกเตอร์ออกจากห้องนอนเรียบร้อยแล้ว เธอจึงอุ้มอาทิตยาออกมาด้านนอกเพื่อจะขึ้นรถกอล์ฟซึ่งจอดรออยู่เพื่อพาไปยังคฤหาสน์หลังงาม แต่ก่อนขึ้นรถมิวายหันมาหาพ่อบ้าน

        “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะคุณคาร์เตอร์ คุณพยายามช่วยฉันและฉันซึ้งใจมาก”

        “ยังไม่ทันแข่งขัน คุณก็ล่ำลาเหมือนว่าเตรียมแพ้แล้ว” แม้จะรู้ว่าศึกครั้งนี้พอเดาผลแพ้ชนะได้ แต่แม็กนิอัสบอกให้เชื่อในตัวพริสา เธอเป็นคนหัวไว เรียนรู้เร็ว ตลอดสามวันทำผลงานดีเยี่ยมพอที่จะเป็นคู่แข่งกับเฮกเตอร์ได้ ส่วนจะชนะหรือไม่ ต้องภาวนาให้หญิงสาวไม่เดินหมากพลาดและเฮกเตอร์ต้องประมาทมากเกินไป

        “เผื่อว่าฉันไม่มีโอกาส”

        “หมายความว่ายังไงครับ” เขาเลิกคิ้ว

        “คุณก็รู้ เขาขู่อะไรไว้บ้าง นอกจากจะโยนฉันออกจากบ้าน เขาอาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึง”

        “ก็จริงครับ แต่เขาไม่ฆ่าคุณหรอก”

        “หวังว่านะคะ”

        คาร์เตอร์ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากขึ้นไปนั่งรอที่รถกอล์ฟแต่พอเห็นพริสาก้าวขึ้นโดยอุ้มอาทิตยาที่กำลังกินอมยิ้มอยู่ก็แปลกใจ

“คุณจะพาซันนี่ไปไหน”  

        “นี่คือการแข่งขันเดิมพันด้วยชีวิตของพวกเราทั้งหมด ฉันอยากได้กำลังใจนี่คะ และแกคือกำลังใจที่ดีที่สุดของฉัน ฉันเลยจะพาแกไปเชียร์ด้วย ที่สำคัญ ฉันเชื่อว่าซันนี่จะเป็นตัวช่วยที่ดี ทำให้เขาเสียสมาธิ และเผลอๆอาจสติแตกเดินหมากพลาดก็เป็นไปได้” หญิงสาวยิ้มกว้างถึงแผนสำรองก้มมองลูกสาวพลางจูบแก้มฟอดใหญ่

        คาร์เตอร์นิ่งคิดเพียงครู่ก่อนกระตุกยิ้ม “ได้...อันยา เตรียมเก้าอี้ให้กองเชียร์ตัวน้อยของเราด้วย”

        หัวหน้าแม่บ้านกับอันยายิ้มกว้างก่อนจะขึ้นรถกอล์ฟตรงไปยังคฤหาสน์หลังงาม พอมาถึงอันยาก็แยกตัวไปเอาเก้าอี้สำหรับเด็ก พร้อมด้วยขนมคุกกี้อีกหนึ่งจาน หวังว่าแผนนี้จะได้ผล ไม่โดนเฮกเตอร์ไล่ตะเพิดไปซะก่อน

        เฮกเตอร์เดินมาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจสวมเสื้อโปโลสีดำกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน  กำลังมุ่งหน้าไปยังระเบียงชั้นสองซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันวันนี้ด้วยใบหน้าพึงพอใจที่จะได้เห็นความบันเทิงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หลังพ่ายแพ้พริสาต้องหลั่งน้ำตา ร้องไห้อ้อนวอน จากนั้นก็เป็นเวลาที่เขาจะได้สั่งสอนให้เธอเข็ดหลาบ ยังจำได้ว่าพริสาเคยประกาศกร้าวต่อให้บนโลกใบนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวก็จะไม่ยอมนอนด้วย และถ้าถึงคราวจนตรอกจริงๆ คงได้เห็นผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนคำพูดอย่างแน่นอน

        ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เสียงหัวเราะใสดังกังวานมาจากระเบียงกว้าง กวนอารมณ์ของร่างสูงให้ขุ่นมัวทันที

        “หัวเราะไปเถอะ อีกไม่กี่นาทีเธอได้ร้องไห้แน่”

        ร่างสูงก้าวไปยังระเบียงกว้าง เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก การมาเยือนของเขาทำให้เสียงหัวเราะหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ นัยน์ตาคมเข้มกวาดมองโดยรอบเห็นคู่แข่งอย่างพริสาสวมชุดอื่นนอกจากยูนิฟอร์ม แม้เป็นเสื้อผ้าธรรมดาที่ไร้ราคาสิ้นดีแต่ต้องยอมรับว่าดูดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ดูเหมือนกองเชียร์จะมากันครบ นำทีมโดยคาร์เตอร์ โซอี้ อันยาจนกระทั่งสายตามากระทบกับร่างของเด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมที่ตั้งฉายาไว้ให้อย่าง “ปีศาจน้อย” กับ “ยายเด็กแสบ” นั่งอยู่บนเก้าอี้เด็ก ตรงกลางระหว่างโต๊ะหมากรุก หันมาส่งยิ้มหวานจนแก้มยุ้ยยกขึ้น

        “เตอร์เตอร์” อาทิตยาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใส

        เสียงเรียกทำให้คนรอบข้างยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูแต่พอเห็นสายตาผู้เป็นนายที่แสดงถึงอาการไม่พอใจ ก็ได้แต่ก้มหน้าลง เหลือเพียงพริสากับอาทิตยาเท่านั้น

        “พายายเด็กนี่มาทำไม พาออกไปซะ” เขาสั่งการเสียงเข้ม แค่เห็นหน้าก็พาลให้หงุดหงิดแล้ว

        “การแข่งขันจำเป็นต้องมีกองเชียร์ และนี่คือกองเชียร์ของฉันค่ะ ใช่ไหมจ๊ะซันนี่”

         “มัมจู้ๆๆ” อาทิตยาเงยหน้ายิ้มให้มารดา

        “พูดภาษาอะไร พูดก็ไม่ชัด” เขาบ่น

        “แกยังเด็กนี่คะ จะให้พูดชัดได้ยังไง ซันนี่กำลังเรียนรู้และ...”

        “พอ! อย่าเสียเวลาพูดให้มากความ เตรียมตัวรับความพ่ายแพ้หรือยัง เขากระตุกยิ้ม

        “ถึงฉันจะไม่มั่นใจเท่าไรนัก แต่ยังไม่ขอยอมรับว่าจะพ่ายแพ้ ฉันจะทำให้เต็มที่ค่ะ” พริสาบอกด้วยรอยยิ้มกว้างกลบความหวาดกลัวและตื่นตระหนก

        เสี้ยววินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น กลับทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเฮกเตอร์รู้สึกอบอุ่น แต่ครู่เดียวเท่านั้นก็รีบปัดมันออก พาตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

        “แล้วเราจะได้รู้กัน!” ร่างสูงพูดเสร็จเดินไปนั่งตรงโต๊ะหมากรุกทันที โดยมีพริสาเดินตาม

คาร์เตอร์ตรงเข้ามาช่วยจัดเรียงหมากบนกระดานด้วยความชำนาญ ทั้งสองฝั่ง เริ่มแถวแรกก่อนที่จะวางในตำแหน่งซ้ายและขวาอย่าง  รูก (Rook) สองตัว ตามด้วย ไนก์ (knight) สองตัว ต่อด้วยบิชอฟ (Bishop) สองตัว ควีน (Queen) หนึ่งตัวและตัวสำคัญที่สุดอย่างคิง(King) หนึ่งตัว ปิดท้ายด้วยพอนด์หรือเบี้ย (Pawn) ที่จะถูกวางไว้แถวหน้าทั้งหมดแปดตัว

        พริสากลืนน้ำลาย รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก นี่คือสนามจริงไม่ใช่การฝึกซ้อม แต่นับว่ายังมีความปรานีอยู่บ้างเพราะแม็กนิอัสได้บอกเล่าถึงสนามสากลที่มักจะมีเวลาเป็นตัวกำหนด ผลัดกันกด ผลัดกันเดิน ยิ่งกดดันผู้เข้าแข่งขันมากขึ้นไปอีก แต่สำหรับการเดิมพันนี้ไม่ได้เข้มงวดมากนัก เป็นข้อได้เปรียบที่พริสาจะมีเวลาในการ “คิด” แม้จะรู้ดีว่าต่อให้ไม่มีการจับเวลา แต่หากเธอเดินช้าหรือไม่ทันใจ เฮกเตอร์ก็เปรียบเสมือนระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง       

         “เธอฝ่ายขาว เดินก่อนเลย” ชายหนุ่มแสยะยิ้มเมื่อเห็นแววตาเป็นกังวลของฝ่ายตรงข้าม

        พริสาเงยหน้าสบกับนัยน์ตาคมเข้มสีเทาที่แสดงความมั่นใจอย่างปิดไม่มิดยิ่งเสียขวัญ แต่พอหันไปมองหน้าลูกสาวที่กำลังกินอมยิ้มและเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อย่างสนุกสนานไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มองเลยไปยังแม่บ้านรวมถึงคาร์เตอร์ก็ทำให้มีแรงฮึดกลับมาอีกครั้ง เธอเริ่มด้วยการเดินเบี้ยเป็นตัวแรก พอเดินเสร็จไม่ถึงสองวินาที เฮกเตอร์ก็เดินอย่างมั่นใจ ทั้งคู่ยังคงใช้เบี้ยในการเดินจนกระทั่งมาประจันหน้ากันตรงกลางกระดาน พริสาโจมตีก่อนด้วยการใช้ไนก์ในตำแหน่งแนวทแยง แต่ถูกเฮกเตอร์ใช้บิชอฟในการกินหมากของเธอทันที

        “อยากให้เธอถอนตัวนะ แต่สายไปแล้ว”       

        พริสาไม่สนใจประโยคนั้นก่อนจะเริ่มเดินอีกหน เสียตัวเดียวก็ยังไม่เป็นไร แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที หมากบนกระดานในฝั่งของตัวเองเริ่มเหลือน้อยลงทุกที เธอกินหมากของเฮกเตอร์ได้เพียงสามตัวเท่านั้น แม้วันนี้อากาศจะดีทว่าหน้าผากมนกลับมีเหงื่อซึม จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกสิบนาทีเสียงของร่างสูงก็ดังขึ้น

        “รุกฆาต!”

        เธอพ่ายแพ้ในยกแรก แต่ยังไม่ทันพูดอะไรออกมาเสียงเล็กก็ดังแทรก

“ยุกฆาตๆๆ”

        “รุกฆาต! พูดให้มันชัดๆหน่อยเซ่”

        “ยุกฆาต”

        “รุกฆาต”

        “ยุกฆาต” พริสาได้แต่กลอกตามองเด็กกับผู้ใหญ่เถียงกัน

         “คุณจะเอาอะไรกับเด็กยังไม่สองขวบคะ แกพูดไม่ชัดอยู่แล้ว”

        “ทีหลังก็หัดสอนซะบ้าง พูดเก่งไม่ใช่หรือไง” ชายหนุ่มประชดกลับ

        “ช่างเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณเลี้ยงแกก็จะรู้เอง”

        “เดี๋ยวนะ...จะมั่นใจเกินไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าเธอเพิ่งแพ้ฉัน และรอบต่อไปก็ต้องแพ้แน่นอน ฉันไม่มีทางเลี้ยงเด็กคนนี้ และจะไม่ยอมเห็นหน้าเธอทั้งคู่ด้วย”

        “รอบแรกฉันแค่ตื่นสนามเฉยๆ รอบหน้าฉันไม่ยอมแพ้คุณหรอกค่ะ” พริสาพูดเรียกความมั่นใจ

        “ได้ ฉันจะคอยดู!”

        มือของผู้ช่วยสาวชื้นเหงื่อ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อคาร์เตอร์จัดเรียงหมากใหม่อีกรอบ การแข่งขันรอบที่สองก็เริ่มขึ้น ขอเพียงแค่ชนะรอบเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนมันไม่ง่าย แม้เธอจะเดินหมากโดยผ่านการคิดมาอย่างดีแล้ว แต่ก็ถูกเฮกเตอร์โจมตีอย่างต่อเนื่อง ทว่ายังมีข่าวดี เธอสามารถกินหมากของเขาได้แล้วถึงแปดตัว เรียกว่าเกมยังพอสูสี อย่างน้อยก็พอเดาทางเขาออก แม้จะดูจากวิดีโอหรือแม็กนิอัสสอนก็ยังไม่เท่ากับการลงสนาม ได้เห็นการเล่นจริงๆ ของคู่ต่อสู้

        “เตอร์เตอร์”

        เฮกเตอร์ไม่สนใจเสียงเรียกจนได้ยินอีก “เตอร์จ๋า”

        “อะไร!” เขากลอกตาถามเสียงเข้ม

        “ฉวยไหม” เด็กน้อยชูตุ๊กตาบาร์บี้โบกไปมา

        “ไม่ อยู่เงียบๆซะ อย่ากวนฉัน”

        “มัม ฉวยไหม” อาทิตยาไม่ฟัง หันไปถามมารดาต่อ

         “สวยมากค่ะเด็กดี สวยเหมือนหนูเลย” พริสายิ้มหวาน

        “เฮอะ! โกหกเด็ก

        “โกหกที่ไหนคะ ซันนี่น่ารักจะตาย มีแต่คนตาถั่วเท่านั้นที่มองไม่เห็น”

         “นี่เธอว่าฉันเหรอ?” มือที่ถือหมากอยู่กำแน่น

        “งั้นคุณว่าลูกสาวฉันไม่น่ารักเหรอ” เธอสวนกลับ

        “แน่นอน ทั้งอ้วนทั้งซน พูดก็มากแถมยังพูดไม่รู้เรื่อง เหมือนแม่ไม่มีผิด!” ชายหนุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน

         “คอยดูเถอะ...ฉันจะทำให้คุณเลี้ยงซันนี่ไปเจ็ดวันให้ได้” แววตาของพริสาแน่วแน่

        “ไม่มีทางซะหรอก” เขาตอบกลับด้วยอาการหัวร้อนจนเผลอกระแทกหมากอย่างแรงโดยไม่มองกระดาน เพราะมัวแต่แข่งจ้องตากับร่างบางนาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงตรงหน้าร้องขึ้น

        “โอ้”

        เสียงเล็กที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงมองกระดานก่อนจะรู้ตัวว่าเดินพลาด เขากลอกตาสบถ “ให้ตายเถอะวะ”

        พริสายิ้มกว้างจัดการกินหมากของเขาได้อีกหนึ่งตัว การพาอาทิตยามา นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี ด้วยรู้ว่าเฮกเตอร์เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด และนั่นจะทำให้สมองของเขาไม่ทำงาน

        “แค่นี้อย่าเพิ่งดีใจเลย”

        “สำหรับมือใหม่อย่างฉัน...ฉันดีใจทุกครั้งที่กินหมากของคุณได้ค่ะ”

        รอยยิ้มของเธอทำให้ร่างสูงชะงักแต่เพียงชั่วครู่ก็ปัดออกแล้วหันมาจดจ่อกับการเล่นหมาก สามวันที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้คงฝึกฝนมาอย่างดีสินะ กินหมากของเขาไปได้บ้างก็แปลว่าเธอมีความสามารถระดับหนึ่งทีเดียว เฮกเตอร์รู้อยู่แล้วว่าเพราะอะไรแต่เลือกจะไม่สนใจ ก่อนจะวางหมากต่อและสุดท้ายก็เป็นเหมือนดั่งเกมที่แล้ว

        “รุกฆาต!”

        แม้พริสาจะพ่ายแพ้ในเกมนี้ทว่าผลงานดีกว่าเกมแรกอยู่พอสมควร มีโอกาสได้รุก ได้โจมตีบ้าง แม้จะพลาดท่าเพราะไม่มีประสบการณ์มากพอ การแข่งขันดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย นั่นแปลว่าพริสาจะแพ้ไม่ได้อีก แต่หนทางที่จะได้รับชัยชนะยังเป็นเรื่องยาก นั่นทำให้ดวงตากลมโตหม่นแสงลง ความเครียดเริ่มเข้าโจมตีอีกหน

        “คิดไว้หรือยัง ว่าจะขอร้องฉันยังไง” เฮกเตอร์เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย

        “เกมยังไม่จบอย่าเพิ่งตัดสินสิคะ”

        “คิดว่าเกมสุดท้ายยังมีหวังอีกเหรอ” เขากระตุกยิ้มถามต่อ

        “ตราบใดที่ยังไม่รู้ผล ฉันยังมีหวังเสมอ”

        สิ่งหนึ่งที่เฮกเตอร์ต้องยอมรับคือผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เธอดื้อรั้น และนั่นคือนิสัยที่เขาชื่นชอบ แต่เพราะเธอนำมาใช้กับเขา...ก็กลายเป็นไม่ชอบไปทันที

        การแข่งขันครั้งสุดท้ายเริ่มต้นขึ้น พริสารู้สึกตึงเครียดแต่ขณะเดียวกันก็รวบรวมสมาธิ ต้องบอกว่าสองรอบที่ผ่านมา เธอสังเกตว่าเฮกเตอร์เลือกการโจมตีแบบเดียวกันหมด เธอจึงวางแผนแก้เกมและมันได้ผลอยู่บ้าง นั่นทำให้การเริ่มต้นของเกมนี้เธอยังเป็นฝ่ายนำอยู่เล็กน้อยทว่าเขาเองก็ไม่ยอมแพ้ ไล่บี้มาติด ๆเช่นกัน

        เฮกเตอร์เห็นการเปลี่ยนแปลงกับแววตามุ่งมั่น จึงเตือนตัวเองว่าอย่าประมาท เพราะหากเขาพลาด พริสามีโอกาสชนะได้แน่ แต่พอเห็นความเคร่งเครียดกดดันที่แผ่ออกมา วินาทีนั้นเกิดสับสนว่าตกลงชายหนุ่มอยากให้หญิงสาวพ่ายแพ้แล้วไปจากบ้านหลังนี้ หรืออยากให้เธอชนะแล้วได้อยู่ต่อกันแน่ ขณะที่กำลังคิดเสียงของอาทิตยาก็ดังขึ้นดึงสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

        “มัม...นั่งกับมัม” อาทิตยาร้องบอกหลังนั่งเล่นคนเดียวเบื่อแล้ว

        “ได้สิจ๊ะ”

        พริสาอุ้มอาทิตยาจากเก้าอี้มานั่งตรงตัก เสียงของเฮกเตอร์ก็ดังขัดขึ้น

        “เธอจะพามาเกะกะทำไม เด็กมีแต่ความวุ่นวาย” เขาบ่นแม้อาทิตยาจะนั่งตักของหญิงสาวเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่การต้องมานั่งจ้องหน้าทั้งแม่และลูกไม่ใช่เรื่องที่เฮกเตอร์ปรารถนาเท่าไรนัก

        “แกเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่วุ่นวายหรอกค่ะ”

        “เหรอ? แล้วใครกันขีดเอกสารสัญญาของฉันซะเละ ขึ้นชื่อว่าเด็กไม่มีคำว่าเรียบร้อยหรอก ถ้าบอกว่าซนเหมือนลิงอันนี้ยังน่าเชื่อถือกว่า” เขาบ่นราวกับหมีกินผึ้ง

         “คุณก็ดีแต่ตั้งแง่ไปก่อน” เธอว่ากลับ

        “ฉันเปล่า นั่นไง ดูสิดู! ลูกเธอกำลังหยิบหมากขึ้นมาแล้ว!”

        พริสามองตามก็เห็นอาทิตยากำลังหยิบคิงขึ้นมาโบกเล่น ยังไม่ทันห้ามปราม เสียงใสก็ร้องดัง

        “ให้เตอร์!

        “ฉันเอาแน่ แต่ไม่ใช่จากเธอ” ร่างสูงหมายถึงการเอาชนะชิงคิงของพริสา

        “ให้เตอร์!” อาทิตยายังพูดย้ำด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้น

        “ฉันไม่อยากได้”

        ทั้งสองคนจ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร อาทิตยาพองลมจนแก้มป่องโยนหมากลงบนกระดาน ราวกับจะสื่อว่าไม่เอาก็ไม่ต้องเอา ท่าทางนั้นทำให้คนรอบข้างอมยิ้มอย่างเอ็นดู แต่เฮกเตอร์กลับมองว่าเป็นเรื่องตลกเพราะแก้มที่ป่องคล้ายกับปลาปักเป้าอย่างไรอย่างนั้น

        “ซันนี่เด็กดี ไม่ทำแบบนี้สิคะ ห้ามโยนของ ไม่หงุดหงิด จุ๊บๆ มัมก่อนเร็ว”

        อาทิตยาละสายตาจากเฮกเตอร์เงยหน้าขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่พริสาโน้มใบหน้าลงมาจูบริมฝีปากเป็นกระจับเสียงดังจนเรียกเสียงหัวเราะของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดี

        เป็นอีกครั้งที่ภาพตรงหน้าดึงดูดความสนใจและความคิดของเขาไปจนหมดสิ้น จนเผลอลืมเลือนว่านี่คือการแข่งขัน คิดว่าเป็นการเล่นหมากรุกกับภรรยาและมีลูกสาวนั่งชมอยู่ พอรู้ตัวว่าคิดไกลก็สะดุ้ง เกิดมาเฮกเตอร์ไม่เคยมีความคิดอย่างนี้มาก่อนจนกระทั่งพริสาทำให้มันเกิดขึ้น  เขาเกลียดการผูกมัด ไม่เชื่อเรื่องความรักและเป็นผู้ชายไม่มีหัวใจ ผู้หญิงสองคนตรงหน้ากำลังสร้างภาพมายาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

        “ให้ตายเถอะ สองคนนี้อย่างกับแม่มด ฉันคิดอะไรอยู่ ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

         “คุณว่าอะไรนะคะ” พริสาขมวดคิ้วถามกลับ

        “ฉันบอกว่าเมื่อไหร่จะได้แข่งต่อสักที เดี๋ยวแพ้เกมนี้ เธอสองแม่ลูกก็ได้กอดได้หอมกันจนพอใจ...หรือไม่ก็อาจจะได้ช่วยกันเช็ดน้ำตา” เขาขู่ต่ออีกหน

        “ค่ะๆ ขยันขู่ รอแพ้ก่อนเถอะ!

        เฮกเตอร์ขบกรามแน่นอยากจะต่อว่าแต่พริสาเริ่มเดินเกมต่อ จึงหันกลับมาโฟกัสการแข่งขัน ตั้งสมาธิแน่วแน่แต่ถูกก่อกวนด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของอาทิตยาอีกครั้ง

        “ทริลเกิง ทริลเกิง ลิชเติล ชตาร์ ฮาว อาย วานเดอ วอทยูอา”

        “เย็นไว้ เฮกเตอร์...เย็นไว้” ร่างสูงพยายามมีสมาธิแต่ยายเด็กนี่กำลังป่วนประสาทเขา

         “ซันนี่ร้องเพลงเพราะจังเลย ร้องให้มัมฟังอีกนะคะ” พริสายิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังเสียสมาธิ

        “ทริลเกิง ทริลเกิง...”

        “ให้ตายเถอะ...จะนั่งกันเงียบๆไม่ได้เลยใช่ไหม!” เขาถามกลับเสียงเข้ม

        “มีเด็กร้องเพลงให้ฟังไม่ดีตรงไหนคะ นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ซันนี่แกชอบร้องเพลงมากและถ้า...”

        “ฉัน-ยัง-ไม่-ได้-ถาม” เขากัดฟันตอบช้าๆ เน้นชัดๆ ทุกคำ

         “ฉันแค่อยากบอกค่ะ แกอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำนี่นา” พริสายิ้ม

        “อันยา มาพาเด็กออกไป” เขาสั่งเสียงเข้ม

        “ไม่ได้นะคะ ลูกเป็นกำลังใจของฉัน ห้ามแกไปไหน”

        “แต่เด็กนี่กำลังทำลายสมาธิของฉัน!”  เฮกเตอร์โพล่งออกมา

        “นั่นเป็นปัญหาของคุณค่ะ ไม่ใช่ของฉัน”

        เมื่อได้ยินพริสาเลือกใช้ประโยคที่เขาชอบพูดก็กัดฟันกรอด รอยยิ้มราวกับผู้ชนะถูกส่งมาก็พาให้ปวดศีรษะ มองอาทิตยาที่กำลังร้องเพลงอยู่ เลยหันไปสั่งการเด็กรับใช้ต่อ

         “ไปหาอะไรให้เธอกินหน่อย ปากจะได้ไม่ว่าง!

        “เอ่อ...ค่ะ” อันยารับคำแล้วหยิบอมยิ้มออกจากกระเป๋าเสื้อแกะให้เสร็จสรรพ จากนั้นก็ยื่นให้เด็กน้อยที่ร้องอย่างดีใจ รีบรับมา เอาเข้าปากทันทีทำให้บรรยากาศกลับมาสงบอีกครั้ง

        ทั้งสองกลับมาโฟกัสที่หมากในกระดานอีกรอบ สถานการณ์ตอนนี้ยังสูสี แต่เฮกเตอร์ยังได้เปรียบอยู่นิดหน่อย ระหว่างที่กำลังชั่งใจเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงเด็กอีกครั้ง

        “เตอร์เตอร์” อาทิตยาเรียกพลางสบตาคนตรงหน้า

        “อะไร”

        “หม่ำยิ้มไหม” เด็กน้อยยื่นอมยิ้มที่เลียกินอยู่นานแล้วให้กับผู้ชายตรงหน้า

        “เธอจะเอาของเหลือมาให้ฉันกินเนี่ยนะ ให้ตาย...เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก!” เขานึกถึงพริสาที่ชอบกินอาหารของเขาก่อน ที่เหลือเขาก็ต้องกิน แม้รู้ดีว่าการกระทำอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะเขาแค่อยากกลั่นแกล้งเท่านั้น

        “ฉันทำตามหน้าที่นี่นา”

        “พอๆ ฉันไม่อยากได้ยิน”

        “เตอร์โกดหยอ” อาทิตยาถามกลับ

        “ฉันโกรธตั้งแต่เห็นหน้าเธอกับแม่แล้ว!”

        ปัง!

        เป็นอีกครั้งที่เขาวางหมากด้วยอารมณ์ไม่ได้คิดผ่านสมองเหมือนทุกที พอเห็นรอยยิ้มของพริสาก็พบว่าตัวเองเดินหมากพลาดอีกแล้ว!

        “ให้ตายสิวะ! บ้าเอ้ย

        “บ้าเอ้ย” อาทิตยาพูดตาม

        เฮกเตอร์รู้ตัวว่าโดนเด็กว่าก็อ้าปากจะต่อว่าทว่าพริสาพูดขึ้นมาก่อน

“ชู่ว...ไม่เอาค่ะเด็กดี ไม่พูดคำหยาบนะคะ ห้าม เข้าใจไหม”  

        “ค่ามัม”

        เฮกเตอร์ขบกรามแน่นโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะยายปีศาจน้อยจริงๆ หมากของเขาถึงถูกกินอีกตัว ชายหนุ่มเดินเกมพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยนั่นทำให้ต้องแก้เกมกันใหม่ เวลานั้นอาทิตยาร้องเพลงขึ้นมาอีกหน เขาจึงตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

        “เงียบหน่อยได้ไหม!”

        “เตอร์เงียบ” อาทิตยาตอบกลับอย่างไร้เดียงสา เด็กน้อยไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเพียงแต่อยู่ในวัยที่กำลังหัดพูดตามโดยเฉพาะคำต่อท้ายของประโยคเท่านั้น

        เฮกเตอร์คิดว่าหากเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาไม่มีสมาธิและพลาดท่าได้ง่าย จึงสั่งการคนสนิท

        “ลูอิส พาเด็กออกไป พาออกไปเดี๋ยวนี้”

        พริสารู้ว่าเฮกเตอร์กำลังหัวเสีย อาทิตยาคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เธอได้เปรียบและหากเป็นแบบนี้ต่อไปย่อมมีโอกาสชนะแน่นอน แม้เพียงน้อยนิดก็อาจพลิกเกมกลายเป็นผู้ชนะ แม็กนิอัสบอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเขาที่เคยเป็นแชมป์โลก ยังเคยพ่ายแพ้ให้แก่มือสมัครเล่นมาแล้ว

        “แกไม่ยอมออกไปแน่นอนค่ะ ถ้าคุณอุ้มตอนนี้ แกจะร้อง...ร้องดังด้วย และจะกรี๊ดจนคุณทนไม่ไหว” พริสาบอกแกมขู่เล็กน้อยด้วยรู้ว่าเสียงดังจะยิ่งทำให้ผู้ชายคนนี้ประสาทเสีย

        “พ้นระเบียงนี้ไปฉันก็ไม่ได้ยินเสียงลูกเธอแล้ว พาออกไปซะ” เขากัดฟันตอบ

        “คุณกลัวเด็กอีกแล้ว” พริสาแสร้งว่า

        “ฉันไม่เคยกลัว คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะทำอะไรฉันได้” ชายหนุ่มถามกลับอย่างหงุดหงิดโดยลืมตัวว่าเพิ่งพูดออกไปเมื่อครู่ว่าอาทิตยากำลังทำลายสมาธิ

        “งั้นให้แกนั่งต่อสิคะ ยังไงเกมนี้คุณก็ได้เปรียบอยู่แล้วมองหน้าซันนี่ไว้ค่ะ ถ้าคุณแพ้...เจ็ดวันเลยนะคะ” หญิงสาวยิ้ม เริ่มปฏิบัติการปั่นประสาทต่อ

        เฮกเตอร์สบตาอาทิตยารู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมาทันที หากยังดึงดันไล่เด็กคนนี้ออกไป ก็เหมือนการยอมรับว่ากลัวสินะ ชายหนุ่มไม่มีทางให้ผู้หญิงคนนี้คิดอย่างนั้นแน่ ไม่มีอะไรบนโลกใบนี้ที่เฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ดต้องกลัว!

        “ได้...ก็ดี! อีกแค่ไม่กี่นาที ฉันจะรอดูเธอสองแม่ลูกร้องไห้แล้วกัน

        “ซันนี่ไม่ร้อง...โตแย้ว”

         “ใช่ค่ะ ลูกรักของมัมโตแล้วเนอะ” พริสายิ้ม

        “คิกคิก” เด็กหญิงหัวเราะ

        เฮกเตอร์ยังคงโดนกวนสมาธิอย่างต่อเนื่องทำให้การวางหมากเป็นไปอย่างดุดันแต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวัง แม้จะคิดแผนล่วงหน้าแต่เพราะถูกรบกวนและพริสาเดินหมากได้ชาญฉลาดกว่าที่คิด จำต้องหาแผนใหม่เพื่อรับมือ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงกินหมากของเธอได้เช่นเดียวกัน

        พริสามีสมาธิ ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า ยิ่งเห็นเฮกเตอร์วางหมากพลาด ความมั่นใจก็เริ่มกลับมาสุดท้ายเธอก็สามารถเข้าถึงป้อมแล้วยึดควีนได้สำเร็จ ชายหนุ่มขยับคิงหนี พร้อมแสดงอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันหมากของเขาก็เข้าถึงป้อมของเธอเช่นกัน เรียกว่าสถานการณ์สูสี พลาดไม่ได้แม้แต่น้อย พริสารู้ดีว่าหากไม่ทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดหรือโมโห โอกาสที่จะชนะนั้นเกิดขึ้นได้น้อยมาก เหมือนสองรอบแรกที่ผ่านมา เขาเดินเข้ามาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยม เล่นอย่างชาญฉลาด วางแผนมาดีและมีสมาธิ แต่พอถูกปั่นในรอบที่สอง จึงเริ่มหลุดบ้าง และพอรอบที่สาม อาทิตยาทำงานได้เยี่ยมมาก เพราะสามารถทำให้เขาเสียการควบคุม

        เฮกเตอร์พยายามที่จะปิดเกมอย่างรวดเร็ว ยิ่งเห็นรอยยิ้มของพริสากับอาทิตยา ยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นมัว แต่ความสับสนเริ่มพุ่งกลับเข้ามา หากผู้หญิงพูดมากอย่างพริสาจากไป คฤหาสน์จะเงียบแค่ไหนกันนะ ความคิดนี้กำลังทำให้เฮกเตอร์หลุดมากขึ้นและวางหมากพลาดอีกครั้ง เขาสบถอย่างหัวเสีย

        คาร์เตอร์กับลูอิสลอบมองหน้ากัน แม้ผู้เป็นนายจะไม่ได้แสดงอาการออกทางสีหน้ามากนักแต่ทั้งสองรู้ว่ามีบางอย่างกำลังรบกวนจิตใจเฮกเตอร์อย่างรุนแรง คงไม่ใช่แค่เรื่องของอาทิตยาที่ทำให้เกิดความผิดพลาด โดยปกติเขาไม่เคยเกรงกลัวต่อศัตรู...ไม่เคยปรานีกับใคร แต่กับพริสา คู่แข่งหญิงคนแรกและคนเดียวกลับมีอิทธิพลอย่างเหลือเชื่อทำให้ความมั่นใจ ของเฮกเตอร์สั่นคลอน หากต้องแพ้...เธอจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้นักธุรกิจมากอิทธิพล หรือมาเฟียที่ใครๆต่างเกรงกลัว พลาดท่าอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนหากไม่นับรวมอลาโน

        การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด ใกล้รู้ผลแล้วเมื่อหมากในกระดานต่างเหลือสามตัวเท่ากัน การเดินหมากยังเป็นไปต่อเนื่อง สถานการณ์สูสี สำหรับพริสาแล้ว เธอมีชีวิตของทุกคนเป็นเดิมพัน ขณะที่เฮกเตอร์จะได้โอกาสขจัดความน่ารำคาญตลอดหลายสัปดาห์ออกไป เวลานั้นมือของเขาหยิบหมากขึ้นมาแล้วลอบมองใบหน้าของพริสาที่ดูจะเคร่งเครียดมาก มือบางข้างที่ว่างรัดรอบเอวของอาทิตยาไว้แน่น บางทีก็ก้มลงจูบศีรษะลูกน้อยด้วยแววตาวูบไหว ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มเสียสมาธิ ก่อนจะวางหมากลง พริสาวางหมากตามอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เสียงของคนใดคนหนึ่งจะดังขึ้น

        “รุกฆาต!”

        หลังสิ้นเสียง สายตาของทุกคนต่างจับจ้องที่ผลการแข่งขัน พริสาสบตากับเฮกเตอร์ ขณะเดียวกันอาทิตยาก็นั่งกินอมยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็สะดุ้งกับเสียงกรีดร้องของพริสา

        “โอ้ก๊อด!ฉันชนะแล้ว...ชนะแล้ว ซันนี่ มัมชนะแล้วลูก เราไม่ต้องออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว!” หญิงสาวลุกขึ้นอุ้มลูกสาวกอดแนบอกพร้อมหัวเราะออกมาราวกับคนบ้าก็ไม่ปาน

        ความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตไม่ได้ทำให้เฮกเตอร์รู้สึก “โกรธ” อย่างที่ควรจะเป็น ยิ่งเห็นรอยยิ้มกับท่าทีดีใจของหญิงสาว กลับรู้สึกผ่อนคลายแทนที่จะตึงเครียดฟาดงวงฟาดงาอย่างที่ควรจะเป็น ผู้หญิงคนนี้มีความพยายามและความเป็นนักสู้เกินกว่าที่ใครคาดคิด เธอพิสูจน์ให้เห็นในเกมนี้แล้วแต่ความรู้สึกนี้ก็มลายหายไปแทนที่ด้วยความหนักใจเมื่อมองอาทิตยาตัวอ้วนกลมกำลังหัวเราะเสียงดังกังวาน เขาต้องเลี้ยงเด็กคนนี้เจ็ดวันเชียวเหรอเนี่ย เธอไม่ใช่ปีศาจแล้วตอนนี้ เธอเหมือนยมทูตน้อยที่กำลังรอเชือดเขาอยู่!

        เหล่าแม่บ้านต่างก็อยากเข้ามาแสดงความยินดีแต่ไม่กล้าทำต่อหน้าผู้เป็นนาย จึงเพียงส่งยิ้มกับสายตาเป็นประกายมาให้ คงมีเพียงคาร์เตอร์กับลูอิส ที่ลอบมองผ่านทางสายตาตามประสาคนที่รับใช้มานาน

        “จะไม่ดีใจกับฉันหน่อยเหรอคะ” พริสายิ้มกวางหันมาถามเฮกเตอร์ที่ยังนั่งเฉย

        “ไม่จำเป็น!” เขาพูดเสร็จก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตั้งใจจะเดินหนีทว่าถูกพริสาที่ยังคงอุ้มอาทิตยาอยู่เข้ามาขวาง

        “ฉันชนะแล้ว...อย่าลืมทำตามเงื่อนไขนะคะ”

         “อย่าเพิ่งดีใจไปเลยพริสา เธอและคนอื่นได้อยู่ต่อ แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะหาทางไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้ไม่ได้” เขาขบกรามแน่นจ้องเขม็ง

        “หลังจากชนะคุณวันนี้ ฉันก็ไม่กลัวอะไรแล้วค่ะ เจ้านาย”

เธอขยิบตาให้อย่างน่ารักจนหัวใจของเขากระตุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทันที ชายหนุ่มรีบกลบเกลื่อนด้วยการพูดเสียงดัง

“สมใจเธอแล้วก็ไปซะ มาขวางทางฉันทำไม”

        “อะๆ ยังเหลือเงื่อนไขอีกข้อ จำได้ไหมคะ” หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้จับแขนอาทิตยาชูขึ้น

         “ให้ตาย...เอาจริงดิ ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะถ้าไม่อยากให้ลูกเธอร้องไห้ อย่าเอามาใกล้ฉัน เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันเป็นยังไง ฉันอยู่กับเด็กไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มไม่ได้ข่มขู่หากแต่พูดเรื่องจริง

        “ฉันรู้ว่าคุณจะอยู่ได้ค่ะ ยังไงก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา” พริสาเน้นย้ำ

        “ฉันให้โอกาสเธอเปลี่ยนเงื่อนไขข้อสุดท้าย ขออะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้” หากเรียกร้องเงินเขาก็ยินดีจ่าย อย่างน้อยถือว่าซื้อสุขภาพจิตที่ดีไปเจ็ดวัน

         “สิ่งที่ฉันต้องการหรือเรียกว่าหวังผลระยะยาว คือการที่คุณเปลี่ยนความคิดจากเกลียดมาชอบเด็ก เพราะนั่นหมายความว่าฉันกับลูกจะได้อยู่ที่นี่ตลอดไป” พริสายิ้มตาเป็นประกาย

        คำว่า “ตลอดไป” ทำให้แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย

“เธอคิดว่าฉันจะจ้างเธอตลอดไปอย่างนั้นเหรอ”

        “ที่นี่งานดี เงินก็ดี...สวัสดิการก็เยี่ยม ต่อให้หมดสัญญา ฉันก็จะพยายามทำให้คุณจ้างต่อให้ได้ค่ะ” เธอยิ้มกว้างบอกอีกหนแสดงสีหน้าไร้เดียงสา

        วินาทีนั้นเฮกเตอร์กลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เคยมีแต่คนไม่อยากอยู่ใกล้ ทว่าเพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่อยากอยู่ด้วย

“แล้วเธอจะเสียใจ ที่ได้อยู่ต่อ” เขาบอกเสียงเข้ม

        “คาดว่าวันนั้นคงไม่มาถึงนะคะ”

        เฮกเตอร์ ลูอิสและคาร์เตอร์ลอบมองหน้ากัน ถึงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา ทว่าทั้งสามคนคิดตรงกันว่าผู้หญิงคนนี้โผล่มาจากดาวดวงไหน หากเป็นคนอื่นคงรีบขอออกแล้วด้วยซ้ำ แต่นี่นอกจากไม่ยอมยังมีความสุขที่ได้อยู่ต่อ แถมตั้งเป้าว่าจะอยู่ตลอดชีวิตด้วย

        “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีผู้หญิงแบบเธออยู่บนโลก”

        “ฉันยังมีอะไรให้คุณไม่น่าเชื่ออีกมากค่ะ หน้าที่พี่เลี้ยงเริ่มพรุ่งนี้ตั้งแต่มื้อเช้า ฉันจะพาซันนี่มาหาคุณ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือนิดๆ หน่อยๆ ฉันจะให้คุณทำหน้าที่ทั้งวันก็จริง แต่ฉันจะแวะเวียนมาช่วยดูบ้างอย่างกรณีที่ซันนี่อยากเข้าห้องน้ำ ส่วนตอนกลางคืนฉันก็จะรับไปกล่อมนอนเองค่ะ” พริสาอธิบายรายละเอียด

        “นี่ฉันต้องทำจริงๆเหรอ” เขาถามย้ำอีกครั้ง

        “แน่นนอนสิคะ คุณเป็นถึงเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ดเชียวนะ คุณให้คำมั่นแล้วจะผิดสัญญาเหรอ ใครรู้เข้า ความน่าเชื่อถือไม่มีเลยนะคะ เขาจะหาว่าคุณไม่มีสัจจะ” พริสาแสร้งว่าทำตาโต

        เขากัดฟันกรอด ผู้หญิงคนนี้จงใจแดกดันเขาชัดๆ “ก็ได้!”

        “ดีค่ะ”

        “แต่เธอต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย” เขาสวนกลับทันที

        “แต่ว่า คุณไม่ชอบแกและถ้าเรา...”

        “ฉันอาจจะรำคาญ แต่การเรียกเธอมาใช้งานตอนกลางคืนไม่ให้หลับไม่ให้นอน ก็ถือเป็นการเอาคืนที่หอมหวานสำหรับฉัน! จำเอาไว้พริสา เจ็ดวันนี้ เธอเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกของฉันไม่ได้หรอก สุดท้ายเธอจะต้องพายายเด็กนี่ออกห่างจากฉันแน่ และเตรียมรับมือการทำงานแบบยี่สิบสี่ชั่วโมงได้เลย!” ร่างสูงพูดเสร็จก็เดินจากไปทันทีโดยมีลูอิสเดินตามหลัง

        พริสากลืนน้ำลาย แม้จะกลายเป็นผู้ชนะแต่รู้สึกเหมือนจะโชคร้ายยังไงก็ไม่รู้ แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว อีกทั้งหญิงสาวเชื่อมั่นว่าเฮกเตอร์ไม่มีทางทำร้ายอาทิตยา แม้จะเป็นผู้ชายเกรี้ยวกราด ดุดัน ไร้เหตุผลและเผด็จการ ทว่าไม่เคยแสดงออกถึงความรุนแรงไม่ว่าจะต่อเด็กหรือคนรอบข้าง ยกเว้นวันแรกที่ใช้มีดจ่อคอของเธอ ไม่รู้ว่าด่วนตัดสินไปหรือไม่ แต่พริสาเชื่อสายตาและสัญชาตญาณของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ประมาท จะคอยกำกับดูแลอยู่ห่างๆ อย่างน้อยความปลอดภัยของลูกต้องมาก่อน

        “คุณทำได้จริงๆ ยินดีด้วยนะคะ” โซอี้ยิ้มกว้างแสดงความยินดี

        “ขอบคุณค่ะ ฉันเองก็แทบไม่อยากเชื่อ ต้องขอบคุณซันนี่คนเก่งเนอะ”

        “ซันนี่เก่ง” อาทิตยาพูดตาม

         “เก่งมากเลยจ้ะ” พริสาหอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่

        พริสาวางลูกสาวลงเปลี่ยนมาจับมือสองข้างชูขึ้นโยกย้ายเต้นรำฉลองด้วยความยินดีปรีดาถึงชัยชนะครั้งนี้

         

        เสียงหัวเราะ ร้องเพลง ทำให้เฮกเตอร์หันกลับไปดู เห็นพริสากับอาทิตยากำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน แววตาของเขาอ่อนโยนลงเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยนับจากเกิดเรื่อง แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะหุบลงตามเดิม และเอ่ยบ่นต่อ

“ผู้หญิงคนนั้นบ้าไปแล้ว เธอเสียสติจริงๆ”

         “ไม่เสียแรงที่ผมจ้างคนมาสอนคุณ” คาร์เตอร์เดินเข้ามาใกล้

        หญิงสาวหยุดเต้นปล่อยมือลูกสาวแล้วฝากอันยาไว้ ขยับเข้ามาหาพ่อบ้านเก่าแก่

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ ป่านนี้ฉันกับลูกคงโดนเขาเล่นงานและไล่ออกจากบ้านไปแล้ว ทำไมคุณถึงอยู่ข้างฉันคะ เอ่อ...และทำไมคุณถึงเลือกฉันเข้ามาทำงาน ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเขาไม่ชอบเด็ก”

        พริสาถือโอกาสถามอย่างสงสัย ตอนแรกเธอเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องขนาดนี้ คาร์เตอร์ที่รู้อยู่แล้วน่าจะหลีกเลี่ยงผู้หญิงที่มีพันธะอย่างเธอ แต่เขากลับรับเธอเข้าทำงาน

        ผู้ช่วยที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทนคุณเฮกเตอร์ได้สักราย นั่นเพราะชีวิตของพวกเธอมีทางเลือก ผิดกับคุณ ตั้งแต่ผมสัมภาษณ์ ผมก็รู้ว่าคุณไม่มีที่ไป ไม่มีงาน ไม่มีเงิน หรือเรียกง่ายๆ ว่าจนตรอกสุดๆ แน่นอนว่าคุณจะต้องยึดโอกาสสุดท้ายเอาไว้เพื่อให้ได้งาน คุณยอมเซ็นสัญญาจ้างอย่างไม่ลังเล นั่นทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงอย่างคุณจะยอมอดทนมากกว่าคนอื่นและที่ผ่านมาคุณก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ไม่ผิดคาร์เตอร์ตอบเหตุผลอย่างตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง

         “จริงอย่างที่คุณพูดค่ะ ที่ฉันยอมอดทนก็เพราะลูก และที่นี่ให้เงินเดือนเยอะมาก สวัสดิการก็ดี อย่างน้อยถ้าสักวันหนึ่งฉันต้องไป ก็มีเงินก้อนโตไว้สำหรับหาที่สงบๆ อยู่กับลูกสองคน” พริสายอมรับ

        “แต่อย่าเพิ่งดีใจไปครับ คุณเฮกเตอร์ไม่ได้สิ้นฤทธิ์เพราะแพ้ครั้งนี้ คุณรู้ดีว่าเขามีพลังเหลือล้นแค่ไหนที่จะกลั่นแกล้งคุณผมได้แต่ภาวนาว่าเขาจะไม่ใจร้ายกับซันนี่”

        “ฉันรู้ค่ะ และฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทำแบบนั้น” หญิงสาวยิ้ม

        ความมั่นใจที่พริสามีต่อเฮกเตอร์ไม่เคยปรากฏกับใครที่ไหนแม้กระทั่งกับเด็กรับใช้ยังไม่เคยมีใครมั่นใจขนาดนี้มาก่อน ยกเว้นคนในครอบครัว เขาโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะขอตัวออกไป ปล่อยให้ทุกคนได้ฉลองกันต่อ

 

        พ่อบ้านเก่าแก่เคาะประตูห้องทำงานสองครั้งก่อนจะเดินเข้ามา มองเจ้านายหนุ่มที่กำลังยืนจิบเหล้าอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ สามวันที่ผ่านมาเขาไม่ปรากฏตัวให้เห็น เอกสารสำคัญต่างๆ ส่งให้ลูอิสเป็นคนจัดการ ด้วยรู้ดีว่าเฮกเตอร์ต้องโกรธเขามากกว่าใครเพราะเป็นคนรับพริสาเข้ามาทั้งที่รู้ว่ามีลูก

        “นายคงดีใจสินะ ที่เห็นเธอเอาชนะฉันได้”

        ผมดีใจ ไม่ใช่เพราะคุณแพ้ แต่ผมดีใจ ที่มีคนดูแลคุณต่อ ผมรู้ว่าคุณโกรธ ผมผิดเองที่ปิดบังแต่นั่นเป็นเพราะผมหวังดีคาร์เตอร์ตอบกลับตามตรง

        “ความหวังดีของนาย กำลังทำร้ายฉัน นายรู้ดีว่าฉันไม่ชอบเด็ก ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นนี่ฉันยังต้องมาเลี้ยงลูกให้เธออีก!” เฮกเตอร์สวนกลับ

        “แต่คุณยอมรับเงื่อนไขแล้วนี่ครับ”

        “ใช่ แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะชนะ และมันเป็นเพราะแก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แกพาแม็กนิอัสมาสอนเธอ!” ชายหนุ่มพูดอย่างรู้ทัน เขาคาดเดาได้อยู่แล้วว่าคาร์เตอร์คงไม่อยากให้พริสาถูกไล่ออกอีกครั้ง แม้ใจจริงเขาเพียงแค่ขู่ผู้ช่วยส่วนตัว สำหรับคนอื่นได้เตรียมบทลงโทษเอาไว้แล้ว ซึ่งไม่ถึงกับไล่ออกทั้งหมด และเขารู้ดีว่าคาร์เตอร์ต้องเดาได้อย่างแน่นอน

        “คุณรู้แต่ก็ยอมปล่อย แปลว่าคุณเองก็ไม่อยากให้เธอแพ้”

        ไม่ใช่ แต่เพราะฉันไม่คิดว่าผู้หญิงสมองเท่าเม็ดถั่วจะเอาชนะได้ต่างหาก เขาสวนกลับ ยอมรับว่าประมาทเกินไป อีกทั้งยังไม่คิดว่าจะเสียสมาธิเพราะอาทิตยา นับว่าเธอเลือกใช้ไม้เด็ดได้ดีทีเดียว

        “ผมว่าไม่ใช่แค่ประมาท ผมอยู่กับคุณมานาน ตอนแข่งขันคุณยอมอ่อนข้อให้เธออยู่หลายครั้ง คนอื่นอาจไม่สังเกตเห็นแต่ไม่ใช่ผมแน่ ถึงแม้ซันนี่จะทำลายสมาธิจนคุณพลาด แต่ก็มีบางช่วงบางตอนที่ผมเห็นคุณลังเลในการเดินหมาก คุณคงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังแสดงความสับสนออกมา” คาร์เตอร์เลี้ยงดูทายาทแบล็กฟอร์ดทั้งสองคนมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ทั้งคู่เปรียบเสมือนลูกและเขาใกล้ชิดกับเฮกเตอร์มากที่สุด มีหรือจะไม่รู้หรือจับสีหน้าแววตาไม่ออก

         “ออกไปซะ ฉันไม่อยากได้ยินแกพูดอะไรอีก นับว่าแกโชคดีที่ไม่ต้องออกจากบ้านหลังนี้ แต่จำเอาไว้...แกมีโอกาสอีกแค่ครั้งเดียวคาร์เตอร์ ถ้าแกยังคิดจะทรยศ ไม่ซื่อสัตย์ แกรู้กฎของแบล็กฟอร์ดดี ไม่ใช่แค่ต้องออกไปจากที่นี่...แต่ลมหายใจของแกก็จะหมดลงด้วย” เฮกเตอร์เบือนหน้าหนีทันทีที่ถูกจับได้

        “เป้าหมายหนึ่งของของผมคือการรักษาแบล็กฟอร์ด โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจและอิทธิพล เพราะคุณเฮนรี่ได้สั่งเสียเอาไว้ก่อนเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าคงไม่ต้องห่วงอะไรอีก คุณทำมันได้ดีและดีมากด้วย แต่ผมยังเหลือเป้าหมายอีกหนึ่งข้อที่หวังว่ามันจะเกิดขึ้น คืออะไรรู้ไหมครับ...คือการเห็นคุณมีความสุข แน่นอนว่าผมจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม อย่าพูดว่าผมทรยศไม่ซื่อสัตย์ คุณรู้ดีว่าชายแก่อย่างผม ไม่มีทางทำร้ายคุณหรือตระกูลนี้อย่างแน่นอน” คาร์เตอร์จ้องมองผู้เป็นนายด้วยแววตามั่นคง เขาไม่ห่วงแฮร์ริส เพราะชายหนุ่มพบทางของตัวเองและใช้ชีวิตมีความสุขไปแล้วแต่เขาห่วงเฮกเตอร์ ผู้ที่ไร้หัวใจและยังหลงอยู่กับการแก้แค้น เขาอยากให้ผู้ชายคนนี้มีความสุขและได้ยิ้มอย่างที่ควรจะเป็น

        “แกบอกว่าจะพยายามทำทุกทางให้ฉันมีความสุข ด้วยการช่วยเหลือพริสาไว้อย่างนั้นเหรอ บอกเลยว่าไม่ได้ผลหรอก สิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันมีความสุขได้คือการฆ่าไอ้อลาโนด้วยมือของฉันเองต่างหาก”

        ผมรู้คุณต้องการอะไร และผมไม่ได้คาดหวังว่าพริสาหรือซันนี่จะทำให้คุณมีความสุขได้ แต่ผมแค่อยากให้คุณได้มองพวกเธอ ความสดใสอาจทำให้หัวใจที่ด้านชาของคุณดีขึ้นบ้าง ขอเพียงแค่เปิดใจคุณเฮกเตอร์ ความแค้นกับการรู้สึกผิดไม่ควรหยุดการใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ คุณทำร้ายตัวเองมามากพอแล้วและมันควรพอแค่นี้คาร์เตอร์พูดด้วยความเป็นห่วงแล้วหวังดี อยากลดความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของผู้เป็นนาย ไม่ได้คาดหวังว่าพริสากับอาทิตยาจะทำได้แต่ที่ผ่านมาเขาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อย่างน้อยเฮกเตอร์ก็ไม่ได้หมกมุ่นกับการตามล่าอลาโนอย่างเดียวแต่มีความสนุกที่ได้กลั่นแกล้งพริสา ถึงจะไม่ใช่เรื่องดี แต่สำหรับเขาแล้วถือว่าน่าพึงพอใจ   

        ไม่มีใครเปลี่ยนฉันได้คาร์เตอร์ ฉันจะทำให้นายรู้ว่าตัวเองคิดผิด พริสาอาจจะชนะฉันได้ในวันนี้ แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าเธอจะอยู่ได้ตลอดไป ไม่มีใครทนเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ดได้ การบีบให้เธอออกไปจากที่นี่ถือว่าฉันช่วยเธอด้วยซ้ำนายก็รู้...ฉันไม่เคยปรานีใคร เขาบอกเสียงเรียบกระตุกยิ้ม

        “ผมหวังว่าจะมีใครสักคนหรือบางสิ่งที่สามารถเปลี่ยนคุณได้และวันนั้นผมคงนอนตายตาหลับ ผมเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น”คาร์เตอร์พูดเสร็จก่อนจะโค้งทำความเคารพแล้วเดินออกไป

        ร่างสูงกระดกเหล้าจนหมดแก้วเมื่อได้อยู่ตามลำพัง คิดทบทวนคำพูดของพ่อบ้านคนสนิทก็ส่ายหน้า ความรู้สึกของเขาต่อต้านความสุขทุกรูปแบบที่เข้ามาเมื่อคิดถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพริสากับอาทิตยา บางทีเขาเองก็อยากหัวเราะได้อย่างนั้นบ้าง แต่พอนึกถึงความเจ็บปวด ชายหนุ่มก็ขบกรามแน่นแล้วปาแก้วเหล้าอย่างแรงจนแตกกระจายเต็มพื้น

        “ความสุขไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างฉันเหรอ” เขาจะยิ้มได้อย่างไรในเมื่อครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอาลัยถึงคนที่จากไปในเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 808 ครั้ง

2,793 ความคิดเห็น

  1. #1863 0983747989 (@0983747989) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 19:46

    สนุกดีค่ะมีการหักมุมตลอด
    #1863
    0
  2. #993 pratumwan pomsorn (@pratumwantawan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:24
    แผนป่วนเตอร์..555หนูน้อยซันนี่
    #993
    0
  3. #864 150221 (@150221) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 15:19
    สะใจปีศาจโดนซันนี่แกล้ง
    #864
    0
  4. #511 yuyuyingying (@yuyuyingying) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 18:14
    มาทุกวันค่า
    #511
    0
  5. #507 iPhim-J (@Phimmy-Phim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 08:00
    เลือก 1 ค่ะ... มาทุกวัน คิดถึงซันนี่ กับ เตอร์ เตอร์ มากเลย อยากเจอนางทุกวันค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #507
    0
  6. #499 kaaey (@aeykanokporn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 02:11

    มาทุกวัน หลายๆหน้า

    #499
    0
  7. #486 kapoo-Baibua (@kapoo-Baibua) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 14:20

    มาทุกวันค่ะ

    #486
    0
  8. #485 Buy wan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 10:16

    ถ้าถามอย่างนี้ ต้องบอกว่ามาทุกวันแต่4-5หน้าค่ะ 5555

    #485
    0
  9. #484 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 07:57

    แบบไหนก็ได้ค่ะเอาที่สะดวกไรท์ค่ะ

    #484
    0
  10. #483 Poppylovely123 (@Poppylovely123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 07:22
    ทำไมหลงรักซันนี่ได้ขนาดนี้
    #483
    0
  11. #482 Ratchanee099 (@Ratchanee099) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 07:18
    ได้หมด ทุกแบบเลยค่าตามๆห
    #482
    0
  12. #481 เกด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 06:46

    สั่งbook for fun ค่ะ

    #481
    0
  13. #480 Jarin.24 (@letter_love) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 06:42

    มาแบบ2เนี้ยแหละ

    #480
    0
  14. #479 horsuwi (@horsuwi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 06:07
    มายังไงก็ได้แต่อยากรู้ราคาแล้วจะหยอดตังค์เตรียมรออ่ะ
    #479
    0
  15. #478 penpa55 (@penpa55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 06:01

    อยากอ่านทุ๊กกกกวันแบบยาวๆ แหะๆโลภไปอีก สรุปว่าเอาทีไรท์สะดวกละกัน ยังงัยก็ติดตามค่ะ

    #478
    0
  16. #477 ann5294 (@ann5294) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    ซันนี่ยังถามว่านี้เตอร์โกรธหรอ

    เตอร์นี่ชั่งตอบแบบไม่รักษาน้ำใจเลย
    #477
    0
  17. #476 nueng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:37

    ไรท์สะดวกแบบไหนได้หมดค่ะ

    #476
    0
  18. #475 เกด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:34

    อัพยังไงก็ต้องไปหา นายอินทร์อยู่ดี

    หนังสือมาวันไหนคะ

    #475
    1
    • #475-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 15)
      27 พฤษภาคม 2562 / 23:41
      หนังสือทำมือ ไม่มีวางนายอินทร์ค่ะ
      #475-1
  19. #474 p_puy (@p_puy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    1 คร่า
    #474
    0
  20. #473 sunantoungs (@sunantoungs) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:26

    มาทุกวันค่ะ

    #473
    0
  21. #472 flukebaa (@fonuss27) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:14
    1 เพิ่ม 2 แอบโลภ^^
    #472
    0
  22. #471 Ann Siriporn Chanadee (@siriporn5264) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:10

    ชอบเนื้อหาค่ะ จะติดตามผลงานตลอดค่ะ
    #471
    0
  23. #470 ancova554 (@ancova554) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:08

    แบบ1+2 อิอิ
    #470
    0
  24. #469 Sarawadeenikojid (@Sarawadeenikojid) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:51
    อัพทุกวันก็ดี วันเว้นวันกะได้ อิอิ
    รอหนังสือเลยจร้า
    #469
    0
  25. #468 punggo (@punggo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:50
    ซันนี่มาแล้ว ..เตอร์ไหวป่าว
    #468
    0