หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง (E-book พร้อมดาวน์โหลด)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 758,096 Views

  • 1,255 Comments

  • 3,574 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,537

    Overall
    758,096

ตอนที่ 13 : บทที่4 [สองแฝดป่วนแด็ดดี้] 100% อัพแล้ว [รีไรต์รูปเล่ม]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 913 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

ฝากเรื่องใหม่ "ณ... จุดเกิดรัก" กันด้วยนะคะทุกคน



ตามไปลิ้งด้านล่างเลยนะจ๊ะ ^^ เริ่มลงแล้วนะทุกคนนน


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1774365



                  จุดกำเนิด เกิดรัก สลักจิต             พรหมลิขิต ให้พบเจอ เธอคนนั้น

                  ผู้หญิงซ่า บ้าบอ เปรี้ยวเข็ดฟัน        แล้วจูบกัน บันเทิง ชะเอิงเอย...

                  พอกลับบ้าน แม่หา คู่หมั้นให้              ลองเปิดใจ เผื่อจะมี คู่บ้างหนา

                  พอแรกพบ ได้ยล และสบตา               โอ้ละหนา... ยัยเปรี้ยวซ่า ที่เคยเจอ

                 แต่วันนี้ เธอมาแปลก ไม่แสบทรวง      ดูนุ่มนวล อ่อนหวาน ผ้าพับไว้

                 ถึงกับต้อง ขยี้ตา กันให้ไว              นี่มันใช่ คนเดียวกัน หรือฝันไป

**************************************************************************************************


นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.
อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ

บทที่ 4

[สองแฝดป่วนแด็ดดี้]

 

        ยามเช้าวันที่สามในนิวยอร์ก ภายในห้องนอนมีเพียงความเงียบคงเป็นเพราะเพิ่งจะหกโมงครึ่งเท่านั้น สามร่างบนเตียงจึงนอนหลับสนิท เด็กชายนอนริมขวา เด็กผู้หญิงนอนตรงกลาง ท่อนขาอันอวบอิ่มพาดมาตรงเอวคอดของมารดาที่นอนชิดริมซ้าย เนื่องจากไม่ใช่เตียงใหญ่นัก เด็กแฝดครอบครองเตียงเกือบครึ่ง เหลือเพียงพื้นที่เล็กๆ ให้นรียาได้นอนชิดขอบเตียงจนน่าหวาดเสียวว่าจะตกลงมา เพราะทุกคนต่างหลับใหลจึงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องซะแล้ว

        เวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาที นรียาเริ่มขยับกายเล็กน้อย ตื่นจากนิทราแสนหวานรับเช้าวันใหม่ ด้วยความกลัวว่าจะทำให้ลูกตื่นจึงไม่กล้าทำอะไรเสียงดังหรือแม้แต่จะขยับตัวแรงมากนัก เพราะการที่เด็กยังหลับ จะทำให้คนเป็นแม่มีเวลาทำอะไรมากขึ้นและเป็นเรื่องง่าย ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้น ภาพแรกที่เห็นควรจะเป็นใบหน้าของลูกๆ ทว่ากลับกลายเป็นใบหน้าของสามีหนุ่มอย่างแฮร์ริสที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียง เขานั่งที่พื้น กำลังจับมือเล็กของลูกทั้งสองมาจูบ นรียารีบลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยความตกใจ และเมื่อสบตากันเธอก็เริ่มพูดเสียงดัง

        “นี่คุณเข้ามา... อื้อ!”

        เขากลัวลูกจะตื่น รีบยืดกาย ใช้แขนยาวๆ เอื้อมมาปิดปากของเธอเสียก่อน “ชู่ว์... เบาๆ หน่อยคุณเดี๋ยวลูกตื่น”

        หญิงสาวเหลือบมองลูกทั้งสองที่กำลังหลับพลางเห็นด้วย สองแสบซนยิ่งกว่าลิง แต่ยังมิวายหันกลับไปมองด้วยความไม่พอใจเอามือหนาออกแล้วกระซิบถามเสียงเข้ม “คุณเข้ามาได้ยังไง มาทำอะไรที่นี่”

        “ทำไมผมจะเข้ามาไม่ได้... เจ้าของบ้านอนุญาตเอง”

        “มินตราเนี่ยนะ” หญิงสาวถามเสียงหลง

        “ใช่”

        ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม คิดถึงแผนการเมื่อคืน หลังจากรู้ว่าลูกเมียอยู่ที่ไหนมีเหรอจะยอมให้อยู่คนเดียว เมื่อกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ สิ่งแรกที่ทำคือการให้เอเลียสนำแหวนทั้งสามวงไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ต้องการรู้ผลทันทีและตอนนี้มันอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้คนสนิทนำประวัติของมินตราพร้อมครอบครัวมาให้ หลังตรวจสอบไม่พบว่าเป็นบุคคลอันตรายก็พึงพอใจ และเป็นเรื่องบังเอิญที่สามีของเธอเคยขับเครื่องบินส่วนตัวให้เขา เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือนรียา ชายหนุ่มจึงมอบของขวัญสุดพิเศษ ด้วยการให้เธอนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปพักร้อนที่ฮาวาย ในบ้านพักแสนหรูหราติดริมหาด พร้อมผู้ช่วยส่วนตัวที่จะอำนวยความสะดวกยี่สิบสี่ชั่วโมงและพ็อกเก็ตมันนี่สำหรับชอปปิง ทันทีที่มินตรารู้ถึงสิ่งที่เขามอบให้ ก็รีบถามทันทีว่าแฮร์ริสต้องการอะไร ชายหนุ่มเพียงบอกว่าอยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเท่านั้น ท้ายที่สุดเธอตอบรับและออกเดินทางตอนเช้ามืด นั่นเป็นเหตุผลให้เขาเข้ามาได้โดยมีกุญแจทุกดอกของบ้านหลังนี้

แฮร์ริสเข้ามาถึงตอนหกโมง สำรวจบ้านจนทั่ว เรื่องความปลอดภัยลูกเมียต้องมาก่อน คิดว่าที่นี่คับแคบเกินไปสำหรับเด็กเลยสั่งการเอเลียสให้จัดเตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับลูกและเมีย ไม่ว่ายังไงต้องพาไปอยู่ด้วยกันให้ได้ จากนั้นเดินขึ้นไปด้านบน เปิดประตูแผ่วเบาแล้วนั่งมองสามชีวิตกำลังหลับ เป็นภาพที่ใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต จะไม่มีใครพรากมันไปได้อีก แฮร์ริสใช้เวลาในการมองภรรยาและลูกอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยแววตาเปี่ยมรักและความสุข

“ออกไปเดี๋ยวนี้” หญิงสาวไล่เสร็จรีบลงจากเตียง

        “เจ้าของบ้านอนุญาตแล้ว ทำไมผมต้องออกไปด้วย ผมอยากอยู่กับคุณและลูก” ชายหนุ่มบอกตามตรง

        “แต่ฉันจะอาบน้ำ”

        “ให้ผมช่วยไหม คุณก็รู้ว่าผมช่วยได้” ร่างสูงขยิบตา

        นรียาหน้าแดงเมื่อนึกถึงวันวาน ช่วยให้ไม่ได้อาบน่ะสิ เธอดึงสติตอบกลับ “ฉันไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคุณ ตอนนี้ออกไปได้แล้ว ฉันไม่อยากให้คุณอยู่กับลูกฉันตามลำพัง”

        ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวจากนัยน์ตาคู่นั้น ทุกการกระทำย่อมมีเหตุผล จึงไม่นึกโกรธนอกจากเดินเข้าไปหา คว้ามือนุ่มมากอบกุมไว้แม้เธอพยายามจะดึงออกก็ตาม

        “นัท อย่ากังวล อย่ากลัว ผมไม่มีวันพรากลูกไปจากคุณ ผมแค่... อยากจะขอช่วงเวลาเล็กๆ ได้เฝ้ามองพวกแกยามหลับเท่านั้น สิ่งที่ผมไม่เคยทำ ไม่เคยรู้ว่าพวกแกมีตัวตนมาก่อน” ชายหนุ่มบอกเสียงเศร้าแฝงด้วยความเจ็บปวด

        นรียาสะอึกกับประโยคนี้แล้วดึงมือออก “ตอนนี้คุณก็ได้เห็นแล้ว ฉันรู้ว่าคำพูดของฉันอาจจะทำให้คุณเจ็บปวด แต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถไว้ใจอะไรได้ทั้งนั้นแฮร์ริส จนกว่าฉันจะรู้ความจริงและพิสูจน์ได้”

        แฮร์ริสเข้าใจดี สี่ปีที่ผ่านมาชีวิตของนรียามีแค่ลูก และความเจ็บปวดจากมือที่สามที่สร้างเอาไว้ ร่างสูงอมยิ้มเล็กน้อย ยอมถอย “ก็ได้ครับคุณผู้หญิง ผมจะออกไปรอด้านนอก”

        ร่างบางพึงพอใจที่ชายหนุ่มว่าง่ายขึ้นเยอะ พอเขาออกไปจึงรีบเดินไปล็อกประตูทันที มือบางยกขึ้นแตะที่ตำแหน่งของหัวใจ มันยังคงเต้นแรงเพื่อผู้ชายคนนี้เสมอ นรียาสลัดเรื่องทุกอย่างแล้วมองไปที่ลูกชายกับลูกสาวกำลังหลับสนิท ก็ตัดสินใจรีบเข้าไปอาบน้ำ คล้อยหลังครู่เดียวเท่านั้น ประตูห้องถูกไขกุญแจเข้ามาอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ของแฮร์ริสเดินเข้ามา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

        “ผมไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับลูกๆ หรอกที่รัก” ร่างสูงมองประตูห้องน้ำแต่สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก็ยิ้มกริ่มอีกหน

        หญิงสาวไม่รู้เลยว่าสามีหนุ่มบุกเข้ามาอีกแล้วจึงอาบน้ำด้วยความสบายใจ ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเท่านั้น แม้เมื่อก่อนจะใช้เวลามากกว่านี้ แต่พอมีลูกทุกอย่างต้องเร่งรีบ เวลามีจำกัด นรียาออกมาอีกครั้งในสภาพสวมชุดคลุมอาบน้ำ เธอเปิดประตูแผ่วเบาด้วยกลัวว่าลูกจะตื่นแต่เมื่อได้เห็นแฮร์ริส คนที่คิดว่าออกไปแล้ว ก็เบิกตากว้างตกใจ ริมฝีปากกำลังจะเปล่งเสียงแต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอชะงักเลือกที่จะยืนดูเงียบๆ

        นักธุรกิจหนุ่มกำลังมองลูกทั้งสองคนหลับ มือหนาลูบไล้กลุ่มผมสีน้ำตาลของลูกชาย ขณะเดียวมืออีกข้างก็จับมือเล็กของลูกสาวมากุมไว้ ยกขึ้นจูบอย่างอ่อนโยนก่อนจะแนบเข้ากับแก้มสาก แววตาทอประกายอบอุ่น ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความสุข ต่อมาเมื่อเด็กเริ่มดิ้น โดยเฉพาะนทีเอาขาพาดมาโดนนารา ชายหนุ่มกลัวว่าลูกสาวจะตื่น จึงรีบหยิบขาข้างนั้นออกแผ่วเบา ทุกอย่างดูเล็กไปหมดในสายตาของแฮร์ริสที่ไม่เคยได้คลุกคลีกับเด็กคนไหน มือหนาที่ยังจับขาลูกชายก็ก้มลงจูบเท้าของเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความรัก จังหวะนั้นเองที่เขารับรู้ได้ว่าถูกมอง พอหันไปหาก็พบกับผู้หญิงที่รักหมดหัวใจ

        “คุณอาบน้ำเร็วดีนี่ จำได้ว่าเมื่อก่อน ถ้าไม่ถึงชั่วโมง คุณแทบไม่ออกมา จนผมต้องเข้าไปตาม”

        เมื่อได้ยินชายหนุ่มรื้อฟื้นพร้อมส่งสายตามีความหมาย มือบางกระชับเสื้อคลุม “ฉันจะไม่ถามให้เสียเวลา ว่าคุณเข้ามาได้ยังไงทั้งที่ฉันล็อกประตูแล้ว... แต่ฉันอยากรู้ว่าคุณกลายเป็นคนดื้อตั้งแต่เมื่อไร พูดอะไรก็ไม่ฟัง”

        “ตั้งแต่เจอลูกเมียอีกครั้งยังไงล่ะ... ผมไม่อยากเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว สี่ปีที่ผ่านมา มันมากเกินพอแล้วนัท”

        “ต่อให้สิ่งที่คุณบอกว่าไม่ได้ทำเป็นความจริง แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะกลับไปเป็นครอบครัวเหมือนเดิม”

        ร่างสูงได้ยินก็ขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง หรือว่าคุณมีคนอื่น และ...”

        “คุณลืมความผิดของตัวเองไปแล้วหรือไง คุณโกหกฉัน โกหกตัวตนของคุณ... คุณไม่ใช่แฮร์ริสที่ฉันเคยรู้จัก คุณไม่ใช่” นรียามองชายหนุ่มด้วยความเสียใจ

        “ไม่ว่าตัวตนของผมจะเป็นใคร แต่ผมคือแฮร์ริสคนเดิม ผู้ชายที่รักคุณ”

        ประโยคนั้นทำให้ร่างบางนิ่งงันมองเข้าไปยังนัยน์ตาคมกริบ พบเพียงความจริงที่สะท้อนออกมา หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นกระหน่ำ กำแพงแห่งความเกลียดชังที่สร้างเอาไว้กำลังจะพังทลาย เธอเลือกจะเปลี่ยนเรื่อง

        “ออกไปสักที ฉันต้องการเวลาส่วนตัว” หญิงสาวเอ่ยบอก นึกขัดใจมินตราว่าอนุญาตให้เขาเข้ามาในบ้านได้ยังไง คงต้องคุยกันยาว เธอเดินมายังโต๊ะเครื่องแป้งหมายจะหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมเอาไว้แต่พบว่ามันหายไป

        “หานี่อยู่เหรอที่รัก”

        หญิงสาวรีบหันไปมองก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นชุดของตัวเองอยู่ในมือของเขา “เอามานะ”

        ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ตั้งท่าขู่ฟ่อ จะว่าไปแล้วดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนนิดหน่อย อย่างน้อยก็อวบอิ่มขึ้นไม่ได้ผอมบางเหมือนเมื่อก่อน นั่นคงเพราะมีลูกสินะ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ

        นรียามองอย่างหวาดระแวง ก้าวถอยหลัง ในสภาพสุ่มเสี่ยงแบบนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือ “ส่งเสื้อผ้ามาแล้วขยับออกไป”

        “ทำไมล่ะ คุณกลัวสามีตัวเองเหรอ” ร่างสูงยิ้มกริ่มเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังบางแนบไปกับกำแพงจึงฉวยโอกาสเท้าแขนกักตัวเอาไว้เสียเลย

        “แฮร์ริส อย่าทำแบบนี้ ฉัน...”

        “ทำไมผมจะทำไม่ได้ อย่าลืมสิ ว่าผมยังเป็นสามีคุณอยู่นะ ผมจะทำอะไรก็ได้” ชายหนุ่มพูดเสียงกระซิบ

        หัวใจของนรียาเต้นแรงช้อนสายตามอง ความหล่อของเขาไม่ลดลงเลย พอรู้ว่าคิดเรื่อยเปื่อยก็เจ็บใจตัวเอง ในช่วงเวลาที่เสียเปรียบยังมีอารมณ์คิดถึงเรื่องหน้าตาเขาอีกหรือไง

“คุณคิดจะทำอะไร เอาเสื้อผ้ามานะ”

        “ผมอยากจะช่วยคุณเปลี่ยน แต่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้คงทำไม่ได้... ดังนั้นผมก็แค่เอาเสื้อผ้ามาให้” ชายหนุ่มยกเสื้อผ้าขึ้นมาตรงหน้าและหญิงสาวรีบคว้าไว้ทันทีแต่เขาไม่ยอมปล่อย

        “ปล่อยสิ”

        “ปล่อยก็ได้ แต่ขอรางวัลก่อน”

        แฮร์ริสยิ้มเจ้าเล่ห์ อาศัยจังหวะที่นรียากำลังตกใจฉวยโอกาสจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มของเธอหนักๆ หนึ่งที ยังไม่กล้าทำมากกว่านี้ ด้วยกลัวว่าหญิงสาวอาจจะโกรธ แต่พอได้สัมผัส ความต้องการก็พุ่งขึ้นสูงกว่าเดิม

        ดวงตากลมโตเบิกกว้างกว่าจะรู้ตัวอีกทีถูกชายหนุ่มจูบไปถึงสองครั้งแล้ว แก้มนวลร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกจูบ มากกว่านี้ก็ทำกันมาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีลูก แต่เพราะเวลาผ่านไปนานเหลือเกิน หลายอย่างเหมือนเริ่มต้นใหม่ เธอทำตัวไม่ถูก แต่อีกใจก็มีความโกรธกรุ่นเช่นกัน

        “แฮร์ริส! ฉัน

        “เบาๆ สิ เดี๋ยวลูกตื่นนะ” เขากระซิบเสียงแหบพร่ายังไม่ยอมถอย

        หญิงสาวรับรู้ถึงความต้องการอันแรงกล้าจากแววตาคู่นั้นก็หลบสายตา “อะ... ออกไปนะ”

        “ผมจะออกไปก็ได้ แต่ขอรางวัลอีกครั้งสิ”

        นรียาตั้งท่าจะพูดแต่ถูกแฮร์ริสจูบเข้าให้อีกที กลายเป็นว่ายิ่งอยู่ใกล้ยิ่งเสียเปรียบ

        “รีบลงไปนะที่รัก ผมรอข้างล่าง” ชายหนุ่มขยิบตาเจ้าเล่ห์ ใช้โอกาสที่หญิงสาวกำลังอึ้งหรือโกรธอยู่ก็ไม่แน่ใจ รีบเผ่นแน่บเปิดประตูออกไปทันที

        มือบางยกขึ้นจับหัวใจของตัวเองแล้วมองเด็กน้อยสองคนบนเตียงก่อนจะบ่นเบาๆ อย่างเขินอาย “แด็ดดี้ของพวกลูกนี่ไม่ไหวเลย... มันน่านักเชียว ให้ตายสิ... หัวใจก็เต้นแรงเหลือเกิน!”

        ร่างเพรียวระหงใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมทำใจอยู่พักใหญ่กว่าจะลงไปด้านล่าง เปิดประตูแง้มเอาไว้เพราะหากลูกตื่นจะร้องเรียกเธอเอง ทันทีที่เดินมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย ขวามือคือห้องรับแขก เห็นแฮร์ริสกำลังนั่งอยู่ เธอทำท่าไม่สนใจ เดินเลี่ยงไปทางซ้ายมือนั่นคือห้องครัว เพื่อเตรียมอาหารเช้าสำหรับเด็ก ขณะที่กำลังเปิดตู้เย็นพบโพสอิทแปะเอาไว้ เป็นของมินตรา เขียนไว้ว่าเธอจะอยู่ดูแลแม่สามีพร้อมกับค้างด้วยสามวันและอนุญาตให้สามีของเธอเข้ามาในบ้านได้ หญิงสาวกลอกตาเล็กน้อย หยิบไข่ ไส้กรอก แป้งแพนเค้ก ไม่ลืมหยิบเมเปิลไซรัปที่ลูกสาวชอบนักหนา เรียกร้องที่จะกินอีกในวันนี้ และนาทีต่อมาสามีหนุ่มก็เดินเข้ามาก่อกวน

        “ผมไม่สนหรอกนะที่คุณบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก ที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตราบใดที่ผมยังอยู่ มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นนัท ผมจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม” แฮร์ริสย้ำชัด

        “พูดจบแล้วก็กลับไปซะ”

        “ทำไมคุณถึงชอบไล่ผมนัก” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

        “เพราะฉันยังโกรธคุณอยู่ ไม่ว่าเรื่องอดีตคุณจะทำหรือไม่ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ ฉันก็ยังโกรธคุณ สี่ปีที่ผ่านมามันไม่ง่ายแฮร์ริส ที่ฉันจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นรียาพูดพลางผสมแป้งแพนเค้กไปด้วย

        ชายหนุ่มถอนหายใจหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท “นี่เป็นหลักฐานเรื่องแหวน คุณเอาไปดูได้ ผมบอกแล้วว่ามันไม่เหมือนกันแต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อ จะโทร. ไปถามที่ร้าน หรือเบอร์ผู้เชี่ยวชาญ หรือจะไปตรวจด้วยกันอีกรอบก็ได้"

        นรียาหันไปมองค้อนกับประโยคประชดประชัน ก่อนจะหยิบไปดู เมื่อเปิดอ่านก็ได้ความว่าแหวนสามวง มีสองวงที่เป็นแบบเดียวกันทั้งวัสดุและน้ำหนัก อีกวงไม่เหมือนแม้แต่น้อย นั่นเป็นการยืนยันว่าไม่ใช่แหวนแต่งงานของเขาและเธอ เป็นของเลียนแบบที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด หญิงสาวยิ่งสงสัยว่าใครกันทำเรื่องพวกนี้

        “เรื่องแหวนคุณคงรู้แล้ว ส่วนเรื่องจดหมายและคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมจะรีบหาตัวให้เร็วที่สุด หลังจากเรื่องเรียบร้อย ก็ย้ายออกจากบ้านหลังนี้และไปอยู่บ้านของผมแทน” ร่างสูงบอกอย่างเผด็จการ

        “เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมฉันต้องไปอยู่บ้านคุณ เสร็จเรื่องแล้วฉันจะพาลูกกลับเมืองไทย”

        “คุณจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าผมไม่อนุญาต”

        เธอหันไปมองค้อน “คุณไม่ใช่แฮร์ริสของฉันจริงๆ ถ้าคุณเป็นเขา... คุณจะไม่พูดแบบนี้”

        “เขาจะพูดแน่ ถ้าเมียดื้อและเขาก็กำลังทำแบบนั้น” แฮร์ริสสวนกลับ

        “ไปให้พ้นหน้าฉันเลย”

        “คงยากหน่อยนะทูนหัว คุณจะต้องทนเห็นหน้าผมไปตลอดชีวิต... อ้อ ทำอาหารเช้าเผื่อผมด้วยนะครับ” แฮร์ริสพูดเสร็จฉวยโอกาสจูบแก้มนวลอีกที แล้วเดินออกไปนอกห้องครัวพร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี นั่งรอยังห้องรับแขก

        นรียาหงุดหงิดแทบบ้า ทุกอย่างผิดแผน ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอแฮร์ริสในมุมนี้ มีทั้งความดื้อ เผด็จการ แม้ความรัก ความใส่ใจที่ชายหนุ่มแสดงออกมาจะรับรู้ได้ แต่เวลาสี่ปี มันไม่ง่ายเลยที่จะผ่านมาได้กับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเขาหรือใครที่เป็นคนทำ เธอก็ไม่สามารถทำเหมือนเรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น กลับมายิ้มพูดคุยกับเขาใหม่ มันไม่ง่ายจริงๆ

        ร่างสูงชะเง้อมองร่างบางที่กำลังง่วนอยู่ในครัวก็พึงพอใจ อย่างน้อยก็ไม่โดนไล่ออกมา เป็นการบอกกลายๆ ว่าให้เขาอยู่ได้สินะ แต่ถึงเธอไม่ยอม ชายหนุ่มก็จะหน้าด้านอยู่ต่อ ไล่เขาไม่ได้หรอก... เขาจะออกไปต่อเมื่อถึงเวลาเท่านั้นเพราะวันนี้มีอะไรสนุกๆ กำลังรออยู่ แฮร์ริสจะต้องจบเรื่องทุกอย่าง ทำให้หญิงสาวเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีคนอยู่เบื้องหลัง รวมถึงกระชากหน้ากากคนทำ เชื่อว่าไม่ผิดตัวแน่ ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่หญิงสาวเผลอ ตั้งใจจะขึ้นไปหาลูกอีกสักรอบ อย่างน้อยต้องมีคนเฝ้า แต่พอจะเดินขึ้นบันไดเสียงหวานดังขึ้นเสียก่อนจนสะดุ้งโหยง

        “อย่าได้ขึ้นไปกวนลูกเชียวนะ” นรียาหันมามองพูดเสียงเข้ม

        แฮร์ริสยิ้มเจื่อนเมื่อถูกจับได้ “แต่ว่า...”

        “คุณจะทำให้พวกแกตื่น”

        “ผมจะดูเงียบๆ ไม่ส่งเสียงเลย ดูอย่างเดียว สาบานได้” เขายกมือขึ้นเป็นการยืนยัน

        “เหรอ? แล้วเมื่อกี้อะไร เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวหอม จับนั่นจับนี่ คุณทำแบบนั้นมีแต่จะปลุกให้พวกแกตื่น หญิงสาวร่ายยาวออกมา ไม่สนใจว่าตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มจ๋อยแค่ไหน

        “ผมแค่... แค่อยากจับดูเท่านั้นว่าทำไมมือเท้าของลูกถึงได้เล็กนิดเดียว... ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน”

คำพูดที่น่าสงสารกับใบหน้าที่เศร้าลงทำเอาหญิงสาวไปไม่เป็น จึงเลือกที่จะปล่อย อยากทำอะไรก็ทำ เธอหันหลังกลับเพื่อจัดการแพนเค้กต่อ แฮร์ริสคิดว่านั่นคือคำอนุญาตก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจหมายจะขึ้นบันไดแต่แล้วเสียงเล็กๆ ดังขึ้นเสียก่อน

        “หม่ามี้ฮะ/หม่ามี้ขา

        เด็กสองคนกำลังยืนอยู่บนสุดใกล้กับบันได ช่างน่าหวาดเสียวว่าจะตกลงมา ทำให้สติของแฮร์ริสแทบกระเจิดกระเจิงกับภาพนั้น รวมถึงนรียาที่เดินออกมาจากครัวด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่ผู้หญิงข้างกายจะทันได้ทำอะไร ขายาวๆ ของชายหนุ่มก็ก้าวไปอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณและตะโกนลั่น

        “ฮิวโก้ ฮันนี่ ยืนเฉยๆ อย่าขยับนะลูก อย่าลงมานะ แด็ดดี้กำลังจะไปรับ!”

        เพราะช่วงขาที่ยาวเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถคว้าเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขน หัวใจของเขาแทบวายกับภาพเมื่อครู่ หากมาช้าหรือมาไม่ทันแล้วลูกตกบันไดลงมา ไม่อยากจะคิดเลย ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจหลับตาลงเรียกสติ เมื่อลืมขึ้นอีกครั้งก็เห็นภรรยายืนอยู่ไม่ไกลมีสีหน้าตกใจไม่ต่างกันนัก ก่อนจะได้ยินเสียงเล็กๆ พูดขึ้น

        “แด็ดดี้”

        ชายหนุ่มหันไปมองนาราที่อยู่ด้านขวาแล้วมอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้ เมื่อคืนชายหนุ่มไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พูดคุยเพราะรอให้นรียายืนยันแต่ตอนนี้เขาจะพูดเอง

         “ครับ แด็ดดี้เอง”

        “แด็ดดี้กลับมาแล้ว” นารายิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบิดาละลาย

        “ครับ แด็ดดี้กลับมาแล้ว กลับมาหาฮันนี่และฮิวโก้”

        “เย้! แด็ดดี้มาแล้ว ฮันนี่ดีใจที่สุดเลย” ว่าแล้วเด็กน้อยก็ใช้แขนป้อมๆ โอบรัดรอบลำคอของบิดากอดเข้าให้เสียเต็มรักทำให้หัวใจของแฮร์ริสพองโตกอดลูกน้อยแนบอก

        “แด็ดดี้จะไม่ทิ้งลูกไปไหนอีกแล้ว เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะครับ” ร่างสูงบอกอย่างอ่อนโยน ทันทีที่ได้สบตากับนารา เขาก็จูบแก้มยุ้ยนั้นด้วยความรัก ไม่สนว่านรียาจะให้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ แต่เขาจะทำให้มันเป็นไปได้

        “แด็ดดี้ต้องเล่นเจ้าหญิงกับฮันนี่นะคะ เป็นเจ้าหญิงนะ” นารารีบพูดด้วยความดีใจ

        “ได้สิครับ จะเป็นทุกอย่างที่ฮันนี่ต้องการ... แด็ดดี้จะเล่นกับฮิวโก้ด้วยนะ” ชายหนุ่มบอกลูกสาวแล้วหันไปบอกลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขนข้างซ้ายที่จ้องมองด้วยสายตาแห่งความสงสัยใคร่รู้ ซึ่งแตกต่างจากนารา

        นทียังมีท่าทีเขินอายอยู่บ้าง ก่อนจะหันไปมองมารดาที่ยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อออกจากอ้อมแขนแล้วร้องเรียก “หม่ามี้ฮะ”

        นรียาเข้าใจท่าทีของลูกชาย แม้เธอจะไม่ห้ามให้แฮร์ริสเข้าใกล้ลูกอีกต่อไปแต่การที่เด็กๆ ไม่เคยเจอบิดามาก่อนอาจจะต้องมีการปรับตัวกันบ้าง แม้นทีกับนาราจะเป็นฝาแฝด แต่นิสัยไม่ได้เหมือนกันเท่าไรนัก ดังนั้นการตอบรับก็ย่อมแตกต่างเช่นกัน

        “ทำไมลูก... เอ่อ... ไม่ชอบผมหรือเปล่า” นักธุรกิจหนุ่มถามด้วยความเป็นกังวลกับท่าทีของนที

        “ฮิวโก้มักจะตื่นคนแปลกหน้าอยู่แล้ว”

        “แต่ผมไม่ใช่...”

        “ลูกไม่เคยเจอคุณมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ต่อให้แกเคยเห็นคุณจากภาพถ่าย รู้ว่าเป็นแด็ดดี้ ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะยอมรับหรือปรับตัวได้รวดเร็วขนาดนั้น ฮิวโก้เพิ่งสามขวบกว่า” นรียาอธิบายไปตามเหตุผล ไม่อยากให้เขาเข้าใจหรือรู้สึกไม่ดีกับลูก ขณะเดียวกันหากสนิทหรือใกล้ชิดกันมากขึ้น นทีก็พร้อมจะเปิดใจรับบิดา

        “แต่ฮันนี่ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย” ชายหนุ่มยังถามต่อด้วยความข้องใจ สบตาลูกสาวที่จ้องมองตาแป๋วในอ้อมแขน

        “ถึงลูกจะเป็นฝาแฝด แต่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย รวมถึงนิสัย ฮันนี่เข้ากับคนง่าย เป็นเด็กร่าเริงและค่อนข้างจะถามหาคุณบ่อยที่สุด ไม่แปลกหรอกที่จะปรับตัวได้รวดเร็วกว่า... ฮันนี่คะ ไปที่ครัวกันดีกว่าลูก” หญิงสาวอธิบายจบก็ส่งมือ แต่ลูกสาวกลับส่ายหน้าเอ่ยบอกอย่างเอาแต่ใจ

        “ฮันนี่จะให้แด็ดดี้อุ้ม”

        “ได้สิคะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างช้อนร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน

        “ว้าว ฉูงๆ ๆ ฉูงอีกค่ะ” เด็กน้อยยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ส่งผลให้บิดายกขึ้นสูงอีกนิดแต่ไม่กล้าทำมากกว่านี้เพราะได้สายตาปรามจากภรรยาอยู่

        “หม่ามี้ฮะ อุ้ม”

        “ให้แด็ดดี้อุ้มไหมครับ จะได้สูงๆ เหมือนน้องไง มามะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างยื่นมือไปหา ทว่าเด็กชายส่ายหน้า

        “ผมจะให้หม่ามี้อุ้ม”

        นรียาเห็นลูกชายยืนยันแบบนั้นก็อมยิ้ม รู้ว่าอยากให้แฮร์ริสอุ้มสูงๆ เหมือนกันแต่ยังไม่กล้า เธอช้อนอุ้มแล้วจูบแก้มฟอดใหญ่ก่อนจะพาเดินลงไปด้านล่างโดยมีแฮร์ริสที่อุ้มนาราลงตามมาด้วย

        เมื่อมาถึงห้องครัว นารากับนทีไม่ได้มีเก้าอี้เด็กเหมือนตอนอยู่บ้านจึงต้องนั่งเก้าอี้ผู้ใหญ่ไปก่อนโดยมีแฮร์ริสนั่งประกบอยู่ไม่ห่างด้วยกลัวว่าลูกจะตก แน่นอนว่าเด็กน้อยสองคนไม่อยู่เฉย นอกจากจะตีโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ยังโยกตัวไปมาจนน่าหวาดเสียว เขาต้องช่วยประคองอยู่ห่างๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะตกลงมาได้ เวลานั้นนรียาเดินกลับมาพร้อมกับแก้วสองใบใส่น้ำเปล่าคือสีชมพูกับสีดำเป็นลายมิกกี้เม้าส์และลายมินนี่เม้าส์

        “หม่ามี้ ฮันนี่อยากหม่ำแล้ว” นาราร้องบอก

        “แต่ผมอยากดื่มนมฮะ” นทีบอกอีกเสียง

        “อาหารกำลังจะเสร็จแล้วจ้ะ รวมถึงนมของลูกด้วย” หญิงสาวยิ้ม

        “ผมช่วยนะฮะ” ว่าแล้วนทีก็ลงเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มคว้าไว้ไม่ทัน แต่นับเป็นโชคดีที่ลงมาได้ปลอดภัย

        “ฮันนี่จะช่วยด้วยค่ะ” ทันทีที่พูดจบนาราก็ลงจากเก้าอี้อีกคนแล้วกลายเป็นว่าเด็กทั้งสองวิ่งไปหามารดาที่อยู่ตรงเคาร์เตอร์ครัว ทำเอาแฮร์ริสรีบลุกขึ้น

        “แด็ดดี้ว่าเรามานั่งรอตรงนี้ดีกว่าไหมครับ” ชายหนุ่มออกความเห็นแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ

        “ไปนั่งรอที่เก้าอี้เลย หม่ามี้กำลังยุ่งนะคะ” หญิงสาวบอกลูกที่กำลังยืนเกาะขาอยู่ ตอนนี้หญิงสาวกำลังตักแพนเค้กใส่จานตามด้วยออมเล็ต ไส้กรอกและผลไม้อีกนิดหน่อย

        ชายหนุ่มกลัวว่าลูกจะโดนดุจึงรีบเดินไปหา “เดี๋ยวแด็ดดี้อุ้มไปที่เก้าอี้นะ”

        นาราขยับออกพร้อมหัวเราะคิกคัก ทำให้ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจ เดินเข้าไปหาอีก แต่ลูกขยับออกอีก “ฮันนี่ครับ...”

        พอแฮร์ริสจะคว้าร่างของนที อีกฝ่ายก็วิ่งหนีเช่นกัน คราวนี้เด็กสองคนจับมือวิ่งหนีพร้อมกับกรีดร้องหัวเราะสนุกสนาน คนเป็นพ่อก็กลัวจะหกล้มเลยวิ่งตาม

        “แด็ดดี้มาจับฮันนี่ หนีเร็วพี่ฮิวโก้!”

        “เดี๋ยวลูก ระวังล้มนะ ระวังเก้าอี้ด้วย ฮันนี่ ฮิวโก้” แฮร์ริสร้องเตือน ยังไม่หยุดวิ่ง กลายเป็นสามคนพ่อลูกวิ่งวนโต๊ะอาหารเด็กๆ ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น

        เสียงเด็กสองกับผู้ใหญ่หนึ่งวิ่งไล่จับกันแถมเสียงหัวเราะดังลั่นเสียจนคนเป็นแม่ที่กำลังเตรียมอาหารเช้ารู้สึกปวดหัวเหลือเกิน พอหันไปมองก็ส่ายหน้า แทนที่จะจับลูก ดันวิ่งเล่นกับลูกซะอย่างนั้น ทำนายได้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต้องมีคนใดคนหนึ่งวิ่งชนเก้าอี้แล้วล้ม ร้องไห้บ้านแตกแน่นอน นรียาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นจึงดุเสียงเข้ม

        “พอเลย! ทั้งพ่อและลูก ไปนั่งที่ให้เรียบร้อย

        เสียงดังนั้นทำให้ทั้งสามร่างหยุดชะงัก นทีรีบวิ่งไปหามารดาแล้วจับกางเกงเอาไว้ ส่วนนารายังยืนอยู่กับที่ เปิดโอกาสให้แฮร์ริสอุ้มไปนั่ง

        “ฮันนี่นั่งดีๆ นะครับ ไม่ลงจากเก้าอี้แล้วนะ”

        เมื่อเด็กน้อยพยักหน้ารับ เขาก็วางใจเดินไปหาลูกชายหมายจะอุ้มแต่นทีกลับซ่อนตัว บดเบียดเข้ากับขาของมารดาไม่ยอมให้บิดาจับอย่างที่ต้องการ

        “ฮิวโก้ครับ ไปนั่งรอที่โต๊ะกันนะ เดี๋ยวแด็ดดี้อุ้มไป”

        นรียาเห็นลูกชายยังนิ่งจึงก้มดู พอได้สบตาก็ส่งรอยยิ้มอ่อนโยน “ไปสิครับ เดี๋ยวหม่ามี้ตามไป”

        แฮร์ริสส่งมือให้พร้อมรอยยิ้ม พยายามใจเย็นไม่กล้าที่จะเข้าใกล้มากนัก แต่แล้วสิ่งที่นทีทำคือการเมินบิดา วิ่งไปที่เก้าอี้พร้อมกับปีนขึ้นด้วยความชำนาญ ทำเอาชายหนุ่มหน้าจ๋อยพูดกับหญิงสาวเบาๆ

        “ลูกต้องเกลียดผมแน่”

        “คุณยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่นี่”

        “ผมไม่ยอมแพ้หรอก ไม่ว่าแม่หรือลูกก็ตาม” ชายหนุ่มบอกอย่างมาดหมาย กลับไปนั่งร่วมกับลูก

        หญิงสาวส่ายหน้า วางจานอาหารให้เด็กทั้งสอง ตามด้วยของตัวเองและแฮร์ริส เวลาอาหารเช้าก็เริ่มต้นขึ้น แม้สองแฝดจะยังอายุน้อยทว่าช่วยเหลือตัวเองได้ดี สามารถกินเองได้แม้จะเลอะเทอะไปสักหน่อย ถือว่าเป็นการฝึก แต่ดูเหมือนว่าบิดาอย่างแฮร์ริสไม่ค่อยชินกับภาพนี้ เขาไม่ยอมแตะต้องอาหาร ในมือมีทิชชู่คอยเช็ดปากให้นารากับนที

        นรียาไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นภาพนี้ การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก เป็นภาพที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด แม้ตอนนี้สถานการณ์จะไม่ปกติแต่หัวใจดวงน้อยกลับอบอุ่น เห็นเขานั่งมองลูกพยายามจะเข้าไปวุ่นวายได้แต่ส่ายหน้า โดยเฉพาะนาราที่กินเลอะเทอะเป็นประจำ ผิดกับนทีที่จะกินเรียบร้อยกว่ามาก

        “ฮันนี่ครับ ให้แด็ดดี้ป้อนดีไหม ปากหนูเลอะหมดแล้ว” ชายหนุ่มถามด้วยเสียงอ่อนโยน แต่เด็กน้อยมัวแต่กินเลยไม่สนใจจึงทำให้นรียาพูดแทน

        “ปล่อยให้เลอะไปเถอะ ลูกกินเองได้”

        “แต่ถ้าเราป้อน ลูกจะกินได้มากกว่า ดูสิ... หกตั้งเยอะ” ชายหนุ่มแย้งเพราะตอนนี้แพนเค้กเอย ออมเล็ตเอย กระเด็นออกมาอยู่นอกจาน

        นรียากลอกตา “ให้ลูกได้เรียนรู้เอง ถือว่าเป็นการฝึก”

        “แต่ว่า...”

        ระหว่างที่กำลังถกเถียงอยู่นั้น มือน้อยๆ ก็เอื้อมไปหยิบแพนเค้กในจานของบิดา แต่ยังไม่ทันทำสำเร็จมารดาก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

        “อ๊ะๆ ฮันนี่จะทำอะไรคะ ของหนูก็มีนะลูก”

        นาราเบะปากมองหน้ามารดาถามเสียงอ่อย “ไม่ได้เหรอคะหม่ามี้”

        เท่านั้นยังไม่พอเด็กน้อยหันไปสบตาบิดาถามด้วยน้ำเสียงเดียวกัน “ไม่ได้เหรอคะ แด็ดดี้”

        คราวนี้คนเป็นพ่อหัวใจละลาย เลื่อนจานของตัวเองไปให้ลูกสาวตอบด้วยรอยยิ้ม “ได้สิคะ ทำไมจะไม่ได้ หนูเอาไปทั้งจานเลยลูก แด็ดดี้ไม่หิว กินได้เท่าที่หนูอยากกิน... แพนเค้กใช่ไหม แด็ดดี้หยิบให้นะ”

        “เย้ๆ แด็ดดี้ใจดีที่สุดเลย!” นาราร้องบอกอย่างดีใจ

        “ฮันนี่หม่ำเยอะ จะเป็นหมู” นทีแกล้งว่าน้องสาว แต่ดูเหมือนนาราจะสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่าเลยไม่สนใจคำพูดของพี่ชายเท่าไรนัก

        แฮร์ริสเห็นว่าในจานของลูกชายออมเล็ตเกือบจะหมดแล้ว พอจะคาดเดาได้ว่าคงชอบมากจึงตักในจานของตัวเองแล้ววางลงในจานของนที “ฮิวโก้ก็กินเยอะๆ นะลูก”

        “ให้ตายเถอะ... เราคงต้องหาเวลาคุยกันเรื่องลูกแล้วล่ะ” นรียาบ่น

นักธุรกิจหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากเท้าแขนอมยิ้มมองภาพที่ลูกๆ กำลังนั่งกินข้าว เมื่อเห็นนาราหันมาสบตา ส่งยิ้มกว้างจนแก้มยุ้ยๆ ยกขึ้น หัวใจก็ละลาย

        “นัท... ผมโดนลูกเล่นงานแล้ว”

        หญิงสาวที่กำลังกินแพนเค้กขมวดคิ้วมองดูเด็กทั้งสองก็ไม่เห็นทำอะไรจึงถามกลับ “ทำไม... ลูกทำอะไร พวกแกนั่งกินอาหารอยู่นะ”

        “พวกแกน่ารักมาก ดูสิ ตอนกินแก้มยุ้ยเชียว ทั้งคู่เลย ผมไม่เคยเจอเด็กคนไหนน่ารักเท่ากับสองคนนี้มาก่อน เวลาลูกใช้สายตาคู่นั้นมองมา ผมแทบอยากจะยกโลกทั้งใบมาวางแทบเท้า ไม่ว่าลูกอยากได้อะไรผมจะไม่มีทางปฏิเสธ เพราะทั้งสองเป็นชีวิตของผม” ชายหนุ่มพูดอย่างเพ้อๆ และนั่นทำให้หญิงสาวกลอกตาส่ายหน้า

        “คุณนี่บ้าไปแล้วจริงๆ

        “ผมก็ว่าอย่างนั้น” ชายหนุ่มยิ้มมองสองแฝดด้วยแววตาเปี่ยมรัก

        หลังจากมื้อเช้าเรียบร้อย นรียาให้ลูกนั่งดูการ์ตูนในห้องนั่งเล่นโดยมีแฮร์ริสคอยดูแลไม่ห่าง เธอหันกลับไปมองเป็นระยะกลัวว่าชายหนุ่มอาจจะอาศัยโอกาสนี้หอบลูกหนีออกนอกประตูก็ได้ และอีกข้อคือห่วงเรื่องการรับมือเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย สภาพตอนนี้เขาเหมือนบิดาขี้ระแวง แค่ลูกขยับตัวนิดหน่อยก็ตื่นตระหนกตกใจไปซะหมด

        เวลานี้ร่างสูงกำลังนั่งดูการ์ตูนเด็กโดยมีลูกสาวนั่งตักส่วนลูกชายนั่งข้างกัน ตอนแรกนั่งกันดีอยู่หรอก แต่พอเพลงขึ้นเท่านั้นล่ะ เด็กๆ รีบลุกขึ้นกระโดดเหยงๆ นทีไม่เท่าไรเพราะกระโดดตรงโซฟาแต่ลูกสาวอย่างนารานี่สิ กระโดดบนตัวของเขา ด้วยน้ำหนักตัวไม่เบา กระแทกมาแต่ละที ใจหายแวบ หวาดเสียวกลัวว่าจะโดนกล่องดวงใจ แต่ไม่กล้าที่จะห้ามปรามด้วยเสียงหัวเราะก้องกังวานกับรอยยิ้มนั้นชวนให้หัวใจละลาย ได้แต่ทนรับฝ่าเท้าน้อยๆ ที่กระแทกกระทั้นเป็นระยะ ทำได้แค่แสดงความห่วงใย

        “แด็ดดี้ว่าลูกนั่งดูดีไหมครับ กระโดดแบบนี้อาจจะตกได้นะ”

        “โน! ฮันนี่จะเต้น พี่ฮิวโก้เต้นกัน” เด็กน้อยปฏิเสธเป็นภาษาอังกฤษซะด้วยพร้อมกับกระโดดเหยงๆ บนตัวของบิดา มือน้อยจับมือพี่ชายเอาไว้

        “ฮันนี่ กระโดดกัน!”

        ทันทีที่นทีพูดเสร็จ นารากับนทีก็กระโดดสูงราวกับว่าอยู่บนแทรมโพลีนอย่างไรอย่างนั้น ทำเอาชายหนุ่มรีบจับนทีแทบไม่ทัน ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียหลักตกโซฟา แล้วนรียาคงฆ่าเขาตายแน่นอน ส่วนนาราไม่ต้องพูดถึงกระโดดใส่เต็มที่ บางทีเท้ากระแทกโดนท้องจนรู้สึกจุก บางทีมือน้อยๆ กระแทกโดนศีรษะ บางทีกำปั้นน้อยๆ ก็ชกเข้าให้ที่แก้มสาก นทีก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย กางแขนกว้างฟาดเข้าหน้าเต็มๆ แต่เพื่อความสนุกของลูก แฮร์ริสทนได้!    

        นรียาเช็กครัวครั้งสุดท้ายแล้วเช็ดมือให้สะอาด เดินออกมาด้านนอก ภาพที่เห็นทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างต้องรีบสาวเท้าไปหาแล้วร้องห้ามเสียงดัง

        “ฮิวโก้ ฮันนี่ หยุดเต้นเดี๋ยวนี้ แล้วนั่งดีๆ ค่ะ”

        “เอ่อ... ช่างเถอะคุณ ลูกกำลังสนุกเลย” ชายหนุ่มส่งยิ้ม แม้แก้มข้างขวาจะแดงจากหมัดน้อยๆ แล้วก็ตาม

        “นี่แฮร์ริส ฉันยอมให้คุณเข้าใกล้ลูกแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นกระสอบทรายให้ลูก แกควรได้เรียนรู้ว่าอะไรควร ไม่ควร เด็กๆ ลงมา หม่ามี้อยากให้นั่งดูดีๆ ค่ะ” หญิงสาวเอ็ดคนเป็นพ่อแล้วหันไปบอกคนเป็นลูกเสียงเข้ม ซึ่งนทีรีบนั่งลงตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ส่วนนารายังกระโดดเหยงๆ ไม่หยุดจนคนเป็นแม่จะยื่นมือไปจับ ทว่าแฮร์ริสฉวยโอกาสกอดลูกไว้

        “อย่าดุลูกเลย ความผิดผมเอง”

        นรียากลอกตา ต่อไปนี้จะกล้าไว้ใจฝากลูกไว้กับพ่ออีกไหมเนี่ย ตามใจกันเหลือเกิน “เด็กๆ ไปอาบน้ำได้แล้ว ส่วนคุณ ลูกก็ดูแล้ว อาหารเช้าก็กินแล้ว ได้เวลากลับสักที”

        “ผมอยากช่วยคุณ เด็กๆ ซนมาก คุณคงเหนื่อยแย่”

        “แฮร์ริส ฉันดูแลพวกแกมาสี่ปี ตั้งแต่ท้องจนคลอด มันไม่สายไปหน่อยเหรอ”

        ทันทีที่พูดจบก็พบว่าสีหน้าของเขาเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่พูดออกไป เธอรู้ดีว่าหากมีคนอยู่เบื้องหลัง ชายหนุ่มคือ “เหยื่อ” ในเรื่องนี้เช่นกัน

        “ฉันรับมือได้ คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ”

        “ให้ผมช่วยดีกว่า ฮันนี่ ฮิวโก้ ไปอาบน้ำกับแด็ดดี้ครับ” ชายหนุ่มไม่สนใจอุ้มลูกสาวแล้วส่งมือให้ลูกชาย

        “หม่ามี้ฮะ อุ้ม” นทีชูแขนสองข้าง

        แฮร์ริสไม่ได้ดึงดันรู้ว่าต้องใช้เวลา เมื่อเห็นนรียาอุ้มลูกชายขึ้นมาแล้วเดินขึ้นไปด้านบนก็รู้ว่าเป็นการอนุญาตกลายๆ ให้อยู่ต่อ ชายหนุ่มยิ้มกว้างจูบแก้มลูกสาวฟอดใหญ่จนเรียกเสียงหัวเราะคิกคักได้เป็นอย่างดี เดินตามขึ้นไป พอมาถึงห้องน้ำก็วางลงพื้นจากนั้นยืนดูนรียาถอดเสื้อผ้าให้ลูก เขาอยากจะช่วยแต่เก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน

        “ฉันจัดการได้จริงๆ นะ คุณกลับไปเถอะ ไม่อย่างนั้นคุณเปียกแน่” หญิงสาวเตือน

        “ผมทำได้... ถ้าเปียกก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า ให้ผมได้รู้ว่าสี่ปีที่ผ่านมา คุณต้องเจออะไรบ้างและต่อไปนี้ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอ จะช่วยคุณทุกอย่าง ไม่ให้คุณต้องเหนื่อยลำพังอีกแล้ว” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่นจริงจัง

        “ก็ได้ ถือว่าเตือนแล้วนะ... เอาเสื้อผ้าลูกไปใส่ในตะกร้าให้หน่อย”

        “ได้ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างหยิบเสื้อผ้าขณะที่นรียาพาสองแฝดเข้าไปในห้องน้ำ

        แฮร์ริสปลดกระดุมแขนเสื้อแล้วพับขึ้นเหนือข้อศอก พับขากางเกงให้ขึ้นมาถึงหัวเข่าแล้วตามเข้าไปสมทบ มองดูหญิงสาวอาบน้ำให้กับนาราก่อน ชายหนุ่มย่อตัวลงช่วยฟอกแชมพูให้กับนทีที่กำลังยืนรอ แม้จะวุ่นวายไปบ้างเนื่องจากเด็กๆ ติดเล่นตามประสาแต่กลับมีความสุขเหลือเกิน ชายหนุ่มลอบมองใบหน้าของหญิงสาวก็อมยิ้ม

        นรียาล้างตัวให้กับนาราเรียบร้อยก็เอื้อมหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุม จากนั้นล้างตัวให้กับนที เวลานั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นมินตราเพราะเป็นคนเดียวที่มีเบอร์นี้ หญิงสาวจึงหันไปบอกชายหนุ่มที่นั่งข้างกัน

        “คุณล้างตัวให้ลูกหน่อย เสร็จแล้วก็คลุมผ้าเช็ดตัวพาออกมาด้านนอก ห้ามให้ลูกเล่นน้ำเป็นอันขาด”

        “ได้ครับมาดาม” ชายหนุ่มยิ้มกว้างรับฝักบัวมาถือเอาไว้

        หญิงสาวมองอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงแต่คิดว่าคงไม่เป็นอะไร วันนี้เด็กๆ เรียบร้อยกันดี จึงเดินออกไปด้านนอกพบว่าเป็นมินตราจริงๆ โทรศัพท์มาสอบถามข่าวคราว เธอจึงถามกลับเรื่องอาการแม่สามีแล้วคุยกันอยู่พักหนึ่ง

        แฮร์ริสเปิดน้ำ เริ่มล้างตัวให้กับลูกชาย ซึ่งนทีไม่ได้ขัดขืนแต่ไม่กล้าเข้าหาเหมือนกับนาราที่เดินป้วนเปี้ยนไม่ยอมไปไหนอีกทั้งยังซุกซนเริ่มจับนั่นจับนี่      

        “ฮันนี่รอด้านนอกก่อนค่ะ เดี๋ยวเปียกอีก หม่ามี้จะดุเอา” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้

        “ฮันนี่ช่วยแด็ดดี้” เด็กน้อยยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวน่ารัก

        ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับความมีน้ำใจของลูก “ก็ได้ครับ มาสิ”

        ทันทีที่ได้รับอนุญาต นาราสลัดผ้าเช็ดตัวออกทันที เปลือยกายล่อนจ้อนอีกหน คว้าฝักบัวที่บิดาถือแล้วยกขึ้น ทำให้สายน้ำพุ่งใส่หน้าของพี่ชาย เปียกปอนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอีกหนพร้อมกับได้ยินเสียงดังจากนที

        “ฮันนี่แกล้งพี่!”

        “ฮันนี่อาบให้ พี่ฮิวโก้” เด็กน้อยพูดเสร็จก็หัวเราะคิกคัก

        “ฮันนี่ ไม่ทำแบบนี้ลูก เอาฝักบัวมาให้แด็ดดี้นะ ห้ามแกล้งพี่ฮิวโก้ แล้วก็... โอ๊ย” ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยคก็เจอสายน้ำนั้นพุ่งเข้าที่หน้าเต็มๆ ส่งผลให้เสียหลักล้มก้นกระแทกกับพื้นห้องน้ำอย่างจัง ตอนนี้เขามีสภาพไม่ต่างจากลูกชายนักหรอกเพราะเปียกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกับที่นรียาเตือนไว้ก่อนหน้านี้ ให้ระวังเปียก ก็คิดว่าเปียกนิดหน่อย ที่ไหนได้ เปียกชุ่ม!

        เขาหยีตา ยกมือป้องสู้กับสายน้ำจึงเห็นว่าตอนนี้นาราไม่ได้ทำคนเดียวแล้ว มีผู้ร่วมขบวนการอย่างนทีด้วย

“หยุดก่อนลูก แด็ดดี้เปียกหมดแล้ว หยุดก่อน ฮันนี่ ฮิวโก้ เดี๋ยว...”

        เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้พูดจนจบเพราะน้ำเข้าปากจนเกือบสำลัก ตอนนั้นเองที่จมูกได้กลิ่นแชมพู ตามด้วยเสียงเด็กสองคน โดยเฉพาะหัวโจกอย่างนารา

        “พี่ฮิวโก้ เทพูๆ ให้แด็ดดี้” เด็กน้อยหมายถึง “แชมพู” นั่นเอง

        “อย่าลูก...”

        “ผมกับน้องจะอาบน้ำให้ฮะ”

        “แต่ว่า...”

        “แด็ดดี้นิ่งๆ เป็นเด็กดีนะคะ”

        ทันทีที่นาราพูดจบประหนึ่งบิดากลายเป็นเด็กน้อยก็ไม่เปิดโอกาสให้พูดอะไรอีก กลายเป็นว่าร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มนั่งอยู่กลางห้องน้ำ มีเด็กตัวเล็กสองคนยืนอยู่ตรงหน้า เด็กผู้หญิงจอมแสบถือฝักบัว ส่วนเด็กผู้ชายจอมซน บีบขวดแชมพูลงกลางศีรษะของบิดา จากนั้นมือน้อยของนทีก็ขยี้จนเกิดฟองเต็มไปหมด

        “ไม่เอาลูก อย่าวิ่ง เดี๋ยวลื่นล้ม เอาฝักบัวมาให้แด็ดดี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ชายหนุ่มเอื้อมจะจับแต่นาราวิ่งหนี

        สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะ แถมยังสนุกสนานกันใหญ่ แฮร์ริสเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะลื่น จึงเอื้อมไปคว้าร่างของเด็กแฝดเอาไว้

        นรียาได้ยินเสียงหัวเราะดังในห้องน้ำก็รีบวางสาย พลางคิดว่าแฮร์ริสคงพาเด็กๆ เล่นอีกแล้วสินะ แต่พอเดินเข้ามาในห้องน้ำก็ต้องเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้าอีกหน ดูหนักหนาสาหัสกว่าโซฟาข้างล่างเยอะเลย

        “ให้ตายสิ! นี่มันอะไรกันเนี่ย

        พอได้ยินเสียงมารดา นารากับนทีหยุดนิ่งทันที ปล่อยมือจากฝักบัว แทนที่จะปล่อยลงพื้นแต่ดันกระแทกขาของบิดาจนแฮร์ริสขบกรามแน่นรีบถูตรงจุดที่โดน ไม่กล้าร้องออกมากลัวนรียาจะทำโทษลูก ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนให้ภรรยา

        สามสิบนาทีต่อมาในส่วนของห้องรับแขก นรียามองสามคนอยู่บนโซฟา แฮร์ริสอยู่ในชุดใหม่คือเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กสีดำสนิทนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลาง แขนสองข้างโอบนทีกับนาราที่สวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลเหมือนกันนั่งขนาบซ้ายขวา ส่วนเธอยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าจ้องเขม็ง

        “ฉันให้คุณอาบน้ำให้ลูก ไม่ใช่ให้ลูกอาบน้ำให้คุณ!” พอพูดจบไม่มีใครกล้าสบตาเธอสักคน จนกระทั่งหน่วยกล้าตายอย่างนาราเงยหน้าจ้องตาแป๋ว

        “หม่ามี้ขา”

        “ไม่ต้องทำเสียงหวานค่ะฮันนี่ หนูผิด หม่ามี้ต้องลงโทษ”

        เด็กน้อยเบะปากตั้งท่าจะร้องไห้ แต่นรียาไม่ใจอ่อนพูดต่อ “หม่ามี้เคยสอนแล้วว่า เวลาทำผิดต้องทำยังไงคะ”

        เด็กแฝดสองคนหันไปมองบิดาก่อนจะพนมมือไหว้เป็นการขอโทษ แฮร์ริสรีบจับมือน้อยคู่นั้นพร้อมกับปลอบโยน

        “ไม่ต้องขอโทษ แด็ดดี้ไม่โกรธเลยสักนิด ฮันนี่อย่าร้องนะลูก”

        “ฉันกำลังสอนลูกอยู่ คุณนั่งเฉยๆ เถอะน่า ลูกทำผิด พวกแกควรได้รู้” นรียามิวายพูดต่อ

        “ผิดตรงไหน ลูกช่วยผมอาบน้ำ แกเป็นเด็กดี คุณลองคิดดูสิ จะมีเด็กสักกี่คน ช่วยอาบน้ำให้แด็ดดี้ จริงไหมล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างบอกเหตุผล

        นรียาถึงกับยกมือนวดขมับ “กลับไปเลย รีบกลับไปซะ ฉันปวดหัวกับคุณแล้ว”

        “ผมกลับก็ได้ แต่... คุณห้ามดุลูกนะ คุณจะว่าอะไรผมก็ได้ แต่อย่าดุลูก” ชายหนุ่มบอกย้ำ

        “เห็นฉันเป็นแม่ยังไง ฉันไม่ได้จะดุ แค่จะสอน ทีนี้ก็กลับไปได้หรือยัง”

        “แต่ผม...”

        ก็อกๆ

        เสียงเคาะประตูบ้านดังขัดจังหวะทำให้ทั้งสี่คนหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน ส่งผลให้คนที่เปิดประตูอย่างเอเลียสรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที แต่เพราะเป็นเรื่องด่วนจึงรีบเข้ามารายงาน

        “ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ แต่การประชุมจะเริ่มในอีกยี่สิบนาที เราเลื่อนอีกไม่ได้” ชายหนุ่มถอนหายใจ จึงพยักหน้ารับ พอคนสนิทออกไปด้านนอกก็หันมาพูดกับสองแฝด

        “เย็นนี้เจอกันนะครับ แด็ดดี้จะรีบกลับ แล้วเราค่อยอาบน้ำกันอีกรอบเนอะ” แฮร์ริสจูบแก้มของนารากับนทีคนละที เด็กทั้งคู่ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้ม ส่งผลให้หัวใจของบิดาพองโต

        “ฮันนี่จุ๊บแด็ดดี้ยังน้า” ชายหนุ่มทวงและลูกสาวไม่ทำให้ผิดหวัง ยืดกายจูบแก้มฟอดใหญ่จนน้ำลายเปื้อนกับแก้มสาก แต่เขาไม่ได้ถือสา นอกจากหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะจูบลูกชายอีกหนด้วยรู้ดีว่าหากร้องขอคงไม่ได้ง่ายๆ แน่

        แฮร์ริสปล่อยลูกทั้งสองด้วยความเสียดาย อยากใช้เวลาอยู่ด้วยทั้งวันแต่งานก็สำคัญเหมือนกัน เขาลุกขึ้นยืนมองหน้าภรรยาสาวส่งยิ้มให้ “ผมจะรีบกลับนะครับ”

        “คุณควรกลับบ้าน และถ้า...”

        “อย่าลืมทำอาหารเย็นรอผมด้วยล่ะ” ร่างสูงยิ้มกว้าง เดินไปที่ประตูตั้งใจจะเปิดออกไปแต่ได้ยินเสียงฝีเท้า ดังมาจากทางด้านหลัง จึงหันกลับไปมองก็พบว่ามือหนาของตัวเองถูกมือเล็กของนาราจับไว้ ชายหนุ่มย่อตัวลงส่งยิ้มให้ลูกสาว

        “ว่าไงครับฮันนี่”

        “แด็ดดี้จะกลับมาใช่ไหมคะ”

        ประโยคนี้ทำให้แฮร์ริสกับนรียาสบตากัน ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดและจุกอย่างบอกไม่ถูก สี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ลูกจำความได้ จะถามหาเขาบ่อยแค่ไหน ยิ่งรู้จากนรียาว่านารามักจะถามหาบ่อยที่สุดก็ได้แต่ลูบแก้มยุ้ยด้วยความรัก

        “แด็ดดี้จะกลับมา สัญญาครับ”

        “เกี่ยวก้อย” เด็กน้อยยกนิ้วก้อยขึ้น

        ร่างสูงอมยิ้มรีบทำตามแต่มิวายบอก “อยู่บ้านต้องเป็นเด็กดี ห้ามแกล้งพี่ฮิวโก้ แล้วแด็ดดี้จะรีบกลับ แต่ตอนนี้จุ๊บๆ อีกทีสิคะ”

        นาราทำตามอย่างว่าง่ายด้วยการฝากรอยจูบที่แก้มสาก แฮร์ริสจูบลูกสาวอีกหน ล่ำลากันอยู่นานทีเดียวจนนรียาได้แต่ส่ายหน้าไปมา ส่วนลูกชายไม่สนใจจับมือเธออย่างเดียวแล้วมองดูชายหนุ่มเดินออกไป

        นักธุรกิจหนุ่มมีกำลังใจในการทำงานแล้ว เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านสู่ถนนสายหลัก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มยังเปื้อนรอยยิ้มกว้าง มันแสนวิเศษเหลือเกินกับการได้อยู่กับครอบครัว แม้จะยังเข้ากับเด็กๆ ได้ไม่ดีนักแต่เขาจะพยายามปรับตัวและเอาชนะใจลูกชายรวมถึงนรียาให้ได้ ซึ่งชายหนุ่มมีเวลาทั้งชีวิต

        “คนที่เจ้านายให้จับตาดู ตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยครับ” คำรายงานจากคนสนิททำให้รอยยิ้มนั้นเลือนหายแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยม

        “ไม่ต้องห่วงหรอก... มาแน่... ฉันเชื่อว่าจะมาแน่ๆ ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจ วันนี้เขาจะต้องได้รู้ตัวตนของคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด!

 

        หลังจากแฮร์ริสกลับไปแล้ว นรียาอบรมลูกต่ออีกครู่หนึ่งก็ปล่อยให้เด็กๆ นั่งดูการ์ตูนพร้อมกับกินผลไม้ไปด้วย ไม่ลืมหยิบของเล่นมาเตรียมไว้ให้แก้เบื่อ ซึ่งเธอขนมาไม่กี่อย่าง มีตุ๊กตาของลูกสาวไว้กอดนอนหนึ่งตัว ไว้เล่นสามตัว ส่วนลูกชายเป็นหุ่นยนต์สองตัวกับเลโก้อีกนิดหน่อย จากสิ่งที่เห็นทำให้หญิงสาวรู้ว่าแท้จริง ลูกๆ ต้องการบิดาอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้ควรจะจัดการยังไง ถ้าหากมีคนอยู่เบื้องหลังจริงๆ ทำเพื่ออะไร และจะยอมรามือหรือ เมื่อไรเขาจะเล่าความจริงให้ฟัง อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จากอาจารย์ธรรมดา กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องและหญิงสาวจะไม่ยอมปล่อยผ่าน

        เมื่อเคลียร์บ้านเสร็จ ได้เวลาเที่ยงอีกแล้ว เธอทำอาหารเที่ยงง่ายๆ เมื่อกินเสร็จก็พานารากับนทีขึ้นด้านบน ได้เวลานอนกลางวัน ระหว่างที่กำลังกล่อมนอนนาราก็เอ่ยถามอีกครั้ง

        “เมื่อไรแด็ดดี้กลับคะ”

        เธอสบตาลูกรักแล้วส่งยิ้ม “ตอนเย็นค่ะ”

        “แด็ดดี้จะอยู่กับเราเหรอฮะ”

        “ใช่จ้ะ ตอนนี้ก็หลับตาซะนะ ตื่นมาก็เจอแด็ดดี้แล้ว”

        หญิงสาวกล่อมอีกครั้งไม่ลืมจูบแก้มลูกคนละหนึ่งที นาราวาดแขนโอบรอบตัวเธอ ส่วนนทีจับมือบางเอาไว้แน่น นรียายิ้มกว้างนอนอยู่ตรงกลางอย่างเคยชิน เด็กๆ มักจะเกาะเธอประหนึ่งลูกลิงก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น การมีลูกอยู่เคียงข้างมักเพิ่มความเข้มแข็งและพลังให้เธอได้เสมอ

        เมื่อนารากับนทีหลับสนิท นรียานอนเฝ้าลูกอยู่พักใหญ่ก่อนจะได้ยินเสียงรถดังขึ้นหน้าบ้าน ทีแรกคิดว่ามินตราแต่พอมองจากหน้าต่างกลับพบว่าไม่ใช่ เธอจึงลงไปด้านล่างเพื่อดูว่าใครมา เผื่อจะเป็นเพื่อนบ้าน ทันทีที่เปิดประตูออกก็เจอเข้ากับชายวัยกลางคน ดูน่าเกรงขามหนึ่งคน แต่งตัวดูดีด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีดำสนิท กางเกงสแล็กสีเดียวกัน ใบหน้าซูบตอบกับแววตาเรียบเฉยทำให้หญิงสาวรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก

        “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ”

        “สวัสดีครับคุณนรียา ผมคาร์เตอร์ มอร์แกน”

        หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย “คุณรู้จักฉันด้วยเหรอคะ”

        “แน่นอนครับ ผมมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับคุณ ขอเข้าไปข้างในได้หรือเปล่า” คาร์เตอร์ส่งยิ้มเป็นมิตร

        นรียารู้สึกงุนงงปนสงสัยแต่ขณะเดียวกันก็ผายมือเชิญแขกเข้ามาด้านในแล้วปิดประตู พลางครุ่นคิดว่าชายคนนี้รู้จักเธอได้อย่างไรและเขาเป็นใคร

       


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 913 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #1124 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:25
    มันไว้ใจเอเลียสมากไปหน่อยไหม? อะไรก็ทำเองไม่เป็น
    #1124
    1
    • #1124-1 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 13)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26
      นางเอกดูเป็นคนเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลมากค่ะ
      #1124-1
  2. #397 150221 (@150221) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:35
    อย่าบอกว่าพี่ชายพระเอกยังไม่ตายและทำเรื่องทั้งหมดนะ
    #397
    0
  3. #344 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 13:51
    สนุกแน่ๆ555
    #344
    0
  4. #343 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 08:17

    รอๆๆๆๆๆ

    #343
    0
  5. #341 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:09
    แต่ฮิวโก้ชอบยอมฮันนี่ เหมือนฝั่งคุณพ่อจะมี3คนนะคะ แบบแฝง 55 แม่ก็แพ้ราบคาบอยู่ดี
    #341
    0
  6. #340 Kanisornalex (@Kanisornalex) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:50


    ชอบมากกกกกกกกค่ะ
    #340
    0
  7. #339 alisie_amps (@AomKazuko) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:28
    รออออค่า
    #339
    0
  8. #338 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:07
    น่ารักสุดเลยอ่ะ นัท ไม่รอดเเน่ๆ แฮริส รุกหนัก อิอิ
    #338
    0
  9. #337 little piglet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:47

    อารมณ์เหมือนต้องเริ่มจีบภรรยากันใหม่เลยทีเดียว คริคริ... รอแฝดมาป่วนแด๊ดดี้ ดีนะที่ฮันนี่อยู่ทีมแด๊ดดี้ เชื่อว่าฮันนี่เอาอยู่ พี่ฮิวโก้รักน้องจอมแสบสุดสุด อย่าให้ฮันนี่โป้งนะ555 เอาใจช่วยทุกคนเลยจ้า...

    #337
    1
    • #337-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 13)
      14 ธันวาคม 2561 / 20:01
      งานนี้แด็ดดี้ต้องติดสินบนเด็กๆเลยค่ะ โดยเฉพาะฮันนี่ ให้หลอกล่อพี่ฮิวโก้ ออกห่างจากหม่ามี๊ 5555555555555+
      #337-1
  10. #336 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:15
    นัทคงจะเสร็จอีแฮรีสอีกครั้งในไม่ช้านี้555
    #336
    1
    • #336-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 13)
      14 ธันวาคม 2561 / 19:18
      ป๋าอยากมีน้องให้ลูกๆเพิ่ม 5555555555555+
      #336-1
  11. #335 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:11
    รอๆๆๆคะไรท์
    #335
    0
  12. #330 little piglet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:08

    แฮกเตอร์แกล้งตาย ราเชลคิดการใหญ่หวังหุบสมบัติของสามีและตระกูลเพราะแต่งด้วยหน้าที่และแด๊ดดี้ของเด็กๆให้โอกาสไปเริ่มชีวิตใหม่แต่นางก็ยังจะคงสถานะพี่สะใภ้อยู่ ยังดูไม่ออกว่านางจะเคลมน้องชายสามีหรือเปล่าหากว่าแฮร์รีสหาภรรยาไม่พบและคงถอดใจไม่ตามหาอีกเลยเพราะก็ผ่านมา4ปีแล้ว ส่วนพ่อบ้านนี้ก็น่าส่งสัยอยู่เหมือนกันว่าจะอยู่ฝ่ายไหน

    #330
    3
    • #330-2 little piglet (จากตอนที่ 13)
      14 ธันวาคม 2561 / 19:55
      พ่อบ้านน่าสงสัยที่สุดฟันเฟืองสำคัญดูแลทุกอย่าง เดาๆค่ะ ติดตามต่อลุ้นจนตอนสุดท้าย เอาใจช่วยค่าา
      #330-2
    • #330-3 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 13)
      14 ธันวาคม 2561 / 20:16
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ^^
      #330-3
  13. #329 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 07:30
    รอคร้าาาา
    #329
    0
  14. #328 k123456789kk (@k123456789kk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 07:24

    เราชอบแบบไรท์นะ
    อธิบายก่อนปูไปแต่ละทาง ตัวละครแต่ละครมีที่มาที่ไป
    #328
    0
  15. #327 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 00:15
    5555 งานนี้ เเด๊ดดี้

    สบายตัวละ แฝดป่วน
    #327
    0
  16. #326 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:48
    สนุกแน่5555
    #326
    0
  17. #325 KingkamolLem-pho (@KingkamolLem-pho) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 19:57
    รอความป่วนของเด็กๆจร้าาาาา
    #325
    0
  18. #324 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 19:28
    งานนี้สนุกแน่​ เมื่อคนจอมบงการ​ ต้องมาเจอบงการเอง​ สองแสบจัดการเลยลูก
    #324
    0
  19. #323 JUERN_juern (@nd-1432) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 17:55

    โอ้ยยยยยยยยยยย____รอดูความปรวนของฮันนี่
    #323
    0
  20. #322 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 17:46
    รับมือไม่ไหวแน่ คงต้องรอแม่มาปราม55
    #322
    0