หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 757,656 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,579 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,097

    Overall
    757,656

ตอนที่ 2 : บทนำ [สามีภรรยา] 100% อัพแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 490 ครั้ง
    6 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.
อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ

บทนำ

[สามีภรรยา]

 

        โบสถ์ขนาดกลางถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก ตั้งอยู่ภายในบริเวณของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อเข้ามาด้านในจะสะดุดตากับเสาโครงสร้างที่สูงตระหง่านกับหน้าต่างทรงสูงหลายบานประดับด้วยกระจกสี มีภาพและลวดลายงดงาม การตกแต่งเน้นสีทองให้ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิก พื้นด้านล่างปูด้วยหินอ่อน แสงสีส้มจากแชนเดอเลียร์คอยให้ความสว่างและบรรยากาศอบอุ่นส่องกระทบกับพรมสีแดงทอดยาวสุดทางเดิน เก้าอี้สองข้างทางมีดอกกุหลาบสีขาวประดับ นอกจากจะเพิ่มความสวยแล้วยังส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลในพิธีมงคลวันนี้

        งานแต่งงานถูกจัดอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของเจ้าสาว แขกที่มาเป็นสักขีพยานในวันนี้คือเพื่อนร่วมงานที่มีไม่มากนัก บริเวณหน้าแท่นพิธี ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สวมสูทสีดำสนิทกับกางเกงสแล็กสีเดียวกัน ด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกหูกระต่ายสีดำ กำลังชำเลืองมองเจ้าสาวข้างกายด้วยสายตาเปี่ยมรัก เธออยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยที่เขาเลือกให้ด้วยตัวเอง เป็นชุดเกาะอกทรงบอลกาวน์ กระโปรงด้านล่างจึงฟูฟ่องประดุจเจ้าหญิง มาจากดีไซเนอร์ชื่อดัง แม้คนรักไม่ได้เรียกร้องชุดราคาแพง ทว่างานวันนี้สำคัญยิ่งนัก ร่างสูงจึงอยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จึงทุ่มไม่อั้น

        เมื่อรู้สึกถูกจ้องมอง เจ้าสาวแสนสวยหันไปมองเจ้าบ่าวข้างกาย สบกับนัยน์ตาสีเขียวร้อนแรงก็พลันแก้มร้อนผ่าวรีบหลบสายตาทันที เขาเป็นผู้ชายหล่อเหลา มีเสน่ห์ อาจารย์หนุ่มสุดฮอตประจำโรงเรียน ผู้เป็นรักแรกและกำลังจะกลายเป็นสามีในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ไม่นึกไม่ฝันว่าผู้หญิงธรรมดาจะคว้าหัวใจผู้ชายเพอร์เฟกต์คนนี้ อันที่จริงเธอกับเขาจะเรียกว่าสามีภรรยาเลยก็ได้ เนื่องจากเมื่อวานได้จดทะเบียนสมรสตามกฏหมายเรียบร้อยแล้ววันนี้เป็นเพียงพิธีทางศาสนาเท่านั้น

        “คุณเป็นคนหรือว่านางฟ้ากันแน่นะ” เสียงทุ้มเข้มกระซิบถาม ลืมสนใจพิธีไปชั่วขณะจนถูกเจ้าสาวถลึงตาใส่

        “สนใจพิธีหน่อยสิคะแฮร์ริส” หญิงสาวปรามเสียงเบา

        “ผมสนใจแค่เจ้าสาวของผม... สวยจนละสายตาไม่ได้เลย”

        คำชมตรงไปตรงมาต่อหน้าพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจหยุดยั้งความเขินอายที่ก่อตัวขึ้นได้ แม้จะคบหากันมาพอสมควรทว่าหญิงสาวไม่อาจรับมือกับคำชมเหล่านี้ได้ดีมากนัก อยากจะเอื้อมมือไปหยิกเหลือเกินแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกระแอมของบาทหลวงผู้ทำพิธี จึงทำให้คนทั้งคู่ได้สติ หญิงสาวรู้สึกผิดเล็กน้อย มิวายถลึงตาใส่เจ้าบ่าวผู้ทำให้ออกนอกลู่นอกทางแล้วหันมาสนใจพิธีต่อ

        เมื่อถึงช่วงสำคัญของการกล่าวคำสาบาน ร่างสูงรับคำอย่างหนักแน่นถึงพันธะสัญญาว่าจะดูแลภรรยา จะรัก เชื่อใจ อยู่กันตราบเท่าลมหายใจหมดลง เฉกเช่นเดียวกับเจ้าสาวที่ตอบรับด้วยความเต็มใจ ต่อมาเป็นพิธีแลกแหวนและถึงเวลาที่เจ้าบ่าวรอคอยคือการมอบจุมพิตแก่ภรรยา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

        งานเลี้ยงถูกจัดบริเวณสวนด้านนอกในบรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น หน้างานถูกประดับด้วยซุ้มดอกกุหลาบสีขาว ป้ายด้านบนเขียนประโยคแสดงความยินดีและชื่อบ่าวสาวอย่าง “นรียา&แฮร์ริส” ให้แขกได้ร่วมถ่ายภาพ ถัดกันนั้นเป็นภาพถ่ายพรีเวดดิ้งถูกจัดอยู่ในกรอบสีขาวขนาดใหญ่วางเรียงอยู่หลายภาพให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมชื่นชมความงดงาม และความหวานของคนทั้งคู่ แม้เจ้าสาวจะค่อนข้างขี้อายไม่อยากให้ใครเห็นนักทว่าเจ้าบ่าวอยากเก็บเป็นความทรงจำ จึงจัดการงานด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด ทั้งสถานที่ การตกแต่ง รวมถึงอาหารวันนี้ที่สั่งพิเศษจากโรงแรมชื่อดังโดยได้เชฟมิชลินสตาร์เป็นผู้รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ

        แม้นรียาจะติงเรื่องความสิ้นเปลืองเนื่องจากราคาอาหารอย่างเดียวค่อนข้างสูงแต่ชายหนุ่มกลับทำตัวเป็นป๋าสายเปย์ทุ่มไม่อั้น เธอรู้ดีว่าสามีค่อนข้างมีฐานะพอสมควร แต่แขกไม่กี่คน ร้านอาหารอร่อยๆที่ราคาถูกกว่านี้ก็มีอยู่มาก ซึ่งพอค้านก็ไม่ยอมฟังสุดท้ายจำต้องยอมตามใจ

        หลังจากเดินทักทายขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน ทั้งคู่กลับไปนั่งร่วมโต๊ะกับกลุ่มเพื่อนสนิท ทางฝ่ายชายคือชัยวัฒน์ เจ้าของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นทั้งเจ้านายและพ่วงตำแหน่งเพื่อนของแฮร์ริส และบ่าวสาวก็ทำงานเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนของชัยวัฒน์ด้วย

        “ยินดีต้อนรับสู่สมาคมคนมีเมียแล้วว่ะเพื่อน” ชัยวัฒน์กล่าวต้อนรับติดตลกจนทุกคนหัวเราะ

        “อยากเข้ามาตั้งนานแล้ว แต่นัทไม่ยอมสักที” ร่างสูงได้ทีโบ้ยภรรยา

        “ยอมง่ายๆได้ที่ไหน คุณจู่โจมเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน เพราะฉะนั้นต้องคิดเยอะๆ” หญิงสาวตอบโต้ เพราะเจอกันวันแรก เขาแสดงออกชัดเจนว่าต้องการจะจีบ นรียาไม่เคยมีแฟนหรือความรักมาก่อน เลยทำตัวไม่ถูก คอยระวังตัวเองเสมอแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ความพยายาม ความดี ก็ตกลงปลงใจคบหาและได้แต่งงานกัน  

        “เพราะคุณคือเนื้อคู่ของผมยังไงล่ะครับ” แฮร์ริสขยิบตาให้

        “โอ้โห... หวานไม่เกรงใจผู้หญิงโสดอย่างฉันบ้างเลยนะคะ” ลลิตาเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอ่ยแซว

        เจ้าสาวถึงกับเขินอายบ่นเจ้าบ่าวกลับ “เห็นไหมล่ะ โดนแซวเลย”

        ถึงกระนั้นฝ่ายชายไม่ได้สนใจกลับยิ้มอย่างอารมณ์ดี โอบเอวภรรยาเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มโชว์ “ผมพูดเรื่องจริง เพียงแค่ได้สบตาคุณครั้งแรก ก็รู้ได้ทันทีว่าคุณคือคนที่ใช่และผมอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณตลอดไป”

        ชายหนุ่มสบตาอย่างหวานซึ้งคว้ามือบางมากุมแล้วยกขึ้นจูบหลังมือแผ่วเบา เห็นแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายก็พึงพอใจเป็นการตอกย้ำว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ

        “คุณนี่ไม่เคยอายคนอื่นเลยจริงๆ” เธอต่อว่าทั้งที่แก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก

        “การแสดงความรักต่อภรรยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย ผมอยากให้ทุกคนที่มาเป็นสักขีพยานให้เราในวันนี้ ได้รู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน” แฮร์ริสสบตานรียาอย่างลึกซึ้ง ไม่เคยเสียใจที่เลือกเส้นทางนี้ ก้าวออกมาจากสิ่งที่เป็นอยู่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย จนได้พบกับผู้หญิงที่ทำให้รู้จักความรัก มันมีค่ามากเสียจนเขายอมแลกทุกอย่างเพียงเพื่อได้อยู่กับนรียาตลอดไป

        หญิงสาวเขินอายไม่กล้าตอบอะไรออกไป ได้ยินเพียงเสียงแซวดังมาเป็นระยะ ผิดกับเจ้าบ่าวที่หัวเราะอารมณ์ดีไม่มีเขินอายแม้แต่น้อยพร้อมกับโอบกอดหญิงสาวอย่างมีความสุข

        หลังจบงาน บอกลาแขกเหรื่อ ทั้งคู่เปลี่ยนเสื้อผ้ามุ่งหน้ากลับคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองด้วยรถคันหรูสัญชาติเยอรมันอย่างบีเอ็มดับเบิลยู เมื่อก่อนชายหนุ่มพักอาศัยเพียงลำพังแต่หลังจากคบหานรียา กว่าจะอ้อนวอน โน้มน้าว หว่านล้อมให้มาอยู่ด้วยกันได้ก็ใช้เวลาอยู่นานทีเดียว ท้ายที่สุดหญิงสาวยอมตกลงเมื่อหกเดือนก่อน นับจากวันนั้นถึงวันนี้ เธออยู่กับเขาตลอดเวลาและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

        ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ร่างบางถูกดันติดกำแพงตามด้วยจูบอันร้อนแรงจากสามีหมาดๆดูเหมือนเขาจะใจร้อนมากจนลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอน แม้ตอนแรกจะตกใจแต่ด้วยสัมผัสคุ้นเคยนรียาจึงตอบรับด้วยความเต็มใจ แขนเรียวสวยยกขึ้นคล้องรอบลำคออย่างรู้งาน จูบตอบอย่างที่เคยถูกสอน รู้ว่าการกระทำนี้จะสร้างความพึงพอใจให้กับเขาได้

        ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ เธอจึงรีบห้ามชายหนุ่มที่กำลังเปลี่ยนเป้าหมายมายังลำคอระหง       

        “ดะ เดี๋ยวก่อนสิคะ เรายังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ”

        “ข้ามเรื่องนั้นไปก่อน แต่งงานเสร็จ ก็ต้องเข้าหอเป็นอันดับแรก” เขาขยิบตาเจ้าเล่ห์

        เธอเห็นความปรารถนา ในสายตาร้อนแรงของเขาก็หน้าร้อนผ่าวอดค่อนขอดไม่ได้ “ธรรมเนียมไทยนี่รู้ดีจัง”

        “อยู่เมืองไทย เมียก็คนไทย ต้องศึกษาไว้บ้างสิครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สองและหลังสุดท้าย ลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวที่นี่กับภรรยา นอกจากนั้นเขายังพูดภาษาไทยได้เก่งไม่แพ้เจ้าของภาษาแม้สำเนียงจะไม่ชัดนัก แต่การร่ำเรียนมาสองปีกว่า มิหนำซ้ำยังได้ติวเตอร์ส่วนตัวอย่างภรรยา ไม่เก่งก็แปลกแล้ว

        “ถ้าอย่างนั้นควรศึกษาเพิ่มอีกข้อ... เข้าหอ ทำตอนกลางคืนก็ได้ นี่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย”

        “เราทำตั้งแต่ตอนนี้จนพระอาทิตย์ตกดินเลยสิจ๊ะ”

        “แฮร์ริส คุณชักจะหื่นเกินไปแล้วนะเนี่ย” หญิงสาวแหวเข้าให้ อันที่จริงเรื่องพวกนี้ เธอเองก็ต้องการไม่ต่างจากสามีแต่จนบัดนี้ยังไม่กล้าที่จะร้องขอหรือพูดอย่างตรงไปตรงมาเพราะยังมีความเขินอายพอสมควร

        “เพราะผมรักคุณมากยังไงล่ะครับ”

        “ข้ออ้างชัดๆ”

        “ผมพูดเรื่องจริง คุณล่ะ รักผมบ้างหรือเปล่า บอกให้ฟังหน่อยสิครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงนุ่มสบกับดวงตากลมโตสีดำขลับอย่างรอคอย

        “ถ้าฉันไม่รัก แล้วจะแต่งงานกับคุณได้ยังไงล่ะคะ”

        แม้จะเคยได้ยินคำว่ารักมาแล้วแต่ไม่ว่าเธอจะพูดสักกี่ครั้งหัวใจของเขาก็พองโตได้เสมอ จึงให้รางวัลด้วยการจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มหนักๆหนึ่งครั้ง แต่พอนึกถึงเรื่องวันนี้อดจะรู้สึกผิดไม่ได้

        “ผมขอโทษนะครับ ที่งานแต่งของเรา ไม่มีญาติฝ่ายผมมาเลย”

        หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่ใช่ความผิดของคุณนะคะ ญาติฝ่ายฉันเองก็ไม่มีใครมาเหมือนกันนี่นา”

        ชายหนุ่มรู้ดีว่าความหมายนั้นแตกต่าง เนื่องจากเขายังเหลือพี่ชาย ทว่าหญิงสาวไม่เหลือใครอีกในชีวิต เนื่องจากยายคือญาติที่เหลือเพียงคนเดียวเพิ่งเสียชีวิตเมื่อปีก่อน แฮร์ริสทันได้พบและเสียดายที่ท่านอยู่ไม่ถึงงานวันนี้

        “นัท คุณรู้ใช่ไหม... คุณมีผมอยู่เสมอ” ชายหนุ่มบอกย้ำ

        นรียายิ้มหวานเข้าใจดีว่าแฮร์ริสต้องการสื่ออะไร “ฉันรู้ค่ะ... ส่วนเรื่องพี่ชายคุณ ถึงเขาจะไม่มา แต่คุณก็มีฉันเหมือนกัน สำหรับงานวันนี้ มีแค่เราก็พอแล้วค่ะ”

        หญิงสาวพูดให้สามีสบายใจ นับตั้งแต่รู้จักกันมาแทบไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงพี่ชายเท่าไหร่นัก รู้เพียงว่าไม่ลงรอยกันและไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว ซึ่งเธอพอจะเข้าใจว่าเขาไม่ชอบให้พูดถึงจึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัว

        “ผมรู้ที่รัก เรากำลังจะสร้างครอบครัวของตัวเองและอีกไม่นาน ก็จะมีสมาชิกเพิ่ม ใช่ไหม” เขากระซิบถามเสียงแหบพร่า ถึงอายุจะเพียงสามสิบ ทว่าเขาอยากมีลูกเต็มทีแล้ว

        “ไม่คิดว่าเร็วไปหรือคะ” เธอเอียงศีรษะถามอย่างน่ารัก

        “ช้าไปด้วยซ้ำ ผมอยากมีลูกกับคุณ... ว่าแล้ว ก็เริ่มทำกันเลยดีกว่า”

        “แฮร์ริส ฉันบอกว่า... ว้าย! ให้ตายสิ ฟังฉันหน่อยได้ไหม” เธอหวีดร้องก่อนจะแหวเข้าให้เสียงดังเมื่อถูกร่างสูงช้อนอุ้มอย่างไม่ทันตั้งตัวพามุ่งหน้าไปยังห้องนอนขนาดใหญ่และประโยคต่อมาของสามีทำให้หญิงสาวต้องส่ายหน้าจนใจ

        “ฟัง... แต่อยากฟังเสียงหวานๆของคุณมากกว่านะจ๊ะเมียจ๋า”

        คำว่า “เมียจ๋า” ถูกพูดด้วยภาษาไทยที่ชัดเหลือเกิน ยังไม่ทันทักท้วงใดๆ พิธีเข้าหอก็เริ่มต้นขึ้นซะแล้ว ด้วยความร่วมมือจากเจ้าสาวและไม่ได้ขัดข้องเรื่องการมีลูก

 

เช้าวันใหม่มาเยือนสิ่งแรกที่นรียารู้สึกคือความเมื่อยขบ ร่างกายร้อนผ่าวเหนียวเหนอะหนะเป็นเพราะถูกร่างสูงกอดรัดตลอดทั้งคืน เป็นแบบนี้ตั้งแต่ได้ร่วมเตียงครั้งแรกจนผ่านมาหลายเดือน ยังคงไม่เลิกนิสัยนี้ แม้จะร้อนแค่ไหนทว่าหัวใจกลับอบอุ่น ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนรัก ให้ความรู้สึกดีและปลอดภัย เหมือนที่พึ่งพิงในยามทุกข์และสุข หญิงสาวปรือตาอย่างง่วงงุน อ่อนเพลียพอสมควร กว่าพิธีเข้าหอจะเสร็จสิ้นเกือบรุ่งสาง ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคมเข้มของสามีหนุ่ม ด้วยความที่เป็นหนุ่มอเมริกัน รูปร่างกำยำสูงใหญ่ คิ้วหนาดกดำกับนัยน์ตาสีเขียวชวนฝัน ไม่แปลกที่ผู้หญิงจำนวนมากหมายปองอยากได้เป็นคนรักและสามี เป็นเรื่องที่เธอรู้ตั้งแต่เจอเขาครั้งแรก

        นรียาเป็นสาวเหนือ เกิดและเติบโตที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยความมุมานะ เรียนดี จึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทยได้ จำต้องย้ายมาเรียนที่กรุงเทพ และคว้าปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะครุศาสตร์เอกภาษาอังกฤษได้อย่างสวยงาม จากนั้นเข้าสมัครเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างรอผลก็รับเป็นติวเตอร์ให้สถาบันสอนภาษาชื่อดัง ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และยังมีรายได้เข้ากระเป๋า เพราะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย เพียงปานกลางเท่านั้น อาศัยอยู่กับผู้เป็นยายอย่างนุจรีสองคน มีกิจการเล็กๆอย่างสวนลำไย ที่ไม่ทิ้งร้าง ส่งเงินกลับไปพัฒนาต่อ โดยมีนุจรีคอยดูแลให้ที่เชียงใหม่       

        การรับงานพิเศษเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งวันหนึ่ง ไม่รู้โชคชะตาหรือพรหมลิขิต ทำให้พบแฮร์ริสโดยบังเอิญ ด้วยความรีบร้อนจึงเผลอชนเข้ากับชายหนุ่มที่ถือแก้วกาแฟอยู่ ผลที่ตามมาคือกาแฟร้อนแก้วนั้นหกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเกือบหมด นรียาตกใจกล่าวขอโทษอยู่หลายครั้ง ทว่าเสียงนุ่มกลับปลอบโยนว่าไม่เป็นไร พอได้สบตากัน ความหล่อเหลา คมคาย ราวกับนายแบบ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทันที ลักยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าช่างมีเสน่ห์ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็หันมาสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นคือครั้งแรกที่ได้พบกัน ต่อมาจึงได้รู้ว่าชายหนุ่มมาเรียนภาษาไทยที่นี่ เลยได้เจอกันบ่อย แม้นรียาจะไม่เคยมีแฟน ทว่ามีผู้ชายมาจีบพอสมควรควร จึงพยายามระมัดระวังตัว แต่แฮร์ริสแตกต่างออกไป เขามีความน่ารัก เจ้าเล่ห์ แสดงออกว่าจีบอย่างเปิดเผย ยิ่งได้ใกล้ชิด ก็ยิ่งรู้จักตัวตนของเขามากขึ้น

        แฮร์ริสคือหนุ่มอเมริกัน ผู้มาจากรัฐนิวยอร์ก บิดามารดาเสียชีวิต เหลือเพียงพี่ชายคนเดียวคือเฮกเตอร์ ที่ไม่ค่อยจะถูกกันนักเพราะความคิดที่แตกต่างกัน เขาจึงเลือกมาอยู่ประเทศไทย เพราะหลงใหลในความงดงาม ความเป็นอยู่และผู้คนเป็นมิตร เริ่มเรียนภาษาไทย นอกจากนั้นยังได้รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเอกชนเดียวกันกับที่เธอกำลังรอผล ซึ่งเวลาต่อมานรียาก็ได้รับข่าวดี ได้ทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วย การได้เจอกันทุกวันทำให้เกิดความสนิทสนม หัวใจดวงน้อยได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกที่เรียกว่ารัก เมื่อผ่านไปหกเดือน จึงใจอ่อนตกลงคบหาดูใจกัน จนถึงวันนี้เปลี่ยนสถานะจากคนรักมาเป็นสามีภรรยา หญิงสาวคิดว่าตัวเองเลือกผู้ชายไม่ผิด เขาเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยนอกใจแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อคิดถึงเรื่องราวเก่าๆใบหน้าสวยมีรอยยิ้ม แต่พอเห็นเปลือกตาหนาเริ่มขยุกขยิกจึงรีบหลับตาลงอีกครั้ง

        เมื่อลืมตาสิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของมาดามแบล็กฟอร์ด ใบหน้าเปลือยเปล่าอ่อนเยาว์มีความงดงามเฉกเช่นวันวานจนไม่อาจจะละสายตาได้เลย เขาสังเกตเห็นริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกเล็กน้อยราวกับกำลังกลั้นยิ้ม จึงรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวตื่นแล้วเพียงแค่แกล้งหลับ จึงเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนุ่ม ทอดมองด้วยสายตาเปี่ยมรัก นับจากวันแรกที่เจอกัน เขาก็ตกหลุมรักผู้หญิงซุ่มซ่ามที่ทำกาแฟหกใส่ทันที ไม่ใช่เพราะความสวย แต่มีบางอย่างดึงดูด อาจจะเพราะเสน่ห์ หรือสัญญาณของหัวใจที่บ่งบอกว่าเขาได้พบเนื้อคู่แล้ว ชายหนุ่มเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง หากเจอคนที่ใช่ หัวใจจะบอกเองและมันเกิดขึ้นกับนรียา แม้จะอธิบายเป็นคำพูดได้ไม่ดีนักแต่ความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ช่างพิเศษ

        เมื่อได้เจอกันบ่อยครั้งความรู้สึกยิ่งชัดเจน แต่เธอไม่ง่ายเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา จำต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่านรียาจะเปิดใจ เธอมีค่าคู่ควรแก่การอดทนรอ ค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งรู้จัก แฮร์ริสก็คิดว่าเลือกคนไม่ผิด เธอมีความน่ารัก จิตใจดี อ่อนโยน ไม่เคยคิดร้ายกับใครและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กภายนอกอาจจะดูอ่อนแอทว่าภายในกลับแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ตอนที่นุจรีจากโลกนี้ไป เขาคิดว่าเธอจะเสียศูนย์ แต่หญิงสาวกลับยืนหยัดจัดการทุกอย่างโดยไม่มีอาการฟูมฟาย ซึ่งเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องนี้อยู่เพียงลำพัง ช่วยดูแลเรื่องสวน กิจการเดียวที่เหลืออยู่ของหญิงสาว พร้อมกับมีแผนว่าบั้นปลายชีวิตหากได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตสงบ ทำการเกษตร คงเป็นเรื่องวิเศษไม่น้อย แม้จะไม่เหลือนุจรีคอยดูแล ทว่ายังมีคนงานเก่าแก่ไว้ใจได้คอยช่วยสานต่อ นรียาจึงไม่ต้องลาออกจากงานแล้วกลับมาทำงานได้ตามปกติ

        ชีวิตที่ผ่านมาของแฮร์ริสมีเพียงความเจ็บปวด แก่งแย่งชิงดี เขาเพียงต้องการชีวิตที่เรียบง่าย สงบ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน ถึงแม้นรียาจะเป็นภรรยา ผู้หญิงที่รัก แต่มีหลายเรื่องที่เขายังไม่ได้พูดให้ฟัง บางทีคิดว่าหากหญิงสาวไม่รู้น่าจะเป็นผลดีมากกว่า เธอควรรู้แค่ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน เธอคือครอบครัวและจะไม่มีวันทอดทิ้ง ร่างสูงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ฉวยโอกาสจุมพิตริมฝีปากสวยหนักๆหนึ่งที ก่อนจะแกล้งพูดขึ้น

        “เมียยังหลับอยู่ ลักหลับสักทีดีไหมนะ”

        “อื้อ... พอเลยค่ะ” หญิงสาวต่อว่าพร้อมกับลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นร่างสูงหัวเราะแล้วกอดกระชับแน่นขึ้น

        “สำหรับคุณไม่มีคำว่าพอคนสวย ยังอยากจะรักคุณอยู่เลย อยากจะรักทุกวัน... และทั้งวันด้วย” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แอบบอกชัยวัฒน์เอาไว้ขอลางานสามวันโดยไม่หักเงินเดือน ไม่ผิดกฎ ไม่ได้จะฮันนีมูนกับภรรยา เพราะลงความเห็นกันว่ารอหยุดยาว จะพาเธอไปญี่ปุ่นด้วยกัน แต่สามวันนี้ขอใช้ชีวิตคู่แบบสามีภรรยากันก่อน

        “ทุกวันนี้เราไม่ได้รักกันอยู่หรือไงคะ” หญิงสาวถามเสียงหวานไม่ได้ตีความหมายเป็นเรื่องใต้สะดือ

        สามีหนุ่มได้ยินก็ยิ้มกว้าง “จริงครับ และจะรักตลอดไป”

        “ปากหวานแต่เช้า... ปล่อยฉันก่อนค่ะ สายแล้ว ฉันควรลุกไปทำอาหารเช้าสักที” เธอพยายามดันอกแกร่งออกแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการสวมกอดแนบแน่นกว่าเดิม

        “คุณก็รู้ว่าตอนเช้าแบบนี้ผมชอบกินอะไรมากที่สุด” ชายหนุ่มขยิบตาเจ้าเล่ห์

        “กาแฟดำ” เธอแสร้งตอบเพิกเฉยต่อความนัยที่ส่งมา

        “ไม่ใช่สักหน่อย ชอบกินคุณต่างหาก... ตอบผิด ต้องถูกผมกินนะครับ” แฮร์ริสพูดอย่างอารมณ์ดี ขยับกายคร่อมทับร่างภรรยาไม่ฟังเสียงห้ามปราม กระทำตามใจด้วยการกินอาหารเช้าตรงหน้า กว่าจะยอมปล่อยก็ได้รับเสียงบ่นจากนรียาเป็นชุด ร่างสูงจึงไถ่โทษด้วยการอาบน้ำ แถมยังนวดพิเศษให้อีก ซึ่งหญิงสาวใจดีให้รางวัลตอบแทนเป็นจูบหวานๆ    

        “ผมรู้สึกดีมากเลยรู้ไหม ที่ได้อยู่กับคุณอย่างนี้” ชายหนุ่มบอกเสียงหวานขณะช่วยหญิงสาวแต่งตัว

        “ฉันก็เหมือนกันค่ะ อย่าลืมที่สัญญาไว้นะคะ ว่าจะไม่ทิ้งกัน”

        ร่างสูงยิ้มดึงร่างบางเข้ามากอด “คุณต่างหาก อย่าทิ้งผม เพราะผมมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น”       

        “ฉันต่างหากที่เหลือแค่คุณ แต่คุณยังมีพี่ชายอยู่นะคะ ถ้า...”

        “อย่าพูดถึงหมอนั่นเลยครับ ไมเกรนผมจะกำเริบ”

        นรียาได้หลุดหัวเราะ “โอเคค่ะ ไม่พูดก็ได้ แค่ตอนนี้เรามีกันและกัน พอแล้วเนอะ”

        “ยังครับ อยากมีอีก... อยากมีสัก สอง สาม สี่ ห้า คน... เด็กตัวเล็กๆที่เหมือนคุณกับผม”

        “มีอีกได้ค่ะ แต่อยู่ที่ว่าคุณจะทำสำเร็จหรือเปล่า”

        “ทูนหัว คุณไม่ควรท้าทายผมนะ”

        “เปล่าสักหน่อย ปล่อยเถอะค่ะ ฉันต้องไปทำอาหารเช้าแล้ว”

        “คิดจะมาทำให้อยากแล้วจากไปง่ายๆเหรอครับ หืม” เขาถามเสียงแหบพร่า

        “ให้ตายเถอะ หลังแต่งงาน เราต้องทำอย่างอื่นกันบ้างสิแฮร์ริส ไม่ใช่ทำแต่เรื่องบนเตียง เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกมาก ไม่ต้องรีบร้อน ฉันไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว” นรียาร่ายยาวเมื่อเห็นความต้องการผ่านทางสายตาของสามี

        “ก็ได้ครับ แต่คุณต้องรับมือผมจนถึงอายุเจ็ดสิบ แปดสิบ... และตลอดไปนะ”

        “ถึงตอนนั้นถ้าคุณยังไหว ฉันก็โอเค”

        ร่างสูงหัวเราะฉวยโอกาสจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวอีกครั้งแล้วยอมปล่อยให้เธอไปทำอาหารเช้า ซึ่งเลือกเมนูโปรดของเขาอย่างข้าวต้มกุ้ง อันที่จริงแฮร์ริสชอบอาหารไทยแต่ชอบมากเป็นพิเศษคืออาหารที่คนรักทำ ชายหนุ่มมองจนแผ่นหลังบางลับสายตา ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้ม ชีวิตใหม่ ครอบครัวใหม่ วิเศษเหลือเกิน

        “แกต้องอิจฉาฉันแน่ เฮกเตอร์” เมื่อนึกถึงพี่ชายที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ก็ยักไหล่เล็กน้อย ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของชีวิต และเขาเลือกทางนี้ ที่รู้ว่าจะค้นพบความสุข ไม่ใช่ทางที่จะมีแต่ความทุกข์

       

        ห้าเดือนต่อมา ชีวิตหลังแต่งงานของแฮร์ริสกับนรียายังคงหวานชื่น ชายหนุ่มยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่ว่าจะการดูแลเอาใจใส่ ความรักที่มีให้ หาเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ จนบรรดาสาวโสดเพื่อนร่วมงานของหญิงสาวถึงกับอิจฉาตาร้อนผ่าว ทางด้านนรียาเริ่มได้กระแสด้านลบมาบ้างว่าเธอเหมือนหนูตกถังข้าวสาร แม้หลายคนจะไม่รู้พื้นเพความเป็นมาของครอบครัวแฮร์ริส ว่าทำธุรกิจอะไร มาจากไหน แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนจากข้าวของเครื่องใช้ สถานที่พักอาศัย จึงรู้ว่าเขามีฐานะร่ำรวย ถึงกระนั้นร่างบางไม่สนใจ เธอรักด้วยใจบริสุทธิ์และเขารู้ดี ไม่จำเป็นต้องสนเรื่องนี้

        ช่วงเย็นวันนี้ เป็นวันแรกที่แฮร์ริสไม่ได้กลับบ้านพร้อมนรียา เนื่องจากต้องไปดูสถานที่สร้างโรงเรียนแห่งใหม่กับชัยวัฒน์ ซึ่งชายหนุ่มตั้งใจจะร่วมหุ้นด้วยหลังจากเห็นว่าธุรกิจนี้ทำรายได้ดี เริ่มสร้างรากฐานไว้สำหรับอนาคตของลูก เมื่อนึกถึงทายาทที่ยังไม่ถือกำเนิด แฮร์ริสก็อมยิ้มก็อมยิ้ม ผ่านมาสักพักยังไม่มีท่าทีสงสัยนับจากนี้ต้องทำการบ้านหนักขึ้น อีกเพียงแยกเดียวจะถึงคอนโดมิเนียม ภรรยาสาวคงกำลังเตรียมอาหารไทยแสนอร่อยไว้รอแล้ว ทันใดนั้นเองมีสายเรียกเข้า ตอนแรกคิดว่าเป็นนรียาแต่พอเหลือบดูจำต้องกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย สายที่ไม่อยากรับจึงปล่อยให้มันดังต่อเนื่อง ทว่าผ่านไปอยู่หลายนาทียังไม่เลิกรา จึงตัดสินใจกดรับ

        “มีอะไร”

        “คุณต้องกลับนิวยอร์กด่วนเลยครับ”

        น้ำเสียงร้อนรนผิดวิสัยพ่อบ้านผู้เคร่งขรึมทำให้คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน “เกิดอะไรขึ้น พี่ชายฉันก่อเรื่องอีกหรือไง”        “รถคุณเฮกเตอร์ถูกวางระเบิด ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”

        ทันทีที่ได้ยินข่าวร้าย เขารีบเบรกรถกะทันหันทันที นับเป็นโชคดีไม่มีรถคันอื่นตามมาไม่อย่างนั้นคงเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่ต้องสงสัย

        “เกิดเรื่องพวกนี้ได้ยังไง คนของเราหายไปไหนหมด!”

        “เรื่องมันยาวครับ ตอนนี้ผมส่งเครื่องบินไปรับคุณแล้ว ออกเดินทางได้ทันทีพรุ่งนี้เช้า”

        “แต่คาร์เตอร์ มัน...”

        “เรื่องนี้เร่งด่วนมาก เรารอไม่ได้จริงๆ แบล็กฟอร์ดต้องการคุณ”

        น้ำเสียงนั้นทำให้แฮร์ริสเกิดความรู้สึกเป็นกังวล พอเอ่ยถามถึงอาการของพี่ชายยังไม่มีคำตอบแน่ชัดเนื่องจากแพทย์ได้ทำการรักษา เขาจำต้องรีบกลับไปดูอย่างเร่งด่วนก่อนจะวางสาย จากนั้นกดเช็กข่าวทางอินเทอร์เน็ต แน่นอนว่ามีออกมาไม่เยอะนัก บางข่าวลงว่าพี่ชายเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วยซ้ำชายหนุ่มรู้ดีว่าหากเกิดอะไรกับตระกูลแบล็กฟอร์ด สิ่งแรกที่ทำคือการ “ปิดข่าว” และ “ปิดปาก” ให้สนิท เพราะมีศัตรูมากกว่ามิตรคงไม่ใช่เรื่องดีอีกทั้งยังมีความเกี่ยวพันกับหลายฝ่ายอาจมีผลกระทบ เมื่อได้เห็นสภาพรถที่โดนระเบิดพังยับเยินก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง  

        “ไอ้บ้าเอ้ย อย่าเพิ่งรีบไปอยู่กับแด็ดและมัมล่ะ” ชายหนุ่มเรียกสติกลับมาโฟกัสบนถนน ขับต่อไปเพียงนิดถึงคอนโดมิเนียม ในใจยังคงครุ่นคิดเรื่องพี่ชายและใจหายที่ต้องจากนรียาอย่างกะทันหัน

        ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็พบภรรยาสาวยืนยิ้มหวานรอต้อนรับอยู่ รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ความตึงเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไปอย่างน่าประหลาด เขารั้งเอวคอดเข้ามาใกล้ สวมกอดร่างบางไว้ สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่คุ้นเคย

        “ฉันทำของโปรดเอาไว้ให้คุณด้วยนะ วันนี้มีแกงเขียวหวานไก่ หมูทอด ไข่เจียวใส่หอมใหญ่และของหวานเป็นข้าวเหนียวมะม่วง” หญิงสาวร่ายเมนูแสนอร่อยที่สามีชื่นชอบ ที่จริงของโปรดเขามีเยอะกว่านี้ เพราะชื่นชอบอาหารไทย เมื่อไม่มีเสียงตอบรับและยังถูกกอดรัดแนบแน่นทำให้นรียารับรู้ถึงความผิดปกติ จึงดันร่างสูงออกเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหลา เห็นความกังวลในแววตา มือบางยกขึ้นลูบแก้มสากถามอย่างอ่อนโยน  

        “เกิดอะไรขึ้นคะ”

        “ผมต้องรีบบินกลับนิวยอร์กพรุ่งนี้ครับ เฮกเตอร์มีเรื่องนิดหน่อย”

        “เหรอคะ พี่ชายคุณเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงใช่ไหม”

        น้ำเสียงห่วงใยทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มแกล้งพูด “คุณห่วงมันอย่างนี้ ผมหึงนะ”

        นรียากลอกตา “คุณก็... พี่ชายคุณก็เหมือนพี่ชายฉัน ตกลงว่ายังไงคะ”

        “ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่อุบัติเหตุเล็กน้อย” เขาบอกปัดไม่อยากพูดอะไรมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

        “คุณจองตั๋วแล้วเหรอคะ” นรียาถามต่อ

        แฮร์ริสยิ้มกลับจำต้องโกหก “เรียบร้อยครับ ขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณก่อน เป็นเรื่องด่วนมากจริงๆ”

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้เฮกเตอร์คงต้องการคุณมาก คุณจะไปกี่วันแล้วกลับเมื่อไหร่คะ”

        “เสร็จธุระแล้วผมจะรีบกลับทันที คงไม่เกินสามสี่วัน รอผมนะครับ” ชายหนุ่มจับมือภรรยายกขึ้นจูบ ทอดมองเธอด้วยความรักที่อัดแน่นในหัวใจ

        “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ไปกินอาหารเย็นก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันจะช่วยจัดกระเป๋า”

        “ผมไม่อยากจากคุณไปเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจ

        “ไปแค่ไม่กี่วัน ไม่ใช่ตลอดไปสักหน่อย มาเถอะค่ะ อาหารกำลังจะเย็นนะ”

        นรียายิ้มหวานลากสามีหนุ่มไปยังห้องอาหารที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่มองเห็นทัศนียภาพยามเย็นของแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองนั่งพูดคุยเรื่องทั่วไปส่วนใหญ่ไม่พ้นเรื่องการกลับนิวยอร์ก หลังกินเสร็จแฮร์ริสรับหน้าที่ล้างจาน ส่วนหญิงสาวเข้าไปในห้องนอน เอากระเป๋าเดินทางออกมาและจัดชุดให้สามี

        ค่ำคืนนี้ทั้งสองตระกองกอดกันด้วยความรู้สึกใจหาย ไม่เคยต้องห่างกันไกลขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่แฮร์ริสเจอนรียาไม่เคยบินกลับนิวยอร์กอีกเลย ดังนั้นการไปครั้งนี้ถือว่าต้องจากกันหลายพันไมล์ เป็นเรื่องที่ทำใจยากจริงๆ   

        ส่วนหญิงสาวไม่ต่างกันนัก ทั้งชีวิตเธอเหลือเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เป็นทุกอย่าง เมื่อมีเขาอยู่ด้วยนรียาไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น แต่ระหว่างที่เขาไม่อยู่ คงเป็นเรื่องยากที่จะข่มตาหลับ

        “ผมไม่อยู่ คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนเกินร้อยเมตร ผมหวง”

        นรียาหัวเราะ “แบบนั้นนักเรียนจะเข้าใกล้ฉันได้ยังไงล่ะคะ”  

        “อันนั้นไม่นับสิ... ให้ตายเถอะ ผมไม่อยากไปเลยจริงๆ อยากอยู่กับคุณ”

        “นี่เป็นเรื่องสำคัญ คุณรีบไป รีบกลับ ฉันจะรอนะคะ” นรียายืดกายจูบปลายคางสามีด้วยความรัก

        “ถ้าเห็นว่ามันไม่เป็นอะไร ผมจะรีบกลับทันทีครับ”

        “หวังว่าพี่ชายคุณจะไม่เป็นอะไรมากนะคะ”

        “อย่าพูดถึงมันเลย... ขอให้คืนนี้มีแค่เรานะ”

        ร่างสูงขยิบตาแล้วจู่โจมภรรยาสาว มอบบทเรียนรักร้อนแรงให้ หวังว่ากลับจากนิวยอร์กจะได้รับข่าวดี เขาอยากมีลูกกับนรียาและสร้างครอบครัวเล็กๆด้วยกัน 

 

        เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวลางานครึ่งวันเพื่อไปส่งสามีที่สนามบิน พอมาถึงรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกแต่พยายามปัดมันออกด้วยรู้ว่าอีกไม่กี่วันเขาก็จะกลับมา

        “อยู่ที่นั่นต้องดูแลตัวเอง กินอาหารให้ตรงเวลานะคะ”

        “รู้แล้วครับ คุณเองก็เหมือนกัน” ร่างสูงยิ้มจูบแก้มภรรยา

        “ฉันจะรอคุณนะคะแฮร์ริส”

        “ผมจะรีบกลับมานัท”

        “เดินทางปลอดภัยค่ะ” นรียาสวมกอดร่างสูง ชั่วขณะหนึ่งเผลอคิดว่าเหมือนกอดลาครั้งสุดท้ายอย่างไรอย่างนั้น พอรู้ตัวว่าคิดฟุ้งซ่านรีบสลัดทิ้งอย่างรวดเร็ว

        “อย่าลืมนะ ห้ามมองผู้ชายคนอื่น ห้ามอยู่ใกล้ด้วย” แฮร์ริสมิวายกำชับ

        นรียาหัวเราะ” เข้าใจค่ะคุณสามี ไปที่นู่นห้ามนอกใจ หรือแอบเหล่มองสาวอื่นล่ะ”

        “สายตาของผมมีไว้เพื่อมองคุณคนเดียว รวมถึงหัวใจดวงนี้ด้วย” เขาจับมือบางวางทาบตำแหน่งหัวใจ

        หญิงสาวสบตาชายหนุ่ม “ฉันรักคุณนะคะ”

        “ผมก็รักคุณครับ”      

        แฮร์ริสมอบจุมพิตแสนหวานให้อีกครั้งโดยไม่อายสายตาของผู้คน ก่อนจะถูกนรียาไล่ให้เข้าไปด้านในเพราะสายมากแล้ว ชายหนุ่มแทบไม่อยากละสายตาจากภรรยา รอจนกว่าเธอจะเดินออกไปด้านนอกถึงจะยอมเข้าไป ซึ่งพบชายรูปร่างสูงใหญ่สวมสูทสีดำสนิทยืนรออยู่แล้ว

        “สวัสดีครับเจ้านาย”

        “ดีใจที่รู้ว่าเฮกเตอร์ยังไม่ไล่นายออกนะเอเลียส” เขาทักทายบอดี้การ์ดหนุ่ม อดีตคนสนิทที่คอยรับใช้ครั้งที่ทำงานอยู่นิวยอร์ก หลังเลือกเส้นทางเดินที่แตกต่างจากพี่ชาย ก็มุ่งหน้าสู่ประเทศไทยเพียงลำพังไม่ได้เอาลูกน้องมาด้วย

        “เป็นเกียรติของผมที่ได้รับใช้เจ้านายอีก เชิญทางนี้ดีกว่า... เครื่องบินเตรียมพร้อมแล้วครับ”

        ร่างสูงพยักหน้ารับเดินตามบอดี้การ์ดไปอีกด้านหนึ่งโดยมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพียงหนึ่งชั่วโมงถัดมา นกเหล็กลำใหญ่ทะยานสู่น่านฟ้าพร้อมมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดอย่างสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเดินทางยาวนานเกือบหนึ่งวันก็มาถึงสนามบินขนาดใหญ่ของนิวยอร์ก เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก พอออกมาด้านนอกเจอชายชุดดำกว่าห้าคน รวมถึงรถคาดิลแลคสีดำสนิทคันใหญ่จอดรออยู่แล้ว หนึ่งในนั้นมีพ่อบ้านวัยกลางคนยืนรออยู่เช่นกัน

        “ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”        

        “ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือไงคาร์เตอร์ ฉันจำทางกลับบ้านถูกน่ะ” ชายหนุ่มมิวายบอกพ่อบ้าน

        “ผมรู้ครับ แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ปลอดภัย และที่ที่เราจะไปไม่ใช่บ้าน แต่เป็นโรงพบาบาล” แม้สีหน้าของคาร์เตอร์จะเรียบเฉยทว่าแฮร์ริสสัมผัสถึงความตึงเครียด เขาพยักหน้ารับ ระหว่างทางได้ถามถึงอาการของพี่ชายจากเอเลียสพบว่าแพทย์ยังทำการรักษาอยู่ตอนเดินทางมา พอต่อสายถึงคาร์เตอร์ก็ยังไม่มีความคืบหน้า รอให้เขามาถึงที่นี่ก่อน

        “คราวนี้เฮกเตอร์ไปเหยียบหางใครเข้าล่ะ” ร่างสูงถามขณะขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

        “เรายังสืบหาตัวไม่พบครับแต่ตอนนี้ผมอยากให้คุณได้เจอคุณเฮกเตอร์ก่อน”

        “ก็ดี ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นานนักหรอก”

        คาดิลแลคสามคันเคลื่อนออกจากสนามบินมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลชื่อดัง เมื่อใกล้ถึงจะเห็นกองทัพนักข่าวจำนวนมากเฝ้ารอทางด้านหน้า ดังนั้นรถจึงอ้อมไปทางด้านหลังแล้วจอดที่ทางเข้าพิเศษ สิบห้านาทีต่อมาก็ขึ้นถึงชั้นบนสุด เมื่อลิฟต์เปิดออกเจอบอดี้การ์ดหลายคนเฝ้าประจำตามจุด มีสัญญาณบางอย่างบอกแฮร์ริสว่าสิ่งที่กำลังจะเจอต่อไปนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ จวบจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง คาร์เตอร์เปิดออก ผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน ร่างสูงรู้ได้ทันทีว่าเฮกเตอร์อยู่ในนั้น ทันทีที่ก้าวเข้ามา ปลายเท้าของเขาต้องชะงักกับภาพเบื้องหน้า

        ภายในห้องมีเพียงเตียงเหล็กตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมกับร่างของใครบางคนถูกคลุมผ้าจนมิดเหลือเพียงปลายเท้าที่โผล่ออกมา บริเวณนิ้วเท้ามีป้ายชื่อคล้องอยู่เห็นได้ชัดว่าเจ้าของร่างนี้นามสกุลเดียวกับเขา มือหนาเย็นเฉียบไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย เขาเดินเข้าไปใกล้จวบจนกระทั่งหยุดอยู่ข้างเตียง ค่อยๆเปิดผ้าออกและเมื่อได้เห็น กระบอกตาร้อนผ่าว ใบหน้ากว่าครึ่งเสียหายด้วยอานุภาพของระเบิด แต่อีกครึ่งยังหลงเหลือให้พอจำได้ว่านี่คือพี่ชายตัวเองไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนั้นบริเวณหน้าอกด้านซ้ายมีรอยสักตราประจำตระกูลเด่นชัด รอยแผลเป็นที่ไหล่ขวาจากการถูกยิง ทุกอย่างยืนยันได้ทันทีว่านี่คือ “เฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ด”

        “ใครทำ” แฮร์ริสเค้นเสียงถามอย่างยากเย็น ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเกือบสามปี แถมยังเป็นการจากกันไม่ดีนัก เรียกว่าตัดพี่ตัดน้องก็ว่าได้ เมื่อเขาเลือกจะเดินในเส้นทางที่ไม่ใช่การสานต่อธุรกิจ

        “เรายังระบุตัวคนบงการไม่ได้ครับ กำลังสืบหา”

        ชายหนุ่มมองพี่ชายก่อนจะยิ้มขมขื่น “หน้าตาแกน่าเกลียดชะมัดเลยว่ะ จะตายทั้งที ให้หล่อกว่านี้ไม่ได้หรือไง”

        ถึงกระนั้นเพียงครู่เดียวแววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเผลอทุบเตียงเสียงดังและตวาด

        “ไอ้บ้าเอ้ย ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหม ว่าสิ่งที่แกทำอยู่ มันจะทำให้แกมีจุดจบไม่ต่างจากพ่อแม่ของเรา แต่แกไม่เคยฟัง!” ชายหนุ่มมองใบหน้าพี่ชายผ่านม่านน้ำตาที่ก่อตัว ถึงแม้ครั้งสุดท้ายที่พบจะไม่ดีนัก ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเรียกว่าใกล้ชิด สนิทสนม ด้วยอายุที่ห่างกันเพียงหนึ่งปี อยู่ด้วยกันมาตลอด เฮกเตอร์มีนิสัยที่แตกต่างกับเขาสิ้นเชิง ทั้งแข็งกร้าว โหดร้าย ป่าเถื่อน ดุดัน มองทุกอย่างเป็นธุรกิจ ต้องได้รับผลประโยชน์ กระหายในอำนาจ ผิดกับเขาที่รักความสงบ ชีวิตเรียบง่าย ไม่อยากแก่งแย่งชิงดี จนถูกพี่ชายเรียกว่า “แกะดำ” ของตระกูลแบล็กฟอร์ด

        “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง”

        “มีแค่คนของเราที่ไว้ใจได้ครับ แต่ผมยังไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่คุณราเชล เธอยังรักษาตัวอยู่”

        ชายหนุ่มรู้ดีว่าคาร์เตอร์กำลังพูดถึง ราเชล แบล็กฟอร์ด ภรรยาของเฮกเตอร์ที่ถูกลูกหลงในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ทั้งสองเพิ่งแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งปี เขาได้รับการ์ดเชิญแต่ไม่ไปร่วมงาน เพราะการแต่งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักแต่เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ อีกทั้งเฮกเตอร์เป็นคนไร้หัวใจ รักใครไม่เป็น!

        “ผมรู้ว่าคุณเสียใจ พวกเราทุกคนก็เช่นกัน เราจะจัดการทุกอย่างให้เงียบที่สุด แต่ว่าตอนนี้มีหลายคนกำลังรออยู่ โดยเฉพาะตัวแทนจากดีซี” คำตอบของพ่อบ้านวัยกลางคนทำให้เขาหันมองด้วยดวงตาแดงก่ำ          

        “ในเวลาแบบนี้ แกยัง...”

        “ผมรู้ว่าไม่เหมาะสม แต่ต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่ออกจากกัน คุณรู้กฎข้อนั้นดี เมื่อไม่มีเฮกเตอร์ ย่อมต้องเป็นคุณที่สานต่อทุกอย่างแทน” คาร์เตอร์บอกเสียงเรียบไม่แสดงท่าทีใดๆ

        “แต่ฉันไม่...”

        “คุณรู้ดีว่าไม่อาจทิ้งแบล็กฟอร์ดได้ ผมรู้ว่าคุณไม่เคยต้องการมัน แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือก”

        “งั้นอีกหน่อยจุดจบฉันคงเหมือนหมอนี่สินะ นอนบนเตียงเย็นๆพร้อมกับร่างไร้ลมหายใจ!”

        คาร์เตอร์ถอนหายใจ “เราไม่อาจล่วงรู้อนาคต แต่ตอนนี้คุณคือทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ของแบล็กฟอร์ด”

        เพียงประโยคสั้นๆแต่เข้าใจได้ดี อันที่จริงถูกฝังหัวมาตั้งแต่รุ่นปู่ ต่อมาบิดา มารดา หลังจากทั้งคู่เสียชีวิต คาร์เตอร์รับหน้าที่คอยดูแล พร้อมย้ำถึงความสำคัญของธุรกิจตระกูล ที่ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น แต่เชื่อมโยงหลายฝ่ายที่สำคัญ เต็มไปด้วยอำนาจ อิทธิพล ทั้งในและต่างประเทศ เขาหันไปมองหน้าพี่ชายอีกครั้งแล้วสบถอย่างช่วยไม่ได้

        “โธ่เว้ย!

 

        เตียงนอนหลังใหญ่ดูกว้างเหลือเกินเมื่อสามีหนุ่มไม่อยู่ แฮร์ริสเดินทางไปอเมริกาได้สามวันแล้ว นรียาไม่เคยนอนหลับสนิทสักคืน ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก ไม่ชินกับการนอนคนเดียว ถึงเวลาสองประเทศจะห่างพอสมควร แต่เธอเลือกจะรับสายไม่ว่าดึกดื่นแค่ไหน ชายหนุ่มก็เช่นกัน เพราะมีเพียงการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ที่จะบรรเทาความคิดถึงได้

        “แน่ใจนะคะว่าทุกอย่างเรียบร้อย” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งเพราะน้ำเสียงของสามีไม่ค่อยดีเท่าไหร่

        “ครับ... คุณคิดถึงผมบ้างไหม” ชายหนุ่มส่งเสียงออดอ้อนไม่อยากให้เธอรับรู้เรื่องอะไรจนกว่าจะได้เจอกัน

        “คิดถึงอยู่แล้วค่ะ เมื่อไหร่จะกลับคะ”

        “อีกไม่กี่วันครับ ผมจะรีบกลับให้เร็วที่สุด” ชายหนุ่มยังไม่ได้บอกเรื่องราวการเสียชีวิตของพี่ชายและเชื่อว่าสื่อไทยคงไม่ได้นำเสนอมากนัก ที่สำคัญนรียาไม่รู้เรื่องครอบครัวของเขา ตั้งใจว่ากลับไปครั้งนี้มีเรื่องให้พูดคุยเยอะพอสมควร เกี่ยวกับตระกูลแบล็กฟอร์ดในสิ่งที่หญิงสาวต้องรู้และอาจรวมถึงการย้ายมาอยู่ที่อเมริกา

        “โอเคค่ะ คุณต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ” หญิงสาวกำชับอีกครั้ง ได้รู้เหตุผลของการกลับล่าช้า เพราะต้องดูแลกิจการแทนพี่ชายที่ยังรักษาตัวอยู่ นรียาพอเข้าใจได้ แม้จะมีหลายอย่างสงสัยแต่เลือกจะไม่ถาม

        “ตกลงครับ นี่ดึกแล้ว คุณพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ผมจะโทรหาแต่เช้าเลย”

        “ฉันรักคุณนะคะ”

        “ผมก็รักคุณทูนหัว คุณคือหัวใจของผม”  

        ร่างสูงบอกเสียงหวานก่อนจะวางสาย ทางเลือกของเขามีน้อยเหลือเกินสิ่งเดียวที่กังวลคือความปลอดภัยของนรียา ที่จะอยู่ท่ามกลางอันตรายนี้ได้อย่างไร เวลานั้นเขาสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นเอเลียสนั่นเอง

        “มีอะไร”

        “พิธีกำลังจะเริ่มแล้วครับ”

        แฮร์ริสถอนหายใจเงยหน้ามองท้องฟ้า วันเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดที่จะต้องมาส่งพี่ชายไปอยู่กับบิดามารดา เขาตั้งใจจะก้าวไปแต่ถูกรั้งด้วยคำถามของคนสนิท

        “ผมได้ยินมาว่าเจ้านายแต่งงานแล้ว” เอเลียสได้ยินจากคาร์เตอร์

        “นึกแล้วว่าทางนิวยอร์กต้องไม่พลาดข่าวนี้ และ... ใช่ ฉันแต่งงานแล้ว”      

        “เจ้านายคงรักเธอมากใช่ไหมครับ”      

        “มากกว่าชีวิตของฉัน มากพอที่จะทำให้ฉันทิ้งทุกอย่างขอเพียงเธอเอ่ยปาก ฉันจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น” ร่างสูงพูดเสียงเข้มสบตาคนสนิท ที่ผ่านมาแฮร์ริสรู้แล้วว่าความสุขแท้จริง ไม่ใช่การมีเงินจำนวนมาก มีอิทธิพลล้นฟ้า บันดาลได้ทุกอย่าง แต่เป็นความรักและการได้อยู่กับผู้หญิงที่รัก มีชีวิตเรียบง่าย แค่นั้นคือความสุขที่สุดสำหรับเขาแล้ว

เอเลียสได้เห็นแววตาเป็นประกายของผู้เป็นนายพอจะเข้าใจได้ “เชิญทางนี้ดีกว่าครับ”

ร่างสูงเดินออกจากสุสานอันเป็นสถานที่ตั้งอยู่ด้านหลังของโบสถ์เก่าแก่ สถานที่ฝังร่างของคนตระกูลแบล็กฟอร์ด เมื่อมาถึงด้านหน้าเจอแขกที่มาร่วมงานล้วนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่ระดับสูง ไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิตแต่สื่อหลายสำนักคาดเดาได้จากซากรถในที่เกิดเหตุ ทางแบล็กฟอร์ดไม่แถลงอะไรทั้งนั้น วันนี้ก็ไร้เงานักข่าว ซึ่งประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากเห็นนักข่าวในรัศมีที่สามารถเก็บภาพได้จะถูกกันออกทันที ก่อนทำพิธีชายหนุ่มมองใบหน้าพี่ชายครั้งสุดท้าย พี่สะใภ้อย่างราเชลไม่ยอมมา สภาพจิตใจยังไม่พร้อม สภาพร่างกายไม่ต้องพูดถึง จากหญิงสาวที่ควรมีความสุขกลับเดินไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต

        ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์มีร่องรอยบาดแผลแม้จะศัลยกรรมได้แต่อาจจะหลงเหลือรอยแผลเป็นจางๆ สิ่งที่หญิงสาวเผชิญยังไม่เลวร้ายเท่ากับการที่ได้รู้ว่าสามีเสียชีวิต เสียงกรีดร้องยังคงก้องในหูของแฮร์ริสตอนที่เป็นคนบอกข่าว หัวใจของเธอแตกสลาย ต้องเข้ารับการรักษาเยียวยาจากจิตแพทย์ หลังจากจบพิธี ร่างสูงเดินทางกลับเพื่อจะสานต่อเรื่องธุรกิจ กลายเป็นผู้กุมบังเหียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันอีกเรื่องที่ต้องสะสางคือการตามล่าตัวการอยู่เบื้องหลัง คนของเขาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตามไปยังกลุ่มใต้ดินที่ถูกว่าจ้าง แต่พบว่าพวกนั้นถูกฆ่าเกือบหมด หนึ่งในคนที่รอดชีวิตก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา ไม่ว่าจะทรมานหนักแค่ไหนก็ตาม หากรู้ว่าใครเป็นคนลงมือ เขาสาบานว่าจะลากตัวมันมารับผิดชอบอย่างสาสม!

        ระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวสู่ถนนใหญ่ กำลังลอดผ่านอุโมงค์ ทันใดนั้นคาดิลแลคต้องเบรกกะทันหัน สถานการณ์ไม่ปกติเมื่อถูกล้อมด้วยรถแวนจำนวนหลายคัน นาทีต่อมากระสุนจำนวนมากสาดมาทั่วรถ ยังดีที่ว่ารถคันนี้กันกระสุน

        “พวกเรากำลังถูกล้อม มันคงกะจัดการเราที่นี่” เอเลียสสบถแล้วเปิดกระจกยิงตอบโต้กลับไป

        “คุ้มกันแฮริส เขาจะเป็นอะไรไม่ได้เด็ดขาด!”

        เสียงคาร์เตอร์ดังแทรกเสียงปืนที่ยังดังต่อเนื่อง แฮร์ริสรู้ว่าเขาคือเป้าหมายคนต่อไป ทุกย่างก้าวบนเส้นทางนี้เต็มไปด้วยอันตราย เมื่อคิดถึงคนที่ฆ่าพี่ชาย ร่างสูงคว้าปืนจากบอดี้การ์ดจากนั้นเปิดประตูรถออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ตอบโต้ยิงคนร้ายล้มตายจำนวนไม่น้อย เมื่อพวกมันไร้ทางสู้จึงเลือกใช้ระเบิด แฮร์ริสยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็พบร่างของคาร์เตอร์กับเอเลียสกระโดดเข้ามาขวางเอาไว้จากนั้นทุกอย่างก็ดับมืดลง

 

        ทางด้านประเทศไทย นรียาเริ่มเป็นกังวลเมื่อติดต่อสามีไม่ได้มาเจ็ดวันแล้ว เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย จำต้องไปที่สถานทูตทางนั้นรับเรื่องและจะตรวจสอบให้เท่านั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ สอบถามทางชัยวัฒน์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของแฮร์ริส ก็ไม่พบว่าติดต่อไปเช่นกัน เธอมืดแปดด้านไม่รู้ว่าควรถามใคร ร่างกายของเธอเริ่มพ่ายผอม เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ทานอาหารได้น้อย เพราะมีอาการอาเจียนติดต่อกันสามวันแล้วแต่ยังไม่ยอมไปพบแพทย์ คาดเดาอาการเอาเองว่าเกิดจากความเครียดเรื่องสามี

        “ให้ตายเถอะแฮร์ริส คุณอยู่ที่ไหนนะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” ร่างบางรำพันเสียงสั่น ก้มหน้าร้องไห้กับฝ่ามือ ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ อีเมล์ ไม่มีการติดต่อกลับมา

        ทันใดนั้นเองเสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นแรงคิดว่าเป็นสามี จึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปเปิด แต่แล้วก็๖องผิดหวังเมื่อพบกับนิติคอนโดมิเนียมที่ถือกล่องบางอย่างมาด้วย

        “มีพัสดุจากอเมริกาถึงคุณครับ”

หญิงสาวรับมาด้วยความสงสัย จากนั้นปิดประตูลง เมื่อเห็นชื่อที่อยู่ด้านบนก็ต้องเบิกตากว้างเพราะเป็นชื่อสามี เธอรีบแกะทันทีก็เจอกับกล่องสีน้ำเงินขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย รีบเปิดดูเจอกระดาษหนึ่งแผ่น พอหยิบขึ้นมาก็พบบางอย่างตกลงพื้นพรม ดวงตากลมโตจ้องมองสั่งนั้นฉับพลันหัวใจก็บีบรัดเพราะมันคือแหวนแต่งงาน นรียาก้มลงเก็บก่อนจะคลี่จดหมายที่พบว่าเป็นลายมือของสามี

 

        “ผมหวังว่าคุณจะได้รับจดหมายฉบับนี้และอ่านมันจนจบ คุณคงเป็นกังวลเรื่องที่ผมหายไป แต่ขอให้รู้ไว้ว่าผมปลอดภัยดี มีสิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้และผมไม่สามารถพูดกับคุณได้โดยตรง จึงเลือกใช้วิธีเขียนจดหมาย ไม่ว่าเราจะมีพันธะผูกพันใดต่อกัน ในฐานะสามีภรรยา ผมขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงตั้งแต่วันนี้ ผมรู้ว่าคุณต้องเสียใจ ผมเองก็เช่นกัน แต่เมื่อคิดดูผมกับคุณ เราไม่สามารถไปด้วยกันได้ ผมขอให้คุณโชคดี ที่ผ่านมาขอให้มันเป็นเพียงความฝันที่สวยงาม ความทรงจำที่ดี ระหว่างเราเท่านั้น ขอให้คุณโชคดีและได้พบกับคนที่ดีกว่าผม ได้เริ่มต้นใหม่... แฮร์ริส”

       

        ไม่ใช่จดหมายที่ยาวมากแต่ทำให้หัวใจของนรียาแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในหัวสมองมีคำถามเต็มไปหมด อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ แต่เมื่ออ่านทวนอีกหนพบว่าเป็นลายมือของเขาจริงๆ เมื่อมองหน้ากล่อง กลับไม่พบที่อยู่มีเพียงชื่อเท่านั้น พอมองแหวนในมือคือแหวนแต่งงานที่เธอสวมให้เขาเองกับมือ หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากลงมา พยายามกดโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เหมือนเขาไม่ได้ใช้เบอร์นี้แล้ว เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมอย่างอ่อนแรง

        “นะ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไม... ทำไมคุณทำกับฉันอย่างนี้ล่ะ... ไม่ ต้องไม่ใช่เขาแน่ ไม่ใช่” ถึงแม้จะบอกตัวเองแบบนั้นแต่ในใจเธอกลับหวาดกลัว เพราะสิ่งที่ส่งมาคือยืนยันตัวตนของแฮร์ริส คิดไม่ออกด้วยว่าหากไม่ใช่ ใครกันจะกล้าทำ แล้วทำเพื่ออะไร ในเมื่อเธอกับเขาไม่เคยมีศัตรู นรียาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นั้น คือสถานการณ์อะไร สรุปได้แค่สามีกำลังบอกเลิกภรรยา แต่จะมีอะไรแอบแฝงไหม จะให้เชื่อคำบอกเลิกผ่านทางจดหมายอย่างนั้นเหรอ หญิงสาวกำลังสับสนอย่างหนัก และรู้ว่าเธอไม่สามารถหาคำตอบได้จากใครเลย ยกเว้นแฮร์ริส

        หลังจากวันที่ได้รับจดหมาย หัวใจของร่างบางบอบช้ำเป็นอย่างมากจนไม่อาจจะยอมรับได้ จึงตัดสินใจเตรียมตัวเพื่อจะบินไปอเมริกา แต่ขั้นตอนการขอวีซ่ากลับถูกปฏิเสธ แปลว่าหนทางที่จะรู้ความจริงเป็นไปไม่ได้ เธอจมอยู่กับความสับสน ไร้คำตอบ การรอคอยเริ่มกัดกินความเชื่อใจทีละนิด ทีละนิด จดหมายและแหวนที่ส่งมาเริ่มทำให้นรียาคิดว่าบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องจริง เพราะถ้าไม่ แฮร์ริสต้องหาทางติดต่อมาแล้ว หญิงสาวจมอยู่กับความเสียใจจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเดือน เธอพบว่าสิ่งที่ตัวเองกับสามีรอคอยได้มาถึงแล้ว

       นรียาตั้งครรภ์ได้สามเดือน เรื่องสามีถูกแทนที่ด้วยเรื่องลูก ชีวิตน้อยๆกำลังถือกำเนิด แต่สภาพร่างกายของเธออ่อนแอเกินไปเนื่องจากที่ผ่านมาแทบไม่ได้กินอาหารเท่าที่ควร พักผ่อนไม่เพียงพอ พฤติกรรมเหล่านั้นส่งผลให้การตั้งครรภ์เกิดความเสี่ยง เธอจึงปรับเปลี่ยนใหม่แม้จะเจ็บปวดแต่ชีวิตต้องเดินต่อ ถึงจะเป็นเรื่องยาก แต่นรียาควรก้าวออกมาจากตรงนั้นเพราะอยู่รอไป ไม่มีทางได้คำตอบอะไรอยู่ดี

        “พูดมาได้ว่าให้เป็นเพียงความฝัน... ผู้ชายเฮงซวย!”

        ระยะเวลากับความเงียบกำลังทำให้ความเชื่อใจ ความารัก แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เธอจมอยู่กับสถานการณ์ไร้ซึ่งคำตอบ แม้มันจะอยู่ตรงหน้าแต่ยากจะทำใจ เมื่อวันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า กลับพบว่าบางที มันคือความจริง แต่เธอแค่ไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง ทุกอย่างชัดเจนแล้วในจดหมาย ว่าเธอถูกสามีทิ้ง จึงเริ่มวางแผนอนาคต ไม่อาจทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มองทางไหนมีแต่ภาพของแฮร์ริสทับซ้อนอยู่ ชีวิตนับจากนี้จะไม่มีเขา มีเพียงแค่เธอกับลูก ดังนั้นเมื่ออายุครรภ์ได้สี่เดือน นรียาตัดสินใจไปจากที่นี่และมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดของตัวเอง

        “จากนี้ไปชีวิตของฉันจะมีแค่ลูก... จะไม่มีที่ว่างสำหรับคุณอีกแล้วแฮร์ริส”

        มือบางลูบท้องเบาๆมองห้องกว้างที่เคยมีความสุขด้วยกันครั้งสุดท้าย แม้ไม่ได้รับคำตอบ ไม่มีใบหย่า แต่นรียาเหนื่อยเกินกว่าจะตามล่าหาความจริงหรือผู้ชายคนนี้อีกต่อไป เธอทำอะไรไม่ได้เลย ต่อให้ตามไปถึงนิวยอร์ก ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะติดต่อใคร ตามหาได้จากที่ไหน จากเหตุการณ์นี้หญิงสาวคิดความจริงได้อีกหนึ่งข้อ ว่าตัวเองแทบไม่รู้จักสามีเลย รู้แค่มาจากนิวยอร์ก ครอบครัวมีธุรกิจเล็กๆ แต่ไม่เคยเห็นภาพบ้าน ไม่เคยได้พูดคุยกับคนในครอบครัว บางทีความสัมพันธ์ที่ผ่านมาอาจจะเป็นเรื่อง “หลอกลวง” ตั้งแต่ต้น เขาอาจจะมีใครรอที่นั่น อาจจะมีภรรยาอยู่แล้ว จึงทิ้งเธอไป... เพราะไม่ได้คำตอบที่แท้จริง อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น


สำหรับตอนนี้ อย่าเพิ่งคิดมาก คิดไปไกลกันนะคะ 5555+ นิยายเรื่องนี้ไม่ดราม่าหนัก แต่มีบ้างแค่ช่วงต้นๆ เจอกันตอนหน้าวันศุกร์ จะพยายามมาให้ทันจ้า อย่าลืมเมนต์ โหวต ให้กันด้วยเด้อออ ^^


ปล.อาจจะยังมีคำผิดบ้างนะคะ เดี๋ยวรีไรต์อีกหลายรอบ เอามาลงให้อ่านก่อน 


ปล.2 อาจจะมีบรรยายเยอะสักเล็กน้อย สำหรับบทนำ เนื่องจากว่ายาวมาก ปูเรื่องยาวจริงๆ ไม่เคยเขียนบทนำยาวขนาดนี้มาก่อน 13 หน้าแน่ะ 5555+ ฝากติดตามด้วยน้า


****************************************************************************************

ฝากนิยายเพิ่งวางแผงเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ

“สอนรักเทพบุตรเถื่อน” โดย คณิสร

ใครชอบแนวหมอ บอกเลยว่าต้องไม่พลาด สามารถคลิกอ่านตัวอย่างได้ก่อน

ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยนะคะ


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1837942

 

โปรย...

 

เพราะพานพบกับความรักที่ไม่ซื่อสัตย์ จึงไม่คิดจะดูใจกับผู้หญิงคนไหนอีก นายแพทย์ฟาเบรกัส อัลบาติโน่ จึงต้องเผชิญกับข่าวลือว่า 
ไร้เดียงสาและเวอร์จิ้น และการไม่ออกมาพูดหรือแก้ข่าวยิ่งเป็นการ ตอกย้ำ ว่ามันเป็นเรื่องจริง!



ราวกับดวงดาวแห่งความซวยย้ายเข้าเรือนชะตาของฟาเบรกัสทันที เมื่อข่าวลือเท็จสร้างความเดือดร้อนไปถึงผู้หญิงจอมเพ้อเจ้อว่าที่นักข่าวอย่าง จิรัสยา เมลสัน หล่อนอาสาออกตัวจะมาสอนทฤษฎีเรื่องบนเตียง แบบชนิดที่ว่าจะให้คุณหมอหนุ่มเชี่ยวชาญในด้านนี้จนต้องร้องขอชีวิต!

นี่หล่อนแยกไม่ออกจริงๆ หรือว่า ชายใดไร้เดียงสา หรือเป็นหมาป่าที่กำลังหลับใหล! พลาดเสียแล้วแม่สาวน้อย...ที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนยังห่างไกลภาคปฏิบัติอยู่มากโข

-------------------------

ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันจะเป็นเรื่องที่พาผมซวยอีกแน่
คุณก็คิดมาก...รับรองเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายของคุณได้
เรื่องอะไร” คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน
เรื่องบนเตียงของคุณไง
หา! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณ...
จุๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล หมายถึงเรื่องที่คุณยังเวอร์จิ้นอยู่ยังไงล่ะ คุณอาจจะยังใหม่และมีประสบการณ์ไม่ดีในครั้งแรก แต่เชื่อมือฉันเถอะ ฉันจะเป็นคนทำลายจิ้นหมอเอง
เฮ้ย คุณจะปล้ำผมเหรอ” ฟาเบรกัสถามเสียงดัง ขยับถอยหลัง
ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันจะปล้ำคุณทำไม หมายถึงว่าฉันจะเป็นโค้ชสอนเรื่องนี้ให้คุณเอง

*****************************************************************************************



ฮัลโหล... ฝากเรื่องวางแผงล่าสุดด้วยนะคะ "เล่ห์รักจ้าวหัวใจ"

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S 

ราคา 339 บาทจ้า... หรือจะสั่งกับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟก็ได้เด้ออ ^^


ลิ้งอ่านตัวอย่างค่ะ

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1756207


โปรย...

       ลลนา อัลบาติโน่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเชฟพิเศษบนเรือยอร์ตสุดหรูของมหาเศรษฐีแห่งประเทศทากาเนีย แต่จะเรียกว่าซวยก็คงไม่ผิด เมื่อต้องพบกับผู้ชายที่ถูกจัดในประเภทไม่ชอบขี้หน้าอย่าง คาร์โล มาเชสก้า หล่อ รวย เจ้าชู้ ครบสูตรอย่างนี้ หลีกหนีได้เธอขอหลีกหนี!

       ล่องเรือสำราญกับผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ได้เพียงสองวันเรือก็ระเบิด ทะเลคลั่งและติดเกาะที่โหดร้ายไปกว่านั้นคือ เธอกับเขาติดเกาะกันสองต่อสองแบบไร้วี่แววการช่วยเหลือ เมื่อความประทับใจแรกไม่มี งานนี้การอยู่ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนหนูกับแมว หนึ่งคนรุก หนึ่งคนถอย แต่เมื่อใดที่หนูอย่างเธอตั้งหลักได้แล้วละก็... จะจับแมวซ้อมให้น่วม!

 

       “คุณนี่ ในช่วงเวลาที่เราติดเกาะ จะเป็นจะตายยังไม่รู้ ยังมีอารมณ์แบบนี้อีกเหรอ” เธอแหวเข้าให้

        “อ้าว ติดเกาะกับผู้หญิงสวย ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายตายด้านนี่ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะพูดต่อ “ผมบอกคุณแล้วไง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จะมานั่งเป็นทุกข์ กังวล ก็ไม่ใช่เรื่อง ลองคิดซะว่า มาเที่ยวพักผ่อนกับคนรู้ใจ ดีไหมครับ”

        ท่าทางของเขาทำเธอหมั่นไส้  “มาเที่ยวพักผ่อนพอเข้าใจได้ แต่มากับคนรู้ใจ ไม่ใช่เลย มากับตาบ้าลามก จอมกวนประสาท น่าจะเข้าท่าสุด”

        คาร์โลมองร่างบางเดินหนีก่อนจะหัวเราะตะโกนตามหลัง “ถึงจะกวนประสาทแต่ผมก็อร่อยนะครับ”

        “แหวะ ไม่อยากกิน!

*****************************************************************************************

 

กับดักวิวาห์มาเฟีย

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1200948

 

พิณณารา กับ ลอเรนโซ... เป็นพ่อแม่ของ ลูเซียโน่ และ ลลนา

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 299 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ


โปรย...

 

การจีบผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจีบเมียตัวเองนี่สิยากยิ่งกว่า! 

ลอเรนโซ อัลบาติโน่ ตกหลุมรัก พิณณารา มาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่คนที่ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวกลับเป็นพี่ชายของเขาเอง เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวหนีการคลุมถุงชน จึงเข้าทางมาเฟียร้ายโดยไม่ต้องลงมือชิงตัวเจ้าสาว ลอเรนโซวางกลลวงเพื่อให้ได้แต่งงานกับเธอ...ทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าไม่ติดปัญหาตรงที่ภรรยาสาวสวยเกลียดขี้หน้าเขายิ่งกว่าอะไร 

เธอยิ่งเกลียดเขาก็ยิ่งรัก เธอยิ่งชังเขาก็ยิ่งชอบ หากเธอผลักไส เขาก็มีไม้ตายไว้พิฆาตหัวใจของ พิณณารา!

โอ๊ย เจ็บนะพิณ” ลอเรนโซร้องเสียงดัง ผละออกทันทีและจ้องมองหน้าภรรยาสาวที่ดูสะใจ
สมน้ำหน้า ลุกออกไปนะลอเรนโซ” เธอสั่งเสียงเข้ม
ไม่” เขาดึงดัน
เมื่อเห็นเขาไม่ยอมเธอก็ออกแรงดึงผมเขาอีก แม้มือหนาจะจับมือเธอไว้พยายามดึงออก แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย เอาสิ กับผู้ชายฉวยโอกาสต้องเจอแบบนี้แหละ
คุณกำลังทำร้ายสามีอยู่นะ” เขาว่าเสียงเข้ม
คุณฉวยโอกาสกับฉันก่อน จูบฉันทำไม” เธอถลึงตา
เอ้า สามีภรรยากันจูบกันผิดตรงไหน” เขาเถียง
ผิด บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่สมยอมคุณก็ห้าม” เธอทักท้วง แต่ขณะเดียวกันชายหนุ่มกลับกลอกตาไปมา
ผมไม่เห็นคุณจะขัดขืนอะไรเลย แถมยังคล้อยตามผมอีกต่างหาก แบบนี้แหละเรียกสมยอม” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวอีกหนและดึงแรงขึ้น
ถอยออกไปเลยนะ” เธอตวาด
จะให้ผมถอยได้ยังไงเล่าในเมื่อคุณดึงผมอยู่เนี่ย


     

********************************************************************

ฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงล่าสุดด้วยนะค้า ใครชอบแนวมีเด็กห้ามพลาด

"พันธะลับอุบัติรัก"




วางแผงแล้วที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 369 บาท

หรือสั่งซื้อกับ สนพ.โรแมนติค ได้ลด 20% จากหน้าปกจ้า



โปรยของเรื่อง...

เพราะความจำเป็นที่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของน้องสาว มีนา จึงไม่มีทางอื่นนอกจาก ยั่ว และ อ่อย เขาอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะ เผด็จศึก ผู้ชายคนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดแผน เมื่อคนอย่าง มิคาเอล เพลทเชอร์’ ไม่หวานหมู แทนที่เขาจะเสร็จเธอ กลายเป็นเธอที่เสียท่า จนได้ของแถมติดท้องมาด้วย ครั้นจะเอาไป รีฟันด์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็กลายเป็นคุณแม่ยังสาวโดยไม่ทันตั้งตัว สำหรับมิคาเอลแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจเขาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ก็คือการมองหาวิธีที่จะแก้เผ็ดแม่ตัวแสบให้สาสมที่สุด แน่นอนว่าการลงโทษผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกอย่างมีนา จะมีวิธีไหนที่เด็ดไปกว่าการทำให้เธอสำลักความสุขจนตาย เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้ชายหนุ่มกลับมามีสิทธิ์อย่างถาวรในตัวเด็กน้อย เจ้าของดวงตาและรอยยิ้มที่ละลายหัวใจของเขาได้ทุกครั้ง

 

เลิกแต่งเรื่องสักทีเถอะน่า คุณน่าจะเป็นนักเขียนมากกว่าแม่ครัวนะ!

ฉันไม่... 

ขนนกที่ใช้อาจจะไม่เร้าใจ ทรมานคุณไม่มากพอ คุณเลยไม่ปริปากสักที ตอนนี้ผมมีแผนดีๆ บางทีร่างกายของผมอาจจะกระตุ้นความทรงจำและทำให้คุณทรมานจนยอมพูด ให้ร่างกายเราได้สัมผัสกันเหมือนคืนนั้น มันน่าจะดีกว่า คุณคิดว่างั้นไหม?” มิคาเอลยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับขึ้นทาบทับร่างบางเอาไว้ สบกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง

************************************************************************

เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ

ใครชอบแนวท้องแล้วหนี... แนะนำเรื่องนี้เลยเด้อจ้า พระเอกเป็นหมอ นางเอกเป็นพยาบาล


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1621916

 

เฟเดรีโก แพรวา พ่อแม่ของ ไพลิน ฟาเบรกัส

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 329 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ

 

โปรย...

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดนะค้า รับรองว่าฟินทั้งสองเล่ม หรือว่าจะอ่านตัวอย่างก่อนก็ได้ ตามลิ้งด้านบนเลย ลงไว้เยอะพอสมควรค่ะ ยังไงก็ฝากหนูเฟย์กับป๋าเบนกันด้วย... ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน แต่ไม่มีดราม่านะค้า ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอ่านง่ายๆสบายๆอยู่จ้า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันเอาไว้ด้วยหากไม่อยากพลาดความสนุกนะค้า

 

ปล.ใครซื้อหนังสือมาแล้วถ่ายภาพมาอวดกันได้เด้อ ฮี่ฮี่


       ************************************************************************





"แผนร้ายเทพบุตรเถื่อน" พร้อมแล้ว! ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของวันนี้ 

อย่าพลาดความสนุกและความฟิน... หรือใครไม่สะดวกไป สามารถสั่งกับสนพ.โรแมนติค ได้ที่ลิ้งด้านล่างเลยนะคะ สนพ.พร้อมจัดส่งแล้ววันนี้ทั่วประเทศค่ะ



หรือถ้าใครต้องการซื้อตามร้านหนังสือ มีขายทั้ง นายอินทร์ se-ed และ B2S  ราคา 359 บาท ฝากป๋าเบลซและหนูเดียร์ด้วยนะคะ 

ความน่ารัก ละมุน ชวนฟิน ยังมีอีกเพียบค่า และมาร่วมหาคำตอบกันว่า เบลลา คือใคร เกิดอะไรขึ้นกับตัวแปรสำคัญ

ความหวานของพระนางจะขนาดไหน แต่ความหื่น... จัดเต็มจ้า 555555+

**************************************************************************************

โปรย

เมื่อ ดมิสา’ ลืมตาขึ้นมา และพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายกลับไม่ใช่ชายคนรัก... ค่ำคืนแสนหวาน ภายใต้แสงจันทร์ บนเรือสำราญระดับโลกกับความสาวที่เธอตั้งใจจะมอบให้แก่คู่หมั้น เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด และพรีฮันนีมูนไนต์ไปในตัว จากผู้หญิงที่กำลังจะมีความสุขในฐานะเจ้าสาว ชะตาจึงถึงคราวอับปาง ถูกถอนหมั้นเสียกลางทะเล และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เธอก็จะตามราวี จนกว่าผู้ชายคนนั้นจะแก้ไขชีวิตของเธอให้กลับเป็นเหมือนเดิม 

สำหรับนักธุรกิจมหาเศรษฐีอย่าง เบลซ มาคเกอร์’ แล้วทุกอย่างที่เขาทำ ย่อมไม่มีคำว่าบังเอิญ... เพราะทุกอย่างล้วนถูกคิดอ่านและคำนวณเอาไว้ล่วงหน้า และหากดมิสาคิดจะค้นหา ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาในคืนนั้น หญิงสาวก็จำเป็นต้องแลกด้วยร่างกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ เบลซสัญญาว่า เขาจะทำให้เธอจดจำความซาบซ่านได้ทุกจังหวะลมหายใจ และชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่ต้องการมีคืนฮันนีมูนกับใครอื่นอีกเลย 

เขามองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตกอยู่ตรงพื้นเรือ จากนั้นก็หยิบมันขึ้นมาแล้วเงื้อมือขึ้นขว้างมันลงจากเรือไปสุดแรงเกิด 
คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” หญิงสาวตวาดถามเสียงดัง 
ทำไม คุณไม่เอามันแล้วนี่ ผมก็ช่วยโยนมันไปให้พ้นหูพ้นตาไง” เขาว่าแล้วกระตุกยิ้ม 
ไอ้... ไอ้...” 
ถ้าด่าผมอีก ผมจะโยนรองเท้าอีกข้างของคุณลงทะเล แต่ถ้าตบ ผมจะโยนคุณลงบนเตียง ลองดู!

------------------------------
.
รูปเล่มวางจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นร้านนายอินทร์, ร้านซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ร้านบีทูเอส และเว็บไซต์บุ๊คสไมล์

รูปแบบอีบุ๊กสามารถดาวน์โหลดได้หลังจากนวนิยายวางแผงแล้ว 45 วัน ที่เว็บไซต์ Meb, นายอินทร์อีบุ๊ก, HytextและBatorastore




       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 490 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #460 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:36
    หวานกันมาก
    #460
    0
  2. #371 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 15:01
    ครุศาสตร์เรียน5ปีนะค้า
    #371
    1
    • #371-1 ลาเม้น. (@Thaiyou) (จากตอนที่ 2)
      17 ธันวาคม 2561 / 16:09
      เดี๋ยวนี้เรียน4ปีแล้วจ้า เพิ่งปรับหลักสูตรปี61ปีแรก
      #371-1
  3. #39 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 07:03
    อืม รอลุ้นกันต่อไป
    #39
    0
  4. #25 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 11:41
    เป็นการอ่านที่ยาวมาก ชอบอ่านเพลินเลย 55
    #25
    0
  5. #24 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 11:34
    รออ่านเลยจ้า
    #24
    0
  6. #22 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 20:44
    เริ่มมาก็หวานเลย มันจะกินมาม่าเยอะไหมหนอ 55
    #22
    1