หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 758,155 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,571 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,596

    Overall
    758,155

ตอนที่ 24 : บทที่7 [คู่แข่ง] 120% [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 794 ครั้ง
    28 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.

อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ

ขอถือโอกาสนี้อวยพรทุกคนล่วงหน้าเลยน้า ในปี 2019 ขอให้เป็นปีที่ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีแต่ความสุข โชคลาภ สุขสมหวังทุกประการนะคะ ^^

ปล.ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรนะคะ มาทำปีนี้ให้ดีไปด้วยกันนน ^^


บทที่ 7

[คฤหาสน์แบล็กฟอร์ด]

 

วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา

 

        เมอร์เซเดส-เบนซ์คันหรูเลี้ยวออกจากบ้านพักหลังใหญ่บนถนนชื่อดังหลังการเจรจาธุรกิจเป็นไปได้สวย แม้ไม่ได้เป็นทางการเพราะนัดของเขาคือตอนสิบเอ็ดโมง แต่การมาก่อนล่วงหน้าเพื่อพบกับบุคคลที่จะทำให้เส้นทางนี้ง่ายมากขึ้นถือว่าไม่เสียเปล่าและได้เปรียบคู่แข่ง ไม่มากก็น้อย หากสำเร็จจะสามารถ “แย่ง” ส่วนแบ่งทางการตลาดกับตระกูลมหาอำนาจอย่างแบล็กฟอร์ด ซึ่งจะทำให้บริษัทจีเอชเอคอมพานีมีตัวตนขึ้นมาบ้างนั่นคือสิ่งที่ผู้กุมบังเหียนอย่างอลาโน เกรย์แฮมตั้งเป้าไว้

        “ผมว่าเรื่องนี้คงไม่พ้นสายตาของแบล็กฟอร์ดแน่” อาร์มัน บอดี้การ์ดคนสนิทออกความเห็น

        “แล้วยังไง? ต่อให้มันรู้ ก็ไม่กล้าตัดราคาแข่งกับฉันหรอก เพราะมันเป็นพวกหยิ่งยโส จองหอง อวดดี อลาโนกัดฟันพูดเสียงเข้ม หลายคนอาจจะรู้จักแบล็กฟอร์ดเพียงผิวเผิน แต่ไม่มีใครรู้จักดีเท่าเขาอีกแล้ว แม้ตอนนี้ผู้กุมบังเหียนจะไม่ใช่เฮกเตอร์ผู้เหี้ยมโหด เด็ดขาดในวงการธุรกิจ แต่เป็นแฮร์ริสทายาทคนสุดท้ายที่ดูจะตรงกันข้าม ทว่าประมาทไม่ได้ ยังไงก็เป็นสายเลือดของตระกูลที่ไม่เคยยอมพ่ายแพ้ให้แก่ใคร

        “แต่พวกนั้นทำการค้ามานาน ผมคิดว่า...”

        “แต่ถ้าเรามอบผลประโยชน์ให้คนบางกลุ่มได้ คนที่มีอำนาจมากพอที่จะช่วยเหลือ ใครบ้างจะไม่สนใจ” อลาโนกระตุกยิ้ม วางแผนเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่มีตัวตนแต่ตอนนี้ไม่ใช่ เงินสามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง เช่นเดียวกับแบล็กฟอร์ดที่ใช้เงินเป็นใบเบิกทางมานักต่อนัก ตอนนี้เขามีมากพอจึงกล้าที่ตัดราคาสินค้า เพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่า

        “มันต้องหาโอกาสเล่นงานเรากลับแน่ครับ” อาร์มันบอกอย่างเป็นกังวล

        “เมื่อก่อนฉันอาจจะกลัว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ครั้งนี้ฉันพร้อมจะสู้ ไม่ยอมอยู่เฉย อย่าลืมสิว่าฉันมีไพ่ใบสำคัญอยู่” อลาโนหัวเราะเสียงดัง เมื่อก่อนตระกูลนั้นอาจจะเหนือกว่าทุกทางแต่ตอนนี้ไม่ใช่ เขารู้ว่าควรจะ “ทำลาย” อีกฝ่ายยังไง เงินที่มีจะเป็นใบเบิกทางชั้นเยี่ยมทางด้านธุรกิจ จากนั้นจะค่อยๆ ทำให้แบล็กฟอร์ดย่อยยับ ท้ายที่สุดก็สิ้นชื่อ หากเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ตัดสินใจทำการค้าลับๆ หลบหูหลบตารัฐบาล ขายสินค้าให้แก่พวกกลุ่มกบฏ แล้วนำเงินมาพัฒนาจีเอชเอคอมพานีวันนี้อาจจะมาไม่ถึงก็ได้

        “ผมหวังว่าเราจะได้รับข่าวดี”

        “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราต้องได้แน่ อย่าลืมว่ามันหมดยุคการผูกขาดกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งแล้ว แบล็กฟอร์ดอาจไม่เคยได้เรียนรู้คำว่าพ่ายแพ้ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนสอนมันเอง ให้สมกับสิ่งที่มันทำเอาไว้” เมื่อพูดจบมือหนากำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว

        “ยังไงก็ตาม เราไม่ควรปะมาทนะครับ” อาร์มันย้ำอีกครั้ง

        “ฉันรู้ เพราะเรายังมีงานที่ใหญ่กว่า แค่นี้มันธรรมดาเกินไป” อลาโนนึกถึงแผนการที่วางเอาไว้ต่อจากนี้ ถึงเวลาต้องสะสางและแบล็กฟอร์ดต้องชดใช้ให้กับหนึ่งชีวิต... ที่จากเขาไปตลอดกาล

        หลายปีที่ผ่านมาเขารอให้แบล็กฟอร์ดย่อยยับด้วยน้ำมือตัวเองแต่มันไม่เกิดขึ้น ดังนั้นมันนานเกินไป ถึงเวลาที่คนเหล่านี้ต้องชดใช้ จะทำให้คนได้รู้ว่าบริษัทกระจอกและนักธุรกิจไร้ตัวตนอย่างอลาโน เกรย์แฮม สามารถโค่นล้มตระกูลมหาอำนาจและกลายเป็นบริษัทค้าอาวุธอันดับหนึ่งของประเทศให้ได้!

 

        อีกด้านหนึ่งที่นิวยอร์กห้องนอนขนาดใหญ่มีเพียงความเงียบ ฟูกหนากินพื้นที่กว่าครึ่งรองรับสี่ชีวิตที่กำลังหลับสนิท ริมซ้ายถูกจับจองโดยร่างเพรียวระหงของนรียา ถัดกันนั้นเป็นของนที และต่อมาควรเป็นที่นอนของนารา ทว่าเด็กน้อยกลับไม่อยู่บนที่นอนอย่างที่ควรจะเป็น นั่นคงเพราะเธอได้ที่นอนใหม่ สบายกว่า คือบนตัวของบิดา นารากำลังนอนคว่ำหลับสนิท มือน้อยกำคอเสื้อของแฮร์ริส ส่วนอีกมือโดยเฉพาะนิ้วโป้งอยู่ในปากที่เผยอเล็กน้อย ดวงตากลมโตหลับพริ้มจนเห็นแพขนตางอนยาวซึ่งได้รับมรดกมาจากมารดาเต็มๆ       

        แสงแดดภายนอกลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จึงเป็นการปลุกชายหนุ่มไปโดยปริยาย เพราะต้องนอนรับน้ำหนักเกินสิบกิโลกรัมมาเกือบค่อนคืนส่งผลให้ร่างกายมีอาการปวดเมื่อย พอลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่เห็นคือกลุ่มผมสีน้ำตาลยุ่งฟู ชายหนุ่มอมยิ้มจูบศีรษะลูกน้อยแผ่วเบา หันไปมองทางขวาเห็นนทีกำลังหลับสบาย มือหนึ่งข้างกำชายเสื้อของมารดาเอาไว้ ทำให้หวนนึกย้อนถึงเมื่อคืน เขาพยายามจะนอนข้างภรรยา ผลคือลูกชายร้องไห้เสียงดังอยู่เกือบสิบนาที ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น จำต้องจัดตำแหน่งการนอนเสียใหม่ โดยให้ลูกทั้งสองนอนตรงกลาง เขาเอื้อมไปจับมือเล็กแล้วจูบหลังมือเบาๆ ลูกชายดูจะติดแม่เอามากทีเดียว แต่อีกไม่นานหรอกจะต้องยอมให้เขาเข้าใกล้แน่นอน

        ร่างสูงหันไปมองนาฬิกาตรงผนังเพิ่งบอกเวลาหกโมงเช้า แม้จะมีเวลาเหลือเฟือที่จะนอนต่อก่อนไปทำงาน ทว่าวันนี้คงไม่ได้ เนื่องจากมีประชุมที่ดีซี แฮร์ริสประคองร่างอ้วนกลมของลูกสาวอย่างเบามือ วางลงที่นอนนุ่ม จับมือน้อยที่ดึงคอเสื้ออยู่ออกแล้วจูบแก้มฟอดใหญ่ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ซึ่งเขาก็ยังไม่ไปไหนไกล เพียงแต่เดินอ้อมมายังฝั่งของนรียาที่กำลังหลับสนิท ร่างสูงมองใบหน้าเรียวรีรูปไข่หลับตาพริ้มก็อมยิ้ม เท้าแขนคร่อมตัวหญิงสาวไว้แล้วโน้มหน้าลงหมายจะจูบแก้มนุ่มแต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่ตั้งใจจู่ๆ ฝ่ามือน้อยๆ ก็มาจากไหนไม่รู้ฟาดใส่ใบหน้าเสียเต็มแรง

        แม้จะไม่ได้เจ็บแต่ทำให้เขาตื่นเต็มตาหันไปมองก็พบว่าลูกชายพลิกตัวพร้อมกับวาดมือมาด้วย ส่งผลให้มันชนแก้มของเขาแล้วตกลงตรงลำคอระหงของมารดา ตามด้วยเสียงบ่นละเมองึมงำที่จับใจความได้

        “หม่ามี้ของผม”

        ชายหนุ่มกลอกตา “ขนาดตอนหลับลูกยังหวงหม่ามี้ด้วยเหรอเนี่ย... ไม่อยากจะเชื่อ”

        แฮร์ริสลองโบกมือไปมาต่อหน้าลูกชายพบว่าหลับสนิทจริงๆ ก็ส่ายหน้า มองภรรยา “ดูสิ ลูกห้ามแม้กระทั่งตอนหลับ เราจะมีน้องให้ลูกได้ยังไงกันล่ะคนดี”

        ร่างสูงจัดท่านอนให้ลูกชายใหม่ ก้มลงจูบแก้มนรียาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย หลังประชุมจะได้รีบกลับบ้านมาอยู่กับภรรยาและลูกจะดีกว่า หลังจากได้ทั้งสามคนคืนมา สิ่งที่แฮร์ริสปรารถนาคือการใช้ชีวิตและเวลาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องงานอีกต่อไป

        ยี่สิบนาทีต่อมานักธุรกิจหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็กสีดำกำลังยืนเลือกเนกไท เวลานั้นประตูห้องแต่งตัวถูกเปิดออก ปรากฏร่างเพรียวระหงของนรียาซึ่งสวมเสื้อยืดสีเทาคอวีกับกางเกงสีเดียวกันเดินเข้ามาด้านใน ผมยาวสลวยยุ่งไม่เป็นทรง แม้ไม่ได้สวมชุดนอนวาบหวิว แต่เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ดึงดูดใจเขาได้เสมอ ไม่ว่าจะวันแรกที่พบกันหรือวันนี้ที่เปลี่ยนสถานะกลายเป็นสามีภรรยา พ่อและแม่ของลูก

        แววตาเป็นประกายคู่นั้นทำให้หญิงสาวทำตัวไม่ถูกจนต้องถามกลับ “มองฉันทำไม”

        “ไม่มีกฎข้อไหนห้ามมองเมียนี่ครับ ไหนๆ คุณก็มาแล้ว ช่วยผมผูกเนกไทหน่อยสิ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างชูเนกไทสีเทา

        “เรื่องง่ายๆ คุณทำเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ฉันทำหรอก” หญิงสาวตอบตั้งใจจะเดินเลี่ยงแต่ถูกขวางไว้

        “แต่ผมทำเองมาตั้งสี่ปี ตอนนี้เมียกลับมาแล้ว ก็อยากจะให้เมียทำบ้าง น่านะ นี่ผมกำลังอ้อนคุณอยู่นะที่รัก” ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้อีกนิด

        “เลิกทำตัวเป็นเด็กสักที คุณไม่ใช่ฮันนี่กับฮิวโก้สักหน่อยที่จะมาอ้อนฉัน” ถึงปากจะบ่นทว่าการกระทำสวนทางเมื่อมือบางคว้าเนกไทไว้

        “คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่เด็ก คุณรู้ข้อนั้นดีคนสวย” ชายหนุ่มขยิบตาให้อีกครั้ง

        ร่างบางหน้าร้อนผ่าวหลบสายตาเมื่อรู้ว่าประโยคนี้แฝงความนัยบางอย่างที่เป็นเรื่องใต้สะดือและที่เขาพูดก็ถูก ร่างกายของสามีไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความเป็น “เด็ก” เลยสักอย่าง

        “เร็วหน่อยสิครับ ผมต้องบินไปประชุมที่ดีซีและกำลังจะสาย” ชายหนุ่มกระตุ้นและส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้

        หญิงสาวส่ายหน้าเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อสวมเนกไท ทันใดนั้นเองเอวคอดกลับถูกรั้งเข้าไปใกล้กลายเป็นว่าตอนนี้กำลังถูกแฮร์ริสสวมกอดอยู่ ร่างบางตกใจพยายามจะขยับหนีแต่ทำไม่ได้

        “ให้ตายเถอะแฮร์ริส คุณมัน... เจ้าเล่ห์มาก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ แบบนี้จะผูกเนกไทได้ยังไง” นรียาแหวเข้าให้

        “ทูนหัว อย่าดุผมเลยน่า เราแทบไม่มีเวลาใกล้ชิดกันเลยนะ ผมเข้าใกล้คุณทีไร ฮิวโก้ก็ไม่ยอม” ชายหนุ่มบอกเสียงเศร้าเมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้ จะให้หักหาญน้ำใจแล้วลูกร้องไห้แบบนั้นก็ไม่เอา

        ร่างบางอมยิ้ม “สมน้ำหน้า”

        “แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก ผมต้องหาวิธีหลอกล่อลูกจนได้ อย่างน้อย... เรื่องการมีน้องอาจทำให้ลูกสนใจได้บ้าง ว่าไหมล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม

        หญิงสาวเขินอายตีอกแกร่งเบาๆ “พูดบ้าอะไรของคุณ ใครจะอยากมีลูกกับคุณอีก”

        “คนสวย แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะ คุณต้องให้ผมดูแลตอนคุณท้องบ้างสิ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุด ไหนๆ ตอนนี้เราก็อยู่ด้วยกันแล้ว มีลูกอีกสักคนดีไหม... หรือแฝดดี” ชายหนุ่มยิ้มกว้างพูดหว่านล้อม

        “คุณรู้ไหม อุ้มท้องเด็กสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เลี้ยงก็เช่นกัน”

        “เพราะไม่รู้น่ะสิ ถึงอยากได้โอกาสนั้น คุณจะยอมหรือเปล่าครับ” เขากระซิบถาม

        คุณแม่ลูกสองช้อนสายตามองก็สบเข้ากับนัยน์ตาที่มองมาอย่างลึกซึ้ง เธอรู้ความหมายนั้นดีจึงหลุบตามองต่ำ ดูเหมือนความสัมพันธ์จะก้าวหน้าไปรวดเร็ว เธอที่ยังตั้งตัวไม่ได้เลือกจะเปลี่ยนเรื่อง

        “เลิกพูดไร้สาระสักที คุณบอกว่ากำลังจะสายไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวรีบผูกเนกไทให้ต่อ

        “เรื่องพวกนี้ไม่เคยไร้สาระสำหรับผม... แต่ผมก็จำได้ว่าคุณขอเวลา และผมยินดีที่จะรอ”

        เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ตอบอะไรนอกจากตั้งหน้าตั้งตาผูกเนกไทก็อมยิ้ม ใครจะไปคิดกันว่าเขาจะตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงจูบแก้มของหญิงสาวและนั่นก็ได้รับสายตาไม่พอใจทันที

        “แฮร์ริส ฉันจะไม่ทำให้คุณแล้วนะ”

        “ไม่... ผมไม่อยากให้คุณผูกเนกไทแล้ว แต่ผมอยากให้คุณทำอย่างอื่นแทน” เขากระซิบเสียงแหบพร่า

        “แต่ฉันไม่... ว้าย!”

        นรียากรีดร้องอย่างตกใจเมื่อพบว่าร่างกายถูกพลิกอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังบอบบางแนบไปกับตู้เสื้อผ้าโดยมีร่างสูงคร่อมทับอยู่ ใบหน้าของเขาและเธอใกล้กันมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เมื่อช้อนสายตาก็เห็นความปรารถนาร้อนแรงในนั้น เป็นอันตรายต่อหัวใจและร่างกายเหลือเกิน

        “ผมเคยบอกคุณหรือยัง ว่าตอนคุณโกรธ มีเสน่ห์แค่ไหน”

        “แฮร์ริส นี่...”

        หญิงสาวไม่ทันได้พูดจนจบประโยค ริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกเขาจูบซะก่อน นรียาพยายามดิ้นรนแต่ไม่ง่าย มือบางยกขึ้นทุบตีบ่าแกร่งแต่ชายหนุ่มไม่สะทกสะท้าน เมื่อได้สัมผัสกันและกันอีกครั้งร่างกายของเธอกลับยอมจำนนด้วยความเต็มใจและตอบรับดั่งเช่นวันวาน มือบางหยุดทุบตีเปลี่ยนมาจิกเสื้อเชิ้ตเนื้อดีแทน ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่ร่างสูงที่กำลังโหยหาและคิดถึง ร่างบางก็เช่นกัน

        เมื่อหญิงสาวหยุดดิ้นรนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หัวใจแกร่งเต้นแรงด้วยความดีใจ ร่างกายร้อนผ่าวตามความต้องการที่พุ่งสูง มือหนาคลายอ้อมแขนเล็กน้อยเปลี่ยนมาลูบไล้ ฟอนเฟ้น ร่างกายนุ่มเนียน ก่อนจะสอดเข้าไปในเสื้อยืดเนื้อดีลูบไล้ผิวเรียบลื่น ช่างแสนวิเศษเหลือเกิน ริมฝีปากหนายังไม่ยอมถอนจูบ สอดลิ้นเข้าไปด้านในเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กด้วยความชำนาญ

        นรียารับรู้ได้ถึงความร้อนที่ก่อตัว ยิ่งร่างกายแนบชิดเสียดสีกับชายหนุ่มมากเท่าไหร่ บวกกับการลูบไล้ทำให้ความปรารถนาส่วนลึกปะทุขึ้นอย่างยากจะห้าม ไม่เคยมีใครทำได้นอกจากผู้ชายคนนี้ สามีของเธอเอง

        “ให้ตายเถอะที่รัก คุณยังหวานเหมือนเดิม” ร่างสูงกระซิบทันทีที่ถอนริมฝีปาก จมูกโด่งกดลงยังแก้มนวล สูดดมกลิ่นหอม แล้วค่อยๆ เลื่อนมายังลำคอระหงโดยได้รับความร่วมมือจากภรรยาที่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเปิดทาง มือหนายังไม่หยุดรุกรานขยับขึ้นไปด้านบนลูบไล้ทรวงอกอิ่มที่ยังมีบราเซียร์ห่อหุ้มอยู่

        “ฮะ... แฮร์ริส ไหนคุณบอกว่ามีประชุม” นรียาถามเสียงสั่น ร่างกายอ่อนระทวยไม่มีแม้แต่แรงจะผลักออก

        “ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับคุณอีกแล้ว” เขาพึมพำเบาๆ ชิดลำคอสวย

        “ตะ... แต่ว่า...”

        ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้พูดอีก ฉวยโอกาสจูบปิดริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง แลกเปลี่ยนสัมผัสกันอย่างดูดดื่ม ลืมทุกสิ่งทุกอย่างจนกระทั่งนรียารับรู้ได้ว่าเสื้อตัวน้อยกำลังถูกร่างสูงถอดออก แม้ใจอยากจะผลักไสแต่เลือกปล่อยเฉยพร้อมเดินหน้าด้วยไฟปรารถนาที่กำลังคุโชน เผลอไผลจนยากจะถอนตัว แต่แล้วเสียงเล็กๆก็ดึงสติไว้

        “หม่ามี้... หม่ามี้ฮะ”

        เสียงเรียกของนทีทำให้นรียาได้สติ กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้งจึงดันร่างสูงออก ทว่าเขาแทบไม่ขยับ แต่อย่างน้อยก็ยอมถอนจูบ หญิงสาวโกยอากาศเข้าปอด ร่างกายร้อนรุ่มจากไฟปรารถนา สัมผัสได้ว่าริมฝีปากบวมเจ่อ

        “ลูกตื่นแล้ว ปล่อยฉันก่อน”

        “คุณอยากให้ผมปล่อยจริงๆ เหรอทูนหัว” เขากระซิบเปลี่ยนเป็นดึงร่างบางมากอดแนบแน่น

        “แฮร์ริส ลูกกำลังเรียกฉันอยู่ ถ้าแกไม่เจอใคร จะตกใจ” เธอบอกอีกหนเมื่อได้ยินเสียงเรียกเป็นระยะ

        ร่างสูงถอนหายใจ ขยับถอยออกห่าง จึงเห็นสภาพของนรียาที่เสื้อถูกดึงขึ้นสูง เขากลืนน้ำลายเมื่อเห็นเนินหน้าอกอิ่มมองจากสายตาและการสัมผัสรับรู้ได้ว่าเธอมี “มากกว่า” เมื่อก่อนเสียอีก สายตานั้นทำให้นรียามองออกจึงรีบดึงเสื้อลง

        ก่อนที่หญิงสาวจะจากไปชายหนุ่มก็รั้งไว้ก่อน “ทูนหัว ผมว่าคืนนี้ถ้าลูกหลับแล้ว เราควรจะ...”

        “ลูกหลับก็เป็นเวลานอนของฉันเหมือนกัน” นรียาตอบกลับโดยไม่สบตารีบเดินออกไปทันที ขืนอยู่นานอีกหน่อยต้องใจอ่อนเลยเถิดแน่นอน ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปรับความรู้สึก อยากคิดให้รอบคอบทั้งครอบครัว แฮร์ริสและอนาคต

        “อย่าหวังว่าผมจะให้คุณนอน” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มมองแผ่นหลังบางเดินจากไป พอได้อยู่ตามลำพัง ร่างสูงต้องใช้เวลาปรับอารมณ์ให้สงบเมื่อลูกชายตื่นพร้อมใช้งานแล้วนี่สิ เมื่อเริ่มดีขึ้นจึงหยิบเสื้อสูทตามด้วยรองเท้า นั่งตรงสตูลสีดำกลางห้อง เวลานั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้นพอหันไปมองก็ต้องยิ้มออกมา เป็นนาราที่วิ่งมาหาในมือมีกล่องนมมาด้วย

        “แด็ดดี้ขา มอร์นิ่ง” เด็กน้อยทักทายด้วยรอยยิ้ม

        “มอร์นิ่งค่ะเจ้าหญิงน้อย” ชายหนุ่มตอบกลับอุ้มลูกสาวมานั่งตรงตักก่อนจะหอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่

        “แด็ดดี้จะไปไหน ฮันนี่ไปด้วย” นาราเงยหน้าถามบิดา

        “แด็ดดี้ไปทำงานค่ะ พาฮันนี่ไปด้วยไม่ได้ แต่จะรีบกลับมา ฮันนี่อยู่กับหม่ามี้ต้องเป็นเด็กดีนะ” ชายหนุ่มอธิบายแต่ดูเหมือนเจ้าหญิงน้อยจะไม่พอใจ

        “แต่ฮันนี่อยากไปด้วย”

        “แด็ดดี้สัญญาว่าจะพาไปวันอื่นนะครับคนสวย” เขาจูบขมับแล้วโยกตัวลูกน้อยเบาๆ

        “แต่ว่า...”

        “ลูกต้องอยากอยู่บ้านแน่นอนเพราะวันนี้แด็ดดี้มีเซอร์ไพรส์ให้ด้วยนะ”

        “อะไรเหรอคะ” นาราถามอย่างสงสัย

        “ถ้าอยากรู้ วันนี้ต้องเป็นเด็กดีอยู่บ้านรู้ไหมคะ” ชายหนุ่มจูบแก้มอีกฟอดหนึ่ง

        “โอเคค่ะ แต่แด็ดดี้ต้องรีบกลับมาเล่นกับฮันนี่นะคะ” เด็กน้อยยอมในที่สุด

         “ตกลงค่ะ”

        แฮร์ริสยิ้มกว้างอารมณ์ดีฟัดลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งนรียาก็เข้ามาพานาราลงไปกินอาหาร เขารีบแต่งตัวให้เสร็จก่อนจะลงตามไปสมทบด้วย เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารก็พบลูกชายลูกสาวนั่งอยู่ตรงเก้าอี้สำหรับเด็กอย่างดี จานอาหารรวมถึงแก้วน้ำเป็นเซ็ตเข้าชุดกัน ของนทีเป็นลายยอดมนุษย์ชื่อดัง ส่วนของนาราเป็นเจ้าหญิงน่ารัก โดยอาหารวันนี้ก็เป็นเมนูโปรดอย่างแพนเค้กจานใหญ่ ผลไม้ ขนมปัง ออมเล็ตและแฮม ซึ่งแม่บ้านจัดเตรียมทั้งหมด

        ชายหนุ่มเดินไปแทรกกลางระหว่างลูกทั้งสองแล้วโน้มตัวลง “วันนี้แด็ดดี้ไม่อยู่ ต้องเป็นเด็กดีนะครับ”

        “บายฮะ” นทีตอบกลับแทบจะทันที

        “โธ่... ลูกรัก ไม่คิดจะห้ามแด็ดดี้บ้างหรือไง” เขาถามลูกชายเสียงอ่อย

        “ไม่ฮะ ผมไม่ชอบให้แด็ดดี้เข้าใกล้หม่ามี้”

        ผู้เป็นแม่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้ ที่จริงไม่ใช่แค่แฮร์ริส ครั้งอยู่เมืองไทยหากมีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ นทีจะกางปีกปกป้องอย่างรู้งาน ราวกับว่ากำลังทำหน้าที่ผู้พิทักษ์มารดาอย่างไรอย่างนั้น

        “ฮิวโก้ครับ ถ้าลูกไม่ยอมให้แด็ดดี้เข้าใกล้มัม แล้วลูกกับฮันนี่จะมีน้องได้ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มเริ่มหว่านล้อม

        “แฮร์ริส เลิกเอาเรื่องไร้สาระไปบอกลูกนะ” หญิงสาวปรามเพราะทั้งคู่ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ

        นทีเอียงศีรษะเล็กน้อยตอบกลับอย่างไร้เดียงสา “ฮันนี่ไงฮะ”

        “ไม่ใช่ครับ หมายถึง น้องตัวเล็กๆ ที่เด็กกว่าฮันนี่ น่ารักเหมือนตุ๊กตา” ร่างสูงยิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทีสนใจของลูกชายและพยายามเปรียบเทียบให้เด็กเห็นภาพง่ายที่สุด แม้ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่

        “แด็ดดี้ ฮันนี่ก็น่ารัก เหมือนเจ้าหญิง” นาราที่อยู่ทางขวามือรีบแย้ง

        ร่างสูงหันไปส่งยิ้มให้ลูกสาว “ใช่ครับ ลูกน่ารักเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยๆ แต่แด็ดดี้กำลังหมายถึงสมาชิกใหม่ ลูกทั้งสองคนจะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่ม ดีไหมครับ”

        นารากับนทีมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา นรียาไม่เคยพูดเรื่องเด็กอีกคนหรือการจะมีน้องเพิ่ม นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้

        “แด็ดดี้จะซื้อมาเหรอคะ” นาราถามอย่างไร้เดียงสา

        นรียาแทบสำลักน้ำส้มที่ดื่ม ส่วนแฮร์ริสหัวเราะเบาๆ “ของแบบนี้ไม่มีขาย แด็ดดี้กับมัมต้องเป็นคนทำครับ”

        “ทำเหรอคะ? ทำยังไง ฮันนี่กับพี่ฮิวโก้ช่วยได้ไหม

        คราวนี้คนเป็นบิดาถึงกับเหงื่อตกเมื่อเจอคำถามที่ไม่รู้จะตอบออกไปยังไง จึงสบตากับภรรยาอย่างขอความช่วยเหลือและตามมาด้วยการต่อว่าเสียงเขียว

        “นั่นไง กลายเป็นเรื่องจนได้”

        “ได้ไหมฮะ ผมจะช่วยสร้างน้องด้วย” นทีดึงแขนเสื้อบิดาร้องบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

        ชายหนุ่มยิ้มเจื่อน “เอ่อ... พวกลูกจะช่วยก็ได้ ด้วยการให้แด็ดดี้กับหม่ามี้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ รับรองว่าอีกไม่กี่เดือนจะมีน้องมาเล่นด้วยแน่นอน”

        “แฮร์ริส หยุดเอาเรื่องพวกนี้ใส่หัวลูกเลยนะ” หญิงสาวเอ็ดอีกหน

        “แต่ผมไม่อยากให้แด็ดดี้ใกล้หม่ามี้ ผมหวง” นทียังไม่ยอม

        “แต่ฮันนี่ชอบ ฮันนี่เห็นแด็ดดี้จุ๊บๆ หม่ามี้ด้วย” ประโยคนี้ของนาราทำให้มารดาหน้าแดงถลึงตามองสามี

        นักธุรกิจหนุ่มหัวเราะชอบใจ จูบขมับลูกสาวแล้วหยิบแพนเค้กหนึ่งชิ้นใส่ในจานให้เป็นรางวัล “ฮันนี่ของแด็ดดี้น่ารักที่สุด ได้รับรางวัลเป็นแพนเค้กแสนอร่อยหนึ่งชิ้นนะคะ”

        “ให้แด็ดดี้หม่ำ” ว่าแล้วเด็กน้อยก็หยิบแพนเค้กชิ้นนั้นป้อนบิดา มีหรือแฮร์ริสจะไม่สนอง เขาจึงกัดคำโตเพื่อเป็นการเอาใจ จากแพนเค้กชิ้นใหญ่เหลือเพียงแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ ซึ่งภาพนั้นทำเอานาราสตั้นไปเลย เด็กน้อยพูดอะไรไม่ออก พอได้สติก็แผดเสียงดังเสียจนแพนเค้กที่แฮร์ริสกำลังกลืนแทบติดคอ

        “แด็ดดี้ใจร้าย! แพนเค้กฮันนี่จะหมด หม่ามี้ แด็ดดี้แย่งฮันนี่หม่ำ ฮึก... หม่ามี้ เหลือนิดเดียว” เด็กน้อยฟ้องมารดาพร้อมกับชูเศษแพนเค้กในมือให้ดู

        “ตะ... แต่ว่า ฮันนี่ป้อนแด็ดดี้เองนี่คะ” ชายหนุ่มลนลานตอบกลับ

        “ให้นิดเดียว ให้แด็ดดี้กินนิดเดียว” เด็กน้อยเบะปาก

        นรียาถอนหายใจรีบตักแพนเค้กชิ้นใหม่ให้ “ฮันนี่คะ แพนเค้กยังมีอีกเยอะ หนูไม่ต้องหวงหรอกลูก”

        “ฮันนี่จะไม่แบ่งแด็ดดี้หม่ำแล้ว”

        นักธุรกิจหนุ่มถูกลูกสาวเมินก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มพึงพอใจจากภรรยา เขาถอนหายใจเล็กน้อย จูบศีรษะนาราและนที

        “แด็ดดี้ไปก่อน เจอกันเย็นนี้นะครับ”

        ไม่มีเสียงตอบรับทำให้นรียานึกสงสารขึ้นมาบ้าง “บอกลาแด็ดดี้หรือยัง”

        “บ๊ายบายฮะ

        นาราไม่ตอบแต่ยกมือบ๊ายบายหันไปกินอาหารเช้าต่อ ซึ่งชายหนุ่มอมยิ้มส่ายหน้า รู้นิสัยลูกสาวเพิ่มมาหนึ่งข้อว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของนาราตอนนี้คือของกิน แม้แต่เขาที่เป็นบิดายังสำคัญไม่เท่าเลย จากนั้นก็หันไปบอกภรรยาสาว

        “นัทครับ ไปส่งผมหน่อยสิ มีเรื่องจะคุยด้วย”

        นรียาขมวดคิ้วคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องสำคัญจึงเดินตามออกไปโดยมีแม่บ้านรีบเข้ามาดูแลเด็กๆ พร้อมกำชับว่าอย่าให้ลงจากเก้าอี้เป็นอันขาด บ้านหลังนี้ของประดับตกแต่งเยอะเหลือเกิน กลัวว่าจะวิ่งชนนั่นชนนี่จนได้รับบาดเจ็บ

        เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ แฮร์ริสมองนรียาแววตาเป็นประกาย อยากจะใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งวันถ้าเป็นไปได้

        “ว่าไงคะ มีอะไรจะคุยเหรอ” หญิงสาวเปิดประเด็นเมื่อชายหนุ่มเอาแต่มองไม่ยอมพูดสักที

        “วันนี้จะมีของมาส่ง... เอ่อ... ของลูก ผมบอกไว้ก่อนเดี๋ยวคุณจะตกใจ”

        “ของอะไร? อย่าบอกนะว่าของเล่นอีกน่ะ แฮร์ริส ฉันบอกแล้วว่า

        “อย่าเพิ่งดุสิครับ ผมสั่งมาแค่ไม่กี่อย่าง ไม่กล้าซื้อเยอะหรอกกลัวคุณจะโกรธ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าลูกชอบอะไรเป็นพิเศษ นอกจากฮันนี่ชอบพวกเจ้าหญิงและฮิวโก้ชอบหุ่นยนต์ เลยคิดว่าไว้พาลูกไปเลือกเองน่าจะดีกว่า” ชายหนุ่มรีบแทรกทันทีด้วยกลัวว่าจะถูกโกรธ

        นรียาได้ยินก็แอบพอใจอยู่บ้าง “ค่อยยังชั่ว แต่ขอรอบนี้รอบสุดท้ายนะคะ ไม่เอาแล้วนะ และฉันคิดว่าเราต้องคุยเรื่องของเล่นกันอย่างจริงจัง... ถ้าหมดธุระแล้ว ขอตัวก่อน”

        ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ภรรยาได้เดินหนีจึงรีบคว้าเรียวแขนสวยไว้ ซึ่งแรงของเขามากพอทำให้ร่างเพรียวระหงของนรียาตกอยู่ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับโน้มหน้าลงฉวยโอกาสจุมพิตหนักๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มหนึ่งที

        “แฮร์ริส นี่คุณ...”

        “จูบลาไง จะได้มีกำลังใจในการทำงาน... หรือถ้าระหว่างวันคุณคิดถึงผม โทร. หาได้ตลอดเวลานะครับ” ชายหนุ่มขยิบตาให้อย่างเจ้าชู้ ฉวยโอกาสจูบริมฝีปากของหญิงสาวอีกหนึ่งทีก่อนจะเข้าลิฟต์ไป

        ร่างบางมัวแต่อึ้งกว่าจะรู้ตัวร่างสูงจากไปแล้ว ริมฝีปากร้อนผ่าวหวนนึกถึงการกระทำอันแสนร้อนแรงในห้องแต่งตัว หากลูกไม่มาขัดคาดว่าจะต้องเกินเลยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน นรียาไม่เคยต้านทานเรื่องพวกนี้จากแฮร์ริสได้เลยแม้แต่น้อย

        “ให้ตายสิ... บ้าจริง”

        เมื่อเดินกลับมายังห้องอาหาร เด็กๆ กำลังดื่มนมจากแก้วลายการ์ตูนน่ารักที่เธอพบว่าเขาทำการบ้านมาดี เตรียมทุกอย่างสำหรับเด็กเอาไว้พร้อม ออกจะดีมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะเป็นของแบรนด์เนมทุกชิ้น หลังจากได้สำรวจตรวจตราข้าวของภายในเพนต์เฮาส์ นรียาไม่สามารถประเมินมูลค่าได้เลย

        “หม่ามี้แก้มแดง ตัวร้อนจี๋ๆ เหรอฮะ” นทีถามอย่างเป็นห่วง

        นรียายกมือจับแก้มนวลที่ร้อนผ่าวก็รู้ว่าเพราะอะไรจึงรีบส่ายหน้า “เอ่อ... เปล่าจ้ะ”

        “หม่ามี้โดนแด็ดดี้จุ๊บๆ แน่เลย” คำพูดของนาราทำเอามารดาตกใจ

        “ไม่เอา พี่ไม่ให้” นทีรีบแย้ง

        “แต่ฮันนี่ให้! ฮันนี่อยากมีน้อง เด็กน้อยตอบในที่สุด

        “แต่พี่...”

        “เอาล่ะๆ พอได้แล้ว ไม่ทะเลาะกันนะคะ รีบกินให้เสร็จ หม่ามี้จะพาไปอาบน้ำนะ” นรียารีบห้ามทัพก่อนจะนึกสิ่งที่นาราพูด หากนทีเอาด้วยอีกคน เธอไม่แย่เหรอเนี่ย เขาต้องไม่ยอมปล่อยเธอไปอย่างแน่นอน

       

        แฮร์ริสมาถึงดีซีก่อนเวลาประชุมสิบห้านาที เมื่อคาดิลแลคคันหรูจอดที่หน้าตึกขนาดใหญ่รูปทรงห้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงทั่วโลก เขาเปิดประตูลงมาโดยไม่รอคนสนิทอย่างทุกที ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อบางสำนักที่รออยู่ เดินก้าวเข้าไปด้านในโดยมีเอเลียสเดินตามพร้อมบอดี้การ์ดอีกสองคน ระหว่างเดินทางได้รับรายงานว่าอลาโนมาถึงตั้งแต่เมื่อวานเย็น และตอนเช้าก็เข้าไปพูดคุยกับนายพลจอร์แดน โดยมีนักข่าวท้องถิ่นถ่ายภาพเอาไว้ได้ ดูเหมือนว่าสัญญาการซื้อขายอาวุธล็อตล่าสุดคงมีคนอยากได้ “ส่วนแบ่ง” จากแบล็กฟอร์ด แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ชื่นชอบธุรกิจมากเท่ากับพี่ชายที่ฝังในสายเลือด แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมองเกมนี้ไม่ออก ถึงกระนั้นก็ไม่อยากใส่ใจมากแต่ถ้ามันจะมีผลกระทบระยะยาว แฮร์ริสจำต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

        ทันทีที่เดินเข้ามาด้านในเพื่อจะเข้าลิฟต์แต่บังเอิญเจออลาโนเดินออกมาเสียก่อน ตอนแรกแฮร์ริสไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำแต่ถูกขวางเอาไว้ ซึ่งอีกฝ่ายส่งยิ้มพร้อมกับกล่าวทักทาย ในมือมีแฟ้มเอกสารดูท่าคงไม่ได้มาพูดคุยเฉยๆ แต่มาพูดคุยเรื่องงานอย่างแน่นอน

        “สวัสดีคุณแฮร์ริส บังเอิญจังเลยนะครับ ผมอลาโน” นักธุรกิจหนุ่มยื่นมือให้ รอเวลาอยู่แล้วหลังจากเห็นแฮร์ริสลงมาจากรถก็รีบลงลิฟต์มาซึ่งกะเวลาได้พอดี อย่างน้อยต้องแสดงตัวตนซะบ้าง ที่กล้าท้าทายเพราะไม่มีอะไรต้องกลัว แต่หากเป็นเมื่อก่อน แบล็กฟอร์ดคงเป็นอันดับแรกที่อยากจะหลีกเลี่ยง ต้องยอมรับว่าพอไม่มีเฮกเตอร์ทุกอย่างดูง่ายขึ้น

        “นั่นสิครับ ผมคิดว่าคุณไม่น่าจะมีธุระที่นี่” ชายหนุ่มตอบกลับ ปฏิเสธการจับมือด้วยการล้วงกระเป๋ากางเกงแทน

        อลาโนเห็นการกระทำนั้นรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย แต่ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว “ต่อไปนี้เราอาจจะได้เจอกันบ่อยหน่อย พอดีผมเองก็เริ่มมีธุระที่นี่แล้วเหมือนกัน”

        นักธุรกิจหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้มพร้อมขยับแฟ้มในมือเล็กน้อย เพิ่งได้รับรายการสั่งซื้อจากที่นี่ แม้จะไม่ใช่จำนวนเงินที่มากเท่าไร แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

        แฮร์ริสมองเล็กน้อย “ดูท่าคุณจะตื่นเต้นกับธุระนี้เหลือเกิน แต่ผมพอเข้าใจ สำหรับบริษัทเล็กๆ การได้มาถึงจุดนี้ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เท่าที่รู้คุณทำงานหนักมาก วิ่งหาลูกค้าจนไม่ได้พักผ่อน ก็ ยังไงก็เอาใจช่วยนะครับ ผมขอตัวก่อน”

        ทายาทแบล็กฟอร์ดยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปในลิฟต์ที่เอเลียสเปิดรออยู่ ไม่สนใจสีหน้าแข็งกระด้างของอลาโน เขารู้ดีเจตนาของการคุยครั้งนี้ คือโอ้อวดเปิดสงครามเล็กๆ อยากจะให้รู้สึกโกรธ แต่แฮร์ริสกลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพียงแค่อยากจะเสนอ “บทเรียน” บางอย่างให้กับอลาโนเท่านั้นเอง

        ทางด้านผู้กุมบังเหียนจีเอชเอคอมพานีหันหลังกลับไปมองขบกรามแน่น แม้สัญญาฉบับนี้จะเป็นส่วนที่นอกเหนือจากการทำไว้กับแบล็กฟอร์ด ที่ตกลงซื้อขายเพราะราคาที่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นใบเบิกทางที่จะสามารถนำไปให้สื่อเล่นข่าว เพิ่มมูลค่าให้บริษัทโดยไม่ต้องลงแรงอะไรมาก ลูกค้ารายอื่นจะต้องหันมาสนใจบริษัทของเขา แม้วันนี้อาจจะเป็นเพียงรายการเล็กๆ แต่อลาโนมั่นใจว่าสิ่งที่ตามมามันคุ้มค่ากว่านี้มากนัก

        “ปากดีไปเถอะ อีกไม่นานฉันจะทำให้แบล็กฟอร์ดไม่เหลืออะไร”

        เมื่อมาถึงห้องประชุม แฮร์ริสได้นำเสนอสินค้าตัวใหม่ที่ลูกค้าต้องการโดยเฉพาะเครื่องบินรบไร้เสียง เรดาร์ตรวจจับไม่ได้เหมาะแก่การแฝงตัวเข้าไปในดินแดนของศัตรูซึ่งการทดสอบก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ รวมถึงสินค้าอีกหลายอย่างที่ดึงเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้ ซึ่งทางแบล็กฟอร์ดมีสัญญามาอย่างยาวนานกับทางนี้จึงเลือกที่จะยึดให้เป็นลูกค้าหลักและสามารถขายให้แก่ประเทศพันธมิตรรวมถึงลูกค้าเก่า หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วโมง แทนที่เขาควรจะกลับ แต่เปล่า ร่างสูงแวะไปหานายพลคนดังที่รู้ว่ากำลังจะ “หนุน” อลาโน ซึ่งเขาเป็นคนดูแลเรื่องการสั่งซื้ออันที่จริงก็มีอำนาจพอสมควรที่จะพาบริษัทเล็กๆ เข้ามาภายในได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จอร์แดนไม่ควรลืมว่าการมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะแบล็กฟอร์ด “สนับสนุน” เช่นกัน

        เสียงประตูเปิดเข้ามาโดยไร้การเคาะไม่ได้ทำให้นายพลวัยกลางคนตกใจ ยิ่งเห็นผู้มาเยือนก็ไม่ได้ถือสา

        “มาถึงที่นี่มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ... หรือว่ามีคนตั้งค่าหัวคุณอีกแล้ว” นายพลจอร์แดนกล่าวทักทาย

        แฮร์ริสนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานสีมะฮอกกานีตัวใหญ่ “ผมมีเวลาไม่มาก จะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงผลักดันบริษัทเล็กๆ ของอลาโน”

        คำถามนั้นทำให้นายพลคนเดิมชะงักเล็กน้อยแต่พอจะเข้าใจว่าเรื่องพวกนี้คงไม่พ้นสื่อ อีกทั้งหูตาของแบล็กฟอร์ดก็มีมากมายจนนับไม่ถ้วน “แค่ของเล็กน้อยเท่านั้น ผมไม่ได้เจาะจงบริษัทไหนเป็นพิเศษ แค่ให้เสนอราคามาและทางนี้ก็ให้ราคาดี เลยตกลงซื้อขาย”

        “แน่ใจเหรอว่าคุณไม่ได้เลือกบริษัทไหนเป็นพิเศษ... ทั้งที่มีภาพอลาโนออกจากบ้านของคุณเมื่อเช้า”

        นายพลจอร์แดนได้ยินก็หน้านิ่งก่อนจะถอนหายใจ ยกมือขึ้นเป็นการยอมแพ้ “โอเค เอาล่ะ แฮร์ริส คุณต้องเข้าใจว่า ยังไงคุณก็เป็นรายใหญ่ของเราอยู่แล้ว ผมไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหนเรื่องอลาโน และถ้ามัน...”

        “วันนี้คุณรับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยที่จีเอชเอคอมพานีเสนอให้ แลกกับรายการสินค้าที่คุณบอกว่าไม่สำคัญแล้วใครจะรับรองได้ว่าอนาคตมันจะไม่มาแทนที่แบล็กฟอร์ด” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม แผลเล็กวันนี้ย่อมกลายเป็นแผลใหญ่ในวันหน้าได้ไม่ยาก ถ้ามีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง

        “แฮร์ริส บางทีคุณควรเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงซะบ้าง และผมยังยืนยันว่าแบล็กฟอร์ดจะ...”

        “ธุรกิจเปลี่ยนขั้ว คนเปลี่ยนแปลง แรงจูงใจมีไม่กี่อย่างหรอก หนึ่งในนั้นคือเรื่องผลประโยชน์ ผมพูดถูกไหม”

        นายพลวัยกลางคนหรี่ตา แม้แฮร์ริสจะไม่เจนวงการเท่ากับเฮกเตอร์ เพราะหากเป็นคนนั้นเขาคงโดนผู้ใหญ่เล่นงานหนักไปแล้ว ไม่เสียเวลามานั่งพูดคุยหรอก นั่นทำให้เขากล้าที่จะรับ “ผลประโยชน์” จากที่อื่นร่วมด้วย แต่ถึงกระนั้นแฮร์ริสก็ยังเป็นคนที่ประมาทไม่ได้อยู่ดี

        “คุณกลัวว่าบริษัทเล็กๆ อย่างจีเอชเอคอมพานีจะเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากคุณเหรอ”

        แฮร์ริสแสยะยิ้ม “เปล่าเลย แบล็กฟอร์ดไม่เคยกลัวใคร แต่ที่พูดเรื่องนี้เพราะอยากเตือน เราทำการค้ามานาน ผมไม่อยากให้การตัดสินใจพลาดของคนคนเดียวทำให้ทุกอย่างเสียหาย และที่สำคัญ ผมรู้ว่าตำแหน่งนี้สำคัญกับคุณมาก เพราะกว่าจะได้มา พี่ชายผมก็ช่วยคุณไว้เยอะ เลยไม่อยากให้คุณต้องเสียมันไป อย่าลืมว่านอกจากที่นี่ ผมยังมีลูกค้าอีกมาก ถ้าผมจะขายสินค้าที่ดีที่สุด เทคโนโลยีล้ำสมัยกว่านี้ให้กับที่อื่น หัวหน้าของคุณคงไม่พอใจแน่ ถ้ารู้ว่าต้นเหตุมันมาจากการที่คุณเลือกบริษัทโนเนมแทนบริษัทที่ทำการค้ามายาวนาน” นักธุรกิจหนุ่มเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบาย ไม่ได้กลัวใบหน้าแดงก่ำของนายพลจอร์แดนแม้แต่น้อย

        “แฮร์ริส มันแค่เล็กน้อย ผมแค่อยากจะ...”

        “ทุกคนมีทางเลือกเสมอ อยู่ที่คุณจะเลือกทางไหน ผลประโยชน์ฉาบฉวยจากมิตรใหม่ หรือความมั่นคงจากมิตรเก่า ผมไม่อยากจะข่มขู่ใครหรอกนะ แต่การที่คุณให้บริษัทอื่นเล่นตุกติกลับหลังผมถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ถ้าคุณอยากได้อะไรเพิ่มโดยเฉพาะของเล็กน้อยที่ว่าก็เพิ่มมาในรายการสั่งซื้อแล้วกัน แต่ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วถูกต้องก็เป็นไปตามนั้น ขอตัวก่อน” แฮร์ริสพูดเสร็จลุกขึ้นกลัดกระดุมเสื้อสูท เดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่หันกลับไปมองอีก

        “ให้ตายเถอะ ไม่ว่าจะเฮกเตอร์หรือแฮร์ริส มันก็เหมือนกันทั้งพี่และน้อง” ถึงจะไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ แบล็กฟอร์ดมีบุญคุณเกินกว่าที่จะชดใช้ได้หมดด้วยซ้ำ ถึงจะไม่ลงรอยกันอยู่บ้างแต่ทุกครั้งที่เขาเดือดร้อนไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าเงินสามารถแก้ไขได้ คนตระกูลนี้ไม่เคยนิ่งนอนใจ เป็นแบบนั้นมาเสมอและเขาก็ได้เลือกแล้วด้วยการต่อสายหาใครบางคน

        “เจ้านายคิดว่าทางนี้จะยอมให้จีเอชเอคอมพานีมาทำการค้าด้วยจริงเหรอครับ” เอเลียสถามอย่างสงสัย

        “ไม่หรอก จอร์แดนไม่กล้าเสี่ยง แต่ไอ้อลาโนคงไม่หยุดแค่นี้ คนที่กล้าทำอะไรลับหลังแปลว่ามันเองก็ไม่ธรรมดา ฉันไม่อยากให้เรื่องเล็กวันนี้กลายเป็นความผิดพลาดในวันข้างหน้าเพราะดูจากที่มันพูด คงอยากโค่นเราเต็มที” ชายหนุ่มไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออก ถึงจะไม่ได้ภูมิใจกับสิ่งที่เป็นอยู่แต่แบล็กฟอร์ดคือตระกูล คือสิ่งที่ทุกคนสร้าง และเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายแต่จะทำให้มันดีมากขึ้น ดีกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจหรือภาพลักษณ์

        แม้ในทีแรกอลาโนจะออกจากตึกแห่งนี้ด้วยรอยยิ้ม ทว่าหนึ่งชั่วโมงถัดมากลับต้องพบข่าวร้ายเมื่อรายการสินค้าของเขาถูกยกเลิกด้วยทางผู้ใหญ่ไม่เห็นชอบ เนื่องจากของเหล่านี้ยังไม่จำเป็น ในคลังเหลือเป็นจำนวนมากและไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติมอีก ซึ่งทำให้นักธุรกิจหนุ่มขบกรามแน่นโยนโทรศัพท์ทิ้งอย่างไม่ใยดี

        “บ้าเอ๊ย ไอ้แฮร์ริส!

        “เกิดอะไรขึ้นครับนาย” อาร์มันถามอย่างสนใจ

        “เราถูกยกเลิกการสั่งซื้อน่ะสิ ต้องเป็นเพราะมันแน่... อย่าคิดว่าขัดขวางฉันได้แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไร แกรู้จักฉันน้อยเกินไป ลูกค้าแกไม่ได้มีรายเดียวนี่” เขาขบกรามแน่น คิดว่าการปะทะคารมเมื่อครู่จะไม่ได้ส่งผลอะไร เนื่องจากเป็นรายการสั่งซื้อที่น้อยมาก อีกทั้งการพูดคุยกับนายพลรายนั้นก็เป็นไปได้ด้วยดี เขาประมาทอิทธิพลแบล็กฟอร์ดเกินไป ไม่แปลกที่ทำไมทุกคนถึงเกลียดชังบริษัทนี้ เพราะแค่เงินเพียงเล็กน้อยก็ไม่ยอมให้กระเด็น แต่อย่าหวังว่าจะหยุดอลาโน เกรย์แฮมคนนี้ได้ เขาใช้เวลาสี่ปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างตัวตน ธุรกิจใหม่ และเงินมหาศาล พร้อมที่จะเปิดบัญชีแค้นแล้ว ที่สำคัญดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเมื่อได้รับรายงานสำคัญบางอย่าง แฮร์ริส แบล็กฟอร์ด มีจุดอ่อนสักทีสินะ!

 

        ทางด้านนรียาหลังอาบน้ำให้ลูกเสร็จก็พามายังห้องแต่งตัว ตู้เสื้อผ้าสองตู้ขนาดใหญ่สีขาวเป็นของนารากับนทีแตกต่างจากตู้อื่นที่เป็นสีดำ เนื่องจากเมื่อวานแม่บ้านเป็นคนจัดการเก็บเสื้อผ้า แถมยังเตรียมทุกอย่างพร้อม หญิงสาวจึงไม่มีโอกาสสำรวจ เวลานี้ลูกกำลังยืนเล่นกันโดยมีผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่อตัว ร่างบางเปิดตู้เสื้อผ้าหมายจะหยิบชุดเดิมแต่พอเห็นชุดจำนวนมากถูกแขวนเรียงเอาไว้ก็เบิกตากว้าง ด้านล่างเป็นชั้นรองเท้าที่นับไม่ถ้วนวางเรียงเป็นระเบียง ขวามือยังเป็นที่เก็บเครื่องประดับไม่ว่าจะที่คาดผม กิ๊บ หนังยาง หมวก โบผูกผม นรียารีบเปิดของลูกชายก็เจอเหมือนกัน

        “นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย” หญิงสาวไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้

        “โอ๊ะ... หม่ามี้ ชุดเจ้าหญิงๆ ฮันนี่จะใส่ชุดเจ้าหญิง”

        “มีชุดไดโนเสาร์ด้วยฮะ ผมจะใส่ชุดนั้น”

        เด็กทั้งสองคนกระโดดโลดเต้นเบียดมารดามาเลือกชุดด้วยตัวเอง นรียาได้สติก็รีบห้ามไว้ซะก่อน

        “จะได้เวลานอนกลางวันแล้ว ชุดแบบนี้ใส่นอนไม่สบายและเราก็ไม่ได้ไปไหนนะลูก”

        “แต่ฮันนี่อยากใส่... นะคะหม่ามี้” นาราบอก

        “ผมด้วยฮะ นะฮะหม่ามี้”

        เมื่อเจอลูกอ้อนก็ยากจะปฏิเสธ สุดท้ายก็พยักหน้ารับ เด็กๆ กรีดร้องดีใจกันใหญ่ เธอจึงย่อตัวลง เริ่มแต่งตัว พอเสร็จเรียบร้อย เด็กทั้งสองก็วิ่งเล่นกันสนุกสนาน โดยนาราเป็นเจ้าหญิงสมใจและมีไดโนเสาร์นทีคอยแกล้ง เธอจึงหันกลับมามองเสื้อผ้าได้แต่บ่น

        “รอก่อนเถอะ กลับมาจะบ่นให้หูชาเลย”

        หญิงสาวเดินออกมาด้านนอกเห็นลูกสาวกระโดดขึ้นไปบนโซฟาโดยมีโทรทัศน์เปิดอยู่ ในมือกำหลวมๆ เป็นไมค์จากนั้นก็เริ่มร้องเพลงโดยมีพี่ชายสะบัดชายเสื้อคลุมชุดเจ้าหญิงให้

        “เลทอิทโก... เลทอิทโก...”

        นรียาขำกับภาพนั้นก่อนจะส่ายหน้า เดินเข้าไปหาไม่อย่างนั้นหากไม่ระวังตกโซฟาคงจะเจ็บไม่น้อย ยิ่งซนกันอยู่ด้วย กว่าลูกสาวจะร้องเพลงจบก็เสียงแหบเสียงแห้งพร้อมกับหมดฤทธิ์รวมถึงลูกชาย ไดโนเสาร์ตัวน้อยที่คอยสะบัดกระโปรงให้น้องก็ตาปรือปรอย นรียาจึงพาทั้งคู่เข้าไปในห้องนอนโดยมีแม่บ้านช่วยเก็บของเล่นที่กระจัดกระจาย เพียงไม่กี่นาทีเด็กๆ ก็หลับสนิท

        หญิงสาวนอนเฝ้าลูกเพียงครู่เดียว หนึ่งในแม่บ้านของเขาก็เข้ามาบอกว่าจะคอยเฝ้าให้แทน พร้อมย้ำว่าเป็นคำสั่งของแฮร์ริส นรียาไม่อยากขัดจึงลุกขึ้นเดินออกไป พลางมองสำรวจบ้าน ไม่อยากเชื่อว่าแฮร์ริสจะร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐี คาดเดาว่าคงติดอันดับโลกอย่างแน่นอน เธอไม่รู้จะปรับตัวกับชีวิตแบบนี้อย่างไร รวมถึงลูกๆ ถ้าเขาตามใจมากเกินไปจะเสียเด็กอย่างแน่นอน เธอเดินกลับมายังห้องรับแขกขนาดใหญ่ นั่งลงได้ไม่เท่าไร หัวหน้าแม่บ้านอย่างเฮต้าเดินเข้ามาเสิร์ฟชาพร้อมขนมก่อนจะเอ่ยรายงาน

        “พนักงานส่งของมาแล้วค่ะ จะให้ขนขึ้นมาด้านบนเลยไหมคะ มาดาม”

        หญิงสาวนึกถึงสิ่งที่แฮร์ริสบอก “ของเด็กๆ ใช่ไหมคะ”

        “ใช่ค่ะ”

        “งั้นให้ยกขึ้นมาเลยค่ะ... แต่วางไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้นะคะ เพราะฉันไม่แน่ใจว่าในห้องจะเหลือที่วางหรือเปล่า”

        เฮต้ามองไปรอบห้องอย่างประเมิน คิดว่าไม่น่าจะพอแต่ก็ไม่ได้ขัดคำสั่ง เพียงยิ้มรับแล้วแจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัยด้านล่าง เพียงไม่นานพนักงานซึ่งสวมยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้มต่างทยอยขนของขึ้นมา เธอเห็นว่าเป็นของเล่นเด็กก็ไม่ได้แปลกใจเนื่องจากชายหนุ่มบอกไว้แล้ว ทีแรกคิดว่าขนรอบเดียวก็หมดแต่ไม่ใช่ นรียาเฝ้ามองพนักงานหลายคนขนขึ้นมาวางที่ห้องรับแขก พื้นที่ว่างถูกแทนที่ด้วยกล่องจำนวนมาก รวมถึงโมเดลหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ รถบังคับหลายกล่อง ตุ๊กตากระต่ายสั่งทำพิเศษสูงกว่าเธอเสียอีก ตุ๊กตาเจ้าหญิงจากบริษัทชื่อดังมาพร้อมกับตู้เสื้อผ้าเล็กๆ ที่อัดแน่นด้วยชุดตุ๊กตาหลายสิบชุด ยังไม่รวมรถไฟฟ้าอีกสองคันให้ลูกขับเล่น นรียาตื่นตะลึงจนต้องรีบถามเพราะไม่มีที่วางแล้ว

        “เอ่อ... เดี๋ยวก่อนนะ... หมดหรือยังคะ”

        “เหลืออีกประมาณสิบกล่องครับคุณผู้หญิง ผมจะรีบขนขึ้นมาให้” พนักงานพูดเสร็จรีบเดินออกไป นรียาถึงกับกุมขมับหันไปมองหน้าเฮต้าที่ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้

        หลังจากใช้เวลาขนของพักใหญ่ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ห้องรับแขกเต็มไปด้วยกล่องของเล่นมากมาย เธอถอนหายใจ เซ็นรับของจนมือแทบหงิก มันไม่ใช่เอกสารแค่ใบเดียวแต่มันเป็นปึกเลยต่างหาก ใบเดียวคงพิมพ์รายการไม่พอ

        หญิงสาวมองของทั้งหมดที่มีมากกว่าสามสิบชิ้น นึกไปถึงคำพูดของแฮร์ริสเมื่อเช้าก็กัดฟันแน่น

        “ไหนเขาบอกว่าไม่กี่อย่างไง แล้วนี่อะไร บ้าไปแล้วเหรอ เขาเข้าใจคำว่าไม่กี่อย่างแบบไหนกันนะ”

        “มาดามอยากให้ดิฉันขนของไปวางไว้ตรงไหนดีคะ” เฮต้าขอคำแนะนำ

        “ถ้ามีห้องว่างเหลือ... เอาไปเก็บไว้ในนั้นก่อนก็ได้ค่ะ เพราะทั้งหมดนี่คงใส่ห้องของเด็กๆ ไม่พอ” หญิงสาวบอกกลับ มองของเหล่านี้พลางคิดว่าถ้าเด็กๆ มาเห็นต้องดีใจมากแน่ๆ

        แม่บ้านออกมาช่วยกันขนของแต่ละอย่าง นรียาคิดว่าของที่เขาซื้อมาทำอย่างกับว่ามีลูกสักสิบคน ยิ่งโมเดลตุ๊กตาตัวใหญ่ สวยดีอยู่หรอก นทีต้องชอบแต่หากเล่นไม่ระวังล้มทับขึ้นมาจะเป็นอันตรายแน่นอน หญิงสาวหยิบเอกสารขึ้นมาดูรายการอีกครั้งพอเห็นยอดเงินก็แทบเป็นลม หลายหมื่นดอลลาร์ เขาใช้เงินง่ายขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ถึงสิบห้านาทีและของก็ยังขนไม่หมด ก็เห็นตัวการเดินผิวปากมาอย่างอารมณ์ดี ในมือถือลูกโป่งมาด้วย มีรูปเจ้าหญิงและหุ่นยนต์ เดินยิ้มกว้างเข้ามาใกล้โดยที่ไม่ดูสีหน้าของภรรยาเลยว่ากำลังหงุดหงิดแค่ไหน

        “กลับบ้านมาเห็นหน้าคุณ มันวิเศษมากเลยรู้ไหม” แฮร์ริสเอ่ยบอกพร้อมถอดเสื้อสูท ผูกลูกโป่งไว้กับขาโต๊ะตัวเล็กให้มันลอย แล้วนั่งลงข้างภรรยา หลังบินกลับจากดีซีก็เลือกจะกลับบ้านทันที ปล่อยให้เอเลียสจัดการทุกอย่างแทน

        นรียาเห็นว่าตอนนี้ไม่มีใครก็บ่นออกมา “คุณคิดจะทำอะไร ไหนบอกว่าของเล่นแค่นิดเดียว ฉัน...”

        “ของเล่นลูกมาแล้วเหรอ... เยี่ยม บริษัทนี้ทำงานดีเกินคาด ถ้าลูกเห็นต้องดีใจแน่” ชายหนุ่มพูดแทรกก่อน

        “แฮร์ริส ฟังที่ฉันพูดบ้างสิ ฉันบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็ก ไหนคุณบอกว่าจะพาลูกไปซื้อด้วยกัน ของที่มาส่งแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น แต่นี่มันอะไร” นรียาหยิบเอกสารยื่นให้

        นักธุรกิจหนุ่มเพียงแค่ยิ้ม รับเอกสารวางไว้ดังเดิมเปลี่ยนมากุมมือภรรยา “ทูนหัว แค่ของไม่กี่อย่างเองนะ”

        “ห้ะ... คุณยังกล้าใช้คำนี้อีกเหรอ ถ้าหลายอย่างของคุณจะขนาดไหน พูดมาสิ” นรียาถามกลับ

        ชายหนุ่มทำหน้าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ผมก็อาจจะซื้อหุ้นบริษัทผลิตของเล่นซะเลย ลูกเราจะได้ของเล่นก่อนใคร แบบนั้นมันต้องเยี่ยมมาก ฮันนี่และฮิวโก้ต้องชอบ”

        คุณแม่ลูกแฝดรู้สึกปวดหัว ดึงมือกลับ “พอ... พอก่อน อย่าให้ฉันต้องโมโหจนอกแตกตาย”

        “โธ่... ที่รัก คุณต้องเข้าใจ เวลาสี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่คุณอุ้มท้องจนคลอดลูก ผมไม่เคยอยู่ในช่วงนั้น ไม่เคยได้ดูแลพวกแก ไม่เคยได้ซื้อของให้ และ...”

        “แต่ฉันก็ไม่เคยเลี้ยงลูกให้ลำบากแฮร์ริส ลูกมีของเล่นมากพอแล้ว ของเล่นที่เหมาะสมกับวัย ไม่ใช่ของที่คุณซื้อมา บางชิ้นก็เกินอายุ” นรียาได้ทีบ่นออกมาหวังว่าจะเข้าหูชายหนุ่มบ้าง

        “ซื้อเผื่ออนาคตไงครับ” ชายหนุ่มยังยิ้ม

        “อนาคตคุณก็ซื้ออีก ฉันรู้จักคุณดี” หญิงสาวพูดดักคอ

        ชายหนุ่มหัวเราะหยิกแก้มภรรยา “ภรรยารู้จักดีขนาดนี้ สามีควรจะให้รางวัลใช่ไหม”

        หญิงสาวตกใจรีบดันอกแกร่งเมื่อเขาทำท่าจะเข้ามาจูบแก้ม “แฮร์ริส เราต้องตกลงกันเรื่องนี้ การตามใจของคุณจะกลายเป็นการสปอยลูกโดยไม่จำเป็น ลูกจะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ และ...”

        “เราค่อยๆ สอนก็ได้นี่นา อีกอย่าง ของเล่นแค่นี้ผมซื้อได้ โอ๊ย...” พูดยังไม่ทันจบก็ถูกภรรยาดึงหูเข้าให้จนมือหนาต้องรีบจับ

        “รู้ว่ามีเงินเยอะ แต่นิสัยการใช้เงินของคุณจะทำให้ลูกเสียเด็ก” เธอบอกเสียงเข้ม

        “จ้ะๆ รู้แล้วทูนหัว ปล่อยหูผมก่อน หูผมจะหลุดแล้ว” เขาร้องโอดโอย

        หญิงสาวนึกหมั่นไส้ยอมปล่อยแต่มิวายหยิกแขนเป็นการทำโทษอีกที พูดไม่เข้าหูดีนักแต่ยังได้รับรอยยิ้ม

        “ทูนหัว ลูกแค่สามขวบกว่า ผมว่า...”

        “เราต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ว่าคุณดีใจที่เจอลูก แต่การทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าคุณรักลูกจริงๆ อย่าสนับสนุนพฤติกรรมผิดๆ คุณให้ลูกได้ แต่ให้พอเหมาะ และถ้าคุณไม่ทำตามล่ะก็ ฉันจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้พวกเราอีก”

        เมื่อถูกภรรยายื่นคำขาดชายหนุ่มก็เบิกตากว้าง “แบบนั้นไม่ได้นะ คุณจะ...”

        “ถ้าคุณไม่ฟังฉัน ไม่ฟังคำแนะนำ ฉันก็ต้องปกป้องลูก” หากเป็นแบบนี้ต่อไป มันไม่ใช่เรื่องดี การตามใจควรทำให้พอเหมาะ ไม่ใช่ทุกอย่าง

        นักธุรกิจหนุ่มหน้าจ๋อย “ก็ได้ๆ

        “ดีมาก”

        “แต่ต้องให้รางวัลผมก่อน” แฮร์ริสพูดเสร็จอาศัยจังหวะที่นรียาเผลอจูบแก้มนวลหนึ่งที แม้จะได้เสียงบ่นทว่าเขากลับไม่สนใจ ยิ้มกว้างกอบกุมมือบางขึ้นมาจูบหลังมือแผ่วเบา

        นรียาเห็นการกระทำนั้นก็อดจะหลุดยิ้มไม่ได้ ทั้งสองนั่งพูดคุยกันต่อเพราะลูกยังหลับ หญิงสาวคิดว่าต้องกลับไปเมืองไทยเพื่อเอาของแต่ชายหนุ่มรีบห้ามพร้อมบอกว่าจะให้บอดี้การ์ดไปเอาเอง เธอขี้เกียจะค้าน อีกอย่างเขาเองก็สั่งซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากมาให้แล้วและนั่นทำให้หญิงสาวนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้

        “คุณรู้ไหม เสื้อผ้าที่คุณซื้อก็เยอะเกินความจำเป็น ฮันนี่ใส่ชุดเจ้าหญิงนอน ฮิวโก้ก็ใส่ชุดไดโนเสาร์”

        ชายหนุ่มหัวเราะ “ลูกต้องน่ารักมากแน่ๆ  คุณจะบ่นผมเรื่องเสื้อผ้าไม่ได้นะ ลูกต้องใส่ทุกวัน จริงไหมล่ะ”

        นรียาเห็นเขาแถไปเรื่อยก็ถอนหายใจ “ให้ตายเถอะ! คุณแถจนสีข้างถลอกไปหมดแล้ว”

        “ผมเปล่าสักหน่อย ว่าแต่... ตอนนี้ลูกหลับ เราน่าจะทำอย่างอื่นกันนะ” เขาขยิบตา เบียดกายเข้ามาแนบชิด ทว่ายังไม่ทันทำอะไรเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เขากลอกตาหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

        หญิงสาวเห็นท่าทางอย่างนั้นอดถามไม่ได้ “ใครเหรอคะ”

        “ราเชลครับ สบายใจได้ ไม่ใช่กิ๊กผมหรอก”

        เธอย่นจมูกบ่นเบาๆ “ลองเป็นกิ๊กสิ ฉันแหกอกคุณแน่”

        ร่างสูงกดรับสายใช้เวลาพูดคุยเพียงไม่นานนักก่อนจะวาง สีหน้ายังเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเสียจนภรรยาสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมการคุยกับภรรยาของเฮกเตอร์ถึงทำให้สามีเป็นอย่างนี้

        “มีอะไรเหรอคะ”

        “ราเชลรู้เรื่องคุณกับลูกแล้ว เธออยากจะชวนเราไปกินอาหารเย็นด้วยกัน... คุณรู้อะไรไหม ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เธอคือคนเดียวที่สนับสนุนให้ผมตามหาคุณและลูก เธออยากให้ครอบครัวของเรามีความสุข ไม่อยากให้มีชะตากรรมเหมือนตัวเอง” ชายหนุ่มอธิบายให้ภรรยาฟัง

        “ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรไปนะคะ ทำไมคุณถึงดูเครียดนักล่ะ” นรียาจับความรู้สึกของเขาได้

        “ผมไม่อยากให้คุณเจอคาร์เตอร์ ไม่อยากให้คุณเข้าใกล้มัน และผมก็ไม่สามารถไล่มันออกจากตระกูลได้”

        นรียาจับมือชายหนุ่มส่ายหน้า “คุณทำถูกแล้วล่ะค่ะที่ไม่ไล่เขาไป”

        “คุณไม่โกรธเลยเหรอ ทั้งที่มันทำกับคุณและลูกขนาดนี้ ทำให้เราต้องแยกจากกัน” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

        “ฉันยอมรับว่าโกรธ แต่อย่าลืมว่าเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ที่สำคัญ เขาช่วยชีวิตคุณเอาไว้จนตัวเองต้องพิการ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เราคงไม่ได้เจอกันนะแฮร์ริส” หลังจากได้ฟังและคิดเรื่องราวทุกอย่าง คาร์เตอร์ไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น พ่อบ้านรายนี้ทำไปเพราะความหวังดีต่อแบล็กฟอร์ด แม้จะกลายเป็นการทำร้ายเธอและเขาก็ตาม

        “ทีแบบนี้คุณให้อภัยมัน ทีผม... คุณยังโกรธ” ชายหนุ่มบอกอย่างน้อยใจ

        “เพราะคุณโกหกฉันยังไงล่ะ ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันจะไปหาพี่สะใภ้ของคุณ พาลูกไปด้วย เธอเห็นเด็กๆ น่าจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง” หญิงสาวบอกอย่างเห็นใจเพราะได้ยินเรื่องราเชลมาแล้ว

        นักธุรกิจหนุ่มไม่อยากขัดยอมตามใจ “ก็ได้ครับ”   

        เมื่อได้ข้อสรุปก็ต้องรอให้เด็กๆตื่นก่อน แฮร์ริสเข้าไปนอนเฝ้าลูกแทนแม่บ้านซึ่งถัดจากนั้นเพียงชั่วโมงเดียว สองแฝดก็ตื่นนอนพร้อมกับร้องดีใจที่เห็นลูกโป่งที่ชายหนุ่มแวะซื้อตอนขากลับ นรียาไม่อยากไปสายกว่านี้ กลัวจะมืดเสียก่อนจึงพาเด็กๆ ล้างหน้าล้างตา พอให้เปลี่ยนชุดก็ไม่ยอมท่าเดียวท้ายที่สุดก็ต้องให้สวมชุดเดิมคือเจ้าหญิงน้อยกับไดโนเสาร์ ก่อนที่ทั้งหมดจะออกจากเพนต์เฮาส์ มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังงามของแบล็กฟอร์ดโดยมีรถคุ้มกันถึงสามคันและล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งคันเพื่อดูแลความปลอดภัย

        ใช้เวลาเดินทางร่วมสามสิบนาทีก็มาถึงตระกูลแบล็กฟอร์ด นรียามองเห็นประตูสีดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน เมื่อมันเปิดออกรถแล่นเข้าสู่ถนนสายเล็ก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนมากเรียงตัวกันเป็นแนวจวบจนกระทั่งเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ไกลลิบก็ต้องเบิกตากว้างกับความงดงามและกว้างขวางของสถานที่แห่งนี้

        “หม่ามี้ ปราสาทเจ้าหญิงหรือเปล่าคะ”

        คำถามนั้นทำให้แฮร์ริสหัวเราะเบาๆ ตอบแทน “ปราสาทของเจ้าหญิงฮันนี่ไงครับ”

        เด็กน้อยยิ้มกว้าง “ว้าว มีเจ้าชายหรือเปล่าคะ”

        “พี่เป็นเจ้าชาย” นทีเป็นคนตอบแทน

        “ไม่ใช่ ฮันนี่หมายถึงเจ้าชายขี่ม้าขาว”

        ชายหนุ่มได้ยินก็รู้ว่าหมายถึงอะไร “ตอนนี้ฮันนี่ยังเด็ก ไม่มีเจ้าชาย มีแต่แด็ดดี้กับพี่ฮิวโก้”

        เด็กน้อยเบะปากนิดๆ “ฮันนี่อยากเจอเจ้าชาย”

        “หนูจะเจอเจ้าชายได้ก็ต่อเมื่อแด็ดดี้จะเห็นชอบ”

        “ยังไงเหรอคะ” เด็กน้อยถามอย่างไร้เดียงสา

        “ไว้โตแล้วแด็ดดี้จะบอกนะคะ”

        ท่าทางจริงจังของสามีทำให้นรียาส่ายหน้าพลางคิดว่าอนาคตอาจจะเป็นไปได้ว่าผู้ชายที่จะมาเป็นลูกเขยต้องผ่านด่านอย่างหนักแน่นอน เธอมองสองข้างทางเห็นทะเลสาบแสนสวยมีสะพานทอดยาวกับสวนกว้างที่ตกแต่งอย่างงดงามพร้อมกับแปลงดอกไม้หลากสีสัน แทนที่รถจะเลี้ยวไปทางคฤหาสน์หลังใหญ่ พอถึงทางแยกกลับเลี้ยวไปทางซ้ายแทน เธอไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังสีขาวขนาดกลางซ่อนตัวในความร่มรื่นของต้นไม้ ดอกไม้ เมื่อรถจอดนิ่งสนิท บอดี้การ์ดรีบเปิดประตู นรียาลงมาพร้อมนทีที่อยู่ในอ้อมแขนเฉกเช่นเดียวกับแฮร์ริสที่อุ้มนาราเอาไว้ ยังไม่ทันได้เอ่ยถามหรือเข้าไปด้านในเวลานั้นประตูบ้านก็เปิดออก

        ราเชลในชุดสีขาวยาวกรอมเท้าบังคับรถเข็นไฟฟ้าออกมาอย่างเชื่องช้า เบื้องหลังมีแม่บ้านเก่าแก่อย่างมาธา ตามออกมาด้วย เธอส่งยิ้มให้กับกลุ่มคนตรงหน้า มองประเมินนรียาที่ยืนข้างกับแฮร์ริส ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก แม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่สัมผัสได้ถึงความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น พอมองเด็กสองคนก็ต้องแปลกใจ ได้ยินมาว่าแฮร์ริสมีลูกแต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเด็กแฝด เธอรีบกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบสี่ปี

        “ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์แบล็กฟอร์ดจ้ะ” 


                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 794 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #1244 arnoon18 (@arnoon18) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:07
    อยากอ่านเล่มแล้ว
    #1244
    0
  2. #647 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:55
    1 คะๆๆๆๆ
    #647
    0
  3. #643 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 12:44
    2เลยคร่าาาา
    #643
    0
  4. #642 ancova554 (@ancova554) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:31
    1 & 2 55555
    #642
    0
  5. #641 Kanisornalex (@Kanisornalex) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:00

    ระดับแด้ดดี้สายเปย์ ต้องทั้ง 1และ2

    #641
    0
  6. #640 khomkiew (@khomkiew) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 06:53
    สายเปย์แบบนี้คงจะเอามาสองอย่างแน่นอน
    #640
    0
  7. #639 little piglet (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 03:37

    ระดับสายเปย์แบบนี้ต้องทั้ง1และ2 ข้องสองนี้ติดสินบนฮันนี่โดยเฉพาะเลย55555

    #639
    0
  8. #638 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:48
    ขำ ฮิวโก้ หวงหม่ามี้เหลือเกินสงสารเเด็ดดี้ เลยทีเดียว

    ฮันนี่ รอของเซอร์ไพรส์ลูก

    อลังการแน่นอน
    #638
    0
  9. #637 Mind1441 (@mind1441) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:17
    กด 1111111
    #637
    0
  10. #636 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:15
    กด1คะ..เพราะเหมือนก่อนมาเต็มมีสปอยมาเล็กๆ
    #636
    0
  11. #635 nisarmaneetang (@Nisarmaneetang) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:00
    1111111111
    #635
    0
  12. #634 Nong_duck (@Nong_duck) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:46
    จากตัวอย่างก็น่าจะ1
    #634
    0
  13. #633 IamAtom (@IamAtom97) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:59
    กด3บอกลูกว่าจะทำน้องให้
    #633
    1
    • #633-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 24)
      2 มกราคม 2562 / 20:03
      555555555555555+ ชอบคำตอบเน้... ฮี่ฮี่
      #633-1
  14. #632 0895192805 (@0895192805) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:50

    2 แน่นอน

    #632
    0
  15. #631 AommeChananya (@AommeChananya) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:43
    กด1 ของเล่น
    #631
    0
  16. #630 ammaithan2523 (@ammaithan2523) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:41
    2แน่ๆๆๆ
    #630
    0
  17. #629 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:26
    1 ของเล่น
    #629
    0
  18. #628 Moo_Siriwan (@siriwan17) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:21

    กด1ของเล่นจำนวนมากกกกกกกกกกกกกกกกก

    #628
    0
  19. #627 Kkaung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:16

    1 นะ รออ่านต่อนะ

    #627
    0
  20. #626 FogGy (@foggy-pepsi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:12
    2 แน่นอน
    #626
    0
  21. #625 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:09
    มีถูกทุกข้อมั้ยคะ​ 5555​ ป๋าสายเปย์
    #625
    0
  22. #624 little piglet (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:58

    เป้าหมายหลักของคนร้ายส่วนมากคือ หุบทุกอย่างหมด คงอยากได้แม้กระทั่งเมียด้วย

    555ถ้ารู้ว่าแฮร์ริสทั้งรักทั้งหวงลูกเมีย

    #624
    0
  23. #623 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:37
    happy new year 2019🎉
    #623
    0
  24. #622 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 17:49
    🌟。❤。😉。🍀
    。✨ 。🎉。🌟
    ✨。\|/。💫

    2019
    Happy New Year
    สวัสดีปีใหม่.จร้าา ไรท์
    🌟。/|\。🍻
    。🍀。 🍸。🎉。

    🌟。 💫。 🎶 💥
    #622
    0
  25. #621 khomkiew (@khomkiew) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 17:39
    ....รอออ...
    #621
    0