หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 757,895 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,575 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,336

    Overall
    757,895

ตอนที่ 28 : บทที่8 [การตัดสินใจ] 120% [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 694 ครั้ง
    2 มี.ค. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.

อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ


บทที่ 8

[การตัดสินใจ]

 

        ภายในห้องรับแขกตกแต่งด้วยโทนสีขาวประดับด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมตามมุมต่างๆ สมแล้วที่เป็นบ้านของผู้หญิงที่ชื่นชอบดอกไม้ นรียามองรอบรอบๆ ด้วยความสนใจ ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตมาก เธอกลับชอบ ดูร่มรื่นและแอบเห็นว่าด้านหลังมีสวนเรือนกระจก เมื่อหันกลับมามองเจ้าของบ้านที่ยังจ้องอยู่ก็ประหม่าไม่น้อย รู้สึกสงสารราเชลจับใจที่เห็นเธอเดินไม่ได้เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น เธอต้องสูญเสียสามีและเหลือตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้ หญิงสาวสังเกตเห็นกรอบรูปมากมายเป็นภาพวันแต่งงาน ภาพของเฮกเตอร์และราเชล ท่าทางจะรักกันมากจริงๆ

        ทางด้านราเชลยังไม่ละสายตาจากนรียา ในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ท่าทางนุ่มนิ่ม ว่าง่ายทำให้เธอชอบใจ คิดว่าผู้หญิงแบบนี้เหมาะกับตระกูลแบล็กฟอร์ดแล้ว จากนั้นก็รับรู้ได้ถึงสายตาของเด็กชายหญิงที่นั่งข้างบิดามารดา ไม่แม้แต่จะพูดอะไรออกมาคาดว่ายังตื่นคนแปลกหน้าก็อดจะส่งยิ้มอ่อนโยนไม่ได้ เมื่อมาธาเสิร์ฟชากับขนมหวานเสร็จ หญิงสาวก็ไม่รอช้าชวนพูดคุย

        “ฉันดีใจมากเลยนะคะที่พวกคุณตอบตกลงจะมากินอาหารเย็นร่วมกัน การได้เจอทุกคน มันทำให้ฉันมีความสุข เอ่อ... ฉันลืมแนะนำตัวไปเลย ฉันราเชลนะคะ เป็นพี่สะใภ้ของแฮร์ริส คุณ เอ่อ...” หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อย

        “สวัสดีค่ะ ฉันนรียา คุณเรียกว่านัทเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ส่วนเด็กๆ ชื่อฮิวโก้กับฮันนี่”

        ราเชลยิ้มกว้าง “สวัสดีจ้ะ”

        นรียาเห็นว่าลูกยังมีอาการเขินอาย นาราซบอกบิดา ส่วนนทีก็นั่งเบียดติดกับเธอ “สวัสดีคุณป้าก่อนสิจ๊ะ”

        “สวัสดีค่ะ” นาราทำตามอย่างว่าง่าย นทีแม้จะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาทว่ายังยกมือไหว้ตามมารยาทที่มารดามักจะสอน ซึ่งก็ทำให้นรียากับแฮร์ริสยิ้มด้วยความพึงพอใจ รวมถึงราเชลด้วย

        “เด็กๆ น่ารักจังเลยนะคะ เป็นฝาแฝดใช่ไหม”

        “ใช่ค่ะ” นรียาอธิบาย

        “ทั้งคู่หน้าเหมือนคุณนะคะแฮร์ริส”

        เมื่อถูกชมแบบนี้คนเป็นบิดาก็ยิ้มกว้างจูบขมับลูกสาว “ลูกผมนี่ครับ”

        ทั้งหมดหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตของนาราจ้องมองไปยังเค้กช็อกโกแลตที่วางอยู่ ราเชลสังเกตเห็นก็อมยิ้มเลื่อนจานเค้กให้

        “ลองชิมสิจ๊ะฮันนี่ ป้าทำเองเลยนะ รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ร้านดัง” เธอเอ่ยบอกเป็นภาษาอังกฤษ ไม่แน่ใจว่าจะพูดยาวไปเด็กๆจะเข้าใจหรือไม่ รู้ว่าเกิดและเติบโตที่ประเทศไทย

        นาราเงยหน้ามองบิดาก่อนจะบอกเบาๆ “แด็ดดี้ขา...”

        ผู้เป็นพ่อรู้ใจลูกสาวจึงตักเค้กขึ้นมาหนึ่งคำแล้วป้อนให้ นาราอ้าปากรับอย่างว่าง่ายก่อนจะส่งยิ้มกว้าง ซึ่งเขารีบถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

        “อร่อยไหมคะ”

        “อร่อยค่ะ ฮันนี่ชอบ”

        คำศัพท์ง่ายๆที่แฮร์ริสถามลูกเป็นภาษาอังกฤษและเด็กน้อยตอบด้วยภาษาเดียวกันทำให้ราเชลเข้าใจได้ว่า เด็กแฝดน่าจะรู้ภาษาอังกฤษอยู่บ้างก็ยิ้มกว้าง ยิ่งได้ยินคำตอบก็โล่งใจ

        “ฮันนี่ชอบป้าก็ดีใจจ้ะ... ฮิวโก้ชิมคุกกี้หน่อยไหมจ๊ะ”

        เด็กชายยังนิ่งเฉย นรียาจึงหยิบคุกกี้ป้อนให้ ซึ่งนทีก็อ้าปากรับก่อนจะปีนขึ้นนั่งตักมารดาทำเอาหญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วอธิบายให้กับราเชลได้ฟัง

        “ฮิวโก้ค่อนข้างขี้อายค่ะ ต่างกับฮันนี่ที่จะกล้าแสดงออกมากกว่า”

        “ฉันเข้าใจค่ะ เด็กๆน่ารักมาก พวกแกคงทำให้คุณไม่รู้สึกเหงาเลย” แววตาของราเชลหม่นแสงลง ทำให้นรียาสบตากับแฮร์ริสเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปจับมือบาง

        “ตอนนี้เด็กทั้งสองคนถือว่าเป็นหลานของคุณแล้วนะคะ พวกแกจะไม่ทำให้คุณเหงาแน่นอน

        ราเชลยิ้มแต่ครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้า “แต่... เราไม่ได้อยู่ด้วยกันนี่คะ ฉันต้องอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้เพียงลำพัง เงียบเหงาและอ้างว้าง”

        “แต่คุณไปเยี่ยมเราได้เสมอเท่าที่คุณต้องการ เพนต์เฮาส์ของผมต้อนรับอยู่แล้ว”

        หญิงสาวมองทั้งสี่คนก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเย็นแล้วจึงชวนทั้งหมดไปกินอาหารเย็น

นรียาอาศัยจังหวะที่ราเชลออกจากห้องกระซิบพูดคุยกับสามี “เธอคงอยากให้เราอยู่ที่นี่”

        “ลืมเรื่องนี้ไปได้เลยนัท ผมจะไม่ยอมให้คุณอยู่บ้านเดียวกับคาร์เตอร์” นักธุรกิจหนุ่มบอกเสียงเข้มก่อนจะอุ้มลูกสาวจับมือภรรยาที่อุ้มลูกชายพาเดินออกไป นรียาได้แต่ถอนหายใจ คิดว่าเขาจะเกลียดคาร์เตอร์ไม่ผิด แต่ไม่ควรทำลายความสุขอันน้อยนิดของผู้หญิงคนนี้นี่นา

        มื้อเย็นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อราเชลทึ่งกับความกินจุของนาราที่ฟาดสเต๊กปลาเนื้อดีไปเกือบสองชิ้นตามด้วยมันบดอีกหนึ่งถ้วย ส่วนนทีไม่ยอมแพ้กินหมดจานเช่นกัน ทั้งหมดไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกันมากนักส่วนใหญ่เป็นราเชลที่จะถามเรื่องราวของนรียาตอนอยู่เมืองไทย พออิ่มท้องเจ้าของบ้านก็ได้ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อนารายอมให้กอด ส่วนนทีเพียงแค่จับมือแต่นั่นก็มากพอ เพราะมีเรื่องอยากจะคุยกับแฮร์ริสตามลำพัง จึงให้มาธานำนรียาและเด็กๆ ไปนั่งเล่นที่สวนเรือนกระจกสถานที่โปรดซึ่งร่มรื่นและมีดอกไม้สวยงาม หญิงสาวพอเข้าใจสถานการณ์ไม่ได้ขัดอะไรก่อนจะพาลูกๆ เดินตาม

        เมื่อได้อยู่ตามลำพังแฮร์ริสก็เอ่ยถามขึ้นอย่างรู้ทัน “มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ”

        “ฉันดีใจด้วยจริงๆ ค่ะที่คุณได้เจอทั้งสามคน ทุกคนมีค่ากับคุณมาก ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคาร์เตอร์จะอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด” หญิงสาวอดพูดไม่ได้จะดีแค่ไหนถ้าผู้ชายคนนี้จะได้เจอภรรยาและลูกไม่ปล่อยเวลาผ่านมาสี่ปี

        “คุณรู้ได้ยังไงครับ” เขาเลิกคิ้วถาม

        ราเชลส่งยิ้มบางๆ “ถึงฉันจะเป็นแม่บ้านธรรมดาที่แทบจะไร้ตัวตน แต่เรื่องภายในบ้านก็ได้ยินมาบ้างค่ะ จากบอดี้การ์ดที่คุณไล่พวกเขาออกยังไงล่ะคะ”

        ชายหนุ่มยักไหล่ “พวกนั้นสมควรโดนแล้ว”

        “ฉันรู้ว่าคุณโกรธคาร์เตอร์มาก จนอยากจะฆ่าเขาให้ตาย... แต่การให้นัทและเด็กๆ ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ จะไม่เป็นผลดีมากกว่าเหรอคะ” ราเชลเริ่มเข้าประเด็น

        “ผมไม่เห็นด้วย ผมไม่อยากให้เมียและลูกเข้าใกล้คนอย่างมัน มันอาจจะทำเหมือนสี่ปีก่อน”

        “แฮร์ริสคะ ตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกัน ฉันเชื่อว่าคาร์เตอร์ไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้วล่ะ อีกอย่างเด็กคือทายาทแบล็กฟอร์ด ตระกูลที่คาร์เตอร์เทิดทูนยิ่งกว่าอะไร” หญิงสาวพยายามหว่านล้อม

        “ผมยังไม่ไว้ใจอยู่ดี”

        “คุณควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยของภรรยาและลูกเป็นหลักนะคะ ตอนนี้สื่ออาจจะยังไม่รู้ แต่คงปิดได้อีกไม่นาน ทุกคนก็ต้องรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งสามคน การอยู่ข้างนอกอาจจะเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย แต่ถ้าคุณพามาอยู่ที่นี่ การรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีคนคอยเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ที่บ้านแต่ถัดจากนี้ไปอีกห้าร้อยเมตร ไม่มีใครรอดหูรอดตาได้ อีกอย่างที่บ้านหลังนี้สภาพแวดล้อมก็เหมาะกับเด็ก ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องที่เพนต์เฮาส์ โรงเรียนชื่อดังก็อยู่ไม่ไกล ถ้าเด็กๆ เข้าเรียนที่นั่น ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จริงไหมคะ” ราเชลพยายามโน้มน้าว

        แฮร์ริสยอมรับว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นถูกต้องทั้งหมด แต่พอคิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญตลอดสี่ปีเต็ม มันคือฝันร้ายก็ทำให้เขาส่ายหน้า “ผมยังไม่ไว้ใจคาร์เตอร์”

        “ที่นี่เป็นบ้านของเรานะคะ มีคนจับตาดูหลายคน รวมถึงฉันด้วย ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นอีก”

        “แต่ผมไม่อยากรบกวน คุณป่วยและ...”

        “อย่าดูถูกผู้หญิงที่เดินไม่ได้อย่างฉันสิคะ... ฉันทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิดนะ” ราเชลขยิบตายกถ้วยชาขึ้นจิบ

        หากเทียบความปลอดภัยที่เพนต์เฮาส์กับคฤหาสน์ แน่นอนว่าที่นี่ย่อมดีที่สุด การรักษาความปลอดภัยไม่ใช่มีแค่ในบ้านหรือรอบนอก แต่รวมถึงเส้นทางการมาที่นี่ มันเป็นอย่างนี้มานานและโรงเรียนชื่อดังสำหรับเด็กก็บังเอิญตั้งอยู่ไม่ไกล ซึ่งเขาเองก็วางแผนอยากให้ลูกเรียนที่นั่น

        “ที่ฉันอยากให้นัทกับลูกมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะคิดถึงแค่ตัวเอง อยากมีเพื่อนอยู่ด้วย แต่เพราะทั้งสามคนเป็นครอบครัวของฉันแล้ว และ... ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก คุณเข้าใจใช่ไหมคะ” ท้ายประโยคหญิงสาวพูดเสียงเศร้า

        “ผมเข้าใจครับ ผมจะลองคิดดู”

        ราเชลยิ้ม “ฉันจะรอข่าวดีนะคะ”

        “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน”

        ราเชลพยักหน้ารับ ไม่ได้ห้ามอะไร ด้วยรู้ว่าชายหนุ่มคงอยากไปหาภรรยาและลูก เมื่ออยู่เพียงลำพังภายในห้องรับแขก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากนั้นพิมพ์ข้อความลงไปหาใครบางคน

        “ฉันคุยกับแฮร์ริสแล้ว หวังว่าเขาจะยอมย้ายมาอยู่ที่นี่ตามที่เราต้องการ ฉันจะติดต่อไปอีกครั้งถ้าเขาตกลง คิดถึงคุณนะคะ”

       ราเชลมองโทรศัพท์มือถือ นึกถึงคนที่ส่งข้อความหาก่อนจะอมยิ้มแล้วเข็นรถออกไปด้านนอกเพื่อสมทบกับทุกคน นานๆ ทีบ้านจะมีสีสันอีกครั้ง

 

        ทางด้านมาธานำนรียามายังสวนเรือนกระจก เมื่อประตูเปิดออกราวกับหลุดเข้ามาในโลกของเทพนิยาย ความงดงามของต้นไม้ ดอกไม้ การจัดตกแต่งทำให้รู้สึกสดชื่น ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังเห็นมุมจัดดอกไม้ มีแจกันเปล่ากับถังใส่ดอกไม้หลากสีสัน นทีกับนาราตื่นเต้นกันมาก ไม่แปลกใจว่าทำไมเด็กๆ ถึงชอบ เธอเองยังชื่นชอบสถานที่แห่งนี้ มันกว้างมาก บางมุมก็เต็มไปด้วยความลึกลับและซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก เวลานั้นเด็กๆ ต่างไม่สนใจเธอ ออกวิ่งกันอย่างสนุกสนาน มองกระถางต้นนั้นต้นนี้อย่างตื่นเต้น ผู้เป็นแม่จำต้องร้องเตือน

        “ห้ามเด็ดดอกไม้นะคะเด็กๆ และระวังอย่าให้บาดเจ็บล่ะ”

        “ค่า/ฮะ

        เสียงเด็กทั้งสองตอบรับก่อนจะวิ่งเล่นกันสนุกสนานโดยมีบอดี้การ์ดของแฮร์ริสเดินเข้าไปดู คอยระแวดระวังความปลอดภัย นรียาเห็นลูกๆ สนุกก็อดจะยิ้มไม่ได้ มาธานำไปยังมุมรับแขกเป็นชุดโซฟาตัวยาวพร้อมกับเอ่ยเล่า

        “คุณหนูราเชลมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ค่ะ การจัดดอกไม้ ทำสวน เป็นงานอดิเรกใหม่หลังจากเกิดอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน” มาธาเล่าพร้อมแสดงสีหน้าเจ็บปวด เป็นเพราะเธอเลี้ยงดูราเชลมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาด้วยกันจนกระทั่งแต่งงานก็ตามมารับใช้ที่คฤหาสน์แบล็กฟอร์ด

        “ดิฉันดีใจนะคะที่วันนี้คุณพาเด็กๆ มากินอาหารเย็นที่นี่ ดิฉันไม่ได้เห็นคุณหนูยิ้มอย่างมีความสุขนานแล้ว”

        นรียาได้ยินอดจะรู้สึกสงสารไม่ได้ “แล้ว... เอ่อ... ครอบครัวคุณราเชลล่ะคะ”

        “คุณพ่อของเธอ... มิสเตอร์ริชาร์ตป่วยเป็นมะเร็งค่ะ รักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนคุณลอเรนซ์ เสียชีวิตตั้งแต่คุณหนูอายุสิบห้า” มาธาบอกเล่าครอบครัวของผู้เป็นนายให้แก่แขกผู้มาเยือนได้ฟัง

        นรียาพอจะเข้าใจถึงความโดดเดี่ยวที่หญิงสาวต้องสูญเสียสามี ก่อนจะหันไปมองลูกทั้งสอง “โชคดีที่เธอยังมีคุณคอยดูแลและอยู่เคียงข้างเสมอ”

        “ฉันดูแลได้แค่ร่างกายค่ะ แต่สภาพจิตใจ... เกรงว่าจะเกินความสามารถของดิฉัน ได้แต่หวังว่าการที่คุณกับเด็กๆ ก้าวเข้ามาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” มาธาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

        หญิงสาวรู้สึกหนักใจไม่น้อย พอจะเข้าใจที่แม่บ้านรายนี้ต้องการจะสื่อ เธอยังไม่ได้ตอบอะไรออกไป ทางมาธาจึงขอตัวไปยกชากับขนมมาให้ หญิงสาวนั่งมองนทีกับนาราวิ่งไล่จับกันสนุกสนาน จนกระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากทางประตู จึงหันไปมองก็พบคาร์เตอร์กับเอเลียสกำลังปะทะคารมกันอยู่นั่นเอง สภาพของพ่อบ้านเก่าแก่ทำให้เธอนึกตกใจ ใบหน้ายังบวมปูด โดยเฉพาะดวงตาข้างขวาที่แทบลืมไม่ขึ้น หญิงสาวเห็นบอดี้การ์ดคนสนิทของสามี ผลักอกอีกฝ่ายก็ตกใจรีบลุกขึ้นเดินไปหาและทันได้ยินบทสนทนา

        “ฉันแค่อยากคุยกับมาดาม” คาร์เตอร์บอกเสียงเรียบ ไม่สนใจกับท่าทีแข็งกร้าวของเอเลียส

        “เจ้านายไม่อนุญาตให้คุณเข้าใกล้มาดามหรือคุณหนูเป็นอันขาด ไปจากที่นี่ซะ”

        “ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาเข้ามาเถอะ”

เสียงของหญิงสาวดังแทรก ทำให้ผู้ชายต่างวัยสองคนหันมามอง เอเลียสรีบท้วง “แต่มาดามครับ เจ้านาย...”

        “ฉันรู้... เชิญทางนี้ค่ะ คาร์เตอร์” หญิงสาวผายมือ เดินกลับไปยังชุดรับแขก

        บอดี้การ์ดหนุ่มไม่เพียงเปิดทางตามคำสั่งแต่ไม่ยอมปล่อยให้ทั้งคู่คลาดสายตาด้วยการเดินตามมา ทันทีที่คาร์เตอร์นั่งลง เขาขยับไปยืนด้านหลังของนรียา เป็นการบอกกลายๆ ว่าจะไม่ยอมไปไหนและจะอยู่ฟังบทสนทนานี้ด้วย ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ห้ามปราม รู้ดีว่าคงเป็นคำสั่งของแฮร์ริส ส่วนคาร์เตอร์ก็เหนื่อยที่จะต่อกร

        “แผลเป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวถามตามมารยาท

        คาร์เตอร์สบตานรียา นึกไม่ถึงว่าจะยังได้รับการต้อนรับ “เล็กน้อยครับ ผมนึกว่าคุณจะโกรธและไม่ยอมให้เจอ”

        “การที่ฉันยอมพูดกับคุณ ไม่ได้แปลว่าไม่โกรธค่ะ ฉันโกรธคุณมาก ขณะเดียวกัน ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ทุกความเจ็บปวดของฉันกับแฮร์ริส... และลูก...”

        แม้จะไม่ใช่การพูดด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ทว่าประโยคนี้กลับกระแทกใจพ่อบ้านเก่าแก่ให้ยิ่งรู้สึกผิดกันไปใหญ่ ทว่าเขาเองก็ไม่มีทางเลือกต้องจำนนยอมรับว่าตัวเองเป็นคนทำ ทั้งที่รู้ดีว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไรและใครปรารถนาอยากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้น      

        “ผมมาวันนี้เพื่อที่จะขอโทษ กับสิ่งที่ได้ทำลงไป ผมยังยืนยันเหมือนเดิม หากผมรู้ว่าคุณกำลังอุ้มท้องทายาทแบล็กฟอร์ดอยู่ล่ะก็ ผมจะไม่มีทางทำแบบนั้น และขอโทษที่มองคุณผิดไป ผมไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของคุณกับแฮร์ริสจะลึกซึ้งขนาดนี้” คาร์เตอร์พูดในสิ่งที่คิดมาตลอดและวันนี้ก็มีโอกาสได้พูดกับนรียา อันที่จริงมีผู้หญิงมากมายต้องการเข้าหาแบล็กฟอร์ด ไม่ได้เข้ามาเพราะความรู้สึกใดๆ ต้องการเพียงผลประโยชน์ แม้กระทั่งครอบครัวของราเชล

        นรียาถอนหายใจ “ถือว่าฉันรับคำขอโทษของคุณ”

        “ขอบคุณ... แต่ที่ผมมาวันนี้ไม่ใช่แค่อยากจะขอโทษอย่างเดียว แต่อยากจะเตือนคุณ... การจะเป็นมาดามแบล็กฟอร์ดไม่ใช่เรื่องง่าย คุณคงเห็นราเชลเป็นตัวอย่างแล้ว และ...”

        “คาร์เตอร์! คุณไม่ควรพูดแบบนี้ เอเลียสปรามเสียงเข้ม

        “ให้เขาพูดเถอะค่ะ” หญิงสาวสบตาแน่วแน่ ไม่ได้มีอาการหวั่นไหวแต่อย่างใด

        เมื่อได้รับอนุญาตพ่อบ้านรายนี้ก็มองใบหน้าที่เรียบเฉยของนรียา ยอมรับว่าแปลกใจอยู่บ้าง คิดว่าเธออาจจะหวาดกลัวหรือไม่อยากฟัง ทว่าหญิงสาวกลับนิ่ง

        “เราเต็มไปด้วยศัตรู คุณอาจจะต้องเผชิญความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง”

        คำพูดเป็นปริศนาทำให้หญิงสาวคิดหนัก คาร์เตอร์ต้องการบอกใบ้บางอย่างหรือเปล่า หรือสิ่งที่พูดหมายถึงตัวเองกันแน่ เธอหันไปมองลูกชายลูกสาว ภาพแห่งความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อให้เกิดความกลัวในจิตใจ เวลานั้นนทีวิ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับร้องเรียก แต่ยังไม่ทันมาถึงตรงนี้ เท้าเล็กๆ สะดุดเข้ากับก้อนหินเสียก่อน เสียหลักจะล้มลง ทว่าคาร์เตอร์ไวกว่าและอยู่ใกล้ที่สุด รีบลุกขึ้นคว้าเด็กน้อยได้ทันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

        “ระวังล้มครับคุณหนู”

        นทีตกใจนิดหน่อยมองชายวัยกลางคนตรงหน้าก่อนจะตอบเบาๆ “ขอบคุณฮะ”

        เด็กน้อยบิดตัวหลุดจากอ้อมแขน วิ่งไปหามารดา นาราวิ่งตามมาสมทบ ในมือเล็กมีดอกหญ้าติดมาด้วยก่อนจะหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของคาร์เตอร์ พร้อมกับส่งยิ้มหวานและยื่นดอกหญ้านั้นมาข้างหน้า

        “ให้คุณตาค่ะ”

        เด็กน้อยพูดเป็นภาษาอังกฤษไม่ค่อยชัดนักทำให้พ่อบ้านรายนี้ต้องหันไปหานรียาอย่างขอความช่วยเหลือและหญิงสาวก็เต็มใจที่จะแปลให้

         “เธอบอกว่าให้คุณค่ะ”

        เมื่อรู้ว่าหมายความอย่างไรคาร์เตอร์หันกลับมามองเด็กผู้หญิงตรงหน้า ฉับพลันหัวใจที่แข็งกระด้างก็อุ่นซ่าน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีรอยยิ้มเอื้อมมือไปรับ

        “ขอบคุณครับคุณหนู” ทันทีที่รับมา คาร์เตอร์อยากจะแตะแก้มยุ้ยนั้นสักครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้ทำ เสียงเข้มก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

        “อย่าคิดจะแตะต้องลูกของฉัน!”

        “แด็ดดี้” นารายิ้มกว้างวิ่งไปหาบิดา ซึ่งแฮร์ริสย่อตัวลงช้อนอุ้มไว้ในอ้อมแขน เดินเข้ามาสมทบ พร้อมกับปรายตามองคนสนิทพูดเสียงเข้ม

        “ฉันสั่งแกแล้วใช่ไหมเอเลียส”

“ขอโทษครับเจ้านาย” บอดี้การ์ดคนสนิทบอกอย่างรู้สึกผิด

“อย่าโทษเอเลียสเลยค่ะ ฉันอยากจะคุยกับคาร์เตอร์เอง”

พ่อบ้านเก่าแก่รู้ว่าไม่ควรอยู่ที่นี่จึงรีบพูด “ผมขอตัวก่อน”

แฮร์ริสมองด้วยสายตาขุ่นเคือง การเห็นหน้าอีกฝ่ายทำให้เขาอยากจะซัดอีกสักหมัดสองหมัด ก่อนจะหันมามองภรรยาที่กำลังโอบกอดลูกชายอยู่อย่างไม่เข้าใจ

“ทำไมคุณต้องอยากคุยกับมัน ผม...”

        “แฮร์ริส ฉันจะไม่พูดซ้ำแล้วนะคะ... เขาแค่อยากขอโทษและฉันก็รับคำขอโทษ เท่านั้นเอง”

“ให้ตายเถอะ ผมไม่อยากให้มันเข้าใกล้คุณเลย”

“หลังจากได้รู้เรื่องทั้งหมด ฉันรู้ว่าสิ่งที่คาร์เตอร์ทำมันผิด แต่เพราะเขาทำเพื่อคุณ เพื่อตระกูลของคุณ” นรียาเป็นกลางมากพอ ถึงจะเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ทุกการกระทำย่อมมีเหตุผล

“นัท แต่ว่าผม...”

“เราค่อยคุยกันวันหลังเถอะค่ะ” ร่างบางไม่อยากให้ลูกรับรู้ แม้การสนทนานี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจยากสำหรับเด็ก

ร่างสูงเห็นด้วย ก่อนจะเอ่ยถามลูกสาว “เรากลับบ้านดีไหมคะ”

“ฮันนี่อยากเล่นต่อ แด็ดดี้ขา ดอกไม้เยอะเลย ฉวยๆ ฮันนี่ชอบ” เด็กน้อยชี้ชวนให้ดู

“ผมด้วยฮะ มีน้ำตกฉูงๆ ด้วย”

เมื่อได้ยินอย่างนี้ชายหนุ่มสบตากับหญิงสาว เห็นเธอพยักหน้ารับน้อยๆ จึงยอมปล่อยให้สองแฝดวิ่งเล่นต่อ เวลานั้นราเชลตามเข้ามา ขยับเข้าไปหานรียา ทอดมองด้วยสายตาอ่อนโยน แฮร์ริสตั้งท่าจะพูดบางอย่าง ทว่าเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะเสียก่อนจึงเดินออกไปรับ เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ที่นี่สวยมากเลยนะคะ เด็กๆ ชอบกันมาก” นรียาชวนพูดคุย

“เป็นสถานที่โปรดของฉันเลยค่ะ ทำให้ฉันคลายเหงาได้บ้าง บางทีชีวิตคนเราก็ตลกนะคะ ฉันไม่เหลืออะไรเลย... แต่ทำไมพระเจ้ายังอยากให้ฉันมีชีวิตอยู่” ราเชลพูดเสียงเศร้า

หญิงสาวรีบกุมมือบางเอาไว้ “อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”

        “การต้องจากคนที่รัก มันเจ็บปวดมากนะคะ”

        “ฉันเข้าใจค่ะ คุณคงรักเฮกเตอร์มากใช่ไหม” หญิงสาวถามกลับ

        แววตาของราเชลหม่นแสงลง “ถึงเราจะแต่งงานกันเพราะธุรกิจ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ ถึงใครจะบอกว่าเฮกเตอร์ไร้หัวใจ ฉันก็ไม่สน รู้ไหมคะ ช่วงแรกที่เขาจากไป อาการของฉันย่ำแย่มาก ไม่ใช่แค่ทางร่างกายแต่หมายถึงจิตใจ ฉันมักคิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเป็นบ้า จนต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์และท้ายที่สุด ฉันก็รู้ว่าคิดไปเอง ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่าสามีเสียชีวิตแล้ว มันเป็นเรื่องยากจริงๆ

        หญิงสาวพูดด้วยความเศร้า บางครั้งความสูญเสียมักทำให้คนเราหลอนขึ้นมาเอง ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าสภาพจิตใจของเธอได้รับการกระทบกระเทือนคงเป็นเพราะรักผู้ชายคนนี้มากจึงยากที่จะลืม

        “เขาอยู่กับคุณเสมอค่ะ... อยู่ในหัวใจของคุณ”

        “ฉันหวังว่าเขาจะมีความสุขอยู่ที่ไหนสักที่ หลังจากเสียเขาไป ชีวิตฉันเหมือนตายทั้งเป็น ไม่รู้ว่าจะมีความสุขได้อีกไหม จนกระทั่งได้พบคุณกับเด็กๆ รอยยิ้มอันบริสุทธิ์และเสียงหัวเราะอันไร้เดียงสา ปลุกชีวิตที่ไร้ค่ากลับมามีความหมายอีกครั้ง พวกแกน่ารักมากนะคะ ไม่แปลกที่ฉันจะตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตและเห็นพวกแกเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน” ราเชลพูดเสร็จ ลอบมองนรียาก็เห็นความหนักใจบนสีหน้าจึงรีบพูดต่อ

        “ฉันคุยกับแฮร์ริสแล้ว อยากให้พวกคุณย้ายมาอยู่ที่นี่ อย่างน้อยสภาพแวดล้อมที่คฤหาสน์ย่อมดีกว่าเพนต์เฮาส์ อีกไม่นานเด็กๆ ก็ต้องเข้าโรงเรียน และไม่ไกลจากบ้านของเรา มีโรงเรียนชื่อดังอยู่ ถ้าฮันนี่กับฮิวโก้เรียนที่นั่นก็ไม่ต้องห่วง ที่สำคัญคฤหาสน์หลังนี้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่แฮร์ริสไม่เห็นด้วยเพราะเขายังกังวลเรื่องคาร์เตอร์” ราเชลอยากให้นรียาเห็นใจและมองเห็นความสำคัญของลูกเป็นที่ตั้ง

        “ฉันพอจะเข้าใจค่ะ” นรียารู้ดีเลยล่ะข้อนี้

        “สำหรับคนเป็นแม่ ความปลอดภัยของลูกสำคัญที่สุด เราอยากให้พวกแกมีความสุข เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในทุกวัน ได้อุ้มพวกแกในอ้อมแขน พาเข้านอนและเล่านิทาน คุณมีโอกาสนั้นแล้ว ฉันเลยไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหมือนกับที่ฉันเจอ... เหมือนกับที่ฉัน... ต้องเสียโอกาสนั้นไป” ท้ายประโยคหญิงสาวพูดเสียงแผ่วพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาขณะที่จ้องมองไปยังสองแฝดซึ่งวิ่งกันสนุกสนาน

        นรียาไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องไหมจึงถามอีกครั้ง “คุณว่าอะไรนะคะ”

        ราเชลได้สติรีบเช็ดน้ำตา “เปล่าค่ะ ฉันคิดว่าที่นี่เหมาะกับเด็ก หวังว่าคุณจะเห็นด้วย”

        ร่างบางเกิดความรู้สึกสงสัยบางอย่าง เธอได้ยินทุกประโยค ทุกคำพูด เพียงแต่ไม่แน่ใจจึงถามซ้ำเพราะคำพูดเหล่านั้นราวกับว่าราเชลเคยมีลูกมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น นรียาเก็บความสงสัยเอาไว้เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไป

        “ฉันอยากให้คุณคิดดูนะคะ และอยากให้คุณสบายใจ คาร์เตอร์จะไม่มีวันทำอะไรคุณกับลูกได้แน่นอน”

“ขอบคุณค่ะ” ในความคิดของนรียารู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน สิ่งที่ราเชลพูดมาก็เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เพราะคฤหาสน์หลังนี้หรูหรา ใหญ่โต แต่เหมาะกับเด็ก ด้วยสภาพแวดล้อม ความเงียบสงบ ปลอดภัย และใกล้โรงเรียน ส่วนเรื่องคาร์เตอร์ หญิงสาวกลับคิดตรงกันข้าม เธอไม่ได้หวาดกลัวพ่อบ้านรายนี้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่เป็นต้นเหตุ สร้างความเจ็บปวดตลอดสี่ปีที่ผ่านมา แต่พอได้รู้เหตุผล พูดคุย เชื่อว่าเขาจะไม่มีวันทำเรื่องนี้อีก เขารักแบล็กฟอร์ด หวังดีต่อแฮร์ริส แม้จะในทางที่ผิด และสายตาที่มองเด็กๆ เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและรัก ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

        นรียากับแฮร์ริสปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นอยู่พักใหญ่จนกระทั่งท้องฟ้าทอแสงสีส้ม พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เป็นเวลาเดียวกับที่นาราวิ่งเข้ามาหาในสภาพผมยุ่งเหยิง แก้มยุ้ยแดงก่ำ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ ซบลงตรงตักของมารดา    “หม่ามี้ขา ฮันนี่เหนื่อย หม่ำนมได้ไหมคะ”

        หญิงสาวรับรู้ว่าลูกคงจะเพลียแล้ว “งั้นเรากลับบ้านกันนะ ฮิวโก้ มาหาหม่ามี้ครับ”

        นทีทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากน้องสาวมากนัก ทั้งหมดลุกขึ้นตั้งใจจะกลับโดยแฮร์ริสอุ้มนาราซึ่งออดอ้อนไม่ยอมเดินเอง ส่วนนทียังเดินไหวจับมือมารดา ราเชลเห็นอย่างนั้นร้องท้วงขึ้นมาก่อน

        “เด็กๆ ดูเหนื่อยกันมาก ให้พักที่นี่สักคืนดีกว่าไหมคะ ระยะทางจากบ้านกลับเพนต์เฮาส์ต้องใช้เวลาพอสมควร ยังไม่รวมรถติดอีก คงไม่ดีถ้าจะอยู่ในรถนาน”

        นรียาเห็นนาราอ้าปากหาวมือน้อยยกขึ้นขยี้ตาง่วงงุนเต็มที่ จึงสบตาสามีเล็กน้อยยังไม่ทันขอความเห็นหรือตอบอะไรออกไปแฮร์ริสฉวยโอกาสตอบขึ้นมาเสียก่อน

        “ไม่เป็นไรครับ เด็กๆ หลับในรถได้”

        “แต่ว่า...”

        “หม่ามี้ฮะ ผมง่วงแล้ว หม่ามี้อุ้ม” นทีที่ยืนอยู่เงียบๆ ก็เรียกร้อง นรียาจึงช้อนอุ้มลูกชาย หันไปสบตาสามีอีกครั้ง จริงอยู่ว่าระยะทางกว่าจะถึงบ้านก็ใช้เวลายี่สิบนาทีเป็นอย่างน้อย

        “ฉันเห็นด้วยนะคะ พวกแกหนื่อยมากแล้วและเริ่มงอแง คงอยากอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ดื่มนม ค้างที่นี่สักคืนก็ได้” ร่างบางตัดสินใจในที่สุด เห็นแก่ลูกและเห็นรอยยิ้มของราเชล ก็พอใจ อยากทำให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุขบ้าง

        “ทูนหัว แต่เราไม่ได้เอาเสื้อผ้าลูกมาด้วย ไว้วันอื่นดีกว่า” แฮร์ริสยังแย้ง

        “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว... เอ่อ... อันที่จริง พอรู้ว่าคุณได้เจอกับนัทและลูก ฉันเลยเตรียมของขวัญให้ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเด็กแฝดแต่เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ ทั้งคู่น่าจะใส่ได้พอดี ฉันให้มาธาไปเอาให้นะคะ” ราเชลบอกอย่างกระตือรือร้น

        หญิงสาวยิ้มรับ “ขอบคุณนะคะ คุณใจดีกับพวกแกมาก”

        “เพราะทั้งคู่เป็นหลานของฉันนี่คะ เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านจัดห้องให้เลย” ราเชลกำลังจะยกมือเรียกมาธาที่ยังยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกลแต่ถูกแฮร์ริสห้ามไว้ก่อน

        “ไม่เป็นไรครับ ผมจะพาเด็กๆ ไปนอนที่บ้านหลังใหญ่แทน”

        เจ้าของบ้านหลังเล็กได้ยินอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา “แบบนั้นก็ได้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้เช้านะคะ”

        “บอกลาคุณป้ากันหรือยังคะเด็กๆ นรียาถามลูกอย่างอ่อนโยน

        “บ๊ายบายฮะ/บ๊ายบาย จุ๊บๆ ค่ะคุณป้า”

        คำพูดแสนน่ารักของนาราทำให้ราเชลอดใจไม่ไหว ขยับรถเข็นเข้าไปใกล้ ซึ่งแฮร์ริสพอจะรู้ความต้องการจึงย่อตัวลงเล็กน้อย อีกฝ่ายหอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ก่อนจะหันมาหอมแก้มนทีด้วยเช่นกันและเข็นรถไปหามาธาเพื่อสั่งการ แฮร์ริสเดินนำภรรยาออกไปด้านนอกซึ่งเอเลียสได้เตรียมการรออยู่แล้วหลังจากได้ยินผู้เป็นนายตัดสินใจ รถกอล์ฟพร้อมคนขับรออยู่ เมื่อทั้งหมดขึ้นไปนั่งเรียบร้อย รถเคลื่อนตัวไปยังถนนสายเล็ก มองเห็นทะเลสาบที่มีแสงแดดยามเย็นสะท้อน เป็นประกายระยิบระยับพร้อมกับนกจำนวนมากที่โผบินลงมา เป็นเวลาเดียวกับไฟที่ประดับตามข้างทางเปิดขึ้น

        “หม่ามี้ ไฟ... ไฟฉวยๆ ฮันนี่ชอบ”

        “หม่ามี้ เราติดไฟแบบนี้ที่บ้านได้ไหมฮะ” นทีเงยหน้าถามมารดา

        นรียาหัวเราะ “ได้สิจ๊ะ... ฮันนี่ฮิวโก้ชอบที่นี่หรือเปล่า”

        “ชอบค่ะ ที่นี่ฉวย ใหญ่ด้วย ฮันนี่วิ่งไม่ไหว ฮันนี่เหนื่อย” คำตอบนั้นทำให้พ่อแม่หัวเราะ

        “ฮันนี่อ้วน ขาสั้น พี่แข็งแรง พี่วิ่งไหว”

        “พี่ฮิวโก้ว่าฮันนี่อีกแล้ว ฮันนี่จะโป้ง... ตัวเองก็ขาสั้น หัวโตด้วย”

        ชายหนุ่มหัวเราะอีกรอบ ตัวเล็กแค่นี้แต่ฝีปากไม่ธรรมดาเลย “ลูกรัก พี่ชายลูกไม่ได้หัวโตสักหน่อย”

        “ฮันนี่จมูกโต เหมือนหมู” นทีตอบโต้กลับ

        “ไม่ใช่ ฮันนี่...”

        “พอๆ ค่ะ ทะเลาะกันแบบนี้หม่ามี้จะไม่ให้เล่นของเล่นตอนอาบน้ำนะ”

        “ฮันนี่ไม่ทะเลาะก็ได้ ฮันนี่เป็นเด็กดี... เอาเจ้าหญิงไปอาบน้ำด้วยได้ไหมคะ” เด็กน้อยถามมารดา

        “ผมจะเอาหุ่นยนต์ไปด้วยฮะ”

        เพราะอาบน้ำทีไรเด็กแฝดต้องมีของเล่นด้วยเสมอและนับเป็นโชคดีที่ระหว่างเดินทางมากลัวว่าลูกจะเบื่อเลยมีของเล่นติดมาด้วย “ก็ได้จ้ะ”

        “พาลูกมาค้างที่นี่ก็อดเห็นของเล่นที่ผมซื้อให้เลย... อุตส่าห์ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์” ชายหนุ่มอดพูดไม่ได้

        “ต่อให้ลูกอยู่ที่เพนต์เฮาส์ฉันก็ไม่ยอมให้พวกแกเห็นทั้งหมดหรอกค่ะ เดี๋ยวตื่นเต้นดีใจไม่เป็นอันนอน ค่อยๆ เอาออกมาเล่นทีละอย่างจนกว่าจะพังดีกว่า” นรียาบอกอย่างตัดสินใจ

        “แต่ว่า...”

        “ไม่มีแต่ ต่อไปนี้เรื่องของเล่นฉันจะเป็นคนดูแลเอง ถ้าเห็นซื้อมาอีกชิ้นล่ะก็ น่าดู” หญิงสาวปรามเสียงเข้ม

        ชายหนุ่มยิ้มเจื่อน “ก็ได้จ้ะ”

        เวลานั้นรถเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าจึงได้ชมบรรยากาศ ความกว้างขวาง ใหญ่โตของคฤหาสน์หลังงามแห่งนี้ มองไปเห็นท่าเรืออันไกลลิบ เวลานั้นสายตาของแฮร์ริสเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตรงสวนด้านหลัง เหมือนมีเงาของใครบางคนกำลังจ้องมองแต่เมื่อเพ่งดูไม่พบอะไร บางทีอาจจะตาฝาด... แม้ในใจจะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างก็ตาม

        “คุณมองอะไรเหรอคะ” นรียาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นสามีจ้องอยู่ตรงสวน

        ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธไม่อยากให้หญิงสาวเป็นกังวลจึงชวนเปลี่ยนเรื่อง “ผมไม่เข้าใจทำไมคุณถึงตอบรับคำเชิญของราเชล”

        “ฉันไม่เห็นว่ามีอะไรเสียหายนี่คะ ที่นี่คือบ้านของคุณ ไม่มีอะไรที่เราต้องกลัวหรือกังวล”

        “นัท คุณควรกังวลบ้าง อย่าลืมว่าคาร์เตอร์...”

        “ฉันไม่มีทางลืมเรื่องคาร์เตอร์ และไม่มีวัน แต่ที่ฉันไม่กลัวหรือกังวลเป็นเพราะคุณ... เพราะคุณอยู่กับฉันและลูก”

        คำพูดของหญิงสาวทำให้ประโยคต่อมาที่ต้องการจะคัดค้านถูกกลืนลงคอ หัวใจแกร่งกระตุกอย่างแรงจ้องมองภรรยาด้วยความรู้สึกดีที่เธอไว้ใจ เชื่อใจ เขาอมยิ้มขยับเข้าไปใกล้แม้เธอจะหลบสายตาก่อนจะถามย้ำ

        “เพราะผมจริงๆ เหรอ”

        ท่าทางดีใจออกนอกหน้าก็นึกหมั่นไส้จึงแกล้งว่า “อันที่จริงคาร์เตอร์น่ากลัวน้อยกว่าคุณอีก”

แม้จะไม่ใช่คำพูดที่คาดหวังแต่ชายหนุ่มยังดีใจ “คุณพูดถูกแล้วนัท ไม่ว่าที่ไหน จะบ้านหลังนี้หรือที่อื่น ตราบใดที่ผมยังอยู่ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

        นรียาอมยิ้ม รู้สึกอบอุ่นกับคำสัญญานี้ “ถ้าอย่างนั้น เลิกกลัวหรือกังวลเรื่องคาร์เตอร์ได้แล้วค่ะ”

        “แต่ผมยังกลัวอยู่... กลัวเมียหนี” ชายหนุ่มขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์

“ถ้าคุณไม่ทำผิดอีก ฉันไม่หนีหรอก”

“ถือว่าสัญญาแล้วนะครับ”

“ฮันนี่สัญญา”

เมื่อลูกสาวพูดโพล่งขึ้นทำให้ทั้งสองคนนิ่งก่อนจะหลุดหัวเราะกับความไร้เดียงสา คงไม่ได้เข้าใจอะไรแต่เห็นว่าบิดามารดาพูดเรื่องนี้จึงพูดตาม นทีก็ร่วมหัวเราะไปด้วย ทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่ด้านหน้าอมยิ้มไปตามๆ กัน

ทันทีที่รถจอดนิ่งสนิทหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเปิดไฟส่องสว่าง นรียามองเห็นความงดงามแต่มีกลิ่นอายความเก่าแก่คาดเดาได้ว่ามีอายุมาหลายสิบปีอย่างแน่นอน แม่บ้านนับสิบคนสวมยูนิฟอร์มเดียวกัน ยืนประจำที่อยู่หน้าประตูเพื่อรอต้อนรับ หญิงสาวยังไม่ชินกับสถานการณ์เหล่านี้ คิดว่าอนาคตต้องปรับตัวเยอะทีเดียว เมื่อก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่พบคือห้องโถงขนาดใหญ่กับแชนเดอเลียร์คริสตัล ความหรูหราสะกดสายตา พื้นที่เหยียบอยู่นั้นคือกระเบื้องอย่างดีมูลค่าคงไม่ธรรมดาแต่ที่สะดุดตาคงเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง เป็นวงกลมสีดำ มีดวงตาสีเหลือง ตัวอักษรบีและเอฟ เธอเดาว่ามาจากชื่อตระกูลอย่างแน่นอน พอเงยหน้ามองสำรวจโดยรอบก็พบกรอบรูปขนาดใหญ่ขอบทอง เป็นภาพถ่ายครอบครัว ชายหญิงคู่หนึ่งที่มีเด็กชายสองคนนั่งอยู่บนตัก เด็กที่นั่งทางขวาบนตักของผู้หญิง เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นแฮร์ริส เนื่องจากเคยเห็นภาพตอนเด็กของเขาแล้ว ส่วนอีกคนนั้นเธอพอจะเดาได้ว่าเป็นเฮกเตอร์แต่เพื่อความมั่นใจลองถามย้ำสามีอีกที

“นั่นเฮกเตอร์ พี่ชายคุณใช่ไหมคะ”

แฮร์ริสมองตามสายตา “ใช่ครับ เพราะมัน เราถึงได้อยู่ที่นี่ไง... ขึ้นห้องเถอะ ลูกง่วงแล้ว”

นรียาจับน้ำเสียงความหงุดหงิดของชายหนุ่มได้จึงเลือกที่จะไม่ถามต่อ เดินตามสามีไปอีกทาง บ้านหลังนี้เงียบสงบ พื้นถูกปูด้วยพรมสีน้ำเงิน ประดับตกแต่งด้วยสีทองกับน้ำตาล บางทีคฤหาสน์หลังนี้ก็ใหญ่มากจนนรียานึกถึงคฤหาสน์ผีสิงในหนังอย่างไรอย่างนั้น เธอเข้าไปในลิฟต์ เขากดไปยังชั้นสี่ซึ่งที่จริงมีถึงหกชั้นด้วยกัน เธอไม่มีเวลาสำรวจมากเพราะลูกทั้งสองกำลังจะเคลิ้มหลับรอมร่อ ทันทีทีลิฟต์เปิดออก ทางเดินทอดยาวถูกปูด้วยพรมสีเลือดหมูกับแสงไฟสลัว ภาพวาดสีน้ำมันถูกติดประดับสองข้างทาง พอมาถึงสุดทางเดินก็เจอเข้ากับประตูสีมะฮอกกานีบานใหญ่ หัวหน้าแม่บ้านอย่างโซอี้รีบเปิดให้ แฮร์ริสเดินนำไปก่อนโดยมีนรียาตาม

        สิ่งแรกที่คิดว่าจะเห็นคือห้องนอน แต่เปล่า กลายเป็นโซนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ มีประตูระเบียงออกไปนั่งรับลมด้านนอก ซ้ายมือคือซุ้มประตูโค้งกรอบสีขาวและนั่นทำให้หญิงสาวเห็นเตียงคิงไซซ์ที่สามารถรองรับคนสี่คนได้อย่างสบาย ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้มในสไตล์วิกตอเรียนผสมผสานกับคลาสสิก แม้จะสวยแต่ดูลึกลับ น่าค้นหา อย่างบอกไม่ถูก เวลานั้นเอเลียสเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระเล็กๆ สำหรับเด็ก ด้านในมีนม ของเล่น โดยเฉพาะตุ๊กตาตัวโปรดของนาราอย่าง “บู้บี้” จากตุ๊กตาสุนัขสีขาวกลายเป็นสีเทาเรียบร้อยแล้วเพราะนอนกอดเป็นประจำ

        “ส่วนนี่เสื้อผ้าของคุณหนูครับและของมาดาม คุณราเชลให้เด็กนำมาให้”

        นรียาเห็นถึงความใส่ใจนี้ก็อมยิ้ม “ขอบคุณนะคะ”

        เอเลียสโค้งรับก่อนจะเดินออกไปอย่างรู้งาน เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับครอบครัว นรียามิวายพูด “พี่สะใภ้ของคุณเป็นคนดีมาก เธอใจดีกับฉันและลูก ทั้งที่เราเพิ่งเจอกัน”

        “ใช่ครับ ราเชลเป็นผู้หญิงที่ดี... คิดแล้วก็เสียดายแทนเธอ ไม่น่าแต่งงานกับปีศาจอย่างเฮกเตอร์”

        “คุณก็...”

        “หม่ามี้ขา ขอนมหน่อย ฮันนี่อยากหม่ำแล้ว” นาราชี้ไปยังกล่องนม

        “ต้องอาบน้ำก่อนค่ะ... ไปกับหม่ามี้นะ”

        “แต่ผมอยากหม่ำก่อนนี่ฮะ แล้วค่อยอาบ ได้ไหม... ได้ไหมฮะแด็ดดี้” เป็นครั้งแรกที่นทีหันไปออดอ้อนบิดา และแฮร์ริสก็ใจละลาย ก้าวไปหยิบกล่องนมแต่ต้องชะงักปลายเท้าเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของภรรยา

        “ยังก่อนค่ะ รีบอาบน้ำให้เสร็จและออกมาดื่มนมฟังนิทานนะคะเด็กดี”

        เด็กชายหน้ามุ่ยแต่ก็ยอม “ก็ได้ฮะ”

นรียาพาลูกแฝดสองคนเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็วก่อนที่จะงอแงไปมากกว่านี้ แฮร์ริสเดินตามเข้าไปพร้อมกับของเล่น จากนั้นอยู่ช่วยจนกระทั่งอาบน้ำเสร็จ ปล่อยให้หญิงสาวสวมเสื้อผ้าให้ลูก ส่วนเขาออกไปเตรียมนมให้ ทันทีที่ก้าวออกมายังห้องนอน เด็กทั้งสองก็รีบวิ่งมารับแล้วนั่งดื่มอย่างว่าง่ายตรงโซฟาสีขาวตัวยาว เปิดโอกาสให้นรียาได้เข้าไปจัดการตัวเองบ้าง ปล่อยลูกเอาไว้กับพ่อตามลำพังอีกครั้ง

แฮร์ริสนั่งตรงกลางจูบศีรษะลูกทั้งสองด้วยความรัก พอเด็กๆ ดื่มเสร็จก็ช้อนอุ้มทั้งคู่พร้อมกันไปยังเตียงกว้าง พอได้ลงนอนนารากับนทีขยับเข้ามาแนบชิดบิดา ชายหนุ่มหยิบนิทานออกจากกระเป๋าใบเล็ก เปิดอ่านได้เพียงสองหน้าเท่านั้นก็พบว่าลูกหลับสนิทไปซะแล้ว คงเพราะเล่นกันเหนื่อยในช่วงเย็น ร่างสูงมองด้วยแววตาเปี่ยมรัก จูบหน้าผากคนละที ชายหนุ่มอยากเห็นลูกเติบโตและได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะให้ได้ เขาสาบานว่าเส้นทางชีวิตนับจากนี้ของลูกจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจะปกป้องทั้งสองเอง เวลานั้นประตูห้องแต่งตัวเปิดออกก็เห็นนรียาในชุดนอนกระโปรงสีขาวตัวยาว

“หลับแล้วเหรอคะ” หญิงสาวกระซิบถามเสียงเบากลัวว่าอาจจะทำให้เด็กๆ ตื่น

        “ครับ สงสัยจะเพลียมาก ผมอ่านนิทานแค่สองหน้าเอง” ชายหนุ่มมองดูลูกน้อยด้วยแววตาเอ็นดู

        “คุณไปอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะเฝ้าลูกเอง”

ร่างสูงไม่ปฏิเสธเพราะอยากจะรีบกลับมานอนกอดภรรยาและลูกเช่นกัน จึงหายไปเพียงสิบห้านาทีก็ออกมาอีกครั้งพร้อมกับชุดนอนอย่างเสื้อยืดคอวีสีเทากับกางเกงสีเดียวกัน เห็นนรียายังไม่หลับ เท้าแขนมองดูนารากับนทีที่นอนอยู่ตรงกลาง เขารีบขึ้นเตียงอีกด้านและสบตาผู้หญิงที่รัก

ภายในห้องมีเพียงความเงียบ สายตาของสามีช่างมีผลต่อหัวใจเหลือเกิน นรียานึกถึงเรื่องราวเมื่อช่วงเย็นจึงถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไป “พี่ชายของคุณกับราเชล...ไม่ได้มีลูกด้วยกันใช่ไหมคะ หรือว่า... ก่อนเกิดอุบัติเหตุ เธอท้องหรือเปล่า”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วนึกย้อนไปก็ส่ายหน้า ไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน “ไม่นะครับ มีอะไรหรือเปล่า”

        “เอ่อ... เปล่าค่ะ แค่เห็นเธอเอ็นดูเด็กๆ มากเท่านั้นเอง” หญิงสาวเลือกที่จะไม่เล่าสิ่งที่ได้ยิน คิดว่าเข้าใจผิดเอง

        “เพราะลูกเราน่ารักไงครับ”

        “คนหลงลูก” เธอบ่นแต่ก็อมยิ้ม

        “ไม่ได้หลงแค่ลูกนะ หลงเมียด้วย” เขาขยิบตาเจ้าเล่ห์

        “แต่ฉันไม่หลงคุณหรอกนะ... นอนดีกว่า”

        “ทูนหัว ถ้าคุณไม่หลงผม เราจะมีลูกด้วยกันเหรอครับ” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม

        นรียาย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอาย ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างลูกชาย ห้องกว้างแห่งนี้มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟเท่านั้น ชายหนุ่มพลิกตัวนอนมองลูกสาวและลูกชายหลับ มองเลยไปที่ภรรยารู้ว่ายังไม่นอน

        “คุณจะอยู่ที่นี่จริงๆ ใช่ไหม”

        “ฉันว่าที่นี่ก็ไม่ได้แย่นี่คะ... ใช่ไหมล่ะ แต่... คุณเสียเงินทำห้องที่เพนต์เฮาส์ไปแล้ว หรือว่าเราจะ...”

        “เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกครับ ถ้าคุณชอบที่นี่ ผมก็จะไม่ห้าม ผมรู้ว่าราเชลคงโน้มน้าวคุณใช่ไหม” ชายหนุ่มบอกอย่างรู้ทัน ไม่อย่างนั้นภรรยาสาวคงไม่ตัดสินใจอย่างนี้

        “ใช่ค่ะ แต่ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด ที่นี่พร้อมสำหรับเด็ก สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย ใกล้โรงเรียน ในฐานะคนเป็นแม่ คิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร อีกอย่างราเชลก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว แม้จะเพิ่งเจอกันแต่เธอเป็นคนดี ต้อนรับฉันและลูกอย่างอบอุ่น ฉันอยากให้ชีวิตผู้หญิงคนนี้ได้มีความสุขบ้าง” นรียาคิดถึงใบหน้าเศร้าอมทุกข์ของอีกฝ่ายก็ถอนหายใจ

        “คุณอยู่ที่นี่ได้ แต่ผมขออย่างเดียว... อย่าเข้าใกล้คาร์เตอร์ อย่าปล่อยให้มันมาพูดอะไรกับคุณอีก ผมไม่อยากเสียคุณกับลูกไป ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจคุณนะ แต่ผมไม่ไว้ใจมัน” ชายหนุ่มสารภาพ ท้ายประโยคเขาพูดเสียงเข้ม

“เรื่องที่ผ่านมาเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตคู่ของเราแฮร์ริส... เราต่างได้เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรวมถึงความผิดพลาด ฉันเชื่อว่านับจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือคำพูดของใคร ไม่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนแปลง มันคงไม่เปราะบางเหมือนในอดีต จริงไหมคะ” หญิงสาวสบตาสามี

        “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแยกเราสองคนได้อีก”

        “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวค่ะ”

        ถึงแม้ยังไม่รู้ว่าหญิงสาวยกโทษให้หรือยังแต่สิ่งที่ได้ยินถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะกลับมาเป็นครอบครัวด้วยกันอีกครั้ง แฮร์ริสยืดกายขึ้น โน้มตัวหาภรรยาสาว จุมพิตหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน

        “รู้ใช่ไหม ผมรักคุณมากแค่ไหน”

        นรียาเขินอายตอบเบาๆ “อืม นอนเถอะค่ะ”

        แฮร์ริสยิ้มกว้างจูบแก้มนรียา จากนั้นเลื่อนมาจูบนทีตามด้วยนาราและทิ้งตัวลงนอน วาดแขนโอบกอดลูกทั้งสองเอาไว้และแขนของเขาก็ยาวมากพอที่จะจับมือบางของภรรยามากุมไว้ด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธหัวใจของเขาก็พองโตก่อนจะหลับตาเข้าสู่นิทรา

        ยามดึกสงัดนาฬิกาบอกเวลาว่าเที่ยงคืนแล้ว ระหว่างที่สี่ชีวิตบนเตียงกำลังหลับสนิท ไม่ได้รับรู้ถึงการมาของ “ใครบางคน” ที่เดินเข้าใกล้เตียงมากขึ้นจนเห็นเด็กแฝดสองคนที่นอนอยู่ จากนั้นเลื่อนสายตาไปยังมาดามแบล็กฟอร์ดตามด้วยทายาทคนเล็กของตระกูล ผู้บุกรุกในยามวิกาลแสยะยิ้มก่อนจะถอยกลับออกไปอย่างเงียบเชียบ แต่เพียงครู่เดียวแฮร์ริสก็ลืมตาขึ้นทันทีแล้วลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจ้องมอง พอกวาดสายตาไปรอบๆ กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าร่างสูงยังไม่วางใจ เขาปล่อยมือภรรยาเดินลงจากเตียง สำรวจห้องนอนให้ทั่วอีกครั้งก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง เห็นทางเดินเงียบสงบ ไม่มีวี่แววของใครสักคน หรือบางทีอาจจะคิดไปเอง ร่างสูงถอนหายใจส่ายหน้า เดินกลับมาที่เตียง ตั้งใจจะนอนต่อแต่สายตาสะดุดเข้ากับตุ๊กตาสุนัขของลูกสาวที่เก่ามากแล้ว

        “ทำไมเก่าแบบนี้นะ สงสัยนัทจะลืมซักให้ลูก... เดี๋ยวฮันนี่ของแด็ดดี้จะป่วย เอาไปซักดีกว่า” ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบตุ๊กตาของลูกขึ้นมาแล้วหายเข้าไปยังห้องแต่งตัว เดินเลยไปยังห้องน้ำเพื่อลงมือซักตุ๊กตานี้ด้วยตัวเอง ไม่กล้าให้แม่บ้านทำกลัวว่าจะพังเสียหาย รู้ว่าสำคัญกับนารามาก นอนกอดทุกคืน อุ้มไปไหนมาไหนด้วยตลอด เขาใช้เวลาไม่นานนักทุกอย่างก็เรียบร้อย เดินกลับออกมาอีกทีพร้อมกับตุ๊กตาตัวโปรดของลูกสาว ชายหนุ่มเปิดประตูระเบียงแล้ววางไว้ตรงโต๊ะกระจก ปิดประตูแผ่วเบา เดินไปที่เตียงล้มตัวลงนอน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำ “ผิดพลาด” ครั้งใหญ่ซะแล้ว

        อีกทางด้านหนึ่งของอาณาจักรแบล็กฟอร์ด บนห้องนอนชั้นสองยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ ร่างบอบบางของราเชลเอนกายพิงพนักหัวเตียงด้วยใบหน้าสงบ จ้องมองรูปภาพบางอย่างในมือ เพียงแค่ได้เห็นดวงตากลมโตก็เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา มือบางลูบไล้ด้วยความคิดถึงและเจ็บปวด แววตาหม่นลง แต่เพียงครู่เดียวกลับแข็งกร้าว

        “สิ่งที่คุณกับฉันทำจะไม่เสียเปล่าค่ะ”

        ราเชลจูบภาพนั้นแล้วเก็บใส่ลิ้นชักดังเดิม เลื่อนสายตาไปยังกรอบรูปที่อยู่หัวเตียง เป็นภาพของสามีหนุ่มอย่างเฮกเตอร์ เธอส่งยิ้มให้เล็กน้อย ตั้งใจจะนอน ทว่าเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้น ทันทีที่รู้ว่าใครโทร. มา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงรีบกดรับสายทันที จากเดิมที่ยังเศร้ากลับมามีความสุขอีกครั้ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 694 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #844 mosan (@mosan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:19
    2 จย้า
    #844
    0
  2. #828 Sirikan Thongyam (@sirikan999) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:53
    เฮกเตอร์ไม่ตายหรอกบอกแล้วว่าเป็นการจัดฉากการตายเพื่อให้ร้องกลับมาช่วยธุรกิจมากกว่า
    #828
    1
    • #828-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 28)
      12 มกราคม 2562 / 17:13
      อันนี้เฉลยเลยนะค้า เหตุการณ์ของเฮกเตอร์ ไม่ใช่การ "จัดฉาก" จ้า เกิดขึ้นจริงๆ ส่วนจะตายไหม อันนี้ต้องมาลุ้นกันนะคะ ^^
      #828-1
  3. #798 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:55
    น่าจะเป็นข้อ 1
    #798
    0
  4. #791 oumoum123 (@oumoum123) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:50
    กด 1 ค่ะ
    #791
    0
  5. #788 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:29

    ว่าแแล้วว่าราเชลนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เลยค่ะ

    #788
    0
  6. #787 MetineeTajittum (@MetineeTajittum) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:50
    กว่าจะเลื่อนลงมาเม้นท์ได้นี่ลืมเลยจะเม้นท์ว่าอะไร
    #787
    1
    • #787-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 28)
      10 มกราคม 2562 / 17:16
      ถ้าโฆษณานิยายเยอะไปต้องขอโทษด้วยนะค้า เราแค่อยากเพ่ิม "โอกาส" และ "ช่องทาง" ให้คนอื่นที่อาจจะยังไม่เคยอ่านเรื่องอื่นของเรา ได้เข้าไปอ่านดูจ้า > <
      #787-1
  7. #786 Tatuy (@0807867543) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:23

    กด2ค่ะ ส่งจดหมายให้ อลาโน
    #786
    0
  8. #785 tbmb2 (@Tbmb) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:17

    ราเชล ส่งข้อความถึง อลาโน แน่เลย....

    #785
    1
    • #785-1 น้ำเงิน (จากตอนที่ 28)
      11 มกราคม 2562 / 20:07
      เราก็ว่าใช่ ต้องเป็นชู้กันแน่เลย ฆ่าผัว แล้วก็ไล่ฆ่าน้องและทายาท แล้วก็แกล้งพิการด้วย
      #785-1
  9. #782 แบนบาน (@supavadee11238) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 08:31
    เราเริ่มรู้สึกว่า หลังๆมาโฆษณานิยายเรื่งอื่นของไรท์ในตอนท้ายของนิยายแต่ละตอนจะมากไป มีหลายเรื่อง และดูรกไปหมดเลยค่ะ
    #782
    1
    • #782-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 28)
      10 มกราคม 2562 / 17:14
      จริงๆเราแค่อยากขอ "พื้นที่เล็กๆ" ในการเพิ่ม "โอกาส" ให้นิยายเรื่องอื่นเป็นที่รู้จักเท่านั้นเองค่ะ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า นอกจากจะใส่ในนิยายแล้วเราจะสามารโปรโมตได้ทางไหนอีก ถ้ารกไปก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่อยากให้เข้าใจในมุมของนักเขียนด้วยเหมือนกัน
      #782-1
  10. #781 jumjium (@krujumjim) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 07:16
    ใช่ต้องเป็นหมายเลข 1แน่ๆเลยค่ะ
    #781
    0
  11. #780 meaw0410 (@meaw0410) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 02:59

    1 เฮกเตอร์ค่ะ

    #780
    0
  12. #779 aromsukkho (@aromsukkho) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 02:40

    เดาว่าเฮกเตอร์ค่ะ

    #779
    0
  13. #778 Irish66 (@Irish66) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:29

    1. เฮกเตอร์ชัวร์เลย

    #778
    0
  14. #777 Nicky Bc (@mashimoro02) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:02
    1 แน่เลย
    #777
    0
  15. #775 Nong_duck (@Nong_duck) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:21
    1 อ่านๆไปรู้สึกว่าเฮกเตอร์แกล้งตายตั้งแต่ลายมือในจดหมาย
    #775
    2
    • #775-1 Nong_duck (@Nong_duck) (จากตอนที่ 28)
      9 มกราคม 2562 / 23:22
      กับตอนที่คาร์เตอร์ไม่สบตาพระเอกตอนที่ถามเรื่องลายมือ
      #775-1
    • #775-2 Nong_duck (@Nong_duck) (จากตอนที่ 28)
      9 มกราคม 2562 / 23:23

      บางทีก็รู้สึกว่าเราอินเกินไป
      #775-2
  16. #774 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:20
    1. เฮกเตอร์ยังไม่ตาย
    #774
    0
  17. #773 Kapom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:05

    ยังมั่นใจว่า 1 เฮกเตอร์ โดยเอาคาร์เตอร์เป็นตัววัดเพราะคาร์เตอร์จงรักพักดีต่อตระกูลมากไม่มีทางจะจงรักพักดีต่อราเชลโดยไม่มีทายาทของตระกูลอยู่เบื้องหลังแน่นอน

    #773
    0
  18. #772 Annalia (@nokam) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:49
    22222222
    #772
    0
  19. #771 Hanakomi (@warocha-hana) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:40
    1 แน่นอนนนนนนน
    #771
    0
  20. #770 Jessica Jung EXO (@jessica1989) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:33
    เฮกเตอร์แน่ๆเลยค่ะ
    #770
    0
  21. #769 ancova554 (@ancova554) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:12
    1 สงสัยยังไม่ตายแต่พิการ
    #769
    0
  22. #768 TaiyNarlove (@TaiyNarlove) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:33
    555 ANO sure
    #768
    0
  23. #767 ann5294 (@ann5294) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:26
    เราว่า 1.เฮกเตอร์ บางทีความรักของราเชลส่งผลให้เฮกเตอร์และทุกคนในตระกูลอยากเปลี่ยนแนวทางธุระกิจในครอบครัวเลยต้องให้เฮกเตอร์แกล้งตายเพื่อให้แฮร์ริสขึ้นมาบริหารแทน
    #767
    0
  24. #766 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:45
    น่าสงสัยอีกแว้วววว
    #766
    0
  25. #765 0895192805 (@0895192805) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:18

    กด1.เฮกเตอร์

    #765
    0