หวนรักเจ้าบ่าวจำแลง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 662,824 Views

  • 1,205 Comments

  • 4,694 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    129,279

    Overall
    662,824

ตอนที่ 10 : บทที่3 [พ่อแม่ลูก] 100% อัพแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 850 ครั้ง
    7 ก.พ. 62



นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์
เวลา 19.00 น.
อย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ



                                                        บทที่ 3

[พ่อแม่ลูก]

 

        ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องนอน แฮร์ริสกำลังตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้ารวมถึงประโยคสั้นๆ อย่างคำว่า “แด็ดดี้” มีผลต่อหัวใจแกร่งที่เต้นรัวราวกับกลอง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องที่เด็กแฝดนั่งอิงแอบข้างนรียา ทั้งสองสวมเสื้อเหมือนกันทว่าแตกต่างตรงตัวอักษรที่ปักอยู่ตรงกลาง คาดเดาได้ทันทีว่าคงเป็นชื่อ เด็กผู้ชายสวมเสื้อมีคำว่า “Hugo” ส่วนเด็กผู้หญิงเป็นคำว่า “Honey” ทั้งสองมีตัวอักษรขึ้นต้นตัวเดียวกับเขา เพียงเท่านี้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับมีรอยยิ้ม ใบหน้าเล็กของเด็กทั้งคู่ช่างน่ารักเหลือเกิน

        สายตาของแฮร์ริสแสดงออกชัดเจนต่อนาราและนที จนนรียาหวาดกลัว รีบโอบกอดลูกแน่นขึ้น กลัวว่าจะถูกพรากไป ตอนนี้เขาไม่ใช่อาจารย์หนุ่มเหมือนในวันวาน แต่เป็นนักธุรกิจร่ำรวย มากอิทธิพล หากชายหนุ่มไม่ยอมให้ลูกแฝดทั้งสองออกนอกประเทศและมีการพิสูจน์ทางกฎหมาย กลัวว่าจะเสียเปรียบ ยิ่งเห็นแววตาเป็นประกาย เพียงแค่คิดว่าจะต้องแยกจากกัน หัวใจถูกบีบรัดเสียจนหายใจแทบไม่ออก

        “หม่ามี้... แด็ดดี้ใช่ไหมฮะ” นทีเอ่ยถามเบาๆ เงยหน้ามองมารดา

        “แด็ดดี้แน่ๆ เหมือนในรูป ฮันนี่จำได้” นาราบอกพี่ชายแล้วจ้องมองผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง ถึงจะไม่เคยเจอบิดาตัวจริง ทว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหน้ากลับเหมือนในภาพถ่ายที่ดูประจำ

        ถึงแม้เสียงเล็กจะพูดเบาแค่ไหนทว่าห้องเงียบจึงได้ยินชัดเจน คำว่า “แด็ดดี้” ที่ถูกเปล่งออกมาอีกครั้ง บทสนทนานั้นทำให้หัวใจพองโตเผลอมองใบหน้าของภรรยาด้วยแววตาเปี่ยมรัก อย่างน้อยเธอก็ไม่ลืมเขาใช่ไหม ยังให้ลูกได้รู้จักเขาผ่านรูปภาพใช่หรือเปล่า ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้เตียงพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

        “แด็ดดี้เหรอครับ”

        “ออกไปนะ” นรียาขู่ฟ่อทันที นั่นทำให้ปลายเท้าของร่างสูงชะงัก

        “หลังจากเห็นเด็กทั้งสอง... คุณคิดว่าผมจะยอมออกไปอีกเหรอ... ไม่มีวันนัท ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่ตลอดไป”

แฮร์ริสย้ำชัดอย่างแน่วแน่ เดินเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้นแต่การกระทำของนรียาที่โอบกอดทั้งสองแน่น มองเขาด้วยความหวาดกลัวทำให้ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจ ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาทำชายหนุ่มไม่กล้าเข้าใกล้อีก เหตุใดเธอถึงกลัวขนาดนี้ กลัวเขาจะทำอะไรเด็กแฝดหรืออย่างไร ต่อให้เธอไม่ยอมรับว่าเป็นลูกของเขา แต่ชายหนุ่มเชื่อไปแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าต้องเป็นลูกของตัวเองอย่างแน่นอน อีกทั้งเด็กก็เรียกว่า “แด็ดดี้” อย่างชัดเจน ร่างสูงย่อตัวลง สบตาเด็กทั้งสอง ซึ่งเขาอยู่ใกล้กับเด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลม ผิวขาว ปากเป็นกระจับน่ารัก มือหนาจึงยื่นเข้าไปหาอย่างรอคอย นาทีต่อมาหัวใจของแฮร์ริสพองโตเมื่อมือเล็กนั้นวางบนฝ่ามือใหญ่ ทันทีที่ได้สัมผัสกัน ความอบอุ่นบังเกิดขึ้นจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก กระบอกตาร้อนผ่าว สายใยความผูกพันเกิดกับเด็กที่เพิ่งเจอกันวันแรก

        นรียากลั้นน้ำตากับสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกรู้จักเขาจากภาพถ่ายจึงไม่แปลกที่พอเห็นแฮร์ริสจะเรียกว่า “แด็ดดี้” แต่ถึงอย่างนั้นเพราะไม่เคยเจอกันมาก่อน จึงยังไม่กล้าเข้าหา ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับหญิงสาวที่ตัดสินใจแล้วว่านับจากนี้ ชีวิตของลูกจะไม่มีผู้ชายชื่อแฮร์ริส เลยไม่อยากให้เกิดความผูกพันใดๆ เธอคว้ามือนาราที่วางบนมือใหญ่พร้อมกับพูดเสียงเรียบ

        “ลูกๆ ควรนอนกันได้แล้วนะจ๊ะ ดึกแล้ว”

        “หม่ามี้ขา แด็ดดี้ใช่ไหมคะ” นาราเงยหน้าถามมารดา

        แฮร์ริสสบตากับหญิงสาว อยากได้ยินคำยืนยันจากเธอสักครั้ง ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือความแข็งกร้าว ยิ่งทำให้ชายหนุ่มสงสัยว่าสี่ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น จากภรรยาสาวมีแต่ความรัก แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง แต่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาถามหรือทะเลาะ ไม่ควรทำต่อหน้าเด็กและตอนนี้คือเวลาเข้านอนแล้ว

        “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาคุยกันนะคะ นอนลงจ้ะ” นรียาหลีกเลี่ยงคำถามของลูกสาวแล้วจัดท่านอนให้กับทั้งคู่

        “นัท ผม...”

        “คุณลงไปก่อน ฉันจะพาลูกเข้านอน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบโดยไม่มองหน้าชายหนุ่มอีก

        “ผมจะไม่ไปไหน จะนั่งอยู่ตรงนี้ และจะไม่รบกวนคุณกับเด็กๆแน่นอน” แฮร์ริสไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้มองหน้าเด็กทั้งสองยามหลับ

        นรียาเม้มปากกับความดื้อดึงของผู้ชายตรงหน้า จึงพยายามไม่สนใจจัดท่านอนให้กับลูก เตรียมกล่อมแต่ติดปัญหาที่ดวงตากลมโตของนารากับนทีจ้องมองบิดาตัวเองตาแป๋ว ขืนเป็นแบบนี้คงไม่ยอมหลับจึงหันไปมองร่างสูงอีกครั้ง

        “คุณจะลงไปก่อนได้ไหม พวกแกกลัวคุณ ไม่ยอมนอนง่ายๆแน่”

        “คุณรู้ดีว่าลูกไม่ได้กลัว พวกแกกำลังสับสน และต้องการคำตอบ”

        “อย่าทำเหมือนว่าคุณรู้จักลูกของฉันดีนักเลย” หญิงสาวกัดฟันพูดเสียงเบา

        “ไม่ใช่ลูกของคุณ แต่เป็นลูกของเรา”

        ท่าทางมั่นใจรวมถึงการย้ำชัดทำให้นรียาหมั่นไส้นัก “ฉันยัง...”

        “หม่ามี้ขา เมื่อกี้ฮันนี่ได้ยินปลาหยาม มีปลาหยามด้วยเหรอคะ” เสียงใสของนาราขัดตาทัพบิดากับมารดา นรียาหันมามองลูกสาวก่อนจะหันไปมองคนต้นเรื่องอีกครั้ง ซึ่งชายหนุ่มมีท่าทีงุนงงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เด็กน้อยพูด

        “เอ่อ... หมายความว่ายังไงเหรอ” แฮร์ริสเลิกคิ้วถามนรียา

        “ก็ที่คุณขู่ว่าจะให้ลูกน้องพาพวกแกไปเป็นอาหารฉลามไง” นรียาพูดเสียงเบา บางคำลูกยังพูดไม่ชัดนักอย่างปลาฉลามก็กลายเป็น “ปลาหยาม” ซะอย่างนั้น

        “ผมเปล่าสักหน่อย ผมหมายถึงผู้ชายอื่น” ชายหนุ่มแก้ตัว

        “หม่ามี้ ฮันนี่กลัวปลาหยาม ไม่เอานะ... กลัวๆ เด็กน้อยรีบซบมารดา

        “แต่พี่ชอบนะ ชอบปลาหยาม น่ารักออก” นทีบอกกลับ

        “ฮันนี่จะไม่เล่นกับพี่ฮิวโก้แล้ว” การถกเถียงเล็กๆ ระหว่างพี่น้องทำให้แฮร์ริสอมยิ้มกับภาพตรงหน้า ทว่านรียาถอนหายใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำไม่ได้แปลกใหม่

        “ไม่มีปลาหยามที่ไหนค่ะ นอนได้แล้ว หลับตานะลูก” หญิงสาวจูบหน้าผากมนของนทีและนารา

        แต่ปัญหายังไม่จบเมื่อนาราเริ่มเรียกร้อง “หม่ามี้ ฮันนี่อยากหม่ำนมอีก”

        “หนูหม่ำไปแล้ว ถ้าดื่มตอนนี้อีก เดี๋ยวจะอ้วกนะ” หญิงสาวอธิบายขณะกำลังห่มผ้าให้

        “แต่ฮันนี่อยากหม่ำนี่คะ” เด็กน้อยเริ่มงอแง นอกจากจะอยากดื่มนมแล้วยังมีอาการง่วงนอนร่วมด้วย

        “ฮันนี่กินเยอะ อ้วนเป็นหมูอู๊ดๆ นทีว่าน้องสาว

        “ฮันนี่ไม่ใช่หมู หม่ามี้ พี่ฮิวโก้ว่าฮันนี่” เด็กน้องรีบฟ้องมารดาพร้อมกับเบะปากตั้งท่าจะร้องไห้ น้ำตาปริ่มจวนเจียนจะไหล นรียาเริ่มปวดหัว หากชายหนุ่มไม่มาขัดจังหวะ ป่านนี้ลูกๆ คงหลับยาวจนถึงเช้าแล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแต่ไม่ลืมหันไปมองค้อนผู้ชายที่นั่งข้างเตียงซึ่งดูท่าจะตกใจกับสถานการณ์และเลือกจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

        “ฮันนี่ ไม่ร้องนะครับ อย่างร้องนะ... คุณ... เอานมให้ลูกสิ” แฮร์ริสหันไปบอกภรรยา

        “มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง ไม่ใช่เพราะคุณหรือไง แทนที่พวกแกจะหลับไปแล้ว แต่เพราะความโมโหของคุณ ทำเสียงดังจนพวกแกตื่น” นรียาต่อว่าเสียงเข้ม

        “ตอนนั้นผมไม่รู้... แต่ตอนนี้รู้แล้วก็ช่วยเอานมให้ฮันนี่หน่อยเถอะ ลูกจะร้องไห้แล้วนะ” แฮร์ริสบอกอย่างร้อนรน ดวงตากลมโตกักเก็บน้ำตาจนล้นไหลลงมา หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวด

        นรียาถอนหายใจหันมาพูดกับลูกสาว “เดี๋ยวฮันนี่ตื่น หม่ามี้จะให้ดื่มกล่องใหญ่เลยนะคะ ตอนนี้ดึกแล้ว หม่ามี้เล่านิทานให้ฟังดีกว่าเนอะ”

        ทันทีที่พูดจบน้ำตาไหลลงมาราวกับทำนบแตกตามด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่นเมื่อถูกขัดใจ นรียาเคยชิน ทว่าแฮร์ริสกลับลุกขึ้นทำตัวไม่ถูก

        “โอ๋ๆ ฮันนี่ ไม่ร้องนะ” นทีลุกขึ้นนั่งใช้มือเล็กลูบศีรษะน้องสาวเป็นการปลอบโยนเหมือนที่เคยทำ

        “หม่ำนม ฮันนี่อยากหม่ำนม”

        เมื่อคนเป็นมารดายังเฉย ร้อนถึงบิดาที่หันรีหันขวางมองหาสิ่งที่ลูกต้องการจนกระทั่งเจอเข้ากับกล่องนมที่ตั้งวางเรียงกันที่โต๊ะเล็ก เขาไม่รอช้า สาวเท้าไปตรงนั้น คว้ามันมาทันทีก่อนจะยื่นมาตรงหน้าเด็กน้อยซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นาราเห็นก็เริ่มสงบ รีบรับมาแล้วยื่นให้นรียา

        “หม่ามี้เจาะๆ

         หญิงสาวกลอกตา “ให้ตายเถอะ เลี้ยงเด็กไม่เป็นแล้วยังจะยุ่งอีก”

        “แค่นมกล่องเดียวเอง ผมไม่อยากให้แกร้องไห้”

        “ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีกว่า” หญิงสาวบอกตัดบท เมื่อนมอยู่ในมือจะไม่ยอมให้ดื่มคงเป็นไปไม่ได้ จึงเจาะตามคำขอแล้วพูดกับลูกสาวที่ยังสะอึกสะอื้นเบาๆ

        “แค่ครึ่งกล่องนะคะ”

        “ฮันนี่จะแบ่งให้พี่ฮิวโก้ด้วย”

        นาราพูดเสร็จดื่มนมอย่างรวดเร็วด้วยความกระหายก่อนจะส่งต่อให้กับพี่ชาย ซึ่งนทีไม่ปฏิเสธ นรียาคิดว่าคืนนี้หากดื่มจนแน่นแล้วตื่นมาอาเจียนกลางดึกแพ็คคู่ล่ะก็... เธอจะต่อว่าแฮร์ริสให้น่าดูเลย

        และแล้วสงครามนมก็จบภายในสิบนาที นรียาเห็นลูกทั้งสองหาวแล้วล้มตัวลงนอน เธอรู้ดีว่าคงง่วงเต็มที่ จึงหยิบนิทานมาเพื่อจะอ่านแต่มิวายหันไปมองข้างเตียง เห็นแฮร์ริสนั่งลงมองลูกไม่วางตา

        “คุณจะไม่ยอมไปจริงๆใช่ไหมเนี่ย”

        “ผมอยากดูพวกแกหลับ... ขอแค่มองก็ไม่ได้เหรอนัท”

        น้ำเสียงอ้อนวอนทำให้นรียาสะอึก ทำแบบนี้ใช่ว่าตัวเองจะไม่เจ็บซะที่ไหน แต่ไม่ใช่เขาหรอกเหรอที่เป็นคนอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ด้วยการขอเลิก ตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไรกันอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ใช่เวลาพูดคุย เธอควรให้ลูกหลับเสียก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง นรียาเริ่มอ่านนิทานให้ลูกฟังอีกครั้ง ซึ่งการเอาลูกนอนในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเด็กๆ ง่วงกันอยู่แล้ว เพียงสิบนาทีนทีกับนาราก็เข้าสู่นิทรา หญิงสาวจูบหน้าผากของลูกก่อนจะห่มผ้า วางนิทานลงตรงโต๊ะเล็กหัวเตียงซึ่งเวลานั้นเองมือหนามาจากไหนไม่รู้กำลังจับมือของลูกสาวเธออยู่

        “ทำอะไรของคุณ” หญิงสาวกระซิบถามเสียงเข้ม

        ท่าทางไม่พอใจทำให้แฮร์ริสรีบดึงมือกลับ ถอนหายใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ลูกหลับแล้ว ถึงเวลาของเราสักที มีเรื่องมากมายที่เราต้องคุยกัน”

        “พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับคุณเอง ตอนนี้กลับไปซะ” หญิงสาวบอกกลับ

        “ผมมีให้สองทางเลือก จะคุยกันบนนี้หรือจะคุยข้างล่าง”

        นรียาตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจ แต่เห็นความแน่วแน่ในนัยน์ตาสีเขียวแสนมีเสน่ห์ก็รู้ได้ทันทีว่าคงจะทำจริงอย่างที่พูด ท้ายที่สุดเธอกัดริมฝีปาก ยอมลงจากเตียง เดินออกไปด้านนอก นาทีต่อมาเธอกับเขาก็ยืนอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่างและยังไม่ทันเอ่ยปากเป็นแฮร์ริสที่พูดออกมาเสียก่อน

        “ทำไมคุณท้องแล้วไม่บอกผม”

        “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าเด็กเป็นลูกของคุณ” นรียาสวนกลับ

        “อย่าคิดโกหกผมนะนัท เด็กเหมือนผมอย่างกับอะไรดี ผมไม่ได้ตาบอด”

        “ฉันไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้ ฉันอยากพูดเรื่องหย่า” นรียาบ่ายเบี่ยง

        “เรายังพูดเรื่องหย่าได้อีกเหรอในเมื่อเรามีลูกด้วยกัน” เขาถามเสียงดังด้วยความโมโห อย่างน้อยเธอควรคิดถึงลูกบ้าง แม้จะเสียใจที่หญิงสาวปิดบัง ทว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธ

        “จะพูดเสียงดังให้ลูกตื่นอีกรอบหรือไง” เธอแหวเข้าให้

        “คุณยอมรับแล้วสินะว่าเด็กเป็นลูกของผมเหมือนกัน” เขากระตุกยิ้มถามกลับ

        นรียานิ่งเงียบสบตากับผู้ชายตรงหน้า อย่างไรก็ปิดบังไม่ได้ท้ายที่สุดเลือกจะเงียบ ซึ่งก็สร้างความเจ็บปวดให้แก่แฮร์ริสอีกครั้งเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าเรื่องที่เขาคิดนั้นคือเรื่องจริง

        “ให้ตายเถอะนัท! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมคุณไม่บอกผมเลย ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมีลูก ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ถึงสองคน” เขาบอกอย่างตัดพ้อ  

        “บอกเหรอ? จะให้ฉันบอกคุณที่ไหนล่ะ บอกในฝันหรือไง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณอยู่ที่ไหน ไม่ได้รู้จักบ้านของคุณ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสามีของตัวเองเลย! และที่สำคัญนะ คุณเป็นคนบอกเลิกฉันเอง คุณอยากยุติความสัมพันธ์ทั้งหมด เท่ากับว่าตอนนี้เราก็เลิกกันแล้ว เหลือแค่เซ็นเอกสารทางกฎหมาย แบบนี้ฉันต้องบอกคุณเรื่องลูกด้วยหรือไง” นรียาพรั่งพรูออกมาด้วยความเสียใจไม่แพ้กัน

        “ผมเนี่ยนะบอกเลิกคุณ ผมไปบอกตอนไหน” เขาเลิกคิ้วถาม

        “ถ้าตัวคุณเองยังจำไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากพูดถึงอีก พรุ่งนี้ฉันจะฝากเอกสารฉบับใหม่ไว้ให้ที่บริษัท ตอนนี้กลับไปซะ”

        หญิงสาวออกปากไล่ ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวแสนเจ็บปวด หากไม่มีลูก เธอคงทำใจไม่ได้อีกนานทีเดียว เพราะเขาคือรักครั้งแรก ให้หมดทั้งหัวใจแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย

        “ผมจะไม่ยอมหย่าจนกว่าจะรู้เรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ว่าผมจำไม่ได้ แต่ผมไม่เคยรู้เรื่องเลยต่างหาก คุณควรเล่าให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” แฮร์ริสพยายามอธิบาย ยังไงก็ต้องไขปริศนานี้ให้ได้

        นรียาน้ำตาเอ่อคลอมองเขาก่อนจะแค่นยิ้ม “ไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ? ก็ได้ ถ้าคุณเห็นสิ่งนี้แล้วยังจะกล้าพูดแบบนี้อีกหรือเปล่า รอตรงนี้ อย่าไปไหน”

        หญิงสาวบอกเสียงเข้มจากนั้นเดินกลับขึ้นไปด้านบน หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเดินทางที่นำติดตัวมาด้วยก่อนจะลงมาด้านล่างอีกครั้งแล้วปาใส่แฮร์ริสอย่างแรงด้วยความโมโห

        ร่างสูงมองสิ่งที่ตกลงพื้นก็งุนงงปนสงสัย มันคือกล่องขนาดเท่าฝ่ามือ จึงก้มลงหยิบขึ้นมา จากนั้นเปิดดูพบว่าด้านในมีกระดาษสีขาวหนึ่งใบและด้านล่างสุดเป็นแหวน... แหวนที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคือแหวนแต่งงาน

        “ทีนี้จำได้หรือยัง แหวนแต่งงานกับจดหมายบอกเลิก เห็นอย่างนี้ก็เตรียมตัวเซ็นใบหย่าให้ฉันซะ เราไม่ควรมีอะไรติดค้างกัน ส่วนเรื่องลูก ถ้าคุณอยากจะไปเยี่ยมที่เมืองไทยก็ได้ ฉันไม่ห้าม” นรียายอมอ่อนให้

        แฮร์ริสคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก เมื่อได้เห็นข้อความด้านในก็พอเข้าใจสิ่งที่นรียาแสดงออกถึงความเกลียดชังและตกใจไม่น้อยเมื่อพบว่านี่คือ “ลายมือ” ของตัวเอง แต่เขาไม่ได้เขียนจดหมายฉบับนี้ เมื่อมองแหวนในกล่องก็พบว่ามันเหมือนกันมาก ทว่าไม่ใช่แหวนของเขาเช่นกัน

        “ผมว่าเรื่องนี้ต้องมีคนเล่นตลกแล้วล่ะ” ชายหนุ่มพูดออกมาในที่สุด

        “มันไม่ตลกเลยนะ ฉันไม่อยากฟังอะไรอีก และ...”

        “เรื่องนี้คุณต้องฟังผมนะนัท... จดหมายฉบับนี้ผมยอมรับว่าเป็นลายมือของผม แต่ผมไม่ได้เป็นคนเขียน ส่วนแหวนวงนี้ก็ไม่ใช่แหวนแต่งงานของเรา เพราะแหวนจริง แหวนวงที่คุณเข้าใจผิดคิดว่าผมใส่ของคนอื่น จริงๆ แล้วมันคือแหวนแต่งงานของเรา ไม่เชื่อคุณดูนี่สิ” ร่างสูงพูดเสร็จถอดแหวนแต่งงานที่สวมตลอดสี่ปีที่ผ่านมา จนเห็นเป็นรอยอย่างชัดเจนแล้วยื่นให้กับคนตรงหน้าได้ดู โดยเฉพาะด้านในสลักชื่อของเขาและเธอเอาไว้ด้วยกัน

        “ผมไม่เคยถอดมันเลยสักครั้ง แม้แหวนวงนั้นจะดูเหมือนแหวนของเรา แต่มันไม่ใช่... คุณต้องเชื่อผมเรื่องนี้ เพราะผมเป็นคนสั่งทำด้วยตัวเอง”

        นรียาเห็นรอยของแหวนตรงนิ้วนางข้างซ้าย บ่งบอกว่าใส่มานานจริงๆ สิ่งที่เขาให้ดูยืนยันได้ว่าคือแหวนแต่งงาน ไม่ใช่แหวนของผู้หญิงอื่นอย่างที่เข้าใจ เมื่อชายหนุ่มวางแหวนสองวงบนฝ่ามือ มันดูเหมือนกันมาก ทว่าแหวนของแฮร์ริสจะมีความเก่ากว่าตามกาลเวลา แต่แหวนวงที่เธอได้รับ ยังดูใหม่ เพราะถูกเก็บไว้อย่างดี

        “เรื่องแหวนผมสามารถพิสูจน์ได้ แม้มันจะถูกทำมาเหมือนกัน แต่วัสดุที่ใช้ย่อมไม่เหมือนกันแน่ และนี่คือแหวนที่คุณส่งมาใช่ไหม แหวนคู่ของเรา” แฮร์ริสไม่พูดเปล่าแต่กระตุกสร้อยคอที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี นำออกมาจนเห็นได้ว่าเป็นแหวนอีกวง เขาถอดแหวนวงนั้นออกแล้ววางลงบนฝ่ามือบาง เท่ากับว่าเวลานี้เธอถือแหวนสามวงอยู่

        “แหวนสามวงดูภายนอกเหมือนกัน แต่มีเพียงแค่สองวงคือของคุณและผมที่เหมือนกันเท่านั้น เพราะมันถูกสั่งทำและซื้อมาจากที่เดียวกัน เพราะฉะนั้นแหวนที่มาพร้อมจดหมายไม่ใช่ของจริง มันคือของปลอม” แฮร์ริสบอกอย่างสรุป

        นรียาเกิดความสับสนหลังจากสัมผัสแหวนทั้งสามวง แค่น้ำหนักจะรู้เลยว่ามีสองวงที่เหมือนกันคือของเธอและเขา แล้วอีกหนึ่งวงคือของใคร หญิงสาวไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเท่าไรนักจึงถามต่ออย่างอยากรู้

        “จดหมายฉบับนั้น คุณบอกว่าเป็นลายมือของคุณ และ...”

        “คุณได้มันมาตอนไหน” เขาถามกลับ

        “หนึ่งสัปดาห์นับจากวันที่เราคุยกันครั้งสุดท้าย” นรียาบอกตามตรง

        “แล้วคุณก็เชื่อจดหมายฉบับนี้เนี่ยนะ” ชายหนุ่มถามกลับ

        “คุณบอกเองว่ามันเป็นลายมือของคุณ แล้วจะให้ฉันคิดยังไง ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะมีอะไรผิดปกติ ฉันยังเฝ้ารอคุณ แต่นานวันเข้า ความเงียบทำให้รู้ว่าบางทีฉันแค่หลอกตัวเองว่ามันไม่จริง คุณบอกเลิกฉันแล้ว และถ้าไม่ใช่คุณที่ส่งมา จะเป็นใครกัน คุณตอบคำถามฉันได้ไหมล่ะ หรือคิดว่าพอมีลูก คุณเลยไม่อยากหย่า อยากได้สิทธิ์เลี้ยงดูพวกแกเหรอ แต่บอกได้เลยว่าคุณจะไม่ได้สิทธิ์นั้น คุณไม่มีทางแย่งลูกไปจากฉันได้” นรียาพูดเสียงสั่นพยายามระงับน้ำตาไม่ให้ไหล      แฮร์ริสเห็นความหวาดกลัวในแววตาของหญิงสาวก็ตรงเข้าไปจะปลอบโยน ทว่านรียาถอยหลัง “นัท เรื่องราวจะไปกันใหญ่แล้ว ใครจะแย่งลูกไปจากคุณ ผมไม่มีทางทำแบบนั้น ส่วนเรื่องจดหมาย ผมไม่เถียงว่าเป็นลายมือของผม... แต่ผมกล้าสาบานว่าไม่ได้เป็นคนเขียน รู้ไหมว่าเพราะอะไร?”

        นรียาช้อนสายตามองจ้องเขาผ่านม่านน้ำตา พอเห็นร่างสูงเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต ดวงตากลมโตเบิกกว้างถามเสียงหลงด้วยความตกใจทันที

        “คะ... คุณจะทำอะไร... อย่าทำบ้าๆ นะแฮร์ริส”

        “จะให้ดูความจริงยังไงล่ะ ช่วงเวลาที่จดหมายกับแหวนส่งถึงคุณ ผมนอนอยู่ในไอซียู!”

        สิ้นคำพูดของแฮร์ริส นรียาก็ต้องยกมือปิดปากตัวเองเมื่อเห็นร่องรอยของบาดแผลบนตัวสามี เธอจดจำได้ว่านอกจากรอยสักตรงหน้าอกข้างซ้าย เขาไม่เคยมีรอยอื่นอีกแต่ตอนนี้ไม่ว่าจะหน้าท้องหรืออกข้างขวา แม้กระทั่งแผ่นหลังที่เขาหันให้ดูมันเต็มไปด้วยรอยบาดแผลที่เห็นได้อย่างชัดเจน

        “ลองจับดูสิ คุณจะได้รู้ว่ามันคือแผลจริง ไม่ใช่แผลปลอมเพื่อมาหลอกเพราะไม่อยากหย่า”

        พอได้ยินคำประชด หญิงสาวมองค้อน แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเป็นห่วงเหลือเกิน อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มือบางยกขึ้นสัมผัสบาดแผลแผ่วเบากลัวว่าหากลงน้ำหนักมากไปเขาจะเจ็บ เธอจับตรงหน้าอกขวาไล้ลงมายังหน้าท้องแกร่งที่เป็นลอนคลื่นเรียงตัวกันสวย เขายังคงมีกล้ามท้องแสนเซ็กซี่เหมือนเดิม

        สัมผัสบางเบาจากฝ่ามือเนียนนุ่ม ปลุกความกระหายในตัวของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี จำต้องจับมือบางเอาไว้แล้วกลืนน้ำลาย สบตาเธออย่างร้อนแรง กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

        “ว้าว... มือของคุณยังให้ความรู้สึกดีชะมัด... ปลุกลูกชายผมได้เสมอเลยที่รัก” เขาขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์

        นรียาหน้าแดงรีบดึงมือกลับ “น่าเกลียด เวลาแบบนี้คุณยังเกิดอารมณ์อีกหรือไง”

        “ผมไม่ได้นอนกับเมียมาสี่ปี คุณคิดว่าไงล่ะ” เขาถามกลับแล้วหยิบเสื้อมาสวม

        “อย่าโกหกหน่อยเลย ผู้ชายหื่นอย่างคุณ ทนได้ด้วยเหรอที่จะไม่นอนกับผู้หญิงคนอื่น” หญิงสาวได้ทีแขวะ ด้วยรู้ว่าเรื่องบนเตียงของสามีหนุ่มนอกจากจะเชี่ยวชาญแล้วความต้องการยังสูงอีก

        “อาศัยเจ้านี่ไงกับการออกกำลังกาย” แฮร์ริสว่าแล้วยกมือของตัวเองขึ้นมา

        นรียาหน้าแดงอีกหน “โกหก คุณไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนเลยเหรอ”

        “แน่นอน ผมไม่ลืมว่ามีเมียแล้ว และผมก็ไม่ได้ต้องการผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณ” ร่างสูงยิ้มกริ่ม เป็นความจริงว่าเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสี่ปี ใช้วิธีออกกำลังกาย ทำงานหนักและช่วยตัวเอง

        “ถ้าไม่เชื่อจะพิสูจน์ก็ได้นะ ตอนนี้ผมก็พร้อมอยู่แล้ว มันคิดถึงคุณมาก” เขากระซิบเสียงแหบพร่าทำท่าจะถอดเสื้อเชิ้ตอีกครั้ง

        นรียาทั้งโกรธและเขินอาย “เลิกพูดบ้าๆ ได้แล้วแฮร์ริส สวมเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนที่ฉันจะไล่คุณออกจากบ้าน”

        “ทำไมล่ะ... เห็นหุ่นผม คุณก็อดใจไม่ไหวเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” เขาขยิบตาเจ้าเล่ห์

        “ฉันชักจะหมดความอดทนแล้วนะ จะกลับเข้าเรื่องได้หรือยัง”

        พอเห็นภรรยาสาวไม่เล่นด้วยหรือมีท่าทีคล้อยตามก็ผิดหวังเล็กน้อย เขาอดทนมาร่วมสี่ปี เมียยืนอยู่ตรงหน้าก็ยากจะควบคุม แต่รู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดรอยร้าว สะสางให้เรียบร้อย ค่อยเอาคืนทบต้นทบดอกก็ไม่สาย ดีไม่ดีอาจจะมีแฝดอีกคู่มาเป็นเพื่อนเล่นลูกก็ได้

        “ก็ได้... จากบาดแผลที่คุณเห็นและสัมผัสคงรู้แล้วว่ามันเป็นของจริง แต่ถ้าอยากได้คำยืนยันมากกว่านี้ ผมสามารถขอประวัติการรักษามาให้คุณได้ จะรู้ว่าช่วงเวลาที่คุณได้รับแหวนกับจดหมายผมบาดเจ็บสาหัส”

        น้ำเสียงจริงจังกับแววตาหนักแน่นทำให้นรียารู้ว่าเขาไม่ได้โกหก “เกิดอะไรขึ้น”

        “เรื่องมันค่อนข้างยาว ผมอยากจะ...”

        “ยาวแน่เพราะคุณโกหกฉันไว้เยอะเหลือเกิน คุณไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีธุรกิจเล็กๆ อย่างที่เคยพูดไว้แฮร์ริส คุณปกปิดฉันได้ยังไง” หญิงสาวถามด้วยความกรุ่นโกรธ

        “ผมไม่ได้อยากปิดบังคุณนะนัท แต่เรื่องนี้เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ สิ่งที่ผมอยากรู้คือใครเล่นตลก อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดกันแน่” ชายหนุ่มเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญกว่า

        “แต่คุณยอมรับเองนี่ว่าจดหมายเป็นลายมือของคุณ... ลายมือคุณปลอมได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”

        “ลายมือผมมีคนเดียวที่ปลอมได้... แต่... มันเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ตามผมจะต้องสืบเรื่องนี้อย่างแน่นอน โดยเร็วที่สุด” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม รู้ดีว่ามีเพียง “คนเดียว” เท่านั้นที่ทำได้ คนที่อยู่เบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา ต้องเป็นคนใกล้ชิด และต้องทำได้ทุกอย่าง บางทีอาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาก็ได้

        “ถ้าไม่ใช่คุณ... ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมา” นรียายังถามต่ออย่างสงสัย

        “หลังจากได้สติ พักฟื้น ผมให้ลูกน้องโทร. หาคุณแล้ว แต่พวกนั้นบอกว่าติดต่อไม่ได้ เมื่อผมลองโทร. เองก็ยังติดต่อไม่ได้เช่นกัน ผมโทร. หาชัยวัฒน์บอกว่าคุณลาออกแล้ว ผมพยายามตามหาคุณ... แต่ผมไม่ได้เบาะแสอะไรเลย”

แฮร์ริสเล่าเสียงเศร้า จำได้ว่าช่วงเวลานั้นมันโหดร้ายเหลือเกิน เขารู้ว่าเธอต้องเป็นห่วง อาจจะพยายามติดต่อแต่เพราะระเบิดทำให้โทรศัพท์มือถือและซิมเดิมนั้นพังเสียหายไปด้วย พอมีสติจึงรีบติดต่อไปแต่พบว่าติดต่อไม่ได้

        “ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ผมให้ลูกน้องตามหาคุณ แทบจะพลิกประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ไม่มีข่าวคราวของคุณแม้แต่นิดเดียว เมื่อมีโอกาสได้กลับประเทศไทย ผมจะตามหาคุณด้วยตัวเอง แต่เพราะงาน ผมมีเวลาไม่มากพอ แต่ก็ใช้ทุกวินาทีให้มีค่าเพียงเพราะอยากเจอคุณอีกสักครั้ง แต่สุดท้ายคว้ำน้ำเหลว ผมไม่เคยได้ข่าวคราวจากคุณเลย แม้แต่เพื่อนร่วมงานก็ไม่มีใครรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน” ร่างสูงพูดเสียงเศร้า บอกอย่างรู้สึกผิดเหลือเกิน

        “ฉันพยายามติดต่อคุณแล้วแฮร์ริส... แต่ก็ติดต่อไม่ได้ หลังจากได้รับจดหมายและแหวน ฉันตัดสินใจเดินทางกลับเชียงใหม่ ขายสวนและซื้อบ้านอยู่ย่านชานเมืองโดยไม่ได้บอกใคร ไม่ได้ติดต่อกับใครอีก แต่ถ้าคุณตามหาฉันขนาดนั้น คุณก็ต้องเจอสิ ฉันไม่ได้ซ่อนตัวในถ้ำสักหน่อย” เธอประชดถามอย่างสงสัย

        “ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว พอจะเดาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้เช่นกัน” ชายหนุ่มขบกรามแน่นเมื่อนึกถึงคนที่จัดการเรื่องทั้งหมด

        “คนพวกนั้นจะทำไปเพื่ออะไร” หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจ

        “ผมยังไม่แน่ใจ แต่ผมให้สัญญาว่าหาตัวมันเจอเมื่อไร เราจะได้รู้พร้อมกันแน่นอน แต่เรื่องระหว่างเรา เรื่องลูก ไม่ว่ายังไงก็ตามลูกต้องการผม ต้องการแด็ดดี้และ...”

        “ลูกมีแค่ฉันก็พอ” นรียาพูดตัดบททันที

        ชายหนุ่มมองด้วยความเสียใจ “ผมยืนยันขนาดนี้ คุณยังไม่เชื่ออีกเหรอ ว่าผมไม่ได้ทำ ไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้”

        “สิ่งที่คุณพูดกับสิ่งที่ฉันต้องเผชิญ... มันทำให้ฉันสับสน จนกว่าคุณจะหาคนทำและยืนยันได้ว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง ถึงเวลานั้นเราค่อยพูดกัน” นรียารู้สึกเหนื่อยล้า นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด เธอทนกับความเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดสี่ปี เพียงแค่เขาพูด... อันที่จริงใจเธอเชื่อไปกว่าครึ่งแต่เพราะมีบทเรียนแล้ว จนกว่าจะเห็นหลักฐานหรือยืนยันอะไรได้ นรียาอยากจะรอ ไม่อยากเจ็บอีก

        แฮร์ริสแม้จะเสียใจแต่ก็เข้าใจ เธอเป็นผู้ถูกกระทำ แววตาที่เปี่ยมด้วยรักจึงกลายเป็นเกลียดชัง เขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทำเรื่องนี้ต้องลอยนวล ทำให้เขาต้องพลัดพรากกับภรรยาอันเป็นที่รักรวมถึงลูกชายและลูกสาว

        “ลูกของเรา... เป็นฝาแฝดใช่ไหม” แฮร์ริสเปลี่ยนเรื่อง

        ร่างบางช้อนสายตามองเมื่อถูกถามถึงลูก รู้ดีว่าไม่มีทางโกหกผู้ชายตรงหน้าได้ แต่ยังไม่ทันตอบคำถามดูเหมือนเขาจะระแวงเกินไปรีบพูดต่อ

        “นัท เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คุณจะไม่บอกเรื่องลูก หรือ...”

        “ลูกเป็นฝาแฝด ชื่อนทีกับนารา นทีเกิดก่อนเป็นพี่ นาราเป็นน้อง” หญิงสาวพูดแทรกเสียงเรียบ ทั้งคู่เกิดจากไข่คนละใบจึงมีใบหน้าที่คล้ายกันแต่ก็ยังมองออกว่าเป็นฝาแฝด อีกอย่างลูกเรียกเขาว่า “แด็ดดี้” ไปแล้ว เด็กย่อมไม่โกหก ปฏิเสธไปชายหนุ่มย่อมไม่เชื่อ

        ทันทีที่ได้ยินคำยืนยันจากปากของภรรยา ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มเดินตรงเข้าไปหา คว้ามือบางมากุมเอาไว้แม้เธอพยายามจะดึงออกแต่เขาไม่ยอมปล่อย

        “สี่ปีที่ผ่านมา คุณคงลำบากและเหนื่อยกับการเลี้ยงดูลูกของเราตามลำพัง ผมขอโทษนะนัท ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลคุณ ผมมันโง่จริงๆ ถ้าผม... ถ้าผมไม่ไว้ใจคนอื่นมากเกินไป คงเป็นผมที่ไปตามหาคุณด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอให้คุณมาหา” ชายหนุ่มบอกเสียงสั่นด้วยความรู้สึกผิด ทำไมผู้หญิงที่รักต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง เขาเป็นสามีที่แย่เหลือเกิน

        คำปลอบโยนมีผลต่อหัวใจของนรียา มันสั่นสะท้าน อ่อนไหว ท้ายที่สุดก็ปล่อยให้น้ำตาจำนวนมากไหลลงมาราวกับทำนบแตก เธอกัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้น การเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนไม่ใช่เรื่องง่าย เหนื่อยกายเธอทนได้ ทว่าเหนื่อยใจกับความหวาดกลัวนั้นเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ ตั้งแต่คลอด เธอต้องขับรถไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง หลังจากนั้นก็กลัวว่าลูกจะป่วยไข้ยามค่ำคืนหรือไม่ บางทีลูกทั้งสองร้องไห้ไม่หยุดทั้งคืน เธอต้องอุ้มจนเหนื่อยล้า กังวลสารพัดว่าจะสามารถเลี้ยงดูลูกได้ดีหรือเปล่า บางครั้งอยากจะมีช่วงเวลาได้แบ่งปันกับใครสักคนโดยเฉพาะสามี ทว่า... เขาไม่เคยอยู่ตรงนั้น

        แฮร์ริสดึงนรียามากอด สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันแสนอ่อนไหวที่เธอต้องเผชิญ เขาผิดเอง หากเธอไม่มาหาถึงที่นี่ ไม่ได้บังเอิญเห็นในโทรทัศน์ ชายหนุ่มคงไม่ได้มีโอกาสได้รู้

        “ผมจะไม่ยอมให้เราแยกจากกันอีก ต่อไปนี้คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพังกับลูกอีกแล้วทูนหัว... คุณจะมีผม... ผมจะอยู่ข้างคุณ จะไม่ไปไหนอีก” แฮร์ริสกอดนรียาแนบแน่น

        แม้จะพยายามทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่พอได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา นรียาก็กลายเป็นคนอ่อนแอทันที ยอมปล่อยให้แฮร์ริสปลอบเหมือนดั่งวันวาน ร้องไห้ระบายความเจ็บปวดและสิ่งที่ต้องเผชิญตลอดระยะเวลาสี่ปี เวลานี้กำลังถูกเยียวยาด้วยอ้อมกอด จากผู้ชายที่เธอรัก

        คุณแม่ลูกสองร้องไห้อยู่พักใหญ่ พอเริ่มสงบ สติมา รู้ว่ากำลังถูกเขากอดอยู่ จึงผลักออกเบาๆ เงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาที่ทอประกายอ่อนโยน มือหนาไล้น้ำตาให้แผ่วเบา เธอปัดมันทิ้ง ลืมไปเลยว่ายังโกรธผู้ชายคนนี้อยู่

        “ดึกแล้ว คุณควรจะกลับไปซะ” หญิงสาวว่าพร้อมกับถอยห่างยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

        “ผมยังไม่อยากกลับ ผมเฝ้ารอวันนี้มาสี่ปี และผม...”

        “แต่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน คุณกำลังบุกรุกบ้านคนอื่น” หญิงสาวอธิบายกลัวว่าถ้าเพื่อนรักกลับมาจะไม่ชอบใจ

        “งั้นย้ายไปบ้านผม คืนนี้เลย คุณสามารถอยู่ที่นั่นได้ หรือถ้าคุณยังโกรธ จะไปพักที่โรงแรมก็ได้” แฮร์ริสเสนอ

        “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะอยู่ที่นี่”

        “ทำไมต้องเป็นที่นี่ หรือว่า... คุณมีคนอื่นจริงๆ เขาถามเสียงเข้มจ้องมองด้วยสายตาตัดพ้อ

        “ฉัน...”

        เวลานั้นเสียงรถดังขึ้นหน้าบ้านทำให้ร่างสูงหันไปมองผ่านทางหน้าต่าง เขาเห็นรถคันหนึ่งแต่ไม่เห็นเจ้าของรถก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวแล้วขบกรามแน่น

        “คงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอกใช่ไหม ที่คุณอยากหย่าเพราะเรื่องสี่ปีก่อน หรือคุณมีคนอื่นกันแน่”

        “แฮร์ริส มันจะ...”

        ชายหนุ่มไม่ยอมฟังที่หญิงสาวอธิบาย เดินไปที่หน้าประตูทันทีแต่ยังไม่ทันเปิดออกก็พบว่าประตูเปิดเข้ามาก่อน เขาเตรียมพร้อมจะกระโจนใส่ผู้มาใหม่ แต่พอเห็นเป็นผู้หญิง ปลายเท้าชะงักทันที

        มินตราค่อนข้างตกใจเมื่อพบว่ามีผู้ชายอยู่ในบ้านแต่พอมองดีๆ ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไม่แปลกใจเหตุใดถึงมีชายชุดดำพร้อมกับรถคันหรูสามคันจอดไม่ห่างจากบ้านของตัวเอง มาคุ้มกันนักธุรกิจคนนี้นี่เอง

        “แฮร์ริส แบล็กฟอร์ด” มินตราเรียกชื่อชายตรงหน้าอย่างถูกต้อง เพราะเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ อีกทั้งสามีของเธอยังเคยขับเครื่องบินส่วนตัวให้เขามาก่อน

        เจ้าของชื่อนิ่งเล็กน้อยจากใบหน้าถมึงทึงเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย “สวัสดีครับ คุณคงเป็นเจ้าของบ้านสินะ”

        “เอ่อ... ใช่ค่ะ... คุณมาทำอะไรที่นี่” มินตราถามแต่เหลือบมองเพื่อนรักที่ยืนอยู่เยื้องจากชายหนุ่ม

        “เขามาผิดบ้าน กำลังจะกลับ” นรียาแทรกขึ้นมาเสียก่อน

        ชายหนุ่มไม่สนใจจึงแนะนำตัว “ผมเป็นสามีของนัท ผมรู้ว่าเธอมาที่นี่พร้อมลูกก็เลยมาหา คุณอยู่กับใครครับ”

        มินตราเบิกตากว้างไม่คาดคิดว่าเพื่อนรักจะเป็นภรรยาของนักธุรกิจหนุ่มมากอิทธิพล “เอ่อ... สามีค่ะ”

        “นอกจากนัทและลูก เธอมากับคนอื่นอีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามต่อ

        “แฮร์ริส จะมากไปแล้วนะ” นรียาแหวเข้าให้

        เจ้าของบ้านเห็นสายตาของแขกที่จ้องมองเขม็งก็ลอบกลืนน้ำลาย เขาเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขาม มีบางอย่างบอกว่า ห้ามขัดใจเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เธอเข้าใจความหมายที่เขาต้องการ จึงตอบกลับอย่างละเอียด

        “เปล่าค่ะ เธอมาพร้อมกับลูกแค่สามคน ฉันเป็นคนไปรับที่สนามบินเอง”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ หันไปหานรียาที่มองค้อนอยู่ก็ยิ่งมีความสุข อย่างน้อยหญิงสาวก็ไม่ได้พาผู้ชายอื่นมาด้วย เขาก็ขอเข้าข้างตัวเองล่ะนะ แม้ในใจลึกๆ จะมีความเชื่อใจภรรยาเสมอ แต่บางทีแฮร์ริสก็แค่ “กลัว” เท่านั้นเอง เขาจึงหันกลับไปหาพร้อมกับกระซิบให้ได้ยินกันสองคน

        “วันนี้ผมจะกลับก่อน แต่ทูนหัว... คุณรู้ดีว่าจะต้องไม่ทำอะไรโง่ๆ ด้วยการพาลูกหนี ผมให้คนเฝ้าไว้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ส่วนเรื่องใบหย่า ลืมไปได้เลย คุณจะเป็นอิสระต่อเมื่อผมตายเท่านั้น” ท้ายประโยคเขาบอกเสียงเข้ม

        นรียาถลึงตาใส่ซึ่งชายหนุ่มถือโอกาสนั้นจูบริมฝีปากอวบอิ่มหนักๆ หนึ่งครั้งด้วยความรัก โหยหา เพียงแค่แตะก็อยากจะทำมากกว่านี้ ได้แต่อดใจ อดทนเอาไว้ ในเวลานั้นเองมินตราไม่อยากขัดจังหวะของคนทั้งคู่จึงเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว ตอนนี้ห้องรับแขกจึงเหลือเพียงนรียากับแฮร์ริสอีกครั้ง

        “คุณทำอะไรของคุณ” หญิงสาวถามเสียงเข้มมองอย่างไม่ชอบใจ

        “จูบเมียไง” เขายิ้มหน้าระรื่น

        “ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

        “ก็ได้ครับมาดามแบล็กฟอร์ด... แต่คุณต้องคืนแหวนให้ผมก่อน มันสำคัญกับผมมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเป็นเหมือนตัวแทนของคุณ” ชายหนุ่มขยิบตาให้

        นรียามองแหวนที่อยู่ในมือก่อนจะยื่นไปตรงหน้า แฮร์ริสหยิบแหวนของตัวเองมาสวม ก่อนจะหยิบอีกสองวงไป

        “วงปลอมผมจะเอาไปตรวจสอบ คุณจะได้รู้ว่าผมพูดเรื่องจริง ส่วนวงนี้ของคุณ ผมสวมให้นะ”

        ร่างสูงถือวิสาสะจับมือของหญิงสาวเพื่อจะสวมแหวน ทว่าเธอดึงกลับ แฮร์ริสสบกับนัยน์ตาสีดำขลับแต่เธอหลบแล้วขยับถอยหลัง ท่าทีที่แสดงออกมาก็ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจได้เป็นอย่างดี

        “คุณยังไม่อยากสวมตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ครั้งหนึ่งผมเคยสวมให้คุณแล้ว ทำไมผมจะทำให้คุณสวมมันอีกครั้งไม่ได้ ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะที่รัก” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ

        หญิงสาวมองด้วยความหมั่นไส้ จวบจนกระทั่งเห็นเขาเดินออกไปจากบ้าน เธอถึงถอนหายใจพรูรีบเดินไปปิดประตูแล้วล็อกให้เรียบร้อย เวลานั้นมินตรารีบเดินออกมาจากครัวพอดี

        “เขาเป็นสามีของเธอจริงๆ เหรอ พระเจ้า... เขารวยและมีอิทธิพลมากในอเมริกา ในวงการธุรกิจ ทหาร การเมือง ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลแบล็กฟอร์ด อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ทำไมฉันไม่เคยรู้เลย” มินตราถามอย่างสนใจ

        นรียาสบตาเพื่อนสาว “ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

        “หมายความว่ายังไง”

เธอเล่าเรื่องราวตอนแต่งงานให้ฟังแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องจดหมายกับแหวนเพียงแค่บอกว่าเกิดปัญหาจึงทำให้ขาดการติดต่อไปสี่ปี และตอนนี้ก็เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นใคร หลังจากเล่าเสร็จก็ได้ยินมินตราชื่นชมชายหนุ่มพร้อมกับเล่าประวัติที่เธอรู้ ซึ่งหญิงสาวเพียงรับฟัง ก่อนจะขอตัวกลับขึ้นไปด้านบน เมื่อเข้ามาในห้องนอน เธอมองใบหน้าของลูกแฝดทั้งสองแล้วถอนหายใจ นึกถึงสิ่งที่ชายหนุ่มพูดกับบาดแผลบนตัวก็เกิดความสับสน

        “หม่ามี้ควรจะเชื่อแด็ดดี้ของลูกหรือเปล่า... แล้วคนที่ทำเรื่องทั้งหมดต้องการอะไรกันแน่”

        หญิงสาวไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นัก ไม่รู้ว่าควรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่ท้ายที่สุดก็ยังยืนยันเหมือนที่ได้บอกแฮร์ริสไป จนกว่าความจริงทั้งหมดจะเปิดเผย นรียาจะยังไม่กลับไปอยู่ในสถานะเดิมกับเขา

       

ทางด้านเอเลียส มองผู้เป็นนายที่มีท่าทีครุ่นคิดผ่านทางกระจกมองหลัง ก่อนจะเดินทางกลับ ชายหนุ่มได้สั่งให้ลูกน้องเฝ้าหน้าบ้านเอาไว้พร้อมกำชับว่าห้ามฟังคำสั่งใครนอกจากแฮร์ริสเพียงคนเดียวเท่านั้น และหากใครมาขอพบนรียา ให้รีบรายงานทันที ซึ่งคำสั่งนั้นทำให้เขาเกิดความสงสัยไม่น้อย ท้ายที่สุดก็ถามขึ้นอย่างอยากรู้

        “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”

        แฮร์ริสมองคนสนิทก่อนจะถามเสียงเรียบ “นายคิดว่า... ฉันสามารถไว้ใจนายได้หรือเปล่า”

        “เจ้านายไว้ใจผมได้เสมอ ผมทำตามทุกอย่างที่เจ้านายสั่งแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อเจ้านาย ผมก็ยินดี”

เอเลียสตอบรับอย่างหนักแน่นไม่มีแม้แต่ความลังเล

        “งั้นจอดรถ” คาดิลแลคคันหรูเลี้ยวจอดข้างริมแม่น้ำเงียบสงบ ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถตามด้วยบอดี้การ์ดสองคนจากรถคันหลังลงมาประจำที่เพื่อรักษาความปลอดภัย เอเลียสรีบเดินตามคนเป็นนายที่เดินไปยังริมฝั่งแม่น้ำ สายลมเย็นๆ พัดผ่านร่างกายแต่ไม่ได้ทำให้ในใจของชายหนุ่มนั้นสงบ

        “ผมว่าเรา...”

        พูดยังไม่ทันจบคอเสื้อของเอเลียสถูกกระชากอย่างแรง ทันทีที่ได้สบตากัน แม้คนที่เคยผ่านสงครามกับความตายมาแล้วบอกได้เลยว่าสายตาศัตรูยังน่ากลัวน้อยกว่าสายตาของผู้ชายตระกูลแบล็กฟอร์ด หากโกรธมากๆ คนพวกนี้จะสูญเสียตัวตน ความเป็นมนุษย์ แววตาจะไร้ชีวิตจิตใจ ไร้จิตวิญญาณ พร้อมจะฆ่าทุกคน ซึ่งเขาเคยเห็นสายตาแบบนี้จากเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ดและตอนนี้ก็กำลังได้เห็นมันจากแฮร์ริส

        “ฉันอยากรู้ว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมา แกรู้อะไรเกี่ยวกับการหายตัวไปของเมียฉันบ้าง” เขาถามเสียงเข้ม

        “ผมรู้เพียงแค่ว่าเราตามหาเธอไม่เจอครับ” เอเลียสตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา

        “แกแน่ใจนะว่าพูดความจริง” ชายหนุ่มถามย้ำ

        “ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ผมรับใช้เจ้านายด้วยความจงรักภักดี ผมรู้ว่ามาดามนรียามีความหมายต่อเจ้านายมากแค่ไหน สิ่งที่ผมรู้ คือสิ่งที่เจ้านายรู้ ทุกครั้งที่ผมได้ข้อมูลมาจากคาร์เตอร์ ผมไม่เคยปิดบัง รายงานทุกอย่างตามจริงพร้อมกับเอกสาร หากผมรู้ว่าเธออยู่ไหน ผมจะไม่ลังเลเลยที่จะบอกความจริงออกไป แต่... ผมรู้แค่ว่าเราหาเธอไม่พบครับ” เอเลียสตอบตามจริง

        แววตาของคนสนิทยืนยันได้ถึงสิ่งที่พูดว่าเป็นเรื่องจริง เขาปล่อยมือแล้วหันไปมองแม่น้ำฮัดสัน “แกรู้ไหมสี่ปีที่ผ่านมา นอกจากจะหาเมียไม่เจอแล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีลูก เธอมาหาฉันที่นี่เพราะบังเอิญเห็นฉันในทีวี เธอมาเพื่อขอหย่า มีคนเล่นตลกส่งจดหมายบอกเลิกและแหวนแต่งงานไปให้ มีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ต้องการให้ฉันกับเธอแยกจากกัน ให้เธอเข้าใจผิด นายคิดว่าเป็นฝีมือใคร”

        “ผมไม่ทราบครับ ทุกคนล้วนจงรักภักดีต่อตระกูลแบล็กฟอร์ด” บอดี้การ์ดหนุ่มกล้ายืนยันเรื่องนี้

        “ถ้าอย่างนั้นบอกฉันหน่อย ว่าทำไมสี่ปีที่ผ่านมา ด้วยอำนาจ เงินตรา อิทธิพลของเรา ถึงหาเมียฉันไม่เจอ”

        คำถามนี้ทำให้เอเลียสเงียบไป เขาเองก็สงสัยแต่หาคำตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน ทุกคนที่ทำงานนี้ล้วน “ไว้ใจได้” เป็นคนที่อดีตผู้กุมบังเหียนถึงสองรุ่นเชื่อใจ เอกสารทุกอย่างที่ถูกส่งมาไม่ได้มีพิรุธ อีกทั้งการรายงานความเคลื่อนไหวของลูกน้องที่อยู่เมืองไทยก็ปกติ นั่นทำให้เขาเองก็ไม่รู้จะตอบเรื่องนี้อย่างไร

        “เจ้านายอยากให้ผมสืบไหมครับ”

        “ไม่ต้องหรอก คนที่ทำเรื่องนี้คงจะรู้แล้วว่านัทมาที่นี่ มันจะวิ่งเข้ามาหาฉันเอง” แฮร์ริสกระตุกยิ้มร้าย เขามีคนที่สงสัยอยู่ในใจ แต่หากเดินไปถามตรงๆ บางทีคงไม่ได้คำตอบ การมาตัวของนรียาจะทำให้คนคนนั้นวิ่งเข้ามาติดกับเอง!


วันพรุ่งนี้เรื่องกำลังจะ "คลี่คลาย" ใครอยู่เบื้องหลัง ห้ามพลาดดดด ^^ ส่วนป๋าแฮร์ริส ยังไม่ทันอะไรก็ "ตามใจ" ลูกซะแล้ววววว งานนี้ป๋า "สายเปย์" มาแน่นอน ความน่ารักของเด็กๆมีตั้งแต่ต้นจนจบเลยนะจ๊ะ 



 ****************************************************************************************

ฝากนิยายเพิ่งวางแผงเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ

“สอนรักเทพบุตรเถื่อน” โดย คณิสร

ใครชอบแนวหมอ บอกเลยว่าต้องไม่พลาด สามารถคลิกอ่านตัวอย่างได้ก่อน

ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยนะคะ


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1837942

 

โปรย...

 

เพราะพานพบกับความรักที่ไม่ซื่อสัตย์ จึงไม่คิดจะดูใจกับผู้หญิงคนไหนอีก นายแพทย์ฟาเบรกัส อัลบาติโน่ จึงต้องเผชิญกับข่าวลือว่า 
ไร้เดียงสาและเวอร์จิ้น และการไม่ออกมาพูดหรือแก้ข่าวยิ่งเป็นการ ตอกย้ำ ว่ามันเป็นเรื่องจริง!



ราวกับดวงดาวแห่งความซวยย้ายเข้าเรือนชะตาของฟาเบรกัสทันที เมื่อข่าวลือเท็จสร้างความเดือดร้อนไปถึงผู้หญิงจอมเพ้อเจ้อว่าที่นักข่าวอย่าง จิรัสยา เมลสัน หล่อนอาสาออกตัวจะมาสอนทฤษฎีเรื่องบนเตียง แบบชนิดที่ว่าจะให้คุณหมอหนุ่มเชี่ยวชาญในด้านนี้จนต้องร้องขอชีวิต!

นี่หล่อนแยกไม่ออกจริงๆ หรือว่า ชายใดไร้เดียงสา หรือเป็นหมาป่าที่กำลังหลับใหล! พลาดเสียแล้วแม่สาวน้อย...ที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนยังห่างไกลภาคปฏิบัติอยู่มากโข

-------------------------

ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันจะเป็นเรื่องที่พาผมซวยอีกแน่
คุณก็คิดมาก...รับรองเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายของคุณได้
เรื่องอะไร” คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน
เรื่องบนเตียงของคุณไง
หา! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณ...
จุๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล หมายถึงเรื่องที่คุณยังเวอร์จิ้นอยู่ยังไงล่ะ คุณอาจจะยังใหม่และมีประสบการณ์ไม่ดีในครั้งแรก แต่เชื่อมือฉันเถอะ ฉันจะเป็นคนทำลายจิ้นหมอเอง
เฮ้ย คุณจะปล้ำผมเหรอ” ฟาเบรกัสถามเสียงดัง ขยับถอยหลัง
ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันจะปล้ำคุณทำไม หมายถึงว่าฉันจะเป็นโค้ชสอนเรื่องนี้ให้คุณเอง

*****************************************************************************************



ฮัลโหล... ฝากเรื่องวางแผงล่าสุดด้วยนะคะ "เล่ห์รักจ้าวหัวใจ"

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S 

ราคา 339 บาทจ้า... หรือจะสั่งกับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟก็ได้เด้ออ ^^


ลิ้งอ่านตัวอย่างค่ะ

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1756207


โปรย...

       ลลนา อัลบาติโน่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเชฟพิเศษบนเรือยอร์ตสุดหรูของมหาเศรษฐีแห่งประเทศทากาเนีย แต่จะเรียกว่าซวยก็คงไม่ผิด เมื่อต้องพบกับผู้ชายที่ถูกจัดในประเภทไม่ชอบขี้หน้าอย่าง คาร์โล มาเชสก้า หล่อ รวย เจ้าชู้ ครบสูตรอย่างนี้ หลีกหนีได้เธอขอหลีกหนี!

       ล่องเรือสำราญกับผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ได้เพียงสองวันเรือก็ระเบิด ทะเลคลั่งและติดเกาะที่โหดร้ายไปกว่านั้นคือ เธอกับเขาติดเกาะกันสองต่อสองแบบไร้วี่แววการช่วยเหลือ เมื่อความประทับใจแรกไม่มี งานนี้การอยู่ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนหนูกับแมว หนึ่งคนรุก หนึ่งคนถอย แต่เมื่อใดที่หนูอย่างเธอตั้งหลักได้แล้วละก็... จะจับแมวซ้อมให้น่วม!

 

       “คุณนี่ ในช่วงเวลาที่เราติดเกาะ จะเป็นจะตายยังไม่รู้ ยังมีอารมณ์แบบนี้อีกเหรอ” เธอแหวเข้าให้

        “อ้าว ติดเกาะกับผู้หญิงสวย ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายตายด้านนี่ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะพูดต่อ “ผมบอกคุณแล้วไง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จะมานั่งเป็นทุกข์ กังวล ก็ไม่ใช่เรื่อง ลองคิดซะว่า มาเที่ยวพักผ่อนกับคนรู้ใจ ดีไหมครับ”

        ท่าทางของเขาทำเธอหมั่นไส้  “มาเที่ยวพักผ่อนพอเข้าใจได้ แต่มากับคนรู้ใจ ไม่ใช่เลย มากับตาบ้าลามก จอมกวนประสาท น่าจะเข้าท่าสุด”

        คาร์โลมองร่างบางเดินหนีก่อนจะหัวเราะตะโกนตามหลัง “ถึงจะกวนประสาทแต่ผมก็อร่อยนะครับ”

        “แหวะ ไม่อยากกิน!

*****************************************************************************************

 

กับดักวิวาห์มาเฟีย

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1200948

 

พิณณารา กับ ลอเรนโซ... เป็นพ่อแม่ของ ลูเซียโน่ และ ลลนา

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 299 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ


โปรย...

 

การจีบผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจีบเมียตัวเองนี่สิยากยิ่งกว่า! 

ลอเรนโซ อัลบาติโน่ ตกหลุมรัก พิณณารา มาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่คนที่ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวกลับเป็นพี่ชายของเขาเอง เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวหนีการคลุมถุงชน จึงเข้าทางมาเฟียร้ายโดยไม่ต้องลงมือชิงตัวเจ้าสาว ลอเรนโซวางกลลวงเพื่อให้ได้แต่งงานกับเธอ...ทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าไม่ติดปัญหาตรงที่ภรรยาสาวสวยเกลียดขี้หน้าเขายิ่งกว่าอะไร 

เธอยิ่งเกลียดเขาก็ยิ่งรัก เธอยิ่งชังเขาก็ยิ่งชอบ หากเธอผลักไส เขาก็มีไม้ตายไว้พิฆาตหัวใจของ พิณณารา!

โอ๊ย เจ็บนะพิณ” ลอเรนโซร้องเสียงดัง ผละออกทันทีและจ้องมองหน้าภรรยาสาวที่ดูสะใจ
สมน้ำหน้า ลุกออกไปนะลอเรนโซ” เธอสั่งเสียงเข้ม
ไม่” เขาดึงดัน
เมื่อเห็นเขาไม่ยอมเธอก็ออกแรงดึงผมเขาอีก แม้มือหนาจะจับมือเธอไว้พยายามดึงออก แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย เอาสิ กับผู้ชายฉวยโอกาสต้องเจอแบบนี้แหละ
คุณกำลังทำร้ายสามีอยู่นะ” เขาว่าเสียงเข้ม
คุณฉวยโอกาสกับฉันก่อน จูบฉันทำไม” เธอถลึงตา
เอ้า สามีภรรยากันจูบกันผิดตรงไหน” เขาเถียง
ผิด บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่สมยอมคุณก็ห้าม” เธอทักท้วง แต่ขณะเดียวกันชายหนุ่มกลับกลอกตาไปมา
ผมไม่เห็นคุณจะขัดขืนอะไรเลย แถมยังคล้อยตามผมอีกต่างหาก แบบนี้แหละเรียกสมยอม” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวอีกหนและดึงแรงขึ้น
ถอยออกไปเลยนะ” เธอตวาด
จะให้ผมถอยได้ยังไงเล่าในเมื่อคุณดึงผมอยู่เนี่ย

********************************************************************

ฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงล่าสุดด้วยนะค้า ใครชอบแนวมีเด็กห้ามพลาด

"พันธะลับอุบัติรัก"




วางแผงแล้วที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 369 บาท

หรือสั่งซื้อกับ สนพ.โรแมนติค ได้ลด 20% จากหน้าปกจ้า



โปรยของเรื่อง...

เพราะความจำเป็นที่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของน้องสาว มีนา จึงไม่มีทางอื่นนอกจาก ยั่ว และ อ่อย เขาอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะ เผด็จศึก ผู้ชายคนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดแผน เมื่อคนอย่าง มิคาเอล เพลทเชอร์’ ไม่หวานหมู แทนที่เขาจะเสร็จเธอ กลายเป็นเธอที่เสียท่า จนได้ของแถมติดท้องมาด้วย ครั้นจะเอาไป รีฟันด์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็กลายเป็นคุณแม่ยังสาวโดยไม่ทันตั้งตัว สำหรับมิคาเอลแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจเขาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ก็คือการมองหาวิธีที่จะแก้เผ็ดแม่ตัวแสบให้สาสมที่สุด แน่นอนว่าการลงโทษผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกอย่างมีนา จะมีวิธีไหนที่เด็ดไปกว่าการทำให้เธอสำลักความสุขจนตาย เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้ชายหนุ่มกลับมามีสิทธิ์อย่างถาวรในตัวเด็กน้อย เจ้าของดวงตาและรอยยิ้มที่ละลายหัวใจของเขาได้ทุกครั้ง

 

เลิกแต่งเรื่องสักทีเถอะน่า คุณน่าจะเป็นนักเขียนมากกว่าแม่ครัวนะ!

ฉันไม่... 

ขนนกที่ใช้อาจจะไม่เร้าใจ ทรมานคุณไม่มากพอ คุณเลยไม่ปริปากสักที ตอนนี้ผมมีแผนดีๆ บางทีร่างกายของผมอาจจะกระตุ้นความทรงจำและทำให้คุณทรมานจนยอมพูด ให้ร่างกายเราได้สัมผัสกันเหมือนคืนนั้น มันน่าจะดีกว่า คุณคิดว่างั้นไหม?” มิคาเอลยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับขึ้นทาบทับร่างบางเอาไว้ สบกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง

************************************************************************

เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ

ใครชอบแนวท้องแล้วหนี... แนะนำเรื่องนี้เลยเด้อจ้า พระเอกเป็นหมอ นางเอกเป็นพยาบาล


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1621916

 

เฟเดรีโก แพรวา พ่อแม่ของ ไพลิน ฟาเบรกัส

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 329 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ

 

โปรย...

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดนะค้า รับรองว่าฟินทั้งสองเล่ม หรือว่าจะอ่านตัวอย่างก่อนก็ได้ ตามลิ้งด้านบนเลย ลงไว้เยอะพอสมควรค่ะ ยังไงก็ฝากหนูเฟย์กับป๋าเบนกันด้วย... ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน แต่ไม่มีดราม่านะค้า ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอ่านง่ายๆสบายๆอยู่จ้า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันเอาไว้ด้วยหากไม่อยากพลาดความสนุกนะค้า

 

ปล.ใครซื้อหนังสือมาแล้วถ่ายภาพมาอวดกันได้เด้อ ฮี่ฮี่


       ************************************************************************





"แผนร้ายเทพบุตรเถื่อน" พร้อมแล้ว! ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของวันนี้ 

อย่าพลาดความสนุกและความฟิน... หรือใครไม่สะดวกไป สามารถสั่งกับสนพ.โรแมนติค ได้ที่ลิ้งด้านล่างเลยนะคะ สนพ.พร้อมจัดส่งแล้ววันนี้ทั่วประเทศค่ะ



หรือถ้าใครต้องการซื้อตามร้านหนังสือ มีขายทั้ง นายอินทร์ se-ed และ B2S  ราคา 359 บาท ฝากป๋าเบลซและหนูเดียร์ด้วยนะคะ 

ความน่ารัก ละมุน ชวนฟิน ยังมีอีกเพียบค่า และมาร่วมหาคำตอบกันว่า เบลลา คือใคร เกิดอะไรขึ้นกับตัวแปรสำคัญ

ความหวานของพระนางจะขนาดไหน แต่ความหื่น... จัดเต็มจ้า 555555+

**************************************************************************************

โปรย

เมื่อ ดมิสา’ ลืมตาขึ้นมา และพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายกลับไม่ใช่ชายคนรัก... ค่ำคืนแสนหวาน ภายใต้แสงจันทร์ บนเรือสำราญระดับโลกกับความสาวที่เธอตั้งใจจะมอบให้แก่คู่หมั้น เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด และพรีฮันนีมูนไนต์ไปในตัว จากผู้หญิงที่กำลังจะมีความสุขในฐานะเจ้าสาว ชะตาจึงถึงคราวอับปาง ถูกถอนหมั้นเสียกลางทะเล และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เธอก็จะตามราวี จนกว่าผู้ชายคนนั้นจะแก้ไขชีวิตของเธอให้กลับเป็นเหมือนเดิม 

สำหรับนักธุรกิจมหาเศรษฐีอย่าง เบลซ มาคเกอร์’ แล้วทุกอย่างที่เขาทำ ย่อมไม่มีคำว่าบังเอิญ... เพราะทุกอย่างล้วนถูกคิดอ่านและคำนวณเอาไว้ล่วงหน้า และหากดมิสาคิดจะค้นหา ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาในคืนนั้น หญิงสาวก็จำเป็นต้องแลกด้วยร่างกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ เบลซสัญญาว่า เขาจะทำให้เธอจดจำความซาบซ่านได้ทุกจังหวะลมหายใจ และชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่ต้องการมีคืนฮันนีมูนกับใครอื่นอีกเลย 

เขามองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตกอยู่ตรงพื้นเรือ จากนั้นก็หยิบมันขึ้นมาแล้วเงื้อมือขึ้นขว้างมันลงจากเรือไปสุดแรงเกิด 
คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” หญิงสาวตวาดถามเสียงดัง 
ทำไม คุณไม่เอามันแล้วนี่ ผมก็ช่วยโยนมันไปให้พ้นหูพ้นตาไง” เขาว่าแล้วกระตุกยิ้ม 
ไอ้... ไอ้...” 
ถ้าด่าผมอีก ผมจะโยนรองเท้าอีกข้างของคุณลงทะเล แต่ถ้าตบ ผมจะโยนคุณลงบนเตียง ลองดู!

------------------------------
.
รูปเล่มวางจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นร้านนายอินทร์, ร้านซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ร้านบีทูเอส และเว็บไซต์บุ๊คสไมล์

รูปแบบอีบุ๊กสามารถดาวน์โหลดได้หลังจากนวนิยายวางแผงแล้ว 45 วัน ที่เว็บไซต์ Meb, นายอินทร์อีบุ๊ก, HytextและBatorastore

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 850 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #305 somprartna (@somprartna) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 23:13
    นางเอกงี่เง่าไม่น่ารัก
    #305
    0
  2. #262 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 15:39
    เรื่องราวกำลังมาแว้วววว
    #262
    0
  3. #254 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 23:56
    อยากอ่านต่อแล้วววว ใครเป็นคนทำกันเเน่หว่า พ่อบ้านเหรอ!!!!
    #254
    0
  4. #253 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 23:01
    ชอบนิยายของไรท์ กระชับไม่ยืดเยื้อดี แต่ขนาดดราม่านิดเดียวเรายังน้ำตาจะร่วงเลย
    #253
    0
  5. #252 วันวรา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:13

    ฝีมือพ่อบ้าน รึเปล่าน้อ แฮร์รีส อยากอ่านต้อแล้วค่ะ รอรอรอ

    #252
    0
  6. #251 หมูอ้วนป่ะ (@product12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:59
    แฝดน่ารัก
    #251
    0
  7. #250 muttanaseemawong (@muttanaseemawong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:44
    น่ารักมาก จอมป่วนทั้ง2
    #250
    0
  8. #249 4367443674 (@4367443674) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:31

    รอค่ะ ต้องรอต่อไป
    #249
    0
  9. #248 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:48
    อยากรู้เหมือนกันว่าใครทำ
    #248
    0
  10. #247 Cheeryblue (@Cheeryblue) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:41
    เข้มข้นๆ
    #247
    0
  11. #246 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:17
    อยากรู้ว่าใครเป็นคนทำคะๆๆ
    #246
    0
  12. #245 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:15
    คุณป๋าหลงหนักแน่งานนี้
    #245
    0
  13. #244 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:14
    หนู​ฮันนี่กับฮิวโก้ของป้าโดนสปอยล์​จากคุณ​แดดดี้​หนักแน่นอน
    #244
    1
    • #244-1 กำไลเพชร (@tpmama) (จากตอนที่ 10)
      9 ธันวาคม 2561 / 19:27
      รอลุ้นคำพูดที่ว่าจดหมายเป็นลายมือผม แต่ผมไม่ได้เป็นคนเขียน
      #244-1
  14. #243 Kkaunh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:11

    รออ่านต่อนะคะ

    #243
    0
  15. #242 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:07

    ในที่สุดป๋าก็เจอเด็กๆแล้ว .... เรารีบอ่านหรือนิยายมันสั้นหว่า//อยากอ่านอีก
    #242
    0
  16. #241 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 14:05
    เขาเจอกัลแว้วววววว
    #241
    0
  17. #240 Moo_Siriwan (@siriwan17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:51

    รอจ๊า... #ทีมป๊าแฮร์ริส #ทีมคุณพ่อสายเปย์2018

    #240
    0
  18. #239 niphawestnisaidee (@pornnipanisaidee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 08:21

    ใจจะขาดดดดดดดดด
    #239
    0
  19. #238 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 07:47
    รอจร้า ปูเสื่อรอเลย
    #238
    0
  20. #237 noimuball (@noimuball) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 07:00
    รอๆคร้าไร์ท
    #237
    0
  21. #236 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 05:55
    หลานป้ามาแล้วน้องฮันนี่ลูก
    #236
    0
  22. #235 sukanyakaewrat (@sukanyakaewrat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:41
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png ปูเสื่อรอจ้า
    #235
    0
  23. #234 parnramita (@parnramita) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 21:32

    ปูเสื่อรออ
    #234
    0
  24. #233 AeyKS (@AeyKS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:22
    เดี๋ยวนัทเผด็จการมั่งจะรู้สึก
    #233
    0
  25. #231 กำไลเพชร (@tpmama) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:41

    รอๆๆจ้า
    #231
    0