เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,611 Views

  • 287 Comments

  • 1,387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    232

    Overall
    150,611

ตอนที่ 8 : ตอน5 100%อัพแล้ว อ่านแล้วเม้นให้เค้าด้วยน้า ^ ^

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    4 มิ.ย. 58

 

*** สาวๆขาฝากเม้น โหวต ให้ไรเตอร์ด้วยนะค้าาาา ^ ^ ปล.ย้ำอีกครั้ง เรื่องนี้ "ทำมือ" นะคะ รายละเอียดเปิดจองน่าจะมาเดือนหน้าค่ะ ใครรักหนุ่มๆแวนโคลิก หยอดปุกรอเลยนะ คิคิ ฝากด้วยนะค้าาาา *** 

 

               โรงแรมสุดหรูตกแต่งด้วยสไตล์เก่าแก่อย่างยุควิกตอเรียที่ห้องแกรนบอลรูมต่างเนืองแน่นไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่แต่งตัวกันมาอย่างเฉิดฉายสวยงาม ล้วนบ่งบอกระดับของตัวเองได้เป็นอย่างดี ชุดราตรีสวยหรูและเครื่องประดับแพรวพราววูบวามมีให้ได้เห็นภายในห้องแห่งนี้ ทุกคนต่างมาร่วมงานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ของบริษัทไดมอนไอที่ต่างก็เชิญแขกที่มีหน้ามีตาในวงสังคมมากันให้แน่นไปหมด รวมไปถึงชายหนุ่มชุดดำสุดหรูที่ถูกตัดเย็บมาอย่างดีอย่างวิกเตอร์ แวนโคลิกที่ได้รับเชิญมาด้วย ร่างสูงยืนจิบไวน์แดงที่เป็นเครื่องดื่มในงานพลางทอดสายตามองไปรอบๆที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ราวกับว่าเพชรชุดนี้ทางไดมอนไอมั่นใจเหลือเกินว่ามันจะประสบความสำเร็จ

        

  วิกเตอร์นั้นก่อนจะออกมาที่นี่ก็ประชุมกับทีมงานของตัวเองเนื่องจากว่าอีกแค่อาทิตย์กว่าๆเท่านั้นก็จะถึงงานเปิดตัวเพชรชุดมาสเตอร์พีซอย่าง “เรดไดม่อน” แล้ว ดังนั้นเขาไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด และชุดมาสเตอร์พีซก็มีการทำออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายพันชุดในล็อตแรกนี้เพื่อให้ลูกค้าเก่าๆที่เป็นพันธมิตรได้จับจองกันเอาไว้เสียก่อนและการที่ได้มาดูการจัดงานรวมถึงแบบเพชรของคู่แข่งชายหนุ่มก็จะได้ประเมินอย่างที่ตัวเองนึกในใจว่าจะยกไดม่อนไอให้เป็นคู่แข่งที่เขาสมควรต้องกลัวจริงๆหรือไม่...

          “ดูจะมั่นใจมาก อยากจะเห็นนักว่ามันจะสวยขนาดไหน” วิกเตอร์พูดกับคนสนิทแล้วกระดกไวน์เข้าไปอีก

          “ผมลองสืบข่าวดูแต่พบว่าไม่มีอะไรรั่วไหลออกมาเลยครับ ท่าทางจะเป็นความลับมาก แล้วแขกในงานก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีเงิน มีหน้ามีตาในสังคมทั้งนั้น ผมคิดว่าคงมั่นใจมาก” เชสรายงานตามข้อมูลที่ตัวเองหามาในขณะที่เจ้านายหนุ่มก็แค่พยักหน้ารับ ยืนหลบมุมมองบรรยากาศในงานเนื่องจากว่ายังไม่ถึงเวลา แต่เพราะความโดดเด่นของเขาก็สะดุดตาเข้ากับเจ้าของงานอย่างจังที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาและไม่นานก็หยุดยืนอยู่ที่ตรงหน้าของเขา ใบหน้าแก่คราวพ่อในชุดสูทสีเทาดูดีควงคู่มากับภรรยาที่แต่งตัวด้วยชุดราตรีสีดำสนิท ที่ลำคอระหงมีชุดเพชรจี้มรกตสวย ส่งยิ้มกว้างทักทายเขาเช่นเดียวกับผู้เป็นสามี

          “นึกไม่ถึงว่าทางแวนโคลิกจะตอบรับคำชวน” แบรนดอนยกยิ้มแล้วเอ่ยทักทายในใจก็นึกไปถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ที่จะรอสะใจเด็กรุ่นลูกอย่างวิกเตอร์ที่เขาจะก้าวเข้ามาเหนือกว่า

          “ผมเองก็ไม่ใช่พวกใจแคบหรอกนะครับ หากที่ไหนเชิญไปร่วมงาน ผมก็ไปหมดหากไม่ติดอะไร” ชายหนุ่มตอบเรียบๆ ในขณะที่แบรดอนนึกหมั่นไส้กับคำพูดเหย่อหยิ่งถือดีของอีกคนเหลือเกิน เรน่าได้ยินก็นึกชื่นชมแทน

          “คุณวิกเตอร์นี่เก่งจังเลยนะคะ อายุยังน้อยแต่บริหารงานต่อจากคุณวินเซนต์ได้อย่างดีเยี่ยมไม่แพ้คนเป็นพ่อเลยเสียดายที่วันนี้คุณเพียงดาวไม่ได้มาด้วย อยากจะทำความรู้จักกันเสียหน่อย” เรน่าจีบปากจีบคอพูดแล้วมองหน้าหนุ่มรุ่นลูกอย่างถูกใจ พลางนึกเจ็บใจเล็กๆที่ชวนลูกสาวมาเดินรอบๆงานทักทายแขกด้วยไม่ยอมมา มัวแต่ไปจับกลุ่มคุยกับเพื่อนๆของตัวเองเสียนี่ ไม่อย่างนั้นเธอจะเชียร์ขาดใจ ใครๆก็อยากเป็นสะใภ้ตระกูลแวนโคลิกด้วยกันทั้งนั้น เธอเองก็พยายามตีสนิทกับเพียงดาวเวลาออกงานการกุศลต่างๆแต่อีกคนก็หาตัวจับยากจริงๆ

          “มัมไม่ค่อยชอบออกงานเท่าไหร่น่ะครับ” วิกเตอร์ตอบกลับอย่างสุภาพ แบรดอนนึกไม่พอใจภรรยาจึงกระตุกแขนเล็กน้อยแล้วเอ่ยกับคนตรงหน้า

          “งั้นผมขอตัวไปทักทายแขกคนอื่นก่อน หวังว่าเพชรของผมจะพอเทียบกับแวนโคลิกได้บ้างนะครับ” แบรดอนพูดแล้วยกยิ้มอีกครั้ง

          “เชิญครับ ส่วนเรื่องเพชร ของอย่างนี้อยู่ที่ฝีมือครับจะเทียบได้ไม่นานให้ลูกค้าตัดสินใจจะดีกว่า” วิกเตอร์ยกยิ้มให้กับอีกคนที่หุบยิ้มทันทีแล้วก็พาภรรยาเดินจากไปจากตรงนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย หลายๆคนในงานก็จำเขาได้มีทักทายกันบ้าง เขาเองก็ทักทายตามมารยาท เมื่อเห็นว่ากว่าจะถึงเวลางานก็คงอีกสักพักเลยหันไปบอกคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างให้จับตาดูภายในงานไว้ส่วนตัวของเขาเองนั้นจะเดินออกไปสูดอากาศเสียหน่อย แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องเจอกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทสั้นแค่คืบด้านบนเป็นเกาะอก ลำคอระหงก็มีสร้อยเพชรเส้นหรูที่มองดูแล้วหลายกระรัตอยู่เหมือนกัน ใบหน้าคมเข้มของอีกคนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางทำให้ดูโฉบเฉี่ยวเหมือนสาวสมัยใหม่ แต่สำหรับเขาแล้วมันดูเยอะเกินไป

          “สวัสดีค่ะคุณวิกเตอร์” โซเฟียยิ้มกว้างเมื่อครู่แม่ของเธอรีบไปลากตัวแล้วชี้ตำแหน่งของชายหนุ่มมาให้ เธอเองได้ยินทั้งชื่อเสียงและเห็นหน้าค่าตาของเขามาก็นึกชอบอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จึงไม่รอช้าที่จะตะครุบเข้าหาเหยื่อทันที

          “สวัสดีครับคุณ...” วิกเตอร์เอ่ยทักทายกลับแต่เขาไม่รู้จักคนตรงหน้า ในขณะที่อีกคนเสียหน้าเล็กๆแต่ก็ยังยิ้มเฉิดฉายเหมือนเดิม

          “โซเฟียค่ะ ทายาทไดม่อนไอ” พูดเสร็จหญิงสาวก็ยื่นมือให้กับชายหนุ่มในขณะเดียวกันเขาเองก็ยื่นมือมาจับเล็กน้อยแล้วก็ปล่อย โดยไม่รู้เลยว่าแบรนดอนนั้นจะมีลูกสาวด้วยแต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สนใจตระกูลนี้อยู่แล้วเรียกได้ว่าไม่อยู่ในสายตาเลยมากกว่า

          “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างสุภาพ

          “โซเฟียดีใจจังเลยค่ะที่คุณมางานนี้ ถ้ายังไงให้โซเฟียพาเดินดูรอบงานนะคะ” โซเฟียบอกด้วยสีหน้ายินดีจนปิดไม่มิดจริงๆในขณะที่ชายหนุ่มอยากจะปฏิเสธแต่พอเห็นท่าทางที่รอคอยอย่างมีความหวัง เลือดสุภาพบุรุษมันก็พุ่งแรง สุดท้ายก็ยอมตกลง

          “ก็ได้ครับ”

          พอได้ยินคำตอบรับโซเฟียก็ยิ้มกว้างจากนั้นก็เดินเข้ามาใกล้เคียงข้างชายหนุ่มถือวิสาสะควงแขนเขาเสียเลย วิกเตอร์ค่อนข้างตกใจกับการกระทำ พอหันไปมองอีกคนก็แค่ยิ้มให้แล้วพาเขาเดินไปรอบๆงาน ซึ่งชายหนุ่มได้แต่ลอบถอนหายใจ ขณะเดียวกันก็มองเครื่องเพชรต่างๆที่อยู่ในตู้ซึ่งแต่ละแบบแต่ละลวดลายเขาที่คร่ำหวอดในวงการนี้มาตั้งแต่เด็กก็ว่าได้มองปราดเดียวก็รู้ว่าไดม่อนไอมีฝีมือไม่น้อย แต่จากที่คนสนิทไปสืบมาก็พบว่าเพิ่งฟื้นตัวได้แค่ปีกว่าๆเท่านั้น นั่นหมายความว่าบางทีทางไดม่อนไออาจจะเพิ่งเจอทีมออกแบบที่ดีกว่าเก่า หรือไม่... ก็อาจจะหยิบฉวยของคนอื่นมาก็เป็นไปได้ แต่วิกเตอร์ก็ไม่มีเวลาได้คิดไปไกลมากนักเมื่อหญิงสาวข้างๆพูดไม่หยุดจนบางทีเขาเองก็นึกจะรำคาญจึงคิดแผนในใจเงียบๆเพื่อหาทางปลีกตัวจากโซเฟียซะแล้ว

 

          ที่สวนของโรงแรมซึ่งถูกจัดอย่างสวนงามให้เป็นสถานที่พักผ่อนแก่แขกที่มาพัก มีจุดนั่งพักที่ตกแต่งอย่างสวยงามไม่ว่าจะน้ำพุรูปคิวปิดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลาง ดอกไม้หลากสีสันก็เบ่งบานตามฤดูกาล หญ้าก็ถูกตัดให้เตียนมีกลิ่นหอมที่ตัดสดใหม่ๆ อากาศภายในสวนจึงเป็นที่ที่สดชื่นมากกว่า เหมาะแก่ผู้ที่มาพักแล้วต้องการธรรมชาติซึ่งทางโรงแรมก็รังสรรค์เอาไว้ด้วยการจัดได้อย่างดีเยี่ยมประหนึ่งว่าเป็นสวนของบ้านตัวเองเลยก็ว่าได้

          ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูแบรนดัง ตัดเย็บอย่างประณีตโดยที่ด้านบนเป็นเกาะอกสวยที่ประดับด้วยผ้าลูกไม้สีขาวให้ดูอ่อนหวาน ตรงเอวคอดของเธอนั้นก็ถูกคาดด้วยเข็มขัดเพชรเส้นเล็กๆ ส่วนตัวกระโปรงปล่อยชายให้ยาวลงมาพริ้วสวยไปตามจังหวะการเดิน ยิ่งร่างบอบบางมีหุ่นที่เพอร์เฟ็คอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใส่ชุดไหนกลับดูโดดเด่นได้อย่างลงตัว ใบหน้าสวยหวานที่ปกติเครื่องสำอางแทบไม่ได้มาอยู่บนใบหน้า แต่วันนี้กลับถูกเติมแต่งลงไปเพียงบางเบาให้ไม่จืดเกินไปสำหรับการออกงานกลางคืน พวงแก้มขาวถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูให้ดูอ่อนหวาน ในขณะเดียวกันริมฝีปากอวบอิ่มก็เคลือบด้วยลิปสติกสีเดียวกับแก้มของเธอ ดวงตากลมโตเพิ่มอายไลน์เนอร์เส้นเล็กๆให้ดูพอดีขับให้ดวงตากลมนั้นดูโดดเด่นชวนมองอีกหลายเท่าตัว

ร่างบอบบางของไอรดาถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากจะมางานนี้เลยแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อเธอมายืนอยู่ที่นี่แล้ว ตั้งแต่เช้าพ่อของเธอให้คนเอาชุดสวยมาให้แถมยังให้ช่างแต่งหน้ามาหาที่อพาร์ทเม้นอีกตั้งหนึ่งคนช่วยแปลงโฉมให้เธอเพื่อมาในงาน ตอนแรกตั้งใจจะชิ่งหนีแต่ริคกลับมารอรับตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลานัดด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วเธอเลยออกมาสูดอากาศข้างนอกดีกว่าที่จะไปเจอเรน่ากับโซเฟียในงาน แล้วเมื่อเวลาเพชรชุดใหม่ของพ่อเธอแสดงค่อยแอบย่องเข้าไปเพราะเวลานั้นภายในงานก็คงปิดไฟมืดหมดแล้วก็คงไม่มีใครได้เห็นเธอแน่

“ทำไมผู้หญิงสวยๆถึงมายืนตรงนี้คนเดียวล่ะครับ”

          เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำลายความเงียบของสวนแห่งนี้ทำให้ไอรดารีบหันไปมองก่อนจะเห็นใบหน้าตี๋ของคนที่เธอเจอเมื่อครั้งก่อนที่ห้องทำงานของคนเป็นพ่อ เธอจำเขาได้เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนเอเชียเหมือนกับเธอ

          “เอ่อ... คุณ” ชายหนุ่มตรงหน้ายกยิ้มเขาอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าอย่างดูดี เดินตรงเข้ามาใกล้อีกนิดแต่หญิงสาวก็ถอยห่างเล็กน้อย

          “ผมอาราเซะครับ หุ้นส่วนของไดม่อนไอ” ชายหนุ่มญี่ปุ่นยื่นมือออกมา ไอรดาสัมผัสเล็กน้อยพยายามจะดึงมือกลับแต่เขาจับไว้แน่น ยกขึ้นตั้งใจจะจุมพิตเธอเลยกระชากกลับมาอย่างตกใจ ในขณะที่อีกคนก็กระตุกยิ้ม

          “แล้วคุณล่ะครับ”

          “ไอรดาค่ะ” หญิงสาวตอบรับกลับอย่างสุภาพ

          “วันนั้นผมเห็นคุณที่ห้องทำงานของคุณแบรนดอน ไม่ทราบว่าคุณทำงานส่วนไหนหรือครับ” อาราเซะถามอย่างสงสัย ตั้งแต่เจอเธอวันนั้นก็ยังไม่อาจจะลืมภาพของหญิงสาวได้ ยิ่งเห็นเธอในวันนี้ด้วยชุดที่ดูสวยงามเขาก็เกิดถูกตาต้องใจอยากจะได้อีกคนขึ้นมาทันที ยิ่งผิวขาวๆที่โผล่พ้นชุดออกมาด้วยแล้วอยากจะลองสัมผัสดูด้วยตัวเองว่ามันจะเนียนนุ่มเหมือนที่ตาเห็นหรือไม่ ไอรดาที่เห็นสายตาโลมเลียของอีกคนก็ไม่ชอบใจนัก

          “คือฉัน...”

          “คุณอาราเซะครับ คุณแบรนดอนเชิญด้านในครับ อยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับแขกในงาน” ริคเดินตรงเข้ามาแล้วบอกกับหุ้นส่วนของเจ้านาย ไอรดาลอบถอนหายใจเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามอย่างไรเช่นเดียวกัน ในขณะที่อาราเซะดูจะหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษาสีหน้าได้ดี เขายกยิ้มแล้วจ้องมองร่างบางตรงหน้า

          “หวังว่าโอกาสหน้าเราจะมีเวลาได้ทำความรู้จักกันนะครับ คุณไอรดา”

          พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินจากไป  ริคโค้งให้กับไอรดาเล็กน้อยแล้วเดินตามอีกคนเข้าไปด้านใน ส่วนหญิงสาวทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวแล้วถอนหายใจพรูออกมา เธออยากจะไปจากที่นี่ให้พ้นๆเสียที แต่ก็พยายามทำใจเพราะคิดว่าอีกไม่นานงานก็คงจะเริ่มแล้ว เธอจะนั่งที่นี่จนกว่างานจะเริ่มไปเลยหวังว่าคงจะไม่มีใครมารบกวนเธออีก

          ไอรดานั่งเพียงลำพังได้หลายสิบนาทีจนรู้สึกหนาว มือบางลูบไล้เรียวแขนของตัวเองเมื่อลมเย็นๆเริ่มพัดมาปะทะหนักขึ้นอีกทั้งช่วงเวลาที่อยู่กับตัวเองตอนนี้ทำให้เธอนึกย้อนถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา เมื่อแม่ของเธอเสียชีวิตก็นึกดีใจที่ได้เจอกับคนเป็นพ่อแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเมื่อมันเปลี่ยนไปเพียงเพราะความสามารถพิเศษที่เธอมองว่ามันเป็นสิ่งที่โชคร้ายมากกว่าโชคดี ยิ่งครุ่นคิดใบหน้าสวยหวานก็หมองลง แต่แล้วอะไรบางอย่างตกลงที่ไหล่บอบบางของตัวเองเธอก็ตกใจเมื่อมองดูพบว่าเป็นเสื้อสูทเนื้อดีที่มีกลิ่นน้ำหอมและความอุ่นยังคงอยู่ แล้วตามมาด้วยเสียงทุ้มเข้มอย่างคุ้นเคย

          “รู้ว่าหนาวแล้วยังมายืนตากลมอยู่ได้” ไอรดาหันไปมองก็ตกใจเมื่อเขาคือวิกเตอร์ แวนโคลิก!

          วิกเตอร์ที่หนีโซเฟียออกมาแล้วก็มาเดินเล่นในสวน เขาเห็นเธอแต่ยังไม่แน่ใจจนกระทั่งเดินเข้ามาใกล้จนรู้ว่าเป็นเธอ ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นไอรดาแตกต่างไปจากการแต่งตัวที่เหมือนเด็กกะโปโล มันทำให้เขานิ่งค้าง เพราะเธอทั้งสวย หวาน งดงามอย่างไร้ที่ติ หัวใจแกร่งกระตุกอย่างรุนแรงและมันเต้นถี่รัวราวกับเสียงกลอง เธอสวยกว่าผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าเธอจะอยู่ในชุดไหน วิกเตอร์ลงความเห็นเงียบๆในใจว่าเธอดูดีในแบบที่เธอเป็น แม้ชุดที่ดูจะกะโปโลด้วยเสื้อฮู้ดตัวใหญ่ๆกับกางเกงยีนส์สีซีด ก็ทำให้เธอดูโดดเด่น หรือชุดเดรสสวยแบบนี้ก็ทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าในสวนกว้างก็ไม่ปาน จนเขาเผลอมองอยู่นานสองนานในขณะที่อีกคนก็ไม่ได้รู้ตัวเลย

          ไอรดาเบิกตากว้างไม่รู้เลยว่าเขาจะมางานนี้ด้วย คิดแล้วก็พอเดาได้ว่าพ่อของเธอคงจะเชิญเขาไม่อย่างนั้นแขกไม่ได้รับเชิญคงไม่ปรากฏในงานนี้ คิดแล้วก็นึกเสียใจและโกรธคนเป็นพ่อเหลือเกิน ที่ให้เธอไปเอาแบบของเขามาแล้วยังให้เขามาเห็นผลงานของตัวเองโดนชิงไปแบบนี้ เท่ากับว่าประกาศศึกชัดๆ แต่ไอรดาก็รู้ดีว่าจะช้าจะเร็วเขาก็ต้องเห็นอยู่ดี

          “คะ... คุณ” เธอเรียกเขาตะกุกตะกักด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มยกยิ้มเดินเข้ามาใกล้

          “ไม่นึกว่าจะเจอคุณที่นี่... แต่งตัวสวยเชียว สวยจนจำแทบไม่ได้” วิกเตอร์พูดขึ้นแล้วเอ่ยชมอย่างตรงไปตรงมา เขาเข้าไปในงานแล้วและไม่เห็นว่าใครจะสวยได้เท่าเธอวันนี้เลย ในขณะที่หญิงสาวก็เขินอายรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อน หัวใจเต้นแรงเมื่อได้รับคำชม ขนาดอาราเซะชมเธอเมื่อครู่ยังไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

          “พะ... พูดอะไรก็ไม่รู้” หญิงสาวตอบรับเสียงแผ่ว ชายหนุ่มเห็นท่าทีก็ยกยิ้ม ยิ่งมือบางบีบเข้าหากันซึ่งบ่งบอกว่าเธอคงเขินอายก็ชอบใจ แต่เขาก็ยังมีเรื่องสงสัยอยู่เลยเอ่ยถาม

          “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่... คงไม่ใช่มาทำงานพิเศษหรอกใช่ไหม” ไอรดาได้ยินคำถามก็ตกใจ เงยหน้ามองอีกคนที่ดูท่าแล้วเหมือนจะเค้น มากกว่าถาม

          “มันเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย ว่าแต่คุณเถอะ มาที่นี่ทำไมกัน” หญิงสาวได้ทีก็ถามกลับแม้จะรู้อยู่แล้วแต่อยากจะเบี่ยงเบนความสนใจแต่ดูท่าคงไม่สำเร็จ

          “ผมมาร่วมงานเปิดตัวเพชร คุณต่างหากมาทำอะไร” วิกเตอร์ยังถามกลับ

          “ฉะ... ฉันก็ เอ่อ... มางาน งะ... งานเลี้ยงเหมือนกัน” ไอรดาพยายามหาทางรอดแล้วโกหกออกไป ส่วนวิกเตอร์หรี่ตามองอย่างจับผิด

          “อย่ามาโกหกหน่อยเลย ผมดูแล้ววันนี้ในโรงแรมมีจัดงานแสดงเพชรแค่งานเดียว บอกมาเถอะคุณมาทำอะไรกัน ได้รับเชิญ?” วิกเตอร์ยังถามต่อด้วยความอยากรู้ปนสงสัย แต่ก็ยังจับจ้องร่างบางไม่วางตา ไอรดานึกหมั่นไส้ในความฉลาดแสนรู้ของเขาเหลือเกิน เธอนิ่งเล็กน้อยแล้วก็คิดถึงเหตุผลออก

          “ฉันก็มาดูงานไง ใช่... มาดูงานฉันเรียนออกแบบมานี่นา แล้วทางสาขาวิชาก็ทำเรื่องให้ฉันมาดูงาน... ไม่แปลกนี่” ไอรดาหาทางออกได้อย่างชาญฉลาด วิกเตอร์ได้ยินก็กอดอกนิ่วหน้าเล็กน้อย

          “ก็ไหนว่าจะกลับประเทศไทยแล้วไง ยังจะมาดูงานทำไมอีกล่ะ” ไอรดาเริ่มหงุดหงิดกับความจู้จี้ของเขาเสียเหลือเกิน ไม่แปลกใจหรอกว่าวิกเตอร์รู้ได้อย่างไรคิดว่าเพียงดาวคงบอกแล้ว

          “มันเรื่องของฉันน่า... ขอตัวก่อนนะคะ”

          ไอรดาพูดเสร็จก็เดินหนีแต่แล้วก็ชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเสื้อคลุมไหล่ของตัวเอง เธอถอดมันก่อนที่จะยื่นให้ วิกเตอร์รับมาจากนั้นก็มองดูเธอจากไปโดยไม่ได้รั้ง เขาสวมเสื้อสูทกลับเข้าที่เดิมเพียงแค่ไม่นานแต่พบว่ามีกลิ่นของเธอติดมาซะแล้ว กลิ่นหอมเหมือนขนม ที่ได้กลิ่นก็ยิ่งหิว... แต่วิกเตอร์รู้ดีว่าเขาไม่ได้หิวอาหารแต่หิวเจ้าของกลิ่นมากกว่า

 

**********************************************************************************

เรื่องนี้ "ทำมือ" นะคะ จะเปิดจองประมาณเดือนหน้านะ ^ ^

“ไอรดานี่!” เสียงที่แทรกเข้ามาทำให้เขาเหลียวหลังไปมองอย่างแปลกใจ เป็นโซเฟียที่เดินตามเข้ามาในสวนดูท่าจะสวนกับหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้าไป เดิมทีอยากจะเดินหนีเธอแต่ประโยคพูดที่ชวนให้แปลกใจทำให้เขาต้องเอ่ยถาม

          “รู้จักหรือครับ” วิกเตอร์เอ่ย ในขณะที่โซเฟียก็ระงับความอิจฉาและเกลียดชังในตัวของอีกคนเอาไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยปากบอกคนนอกที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก

          “รู้จักดีเลยค่ะ แต่โซเฟียไม่ชอบมันหรอก มันเป็นคนโปรดของคุณพ่อ” ยิ่งอีกคนพูดมากเท่าไหร่ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยหนักขึ้น

          “หมายความว่ายังไงหรือครับ คนโปรดของคุณแบรดอน?” ชายหนุ่มทวนย้ำ โซเฟียนิ่งเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าพูดสถานะเรื่องสายเลือดไม่ได้แน่ เพราะตัวเธอก็ไม่อยากให้ใครรู้ประกอบกับคนเป็นแม่ก็กำชับนักหนาด้วย เลยเลือกที่จะพูดอย่างอื่นแทน

          “มันทำงานให้คุณพ่อน่ะค่ะ แต่อย่าไปสนใจมันเลย เราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะคะ งานจะเริ่มแล้ว” พูดเสร็จโซเฟียก็ส่งยิ้มให้จากนั้นก็ถือวิสาสะควงแขนชายหนุ่มอีกรอบ และเขาก็ยังไม่ยอมขยับก่อนจะพูดขึ้น

          “คงไม่ดีถ้าคนอื่นจะเห็นเราควงกันเข้าไปในงานนะครับ” วิกเตอร์พูดเสียงเรียบ โซเฟียได้ยินก็เสียหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะยอมปล่อยแต่โดยดี

          “ค่ะ”

          เมื่อเธอรับคำเขาก็ผายมือให้เธอเดินนำหน้าไปก่อนในขณะเดียวกันเขาเองก็เดินตามแต่ก็คิดถึงสิ่งที่ได้ยินแล้วก็นึกไปถึงคำพูดของไอรดาเมื่อครู่ แสดงว่าเธอโกหก เธอทำงานให้กับไดม่อนไอ... แล้วเธอทำอะไรในเมื่อยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ วิกเตอร์ยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนเดินเข้ามาในงานที่ปิดไฟเตรียมเปิดการแสดงเรียบร้อยแล้ว โซเฟียต้องยอมผละอย่างเสียดายเมื่อแบรนดอนเรียกให้เธอไปยืนด้วยกัน ในขณะที่ชายหนุ่มก็ยืนอยู่กับเชสคนสนิท แล้วสายตาก็กวาดมองหาไอรดาแต่เขากลับไม่พบเธอ โดยไม่รู้เลยว่าเธอยืนอยู่ด้านหลังสุดของห้องบอลรูมแห่งนี้

 

          ไฟในห้องปิดสนิทเหลือเพียงแสงไฟที่สาดส่องอยู่บนเวทีที่จัดเตรียมงานเอาไว้ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานประจำโต๊ะของตัวเองแล้วรวมถึงวิกเตอร์ด้วย สื่อหลายสำนักระดมถ่ายภาพเก็บบรรยากาศในงานและการเปิดตัวเพชรชุดที่เรียกว่าดีที่สุดของไดม่อนไอกันอย่างเนืองแน่นในพื้นที่สื่อด้านหน้า พิธีกรเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยชุดสูทเนื้อดีสีดำสนิทก่อนจะกล่าวทักทายต้อนรับแขกในวันนี้

          “สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานแสดงเพชรของทางบริษัทไดม่อนไอ!” สิ้นเสียงของพิธีกรคนในงานก็ปรบมือกันเกรียวยกเว้นเสียแต่ชายหนุ่มที่เพียงแค่ตบเล็กน้อยเท่านั้น

          “นอกจากจะมีการแสดงเพชรชุดพิเศษเรียกได้ว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของทางไดม่อนไอแล้ว วันนี้ทางคุณแบรดอน ประธานบริษัทเองก็ถือโอกาสนี้เปิดตัวหุ้นส่วนของตัวเองภายในงานให้เป็นที่รู้จักแก่ทุกท่านด้วยนะครับ งั้นเราไม่รอช้า ไปพบกับทั้งคู่เลยดีกว่า เชิญคุณแบรนดอนประธานบริษัทไดม่อนไอและคุณอาราเซะบนเวทีเลยครับ”

          ทั้งสองคนต่างวัยเดินขึ้นมาด้านบน วิกเตอร์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายนึกอยากจะกลับเสียตอนนี้เลย ฟังทั้งสองคนพูดบนเวทีไปเรื่อยเปื่อย ข้อมือที่มีนาฬิกาเรือนหรูถูกยกขึ้นมาดูหลายครั้ง เวลาเดินไปเรื่อยๆเขาคิดว่าหากในอีกยี่สิบนาทีทั้งสองคนบนเวทียังพูดเรื่อยเปื่อยประหนึ่งทอล์คโชว์ เขาคงต้องกลับก่อนแล้วค่อยดูตามหน้าหนังสือพิมพ์แทนจะดีเสียกว่ามานั่งเสียเวลาไร้สาระแบบนี้

          เมื่ออีกคนได้แนะนำให้อาราเซะเป็นที่รู้จักแล้วแต่วิกเตอร์ไม่นึกสนใจแม้จะแปลกใจที่เห็นหนุ่มญี่ปุ่นมองมาทางเขาบ่อยเหลือเกินแต่ชายหนุ่มก็ไม่ใส่ใจ จนเวลาที่เขารอคอยก็มาถึงเมื่อแบรนดอนเอ่ยถึงความสำคัญของงานในวันนี้เสียที

          “ทุกคนคงอยากจะชมเพชรที่ทางไดม่อนไอทำมาเพื่อทุกคนแล้วใช่ไหมครับ ก่อนจะไปชมผมอยากจะขอเรียนตามตรงว่าเพชรชุดนี้ เป็นอีกชุดหนึ่งที่ถือว่าดีที่สุดที่เราทำมา และยังใช้เงินมากมายเพื่อคัดสรรเพชรน้ำงามที่ดีที่สุดเพื่องานนี้โดยเฉพาะด้วยครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมขอให้ทุกคนได้ร่วมชมเพชรชุดนี้ไปพร้อมๆกันและทางไดม่อนไอก็หวังว่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบเครื่องเพชรนะครับ”

          แบรนดอนพูดเสร็จก็ยกยิ้มก่อนจะส่งไมค์คืนให้กับทางพิธีกร เวลานั้นเสียงเพลงก็ดังคลอขึ้นเล็กๆจากนั้นพนักงานสองคนในชุดสูทสีดำสวมถุงมือสีขาวก็เดินขึ้นมาบนเวทีโดยมีแท่นสีดำตั้งอยู่แล้วจากนั้นก็นำกล่องที่ยังคลุมด้วยผ้าสีดำสนิทวางเอาไว้ แบรนดอนกับอาราเซะเดินขึ้นมาด้านหน้ามองหน้ากันส่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะร่วมเปิดผ้าพร้อมกัน ทันทีที่ผ้าสีดำหลุดร่วงลงสู่พื้น เพชรน้ำงามในตู้กระจกก็ปรากฏแก่สายตาแขกทุกคนโดยมีจอขนาดใหญ่ฉายให้ดูสำหรับผู้ที่นั่งด้านหลังอาจจะไม่เห็นของจริงเท่ากับคนที่นั่งด้านหน้า

          แสงแฟลชมากมายระดมถ่ายเก็บภาพกันอย่างเนืองแน่น เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีต่างก็มีหลายๆคนตื่นตะลึงและชมว่ามันสวย คงจะมีแค่สองคนในห้องเท่านั้นที่ดูจะนิ่งไปโดยเฉพาะวิกเตอร์ที่เขารู้สึกถูกน็อคกลางอากาศเมื่อเพชรที่แสดงอยู่ตรงหน้าของเขานั้นเหมือนกับของตัวเองที่เพิ่งได้ตรวจเมื่อเย็นก่อนที่จะออกมางานเลี้ยงไม่ผิดเลย เรียกได้ว่าเป็นเพชรชุดแฝดกันก็ว่าได้ ยิ่งเห็นชายหนุ่มก็ขบกรามแน่นจนนูนเป็นสันมองไปยังใบหน้าของแบรนดอนที่ส่งยิ้มมาให้ เขามองออกว่ามันเป็นยิ้มเยาะเย้ย มันเป็นยิ้มที่ประกาศถึงการเป็นศัตรู มือหนากำมัดแน่นก่อนที่จะเอ่ยเสียงเข้มให้กับคนสนิทที่พอจะเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี

          “บัดซบ! มันเล่นเราเข้าแล้ว!” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาอย่างโกรธแค้น เขามั่นใจว่าต่อให้บังเอิญแค่ไหนมันจะไม่มีทางเหมือนขนาดนี้ ทั้งลวดลาย การเลือกใช้เพชรสีแดง แน่นอนว่าเพชรที่หายากมูลค่าสูงขนาดนี้ หลายบริษัทคงไม่เลือกใช้กันแน่ แต่ไดม่อนไอกลับเลือกใช้ อีกทั้งตัวแบบทั้งลายละเอียดที่เขาตรวจแล้วตรวจอีกตอนทำชุดมาสเตอร์พีซจนจดจำได้อย่างแม่นยำ กลับเหมือนกันอย่างเหลือเชื่อ แค่นี้ชายหนุ่มสรุปได้ทันทีว่าแบบของเขาโดนขโมย!

          “มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ ในเมื่อ... แบบของเราไม่ได้เปิดเผยที่ไหนแน่ๆ และยิ่งไปกว่านั้นผมไม่คิดว่าจะมีใครขายความลับของบริษัท” เชสเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีเพราะเขาเองก็รู้จักทีมงานที่ทำเพชรชุดนี้ บางคนอยู่มาเก่าแก่ตั้งแต่วินเซนต์ยังไม่เกษียณ บางคนที่รับเข้ามาใหม่ก็ทำงานกันมาร่วมสิบปี ไม่มีทางขายความลับแน่ๆ

          “ไปลากคอแฟรงค์มา! เอามันไปไว้ที่บริษัท ทางนี้ฉันจะจัดการเอง” ชายหนุ่มเอ่ยคำสั่งเสียงเฉียบ เพราะคนที่อยู่กับแบบมากที่สุด คนที่เอาแบบออกไปนอกบริษัทก็มีแค่แฟรงค์เพียงคนเดียวเท่านั้น และเขามีส่วนในงานนี้มากที่สุดอีกทั้งระบบในการเข้าไปดูแบบชุดสำคัญของแวนโคลิกนั้นค่อนข้างเข้มงวดจะไม่มีใครพกโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่จะใช้ถ่ายรูปเข้าไปได้เลยเพื่อป้องกันการขโมยหรือขายแบบให้กับบริษัทคู่แข่ง ดังนั้นแฟรงค์จึงเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด

          “แต่ผมว่า...”

          “ไปทำตามคำสั่งฉัน!” ชายหนุ่มเพิ่มเสียงอีกเล็กน้อย เชสเองไม่มีทางเลือกก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องแห่งนั้น ไอรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทางด้านหลังก็รู้สึกสงสารชายหนุ่มจับใจ เธอรู้แล้วว่าเขารู้ และคิดว่าเขาคงโกรธไม่น้อยเพชรที่เขาออกแบบมามันคงทำเสร็จแล้วแน่ๆ เนื่องจากเธอเองก็รู้ว่าเขาจะเปิดตัวในอาทิตย์หน้านี้แล้ว เมื่อพ่อของเธอชิงตัดหน้าออกแบบแล้วเปิดตัวก่อน ทางแวนโคลิกก็ไม่อาจจะใช้เพชรชุดนั้นได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะโดนหาว่าลอกเลียนแบบแน่ๆ ครั้นจะแก้ไขก็คงไม่ทัน ไอรดารู้สึกอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน ยิ่งเห็นแผ่นหลังของเขาที่นิ่งตรงก็นึกปวดใจแทน

          แบรนดอนเดินลงมาจากเวทีปล่อยให้แขกภายในงานขึ้นไปชมเพชรด้วยตาของตัวเอง ชายสูงวัยเดินเข้ามาหาวิกเตอร์ที่ยืนขึ้นด้วยเหมือนกันก่อนจะส่งยิ้มให้

          “เป็นยังไงครับ ชุดนี้พอจะสู้ชุดของแวนโคลิกที่จะเปิดตัวเร็วๆนี้ได้หรือเปล่าครับ” วิกเตอร์ได้ยินก็ยิ้มทั้งๆที่มือยังกำหมัดเข้าหากันแน่น

          “ก็สวยดีนะครับ แต่คิดว่าคงห่างไกลจากแวนโคลิกของเราเยอะ!” ชายหนุ่มตอบกลับในขณะที่คนรุ่นพ่อกลับไม่ชอบใจทั้งๆที่รู้ดีว่าตอนนี้คนตรงหน้าคงโกรธแทบกระอัก แทนที่จะโวยวายจะได้กลายเป็นข่าวใหญ่โต แต่กลับรักษาสีหน้าได้เรียบเฉยแล้วดูนิ่งจนเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่ได้เห็นแบบเพชรของตัวเอง กลายมาเป็นเพชรชุดใหญ่ของบริษัทคู่แข่งแบบนี้

          “ถ้าอย่างนั้นผมจะรอบัตรเชิญจากทางแวนโคลิกนะครับ อยากจะชมชุดมาสเตอร์พีซจะแย่” แบรนดอนยังพูดกลับ ส่วนชายหนุ่มยกยิ้มเล็กน้อย

          “ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ แวนโคลิกก็คงจะเชิญบริษัทเพชรหลายแห่งเข้าร่วมอยู่แล้ว ทั้งพันธมิตร ทั้งคู่แข่ง ทั้งศัตรู แต่อย่างหลังคงไม่มีใครโง่อยากเป็นศัตรูกับแวนโคลิกหรอกจริงไหมครับคุณแบรนดอน เพราะถ้าใครกำลังคิดอยู่ผมว่ามันคงเป็นการกระทำที่โง่มาก เรียกได้ว่ารนหาที่ตายเลยก็ว่าได้” ชายหนุ่มเชือดนิ่มๆด้วยคำพูดดูดี ใบหน้าของแบรนดอนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธแต่ก็พยายามรักษาท่าทีเหมือนกัน

          “ผมขอตัวก่อน”

          “ผมก็ขอตัวเหมือนกันครับ หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีก เพราะตอนนี้ผมชักจะสนใจบริษัทของคุณมากขึ้นแล้วสิ ไว้วันหลังจะไปเชิญถึงที่มาร่วมพูดคุยถึงความสำเร็จกันหน่อย ว่าเพราะอะไรกันไดม่อนไอถึงเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ หวังว่าจะไม่ปฏิเสธคำเชิญของผมนะครับ”

          พูดเสร็จวิกเตอร์ก็แสยะยิ้มก่อนจะเดินจากไปปล่อยให้แบรนดอนได้เป็นฝ่ายกำหมัดบ้างเช่นเดียวกัน ไอรดารีบหลบฉากเมื่อเขาเดินมาใกล้จะถึงที่เธออยู่ เธอเห็นใบหน้าเครียดขมึงของเขา หญิงสาวเห็นก็รู้สึกแย่สุดๆ เธอรีบสาวเท้าเดินไปหาคนเป็นพ่อที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

          “พ่อคะ” แบรนดอนได้เห็นลูกสาวก็ตรงเข้ามาก่อนจะลากเธอไปด้านหลัง ซึ่งตอนนี้บนเวทีก็ให้อาราเซะรับหน้ากับสื่ออีกทั้งยังพวกแขกเหรื่อต่างชมเพชรกันอย่างต่อเนื่อง

          “ไอ พ่อดีใจที่ลูกมา พ่อไม่เห็นลูกเลยนึกว่าหนีกลับแล้ว” แบรนดอนส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว ยิ่งเห็นเธออยู่ในชุดสวยงามแบบนี้ก็ยิ่งพอใจ เธอสวยเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด

          “หนูขอพาสปอร์ตค่ะ” ไอรดาไม่ได้ตอบอะไรเธอแค่ต้องการพาสปอร์ตของตัวเองเท่านั้น เมื่อเห็นลูกสาวเข้าเรื่องเขาเองก็อดจะสลดไม่ได้

          “นี่หนูไม่คิดจะยินดีกับความสำเร็จของพ่อเลยหรือ” แบรนดอนเอ่ยถามในขณะที่ไอรดาก็ถอนหายใจ

          “พ่อรู้ดีนี่คะว่าอะไรเป็นอะไร ขอพาสปอร์ตกับตั๋วให้หนูเถอะค่ะ”

          แบรนดอนเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจก่อนที่จะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในจากนั้นก็ส่งซองสีน้ำตาลให้ ไอรดารีบรับมาจากนั้นก็หมุนตัวจะเดินหนีไปแต่แล้วคนเป็นพ่อก็จับมือลูกสาว

          “แล้วพ่อจะรีบบินตามไปหานะลูก” แบรนดอนบอกทีแรกตั้งใจจะไปส่งด้วยตัวเองด้วยซ้ำ จะซื้อบ้านให้ลูกสาวอยู่แต่เพราะเธออยากกลับทันทีหลังงานเสร็จเขาเลยไม่อยากขัดใจ ตัวเองจะปลีกตัวไปก็ไม่ได้เพราะมั่นใจว่าคงยุ่งมากแน่ๆ เลยต้องปล่อยให้ไอรดาไปคนเดียว

          “อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวภรรยาของพ่อรู้เข้าจะเป็นเรื่อง” ไอรดาบอกตามตรงแต่อีกคนกลับส่ายหน้า

          “อย่าสนใจเรื่องนั้นเลย ถึงแล้วโทรศัพท์มาบอกพ่อหน่อยนะ...” แบรนดอนเอ่ยขอ ไอรดาได้ยินก็ถอนหายใจ

          “ถ้าหนูไม่ลืมนะคะ ลาก่อนค่ะพ่อ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”

          ไอรดาบอกเท่านั้นใจอยากจะกอดแต่รู้ดีว่าทำไม่ได้ในที่แบบนี้และพ่อเธอก็คงต้องอยู่ในงาน หญิงสาวฝืนส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไปส่วนแบรนดอนเองก็ถอนหายใจพรูและตั้งใจจะให้คนสนิทไปส่งเธอพรุ่งนี้เช้าที่สนามบินอยู่แล้ว ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้อยู่ในสายตาของอาราเซะที่ยืนอยู่บนเวทีเห็นทั้งหมดแม้ไม่รู้ว่าพูดอะไรกันแต่เขามั่นใจว่าทั้งสองคนคงต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างแน่ๆ ความสัมพันธ์ที่แม้แต่แบรนดอนก็ไม่ได้บอกเขาด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย...

 

******************************************************************************************

*** สาวๆจ๋าา อ่านจบแล้ว ฝากเม้น แล้วก็แอดแฟนพันธุ์แท้ด้วยน้าาาาา งวดก่อนแทบไม่เม้นให้เก๊าเบยยย TT^TT งวดนี้อ่านแล้วเม้นให้เค้าด้วยนะ รออ่าน คิค
ปล.เรื่องนี้ "ทำมือ" นะคะ ^ ^ ***


       ไอรดาเดินออกมาจากด้านนอกงาน เห็นวิกเตอร์กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่เธอไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ แต่เห็นได้จากท่าทางเกรี้ยวกราดและก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็น หญิงสาวอยากจะเดินเข้าไปปลอบใจเขาเหลือเกินแต่รู้ดีว่าทำไม่ได้

          “ฉัน... ขอโทษ” ไอรดาบอกเขาในขณะที่เธอกำลังยืนหลบมุมมองอยู่ เธอไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวแม้จะรู้สึกผิดก็ตามสุดท้ายหญิงสาวเลือกที่จะหันหลังเดินออกไปจากบริเวณนั้น แล้วก็เจอเข้ากับริคที่เดินตามออกมาตามคำสั่งของแบรนดอนที่ให้ไปส่งเธอ หากเป็นสถานการณ์ปกติเธอคงอยากจะกลับเองมากกว่าแต่ตอนนี้เธออยากจะกลับให้เร็วที่สุดเลยเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ

          “คุณไออยากจะแวะทานอะไรหน่อยไหมครับ ผมไม่เห็นทานอะไรในงานเลย” ริคเอ่ยถามคุณหนูของตัวเองที่นั่งด้านหลังเขาจับตามองเธออยู่เสมอตามคำสั่งของแบรนดอน

          “ฉันไม่หิว” ไอรดาตอบเสียงเรียบ ริคเองก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนคงไม่ค่อยมีความสุขมากเท่าไหร่นักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในรถตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไอรดาเองก็นึกทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งก่อนหน้างานเปิดตัวและในงานก่อนที่จะเอ่ยปากถามเมื่อนึกถึงคนที่เธอเพิ่มเจอ

          “พ่อมีหุ้นส่วนใหม่เป็นคนญี่ปุ่นเหรอ” ริคได้ยินก็พยักหน้ารับแล้วตอบรับกลับด้วย

          “ครับ คุณอาราเซะ เพิ่งมาร่วมหุ้นกับเราได้ไม่นานครับ”

          “แล้วพ่อไปรู้จักเขาได้ยังไงกัน แล้วเขา... รู้เรื่องที่เราเอาแบบเพชรของแวนโคลิกมาไหม” หญิงสาวเอ่ยปากถามต่ออย่างสงสัยในขณะที่คนสนิทของพ่อก็รีบตอบรับ

          “สบายใจได้ครับคุณไอ เจ้านายจะไม่มีวันพูดเรื่องนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นความลับ มีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้” ริคให้คำมั่นเพราะกลัวอีกฝ่ายไม่สบายใจ ส่วนหญิงสาวก็พยักหน้ารับรู้แล้วถามต่อ

          “ดูเขาไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยนะ... พ่อไปเจอเขาได้ยังไงล่ะ”

          “ที่งานเลี้ยงน่ะครับ คุยกันถูกคอ มีอุดมการณ์เดียวกัน เจ้านายเลยตัดสินใจที่จะร่วมหุ้น อีกทั้งเราเองก็ต้องการเงินทุนมาสนับสนุนอยู่แล้ว ยิ่งแบบของแวนโคลิกเป็นเพชรสีแดงซึ่งต้องใช้จำนวนมากและราคาของมันก็ไม่ได้ถูกเลย ดีที่เราได้ทุนจากคุณอาราเซะมา” ริคอธิบาย หญิงสาวก็พยักหน้ารับแล้วคิดตาม

          “งั้นแสดงว่านายคนนี้ต้องรวยมากเลยใช่ไหม”

          “ครับ คุณอาราเซะทำธุรกิจสถานบันเทิงที่ญี่ปุ่นแล้วเห็นว่ากำลังจะมาบุกตลาดลอนดอน”  ริคเล่าไปตามที่ตัวเองรู้เพราะแบรนดอนเองก็ให้สืบประวัติหุ้นส่วนเหมือนกัน

          “ดูพ่อจะชอบเขามาก”

          “ครับ” ริคตอบรับสั้นๆ

          “แล้วหลังจากงานเปิดตัวเพชร พ่อมีแผนจะทำอะไรต่อล่ะ... พ่อคงไม่ทำร้ายพวกแวนโคลิกแล้วใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยปากถามต่อในขณะเดียวกันริคเองก็นิ่งไปรู้ดีว่าแผนของเจ้านายเป็นอย่างไรแต่ก็คิดว่าแบรนดอนคงไม่ชอบใจนักหากว่าไอรดาจะรู้เรื่องที่มันลึกมากไปกว่านี้

          “ผมไม่ทราบครับ” ริคเลือกที่จะโกหกและนั่นทำให้ไอรดาเห็นความผิดปกติ

          “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าริคจะไม่รู้ แต่ฉันหวังว่าพ่อจะเลิกทำแบบนี้เสียที ในเมื่อได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วก็ไม่ควรที่จะต้องไปหาเรื่องหรือทำอะไรอีก” ไอรดาบอกตามตรงคราวนี้เป็นคนสนิทที่สงสัยขึ้นมาบ้าง

          “ดูคุณไอจะเป็นห่วงแวนโคลิกนะครับ มีอะไรหรือเปล่า... หรือว่ารู้จักกัน” ริคเอ่ยปากถามส่วนไอรดาก็หน้าเหวอเล็กน้อยแล้วตอบกลับ

          “ฉันเป็นห่วงทุกคนที่ฉันทำร้ายพวกเขา ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว อย่างน้อยฉันก็คนนะ ฉันก็รู้สึกผิดบาปเหมือนกัน! และฉันไม่อยากให้ความโลภทำให้พ่อบาปไปมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง”

          เมื่อได้ยินคำอธิบายริคก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ จากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาอื่นใดกับคนสนิทและเจ้านายเลยจนกระทั่งรถหรูเลี้ยวเข้ามาในซอยซึ่งเป็นที่ตั้งของอพาร์ทเม้น ไอรดาเปิดประตูรถลงมาก่อนที่ริคจะทันได้เปิดให้เสียอีก

          “พรุ่งนี้ผมมารับไปสนามบินนะครับ นายสั่งไว้” ไอรดาได้ยินก็ถอนหายใจ

          “ฉันไปเองได้” หญิงสาวยืนยัน

          “ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ เจ้านายคงจะเสียใจถ้าคุณไอปฏิเสธน้ำใจเป็นครั้งสุดท้าย” เมื่อได้ยินแบบนี้หญิงสาวก็ถอนหายใจพรู ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเบื่อหน่าย ตั้งใจจะเดินเข้าไปแต่แล้วริคก็เดินมาดักหน้าเอาไว้ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทจากนั้นก็หยิบซองสีขาวออกมาแล้วยื่นให้

          “เจ้านายฝากมาให้คุณไอครับ” ไอรดารับมาอย่างสงสัย เมื่อเปิดออกเห็นเช็คมูลค่ามากมายก็ตาโต

          “นี่มันอะไรกัน”

          “ท่านกลัวคุณไอจะลำบากเมื่ออยู่เมืองไทย เลยฝากสิ่งนี้มาให้ผมเพื่อมอบให้ครับ” ริครายงานไปตามจริงแต่หญิงสาวเอาเช็คสอดเข้าซองเหมือนเดิมแล้วยื่นให้อีกคน         

          “เอาคืนไป ฉันไม่ต้องการ ฉันยังมีเงินเก็บพอที่จะใช้ได้ที่เมืองไทยจนกว่าจะหางานได้” ริคยังไม่ยอมรับแต่ไอรดาก็จับมือของเขามาแล้วเอาซองยัดใส่มือ

          “ฝากขอบคุณพ่อด้วยแต่บอกว่าไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองได้”

          พูดเสร็จหญิงสาวก็เดินขึ้นมาที่อพาร์ทเม้นของตัวเอง พอเปิดประตูห้องเข้ามาเธอก็ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาภายในห้องแล้วถอนหายใจ จากนั้นก็เริ่มต้นเก็บของอย่างช้าๆลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ซึ่งเธอเพิ่งซื้อมันเมื่อวันก่อน แรกเริ่มเดิมทีการเดินทางมาเมืองไทยเธอมีของติดตัวไม่มากนักแต่เพราะอยู่ที่ลอนดอนเกือบสองปีดังนั้นของก็มากขึ้นตามกาลเวลา

          ไอรดาเก็บเสื้อผ้าของตัวเองลงกระเป๋า นึกเสียดายเหมือนกันที่ต้องจากที่นี่ไปแต่เธอก็รู้ตัวดีว่าคงทนอยู่ไมได้ ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำในสิ่งที่เธอทำ เหยื่อรายสุดท้ายของเธอนั้นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เธอต้องจากไป ไอรดาไม่อาจจะสู้หน้าของคนที่ช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เธอไม่อาจจะขอโทษเขาได้ ไม่อาจจะบอกความจริงของเขาได้แต่เธอจะภาวนาในใจให้เขาผ่านเรื่องร้ายๆพวกนี้ไป ในขณะที่พ่อของเธอก็ได้ประสบความสำเร็จตามที่หวังเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน ถือว่าจบสิ้นเสียทีกับหน้าที่นี้

 

          ที่สนามบินฮีทโธรว์ยามเช้ายังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้โดยสารที่จะเดินทางออกนอกประเทศและเข้ามา ไอรดาก็เป็นหนึ่งในนั้น หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสเวสเตอร์สีฟ้าแขนยาว ด้านล่างเป็นกางเกงเดนิมตัวสวยสวมเข้าคู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาว ใบหน้าสวยไม่ได้แต่งแต้มอะไรมากนักผมยาวสลวยก็มัดรวบเอาไว้ เธอเดินลงมาจากรถคันหรูจากนั้นคนสนิทของพ่อก็ถือกระเป๋าลงมาจากท้ายรถ

          “ส่งแค่นี้ก็พอ” ไอรดาเอ่ยบอกเพราะอีกสองชั่วโมงกว่าถึงจะขึ้นเครื่อง

          “แต่ผม...”

          “แค่นี้แหละ บอกพ่อว่าฉันให้คุณกลับเอง” หญิงสาวเอ่ยบอก ริคทำท่าจะไม่ยอมแต่พอเห็นไอรดาทำหน้าตาจริงจังสุดท้ายก็ยอมนายสาว

          “ก็ได้ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับคุณไอ”

          “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดเสร็จจากนั้นก็เดินลากกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปด้านในโดยไม่ได้สนใจริคอีก

          เมื่อเข้ามาด้านในแล้วไอรดาก็หามุมส่วนตัวซึ่งก็เป็นร้านกาแฟภายใน เพื่อนั่งรอเวลาเช็คอินซึ่งก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าที่สายการบินจะทำการเปิดให้เช็คอินได้

          หญิงสาวนั่งอ่านหนังสือไปพลางๆอย่างไม่รีบร้อนด้วยรู้ดีว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็จะไปจากลอนดอนแล้ว หญิงสาวนั่งอยู่เกือบสามสิบนาทีก่อนที่จะเดินออกจากร้านเพื่อเข้าห้องน้ำแล้วไปรอเช็คอิน เมื่อทำธุระเสร็จแล้วตั้งใจจะไปต่อแถวรอแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านขายหนังสือด้านนอก หญิงสาวเลยเลือกที่จะไปดูก่อนด้วยความที่ชอบหนังสืออยู่แล้ว เธอเลยเดินออกไปด้านนอกเพื่อเลือกซื้อหนังสือเอาไว้อ่านเพื่อรอเวลาขึ้นเครื่อง

          ระหว่างที่กำลังเดินไปนั้นหญิงสาวกลับถูกขวางเอาไว้เสียก่อนด้วยชายชุดดำตัวใหญ่ ไอรดาจ้องมองอย่างตกใจแล้วเอ่ยปาก

          “ขอทางด้วยค่ะ” หญิงสาวบอกอย่างสุภาพ

          “ไปกับเราดีๆดีกว่านะครับคุณไอรดา” หนึ่งในนั้นเอ่ยบอกการที่พวกนั้นรู้ชื่อของเธอนั่นแปลว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ ไอรดาเดินถอยหลังเล็กน้อยแต่พบว่าแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับใครเสียก่อน พอหันไปมองก็พบชายชุดดำคนที่สามยืนดักเอาไว้

          “พวกคุณเป็นใคร ฉันไม่รู้จักพวกคุณนะ” หญิงสาวบอกอย่างตื่นกลัว

          “คุณรู้จักเจ้านายผมแน่ ไปกับเราดีกว่าที่เราจะทำรุนแรงนะครับ” ชายชุดดำคนเดิมเอ่ยบอก ไอรดาเห็นแบบนั้นรู้ตัวว่าไม่ปลอดภัยแล้ว หญิงสาวมองซ้ายแลขวาพบว่าตัวเองเดินออกมาในที่ลับตาคนเหมือนกัน เธอตั้งใจจะวิ่งหนีแต่แล้วชายชุดดำด้านหลังของเธอก็ล็อคตัวเธอเสียก่อนแล้วยังไม่ทันได้กรีดร้องผ้าสีขาวก็โปะเข้าให้ ไอรดาพยายามดิ้นรนแต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ร่างบางก็ล้มลงอย่างไร้สติ ชายชุดดำที่วางยาเธอก็ช้อนตัวอุ้มหญิงสาว ก่อนที่รถตู้สีดำสนิทจะขับมาจอดเมื่อเปิดประตูออกก็รีบอุ้มร่างหญิงสาวแล้วตามด้วยกระเป๋าเดินทางของเธอเข้าไปด้านใน จากนั้นก็ขับออกไปโดยไม่มีใครรู้หรือสงสัยเลยสักนิดว่าหญิงสาวกำลังถูกลักพาตัว... 

 

*** เอาแล้วจ้าาา หนูไอโดนจับแล้วจ้า ทีนี้เข้มข้นทุกหยดดดด คิคิ ฝากติดตามด้วยนะค้าาา อย่าลืมเม้นอ่า งวดก่อนเค้ามาลงให้วันพฤหัส แทบไม่เม้นให้เค้ากันเลยยย > < ยังไงวันนี้เม้นให้เค้าด้วยน้าาา ^ ^ ***

ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันน้าา

ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากเม้น โหวต เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #285 benda5002539 (@benda5002539) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:53
    อ่านไปลุ้นไป สนุกมากกกก คุณวิกจะทำไงต่อไป
    #285
    0
  2. #277 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 20:45
    โอ้ยๆ กำลังลุ้นเลยค่ะ
    #277
    0
  3. #267 Kayahh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 16:55
    สนุกมากคะ พึ่งผ่านมาเจอ
    #267
    0
  4. #165 Ning (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 16:17
    ลุ้นๆๆๆๆ...
    #165
    0
  5. #146 แค่คุณ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 20:27
    อั้ยย นางโดนจับได้แล้ว

    มาต่อไวๆนะไรท์

    เป็นกำลังใจให้ค๊าาา
    #146
    0
  6. #145 TheCurse (@pacharaporn99) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 15:53
    มาต่อให้ด่วนๆ คิคิ >\<
    #145
    0
  7. #144 Wanitcha Sumetpipat (@sumetpipat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 08:57
    สนุกมากค่ะ รอลุ้นอยู่น่ะค่ะ
    #144
    0
  8. #143 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 07:45
    รอลุ้นนะคะะะะะะ
    #143
    0
  9. #142 fahji (@fahji14) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 07:29
    มาต่อเร็วนะค่ะ
    #142
    0
  10. #141 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 22:37

    หนูไอโดนจับไปแล้ว อีวิคมันไวนะ 55555555555555

    #141
    0
  11. #140 นิตยา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 22:26
    สนุกมากคะ รอนะคะ
    #140
    0
  12. #139 oliveoillllllll (@oliveoillllllll) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 21:42
    รอค่า
    #139
    0
  13. #138 สวยสุดค่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 21:08
    ชอบจังเลยค่ะมาต่อไวๆนะค่ะ
    #138
    0
  14. วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 20:31
    รอนะค้าาาาาา
    #137
    0
  15. #136 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 20:28
    หนูไอโดนจับตัวไปแล้ว วิกเตอร์อย่าทำอะไรหนูไอนะ~
    #136
    0
  16. #135 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 20:10
    อ้ายยยยย มครมาจับตัวหนูไอ ไป เนี่ย
    #135
    0
  17. #134 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 20:02
    ป๋าจะจับได้มั้ยเนี่ย
    #134
    0
  18. #132 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 10:28
    สงสารวิกเตอร์จังเลย โกรธน่าดูเลย
    เเล้วหนูไอจะได้กลับเมืองไทยหรือเปล่าเนี่ย
    เเต่นายอาราเซะ มันจะสังสัยอะไรนักหนา งะ ฮึ่ยยยย
    #132
    0
  19. #130 ตะบองเพชร(ppp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 23:20
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด ใกล้ถึงจุดตื่นเต้นแล้ว และดีจังที่อัพ 2 วัน กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #130
    0
  20. #129 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 20:12
    ไม่ได้กลับหรอก เมืองไทยนะ น่าจะโดนวิกเตอร์จับไว้แน่นอน 55555555555555555555555

    #129
    0
  21. #128 เมียแร็ปเปอร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 20:38
    สนุกมากกกกก แล้วค้างมากกก มาต่อเร็วๆน้ะค้ะ
    #128
    0
  22. #127 จอย'ยยย เจโอวาย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 23:30
    อารมณ์ ณ ตอนนี้เหมือนอยู่บนปลายไผ่เลย 555555

    ...ค้างงงงงงงงง!!!!! อย่างแรงเลยค้าาาาา T--T

    อยากอ่านต่อ อยากรู้ว่าจะเป็นไง สารพัดอยากเลยค่ะตอนเน้!! >_< #รออ่านค่าาา

    ปล.ลงสัปดาห์ละหลายๆ วันไม่ได้เหรอคะ พลีสสส #งอแง

    #127
    0
  23. #126 ppp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 21:34
    อัยย๊ะ! เขินแทนหนูไอแล้วอ่ะ. แต่ก็สงสารหนูไอเหมือนกัน
    #126
    0
  24. #125 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:43

    มาต่อให้ไวเลย ค้างงงงงงง 55555555555555555555555

    #125
    0
  25. #124 แค่คุณ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 09:33
    โดนจับได้แน่เลย ลุ้นๆ

    มาต่อไวๆน๊ารอค๊าา
    #124
    0