สัญญาบาป [ฉบับรีไรต์] E-book พร้อมโหลด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 399,957 Views

  • 1,090 Comments

  • 3,482 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    143

    Overall
    399,957

ตอนที่ 3 : บทที่1 [หนี้ที่ไม่ได้ก่อ] 100% อัพแล้วค่า!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60





นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันอังคาร พฤหัส และเสาร์น้า

ฝากติดตามกันด้วยค่ะ เนื้อหาทำการรีไรท์ใหม่ทั้งหมด เพิ่มความสมเหตุ

สมผลเข้าไปนะคะ ^^


อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนด้วยนะคะ

 

            “สิบล้านเหรอลดา โอมายก๊อด แกตายแน่ๆ” รวี หรือรวีพรรณเพื่อนสนิทสุดซี้ของลดาที่ทำงานเป็นนักข่าวสายบันเทิงอยู่กับช่องโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ทำท่าอยากจะตายให้ได้ เมื่อลดาบุกมาหาที่คอนโดมิเนียมพร้อมกับบอกเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับเธอได้ฟัง

        “งานนี้ตายจริงๆแหละแก” ลดาทำท่าทางสิ้นหวัง นักข่าวสาวจึงลูบหลังปลอบเพื่อนไปด้วย

        “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าสัวทรงพลจะเป็นคนแบบนี้ นี่ถ้าลูกสาวเขารู้นะคงผิดหวังมากแน่ๆ” รวีพรรณบ่นพึมพำอย่างอดใจไม่ไหว

        “ลูกสาวเหรอ?” ลดาถามอย่างสงสัย

        “ใช่ คุณอลิษาหรืออลิส ลูกสาวสุดรักสุดหวง ลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณทรงพล และเป็นทายาทธุรกิจทั้งหมด” รวีพรรณบอกเล่าประวัติคร่าวๆให้กับเพื่อนรักได้ฟัง

        “ไม่อยากจะเชื่อคนพรรค์นั้นจะมีลูกสาวด้วย” ลดาเบ้ปาก

        “เอ้า ยัยนี่ เขาอายุขนาดนี้ก็ต้องมีแล้วสิ  นี่ๆ เดี๋ยวเอารูปให้ดู” นักข่าวสาวรีบลุกจากโซฟาตัวยาวเดินไปหยิบโน้ตบุ๊กติดมือมานั่งที่เดิมจากนั้นเปิดข่าวในอินเทอร์เน็ตที่มีรูปของอลิษาและยื่นให้เพื่อนรักได้ดู

        ใบหน้าเรียวรีรูปไข่แสนงดงามตามแบบฉบับของลูกผู้ดีมีเงิน อลิษาสวยงาม น่ารักและดูเรียบร้อย แววตาของลดามีความชื่นชมในความงามของผู้หญิงคนนี้

        “น่ารักมากเลยแก สวยด้วย” ลดาบอก ทำเอารวีพรรณพ่นลมหายใจ

        “สวยน่ะสวย แต่ก็ร้ายใช่ย่อยนะ” คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำเอาเธอหันไปมองอย่างไม่เชื่อสายตาเท่าไหร่นัก

        “หมายความว่าไง” ลดาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

        “ก็วงในเขาเม้าท์กันว่าเห็นแบบนี้ คุณเธอก็ขี้วีนเหมือนกันนะ ใครจะเทียบรัศมีหรือเด่นกว่าไม่ได้” เพราะคลุกคลีอยู่กับสายงานบันเทิง ได้ยินวงในวงนอกพูดกันมาหลายรายแล้วพอเพื่อนรักเอ่ยถามอดจะคันปากและบอกเล่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินออกมา

        ลดาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่สายตายังจับจ้องมองรูปภาพของอลิษา เลื่อนลงมาดูหลายภาพจนกระทั่งเห็นภาพของลูกสาวเจ้าสัวทรงพลถ่ายรูปคู่กับนักร้องหนุ่มที่เธอเพิ่งเดินชนเมื่อเช้า ยังไม่ทันถามเพื่อนรัก รวีพรรณก็รีบพูดต่อทันที

        “นี่คุณปฐวี ซุปตาร์ดังระเบิดในตอนนี้ สงสัยใช่ไหมว่ามาถ่ายรูปด้วยกันได้ไง” ลดารีบพยักหน้ารับ

        “ก็สองคนนี้น่ะแอบคบกันน่ะสิ” รวีพรรณเล่าอย่างรู้ดี

        “แอบคบ?” ลดาทวนด้วยความแปลกใจแกมสงสัย

        “ใช่ เจ้าสัวไม่ชอบคุณปฐวีเพราะคิดว่าไม่คู่ควรกับลูกเขา อย่างว่านะลูกคนรวยก็ต้องแต่งกับคนรวยด้วยกันน่ะสิจริงไหม” รวีพรรณถามอย่างขอความเห็น

        “อ้าว แล้วคุณปฐวีนี่เขาจนหรอ” ลดาเองก็ถามซื่อ จนโดนเพื่อนรักเขกศีรษะไปหนึ่งทีจนต้องร้องโอดโอยออกมาเบาๆ

        “โอ๊ย มาเขกหัวฉันทำไมเนี่ย” ลดาลูบหัวตัวเองเล็กน้อย

        “คุณปฐวีก็รวยเหมือนกัน แต่รวยไม่เท่าตระกูลนี้ไง อีกอย่างเจ้าสัวน่ะเขาหมายปองลูกชายของตระกูลดังที่นำเข้ารถยนต์ไว้เป็นว่าที่ลูกเขย ฉันเองก็จำชื่อไม่ได้ แต่นั่นแหละ สองคนนี้เลยต้องแอบคบกันลับๆไง แต่ก็มีข่าวว่าเจ้าสัวพยายามกีดกัน แต่คุณอลิษาเธอดื้อยังคบกันต่อมาแบบนี้ อย่างว่านะ เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อคงมองว่าอาชีพนักร้องนักแสดงไม่ได้มั่นคงอะไร มีเงินมากพอแต่ก็ไม่ได้มากมายเหมือนที่ตัวเองมีจะดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวได้จริงๆน่ะเหรอ ทั้งคู่จึงแอบคบกันมาเงียบๆ คุณปฐวีพยายามเอาใจมาหลายปีเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ผล”

        ลดาฟังรวีพรรณเล่าจนจบก็จับจ้องมองภาพนั้นอีกครั้ง แววตาที่ทั้งคู่มองกันดูก็รู้ว่าเป็นคนรัก อดถอนหายใจไม่ได้จะรักกันทั้งทีมีอุปสรรคจริงๆ นึกสงสารคนทั้งคู่แต่ไม่ทันไรได้ยินเสียงเอ่ยแซ็วมาจากเพื่อนรักอีกหน

        “อย่าบอกนะว่าแกแอบชอบคุณปฐวี?”

        “จะบ้าหรอ แกก็รู้ฉันสนใจพวกนักร้องดาราที่ไหนล่ะ” ลดาตกใจรีบปฏิเสธ

        “เออ มันก็จริง ว่าแต่แกจะทำไงต่อไปล่ะ” รวีพรรณถามอย่างเป็นห่วง

        “ไม่รู้สิ ลำพังเงินเก็บฉันก็มีไม่กี่บาท แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้โฮมสเตย์ที่แม่สร้างมากับมือต้องตกไปเป็นของคนอื่นหรอก” ลดาพูดอย่างจริงจัง

        “ฉันก็มีไม่มาก แต่แกเอาไปก่อนเถอะนะ” รวีพรรณบอกอย่างจริงใจ เธอสูญเสียครอบครัวไปตอนช่วงเรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่ของเธอต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆแต่วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกนับว่ายังเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนหญิงสาวอยู่ ตอนนั้นรวีพรรณไม่เหลือใครอีกเลย ตัวคนเดียวและทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ได้เพื่อนรักอย่างลดากับครอบครัวยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตลอด ในทุกๆเรื่อง ดังนั้นเธอจึงมองลดาเป็นมากกว่าเพื่อน เป็นคนในครอบครัวและเป็นพี่น้องกัน

        “จะบ้าหรอรวี ไม่เอาหรอก ฉันหาได้น่ะ” ลดาบอกอย่างเกรงใจ

        “แล้วแกจะไปหาที่ไหน” ลดาก็ไม่รู้ได้แต่นิ่งเงียบ สักพักเหมือนรวีพรรณจะนึกอะไรออก

        “นึกออกแล้ว” แววตาเป็นประกายของเพื่อนรักทำให้หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ

        “อะไรของแกรวี”

        “พี่หมอกฤษณ์ชอบแกอยู่นี่ แกก็ให้พี่เขามาขอแกสิแล้วก็เรียกสินสอดสักสิบล้านน่ะ รับรองพี่หมอยอมจ่ายแน่ๆ และฉัน... โอ๊ย” พูดยังไม่ทันจบดีก็ถูกลดาหยิกเข้าให้ที่แขน

        “จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้คิดกับพี่หมอแบบนั้นนี่” ลดาทำหน้าจริงจัง หมอกฤษณ์หรือกฤษณะ ทวีราชสิน ศัลยแพทย์หนุ่มหล่อที่แอบชอบลดามาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเคยไปเที่ยวที่โฮมสเตย์จึงได้เจอและทำความรู้จักอีกทั้งยังบังเอิญจบมหาวิทยาลัยเดียวกัน นับตั้งแต่นั้นมากฤษณะเพียรจีบลดาเรื่อยมาแต่หญิงสาวไม่เคยคิดกับชายหนุ่มเกินกว่าคำว่าพี่ชาย

        “ทางนู้นก็ไม่ดี ทางนี้ก็ไม่ได้ แล้วจะหาเงินมาจากไหน” รวีพรรณบ่น

        “เออน่า มันคงต้องมีสักทาง” ลดาพูดไปอย่างนั้นแต่ก็ยังคงมืดแปดด้านเหมือนกัน

        ลดาอยู่คุยกับรวีพรรณสักพักก่อนจะขอตัวกลับคอนโดมิเนียมตัวเองเหมือนกัน เพราะวันนี้เธอเหนื่อยและใช้สมองมาทั้งวัน

 

        ในขณะเดียวกันทางด้านทรงพลได้รับข้อมูลของลดาจากลูกน้องคนสนิทเรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งอ่านประวัติของผู้หญิงคนนี้อย่างใจจดจ่อ

        “ลดา พฤกษ์สวัสดิ์ เกิดวันที่ยี่สิบ มีนาคม ปัจจุบันอายุ ยี่สิบสาม ปี เลือดกรุ๊ปบี ภูมิลำเนา เชียงใหม่ บิดาไม่ปรากฏ มารดา นางสาวอุษา พฤกษ์สวัสดิ์” เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ทรงพลก็รู้สึกสะดุดอะไรบางอย่าง

        “บิดาไม่ปรากฏอย่างนั้นหรือ... กำพร้าพ่อ?” ทรงพลพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะพบว่าประวัติของลดาไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ และสิ่งที่เขาคิดว่าอาจจะใช่ก็ไม่ใช่

        “ชัยเข้ามานี่หน่อย” ทรงพลกดอินเตอร์คอมในห้องเรียกคนสนิทที่ยืนรออยู่นอกห้องให้เข้ามาพบ

        “ครับท่าน” ชัยยืนอยู่เตรียมรอคำสั่ง

        “ได้ข่าวเธอบ้างไหม” เมื่อพูดถึง “เธอ” คนนั้นใบหน้าของทรงพลดูอ่อนโยนขึ้นมาทันที

        “ไม่ได้เลยครับท่าน” ชัยรู้ดีว่านายของเขาตามหาผู้หญิงหนึ่งคนมายี่สิบกว่าปี แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที

        “ไม่รู้ตอนนี้ลูกและเมียฉันจะเป็นยังไงบ้าง” ทรงพลหวนคิดถึงอดีต เพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้ผู้หญิงที่รักที่สุดสองคนต้องเสียใจและจากไป หนึ่งคนจากไปอย่างไม่มีวันกลับส่วนอีกคนจากเขาไปทั้งเป็น ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็ไม่เจอ แถมยังพรากดวงใจดวงน้อยๆของเขาไปอีกด้วย

        “ผมจะพยายามตามหาเธอให้พบครับท่าน” ชัยให้คำมั่นสัญญา

        “ขอบใจ... แล้วนี่อลิษาอยู่ไหนล่ะ” ทรงพลถามหาลูกสาวทันที

        “เอ่อ คุณหนู.... ”

        คนที่กำลังถูกพูดถึงตอนนี้กำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ในรถคันหรูสีดำสนิท ผ่านไปมากกว่าสามสิบนาทีแล้วแต่คนที่รอไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดแม้แต่น้อยเพราะเต็มใจที่จะนั่งรออยู่แบบนี้เพียงไม่นานบานประตูถูกเปิดออกพร้อมกับใบหน้าของชายคนรักโผล่เข้ามาพอดี

        “รอนานไหมครับ” ปฐวีถามอลิษาด้วยความเป็นห่วงและส่งยิ้มกว้าง

        “ไม่นานเลยค่ะวี วีล่ะคะเหนื่อยไหม” อลิษายิ้มออกมาอย่างน่ารัก ถามอย่างเป็นห่วงเพราะช่วงนี้ใกล้คอนเสิร์ตทำเอาปฐวีต้องซ้อมหนัก ทั้งเต้นและร้อง

        “เห็นหน้าอลิสผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ปฐวีปากหวานทำเอาอลิษาอายม้วนไปเลย นี่คงเป็นอีกอย่างที่หญิงสาวหลงรักชายหนุ่ม

        “วีอ่า บ้า พูดอะไรก็ไม่รู้” อลิษาบอกเขินๆปฐวีก็ยิ้มเอ็นดู

        “ผมพูดจริงนี่นา”

        “ไม่พูดแล้ว ไปกันเลยนะคะ อลิสหิวแล้ว” วันนี้ปฐวีสัญญากับอลิษาไว้ว่าจะพาไปทานอาหารเย็นด้วยกัน หลังจากที่ซ้อมเต้นเสร็จเพราะชดเชยเรื่องที่เขาไม่มีเวลาให้มากนัก

        “โอเคครับ” ปฐวียิ้มก่อนจะขับรถออกไป

        ทางด้านทรงพลเมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องเรื่องลูกสาวของตัวเองกับปฐวีเด็กในค่าย ทำเอาคนเป็นพ่อรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

        “ฉันจะทำยังไงดีชัย ฉันพูดกับอลิสไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่ไม่ฟังฉันเลย” ทรงพลระบายความอัดอั้นตันใจให้ลูกน้องคนสนิทฟัง

        “เก็บคุณปฐวีเลยไหมครับ” ชัยเสนอแผนการซึ่งก็ทำให้ทรงพลส่ายหน้า

        “ไม่ได้หรอก ปฐวียังทำเงินให้บริษัทเราได้อีกมาก อีกอย่างฉันก็ไม่ได้กะเอาให้ถึงตาย แค่เลิกยุ่งกับลูกสาวฉันก็พอ” เพราะเขาเป็นนักธุรกิจปฐวีตอนนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่ทำรายได้มากที่สุดด้วยเรื่องส่วนตัวก็ไม่อยากให้กระทบกับเม็ดเงินมากมายมหาศาลที่อีกฝ่ายทำให้และก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายมากพอที่จะสั่งฆ่าใครด้วย

        “หรือว่าเราควรหามือที่สามเข้ามายุติเรื่องนี้ดีไหมครับ” ชัยเสนอความคิดเห็นอีกครั้ง นั่นก็ทำให้ทรงพลเหมือนจะเห็นด้วย

        “นั่นซิ ถ้านายปฐวีมีพันธะแล้ว... อลิสก็คงไม่เข้าไปยุ่งด้วยแน่ๆ” ทรงพลยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก

        “จะให้ผมจัดการเลยรึเปล่าครับ” ชัยถาม

        “ยังก่อน ฉันคิดว่าฉันพอหาคนมาทำงานนี้ได้” ชัยมองหน้าเจ้านายตัวเองด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปแต่รอยยิ้มแบบนี้ก็แปลว่ามีแผนการมีหมากในใจอยู่แล้ว

 

        ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ลดายังไม่สามารถหาเงินสิบล้านไปคืนเจ้าสัวทรงพลได้ ขณะที่กำลังนั่งคิดเรื่องนี้อยู่บนโต๊ะทำงานเงียบๆ หญิงสาวก็นึกอะไรบางอย่างออกบางทีเจ้านายของเธอน่าจะพอช่วยได้

        ก๊อกๆๆ

        “เข้ามาเลยจ้า” เสียงหวานแปร่งๆดังออกมาจากในห้อง

        “พี่เอกคะ ลดาเองค่ะ”

        “น้องลดาอีกแล้วนะจ๊ะ ไม่ใช่เอกจ้ะ แต่เป็นพี่แอนนี่ต่างหาก” เอก หรือเอกพลเป็นชื่อในใบเกิดแต่พอโตมาค้นพบทางของตัวเองว่าชีวิตนี้ไม่ได้อยากมีภรรยา อยากจะมมีสามีต่างหากจึงเปลี่ยนเป็นชื่อแอนนี่ที่ใช้ในวงการแทน

        “เอ่อ... ค่ะพี่แอนนี่” ลดายิ้มน้อยๆแต่ก็พูดขึ้นตามที่อีกคนบอก

        “มีอะไรจ๊ะ อย่าบอกพี่นะว่าส่งต้นฉบับไม่ทัน พี่โกรธจริงๆด้วย” เอกพลพูดแซ็วขำๆ

        “ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีลดามีเรื่องอยากจะรบกวนพี่นิดหน่อย”

        “เรื่องอะไรจ๊ะ ว่ามาสิ” เอกพลตั้งใจฟัง

        “คือ... ลดาอยากจะขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าน่ะค่ะ” ลดาพูดเสียงอ้อมแอ้ม

        “โธ่พี่ก็นึกว่าเรื่องอะไร ได้จ้ะ พี่จะเซ็นอนุมัติให้นะ” เอกพลพูดอย่างใจดี เพราะลดาถือว่าเป็นลูกน้องที่ตัวเองสนิทมาตั้งแต่สมัยเรียน พอเรียนจบก็เลยชักชวนให้มาทำงานด้วยกัน เพราะฝีมือการเขียนของลดา การใช้สำนวนค่อนข้างดี แล้วปัจจุบันงานเขียนของลดาก็ติดท็อปไฟว์หนังสือที่ขายดีอีกด้วย เอกพลจึงเซ็นสัญญาให้หญิงสาวมาเป็นนักเขียนประจำสำนักพิมพ์เสียเลย นอกจากนั้นลดาเองยังได้รับเงินเดือนมาจากการเป็นนักเขียนคอลัมน์ให้กับนิตยสารซึ่งเป็นอีกธุรกิจหนึ่งของเอกพลด้วย

        “เอ่อ... ” ลดาไม่รู้จะเริ่มยังไง

        “อ๋อ จะเบิกมากกว่าหนึ่งเดือนใช่ไหม ได้สิ กี่เดือนล่ะสองหรือสามพี่จะได้เซ็นให้ถูก” เอกพลพูดอย่างใจดีและเอ็นดู สนิทกันขนาดนี้เรื่องเงินก็ถือว่าเป็นเรื่องล็กน้อย

        “ถ้าจะถามว่ากี่เดือน... ลดาก็นับไม่ถูกเหมือนกันค่ะพี่แอนนี่” ลดาบอก ทำเอาเจ้านายเริ่มที่จะงง

        “หมายความว่าไงจ๊ะ”

        “คือ... ลดาอยากจะเบิกเงินเดือนล่วงหน้าสักสิบล้านน่ะค่ะ” จบคำพูดลดา เอกพลก็ร้องออกมาเสียงดังราวกับกำลังโดนเชือดและอุทานมาเป็นชุด

        “ว๊าย! สิบล้าน... คุณน้องกะจะปักหลักทำกับคุณพี่จนคุณพี่เข้าโลงไปเลยหรอคะน้องลดา” เอกพลแทบจะลมจับ

        “พอดีลดามีปัญหาต้องใช้เงินน่ะค่ะพี่แอนนี่” ลดาบอกเสียงอ่อย เอกพลมองหน้ารุ่นน้องที่จ๋อยไปก็ไม่รู้จะทำยังไง เงินสิบล้านไม่ใช่เงินน้อยๆ อีกอย่างสำนักพิมพ์ก็กำลังเติบโต ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ

        “เกิดอะไรขึ้นลดา” เอกพลถามอย่างอยากรู้

        “คือ... โฮมสเตย์แม่ของลดากำลังจะถูกยึดน่ะค่ะ ถ้าลดาไม่มีเงินไปให้เขาภายในอาทิตย์นี้”

        “คุณพระ... ทำไมมันหน้าเลือดไม่ให้โอกาสน้องลดาแบบนี้ล่ะ” เอกพลแสดงความคิดเห็น

        “เฮ้ออ” ลดาถอนหายใจออกมา

        “พี่ขอโทษนะลดา ที่ช่วยอะไรลดาไม่ได้เลย” เอกพลพูดจากใจจริง เงินสิบล้านไม่ใช่เงินน้อยๆและต่อให้ยืมไปก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ แม้จะเป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน รู้ว่าลดาไม่โกงตัวเองแน่ๆแต่เงินก็คงไม่อาจจะได้คืนมาเร็วๆนี้หรอก

        “ลดาเข้าใจค่ะพี่แอนนี่ อย่าห่วงเลยค่ะ มันต้องมีทางออก” ลดาพูดเพื่อให้เอกพลสบายใจ

        หลังจากออกจากห้องทำงานเจ้านายมาแล้ว ลดาก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานครุ่นคิดถึงวิธีที่จะหาเงินสิบล้านบาทมาจากไหน ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ของลดาก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเคยจึงขมวดคิ้วอย่างสงสัยแต่ก็ตัดสินใจรับสายอยู่ดี

        “สวัสดีค่ะ”

        “นี่ฉันเองนะ ทรงพล” ปลายสายตอบกลับอย่างวางอำนาจ

       “นี่คุณไปเอาเบอร์ดิฉันมาได้ยังไง” ลดาถามด้วยความตกใจ

        “เจ้าหนี้จะมีเบอร์ลูกหนี้ไม่ได้รึไง... นี่ก็ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ ฉันยังไม่เห็นเงินเลยสักบาท”

       “คุณให้เวลาดิฉันสองอาทิตย์ นี่ยังไม่ครบกำหนด ไม่ต้องรีบโทรมาทวงก็ได้” ลดาว่าแดกดันเพราะหลังจากเกิดเรื่องเธอก็ไม่ได้ให้ราพิณเป็นคนติดต่อกับทรงพล เป็นเธอที่แบกรับหน้าที่ตรงนี้เองด้วยรู้ดีว่าพี่ชายก็ไม่มีทางหาเงินมาได้เหมือนกันอีกทั้งก็อยู่เชียงใหม่จึงให้คอยดูแลคนเป็นแม่

        “ยังปากเก่งเหมือนเดิม... ฉันมีข้อเสนอดีๆจะให้ ถ้าเธอสนใจ มาเจอฉันที่บริษัทบ่ายนี้”

       “ข้อเสนออะไร” ลดาถามด้วยความอยากรู้

        “ถ้าอยากรู้ก็มาเจอฉันที่บริษัทตอนบ่ายโมง” พูดเสร็จทรงพลก็วางสายทันที

       “นี่ เดี๋ยวสิ ฮัลโหล ฮัลโหล โธ่เอ้ย” ลดานั่งบ่นคนเดียวจนเป็นที่สนใจของเพื่อนร่วมงาน

        โชคดีที่งานของลดาไม่ได้เข้มงวดเรื่องการเข้างานมากนักยังพอยืดหยุ่นออกไปข้างนอกได้บ้าง หรือบางทีจะไม่เข้าออฟฟิศก็ได้แต่ต้องมีงานมาส่งให้ตรงเวลารวมถึงต้นฉบับ

        พอมาถึงเวลานัด ลดาก็เดินเข้าไปในตึกเหมือนเดิม แต่โชคดีที่คราวนี้ทรงพลคงสั่งการไว้แล้ว เพราะพอเข้าไปหญิงสาวก็พบเลขานุการหน้าห้องของทรงพลพอดี

        “คุณลดาเชิญทางนี้ค่ะ ท่านรออยู่แล้ว” เลขานุการเดินนำหน้าเธอไปยังลิฟต์ที่ต่างออกไปจากครั้งแรกที่เธอเคยขึ้น เมื่อเข้าไปแล้วก็พอจะเข้าใจว่าลิฟต์นี้สำหรับผู้บริหารเป็นแน่ เพียงเวลาไม่นานลดาก็มาถึงชั้นยี่สิบคือที่หมาย ทางด้านเลขานุการเดินนำและจัดการแจ้งคนข้างใน เมื่อได้รับอนุญาตร่างบางก็เข้าไปข้างในทันที วันนี้ต่างจากวันนั้นตรงที่ว่ามีบอดี้การ์ดอยู่ในนั้นด้วยหนึ่งคน

        “มาแล้วหรอ นั่งสิ” ทรงพลไม่รอช้าให้ลดานั่งลงก่อนจะเริ่มพูดธุระ

        “คุณมีข้อเสนออะไรก็ว่ามาเลย” ลดาไม่อยากจะอ้อมค้อมเช่นเดียวกัน

        “รู้จักปฐวีไหม?” ทรงพลถาม

        “ปฐวี?นักร้องหรอ?” ลดาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

        “ใช่ นักร้องในค่ายฉัน ซุปเปอร์สตาร์ที่ดังที่สุด เป็นที่จับตามองมากที่สุดในเวลานี้” ทรงพลขยายความให้ลดาเข้าใจ

        “แล้วเกี่ยวอะไรกับนักร้องในค่ายคุณล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย

        “ข้อเสนอที่ฉันจะให้เธอก็คือ เงินสิบล้านบาทที่พี่ชายเธอติดหนี้ฉันอยู่ ฉันจะยกหนี้ให้ หากเอาทะเบียนสมรสระหว่างเธอและนายปฐวีมาให้ฉัน” เมื่อได้ยินข้อเสนอลดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะมีข้อเสนอแบบนี้อยู่ในโลก

        “อะไรนะ!! นี่คุณบ้ารึเปล่า” พอได้สติลดาก็โวยวายทันที

        “ฉันถือว่าฉันพูดชัดเจนแล้ว หากเธอไม่ตกลง ภายในอาทิตย์นี้ก็หาเงินมาคืนฉันให้ได้สิบล้านบาท แต่ถ้าเธอตกลง ทันทีที่ฉันเห็นทะเบียนสมรสของเธอและนายปฐวี ฉันยินดีจะคืนโฉนดที่ดินที่พี่ชายเธอเอามาจำนองไว้ที่ฉันคืนเธอไปและเงินสิบล้านฉันก็ยกให้ฟรี” ทรงพลพูดอย่างถือไพ่เหนือกว่า

        “ดิฉันไม่เข้าใจ คุณต้องการอะไรแล้วทำไมถึงต้องดึงคนอื่นมาเกี่ยวข้อง” ลดาถามด้วยความสงสัย

        “เรื่องนั้นเธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้แต่เพียงหน้าที่ที่เธอต้องทำก็พอ ฉันให้เวลาเธอไปคิดดู ถ้าตกลงฉันจะให้เธอเริ่มงานทันที แต่ถ้าไม่ตกลง ภายในอาทิตย์นี้ฉันหวังว่าฉันจะเห็นเงินสิบล้านของฉันนะ เชิญ” เมื่อพูดธุระจบ ลดาก็ไม่หน้าด้านอยู่ต่อหลังจากถูกเชิญให้ออกจากห้อง เพียงมองด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อก่อนจะออกไปทันที เพราะไม่อาจทนอยู่ได้เช่นกัน

        “ท่านคิดว่าเธอจะตกลงไหมครับ” ชัยถาม

        “ไม่รู้สิ แต่ถ้าเธอไม่มีทางเลือก ฉันคิดว่าเธอจะตกลง...ยังไงช่วงนี้ก็จับตาดูเธอหน่อยแล้วกันนะ” ทรงพลบอกชัยคนสนิท


อ่านจบเม้นให้กันบ้างนะคะ... สมกับชื่อเรื่องจริงๆ "สัญญาบาป" 5555555555555555+ ลดากำลังจะทำบาปแล้วเด้ออออ นางเอกเราจะตกลงไหม ไปร่วมลุ้นด้วยกันค่ะ เจอกันตอนต่อไปวันเสาร์นะคะ

ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตาม ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้น โหวต บอกกันด้วยนะคะ

ปล.2 หากชอบเรื่องนี้อย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนด้วยน้า

 

 

มีนิยายที่อัพคู่กันตอนนี้คือ “เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ” ซึ่งกำลังจะวางแผงในสัปดาห์หน้าตามร้านหนังสือทั่วไป ใครสนใจลองกดเข้าไปอ่านได้ที่ลิ้งด้านล่างก่อนนะคะ

 



โปรย... ปกหลังจากสำนักพิมพ์นะคะ

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลยแพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #954 noonara (@noonara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 22:08
    เพิ่งเข้ามาอ่านก็อยากรู้ตอนจบแล้วละซี อิอิ
    #954
    0
  2. #688 Nipapornseelom (@Nipapornseelom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:06
    เพิ่งเข้ามาอ่านเข้มข้นและน่าติดตามมากค่ะ
    #688
    0
  3. #20 katicknam (@Tooktick6) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:49
    ทรงพลคือพ่อลดาแน่เลย
    #20
    0
  4. #19 giikhonbaannok (@giikhonbaannok) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 20:36
    อย่าบอกนะว่าทรงพลคือพ่อ !!!!!
    #19
    0
  5. #18 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:03
    นั่นน่ะสิงานยากจริงๆ
    #18
    0
  6. #17 katicknam (@Tooktick6) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 09:34
    ทำไมข้อเสนอเป็นงี้
    #17
    0