หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 758,338 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,566 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,779

    Overall
    758,338

ตอนที่ 7 : บทที่2 [พบกันอีกครั้ง] 100% [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 881 ครั้ง
    18 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.
อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ

[นี่คือไฟล์รีไรต์แบบรูปเล่มนะคะ เราขมวดรวมเป็นตอนเดียวเลย]



บทที่ 2

[พบกันอีกครั้ง]

 

นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

        สนามบินเจเอฟเคยังคงเนืองแน่นด้วยผู้คนจำนวนมาก การจราจรด้านหน้าวุ่นวายพอๆ กับการจราจรของท่าอากาศยานเนื่องด้วยมีเครื่องบินหลายลำบินลงที่นี่แทบทุกวินาที เป็นจุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนอยากมานครที่ไม่เคยหลับใหล ดินแดนแห่งความศิวิไลซ์ บางคนเดินทางมาติดต่อธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นี่ บางคนเดินทางมาท่องเที่ยว บางคนมาเยี่ยมญาติ และบางคน... มาเพื่อสะสางเรื่องราวในอดีต

        หญิงสาวใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเตรียมเอกสารสำหรับตัวเองและลูก รอบนี้ผ่าน ไม่ได้ถูกปฏิเสธเหมือนสี่ปีก่อน รวมถึงเอกสารหย่าที่ให้ทางทนายเป็นคนเตรียมและวันนี้ก็ได้มาเหยียบแผ่นดินอเมริกาเป็นครั้งแรก การมาครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือเรื่องที่พักจากมินตรา ทำให้ประหยัดไปได้เยอะ ถึงจะมีเงินมากจากการขายสวนไม่ได้แปลว่าจะสามารถใช้ฟุ่มเฟือยเพราะยังมีลูกเล็กต้องดูแล เธอจะอยู่ที่นี่เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น และทุกอย่างต้องเรียบร้อย

        การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายี่สิบกว่าชั่วโมงทำให้คนเป็นแม่เหนื่อยล้าไม่น้อย ยังดีที่ตอนนี้ลูกแฝดสองคนนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็น แต่ด้วยข้าวของพะรุงพะรังกว่าจะพาตัวเองออกมาด้านนอกได้แทบแย่ ยังดีที่ได้ผู้หญิงผมบลอนด์ใจดีช่วยเข็นรถเข็นออกมาให้ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเมื่อต้องพาลูกแฝดเดินทางไกลไม่ใช่เรื่องง่าย นรียาสอดส่องสายตามองไปโดยรอบเพื่อหามินตรา เพียงครู่เดียวก็เจอเพื่อนสาวโบกไม้โบกมือยืนรออยู่ เธอส่งยิ้มตั้งใจจะเดินไปหาแต่อีกฝ่ายปรี่เข้ามาเสียก่อนและสวมกอดไว้แน่น

        “ยินดีต้อนรับสู่อเมริกาจ้ะ”

        “ขอบใจจ้ะ... รบกวนหน่อยนะมิน” นรียาพูดอย่างเกรงใจ

        “ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง” มินตราตอบรับด้วยความเต็มใจ มองสำรวจเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันหลายปี ทว่าความสวยกลับเพิ่มมากขึ้นเสียจนน่าอิจฉา จากนั้นเบนสายตามองเด็กแฝด ครู่เดียวก็รู้ว่าลูกครึ่ง เคยได้ยินว่านรียาแต่งงานกับสามีชาวอเมริกัน ต่อมาเพื่อนคนนี้หายตัวไปพร้อมข่าวคราวที่ว่าเลิกรากันแล้วและหลังจากนั้นไม่รู้อะไรอีก จนกระทั่งสองสัปดาห์ก่อน นรียาได้บอกว่าจะเดินทางพร้อมลูกชายและลูกสาว มินตราพอจะเดาบางอย่างได้แต่เลือกจะไม่ถามอะไร รู้ดีว่าถ้าเพื่อนรักอยากเล่าคงพูดเอง

        หญิงสาวก้มมองเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม “หลานสองคนของฉันหลับน่ารักจัง คงเดินทางเหนื่อยสินะ”

        “เด็กๆ เพิ่งเคยขึ้นเครื่องครั้งแรกจ้ะ แล้วเดินทางไกลด้วย นอนก็ไม่สบาย เพิ่งจะได้หลับตอนรอรับกระเป๋า” นรียามองลูกด้วยความเอ็นดูปนสงสาร ไม่ได้อยากพามาลำบากหรือทรมาน แต่ไม่สามารถทิ้งไว้ที่เมืองไทยได้จริงๆ อย่างน้อยก็ยังดีที่เด็กๆ ไม่ร้องไห้งอแง

        “ถ้าอย่างนั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะ หลานฉันจะได้นอนบนเตียงนุ่มๆ สักที”

        มินตรายิ้มรับก่อนจะช่วยเข็นกระเป๋าออกไป ส่วนนรียาเข็นรถเข็นที่ลูกแฝดกำลังหลับสนิทเดินตามออกไปด้านนอก เพียงสิบห้านาทีรถคันหรูก็แล่นไปตามท้องถนนสายหลักมุ่งสู่บ้านในย่านควีนส์ ซึ่งเดินทางต่ออีกเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้านสองชั้นขนาดกลาง ล้อมรอบด้วยสวนที่จัดตกแต่งอย่างดี เธอรู้มาว่าเพื่อนสาวแต่งงานกับนักบินหนุ่มและฝ่ายชายค่อนข้างมีฐานะพอสมควรซึ่งดูจากบ้านและความเป็นอยู่คงจะจริง

        เมื่อเข้ามาในบ้านมินตราพาเดินไปยังชั้นสองทันที บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน สี่ห้องน้ำ ในห้องของนรียามีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง ปลายเตียงเป็นโซฟาสีขาวสำหรับสองคนนั่งและมีห้องน้ำในตัวสะดวกสบาย หญิงสาวรีบวางลูกลงบนเตียงทีละคนอย่างแผ่วเบา เด็กๆ คงเหนื่อยมาก หลับสนิทไม่ตื่นเลย คนเป็นแม่ แม้จะเหนื่อยล้า ไม่ค่อยได้พักผ่อนบนเครื่องแต่ยังอดทนไหว ขอเพียงให้ลูกๆ สบายก่อนเป็นพอ ซึ่งผ่านไปสิบนาที นทีกับนาราก็นอนบนเตียงนุ่มเรียบร้อย จึงหันมาหาเพื่อนรักที่กำลังวางกระเป๋าเดินทางอยู่

        “ขอบคุณอีกครั้งนะมิน”

        “เลิกขอบคุณฉันสักทีเถอะน่า... ฉันสิต้องขอบคุณ ที่เธอกับลูกมาหา ตอนนี้พีทไปบิน ฉันเลยต้องอยู่คนเดียว หญิงสาวส่งยิ้มให้ ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่มิตรภาพของความเป็นเพื่อนก็ไม่ได้จางหาย

        “มีเด็กๆ อยู่ด้วยรับรองเธอไม่เหงาหรอก แต่จะปวดหัวน่ะสิ สองแฝดแสบมากนะ”

        มินตราหัวเราะ “เธอไม่แสบเลยนี่นา สงสัยจะได้นิสัยพ่อมาเยอะใช่ไหมล่ะ”

        เมื่อเอ่ยถึงบิดา นรียานิ่งไป จริงอยู่ว่านอกจากใบหน้าของเด็กแฝดจะเหมือนแฮร์ริส ขณะเดียวกันนิสัยหลายอย่างก็เหมือนโดยเฉพาะนารา ต้องเรียกว่าลูกพ่อโดยแท้

        มินตรารู้ตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรก็รู้สึกผิด “เอ่อ... นัท ฉันขอโทษ คือฉัน...”

        “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อย่าคิดมากเลย”

        “ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าอยากจะเล่าหรือระบายอะไร ฉันพร้อมจะรับฟัง”

        “ฉันรู้ ขอบใจนะ”

        “เธอพักผ่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ

        นรียาคว้ามือมินตราที่กำลังจะเดินออกไปเพื่อจะพูดเรื่องสำคัญ “ฉันยังมีอีกเรื่องที่อยากจะรบกวน”

        “ได้สิ ว่ามาเลย”

        “พรุ่งนี้ฉันจะออกไปทำธุระสักพักหนึ่ง อยากจะฝากเด็กๆ ไว้กับเธอได้ไหม แต่ไม่ต้องห่วงนะมิน ฉันจะพาลูกนอนกลางวันก่อนค่อยไป และจะรีบกลับมาก่อนที่เด็กๆ จะตื่น” เธอรีบบอกทันทีเพราะกลัวว่าลูกๆจะไม่คุ้นเคยกับหญิงสาว

        “ไม่มีปัญหา ต่อให้เด็กๆ ตื่นก็ไม่ต้องห่วง ฉันเอาอยู่ เชื่อมือฉันเถอะ” เธอขยิบตาให้อย่างน่ารัก

        นรียาหัวเราะ “ขอบใจจ้ะ”

        หลังจากเพื่อนรักเดินออกไป หญิงสาวจึงได้อยู่ตามลำพัง มองดูนทีกับนารากำลังนอนหลับสนิท เธอนั่งลงบนเตียงกว้าง ลูบศีรษะลูกรักด้วยแววตาเจ็บปวด

        “หม่ามี้เลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา... อย่าโกรธหม่ามี้นะคะ... ถึงจะไม่มีแด็ดดี้ เราก็อยู่กันได้”

        นรียาจูบศีรษะลูกทั้งคู่ เป็นเรื่องยากของคนเป็นแม่ ใครบ้างจะไม่อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ทางเดียวที่จะให้เจ็บน้อยสุดคือยุติทุกอย่างในช่วงเวลาที่เด็กยังไม่รู้เรื่องหรือได้รู้จักกับแฮร์ริส ยังไม่เกิดความผูกพันและนับจากนี้ทั้งชีวิตของนทีและนาราจะมีแค่เธอ ที่เป็นทั้งบิดาและมารดาเท่านั้น

        หญิงสาวนั่งมองลูกอยู่พักใหญ่ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงออกมานอนพักผ่อน ด้วยความเหนื่อยล้าตลอดการเดินทาง นรียาก็หลับสนิทไปแทบจะทันที ซึ่งอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ร่างอ้วนกลมของเด็กหญิงที่นอนอิงแอบข้างมารดาก็เริ่มรู้สึกตัว ริมฝีปากเป็นกระจับ ขยับเล็กน้อยราวกับว่ากำลังฝันถึงนมแสนอร่อย เมื่อรู้ว่าไม่มีด้วยความที่พุงป่องๆ ส่งเสียงร้องประท้วง ดวงตากลมโตขยับยุกยิก ท้ายที่สุดก็ลืมขึ้น

        “หม่ำๆ หม่ามี้ หม่ำ” เด็กน้อยร้องบอกมารดาที่กำลังหลับสนิท ไร้การตอบสนอง แต่กลายเป็นพี่ชายอย่างนทีที่ตื่นจากนิทรา ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งมองน้องสาว

        “ฮันนี่”

        นาราหันไปมองพี่ชายเบะปากเล็กน้อย “หม่ำ ฮันนี่อยากหม่ำนม”

        “พี่ก็อยากหม่ำ”

        “หม่ามี้ หม่ามี้ขา” เด็กน้อยเรียกมารดา แต่เพราะความเหนื่อยล้าสะสมทำเอานรียาหลับสนิท

        “ฮันนี่ หม่ามี้หลับ” นทีเอ่ยบอกน้องสาว

        “ฮันนี่หิว อยากหม่ำนมนี่”

        เด็กน้อยเบะปากทำท่าจะร้องไห้ ร้อนถึงพี่ชายมองซ้ายมองขวาก่อนที่สายตาจะเห็นกล่องนมที่ตั้งวางไว้อยู่ที่โต๊ะเล็ก ก็เลยตัดสินใจปีนลงเตียงด้วยความระมัดระวัง วิ่งไปตรงนั้นแล้วหยิบนมมาสองกล่องก่อนจะวิ่งกลับมายื่นให้น้องสาวที่มีสีหน้าดีขึ้น

        “เจาะๆ ให้ฮันนี่”

        ด้วยความเป็นพี่ชาย ถูกมารดาสอนให้ดูแลน้องอยู่เสมอ นทีเข้าใจความหมายจึงหยิบหลอดมาเจาะจากนั้นส่งให้น้องสาวที่ยิ้มแป้นรับไปดื่มอย่างกระหายแล้วถึงจะดื่มตาม

        “ฮันนี่ต้องจุ๊ๆ นะ หม่ามี้หลับ”

        “อืม ฮันนี่จะจุ๊ๆ เด็กน้อยยกนิ้วชี้แตะปากตัวเองอย่างว่าง่าย

        ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเสียงการสนทนาทำให้มารดาตื่นจากนิทรา อันที่จริงนรียารู้สึกตัวตั้งแต่ตอนลูกสาวเรียกครั้งสุดท้ายแต่ยังไม่ทันลืมตาก็รับรู้ว่าลูกชายได้นมเรียบร้อยแล้ว เธอลืมตามองเด็กทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม

        “ฮิวโก้ของหม่ามี้ดูแลน้องได้แล้ว” สิ้นเสียงของหญิงสาวเด็กทั้งคู่ก็หันมามอง

        “หม่ามี้/หม่ามี้

        นาราที่อยู่ใกล้กว่าขยับเข้าไปหา ส่วนนทีก็รีบปีนกลับขึ้นมา ทว่าเตียงสูงจึงเป็นเรื่องยาก ต้องให้คนเป็นแม่ช่วยประคอง ท้ายที่สุดสามคนแม่ลูกก็นั่งอยู่บนเตียงด้วยกัน เด็กสองคนดื่มนมกล่องอย่างหิวโหย

        “พี่ฮิวโก้อุตส่าห์หยิบนมให้ฮันนี่ ขอบคุณพี่เขาหรือยังจ๊ะ” หญิงสาวมิวายถามลูกสาว

        นารารู้ว่าต้องทำอย่างไร เธออมยิ้ม จุ๊บแก้มพี่ชายเสียงดังแถมยังเลอะนมอีกต่างหากทำเอามารดาหัวเราะ ซึ่งนทีตอบโต้ด้วยการหยิกแก้มน้องสาว จากนั้นสงครามเล็กๆ ก็เกิดขึ้น จนผู้เป็นแม่ต้องรีบห้ามซะก่อน

        เมื่อลูกๆ ตื่นและดื่มนมเสร็จ นรียาจึงพาลงไปแนะนำตัวกับมินตรา แรกเริ่มเด็กๆ อาย ตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่เพียงครู่เดียว นาราก็ยอมให้มินตราอุ้มซะแล้ว ส่วนนทียังไม่ค่อยกล้า ตามติดมารดาตลอด ซึ่งท่าทางไร้เดียงสานี้ก็ทำให้เพื่อนสาวยิ้มอย่างเอ็นดู จากนั้นมื้อเย็นก็เริ่มขึ้น ผ่านไปเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นนทีก็เริ่มคุ้นชิน และเด็กแฝดเล่นกับมินตราอย่างสนุกสนานจนหมดแรง นรียาต้องพาขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็เข้านอน วันแรกที่นิวยอร์กก็จบลง

 

        บ่ายวันรุ่งขึ้นนรียากล่อมลูกนอนตามปกติ เด็กๆ ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาที่แตกต่าง พอดื่มนมเสร็จ ฟังนิทาน นอนเล่นพักหนึ่งก็หลับสนิท ร่างเพียวระหงที่เตรียมตัวออกจากบ้านก็รีบเดินไปหาเพื่อนในครัวทันที

        “เด็กๆ หลับแล้ว จะหลับยาวประมาณสองชั่วโมงทุกครั้ง ฉันจะรีบไปรีบกลับจ้ะ”

        “ไม่ต้องห่วงนะนัท ไปจัดการธุระให้เรียบร้อยเถอะ ฉันจะดูแลเด็กๆ เอง ว่าแต่เธอจะไปไหน ไปถูกใช่ไหม” มินตราถามเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง แม้ใจอยากจะรู้ว่าธุระอะไรเพราะดูท่าจะสำคัญมากแต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูดก็เลือกจะไม่ถาม

        “ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันไปได้ ฝากลูกด้วยนะมิน”

        “ไม่มีปัญหา”

        นรียายิ้มอีกครั้งก่อนจะกลับขึ้นไปด้านบนหยิบกระเป๋าสะพายที่ด้านในมีซองเอกสารสีน้ำตาล เป็นเอกสารหย่า เธอมองสำรวจตัวเองเล็กน้อยซึ่งวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสามเม็ดเห็นเสื้อซับสีเดียวกันด้านในกับกางเกงเดนิมสีน้ำเงินเข้ม แม้จะเป็นคุณแม่ลูกแฝด แต่เลี้ยงลูกเองตามลำพัง หุ่นของเธอจึงกลับมาเพียวระหงดังเดิม หญิงสาวส่องกระจกเรียกความมั่นใจ การจะไปพบอดีตสามีอีกครั้ง จะเรียกว่าตื่นเต้นก็ไม่แปลก ที่สำคัญกว่านั้นคือความเจ็บปวดต่างหาก เธอหันกลับมามองลูกทั้งสองและคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วจึงรีบออกจากห้องไป

        เพราะแบล็กฟอร์ดคอมพานีเป็นบริษัทใหญ่ เพียงบอกที่อยู่แก่คนขับแท็กซี่ก็รู้จักทันที ยี่สิบนาทีต่อมาก็ถึงที่หมาย เธอลงจากรถเงยหน้ามองบริษัทขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า เบื้องหลังคือแม่น้ำฮัดสัน สังเกตเห็นว่าตรงประตูมีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่พอสมควร นรียารู้สึกประหม่า พยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

        “เรื่องของเธอและเขาจบลงตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้วนัท... อย่าได้อาลัยผู้ชายคนนี้อีกเลย ทำทุกอย่างให้มันจบซะ”

        หญิงสาวพยักหน้าให้กำลังใจตัวเอง กำลังจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แต่แล้วคาดิลแลคสามคันใหญ่ก็แล่นมาจอดด้านหน้าเสียก่อน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน นาทีต่อมาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อได้เห็นแฮร์ริสลงจากรถ เขาอยู่ในชุดสูทดูดี มีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เขาไม่เคยเปลี่ยนเลย นรียาเรียกสติกลับมาอีกครั้งแล้วข้ามถนน เพื่อจะไปหาร่างสูงแต่ยังไม่ทันถึงตัวก็ถูกบอดี้การ์ดร่างใหญ่ขัดขวางไว้

        “จะไปไหนครับคุณผู้หญิง”

        “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเจ้านายของคุณ” นรียาเอ่ยบอก

        “ถ้าไม่ได้นัดไว้ เข้าพบไม่ได้นะครับ”

        หญิงสาวชะเง้อมองเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะเข้าไปด้านในแล้ว “แต่ฉันมีธุระด่วน จะพบเขาแค่ครู่เดียวเท่านั้น”

        “ไม่ได้ครับ”

        นรียาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้หลุดลอย การมาครั้งนี้เพื่อจบเรื่องทุกอย่าง จึงไม่สนใจบอดี้การ์ด เบี่ยงตัวหลบการขัดขวางพุ่งไปหาหมายจะเรียกแต่แล้วแขนสวยก็ถูกรั้งไว้ตามด้วยเสียงเตือนที่ดังกว่าเดิม

        “คุณจะไปไหนครับ”

        “ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ” เธอพยายามดึงแขนออกจากการเกาะกุม เห็นชายหนุ่มเข้าไปด้านในแล้ว

        “คุณเป็นนักข่าวหรือเปล่า เจ้านายของผมไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ถ้าเกิดว่า...”

        “ฉันไม่ใช่นักข่าว แต่ฉันมีธุระด่วน”

        “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องโทร. นัดกับเลขานะครับถึงจะเข้าพบได้”

        นรียาไม่รู้เลยว่าการจะขอพบอดีตสามีเป็นเรื่องยากขนาดนี้ หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น พยายามจะสู้แรงทว่าทำไม่ได้ ชายพวกนั้นยังมารั้งทำท่าจะหิ้วเธอออกไปจากหน้าประตู นั่นทำให้เธอไม่มีทางเลือกตะโกนสุดเสียง

        “แฮร์ริส!!”

        น้ำเสียงคุ้นเคยที่อยากได้ยินมาตลอดสี่ปีทำเอาปลายเท้าชะงัก ราวกับทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว เวลาหยุดหมุน หัวใจแกร่งเต้นถี่รัวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

        “น่าจะเป็นพวกนักข่าวครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” เอเลียสรายงาน

        แฮร์ริสรู้ดีว่าไม่ใช่จึงรีบหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้ผู้ชายที่มักจะมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดถึงกับคลี่ยิ้มออกมา เมื่อผู้หญิงที่อยากพบมาตลอดกำลังยืนอยู่ตรงหน้า เป็นภาพจริงไม่ใช่ความฝัน แต่แล้วความรู้สึกนั้นถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์หิ้วปีก เขาเห็นเธอดิ้นรนก็ขบกรามแน่นเดินออกไปด้านนอกก่อนที่เอเลียสจะเดินไปถึง แล้วตะโกนเสียงดัง

        “ปล่อยเมียฉันนะเว้ย!”

        นรียาตกใจกับเสียงนั้นยังไม่ทันได้ทำอะไร ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากเมื่อบอดี้การ์ดที่จับแขนเธออยู่ ลงไปกองกับพื้นและเธอก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของแฮร์ริส ได้ยินเสียงเขาพูดดังต่อเนื่อง

        “อย่าคิดจะแตะต้องเมียฉันอีกเป็นอันขาด จำเอาไว้!”

        ร่างบางยังคงมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กว่าจะตั้งสติได้ก็ยังถูกอดีตสามีสวมกอดอยู่ ต่อมาได้ยินเสียงกระซิบพึมพำบางอย่างที่ข้างหู

        “ผมหาคุณเจอแล้วทูนหัว ผมเจอคุณแล้ว”

        หญิงสาวรีบผลักออกทันที เมื่อได้สบตากัน ภาพวันวานแห่งความสุขหลั่งไหลเข้ามา ตามด้วยกล่องแหวน เนื้อความในจดหมาย ดับความฝันนั้นให้กลายเป็นความเจ็บปวด นรียาพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ แต่มือหนากลับประคองแก้มนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นภาษาไทยที่ไม่ชัดนัก

        “ทูนหัว คุณหายไปไหนมา ให้ตายเถอะ... ผมตามหาคุณทุกที่ แต่ไม่เจอคุณเลย รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน ขอบคุณพระเจ้าที่ตอนนี้คุณอยู่ตรงหน้าผม... จบฝันร้ายนี้สักที” แฮร์ริสพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเทา การเจอนรียาอีกครั้งทำให้เขาเหมือนคนที่ตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ เธอทำให้ชีวิตของเขามีความหมาย

        คำหวานที่ได้ยินไม่ได้ทำให้สิ่งที่เขาทำเอาไว้ถูกลบออกจากความทรงจำ นรียากัดริมฝีปากรวบรวมแรงผลักออกมองเขาด้วยแววตาเจ็บปวด ไม่สนใจว่าตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้าบริษัท มีคนกำลังจ้องมองและเธอกับเขาถูกล้อมรอบด้วยบอดี้การ์ดอยู่หลายคน

        “เลิกเล่นละครเถอะแฮร์ริส อย่าทำเป็นจำไม่ได้หน่อยเลยว่าคุณทำอะไรไว้กับฉัน”

        ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “คุณพูดเรื่องอะไรนัท ผมทำอะไรให้คุณ”

        “คุณทำอะไรย่อมรู้ดีแก่ใจ หรือว่าโกหกจนชิน แน่ล่ะ... คุณโกหกฉันมาแต่ต้น ทั้งที่โปรไฟล์คุณไม่ธรรมดาเลย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะฉันไม่อยากรู้เรื่องอะไรของคุณแล้ว ที่มาวันนี้ เพื่อเอานี่มาให้ เซ็นซะ ทุกอย่างจะได้จบ” นรียาพูดเสร็จหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมายื่นให้กับผู้ชายตรงหน้า

        “อะไร” เขาถามอย่างสงสัย

        “สิ่งที่เราควรทำ ฉันรู้ว่าคุณก็คงต้องการมันเหมือนกัน”

        แฮร์ริสยังคงไม่เข้าใจ รับเอกสารมาและเปิดดู ถึงจะไม่ได้อยู่ประเทศไทยสี่ปีแต่ภาษาไทยที่เคยร่ำเรียนมายังคงอยู่จึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นเอกสารหย่า

        “ให้ตายเถอะ... นี่อะไร เอกสารหย่า? ใครจะหย่ากับคุณ”

        “คุณกับฉันไงที่จะหย่ากัน สี่ปีที่ผ่านมา ฉันรอคอยมานานเกินพอแล้ว ตอนนั้นคุณน่าจะส่งใบหย่ามาด้วยเลย เรื่องราวของเราจะได้จบลง ฉันจะได้ไม่ต้องตามมาถึงนี่ และถ้าฉันไม่บังเอิญเห็นข่าวคุณ ไม่ได้รู้ความจริงว่าอดีตสามีที่เป็นอาจารย์ธรรมดากลายเป็นมหาเศรษฐี ฉันก็คงไม่ได้อิสระสินะ” นรียาพรั่งพรูอย่างเจ็บปวด

        “นัท ผมงงไปหมดแล้ว นี่เรื่องบ้าอะไรกัน ผมยอมรับว่าโกหกคุณ แต่ผมอธิบายได้ และ...”

        “ฉันไม่ได้ต้องการคำอธิบาย ฉันต้องการให้คุณเซ็นใบหย่า” หญิงสาวบอกอย่างแน่วแน่ จ้องชายหนุ่มไม่วางตา

        “ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะนะครับเจ้านาย แต่ผมว่าไม่ใช่เรื่องดีถ้าจะยืนอยู่ข้างนอก อาจเป็นเป้าถูกโจมตี เข้าไปข้างในเถอะครับ” เอเลียสรีบแทรกก่อน เรื่องความปลอดภัยอย่างไรต้องมาเป็นอันดับแรก

        ร่างสูงขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน มือหนาขยำใบหย่าเสียจนยับย่นก่อนที่มืออีกข้างจะคว้าข้อมือสวยไว้

        “เรามีเรื่องต้องพูดกันยาว”

        “ฉันไม่อยากคุยอะไรอีกแล้ว ปล่อยมือฉันซะ รีบเซ็นเอกสาร ฉันจะได้ไป”

        “คุณอยากหย่ามากเลยเหรอ สี่ปีที่ไม่ได้เจอกัน คุณน่าจะดีใจที่เจอผมสิ... ให้ตายเถอะ ผมคงเป็นผู้ชายโชคร้ายชะมัด ที่เจอหน้า เมียก็ขอหย่าทันที” ร่างสูงประชดด้วยความเสียใจ

        “ใครกันแน่ที่อยากหย่า”

“ใครคนนั้นที่คุณถาม ไม่ได้หมายถึงผมแน่”

“ฉันมาที่นี่ไม่ได้อยากมาทะเลาะหรือรื้อฟื้น ฉันต้องการให้เรื่องทุกอย่างมันจบ ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่คุณบอกฉันเมื่อสี่ปีก่อนแล้ว” นรียาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมไปบอกอะไรคุณตอนไหน... โธ่เว้ย... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ผมไม่สนว่าคุณจะคุยหรือไม่ แต่ถ้าวันนี้ไม่รู้เรื่อง ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหน อ้อ... ถึงจะรู้เรื่อง ผมก็จะไม่ปล่อย อย่าคิดว่าจะไปจากผมได้อีก นรียา” ร่างสูงพูดเสียงเข้มอย่างหงุดหงิด รู้สึกสับสน มึน งง กับสิ่งที่เธอพูด ชายหนุ่มพยายามจะพาหญิงสาวเข้าไปด้านใน แต่เธอไม่ยอมมิหนำซ้ำยังกรีดร้อง ไม่ว่าง่ายเหมือนเมื่อก่อน ท้ายที่สุดร่างสูงต้องย่อตัวลงแล้วแบกเธอพาดบ่า ท่ามกลางสายตาของพนักงานที่อยากรู้อยากเห็น ไม่ว่าจะถูกทุบตีแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมปล่อยร่างเล็กที่โวยวายไม่หยุด รีบพาขึ้นไปด้านบนทันที

บอดี้การ์ดที่ถูกผลักก่อนหน้านี้รีบเดินมาหาเอเลียสที่กำลังตามผู้เป็นนายขึ้นไปด้านบน “ผู้หญิงคนนั้นใคร”

“มาดามนรียา” เอเลียสจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่อยู่ในภาพถ่ายสวมชุดแต่งงานยืนคู่ผู้เป็นนายของเขา กรอบรูปนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานและห้องนอน ทำไมเขาจะจำไม่ได้ แต่เพราะเมื่อกี้อยู่ไกลเกินไปจึงคิดว่าเป็นนักข่าว ส่วนบอดี้การ์ดคนอื่นที่ติดตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะเคยเห็นภาพ มีเพียงกลุ่มที่ตามหา ที่อยู่ภายใต้การดูแลของคาร์เตอร์

“ฉันเกือบซวยแล้วไหมล่ะ”

“นายรู้จักเธอแล้ว ต่อไปนี้จำไว้ให้ดีล่ะ... เธอคือคนสำคัญของเจ้านาย ฉันเชื่อว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับมาดาม หากเป็นเรื่องไม่ดี คุณแฮร์ริสก็พร้อมจะฆ่าทุกคน” เอเลียสกำชับ แม้แฮร์ริสจะไม่แข็งกร้าว ดุดัน เผด็จการเท่าเฮกเตอร์ แต่สายเลือดแบล็กฟอร์ดเป็นประเภทนักล่าและเลือดเย็น หากแตะต้องของรักและของสำคัญ แฮร์ริสก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็นดุร้ายได้ทุกเมื่อ

ทางด้านนรียาร้องโวยวายทุบตีแผ่นหลังแกร่งของอดีตสามีมาตลอดทาง ทว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือตอบโต้กลับแต่อย่างใด กว่าจะถูกวางลงพื้นอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องทำงานขนาดใหญ่ เธอเสียหลักเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มประคองไว้ได้ทันซึ่งพอได้สติก็รีบผลักออก

“อย่าแตะต้องตัวฉันนะ” เธอขู่ฟ่อ

“เมื่อก่อนผมทำมากกว่าแตะอีก... บอกผมหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

นรียาช้อนสายตามองอย่างเจ็บปวด คำพูดของเขาทำให้เธอเกิดความสับสนแต่สิ่งที่ได้เมื่อสี่ปีก่อนมันชัดเจนอยู่แล้วหรือถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริงทำไมเขาถึงปล่อยให้เวลาผ่านมาสี่ปี สายตาเหลือบมองแหวนตรงนิ้วนางข้างซ้ายที่ชายหนุ่มสวมเอาไว้ ช่างเหมือนกับแหวนแต่งงานของเธอและเขา... แต่นรียารู้ดีว่าไม่ใช่ เพราะแหวนวงนั้นได้ถูกส่งคืนมาพร้อมกับจดหมายบอกเลิกซึ่งหญิงสาวนำมันติดตัวมาด้วย

แฮร์ริสมองภรรยาสาวด้วยความสงสัย พยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มตรงไหน เหตุใดเธอถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ จากความรักที่มอบให้กลายเป็นความเกลียดชัง แววตาของเธอแสดงความเจ็บปวดออกมาจนสัมผัสได้ ร่างสูงขยับเข้าไปหาหมายจะดึงนรียามากอด ทว่าเธอก้าวถอยหลังทันที นั่นทำให้เขารู้ถึงความผิดปกติและรู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน แฮร์ริสพยายามตั้งสติ ระงับอารมณ์

“คุณหายไปไหนมา”

“ฉันไม่เคยหายไปไหนแฮร์ริส แต่เป็นคุณต่างหาก... ช่างเถอะ ฉันมาวันนี้ไม่ได้ต้องการพูดเรื่องราวอะไรอีก สี่ปีที่ผ่านมามันตอบทุกอย่างแล้ว ตอนนี้เซ็นใบหย่าให้ฉันเถอะ เราจะได้เป็นอิสระต่อกัน คุณจะได้แต่งงานใหม่กับใครก็ได้”

“ใครบอกว่าผมจะแต่งงานใหม่” เขาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“ถ้าผู้หญิงของคุณมาได้ยินล่ะก็มันคงไม่ใช่เรื่องดี หัดให้เกียรติเจ้าของแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณด้วย” นรียากัดฟันพูด แม้เมื่อก่อนมันเคยเป็นของเธอ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่

แฮร์ริสมองแหวนตัวเองแล้วสบตากับผู้หญิงตรงหน้า เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว “นัท ผมว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ผมไม่เคยมีใครตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ผมมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น คุณไม่คิดถึงผมบ้างเลยหรือไง ช่วงที่เรารักกัน แต่งงานกัน มันไม่เคยมีความหมายเลยใช่ไหม และ...”

“ถามตัวคุณเองเถอะ! ไม่ใช่คุณหรอกเหรอที่เป็นคนจบเรื่องทุกอย่าง คุณไม่แม้แต่จะเดินทางมาบอกด้วยตัวเอง อย่าพูดคำว่ารักเลย ถึงฉันจะแต่งงานกับคุณ แต่ฉันแทบไม่รู้จักสามีตัวเองเลยสักนิด เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะคุณโกหกยังไงล่ะ ถ้าฉันไม่บังเอิญเห็นข่าว คงไม่รู้เลยว่าสามีเป็นเจ้าของบริษัทขนาดใหญ่ มีอิทธิพลแค่ไหน คิดจะปิดบังไปถึงเมื่อไร เคยคิดจะบอกฉันบ้างไหม บอกผู้หญิงที่เคยได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณ!” นรียาพรั่งพรูออกมาด้วยความเสียใจ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่พูดแต่ท้ายที่สุดอดไม่ไหวจริงๆ

“เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่เรื่องที่ผมเป็นคนจบทุกอย่างหมายความว่ายังไง ผมไม่...”

“เซ็นใบหย่าให้ฉันซะ ฉันจะกลับแล้ว”

แฮร์ริสมองเอกสารหย่าในมือที่ถูกขยำจนยับย่นก็ขบกรามแน่น แววตาของเธอแน่วแน่บ่งบอกว่าต้องการอย่างนั้นจริงๆ มันทำให้รู้สึกเจ็บปวด กรุ่นโกรธ เขาเฝ้าคิดถึง ตามหา แต่เธอกลับมาพร้อมกับใบหย่าอย่างนั้นเหรอ

“อยากได้ใบหย่ามากใช่ไหม” เขาถามเสียงเย็น

“แน่นอน” เธอตอบรับพยายามระงับเสียงไม่ให้สั่นเทา

“ได้... รอผมตายก่อนแล้วกัน!”

แฮร์ริสตอบกลับพร้อมกับฉีกเอกสารในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี ไม่สนใจสายตาตกตะลึงจากผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด เธอจะเป็นอิสระได้ต่อเมื่อเขาหมดลมหายใจเท่านั้น ตราบใดที่เขายังอยู่นรียาจะต้องเป็นภรรยาของเขาตลอดไป!

“คุณทำบ้าอะไรของคุณ” หญิงสาวตวาดถาม

“ผมไม่มีวันเซ็นเอกสารพวกนี้จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง ผมไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดแม้แต่นิดเดียว ระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ผมรู้คือคุณหายไป ผมพยายามตามหาตลอดสี่ปี และผม...”

“ฉันก็ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้เหมือนกัน ทั้งที่คุณเป็นคนเริ่มเรื่องพวกนี้... ส่วนเรื่องใบหย่า ฉันให้ทนายส่งมาใหม่ก็ได้ อยากจะฉีกเท่าไรก็เชิญ ขอตัว!”

ความสับสนที่มาพร้อมกับความไม่เข้าใจและเจ็บปวดทำให้นรียาไม่อยากทนมองหน้าผู้ชายคนนี้อีกต่อไป เธอตั้งท่าจะเดินออกจากห้องทำงานแห่งนี้ทว่าเรียวแขนสวยถูกรั้งเอาไว้

“ผมจะไม่ยอมให้คุณไปไหนจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน”

“ตอนนี้ผมเป็นสามีของคุณ ผมย่อมมีสิทธิ์อยู่แล้ว”

“แต่ฉัน...”

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะการถกเถียงของคนทั้งคู่ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความกรุ่นโกรธเสียจนเอเลียสต้องหลบสายตารีบรายงาน

“มิสเตอร์เฮลิคเดินทางมาถึงแล้วครับ กำลังรอในห้องประชุมและเราเลื่อนการเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่ได้”

แฮร์ริสถอนหายใจ เอเลียสพูดถูก นี่เป็นลูกค้ารายใหญ่และสำคัญทีเดียว เขามองนรียาที่ยังคงส่งสายตาเกลียดชังมาให้ หัวใจแกร่งเจ็บเกินกว่าจะทนแต่ไม่อาจปล่อยให้หญิงสาวจากไปท่ามกลางความไม่เข้าใจได้

“จนกว่าผมจะกลับมา คุณต้องไม่ไปไหนทั้งนั้น” ชายหนุ่มสั่งภรรยาเสียงเข้ม

“ไม่! ฉันจะกลับ ฉันจะไม่อยู่ที่นี่และคุณต้องปล่อยฉันไป ไม่อย่างนั้นฉันจะโทร. แจ้งความ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเพื่อข่มขู่ ทว่าถูกผู้ชายตรงหน้าแย่งไป

“อยู่กับผม ตำรวจก็ช่วยคุณไม่ได้”

“เอาคืนมานะ!” หญิงสาวพยายามจะแย่ง

แฮร์ริสโยนลงพื้นอย่างแรง ลากร่างบางไปมุมห้อง ไม่สนเสียงร้องโวยวายและอาการดีดดิ้นไม่สมยอม การที่เธอต่อต้านเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวด ภรรยาที่น่ารัก เชื่อฟังเสมอมา เหตุใดถึงพยศนัก รวมถึงคำพูดแปลกๆ ที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจเอาเสียเลย อย่างไรจนกว่าจะรู้เรื่องจะไม่ยอมปล่อย มือหนาทุบลงที่กำแพง ฉับพลันผนังสีขาวก็ขยับออกเล็กน้อย เผยให้เห็นห้องที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน ห้องนอนที่ถูกจัดเป็นสัดส่วน เขาพาเธอเข้าไปแล้วสั่งเสียงเข้ม

“พักผ่อนอยู่ในนี้อย่างสงบ ระหว่างรอผมกลับมา”

“แต่ฉันไม่อยากอยู่ ปล่อยฉันออกไปนะแฮร์ริส” หญิงสาวพยายามจะเดินหนีแต่ถูกขวางไว้

“อย่าร้องขออะไรที่เป็นไปไม่ได้”

ร่างสูงพูดเสร็จก้าวเดินออกมาแล้วกดปุ่มอีกครั้งประตูบานนั้นปิดลงทันที ด้านในแม้จะมีปุ่มเปิดแต่เชื่อว่านรียาหาให้ตายก็หาไม่เจอหรอก แฮร์ริสถอนหายใจ ไม่ได้อยากใจร้าย แต่นรียาดื้อเกินกว่าจะยอมตามใจ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาล

“ให้ลูกน้องของเราเฝ้าหน้าห้องไว้ ถ้าเมียฉันหายไปล่ะก็... เตรียมตัวตายได้เลย!

“ครับเจ้านาย”

นักธุรกิจหนุ่มมองประตูนั้นอีกครั้งก่อนจะเดินไปยังห้องประชุม ตั้งใจว่าจะรีบคุยรีบเซ็นสัญญาแล้วกลับมาที่นี่เพื่อสะสางเรื่องราวในอดีต หวังว่าจะได้เมียคนเดิมที่น่ารักกลับมาอีกครั้ง ลบสายตาเกลียดชังที่ทำให้เขาเจ็บปวด

ทางด้านนรียาที่ถูกขังทุบกำแพงที่รู้ว่าคือประตู เมื่อหันกลับไปมองกวาดสายตาพยายามหาปุ่มเปิดแต่ไม่พบ มีเพียงความว่างเปล่ากับห้องถูกปิดทึบ กับประตูห้องน้ำหนึ่งบานเท่านั้น หญิงสาวเดินไปเดินมารอชายหนุ่ม โทรศัพท์กับกระเป๋าสะพายอยู่ด้านนอก เวลาผ่านไปจากสิบนาทีกลายเป็นชั่วโมง จวบจนกระทั่งเข้าสู่ชั่วโมงที่สอง หัวอกของแม่ลูกแฝดร้อนรนราวกับมีไฟกำลังแผดเผา ป่านนี้นารากับนทีคงตื่นแล้ว มินตราจะรับมือได้หรือเปล่า

“เด็กๆต้องร้องไห้แน่... บ้าจริง” หญิงสาวบีบมือด้วยความกังวลแต่จะบอกแฮร์ริสก็ไม่ได้

กว่าประตูจะถูกเปิดออกอีกครั้งเป็นเวลาห้าโมงแล้ว นรียาไม่สนใจแฮร์ริสที่เดินเข้ามา อาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันระวังพุ่งตัวออกไปด้านนอกในส่วนห้องทำงาน ไม่ได้สนใจเรื่องหย่าอีกต่อไป รีบคว้ากระเป๋าสะพายรวมถึงโทรศัพท์มือถือที่ยังอยู่บนพื้น กำลังจะเดินออกไปทว่าเรียวแขนสวยกลับถูกรั้งไว้ ด้วยความเดือดดาลจากการถูกขังและเป็นห่วงลูกฝาแฝดทำให้หญิงสาวตวาดเสียงดัง

 “ฉันจะกลับบ้าน ไม่ว่ายังไงคุณก็รั้งฉันไม่ได้”

“ให้ผมลองดูไหมล่ะ?” เขาเลิกคิ้วยียวนกลับ กว่าจะเซ็นสัญญาเสร็จใช้เวลานานกว่าเดิมเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอกสารจึงต้องคุยหารือกันใหม่

นรียารู้จักแฮร์ริสดีว่ามีนิสัยดื้อดึง รู้ว่าเขาทำได้ หญิงสาวจึงยอมอ่อนลง “ค่อยคุยกันวันหลัง วันนี้ฉันต้องกลับบ้านก่อน”

“มีอะไรสำคัญมากกว่าสามีที่ไม่ได้เจอกันมาสี่ปีอีกหรือไง” เขาถามเสียงเข้มกลับบ้าง

“ใช่!

แฮร์ริสขบกรามแน่นแล้วแสยะยิ้ม “ที่รีบบินมาหาถึงนิวยอร์กเพื่อให้ผมหย่า คงเป็นคุณล่ะมั้งที่อยากจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน! ใช่หรือเปล่าล่ะ”

“ฉันจะเริ่มต้นใหม่กับใคร ไม่เกี่ยวกับคุณ ก่อนจะถามฉัน ลองถามตัวเองดูก่อนดีกว่า” นรียาสวนกลับ

“ให้ตายเถอะนัท... เราเหมือนพูดกันคนละเรื่อง ผมงงไปหมดแล้ว”

“นั่นเป็นปัญหาของคุณ ฉันต้องไปแล้ว” นรียารีบเดินออกจากห้องแต่ถูกขวางไว้อีกครั้ง

“มีคนสำคัญรออยู่หรือไง ถึงต้องรีบกลับขนาดนั้น” ชายหนุ่มถามประชด

“ใช่! สำคัญกับฉันมาก และแน่นอน ว่ามันมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างคุณ รู้อย่างนี้ก็ปล่อยฉันซะ ส่วนเรื่องใบหย่าฉันไม่ยอมแพ้แน่ แล้วฉันจะกลับมาอีก” นรียาบอกเสียงกร้าวเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นรีบเดินออกจากห้องไปทันที

 “อยากให้ผมรั้งเธอไว้ไหมครับ” เอเลียสที่ดูสถานการณ์อยู่ด้านนอกห้องรีบเดินเข้ามาถาม

ตอนแรกชายหนุ่มตั้งใจจะให้รั้งแต่การที่เธอรีบร้อนกลับบ้านบอกว่ามีคนสำคัญรออยู่ทำให้เขาอยากรู้มากกว่าว่าคนคนนั้นเป็นใคร บังอาจมายุ่งกับเมียของเขาได้ยังไง จึงมองคนสนิทสั่งการเสียงเข้ม

“ไม่ต้อง... ให้คนของเราสะกดรอยตามเธอไป รายงานฉันทุกระยะ อย่าให้คลาดสายตา และถ้างานนี้พลาดจนตามหาเมียฉันไม่เจอล่ะก็... พวกนั้นก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ เข้าใจไหม” ชายหนุ่มกำชับจ้องด้วยแววตาเอาจริง

เอเลียสกลืนน้ำลาย “รับทราบครับ”

เมื่อคนสนิทเดินออกไป ร่างสูงนึกทบทวนสิ่งที่นรียาพูด จึงรู้ว่าผิดปกติ เธอเอาแต่พูดว่าเขาเป็นคนจบทุกอย่างทั้งที่เขาไม่รู้เรื่องแปลว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อย่างที่สอง เธอมีคนใหม่แล้วอย่างนั้นหรือ ถึงต้องรีบกลับ สำคัญมากกว่าเขาที่เป็นสามี ผู้ชายที่ไม่ได้เจอมาสี่ปี คิดแล้วก็หัวเสีย

“คุณไม่ต้องมาหาผมหรอก... ผมจะไปหาคุณเอง อยากรู้นักว่าคนนั้นมันเป็นใคร รับรองผมไม่เอาไว้แน่!”

แฮร์ริสจะไม่มีวันปล่อยนรียา สี่ปีที่ผ่านมามันมากเกินพอ คิดเสมอว่าการพรากจากกันอาจเป็นบทลงโทษของการกระทำในอดีต ทั้งเรื่องโกหก การทำผิด แต่ตอนนี้เมื่อได้เจอนรียาอีกครั้ง ผู้หญิงที่ทำให้เขารู้จักคำว่ารัก ทำให้ชีวิตมีความหมาย เขาจะเห็นแก่ตัวเพื่อรั้งเธอเอาไว้  ไม่ว่านรียาจะยังรักแฮร์ริสคนนี้อยู่หรือไม่... ชายหนุ่มจะไม่มีวันยอมแพ้ เขาจะทำให้หญิงสาวกลับมารักอีกครั้งให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...

 

นรียาออกจากบริษัทด้วยความเร่งรีบ เป็นโชคดีที่พบแท็กซี่จอดอยู่ จึงรีบขึ้นรถ บอกจุดหมายปลายทาง เช็กโทรศัพท์พบว่ามินตราโทร. มาหลายสิบสาย เธอรีบโทร. กลับทันที สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงร้องไห้ของลูกสาวอย่างนาราดังลั่น หัวใจคนเป็นแม่แทบแตกสลาย จึงปลอบโยนผ่านโทรศัพท์ เด็กทั้งคู่สงบลงบ้าง แต่ยังร้องเรียกหา จนนรียาไม่กล้าวางสาย จวบจนกระทั่งรถมาจอดหน้าบ้าน เธอจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วลงจากรถ วิ่งเข้าบ้านโดยไม่รู้เลยว่าบัดนี้มีคาดิลแลคสีดำสนิทกำลังจอดอยู่ไม่ไกล แฮร์ริสรู้ที่อยู่ของเธอแล้ว...

ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพแรกที่เห็นทำให้หัวใจของมารดาเจ็บปวดอย่างที่สุด น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเด็กแฝด โดยเฉพาะนาราที่กรีดร้องเรียกหาเธอในอ้อมแขนของมินตรา ส่วนนทีร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงโซฟา

“ฮิวโก้ ฮันนี่!”

“หม่ามี้/หม่ามี้”

เสียงเด็กแฝดร้องเรียกมารดาเสียงดังพร้อมกับวิ่งตรงมาหา นรียาทรุดตัวลงอ้าแขนรับ นาทีต่อมาลูกทั้งสองเข้าสู่อ้อมอกตามด้วยเสียงร้องไห้อันดัง เธอลูบหลัง ปลอบโยน กอดแนบอกพลอยน้ำตาไหลด้วยเช่นกัน นึกไม่ออกเลยว่าหากแฮร์ริสไม่ยอมปล่อยกลับมา ลูกๆ จะอยู่อย่างไร หญิงสาวต้องขาดใจอย่างแน่นอน

“หม่ามี้ทิ้งฮันนี่” เด็กน้อยร้องบอกเสียงสั่น

“ผมโป้งหม่ามี้”

“หม่ามี้ขอโทษ หม่ามี้ไม่ได้ทิ้งลูกนะคะ หม่ามี้ไปธุระมา อย่าโกรธนะเด็กดี ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้องนะ” ด้วยความเป็นแม่ เธอช้อนอุ้มลูกแฝดเข้ามาไว้ในอ้อมแขนด้วยความชำนาญ ถึงจะหนักแต่เป็นความเคยชินซะแล้ว พาตัวเองไปนั่งโซฟา ให้นทีกับนารานั่งบนตัก เด็กทั้งสองซบอกแทบไม่ยอมปล่อย

“ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่ เกือบจะโทร. แจ้งความแล้ว เธอไปไหนมานัท” มินตราเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“เอ่อ... ขอโทษทีจ้ะ ฉันหลงทาง แล้วก็... เอ่อ... ปิดเสียงโทรศัพท์ไว้เลยไม่ได้ยิน” หญิงสาวโกหก

“เด็กๆ ติดเธอมาก ฉันพยายามหลอกล่อทุกวิธี แต่ไม่สำเร็จ”

“ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนนะมิน” นรียาบอกอย่างรู้สึกผิด

“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ดูสิ... ฮันนี่กับฮิวโก้ร้องไห้จนตาบวม ฉันพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย”

“เป็นความผิดของฉันเอง” นรียาบอกเพื่อนรักอีกครั้ง

“เอาเป็นว่าเธอกลับมาก็ดีแล้ว... ฉันต้องไปก่อน พอดีแม่สามีเข้าโรงพยาบาล อาจจะกลับมาดึกหน่อยนะ”

มินตรารีบบอกธุระของตัวเองทันที โชคดีที่มารดาของสามีไม่เป็นอะไรมากนักจึงสามารถรอนรียาได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องหอบหิ้วเด็กๆ ไปด้วยกัน

“ได้สิ ขอบใจมากนะมิน”

มินตราส่งยิ้มเล็กน้อย คว้ากระเป๋าสะพายกับกุญแจรถก่อนจะออกไปทันที เพียงไม่นานภายในบ้านก็เหลือกันแค่สามคนแม่ลูกที่นั่งกอดอิงแอบกันอยู่ตรงโซฟาดังเดิม นรียาลูบหลังลูกทั้งสองคนแผ่วเบา

“ฮิวโก้หายงอนหม่ามี้หรือยังน้า... เกี่ยวก้อยคืนดีกันนะลูก” นรียาชูนิ้วก้อยให้ลูกชาย ทว่าเด็กน้อยซบหน้าลงกับอก ไม่ยอมมองหน้าเธอเลย

“ฮันนี่ล่ะคะ หายงอนหม่ามี้หรือยัง หรือว่า...”

“ฮันนี่ก็โป้งหม่ามี้”

นรียานึกขันเมื่อเห็นท่าทางของลูกแฝดที่พร้อมใจกันงอน ซึ่งเด็กทั้งสองยังเกาะติดหนึบราวกับลูกลิงก็ไม่ปาน หญิงสาวก้มมองนาราที่แอบมองเธออยู่ก็แซวออกไป

“ฮันนี่ร้องไห้จนจมูกแดงหมดแล้ว เหมือนตัวอะไรน้า”

“ตัวตลกฮะ” นทีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“อื้อ... พี่ฮิวโก้ว่าฮันนี่... ฮันนี่งอน!” เด็กน้อยหันไปบอกพี่ชายแล้วเบะปาก

นรียาหัวเราะดึงสองคนมากอดแนบอก “โอ๋ๆ ไม่ทะเลาะกันนะคะ หม่ามี้ขอโทษจริงๆ นะ ขอโทษที่กลับช้า ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วจ้ะ”

“ผมคิดว่า หม่ามี้... ทิ้งผมกับน้อง” นทีพูดเสียงสั่น

“ฮันนี่กลัว”

นรียาน้ำตาซึมอีกครั้ง เธอเม้มปาก หอมศีรษะลูกทั้งสอง “ใครจะกล้าทิ้งหัวใจของตัวเอง ลูกทั้งสองคือชีวิตของหม่ามี้... ไม่ร้องนะคะ ไม่ร้องแล้วนะลูก”

นรียาปลอบนทีกับนาราอย่างอ่อนโยน กว่าจะสงบยอมคืนดีเล่นเอาเหนื่อย แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมเดินไปไหน ต้องให้อุ้มตลอด นรียาต้องแบกสองแฝดเข้าครัวเมื่อทั้งคู่กำลังหิว ต้องขอบคุณมินตราที่อุตส่าห์เตรียมอาหารไว้ให้ ดังนั้นเย็นวันนี้ สามคนแม่ลูกจึงกินสปาเกตตีคาโบนารา ซึ่งนารากับนทีไม่ยอมกินเอง ออดอ้อนให้ป้อนราวกับว่าเป็นเด็กแบเบาะอีกครั้ง หญิงสาวไม่ได้คัดค้าน จึงป้อนสองคนพี่น้องที่เคี้ยวแก้มตุ่ยด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้นทีกับนาราจะเกิดขึ้นมาโดยปราศจากบิดา แต่หญิงสาวไม่เคยคิดว่าคือความผิดพลาด กลับคิดว่านี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิตจริงๆ

หลังจากป้อนอาหารเสร็จ ก็พานารากับนทีขึ้นมาด้านบนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งสองยังคงหวาดระแวงกลัวว่ามารดาจะทิ้งยิ่งติดหนึบแม้กระทั่งออกมาหยิบเสื้อผ้ายังไม่ได้ เวลานี้หญิงสาวกำลังเอาผ้าเช็ดตัวห่อให้ลูกสาวเหมือนมัมมี่ตัวน้อย จากนั้นหยิบเสื้อแขนยาวตรงกลางปักภาษาอังกฤษคำว่า “Hugo” สวมให้ลูกชายที่รออยู่ ปะแป้งกลิ่นหอมที่แก้มแล้วจูบหนึ่งที จากนั้นหยิบเสื้อแขนยาวเหมือนกันแต่ตรงกลางปักคำว่า “Honey” มาสวมให้กับลูกสาวตามด้วยปะแป้งที่แก้มยุ้ยและมอบจูบเช่นกัน

“หม่ามี้หม่ำ”

“ผมหม่ำด้วยฮะ”

หญิงสาวอมยิ้มตั้งใจผละออกเดินไปหยิบนม แต่เด็กทั้งสองคว้ามือของเธอไว้แล้วเดินตาม ทำให้นรียาย่อตัวลงมองลูกน้อยด้วยสายตาแห่งความรัก

“ปล่อยมือหม่ามี้ก่อนสิคะ ไม่อย่างนั้นจะหยิบนมได้ยังไง”

“เดี๋ยวหม่ามี้หาย” นทีรีบพูด

“ฮิวโก้ครับ หม่ามี้ไม่หายไปไหนนะ”

“หม่ามี้ต้องเกี่ยวก้อยสัญญา”

นารายื่นนิ้วก้อยเล็กมาตรงหน้ารวมถึงนทีด้วยเช่นกัน หญิงสาวยิ้มเกี่ยวก้อยกับลูกๆ หม่ามี้สัญญาแล้ว ตอนนี้ไปนอนรอบนเตียงนะคะ”

เธออุ้มลูกไปวางไว้บนเตียงจากนั้นจึงเดินกลับมาหยิบนมกล่องแล้วนำกลับมาให้ เด็กทั้งสองดื่มอย่างหิวกระหายแม้จะจัดการอาหารมื้อเย็นไปจานใหญ่ก็ตาม ห้านาทีต่อมามือน้อยๆ เริ่มขยี้ตาตัวเอง ปากเป็นกระจับอ้าหาวพร้อมกัน นรียายิ้มด้วยความเอ็นดู หยิบกล่องนมไปเก็บแล้วขึ้นเตียงนอนอยู่ตรงกลางโดยมีเด็กทั้งสองอิงแอบแนบชิด ขึ้นมานอนซบ

“ได้เวลาเข้านอนแล้ว คืนนี้หม่ามี้จะอ่านนิทานเรื่องไหนให้ฟังดีนะ”

“เรื่องแด็ดดี้ฮะ”

ประโยคนั้นทำให้มือบางที่กำลังจะหยิบนิทานชะงัก “ลูกพูดว่าอะไรนะ”

“เรื่องแด็ดดี้ฮะ หม่ามี้... ผมหล่อเหมือนแด็ดดี้เหรอฮะ” นทีมองมารดาตาแป๋ว

“ฮันนี่ก็สวยเหมือนแด็ดดี้ใช่ไหมคะ” นาราถามต่อบ้าง

“ทำไมถามกันแบบนี้ล่ะจ๊ะ” หญิงสาวแปลกใจ โดยปกติเด็กๆ ไม่เคยถาม แค่จะถามว่าเมื่อไรบิดาจะกลับ

“น้ามินบอกว่าผมกับน้องเหมือนแด็ดดี้ฮะ”

นรียานึกถึงใบหน้าสามีที่เจอมาวันนี้ ผ่านไปสี่ปีไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความหน้าตาดีนั้นถูกถ่ายทอดให้แก่ลูกทั้งสองที่ถอดแบบมาทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะผมสีน้ำตาล นัยน์ตาสีเขียว

“ใช่จ้ะ ลูกสองคนหน้าเหมือนแด็ดดี้มาก”

“เมื่อไรฮันนี่จะได้เจอแด็ดดี้คะ” นาราถามมารดาส่งสายตารอคอย

นรียาไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะตัดสินใจแล้วว่าชีวิตของลูกจะมีเพียงแค่เธอเท่านั้น แฮร์ริสไม่ใช่สามีคนเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็นนักธุรกิจมากอิทธิพล จะขอเข้าพบแต่ละทีเป็นเรื่องยาก บอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง หากวันนี้ไม่ตัดสินใจตะโกนออกไป อาจไม่ได้เข้าพบ หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พอถึงเมืองไทย เธอจะค่อยๆ พูดกับลูกทั้งสองว่าต่อแต่นี้จะไม่มีบิดาอีกแล้ว จะได้เลิกหวังลมๆแล้งๆ อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจยากสำหรับเด็ก แต่ทุกอย่างต้องอาศัยเวลา นรียารู้ดีว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิม แม้ท่าทีสับสนของแฮร์ริสจะสร้างความแปลกใจ แต่สิ่งที่ได้มากับความเงียบงันสี่ปี เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้

“หม่ามี้ร้องไห้” ทันทีที่ได้ยินเสียงของนที นรียาได้สติ มือเล็กของลูกน้อยเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมา เธอหันไปสบตานทีกับนาราที่กำลังมองมาก็โอบกอดลูกทั้งสองแนบอก

“โอ๋ๆ หม่ามี้ไม่ร้องนะฮะ” นทีใช้มืออีกข้างลูบหลังอย่างไร้เดียงสา

 “หม่ามี้เจ็บเหรอ ฮันนี่เป่าเพี้ยงให้นะ”

ไม่ว่าเมื่อไรที่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีต จะได้เด็กทั้งสองเยียวยาให้รู้สึกดีขึ้นอีกครั้ง นรียาดันลูกออกแล้วส่งยิ้มทั้งน้ำตา “หม่ามี้รักหนูทั้งสองคนมากนะคะ”

“ฮันนี่ก็รักหม่ามี้”

“ผมก็รักหม่ามี้ฮะ”

“ถ้าอย่างนั้นเด็กดี ถึงเวลานอนแล้วนะลูก พรุ่งนี้หม่ามี้จะพาไปเที่ยว” หญิงสาวบอกด้วยรอยยิ้ม พักเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน เพราะต้องรอติดต่อขอเอกสารใหม่จากทนายเพื่อนำไปให้เขาเซ็นอีกครั้ง

“เย้! ไปสวนสัตว์ใช่ไหมฮะ นทีร้องดีใจ

“ไปสวนสนุกต่างหาก” นาราบอกพี่ชาย

“แต่พี่อยากไปสวนสัตว์ พี่อยากดูคุณเสือ”

“ฮันนี่กลัวคุณเสือ ฮันนี่อยากไปดูมินนี่เม้าส์”

เด็กสองคนเถียงกันเป็นเรื่องประจำทำให้นรียาหัวเราะ “เอาล่ะๆ ทุกคนจะได้ไปเที่ยวทั้งสองที่อย่างแน่นอน แต่พรุ่งนี้เราไปใกล้ๆ บ้านกันก่อน ตกลงไหมจ๊ะ”

แม้จะไม่ได้เป็นไปตามแผน ทว่าเด็กทั้งสองยังมีรอยยิ้ม “ตกลงฮะ”

เมื่อจบเรื่องเที่ยว ก็ได้เวลาพานทีกับนาราเข้านอน นรียาหยิบหนังสือนิทานขึ้นมาอ่าน ผ่านไปสองสามหน้าเด็กทั้งสองก็เข้าสู่นิทราทันที คงเป็นเพราะวันนี้ร้องไห้จนเพลีย หญิงสาวมองลูกน้อยด้วยความรัก จุมพิตหน้าผากของทั้งสอง ดึงผ้าห่มคลุมกาย จากนั้นลงจากเตียง นำหมอนมาจัดวางโดยรอบป้องกันการดิ้นตก โดยเฉพาะนทีที่มักนอนดิ้นเป็นประจำ เมื่อคิดว่าเด็กๆ จะปลอดภัย เธอจึงเข้าไปอาบน้ำบ้าง ยี่สิบนาทีต่อมา นรียาสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวสีเทา รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก แต่ในหัวสมองยังคงคิดเรื่องของวันนี้ รู้สึกสับสนกับท่าทีที่เขาแสดงออก หญิงสาวถอนหายใจเลือกลงไปในครัวเพื่อทำความสะอาด ไม่ลืมเปิดประตูแง้มเอาไว้ หากลูกร้องเรียกก็จะได้ยินทันที

ระหว่างที่เก็บของก็ได้ยินเสียงบางอย่างตรงประตูบ้าน ตอนแรกคิดว่าเป็นมินตรา แต่ครู่เดียวก็รู้ว่าไม่ใช่เพราะไม่ได้ยินเสียงรถ สัญชาตญาณบ่งบอกว่าอาจจะเป็นโจร เธอหยิบมีดในครัวมาถือไว้เพื่อป้องกันตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปดูด้านนอกด้วยใจระทึก จวบจนกระทั่งประตูเปิดออก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าคนที่งัดประตูบ้านเข้ามายามวิกาลไม่ใช่ใครอื่น คือแฮร์ริสนั่นเอง!

“คุณมีอะไรเซอร์ไพรส์ผมตลอดเลยนะนัท... ครั้งแรกใบหย่า ครั้งที่สองก็มีด” ร่างสูงกระตุกยิ้ม

“มาทำไม มาได้ยังไง ออกไปนะ” หญิงสาวบอกเสียงเข้ม

“ผมจะไม่ไปไหนจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง ผมมาที่นี่เพราะอยากดูหน้าคนที่มันทำให้คุณอยากจะหย่ากับผมน่ะสิ!” ชายหนุ่มพูดเสียงดังอย่างหงุดหงิด

“เบาๆ หน่อยได้ไหม” หญิงสาวรีบเอ็ดเพราะกลัวลูกตื่น

“ทำไม คุณกลัวมันได้ยินเหรอ ห่วงมันมากสินะ ได้... วันนี้ผมขอเห็นหน้ามันหน่อย จะจัดให้สาสมเลย สำหรับคนที่ชอบยุ่งกับเมียชาวบ้าน” ด้วยความหึงหวงและตีความประโยคที่นรียาพูดเมื่อเย็นผิด ทำให้แฮร์ริสเดินเข้ามาด้านในอย่างไม่สนใจอะไรเพราะเชื่อเต็มอกว่าคนต้นเรื่องต้องอยู่ที่นี่

“คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไงแฮร์ริส นี่คุณกำลังบุกรุกบ้านคนอื่นนะ และที่นี่ไม่มีใครทั้งนั้น” นรียาวางมีดและรีบห้าม

“คิดว่าผมจะเชื่อหรือไง? คุณเป็นกังวลและบอกผมเองว่าคนสำคัญกำลังรอที่บ้าน อย่าได้คิดโกหกผม”

“โธ่เอ๊ย คุณเป็นคนเข้าใจยากตั้งแต่เมื่อไร” เธอแหวอย่างเหลืออด

“คุณล่ะ กลายเป็นผู้หญิงดื้อตั้งแต่เมื่อไร” ชายหนุ่มยังคงถามเสียงดัง เบี่ยงตัวหลบ หมายจะเดินขึ้นไปด้านบน ส่วนหญิงสาวเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปขวางเอาไว้ก่อนที่เขาจะขึ้นบันได

“กลับไปเดี๋ยวนี้แฮร์ริส”

“ไม่... ถอยไปนัท” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้ม

“กล้าสั่งฉันหรือไง ฉันจะ...” หญิงสาวพูดไม่ทันจบ ไหล่ทั้งสองข้างก็ถูกชายหนุ่มจับแล้วดันเธอให้พ้นทางจากนั้นเดินขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว เธอได้สติรีบวิ่งตามหลังจนกระทั่งมาถึงชั้นสอง เห็นร่างสูงกำลังจะเปิดประตูห้องทางขวามือ นรียารีบจับเอาไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะแฮร์ริส ที่นี่ไม่ใช่บ้านคุณนะ” เธอห้ามเสียงเข้มเพราะห้องนี้คือห้องของมินตรา

“จะบ้านใคร ผมก็ไม่สน” ร่างสูงพูดจบดึงมือของหญิงสาวออก แม้จะหัวเสียแค่ไหนแต่การกระทำของแฮร์ริสที่มีต่อนรียายังคงอ่อนโยน ไม่ได้รุนแรง เมื่อเปิดประตูห้องแรกสิ่งที่พบคือห้องนอนกับความว่างเปล่า เขาหันไปมองอีกสองห้องที่เหลือแล้วพูดกับตัวเองเบาๆ

“หรือจะเป็นห้องนั้น

นรียาเห็นชายหนุ่มตั้งท่าจะเดินไปยังห้องที่ตรงข้ามกับห้องของเธอก็รีบรั้งไว้เสียงดัง “เลิกบ้าสักทีได้ไหม”

“จะไม่ให้ผมบ้าได้ยังไง จะมีสามีสติดีคนไหนจะอยู่เฉยได้ เมื่อภรรยาที่หายไปสี่ปีมาพร้อมกับใบหย่า” ชายหนุ่มสวนกลับ จ้องมองด้วยสายตาตัดพ้อ

“คุณก็ต้องการมันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

“คุณต่างหากที่ต้องการมัน ถ้าผมเจอไอ้ตัวการที่ทำให้คุณอยากหย่ากับผมล่ะก็... ลูกน้องผมรอข้างนอกอีกเพียบ มันจะกลายเป็นอาหารฉลามแน่” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม ไม่สนใจหญิงสาว เดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วเปิดประตูห้องต้องสงสัยออกแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ทีนี้เหลือเพียงห้องเดียวเท่านั้นที่ประตูเปิดแง้มไว้ พอตั้งใจจะเดินไป นรียากลับมาขวางหน้าประตู สีหน้าของเธอตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ภาพนั้นบีบรัดหัวใจแกร่ง คิดว่าผู้ชายคนนั้นต้องอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน

“อย่านะ... อย่าเข้าไป” เธอร้องห้ามเสียงสั่น

แฮร์ริสขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน “มันอยู่ด้านในนั้นสินะ... คุณถึงมีท่าทีหวาดกลัวนัก

“ไม่มีอะไรอยู่ข้างในทั้งนั้นแฮร์ริส ขอร้อง ลงไปคุยกันด้านล่าง”

“ไม่มีวัน!”

ด้วยความเดือดดาลร่างสูงจึงดันร่างของนรียาออก ส่งผลให้เธอเซไปด้านข้าง เมื่อทางสะดวก มือหนาเปิดประตูห้องอย่างแรงจนมันกระแทกกับผนัง คาดหวังว่าจะได้เห็นชายชู้ แต่ดูเหมือนจะผิดคาด สิ่งที่เห็นคือเด็กชายหญิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงจ้องเขาตาแป๋ว แน่นอนว่าแสงจากโคมไฟทำให้เห็นใบหน้าของทั้งคู่อย่างชัดเจน ช่างเหมือนเขาเหลือเกิน โดยเฉพาะดวงตา หัวใจแกร่งกระตุก หัวสมองอื้ออึง กว่าจะตั้งสติได้ก็เห็นนรียาวิ่งเข้าไปหาแล้วโอบกอดเด็กทั้งคู่ไว้ และทันทีที่ได้ยินเด็กๆ เรียกหญิงสาวว่า “หม่ามี้” ราวกับโลกหยุดหมุน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ ตอนนั้นเองที่เด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมจ้องมองมาที่เขา ปากเป็นกระจับเปล่งเสียงหวานออกมา

“แด็ดดี้” 

       ****************************************************************************************

ฝากนิยายเพิ่งวางแผงเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ

“สอนรักเทพบุตรเถื่อน” โดย คณิสร

ใครชอบแนวหมอ บอกเลยว่าต้องไม่พลาด สามารถคลิกอ่านตัวอย่างได้ก่อน

ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยนะคะ


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1837942

 

โปรย...

 

เพราะพานพบกับความรักที่ไม่ซื่อสัตย์ จึงไม่คิดจะดูใจกับผู้หญิงคนไหนอีก นายแพทย์ฟาเบรกัส อัลบาติโน่ จึงต้องเผชิญกับข่าวลือว่า 
ไร้เดียงสาและเวอร์จิ้น และการไม่ออกมาพูดหรือแก้ข่าวยิ่งเป็นการ ตอกย้ำ ว่ามันเป็นเรื่องจริง!



ราวกับดวงดาวแห่งความซวยย้ายเข้าเรือนชะตาของฟาเบรกัสทันที เมื่อข่าวลือเท็จสร้างความเดือดร้อนไปถึงผู้หญิงจอมเพ้อเจ้อว่าที่นักข่าวอย่าง จิรัสยา เมลสัน หล่อนอาสาออกตัวจะมาสอนทฤษฎีเรื่องบนเตียง แบบชนิดที่ว่าจะให้คุณหมอหนุ่มเชี่ยวชาญในด้านนี้จนต้องร้องขอชีวิต!

นี่หล่อนแยกไม่ออกจริงๆ หรือว่า ชายใดไร้เดียงสา หรือเป็นหมาป่าที่กำลังหลับใหล! พลาดเสียแล้วแม่สาวน้อย...ที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนยังห่างไกลภาคปฏิบัติอยู่มากโข

-------------------------

ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันจะเป็นเรื่องที่พาผมซวยอีกแน่
คุณก็คิดมาก...รับรองเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายของคุณได้
เรื่องอะไร” คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน
เรื่องบนเตียงของคุณไง
หา! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณ...
จุๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล หมายถึงเรื่องที่คุณยังเวอร์จิ้นอยู่ยังไงล่ะ คุณอาจจะยังใหม่และมีประสบการณ์ไม่ดีในครั้งแรก แต่เชื่อมือฉันเถอะ ฉันจะเป็นคนทำลายจิ้นหมอเอง
เฮ้ย คุณจะปล้ำผมเหรอ” ฟาเบรกัสถามเสียงดัง ขยับถอยหลัง
ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันจะปล้ำคุณทำไม หมายถึงว่าฉันจะเป็นโค้ชสอนเรื่องนี้ให้คุณเอง

*****************************************************************************************



ฮัลโหล... ฝากเรื่องวางแผงล่าสุดด้วยนะคะ "เล่ห์รักจ้าวหัวใจ"

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S 

ราคา 339 บาทจ้า... หรือจะสั่งกับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟก็ได้เด้ออ ^^


ลิ้งอ่านตัวอย่างค่ะ

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1756207


โปรย...

       ลลนา อัลบาติโน่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเชฟพิเศษบนเรือยอร์ตสุดหรูของมหาเศรษฐีแห่งประเทศทากาเนีย แต่จะเรียกว่าซวยก็คงไม่ผิด เมื่อต้องพบกับผู้ชายที่ถูกจัดในประเภทไม่ชอบขี้หน้าอย่าง คาร์โล มาเชสก้า หล่อ รวย เจ้าชู้ ครบสูตรอย่างนี้ หลีกหนีได้เธอขอหลีกหนี!

       ล่องเรือสำราญกับผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ได้เพียงสองวันเรือก็ระเบิด ทะเลคลั่งและติดเกาะที่โหดร้ายไปกว่านั้นคือ เธอกับเขาติดเกาะกันสองต่อสองแบบไร้วี่แววการช่วยเหลือ เมื่อความประทับใจแรกไม่มี งานนี้การอยู่ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนหนูกับแมว หนึ่งคนรุก หนึ่งคนถอย แต่เมื่อใดที่หนูอย่างเธอตั้งหลักได้แล้วละก็... จะจับแมวซ้อมให้น่วม!

 

       “คุณนี่ ในช่วงเวลาที่เราติดเกาะ จะเป็นจะตายยังไม่รู้ ยังมีอารมณ์แบบนี้อีกเหรอ” เธอแหวเข้าให้

        “อ้าว ติดเกาะกับผู้หญิงสวย ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายตายด้านนี่ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะพูดต่อ “ผมบอกคุณแล้วไง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จะมานั่งเป็นทุกข์ กังวล ก็ไม่ใช่เรื่อง ลองคิดซะว่า มาเที่ยวพักผ่อนกับคนรู้ใจ ดีไหมครับ”

        ท่าทางของเขาทำเธอหมั่นไส้  “มาเที่ยวพักผ่อนพอเข้าใจได้ แต่มากับคนรู้ใจ ไม่ใช่เลย มากับตาบ้าลามก จอมกวนประสาท น่าจะเข้าท่าสุด”

        คาร์โลมองร่างบางเดินหนีก่อนจะหัวเราะตะโกนตามหลัง “ถึงจะกวนประสาทแต่ผมก็อร่อยนะครับ”

        “แหวะ ไม่อยากกิน!

*****************************************************************************************

 

กับดักวิวาห์มาเฟีย

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1200948

 

พิณณารา กับ ลอเรนโซ... เป็นพ่อแม่ของ ลูเซียโน่ และ ลลนา

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 299 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ


โปรย...

 

การจีบผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจีบเมียตัวเองนี่สิยากยิ่งกว่า! 

ลอเรนโซ อัลบาติโน่ ตกหลุมรัก พิณณารา มาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่คนที่ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวกลับเป็นพี่ชายของเขาเอง เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวหนีการคลุมถุงชน จึงเข้าทางมาเฟียร้ายโดยไม่ต้องลงมือชิงตัวเจ้าสาว ลอเรนโซวางกลลวงเพื่อให้ได้แต่งงานกับเธอ...ทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าไม่ติดปัญหาตรงที่ภรรยาสาวสวยเกลียดขี้หน้าเขายิ่งกว่าอะไร 

เธอยิ่งเกลียดเขาก็ยิ่งรัก เธอยิ่งชังเขาก็ยิ่งชอบ หากเธอผลักไส เขาก็มีไม้ตายไว้พิฆาตหัวใจของ พิณณารา!

โอ๊ย เจ็บนะพิณ” ลอเรนโซร้องเสียงดัง ผละออกทันทีและจ้องมองหน้าภรรยาสาวที่ดูสะใจ
สมน้ำหน้า ลุกออกไปนะลอเรนโซ” เธอสั่งเสียงเข้ม
ไม่” เขาดึงดัน
เมื่อเห็นเขาไม่ยอมเธอก็ออกแรงดึงผมเขาอีก แม้มือหนาจะจับมือเธอไว้พยายามดึงออก แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย เอาสิ กับผู้ชายฉวยโอกาสต้องเจอแบบนี้แหละ
คุณกำลังทำร้ายสามีอยู่นะ” เขาว่าเสียงเข้ม
คุณฉวยโอกาสกับฉันก่อน จูบฉันทำไม” เธอถลึงตา
เอ้า สามีภรรยากันจูบกันผิดตรงไหน” เขาเถียง
ผิด บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่สมยอมคุณก็ห้าม” เธอทักท้วง แต่ขณะเดียวกันชายหนุ่มกลับกลอกตาไปมา
ผมไม่เห็นคุณจะขัดขืนอะไรเลย แถมยังคล้อยตามผมอีกต่างหาก แบบนี้แหละเรียกสมยอม” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวอีกหนและดึงแรงขึ้น
ถอยออกไปเลยนะ” เธอตวาด
จะให้ผมถอยได้ยังไงเล่าในเมื่อคุณดึงผมอยู่เนี่ย

********************************************************************

ฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงล่าสุดด้วยนะค้า ใครชอบแนวมีเด็กห้ามพลาด

"พันธะลับอุบัติรัก"




วางแผงแล้วที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 369 บาท

หรือสั่งซื้อกับ สนพ.โรแมนติค ได้ลด 20% จากหน้าปกจ้า



โปรยของเรื่อง...

เพราะความจำเป็นที่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของน้องสาว มีนา จึงไม่มีทางอื่นนอกจาก ยั่ว และ อ่อย เขาอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะ เผด็จศึก ผู้ชายคนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดแผน เมื่อคนอย่าง มิคาเอล เพลทเชอร์’ ไม่หวานหมู แทนที่เขาจะเสร็จเธอ กลายเป็นเธอที่เสียท่า จนได้ของแถมติดท้องมาด้วย ครั้นจะเอาไป รีฟันด์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็กลายเป็นคุณแม่ยังสาวโดยไม่ทันตั้งตัว สำหรับมิคาเอลแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจเขาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ก็คือการมองหาวิธีที่จะแก้เผ็ดแม่ตัวแสบให้สาสมที่สุด แน่นอนว่าการลงโทษผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกอย่างมีนา จะมีวิธีไหนที่เด็ดไปกว่าการทำให้เธอสำลักความสุขจนตาย เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้ชายหนุ่มกลับมามีสิทธิ์อย่างถาวรในตัวเด็กน้อย เจ้าของดวงตาและรอยยิ้มที่ละลายหัวใจของเขาได้ทุกครั้ง

 

เลิกแต่งเรื่องสักทีเถอะน่า คุณน่าจะเป็นนักเขียนมากกว่าแม่ครัวนะ!

ฉันไม่... 

ขนนกที่ใช้อาจจะไม่เร้าใจ ทรมานคุณไม่มากพอ คุณเลยไม่ปริปากสักที ตอนนี้ผมมีแผนดีๆ บางทีร่างกายของผมอาจจะกระตุ้นความทรงจำและทำให้คุณทรมานจนยอมพูด ให้ร่างกายเราได้สัมผัสกันเหมือนคืนนั้น มันน่าจะดีกว่า คุณคิดว่างั้นไหม?” มิคาเอลยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับขึ้นทาบทับร่างบางเอาไว้ สบกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง

************************************************************************

เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ

ใครชอบแนวท้องแล้วหนี... แนะนำเรื่องนี้เลยเด้อจ้า พระเอกเป็นหมอ นางเอกเป็นพยาบาล


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1621916

 

เฟเดรีโก แพรวา พ่อแม่ของ ไพลิน ฟาเบรกัส

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 329 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ

 

โปรย...

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดนะค้า รับรองว่าฟินทั้งสองเล่ม หรือว่าจะอ่านตัวอย่างก่อนก็ได้ ตามลิ้งด้านบนเลย ลงไว้เยอะพอสมควรค่ะ ยังไงก็ฝากหนูเฟย์กับป๋าเบนกันด้วย... ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน แต่ไม่มีดราม่านะค้า ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอ่านง่ายๆสบายๆอยู่จ้า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันเอาไว้ด้วยหากไม่อยากพลาดความสนุกนะค้า

 

ปล.ใครซื้อหนังสือมาแล้วถ่ายภาพมาอวดกันได้เด้อ ฮี่ฮี่


       ************************************************************************





"แผนร้ายเทพบุตรเถื่อน" พร้อมแล้ว! ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของวันนี้ 

อย่าพลาดความสนุกและความฟิน... หรือใครไม่สะดวกไป สามารถสั่งกับสนพ.โรแมนติค ได้ที่ลิ้งด้านล่างเลยนะคะ สนพ.พร้อมจัดส่งแล้ววันนี้ทั่วประเทศค่ะ



หรือถ้าใครต้องการซื้อตามร้านหนังสือ มีขายทั้ง นายอินทร์ se-ed และ B2S  ราคา 359 บาท ฝากป๋าเบลซและหนูเดียร์ด้วยนะคะ 

ความน่ารัก ละมุน ชวนฟิน ยังมีอีกเพียบค่า และมาร่วมหาคำตอบกันว่า เบลลา คือใคร เกิดอะไรขึ้นกับตัวแปรสำคัญ

ความหวานของพระนางจะขนาดไหน แต่ความหื่น... จัดเต็มจ้า 555555+

**************************************************************************************

โปรย

เมื่อ ดมิสา’ ลืมตาขึ้นมา และพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายกลับไม่ใช่ชายคนรัก... ค่ำคืนแสนหวาน ภายใต้แสงจันทร์ บนเรือสำราญระดับโลกกับความสาวที่เธอตั้งใจจะมอบให้แก่คู่หมั้น เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด และพรีฮันนีมูนไนต์ไปในตัว จากผู้หญิงที่กำลังจะมีความสุขในฐานะเจ้าสาว ชะตาจึงถึงคราวอับปาง ถูกถอนหมั้นเสียกลางทะเล และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เธอก็จะตามราวี จนกว่าผู้ชายคนนั้นจะแก้ไขชีวิตของเธอให้กลับเป็นเหมือนเดิม 

สำหรับนักธุรกิจมหาเศรษฐีอย่าง เบลซ มาคเกอร์’ แล้วทุกอย่างที่เขาทำ ย่อมไม่มีคำว่าบังเอิญ... เพราะทุกอย่างล้วนถูกคิดอ่านและคำนวณเอาไว้ล่วงหน้า และหากดมิสาคิดจะค้นหา ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาในคืนนั้น หญิงสาวก็จำเป็นต้องแลกด้วยร่างกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ เบลซสัญญาว่า เขาจะทำให้เธอจดจำความซาบซ่านได้ทุกจังหวะลมหายใจ และชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่ต้องการมีคืนฮันนีมูนกับใครอื่นอีกเลย 

เขามองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตกอยู่ตรงพื้นเรือ จากนั้นก็หยิบมันขึ้นมาแล้วเงื้อมือขึ้นขว้างมันลงจากเรือไปสุดแรงเกิด 
คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” หญิงสาวตวาดถามเสียงดัง 
ทำไม คุณไม่เอามันแล้วนี่ ผมก็ช่วยโยนมันไปให้พ้นหูพ้นตาไง” เขาว่าแล้วกระตุกยิ้ม 
ไอ้... ไอ้...” 
ถ้าด่าผมอีก ผมจะโยนรองเท้าอีกข้างของคุณลงทะเล แต่ถ้าตบ ผมจะโยนคุณลงบนเตียง ลองดู!

------------------------------
.
รูปเล่มวางจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นร้านนายอินทร์, ร้านซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ร้านบีทูเอส และเว็บไซต์บุ๊คสไมล์

รูปแบบอีบุ๊กสามารถดาวน์โหลดได้หลังจากนวนิยายวางแผงแล้ว 45 วัน ที่เว็บไซต์ Meb, นายอินทร์อีบุ๊ก, HytextและBatorastore


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 881 ครั้ง

52 ความคิดเห็น

  1. #1123 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21
    ฝีมือเอเลียส ที่ตามไม่เจอก็ด้วย
    #1123
    0
  2. #586 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:23
    เหมือนเฮียแกจะไม่รู้เรื่องนะ ฟังเขาก่อน
    #586
    0
  3. #385 rabby63942138 (@rabby63942138) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:37
    เรื่องจดหมายกับแหวน ฝีมือคารเตอร์รึเปล่าน๊าาาา
    #385
    0
  4. #333 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:17

    ถ้านางไม่ตามมาหาเพื่อหย่า ชาตินี้คงไม่ได้เจอ เพราะกระทั้งบอดี้การ์ดของแฮริสยังจำหน้านางไม่ได้เลย ดูแล้วช่างน่าอนาจใจ นี่เหรอทีมงานเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่

    #333
    3
    • #333-2 J.JINA (@jirajira) (จากตอนที่ 7)
      6 มกราคม 2562 / 14:10
      เอออจริง 555555
      #333-2
    • #333-3 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 7)
      6 มกราคม 2562 / 19:07
      เห็นมีอีกสองท่าน มาเห็นด้วย เลยมาตอบแล้วกัน ตอนแรกไม่ได้ตอบความเห็นนี้แต่ตอบอันอื่น 55555+ เรื่องดำเนินมาถึงตอนที่ 7 ถ้าอ่านกันมาถึงตอนปัจจุบัน เชื่อว่าจะเข้าใจเนื้อหามากขึ้น แต่สำหรับคนที่ ไม่อ่านต่อละ พอ แค่นี้มันดูกระจอกเกินไป เราก็จะขออธิบายว่า... ที่บอดี้การ์ดคนอื่นจำหน้าไม่ได้ มันมี "เหตุผล" ค่ะ แต่เอเลียส คนสนิทคือจำได้อยู่แล้ว เราเขียนปูมา พระเอก ครอบครัว ตระกูล เว่อร์วังอลังการดาวล้านดวง สิ่งที่ตามมามันก็ต้องสมเหตุสมผลหน่อยใช่ไหมคะ อยากให้อ่านต่อมาถึงตอนปัจจุบัน แล้วจะกลับมาเมนต์ใหม่ ก็ได้ค่ะ 555555555555+
      #333-3
  5. #126 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:09

    เมื่อไหร่จะได้เจอลูก รอค่าาาาาา
    #126
    0
  6. #125 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 01:23
    อยากให้เจอแฝดเร็วๆ
    #125
    0
  7. #124 4367443674 (@4367443674) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 00:37
    ลุ้นนักมากก
    #124
    0
  8. #122 kaikaikaiexo (@kaikaikaikey) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:51

    เค้าเจอกันแล้ววว รีบๆๆ เคลียร์กันนะ
    #122
    0
  9. #121 Annalia (@nokam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:13
    ลุ้นๆๆๆๆ
    #121
    0
  10. #120 runlarin (@runlarin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:02
    เค้าเจอกันแล้วววว
    #120
    0
  11. #119 0968103991 (@0968103991) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:52
    เดาว่า คาร์เตอร์นะ
    #119
    0
  12. #118 0968103991 (@0968103991) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:51
    มาต่อเร็วๆๆ น๊า
    #118
    0
  13. #117 NPpheung (@NPpheung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:24

    ใครเป็นคนสร้างเรื่องเข้าใจผิดกันหมดแล้ว

    #117
    0
  14. #116 Stefie (@Stefie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:21

    เอาให้เคลียร์เลยจ้า

    #116
    0
  15. #115 O_ASiiS (@oasiis) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:09
    ถ้าเจอลูกนี่ไม่ป่วนแย่เหรอ?
    #115
    0
  16. #114 Cheeryblue (@Cheeryblue) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:06
    แฮรรีสเจอนัทแล้ว จะเคลียร์กันได้ไหมนะ ลุ้นๆ
    #114
    0
  17. #113 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:03

    เจอกันแล้วก็เอาให้ชัดเจนไปเลยนะ
    #113
    0
  18. #112 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:59
    ปูเสื่อรอแล้วค่ะ. ตามมาทุกเรื่องได้ใจทุกเรื่องค่ะ
    #112
    0
  19. #111 Kefkef (@554433221515) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:52

    เจอกันแล้วป๋าไม่ได้ส่งแหวนคืนแล้วใครอ่ะ

    #111
    1
    • #111-1 มิน มิน (จากตอนที่ 7)
      3 ธันวาคม 2561 / 21:23
      สงสัยพ่อบ้าน ชอบจัดการทุกอย่าง ทายถูกมั้ยคะ
      #111-1
  20. #110 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:45
    อยากอ่านต่ออ่ะ รอป๋าเจอลูกๆ
    #110
    0
  21. #109 TukTun Munchisa (@tuktun0710) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:42
    เตอกันปุ๊ป ก็เป็นเรื่องเลย สนุกมากๆค่ะ
    #109
    0
  22. #108 shruy (@shruy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:42

    ลุ้นต่อค่ะ????????????

    #108
    0
  23. #107 tankyo (@icezaaakub33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:30

    แซ่บค่ะเรื่องนี้555สนุกมากค่ะ
    #107
    0
  24. #106 noimuball (@noimuball) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:26
    เจอกันแล้วรอๆๆ
    #106
    0
  25. #105 วันวรา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:16

    อยากได้เป็นเล่มแล้วค่า จองๆๆ

    #105
    0