หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 757,808 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,578 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,249

    Overall
    757,808

ตอนที่ 4 : บทที่1 [สองแฝดจอมแสบ] 100% อัพแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 566 ครั้ง
    6 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.
อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ


บทที่ 1

[สองแฝดจอมแสบ]

 

นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

        มหานครที่เต็มไปด้วยความศิวิไลซ์ เมืองที่ไม่เคยหลับใหล อุดมไปด้วยเทคโนโลยี แหล่งรวมผู้คนหลายเชื้อชาติ เป็นเมืองในฝันของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะมาเยือนสักครั้ง ตึกสูงระฟ้าของบริษัทชื่อดังอย่าง “แบล็กฟอร์ดคอมพานี” ผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของประเทศและของโลกก็ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้ด้วย เป็นที่รู้กันดีว่าเขาทำการค้ากับหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะรัฐบาลของตัวเองหรือประเทศอื่น แม้เบื้องหน้าจะเป็นบริษัทค้าขายอาวุธธรรมดา แต่ในแวดวงของผู้มีอิทธิพลย่อมรู้ดีว่าตระกูลนี้กุมอำนาจหลายบริษัท องค์กร ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ เป็นมหาเศรษฐีที่ไม่ใช่แค่ใช้เงินซื้อความสุขไปวันๆ แต่ใช้เงินซื้ออิทธิพล เส้นสาย แทรกแซง กล้าลงทุน และผลลัพธ์คือการเป็นตระกูลมหาอำนาจ ถึงแม้จะไม่ได้ติดโผผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ทว่ารายได้รวมทรัพย์สินที่มี เกินอันดับหนึ่งไปมากทีเดียว

        แม้บริษัทแห่งนี้จะผ่านมาหลายยุค หลายรุ่น ความสามารถ ชื่อเสียงและจำนวนเงิน ต่างทวีเพิ่มมากขึ้น แผ่ขยายอำนาจไปยังประเทศอื่น การประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจ จำต้องแลกมาด้วยการสูญเสีย ไม่มีใครได้อะไรมาฟรีๆ ยิ่งมากอิทธิพล ย่อมมีศัตรูมากพอกัน มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านจากสังคม คือสิ่งที่แบล็กฟอร์ดต้องเผชิญ มีหลายคนอยากโค่นตระกูลนี้ ไม่ใช่แค่เหตุผลทางธุรกิจแต่รวมถึงการเมือง การได้และเสียผลประโยชน์ แม้กระทั่งเฮนรี่และนาตาชา แบล็กฟอร์ด ถูกลอบสังหาร ตามมาด้วยเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ด เสียชีวิตด้วยสาเหตุเดียวกัน ดังนั้นผู้กุมบังเหียนคนล่าสุดย่อมถูกจับตามอง การรักษาความปลอดภัยระดับสูง ชีวิตของเขายังคงมีความสำคัญ หลายฝ่ายยังต้องอาศัยอิทธิพล ประโยชน์จากตระกูลนี้ในการหนุนหลัง นั่นทำให้แฮร์ริส จะไม่มีทางเป็นอะไรอย่างแน่นอน

        คาดิลแลคสีดำสนิทคันใหญ่สามคันแล่นมาจอดด้านหน้าบริษัท ชายชุดดำลงมาจากรถคันแรกสามคนเพื่อคอยกันนักข่าวที่กำลังรอเพื่อสัมภาษณ์ผู้บริหารหนุ่มที่ลงจากรถคันกลางอย่างแฮร์ริส แบล็กฟอร์ด มีบอดี้การ์ดประจำตัวอย่างเอเลียส อดีตทหารฝีมือดีคอยคุ้มกัน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ดวงตาถูกปกปิดด้วยแว่นกันแดดสีชา เดินเข้าไปด้านในโดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามกับสื่อ จวบจนกระทั่งขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ในส่วนของห้องทำงาน เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับคนสนิท เขาถอดสูทออกและถอนหายใจ

        “นักข่าวยังตามไม่เลิก” ชายหนุ่มบ่นอย่างหงุดหงิด

        “เพราะการเซ็นสัญญาซื้อขายล่าสุด กำลังเป็นประเด็นถูกจับตามอง” เอเลียสออกความเห็น

        “แน่ล่ะ ฉันเลยถูกหมายหัวเพิ่มไง”

        ร่างสูงบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งเซ็นสัญญาการซื้อขายเครื่องบินรบให้กับประเทศพันธมิตรที่กำลังเป็นประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับความไม่สงบภายในประเทศ สิบนาทีต่อมารายชื่อของเขาถูกหมายหัวทันทีจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าพวกหวังผลประโยชน์ต้องการใช้อิทธิพลของแบล็กฟอร์ดหนุนหลัง ทำเหมือนเขาเป็นเด็กสามขวบที่เอาตัวรอดเองไม่ได้ ส่งคนมาคุ้มกันจำนวนไม่น้อยจนหายใจแทบไม่ออก แม้จะเคยเกิดเหตุลอบสังหารเมื่อสี่ปีก่อน หลังพิธีฝังศพพี่ชาย แม้จะเอาชีวิตรอดมาได้แต่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานนับเดือน กระสุนเจาะเข้าร่างสามนัดซ้อน  สะเก็ดระเบิดทำให้เกิดบาดแผลทั่วร่าง บอดี้การ์ดตายหลายคน ส่วนคาร์เตอร์และเอเลียสที่ใช้ตัวบังได้รับบาดเจ็บสาหัส

        น่าเสียดายที่คว้าน้ำเหลวเรื่องคนร้ายเพราะตายทั้งหมดในที่เกิดเหตุ แต่ลองสืบประวัติย้อนหลัง บางคนมีครอบครัวจึงสืบลึกลงไปทว่าไม่มีใครให้รายละเอียดหรือข้อมูลได้ คงเป็นเพราะพวกนี้ทำงานใต้ดิน ผิดกฎหมาย จึงไม่ได้บอกคนในครอบครัว หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นพวกหัวรุนแรงที่เกลียดสงคราม การค้าอาวุธ แต่แบล็กฟอร์ดไม่คิดอย่างนั้น ด้วยรูปแบบการลงมือดูอุกอาจผิดวิสัย คนเหล่านี้เป็นมืออาชีพ วางแผนมาดี และที่มั่นใจต้องเป็นกลุ่มเดียวกับคนที่ฆ่าเฮกเตอร์ และการตายของเขาจะทำให้ได้ผลประโยชน์บางอย่างจากแบล็กฟอร์ด ถึงกระนั้นก็ไม่มีหลักฐานใดมาสนับสนุนความคิดนี้

        การขึ้นมาเป็นผู้กุมบังเหียนแทนพี่ชาย แฮร์ริสต้องพบกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อรวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจถึงการบริหารที่ไม่ได้เผด็จการแบบเฮกเตอร์ คงเป็นเพราะแนวทางของนักธุรกิจหนุ่ม ต้องการทำธุรกิจแบบสันติ ให้คนมองแบล็กฟอร์ดในมุมมองอื่นบ้าง ไม่พาตัวเองและตระกูลไปจมอยู่กับพวกหมาป่ากระหายอำนาจ ไม่เลือกขั้ว ไม่เลือกข้าง แม้จะเป็นไปได้ยากเพราะมันถูกเลือกและผูกขาดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่ตอนนี้อำนาจอยู่ในมือเขา อะไรที่จะเกิดความเสี่ยง หลีกเลี่ยงได้ก็พร้อมจะทำ

        “หวังว่าเช้านี้จะมีข่าวดีนะ” ร่างสูงสบตาคนสนิทที่ยังยืนอยู่

        “ขอโทษครับ เรายังไม่มีเบาะแส” ทันทีที่เอเลียสรายงานจบก็ไม่กล้าสบตา ในทุกเช้าต้องรายงานเรื่องเดียวตลอดสี่ปี เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผู้เป็นนาย คือการตามหาผู้หญิงเพียงคนเดียว

        แฮร์ริสหลับตาลงระงับอารมณ์ที่พุ่งสูง “บ้าเอ้ย! ฉันไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาด่าพวกแก แบล็กฟอร์ดไม่ใช่พวกกระจอกที่จะตามหาผู้หญิงคนเดียวไม่พบ สี่ปีที่ผ่านมาพวกแกทำบ้าอะไรอยู่ ถ้าไม่ติดภาระที่ไอ้พี่ชายเฮงซวยทิ้งไว้ล่ะก็ ฉันไปตามหาเธอเองแล้ว ต่อให้พลิกแผ่นดินประเทศไทยหรือประเทศใกล้เคียง พวกแกก็ต้องทำ ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเอเลียส แกรู้ดีว่าฉันไม่เหมือนเฮกเตอร์ ที่คลั่งสายเลือดและอิทธิพลบ้าบอเหล่านี้ ฉันต้องการแค่ครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่น ตามหาเธอให้เจอ ก่อนที่ฉันจะทิ้งทุกอย่างและไปหาเธอเอง”

        หลังจากบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวในไอซียูร่วมเจ็ดวัน ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายให้กลับมาเป็นปกติร่วมเดือน เขาติดต่อกลับไปหาภรรยาแต่พบว่าติดต่อไม่ได้ สอบถามทางชัยวัฒน์จึงได้รู้ว่าหญิงสาวลาออกและเดินทางกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ชายหนุ่มส่งคนไปหาที่คอนโดมิเนียมพบความว่างเปล่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ลูกน้องนำกลับมาคือ “แหวนแต่งงาน” ที่ถูกทิ้งเอาไว้ในกล่องอย่างดี แฮร์ริสเต็มไปด้วยคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ เมื่อนรียาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่กลัวคือคนที่เกลียดชังแบล็กฟอร์ดอาจรู้ถึงการมีอยู่ของเธอและทำร้าย จึงสั่งคาร์เตอร์ให้ส่งทีมไปค้นหาที่ประเทศไทยทันที ทว่าไม่มีเบาะแสอะไร สิ่งเดียวที่แฮร์ริสต้องการคือพานรียามาอยู่ด้วยกันที่นี่ อยู่ข้างกายของเขา แม้มันจะอันตราย แต่เขาพร้อมที่จะปกป้องแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

        “ผมจะทำให้เต็มที่ครับ” คนสนิทตอบเสียงเรียบ

        “ต่อให้เธอไม่มีชีวิตแล้ว ฉันก็ต้องได้เห็นเธอ” ชายหนุ่มกำชับเสียงเจ็บปวด จ้องมองแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายที่ไม่เคยถอดเลย ส่วนอีกหนึ่งวงของภรรยานำมาร้อยใส่กับสร้อยพกติดตัวเสมอ หวังว่าจะหาเธอเจอสักวัน หากผู้ไม่หวังดีได้ตัวของหญิงสาวไปแล้ว ย่อมต้องมาต่อรองแน่ แต่กลับไม่มีใครติดต่อมาเลย ในปีแรกเขาตรวจสอบการทำงานของลูกน้องไม่พบความผิดปกติ นั่นทำให้ชายหนุ่มมืดแปดด้าน ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงตามหาผู้หญิงเพียงคนเดียวไม่พบ

        “ครับเจ้านาย”

        เมื่อได้อยู่ตามลำพัง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง มองกรอบรูปบนโต๊ะ เป็นภาพแต่งงานที่พกติดตัวเสมอ รอยยิ้มของนรียาคือสิ่งที่เขาคิดถึง ไม่ใช่แค่ให้ลูกน้องตามหา แฮร์ริสพยายามทำในสิ่งที่ทำได้ เขาเคยออกตามหาด้วยตัวเองแต่ก็ไม่พบ ติดต่อค้นหาทางโซเชียลมีเดีย เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้สักทาง ผิดปกติเหลือเกิน เธอจะหายตัวไปไหนหรือโกรธที่จู่ๆเขาหายไป ร่างสูงมองแหวนแต่งงานแล้วจูบเบาๆ

        “ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมต้องหาคุณให้เจอทูนหัว”

 

เชียงใหม่ ประเทศไทย

 

        บรรยากาศช่วงบ่ายของอำเภอแม่แตงค่อนข้างเย็นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ร่างเพรียวระหงกำลังนั่งทำงานอยู่ตรงระเบียงห้องรับแขก มองทัศนียภาพคือภูเขาอันงดงาม แม้สายลมจะทำให้รู้สึกหนาวทว่ากลับสดชื่น สมองปลอดโปร่ง หลังถูกสามีทิ้งด้วยจดหมายฉบับนั้น นรียาก็พาตัวเองที่ตั้งครรภ์กลับมาใช้ชีวิตที่จังหวัดบ้านเกิด เธอรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ดีนัก แต่เพราะลูกในท้องทำให้ต้องยืนหยัดเริ่มต้นชีวิตใหม่

        นรียาขายไร่ผลไม้ที่ไม่สามารถทำต่อได้ แล้วนำเงินนั้นมาซื้อบ้านหลังเล็กๆ ในชุมชนห่างไกลที่เงียบสงบ และงดงามแห่งนี้อยู่ หญิงสาวยังจมอยู่กับความเศร้าจวบจนกระทั่งให้กำเนิดลูกฝาแฝด เมื่อมีสิ่งสำคัญกว่าเข้ามา ความเจ็บปวดเริ่มเลือนหายแต่ยังเหลือความทรงจำมากมายเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นที่ไม่เคยลืมได้เลย หญิงสาวต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ถึงจะมีเงินที่ได้จากการขายไร่มากพอสมควร แต่อนาคตของลูกยังอีกยาวไกลนัก จึงเปิดสอนพิเศษที่บ้านด้วยค่าเล่าเรียนที่ถูกมาก บางทีบิดามารดาของเด็กก็มักจะนำผัก ผลไม้สดๆมาฝากบ้าง บางมื้อแทบไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหาร เธอกับลูกจึงอยู่ได้อย่างสบายในชีวิตที่แสนจะเรียบง่าย นรียารอให้ลูกโตพอจนเข้าโรงเรียนก็จะเริ่มสมัครงานเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนประจำอำเภอ

        การมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่หญิงสาวตัดขาดทุกสิ่ง เลิกเล่นโซเชียลมีเดียว และจำต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปโดยปริยายเพราะลูกทั้งสองซนมากเผลอทำโทรศัพท์ของเธอไปนอนเล่นในบ่อปลาหน้าบ้าน ดังนั้นจึงไม่ได้ติดต่อใครอีก พอเข้มแข็งขึ้นระดับหนึ่งนรียาลองโทรศัพท์กลับไปหาสามีหนุ่มแต่ยังพบว่าติดต่อไม่ได้ อยากจะพูดคุยเรื่องหย่า ติดต่อไปยังนิติคอนโดมิเนียมก็พบว่าเขาไม่ได้กลับมา สุดท้ายนรียาเลิกสนใจ เพราะมีสิ่งสำคัญกว่านั้นที่ต้องดูแลรับผิดชอบ

        “หม่ามี้... หม่ามี้ขา”

        เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองพบเด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลม ผิวขาวสะอาดสะอ้าน แก้มยุ้ยสองข้างแดงระเรื่อจากอากาศที่เย็น ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาทว่านัยน์ตานั้นเป็นสีเขียวเหมือนบิดาไม่ผิดเพี้ยน ชวนให้คิดถึงอดีตสามีจับใจ เธอปัดความรู้สึกนั้นทิ้งส่งรอยยิ้มหวานให้แก่นางฟ้าตัวน้อยอย่างนารา

        “ตื่นแล้วเหรอคะคนดี”

        “หม่ามี๊ อุ้ม” เด็กน้อยชูแขนสองข้าง

         “ตื่นมาก็อ้อนเลยนะ ฮันนี่คนสวย” หญิงสาวอมยิ้มช้อนอุ้มตามคำสั่ง จูบแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ โอบกอดเข้าสู่อ้อมอกอันอบอุ่นแม้เด็กน้อยจะสวมเสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงขายาวป้องกันลมหนาวแล้วก็ตามที

        “ทำไมตื่นเร็วล่ะคะ”

        “พี่ฮิวโก้เตะฮันนี่”

        คำพูดนั้นทำให้ผู้เป็นมารดาหันไปมองเบื้องหลังซึ่งเป็นส่วนของห้องรับแขก มีที่นอนปิกนิกวางอยู่ เห็นเด็กชายกำลังนอนเหยียดยาวกินพื้นที่เกือบเต็มก็หัวเราะเบาๆ

        “พี่ฮิวโก้ไม่ได้ตั้งใจ ฮันนี่อย่างอนเลยนะ”

        “ฮันนี่งอน โป้งพี่ฮิวโก้”

        น้ำเสียงเอาแต่ใจทำให้นรียาอมยิ้มและคงดังมากพอให้เด็กชายอย่างนที ตื่นจากนิทราอันแสนหวาน ผมสีน้ำตาลยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าต่างจากผู้เป็นน้องสาวเล็กน้อยเพราะเกิดจากไข่คนละใบ อีกฝ่ายหันมามองเธอแล้วรีบลุก วิ่งเข้ามาหา ร้องบอกอย่างออดอ้อนเช่นกัน

        “หม่ามี้อุ้ม”

        “วันนี้เป็นอะไรน้า สองแฝดอ้อนหม่ามี้จังเลย” ถึงกระนั้นหญิงสาวก็อุ้มลูกชายคนโตมาไว้ในอ้อมแขน กลายเป็นเด็กทั้สองกำลังซุกซบตรงทรวงอกอิ่ม เธอมองใบหน้างดงามของทั้งคู่ที่ถอดบิดามาราวกับพิมพ์เดียวกัน เหมือนเธอแค่บางส่วน นรียาไม่เคยคิดว่าจะตั้งครรภ์ลูกแฝด แค่คนเดียวยังนึกภาพไม่ออกว่าจะเลี้ยงอย่างไร แต่พอคลอดออกมา เด็กน้อยทั้งสองก็เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ นารากับนทีมีนิสัยแตกต่างกัน เด็กผู้หญิงจะขี้อ้อน ช่างพูด ส่วนเด็กผู้ชายจะขี้อาย

        “พี่ฮิวโก้หยับหน่อย ฮันนี่จะกอดหม่ามี้” มือเล็กผลักร่างพี่ชายเบาๆ อย่างไม่ยอม

        “พี่จะกอดหม่ามี้เหมือนกัน” เด็กชายไม่ยอมน้องสาว อิงแอบซบมารดาดังเดิมทำให้เกิดสงครามย่อมๆ เพราะนาราไม่ยอมใช้มือเล็กผลักพี่ชายอย่างต่อเนื่องและนทีไม่ได้ตอบโต้ปล่อยให้น้องสาวทำอย่างนั้น

        “ฮันนี่คะ เด็กดี ไม่เอานะ หม่ามี้อยากกอดทั้งสองคนเลย”

        “หม่ามี้ต้องกอดฮันนี่แน่นกว่า ต้องรักมากกว่า” เด็กน้อยพองลมจนแก้มป่อง

        “หม่ามี้รักเท่ากันทั้งคู่ รักพี่ฮิวโก้ด้วย ฮันนี่ไม่รักเหรอ”

        นารานิ่งเล็กน้อยก่อนจะตอบเบาๆ “รัก... น้อยกว่าหม่ามี้”

        นรียาหัวเราะหันไปมองนทีที่เบ้ปาก ไม่สนใจวาดแขนป้อมๆ โอบรัดรอบลำคอ อิงแอบเหมือนลูกลิงก็ไม่ปาน

        “พูดแบบนี้พี่ฮิวโก้เสียใจแย่”

        “ผมก็รักหม่ามี้ มากกว่าฮันนี่” เด็กชายตอบกลับบ้าง

        “ฮันนี่งอนพี่ฮิวโก้ ไม่พูดด้วย โป้ง!” นาราพูดเสร็จผละออกจากอกของมารดาเล็กน้อยแล้วกอดอก ทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ไม่ผิดเพี้ยนจนนรียาหัวเราะออกมาเสียงดัง ส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสา ลอบมองปฏิกิริยาของลูกชาย ที่กำลังจ้องน้องสาว รู้ดีว่านทีตามใจและรักน้องมาก ซึ่งเธอปลูกฝังตั้งแต่ยังแบเบาะว่าต้องรักกัน ต้องดูแลนารา ต่อมามือของนทีก็เอื้อมมาจับมือน้อยของนาราไว้

        “ฮันนี่ เกี่ยวก้อย” นิ้วก้อยนิ้วเล็กถูชูขึ้น ทว่านารากลับทำปากจู๋

        “ไม่ ฮันนี่โป้ง” พูดอย่างเดียวคงไม่พอต้องยกนิ้วโป้งเล็กๆขึ้นมาด้วย

        “พี่ให้หม่ามี้รักฮันนี่มากกว่าก็ได้” คำตอบนั้นทำให้เด็กน้อยหันไปมองพี่ชาย

        นรียาส่ายหน้าให้กับความเจ้าเล่ห์ของลูกสาว ได้นิสัยนี้ถอดแบบมาจากบิดาไม่ผิดเพี้ยน รู้ว่านาราไม่ได้งอนพี่ชายจริงๆ เพียงแค่อยากเอาชนะเท่านั้นเอง เธอโอบทั้งคู่เข้ามาแนบอก

        “หม่ามี้ไม่ได้รักใครมากกว่า รักเท่ากัน เพราะลูกคือดวงใจของหม่ามี้ รู้ไหมคะ”

        “ฮันนี่รักหม่ามี้”

        “ผมก็รักหม่ามี้ครับ”

        นรียายิ้มกว้างกระชับอ้อมกอดแล้วมองทัศนียภาพเบื้องหน้าอีกครั้งท่ามกลางเสียงหยอกล้อของลูกทั้งสอง แม้จะมีหนึ่งคนเดินออกจากชีวิตไปแต่ก็ได้อีกสองชีวิตมาทดแทน เติมเต็มชีวิตที่เหลืออยู่

        “หม่ามี้ ฮันนี่อยากกินเค้กช็อกแอด”

        “ผมเอาด้วยฮะ ช็อกแอดๆ

        หญิงสาวหลุดหัวเราะคำว่า “ช็อกแอด” มาจาก “ช็อกโกแลต” นั่นเอง นารากับนทีเพิ่งจะสามขวบกว่า แม้จะมีพัฒนาการดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน พูดภาษาไทยคล่องแต่บางคำยังไม่ชัดนัก นอกจากนี้ด้วยความที่มารดาเป็นอาจารย์มาก่อน จึงสอนภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย เด็กทั้งคู่จึงสามารถตอบโต้ภาษาอังกฤษด้วยประโยคที่เข้าใจได้ง่าย

        “ก็ได้จ้ะ ไปหาช็อกแอดกินกันดีกว่าเนอะ”

        นรียาปล่อยลูกทั้งคู่ลงพื้น เดินนำไปยังครัวที่อยู่ไม่ไกล นารากับนทีรีบปีนขึ้นเก้าอี้นั่ง ซึ่งเธอหวีดร้องเบาๆด้วยความตกใจเพราะกลัวจะตกลงมารีบวิ่งไปดูแล เด็กน้อยอยู่ในวัยซุกซน บางทีเลี้ยงคนเดียวก็ตามไม่ทัน พอนั่งเสร็จ จึงเดินไปหยิบเค้กช็อกโกแลตที่ทำเองออกมาจากตู้เย็น แบ่งใส่จานเล็ก วางลงตรงหน้าแล้วมองเด็กทั้งสองยิ้มกว้างตาหยีด้วยความดีใจ รีบตักกินจนเลอะริมฝีปากเล็กๆ นรียามองนาราแย่งเค้กจากจานของนที ซึ่งคนเป็นพี่ไม่ได้ทักท้วง ยอมให้คนเป็นน้องแย่งด้วยความเต็มใจ นั่นทำให้เธอคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู

        หลังจากเด็กๆอิ่มกันแล้ว นรียาจึงชวนลูกออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าด้วยกัน ปกติจะไปเดือนละสองครั้ง ซื้อเฉพาะของใช้จำเป็น นอกนั้นหาซื้อตามตลาดและร้านคาแถวบ้าน วันนี้มีหลายอย่างต้องซื้อสำหรับลูกทั้งสองที่เตรียมจะเข้าเรียนอนุบาลในอีกไม่กี่เดือน ทันทีที่มาถึง นารากับนทีดูตื่นเต้นมาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นตู้หยอดเหรียญ ด้านในมีลูกบอลสีๆเต็มไปหมด เธออมยิ้มอย่างเอ็นดู ไม่ลืมกำชับเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

        “ห้ามดื้อห้ามซน และ...”

        “ต้องอยู่ใกล้หม่ามี้”

        “อย่าไปไหน รับทราบฮะ”

        เด็กทั้งสองมักจะได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยๆ จึงสามารถพูดต่อได้อย่างคล่องแคล่ว นรียายิ้มกับความฉลาดของลูก ก่อนจะลูบศีรษะเบาๆด้วยความเอ็นดู

        “ดีมากค่ะเด็กดี”

        “หม่ามี้ ซื้อต่ายให้ฮันนี่นะ” เด็กน้อยร้องขอตุ๊กตา

        “ผมอยากได้รถบังคับฮะ”

        แม้ที่บ้านจะมีของเล่นเยอะพอสมควรแต่เด็กๆ มักอยากได้ของใหม่เสมอ นรียาเห็นดวงตากลมโตที่จ้องแป๋ว ใครเจอสายตานี้ต้องพ่ายแพ้

        “ก็ได้ ตกลงค่ะ แต่ต้องเป็นเด็กดีนะ”

        ทันทีที่พูดจบเด็กทั้งสองร้องเฮลั่น จนคนรอบข้างหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน เธอต้องรีบปรามให้เบาเสียงแล้วพาเข้าไปด้านในเพื่อเลือกซื้อของ แม้จะกำชับว่าอย่าไปไหนไกลแต่สุดท้ายคนเป็นแม่ก็ต้องหัวหมุนเพราะเด็กๆ วิ่งไปทางนั้นทีทางนี้ทีเมื่อเจอของน่าสนใจ นรียาหยิบนมสำหรับนาราและนที ให้กินคู่กับอาหารเสริม ระหว่างที่กำลังอ่านรายละเอียดสินค้าอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังแว่วอยู่ไม่ไกล พอหันกลับไปมองก็เห็นว่าอยู่โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า ยืนดูโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่เปิดการ์ตูนอยู่ เธอส่ายหน้ากับความไร้เดียงสา เจอการ์ตูนทีไรติดหนึบทุกที เวลานั้นสายตาเหลือบไปเห็นโทรทัศน์อีกเครื่องหนึ่งที่เปิดอยู่กำลังนำเสนอข่าวบางอย่าง ภาพของผู้ชายคนหนึ่งดึงความสนใจจากนรียาไปจนหมดสิ้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างเผลอปล่อยของในมือหล่นลงพื้นเพราะนั่นคืออดีตสามี!

        “แฮร์ริส”

        นรียาก้าวไปที่โทรทัศน์อย่างช้าๆ เพื่อดูให้แน่ใจ เป็นภาพของเขากำลังเดินออกจากตึกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เนื่องจากโทรทัศน์ไม่ได้เปิดเสียงจึงมีแต่ภาพและไม่รู้ว่าเป็นเหตุการณ์อะไร รู้เพียงว่าเป็นรายการข่าว แต่รายละเอียดที่ขึ้นอยู่ตรงแถบสีแดงด้านล่างเพื่อบอกข้อมูลในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้และไม่เคยได้ยินมาก่อน

        “แฮร์ริส แบล็กฟอร์ด ประธานบริษัทแบล็กฟอร์ดคอมพานี อย่างนั้นเหรอ”

        แม้ภาพจะถูกตัดไปแล้วแต่ในความคิดของนรียายังคงเป็นภาพผู้ชายหล่อเหลาสวมสูทอย่างดูดี แม้จะผ่านไปหลายปีแต่เขาไม่เคยเปลี่ยนเลย เขาคืออดีตสามีของเธอ แฮร์ริสไม่ผิดแน่นอน แล้วเขาไปโผล่ในโทรทัศน์ได้อย่างไร แบล็กฟอร์ดคอมพานีทำเกี่ยวกับอะไรกันแน่ หญิงสาวครุ่นคิดจนรู้สึกตัวเมื่อพบว่ามือบางถูกดึง

        “หม่ามี้ ซื้อคุณต่ายได้หรือยังคะ”

        “ซื้อรถบังคับได้หรือยังฮะ” หญิงสาวหันกลับมามองแก้วตาดวงใจ จำต้องสลัดเรื่องทุกอย่างแล้วส่งยิ้มอ่อนโยน

“ได้สิจ๊ะ ไปกันเลย”  

นรียาคิดว่าซื้อของเสร็จค่อยกลับไปค้นหาหาสิ่งที่สงสัยต่อ หลังจากได้ของจนครบ นาราและนทีได้ของเล่นติดไม้ติดมือกอดไว้ไม่ยอมปล่อยและกำลังกินไอศกรีมคนละแท่งอย่างมีความสุข หญิงสาวขับรถกลับบ้านทันทีแต่หน้าที่แม่ยังไม่สิ้นสุด เพราะกลับมาบ่ายแก่ๆ สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การหาข้อมูลอย่างที่ต้องการแต่เป็นการเตรียมอาหารเย็นให้สองแฝด โดยเฉพาะนาราที่เริ่มบ่นหิวแล้ว พอจบมื้อเย็น ถึงเวลาอาบน้ำ พาลูกเข้านอน เล่นกันสักพัก อ่านนิทานสักหนึ่งเรื่อง ลูกชายก็เข้าสู่นิทราไป แต่วันนี้ยังเหลือลูกสาวที่ปีนขึ้นมานอนบนตัว ซบตรงอก

        “หม่ามี้ขา เมื่อไรแด๊ดดี้จะมา”

        คำถามนั้นทำมือบางที่ลูบแผ่นหลังเล็กต้องชะงัก เมื่อลูกแฝดเริ่มรู้เรื่องมักจะเห็นเด็กทั่วไปมีบิดามารดาพร้อมหน้าจึงนำมาซึ่งคำถามว่าเหตุใดตัวเองถึงไม่เคยเจอบิดาเลยสักครั้ง หญิงสาวเลือกจะโกหกว่าแฮร์ริสทำงานอยู่ไกลไม่สะดวกมาหา แต่มักจะโทรศัพท์มาสอบถามเวลาที่ลูกหลับไปแล้ว เคยมีครั้งหนึ่งที่นารากับนทีไม่ยอมนอนเพียงเพราะอยากคุยกับผู้เป็นพ่อ นั่นทำให้นรียาเจ็บปวด รู้สึกว่าตัดสินใจผิดพลาดที่ให้ลูกรับรู้แบบนั้น เธอพอมีรูปของชายหนุ่มเก็บไว้จึงนำออกมาให้ดู สายใยพ่อลูกถูกเชื่อมผ่านรูปถ่าย นารายิ่งอยากเจอคนเป็นพ่อมากกว่าเดิมเสียอีก

        “หนูอยากเจอเหรอคะ”

        “ฮันนี่อยากเล่นกับแด็ดดี้” เด็กน้อยบอกเสียงใสไร้เดียงสา

        “แด็ดดี้กำลังยุ่ง และหม่ามี้...”

        “เมื่อไรแด็ดดี้จะกลับคะ” นาราถามแทรกคำถามที่อยากรู้

        “หม่ามี้ก็ไม่รู้ค่ะ แต่... เราก็อยู่กันได้ไม่ใช่เหรอคะ หนูอยากเล่นอะไร หม่ามี้ก็เล่นกับหนูได้ทุกอย่าง” หญิงสาวบอกลูกรักอย่างอ่อนโยน

        เด็กน้อยไม่ตอบอะไรนอกจากซบอกมารดาดังเดิม นรียาจึงพูดต่อ “หม่ามี้รักฮันนี่ รักฮิวโก้ และจะทำทุกอย่างให้หนูสองคนมีความสุข ไม่ว่าแด็ดดี้จะอยู่กับเราหรือไม่นะคะ”

        “ฮันนี่รักหม่ามี้”

        “หม่ามี้ก็รักหนูค่ะ แต่เด็กดี หนูต้องนอนแล้วนะลูก” หญิงสาวบอกต่ออย่างอ่อนโยน

        “จุ๊บๆ ฮันนี่ก่อน”

        เด็กน้อยทำปากจู๋รอ ความเศร้าเรื่องแฮร์ริสมลายหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นของหัวใจ อย่างน้อยเพราะมีลูก เธอถึงมีรอยยิ้มอีกครั้ง หญิงสาวจูบปากของลูกสาวเสียงดัง ฟัดแก้มอีกสองที แล้วอุ้มลงนอนเคียงข้างกับนทีและหยิบหนังสือนิทานอีกเล่มขึ้นมาอ่านอีกรอบ เพียงไม่นานลูกคนเล็กก็หลับตาลง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเข้าสู่นิทราอันแสนหวานเรียบร้อยแล้ว

        นรียาวางนิทาน หยิบผ้าห่มคลุมร่างลูกสาวและจูบแก้มลูกทั้งสองด้วยความรัก ก่อนจะลุกขึ้นคว้าแล็ปท็อปมา จากนั้นหาสิ่งที่ต้องการทันที เพียงแค่ใส่ชื่อ “แบล็กฟอร์ดคอมพานี” ข้อมูลจำนวนมากปรากฏให้เห็นพร้อมกับภาพของสามีหนุ่ม เรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่นรียาไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยินจากปากของแฮร์ริสมาก่อน

        “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”

        ร่างบางอ่านเนื้อหาอย่างละเอียดเท่าที่ในเว็บไซต์มีให้จึงได้รู้ว่าเขาคือผู้บริหารบริษัทค้าอาวุธรายใหญ่ มีพนักงานร่วมหนึ่งแสนคน ทำรายได้ต่อปีมหาศาล เธอไล่ดูภาพจากสื่อที่ถ่ายได้ เป็นงานเลี้ยงหนึ่งที่เห็นชายหนุ่มควงหญิงสาวหน้าตาสะสวยไปงานด้วย หัวใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บปวด เขาปกปิดเรื่องทุกอย่างจากเธอทำไม หรือว่าผู้หญิงคนนั้นคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องบอกเลิก หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบกล่องแหวนที่ถูกส่งคืนมาพร้อมกับจดหมาย ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา แล้วมองภาพชายหนุ่มอีกครั้ง

        บางทีนี่คงเป็นคำตอบของคำถามที่เคยสงสัย เธอปล่อยเรื่องนี้มาเนิ่นนานเหลือเกินควรจะจบมันสักที นรียาเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน นึกถึงเพื่อนสมัยเรียนคนหนึ่ง จำได้ว่าหลังจากเรียนจบปริญญาตรีก็เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกา บางทีอาจจะใช้อีเมล์เดิมอยู่ก็ได้ หญิงสาวลองส่งดู รอเพียงไม่นานกลับมีอีเมล์ตอบกลับมา เธอจึงรีบติดต่อกลับไปอีก โต้ตอบเพียงสองสามฉบับก็ได้ช่องทางการติดต่อผ่านโปรแกรมสไกป์ ห้านาทีต่อมาก็ได้เจอเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ได้ติดต่อกันนานกว่าห้าปี

        “นัท! เธอหายไปไหนมา รู้ไหมเพื่อนๆ ทุกคนเป็นห่วงเธอมาก” มินตราถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาก่อน แต่เพราะต้องไปเรียนต่างประเทศจึงไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก รู้เพียงว่านรียาแต่งงานแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเพื่อนในกลุ่มก็โทรศัพท์มาสอบถามว่าได้ข่าวคราวของหญิงสาวบ้างหรือไม่ เธอหายไปไม่ติดต่อใครเลย จนกระทั่งวันนี้ถึงได้รับการติดต่อ

        “ขอโทษจ้ะมิน... ที่ผ่านมามีเรื่องวุ่นๆนิดหน่อย ฉันมีเรื่องบางอย่างอยากจะรบกวนเธอ”

        “ได้สิ ว่ามาเลย”

        “ฉันจะไปหาเธอที่อเมริกาได้ไหม”

        สีหน้าของมินตราดูจะงุนงงเล็กน้อยแต่รีบตอบกลับ “ได้สิ มาได้เลย ฉันมีที่พักพร้อม มีหลายเรื่องที่อยากจะคุยกับเธอ จะมาเมื่อไรจ๊ะ”

        “ถ้าฉันจัดการเอกสารเรียบร้อยแล้วจะติดต่อไปอีกที ขอบใจนะมิน ทั้งที่เราไม่ได้คุยกันนานมาก และฉันติดต่อมาอีกทีก็มีเรื่องรบกวน” นรียาบอกอย่างรู้สึกผิด

        “เรื่องเล็กน้อย ดีซะอีก มีเพื่อนมาหา รีบๆ มานะ อยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกได้เลย”

        นรียาส่งยิ้มให้เพื่อนรักอีกครั้งก่อนจะตัดสาย เธอนึกถึงภาพข่าวเมื่อครู่กับผู้หญิงที่อยู่ข้างกายของแฮร์ริส หากทั้งคู่ไม่มีสัมพันธ์กันคงไม่ควงคู่ออกสื่อ เธอควรหย่าขาดจากเขา สิทธิ์เลี้ยงลูกจะเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น เขาจะไม่รู้ว่ามีลูกและจะไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนี้ หลังจากให้เขาเซ็นเอกสารหย่าเรียบร้อย เธอจะกลับมาเมืองไทยพร้อมกับความลับนี้ พอลูกโตขึ้นอีกหน่อยค่อยบอกว่าบิดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทุกอย่างก็จบ เธอไม่อยากเป็นมาดามแบล็กฟอร์ดอีกต่อไป ส่วนเรื่องในอดีตที่ค้างคาใจ นรียาจะไปสะสางทีเดียว แม้จะเจ็บปวดที่รู้ตัวว่า เธอเองไม่ได้สำคัญและเขาไม่ได้ไว้ใจมากพอจะเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง หญิงสาวเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็งเอาไว้

        “ไปจบเรื่องทุกอย่างซะนัท แล้วเธอกับเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก”

 

คิงส์พอยด์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

        คฤหาสน์ตระกูลแบล็กฟอร์ดตั้งอยู่บนพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยเอเคอร์เป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ในละแวกนี้ ติดกับอ่าวชื่อดังพร้อมท่าเรือส่วนตัว บริเวณบ้านมีต้นไม้น้อยใหญ่จำนวนมากให้ความร่มรื่น สวนกว้างประดับตกแต่งด้วยไฟสวยงามเผยให้เห็นดอกไม้นานาพรรณ บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ตรงกลางท่ามกลางทัศนียภาพงดงามโดยรอบ เป็นบ้านที่ถูกสร้างมาหลายสิบปี มีมากกว่าสิบห้าห้องนอนและยี่สิบห้องน้ำ ยังคงความใหม่เสมอเพราะมีพ่อบ้านประจำคอยดูแลอยู่ นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยความสะดวกสบายครบครัน ภายในตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย มีการดึงเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ มีสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้ง มีมุมจิบน้ำชาและมุมนั่งเล่นมากกว่าสิบมุม มีห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวน์โดยเฉพาะ มีสนามเทนนิส มีลานโบว์ลิ่ง มีทะเลสาบ ซาวน่าและยังมีกิจกรรมอีกมากมายสำหรับครอบครัว

        อีกทางด้านหนึ่งที่ทางทิศเหนือของคฤหาสน์ เกือบจะติดกับรั้วขนาดใหญ่ บ้านหลังสีขาวซ่อนตัวอยู่ในความร่มรื่นติดกันนั้นเป็นสวนเรือนกระจกมีไว้สำหรับปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ มีมุมจิบน้ำชาไว้นั่งเล่นผ่อนคลาย ซึ่งคนถือครองพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมาดามแบล็กฟอร์ดอย่างราเชล แม้สามีจะเสียชีวิตไปแล้วแต่เธอยังอาศัยร่มเงาของตระกูลนี้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองและวันนี้ก็ไม่ต้องทนเหงานั่งกินข้าวเพียงลำพังเพราะน้องชายของสามีจะมาร่วมด้วยหลังจากตอบรับคำเชิญที่ถูกส่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

        รถเข็นไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดสะดวกสบายสำหรับผู้เป็นอัมพาตท่อนล่างเคลื่อนมายังห้องอาหาร ใบหน้าอ่อนเยาว์ของราเชลมีรอยยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมกับชายชาตรีกำลังยืนมองกรอบรูปอย่างสนใจ การมีแขกมาร่วมมื้อเย็นด้วยย่อมทำให้จิตใจของผู้ป่วยแจ่มใส

        “ดีใจที่คุณมาได้ค่ะ”

        เสียงหวานที่ดังขึ้นทำให้แฮร์ริสหันกลับไปมองพี่สะใภ้ที่กำลังเคลื่อนตรงมาหา เขาส่งยิ้มทักทาย เดินไปสวมกอด แม้เธอจะอายุน้อยกว่า ทว่ามีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ มีชีวิตที่น่าสงสาร แม้การตายของเฮกเตอร์ เท่ากับว่าเธอจะมีอิสระ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ แต่เมื่อมีคนหมายปองชีวิต มาขอความช่วยเหลือ แฮร์ริสตัดสินใจให้อยู่ต่อภายใต้การคุ้มครองของแบล็กฟอร์ด ซึ่งเธอไม่ปรารถนาจะอยู่บ้านหลังใหญ่ ต้องการเพียงพื้นที่เล็กๆ เขาก็อำนวยความสะดวก ออกค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านหลังนี้ให้ทั้งหมด เพื่อเป็นการชดเชยสิ่งที่เธอต้องเผชิญหลังจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล

        “ผมต้องมาอยู่แล้วครับ ว่าแต่คุณมีอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามแล้วนั่งลงประจำที่ ทอดมองใบหน้าสวยที่ยังเห็นรอยแผลเป็นจางๆที่แก้มขวา พอนึกถึงเหตุการณ์สี่ปีก่อนอดจะหดหู่ไม่ได้ เธอน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ไม่ควรแต่งงานกับเฮกเตอร์เลยจริงๆ ราเชลเป็นผู้หญิงที่เปราะบาง ยิ่งต้องสูญเสียทุกอย่างและตกอยู่ในสภาพนี้ยิ่งน่าสงสาร

        “คาร์เตอร์บอกว่าคุณงานยุ่ง ฉันเลยหาเวลาให้คุณพักกินอาหารบ้าง” ราเชลส่งยิ้มแซว ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณแก่มาธา แม่บ้านเก่าแก่ที่คอยรับใช้ตั้งแต่เด็ก ย้ายจากตระกูลเพียร์สันตามมาที่นี่ด้วยเพื่อทำการเสิร์ฟอาหาร

        ชายหนุ่มยักไหล่เล็กน้อย “ช่วยไม่ได้นี่ครับ คุณรู้ดีว่าเป็นเพราะใคร”

        “เฮกเตอร์ พี่ชายตัวแสบของคุณยังไงล่ะ”

        ประโยคนั้นทำให้แฮร์ริสแค่นยิ้ม “คุณเป็นยังไงบ้าง มีวี่แววว่าจะเดินได้บ้างไหม”

        “คงไม่มีปาฏิหาริย์สำหรับฉันจริงๆ ค่ะ อาราล์ฟบอกว่ามันไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม ที่จริงก็บอกตั้งแต่สี่ปีก่อน แค่ฉันไม่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง” ราเชลยิ้มเศร้า เมื่อนึกถึงคำวินิจฉัยของแพทย์อย่างราล์ฟ เพียร์สัน น้องชายของบิดา ผู้มีศักดิ์เป็นอาและยังเป็นแพทย์ประจำตระกูลของเธอ

        “ถ้าหมออเมริกาไม่ได้เรื่อง ผมจะ...”

        “พอเถอะค่ะ ฉันยอมรับสภาพนี้ได้แล้ว มีความสุขกับสิ่งที่เป็น ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ที่แบล็กฟอร์ดมอบให้ก็มากเกินพอโดยเฉพาะการรักษาชีวิตของฉัน” หญิงสาวบอกกลับตามตรง

        “เป็นหน้าที่ของผม ที่ต้องปกป้องพี่สะใภ้อย่างคุณ และคุณไม่ควรต้องเจอเรื่องพวกนี้” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงพ้น ศัตรูมักจะขยี้จุดอ่อน และจุดอ่อนของผู้ชายก็มีไม่กี่อย่างหรอก ถึงเฮกเตอร์จะจากไปแต่ตอนอยู่ก็ได้สร้างความแค้นเอาไว้ให้คนหลายกลุ่ม

        “ขอบคุณนะคะ คุณคือน้องสามีที่ดีมาก ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของแบล็กฟอร์ดจริงๆ

        “อย่ากังวลเลยครับ กินอาหารกันเถอะ”

        ร่างสูงเอ่ยชวนเมื่ออาหารถูกเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว ไม่บ่อยนักที่ชายหนุ่มจะกลับมาที่แห่งนี้ เพราะไกลจากที่ทำงาน หากเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาร่วมชั่วโมง แต่ถ้ารถติดก็บวกเพิ่มไปอีก ดังนั้นจึงเลือกอยู่เพนต์เฮาส์ของเฮกเตอร์ซึ่งซื้อเอาไว้ เดินทางไปทำงานสะดวกมากกว่า

        “มีข่าวภรรยาของคุณบ้างหรือยังคะ” หญิงสาวถามอย่างสนใจ

        มือหนาชะงักแล้วส่ายหน้า “ยังครับ”

        “น่าแปลกที่ตระกูลคุณมีอำนาจล้นมือทั้งในและต่างประเทศ ทำไมถึงหาผู้หญิงคนเดียวไม่เจอ ฉันอยากเจอน้องสะใภ้จะแย่อยู่แล้ว" ราเชลบอกกลับ เฝ้ารอภรรยาของแฮร์ริส อย่างน้อยๆ เธอจะได้ไม่ต้องเหงา

        คำถามนี้ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มไม่คิด เขาเฝ้าคิดหาเหตุผลของความผิดพลาดในการตามหาครั้งนี้ แต่พยายามสืบแล้วกลับไม่พบความผิดปกติหรือพิรุธ ไม่รู้ว่านรียากำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้ไร้ข่าวคราวหรือเบาะแส

        “บางครั้งอำนาจของเรา ก็ใช้ไม่ได้ในทุกที่และทุกสถานการณ์” ร่างสูงตอบเสร็จแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

        “ฉันรู้ว่าคุณคิดถึงและรอคอยเธอมาตลอดแฮร์ริส... ฉันอยากจะแนะนำอะไรสักหน่อยในฐานะพี่สะใภ้ของคุณ” ราเชลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับสบตาอีกฝ่าย

        “สิ่งที่เฮกเตอร์และคุณแบกเอาไว้มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ด้วยภาระหน้าที่ของตระกูล ธุรกิจมากมาย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายขนาดใหญ่ หากสั่นคลอนเพียงนิดพร้อมจะส่งผลกระทบได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งเหล่านี้ที่แบล็กฟอร์ดสร้างขึ้นมากำลังกลืนกินความเป็นมนุษย์ของคุณ ไม่ให้หลงเหลือแม้แต่ความสุข ฉันรู้ว่าคุณทิ้งมันไปไม่ได้ เพราะคุณคือทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่อย่าให้มันครอบงำคุณ ในตอนที่ยังมีโอกาส ไปตามเธอให้เจอเถอะค่ะ ถ้าคุณไปด้วยตัวเอง ฉันว่า...”

        “เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ”

        เสียงของผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองแล้วแสดงอาการเดียวกันคือกลอกตา พ่อบ้านเก่าแก่วัยกลางคนอย่างคาร์เตอร์เดินกะเผลกเข้ามาเนื่องจากขาข้างขวาใส่ขาเทียมไว้ เพราะเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน เพื่อปกป้องทายาทคนสุดท้ายของตระกูล เขาจึงสูญเสียขาไป

        “มาถูกจังหวะเสมอ แน่ใจนะว่าไม่ได้มีสัมผัสพิเศษ” แฮร์ริสแดกดัน ทว่าอีกฝ่ายเพียงแค่หัวเราะ

        “เป็นแค่เรื่องบังเอิญครับ”

        “อ้อ... บางทีฉันก็อยากบังเอิญบ้างเหมือนกัน บังเอิญว่าฉันทำงานไม่ได้ และบังเอิญว่าฉันไปเมืองไทย”

        “คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนักนะครับ ผมรู้คุณต้องการอะไร แต่อย่าลืมว่าคุณเคยไปประเทศไทยเพื่อตามหาเธอมาแล้วและก็ล้มเหลวไม่ต่างจากผม” คำตอบนั้นเสียดแทงใจเสียจนคนฟังถึงขบกรามแน่น

        “ฉันมีเวลาแค่สิบสองชั่วโมงหลังจากคุยธุรกิจเสร็จคาร์เตอร์! ไม่ใช่สิบสองวัน ฉันจะไปตามหาเมียฉันเจอได้ยังไง”

        “เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายผมก็เลยพยายามตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ”

         “ทำไมคนอย่างนายไม่เกิดมาในตระกูลแบล็กฟอร์ดซะก็หมดเรื่อง หรือไม่ก็หาเมียสักคน แต่งงานมีลูกไปสักที”

        นักธุรกิจหนุ่มอดพูดไม่ได้ เพราะคาร์เตอร์ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากความสำคัญของตระกูลและธุรกิจ ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนตั้งแต่หนุ่มยันแก่ คอยแต่เจ้ากี้เจ้าการ แต่ต้องยอมรับว่าพ่อบ้านรายนี้ทำงานเพื่อแบล็กฟอร์ดได้ทุกอย่าง ทำได้ดีด้วย อดีตมือขวาของบิดา ทว่าเรื่องนรียากลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

        แต่เรื่องความจงรักภักดีไม่ต้องพูดถึง เขามีมากพอที่จะยอมตายแทนสายเลือดแบล็กฟอร์ด ทำทุกทางเพื่อจะรักษาความยิ่งใหญ่ของตระกูลนี้ไว้ นั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายของเฮนรี่ที่มอบให้แก่คนสนิท ดังนั้นหลังจากเขากับเฮกเตอร์สูญเสียบิดามารดาในวัยสิบสองปี คาร์เตอร์เข้ามาเป็นผู้ดูแล เคี่ยวเข็ญ ฝึกฝนอย่างหนัก ในเรื่องธุรกิจ ความสำคัญ เล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่างๆ เปรียบเสมือนครูคนแรก เมื่อเฮกเตอร์ขึ้นมาบริหารตอนอายุยี่สิบ ได้พ่อบ้านรายนี้เป็นมือขวา พอเข้าที่เข้าทางก็ปล่อยให้บริหารเอง กลับมาดูแลคฤหาสน์ คอยให้คำแนะนำ รวมถึงมีเส้นสายของสอดส่องการบริหารงาน ประหนึ่งผู้ตรวจสอบว่าเขากับพี่ชายจะนอกลู่นอกทางหรือทำอะไรที่อาจจะพาชื่อเสียงหรือธุรกิจลงเหวหรือไม่ 

        “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ชอบหน้าผมเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ผมกำลังทำ... ก็เพื่อตอบแทนที่แบล็กฟอร์ดมอบชีวิตให้”

        “ฉันไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้อีก เข้ามามีอะไร” ชายหนุ่มถามในที่สุด

        “ตัวแทนจากดีซีกำลังรอประชุมเรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่บริษัทครับ”

        เมื่อได้ยินอย่างนี้อดกลอกตาไม่ได้ “ไหนบอกว่าเป็นพรุ่งนี้ยังไงล่ะ”

        “คุณก็รู้ บางทีคนพวกนี้ก็มักจะทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ”

        “ให้ตายเถอะ” ชายหนุ่มสบถ

        “ไปเถอะค่ะ ขอบคุณที่มาดินเนอร์ด้วยกัน” ราเชลส่งยิ้มอ่อนโยน ถึงจะมีศักดิ์เป็นน้องชายสามี แต่เธอก็เห็นเขาเป็นเหมือนพี่ชายของตัวเอง

        แฮร์ริสลุกขึ้นเดินมาหาพี่สะใภ้ก่อนจะโอบกอดและจูบแก้มเบาๆ “มีแค่คุณที่สนับสนุนผมในเรื่องนั้น”

        หญิงสาวรู้ดีว่าหมายถึงเรื่องอะไร “เพราะฉันไม่อยากให้คุณต้องเป็นแบบนี้ คุณควรมีความสุขก่อนที่จะสายเกินไป”

        “ราเชล ถ้าคุณจะมีใคร ผมไม่...”

        “ฉันรู้ค่ะ แต่ทุกอย่างเป็นของเฮกเตอร์ไปหมดแล้ว และมันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” หญิงสาวบอกด้วยรอยยิ้มเศร้า

        “ถ้าคุณต้องการอะไร บอกคาร์เตอร์ได้ทันที เราเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าได้เกรงใจ”

        “ขอบคุณค่ะ”

        ร่างสูงมองพี่สะใภ้อีกครั้งก่อนจะเดินออกไปด้านนอก รู้ดีว่าทั้งสองคนแต่งงานกันเพราะเรื่องธุรกิจ ผลประโยชน์ ริชาร์ตบิดาของราเชลเป็นผู้พิพากษา มีเส้นสายในวงการกฎหมายพอสมควร ถึงกระนั้นความรักกลับเบ่งบานขึ้น มีหลายสื่อเคยตีข่าวว่าเฮกเตอร์จะลงเล่นการเมืองแต่นั่นตัดออกไปได้เลย แบล็กฟอร์ดเป็นตระกูลนักธุรกิจ ไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้ ไม่พยายามทำตัวเป็นจุดสนใจ มักทำอะไรเงียบๆ หากมีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นและรู้ถึงหูสื่อ คนเหล่านี้จะรู้ดีว่าควรส่งให้ทางเขาพิจารณาก่อน หากเจรจากันได้จะไม่มีการนำเสนอ หากไม่แปลว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ควรจะต้องสนใจ

        ร่างสูงนั่งรถกอล์ฟมุ่งหน้าไปยังด้านหลังซึ่งเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์โดยมีเอเลียสยืนรออยู่แล้ว จากนี้ใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีก็ถึงบริษัท ก่อนจะขึ้นเขาหันมาหาคาร์เตอร์ที่ยังคงยืนหน้านิ่ง ตะโกนฝ่าเสียงอันดัง

        “ฉันให้เวลานายอีกแค่เดือนเดียว ถ้ายังหาเธอไม่พบ อย่าคิดหยุดฉัน”

        ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะฟังคำตอบเพราะมันคือคำสั่ง จากนั้นขึ้นไปทันทีโดยไม่สนใจพ่อบ้านเก่าแก่ ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ยกตัว เขาก็หลับตาพิงพนักอย่างเหนื่อยล้า

        สิ่งที่เฮกเตอร์ทิ้งไว้คือภาระอันยิ่งใหญ่ ใครว่าเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วสบาย มันใช้ไม่ได้กับเขา แบล็กฟอร์ดมีหลายธุรกิจ มีหุ้นอยู่ในบริษัทสำคัญจำนวนมาก บางทีต้องติดต่อลูกค้ารายใหญ่ด้วยตัวเอง เดินทางตรวจโรงงานผลิตอาวุธ เดินทางไปยังสถานที่ทดสอบ ในหนึ่งสัปดาห์ต้องบินไปดีซีเป็นว่าเล่น แม้เงินจะไหลเข้ามาไม่หยุด ซึ่งสวนทางกับความสุขที่ไหลออกไปทุกวันเช่นกัน

        การหายตัวไปของนรียา ไม่ทิ้งร่องรอยให้ตามหา ทุกวันนี้ยังให้ลูกน้องเฝ้าที่คอนโดมิเนียม บ้านของเธอที่เชียงใหม่ เรื่องของหญิงสาว เป็นเรื่องเดียวที่แฮร์ริสรู้สึกว่าการเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย มากอิทธิพล ไม่มีประโยชน์อะไรเลย หลายครั้งอยากจะขุดศพพี่ชายขึ้นมาแล้วกระหน่ำต่อยให้หนัก แต่คงสูญเปล่า เมื่อไรโชคชะตาจะเลิกเล่นตลก ยอมปล่อยให้เขาได้พบกับหัวใจของตัวเองสักที เขายอมแลกทุกอย่างขอเพียงมีนรียาอยู่ข้างกาย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หัวใจของเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

        ร่างสูงมองแหวนแต่งงานที่สวมไว้ตลอดไม่เคยถอดออก แม้จะเคยมีสื่อถามเรื่องนี้แต่เขาไม่เคยตอบออกไป ไม่ใช่ว่าอยากปิดบังแต่ชายหนุ่มต้องรักษาความปลอดภัยให้เธอเช่นกัน หลายครั้งคาร์เตอร์แนะนำว่าให้ปล่อยนรียาไปซะ เพื่อความสุขของตัวเอง หากอนาคตได้มาอยู่ด้วยกัน แฮร์ริสคงไม่อาจทนความสูญเสียได้ เขาเข้าใจสิ่งที่พ่อบ้านต้องการจะสื่อ แต่เชื่อว่าตัวเองจะปกป้องเธอได้ ชีวิตที่ไม่มีนรียา ก็เหมือนชีวิตที่ไร้อากาศไว้หายใจ  

        แม้ธุรกิจนี้จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตี แต่สี่ปีที่ผ่านมา เขาพยายามทำให้แบล็กฟอร์ดมีศัตรูน้อยที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา เขามีค่าหัวน้อยกว่าพี่ชายแล้วกัน ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ต้องอวดแต่มันเป็นสัญญาณที่ดีที่จะกู้ภาพลักษณ์บริษัทค้าอาวุธที่มักถูกต่อต้านและตราหน้าว่าทำให้ทุกอย่างพังลง กลับมาดีขึ้นบ้าง เขาบริจาคให้กับองค์กรการกุศลจำนวนมากรวมถึงเหยื่อที่สูญเสียครอบครัวจากสงคราม หวังว่าพอจะชดเชยความสูญเสียได้บ้าง

หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไม แฮร์ริสถึงยังมี "แหวนแต่งงาน" แล้ววงที่ถูกส่งคืนไปคืออะไร? ใครกันแน่ที่อยู่ "เบื้องหลัง" แล้วระยะเวลา สี่ปี พระเอกทำอะไรบ้าง อันนี้จะ "ค่อยๆเล่า" กันต่อไปนะคะ มาอัดกันในตอนเดียวเนี่ย จะกลายเป็นบรรยายซะเยอะ 5555+ อยากให้ติดตามต่อ ทิศทางของเรื่องนั้น เกี่ยวกับพระนาง ไม่ดราม่า เพียงไม่กี่ตอนก็เข้าใจกัน บทที่4 ก็จะเปิดเผยคนอยู่เบื้องหลังแล้ว จะไปเน้นในเรื่องปมธุรกิจซะมากกว่า ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

ปล.เปิดตอนนี้มาฮันนี่ก็แสบเลยย แต่ฮิวโก้ไม่น้อยหน้า ความน่ารักของเด็กแฝดจัดเต็มทั้งเรื่องนะคะ ^^ 


  ****************************************************************************************

ฝากนิยายเพิ่งวางแผงเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ

“สอนรักเทพบุตรเถื่อน” โดย คณิสร

ใครชอบแนวหมอ บอกเลยว่าต้องไม่พลาด สามารถคลิกอ่านตัวอย่างได้ก่อน

ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยนะคะ


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1837942

 

โปรย...

 

เพราะพานพบกับความรักที่ไม่ซื่อสัตย์ จึงไม่คิดจะดูใจกับผู้หญิงคนไหนอีก นายแพทย์ฟาเบรกัส อัลบาติโน่ จึงต้องเผชิญกับข่าวลือว่า 
ไร้เดียงสาและเวอร์จิ้น และการไม่ออกมาพูดหรือแก้ข่าวยิ่งเป็นการ ตอกย้ำ ว่ามันเป็นเรื่องจริง!



ราวกับดวงดาวแห่งความซวยย้ายเข้าเรือนชะตาของฟาเบรกัสทันที เมื่อข่าวลือเท็จสร้างความเดือดร้อนไปถึงผู้หญิงจอมเพ้อเจ้อว่าที่นักข่าวอย่าง จิรัสยา เมลสัน หล่อนอาสาออกตัวจะมาสอนทฤษฎีเรื่องบนเตียง แบบชนิดที่ว่าจะให้คุณหมอหนุ่มเชี่ยวชาญในด้านนี้จนต้องร้องขอชีวิต!

นี่หล่อนแยกไม่ออกจริงๆ หรือว่า ชายใดไร้เดียงสา หรือเป็นหมาป่าที่กำลังหลับใหล! พลาดเสียแล้วแม่สาวน้อย...ที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนยังห่างไกลภาคปฏิบัติอยู่มากโข

-------------------------

ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันจะเป็นเรื่องที่พาผมซวยอีกแน่
คุณก็คิดมาก...รับรองเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายของคุณได้
เรื่องอะไร” คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน
เรื่องบนเตียงของคุณไง
หา! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณ...
จุๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล หมายถึงเรื่องที่คุณยังเวอร์จิ้นอยู่ยังไงล่ะ คุณอาจจะยังใหม่และมีประสบการณ์ไม่ดีในครั้งแรก แต่เชื่อมือฉันเถอะ ฉันจะเป็นคนทำลายจิ้นหมอเอง
เฮ้ย คุณจะปล้ำผมเหรอ” ฟาเบรกัสถามเสียงดัง ขยับถอยหลัง
ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันจะปล้ำคุณทำไม หมายถึงว่าฉันจะเป็นโค้ชสอนเรื่องนี้ให้คุณเอง

*****************************************************************************************



ฮัลโหล... ฝากเรื่องวางแผงล่าสุดด้วยนะคะ "เล่ห์รักจ้าวหัวใจ"

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S 

ราคา 339 บาทจ้า... หรือจะสั่งกับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟก็ได้เด้ออ ^^


ลิ้งอ่านตัวอย่างค่ะ

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1756207


โปรย...

       ลลนา อัลบาติโน่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเชฟพิเศษบนเรือยอร์ตสุดหรูของมหาเศรษฐีแห่งประเทศทากาเนีย แต่จะเรียกว่าซวยก็คงไม่ผิด เมื่อต้องพบกับผู้ชายที่ถูกจัดในประเภทไม่ชอบขี้หน้าอย่าง คาร์โล มาเชสก้า หล่อ รวย เจ้าชู้ ครบสูตรอย่างนี้ หลีกหนีได้เธอขอหลีกหนี!

       ล่องเรือสำราญกับผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ได้เพียงสองวันเรือก็ระเบิด ทะเลคลั่งและติดเกาะที่โหดร้ายไปกว่านั้นคือ เธอกับเขาติดเกาะกันสองต่อสองแบบไร้วี่แววการช่วยเหลือ เมื่อความประทับใจแรกไม่มี งานนี้การอยู่ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนหนูกับแมว หนึ่งคนรุก หนึ่งคนถอย แต่เมื่อใดที่หนูอย่างเธอตั้งหลักได้แล้วละก็... จะจับแมวซ้อมให้น่วม!

 

       “คุณนี่ ในช่วงเวลาที่เราติดเกาะ จะเป็นจะตายยังไม่รู้ ยังมีอารมณ์แบบนี้อีกเหรอ” เธอแหวเข้าให้

        “อ้าว ติดเกาะกับผู้หญิงสวย ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายตายด้านนี่ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะพูดต่อ “ผมบอกคุณแล้วไง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จะมานั่งเป็นทุกข์ กังวล ก็ไม่ใช่เรื่อง ลองคิดซะว่า มาเที่ยวพักผ่อนกับคนรู้ใจ ดีไหมครับ”

        ท่าทางของเขาทำเธอหมั่นไส้  “มาเที่ยวพักผ่อนพอเข้าใจได้ แต่มากับคนรู้ใจ ไม่ใช่เลย มากับตาบ้าลามก จอมกวนประสาท น่าจะเข้าท่าสุด”

        คาร์โลมองร่างบางเดินหนีก่อนจะหัวเราะตะโกนตามหลัง “ถึงจะกวนประสาทแต่ผมก็อร่อยนะครับ”

        “แหวะ ไม่อยากกิน!

*****************************************************************************************

 

กับดักวิวาห์มาเฟีย

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1200948

 

พิณณารา กับ ลอเรนโซ... เป็นพ่อแม่ของ ลูเซียโน่ และ ลลนา

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 299 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ


โปรย...

 

การจีบผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจีบเมียตัวเองนี่สิยากยิ่งกว่า! 

ลอเรนโซ อัลบาติโน่ ตกหลุมรัก พิณณารา มาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่คนที่ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวกลับเป็นพี่ชายของเขาเอง เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวหนีการคลุมถุงชน จึงเข้าทางมาเฟียร้ายโดยไม่ต้องลงมือชิงตัวเจ้าสาว ลอเรนโซวางกลลวงเพื่อให้ได้แต่งงานกับเธอ...ทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าไม่ติดปัญหาตรงที่ภรรยาสาวสวยเกลียดขี้หน้าเขายิ่งกว่าอะไร 

เธอยิ่งเกลียดเขาก็ยิ่งรัก เธอยิ่งชังเขาก็ยิ่งชอบ หากเธอผลักไส เขาก็มีไม้ตายไว้พิฆาตหัวใจของ พิณณารา!

โอ๊ย เจ็บนะพิณ” ลอเรนโซร้องเสียงดัง ผละออกทันทีและจ้องมองหน้าภรรยาสาวที่ดูสะใจ
สมน้ำหน้า ลุกออกไปนะลอเรนโซ” เธอสั่งเสียงเข้ม
ไม่” เขาดึงดัน
เมื่อเห็นเขาไม่ยอมเธอก็ออกแรงดึงผมเขาอีก แม้มือหนาจะจับมือเธอไว้พยายามดึงออก แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย เอาสิ กับผู้ชายฉวยโอกาสต้องเจอแบบนี้แหละ
คุณกำลังทำร้ายสามีอยู่นะ” เขาว่าเสียงเข้ม
คุณฉวยโอกาสกับฉันก่อน จูบฉันทำไม” เธอถลึงตา
เอ้า สามีภรรยากันจูบกันผิดตรงไหน” เขาเถียง
ผิด บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่สมยอมคุณก็ห้าม” เธอทักท้วง แต่ขณะเดียวกันชายหนุ่มกลับกลอกตาไปมา
ผมไม่เห็นคุณจะขัดขืนอะไรเลย แถมยังคล้อยตามผมอีกต่างหาก แบบนี้แหละเรียกสมยอม” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวอีกหนและดึงแรงขึ้น
ถอยออกไปเลยนะ” เธอตวาด
จะให้ผมถอยได้ยังไงเล่าในเมื่อคุณดึงผมอยู่เนี่ย


********************************************************************

ฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงล่าสุดด้วยนะค้า ใครชอบแนวมีเด็กห้ามพลาด

"พันธะลับอุบัติรัก"




วางแผงแล้วที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 369 บาท

หรือสั่งซื้อกับ สนพ.โรแมนติค ได้ลด 20% จากหน้าปกจ้า



โปรยของเรื่อง...

เพราะความจำเป็นที่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของน้องสาว มีนา จึงไม่มีทางอื่นนอกจาก ยั่ว และ อ่อย เขาอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะ เผด็จศึก ผู้ชายคนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดแผน เมื่อคนอย่าง มิคาเอล เพลทเชอร์’ ไม่หวานหมู แทนที่เขาจะเสร็จเธอ กลายเป็นเธอที่เสียท่า จนได้ของแถมติดท้องมาด้วย ครั้นจะเอาไป รีฟันด์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็กลายเป็นคุณแม่ยังสาวโดยไม่ทันตั้งตัว สำหรับมิคาเอลแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจเขาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ก็คือการมองหาวิธีที่จะแก้เผ็ดแม่ตัวแสบให้สาสมที่สุด แน่นอนว่าการลงโทษผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกอย่างมีนา จะมีวิธีไหนที่เด็ดไปกว่าการทำให้เธอสำลักความสุขจนตาย เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้ชายหนุ่มกลับมามีสิทธิ์อย่างถาวรในตัวเด็กน้อย เจ้าของดวงตาและรอยยิ้มที่ละลายหัวใจของเขาได้ทุกครั้ง

 

เลิกแต่งเรื่องสักทีเถอะน่า คุณน่าจะเป็นนักเขียนมากกว่าแม่ครัวนะ!

ฉันไม่... 

ขนนกที่ใช้อาจจะไม่เร้าใจ ทรมานคุณไม่มากพอ คุณเลยไม่ปริปากสักที ตอนนี้ผมมีแผนดีๆ บางทีร่างกายของผมอาจจะกระตุ้นความทรงจำและทำให้คุณทรมานจนยอมพูด ให้ร่างกายเราได้สัมผัสกันเหมือนคืนนั้น มันน่าจะดีกว่า คุณคิดว่างั้นไหม?” มิคาเอลยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับขึ้นทาบทับร่างบางเอาไว้ สบกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง

************************************************************************

เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ

ใครชอบแนวท้องแล้วหนี... แนะนำเรื่องนี้เลยเด้อจ้า พระเอกเป็นหมอ นางเอกเป็นพยาบาล


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1621916

 

เฟเดรีโก แพรวา พ่อแม่ของ ไพลิน ฟาเบรกัส

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 329 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ

 

โปรย...

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดนะค้า รับรองว่าฟินทั้งสองเล่ม หรือว่าจะอ่านตัวอย่างก่อนก็ได้ ตามลิ้งด้านบนเลย ลงไว้เยอะพอสมควรค่ะ ยังไงก็ฝากหนูเฟย์กับป๋าเบนกันด้วย... ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน แต่ไม่มีดราม่านะค้า ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอ่านง่ายๆสบายๆอยู่จ้า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันเอาไว้ด้วยหากไม่อยากพลาดความสนุกนะค้า

 

ปล.ใครซื้อหนังสือมาแล้วถ่ายภาพมาอวดกันได้เด้อ ฮี่ฮี่


       ************************************************************************





"แผนร้ายเทพบุตรเถื่อน" พร้อมแล้ว! ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของวันนี้ 

อย่าพลาดความสนุกและความฟิน... หรือใครไม่สะดวกไป สามารถสั่งกับสนพ.โรแมนติค ได้ที่ลิ้งด้านล่างเลยนะคะ สนพ.พร้อมจัดส่งแล้ววันนี้ทั่วประเทศค่ะ



หรือถ้าใครต้องการซื้อตามร้านหนังสือ มีขายทั้ง นายอินทร์ se-ed และ B2S  ราคา 359 บาท ฝากป๋าเบลซและหนูเดียร์ด้วยนะคะ 

ความน่ารัก ละมุน ชวนฟิน ยังมีอีกเพียบค่า และมาร่วมหาคำตอบกันว่า เบลลา คือใคร เกิดอะไรขึ้นกับตัวแปรสำคัญ

ความหวานของพระนางจะขนาดไหน แต่ความหื่น... จัดเต็มจ้า 555555+

**************************************************************************************

โปรย

เมื่อ ดมิสา’ ลืมตาขึ้นมา และพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายกลับไม่ใช่ชายคนรัก... ค่ำคืนแสนหวาน ภายใต้แสงจันทร์ บนเรือสำราญระดับโลกกับความสาวที่เธอตั้งใจจะมอบให้แก่คู่หมั้น เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด และพรีฮันนีมูนไนต์ไปในตัว จากผู้หญิงที่กำลังจะมีความสุขในฐานะเจ้าสาว ชะตาจึงถึงคราวอับปาง ถูกถอนหมั้นเสียกลางทะเล และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เธอก็จะตามราวี จนกว่าผู้ชายคนนั้นจะแก้ไขชีวิตของเธอให้กลับเป็นเหมือนเดิม 

สำหรับนักธุรกิจมหาเศรษฐีอย่าง เบลซ มาคเกอร์’ แล้วทุกอย่างที่เขาทำ ย่อมไม่มีคำว่าบังเอิญ... เพราะทุกอย่างล้วนถูกคิดอ่านและคำนวณเอาไว้ล่วงหน้า และหากดมิสาคิดจะค้นหา ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาในคืนนั้น หญิงสาวก็จำเป็นต้องแลกด้วยร่างกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ เบลซสัญญาว่า เขาจะทำให้เธอจดจำความซาบซ่านได้ทุกจังหวะลมหายใจ และชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่ต้องการมีคืนฮันนีมูนกับใครอื่นอีกเลย 

เขามองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตกอยู่ตรงพื้นเรือ จากนั้นก็หยิบมันขึ้นมาแล้วเงื้อมือขึ้นขว้างมันลงจากเรือไปสุดแรงเกิด 
คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” หญิงสาวตวาดถามเสียงดัง 
ทำไม คุณไม่เอามันแล้วนี่ ผมก็ช่วยโยนมันไปให้พ้นหูพ้นตาไง” เขาว่าแล้วกระตุกยิ้ม 
ไอ้... ไอ้...” 
ถ้าด่าผมอีก ผมจะโยนรองเท้าอีกข้างของคุณลงทะเล แต่ถ้าตบ ผมจะโยนคุณลงบนเตียง ลองดู!

------------------------------
.
รูปเล่มวางจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นร้านนายอินทร์, ร้านซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ร้านบีทูเอส และเว็บไซต์บุ๊คสไมล์

รูปแบบอีบุ๊กสามารถดาวน์โหลดได้หลังจากนวนิยายวางแผงแล้ว 45 วัน ที่เว็บไซต์ Meb, นายอินทร์อีบุ๊ก, HytextและBatorastore


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 566 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1208 Siri2510 (@Siri2510) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:35
    พ่อบ้านคาร์เตอร์เป็นคนจัดการทั้งหมด พร้อมทั้งสั่งห้ามคนอื่นๆ

    พระเอกเลยไม่รู้ข่าวคราวอะไรเลย... แหวนวงนั้น ก็เป็นแหวนปลอม
    #1208
    0
  2. #1122 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:18
    อ่านแล้วทำไมเราคิดว่า พระเอกโง่จัง ให้พ่อบ้านจัดการให้ทุกอย่าง เบื้องหลังก็น่าจะพ่อบ้านตัวดีนั่นแหล่ะเป็นคนทำ
    #1122
    1
    • #1122-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 4)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:10
      ตามอ่านไปเรื่อยๆก่อนนะคะ... จริงๆ พระเอกก็จัดการเองอยู่นะ อย่าง จ้างนักสืบเอกชน แต่ไม่เจอค่ะ...
      #1122-1
  3. #784 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 09:33
    พระเอกโทรหาไม่ติดแล้วทำไมไม่ส่งเมล์หรือโซเชียลอย่างอื่นแทน แล้วนางเอกก็ดูยังพอเปิดทางอยู่เพราะยังรอเมล์ แต่คนสมัยนี้เลือกรอคนอื่นติดต่อมาทางเมล์???ดูเป็นทางการและแปลกดี
    #784
    1
    • #784-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 4)
      10 มกราคม 2562 / 17:15
      เรื่องโซเชียลอย่างอื่น เราเขียนอธิบายไว้ว่า นางเอกไม่มีช่องทางการติดต่อ เพราะนางปิดทุกอย่างไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องอีเมล์และอื่นๆนั้น อยากให้ลองอ่านมาจนถึงตอนที่ คาร์เตอร์เฉลยค่ะ มีคำตอบอยู่ตรงนั้นจ้า ^^
      #784-1
  4. #373 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 16:35
    ลุ้นมากเลย
    #373
    0
  5. #59 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 01:25
    อยากให้พบสองแฝดเร็วๆจังค่ะ
    #59
    0
  6. #53 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 03:46
    หืม ใครอยู่เบื้องหลังนี้ คุณพ่อบ้านหรือเปล่า หว่า

    หรือ เอเลียส หว่า
    #53
    0
  7. #52 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 22:19

    นี่ลุ้นมากอะอยากรู้เบื้องหลังแล้ว
    #52
    0
  8. #51 runlarin (@runlarin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 21:35
    เอเลียสกับคาร์เตอร์น่าสงสัย แต่เราคิดว่าเป็นเอเลียสมากกกว่า
    #51
    0
  9. #50 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 21:00
    ใช่คะไรท์ งง เลย มีแหวนมาเพิ่ม ทำเหมือนด้วย 55
    #50
    1
    • #50-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 4)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 21:25
      แหวนซ้อนแหวน 555555555555555+
      #50-1
  10. #49 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 20:31
    2 แฝดน่ารักมากกกเรยยย
    #49
    0
  11. #48 noimuball (@noimuball) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 20:18
    สนุกคะรอๆคร้าไร์ท
    #48
    0
  12. #47 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 20:03
    รอคะๆๆๆๆ
    #47
    0
  13. #45 panidasu (@panidasu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 19:30

    รอตอนต่อไปหรือออกเล่มมาเลยจ้า

    #45
    0
  14. #44 Rin_JJ (@13713727) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 05:54
    อยากรู้เลยค่ะไรท์ว่าทำไม แฮริสถึงต้องตามหานางเอก ต้องมีใครทำให้ความเข้าใจของทั้งคู่ไปคนละทิศคนละทาง เอเลียสรึเปล่านะที่ทำแบบนี้
    #44
    0
  15. #43 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    น่าจะทั้งคู่นะคะ
    #43
    0
  16. #42 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 18:23
    ความแสบน่าจะกินกันไม่ลง
    #42
    0
  17. #41 JUERN_juern (@nd-1432) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 17:25

    ฮิวโก้__ฮันนี่__จะมาแระค่ะ
    #41
    0