หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 757,599 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,040

    Overall
    757,599

ตอนที่ 32 : บทที่9 [แด็ดดี้งานเข้า] 120% [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 648 ครั้ง
    4 มี.ค. 62




    

บทที่ 9

[แด็ดดี้งานเข้า]

 

        เช้าวันใหม่ อากาศแจ่มใส แสงแดดอ่อนลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังห้องนอนขนาดใหญ่เผยให้เห็นทั้งสามคนที่กำลังหลับสนิทนอนคว่ำท่าเดียวกันเป๊ะ ไม่ว่าจะคนเป็นพ่ออย่างแฮร์ริสตามด้วยลูกสาวอย่างนาราปิดท้ายด้วยนที โดยมีหมอนกั้นไว้กันลูกชายดิ้นตก ส่วนคนเป็นแม่อย่างนรียาตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าตามปกติ หญิงสาวเข้าไปล้างหน้าแปรงฟัน ยังไม่ทันได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ เธอจึงรีบเดินออกไปดู เจอโซอี้มาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อยู่หลายใบทีเดียวพร้อมกับรายงาน

        “เสื้อผ้าของมาดามและคุณหนูทั้งสองค่ะ เอเลียสไปเอามาจากเพนต์เฮาส์”

        “ขอบคุณนะคะ”

        “เดี๋ยวดิฉันช่วยยกเข้าไปด้านในค่ะ”

        เพราะมันไม่ได้มีใบเดียวเนื่องจากชายหนุ่มซื้อมาเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะของลูก นรียาจึงเปิดทางให้โซอี้เข้ามาด้านใน ตามด้วยเด็กรับใช้อยู่ด้านหลังอีกสองคน ทั้งสามทำงานอย่างเงียบเชียบไม่รบกวนการนอนหลับของคนบนเตียงพอมาถึงห้องแต่งตัวนรียาจึงเอ่ยบอกว่าจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง

        “ส่วนของเล่นของคุณหนู ดิฉันให้คนเก็บไว้ห้องข้างๆ นี้นะคะ”

        “ขนมาหมดเลยเหรอคะ” หญิงสาวถามกลับ

        โซอี้ยิ้ม “ใช่ค่ะ เอเลียสขนมาหมดทุกกล่อง”

        นรียาได้ยินก็ถอนหายใจนึกว่าจะขนมาแค่กล่องสองกล่องก็พอ เพราะเดี๋ยวลูกเห็นไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี โซอี้รายงานต่อว่าอาหารเช้าวันนี้เรียบร้อยแล้ว จะให้ยกขึ้นมาหรือไม่ แต่หญิงสาวเลือกจะลงไปกินเองมากกว่า พอทั้งสามคนจากไป นรียาจึงเริ่มมองหาตู้ว่าง เปิดไล่ทีละตู้ก็พบเสื้อผ้าจำนวนมากของแฮร์ริสโดยเฉพาะชุดทำงานหากนับรวมกับที่เพนต์เฮาส์ เสื้อผ้าขนาดนี้เปิดร้านขายยังได้เลย

        “ผู้ชายอะไร เสื้อผ้าเยอะกว่าเราที่เป็นผู้หญิงอีก”

        หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะเจอตู้ว่างอยู่สามตู้อีกทางด้านหนึ่งจึงเริ่มจัดเสื้อผ้าของลูกกับของตัวเอง ใช้เวลาร่วมสามสิบนาทีทุกอย่างก็เรียบร้อย เธอจึงถือโอกาสเข้าไปอาบน้ำด้วย ก่อนจะออกมาด้านนอกอีกครั้งพร้อมกับชุดเดรสสีน้ำเงินคอวีแขนกุดตัวสวย เป็นชุดใหม่ที่แฮร์ริสซื้อให้ เวลานั้นได้ยินเสียงดังแว่วมาจากทางห้องนอน นรียาจึงลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นคือสามีหนุ่มกำลังนอนคว่ำดังเดิมแต่พิเศษกว่านั้นคือเด็กสองคนกำลังนั่งคร่อมอยู่ที่หลังแล้วขย่มไปมาราวกับว่าอยู่บนหลังของอะไรสักอย่าง

        “แด็ดดี้ ฮี่ๆ แด็ดดี้เป็นม้า” นาราร้องอย่างสนุกสนาน

        “ไม่ๆ พี่ว่าเราให้แด็ดดี้เป็นเครื่องบินดีกว่า” นทีเสนอ

        “เอาๆ แด็ดดี้ บินๆ

        “ตกลง เครื่องบินจะบินแล้วนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มแม้จะรู้สึกเจ็บหลังอยู่บ้างเพราะน้ำหนักของทั้งสองเรียกว่าไม่น้อยเลยแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ได้ยินเสียงห้ามปรามก่อน

        “พอเลยค่ะ ฮันนี่ ฮิวโก้ ลงจากหลังแด็ดดี้เดี๋ยวนี้ พวกลูกกำลังทำให้แด็ดดี้เจ็บนะ”

        “หม่ามี้ แต่ผมกับน้องอยากเล่นอันนี้นี่ฮะ” นทีบอกเสียงอ่อย

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่า...”

        “ไม่ได้ค่ะ นอกจากคุณจะเจ็บหลัง ลูกอาจจะเสียหลักตกลงมาเจ็บตัวอีก อันตรายเกินไป ลงมาค่ะ ได้เวลาอาบน้ำลงไปกินอาหารเช้ากันได้แล้ว หลังจากนั้นหม่ามี้จะปล่อยให้เล่นทั้งวันเลย ตกลงไหมคะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวาน

        นารากับนทียิ้มกว้าง “ตกลงค่ะ/ตกลงฮะ!”

        นรียารับลูกทั้งสองที่ยอมลงจากหลังของบิดาวิ่งเข้ามาหาอ้อมแขนของเธอ จึงจูบแก้มให้รางวัลฟอดใหญ่แต่ยังไม่ทันได้พาไปอาบน้ำเสียงของนทีก็ดังขึ้น

        “หม่ามี้ ผมอยากหม่ำโจ๊ก”

        นาราได้ยินก็รีบร้องบอก “ฮันนี่ด้วย โจ๊กหมู หม่ามี้ โจ๊กหมู”

        นรียาคิดหนัก เพราะอยู่ต่างประเทศการจะหาวัตถุดิบทั้งหมดอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเสียงของแฮร์ริสที่ลุกขึ้นนั่งเรียบร้อยก็ตอบแทน

        “ได้สิครับ”

        “เย้ๆ ฮันนี่เอาหมูเยอะๆ หม่ามี้ขอสองถ้วยเลย” เด็กน้อยชูนิ้วป้อมๆ จนมารดาหัวเราะ

        “พี่จะหม่ำสามถ้วย ฮันนี่แพ้พี่”

        “งื้อ งั้นฮันนี่จะหม่ำสี่ถ้วย!”

        “พี่จะหม่ำ...”     

        “พอๆ ค่ะ ไม่ต้องแข่งกันหม่ำ แบบนั้นท้องแตกตายกันพอดี... แต่ว่าเราจะทำได้เหรอคะ” หญิงสาวบอกลูกก่อนจะเลิกคิ้วถามสามีหนุ่มและเขาก็ส่งยิ้มมาให้

        “ทำได้อยู่แล้วครับ ผมจัดการเอง” ร่างสูงขยิบตา กดปุ่มบางอย่างตรงหัวเตียงจากนั้นกรอกเสียงลงไปสั่งการแม่บ้านที่ตอบรับพร้อมกับกำชับว่าให้หาทุกอย่างรวดเร็วที่สุดก่อนจะจบการสนทนา

        เวลานั้นหญิงสาวตั้งใจจะพาลูกไปอาบน้ำ แต่นารากับนทีจับมือกันกระโดดที่เตียงนอนหลังใหญ่ ซึ่งเวลานั้นลูกสาวตัวน้อยก็หยุดนิ่งหาอะไรบางอย่าง เดินไปหยิบหมอนหลายใบโยนทิ้ง หันซ้ายหันขวาจนนรียาต้องถาม

        “ฮันนี่หาอะไรคะ”

        “หม่ามี้ บู้บี้หาย... บู้บี้ของฮันนี่”

        หญิงสาวขมวดคิ้ว “ลูกกอดนอนอยู่ทั้งคืนไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

        นารายังมองหาก่อนจะส่ายหน้าจนผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง “ไม่มี หม่ามี้ขา ไม่มี”

        นทีได้ยินอย่างนั้นก็เดินวนไปวนมาหาให้น้องสาวเช่นเดียวกันก่อนจะยกผ้าห่มอันแสนหนักด้วยแรงน้อยนิดเพื่อจะดูว่าตกอยู่ที่ไหนหรือเปล่าแต่สุดท้ายก็พบความว่างเปล่า

        แฮร์ริสที่เช็กโทรศัพท์อยู่นั้นก็ละสายตามองทั้งสามคน “หาอะไรกันเหรอครับ”

        “แด็ดดี้ บู้บี้ของฮันนี่ แด็ดดี้เห็นไหมคะ”

        “ตุ๊กตาของลูกน่ะค่ะ เป็นสุนัขสีเทา ที่ลูกถือประจำ” นรียาขยายความ

        ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “ผมเห็นครับ”

        “ไหนคะ ฮันนี่จะเอาบู้บี้ ฮันนี่อยากกอด” เด็กน้อยออดอ้อนถามบิดา

        “ได้สิคะ เดี๋ยวแด็ดดี้หยิบให้นะ” ชายหนุ่มจูบแก้มยุ้ยของลูกสาวฟอดใหญ่ด้วยความรัก การมีลูกสาวมาออดอ้อนคะขานี่ชวนให้หัวใจละลายเสียจริง

        ร่างบางเกิดความสงสัยเมื่อเห็นร่างสูงเดินออกไปยังห้องรับแขก ได้ยินเสียงเขาเปิดประตูระเบียงก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสุนัขตัวโปรดของลูกสาวทว่ามันไม่เหมือนเดิมจากที่ตัวสีเทามอมๆ กลายเป็นสีขาวดังเดิม

        “คุณทำอะไรกับตุ๊กตาของลูก”

        ชายหนุ่มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ “ผมเอาไปซักครับ เห็นมันเก่าแล้ว กลัวว่าจะมีเชื้อโรค”

        หญิงสาวกลืนน้ำลาย “ให้ตายเถอะ งานเข้าแล้ว”

        แฮร์ริสไม่ได้ยินประโยคนั้นเพราะมัวแต่เดินไปหาลูกสาว ยื่นตุ๊กตาที่อยู่ในมือพร้อมกับพูดเสียงหวานเพื่อหวังจะเรียกคะแนนและงานนี้ต้องได้จุ๊บฟอดใหญ่แน่

        “นี่ครับฮันนี่ แด็ดดี้ซักให้ใหม่ หอมและสะอาด ให้รางวัลแด็ดดี้ยังน้า” เขาเอียงแก้ม

        นารารับตุ๊กตามากอดแต่เพราะกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย ไม่เหมือนเดิมทำให้เด็กน้อยเริ่มเบะปากก่อนจะโยนลงที่นอนหันไปมองมารดา ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา เท้าเล็กเริ่มขยับไปมาอย่างหงุดหงิด

        “หม่ามี้ ไม่ใช่บู้บี้ของฮันนี่ ฮึก... ไม่ใช่อ่า หม่ามี้ แด็ดดี้แกล้งฮันนี่ แด็ดดี้เอาบู้บี้ไป” เด็กน้อยฟ้องมารดาพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นและห้องกว้างก็ดังด้วยเสียงกรีดร้องของเด็ก จนนทีต้องยกมือขึ้นปิดหูเพราะทนเสียงของน้องสาวไม่ไหว ส่วนบิดาถึงกับไปไม่เป็น ยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไรนัก หยิบตุ๊กตาที่ลูกสาวโยนทิ้งส่งให้

        “ฮันนี่ ร้องไห้ทำไมครับ บู้บี้ของหนูอยู่นี่ไงคะ ตัวเดิมเลย แด็ดดี้ซักเองกับมือเลยนะ”

        ยิ่งย้ำคำว่า “ซัก” เด็กน้อยก็อยากจะ “ชัก” เสียให้ได้ เพราะมันไม่เหมือนเดิม กลิ่นอันคุ้นเคยได้หายไป ทำเอาเท้าน้อยกระทืบไปมาอย่างขัดใจ “ไม่ใช่ ฮึก... ไม่ใช่บู้บี้ ไม่ใช่กลิ่นนี้”

        นรียากลอกตา ช้อนอุ้มลูกสาวโยกเบาๆ “ไม่ร้องนะคะ ไม่ร้องนะ เงียบซะ”

        “นัท ผมไม่ได้เอาตุ๊กตาลูกไปไหนเลยนะ ผมแค่ซักมัน และนี่ตัวเดิม จะไม่ใช่บู้บี้ของลูกได้ยังไง” คนเป็นพ่อยังไม่เข้าใจพร้อมกับยืนยัน เริ่มรู้สึกเหมือนว่างานจะเข้าอย่างไรอย่างนั้น

        “ฉันรู้ค่ะ แต่ตุ๊กตาตัวนี้เป็นตัวโปรดของลูก ลูกไม่ยอมให้ใครเอาไปซักเด็ดขาด ห้ามเอาไปทำอะไรทั้งนั้น พอผิดกลิ่นแกก็จะไม่เอาแล้ว” นรียาบอกอย่างรู้ดี เพราะเคยทำผิดพลาดด้วยการเอาไปซักรอบหนึ่งตอนที่ลูกยังเด็กกว่านี้ แน่นอนว่านาราร้องไห้บ้านแทบแตก หญิงสาวเคยหาข้อมูลพบว่าเด็กจะรู้สึกว่าสิ่งของเหล่านี้คือตัวแทนของมารดา ทำให้อุ่นใจ สบายใจที่จะมีมันอยู่ด้วย หลังจากนั้นเธอจึงเข้าใจมากขึ้น ส่วนนทีนอกจากของเล่นลูกชายก็ไม่ได้ติดของเหล่านี้

        ร่างสูงได้ยินก็รู้สึกผิด “ผมไม่รู้ ผมแค่เห็นว่ามันเก่าแล้ว กลัวลูกจะไม่สบาย”

        “ฮันนี่ไม่รักแด็ดดี้ ฮันนี่จะโป้ง ฮึก... ไม่เล่นด้วยแล้ว” นาราบอกกลับยกนิ้วโป้งน้อยๆ ส่งให้บิดา

        “ฮันนี่ แด็ดดี้ขอโทษ แด็ดดี้ผิดไปแล้ว ไม่โป้งแด็ดดี้นะครับ” ชายหนุ่มบอกเสียงอ่อย

        นทีที่นั่งอยู่บนเตียงมองเหตุการณ์อยู่ก็อดพูดไม่ได้ “แด็ดดี้ทำน้องโป้งอีกแล้ว”

        “งั้นแด็ดดี้ควรทำยังไงดีครับ” เขาหันไปปรึกษาลูกชาย

        นทียักไหล่เล็กน้อย “ไม่รู้ฮะ ต้องง้อน้องเอง”

        เมื่อลูกชายไม่ช่วย ลูกสาวก็ร้องไห้ไม่หยุด งานนี้คนเป็นพ่อได้แต่นั่งมองตาละห้อย อยากจะเข้าไปใจจะขาดแต่กลัวว่าจะร้องหนักกว่าเดิม นรียาไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำดีจึงได้แต่พาลูกทั้งสองคนเข้าไปอาบน้ำจะดีกว่า

        แฮร์ริสรีบเดินตามเข้าไปแต่ไม่กล้าเข้าด้านในได้แต่เกาะขอบประตูมองดูนาราเช็ดน้ำตาป้อยๆ ปากก็ร้องหาแต่บู้บี้โดยมีนทีชวนเล่นเจ้าหญิงที่เอามาอาบน้ำด้วย ความรู้สึกผิดทำให้มาดนักธุรกิจแสนน่าเกรงขามสำหรับลูกน้องนับแสนคนหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายธรรมดาที่เป็นพ่อคนและทำผิดพลาดด้วยการเอาตุ๊กตาเน่าของลูกไปซัก

        “ฉันควรทำยังไงดีเนี่ย ให้ตายเถอะ... ฮันนี่งอนแล้ว”

        เวลานั้นเห็นนาราหันมาสบตาร่างสูงส่งยิ้มโบกไม้โบกมือให้อย่างร่าเริง ผลที่ได้กลับมาคือนิ้วโป้งน้อยๆ ถูกส่งมาให้ตามด้วยลิ้นเล็กที่แลบออกมา อย่างสุดท้ายคือการถูกเมิน สะบัดหน้าหนี ทำเอารอยยิ้มของคนเป็นพ่อค้างเลยทีเดียว ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็นึกอะไรได้บางอย่าง ไอเดียนี้รับรองลูกต้องหายโกรธก็ยิ้มกว้างตะโกนบอกภรรยา

        “ทูนหัว ผมลงไปข้างล่างก่อนนะครับ”

        นรียารู้ได้ทันทีว่าเขาต้องมีแผนบางอย่างเพื่อจะเอาใจงอนง้อลูกสาวอย่างแน่นอน ยังไม่ทันตะโกนถามกลับอีกฝ่ายก็หายไปซะแล้วก่อนจะได้ยินเสียงนาราร้องบอก

        “แด็ดดี้เอาบู้บี้ไป”

        “เดี๋ยวบู้บี้ก็กลับมาค่ะ ไม่งอนแด็ดดี้นะ”

        “ฮันนี่โป้งแด็ดดี้แล้ว เราจะเล่นกับใครล่ะ” นทีเอ่ยถาม

        “เล่นกับหม่ามี้ก็ได้ ฮันนี่รักหม่ามี้คนเดียว” เด็กน้อยใช้แขนวาดรอบคอของมารดา

        "แต่แด็ดดี้อุ้มฉูงๆ ได้ด้วยนะ" คนเป็นพี่มิวายบอกต่อ

        "หม่ามี้ก็ทำได้ ใช่ไหมคะ" ดวงตากลมโตจ้องมอง

        มารดาได้แต่หัวเราะ "จ้าๆ” 

        นรียารีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ซึ่งนาราหยุดร้องไห้แล้ว ส่วนนทีเป็นเด็กดีเพราะน้องงอแง จึงเชื่อฟังไม่ดื้อไม่ซน ไม่อยากให้คนเป็นแม่เหนื่อยเพิ่มนั่นเอง

        ส่วนร่างสูงลงมาด้านล่างไม่ได้ไปไหนไกลจุดหมายปลายทางคือห้องครัว เขาพบว่าวัตถุดิบของการทำโจ๊กมาถึงเรียบร้อยแล้วและนั่นทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้าง แม้จะทำอาหารไม่ค่อยเก่งแต่เมนูนี้เคยเห็นนรียาทำและมันง่ายแสนง่าย อย่างน้อยก็ไม่ต้องยุ่งยากอะไรมาก วัตถุดิบไม่เยอะด้วย

        “อยากให้ดิฉันช่วยอะไรไหมคะ” โซอี้ถามเมื่อเห็นแฮร์ริสกำลังหยิบข้าวออกจากถุง

        “ไม่ต้อง มื้อนี้ฉันจะทำให้ลูกและเมียกินเอง”

        แม่บ้านทั้งหมดหันไปมองหน้ากันอย่างตื่นตะลึง ไม่เคยเห็นแฮร์ริส แบล็กฟอร์ดเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินและได้เห็นอะไรแบบนี้แต่ก็ยอมทำตาม ขยับถอยไปมองไกลๆ ด้วยความเป็นกังวล

        “ลูกต้องชอบโจ๊กที่เราทำแน่... ใส่หมูให้หมดถุงเลยแล้วกัน” เขากระตุกยิ้มหยิบหมูที่แม่บ้านซื้อมาร่วมหนึ่งกิโลกรัมปั้นเป็นก้อนเตรียมเอาไว้ เขาจะให้นารากินจนพุงกางเลย สำหรับลูกสาวแล้วทุกอย่างแก้ได้ด้วยการกิน!

 

        ยี่สิบนาทีต่อมานรียาพาลูกลงมาด้านล่าง นทีสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ตัวเท่และรองเท้าหุ้มข้อสีน้ำตาลส่วนนาราสวมชุดกระโปรงสีฟ้ามีโบสีน้ำเงินคาดเอว ผมที่มักปล่อยสยายเปลี่ยนมามัดแกละสองข้างผูกด้วยโบสีเดียวกับชุดจึงทำให้เด็กน้อยน้อยยิ่งดูน่ารักส่วนพี่ชายก็หล่อได้พ่อมาจริงๆ แม้ดวงตากลมโตจะยังแดงก่ำจากการร้องไห้อยู่ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกก็พบว่าแม่บ้านอย่างโซอี้รออยู่แล้ว

        “เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ คุณแฮร์ริสกำลังอยู่ในครัว”

        หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ โดยมีลูกสองคนเดินไปด้วยกัน เมื่อมาถึงครัวก็พบแม่บ้านหลายคนต่างยืนอยู่หน้าประตูชะเง้อมองใครบางคนที่บ่นพึมพำกำลังทำอะไรอยู่หน้าเตา พอเห็นเป็นสามีตัวเองก็รีบเดินไปหา ตอนนี้ทุกอย่างเละเทะไปหมด หมูอยู่ในถ้วยถูกปั้นเป็นก้อนเท่ากับกำปั้น ไหนจะข้าวที่อืดเละในหม้อ

        “คุณทำอะไรน่ะ”

        ชายหนุ่มสะดุ้งหันกลับไปมองก่อนจะยิ้ม “โจ๊กไงครับ แต่... ทำไม่ได้สักที ตอนคุณทำไม่เห็นยากเลย”

        นรียากลอกตา “แล้วทำไมต้องลงมาทำเองด้วย”

        “ผมอยากเอาใจลูกนี่ครับ ลูกอยากกินผมก็อยากทำเอง”

        หญิงสาวเห็นความตั้งใจก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ ปล่อยมือลูกทั้งสองขยับเข้าไปใกล้สามี “อยากทำเองก็ได้แต่ฉันจะสอนก็แล้วกัน”

        “ตกลงครับ”

        ร่างบางสอนร่างสูงตามขั้นตอนว่าควรทำอะไรบ้างโดยเฉพาะหมูควรปั้นก้อนเล็กกว่านี้ ขืนกินเข้าไปอย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่อาจจะติดคอตายได้ พอสอนทุกอย่างเสร็จชายหนุ่มก็หันมาบอก

        “คุณไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ครับ เสร็จแล้วผมจะยกไปเอง”

        “แน่ใจว่าไม่ต้องให้ฉันช่วยดูต่อนะคะ” หญิงสาวถามย้ำ

        “สบายมาก จากนี้ไปผมทำเองได้ ฮันนี่กับฮิวโก้จะได้กินโจ๊กที่อร่อยที่สุดแน่นอน” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างมั่นใจก่อนที่จะสบตากับลูกชายและลูกสาว

        “แต่ฮันนี่หิวแล้ว” นาราเอ่ยบอก

        “ผมด้วยฮะ”

        “รออีกไม่เกินสิบนาทีนะครับ แด็ดดี้จะเอาไปเสิร์ฟที่โต๊ะเลย”

        นรียาชวนเด็กๆ ออกไปด้านนอกโดยมีโซอี้คนเดิมนำทางไปยังปีกซ้ายของบ้าน ทันทีที่ประตูกระจกเปิดออกก็พบกับระเบียงกว้างที่มีโต๊ะอาหารสีขาวทำจากไม้ตั้งอยู่พร้อมกับเก้าอี้ที่สามารถนั่งได้เกินแปดคน ลมเย็นๆ ของเช้าวันนี้จึงไม่ร้อนมากนักเรียกว่าอากาศกำลังดีทีเดียว ที่สะดุดตาคงเป็นเก้าอี้รับประทานอาหารสำหรับเด็กสองตัวจัดวางอยู่ตรงหัวโต๊ะ เพราะลูกกำลังหิว นรียาจึงให้กินผลไม้รองท้องก่อน ซึ่งรอเพียงสิบห้านาที แฮร์ริสก็ออกมาพร้อมกับหม้อใบใหญ่ที่เธอเองก็ตกใจเพราะตอนเขาทำดูไม่เยอะขนาดนี้นี่นา ด้านหลังเป็นแม่บ้านที่ยกอาหารอย่างอื่นตามมาด้วยอย่างเช่น ขนมปังปิ้ง แยม ออมเล็ต โพชเอ้ก ผักสลัด แฮมและน้ำผลไม้คั้นสด

        “นี่คุณไม่ทำเยอะไปเหรอ อย่าบอกนะว่าใส่ข้าวหมดถุงเลยน่ะ” หญิงสาวถาม

        “แน่นอน ผมกลัวลูกกินไม่อิ่มนี่ครับ”

        หญิงสาวกลอกตาบ่นกลับ “เด็กตัวแค่นี้กินได้หมดถ้วยฉันก็ว่าเก่งแล้ว แต่นี่คุณทำเยอะมากเหมือนว่าจะเลี้ยงคนทั้งคฤหาสน์อย่างไรอย่างนั้น”

        “หม่ามี้ โจ๊กมาแล้ว” นาราร้องปรบมืออย่างดีใจ

        “แด็ดดี้ตักให้หน่อย ผมอยากหม่ำแล้วฮะ ขอสองถ้วยเลย” นทีชูสองนิ้ว

        “ได้สิครับ ลูกจะกินกี่ถ้วยก็ได้”

        เด็กๆ ยิ้มอย่างดีใจยอมให้มารดาอุ้มนั่งเก้าอี้และสวมผ้ากันเปื้อนให้ ชายหนุ่มรีบตักใส่ถ้วยสีชมพูลายเจ้าหญิงแก่นาราและตักใส่ถ้วยสีน้ำเงินเข้มลายหุ่นยนต์ให้แก่นที

        “วันนี้แด็ดดี้ทำของโปรดให้กิน ฮันนี่หายโกรธแด็ดดี้หรือยังคะ คืนดีกันนะ”

        ชายหนุ่มยื่นนิ้วก้อยไปด้านหน้าทว่าเด็กน้อยเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าบิดา ทำเอาชายหนุ่มหน้าจ๋อยก่อนที่จะได้ยินลูกชายพูดขึ้น

        “แด็ดดี้ต้องอุ้มน้องเล่นฉูงๆ น้องชอบ”

        “ไม่เอา ฮันนี่ไม่ชอบแล้ว หม่ามี้ก็ทำฉูงๆ ได้”

        เมื่อได้ยินลูกสาวปฏิเสธ นรียาเห็นแฮร์ริสทำหน้าอยากจะร้องไห้เสียให้ได้จนรู้สึกขำ “ยังไม่เล่นตอนนี้นะคะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว หม่ำกันเถอะ”      

        แฮร์ริสตักแต่หมูใส่ในถ้วยเพิ่มให้นทีตามด้วยนารา มิวายพูดกับลูกสาว “ฮันนี่กินหมูเยอะๆ นะครับ หมูนุ่มๆ แด็ดดี้ปั้นด้วยความรักเลยนะ”

        “ฮึ!” นาราส่งเสียงเล็กน้อยไม่มองหน้าบิดา ตักอาหารเข้าปาก

        “โธ่... ฮันนี่ ยกโทษให้แด็ดดี้นะ แด็ดดี้ผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่เอาบู้บี้ไปซักอีก จะไม่แตะเลย”

        เมื่อได้ยินถึงตุ๊กตาสุนัขที่รักแล้วก็ทำเอาริมฝีปากอวบอิ่มเบะอีกรอบหันไปมองมารดา “หม่ามี้ บู้บี้... แด็ดดี้เอาบู้บี้ไปอาบน้ำ ฮันนี่ไม่ชอบ ไม่ใช่บู้บี้”

        “ไม่ร้องแล้วนะ หนูกอดอีกสองสามวัน กลิ่นเดิมก็กลับมาแล้ว ทีลูกยังต้องอาบน้ำทุกวันเลย บู้บี้ก็ต้องอาบน้ำบ้างเหมือนกัน” หญิงสาวพยายามบอก

        “ตอนนี้ฮันนี่จะโป้งแด็ดดี้ก่อน จะไม่เล่นด้วย ไม่ให้อุ้มฉูงๆ ไม่จุ๊บแก้ม” เด็กน้อยบอกเบาๆ ตักโจ๊กคำใหญ่เข้าปาก

        “แด็ดดี้อดเล่นกับน้องแล้วนะฮะ น้องโป้งแล้ว”

        บิดาทำหน้าเศร้าก่อนจะพูดกับลูกชาย “แต่ฮิวโก้จะเล่นกับแด็ดดี้ เราจะต่อเลโก้ เล่นวิดีโอเกมกัน ใช่ไหมครับ”

        “ใช่ฮะ แต่แด็ดดี้ห้ามเอาหุ่นยนต์ผมไปอาบน้ำป๋อมแป๋มนะ”

        เมื่อได้ยินลูกชายกำชับก็ไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี “แด็ดดี้จะเอาของเล่นทุกอย่างของลูกให้อยู่ห่างจากน้ำมากที่สุด แด็ดดี้สัญญา”

        นรียาหลุดหัวเราะด้วยความขบขัน ไม่ได้อยู่กับลูกมาตั้งแต่เกิด เพิ่งเจอกันได้ไม่เท่าไร แฮร์ริสยังต้องปรับตัวอีกเยอะ เด็กจะมีธรรมชาติเป็นของตัวเอง มีความหวงของเล่นเป็นธรรมดา หากแตะต้องไม่ถูก บ้านแตกได้ง่ายๆ แต่เธอและเขาที่เป็นทั้งบิดามารดาก็จะต้องค่อยๆ เรียนรู้และสอนไปด้วยในเวลาเดียวกัน

        เมื่อลูกสาวงอนแต่ลูกชายไม่ได้เมินก็ทำให้คนเป็นพ่อใจชื้นได้บ้าง จูบแก้มนทีฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบถ้วยมาตักโจ๊กให้กับนรียาโดยไม่ได้แตะต้องอาหารอื่นที่แม่บ้านทำเพราะได้ยินมาว่า คาร์เตอร์เป็นคนสั่งทั้งหมดรวมถึงกำชับแม่บ้าน คนส่งของและร้านค้าที่ส่งวัตถุดิบให้กับคฤหาสน์ว่าต้องคัดเลือกแต่ของดี ระมัดระวังเรื่องสารปนเปื้อนเพราะความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับทายาทแบล็กฟอร์ด แม้ความดีของอีกฝ่ายจะมีมากแต่ความเจ็บปวดสี่ปีที่ได้รับมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะลืมกันง่ายๆ ชั่วข้ามคืน

        นรียาคิดว่าโจ๊กวันนี้ไม่ได้แย่แม้มันจะจืดชืดชนิดว่าไม่ได้รสชาติ คาดเดาว่าเขาคงไม่ได้ใส่อะไรลงไปเลย ส่วนหมูบางก้อนเล็กบางก้อนใหญ่พอให้อภัยกันได้ หญิงสาวปรึกษาสามีว่าต่อไปนี้ควรพูดภาษาอังกฤษกับลูกให้บ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะเขาควรเป็นหลัก เพราะทุกวันนี้ชายหนุ่มจะพูดสลับกัน หากประโยคยาวหน่อยกลัวลูกไม่เข้าใจจะพูดภาษาไทย แม้เด็กทั้งสองจะฟังและตอบโต้พื้นฐานได้จากที่เคยสอนตอนอยู่เมืองไทย แต่นรียาเล็งเห็นความจำเป็นมากกว่านั้นหากลูกยังอยูที่นี่ จะได้ปรับตัว เก่งและเรียนรู้เร็วกว่าเดิม ซึ่งแฮร์ริสก็เห็นด้วย

        “หม่ามี้ อีก” เสียงของนาราดังขัดจังหวะพร้อมกับยกถ้วยให้

        บิดาได้ยินก็รีบแย่งถ้วยมาตักโจ๊ก “อร่อยใช่ไหมล่ะ หนูชอบใช่ไหมครับ”

        “อร่อยนิดเดียว เด็กน้อยตอบเบาๆ เบือนหน้าหนี

        “แต่ของพี่อร่อยมาก ผมเอาอีกฮะแด็ดดี้”

        ชายหนุ่มยิ้มแก้มปริตักให้อย่างเอาใจ เวลานั้นราเชลเข้ามาพร้อมกับเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้าคู่ใจ เบื้องหลังมีมาธาแม่บ้านเก่าเดินตามมาด้วย

        “กำลังกินอาหารเช้ากันอยู่เหรอคะ” ราเชลเอ่ยทักทาย

        “ใช่ค่ะ คุณมาได้เวลาพอดี มากินด้วยกันนะคะ เช้านี้แฮร์ริสทำโจ๊กให้เด็กๆ คุณอยากจะลองชิมไหม” นรียาทักทายอย่างอารมณ์ดีพร้อมมอบรอยยิ้มเป็นมิตร

        “ไม่อยากเชื่อเลยว่าแฮร์ริสจะเข้าครัวเอง”

        “จริงๆ มีเหตุค่ะ” นรียาพูดเสร็จเว้นวรรคไปนิดขยับเข้าไปใกล้ราเชลอีกหน่อยกระซิบ “เผลอเอาตุ๊กตาสุดที่รักของฮันนี่ไปซัก พอผิดกลิ่น ลูกก็เลยไม่เอา งอนยกใหญ่ค่ะ เลยรีบลงมาทำโจ๊กเอาใจ”

        ชายหนุ่มที่กำลังตักโจ๊กให้กับพี่สะใภ้ได้ยินพอดี “ผมไม่ได้ตั้งใจนี่นา ผมไม่รู้ ถ้าผมรู้นะจะไม่แตะต้องเลย”

        ราเชลได้รู้เหตุการณ์อดจะหัวเราะไม่ได้ “คุณยังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะคะแฮร์ริส”

        “ผมก็ว่าอย่างนั้นล่ะครับ... ถ้ายังไงผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะรีบลงมา”

        นรียาพยักหน้าให้มองสามีเดินออกไป บริเวณจึงเหลือแค่เธอ ลูกและราเชลเท่านั้นที่กำลังนั่งกินอาหารเช้าร่วมกัน

        “เด็กๆ คงคิดถึงอาหารไทยน่าดูเลยนะคะ” หญิงสาวพูดขณะที่เห็นนารากับนทีตักอาหารที่เรียกว่าโจ๊กกินคำใหญ่ด้วยท่าทางมีความสุข สำหรับเธอก็ไม่ได้แย่แม้รสชาติจะแปลกไปสักหน่อย

        “ใช่ค่ะ โดยเฉพาะโจ๊ก เป็นเมนูโปรด กินเกือบทุกวัน”

        “คุณอยากกลับเมืองไทยบ้างไหมคะ” ราเชลถามอย่างอยากรู้

        “อยากสิคะ”

        “แล้วคุณอยากให้แฮร์ริสกลับไปกับคุณหรือเปล่า หมายถึงว่า อยากไปจากที่นี่และเริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยกันอีกครั้งที่ประเทศไทย” หญิงสาวยังคงถามด้วยความสนใจ

        “บอกตามตรงว่าก็อยากค่ะ แต่เขามีธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบ ฉันไม่อยากเห็นแก่ตัว แต่จะขอกลับไปก่อนพร้อมลูก แฮร์ริสก็ไม่ยอม” นรียาบอกตามตรงอย่างไม่คิดปิดบังเพราะคิดว่าราเชลเหมือนคนในครอบครัว อีกฝ่ายช่างน่าสงสารและเข้าใจเธอเป็นอย่างดี

        “ฉันเข้าใจว่านี่คือการตัดสินใจที่ยาก แต่ในฐานะที่ฉันเคยอยู่จุดนี้มาก่อน ตอนที่แต่งงานกับเฮกเตอร์ ฉันพร้อมเสียสละและสนับสนุน ไม่เห็นแก่ตัว แต่ใครจะไปคิดกันล่ะคะ ว่าสิ่งที่ฉันได้รับคือการสูญเสียสามีตลอดกาล ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต คุณคงรู้ว่าตระกูลแบล็กฟอร์ดอันตรายแค่ไหน ถ้ามีโอกาสแก้ตัวหรือย้อนเวลาได้อีกสักครั้ง สิ่งที่ฉันจะทำคือการไปจากที่นี่ หนีไปให้ไกล จะไม่พาตัวเองมาอยู่จุดนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากให้คุณ แฮร์ริสและเด็กๆ ต้องมีชะตากรรมเหมือนตัวเอง” ราเชลพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด รู้ดีว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขได้ ถึงแม้เธอจะเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะฐานะทางสังคมหรือฐานะทางการเงินที่ดี ทว่าเส้นทางชีวิตกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

        “ฉันรู้ว่าที่นี่ยังใหม่และอันตราย มีความน่ากลัวบางอย่างที่สัมผัสได้ แต่... ฉันเชื่อใจแฮร์ริสค่ะ ว่าเขาจะปกป้องฉันได้” นรียาตอบอย่างตรงไปตรงมา สำหรับเธอแล้วหากไม่เชื่อใจสามี ชีวิตนี้คงจะเชื่อใจใครไม่ได้อีก ความผิดพลาดในอดีตจะสอนให้เข้มแข็งขึ้นโดยเฉพาะชีวิตคู่

        “บางอย่างเราควบคุมไม่ได้หรอกนะคะ ฉันรู้ว่าสี่ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีความสุขกับการบริหารงานเลย เขาเฝ้าคิดถึงแต่คุณและบอกฉันเสมอว่าอยากมีชีวิตเรียบง่าย ได้อยู่กับคนรักและครอบครัว นี่คือความแตกต่างระหว่างเขากับพี่ชาย... แฮร์ริสเปรียบเสมือนสีขาว ทว่าเฮกเตอร์คือสีดำ... เขาดูแลฉันมาเป็นอย่างดีและฉันอยากให้เขาได้สิ่งที่ดีที่สุด คือการได้อยู่กับคุณและลูก เติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณยืนยันต้องการกลับเมืองไทย เขาต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน” ราเชลลอบมองสีหน้าของนรียาเพื่อดูทีท่า หวังว่าการโน้มน้าวครั้งนี้จะได้ผล

        ร่างบางถอนหายใจ “เขามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเขาไปแล้ว แบล็กฟอร์ดคงไม่เหลือใคร”

        “แต่ถ้าเขาอยู่ต่อ แบล็กฟอร์ดอาจจะไม่เหลือใครจริงๆ แม้กระทั่งคุณหรือลูก ฉันไม่ได้อยากพูดให้กลัวนะคะ แต่อยากให้คุณลองคิดดูว่าคุ้มแล้วเหรอที่จะต้องเสี่ยง” ราเชลสบตาของนรียาอย่างจริงจัง เรื่องนี้หากไม่เจอกับตัวคงไม่รู้หรอกซึ่งเธอเจอมาแล้วทุกรูปแบบ ตัวอย่างมีให้เห็น

        คุณแม่ลูกสองคิดเรื่องนี้ตั้งแต่แฮร์ริสบอกให้เธอเป็นคนตัดสินใจ แต่หญิงสาวยังไม่ให้คำตอบเพราะการให้เขาไปจากที่นี่คือการเห็นแก่ตัว แต่ขณะเดียวกันหากมีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัว เธอก็มีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้เช่นกัน

        ราเชลเห็นสีหน้าเป็นกังวลของอีกฝ่ายจึงรีบพูดอย่างรู้สึกผิด “ฉันไม่น่าพูดให้คุณคิดมากเลยค่ะ”

        “คุณไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณหวังดี ขอบคุณนะคะ”

        “แต่ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ขอให้คุณรู้ว่ายังมีฉัน คุณสามารถปรึกษาฉันได้ทุกเรื่องนะ” ราเชลบอกอย่างใจดี

        นรียาพยักหน้าส่งยิ้มให้ซึ่งเวลานั้นร่างของใครบางคนที่หลบอยู่ตรงสวนใกล้กับระเบียง ได้ยินบทสนทนานี้ชัดเจน ลอบมองใบหน้าของราเชลอย่างไม่พอใจพร้อมความสงสัยบางอย่างก่อนจะหันหลังเดินออกไป

 

        แฮร์ริสกลับมาอีกครั้งพร้อมชุดใหม่ที่ใส่ให้เข้ากับลูกแฝดทั้งสองคือเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนด้านล่างเป็นกางเกงสีน้ำตาลกับรองเท้าหนังสีเดียวกัน ดวงตาคมกริบจ้องมองลูกสาวที่กำลังกัดสตรอว์เบอร์รี่คำใหญ่จนริมฝีปากเป็นกระจับเลอะเทอะแต่ช่างเป็นภาพที่น่ารัก ส่วนลูกชายที่มีสภาพไม่ต่างกันนักก็เรียกรอยยิ้มของบิดาได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่ลูกสาวกำลังหยิบสตรอว์เบอร์รี่ลูกใหม่ดันทำตกแต่แฮร์ริสคว้าไว้ได้ทันแล้วส่งให้

        “อ้าปากสิคะ แด็ดดี้ป้อนนะ”

        “ฮันนี่โป้งแด็ดดี้อยู่” เด็กน้อยบอกแล้วกอดอกหันหน้าไปทางพี่ชาย

        นทีเห็นอย่างนั้นจึงหยิบสตรอว์เบอร์รี่ของตัวเองส่งให้น้องสาว “อะ พี่ให้”

        นารายิ้มกว้าง “ฮันนี่รักพี่ฮิวโก้ที่สุดเลย”

        เด็กน้อยจูบแก้มพี่ชายเสียงดังสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้หญิงสองคน ส่วนบิดาหน้าจ๋อยเดินกลับไปนั่งที่เดิมเวลานั้นพี่สะใภ้สาวก็ออกความคิดเห็น

        คุณน่าจะพาลูกไปเที่ยวนะคะ เผื่อแกจะอารมณ์ดีแล้วหายงอน"

        “จริงสิ ทำไมผมคิดไม่ถึงนะ”

        แฮร์ริสหันไปหาลูกชายและลูกสาว “แด็ดดี้จะพาไปเที่ยว ใครอยากไปบ้างน้า”

        “ผมฮะ!”

        “ฮันนี่ค่า”

        เด็กน้อยทั้งสองแย่งกันยกมือ รอยยิ้มของเด็กแฝดที่แสดงถึงความดีใจช่างเจิดจ้ายิ่งกว่าพระอาทิตย์ยามนี้เสียอีก นรียากับราเชลหัวเราะเพราะดูท่านาราจะลืมไปแล้วว่ากำลังโกรธบิดาอยู่ถึงยิ้มกว้างตอบรับอย่างรวดเร็ว

        “อยากไปไหนกันครับ”

        “ฮันนี่อยากไปสวนสนุกค่ะ”

        “แต่พี่อยากไปสวนสัตว์นี่นา” นทีหันไปบอกน้องสาว

        “แต่พี่ฮิวโก้ดูในทีวีก็ได้ มีคุณหมู คุณกระต่าย คุณเสือ เพียบเลย ใช่ไหมคะหม่ามี้” คำพูดของนาราทำให้ผู้ใหญ่สามคนได้หัวเราะอีกรอบ

        “มิกกี้เม้าส์ของฮันนี่ดูในทีวีก็ได้เหมือนกัน” นทีบอกกลับ

        “ไม่เหมือน! ฮันนี่อยากจับมือคุณมิกกี้เม้าส์

        “พี่อยากจับมือกับคุณเสือ”

        “พี่ฮิวโก้จะโดนคุณเสือหม่ำ ฮันนี่บอกเลย” เด็กน้อยเบ้ปากใส่พี่ชาย กอดอก จากเมื่อครู่ยังรักกันดีแบ่งผลไม้อยู่

        “เสือหม่ำพี่ไม่อิ่มหรอก หม่ำฮันนี่สิ อิ่มกว่า”

        “อื้อ! ฮันนี่จะฟ้องหม่ามี้ หม่ามี้ๆ พี่ฮิวโก้ว่าฮันนี่”

        “แต่น้อง...”

        “เอาล่ะครับเด็กดี วันนี้เราไปได้แค่ที่เดียว จะเอายังไงดีนะ” ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดหันไปขอความเห็นภรรยา

        “หม่ามี้ว่าสวนสัตว์ดีไหมคะฮันนี่ มีสัตว์น่ารักเต็มไปหมดเลยนะ มีคุณฮิปโป คุณเสือ คุณช้าง หนูต้องชอบแน่ๆ

        “มีนกด้วยนะฮันนี่ นกหลายสี พี่เคยเห็น” นทีหันไปบอกน้องสาวอีกเสียง

        คราวนี้นาราคิดหนักก่อนจะตัดสินใจ “ไปสวนสัตว์ก็ได้ค่ะ... แต่แด็ดดี้ต้องซื้อมิกกี้เม้าส์ให้ฮันนี่นะ”

        ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เดินไปหาลูกสาว จูบแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ “ตกลงครับ แต่ตอนนี้หายงอนแด็ดดี้แล้วใช่ไหม”

        “หายแป๊บหนึ่งค่ะ เดี๋ยวฮันนี่งอนใหม่”

        คำตอบไร้เดียงสาทำให้ราเชลอดยิ้มไม่ได้ “ถ้างั้นจุ๊บๆ แด็ดดี้ก่อนสิคะ”

        นาราจูบแก้มบิดาฟอดใหญ่ ฝากรอยรักเป็นคราบน้ำลายเหมือนทุกที ร่างสูงเดินอ้อมไปหาลูกชายเอียงแก้มให้

“ฮิวโก้จุ๊บๆ ให้รางวัลแด็ดดี้หรือยังน้า”

        นทีทำตามอย่างว่าง่าย แม้ตอนแรกจะยังไม่คุ้นแต่เพราะอยู่ด้วยกันมาหลายวันก็เข้ากับบิดาได้เป็นอย่างดีและยังเล่นด้วยกันบ่อยๆ

        “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณไปเตรียมตัวกันเถอะค่ะ ฉันขอตัวก่อน เที่ยวให้สนุกนะคะ”

        “คุณไม่ไปกับพวกเราเหรอคะ” นรียาเอ่ยชวน

        “อย่าให้ฉันไปเป็นภาระเลยค่ะ เจอกันตอนเย็น เที่ยวให้สนุกนะคะเด็กๆ หญิงสาวบอกด้วยรอยยิ้ม เข็นรถเข้าไปใกล้ก่อนจะจูบแก้มของนารากับนที จ้องมองใบหน้าของเด็กทั้งสอง ฉับพลันแววตาก็หม่นแสงเมื่อนึกถึงใครบางคน เธอปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วแล้วบอกลา กลับเข้าไปด้านในโดยมีมาธาตาม

        “เธอน่าจะไปกับเรานะคะ” นรียาบอกสามี

        “เธอไม่ชอบออกไปไหนหรอกครับ เราอย่าบังคับเธอเลย” แฮร์ริสรู้ดี อันที่จริงตั้งแต่เข้ามาอยู่ในตระกูลแบล็กฟอร์ดหลังจากที่เฮกเตอร์เสียชีวิต เขาไม่เคยเห็นพี่สะใภ้จะออกไปไหน วันๆ อยู่แต่ในสวนเรือนกระจก ถึงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ทว่าคาร์เตอร์คอยรายงานความเคลื่อนไหวตลอด แม้กระทั่งจะออกไปเยี่ยมริชาร์ตที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง หญิงสาวยังไม่ไป ตอนแรกแปลกใจนิดหน่อยแต่เพราะยุ่งกับงานและการตามหาภรรยา ชายหนุ่มจึงเลิกสนใจ

        นรียามองแผ่นหลังของราเชลจนลับสายตา นาทีต่อมาถูกก่อกวนด้วยเด็กๆ ที่ร้องตะโกนว่าอยากจะไปแล้ว เธอจึงยิ้ม ขึ้นไปเตรียมของที่จำเป็นสำหรับเด็ก ส่วนแฮร์ริสสั่งการเอเลียสเตรียมคนให้พร้อม การออกไปข้างนอกครั้งนี้โดยมีลูกไปด้วย เขาไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นและเพิ่มกำลังบอดี้การ์ดมากกว่าเดิมสองเท่าให้แฝงตัวอยู่โดยรอบ ก่อนจะหันไปสั่งการโซอี้เรื่องห้อง ให้จัดทุกอย่างเหมือนที่เพนต์เฮาส์รวมถึงตุ๊กตาให้ขนมาวางไว้ด้วยเพราะนารากับนทีชอบ นอกจากนั้นยังให้จัดห้องเล่นเด็ก หลังสั่งการยาวเหยียด ก็พร้อมพาลูกออกไปด้านนอกแล้ว

        ระหว่างทางที่กำลังกลับไปยังบ้านของตัวเอง ราเชลต้องหยุดรถเข็นเมื่อเจอชายวัยกลางคนสวมสูทดูดีทีกำลังยืนอยู่เบื้องหน้า พ่อบ้านเก่าแก่แห่งตระกูลแบล็กฟอร์ด แม้จะมีอายุแล้วทว่าประมาทความสามารถไม่ได้เลย

        “มีอะไร” ราเชลถามเสียงเรียบ

        “ผมคิดว่าคุณไม่ควรพูดหรือแนะนำอะไรแบบนั้นแก่มาดามนรียานะครับ” คาร์เตอร์จ้องมองด้วยแววตาเฉยชาต่อผู้หญิงตรงหน้า แม้จะเป็นมาดามแบล็กฟอร์ด เป็นภรรยาของเฮกเตอร์ รู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เต็มใจกับการแต่งงาน ทว่าหลังจากเฮกเตอร์จากไป เธอควรจะพึงพอใจกับอิสระ แต่เลือกกลับมาอยู่คฤหาสน์หลังนี้ในตำแหน่งมาดามแบล็กฟอร์ด แม้เธอจะใช้ข้ออ้างว่ากลัวถูกลอบฆ่า แต่จากการตรวจสอบตลอดสี่ปี เธอไม่มีค่าหัวหรือความสำคัญอะไรสำหรับคนที่อยากจะทำลายตระกูลนี้เลย มิหนำซ้ำยังชอบยุให้แฮร์ริสทิ้งบริษัทเพื่อไปตามหานรียา มีบางอย่างชวนให้สงสัย ทว่าเวลาที่ผ่านมาคาร์เตอร์กลับหาคำตอบไม่พบ

        ราเชลชะงักเล็กน้อยก่อนจะหรี่ตา “นายคงว่างมากสินะ ถึงเที่ยวสอดรู้สอดเห็น แอบฟังคนอื่นคุยกัน

        “ถ้าผมไม่ทำแบบนี้คงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนพยายามจะให้คุณแฮร์ริสทิ้งแบล็กฟอร์ด คุณรู้ดีว่ามาดามนรียาและคุณหนูมีอิทธิพลต่อเขาแค่ไหน เขาพร้อมทิ้งทุกอย่างเพื่อทั้งสามคน”

        “เขาจะเลือกครอบครัวก่อนธุรกิจก็ไม่แปลกนี่ ธุรกิจที่ไม่ให้อะไรนอกจากความสูญเสียและฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด” ราเชลบอกอย่างหงุดหงิดใจ เธอไม่ชอบการถูกจับตามองแม้จะรู้ดีว่าคาร์เตอร์พยายามทำอย่างนั้นมาหลายปีเพราะไม่พอใจที่เธอสนับสนุนให้แฮร์ริสไปตามหานรียา

        “ผิดตรงที่นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ ให้พวกเขาได้ตัดสินใจกันเองถึงจะถูก”

        “เมื่อสี่ปีก่อนก็ไม่ใช่เรื่องของนายเหมือนกัน นายยังเข้าไปยุ่งจนครอบครัวเขาแตกแยก” ราเชลพูดกระแทกใจ

“ผมยอมรับว่าตัวเองทำผิดพลาด แต่ผมทำเพื่อแบล็กฟอร์ด... แล้วคุณล่ะทำเพื่ออะไร” คาร์เตอร์ถามจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้

        “ฉันทำเพื่อเด็กตัวเล็กๆ สองคนนั้นยังไงล่ะ เด็กที่ไม่สมควรต้องมาเสี่ยงเพราะการกระทำของผู้ใหญ่”

        “ตราบใดที่ผมยังอยู่ ไม่ว่าจะคุณแฮร์ริส นรียา หรือแม้แต่ทายาททั้งสอง จะไม่มีใครได้รับอันตราย ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมดีกว่า คุณควรอยู่ในที่ของตัวเอง”

        “นายควรจะให้เกียรติฉันบ้าง ลืมแล้วหรือไงว่าฉันก็เป็นมาดามของที่นี่” เธอถามเสียงเข้ม

        “ผมไม่เคยลืม และไม่ลืมด้วยว่าคุณเข้ามาอยู่ตำแหน่งนี้เพราะอะไร” ทั้งสองสบตากันด้วยความไม่พอใจ

        “จริงอยู่ว่าตอนแรกคุณหนูไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน แต่ตลอดเวลาหนึ่งปี เธอเป็นภรรยาที่ดีของคุณเฮกเตอร์เสมอ อย่าลืมว่าเวลาก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปคาร์เตอร์” มาธาพูดแทรกปกป้องคุณหนูของตัวเอง

        “ถูกแล้วมาธา... ถ้าคุณหนูของเธออ้างสถานะนี้ สิ่งที่ต้องทำคืออะไรรู้ไหม? คือการช่วยกันปกป้องตระกูลนี้ ไม่ใช่คิดแต่จะทำให้มันไร้ทายาท ไร้คนบริหารจัดการ” คาร์เตอร์ตำหนิ

        “แต่ว่า...”

        “ผมหวังว่าจะไม่ได้ยินเรื่องนี้อีก อย่าพยายามพูดอะไรให้มาดามนรียาเกิดความกลัว เรื่องเมื่อสี่ปีก่อนเป็นบทเรียนและทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น จะไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบนั้นกับครอบครัวนี้เป็นอันขาด ผมกล้ารับรองด้วยชีวิต!” คาร์เตอร์พูดเสร็จหมุนตัวเดินจากไป ราเชลพยายามวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะเขาให้คำมั่นสัญญาต่อบิดาแฮร์ริสว่าจะไม่ยอมให้ตระกูลนี้ล่มสลาย จะต้องรักษาธุรกิจ ดูแลทายาทให้ดีและจะไม่มีทางผิดคำพูดต่อผู้มีพระคุณ

        มือบางที่วางอยู่บนตักบีบเข้าหากันแน่น “แล้วนายจะได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด!”

        ราเชลมองแผ่นหลังของพ่อบ้านที่เดินจากไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคน

       

        ใช้เวลาเพียงสามสิบนาทีรถยนต์คันหรูสามคันเคลื่อนตัวมาจอดด้านหน้าของสวนสัตว์ บอดี้การ์ดทุกคนสลัดชุดสูทสีดำสนิทเปลี่ยนมาสวมชุดลำลองธรรมดาเพื่อไม่ให้สะดุดตาก็รีบลงมา มีหนึ่งทีมล่วงหน้ามาก่อน แฝงตัวตรวจความเรียบร้อยอยู่ด้านใน แฮร์ริสลงมาพร้อมกับนรียา เปิดประตูหลังอุ้มนทีและนาราลงมาด้วย เด็กทั้งสองดูตื่นเต้นดีใจแจกรอยยิ้มน่ารักให้แก่ผู้คนที่ผ่านไปมา

        “เราออกมาแบบนี้ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” นรียาเอ่ยถามสามีอย่างเป็นกังวล

        ชายหนุ่มรู้ว่าหมายถึงอะไรจึงส่งยิ้มให้ “ถึงเราจะมีศัตรู แต่คนพวกนี้ไม่กล้าเสี่ยงลงมือในสถานที่ที่คนเยอะหรอกครับ อย่ากังวลเลย”

        “ก็ถูกของคุณค่ะ... แต่ถ้ากล้าแตะต้องลูกของฉันล่ะก็ ฉันไม่เอาไว้เหมือนกัน” นรียาบอกเสียงเข้ม เลือดความเป็นแม่พลุ่งพล่านทันทีหากรู้ว่าใครจะทำอันตรายลูก

        “โว้ๆ คุณผู้หญิง คุณกำลังทำให้ผมกลัวนะครับ” ชายหนุ่มแกล้งว่า ส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม

        นรียามองค้อน “สมควร ถ้าคุณโกหกหรือคิดจะมีผู้หญิงอื่นล่ะก็ ฉันไม่เอาไว้เหมือนกัน!”

        ร่างสูงเห็นร่างบางพูดเสร็จก็จูงมือลูกชายเดินไป เขาที่หัวใจพองโตกับประโยคนี้ก็รีบพาลูกสาวเดินตามก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงดีใจ “เมียหึงแล้ว รู้สึกดีชะมัด”

        “ใครหึงคุณกัน.. ฉะ... ฉันแค่นึกถึงลูกต่างหาก ลูกอาจจะสับสนถ้าเห็นผู้หญิงคนอื่น!

        นรียายังปากแข็งรีบเดินหนี ทว่าแฮร์ริสไม่ยอมปล่อยคว้ามือบางมากุมไว้ได้ทันก่อนจะพูดต่อ

“ผมไม่สนหรอกว่าจะเหตุผลอะไร แต่ผมสรุปแล้วว่าคุณหึงผม”  

        เมื่อเห็นความดื้อดึงเอาแต่ใจของสามี หญิงสาวได้แต่หลบสายตา แก้มนวลร้อนผ่าวอย่างเขินอาย จริงอยู่ว่าหึงแต่ใครจะกล้าบอกตรงๆ กันล่ะ อย่างน้อยตอนนี้ความสัมพันธ์ยังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์สักหน่อย พอเดินเข้ามาถึงด้านในก็เห็นมาสคอตสัตว์หลายตัวไม่ว่าจะเป็นกระต่าย หมี เสือ สิงโต มายืนรอต้อนรับโบกไม้โบกมือทักทายเด็กๆ ก็ทำให้นาราและนทีหวีดร้อง ปล่อยมือจากบิดามารดา รีบวิ่งเข้าไปหาทันที โดยมีบอดี้การ์ดสามคนรีบเดินตาม

        “ถ้าราเชลมาด้วย เธอคงมีความสุขนะคะ” นรียายืนมองลูกทั้งสองเต้นตามจังหวะดนตรีร่วมกับมาสคอตไม่มีท่าทีตื่นกลัวแม้แต่น้อย

        “ความสุขของเธอคือการได้อยู่ที่แบล็กฟอร์ด ในสวนเรือนกระจก มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดเรื่อง เธอไม่ชอบออกไปไหน ไม่อยากพบปะผู้คน หลีกเลี่ยงสังคม” ชายหนุ่มอธิบายให้หญิงสาวฟัง แม้กระทั่งเรื่องสุขภาพ หมอจะมาตรวจที่บ้าน ซึ่งเขามีหมอประจำตระกูล ยกเว้นหมอที่รักษาอาการบาดเจ็บเรื่องกระดูกสันหลังกับขาของเธอที่ไร้ความรู้สึกจะเป็นราล์ฟ อาของราเชลมาตั้งแต่ต้น

        “มาธาบอกว่าพ่อของเธอเป็นมะเร็งใช่ไหมคะ”

        “ครับ อาการไม่ค่อยดี ทางเราช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาอยู่” แฮร์ริสเล่าตามที่คาร์เตอร์รายงาน

        “ถึงแม้จะแต่งงานกันเพราะธุรกิจ ผลประโยชน์ แต่พวกคุณก็ยังดูแลเธอและครอบครัว”  

        “เราต่างได้ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน พ่อของราเชลทำงานด้านกฎหมาย เขาช่วยเราได้เยอะทีเดียวเรื่องคดีความต่างๆ ทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เขามีเส้นสายเยอะพอสมควร ส่วนทางนั้นก็ได้แบล็กฟอร์ดหนุนหลัง มอบตำแหน่งสำคัญให้ ถือว่าวินวินกันทั้งคู่” ชายหนุ่มเล่าต่อถึงแม้ริชาร์ตจะป่วย ทว่าเส้นสายที่เหลือก็สานต่องานที่ให้ประโยชน์แก่แบล็กฟอร์ดได้ นั่นถือว่าไม่เสียเปล่า

        นรียาได้ยินนึกถอนหายใจ แม้ความสัมพันธ์ยังเป็นเรื่องของผลประโยชน์ นับว่าโชคดีที่เธอกับเขาแต่งงานเพราะความรัก ไม่อย่างนั้นคงเป็นความสัมพันธ์ที่อึดอัดน่าดู แต่อย่างน้อยราเชลก็ตกหลุมรักเฮกเตอร์จริงๆ หญิงสาวทอดสายตามองไปยังลูกทั้งสองคนที่สนุกสนานร่าเริงกับมาสคอตจนอดพูดไม่ได้

        “ถ้าคุณเฮกเตอร์ยังอยู่ ป่านนี้ราเชลคงมีความสุข อาจจะมีลูกด้วยกัน และมีครอบครัวที่สมบูรณ์”

        แฮร์ริสได้ยินก็หัวเราะ “คงไม่หรอกครับ เฮกเตอร์เกลียดเด็กจะตาย มันไม่ยอมมีหรอก”

        “ทำไมล่ะคะ เขายังไม่เคยมีลูกสักหน่อย... เด็กๆ น่ารักจะตาย”

        “เฮกเตอร์คิดว่าการมีลูกคือนรกเลยล่ะ หมอนี่เกลียดเด็ก เกลียดเสียงเด็ก และไม่เป็นมิตรกับเด็ก หากมันยังไม่ตาย ผมต้องบอกลูกเลยล่ะว่าอย่าเข้าใกล้... มันอาจจะกัดลูกเราก็ได้”

        นรียาได้หัวเราะบ้าง “คุณจะบ้าเหรอ เขาจะมากัดลูกเราทำไม”

        “คุณไม่รู้อะไร มันเป็นผู้ชายที่ไม่น่าคบด้วยอย่างยิ่ง เวลาที่เฮกเตอร์อ้าปาก ไม่เคยมีประโยคที่ดีหรอก เป็นประโยคที่จะทำให้คนฟังแทบร้องไห้... ดีแล้วที่คุณไม่เจอมัน” ชายหนุ่มบอกภรรยาเมื่อนึกถึงพี่ชายที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยยอมใคร ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ไม่ไว้หน้าใครแม้กระทั่งเด็ก สตรีและคนชรา

        “ถึงฉันอยากเจอ... ก็คงไม่มีโอกาสนั้นอยู่ดี... ในวันที่เกิดเรื่องราเชลก็อยู่ด้วยใช่ไหมคะ แต่ทำไมเธอ ถึง... เอ่อ...” หญิงสาวไม่รู้จะถามอย่างไรดีเพราะถ้าไปด้วยกันทำไมเฮกเตอร์ถึงเสียชีวิต ทว่าราเชลรอดมาได้

        “ตอนที่รถระเบิด เธอไม่ได้อยู่ในนั้นครับ เธอลงไปซื้อกาแฟให้เฮกเตอร์ ระหว่างกลับมาก็เกิดเรื่อง เธอจึงโดนลูกหลงและเป็นอย่างที่คุณเห็น” ชายหนุ่มเล่าให้ฟัง

        นรียารู้สึกสงสารขึ้นมาทันทีกำลังจะพูดต่อ ทว่าเสียงหวานใสของนาราก็ดังขึ้น “หม่ามี้ แด็ดดี้ขา ถ่ายรูปกับคุณกระต่ายให้ฮันนี่หน่อย”

        “ผมก็อยากถ่ายกับคุณเสือฮะ”

        “เดี๋ยวแด็ดดี้ถ่ายให้ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างรีบตามไปสมทบกับลูกทั้งสองโดยมีเอเลียสยื่นกล้องคุณภาพดี ราคาแพง เลนส์ระดับท็อปให้กับผู้เป็นนาย

        แฮร์ริสถ่ายรูปลูกสาวลูกชายกับมาสคอตก่อนจะคว้ามือนรียาให้เข้าเฟรมด้วยเพื่อถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นก็ให้คนสนิทมาทำหน้าที่แทน ภาพใบแรกพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกจึงถูกบันทึกเอาไว้ร่วมกับมาสคอตต่างๆ

        เมื่อเดินเข้ามาอีกหน่อยบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้จึงไม่ร้อนนัก นารากับนทีจับมือกันเดินชี้ดูสองข้างทางโดยมีบิดามารดาเดินตามมองด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่งมาถึงร้านขายของที่ระลึก ยังไม่ทันจะได้ดูสัตว์ เด็กน้อยก็ร้องขอ        “แด็ดดี้ ฮันนี่อยากได้หมวกนั้น ซื้อให้หน่อยได้ไหมคะ”

        “ผมก็อยากได้ฮะ ผมอยากได้หมวกคุณเสือ”

         ชายหนุ่มมองร้านค้าที่ขายหมวก ที่คาดผม เสื้อยืด “ได้สิครับ แด็ดดี้เหมาหมดร้านยังได้เลย”

        นรียากลอกตาไปมาปรามเบาๆ “แฮร์ริส”

        “เอ่อ... ลูกไม่อยากได้เยอะหรอกน่าคุณ... ไปกันดีกว่าครับ” ว่าแล้วก็รีบพาลูกเข้าไปที่ร้านเพื่อเลือกหมวกรูปสัตว์ต่างๆ โดยนาราเลือกกระต่ายสีชมพู นทีเลือกเสือ ทีนี้เหลือนรียากับแฮร์ริสที่ไม่ได้เลือก

        “หม่ามี้เอาอันนี้นะคะ” นาราหยิบหมวกฟลามิงโกให้มารดา

        “ไม่เป็นไรค่ะ หม่ามี้ใส่แล้วไม่น่ารักเหมือนหนูหรอกนะ” หญิงสาวยิ้ม

        “แต่ผมอยากให้หม่ามี้ใส่นี่ฮะ... แด็ดดี้ด้วย แด็ดดี้เป็นอันนี้” นทีว่าแล้วหยิบหมวกหมีขาวมาให้

        ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่แฮร์ริสจะยิ้มรับแล้วหยิบมาใส่ จากนั้นคว้าหมวกฟลามิงโกสีชมพูจากมือลูกสาวสวมให้กับภรรยา

        “คุณใส่แล้วน่ารักไม่แพ้ลูกเลย” เขากล่าวชมตรงไปตรงมา

        นรียาเขินอาย “อะไรของคุณเนี่ย”

        “หม่ามี้ฉวยๆ

        “หม่ามี้แก้มแดง ไม่ฉบายเหรอฮะ” นทีถามด้วยความเป็นห่วง

        แฮร์ริสอมยิ้มเมื่อเห็นนรียาไม่ตอบ “หม่ามี้แค่เขินครับ... เราไปข้างในกันดีกว่าเนอะ”

        เอเลียสรู้งานก็จ่ายเงินค่าของ ส่วนนรียาเมื่อถูกสามีจับได้ยิ่งอายกว่าเดิมได้แต่บ่นเบาๆ เดินตามเข้าไปด้านใน การมาเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตาครั้งแรกให้ความรู้สึกดีชะมัด อย่างน้อยๆ ลูกของเธอก็มีความสุข

        ทั้งสี่คนเดินดูแต่ละโซน มีการแสดงของสัตว์แสนรู้ รอบข้างเต็มไปด้วยพ่อแม่ที่พาลูกมาจึงมีเด็กๆ จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเดินมาถึงในส่วนการจัดแสดงเสือ นทีก็เขย่ามือของน้องสาวชี้ให้ดู

        “ฮันนี่ ดูคุณเสือสิ ตัวใหญ่มาก”

        นาราเห็นอย่างนั้นสะบัดมือออก โผเข้าหาบิดาชูสองแขน “ฮันนี่กลัว คุณเสือจะหม่ำฮันนี่ แด็ดดี้อุ้ม”

        แฮร์ริสไม่ได้ปฏิเสธรีบอุ้มปลอบโยนเบาๆ “คุณเสือไม่หม่ำฮันนี่หรอกครับ แด็ดดี้จะปกป้องหนูเอง”

        “พี่ด้วย พี่จะดูแลฮันนี่เอง” นทีหันมาบอกน้องสาว

        “อื้อ... พี่ฮิวโก้น่ารักที่สุดเลย” ผู้เป็นน้องสาวบอกแล้วส่งยิ้มหวานให้

        แด็ดดี้ล่ะคะ ไม่น่ารักเหรอ หืม”

        “น่ารักค่ะ น่ารักที่สุดในโลก”         นาราจุ๊บแก้มบิดาฟอดใหญ่

        นรียาส่ายหน้ากับความขี้อ้อนของลูกสาวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแฮร์ริสได้ดูแลลูกๆ บ้าง หลังจากจบโซนเสือทุกคนก็เดินตามแผนที่ที่มีไว้ มาถึงโซนหมีตัวใหญ่ ตามด้วยยีราฟ ช้าง นก จนกระทั่งเข้ามาในอุโมงค์น้ำเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลจำนวนมาก ปลาตัวใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่ด้านบน นารากับนทีวิ่งไปเกาะกระจกดูด้วยความตื่นเต้น

        “โห... ฮันนี่ ปลาตัวเบ้อเริ่มเลย” นทีชี้ให้น้องสาวดู

        นาราเอียงคอมองถามบิดาที่อยู่ข้างกัน “แด็ดดี้ ปลาเยอะเลย เราหม่ำได้ไหมคะ”

        คำถามไร้เดียงสาเรียกเสียงหัวเราะให้แก่แฮร์ริสกับนรียา เวลาอยู่กับลูก มักจะมีรอยยิ้มเสมอกับประโยคแปลกๆหรือคำพูดที่ไม่คาดคิดมาก่อน

        “หมูน้อยของหม่ามี้ หิวจนตาลาย อยากหม่ำปลาในตู้แล้วเหรอคะ”

        นารายิ้มเขินลูบพุงป่อง “ฮันนี่อยากหม่ำแล้วค่ะ... พี่ฮิวโก้ ไปหม่ำกับฮันนี่นะ”

        “แต่พี่อยากดูปลาต่อ” นทีบอกน้องสาว

        “แต่ฮันนี่อยากหม่ำแล้ว หม่ำปลากัน”

        เมื่อเห็นน้องสาวหิวพี่ชายมีแต่จะตามใจ “ตกลง”

        ทันทีที่เด็กๆ ตัดสินใจกันได้ทั้งสี่คนก็เดินออกมาด้านนอก ในส่วนของโซนร้านอาหารกลางแจ้ง มีที่นั่งอยู่จำนวนมากพอๆ กับร้านค้าที่ขายอาหารหลายอย่าง แฮร์ริสให้นรียานั่งรอส่วนตัวเองจูงมือลูกชายลูกสาวไปเลือกด้วยกัน ในตอนแรกเด็กทั้งคู่อยากจะกินปลาทอดแต่พอเห็นไก่ทอดสีเหลืองน่ากินนาราก็เปลี่ยนใจ สุดท้ายก็ได้ไก่ทอดและเฟรนช์ฟรายส์สำหรับมื้อกลางวัน

        นรียาป้อนเฟรนช์ฟรายส์ให้ลูกสาวและลูกชายก่อนที่ผู้ชายตัวโตซึ่งนั่งตรงข้ามกันจะอ้าปากบ้าง “ทำอะไร”

        “ป้อนลูกแล้วต้องป้อนพ่อด้วยสิครับ” ชายหนุ่มขยิบตาเจ้าเล่ห์

        “มือคุณก็มี ตัวก็โตกว่าลูก ยังอยากจะให้ป้อนอีกเหรอ” นรียาบ่น

        “หม่ามี้บอกว่า โตแล้วต้องหม่ำเองฮะ” นทีบอกกลับ

        “แต่แด็ดดี้อยากให้หม่ามี้ป้อนเหมือนกันนี่ครับ” เขาบอกเสียงอ่อย

        “ฮันนี่ป้อนให้ก็ได้ค่ะ แต่นิดเดียวนะ เดี๋ยวจะหมด แด็ดดี้ปากกว้าง”

        คำตอบนั้นทำให้นรียาหัวเราะเสียงดัง รวมถึงบอดี้การ์ดโดยรอบ ทว่าคนเป็นพ่อไม่ได้โกรธนอกจากอ้าปากรับด้วยความสุขแล้วจูบแก้มลูกสาว “ฮันนี่น่ารักที่สุด”

        “แต่ฮันนี่ให้แค่นี้นะคะ ที่เหลือของฮันนี่ แด็ดดี้ห้ามแย่ง”

        ความหวงของกินของลูกสาวทำให้แฮร์ริสยิ้มอย่างเอ็นดู การได้ใช้เวลากับครอบครัวคือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันและวันนี้ก็มีความสุขมากที่สุด หลังจากนั่งกินไปได้สักพัก นาราก็ร้องอยากเข้าห้องน้ำ ตอนแรกนักธุรกิจหนุ่มจะพาไป ทว่านรียาให้อยู่ที่นี่ เธอไปเองจะสะดวกกว่า เขาจึงนั่งรอกับลูกชายที่กำลังกินเฟรนช์ฟรายส์อยู่ ส่วนชายหนุ่มนั่งจิบกาแฟดำมองไปรอบๆ คนสนิทรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดปกติก็สบายใจ

        “แด็ดดี้! น้องฮะ น้องตัวเล็ก น่ารัก”

        คนเป็นพ่อนึกว่าลูกหมายถึงนาราแต่เมื่อมองตามนิ้วที่ชี้ไปก็เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กวัยกำลังหัดเดินถือลูกโป่งอยู่ไม่ไกล ทีแรกไม่ได้คิดอะไรแต่นาทีต่อมาเหมือนจะมีไอเดียวิ่งเข้าใส่ รีบหันไปหาลูกชาย

        “ฮิวโก้ชอบน้องเหรอครับ”

        “น้องน่ารักฮะ... ผมอยากเล่นหุ่นยนต์กับน้อง” สายตาของนทียังมองที่เด็กผู้ชายตัวเล็ก

        แฮร์ริสขยับเข้าไปใกล้ยิ้มกริ่ม “ลูกอยากมีน้อง แด็ดดี้ช่วยได้นะ น้องตัวเล็กๆ เอาไว้มาเล่นด้วยกัน”

        “จริงเหรอฮะ... งั้นเราไปเอาน้องเลยได้ไหม เอาน้องกลับบ้านด้วยฮะ” นทีชี้ที่เด็กคนนั้น เข้าใจว่าสามารถเอากลับบ้านได้ ทว่าบิดาส่ายหน้าหัวเราะ

        “ไม่ใช่ครับ นั่นไม่ใช่น้องของลูก แด็ดดี้หมายถึงน้องที่จะอยู่กับลูกตลอดไป”

        นทีเอียงศีรษะไม่เข้าใจ บิดาจึงขยายความ “หมายถึงว่าน้องแบบฮันนี่ ลูกจะได้เลี้ยงน้อง เล่นกับน้อง ตั้งแต่ตัวเล็กกว่าเด็กคนนั้นซะอีก ลูกจะได้สอนน้องพูด สอนน้องเดิน ดีไหมครับ”

        นทีคิดภาพตาม แม้จะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ทว่าแววตาเป็นประกายดูตื่นเต้น “เอาฮะ! คืนนี้เลยนะฮะแด็ดดี้”

        “น้องยังต้องใช้เวลากว่าจะมานะครับ... แต่ถ้าอยากให้มาเร็วๆ ฮิวโก้ต้องให้แด็ดดี้อยู่กับหม่ามี้บ่อยๆ อย่าโกรธ อย่าหวง ตกลงไหมครับ”

        “แต่ว่า... หม่ามี้เป็นของผมนี่ฮะ” เด็กน้อยตอบอย่างไร้เดียงสา

        “ใช่ครับ และจะเป็นตลอดไป... แต่ถ้าลูกอยากมีน้องตัวเล็กๆ เอาไว้เล่น น่ารักๆ เหมือนเด็กคนนั้น ลูกก็ต้องยอมนะ แล้วแด็ดดี้จะพาน้องมาให้” ชายหนุ่มหลอกล่อต่อ

        นทีมองเด็กผู้ชายตัวเล็กหัวเราะร่าเริงก็นึกสนุกอยากมีน้องมาเล่นเพิ่ม “ก็ได้ฮะ!”

        “เยี่ยมครับ งั้นเกี่ยวก้อยสัญญาลูกผู้ชายกัน เป็นความลับระหว่างเรา ตกลงไหม”

        “ตกลงฮะ”

        นักธุรกิจหนุ่มพึงพอใจพลางคิดว่านับจากนี้ลูกชายคงไม่หวงอีก แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงภรรยา

“สัญญาอะไรกันเหรอคะ”

        “เอ่อ... เปล่าจ้ะ เสร็จแล้วเหรอ พร้อมไปเที่ยวต่อกันหรือยัง”

        “พร้อมแล้วค่า”

“พร้อมฮะ”

        “งั้นลุยกันเลย!

ร่างสูงอารมณ์ดีพาลูกทั้งสองคนเดินจากไป ปล่อยให้นรียาขมวดคิ้วสงสัย เหมือนมีอะไรปิดบังแต่คิดว่าคงเป็นเรื่องอื่นจึงเลือกจะปล่อยไปแล้วรีบเดินตาม

การพาลูกเที่ยวครั้งแรกเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน โดยที่ทั้งหมดไม่รู้เลยว่ามีบางคนแอบถ่ายภาพไว้แล้วพร้อมกับแสยะยิ้มร้าย อีกไม่นานทุกคนจะได้รับรู้เรื่องนี้ แบล็กฟอร์ดต้องวิ่งวุ่นกับการปิดข่าวแน่นอน!

       

       

       

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 648 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:22
    งอนหนักกว่าเดิม
    #902
    0
  2. #901 little piglet (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:42

    หมูหนึ่งกิโล ไม่อยากจะนึกถึงปั้นหมูสับก้อนเท่าลูกชิ้น5555 ขอให้สำเร็จเอาใจช่วยแด๊ดดี้

    โธ่! น่าส่งสารฮันนี่เจ้าบู้บี้ผิดกลิ่นเลยTT_TT..


    #901
    0
  3. #900 ริยา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:16

    คนที่เข้ามาในห้อง คือ แฮ๊กเตอร์ นั่นแหละ จะเป็นใครได้อีก

    #900
    0
  4. #899 ริยา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:08

    ราเชลน่าจะเคยแท้งมาก่อน น่าจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้แท้งลูกไปด้วย ส่วนอลาโน่ก็จะแก้แค้นแบล๊คฟอร์ดเพื่อชดเชยให้ 1 ชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นลูกในท้องของราเชลที่แท้งไป สองคนนี้น่าจะเป็นชู้กัน เพราะอยู่ดีๆอลาโน่จะรู้ได้ยังไงว่าแฮร์ริสมีจุดอ่อนที่ลูกเมีย ถ้าไม่ใช่ราเชลโทรไปรายงาน ราเชลรู้ว่าแฮร์ริสรักเมียมาก ถึงได้พยายามกล่อมให้ไปตามด้วยตัวเอง ส่วนเบื้องหลังการแยกแฮร์ริสออกจากเมียเมื่อ 4 ปีก่อนก็น่าจะเป็นแฮ๊กเตอร์ คนที่บงการพ่อบ้านที่ภักดีกับแบล๊คฟอร์ดได้แถมยังช่วยปกปิดตัวบงการจะเหลือใครได้บ้าง แฮ๊กเตอร์ก็คือคนที่ปลอมลายนิ้วมือของแฮร์ริสในจดหมายบอกเลิก ซึ่งอาจจะถูกวางแผนไว้ก่อนที่แฮร์ริสจะเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้แฮร์ริสกลับมาทำงานเบื้องหน้า ส่วนแฮกเตอร์ก็คอยบงการพ่อบ้านและทำงานเบื้องหลัง พ่อบ้านกับแฮ๊กเตอร์รู้ว่าแฮร์ริสรักเมียมากก็ยิ่งกีดกัน เพราะไม่อยากให้แฮร์ริสมีจุดอ่อน พ่อบ้านบาดเจ็บสาหัสต้องตัดขาจะลุกมาวางแผนจัดการทุกเรื่องได้ยังไง บอสลับต้องเป็นแฮกเตอร์แน่นอน ซึ่งอาจจะซ่อนตัวในห้องลับในบ้านใหญ่นี่แหละ ราเชลถึงได้รู้สึกว่าถูกจ้องมองจากสามีที่ตายไปแล้ว

    #899
    1
    • #899-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      17 มกราคม 2562 / 00:37
      ถ้าเทียบ 100% นะคะ ถูกต้อง 40% ค่ะ แต่ประเด็นไหนนี่ ต้องรอเฉลยนะคะ คิคิ ปล.คุณริยาวิเคราะห์ยาวมาก ชอบค่ะ ^^ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ
      #899-1
  5. #898 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:03

    จะทำโจ๊กสำเร็จมั้ยนะ

    #898
    0
  6. #897 0895192805 (@0895192805) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:39

    1.หายงอน

    #897
    0
  7. #896 Irish66 (@Irish66) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:05

    หมู1กก.จะทำให้คนกินกี่คนเนี่ยะ เด๋วก็โดนอีกข้อหา..555

    #896
    1
    • #896-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      16 มกราคม 2562 / 23:17
      เลี้ยงคนทั้งบ้านได้เลย แต่กลัวลูกสาวไม่อิ่ม ทำเผื่อซะเยอะ 55555555555555+
      #896-1
  8. #895 happy_morning (@happy_morning) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:36

    2 ชัวร์ แกต้องสร้างเรื่องให้ลูกกินไม่ได้อีกแน่ แล้วก็ก็จะเป็นงอนคูณสอง

    #895
    0
  9. #894 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:02
    แฮริส แกจะบ้าหรอ หมู 1กก. จะให้เด็กตัวแค่นี้กิน ให้หมด ลูกนี่ไม่เท่าไหร่ ตัวแม่นี่ เตรียมใจได้
    #894
    0
  10. #893 AommeChananya (@AommeChananya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:38
    กด1111
    #893
    1
  11. #892 Poppylovely123 (@Poppylovely123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:11
    มีช้อยต่อไปไหมคะคงโดนลูกงอลเพิ่มส่วนเมียบ่นความทำอาหารแล้วเละ555555
    #892
    0
  12. #891 nisarmaneetang (@Nisarmaneetang) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:00
    พลาดแน่ๆ55+
    #891
    0
  13. #890 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:42
    งานนี้โกรธหนักกว้าเดิมมั๊ยเนี่ย
    หมู 1 กก. ทำโจ๊กหมดเยอะไปนะ 55555

    หายโกรธ หรือไม่หายดีหว่า ฮันนี่
    #890
    1
    • #890-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      16 มกราคม 2562 / 20:45
      แด็ดดี้คงกะทำเลี้ยงทั้งหมู่บ้านค่ะ เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ 55555555555+
      #890-1
  14. #889 Tanphat (@tan2492540) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:32
    ตอบข้อ 3. ค่ะ "ตายแน่" เมียวีน ลูกงอน ไม่อร่อย 55555555
    #889
    2
    • #889-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      16 มกราคม 2562 / 20:37
      5555555555555555+ แอบใบ้ว่า ได้ "ป้าราเชล" มาช่วยให้คลี่คลาย 55555+
      #889-1
  15. #887 เจ้าแมงมุม (@candy-devil) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:56
    คุณพ่อจะทำพลาดอีกครั้ง 555
    #887
    0
  16. #881 little piglet (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 14:03

    แฮร์ริสกับเฮกเตอร์เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยถูกกันหรือป่าว นิสัยก็ต่างกัน มีคำพูดที่ว่าเพราะมันเราถึงต้องกลับมาที่นี้ แฮร์ริสเองออกจากบ้านไปใช้ชีวิตนานหลายปี อลาโนเองก็อยากที่จะขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในวงการธุรกิจเหมือนกัน คนดูแลราเชล(มาธา)ก็น่าส่งสัย แต่ใครจะเข้ามาได้ถ้าไม่มีใครเปิดทาง..พ่อบ้านเปิดทางให้เหรอ??ราเชลติดต่อใคร?รอเฉลยๆ^_^

    ดูว่าแด๊ดดี๊จะลนลานทำอะไรไม่ถูกเวลาฮันนี่ร้องให้บ้านแตกและจะง้องอนกันยังไงแล้วจะพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่โดนเมียดุแน่ๆ5555

    #881
    1
    • #881-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      16 มกราคม 2562 / 17:47
      ใช่ค่ะ แฮร์ริสกับเฮกเตอร์ไม่ถูกกัน เพราะแฮร์ริสไม่อยากทำธุรกิจ ไม่อยากอยู่ตรงนี้ เฮกเตอร์เลยมองว่าน้องยึดความรักเป็นใหญ่ ไม่ถูกต้อง ก็เลยตัดขาดกัน 5555+
      #881-1
  17. #879 Toon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:30

    มันก็เข้ามาง่ายเกินไปค่ะ

    #879
    1
    • #879-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      16 มกราคม 2562 / 01:39
      ต้องรออ่านก่อนนะคะ ว่าใคร “เข้ามา” แล้วจะรู้เลยว่า ง่ายเพราะอะไร?
      #879-1
  18. #878 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:33
    ชอบ ๆๆๆ คู่แฝด และ พ่อแม่แกด้วยค่ะ
    #878
    1
    • #878-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      15 มกราคม 2562 / 23:59
      ดีใจที่ชอบนะค้าา > <
      #878-1
  19. #877 บุ้งกี (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:42

    ขอเป็นMEBนะคะ

    #877
    1
    • #877-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      15 มกราคม 2562 / 23:59
      ได้ค่า ลง MEB อยู่แล้ว ^^
      #877-1
  20. #876 kung00424944 (@kung00424944) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:55
    ไรท์ เราสะดวก e-book อ่ะ
    #876
    1
    • #876-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 32)
      15 มกราคม 2562 / 21:06
      E-book ได้ค่ะ ^^ ประมาณสิ้นเดือนกุมภานะคะ
      #876-1
  21. #875 prettykoi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:36

    เฮกเตอร์ดูน่าสนใจเหมือนกัน ตรงอุปนิสัยเค้า

    #875
    0
  22. #874 prettykoi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:35

    แต่งเรื่องของเฮกเตอร์ด้วยเถอะค่ะ เค้าไม่ต้องตายนะคะไรท์เตอร์

    #874
    0
  23. #871 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:14
    บ้านแตกจร้า 5555 น่าสงสารแด๊ดดี้นะ
    #871
    0
  24. #870 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:14
    จะรอ ค่ะ
    #870
    0
  25. #869 nicha_guide_th (@nicha_guide_th) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:27
    อันนี้คือโปรยๆหรอคะ5555
    #869
    0