สัญญาบาป [ฉบับรีไรต์] E-book พร้อมโหลด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 399,936 Views

  • 1,090 Comments

  • 3,481 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    122

    Overall
    399,936

ตอนที่ 12 : บทที่4 [หนีกันไม่พ้น] 100% อัพแล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ก.ค. 60

ขอฝากเรื่องใหม่นิสนุงนะค้า อัพต่อจากคุณหมอนะ


 

"ซ่อนรักจำนนใจ"

คลิกที่ลิ้งได้เลยค่ะ ฝากแอดแฟนด้วยนะคะ

 

"คุณได้ยินอะไรบ้าง?" หญิงสาวถามอย่างกังวล

"ได้ยินว่าคุณจะจับผม... และยังบอกอีกว่าถ้าได้แต่งงานกับผมสบายไปทั้งชาติ" 

เมื่อเขาได้ยินทั้งหมดหญิงสาวก็หน้าซีด...

"ดะ เดี๋ยวก่อน คะ คือว่า..."

"ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ ถ้าคิดจะจับผม... ไม่ยากหรอกปาล์ม ผมยินดี... แต่ขอเรียกค่าตอบแทนนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าคุณตกลง เจอกันที่ห้องคืนนี้..."

ตามไปสนุกกันต่อที่ลิ้งนะคะ เริ่มอัพแล้วค่า

https://my.dek-d.com/little_chocho/writer/view.php?id=1662407




“อย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนนะจ๊ะ”

 

ส่วนทางด้านปฐวีวันนี้ยังคงมาทำงานตามปกติหลังจากจบแถลงข่าวดูเหมือนจะมีข่าวดีอยู่บ้าง ถึงแฟนคลับบางกลุ่มจะต่อต้านการจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้แต่หลายคนยังคงสนับสนุนที่สำคัญกว่านั้นสปอนเซอร์หรือผู้ว่าจ้างทุกคนยังคงให้งานอยู่เหมือนเดิมไม่มีการยกเลิกใดๆและยังมีโฆษณาติดต่อเข้ามาอีก

“ตารางงานวันนี้หมดแล้ว วีกลับบ้านได้เลยนะจ๊ะ” มินตราแจ้งหลังจากเสร็จงานโชว์ตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เรียบร้อยแล้วและไม่ให้สัมภาษณ์สื่อไหนแม้จะมีสื่อมารอมากมายก็ตาม

“ไม่เอาหรอกพี่ ผมไม่อยากกลับ” คำตอบนั้นทำให้ผู้จัดการส่วนตัวถอนหายใจ

“วีโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ เป็นมืออาชีพหน่อยสิ ตอนนี้นักข่าวจ้องหาข่าวอย่างกับอะไร ถ้าวีไม่กลับไปนักข่าวจะคิดยังไง งานนี้ลดาจะเสียหายและวีจะมีผลกระทบนะ” มินตราพยายามเตือนสติ เพราะอย่างไรเสียลงเรือลำเดียวกันแล้ว การเป็นศิลปิน ดารา หรือนักร้อง การทำงานในวงการภาพลักษณ์ย่อมสำคัญที่สุด การไม่มีข่าวฉาวจะเป็นผลดีมากกว่า

        “พี่มิ้นจะห่วงเธอทำไมกัน ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็ทำตัวเองทั้งนั้น คนที่พี่ควรห่วงคือผมต่างหาก หากไม่ใช่เพราะเธอผมคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ... อลิสคงไม่โกรธผม” ปฐวีระบายด้วยความหงุดหงิด นับตั้งแต่เกิดเรื่องอลิษายังไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาเลยแม้จะพยายามโทรไปหลายรอบก็ตาม

        “แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ววี พี่ว่าวีเอาเวลาไปสังเกตลดาไม่ดีกว่าเหรอ เผื่อบางทีจะได้รู้เหตุผลยังไงล่ะ” มินตราเสนอและหลอกล่อในเวลาเดียวกันดูเหมือนจะได้ผลเพราะปฐวีสนใจ นิ่งคิดไปครู่เดียวจึงขอตัวกลับคอนโดมิเนียม ผู้จัดการส่วนตัวจึงเดินไปส่งถึงรถตู้ของบริษัทเพื่อพากลับไปยังคอนโดมิเนียมของตัวเองทันที

       

        เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมปฐวีมองเห็นกลุ่มแฟนคลับด้านหน้ายังให้การต้อนรับอย่างดีรวมถึงนักข่าวกรูกันเข้ามาอยากจะสัมภาษณ์แต่ถูกผู้ชายสองคนกันเอาไว้ซึ่งเป็นคนจากบริษัทนั่นเอง ปฐวีเพียงยิ้มเล็กน้อยแจ้งว่าไม่พร้อมสัมภาษณ์บอกลาแฟนคลับและขอตัวกลับเข้าไปด้านใน ขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องตัวเองทันที เมื่อเสียบคีย์การ์ดกดรหัสเข้ามาจึงพบว่าภายในห้องตกมีแต่ความมืด เขาจึงเดินไปยังห้องของลดามองเห็นแสงไฟลอดผ่านออกมาจากด้านล่าง แสยะยิ้มเล็กน้อยเดินกลับมายังส่วนของห้องรับแขก กดเปิดไฟ ภายในห้องจึงสว่างทันที เดินเข้าครัวเพื่อจะหาน้ำดื่มแต่พบว่าบนโต๊ะกลับมีอาหารสองสามอย่างวางเอาไว้ถูกคลุมด้วยพลาสติกอย่างดี ชายหนุ่มเดินไปดูด้วยความสนใจพบว่าหน้าตาดูดีทีเดียวแต่เพราะอคติกับความเกลียดชังที่มีต่อลดาทำให้เขาไม่ยอมกิน พอดื่มน้ำเสร็จจึงเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย นั่งดูโทรทัศน์เงียบๆแม้จะเปิดทิ้งเอาไว้แต่ในหัวสมองเต็มไปด้วยความคิดโดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิงที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านกัน จนกระทั่งสี่ทุ่มกว่า บานประตูห้องของลดาเปิดออกมาในที่สุด

        หญิงสาวค่อนข้างตกใจเมื่อเห็นปฐวีอยู่ตรงห้องรับแขก แต่ไม่ได้ทักทาย เธอเพียงแค่หิวน้ำจะออกมาดื่มเท่านั้นเอง พอเดินเข้าไปในครัวจึงเห็นว่าอาหารยังอยู่เหมือนเดิมไม่พร่องและไม่มีร่องรอยแกะก็ถอนหายใจรู้ว่าปฐวีไม่ได้กินมันเข้าไปเลย จึงจัดการหยิบมาเททั้งหมดทิ้งถังขยะ ล้างจานให้เรียบร้อย การกระทำนั้นอยู่ในสายตาของร่างสูงเพียงไม่นานเสียงของเขาก็ดังขึ้น

        “ทีหลังไม่ต้องทำเผื่อผม... สิ้นเปลืองเปล่าๆและผมก็ไม่ได้อยากกิน” เขาพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ ลดากัดริมฝีปากแน่นจากนั้นแสร้งหัวเราะออกมาเบาๆ

        “เข้าใจผิดหรือเปล่าคะ ใครทำเผื่อคุณไม่ทราบ?” ปฐวีขบกรามแน่นถามสวนกลับ

        “แล้วคุณทำทำไมตั้งเยอะแยะ”

        “ฉันอยากกินหลายอย่าง ทำไม่ได้เหรอคะ? ในเมื่อฉันเป็นคนซื้อ เป็นคนทำ และเป็นคนกิน” ร่างบางยียวนกลับยิ่งทำให้นักร้องหนุ่มหงุดหงิดมากกว่าเดิม

        “นั่นสิ ผมมักจะคิดอะไรผิดมาเสมอโดยเฉพาะไว้ใจคนผิด” คำพูดแดกดันของปฐวีกระแทกใจลดาอย่างจังจนทนไม่ไหว หญิงสาวจึงเดินออกจากครัวไปยังห้องรับแขกแล้วกอดอกพูดกับผู้ชายที่กำลังนั่งตรงโซฟาอย่างตรงไปตรงมา

        “ถ้าคุณอยากจะด่าอยากจะว่าอะไรฉันก็เชิญเลยดีกว่า การที่คุณมาพูดแดกดันแบบนี้ฉันไม่ชอบ” นักร้องหนุ่มรีบลุกจากโซฟาเดินมาเผชิญหน้าหญิงสาวทันทีด้วยท่าทางคุกคามจนร่างบางต้องก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างเล็กน้อย

        “ผมไม่ด่าไม่ว่าคุณหรอก ถึงผมพูดไปคุณก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ที่ผมอยากรู้ คุณทำแบบนี้ทำไม!” ปฐวีถามย้ำ

        “ฉันตอบคุณเรื่องนี้ไปแล้ว และฉันยังยืนยันคำตอบเดิม” พูดเสร็จจึงตัดสินใจจะเดินหนีหากพูดเรื่องเดิมๆคำตอบก็จะวนอยู่ที่เดิมซึ่งเธอบอกความจริงเขาไม่ได้ แต่ก้าวได้เพียงสองก้าวเท่านั้นร่างบางกลับถูกร่างสูงฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน

        “แต่ผมเป็นคนที่ถูกกระทำ เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิ์ที่จะรู้!” ปฐวีเริ่มตวาดใส่ลดา

        “ถึงคุณอยากจะรู้แต่ฉันไม่มีอะไรจะบอก กรุณาปล่อยฉัน ฉันเจ็บ” ลดาบอกเสียงเย็น ยิ่งทำให้ร่างสูงโมโหหนักกว่าเดิมเสียอีก

        “แน่ใจนะว่าไม่บอก... แน่ใจใช่ไหม!” ร่างสูงเริ่มคุกคามทำเอาหญิงสาวหวั่นใจและหวาดกลัว

        “คุณจะทำอะไร” เธอถามอย่างหวาดระแวง นาทีต่อมาร่างกายกลับถูกร่างสูงเหวี่ยงอย่างแรงล้มลงยังโซฟาตัวยาวและนักร้องหนุ่มตามมาคร่อมทับเอาไว้ มือบางยกขึ้นจะดันแต่กลับถูกเขารวบแล้วยกขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะ

        “ผมถามว่าจะบอกไหม!” ชายหนุ่มตวาดเสียงเข้ม

        “ปล่อยฉันนะ ฉันไม่มีอะไรจะบอกคุณ” ว่าแล้วก็พยายามดิ้นแต่เพราะแรงของเขามากกว่าจึงไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว

        “ไม่บอกก็ดี งั้นผมจะเข้าใจว่าที่คุณทำเรื่องพวกนี้เพราะอยากจะเป็นเมียผมจริงๆ ถ้าอยากมากขนาดนี้ผมจะสนองให้แล้วกันนะ ยังไงเราก็เป็นผัวเมียกันแล้วนี่!”

        ปฐวีแสยะยิ้มออกมาจากนั้นก้มหน้าลงไปรุกรานลำคอระหงของหญิงสาวทันทีท่ามกลางเสียงร้องห้ามของลดาแต่ดูเหมือนว่ามันไม่เข้าหัวของเขาเลย ความหอมหวานจากกายบางทำให้อารมณ์โกรธเริ่มถูกแทนที่ด้วยความต้องการ

        ลดาพยายามดิ้นรนแต่เขาไม่ยอมปล่อยอีกทั้งแรงที่มากกว่าทำให้เธอไม่สามารถขยับได้เลย ทุกครั้งที่เธอพยายามจะทำแรงบีบที่ข้อมือจะเพิ่มมากขึ้นจนตอนนี้ดวงตากลมโตปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาด้วยความเจ็บและเสียใจ

        “ฮึก... ปล่อยฉันนะคุณปฐวี... ปล่อยนะ”

        ร่างสูงเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงหลงมัวเมากับลำคอระหงของหญิงสาวอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งพบว่าผู้หญิงใต้ร่างนิ่งไปนักร้องหนุ่มจึงชะงัก ต่อมาผละออกแล้วเงยหน้าขึ้นมองดูจึงพบว่าเวลานี้ใบหน้าสวยงามเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย ใบหน้าอาบน้ำตาทำเอาปฐวีใจกระตุกเหมือนกันแต่ยังไม่ยอมปล่อย

        “ทำไม... ทำไมต้องเป็นผมลดา” เขาถามเสียงแผ่ว บอกเธออย่างขมขื่น

        ไม่มีเสียงตอบรับมีเพียงเสียงสะอื้นเท่านั้น ปฐวีคลายมือที่จับเอาไว้จึงได้เห็นว่าข้อมือสวยเป็นรอยนิ้วมือของเขาแดงอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นเพราะผิวที่ขาวจัดของเธอ ชายหนุ่มถอนหายใจลุกขึ้นออกจากตัวของหญิงสาวเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง ไม่ได้พูดอะไรอีก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้ลดานั่งร้องไห้เพียงคนเดียวในห้องรับแขกพักใหญ่ก่อนจะกลับเข้าห้องของตัวเองไปเช่นเดียวกัน

 

        เหตุการณ์ในคืนนั้นผ่านไปร่วมสัปดาห์ทำให้ลดาและปฐวีมองหน้ากันไม่ติดมากกว่าเดิม แม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่แทบไม่เจอกันเลย ต่างคนต่างอยู่ หญิงสาวเริ่มออกไปไหนมาไหนบ้างเพราะการคลุกอยู่แต่ในห้องทำให้เธอย่ำแย่กลัวว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าเสียก่อน พยายามไม่เปิดดูข่าวบันเทิงหรืออ่านข่าวตามเว็บคาดว่าคงมีคนรุมด่าเธอเยอะ เพื่อไม่ให้เสียสุขภาพจิตมากกว่านี้จึงปิดรับข่าวสารและออกมาหาเพื่อนรักที่คอนโดมิเนียมแทน ทันทีที่เจอกันรวีพรรณมิวายถามอย่างสงสัย

        “แกออกมาได้ยังไงเนี่ย ไม่โดนแฟนคลับรุมทึ้งเหรอ” ด้วยรู้ดีว่ามีแฟนคลับบางส่วนไปดักรอหน้าคอนโดมิเนียมถึงจะผ่านไปหลายวันแล้วยังไม่ยอมเลิกรา

        “กลัวสิ แต่เขาไม่ทำอะไรฉันหรอก แค่ด่านิดหน่อยเวลาเดินผ่าน” ลดาตอบตามความจริง ตอนลงมาด้านล่างเจอกลุ่มแฟนคลับของปฐวีรออยู่ ต่างซุบซิบนินทาเมื่อเธอเดินผ่าน บางคนโกรธจัดถึงกับด่าออกมาเสียงดังแต่เธอเลือกไม่สนใจเพราะเป็นสิ่งที่เธอสมควรโดนแล้ว

        “แล้วคุณทรงพลยังติดต่อแกมาอยู่ไหม” รวีพรรณถามอย่างอยากรู้เรื่องทั้งหมดเกิดจากผู้ชายคนนี้คนเดียว

        “ไม่เลย แต่ก็ดีแล้ว อยากให้ครบสามเดือนเร็วๆจัง ฉันจะได้จบเรื่องบ้าๆนี่สักที แกรู้ไหมทุกวันนี้ฉันเกลียดตัวเองจะแย่ ฮึก... ยังไม่อยากมองตัวเองในกระจกเลย ฉัน... ฮือ” หญิงสาวระบายออกมาพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเพื่อนรักต้องรีบดึงตัวเข้าไปกอดปลอบเอาไว้ ไม่ค่อยจะได้เห็นลดาอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนเลย

        “ไม่เอาน่าลดา อย่าร้องไห้สิ แกเองไม่มีทางเลือกนะ ถ้าเรื่องนี้ใครสักคนจะผิดคงเป็นพี่ราพิณกับตาทรงพลนั่นต่างหาก แกเป็นเพียงแค่เหยื่อนะลดา” รวีพรรณย้ำพูดอย่างตรงไปตรงมา

        “แกรู้ไหม ฮึก... คุณปฐวีที่ฉันเคยรู้จัก เขาเป็นคนดีจิตใจอ่อนโยน แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้นอีกแล้ว” ลดาระบายออกมาอีกรอบ เพราะเธอทำให้เขาเปลี่ยนไปแต่เพื่อนรักรีบถามอย่างร้อนใจ

        “ทำไม เขาทำอะไรแกหรือเปล่าลดา!” ไม่พูดเปล่าแต่ดันตัวเพื่อนรักออก สำรวจร่างกายเวลานั้นสายตาไปสะดุดเข้ากับรอยช้ำตรงแขนมีทั้งสีเขียวสีม่วง ลดาตกใจไม่คิดว่าเพื่อนรักจะเห็นอุตส่าห์ใส่เสื้อแขนยาวมา จึงพยายามดึงแต่ไม่รอดพ้นสายตาดูเหมือนจะช้าไปแล้ว

        “อะ... เอ่อ รอยนี้ฉันเดินชนโต๊ะ” เธอโกหกและแน่นอนว่าเป็นคำโกหกโง่ๆที่รวีพรรณไม่เชื่อเลย

        “จะบ้าหรอลดา นี่มันรอยนิ้วมือชัดๆ ฉันควรเขียนข่าวว่านายปฐวีนั่นเป็นซาดิสต์ดีไหม” รวีพรรณบอกอย่างโกรธๆ

        “อย่านะ อย่าทำแบบนั้น ฮึก... แค่นี้เขาก็แย่มากพอแล้ว” ลดาร้องไห้อีกหนทำเอารวีพรรณถอนหายใจต้องรีบปลอบด้วยรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะมีใครรู้บ้างว่าลดาทั้งเครียดและเสียใจแค่ไหน ใครบ้างจะอยู่ดีๆพาตัวเองไปเดือดร้อนหากไม่จำเป็นแต่รู้ดีว่าเรื่องนี้จะพูดไปก็ไม่ได้อีก

        จนกระทั่งนักเขียนสาวเริ่มดีขึ้นเพื่อนรักจึงบอกเล่าเรื่องที่นึกขึ้นได้ออกมา

        “วันก่อนพี่หมอกฤษณ์โทรหาฉัน บอกว่าอยากโทรหาแกแต่ไม่กล้า”

        “พี่หมอมีอะไรเหรอ” ลดาเช็ดน้ำตาถามอย่างสงสัย เธอรู้จักกับกฤษณะมานานแล้วและปกติเคยพูดคุยกันอยู่บ้างและแปลกใจที่เขาไม่กล้าโทรมา

        “จะอะไรล่ะ เรื่องที่แกจดทะเบียนสายฟ้าแล่บนั่นแหละ” พอรู้เรื่องอะไรหญิงสาวถอนหายใจ

        “แต่แกไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังใช่ไหมรวี” หญิงสาวจ้องเพื่อนรักเขม็งด้วยรู้ว่าเรื่องนี้รู้เยอะไปไม่ใช่เรื่องดีและอาจจะผิดสัญญาที่เซ็นเอาไว้

        “เออสิ ฉันแค่บอกไปตามข่าวนั่นแหละ เสียงพี่หมอนะจ๋อยไปเลย ฉันว่าแกน่าจะโทรไปคุยกับพี่เขาหน่อยนะ” รวีพรรณเสนอแนะรู้สึกเห็นใจคุณหมอหนุ่ม เพราะกฤษณะแอบรักเพื่อนเธอมานานแล้วและเธอคอยเชียร์อยู่ ผู้ชายดีๆแบบนี้ปล่อยหลุดมือไปน่าเสียดาย

        “อย่าเลย พี่เขาจะได้ตัดใจจากฉันสักที” หญิงสาวพูดตามตรง เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย ไม่อยากจะทำอะไรที่ให้ความหวังอีก การโทรไปพูดคุยหรืออธิบายเรื่องปฐวีอาจจะทำให้กฤษณะเข้าใจผิดได้

        “งั้นก็ตามใจแก รู้ไหมนักข่าวยังประโคมข่าวแกไม่หยุด แต่บริษัทฉันแกไม่ต้องห่วงเพราะฉันแก้ต่างให้แกหมดแล้ว” รวีพรรณเล่าให้ฟังอย่างภูมิใจ

        “ขอบใจจริงๆนะรวี” ลดาบอกอย่างซึ้งใจ นอกจากครอบครัวก็มีรวีพรรณนี่แหละที่เป็นเพื่อนแท้ แม้เธอจะเป็นคนมีเพื่อนไม่เยอะแต่ขอสักคนที่จริงใจแค่นี้พอแล้ว

        “ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา”

        นักข่าวสาวส่งยิ้มให้เพื่อนรักสบายใจพร้อมกำชับว่าอย่าไปทำอะไรเสียชื่อเสียงตัวเองเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะยิ่งทำให้ข่าวแย่ลงซึ่งลดาเองก็รับปากเพราะตัวเธอไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้ว

        เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วทั้งคู่จึงกินข้าวด้วยกัน พูดคุยกันมากมายเมื่ออิ่มลดาขอตัวกลับ รวีพรรณอาสาขับรถมาส่งแต่ลดาเลือกจะนั่งแท็กซี่กลับเองไม่อยากกวนด้วยรู้ดีว่าเพื่อนรักมีธุระในเย็นวันนี้

        พอกลับมาถึงคอนโดมิเนียมถึงจะเย็นแล้วแต่แฟนคลับกลุ่มเดิมยังรออยู่ บางทีเธอไม่รู้เหมือนกันว่ายืนรอทำไมกัน เพื่อเจอปฐวี หรือรอให้เธอกับเขาเลิกกัน... หรือรอด่าเธอกันแน่นะ หญิงสาวไม่ค่อยแน่ใจจุดประสงค์แต่ทางที่ดีไม่ยุ่งน่าจะดีกว่าและโชคดีที่ไม่มีนักข่าวเหมือนทุกวันอาจจะเพราะว่าไม่มีข่าวอะไรจะให้การมาอยู่รอจึงเป็นเรื่องเสียเวลา ลดารีบเดินเข้าไปด้านในแต่คราวนี้ไม่เหมือนตอนแรกที่ออกมาเมื่อเธอถูกดักเอาไว้

        “ขอทางด้วยค่ะ” หญิงสาวบอกอย่างสุภาพและใจเย็น

        “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาทำกับพี่วีของเราแบบนี้” หนึ่งในแฟนคลับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ด้วยเสพข่าวมากมีบางกระแสหลุดออกมาว่าผู้หญิงตรงหน้าต้องการจับนักร้องหนุ่ม

        “ฉันรู้ว่าพวกคุณไม่พอใจ แต่ตอนนี้เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว คุณเอาเวลามาหาเรื่องฉันไปสนับสนุนเขาต่อไม่ดีกว่าเหรอคะ” หญิงสาวพูดอย่างตรงไปตรงมา จะให้เธอทำอะไร ขอโทษขอโพยคาดว่าคงไม่ได้สนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ที่จ้องจะหาเรื่องแน่ๆ

        “เธอสอนพวกฉันเหรอ!” คราวนี้ไม่พูดเปล่าแต่ร่างบางกลับโดนผลักจนจะล้มลง เวลานั้นคิดว่าคงล้มกระแทกแน่แต่จู่ๆไม่ได้เป็นอย่างนั้นเมื่อพบว่าตัวเองถูกอ้อมแขนแกร่งรับเอาไว้ ยังไม่ทันเงยหน้ามองดู กลุ่มแฟนคลับก็ร้องดังขึ้นมาก่อน

        “พี่วี!”

        ลดาเงยหน้ามองดูพบว่าเป็นปฐวีจริงๆ เขาประคองให้เธอยืนขึ้นเหมือนเดิมจากนั้นใช้แขนโอบเอวเธอเข้ามาแนบชิดและพูดกับกลุ่มแฟนคลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง

        “พี่รู้ว่าเรารักพี่ คอยสนับสนุนพี่มาตลอด แต่พี่ไม่อยากให้เราต้องมาทำร้ายคนรักของพี่ หรืออยากเห็นพี่เจ็บปวด” ถ้อยคำของเขาทำเอาทั้งลดาและแฟนคลับอึ้งไปตามๆกัน

        “ไม่ใช่ค่ะพี่วี ถ้าพี่วีเจ็บปวดเราก็เจ็บด้วย” กลุ่มแฟนคลับพูดขึ้นอีกรอบ

        “ถ้าอย่างนั้นพี่หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกนะ ตอนนี้พี่มีภรรยาแล้วอยากจะให้เราให้เกียรติภรรยาของพี่ด้วย ถึงพี่ไม่มีวันนี้วันหน้าพี่ก็ต้องมีอยู่ดี จริงไหม หืม” ท้ายประโยคเขาพูดอย่างอ่อนโยน แม้แฟนคลับบางคนจะหน้าเสียแต่เลือกที่จะตอบกลับ

        “แต่มันกะทันหันเกินไปนี่คะ... ไม่มีแม้กระทั่งข่าวคบหากัน พวกเราทำใจไม่ได้”

        “เราสนับสนุนพี่เพราะอะไร? เพราะผลงานของพี่ไม่ใช่เหรอ และการที่พี่จะมีภรรยา จะทำให้เราเลิกสนับสนุนพี่หรือไง?” เขาถามจุดประสงค์ที่แท้จริงแต่แฟนคลับรีบส่ายหน้า

        “ไม่ใช่ค่ะ เราไม่เลิกสนับสนุนพี่วีแน่นอน แต่เราแค่อยากให้พี่วีได้เจอคนดีๆเท่านั้น” ลดาหน้าชาเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้แต่ก็พอเข้าใจ ข่าวออกไปมากมาย บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อและเธอห้ามความคิดใครไม่ได้ อีกอย่างถ้าเธอเป็นแฟนคลับแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ย่อมพุ่งเป้าไปยังผู้หญิงที่มาเป็นภรรยาของนักร้องที่ชื่นชอบเหมือนกัน

        “ผู้หญิงคนนี้ดีที่สุดสำหรับพี่แล้ว” นับว่าเป็นครั้งที่สองที่ทำให้ลดาตื่นตะลึง อยากรู้ว่าเขากินยาผิดมาหรือเปล่า ทำไมปฐวีวันนี้ช่างแตกต่างจากปฐวีวันก่อนโดยสิ้นเชิง เห็นเขาปกป้องยิ่งรู้สึกผิด

        กลุ่มแฟนคลับมองหน้ากันเล็กน้อยท้ายที่สุดก็ตัดสินใจออกมา หันไปมองเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของตัวเองและพูดออกมาอย่างจริงจัง

        “งั้นพี่วีรักใครเราก็รักด้วย จริงไหมพวกเรา” หลายคนที่ยืนด้านหลังก็ตอบรับหลังจากได้ยินทุกคำพูดของนักร้องหนุ่มและนั่นทำให้ปฐวียิ้มอย่างพึงพอใจ

        “ขอบคุณมากนะครับ ถึงพี่จะมีภรรยาแล้วแต่ยังไงไม่ลืมพวกเราแน่นอน ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะครับ”

        ปฐวียิ้มกว้างโอบเอวลดาเดินเข้าไปด้านใน พอเข้ามาในลิฟต์ปฐวีรีบปล่อยแขนทันทีในขณะที่ลดาขยับถอยห่างเช่นเดียวกันรู้ดีว่าเมื่อกี้เขาแค่สร้างภาพเท่านั้น ไม่นานจากนั้นร่างสูงก็พูดขึ้นเสียงเข้ม

        “ชอบนักใช่ไหมมีเรื่องกับแฟนคลับเนี่ย” ถ้าเขากลับมาไม่ทันสงสัยภรรยาในนามคนโดนยำเละ

        “ถ้าคิดว่าฉันชอบมีเรื่องกับแฟนคลับนักล่ะก็ มาช่วยฉันไว้ทำไหมเล่า” เธอกอดอกเชิดหน้าไปอีกทาง ปฐวีเห็นท่าทางนิสัยเหมือนเด็กหลุดยิ้ม แต่พอได้สติเขาตีหน้าขรึมอีกหน

        “รู้แบบนี้ให้แฟนคลับรุมซะให้เข็ด” ปฐวีพึมพำแต่ดังมากพอที่ลดาจะได้ยิน จึงหันไปถลึงตาใส่ เวลานั้นประตูลิฟต์เปิดออกเสียก่อน เขาเดินกลับไปยังห้องตัวเองโดยมีหญิงสาวเดินตาม พอมาถึงหน้าประตูจึงเสียบคีย์การ์ดกดรหัสเข้าไปเมื่อทั้งคู่เข้าห้องมาเรียบร้อยแล้ว ลดากำลังจะแยกไปห้องของตัวเองแต่ต้องชะงักปลายเท้าเมื่อได้ยินประโยคไม่เชื่อหู...

        “ผมหิว... ทำอะไรให้กินหน่อย” ปฐวีบอก ลดาหันไปมองราวกับถูกผีหลอก


พี่วีเหมือนคนผีเข้าผีออก... หรือจะมีแผนการอะไรนะ? ไปตามลุ้นกันค่ะ งานนี้รับรองว่าเข้มข้นและแซ่บขึ้นเรื่อยๆ หนูลดาจะยอมเปิดเผยความจริงและยอมหย่าไหม ส่วนพี่วี... ดูท่าเริ่มติดใจหนูลดาซะแล้ววว คิคิ

ปล.อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนนะคะ

ปล.2 หากชอบเรื่องนี้อย่าลืมเม้น โหวต แอดแฟนด้วยน้า

****************************************************************************************

มีนิยายที่อัพคู่กันตอนนี้คือ เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ” ตอนนี้วางแผงแล้วนะคะ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ร้านนายอินทร์ se-ed และ B2ราคา 329 บาทหรือจะสั่งกับทางสำนักพิมพ์ได้ลด 15% ฝากด้วยนะคะ สามารถอ่านตัวอย่างได้ก่อนที่บทความ "เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ" ได้เลยค่า ^^

 


 

 

โปรย... ปกหลังจากสำนักพิมพ์นะคะ

 

  “ถึงคุณจะอันตราย แต่ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือคุณ

 

       แค่วันไนต์สแตนด์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขาควรจะปล่อยผ่านไปแต่สำหรับ เฟเดรีโก อัลบาติโน่ แล้ว แพรวา คือผู้หญิงที่เขาสนใจ ภายใต้ความเย็นชาแสนจะเย่อหยิ่ง ปลุกความอยากเอาชนะในตัวเขาขึ้นมา ศัลยแพทย์หนุ่มหยิบยื่นความรับผิดชอบแต่เธอปฏิเสธ แถมยังพาลูกในท้องหนีไปอีก แต่การหลบหนีของแพรวาไม่ได้มีสาเหตุมาจากเขาทั้งหมด หญิงสาวถูกคุกคามจากมือมืดที่มองไม่เห็น เช่นนั้นแล้วเขาจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เฟเดรีโกจึงสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะปกป้องเธอกับลูกให้ได้!

 

ถ้าคุณแค่ต้องการรับผิดชอบ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมว่าฉันไม่ได้ต้องการเลย” แพรวาพยายามย้ำจุดยืน

ในขณะที่ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กลอกตาไปมา ก็ได้... ถ้าเธอจะเอาแบบนี้ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบผม... ผมเสียตัวให้คุณแล้ว

แพรวาเบิกตาโตอย่างตกใจ “จะบ้าเหรอ คุณเป็นผู้ชายนะ

แล้วไงล่ะ เป็นผู้ชาย เสียตัวไปแล้วผมก็ซีเรียสนะ คุณต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่ดูแลผมและเราต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ

เฟเดรีโก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ

แล้วคิดว่าหน้าตาของผมดูเล่นมากเลยเหรอ ผมจริงจังนะเนี่ย

 

ใครชอบแนวคุณหมอบอกเลยว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดค่ะ คุณหมอเฟเดรีโกน่ารักมากกกกกกกกก ถึงแม้จะมีเป็นชุดคือสองเล่ม “กับดักวิวาห์มาเฟีย” กับ “เทพบุตรร้ายล่าหัวใจ” เนื้อหาสองเล่มคือเป็นพี่น้องกันนะคะ แต่อ่านแยกได้ ไม่มีปัญหาก็เพราะว่า เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน มีเพียงตัวละครเดิมมาสร้างสีสันเท่านั้นค่ะ ^^ ไม่ต้องกังวลว่า เดี๋ยวซื้อเล่มนี้ ก็ต้องซื้ออีกเล่มด้วย ถ้าอยากอ่านเล่มเดียวหรือชอบแค่เรื่องเดียว จัดไปเลยค่า อ่านได้ไม่มีปัญหาแน่นอน ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #102 somluck (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 07:43
    ดูเหมือนลดาค่อนข้างเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะคะ แล้วคำพูดบางคำดูไม่สำนึกเลยว่าตัวเองเป็นคนสร้างเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่ ไม่น่ารักเลย
    #102
    0
  2. #90 tangmo12072544 (@tangmo12072544) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 06:43
    พี่วีเหมือนเป็นไบโพล่า
    #90
    0
  3. #84 ya567 (@ya567) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 22:18
    ชอบมากค่ะ รออิอิ
    #84
    0
  4. #83 katicknam (@Tooktick6) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:43
    ผีออกแล้ว
    #83
    0
  5. #80 chernat (@chernat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:03
    อย่าบอกนะว่าง้อ ง้อด้วยวิธีนี้ไม่ค่อยโอนะ
    #80
    0
  6. #79 Nous36 (@Nous36) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 21:11
    รุ้นว่าเมื่อไหร่คุณเธอจะพูดความจริงปากแข็งมากๆ
    #79
    0
  7. #78 WanidaCh (@WanidaCh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:58
    ทำดีให้ตายใจ แผนล้วงความลับอีตาวีแน่ๆ
    #78
    0
  8. #77 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 17:55
    ปูเสื่อรอเลยค่ะ
    #77
    0
  9. #76 Lukmunum (@Lukmunum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 16:42
    บอกความจริงเลยลดาพี่วีจะได้ดข้าใจว่าลดาทำทำไม
    #76
    0
  10. #74 chernat (@chernat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 06:54
    เราว่าเรื่องนี้ลดาคงปากแข็งไม่แพ้แพรวาแน่นอน
    #74
    0
  11. #73 รัน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:32
    รอต่อค่ะ
    #73
    0