เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,589 Views

  • 287 Comments

  • 1,388 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    210

    Overall
    150,589

ตอนที่ 9 : ตอน6 ความจริงเปิดเผย 100% อัพแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 มิ.ย. 58

 

*** เรื่องนี้ "ทำมือ" นะคะ เปิดจองเดือนนี้นะ ได้รายละเอียดแล้วจะมาแจ้งค่ะ ^ ^ อ่านจบเม้นให้เค้าด้วยนะคะ สาวๆขา จุ๊บๆๆๆ *** 

 

เช้านี้ที่คฤหาสน์หลังงามกลางกรุงลอนดอน แบรนดอนกำลังนั่งทานอาหารเช้าอย่างมีความสุขเมื่อผู้จัดการฝ่ายการตลาดโทรศัพท์มาแจ้งยอดตั้งแต่เช้าว่ายอดสั่งจองเพชรชุดนี้พุ่งทะลุมากกว่าชุดไหนแถมที่ทำเอาไว้ก็ยังไม่พอจนต้องมีออเดอร์ทำเพิ่ม ไม่เพียงแค่ยอดสั่งจองแต่ชื่อเสียงของเพชรชุดนี้กลับได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากสื่อและวงการอัญมณีด้วยกันเอง แม้จะมีเสียงเล็กๆจากบริษัทคู่แข่งว่าเพชรชุดนี้งดงามเกินกว่าที่ทางไดม่อนไอจะออกแบบได้แต่แบรนดอนก็ไม่อยากจะเอาเสียงนกเสียงกาเล็กๆมาให้ได้ขุ่นเคืองใจเพราะเขาชินเสียแล้วตั้งแต่เริ่มให้ไอรดาโจรกรรมแบบเพชรของบริษัทอื่น แม้จะโดนด่าหรือแจ้งความแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานสุดท้ายพวกนั้นก็ล่าถอยไป สำหรับเพชรชุดนี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเสียยิ่งกว่าอะไร ในขณะที่คนเป็นภรรยาที่นั่งทานอาหารเคียงข้างเห็นรอยยิ้มของสามีก็พูดขึ้น

          “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกน้องของคุณฝีมือจะดีถึงขั้นออกแบบได้ขนาดนี้” เรน่าว่าขึ้นแล้วยิ้มกว้าง เพราะไม่ใช่แค่ไดม่อนไอมีชื่อเสียงขึ้น ตัวเธอเองก็เช่นเดียวกัน ได้รับโทรศัพท์จากบรรดาผู้มีหน้ามีตาในวงสังคมทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องเพชรที่อยากจะสั่งจองก่อนที่จำนวนที่ผลิตเอาไว้จะหมดเสียก่อน ทุกคนเริ่มให้ความสนใจในตัวเธอและธุรกิจของเธอ ยิ่งทำให้เรน่ารู้สึกว่าเธอได้เชิดฉายมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งคิดก็ยิ่งพอใจ

          “ก็แน่นอนสิ ผมเสียเงินจ้างพวกมันมาแพง” แบรนดอนว่าอย่างไม่ใส่ใจเพราะรู้ดีว่าความลับก็คือความลับจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด

          “งานนี้ได้เงินเยอะเลยสิคุณ” เรน่ายังถามต่อพร้อมกับทำตาเป็นประกาย แบรนดอนหันไปมองหน้าภรรยาเล็กน้อยแล้วตอบกลับสั้นๆ

          “ใช่”

          “งั้น... ฉันขอสักหนึ่งล้านปอนด์ได้ไหม” เรน่าพูดขึ้นแล้วส่งยิ้มหวานที่สุดในขณะที่สามีตอบกลับด้วยสีหน้าบึ้งตึง

          “จะเอาไปทำไร! เอาไปเล่นกาสิโนอีกใช่ไหม!” แบรนดอนถามอย่างรู้ทัน เพราะเขามารู้เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากมีเจ้าหนี้โทรมาทวงเขาถึงบริษัท ด้วยยอดมหาศาล ทำให้เขาจำต้องไปกู้แบงค์มาเพื่อจ่ายคืนให้ไม่อย่างนั้นพวกนั้นจะเอาไปบอกสื่อยิ่งจะเสียชื่อเสียงไปกันใหญ่ ตอนนั้นเองเขาถึงได้รู้ว่าเรน่าติดการพนัน!

          “ฉันเปล่านะ เลิกแล้ว... แค่จะเอาไปซื้อของ” เรน่ารีบพูดขึ้นอย่างไม่ยอมรับแม้ในใจจะเป็นอย่างที่สามีคาดการณ์เอาไว้ทุกอย่าง

          “ผมให้ได้แค่หนึ่งแสน!

          “อะไรกัน! คุณได้เงินตั้งเยอะ ให้ฉันแค่หนึ่งแสน! จะเก็บไว้ให้ยัยลูกรักของคุณใช่ไหม” เรน่าได้ยินก็ชักสีหน้าไม่พอใจ มือที่ถือส้อมอยู่ก็วางอย่างแรงจนมันกระแทกกับจานอย่างจัง อีกทั้งยังพาดพิงไปถึงไอรดา หนามยอกอกที่ยังทิ่มแทงใจแม้คนเป็นแม่จะล่วงลับไปแล้วแต่เธอก็คิดว่ายังมีคนเป็นลูกส่งมาให้เธอได้เกลียดชังอีก!

          “ไอรดาไม่เคยเรียกร้องผมเลยสักปอนด์เดียวเรน่า! อีกอย่าง... เธอกลับเมืองไทยแล้วด้วย” ท้ายประโยคแผ่วเบาแต่กลับทำให้อีกคนใจเย็นลงมาหน่อยแล้วยิ้มขึ้นก่อนจะถามกลับ

          “กลับแล้วเหรอ? กลับจริงๆเหรอ” น้ำเสียงดีใจอย่างปิดไม่มิดยิ่งทำให้แบรนดอนรู้สึกไม่ชอบใจเรียกได้ว่าหงุดหงิดที่เห็นท่าทางแบบนี้จากภรรยาที่อยู่กินกันมาหลายสิบปี

          “จริง แล้วก็เก็บอาการหน่อยก็ได้ ยังไงเธอก็เป็นลูกเลี้ยงคุณนะ!” แบรนดอนต่อว่าอย่างตรงไปตรงมา ในขณะที่เรน่าเพียงแค่ยักไหล่จากนั้นก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตอบกลับอย่างเจ็บแสบ

          “ฉันไม่นับมันหรอก เกลียดทั้งมันและแม่ของมัน!

          แบรนดอนได้ยินก็ถอนหายใจมื้ออาหารยามเช้าไม่อร่อยอีกต่อไปแล้ว เขาดื่มน้ำจากนั้นก็ลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทที่พาดเอาไว้ตรงเก้าอี้ขึ้นมาจากนั้นก็เดินออกไป เรน่าเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามก่อนจะตะโกนเรียกสามีตัวเองแต่อีกฝ่ายกลับไม่เหลียวหลังเลยสักนิด

          “คุณ กลับมาก่อน เงินฉันล่ะ คุณ! ให้ตายเถอะ พูดเรื่องสองแม่ลูกไม่ได้เลย!” เรน่าบ่นอย่างหงุดหงิดใจก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์

          แบรนดอนเดินออกมาที่ด้านนอกก็เจอคนสนิทรออยู่แล้ว ริคเปิดประตูหลังให้แบรนดอนสอดตัวเข้าไปด้านในก่อนที่ประตูรถจะปิดลง ริควิ่งไปยังด้านหน้าตำแหน่งคนขับก่อนที่จะขับพาเจ้านายของตัวเองไปยังบริษัทไดม่อนไอ เมื่อพ้นประตูบ้านมาเรียบร้อยแล้วแบรนดอนก็เอ่ยถามถึงลูกสาวคนเล็กของตัวเองทันที

          “นายไปส่งไอแล้วใช่ไหม” แบรนดอนไม่พูดเปล่าจ้องมองนาฬิกาเรือนหรู พบว่ามันเลยเวลาขึ้นเครื่องร่วมชั่วโมงแล้ว ป่านนี้ลูกสาวเธอคงอยู่บนท้องฟ้าโดยมีนกเหล็กกำลังทะยานบินกลับประเทศไทย

          “ครับ”

          “แล้วเธอรับเงินหรือเปล่า” แบรนดอนเอ่ยถามต่อ ริคเองก็ตอบกลับ

          “ไม่ครับ ฝากผมมาคืนนายแล้วฝากมาบอกอีกว่าเธอมีเงินพอครับ” พอได้ยินแบบนี้หัวใจคนเป็นพ่อก็นึกเจ็บปวด เขาอยากจะเติมเต็มให้กับลูกสาว แต่วิธีของเขาก็ให้ได้แค่เงิน ครั้นจะแสดงความรักก็ไม่อาจจะทำได้เต็มที่เพราะต้องเก็บเป็นความลับหรือจะพามาบ้านก็เดี๋ยวมีปัญหาเหมือนครั้งที่ไอรดามาอยู่ที่นี่อีก เขาเองก็ถอนหายใจเมื่อได้ยินแบบนั้น

          “นายจัดการเอาเงินนั่นโอนเข้าบัญชีของไอซะ ยังไงก็ตามฉันอยากให้ลูกอยู่เมืองไทยอย่างสบายที่สุด เข้าใจไหม” แบรนดอนเอ่ยสั่งการต่อให้ไอรดาโกรธเขา... เขาก็ยอม เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกลำบาก

          “ครับนาย”

           ริครับคำจากนั้นในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ แบรนดอนเองก็เช็ครายงานที่พนักงานส่งมาให้ในอีเมล์เกี่ยวกับรายชื่อลูกค้าที่สั่งจอง มันมีมากมายเกินที่คาดไว้เสียอีก จากเมื่อครู่ที่เศร้าซึมเรื่องของไอรดาแต่พอเห็นตัวเลขก็กลับทำให้แบรนดอนยิ้มออกอย่างง่ายดายลืมเรื่องของลูกสาวคนเล็กไปเสียสนิท...

 

          โกดังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ชานเมืองของลอนดอน สถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บของของบริษัทอัญมณียักษ์ใหญ่อย่างตระกูลแวนโคลิก ซึ่งโกดังแห่งนี้ติดกับท่าเรือเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มันถูกทิ้งรกร้างดังนั้นพื้นที่นี้คนไม่ค่อยจะพลุกพล่านเท่าไหร่นักแต่ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็ดีเยี่ยม วันนี้ผู้กุมบังเหียนอย่างวิกเตอร์ แวนโคลิก ใช้มันเป็นศาลเตี้ยเพื่อพิพากษาร่างน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้ โดยร่างบอบบางมีเชือกเส้นใหญ่พันธนาการเอาไว้เพื่อป้องกันว่าหากเธอตื่นแล้วจะหนีออกไปได้

          ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างน้อยบอบบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย โกรธ ผิดหวัง เสียใจและสุดท้ายเขากลับรู้สึกเจ็บปวด เมื่อหญิงสาวที่รู้สึกดีด้วย ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน กลิ่นกายหอมหวานเหมือนขนมที่เย้ายวนเขาได้ทุกครั้งที่ได้กลิ่น หนำซ้ำแม่ของเขาก็ยังเอ็นดูเธออย่างออกนอกหน้านอกตา แต่เธอกลับตอบแทนเขาอย่างเจ็บจนกระอัก จนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้จะพิษสงร้ายจนทำให้บริษัทของเขาสูญเงินมหาศาล แม้จะยังไม่มีอะไรบ่งชี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาเชื่อว่าเธอเป็นผู้เกี่ยวข้อง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจากหลักฐานที่ได้เห็นเมื่อคืน... พอคิดแล้วก็อดย้อนไปถึงการสอบสวนหัวหน้าฝ่ายออกแบบอย่างแฟรงค์เมื่อคืนไม่ได้... เขาใช้เวลาทั้งคืนในการเค้นอีกคนอย่างหนักหน่วง

          หลังจากงานเมื่อคืนเขาก็ขับรถกลับไปที่บริษัทด้วยความเร็วสูงไม่คำนึงถึงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด ใจอยากจะสะสางและสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นมากกว่า พอเปิดประตูห้องประชุมก็เห็นตัวการนั่งตัวลีบหน้าซีดอยู่ตรงโต๊ะโดยที่มีเชสยืนด้านข้างและลูกน้องของเขาอีกสองคนยืนประกบด้านหลัง แฟรงค์เงยหน้ามองก่อนจะพูดขึ้นเสียงสั่น

        “ผมเปล่านะครับคุณวิก ผมไม่ได้ทรยศ” วิกเตอร์ได้ยินก็ตรงเข้าไปก่อนจะกระชากคอเสื้อของอีกคนขึ้นมาให้เผชิญหน้ากัน

        “ถ้าไม่ใช่แกแล้วมันจะเป็นใคร! แกเป็นคนเดียวที่เอาแบบออกไปนอกบริษัท และแกก็เป็นคนเดียวที่รู้จักมันดีกว่าใคร!” วิกเตอร์ตวาดเสียงดังก้องจนแฟรงค์สะดุ้งด้วยความกลัว ทำงานมาหลายปีได้ยินกิติศัพท์ถึงความร้ายกาจของผู้กุมบังเหียนของที่นี่ แต่ก็ยังไม่เคยเจอ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าความน่ากลัวจากชายตรงหน้าเป็นอย่างไร เขารู้สึกกลัววิกเตอร์ ยิ่งสายตาที่ประหนึ่งว่าฆ่าคนได้มองจ้องมายังเขา เท่านี้ก็รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงอย่างช่วยไม่ได้

        “ผะ... ผมเปล่าจริงๆนะครับ ผมสาบานได้ ผมเอาแบบกลับไปทำที่คอนโดก็จริง แต่เอาออกแค่สองครั้ง คือครั้งแรกเอาออกจากบริษัทไป และอีกครั้งก็เอากลับเข้ามาที่บริษัท แค่นั้นจริงๆครับ ผมเปล่าทรยศ หรือให้ใครดูแบบ ผมกล้าสาบาน” แฟรงค์บอกด้วยลำคอแห้งผาก แม้ในห้องจะเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นแค่ไหนแต่เหงื่อกลับไหลซึมลงมาแทน

        วิกเตอร์จ้องมองอีกคนแววตาของแฟรงค์มันฟ้องว่าอีกคนไม่ได้โกหก เขาปล่อยมือที่จับคอเสื้อของอีกคนเอาไว้แล้วยืดตัวขึ้นเงยหน้ามองคนสนิทอย่างเชส

        “นายได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามคนสนิทเสียงเข้ม

        “ผมตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากการเข้าออกห้องเก็บแบบ และภายในห้องไม่พบความผิดปกติครับ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปก็มีแค่คนในทีมเท่านั้น ซึ่งไม่พบพิรุธใดๆทั้งสิ้น” เมื่อได้ยินคำรายงานชายหนุ่มก็กำหมัดแน่นหันมามองเจ้าของโครงการอีกครั้ง

        “งั้นก็ช่วยไม่ได้นะแฟรงค์ เพราะมีแต่แกที่เอาแบบออกไปจากที่นี่ ฉันไว้ใจให้แกเอาออกไปเพราะแกทำงานมานาน! แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะรั่วไหลไปถึงไดม่อนไอ แบบของมันเหมือนกับของเราราวกับแกะ!” วิกเตอร์ตวาดเสียงเข้มอีกครั้ง แฟรงค์กลัวจนตัวสั่นก่อนจะเอ่ยบอก

        “ผะ... ผมเปล่านะครับ ได้โปรดคุณวิก ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทรยศแวนโคลิก ในห้องของผมมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าผมไม่ได้เอาแบบออกไปไหนเลย แบบยังคงอยู่ในห้องตลอดเวลา” แฟรงค์บอกอีกครั้งพยายามหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เขาติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้เองเพราะกลัวว่าหากวันหนึ่งมีคนเข้ามาขโมยแบบหรือเกิดอะไรขึ้น เขาจะได้มีหลักฐาน และคิดว่าวันนี้แหละมันจะช่วยเขาได้ ในขณะวิกเตอร์ที่ได้ยินก็จ้องมองด้วยความกรุ่นโกรธ

        “ฉันจะดูแน่... แต่ขอบอกไว้เลยนะแฟรงค์ ว่าฉันทำใจเชื่อแกได้ยากมาก มันยังมีอีกหลายวิธีที่แกจะส่งภาพพวกนี้ให้กับไอ้พวกไดม่อนไอโดยไม่ต้องเอาแบบออกไปเลยก็ได้” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม แฟรงค์ได้ยินก็หน้าซีด

        “ผมสาบานครับ ผมไม่เคยคิดจะทรยศแวนโคลิกเลยสักครั้ง หากผมทำจริงๆ ผมหนีไปอยู่กับไดม่อนไอไม่ดีกว่าเหรอครับ ผมไม่ได้ทำจริงๆ”

        วิกเตอร์นิ่งคิดอย่างใช้ความคิด ในที่สุดเขาก็สั่งการให้คนของตัวเองไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของอีกคนมา โดยที่เขาก็นั่งอยู่ในห้องทำงานด้วยท่าทีนิ่งสงบลงกว่าเดิม แฟรงค์เองก็พร่ำบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำแต่เขาจะยังไม่เชื่ออะไรเนื่องจากคนตรงหน้านั้นน่าสงสัยกว่าใครเพื่อน เชสเองก็ตรวจสอบโทรศัพท์ก็ไม่พบความผิดปกติ หรือเบอร์โทรศัพท์แปลกๆหรือการติดต่อใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นวิกเตอร์ให้ตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องสงสัยในตอนนี้ก็ไม่พบเงินเข้าบัญชี ไม่ว่าจะกี่บัญชีเขาตรวจสอบจนหมดแล้วก็ไม่พบพิรุธใดๆ เพราะหากแฟรงค์ทำจริงๆก็คงได้ค่าตอบแทนไปแล้ว แต่วิกเตอร์จะยังไม่ปักใจเชื่อจนกว่าความจริงจะเปิดเผย

        “ผมว่า... อาจจะไม่ใช่แฟรงค์นะครับ” เชสกระซิบบอกเมื่อเห็นเจ้านายอ่านรายละเอียดที่หามาให้ในขณะที่รอภาพจากกล้องวงจรปิด

        “ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร มันน่าสงสัยที่สุด ฉันเสียเงินมากมายมหาศาลยังไม่เจ็บใจเท่ากับไดม่อนไอมันหยามน้ำหน้ากันชัดๆ! ต่อให้มันจะใจตรงกับเราอยากจะใช้เพชรสีแดง แต่ยังไงมันไม่เหมือนกันทุกลวดลายแบบนี้หรอก!” ชายหนุ่มบอกอย่างหัวเสีย แน่นอนว่าเงินที่ลงทุนไปแล้วมหาศาลก็ต้องกลายเป็นสูญเปล่า เนื่องจากเพชรที่ทำออกมานั้นนำออกขายสู่ตลาดไม่ได้แล้วไม่อย่างนั้นเขาคงถือว่าลอกเลียนแบบไดม่อนไอแน่ๆ

        “แต่ผมว่า...”

        “นายตรวจสอบฝ่ายผลิตหรือยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อเผื่อจะเจอเบาะแสอะไร

        “เรียบร้อยแล้วครับ แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ทางฝ่ายผลิตของเราเองก็ไม่ได้เห็นแบบทั้งหมดด้วยในตอนทำ ดังนั้นต่อให้ทำเสร็จแล้ว และเอาไปบอกทางไดม่อนไอยังไงทางนั้นก็ไม่มีทางที่จะผลิตออกมาทันแน่นอน ผมว่ามันต้องรู้ก่อนหน้าที่แบบของเราจะทำเสร็จด้วยซ้ำ” เชสบอกอย่างที่ตัวเองสันนิษฐานเพราะแวนโคลิกนั้นมีระบบป้องกันแบบรั่วไหลอย่างดีโดยเฉพาะแบบเครื่องเพชรที่จะเป็นชุดสำคัญแบบนี้ ยิ่งจะเปิดเผยหมดไม่ได้ในคราวเดียว ดังนั้นเขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าจะรั่วไหลจากฝ่ายผลิตแน่ๆในขณะที่ชายหนุ่มเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันไม่อย่างนั้น ทางไดม่อนไอจะทำเสร็จในวันนี้ตัดหน้าเขาไปเพียงแค่อาทิตย์เดียวได้อย่างไร

        เวลานั้นห้องประชุมถูกเคาะขึ้น ทั้งสามภายในห้องหันไปมองก่อนที่จะเป็นคนของชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับของที่สั่งให้ไปเอา แฟรงค์เห็นก็รู้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คของตัวเองที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดที่เขาซ่อนมันเอาไว้ในตุ๊กตาหมีภายในห้องทำงานของตัวเอง วิกเตอร์จับจ้องอีกคนเขม็งแต่ก็ยังไม่พบพิรุธ เมื่อภาพวิดีโอถูกเปิดขึ้นในช่วงวันที่แฟรงค์นำแบบกลับไป เขาเปิดดูไปเรื่อยๆพร้อมกับคนสนิทและแฟรงค์ที่จ้องมองเหมือนกัน ภายในวิดีโอก็จะมีแฟรงค์เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นจนกระทั่งมีบุคคลที่สามโผล่เข้ามาในสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ชายหนุ่มรีบกดหยุดทันที และจับจ้องที่ภาพนั้นอย่างคุ้นตา แม้ผู้หญิงในวิดีโอจะใส่เครื่องแบบแม่บ้านก็ตามทีแต่วิกเตอร์กลับรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน

        “แม่บ้าน... ต้องเป็นแม่บ้านคนนี้แน่ๆครับ” จู่ๆเสียงของแฟรงค์ก็ดึงสติชายหนุ่มให้หันมาสนใจ

        “หมายความว่ายังไง”

        “วันนั้นผมลืมแบบเอาไว้บนห้อง พอขึ้นมาก็เจอเธอยืนอยู่หน้าห้องทำงาน ปกติแล้วผมจะมีแม่บ้านประจำแต่วันนั้นเธอลาและแม่บ้านคนใหม่นี้ก็เข้ามา ผมไม่รู้เลยว่าเธอเข้าไปในห้องทำงาน... และที่สำคัญกว่านั้นห้องทำงานผมล็อคไว้ตลอดเวลาที่ผมไม่อยู่” ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งเริ่มเข้าเค้า วิกเตอร์จ้องมองวิดีโออีกครั้งพบว่าแม่บ้านคนนี้ ตรงเข้ามาในห้องทำงานก่อนที่จะหยิบแฟ้มซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นแฟ้มของแบบมาสเตอร์พีซ จากนั้นก็มองดูแบบจนครบทุกใบ เขาเห็นเธอคุยโทรศัพท์มือถือแต่ไม่ได้เอามาถ่ายแบบอย่างที่คิดเอาไว้ ท่าทางของเธอคงไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดแน่ๆ ไม่นานเธอก็ออกไปแล้วแฟรงค์ก็เข้ามาแทน

        วิกเตอร์ย้อนภาพกลับไปอีกครั้ง จากนั้นก็ซูมภาพใบหน้าของหญิงสาว เมื่อเห็นจนชัดเจนหัวใจแกร่งก็กระตุกเมื่อมันเป็นผู้หญิงที่เขาคุ้นเคยอย่างที่ตัวเองคิดเอาไว้จริงๆด้วย เขาขบกรามแน่นจนนูนเป็นสันก่อนที่จะเค้นเสียงออกมา

        “ไอรดา!

 

***************************************************************************************
 

             **** ช่วงนี้ตอนเก่าๆไรเตอร์จะทยอยรีอัพนะคะ ^^  แล้วก็ใครอยากจองเรื่องนี้อีกไม่นานเกินรอค่ะ ฝากอุดหนุนป๋าวิกกับหนูไอด้วยนะคะ เพราะเป็นทำมือ หลายๆอย่างเลยจัดเต็ม... โดยเฉพาะเลิฟซีนที่จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าแล้วก็ความเข้มข้นของเรื่อง มิได้โม้นะเอออ คิคิ > < ฝากติดตามด้วยนะคะ ****

              หลังจากรู้ว่าเป็นเธอเขาก็ให้คนสืบประวัติประกอบกับเช้าแล้ว ให้คนไปหาที่อพาร์ทเม้นแต่ก็ไม่เจอ จนได้รู้จากเจ้าของอพาร์ทเม้นว่าเธอกำลังไปสนามบิน เขาเลยให้คนไปดักรอที่นั่น จนกระทั่งจับตัวเธอมา แม้ในกล้องวงจรปิดเธอจะเพียงแค่ดูแบบเท่านั้นแต่เมื่อลองคิดดูดีๆทุกอย่างเริ่มมุ่งประเด็นไปที่เธอ ไอรดาไปเป็นแม่บ้านที่คอนโดมิเนียมของแฟรงค์ได้เพียงแค่สามวันเท่านั้นก่อนจะลาออกไป ซึ่งก็ลาออกในวันเดียวกับที่ได้ดูแบบนั่นเอง จากนั้นเธอก็ไปโผล่ที่งานเปิดตัวเพชร และที่สำคัญกว่านั้นเขาจำได้ที่โซเฟียบอกในงานว่าอีกคนทำงานให้กับแบรนดอน นั่นยิ่งทำให้มันเป็นเหตุผลในการรองรับการกระทำของไอรดาได้อย่างดีเยี่ยม และนั่นเป็นสาเหตุที่เขาตัดสินใจจะจับเธอมาเค้นก่อนที่เธอจะทันได้บินหนีไปอย่างใจต้องการ แม้จะเสียดายที่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้หลักฐานตรงๆว่าเธอเอาแบบไปให้ไดม่อนไอได้อย่างไร ทั้งๆที่โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอามาใช้ถ่ายภาพด้วยซ้ำ ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ยังไม่ไว้วางใจแฟรงค์ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ดังนั้นวิกเตอร์คิดว่าเขาควรลองใจคนทั้งคู่ดูว่าใครกันที่จะเป็นคนร้ายตัวจริงในเกมนี้
!

          “ทำให้เธอตื่นซะ” วิกเตอร์ที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามสั่งการคนสนิทเสียงเข้ม เชสได้ยินก็ถอนหายใจเล็กน้อยด้วยรู้ดีว่าวิกเตอร์นั้นหัวเสียหนักขนาดไหนเมื่อรู้ว่าเป็นไอรดา แต่นอกเหนือความรู้สึกที่โกรธเขารู้ดีว่าเจ้านายทั้งผิดหวังและเสียใจไม่น้อยเลยทีเดียวกับเรื่องที่เกิดขึ้น คงคาดไม่ถึงว่าจะเป็นหญิงสาวที่ตัวเองรู้สึกดีด้วย

          เชสเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถังน้ำขนาดกลาง ใจไม่อยากทำเพราะเห็นอีกคนเป็นผู้หญิงแต่ตอนนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่สร้างความเสียหายให้แก่แวนโคลิกมากมาย ดังนั้นเขาจึงเทน้ำเย็นใส่หญิงสาวจนตัวเธอเปียกไปหมดและนั่นมันทำให้ร่างบางได้สติ ร่างบอบบางเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ศีรษะสวยสะบัดทำให้หยดน้ำที่เกาะผมของเธอนั้นกระจายไปทั่วแต่คนที่นั่งตรงหน้ายังไม่มีปฏิกิริยาอะไรนอกจากจ้องมอง

          สัมผัสแรกที่ไอรดารู้สึกคือความเย็น เปียกชื้น และมึนงง เธอสะบัดศีรษะไล่อาการง่วงงุนออกจากนั้นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา แสงไฟที่ส่องกระทบใบหน้าทำให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนที่จะหยีตาสู้แสงจนกระทั่งปรับโฟกัสได้เรียบร้อยแล้ว ภาพตรงหน้าก็ชัดขึ้น ชัดจนมองเห็นชายหนุ่มร่างสูงกำลังนั่งเก้าอี้กอดอกมองดูเธออยู่ ชายที่มีใบหน้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี ชายหนุ่มที่อยู่ในห้วงความทรงจำของเธอตลอดเวลาในระยะหลังนี้ วิกเตอร์ แวนโคลิก!

          “คุณ...” ไอรดาเรียกด้วยเสียงแหบพร่า พยายามจะขยับตัวแต่ก็พบว่าทำไม่ได้ เมื่อก้มมองดูก็ตกใจหนักเมื่อพบว่าตัวเองนั้นกำลังถูกมัด สถานการณ์แบบนี้แม้จะเพิ่งฟื้นจากการโดนยาแต่มันก็ทำให้ประสาทของเธอตื่นตัว ตื่นตกใจและประมวลผลได้ทันทีว่าเธอถูกจับตัวมา!

          “ตื่นได้สักที... ไอรดา!” เสียงเข้มๆของเขาผิดปกติไปจากเสียงทุ้มแต่ดูอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง หญิงสาวรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายจากชายหนุ่มตรงหน้าก็คงเป็นแววตาที่จ้องมองเธออย่างแข็งกร้าว

          “คุณจับฉันมาเหรอ จับมาทำไม” หญิงสาวถามเข้าประเด็น

          “คุณน่าจะรู้ว่าผมจับคุณมาทำไม... ในเมื่อผมโดนไอม่อนไอหยามน้ำหน้าเมื่อคืนนี้นี่เอง คุณก็อยู่ในงานนี่” ชายหนุ่มพูดเสร็จก็แสยะยิ้ม หญิงสาวได้ยินก็กลืนน้ำลายลงคออย่างแห้งผาก ไอรดาคิดว่าเขาคงสงสัยเธอเข้าให้แล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมรับเด็ดขาดจนกว่าจะเห็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเธอทำจริงๆ แม้ในใจจะรู้เต็มอกว่าอะไรเป็นอะไร แต่ความสามารถพิเศษที่เธอมีไม่เคยทำให้เธอโดนจับได้เลยสักครั้ง และครั้งนี้แม้จะคาดไม่ถึงแต่ก็รู้ดีว่าแวนโคลิกไม่ใช่บริษัทกระจอกเหมือนที่เธอเคยไปเอาแบบของพวกนั้นมา

          “คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่องและขอแนะนำให้ปล่อยฉันซะ คุณกักขังฉันถือว่าผิดกฎหมาย” ไอรดาบอกอย่างใจเย็นแต่วิกเตอร์กลับยกยิ้ม

          “ผมปล่อยคุณแน่จนกว่าคุณจะบอกผมว่า คุณทำไปทำไม เอาแบบของผมไปให้แบรนดอนทำไม! ถ้าคุณไม่ยอมพูดอย่าว่าแต่กฎหมายเลย ใครหน้าไหนผมก็ไม่สนทั้งนั้น!” วิกเตอร์พูดเสียงดังจนหญิงสาวสะดุ้ง แต่เธอข่มความกลัวเอาไว้เชิดหน้าสู้กับเขาไม่ว่าอย่างไรก็ยอมรับไม่ได้ไม่อย่างนั้นพ่อของเธอจะเดือดร้อน

          “ฉันบอกแล้วไม่รู้คุณพูดเรื่องอะไร แบรนดอนไหนฉันไม่รู้จัก”

          เมื่อเห็นคนปากแข็งชายหนุ่มก็ขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน หันไปมองเชสที่ยืนเคียงข้างเพียงครู่คนสนิทก็เข้าใจได้ว่าเจ้านายของตัวเองนั้นต้องการอะไร ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะซึ่งมีกระเป๋าวางเอาไว้แล้วพอเปิดออกมาก็เป็นซองสีน้ำตาล เมื่อได้แล้วก็เดินกลับมาส่งให้คนเป็นนาย ไอรดาจับจ้องของในซองด้วยความตื่นตระหนก

          วิกเตอร์หยิบภาพที่เขาปริ๊นออกมาจากกล้องวงจรปิด จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ยื่นภาพพวกนั้นให้เธอดูแล้วโปรยมันลงพื้น ไอรดาหน้าซีดทันทีเพราะมันเป็นภาพของเธอตอนเข้าไปในห้องทำงานของแฟรงค์ และเธอไม่รู้เลยว่าในห้องของเขานั้นมีกล้อวงจรปิดเอาไว้ด้วย เธอคาดไม่ถึงและนั่นทำให้ไอรดารู้ได้ทันทีว่าตัวเองพลาด คนของพ่อเธอก็พลาดเช่นเดียวกัน

          “ทีนี้พูดได้หรือยัง ว่าคุณไปทำบ้าอะไรที่นั่น หรือจะบอกว่าบังเอิญไปทำงานพิเศษอีกล่ะ” ชายหนุ่มถามแล้วดักคอ หญิงสาวเงยหน้ามองเห็นเขาในลุคแบบนี้ก็นึกกลัวจับใจ

          “คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง” ไอรดายังปฏิเสธ จนวิกเตอร์ทนไม่ไหว บีบคางของหญิงสาวแน่นจนเธอร้องออกมา เขาโน้มใบหน้าลงเล็กน้อยจนแทบแนบชิดกับใบหน้าสวยหวานที่เย็นชืดจากน้ำที่เขาสั่งให้คนเทปลุกเธอ

          “ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมกับคุณนะไอรดา บอกผมว่าคุณไปที่นั่นทำไม คุณเอาแบบไปให้ไดม่อนไอใช่ไหม สารภาพกับผมก่อนที่ผมจะลงโทษคนทำผิด” ชายหนุ่มพูดขู่ จากนั้นก็ปล่อยคางของหญิงสาวออก นั่นทำให้เธอจ้องมองเขาอย่างโกรธกรุ่น

          “ทำไม คุณจะทำร้ายฉันเหรอ จะฆ่าฉันหรือไง” ไอรดาว่าสวนกลับชายหนุ่มได้ยินก็ยิ้ม

          “ผมมีวิธีดีกว่านั้นเยอะ ตกลงว่ายังไง! คุณจะอธิบายภาพนี้ว่ายังไง ไหนลองบอกผมสิ” ชายหนุ่มถามย้ำ หญิงสาวมองภาพอีกครั้งแล้วก็นึกเรื่องโกหก

          “ใช่ ฉันไปทำงานพิเศษที่นั่นจริงๆ แต่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยในสิ่งที่คุณพูด” ไอรดาตอบกลับแต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะออกมา

          “ไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะปากแข็งขนาดนี้ หลอกลวงได้ทุกอย่าง หลอกให้แม่ผมชอบคุณ ไม่คิดเลยว่าคุณจะย้อนกลับมาทำร้ายครอบครัวของคนที่เอ็นดูคุณขนาดนี้! ถ้าแม่รู้คงจะผิดหวังไม่น้อย” ไอรดาได้ยินแบบนั้นก็สะอึก แต่เธอก็กลืนก้อนสะอื้นแม้จะรู้สึกผิดอยู่เต็มอกแต่นาทีนี้ พ่อของเธอก็ต้องมาก่อน หญิงสาวยอมเห็นแก่ตัว ยอมมองว่าเป็นคนไม่ดีในสายตาของเขา แม้จะเจ็บปวดที่เห็นสายตาแห่งความเกลียดชังมองตรงมาที่เธอก็ตามที ไอรดารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ควรได้รับแล้ว เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บแค้นมากเพราะเสียหายมหาศาลจากงานที่ทำออกมาแล้วแต่ขายไมได้อีกทั้งพ่อของเธอก็ยังหยามเขาเมื่อวานซึ่งๆหน้าอีก เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน

          “ฉันไม่ได้หลอกอะไรคุณป้าเลยสักนิด! และฉันก็ขอยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง ถ้าคุณคิดว่าฉันผิดจริงก็จับฉันส่งตำรวจเลย ถ้าคิดว่ามีหลักฐานมากพอ” ไอรดาท้าทาย และนั่นทำให้ชายหนุ่มหน้าเครียดอีกครั้ง

          “แบบนั้นมันง่ายเกินไปไอรดา! ผมรู้ว่าคุณทำงานให้แบรนดอน ผมรู้มากกว่าที่คุณคิดซะอีก” วิกเตอร์พยายามพูดเหมือนว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าแต่หญิงสาวกลับยิ้ม

          “ถ้าคุณรู้มากขนาดนั้นแล้วจะจับฉันมาเค้นทำไมล่ะ ไม่จับฉันส่งตำรวจไปเลย หรือว่าทำแบบนี้ตัวคุณเองก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าฉันเป็นคนทำ!” พอโดนจี้จุดชายหนุ่มก็ทนไม่ไหว บีบไหล่มนของเธอแน่นจนหญิงสาวเบ้หน้า

          “อย่าคิดว่าตัวเองเหนือกว่าผมนะไอรดา!” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนเสียงเย็น

          “ที่คุณจับฉันมาเพียงแค่เพราะฉันดูแบบของคุณแค่นั้นเหรอ มันไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอคุณวิกเตอร์! จากภาพคุณก็เห็นแล้วฉันไม่ได้ทำอะไรเลยแค่มองดูมันเท่านั้น ถ่ายรูปรึก็เปล่า ฉันไม่ได้ทำอะไรที่บ่งบอกว่าฉันเป็นคนร้ายขโมยแบบของคุณ” ไอรดาบอกอย่างสมเหตุสมผลในขณะที่ชายหนุ่มก็นิ่งงัน เขาให้คนค้นข้าวของที่ติดตัวเธอมาพบว่ามีโทรศัพท์มือถือแต่ด้านในไม่มีซิมแล้ว เป็นไปได้ว่าเพราะเธอจะกลับเมืองไทยก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ใช้มันมากกว่า นั่นทำให้เขาไม่รู้อะไรมากกว่านี้เลย บางทีเบอร์ในเครื่องอาจจะสาวไปถึงตัวบงการได้ หรือทำให้เขารู้อะไรมากขึ้น

          “นั่นคือสิ่งที่ผมต้องหาความจริง คุณเอาแบบของผมไปได้ยังไง บอกผมมา คุณใช้วิธีบ้าอะไรแบบมันถึงออกมาเหมือนกันราวกับแกะแบบนี้!” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม หญิงสาวหัวเราะออกมาเล็กน้อย

          “ฉันไม่มีอะไรจะบอกคุณ เพราะฉันไม่ได้ทำ! แน่จริงก็โชว์หลักฐานมาสิ หลักฐานที่บอกว่าฉันเป็นคนทำน่ะ!” ไอรดาท้าทายเพราะคิดว่าเขาคงมีหลักฐานเท่าที่เธอเห็น แค่ภาพจากกล้องวงจรปิดแน่ๆ ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งโกรธเลยพูดถึงเรื่องที่ตัวเองรู้มา คำให้การของแฟรงค์

          “แล้วคุณเข้าไปในห้องทำงานได้ยังไงทั้งๆที่ห้องมันล็อคอยู่” เมื่อเจอชายหนุ่มถามกลับหญิงสาวก็หน้าซีดลงอีก ไม่สบตาเขาที่จ้องมองมาเขม็ง แต่สุดท้ายก็ยอมเชิดหน้าโกหกต่อไป

          “มันไมได้ล็อค ฉันเข้าไปทำความสะอาดปกติ”  ชายหนุ่มสวนกลับทันที

          “แฟรงค์บอกว่าห้องมันล็อคไอรดา แล้วคุณก็ยืนอยู่หน้าห้องตอนที่แฟรงค์เห็น!” หญิงสาวคิดว่าเขารู้ข้อมูลเยอะเลยทีเดียว

          “ฉันบอกว่าไม่ได้ล็อคก็ไม่ได้ล็อคสิ คนของคุณอาจจะลืมล็อคก็ได้!” หญิงสาวพูดขึ้นเสียงดังพยายามยืนยันแต่ชายหนุ่มไม่เคยคิดจะเชื่อเลยสักนิด เขามั่นใจว่าไอรดาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ

          “แต่คุณรู้จักกับแบรนดอน และคุณเป็นคนโปรดของมันด้วย!” ชายหนุ่มงัดอีกหลักฐานที่ตัวเองรู้ ไอรดาได้ยินก็นึกสงสัยแต่ก็พยายามไม่มีพิรุธ

          “คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ ไปเอาข้อมูลผิดๆมาจากไหนกันล่ะ” หญิงสาวว่ากลับด้วยท่าทีสงบและเป็นชายหนุ่มได้ยกยิ้มบ้าง

          “ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับแบรนดอนผมก็คงจะคิดว่าผมเข้าใจผิดนะ... แต่พอดีว่าคนที่บอกข้อมูลนี้กลับเป็นโซเฟีย ลูกสาวแท้ๆและทายาทของไดม่อนไอน่ะสิ... แบบนี้ไม่เชื่อก็คงยากเนอะ ว่าไหม”

          พอรู้ว่าใครเป็นคนบอกหญิงสาวก็เบิกตากว้าง ขบริมฝีปากแน่น คิดไม่ถึงว่าโซเฟียจะทำเสียเรื่องและยิ่งไปกว่านั้นคิดไม่ถึงว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน ยังดีที่อีกคนไม่ได้บอกว่าเธอเป็นลูกสาวไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงไขปริศนาออกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าโซเฟียจะไม่มีวันบอกความลับนี้เพราะพ่อของเธอและครอบครัวก็จะต้องตกเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ

          “ฉันก็ยังยืนยันว่าไม่รู้จักอยู่ดี” หญิงสาวเชิดหน้าบอก ชายหนุ่มยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกับความปากแข็ง ไอรดาแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแต่ดูเหมือนเธอจะไม่เกรงกลัวอะไรเลยสักนิด

          “แน่ใจนะว่าคุณจะไม่สารภาพ ผมให้โอกาสคุณอยู่นะไอรดา” วิกเตอร์พูดเสียงเย็น

          “ฉันไม่มีอะไรจะสารภาพ ถ้าคุณคิดว่าฉันผิดจริงให้ตำรวจเป็นคนสอบสวนฉันแทน ไม่ใช่ศาลเตี้ยแบบนี้!” ไอรดาว่ากลับ เธออยากให้ตำรวจเป็นคนจับเธอมากกว่าเขาด้วยซ้ำ

          “พอดีผมถนัดแต่ศาลเตี้ย กฎหมายมันง่ายเกินไปสำหรับคนที่คิดจะเหยียบจมูกแวนโคลิก! ในเมื่อคุณไม่พูดผมก็ไม่มีทางเลือก อย่าหาว่าผมใจร้ายนะไอรดา ที่ผ่านมาคุณอาจจะเห็นผมเป็นผู้ชายใจดี แต่ความใจดีมีไว้ให้สำหรับคนที่คู่ควรเท่านั้น ตอนนี้คุณไม่คู่ควรเลยสักนิด... เพราะฉะนั้นผมไม่จำเป็นต้องใจดีกับคุณอีก!

          วิกเตอร์พูดขึ้นอย่างเย็นชาจ้องมองใบหน้าหวานงดงามที่เขาเคยหลงใหล ยอมรับว่าแม้แต่ตอนนี้พยายามพูดจาทำร้ายเธอมากแค่ไหน รู้ว่าเธอร้ายกาจแค่ไหน แต่หัวใจของเขากลับต่อต้าน มันเจ็บปวดที่รู้ ยิ่งเขาทำร้ายเธอมากแค่ไหนเขาก็ยิ่งเจ็บมากกว่าเธอด้วยซ้ำ ชายหนุ่มสลัดความคิดนั้นออกและจ้องมองเธอที่จ้องมองเขาเหมือนกัน

          “จะฆ่าฉันหรือไง” หญิงสาวถามขึ้น แต่ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย

          “ผมไม่ฆ่าผู้หญิงหรอกนะ ผมมีวิธีที่ดีกว่านี้” พูดเสร็จเขาก็จุมพิตที่แก้มของหญิงสาวหนักๆจนเธอเบิกตากว้าง เมื่อเห็นเขายิ้มร้ายไอรดาก็นึกกลัวขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

          “คะ... คุณจะทำอะไร” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่น
 

******************************************************************************************



 

*** สาวๆจ๋า อ่านแล้วเม้น โหวต ให้เค้าด้วยน้าาา จุ๊บๆๆๆ ***
        “กลัวเหรอ
? อย่ากลัวไปเลย ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆ ต่อให้ผมทรมานแค่ไหนคุณคงทนได้” ชายหนุ่มพูดต่อให้มันดูน่ากลัวทั้งๆที่ในใจของเขาก็ยังไม่มีวิธีที่จะรีดเร้นเค้นเธอ

          “มะ... หมายความว่ายังไง คุณจะทำอะไรกันแน่!” หญิงสาวเอ่ยถามปากถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ท่าทางตื่นกลัวทำให้ชายหนุ่มชอบใจ

          “เชส พาเธอไปไว้ที่คอนโดของฉัน”

          “ครับเจ้านาย”

          “ไม่นะ! ฉันไม่ไป ปล่อยฉันนะ” ไอรดาโวยวายเมื่อเชสเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับลูกน้องอีกคน ก่อนที่จะแก้มัดให้เธอเฉพาะเชือกที่พันธนาการเธอกับเก้าอี้เท่านั้น แต่เชือกหนาที่รัดแน่นตรงข้อมือกลับไม่ได้รับการปลดปล่อยไปด้วย หญิงสาวพยายามดิ้นรนแต่สุดท้ายก็โดนลากออกไป เมื่อร่างบางเข้าไปในรถตู้สีดำไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากโกดัง เขาถอนหายใจออกมา เชสเดินกลับมาอีกครั้งเมื่อสั่งการลูกน้องให้ตามไปด้วยถึงสี่คน

          “หรือว่าเธออาจจะไม่ได้ทำครับ” เชสพูดขึ้นแต่ชายหนุ่มก็ส่ายหน้า

          “ทุกอย่างมันบ่งชี้ไปที่ไอรดา เราประมาทเธอไม่ได้ จนกว่าฉันจะแน่ใจ ฉันต้องหาวิธีให้เธอพูดให้ได้ เวลานั้นเราจะรู้เองว่าเธอบริสุทธิ์จริงๆหรือเปล่า”

          พูดเสร็จชายหนุ่มก็เดินออกไปโดยมีคนสนิทเดินตามไปติดๆ จากนั้นรถสีดำสนิทคันหรูก็แล่นออกจากบริเวณโกดังเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังบริษัทแวนโคลิก เพื่อทำงานต่อ วิกเตอร์นั้นยังไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่เมื่อคืนแต่ร่างกายของเขาก็ทนสภาพของการอดนอนได้อย่างดีเยี่ยม แม้เชสจะเป็นห่วงแต่ก็รู้ดีว่าเจ้านายของตัวเองคงจะพักผ่อนไม่ลงในเวลาแบบนี้แน่ๆ

         

          ส่วนทางด้านบริษัทไดม่อนไอ วันนี้เป็นการทำงานที่แบรนดอนรู้สึกมีความสุขที่สุด บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์มากมายหลายสำนักพิมพ์ที่เขียนข่าวเกี่ยวกับการเปิดตัวเครื่องเพชรชุดนี้ของเขาอย่างใหญ่โต ยิ่งไปกว่านี้นด้านหน้าของเขาก็ยังมีแฟ้มที่เป็นยอดสั่งจอง เรียกได้ว่าทะลุเป้าที่เขาตั้งหวังเอาไว้แล้ว ไม่เพียงแค่แบรนดอนยิ้มหน้าบานแต่หุ้นส่วนใหม่อย่างอาราเซะก็พลอยได้หน้าไปด้วยเหมือนกัน เขารินไวน์ปีดังที่หอบมาด้วยเพื่อมาดื่มฉลองกับแบรนดอน อาราเซะจัดการรินไวน์สองแก้ว ก่อนจะเดินไปหาอีกคนพร้อมกับยื่นให้ แล้วตัวเองก็นั่งลงโซฟาตัวหรูพลางยกยิ้ม

          “ฉลองให้กับชัยชนะของเรา” อาราเซะพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี แบรนดอนยกยิ้มแล้วพูดขึ้นบ้าง

          “ดื่มให้กับความพ่ายแพ้ของแวนโคลิก!

          พูดเสร็จทั้งคู่ก็ชนแก้วก่อนจะดื่มไวน์ด้วยความรู้สึกถึงความชนะ สำหรับแบรนดอนการทำให้ธุรกิจแวนโคลิกล้มนั้นเป็นเป้าหมายของเขา แต่ในขณะเดียวกันเป้าหมายของอาราเซะต้องการให้ตระกูลแวนโคลิกหมดลมหายใจ ดังนั้นเป้าหมายของเขายังไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง โดยที่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่เขายืมมือมานั้นจะไม่มีทางรู้เลยสักนิด ว่าตัวเองอาจจะกลายเป็นแพะในอนาคต

          “คุณทำได้เยี่ยมยอดมากๆ เหลือร้ายจริงๆทำให้ไอ้วิกเตอร์มันหน้าหงายได้” อาราเซะเปิดประเด็น

          “ผมอยากจะรู้นักว่าอาทิตย์หน้ามันจะเอาเพชรอะไรออกมาสู้กับเรา ในเมื่อเพชรของมันเราก็เอามาแล้ว ที่สำคัญมันก็เสียหายมหาศาล แน่นอนว่าจำนวนผลิตของแวนโคลิกต้องมากกว่าเราแน่ ยิ่งมันผลิตออกมามากแค่ไหนก็ยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น” แบรนดอนแสยะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ในขณะที่อาราเซะก็เช่นเดียวกัน

          “เราจะรอดูมันพ่ายแพ้หมดรูปด้วยกัน”

          “คงถึงเวลาที่ไดม่อนไอจะผงาดขึ้นเป็นหนึ่งแล้ว” แบรนดอนบอกอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม อาราเซะเองได้ยินก็ตัดสินใจเอ่ยถามเรื่องที่ตัวเองค้างคาใจ

          “คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าไปได้แบบของมันมาได้ยังไง” ผู้กุมบังเหียนได้ยินก็ขยับตัวเล็กน้อยด้วยรู้ดีว่าพูดไม่ได้ในเรื่องนี้

          “ผมก็... ส่งลูกน้องของตัวเองแฝงตัวเข้าไปในบริษัทของมันน่ะสิ” อาราเซะลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด

          “แต่เท่าที่ผมรู้ บริษัทของมันมีการคุ้มกันแน่นหนา การรักษาความปลอดภัยก็ต้องสูงแน่ๆ คนของคุณเอามันออกมาได้ยังไงกัน” เมื่อโดนจี้ถามแบรนดอนก็อึกอักแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด

          “ผมมีวิธีแล้วกันครับ อย่ากังวลเลย รับรองว่าไม่มีใครสาวมาถึงตัวของเราแน่ๆ ผมว่าเราดื่มให้กับความพ่ายแพ้ในอนาคตของแวนโคลิกกันดีกว่า” พูดเสร็จก็รินไวน์ใส่แก้วให้กับหุ้นส่วนแล้วก็ของตัวเอง อาราเซะพบว่ามีอะไรผิดปกติจริงๆแต่ก็ยังเลือกที่จะไม่จี้ในเวลาแบบนี้ เขาคิดว่ายังมีเวลาอีกเยอะที่จะได้รู้ความจริง แม้จะอยากรู้มากแค่ไหนแต่ก็คิดว่ามันคงไม่สำคัญเท่าไหร่นักในตอนนี้

          “แล้วคุณมีแผนจะทำอะไรต่อล่ะ กับแวนโคลิก” อาราเซะเปลี่ยนคำถาม แบรนดอนได้ยินก็ยิ้ม

          “ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเราชนะมันไปได้ครึ่งทางแล้ว ที่เหลือผมคงจะปล่อยข่าวเสียหายให้บริษัทมันดูแย่ลงไปอีก ยิ่งไปกว่านั้นอาทิตย์หน้าก็คงเป็นจุดจบอีกเรื่องของมันแน่ มันคงทำเพชรชุดใหม่ภายในเวลาอาทิตย์เดียวไม่ได้หรอก” แบรนดอนบอกอย่างมั่นใจ ในขณะที่อาราเซะแม้จะชอบใจแต่ก็รู้สึกว่ามันเบาเกินไปไม่สมกับที่เขาต้องการเลย แต่ชายหนุ่มจะยังไม่เผยความต้องการจริงๆของตัวเองตอนนี้ เพราะแบรนดอนยังดูไม่น่าไว้ใจสำหรับเขา

          “ผมเลือกหุ้นส่วนไม่ผิดจริงๆ” อาราเซะบอกแล้วยิ้ม

          “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรามีเป้าหมายเดียวกัน รับรองแวนโคลิกอาจจะต้องหาธุรกิจใหม่ทำ”

          ทั้งคู่หัวเราะแล้วดื่มให้กับชัยชนะในวันนี้โดยไม่รู้เลยว่าตระกูลแวนโคลิกนั้นไม่ใช่หมูเชื่องๆที่จะเชือดกันได้ง่ายๆเหมือนที่ทั้งคู่คิดกัน

         

          ในห้องประชุมบริษัทแวนโคลิก ชายหนุ่มเรียกประชุมทีมงานออกแบบของตัวเองทันทีพร้อมกับสั่งให้นำแบบเพชรที่มีอยู่รอที่จะผลิตสู่สายตาลูกค้า แต่เขาตรวจดูทุกแบบแล้วพบว่าสู้ชุดเรดไดม่อนไม่ได้เลยสักนิด อาจจะเพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อโอกาสพิเศษอย่างที่เขาต้องการ ดังนั้นความหรูหรา คลาสิก และเกรดของมันจึงแตกต่างกับแบบชุดอื่น

          “ใช้ไม่ได้สักแบบ... ผมต้องการแบบใหม่ภายในวันนี้” ชายหนุ่มโยนแบบลงตรงโต๊ะประชุมพร้อมกับสั่งการทีมงานร่วมหกชีวิตที่คัดสรรฝีมือคุณภาพมาหมดแล้ว

          “เรดไดมอนถือเป็นมาสเตอร์พีชแล้วครับ หากแบบอื่น ผมกลัวว่าจะไม่สามารถเอามาตีกับทางไดมอนไอได้” หนึ่งในทีมออกแบบเสนอความคิดเห็นอย่างกล้าๆกลัวๆด้วยรู้ดีว่าเจ้านายตัวเองคงกำลังโมโหเป็นไฟแน่ๆ พวกเขาเห็นภาพข่าวและเครื่องเพชรเมื่อเช้าก็ยังอดจะตกใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อมันเหมือนกันราวกับแกะ เรียกได้ว่าเป็นแบบเดียวกันเลยดีกว่า วิกเตอร์ได้ยินก็ถอนหายใจเขารู้ดีว่าเป็นจริงอย่างที่ลูกน้องตัวเองพูดแต่เขาจะไม่ยอมแพ้

          “อย่างน้อยเราก็ต้องลอง เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ผมอยากให้ทุกคนทุ่มเทเพื่อแบบใหม่” เมื่อเจ้านายออกปากอีกครั้งทุกคนก็ไม่มีทางเลือก

          “ครับ”

          เมื่อรับคำสั่งเสร็จทั้งหมดก็เดินออกไปเพื่อทำงานของตัวเองด้วยรู้ดีว่าคืนนี้คงต้องอยู่ที่บริษัททั้งคืนแน่ ในขณะเดียวกันวิกเตอร์ก็ถอนหายใจพรูเมื่อได้อยู่คนเดียว ไม่เคยเลยที่แวนโคลิกจะเจอวิกฤตแบบนี้ ครั้งนี้ครั้งแรกและมันก็ค่อนข้างหนักหนาสาหัสไม่น้อย ก่อนหน้าที่จะประชุมเขาเองก็ได้เดินไปดูแบบเพชรชุดมาสเตอร์พีช เรดไดม่อนของตัวเองที่ทำเสร็จเอาไว้แล้วเป็นพันชุด ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บใจ ยิ่งคิดถึงสีหน้าของแบรนดอนก็แทบกระอักแต่พอรู้ว่าเจ้าของใบหน้าหวานที่เขาหลงใหลมีส่วนเกี่ยวข้องก็ยิ่งเจ็บปวดใจอย่างที่สุด

          บานประตูถูกเคาะขึ้น ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้าอีกครั้งและก็เป็นคนสนิทอย่างเชสที่เดินเข้ามาพร้อมกับซองสีน้ำตาลก่อนจะยื่นมันตรงหน้าของเขา

          “ประวัติคุณไอรดาอย่างละเอียดครับ” วิกเตอร์รับมาดูแม้จะสั่งงานไปตั้งแต่เมื่อเช้ามืดเพราะเขาต้องการละเอียดที่สุดดังนั้นมันเลยใช้เวลาประกอบกับลูกน้องของเขาก็ต้องตามหาไอรดาด้วย ประวัติของเธอจึงมาล่าช้ากว่าที่เขาคาดไว้

          “ขอบใจ”

          ชายหนุ่มบอกสั้นๆก่อนจะเปิดประวัติของหญิงสาว แม้จะละเอียดแค่ไหนแต่เขาพบว่าเธอไม่มีข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับแบรนดอนเลยสักนิด ประวัติของเธอส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เมืองไทยมากกว่า ส่วนที่นี่เขาพบประวัติการทำงานพิเศษของเธอมากมาย แม้ตอนนี้อดจะคิดไม่ได้ว่าตั้งแต่เขาเจอเธอวันแรกที่เธอขายกาแฟนั้น เป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นการจงใจ บางทีเธออาจจะต้องการเข้ามาตีสนิทเขากับแม่ของเขาก็เป็นไปได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรวิกเตอร์จะต้องสืบเรื่องราวตรงนี้และบังคับให้เธอพูดจนได้

          “มีแค่นี้เหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยปากถามคนสนิท

          “ครับ”

          “ฉันต้องการมากกว่านี้ มุ่งเป้าไปที่ไอ้แบรนดอนด้วย ฉันอยากรู้ว่าทั้งคู่เกี่ยวข้องกันยังไง” เชสได้ยินก็พยักหน้ารับแม้รู้ดีว่าเขาหามาละเอียดที่สุดแล้วแต่ก็ไม่อยากขัดนอกจากจะทำงานให้หนักขึ้นด้วยการสืบประวัติเธออย่างละเอียดอีกครั้ง

          “พาเธอไปไว้ที่คอนโดหรือยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามถึงผู้ต้องสงสัยของตัวเองที่เขากักขังเอาไว้

          “เรียบร้อยแล้วครับ”

          “ดี ให้คนจับตาดูไว้อย่าให้คลาดสายตา เข้าใจไหม!” ชายหนุ่มสั่งการเสียงเข้มอีกครั้ง

          “ครับเจ้านาย”

 

          เมื่อเชสรับคำสั่งเขาก็เดินจากไปปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง เขายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกับไอรดาตรงไหนดี เขามั่นใจว่าเธอต้องรู้เห็นเรื่องนี้แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือเธอใช้วิธีไหน... นั่นคือสิ่งที่เขาต้องหาคำตอบต่อไป... 

ตัวอย่างตอนต่อไป

 

       “ถ้าไม่อยากโดนจูบจนปากบวมล่ะก็... พูดมาซะดีๆ” วิกเตอร์ว่ากลับ ไอรดาตวัดสายตามองแล้วตอบเสียงเข้ม

          “ฉันไม่มีอะไรจะพูด!


*** เอาล่ะ หนูไอโดนเอาไปขังแล้ว ตอนหน้านี่ปากบวม ปากเจ่อ ปากแตกกันกระจาย บอกเลยยยยยย ป๋าวิกนี่ไม่รู้จะลงโทษหรือเอาเปรียบ แต่ที่แน่ๆ เจ็บแบบฟินๆ ใครจะเจ็บ ใครจะฟิน มารอลุ้นกันนะจ๊ะ ^ ^ ใครสนใจรูปเล่ม รายละเอียดมาอาทิตย์หน้าค่า แต่ขอบอกว่า... ปกสวยมากกกก ไว้จะเอามาโชว์ ฮิฮิฮิฮิ ฝากป๋าวิกด้วยนะคะ ***
ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะหากชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมคอมเม้นบอกกันนะ
ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากเม้น โหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาาา



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #286 benda5002539 (@benda5002539) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 22:22
    เครียดแทนคุณวิก จะทำยังไปต่อ มันต้องมีสักทาง
    #286
    0
  2. #162 แกลลอรี่ (@smileimagery) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 23:11
    มาต่อเร็วๆๆน่ะไรเตอร์ รอๆๆๆอยู่
    #162
    0
  3. #161 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 21:34
    เริ่มอยากตอนหน้าแล้วอ่ะ (หวังอะไรลึกๆสักอย่าง). อิอิ
    #161
    0
  4. #160 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 20:06
    ไม่น่ารอด จะปล้ำเลยป่ะ
    #160
    0
  5. #159 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 18:34
    อ่า หนูไอ เเย่ เเล้ววววว
    #159
    0
  6. #157 แค่คุณ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 05:32
    "ผมมีวิธีที่ดีกว่านี้"

    อะยัยอ่ะ มาต่อไวๆนะไรท์
    #157
    0
  7. #156 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 23:45
    กรี๊ดดดดด งานฟินนน
    #156
    0
  8. #155 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 23:20
    ป๋าวิคจะทำอะไรหนูไออ่ะ (ขอดูด้วย อิอิ)
    #155
    0
  9. วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 21:12
    รออ่านต่อนะคะ



    #154
    0
  10. #153 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 20:15
    เฮียวิคจะทำอะไรหนูไอ ปล้ำเลยไหม 555555
    #153
    0
  11. #152 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 22:59
    เอาล่ะสิๆๆๆๆ
    #152
    0
  12. #151 june'z lee (@juneyupin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 03:27
    งานเข้าแล้วไอรดา หลักฐานมาเต็ม
    อิอิ
    #151
    0
  13. #150 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 01:30
    อ่า หนูไอ โดนจับซะเเล้ววววว
    #150
    0
  14. #149 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 21:44
    ตุ๊กตาหมีเล่นงานหนูไอจนได้

    #149
    0
  15. วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 21:26
    รออ่านต่อหนังสือนะคะ



    #148
    0
  16. #147 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 19:38


    เฮียวิคจะทำไงต่อหว้า  หลักฐานแน่หนาซะขนาดนี้

    #147
    0