หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 758,284 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,566 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,725

    Overall
    758,284

ตอนที่ 16 : บทที่5 [แฮร์ริส VS แด็ดดี้] 120% อัพแล้ว [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 925 ครั้ง
    23 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.

อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ
+

** สำหรับตอนนี้ ตามชื่อเลยค่ะ ความแตกต่างระหว่าง "แฮร์ริส" และการเป็น "แด็ดดี้" กับคนอื่นพร้อม "ฟาด" แต่สำหรับลูกพร้อม "เปย์" 55555+ **

                                            

บทที่ 5

[แฮร์ริส VS แด็ดดี้]

 

        ภายในห้องรับแขกมีเพียงความเงียบ นรียาเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับชาร้อน วางลงตรงหน้าคาร์เตอร์ ที่ไม่รู้ว่ามาด้วยจุดประสงค์อะไร รู้จักเธอได้อย่างไรกัน หญิงสาวนั่งลงตรงข้าม จ้องมองด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ได้เอ่ยถาม อีกฝ่ายเปิดประเด็นซะก่อน

        “คุณคงสงสัยใช่ไหมครับ ว่าผมเป็นใคร”

        “เอ่อ... ค่ะ ฉันจำได้ว่าเราไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อน” หญิงสาวตอบตามตรง

        “ผมทำงานให้ตระกูลแบล็กฟอร์ด เคยได้ยินชื่อคุณเมื่อสี่ปีก่อน ตอนคุณแต่งงานกับคุณแฮร์ริส”

        หญิงสาวขมวดคิ้วอีกครั้ง “ทำไมคุณถึงมาหาฉันล่ะคะ”

        คาร์เตอร์มองผู้หญิงที่กุมหัวใจทายาทคนที่สองของตระกูลแบล็กฟอร์ดและตอนนี้คือผู้กุมบังเหียนธุรกิจ อำนาจ อิทธิพลมหาศาล ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แฮร์ริสไม่เคยเปลี่ยนใจจากผู้หญิงคนนี้ ความรู้สึกนั้นจะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากขึ้น ดังนั้นคาร์เตอร์จึงมาเพื่อจบเรื่องทุกอย่าง ต้องชิงลงมือก่อนที่แฮร์ริสจะกลับมาหลังเช็กแล้วว่านักธุรกิจหนุ่มกำลังเตรียมตัวเข้าประชุมในตอนบ่าย

        “ผมรู้มาว่า คุณมานิวยอร์กเพราะเรื่องหย่ากับคุณแฮร์ริส เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ผมมาวันนี้เพื่อช่วยคุณ” คาร์เตอร์ได้ยินเรื่องนี้จากสายของตัวเอง นั่นทำให้ชายวัยกลางคนคาดไม่ถึง การจากไปของแฮร์ริสทำให้เฮกเตอร์เลิกยุ่ง เขาจึงได้รู้เพียงว่าแต่งงานเท่านั้น ไม่ได้รู้ถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรส ไม่ได้สืบประวัติ ก่อนที่นรียาจะทำให้นักธุรกิจหนุ่มสงสัยเรื่องราวเมื่อสี่ปีก่อนหรือทันได้ค้นหาความจริง จำเป็นต้องยุติเรื่องนี้ทันที

        “ช่วย? ยังไงคะ” ร่างบางยังไม่เข้าใจเจตนาของผู้ชายตรงหน้าเท่าไรนัก

        “คุณสามารถเซ็นเอกสารหย่า แล้วนำมาให้ผมได้เลยครับ ที่เหลือผมจะจัดการต่อให้ ทุกอย่างจะเรียบร้อยและคุณกับเขาจะไม่ใช่สามีภรรยาตามกฎหมายอีกต่อไป ผมรู้ว่าคุณคงลำบากมากที่ต้องเดินทางมาไกลถึงที่นี่ ผมเลยอยากจะมอบบางอย่างให้กับคุณ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลานะครับ” คาร์เตอร์พูดจบหยิบซองสีขาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วเลื่อนให้กับนรียาโดยไม่ละสายตาจากผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่น้อย

        ตอนนี้หญิงสาวเข้าใจจุดประสงค์ของคาร์เตอร์แล้ว บางทีอาจจะเชื่อมโยงกับเรื่องสี่ปีก่อน มือบางหยิบซองสีขาวขึ้นมาแล้วเปิดดูก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าด้านในคือเช็ค แต่ไม่น่าช็อกเท่ากับตัวเลขในนั้นต่างหากที่มันมากถึงหนึ่งแสนดอลลาร์

        “นะ... นี่มันอะไรกัน”

        “แบล็กฟอร์ดไม่เคยเอาเปรียบใคร ในเมื่อคุณมาเพื่อจัดการธุระเกี่ยวกับแฮร์ริส ผมมีหน้าที่ต้องดูแลในส่วนนี้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา ตอนนี้คุณก็เอาใบหย่ามาให้ผม ที่เหลือผมจะจัดการให้ ที่สำคัญกว่านั้น ผมจองตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไฟลต์เย็นนี้ให้คุณกลับประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว พร้อมรถรับส่ง” คาร์เตอร์ยังอธิบายต่อ อันที่จริงเขาไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลยแต่มัน “จำเป็น” และ “ไม่มีทางเลือก” เขาเป็นเพียงพ่อบ้านวัยกลางคน ผู้จงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อตระกูลเท่านั้น

        นรียาเงยหน้าสบตากับคาร์เตอร์ “แฮร์ริสให้คุณมาเหรอคะ”

        “ทุกคนในแบล็กฟอร์ดมีหน้าที่ของตัวเอง และนี่เป็นหน้าที่ของผม นี่คือเหตุผลที่ผมต้องมา” พ่อบ้านเอ่ยออกไป พลางคิดว่าหลังจากนี้พอจะมีวิธีรับมือกับแฮร์ริสอยู่แล้ว ถ้านรียารับเงิน ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงคนอื่น

        หญิงสาวรู้สึกว่าสถานการณ์แบบนี้น้ำเน่าสิ้นดี เหมือนกับละครฉากหนึ่ง ที่พ่อสามีกำลังเอาเงินฟาดหัวให้เธอออกไปจากชีวิตลูกชายของเขาอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรออกไป จู่ๆ เสียงทุ้มเข้มอันแสนคุ้นเคยดังมาจากทางห้องครัวนั่นทำให้คนทั้งคู่หันไปมอง

        “ฉันเพิ่งเข้าใจหน้าที่ของพ่อบ้านก็วันนี้ นอกจากจะดูแลความเรียบร้อยของตระกูล ยังต้องจัดการเรื่องส่วนตัวให้ผู้เป็นนายด้วย... ความรู้ใหม่เลยนะคาร์เตอร์” แฮร์ริสกระตุกยิ้มพูดเสียงเหี้ยมเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก

        คาร์เตอร์มีสีหน้าตกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะปรับสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม “ผมคิดว่าคุณประชุมอยู่”

        “เมื่อสี่ปีก่อนฉันเคยโง่มาแล้วครั้งหนึ่ง... ตอนนี้ฉันจะไม่ยอมโง่อีก” แฮร์ริสบอกเสียงเหี้ยม ทันทีที่เขาออกจากบ้านของนรียา เพื่อเข้าประชุมก็จริง หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้รับรายงานจากลูกน้องที่จับตาดูจากคฤหาสน์แบล็กฟอร์ดว่าคาร์เตอร์ออกมาแล้ว กำลังเดินทาง ชายหนุ่มจึงให้เอเลียสจัดการบอดี้การ์ดคนอื่นที่คิดว่าน่าจะกลายเป็นคนของพ่อบ้านรายนี้และอาจจะนานมากแล้วด้วย จากนั้นก็ลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถแล้วออกมากับคนสนิท

        ดักซุ่มรออยู่ทางด้านหลัง ทันทีที่เห็นคาร์เตอร์เดินเข้ามาด้านใน เขาก็ลอบเข้ามาทางประตูที่เชื่อมกับครัว แน่นอนว่าเขามีกุญแจทุกดอกของบ้าน มินตราให้ไว้หมดแล้ว และได้ยินทุกอย่างชัดเจน อีกฝ่ายคงคิดไม่ถึงว่าจะถูกตลบหลัง หากไม่ใช่เอเลียส แฮร์ริสก็คาดการไว้แล้วว่าต้องเป็นคาร์เตอร์ และมันก็จริง

        “คุณมาได้ยังไงคะ แล้วเข้ามาตอนไหน” นรียาลุกขึ้นถามอย่างงุนงง

        ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยา “เรื่องมันยาวจ้ะ แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องต้องคุยกับพ่อบ้านตัวเองสักหน่อย”

        แฮร์ริสพูดเสร็จเดินตรงเข้าไปหาคาร์เตอร์ แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่หายไปเหลือเพียงแววตาเหี้ยมเกรียมที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ มือหนากระชากคอเสื้ออย่างแรงจนร่างชายวัยกลางคนถึงกับลอยจากพื้นเล็กน้อย

        แก ทำ บ้า อะไร อยู่! เขาเค้นเสียงถาม

        ความดุร้าย เกรี้ยวกราด ไม่ได้ส่งผลให้คาร์เตอร์หวาดกลัวแม้แต่น้อย คงเป็นเพราะที่ผ่านมา เขารองรับอารมณ์เฮกเตอร์มาโดยตลอด จึงชินชากับพฤติกรรมแบบนี้ ยอมรับว่าครั้งนี้เสียรู้ให้แก่แฮร์ริสซะแล้ว

        “ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

        “ถูกต้องเหรอ? แกกล้าพูดได้ยังไง แกพรากทุกอย่างไปจากฉัน นี่เหรอเรียกว่าถูกต้อง!” ชายหนุ่มตะเบ็งเสียงดังด้วยความเดือดดาลจนนรียาตกใจรีบแตะแขนแกร่ง

        “แฮร์ริส เบาๆ หน่อย ลูกกำลังหลับอยู่”

        คาร์เตอร์ขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน “ลูกอย่างนั้นเหรอ”

        “อย่าบังอาจพูดถึงลูกฉัน... มานี่!”

        พ่อบ้านเก่าแก่ยังคงคาใจกับเรื่องนี้แต่โดนลากออกไปทางด้านหลัง แล้วถูกโยนอย่างไม่ใยดีลงกับสนามหญ้า ซึ่งมันแรงมากพอให้ขาข้างขวากระแทกเข้ากับพื้นอย่างจังส่งผลให้ขาเทียมหลุดออก แต่เขาไม่ร้องสักนิด ยังคงเงียบไม่แสดงอาการอะไรออกไปแม้แต่นิดเดียว

        ชายหนุ่มชี้หน้าอีกคนด้วยความโมโห “คงแปลกใจสินะที่ฉันรู้ทัน ทันทีที่เมียฉันมาที่นี่ ก็เดาได้ว่าต้องเป็นแก! คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เพราะคงไม่มีใครกล้าทำขนาดนี้”

        “แฮร์ริส ใจเย็นก่อนสิ” นรียาบอกเบาๆ ไม่เคยเห็นเขาโกรธใครมาก่อน

        คาร์เตอร์ใช้มือเท้ากับเก้าอี้ในสวนพยุงตัวเองขึ้นเทน้ำหนักไปยังขาซ้ายข้างที่ยังใช้การได้ ปัดเศษฝุ่นกับใบไม้ออกจากเสื้อสูท พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดังเดิม

        “ไม่แปลกที่คุณจะรู้ ผมสะเพร่าเอง” หากไม่ยกเลิกการจับตาดูนรียาล่ะก็ วันนี้คงไม่เกิดขึ้น

        “พูดแบบนี้แปลว่าแกยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าแกเป็นคนทำเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน ทั้งจดหมายแล้วก็แหวน ทำให้เธอคิดว่าฉันบอกเลิกเธอ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลทุกอย่างที่ฉันได้รับ มันปลอมหมดเลยสินะ!” ชายหนุ่มตวาดถามเสียงดัง ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง

        นรียาแทบไม่อยากเชื่อ สายตาจับจ้องไปยังพ่อบ้านเก่าแก่ที่ดูแล้วไม่มีความรู้สึกผิดใดอยู่บนใบหน้า หรือเรียกอีกอย่างคือเขาไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา ขนาดเธอยังรู้สึกกลัวแฮร์ริส แต่เขาไม่ใช่แบบนั้น

        “ใช่... ผมทำเอง”

        “ไอ้เวรเอ๊ย!”

        ชายหนุ่มสาวหมัดใส่ใบหน้าของคาร์เตอร์อย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ แฮร์ริสตามไปคร่อมทับกระหน่ำต่อยไม่ยั้งจนใบหน้าซูบตอบเต็มไปด้วยเลือด

        นรียาเห็นเหตุการณ์ก็หวีดร้องอย่างตกใจ “แฮร์ริส!

        “แกกล้าทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง แกมันไม่ใช่คน ไม่มีหัวใจ ฉันกับเมียเคยทำอะไรให้แกอย่างนั้นเหรอ ทำไมแกถึงต้องพรากเราจากกันถึงสี่ปี ฉันไว้ใจแก เหมือนที่พ่อแม่พี่ชายฉันเชื่อใจ แกกล้าทำร้ายลูกชายของคนที่ชุบเลี้ยงแกมา ให้ความสำคัญ ให้อำนาจในตระกูลกับแก นี่คือสิ่งที่แกตอบแทนเรางั้นเหรอ!” ชายหนุ่มมองด้วยความเจ็บปวดปนเสียใจ คาร์เตอร์ไม่ต่างจากบิดาคนที่สอง แม้จะชอบสั่ง เข้มงวด แต่เลี้ยงดู อบรม เขากับพี่ชายมานาน ทำไมถึงกล้าทำเรื่องแบบนี้ แม้ปากจะพูด ทว่าหมัดลุ่นๆ ก็กระแทกใบหน้าซูบตอบไม่ยั้งอย่างต่อเนื่อง

        นรียาเห็นท่าไม่ดีเมื่อเลือดกระเซ็นออกมาอย่างน่ากลัว อีกฝ่ายอาจจะตายได้ ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยแต่เอเลียสที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลรีบคว้าแขนของหญิงสาวไว้ก่อน

        “อย่าเข้าไปครับมาดาม”

        “แต่... แต่เขาอาจจะตายได้นะคะ” นรียาบอกด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

        “ปล่อยเจ้านายเถอะครับ เราทำอะไรไม่ได้จริงๆ

        นรียาหันไปมองเห็นสามีเหมือนคนขาดสติ ต่อยใบหน้านั้นจนยับเยิน เปรอะเปื้อนด้วยเลือด มือของเขาก็เช่นกัน จนกระทั่งคาร์เตอร์กระอักเลือดออกมา นรียาไม่อาจจะทนดูได้ต่อไป เธอสะบัดแขนของเอเลียสอย่างแรง เดินเข้าไปหาแฮร์ริสพร้อมกับรั้งหมัดที่กำลังจะต่อย

        “พอได้แล้วแฮร์ริส คุณกำลังจะฆ่าเขาตายนะ!”

        “ให้มันตายไปสิ มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่

        “เลิกบ้าสักที มีสติหน่อยสิ” นรียาตอบโต้ด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน

        ชายหนุ่มยอมปล่อยร่างของพ่อบ้านก่อนจะลุกขึ้นหันมามองนรียา ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณเข้าข้างมันเหรอ เข้าข้างคนที่ทำให้เราต้องแยกจากกัน ทำให้คุณต้องเสียน้ำตา เลี้ยงลูกตามลำพัง ทำไมต้องเห็นใจมันด้วย!”

        “แต่การทำร้ายเขาจนตาย มันเป็นเรื่องผิดและเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้”

        “แล้วไงล่ะ มันสมควรต้องชดใช้!” ชายหนุ่มตะเบ็งเสียงอีกหน

        นรียารู้ดีว่าตอนนี้สามีกำลังร้อนเป็นไฟอย่างไม่เคยเจอมาก่อน หากยิ่งร้อนตามคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เธอถอนหายใจ เดินเข้าไปใกล้ ลูบไหล่ของเขาเป็นการปลอบโยน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

        “แฮร์ริสคะ อย่างน้อย เราควรให้โอกาสเขาอธิบายเรื่องทั้งหมด ว่าทำไปเพราะอะไร”

        “เรายังสามารถเชื่อสิ่งที่มันพูดได้อีกเหรอ”

        “ถ้าเขากล้ายอมรับ ทำไมจะไม่กล้าเล่าความจริงให้เราฟังล่ะ... เอ่อ... คุณคะ ช่วยพยุงเขาเข้าไปในบ้านหน่อยได้ไหม” นรียาบอกสามีและหันไปขอความช่วยเหลือจากเอเลียส

        เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ได้ว่าอะไร บอดี้การ์ดหนุ่มรีบเดินไปช่วยพยุงคาร์เตอร์ในสภาพที่ดูไม่ดีเอาเสียเลย เลือดมากมายไหลเปรอะเปื้อนย้อมเสื้อสีขาวให้แดงก่ำ เป็นภาพน่าสยดสยอง

        “นับว่าแกยังโชคดีที่เมียฉันให้โอกาส ไม่อย่างนั้นป่านนี้แกคงได้ไปหาพ่อฉันแล้ว” เขาขบกรามแน่น

        คาร์เตอร์แม้จะเจ็บแต่ฝืนทน ดวงตาปูดบวมเสียจนมองภาพตรงหน้าแทบไม่ชัด ใบหน้าเจ็บปวดจนชาไร้ความรู้สึก พอได้นั่งตรงเก้าอี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

        “ฉันจะทำแผลให้” นรียาจะเข้าไปเอาอุปกรณ์แต่ถูกคว้ามือไว้

        “อย่าทำแบบนั้น แค่ให้โอกาสมันพูดอีกครั้ง ก็มากพอแล้ว”

        “แต่...”

        “นัท อย่าขัดคำสั่งผม” เขาบอกเสียงเข้ม

        นรียารู้ดีว่าแฮร์ริสโกรธเรื่องนี้มาก ไม่ใช่ว่าเธอไม่โกรธ แต่อาการของเขาดูไม่ดีเลย หากไม่รีบรักษาอาจจะถึงตายได้ ขณะที่กำลังจะสวนกลับก็ได้ยินเสียงแหบของคาร์เตอร์ดังมาเสียก่อน

        “ผมไม่เป็นอะไร เชิญคุณถามมาได้เลย”

        เมื่ออีกฝ่ายยืนยันหญิงสาวก็ถอนหายใจ “ฉันอยากรู้ว่าคุณทำเรื่องทั้งหมดเพื่ออะไร ทำไปทำไมคะ”

        คาร์เตอร์หยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อสูทออกมาเช็ดคราบเลือดที่กำลังไหลจากหางคิ้ว “ผมทำในสิ่งที่ควรทำ แบล็กฟอร์ดต้องมีคนสานต่อ”

        “แล้วยังไง? ฉันมีเมียแล้วสานต่อไม่ได้หรือไง ทำไมแกต้อง

        “ผมได้ยินคุณพูดกับเอเลียสที่สวน ในวันที่ฝังร่างคุณเฮกเตอร์ ว่าคุณพร้อมยอมทิ้งทุกอย่างเพราะผู้หญิงคนนี้ นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าอนาคตแบล็กฟอร์ดไม่มั่นคง เมื่อคุณไม่ยึดถือเรื่องหน้าที่ สิ่งที่ควรทำในฐานะทายาท แต่กลับเลือกที่จะให้อารมณ์ ความรู้สึก อยู่เหนือทุกอย่าง ผมก็เลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” คาร์เตอร์ยอมเล่าความจริง บังเอิญได้ยินเรื่องนี้ คิดว่าคงไม่ดีแน่ ถ้าแฮร์ริสสนใจอย่างอื่นมากกว่าภาระความรับผิดชอบที่พึงกระทำต่อตระกูล

        “แต่ไอ้เฮกเตอร์ก็มีเมีย ทำไมแก...”

        “คุณกับคุณเฮกเตอร์ไม่เหมือนกัน พี่ชายของคุณไม่เคยศรัทธาในความรัก ไม่เคยให้ใครมีอิทธิพลเหนือตัวเอง เขารู้ดีว่าควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร เรื่องงานและตระกูลต้องมาก่อนเสมอ ผิดกับคุณ คุณไม่ได้ต้องการเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่แรกและนั่นทำให้ผมกลัวว่าคุณจะทิ้งมันไปสักวัน ไม่วันนี้ก็ในอนาคต” คาร์เตอร์รู้จักผู้ชายสองคนนี้ดี เขาเลี้ยงมาเองกับมือ เฮกเตอร์ ดุร้าย เด็ดขาด แข็งกร้าว เอาแต่ใจ ผิดกับแฮร์ริสที่อ่อนโยนกว่า โลกส่วนตัวสูงและมักใช้ชีวิตนอกกรอบ

        ชายหนุ่มขบกรามแน่น “แต่หลังจากวันนั้น ฉันถูกยิง แกเองก็บาดเจ็บจากระเบิด แกเอาเวลาไหนไปทำเรื่องเลวๆ

        “ทันทีที่ผมฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าคุณปลอดภัยแล้วแต่ยังต้องดูอาการในห้องไอซียู สิ่งแรกที่ผมทำคือการส่งลูกน้องไปจัดการเรื่องทุกอย่าง” คาร์เตอร์ยังคงตอบทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมา

        ชายหนุ่มส่ายหน้า “แกเสียขาไปข้างหนึ่งนะคาร์เตอร์ อย่าลืมสิ อาการแกย่ำแย่ไม่ต่างจากฉัน แกยังมีแรงคิด แรงสั่งการเรื่องพวกนี้อีกเหรอ”

        พ่อบ้านเก่าแก่หลบสายตา “ผมคิดไว้ก่อนที่จะเกิดเรื่อง อย่าลืมสิว่าหน้าที่ของผมคือการปกป้องตระกูลแบล็กฟอร์ด ผมสัญญากับพ่อของคุณเอาไว้และผมจะต้องทำมันให้ได้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งแรกที่ผมทำหลังจากได้สติ”

        สิ่งที่คาร์เตอร์พูดนั้นชายหนุ่มเข้าใจ แต่การทำทั้งที่เพิ่งฟื้นมันเป็นไปได้ยากมากเมื่อรู้ว่าพ่อบ้านรายนี้เจ็บหนักไม่แพ้ตัวเองกับเอเลียส อีกทั้งยังสูญเสียขาข้างขวา ต่อให้วางแผนมาแล้วเป็นอย่างดีก็ตาม แต่นรียาได้รับจดหมายหลังเกิดเรื่องเพียงเจ็ดวันเท่านั้น มันน่าสงสัยไม่น้อยเลย

        “แฮร์ริสบอกว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นลายมือของเขา... แต่เขาไม่ได้เป็นคนเขียน คุณก็เป็นคนทำเหรอคะ”

        “ครับ ผมทำเอง”

        “เป็นไปไม่ได้ คนเดียวที่ปลอมลายมือของฉันได้ มันนอนอยู่ในโลงมาสี่ปีแล้ว” แฮร์ริสไม่เชื่อเรื่องนี้เด็ดขาด คนเดียวที่ทำได้คือเฮกเตอร์ ขณะเดียวกันเขาก็ปลอมลายมือพี่ชายได้เช่นกัน และทำกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

        “ผมหมายความว่าผมเป็นคนทำ แต่ไม่ได้เป็นคนเขียน อย่าลืมว่าเรามีเงิน จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มากี่คนก็ได้ จริงไหมครับ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะสามารถปลอมลายมือของคุณ ผมสามารถทำของใครก็ได้บนโลกใบนี้” พ่อบ้านวัยกลางคนพูดเสียงเรียบ แต่ยังคงไม่สบตากับแฮร์ริสอยู่ดี

        ชายหนุ่มหรี่ตาเล็กน้อย ถึงจะได้ยินคำสารภาพแต่ทำไมถึงรู้สึกค้างคาใจ “แกมันบ้าไปแล้วคาร์เตอร์ แกไม่ใช่พ่อฉันด้วยซ้ำ แกเกือบทำให้ชีวิตแต่งงานของฉันพัง แกเกือบทำให้ฉันไม่ได้เจอหน้าลูกเมียอีก ถ้านัทไม่บังเอิญเห็นข่าวแล้วรู้ว่าฉันคือใคร จนบินมาหาถึงที่นี่ ฉันคงไม่ได้เจอทั้งสามคนอีก แกทำได้ยังไง!”

        “คุณรู้ไหม กว่าแบล็กฟอร์ดจะกลายเป็นบริษัทค้าอาวุธรายใหญ่ของประเทศ สร้างเครือข่าย แผ่อิทธิพลไปทั่วทุกที่ บรรพบุรุษของคุณต้องเสียสละแค่ไหน ทุกคนตระหนักถึงหน้าที่ที่ต้องทำ ในเมื่อตอนนี้เหลือแค่คุณคนเดียวเพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรก็ตามมันไม่สำคัญเท่ากับการที่คุณต้องรักษาให้มันคงอยู่ต่อไป แต่คุณกลับพร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างเพียงเพื่อผู้หญิงคนเดียว มันไม่ถูกต้อง” ชายวัยกลางคนถือโอกาสพูด คาร์เตอร์มีชีวิตใหม่ได้ทุกวันนี้เป็นเพราะแบล็กฟอร์ดมอบชีวิตให้ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาอาจจะกลายเป็นคนเร่ร่อนหรืออาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ถูกพ่อเลี้ยงทารุณกรรมข้างถนนแล้ว ตลอดเวลาที่ทำงานรับใช้ตระกูลนี้เกือบทั้งชีวิต ทำให้เขาได้รู้ว่าเฮนรี่ทุ่มเทให้กับแบล็กฟอร์ดมากแค่ไหน แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึงก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ ฝากฝังทุกอย่างไว้ที่ตัวเองและเขาจะไม่ยอมให้คำร้องขอสุดท้ายของผู้มีพระคุณต้องสูญเปล่า

        “งั้นแกเอาไปเลย แบล็กฟอร์ดที่แกเทิดทูนนักหนา ฉันยกให้... ฉันจะเซ็นยกหุ้นให้ทั้งหมด ทุกบริษัทในเครือของเรา ให้แกเอาไปบริหารเองตามใจชอบ ตามแต่ใจที่แกต้องการ หรือไม่อย่างนั้นก็ไปขุดร่างไอ้เฮกเตอร์ขึ้นมา ฉันไม่เอาด้วยแล้ว” ชายหนุ่มมองด้วยความโกรธ หากทุกอย่างเริ่มต้นเพียงเพราะเขาเป็นคนของตระกูลแบล็กฟอร์ด เขาก็ไม่ขอเป็นอีก

        นรียาได้แต่มองสามีที มองพ่อบ้านที ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องธุรกิจ ตระกูล มันดูยิ่งใหญ่และสำคัญมากทีเดียว จนคนธรรมดาแบบเธอนั้นไม่ค่อยจะเข้าใจนักได้แต่ยืนฟังเงียบๆ

        “ผมไม่ได้ต้องการหุ้นของคุณ ไม่อย่างนั้นผมรับไปตั้งแต่ตอนที่พ่อของคุณยกให้แล้ว ทำไมคุณถึงยังไม่เข้าใจว่าผมทำทุกอย่างเพื่อตระกูลนี้ ผมมีหน้าที่รักษามัน คอยชี้แนะไม่ให้พวกคุณทำผิด... คุณเฮกเตอร์เคยบอกไว้ว่าความรักมักทำให้เราอ่อนแอ คุณได้พิสูจน์แล้วว่ามันจริง” คาร์เตอร์ยืนยันหนักแน่น เฮนรี่เคยมอบหุ้นบางส่วนให้เขามีสิทธิ์ในแบล็กฟอร์ดคอมพานีแต่เขาไม่เคยสนใจ หน้าที่คือรับใช้ มอบชีวิต ไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนแม้แต่น้อย

        “คนจิตใจหยาบกระด้างอย่างไอ้เฮกเตอร์จะไปรู้อะไร... เสียดายที่ราเชลหลงรักมัน และถ้าเปลี่ยนกันได้ แกคงอยากให้ฉันตาย แทนที่จะเป็นมันใช่ไหมล่ะ” เขาพูดเสียงเข้ม

        “ผมไม่อยากสูญเสียใครทั้งนั้น ผมเลี้ยงดูคุณทั้งสองมาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกตัวเองและ...”

        “แกทำกับคนที่คิดเหมือนลูกอย่างนี้เหรอ แกมันไม่ใช่คน คาร์เตอร์ แกทำทุกอย่างเพื่อแบล็กฟอร์ด แต่แกเคยถามฉันไหมว่าฉันต้องการหรือเปล่า สี่ปีที่ผ่านมา แกตบตาฉัน เอางานมากมายโยนให้ฉัน ทำให้ฉันมีความหวังล้มๆ แล้งๆ แต่ฉันยังเชื่อใจ ฝากเรื่องสำคัญนี้ไว้กับแก... แต่แกตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ แกทำได้ยังไง” ชายหนุ่มถามด้วยความโกรธและเจ็บปวด ไว้ใจผู้ชายคนนี้มาโดยตลอด ต่อให้ทุกคนหันหลังให้แบล็กฟอร์ด คาร์เตอร์จะไม่มีวันทำหรือทรยศอย่างแน่นอน

        “คุณไม่ได้ส่งใครตามหาฉันเลยเหรอคะ” นรียาถามบ้าง

        “ผมส่งลูกน้องไปเมืองไทยจริง จับตาดูคุณช่วงแรก พอคุณเดินทางกลับเชียงใหม่ ผมก็ให้คนเลิกตาม แต่ไม่ได้เรียกลูกน้องกลับเพื่อตบตาแฮร์ริสเท่านั้น เอกสารการรายงานทั้งหมดเป็นของปลอม ผมข่มขู่ชัยวัฒน์ไม่ให้พูดอะไรนอกจากบอกว่าคุณลาออกไปแล้ว กำชับทางคอนโดรวมถึงพนักงานทุกคนว่าหากคุณติดต่อไปให้บอกว่าแฮร์ริสไม่ได้กลับมา รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับคุณทั้งคู่ ผมทำทุกทางไม่ให้คุณทั้งคู่ติดต่อกันได้อีก เอกสารการเดินทางของคุณในครั้งแรกผมก็ทำให้มันถูกปฏิเสธ และผมยังให้ลูกน้องจับตาดูการเข้าออกนอกประเทศ หากคุณเดินทางไปไหนผมจะรู้ทันที แต่พอผ่านไปหนึ่งปี คุณไม่ได้ปรากฏตัวอีกหรือมีท่าทีจะมาตามหาแฮร์ริส ผมก็พอเดาได้ว่าคุณเชื่อจดหมายฉบับนั้น เพราะคุณทิ้งแหวนแต่งงานเอาไว้ เลยเลิกให้ความสนใจ เลิกสั่งคนจับตามอง” คาร์เตอร์อธิบายเรื่องราวทั้งหมด ตอนแรกคิดว่าจะยากกว่านี้ แต่ที่ไหนได้ มันง่ายกว่าที่คิดไว้มากเพราะนรียาไม่ติดต่อหรือพยายามอะไรอีก แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเพราะเธอมีลูก จากคำบอกเล่าของแฮร์ริสเมื่อครู่แปลว่าชายหนุ่มไม่ได้บอกถึงฐานะที่แท้จริงแก่หญิงสาว เธอจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

        ทางด้านนรียาเหมือนล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินทุกอย่างและรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่แฮร์ริสพูดคือความจริง เธอกับเขาคือ “เหยื่อ” ของเรื่องพวกนี้และคนตรงหน้าคือคนที่อยู่เบื้องหลัง

        “แกทำได้ยังไง” แฮร์ริสตัดพ้อด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

        “มันไม่ยากเลยแฮร์ริส ถ้าผมยืนยันว่าไม่เจอ คุณจะทำอะไรได้... ผมรู้ว่าคุณแอบส่งคนไปตามหาเธอเอง จ้างนักสืบเอกชนที่เมืองไทย แต่มันก็ล้มเหลวใช่ไหมล่ะ เพราะอะไรรู้ไหม? อำนาจเงินไง มันบันดาลได้ทุกสิ่ง ใครบ้างจะไม่อยากได้เงิน ผมซื้อคนพวกนั้นไว้หมดแล้วและส่งเอกสารรายงานให้คุณเสมอว่าไม่เจอเบาะแสอะไรเลย รวมถึงบอดี้การ์ดที่ติดตามคุณด้วย ยกเว้นเพียงคนเดียวคือเอเลียส เพราะหมอนั่นไม่ยอมอยู่แล้ว และคนสนิทจะไม่มีวันหักหลังทรยศผู้เป็นนาย ผมรู้ทุกความเคลื่อนไหว ทุกสิ่งที่คุณทำ ผมทำทุกทางเพื่อไม่ให้คุณติดต่อกับเธอได้ ผมถึงจัดการทุกอย่างมาได้สี่ปียังไงล่ะ ผมรู้ว่าคุณสงสัย เพียงแค่ไม่มีหลักฐาน เมื่อคุณไปเมืองไทย ผมแค่ให้ลูกน้องจับตาดูคุณเอาไว้ และมั่นใจว่ายังไงคุณก็ไม่มีวันได้เจอกับเธอหรอก” พ่อบ้านเก่าแก่สารภาพอย่างหมดเปลือก แผนการสำเร็จทุกอย่างเป็นเพราะเขาใช้อำนาจเงินจัดการทั้งหมดและให้ความหวังแฮร์ริสไปเรื่อยๆ รวมถึงโยนงานมากมายให้อีกฝ่ายได้ทำ

        แฮร์ริสขบกรามกำหมัดแน่น “แกอยากให้ฉันตัดขาดกับเธอมากใช่ไหม”

        “เธอมีอิทธิพลกับคุณมากเกินไป เธอไม่สมควรอยู่ใกล้คุณ สิ่งที่ผมทำ คุณก็รู้ว่าผมหวังดี ผมเคยทำร้ายหรือทรยศแบล็กฟอร์ดสักครั้งไหม แน่นอนว่าไม่ และถ้า...”

        “แต่แกทำร้ายฉัน! ฉันมาอยู่จุดนี้ ยอมรับตำแหน่งที่ไม่เคยคิดอยากจะได้เพราะเห็นแก่ตระกูล มันเป็นตำแหน่งที่แลกมาด้วยความสูญเสีย แกดูสิ พี่ชายฉันเสียอะไร เสียชีวิต ราเชล เธอเสียอะไรบ้าง สูญเสียทุกอย่าง และฉัน... เกือบจะต้องสูญเสียลูกและเมีย แบล็กฟอร์ดอาจจะให้เงิน อำนาจ และอิทธิพล แต่รู้อะไรไหม มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลย!” ชายหนุ่มบอกกลับเสียงเข้ม ตั้งแต่เรียนจบและเข้าทำงานที่นี่ เขาก็รู้แล้วว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แค่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคนที่รัก มีครอบครัวเล็กๆ เท่านั้น การอยู่บนนี้เหมือนอยู่บนหอคอย รู้ดีว่ามีแต่คนกริ่งเกรง ขณะเดียวกันก็สร้างศัตรูเอาไว้เป็นกองทัพ

        “มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วคุณแฮร์ริส... คุณจะต้องทำ...”

        “เลิกพูดสักทีว่าฉันต้องทำอะไร ครั้งนี้มันมากเกินไปคาร์เตอร์ ล้ำเส้นเกินไปแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ฉันจะกลับเมืองไทยพร้อมเมียและลูก เชิญแกบริหารที่นี่ต่อเองก็แล้วกัน อยากทำอะไรก็เชิญ หรือถ้าแกไม่เอา ฉันจะเซ็นยกให้คนอื่นและทีนี้...”

        “คุณทำแบบนั้นไม่ได้! การเสียสละของทุกคนจะต้องไม่สูญเปล่า คิดถึงพ่อ แม่ พี่ชาย บรรพบุรุษของคุณที่สร้างและเสียสละบ้างสิ ทุกคนไม่ควรจะเหนื่อยหรือตายฟรี ทุกคนสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมาและตอนนี้มันอยู่ในมือของคุณ ยอมงัดข้อ เป็นศัตรู สูญเสียเพื่อให้ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง แต่คุณกลับทิ้งมันไป” คาร์เตอร์บอกเสียงหลง หน้าที่ของเขาคือทำให้มันยังคงอยู่แต่อีกฝ่ายกลับมาทิ้งมันอย่างง่ายดาย

        “แกบีบฉันคาร์เตอร์ แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก และเกลียดการเกิดมาในตระกูลนี้ แก...”

        “ผมไม่รู้ว่าคุณมีลูกกับเธอ” พ่อบ้านบอกแล้วสบตาอีกฝ่าย

        “แล้วยังไง มันจะต่างกันเหรอ”

        “ถ้าผมรู้ เรื่องมันจะไม่เป็นแบบนี้ เพราะลูกของคุณก็คือทายาทของแบล็กฟอร์ดเช่นกัน คนที่จะต้องสืบทอดทุกอย่างต่อจากคุณ” อนาคตเด็กคนนี้จะเป็นกำลังสำคัญต่อไป

        “ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้ลูกยุ่งกับเรื่องพวกนี้” ชายหนุ่มส่ายหน้า

        ท่าทางแข็งกร้าวของอีกฝ่ายกับอารมณ์ที่เดือดดาลทำให้คาร์เตอร์ยอมอ่อนลงอย่างหมดท่า อย่างไรก็ตามแฮร์ริสคือคนเดียวที่จะทำให้คำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเฮนรี่กลายเป็นความจริง นั่นคือการที่แบล็กฟอร์ดจะต้องอยู่ต่อไป ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมทำทุกอย่าง การเห็นแฮร์ริสเจ็บปวด เขาในฐานะคนที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก มีหรือจะไม่เจ็บด้วย เพียงแต่เขาทำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก เขาก็แค่... เป็นเพียง “พ่อบ้าน” ของตระกูลนี้ ที่ต้องทำตามคำสั่ง จงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นนาย

        “ผมรู้ตัวว่าทำผิด ผมไม่ขอให้คุณยกโทษ ผมยินดีรับความผิดนี้ไว้เองแต่อย่าไปลงกับธุรกิจ มันไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย ผมอยากให้คุณคิดถึงสิ่งที่ทุกคนพยายามสร้างขึ้นมา ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณอีก แต่อย่าละทิ้งแบล็กฟอร์ด อย่าให้สิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันสูญเปล่า ตอนนี้เหลือคุณแค่คนเดียวเท่านั้น และถ้าคุณทำแบบนั้น ผมคงไม่กล้าสู้หน้าพ่อของคุณที่จากไปแล้ว... แบล็กฟอร์ดอาจจะไม่สำคัญในสายตาของคุณ อาจจะคิดว่ามันเหมือนคำสาปที่คุณเกิดมาในตระกูลนี้ แต่สำหรับผม แบล็กฟอร์ดมอบชีวิตใหม่ ให้ทุกอย่าง ทำให้ผมมีทุกวันนี้ ผมจำเป็นต้องตอบแทน” คาร์เตอร์เงยหน้ามอง ตอนนี้ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลทำให้ชายวัยกลางคนแทบจะทานทนไม่ไหว แต่จำเป็นต้องให้แฮร์ริสเข้าใจสถานะตอนนี้ แบล็กฟอร์ดคอมพานี ไม่ใช่บริษัทค้าอาวุธธรรมดา แต่มีอิทธิพลเชื่อมโยงหลายฝ่าย แทรกแซงในองค์กรสำคัญ สามารถเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง จึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

        แฮร์ริสหลับตาผ่อนลมหายใจ การระบายออกมาช่วยให้ดีขึ้นขณะเดียวกันก็ทำให้เจ็บปวดไม่น้อย สิ่งที่คาร์เตอร์ทำ มันเกือบทำให้เขาสูญเสียภรรยาและลูก หากเธอไม่มาที่นี่แล้วมันจะเป็นยังไง อยากจะฆ่าให้ตายคามือแต่รู้ดีว่าทำไม่ได้ อีกอย่างพ่อบ้านรายนี้พูดถูก เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทุกคนสร้างแบล็กฟอร์ดคอมพานีขึ้นมา โดยส่วนตัวถึงจะไม่ชอบแต่ รู้ดีว่าหลังจากพี่ชายเสียชีวิต ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้วว่าเขาต้องเป็นคนสานต่อ ขณะเดียวกัน ความรู้สึกที่มีต่อนรียาก็สำคัญ ในฐานะสามี ไม่อยากให้หญิงสาวต้องรู้สึกแย่อีกต่อไป

        “ฉันรู้ว่าแกคงไม่ได้ทำเรื่องนี้คนเดียวหรอก มีใครร่วมมือกับแกบ้าง” แผนทุกอย่างถูกวางมาดี แต่ช่วงรอยต่อของเวลาการส่งจดหมายกับแหวน ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือว่าจะจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วทั้งที่คาร์เตอร์นอนบาดเจ็บสาหัสที่โรงพยาบาลต่อให้สั่งลูกน้องไว้แล้วก็ตาม มีบางอย่างทำให้แฮร์ริสคิดว่าต้องมีคนร่วมด้วย

        แววตาของคาร์เตอร์สั่นไหวแต่เพียงครู่ก็กลับมาเรียบเฉย “ผมทำเองคนเดียว และผม...”

        แฮร์ริสปรี่ไปกระชากคอเสื้ออย่างแรงถามเสียงเข้ม “คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพ่อบ้านธรรมดาอย่างแกจะกล้าทำขนาดนี้เหรอ”

        คาร์เตอร์รู้ดีว่าคงบอกทุกอย่างกับแฮร์ริสตอนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นตระกูลนี้ต้องสั่นคลอน คำสัญญาที่ให้ไว้กับเฮนรี่คงเป็นเพียงลมปากเท่านั้น “จากที่ผมพูดมา คุณน่าจะรู้แล้วว่าเพื่อแบล็กฟอร์ด ผมทำอะไรได้บ้าง เรื่องนี้ผมทำเอง วางแผนทั้งหมด อย่าลืมสิว่าบอดี้การ์ดหลายคนล้วนเกรงกลัวผมทั้งนั้น ไม่ยากที่ผมจะซื้อตัวคนเหล่านั้นให้ทำงานแทน”

        สิ่งที่คาร์เตอร์พูดก็จริง ถึงจะเป็นพ่อบ้านธรรมดา แต่บิดาของเขาให้ความสำคัญ ให้อำนาจในมือ ใครจะเข้าออกคฤหาสน์หรือเข้ามาทำงานกับแบล็กฟอร์ดต้องผ่านการเห็นชอบและตรวจสอบจากอีกฝ่ายก่อน แต่ถึงกระนั้น ชายหนุ่มยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เขาก็ไม่อาจจะหาคำตอบได้อยู่ดีว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลัง พอเห็นใบหน้าของซูบตอบก็เดือดดาล สาวหมัดใส่อย่างแรงจนล้มลงกับพื้น

        “จำเอาไว้ให้ดี ต่อไปนี้ อย่าเข้าใกล้เมียฉัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงินอย่างที่แกคิด ไสหัวไปอยู่ในที่ของแกซะ อย่าให้ฉันรู้ว่าแกเข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะเป็นคนทำให้แกหมดลมหายใจเอง ออกไป!” เขาตวาดเสียงดังลั่นเสียจนนรียายังตกใจ

        คาร์เตอร์ไม่ตอบโต้เป็นคำพูด ปฏิบัติตามคำสั่งด้วยการลุกขึ้น แต่ด้วยการถูกทำร้ายอย่างสาหัสทำให้เขาทรงตัวไม่ไหวรวมถึงสติที่มีอยู่ดับวูบส่งผลให้ร่างกายกระแทกกับพื้นอย่างจัง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของนรียา หันไปมองสามีที่ยืนนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะแสดงอาการตกใจ เธอจะเข้าไปช่วย กลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้

        “แฮร์ริส เขาหมดสติ เราควรจะพาไปโรงพยาบาล”

        ชายหนุ่มถอนหายใจหันไปหาเอเลียสที่ยืนรอรับคำสั่ง “จัดการด้วย อีกเรื่องที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ ไล่บอดี้การ์ดหน้าบ้านออกซะ รวมถึงคนติดตามที่เกี่ยวข้องกับคาร์เตอร์ แบล็กฟอร์ดไม่ต้องการคนทรยศ ในเมื่อมันเลือกที่จะอยู่กับพ่อบ้านและซื้อได้ด้วยเงินก็ไม่สมควรให้มันอยู่ต่อ หาคนที่ไว้ใจ คนที่พร้อมฟังคำสั่งและพร้อมตายแทนได้ เข้าใจไหม”

        “ครับเจ้านาย” เอเลียสรับคำอย่างหนักแน่น เขาเป็นอีกคนที่ได้ยินคำสารภาพทั้งหมดของคาร์เตอร์ ไม่แปลกใจที่ผู้เป็นนายโดนหลอก ขนาดเขาเองยังไว้ใจคนเหล่านั้นพอสมควร ทุกอย่างทำได้แนบเนียนมาก บอดี้การ์ดหนุ่มพยุงร่างที่หมดสติของพ่อบ้านขึ้นมาแล้วพาออกไปด้านนอก

        “ผมอยากจะฆ่ามันจริงๆ ร่างสูงกำหมัดแน่น แม้บางอย่างจะค้างคาใจแต่คงหาคำตอบไม่ได้

        นรียาถอนหายใจจับมือของสามีให้คลายหมัดออก “คุณฆ่าเขาแล้วได้อะไรคะ ยังไงเราก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้”

        “แต่มัน...”

        “คุณรู้ได้ยังไงคะว่าเขาจะมา คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ฉันไม่ได้ยินเสียงรถเลย” นรียาเปลี่ยนคำถามเพราะหากยังพูดเรื่องนี้คงไม่จบสักที

        “ผมให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้... แน่นอนว่าเหลือไม่มากหรอก ให้จับตาดูคาร์เตอร์ไว้ พอมันออกจากบ้านผมก็รู้ได้ทันทีว่ามาหาคุณแน่ ผมเลยออกจากบริษัท มาทางด้านหลังแล้วแอบเข้ามา... ผมมีกุญแจบ้านหลังนี้ทุกดอก มินตราให้เอาไว้” ชายหนุ่มสารภาพตามจริง ให้เอเลียสคัดคนที่คิดว่าไว้ใจได้ พร้อมที่จะอยู่ข้างเขาส่งให้ไปติดตามความเคลื่อนไหว

        “เดี๋ยวนะ... เพื่อนฉันอนุญาตคุณ แต่ทำไมต้องให้กุญแจด้วย”

        เมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากเรื่องนี้ร่างสูงก็ยิ้มเจื่อน “เอ่อ... คือว่า...”

        “ถ้ากล้าโกหกฉันแม้แต่คำเดียว คุณจบไม่สวยแน่แฮร์ริส” เธอขู่ฟ่อ

        ชายหนุ่มจำต้องสารภาพว่ามอบทริปสุดพิเศษให้แก่เพื่อนรักของหญิงสาว เพื่อเปิดทางให้มีเวลาอยู่ร่วมกันกับเธอและนั่นทำให้นรียาถึงกับกลอกตา

        “ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเชื่อเลย มินตราก็ไม่บอกอะไรฉัน!”

        “ผมห้ามเธอเอง... อย่าโกรธนะนัท นอกจากเรื่องที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ก็รวมถึงเรื่องคาร์เตอร์ด้วย อย่างน้อยผมก็รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องมาหาคุณแน่ และมันก็จริง” ชายหนุ่มบอกเสียงเครียด

        นรียาถอนหายใจถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “คุณโอเคใช่ไหมคะ”

        “ถึงมันจะเจ็บปวดแต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ความจริง ทีนี้คุณเชื่อแล้วใช่ไหมว่าเรื่องทั้งหมดผมไม่ได้เป็นคนทำ ไม่ได้เป็นคนส่งจดหมายและแหวนวงนั้นไป” ชายหนุ่มสบตาหญิงสาว

        “ฉันรู้ค่ะ ตอนนี้คุณจะเล่าเรื่องครอบครัวคุณให้ฟังได้หรือยัง ทำไมต้องโกหก และตระกูลของคุณสำคัญมากขนาดที่คาร์เตอร์ต้องยอมทำผิดเหรอคะ” นรียายังคงไม่เข้าใจอาจจะเป็นเพราะว่าทั้งชีวิตไม่เคยคลุกคลีกับมหาเศรษฐี หรือนักธุรกิจ แต่นี่ดูเหมือนมันจะมากกว่านั้น คล้ายกับหนังมาเฟียที่เคยดู หวังว่าสามีของเธอคงไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ

        แฮร์ริสบตานรียา ถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงทั้งหมดเพราะตอนนี้สถานะของเธอคือมาดามแบล็กฟอร์ด เธอเป็นส่วนหนึ่งของเขาและตระกูลนี้เช่นกัน

        “มาเถอะที่รัก ผมจะเล่าให้ฟัง”

        ชายหนุ่มประคองหญิงสาวให้นั่งลงตรงโซฟาภายในห้องรับแขก จากนั้นสบตานรียาด้วยความรัก ไม่รู้เธอจะหวาดกลัวกับสิ่งที่จะบอกหรือเปล่า

        “เรื่องก็คือว่า...”

        “หม่ามี้! ฮึก หม่ามี้ฮะ!”

        เสียงเรียกอันดังของนทีประสานกับเสียงกรีดร้องของนาราทำให้บิดามารดาตื่นตกใจรีบลุกจากโซฟา แฮร์ริสไวกว่ารีบวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วโดยมีนรียาตามติด เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็พบนารากำลังนั่งร้องไห้อยู่ตรงพื้นพรม ใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา ส่วนนทีน้ำตาก็ปริ่มจวนจะไหลรอมร่อนั่งข้างน้อง ชายหนุ่มคว้าตัวลูกสาวเอาไว้ในอ้อมแขน

        “ฮันนี่! ฮันนี่เป็นอะไรลูก บอกแด็ดดี้สิคะ หนูร้องไห้ทำไม เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

        นรียาตรงไปหาลูกชายแล้วโอบกอดไว้ “เกิดอะไรขึ้นจ๊ะฮิวโก้”

        “นะ... น้องตกเตียงฮะ ฮึก... ผะ... ผมจับน้องไม่ได้”

        ทันทีที่รู้ว่าเกิดอะไร นรียาคว้าลูกชายมากอด แล้วมองไปยังนาราที่ร้องไห้ไม่หยุด โดยมีแฮร์ริสกำลังโยกปลอบโยน

        “เจ็บ ฮันนี่เจ็บ แด็ดดี้ ฮึก... ขาๆ เด็กน้อยสะอึกสะอื้นชี้ที่ขาของตัวเอง

        “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องนะ แด็ดดี้จะสั่งให้คนทุบเตียงทิ้ง เอาพื้นออก ปูใหม่ ปูพรมทับให้นุ่มๆ หนูตกลงมาจะได้ไม่เจ็บนะคะ” แฮร์ริสปลอบโยน

        นรียากลอกตา “น้อยๆ หน่อย เตียงผิดตรงไหน พื้นนี่ก็เหมือนกัน”

        “ผิดสิ ไม่ว่าใครหรือสิ่งไหนทำให้ลูกผมเจ็บ ไม่ว่าจะฮันนี่หรือฮิวโก้ต้องร้องไห้ สิ่งนั้นผิดเสมอ!” ชายหนุ่มบอกอย่างเผด็จการ มือหนาเช็ดน้ำตาให้ลูกแล้วจูบหน้าผากมนอีกครั้ง

        หญิงสาวถอนหายใจกับความสปอยนี้ “ไหนคะ เจ็บตรงไหน ให้หม่ามี้ดูหน่อยนะ”

        นรียาให้นทีนั่งตัก เอื้อมมือไปดึงขากางเกงของลูกสาวเผยให้เห็นท่อนขาอวบอิ่ม เพราะผิวขาวจัด จึงมองเห็นรอยแดงเป็นปื้นที่หัวเข่า ตอนลงคงเอาเข่ากระแทกเสียเต็มแรงเลยสินะ ไม่แปลกใจที่จะร้องไห้จ้า คงเจ็บไม่น้อย

        เมื่อได้เห็นรอยนั้นหัวอกของคนเป็นพ่อแทบสลาย พอๆ กับนทีที่ใจฝ่อทันที ริมฝีปากเบะออก มือน้อยจับมือข้างที่ว่างของมารดาบอกเสียงสั่น

        “หม่ามี้ น้องเจ็บ ฮึก... น้องเจ็บ”

        “โอ๋ๆ น้องไม่เป็นอะไรนะคะฮิวโก้ ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้องนะ” นรียาต้องปลอบโยนลูกชายอีกคน

        “ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าตกเตียงด้วยอีกคน” แฮร์ริสถามอย่างร้อนใจ

        “เปล่าค่ะ เวลาเห็นฮันนี่ร้องไห้หรือเจ็บ ฮิวโก้จะรู้สึกไม่ดี ร้องไห้ตามตลอด” นรียาอธิบาย ทั้งคู่เป็นฝาแฝด มักมีบางอย่างเชื่อมถึงกันโดยเฉพาะเรื่องความรู้สึก บางทีหากนทีร้องไห้ นาราก็จะเป่าปี่ตามเช่นกัน

        ชายหนุ่มได้ยินก็โล่งใจที่พบว่าลูกชายไม่เป็นอะไร หันมาหาลูกสาว เช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอีกครั้ง ตอนนี้จมูกกับแก้มแดงก่ำเพราะร้องไห้มาก รวมถึงดวงตากลมโตคู่นั้นด้วย

        “เป่า ฮึก... เป่าให้ฮันนี่ เป่าเพี้ยงๆ ฮันนี่เจ็บ” เด็กน้อยร้องขอ

        “แด็ดดี้จะเป่าให้นะครับ ความเจ็บจงหายไป เพี้ยง” แฮร์ริสเป่าตรงหัวเข่าอยู่หลายที เห็นรอยแดงทีไรหัวใจก็เจ็บแปลบ ก่อนจะประทับจูบเบาๆ หากเจ็บแทนได้เขาเจ็บไปแล้ว

        “หม่ามี้ด้วย” เด็กน้อยสูดจมูกสั่งการ

        นรียาอมยิ้มส่ายหน้า โน้มตัวลง เป่าที่รอยแดงนั้น ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มจากนารา ทว่าเด็กน้อยยังไม่พอใจรีบสั่งการพี่ชายด้วยความเอาแต่ใจ

        “พี่ฮิวโก้ด้วย เป่าเพี้ยงๆ

        นทีแม้จะยังมีคราบน้ำตาแต่ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ไม่ว่าเจ้าหญิงน้อยจะสั่งอะไร ในฐานะพี่ชาย เขาจะทำให้ทุกอย่าง นอกจากจะเป่าแล้ว มือน้อยยังลูบบาดแผลนั้นแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วง

        “หม่ามี้เคยบอกแล้วใช่ไหมคะ ว่าห้ามขึ้นลงเตียงด้วยตัวเอง ต้องเรียก” หญิงสาวเห็นว่านารานิ่งก็เริ่มสอน

        “ฮันนี่อยากหม่ำ” เด็กน้อยบอกเสียงอ่อย

        “ทำไมไม่เรียกล่ะคะ เรียกหม่ามี้สิ นี่โชคดีที่หนูแค่เจ็บเข่า ถ้าเกิดหัวหนูกระแทกพื้นขึ้นมาจะทำยังไงคะ ไม่รักหม่ามี้กับพี่ฮิวโก้แล้วเหรอ ไม่อยากเจอกันแล้วใช่ไหม” หญิงสาวได้ทีบ่นอีกด้วยความห่วงล้วนๆ

        นาราเบะปากจะร้องไห้อีกหนทำเอาแฮร์ริสโยกตัวเบาๆ “ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ร้องนะ คุณอย่าดุลูกสิ”

        “ฉันไม่ได้ดุ แต่กำลังสอนต่างหาก”

        “ผมผิดเองฮะหม่ามี้ ผมไม่ดูแลน้อง” เขาพยายามบอกแล้วแต่นาราไม่ฟังปีนลงจากเตียงจึงทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น

        นรียากับแฮร์ริสมองหน้ากันก่อนที่ชายหนุ่มจะจับมือลูกชายเอาไว้ “ฮิวโก้ไม่ผิดหรอกครับ นี่เป็นอุบัติเหตุ ต่อไปนี้ต้องระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง อย่าโทษตัวเองเลย”

        นรียาจูบศีรษะลูกชายด้วยความเอ็นดูก่อนจะวางนทีที่พื้นพรม ลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องนมสองกล่อง จากนั้นส่งให้เด็กทั้งคู่โดยมีนารานั่งดื่มบนตักของบิดา ส่วนนทีนั่งเคียงข้างเธอ

        “ผมว่าที่นี่ค่อนข้างคับแคบ เตียงก็สูงเกินไป ย้ายไปอยู่บ้านผมนะนัท” ชายหนุ่มได้ทีเสนอ

        หญิงสาวสบตาชายหนุ่มด้วยความลังเล จริงอยู่แฮร์ริสไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้แต่ความเจ็บปวดที่เผชิญมาตลอดสี่ปี ใช่ว่าจะรักษาหายทันทีที่ได้รู้ความจริงเสียเมื่อไร “แต่ฉัน...”

        “คุณไม่ต้องห่วง ที่นั่นจะมีคนคอยดูแลลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และ...”

        “ขอเวลาให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวพูดแทรกขึ้น

        ร่างสูงพอจะเข้าใจ “ได้ครับ แต่... ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องย้ายไปอยู่กับผม ต่อไปนี้จะไม่มีอะไรแยกเราสี่คนได้”

        “ฮันนี่อยากอยู่กับแด็ดดี้”

        “ผมอยากอยู่กับหม่ามี้ฮะ” นทีพูดเสร็จปีนขึ้นนั่งตักของมารดา

        “พวกเราจะอยู่ด้วยกัน จะไม่แยกจากกันอีกแล้ว” ชายหนุ่มย้ำ จูบแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ตามด้วยลูกชาย และไม่ลืมหอมแก้มนรียา จังหวะที่หญิงสาวยังเหวออยู่นั้น นทีก็ลุกขึ้นยืนบนตัก วาดแขนโอบรอบคอแล้วจูบลงตรงที่ที่บิดาเพิ่งจูบเมื่อครู่พร้อมตะโกนเสียงเข้ม

        “หม่ามี้ของผม แด็ดดี้ห้ามจูบ!”

        การกระทำของนทีสร้างความตกใจให้กับแฮร์ริส ทว่านรียากลับหัวเราะออกมา โอบกอดลูกชาย จูบแก้มเสียงดังและกล่าวชมเชย “ฮิวโก้ ลูกทำดีมากจ้ะ”

        นทียิ้มกว้าง “ผมรักหม่ามี้ฮะ”

        “หม่ามี้ก็รักลูก”

        แฮร์ริสเห็นสองแม่ลูกกอดกันก็พูดเสียงอ่อย “โธ่... หม่ามี้ของลูกก็เมียแด็ดดี้นะ ทำไมต้องห้ามด้วยล่ะครับ”

        “นี่คุณ ห้ามพูดนอกเรื่องกับลูก” หญิงสาวเอ็ด

        “แต่ลูกไม่ยอมให้ผมจูบคุณอ่ะ แบบนี้ก็ได้เหรอ” เขางอแง

        “อย่าทำตัวเป็นเด็กหน่อยเลย”

        “แต่ผม...”

        “โอ๋ๆ ฮันนี่จุ๊บแด็ดดี้ก็ได้” ว่าแล้วนาราก็ลุกขึ้นจูบแก้มบิดาฟอดใหญ่ พร้อมกับคราบนมที่เปื้อนแก้ม การกระทำนั้นส่งผลให้หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มพองโต

        “อื้ม... ฮันนี่น่ารัก อย่างนี้ต้องให้รางวัล”

        นรียาเห็นสองพ่อลูกจุ๊บกันไปจุ๊บกันมาก็ส่ายหน้าโอบกอดลูกชายที่ซบตรงบ่า ดื่มนมต่อ เด็กๆ ตื่นแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้คุยกันซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาเวลาอื่น

        แฮร์ริสเลือกจะไม่กลับเข้าบริษัทอีก ใช้เวลาอยู่กับภรรยาและลูก ได้ฟังรายงานจากเอเลียสว่าคาร์เตอร์ปฏิเสธการนอนโรงพยาบาล ขอกลับไปพักฟื้นที่คฤหาสน์แบล็กฟอร์ด ชายหนุ่มสั่งให้ลูกน้องชุดใหม่ที่เข้ามาประจำการจับตาดูเอาไว้ ส่วนเรื่องงานให้ยกเลิกการประชุมทั้งหมด เอกสารสำคัญรอการอนุมัติให้เอามาเซ็นที่นี่ ชายหนุ่มเล่นกับลูกระหว่างที่นรียาเตรียมอาหาร นทีกำลังต่อเลโก้ ส่วนนารากำลังนั่งเล่นตุ๊กตา

        “แด็ดดี้หวีๆ ฮันนี่ทำไม่ได้”

        ชายหนุ่มมองเห็นผมตุ๊กตาสีทองที่พันกันยุ่งเหยิงก็รับหวีของเล่นมา จากนั้นทำตามคำสั่งแต่เพราะมันยุ่งมากเขาก็ออกแรงพอสมควรเลย แต่ก็ไม่สามารถหวีได้

        “แด็ดดี้เร็วๆ นาราเร่งเพราะอยากจะเปลี่ยนชุดตุ๊กตาจะแย่แล้ว

        “จ้ะเจ้าหญิงน้อย รอแป๊บนะลูก แด็ดดี้กำลังพยายามค่ะ”

        ชายหนุ่มออกแรงมากขึ้นไปอีกเพื่อที่จะหวีผมตุ๊กตาให้เรียบลื่นแต่เพราะออกแรงมากเกินไป แทนที่จะได้ผมเรียบสวยแต่กลายเป็นว่า...

        ปั๊ก!

        “อุ๊ย...”

        เสียงดังนั้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนหันไปมอง นทีกลืนน้ำลาย ส่วนนาราเหมือนช็อกไปแล้ว แฮร์ริสเองก็ไม่ต่างกันเพราะตอนนี้หวีที่อยู่ในมือแทนที่จะมีแค่ผมแต่ดันสยองกว่านั้นด้วยการมีหัวตุ๊กตาติดมาด้วยน่ะสิ!

        “กรี๊ด!! ฮึก... แงงงงง แด็ดดี้ทำตุ๊กตาของฮันนี่พัง ฮึก... หม่ามี้ขา หม่ามี้ หัวหลุด หม่ามี้”

        เสียงกรีดร้องของลูกสาวกับประโยคนั้นทำเอานรียาที่กำลังชิมซุปถึงกับสำลัก วิ่งถือทัพพีมาด้วยความเร็วสูง ถามนาราด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

        “อะไรนะลูก หัวใครหลุดคะ”

        “ตุ๊กตา ฮึก... แด็ดดี้ทำหัวหลุด ฮือออออ” นาราลุกขึ้นโผเข้ากอดขามารดา

        นรียามองต้นเหตุเห็นในมือของชายหนุ่ม ข้างซ้ายถือตัวตุ๊กตาข้างขวาถือหวีที่มีหัวตุ๊กตาติดมาด้วย เธอกลืนน้ำลายแล้วบอกเขาเบาๆ

        “งานเข้าแล้วไหมล่ะ”

        “กะ... ก็มันหวียากมาก แล้วผม... ผมก็ เอ่อ... ออกแรงเยอะไปหน่อย” ชายหนุ่มบอกเสียงอ่อย

        “ฮันนี่โป้งแด็ดดี้ ฮึก... ไม่รักแล้ว ไม่รัก!” เด็กน้อยกรีดร้องโวยวาย

        “ฮันนี่อย่าพูดแบบนี้สิคะ แด็ดดี้ขอโทษนะ ไม่ร้องนะลูก” ชายหนุ่มเข้าไปแตะลูกสาวแต่เด็กน้อยสะบัดออก

        นรียาถอนหายใจ ช้อนอุ้มแล้วโยกเบาๆ “ชู่ว์ ไม่ร้องลูกไม่ร้อง แด็ดดี้ไม่ได้ตั้งใจนะคะ หนูยังมีอีกหลายตัวนี่นา เล่นตัวอื่นไปก่อนนะ”

        “แต่ฮันนี่อยากเล่นตัวนี้ จะเอาตัวนี้” เด็กน้อยเอาแต่ใจ

        แฮร์ริสมองตุ๊กตาในมือก็รู้สึกผิดรีบลุกขึ้น “แด็ดดี้จะซ่อมให้นะคะ นะ... เอาให้เหมือนเดิมเลย”

        นาราหันไปมอง เบะปากน้ำตาไหลพราก เห็นความสยดสยองของตุ๊กตาที่รัก ซึ่งคอหลุดไปเรียบร้อย ก็ทำใจไม่ได้ แหกปากร้องอีกรอบจนนรียาปวดหัว

        “ให้ตายเถอะ ปล่อยลูกไว้กับพ่อได้เรื่องทุกที”

        แฮร์ริสมองนรียาอุ้มลูกเข้าครัว ก็ห่อเหี่ยวทันทีเพราะลูกสุดที่รักร้องไห้ปานจะขาดใจ เขาก็อยากร้องเหมือนกัน ก่อนจะนั่งลงมองตุ๊กตาในมือ

“บริษัทไหนทำวะเนี่ย หักง่ายขนาดนี้ น่าจะเจ๊งไปเลย ทำให้ลูกโกรธฉัน มันน่านัก”

        นทีลุกขึ้นเดินมาหาบิดาก่อนจะมอบนิ้วโป้งเล็กๆ ให้ “ผมก็โป้งแด็ดดี้ฮะ”

        “โธ่... ฮิวโก้ลูกรัก ทำแบบนี้แด็ดดี้เสียใจนะ”

        “แด็ดดี้ทำน้องร้องไห้” นทีพูดเสร็จวิ่งหนีไปอยู่กับมารดาในครัว

        คราวนี้เหลือชายหนุ่มเพียงลำพังกับตุ๊กตาหัวขาด ใจก็คิดว่าจะทำอย่างไรดี ซื้อตัวใหม่ลูกสาวคงไม่ยอมแน่เพราะขนาดนรียาเสนอตัวอื่นก็ยังไม่ยอม เขาลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวไม่กล้าเข้าไป ได้แต่เกาะขอบประตู พอลูกสาวหันมามองก็ส่งยิ้มกว้างให้แต่ได้รับการเมินเฉย พอลูกชายสบตา ก็รีบโบกไม้โบกมือแต่ถูกแลบลิ้นใส่ แฮร์ริสท้อแท้เหลือเกินจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านเพื่อสั่งการบางอย่างแก่เอเลียส แล้วทำการซ่อมตุ๊กตาด้านนอก พอกลับเข้ามาอีกครั้งได้เวลาอาหารเย็นพอดี จึงรีบเดินตามไปสมทบ นาราหยุดร้องไห้แต่ดวงตากลมโตยังคงบวมอยู่ ส่วนนทีนั่งกินอาหารเงียบๆ มื้อเย็นวันนี้เป็นมักกะโรนีผัดซอสโรยด้วยเบคอนกรอบ แคร์รอตและถั่วลันเตา ปิดท้ายด้วยผลไม้อย่างกล้วยและสตรอว์เบอร์รี่

        “ฮันนี่จ๋า... ฮันนี่ครับ กินสตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ๆ ไหม แด็ดดี้ให้” ชายหนุ่มยื่นไปด้านหน้าเพื่อเอาใจ

        “ฮึ!” นาราเมินเฉยพร้อมกับเบะปากใส่

        นรียาเห็นแบบนั้นก็อมยิ้มส่ายหน้าแต่แฮร์ริสไม่ยอมแพ้ รีบหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ

        “แท่นแทนแท๊นนน ตุ๊กตาของหนูกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วครับ แด็ดดี้ซ่อมให้แล้วนะ”

        นารามองตุ๊กตาตัวเดิมฉับพลันใบหน้าอวบอิ่มก็มีรอยยิ้มแต่ยังไม่ยอมพูดกับบิดา นอกจากคว้าไปดู ผมที่เคยยุ่งเหยิงบัดนี้ยาวสลวยถูกมัดไว้เรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่สะดุดตา คงเป็นผ้าพันคอสีชมพู

        “นี่อะไรเหรอคะ” เด็กน้อยถาม

        “เอ่อ... ผะ... ผ้าพันคอจ้ะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว ตุ๊กตาจะหนาวเอานะ แด็ดดี้เลยใส่ผ้าพันคอให้ สีชมพูด้วย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างภูมิใจนำเสนอ

        “แต่ไม่หนาวนี่ฮะ” นทีที่กำลังกินอาหารแย้ง

        ชายหนุ่มเริ่มเหงื่อตก หากลูกสาวดึงผ้าพันคอนี้ออกเห็นร่องรอยเบื้องหลังอาจจะกรีดร้อง เรียกตุ๊กตาผีแทน

        “เอ่อ... ตุ๊กตาอาจจะหนาวไงลูก ฮันนี่ชอบไหม”

        “ชอบค่ะ” เด็กน้อยพูดในที่สุด

        เขาถอนหายใจโล่ง “ยกโทษให้แด็ดดี้แล้วใช่ไหม เกี่ยวก้อยกันนะ”

        นาราที่ลืมง่ายก็ยกมือเกี่ยวก้อยจากนั้นโอบกอดตุ๊กตาของตัวเองแล้วกินอาหารเย็นต่อ แฮร์ริสถึงกับถอนหายใจพรู นรียามองอย่างสงสัยก็มิวายกระซิบถามอย่างอยากรู้

        “คุณทำยังไงน่ะ”

        “ผมก็ติดกาวเข้าไปไง กาวชนิดพิเศษรับรองไม่มีหลุด แต่มันยังเห็นรอยต่อ กลัวลูกจะสะเทือนใจ เลยเอาผ้ามัดไว้จะได้ไม่เห็นรอย” ชายหนุ่มบอกอย่างภูมิใจ กว่าจะหากาวชนิดนี้ได้ เอเลียสก็หัวหมุนเหมือนกัน

        “ทีหลังก็อย่าทำอีกล่ะ” หญิงสาวมิวายกำชับ

        “ตุ๊กตาไม่แข็งแรงเอง ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

        นรียากลอกตา “คุณนี่ไม่เคยยอมรับผิดเลยนะ”

        “ผมเปล่าสักหน่อย รู้ไหม ผมจะซื้อตัวใหม่ให้ลูกอีกสักร้อยตัว เอาให้แข็งแรงทนทาน หวีผมเท่าไรหัวก็ไม่หลุดติดมือ” ชายหนุ่มคิดว่ารอบต่อไปต้องไม่พลาด ซื้อของดีไปเลย

        “แรงของลูกเหรอจะหวีให้หลุด มีแต่แรงยักษ์แรงช้างอย่างคุณน่ะ”

        “อ้อ... สามีแรงดีก็แบบนี้แหละทูนหัว” เขาขยิบตาเจ้าชู้

        “พะ... พูดบ้าอะไรเนี่ย” ร่างบางเขินอายเมื่อรู้ถึงความนัยก่อนจะกินอาหารเย็นเงียบๆ ไม่พูดอะไรกับเขาอีก มองสองพ่อลูกกลับมาคุยกะหนุงกะหนิงกันโดยนทีเองก็เริ่มร่วมด้วย

        เพราะเมื่อเช้าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเรื่องการอาบน้ำ นรียาจึงไม่ยอมให้แฮร์ริสเข้ามายุ่ง การอาบน้ำให้เด็กสองคนจึงใช้เวลาแค่สามสิบนาที เขามีหน้าที่ช่วยแต่งตัว ซึ่งเธอคุมทุกขั้นตอนไม่อย่างนั้นต้องมีการละเลงแป้งหรือวิ่งเล่นอย่างแน่นอน ต่อมาก็ถึงเวลานอนที่ชายหนุ่มกับเธอลงความเห็นว่าจะปูเบาะ เพราะกลัวลูกตกเตียงอีก โดยได้แฮร์ริสช่วยขยับเตียงไปชิดอีกด้านจากนั้นนำที่นอนสำรองออกมาปู เมื่อลูกๆ ลงไปนอนกลิ้งเล่นเธอก็หันมาหาชายหนุ่ม

        “กลับไปได้แล้ว”

        “ไม่ ผมจะค้างที่นี่” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น

        “แต่ว่าแฮร์ริส...”

        “ไม่มีแต่ ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วแต่เรื่องนี้คุณต้องยอมผมบ้าง”

        นรียาเห็นแววตามุ่งมั่น เหนื่อยจะคร้าน ท้ายที่สุดก็ส่ายหน้ายอมอย่างจนใจ รู้ดีว่าชายหนุ่มดื้อดึงแค่ไหน เธอจึงให้เฝ้าลูกพร้อมกำชับว่าห้ามตามใจเด็ดขาด ให้เด็กๆ นอนเล่นกันอย่างนั้น หญิงสาวรีบเข้าไปอาบน้ำด้วยความเร็วแสงเพียงสิบห้านาทีก็เสร็จเรียบร้อยซึ่งก็พบว่าชายหนุ่มเตรียมชุดมาแล้วเหมือนกัน เขานอนให้ลูกขึ้นมาทับบนตัว เล่นกันอย่างสนุกสนาน นรียาไล่เขาไปอาบน้ำเพราะได้เวลาที่เด็กๆ ควรนอนสักที ยังมีเวลาเล่นกันอีกเยอะ

        เพราะร้องไห้หนักมากในวันนี้ นาราจากที่หลับยากก็ชิงหลับไปซะก่อนทั้งที่อ่านนิทานไปได้เพียงสามหน้าเท่านั้นส่วนนทีดวงตาปรือปรอยจับมือของนรียาแน่น

        “หม่ามี้ห้ามให้แด็ดดี้จุ๊บๆ นะฮะ ผมหวง” เด็กน้อยมิวายพูดเสียงอู้อี้

        หญิงสาวหัวเราะ “รู้แล้วจ้ะ ตอนนี้เด็กดี หลับได้แล้วนะลูก”

        เธอจุมพิตหน้าผากของลูกชาย เล่านิทานต่ออีกเพียงสองหน้า นทีก็หลับสนิท เธออมยิ้มมองดูลูกทั้งสองแล้วห่มผ้าให้ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมเสื้อผ้าในวันพรุ่งนี้ เวลานั้นสามีหนุ่มก็เดินออกมา เขาสวมเสื้อยืดคอวีสีเทากับกางเกงขายาวสีดำสนิท

        “ลูกหลับแล้ว ถึงเวลาของเราสักทีนะ” เขาขยิบตา

        นรียารู้ถึงความนัยก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ ใช่ค่ะ เวลาของเรา... เวลาที่คุณจะเล่าความจริงให้ฟังยังไงล่ะคะ”

        “โธ่ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย ผมหมายถึงว่า รื้อฟื้นความหลัง” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม

        “ฝันไปเถอะน่า ออกไปคุยกันข้างนอก ฉันไม่อยากให้ลูกตื่น”

        นรียาพูดเสร็จเดินออกไปโดยมีร่างสูงเดินตามแต่มิวายหอมแก้มลูกคนละฟอด ค่ำคืนนี้ยังคงยาวนานนักเพราะกว่าจะเล่าเรื่องทุกอย่างจบมันคงต้องใช้เวลา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 925 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #1125 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:37
    ทำเกินหน้าที่ ไล่มันออกเถอะ
    #1125
    0
  2. #457 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 07:46

    กำลังสนุกเยยย
    #457
    0
  3. #446 ponwilai (@ponwilai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:56
    รอค่ะรอๆๆๆๆๆ
    #446
    0
  4. #445 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:00
    มันก็จะซับซ้อนหน่อยๆ
    #445
    0
  5. #444 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 06:48
    โอ๊ยยย เอา ebook มาเลยได้ไหม๊ ไม่อยากค้างแล้วอ่ะ
    #444
    0
  6. #443 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 05:53
    อ้าว แปลว่าไม่รู้ว่านัทมีลูก จะสำนุกผิดไมํเนี่ย
    #443
    0
  7. #442 O_ASiiS (@oasiis) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 02:28
    โอ๊ย.....แล้วเราก็ค้าง
    #442
    0
  8. #441 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 01:59
    รอออออออออออ
    #441
    0
  9. #440 annyjupjup (@annyjupjup) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:20
    โปรดติดตามกันต่อไป
    #440
    0
  10. #439 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:19
    นี่แอบสงสารพ่อบ้าน.
    #439
    0
  11. #438 Kapom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:46

    ทำตามคำสั่งใครคาร์เตอร์ เฮกเตอร์ยังไม่ตายใช่ไหม

    #438
    1
    • #438-1 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 16)
      20 ธันวาคม 2561 / 00:05
      เห็นด้วยค่ะ
      #438-1
  12. #437 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:13
    ค้างเติ่งเลย
    #437
    0
  13. #436 350112 (@350112) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:39

    ออิพี่ชายไม่ตายชัวร์

    #436
    0
  14. #435 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:37
    ค้างอะ....
    #435
    0
  15. #434 Nonamenow (@Nonamenow) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:12

    ค้างมากกกก ค้างสุดติ่งกระดิ่งแมว
    #434
    0
  16. #433 korkarok (@korkkwang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:05
    ค้างมากกกกกกกกกกก
    #433
    0
  17. #432 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:03
    วันนี้แฝดม่ออกอ่ะ
    #432
    0
  18. #431 Mon1919 (@Mon1919) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:50
    หักมุมแบบ อลาโน เป็นพี่ของนางเอกงี้ใช่มั้ย หรือยังไง โอ้ย!ไม่รู้ มั่วซั่วไปหมดแล้ววววววว
    #431
    0
  19. #430 khomkiew (@khomkiew) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:23
    แกทำไปเพื่ออะไรคาเตอร์ แกเป็นคนของใครกันแน่
    #430
    2
    • #430-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 16)
      19 ธันวาคม 2561 / 20:34
      จริงค่ะ น่าสงสัย...ใครอยู่เบื้องหลัง และถ้ายังไม่ลืมกันใน บทนำ คาร์เตอร์ก็เจ็บหนักเหมือนกัน ตอนที่แฮร์ริสโดนยิง เอาเวลาไหนไปทำเรื่องแบบน้านนนนนนนน ติดตามกันต่อวันศุกร์นะคะ ^^
      #430-1
  20. #429 pinya1 (@pinya1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:13

    อยากรู้มากกกกก วันนี้แฝดจอมป่วนไม่ออกเลย


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-04.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-07.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #429
    1
    • #429-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 16)
      19 ธันวาคม 2561 / 20:16
      เด็กๆออกทุกบทนะค้า แต่บทนนี้จะออกวันอาทิตย์จ้า ^^ หลังจากเคลียร์เรื่องพ่อบ้านจบ ^^
      #429-1
  21. #428 JUERN_juern (@nd-1432) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:09

    Daddy ของฮันนี่_ฮิวโก้__เกรี้ยวกราดมาก__สงสารคุณพ่อบ้าน
    #428
    0
  22. #427 happy_morning (@happy_morning) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:08

    ทายแม่นป่ะล่ะ เหมือนเราเข้าไปอยู่ในห้องตอนไรท์แต่งเลย 555

    #427
    1
    • #427-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 16)
      19 ธันวาคม 2561 / 20:16
      555555555555555555555555555+ พ่อบ้านอาจจะเป็น "แพะ" ก็ได้นะคะ สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารรรร ฮี่ฮี่
      #427-1
  23. #426 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:02
    อืมเละเลยนะคาร์เตอร์
    แฮริส ฉลาดจริงวุ้ย
    #426
    0
  24. #425 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:51
    ทำได้แค่รอให้ถึงวันศุกร์อย่างเดียว รอๆๆๆๆ
    #425
    0
  25. #424 291813 (@291813) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:43
    รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #424
    0