พันธะลับอุบัติรัก [สนพ.โรแมนติค วางแผงแล้ว]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 980,397 Views

  • 1,633 Comments

  • 8,316 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,198

    Overall
    980,397

ตอนที่ 6 : บทที่1 [โลกกลม] 100% อัพแล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 463 ครั้ง
    8 ก.พ. 61




 

อ่านจบแล้วอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันด้วยนะคะ


อ้อๆ อย่าลืมให้หัวใจเค้าด้วยยย คิคิ เจอกันตอนต่อไปวันเสาร์ค่ะ ^^


            “เจอกันอีกแล้วนะมินนี่” มิคาเอลกระตุกยิ้มถามเสียงเย็น

        มีนาตกใจรีบช้อนอุ้มแมดเดลีนกอดแนบอกทันทีหมุนตัวหมายจะเดินออกไปแต่มือข้างที่ว่างนั้นกลับถูกคว้าเอาไว้ทันท่วงทีจึงไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด แรงที่มากพอทำให้เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับระยะห่างที่อยู่ใกล้กันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น

        “จะออกไปคุยกันดีๆข้างนอกหรือจะคุยกันตรงนี้ต่อหน้าเด็กดี เลือกเอา” ถึงคำพูดจะใช้น้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาหากแต่แววตาของเขาจ้องเขม็ง

        มีนากลืนน้ำลาย “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ฉันไม่รู้จักคุณ”

        “ไม่รู้จัก แน่ใจเหรอ? คุณคงไม่อยากให้ผมทบทวนตอนนี้หรอกใช่ไหม” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเข้ม

        ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจ้องมองกันอยู่นั้น เด็กน้อยในอ้อมแขนก็ถามแทรกขึ้นมาด้วยความสงสัย “คุณลุงเป็นเพื่อนของมัมเหรอคะ?

        จากสีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันทีแล้วสบตาเด็กผู้หญิงน่ารักน่าชัง เพียงแค่แรกเห็นไม่รู้ว่าเป็นลูกของเขาจริงหรือไม่แต่มิคาเอลกลับถูกชะตาและมอบความรู้สึกดีๆไปซะแล้ว “ครับ”

        “มัมขา พี่พยาบาลบอกว่า มิลินหน้าเหมือนกับคุณลุงด้วย คิดว่าเป็นแด็ดดี้ของมิลิน” แมดเดลีนได้ทีเล่าให้มารดาฟังขณะที่มีนาได้ยินอยากจะจับตัวพนักงานคนนั้นมาเขย่าๆสักหนึ่งที ถามแบบนี้เขาเลยสงสัยหนักกว่าเดิมน่ะสิ

        มีนาคิดว่าชายหนุ่มคงไม่อยากปล่อยผ่านและไม่อยากให้ลูกสาวได้รับรู้เรื่องพวกนี้จึงตัดสินใจว่าจะออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง เล่นละครให้เขาตายใจแล้วกลับไปจะดีกว่า

        “มิลินคะ หนูเล่นของเล่นรอมัมในนี้ก่อนนะ เดี๋ยวมัมจะออกไปคุยธุระกับคุณลุงครู่เดียวค่ะ”

        แมดเดลีนยอมรับคำอย่างว่าง่าย “ค่ะมัม”

        มิคาเอลมีสีหน้าพึงพอใจที่ได้ยินอย่างนั้นแล้วยอมปล่อยมือจากแขนของหญิงสาว มองดูเธอวางลูกสาวลงบนพื้น หยิบขนมปังขึ้นมาแล้วยื่นให้กับพนักงานภายในห้องสั่งกำชับให้ดูแลพร้อมกับฝากฝัง ทันทีที่เห็นเธอเป็นอิสระและเด็กน้อยหันไปสนใจของเล่นต่อ ความใจร้อนทำให้มิคาเอลคว้ามือบางแล้วลากออกจากห้องไปทันที

        “ฉันเจ็บ ปล่อยฉันก่อน” มีนาร้องบอกเมื่อเขาไม่ได้ลากอย่างเดียวหากแต่บีบมือของเธอด้วย

        “ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ตรงนี้” ร่างสูงพาหญิงสาวเดินออกจากห้องตรงไปทางขวาสุดทางเดินเป็นบันไดหนีไฟซึ่งประตูถูกเปิดเอาไว้ เมื่อมาถึงจุดหมายเขาเหวี่ยงเธอเข้าไปด้านในอย่างไม่เบามือนักแล้วรีบตรงเข้าไปหา จากตรงนี้สามารถมองเห็นห้องเด็กเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน เขาจ้องเธอเขม็งโดยมีคนสนิทยืนอยู่หน้าประตูรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างบางหลบหนีได้

        “เด็กเป็นลูกใคร!” แม้คำถามแรกที่คิดไว้คือเธอทำงานให้ใครแต่เขาคิดว่าเรื่องนี้สำคัญกว่า

        “เด็กเป็นลูกของฉัน”

        มิคาเอลกลอกตาไปมา “ผมหมายถึงว่าใครเป็นพ่อเด็ก”

        “ไม่ใช่เรื่องของคุณนี่คะ” หญิงสาวแกล้งทำหน้าตายแม้ผู้ชายตรงหน้ายังคงมีสีหน้าถมึงทึงแทบฆ่าให้ตาย

        มิคาเอลขยับเข้าประชิดตัวจนร่างบางถอยหลังชนเข้ากับผนัง “มันต้องเป็นเรื่องของผมแน่ เพราะผมเคยนอนกับคุณ และคืนนั้นครั้งหลังๆผมไม่ได้ป้องกันเลย”

        มีนาหลบสายตาทันทีพยายามคิดหาเหตุผล ตอนนี้เขาน่ากลัวนักแต่จะกลัวไม่ได้ต้องทำใจดีสู้เสือซะก่อน นาทีนั้นเธอคิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะเงยหน้าสบตาแล้วส่งยิ้มบางๆให้

        “ที่คุณพูดคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ... คุณคงเป็นแฟนของพี่สาวฉันใช่ไหมคะ?

        มิคาเอลขมวดคิ้วแทบชนกัน “คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ”

        “คืออย่างนี้ค่ะ ฉันมีพี่สาวหนึ่งคน เราเป็นฝาแฝดกัน มีหลายคนชอบทักว่าฉันกับพี่หน้าเหมือนกันมากจนแยกไม่ออก คุณคงเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นพี่ ฉันไม่เคยเจอคุณมาก่อนเลย ส่วนเด็กคนนี้เป็นลูกของฉันกับแฟนหนุ่มค่ะ ถ้าคุณอยากจะพบพี่ ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะติดต่อเธอได้ที่ไหน” หญิงสาวส่งยิ้มอีกหน แสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสาไม่รู้เรื่องอะไร

        “คุณคิดว่าผมจะเชื่อนิยายที่คุณแต่งมาหรือไง? ถ้าคุณไม่ใช่เธอ และถ้าคุณมีแฝดจริงๆ เมื่อวานทำไมคุณต้องตกใจ ทำร้ายผมแล้ววิ่งหนีไปแบบนั้น” มิคาเอลถามเสียงเข้มอีกหน

        “เมื่อวานคุณมาจับมือฉันเอาไว้ ฉันก็ตกใจสิคะ นึกว่าคุณจะเข้ามาทำร้าย ฉันแค่ป้องกันตัว” มีนายังตอบกลับอย่างปกติไม่มีท่าทีตกใจเล่นละครได้อย่างแนบเนียน

        มิคาเอลเห็นผู้หญิงตรงหน้าแสดงละครต่อไปเหมือนไม่รู้จักเขาจริงๆแต่ชายหนุ่มไม่เชื่อสักนิด เขามั่นใจว่าคือเธอ ผู้หญิงในคืนนั้นแน่นอน ไม่มีทางปิดตัว แม้จะไม่รู้เรื่องฝาแฝดจริงหรือไม่แต่ทางพิสูจน์เขาคิดว่าพอจะมี

        ร่างสูงกระตุกยิ้มขยับเข้าไปใกล้อีกนิดถามย้ำ “คุณบอกว่ามีฝาแฝดใช่ไหม?

        มีนาโล่งใจที่เห็นสีหน้าของเขาเหมือนจะเชื่อ “ใช่ค่ะ คุณสืบประวัติฉันได้ เรามีฝาแฝดจริงๆ”

        “งั้นแปลว่า ผู้หญิงที่ผมนอนด้วยคือแฝดพี่ของคุณ” เขาทวนอีกหน

        “ค่ะ ฉันไม่เคยเจอคุณมาก่อน เพราะฉะนั้นไม่ใช่ฉันแน่” มีนาส่งยิ้มอีกครั้งบอกตัวเองว่าใจเย็นๆ อีกเดี๋ยวเขาคงไปและถ้าเขาถามหาที่อยู่ เธอจะแกล้งโกหกว่าเป็นต่างประเทศ เมื่อเขาไปตามหาและรู้ว่าถูกหลอกตอนนั้นเธอก็ย้ายที่อยู่แล้ว

        มิคาเอลเห็นท่าทางของหญิงสาวจึงเล่นละครถามกลับเช่นกัน “ผมจะแยกคุณกับพี่สาวออกได้ยังไง ถ้าผมเจอผู้หญิงที่เหมือนคุณอีกคนแล้วบอกว่าไม่ใช่ ผมจะทำยังไงล่ะครับ”

        มีนานิ่งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ “ถึงเราจะสนิทกันแต่ก็พอแยกออกบ้าง ถ้าคุณสนิทกับเธอ ยังไงก็แยกออกค่ะ”

        มือหนายกขึ้นลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวเดินเข้าใกล้อีกนิดแล้วตอบกลับเธออีกครั้งหนึ่ง “ที่คุณพูดมาก็ถูกนะครับ ผมมีบางอย่างอยากจะพิสูจน์สักหน่อยว่าคุณไม่ได้เป็นผู้หญิงที่ผมตามหา เพื่อความสบายใจของผม คุณจะให้ผมทำได้หรือเปล่า?

        คำถามนั้นทำให้หญิงสาวกลืนน้ำลายหวั่นใจว่าเขาจะเอาอะไรมาพิสูจน์อย่างนั้นหรือยิ่งเขาขยับเข้ามาจนเธอไม่มีที่ให้ถอยแทบจะรวมร่างกับผนังอยู่แล้ว จะขยับหนีก็ไม่ทันเมื่อผู้ชายคนนั้นใช้มือเท้ากับกำแพงเป็นการกักตัวเธอเอาไว้

        “พะ พิสูจน์อะไร ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณเจอ ฉันเป็นน้องสาว และ...”

        “พิสูจน์สิ! ยอมให้ผมได้พิสูจน์ เดี๋ยวก็รู้ว่าเป็นอย่างที่พูดหรือเปล่า หากไม่ใช่ผมยินดีขอโทษและจากไปทันที” ชายหนุ่มพูดสวนก่อนเสียงเข้ม

        “คุณจะพิสูจน์อะไร” เธอถามอย่างสงสัย มีอะไรในตัวเธอที่ทำให้เขาแยกเธอกับน้องสาวออกอย่างนั้นหรือ

        มิคาเอลยิ้มร้าย “ผู้หญิงที่ผมนอนด้วย พี่สาวฝาแฝดของคุณ เธอมีรอยแผลเป็นตรงสะโพกข้างซ้าย ถ้าคุณไม่มีผมจะยอมกลับไป”

        มีนาเบิกตากว้างไม่คิดว่านานขนาดนี้เขายังจำได้ “นะ... นี่คุณ ฉัน... ว้าย!

        มิคาเอลไม่รอให้หญิงสาวพูดหรือตอบโต้กลับอีกต่อไป มือหนาข้างที่ว่างนั้นถือวิสาสะสอดเข้าไปในกระโปรงของหญิงสาวทันทีแล้วจับตรงตำแหน่งที่มีรอยแผลเป็นอย่างแม่นยำจากนั้นก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเมื่อมันยังมีอยู่เหมือนกับคืนนั้นไม่ผิดเพี้ยน เขาไม่เคยลืมแม้จะผ่านมานานหลายปี ผู้หญิงที่ทำเขาเจ็บแสบ เขาจดจำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งไฝฝ้าบนตัว โชคดีนักที่เธอมีตำหนิบนร่างกาย!

        มีนาเบิกตากว้างกลืนน้ำลายแล้วพยายามดึงมือเขาออกเพราะตอนนี้กระโปรงล่นขึ้นสูงกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นแม้เขาจะยืนบังจนมิดก็ตาม “เอามือออกไปนะ ไอ้ผู้ชายโรคจิต!

        เมื่อจับจนพอใจเขายอมเอามือออก เห็นแววตาไม่พอใจของหญิงสาวที่ส่งมาแต่เขาไม่สนใจ “ผมได้คำตอบแล้ว คุณมีรอยแผลเป็นเหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นมี เลิกโกหกผมเรื่องฝาแฝดสักที ตอบผมมาว่าเด็กเป็นลูกใคร!

        “คุณเข้าใจผิด เรามีแผลเป็นที่เดียวกัน” มีนาโกหกอีกครั้ง

        “อย่าให้ความอดทนของผมหมดแล้วพาตัวคุณกับลูกไปตรวจดีเอ็นเอตอนนี้เลย ถึงเวลานั้นคุณจะไม่ได้เจอหน้าเธออีก” เขาขู่เสียงเข้ม

        มีนามองด้วยความหวาดหวั่นรู้ว่าเขาทำได้ “ฉันไม่รู้คุณพูดเรื่องอะไร”

        “ผมมีวิธีจัดการกับผู้หญิงปากแข็งและล้วงความลับไม่เหมือนใคร คุณคงไม่อยากให้ผมทรมานคุณหรอกใช่ไหม” เขากระซิบเสียงเย็น การทำร้ายผู้หญิงไม่ใช่วิสัยของเขาหากแต่สำหรับเธอเขามีบทลงโทษมากมายที่เธอไม่ต้องเจ็บตัวแต่จะต้องยอมคายความลับแน่นอน

        “คิดจะฟันผมแล้วทิ้งมันไม่ง่ายหรอกนะคุณผู้หญิง” ประโยคนั้นทำให้เธอถลึงตามอง

        “พูดบ้าอะไรของคุณ”

        “ก็ถ้าคุณไม่มีความคิดนั้น คุณคงไม่ใช้เข็มฉีดยาแทงผมเข้าให้หรอก หรือว่าจริงๆแล้วคุณทำมันไปเพราะเหตุผลอื่น” ชายหนุ่มเข้าเรื่องถามขณะที่หญิงสาวปิดปากเงียบ

        มีนากำลังใช้ความคิดหาทางรอดให้ตัวเองแม้จะมีน้อยแต่เธอต้องยอมเสี่ยง หญิงสาวหันไปมองด้านหลัง เขามีคนสนิทมาด้วยหนึ่งคน เธอควรจัดการผู้ชายตัวโตก่อนแล้วผลักเขาออกให้พ้นทาง ไปรับลูกที่ห้อง พาขึ้นแท็กซี่แล้วจากไป คิดได้อย่างนั้น ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงที่รอคอยคำตอบ ฉับพลันเท้าสวยก็ยกขึ้นหมายจะกระแทกกล่องดวงใจของเขาเหมือนเมื่อวานแต่วันนี้ดูเหมือนมิคาเอลจะฉลาดขึ้นกว่าเดิม เขารู้ทันแล้วคว้าท่อนขาของเธอเอาไว้จนหญิงสาวต้องใช้มือบางยันผนังไม่ให้ตัวเองล้มลงทันที

        “ผมไม่ยอมโง่ซ้ำสองหรอกนะ อย่าได้คิดจะทำร้ายลูกชายผมอีก ถ้ามันใช้การไม่ได้คนที่จะต้องเสียใจเป็นคุณแน่และอีกอย่าง... ขาของคุณไม่เหมาะไว้เตะทำร้ายผมหรอก มันเหมาะไว้วางพาดบ่าต่างหาก”

        ใบหน้ารูปไข่ของมีนาทั้งร้อนผ่าวและแดงก่ำเข้าใจความหมายอย่างดี “ไอ้คนลามก!

        “ผมไม่อยากเสียเวลา เรื่องคืนนั้นเราค่อยเคลียร์กันได้แต่เรื่องเด็ก... พูดมา มิลินเป็นลูกใคร ใช่ลูกสาวผมหรือเปล่า” ชายหนุ่มกลับเข้าเรื่องแรกที่เขาเคยถาม

        มีนาลังเลใจว่าจะบอกความจริงเขาดีหรือไม่แต่อีกใจก็ยังหวาดกลัว “คือ... ฉัน...”

        “ขอโทษนะคะ”

        เสียงที่ดังแทรกจากทางด้านหลังทำให้ทั้งคู่หันไปมองเป็นพนักงานจากห้องเด็กเมื่อครู่นั่นเป็นโอกาสให้มีนาผลักเขาออกแล้วขาของตัวเองเป็นอิสระก่อนจะรีบเดินไปเผชิญหน้ากับอีกคนที่มีสีหน้าสงสัยไม่น้อย

        “ถึงเวลาน้องมิลินเข้าตรวจแล้วค่ะ” มีนาพยักหน้ารับจะเดินตามพนักงานไปแต่ข้อมือสวยถูกฉุดอีกครั้ง

        “ผมยังไม่ยอมจบแน่ คุณจะไม่มีโอกาสได้หลบหนีไปไหนอีก ผมจะตามติดคุณยิ่งกว่าเงา คอยดู!

        ร่างบางไม่ได้ตอบอะไรนอกจากดึงมือของตัวเองกลับแล้วเดินออกไปทันที เธอรับแมดเดลีนที่ห้องซึ่งลูกสาวเกาะติดแน่นเป็นหมีโคอาล่าเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกพาเข้าห้องตรวจแต่สายตามองผู้มาใหม่อย่างสนอกสนใจ หญิงสาวไม่คิดจะปิดบังเขาแต่ไม่รู้จะบอกยังไงไม่ให้เขาพรากลูกไปจากอกหรือทำไม่ดีกับลูก เธอไม่รู้จักเขามากพอเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องคิดดูให้ดี

        มิคาเอลเดินตามหลัง เด็กน้อยจ้องมองเขาตลอดเวลา ความน่ารักน่าชังกับนัยน์ตาสีเทาที่มองมาทำให้เขาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนและอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบรับกลับมาเพียงเท่านี้ก้อนเนื้อซ้ายก็เต้นระรัวแทบใจละลาย เข้าข้างและเชื่อมั่นไปแล้วว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของตัวเอง หากเป็นอย่างนั้นจริงๆเขามีแผนมากมาย ด้วยอายุที่สมควรมีลูกได้สักที เขาจึงไม่ตกใจนักกับการโผล่มาของลูกซ้ำเด็กคนนี้ยังน่ารัก ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ พร้อมที่จะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้

        เมื่อเข้ามาภายในห้องตรวจเพียงแค่เห็นหมอริมฝีปากน้อยๆก็แบะออกร้องไห้เป็นอันดับแรกทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำการฉีดยาหรือตรวจอะไรเลย แพทย์หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างเอ็นดู ทำการตรวจโดยที่แมดเดลีนนั่งตักคนเป็นแม่ปล่อยน้ำตาไหลรินไม่ขาดสายจนร่างสูงขยับมายืนข้างๆอย่างเป็นห่วง พอได้รับการตรวจก็พบว่าเด็กน้อยเป็นไข้หวัดและมีไข้ร่วมด้วยแต่ไม่เป็นอันตรายฉีดยาเพียงหนึ่งเข็มก็หายแล้วและพอได้ยินคำว่า “ฉีดยา” แมดเดลีนเปล่งเสียงร้องไห้หนักกว่าเดิม

        “ไม่เอา... มิลินไม่ฉีดยา ไม่ฉีดยา”

        “นิดเดียวนะคะคนเก่งแล้วมัมจะพากลับบ้านนะ” หญิงสาวปลอบโยนแม้จะรู้สึกสงสารแต่ใจอ่อนไม่ได้

        “ไม่เอา มิลินไม่เอา” แมดเดลียพยายามดิ้นรนจะออกจากอ้อมแขนของมารดา ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่เบาหนักเป็นเรื่องยากที่มีนาจะรับมือไหว น้อยครั้งที่ลูกสาวจะพยศ ขณะนั้นเองแขนแกร่งมาจากไหนไม่รู้ประคองด้านหลังของคนเป็นลูกแบ่งเบาน้ำหนักตัวของแมดเดลีน เธอสบตาเขาอย่างตกใจ

        “ส่งลูกมาให้ผมเถอะ ผมอุ้มแกเอง”  

        “แต่ว่า...” เธอกำลังจะแย้งแต่เด็กน้อยยังดิ้นรน จึงปล่อยให้เขาอุ้มแมดเดลีน

        เมื่อมีเด็กน้อยในอ้อมแขนหัวใจของชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เดิมทีแมดเดลีนทำท่าจะโผเข้าหาหญิงสาวแต่เขาโยกตัวไปมาแม้จะไม่ชำนาญแต่เคยเห็นอยู่บ้างพร้อมกับพูดจาหลอกล่อเพียบพริบตาเด็กน้อยนิ่งสนิทแม้จะปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเหมือนเดิมก็ตาม นิ้วมือหนาไล้ออกจากแก้มขาวอย่างเบามือและอ่อนโยน

        “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ ฉีดยานิดเดียวนะ” ชายหนุ่มปลอบเด็กในอ้อมแขน ตัวหนักไม่น้อยจนอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงบอบบางอุ้มเข้าไปได้ยังไงตั้งนานแต่กลิ่นหอมของแป้งเด็กกับความน่ารักนั้นต่อให้เขาต้องอุ้มทั้งวันก็ยอม

        “ไม่เอา มิลินไม่อยากฉีด มันเจ็บ... ฮึก... เจ็บ” แมดเดลีนร้องบอก

        “เจ็บนิดเดียวเหมือนมดกัด มิลินเด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ... ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบปลอบอีกหน เมื่อพยาบาลเตรียมการเสร็จแล้ว เขาเดินไปยังเตียงในห้องตรวจแล้วนั่งลง แพทย์วัยกลางคนเดินเข้ามา เวลานั้นเด็กน้อยกรีดร้องโผเข้าหาอ้อมกอดแกร่งทันที ฝังใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาลงบนบ่าโดยมีผู้เป็นแม่อย่างมีนาเดินไปยืนด้านข้างจับมือเล็กของลูกน้อยเอาไว้ ภาพที่ลูกสาวอยู่ในอ้อมแขนของคนเป็นพ่อทำเอาน้ำตาซึมอย่างบอกไม่ถูก

        มิคาเอลกอดเด็กน้อยแน่นขณะที่เข็มฉีดยาสัมผัสผิวเนื้อขาว แมดเดลีนร้องไห้ออกมาพร้อมกับพยายามดิ้นรน เขาไม่อยากให้เจ็บจึงต้องออกแรงยึดเล็กน้อยและเมื่อเสร็จสิ้นทั้งคนเป็นพ่อและแม่ต่างถอนหายใจโล่ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกับโยกตัวไปมาปลอบโยน

        “มัมขา ฮือ... มัม” แมดเดลีนร้องไห้เรียกคนเป็นแม่และนั่นทำให้หญิงสาวคว้าตัวรับต่อโดยที่มิคาเอลยอมปล่อย

        “โอ๋ๆ มิลินคนเก่ง ไม่ร้องนะคะ เห็นไหม ฉีดยาเจ็บนิดเดียวเอง” เธอโยกตัวลูกน้อยแล้วพูดอย่างร่าเริง

        “เจ็บตั้งเยอะ มิลินเจ็บ มัมเป่าเพี้ยงๆ”

        คนเป็นแม่หัวเราะกับประโยคนั้นตั้งใจจะเป่าให้แต่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทำหน้าที่แทนด้วยการเป่าลมตรงแขนอ้วนป้อมของเด็กตัวน้อยและนั่นเรียกความสนใจจากแมดเดลีนได้เป็นอย่างดี

        “หายแล้วนะครับ หายเจ็บแล้วเนอะ”

        “มิลินไม่เจ็บแล้ว คุณลุงเป่าเพี้ยง เก่งกว่ามัมอีกค่ะ” ประโยคนั้นทำให้ร่างสูงยิ้มแก้มแทบปริ หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้ากล่าวขอบคุณคุณหมอแล้วเดินออกไปด้านนอกเพื่อรอรับยา ระหว่างนั้นไม่มีใครพูดอะไรนอกจากชายหนุ่มหยอกล้อเล่นกับลูกสาวที่นั่งบนตักแต่เพียงไม่นาน ดวงตากลมโตก็ปรือปรอย มือน้อยๆขยี้ตาสองสามทีสุดท้ายก็หลับสนิทคาอกของเธอเป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงเดินไปรับยาและจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

        “ฉันว่า...” มีนาตั้งท่าจะพูดขณะที่มีลูกสาวในอ้อมกอด

        “อย่าได้ร้องขออะไร ผมไม่ให้” เขาพูดเสร็จรถคันหรูแล่นมาจอดพอดี เขาเปิดประตูรถแล้วดันหลังของหญิงสาวเข้าไปด้านในซึ่งมีนาไม่มีทางเลือก เขาสอดตัวตามมาและปิดประตูจากนั้นรถเคลื่อนออกไปทันที

        “ไปสนามบิน” มิคาเอลสั่งการทันที

        “ครับเจ้านาย”

        “แต่ว่า...” มีนาตกใจทำท่าจะแย้งและเขาหันกลับมา

        “เรามีเรื่องอีกมากให้พูดคุยกันคุณผู้หญิงและผมสาบานว่าจะไม่มีวันปล่อยคุณไปจนกว่าจะรู้เรื่องทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องที่คุณเป็นนางนกต่อ หรือเรื่องลูก ถ้าคุณอยากให้เรื่องจบลงเร็วๆ พูดความจริงทั้งหมดก็พอ” เขาบอกเสียงเข้ม

        “คุณจะทำอะไรตามอำเภอใจของคุณไม่ได้” เธอกระซิบเสียงเข้ม

        “ทีคุณยังทำได้ แล้วทำไมผมจะทำไม่ได้... จนกว่าผมจะได้รู้เรื่องทั้งหมด เราต้องอยู่ด้วยกันเพราะผมเสียเวลาวิ่งไล่จับคุณมาหลายปีแล้ว!” เขากระซิบตอบกลับอีกหน มองด้วยสายตากร้าว

        “ฉันบอกว่า...”

        “ผมไม่อยากฟัง!” เขาสวนก่อน

        มีนาอยากจะแย้งอีกครั้งแต่ดูเหมือนเขาคงไม่ยอมฟัง อยากจะขอเวลากลับไปเอาข้าวของที่บ้านก่อนเขาก็คงไม่ยอมไปสินะ จึงได้แต่พึมพำอย่างหงุดหงิดเพียงลำพังไม่อยากจะเชื่อว่าหนีมาได้หลายปีมาตกม้าตายเอาตอนนี้แถมยังโลกกลมบังเอิญแบบสุดๆไม่รู้จะโทษใครดีระหว่างตัวเองกับโชคชะตา ร่างบางรู้ตัวว่าไม่มีทางรอดอีกต่อไป เธอตกอยู่ในกำมือของเขาแล้ว เมื่อมาถึงสนามบิน เธอถูกจับจูงชนิดว่ามือเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเขาก็ไม่ยอมปล่อย จุดหมายปลายทางคือชิคาโก หญิงสาวพยายามมองหาทางหนีแต่เขาทำตัวติดราวกับเงาจริงๆแม้กระทั่งห้องน้ำเขายังตามไปเฝ้าด้านในโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง กระเป๋าข้าวของเครื่องใช้ที่พกติดตัวมาก็ถูกยึดเรียกว่าจะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้ อีกทั้งลูกสาวยังหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาไม่ใช่เรื่องง่ายจะพาหนี แต่จะทิ้งไว้กับเขาเธอก็กลัว จึงคิดว่าตัวเองคงต้องยอมตามเขาไปไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางเลือกอื่น

        มิคาเอลสั่งการลูกน้องของตัวเองที่มาถึงที่นี่มอบเอกสารหลักฐานทุกอย่างที่มีในกระเป๋าให้กับลูกน้องไปตรวจสอบต่อซึ่งด้านในมีเอกสารที่อยู่พร้อมกับกำชับลูกน้องให้หาข้อมูลของเธอไม่ว่าจะเป็นประวัติของมีนาและของเด็กผู้หญิงคนนี้ที่โรงพยาบาล ทุกคนรับคำสั่งก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานโดยมีเพียงดัลลัสติดตามเขากลับไป คาดว่าหากถึงชิคาโกเมื่อไหร่คงได้รายละเอียดครบถ้วนทุกอย่าง เมื่อสั่งงานเรียบร้อยหนึ่งชั่วโมงถัดมานกเหล็กทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นเครื่องบินส่วนตัว มุ่งหน้าไปยังชิคาโก โดยที่เขาขังเธอไว้ในห้องนอนแล้วออกไปทำงาน โดยมีชายชุดดำสองคนเฝ้ามองอยู่ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เธอต้องเผชิญหน้าสินะ บางทีอาจจะต้องไปชดใช้ความผิดในคุกก็ได้แต่อย่างนั้นก็ขอให้เธอได้ต่อรองบ้าง

        มิคาเอลพูดคุยอย่างเคร่งเครียดสั่งการดัลลัสเกี่ยวกับบ้านตัวเองที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมเข้ามารวมถึงความน่าจะเป็นเกี่ยวกับเหตุการณ์คืนนั้นจนกระทั่งกัปตันประกาศว่าอีกสามสิบนาทีจะถึงชิคาโก เขาจึงลุกขึ้นเดินกลับไปยังห้องนอนส่วนตัวซึ่งมีครบครันบนเครื่องบินแห่งนี้ เขาไม่กลัวว่าเธอจะหนีไปไหนนอกเสียจากว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่อยากอยู่ต่อแล้วจบชีวิตด้วยการดิ่งลงพื้นด้วยความสูงสามหมื่นห้าพันฟุต อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาคงได้รู้จักตัวตนของเธอมากกว่านี้ ลูกน้องที่เหลือกำลังจัดการงานอย่างรวดเร็วตามคำสั่ง กวาดทุกอย่างในห้องของเธอมาให้หมด ตอนนี้เขามีชื่อ นามสกุลของเธอแล้วมันมากพอจะสืบประวัติได้

        ภาพแรกที่บานประตูเปิดออก คือร่างบอบบางกำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีร่างน้อยของแมดเดลีนอิงแอบแนบชิดหลับสนิทอยู่ คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาจึงทำให้เด็กน้อยหลับได้นานขนาดนี้ ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ หากเด็กเป็นลูกสาวของเขาจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ก็คือแม่ของลูก เขาจะจัดการเธอยังไง แต่ในเมื่อมีเธออยู่ในมือ เขาก็จะสาวถึงตัวผู้บงการได้พร้อมมีพยาน แต่จากการเจอกัน จะเค้นเธอคงไม่ง่ายแต่มันไม่ยากเหนือความสามารถของมิคาเอลหรอก!


 

อื้อหืออออ วิธีพิสูจน์ของป๋าไม่ธรรมดา หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ รอยแผลเป็นมาจากไหน คือจริงๆรอยแผลเป็น จะมีอธิบาย ตอนฉาก NC ที่ตัดไปนั่นแหละค่ะ 5555+ คือเอาลงม่ายด้ายยย แต่ขออธิบายตรงนี้แทนโน๊ะ ส่วนตอนหน้า พ่อกับลูกจะมุ้งมิ้งกันแค่ไหน แล้วเมื่อไหร่ มิลินจะรู้ว่าเป็นพ่อ... ห้ามพลาดดด ต้องติดตามกันรัวๆนะคะ แล้วเจอกันค่า


************************************************************************

ขอฝากนิยายที่เพิ่งวางแผงเอาไว้ด้วยนะค้า

นามปากกา “คณิสร”

“เงื่อนรักหักเหลี่ยมหัวใจ”


ทดลองอ่านตัวอย่างลิ้งนี้เลยจ้า

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1682133

 


 

แซ่บไม่แพ้กันค่ะ วางแผงแล้ว สามารถสั่งซื้อกับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟได้ในราคาลด 15% จากราคา 349 บาท จัดส่งวันที่ 2/2 นะคะ ลิ้งด้านล่างนี้เลย

 

https://www.lightoflovebooknovel.com/

 

โปรย...

 

ไพลิน เฟลิเซียน่า อัลบาติโน่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าแฟรี่เอลพ่วงตำแหน่งแฟชั่นดีไซเนอร์ มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นระดับโลก ที่สามารถปั้นนางแบบโนเนมให้ดังได้ในพริบตาเพียงเพราะได้สวมเสื้อผ้าแบรนด์ของเธอบนแคทวอล์ก ด้วยบุคลิกอันแสนมั่นใจภายใต้ภาพลักษณ์สวยโฉบเฉี่ยว หญิงสาวจึงไม่เห็นว่าตัวเองจะมีความผิดอะไรกับการไปวิจารณ์สาวน้อยคนหนึ่งที่มีความฝันอยากเป็นนางแบบว่าหล่อนยังไม่เหมาะกับแบรนด์แฟรี่เอล
แต่มันกลับเป็นสาเหตุให้ผู้ชายสุดป่าเถื่อนอย่าง เบนจามิน ริชมอนด์ ตามมาเอาเรื่อง ใส่ร้ายว่าเธอคือสาเหตุทำให้น้องสาวเขาต้องเสียใจ เท่านั้นยังไม่พอ เขายังปากกล้า ติติงการแต่งตัวของเธอว่าประหลาด!
เธอต้องการเอาชนะผู้ชายคนนี้! 
ไพลินรู้ดีว่าจุดอ่อนของเขาคือน้องสาวที่แสนเปราะบาง จะเป็นไรไปถ้าเธอจะทำให้ความฝันของสาวน้อยคนนั้นเป็นจริง แลกกับการออกคำสั่งให้มหาเศรษฐีจอมเย่อหยิ่งมาเป็นคนขับรถ ผู้ช่วย บอดี้การ์ด แล้วก็อะไรอีกดีนะ... เอาไว้คิดออก เธอจะค่อยๆ บอกก็แล้วกัน
-------------------------------
ถ้าอย่างนั้นเป็นแฟนคุณต้องทำอะไรบ้าง
ไพลินทำหน้าคิดเล็กน้อย เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่เลือกจากประสบการณ์คู่ควงมาบอก
กินข้าว ดูหนัง ซื้อของ ออกงานกับฉัน
อย่างนั้นคู่ควงก็ทำได้ แต่แฟนต้องพิเศษกว่าสิ
หญิงสาวเลิกคิ้ว อย่างเช่นอะไร
เวลานั้นชายหนุ่มเลี้ยวรถมาจอดที่ลานจอดรถหน้าอะพาร์ตเมนต์ของหญิงสาว เมื่อจอดสนิท เขาหันไปหาผู้หญิงข้างกายแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ จ้องมองเธอไม่วางตาแล้วกระซิบบอกอย่างเจ้าเล่ห์
มากกว่าจูบ
แก้มขาวของไพลินแดงซ่านทันทีแล้วแหวเข้าให้อย่างเขินอาย ฝันไปเถอะน่า!
แต่ถึงยังไงผมควรมีสิทธิ์มากกว่าคู่ควงพวกนั้นของคุณ เพราะผมเป็นถึงแฟนเชียวนะ
ไพลินคิดว่าประโยคนี้ของเขาต้องแฝงความนัยบางอย่างแน่นอน ทำไมถึงกลายเป็นผู้ชายเรื่องมากอย่างนั้นเล่า
ถ้าไม่เรื่องมากผมก็เสียเปรียบสิ... อย่างน้อย ผมควรได้จูบคุณ

************************************************************************เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ

ใครชอบแนวท้องแล้วหนี... แนะนำเรื่องนี้เลยเด้อจ้า พระเอกเป็นหมอ นางเอกเป็นพยาบาล


https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1621916

 

เฟเดรีโก แพรวา พ่อแม่ของ ไพลิน ฟาเบรกัส

 

สามารถหาซื้อรูปเล่มได้แล้ววันนี้ที่ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2S ราคา 329 บาท... ซึ่งวางแผงแล้วนะคะ กับสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ ในนามปากกา คณิสร ค่ะ

 

โปรย...

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดนะค้า รับรองว่าฟินทั้งสองเล่ม หรือว่าจะอ่านตัวอย่างก่อนก็ได้ ตามลิ้งด้านบนเลย ลงไว้เยอะพอสมควรค่ะ ยังไงก็ฝากหนูเฟย์กับป๋าเบนกันด้วย... ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน แต่ไม่มีดราม่านะค้า ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอ่านง่ายๆสบายๆอยู่จ้า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ โหวต แอดแฟนกันเอาไว้ด้วยหากไม่อยากพลาดความสนุกนะค้า

 

ปล.ใครซื้อหนังสือมาแล้วถ่ายภาพมาอวดกันได้เด้อ ฮี่ฮี่







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 463 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1095 neko2804 (@neko2804) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:07
    โง้ยยย น่ารักง่ะ
    #1095
    0
  2. #440 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:50
    พ่ออบอุ่นมากเลยยยยย แล้วจะเค้นความจริงกันยังไงล่ะเนี่ยทีนี้
    #440
    0
  3. #86 fishyparty (@patdong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:36
    ชอบพ่อลูกเค้าคุยกัน น่ารัก
    #86
    0
  4. #85 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:20
    โถๆๆๆ อย่าคิดจะหนีจากพี้ไปได้อีกรอบ
    #85
    0
  5. #84 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:07
    โดนรวบตัวมาทั้งแม่ทั้งลูกเลย
    มิคาเอล อย่าได้รุนแรง สืบเรื่องต่างๆให้กระจ่างไปจ้า
    #84
    0
  6. #83 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:17
    สงสารมีนจะแถจะเถียงอะไรก็ไม่ทันเลย คุณพ่อดูมาก5555
    #83
    0
  7. #82 yui20002 (@yui20002) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:09
    นู๋มิลินน่ารักจุง
    #82
    0
  8. #81 Moo_Siriwan (@siriwan17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:06
    รอตอนคุณพ่อคุณลูก ต้องมีความสายเปย์อยู่ในเลือดของคุณพ่อแน่นอน มีลูกสาวน่ารักขนาดนี้ 
    #81
    0
  9. #80 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:58
    นี่ขนาดยังไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกกันจริงรึเปล่า ยังมุ้งมิ้งขนาดนี้ งืออออ น่าร้ากกก
    #80
    0
  10. #79 kkaung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:23
    รออ่านต่อนะ
    #79
    0
  11. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:24
    555จะบอกว่านางเอกของเรื่อง แถไปได้เรื่อยๆแน่นอน
    #78
    0
  12. #77 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:32
    ป๋ารวยป๋าจับตรวจdnaก็รู้ละ
    #77
    0
  13. #76 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:29
    ป๋าจะเชื่อมั้ยเนี่ยยยย
    #76
    0
  14. #75 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:43
    ♥♥♥♥พิสูจน์ซิป๋า...อย่าเชื่อ .เมียเราจะพิสูจน์แบบไหนก็ได้
    #75
    0
  15. #74 แบนบาน (@supavadee11238) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:08
    💗💗💗
    #74
    0
  16. #73 ann5294 (@ann5294) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    รอๆๆๆๆ ความฟิน พ่อแม่ลูก
    #73
    0
  17. #72 ununzy (@ununzy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:07
    รออค่า
    #72
    0
  18. #71 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:59
    รอๆๆ อิป๋าไม่หลงเชื่อหรอก..พิสูจน์เลย
    #71
    0