สัญญาบาป [ฉบับรีไรต์] E-book พร้อมโหลด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 399,998 Views

  • 1,090 Comments

  • 3,482 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    184

    Overall
    399,998

ตอนที่ 4 : บทที่2 [ข้อเสนอยากปฏิเสธ] 40% อัพแล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60




อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนด้วยนะคะ ^^

 

บทที่2

[ข้อเสนอยากปฏิเสธ]

 

หลังจากพบเจ้าสัวทรงพล ลดาก็กลับมาที่คอนโดมิเนียมของตัวเองทันที เมื่ออยู่ในห้องหญิงสาวได้แต่ครุ่นคิดถึงข้อเสนอที่ถูกหยิบยื่นให้ จริงอยู่ว่าเธอนั้นไม่มีทางหาเงินสิบล้านมาได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ แต่ถ้ายอมรับข้อตกลงคนที่ไม่รู้เรื่องและถูกดึงเข้ามาก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย เมื่อคิดไปคิดมาลดาก็คิดถึงคำพูดของรวีพรรณขึ้นมาทันที เรื่องของปฐวีและอลิษาที่ถูกเจ้าสัวกีดกันนั่นเอง เธอจะกลายเป็นหมาก กลายเป็นมือที่สาม ที่ทำให้ความรักของคนสองคนพังทลายแบบนั้นมันจะดีจริงๆน่ะเหรอ

        “เฮ้อ ลดาจะทำยังไงดีคะแม่” หญิงสาวถอนหายใจอย่างหมดหวัง เรื่องนี้จะปรึกษาคนเป็นแม่ก็ไม่ได้เพราะอุษาเสียใจและเครียดอยู่แล้วกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องโฮมสเตย์ที่จะถูกยึด ในขณะที่ราพิณเองก็รู้สึกผิดเอาแต่โทษตัวเองทุกวันหากยังไปบอกเรื่องนี้รังแต่จะเพิ่มความเครียดและยิ่งจะทำให้ทุกคนเป็นกังวลถึงการตัดสินใจของเธอ แม้ราพิณจะโทรศัพท์มาคาดคั้นว่าเป็นอย่างไรบ้างด้วยความเป็นห่วงแต่เธอก็ไม่กล้าพูดอะไรมากนักได้แต่บอกว่าเจ้าสัวทรงพลให้ผ่อนชำระ ถึงแม้พี่ชายจะดูไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ไม่ได้คำตอบอื่นใดจากเธอจนต้องยอมล่าถอย ตอนนี้ทางเลือกมีแค่ว่าจะหาเงินหรือตอบรับข้อเสนอซึ่งการหาเงินในหนึ่งอาทิตย์แทบเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ตอบรับข้อเสนอ เรื่องนี้เธอก็ไม่ควรบอกใครแม้แต่ครอบครัว

 

        วันแล้ววันเล่าผ่านไปหญิงสาวก็ยังไม่สามารถหาเงินมาได้ตามจำนวนจนรวีพรรณอดจะเป็นห่วงเพื่อนรักของตัวเองไม่ได้ที่ซูบผอม ใบหน้าที่เคยสดใสก็หมองคล้ำและไม่ร่าเริงเหมือนกับที่เคยเป็น จนกลายเป็นเธอที่เครียดไม่น้อย

        “ลดากินอีกสิ” รวีพรรณพยายามคะยั้นคะยอให้ลดาทานอาหารมากขึ้น

        “อิ่มแล้วล่ะ กินไม่ลง” ลดารวบช้อนพร้อมดื่มน้ำ เพื่อนรักก็ได้แต่ถอนหายใจ

        “ลดา รวีจะช่วยลดายังไงดี บอกรวีหน่อยได้ไหม” รวีพรรณถามเสียงสั่น ดวงตาเรียวรีเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาในขณะที่ลดาเห็นภาพนั้นก็กลั้นน้ำตาไม่ไหวเหมือนกัน

        “แค่รวีเป็นกำลังใจให้ลดาก็พอแล้ว”

        จบประโยคนั้นรวีพรรณลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงมาโอบกอดเพื่อนรักเอาไว้ ไม่นานทั้งคู่กอดกันร้องไห้อย่างน่าสงสาร หนึ่งคนเจ็บปวดที่ช่วยอะไรไม่ได้ ในขณะที่หนึ่งคนเจ็บปวดเพราะไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก

        “อย่าร้องสิลดา” รวีพรรณพยายามเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก

        “รวีก็อย่าร้องไห้สิ”

        ทั้งคู่ผลัดกันเช็ดน้ำตาแล้วปลอบโยนจนกระทั่งอาการสะอื้นเริ่มสงบลง รวีพรรณจึงเป็นฝ่ายพูดให้กำลังใจเพื่อนรักอีกครั้งเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เธอทำได้

        “ลดาต้องเข้มแข็งนะ รวีเชื่อว่าลดาจะผ่านมันไปได้”

        “อืม... ฉันต้องผ่านมันไปให้ได้ แต่ตอนนี้รวีกลับไปก่อนเถอะนะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” เพราะต้องการความเงียบและเวลาในการคิดเรื่องบางอย่างให้ละเอียดถี่ถ้วนแต่ดูเหมือนเพื่อนรักก็ยังอดจะกังวลไม่ได้

        “ให้รวีอยู่เป็นเพื่อนไหมลดา”

“ไม่เป็นไรเหรอกรวี ฉันอยู่ได้ พรุ่งนี้รวีออกต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ กลับไปพักผ่อนเตรียมตัวเถอะ ฉันโอเคอยู่แล้ว”

 หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้เพื่อนรักสบายใจ ไม่อยากให้เป็นห่วง เรื่องนี้ไม่ควรให้คนอื่นมาเป็นกังวล มันเป็นเรื่องของเธอและเธอก็รู้เต็มอกว่ารวีพรรณก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเรื่องของเธอเช่นกัน

        “ก็ได้จ้ะ แต่มีอะไรต้องรีบโทรหารวีนะ” รวีพรรณย้ำพอเห็นเพื่อนรักพยักหน้ารับก็ขอตัวกลับไป เมื่อรวีพรรณกลับไปได้สักพัก ลดาก็ตัดสินใจได้แล้วว่า เพื่อแม่ เพื่อครอบครัว คงต้องยอมเสี่ยง ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่โทรหาเธอเมื่อต้นอาทิตย์ทันที รอสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับ

        “ข้อเสนอของคุณ... ฉันตกลง”

        หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นได้ยินเสียงหัวเราะแว่วผ่านมาทางปลายสายยิ่งเจ็บใจและเจ็บปวดจึงตัดสายทันทีไม่อยากได้ยินอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว วางสายได้เพียงไม่นานก็มีข้อความเข้ามา เปิดดูจึงพบว่าเจ้าสัวทรงพลให้เธอไปพบในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ตอนนี้หญิงสาวยังคิดไม่ออกเลยว่าวันต่อไปจะเป็นอย่างไรแต่สิ่งที่ลดากำลังคิดและเป็นกังวลคือเธอจะชดใช้ให้กับคนที่ต้องมาร่วมชะตากรรมกับเธออย่างไรดี...

        “ขอโทษนะคะคุณปฐวี แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ”

 

        ภายในห้องซ้อมเต้นของตึก ถึงแม้จะเวลาจะล่วงเลยเข้าวันใหม่มาแล้ว แต่ปฐวียังคงไม่หยุดซ้อมเต้นง่ายๆ เพราะทุกอย่างต้องฝึกฝนเพื่อคอนเสิร์ต ชายหนุ่มจำเป็นต้องฝึกตัวเองอย่างหนักเพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีและเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะให้พ่อของคนที่เขารักยอมรับในตัวเขาให้ได้

        “พักบ้างนะวี อย่าหักโหม” ป๊อปหรือเปรมศักดิ์ เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และกรรมการบริษัทเดินเข้ามาทักทายเพราะเห็นว่าไฟในห้องซ้อมเต้นยังเปิดอยู่

        “ครับพี่ เดี๋ยวผมก็จะกลับแล้ว” ปฐวีบอกอย่างยิ้มแย้ม เปรมศักดิ์คือคนที่เห็นแววของเขา เพราะครอบครัวเขาทั้งหมดอยู่ที่เมืองนอก คุณพ่อเป็นสถาปนิก ส่วนคุณแม่ก็เปิดร้านอาหารไทย พี่สาวเองก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน แต่เมื่อครั้งปฐวีอายุยี่สิบก็กลับมาเที่ยวที่เมืองไทย แล้วดันไปสะดุดตาเปรมศักดิ์เข้า เลยเรียกว่าปฐวีมีทุกวันนี้เพราะเปรมศักดิ์เลยก็ว่าได้

        “คอนเสิร์ตครั้งนี้ ทำให้เต็มที่นะวี” เปรมศักดิ์ตบบ่าปฐวีอย่างให้กำลังใจ

        “เต็มที่อยู่แล้วครับพี่” ร่างสูงตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขอตัวซ้อมเต้นต่อ ส่วนเปรมศักดิ์ยืนมองอยู่ห่างๆพลางนึกย้อนไปถึงวันวานที่ได้เจออีกคนตอนอายุยี่สิบและได้เริ่มต้นโลดแล่นอยู่ในวงการ แค่เปิดตัวก็ดังเป็นพลุแตกมีแฟนคลับมากมายคอยให้กำลังใจและติดตามกันจนตอนนี้ผ่านมาแปดปีแล้วแต่กระแสของปฐวียังเหมือนเดิม เป็นที่รัก อาจจะเพราะความดีที่เสมอต้นเสมอปลาย เข้าถึงง่ายและใส่ใจแฟนคลับ และสำหรับคนที่ร่วมงานกันกับปฐวีตั้งแต่แรกอย่างเขา ความที่เป็นคนติดดิน นอบน้อมถ่อมตนอยู่เสมอจึงทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเอ็นดูและนอกจากนั้นยังคอยพัฒนาตัวเองเรื่อยๆไม่หยุดอยู่กับที่ ทำให้เขารู้เลยว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิด ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะเดินยากสักหน่อยหากปฐวียังฝืนทำอะไรที่ผู้ใหญ่ไม่ชอบและผู้ใหญ่คนนั้นก็เป็นถึงเจ้าของบริษัทซะด้วย

        “พี่ไปก่อนนะวี” เปรมศักดิ์ตะโกนบอกปฐวีที่ยืนซ้อมเต้นอยู่ ร่างสูงเองก็หันมายกมือไหว้คนที่เคารพเหมือนพี่ก่อนจะกลับไปซ้อมเต้นต่อเช่นเดียวกัน

 

        เช้าวันรุ่งขึ้นลดาเดินทางไปที่บริษัท SE อีกครั้ง ครั้งนี้หญิงสาวเลือกที่จะขึ้นลิฟต์สาธารณะมากกว่าเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสังเกต อาจจะเพราะยังเช้าจึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นับว่าโชคดีที่จะได้ไม่กลายเป็นจุดสนใจ ร่างบางเดินเข้าไปในลิฟต์คนเดียวอย่างสบายใจ แต่ในจังหวะที่ลิฟต์กำลังจะปิด ประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออกพร้อมใครบางคนที่แทรกเข้ามา ก่อนจะกดลิฟต์ที่ชั้นสิบแปดทันที พอบานประตูลิฟต์ปิดลงร่างสูงก็หันมามองคนที่ยืนข้างกันเวลานั้นหญิงสาวจำได้ทันที เพราะคือคนที่เดินชนเธอวันนั้นแล้วก็เป็นคนเดียวกันกับที่จะต้องร่วมชะตากรรมกับเธอ ปฐวีนั่นเอง!

        “เราเจอกันอีกแล้วนะครับ” ปฐวียิ้มน้อยๆทักทาย ตอนแรกก็เหมือนไม่แน่ใจ แต่ดูจากการแต่งตัวและใบหน้าที่สะดุดตาเขา ชายหนุ่มเลยมั่นใจว่าเป็นคนที่เขาเดินชนแน่ๆ

        “เอ่อ... ค่ะ” ลดาก็อึ้งไปเหมือนกันที่ปฐวีจำเขาได้

        “คุณไปชั้นไหนครับ”

        ถึงแม้จะมีแค่สองคนในลิฟต์และถึงแม้ไฟตรงแผงกดจะโชว์ที่ชั้นยี่สิบแต่เขาก็อยากจะถามด้วยความอยากรู้

        “เอ่อ... ชั้นยี่สิบค่ะ” ลดาตอบ

        “อ๋อ ครับ” ลดารู้ว่าปฐวีคงสงสัยจึงเลือกที่จะโกหกไป

        “พอดีนัดสัมภาษณ์งานน่ะค่ะ” หญิงสาวโพล่งออกไป

        “เหรอครับ”

        ชายหนุ่มตอบสั้นๆแต่ยังส่งยิ้มเป็นมิตรแม้ในใจจะรู้ดีว่าการสัมภาษณ์งานทำไมต้องไปที่ชั้นยี่สิบ ไม่ไปที่ชั้นสิบเจ็ดซึ่งเป็นฝ่ายบุคคลแต่เขาก็คิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง บางทีเจ้าสัวทรงพลอาจจะอยากสัมภาษณ์เอง หรืออาจจะรู้จักกันก็ได้ เมื่อบานประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นยี่สิบเขาก็เดินออกไปและหันมาพูดกับหญิงสาว

        “หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะครับ”

        รอยยิ้มของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดในใจ เมื่อบานประตูลิฟต์ปิดหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดแต่นาทีนี้จะถอยก็ไม่ได้ ขอยอมเห็นแก่ตัวแม้ต้องทำใครเดือดร้อนแต่เธอไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องช่วยเหลือที่บ้าน ต้องเก็บโฮมสเตย์และชีวิตพี่ชายเอาไว้

        เมื่อมาถึงก็ครั้งที่ผ่านมา เลขานุการหน้าห้องที่หลังจากเจอกันเป็นครั้งที่สามก็ทำให้ลดารู้ว่าเธอชื่อเพ็ญ กำลังโทรไปแจ้งคนในห้องจากนั้นเดินมาเปิดประตูให้ลดาได้เข้าไปด้านใน พอก้าวเข้ามาเหมือนเดินไปยังลานประหารอย่างไรอย่างนั้นและมองเห็นว่าคนที่เธอเกลียดชังกำลังนั่งด้วยท่าทางสบายอยู่

        “นั่งสิ ดื่มอะไรก่อนไหม” ทรงพลถามอย่างอารมณ์ดี

        “ไม่ล่ะ รีบว่าแผนการของคุณมา” ลดาไม่อยากจะเสียเวลาอยู่นาน

        “ฉันให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยซะ” เมื่อฟังเสร็จลดาโวยวายใส่ทันที

        “หนึ่งอาทิตย์ คุณจะบ้าเหรอ เขาไม่ใช่คนธรรมดานะ ฉันจะไปเข้าถึงเขาได้ยังไง”

        “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจัดการให้เธอเรียบร้อยแล้ว เธอจะเข้าไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัวของนายปฐวี หลังจากเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตซึ่งจะจัดในอีกสองวันข้างหน้า ฉันจะเปิดโอกาสให้เธออยู่กับเขาแล้วตอนนั้นเธอก็ลงมือเลย” ทรงพลเล่าแผนการเป็นฉากๆซึ่งทำให้ลดารู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้เตรียมการมาก่อนแล้วแน่นอน

        “ถ้าฉันเอามาให้แล้วจะเป็นยังไงต่อ เซ็นหย่าเลยไหม?” ลดาถาม

        “ยังก่อน ทะเบียนสมรสของเธอจะมีระยะเวลาสามเดือน” ทรงพลบอก

        “สามเดือน! อะไรนะ นี่ไม่ใช่ที่คุณคุยตั้งแต่แรกนี่” ลดารู้สึกว่าทรงพลเริ่มไม่น่าไว้ใจขึ้นทุกที แต่อันที่จริงผู้ชายที่หลอกพี่ชายเธอได้ก็ไม่ใช่คนดีนักหรอก

        “แต่ยังไงเธอก็ตกลงไปแล้ว หลังจากเธอเอาทะเบียนสมรสมาให้ฉัน ครบสามเดือนเธอหย่าได้ ฉันคืนโฉนดที่ดินให้ เราจบกัน แฟร์ดีออก” ทรงพลพูดอย่างถือไพ่เหนือกว่า

        “คนโกงยังไงก็เป็นคนโกงอยู่วันยังค่ำ” ลดากัดฟันพูด

        “พูดจาให้มันดีๆหน่อยนะ” ทรงพลปราม

        “ถ้าอย่างนั้น เมื่อฉันเอามาให้คุณ เรื่องต้องเงียบ มีแค่คุณกับฉันและปฐวีเท่านั้นที่รู้ ห้ามให้สื่อหรือคนนอกรู้เป็นอันขาด ตกลงไหม?” ลดายื่นข้อเสนอ

        “ได้ ตกลง ไม่มีปัญหา” เมื่อพูดจบทรงพลก็หยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นเอกสารสัญญาที่ให้ลดาเซ็น ในเนื้อความระบุไว้ตามที่ทรงพลบอก ทะเบียนสมรสจะมีระยะเวลาสามเดือน จึงจะสามารถหย่าได้ เมื่อหย่าเสร็จทรงพลจะคืนโฉนดที่ดินให้ตามสัญญา เมื่อลดาอ่านดีแล้วก็ตัดสินใจเซ็นลงไป ทางเจ้าสัวทรงพลเองก็เซ็นเช่นเดียวกัน

        “แล้วจะให้เริ่มเมื่อไหร่” ลดาถาม

        “วันนี้” ร่างบางตาโตตกใจทันทีที่รู้ว่าจะต้องเริ่มวันนี้ มองดูทรงพลกดอินเตอร์คอมสั่งการให้เลขานุการของตัวเองเรียกใครไม่รู้สองคนให้ขึ้นมา จากชื่อที่ได้ยินเธอไม่เคยรู้จักมาก่อนหรือเคยเห็นแน่ๆ


เอาแล้วววว ลดาจะทำได้ไหม จะเอาทะเบียนสมรสมายังไง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยยย รอติดตามกันต่อนะคะ อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้น โหวต ให้ด้วยนะคะ อยากอ่านเม้นนนน คิคิ

ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตาม ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้น โหวต บอกกันด้วยนะคะ

ปล.2 หากชอบเรื่องนี้อย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนน้า

 *****************************************************************************************

มีนิยายที่อัพคู่กันตอนนี้คือ “เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ” ซึ่งกำลังจะวางแผงในสัปดาห์หน้าตามร้านหนังสือทั่วไป ใครสนใจลองกดเข้าไปอ่านได้ที่ลิ้งด้านล่างก่อนนะคะ

 



โปรย... ปกหลังจากสำนักพิมพ์นะคะ

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #27 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 14:41
    น่าสงสารคุณวีนะ แต่พ่อตาเอาเปรียบคนแบบนี้ก็ไม่น่ายุ่งด้วยนะ
    #27
    0
  2. #25 Rock (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:45
    สนุกค่ะ ชอบๆ มาลุ้นว่าจะได้ทะเบียนสมรสมายังไง
    #25
    0
  3. #24 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 22:41
    ปฐวีงานเข้าเลยพ่อสาวไม่ปลื้ม
    #24
    0
  4. #22 chernat (@chernat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 19:47
    จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า
    #22
    0
  5. #21 katicknam (@Tooktick6) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 11:01
    รอๆค่ะ
    #21
    0