เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,630 Views

  • 287 Comments

  • 1,387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    251

    Overall
    150,630

ตอนที่ 6 : ตอน4 100% อัพแล้วค่า + อ่าน TALK ด้วยนะคะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    19 พ.ค. 58


*** จ๊ะเอ๋... มาแล้วค่าสาวๆๆๆ ฝากเม้น โหวต เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยน้าาา ^ ^ ใครเม้นมาไรเตอร์ก็เม้นตอบกลับทุกคนนะคะ ^ ^ แล้วพบกันตอนหน้าวันอาทิตย์ แต่! อาจจะมาเร็วกว่านั้นนะ ^ ^ อาจจะมีคำผิดบ้าง เดี๋ยวไรเตอร์กลับมาแก้ไขให้นะคะ ^ ^ เรื่องรูปเล่ม... อีกไม่นานเกินรอค่า ^ ^ ***

             
      ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสของลอนดอนแต่กลับเป็นวันที่ไอรดารู้สึกมืดหม่นที่สุดในชีวิตเพราะมันคือวันที่เธอต้องลงมือทำงานเสียที หลังจากเจอวิกเตอร์ครั้งสุดท้ายก็ผ่านมาได้ห้าวันแล้ว เธอเองก็สอบเสร็จก่อนหน้านั้นสองวันและเข้ามาเป็นแม่บ้านในสถานที่แห่งนี้ที่เธอต้องโจรกรรมแบบเพชรด้วยความสามารถพิเศษที่ตัวเองมีอยู่ ลงมือก่อนที่วิกเตอร์ นายใหญ่ของแวนโคลิกจะกลับมา อีกทั้งจากสายสืบที่ปลอมตัวเป็นแม่บ้านอยู่ที่บริษัทของชายหนุ่มนั้นก็ได้ให้ข้อมูลว่า แฟรงค์ ริคเตอร์ หัวหน้าใหญ่ในการออกแบบเพชรชุดมาสเตอร์พีชนั้นจะนำแบบกลับไปแก้ไขที่คอนโดมิเนียมแทน เนื่องจากว่ามีรายละเอียดที่จะต้องแก้เล็กน้อย นั่นทำให้แบบเพชรที่จะทำออกมาเป็นเพชรมูลค่ามหาศาลได้หลุดออกจากห้องนิรภัยที่เก็บแบบเพชรไว้โดยเฉพาะในบริษัทของแวนโคลิกได้หลุดลอยมายังที่แห่งนี้ ที่ที่ไอรดากำลังยืนอยู่... คอนโดมิเนียมของแฟรงค์ ริคเตอร์
!

          จากการแฝงตัวเข้ามาเป็นแม่บ้านนั้น เธอทำงานตามปกติไม่ให้คนอื่นสงสัยและหัวหน้าของเธอก็มองว่าเธอนั้นเป็นเด็กที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์ประกอบกับคอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็ขาดแคลนแม่บ้านอยู่แล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้นความพิเศษของคอนโดมิเนียมแห่งนี้คือแต่ละห้องสามารถเรียกใช้บริการแม่บ้านของที่นี่ซึ่งเป็นบริการพิเศษของทางคอนโดมิเนียมได้อีกด้วยและห้องของแฟรงค์เองก็เป็นหนุ่มโสด เขาใช้บริการนี้มาห้าปีแล้วตั้งแต่อยู่ที่นี่ ดังนั้นทุกอย่างมันดูเข้าที่เข้าทางและง่ายไปหมด จนไอรดาเองก็อดจะกังวลไม่ได้เหมือนกัน

          ตอนนี้ร่างบางกำลังยืนสูดลมหายใจลึกๆเพื่อเข้าไปด้านใน ภาวนาขอให้แบบยังคงอยู่ในห้องทำงานของอีกคนหากไม่อย่างนั้นเธอไม่อยากจะเสี่ยงไปเป็นแม่บ้านที่บริษัทแวนโคลิกตามแผนเดิมไม่อย่างนั้น... มันอาจจะไม่ง่ายขนาดนี้ก็ได้ เมื่อเธอเห็นว่าแฟรงค์ออกไปทำงานแล้วหญิงสาวก็รีบขึ้นมาเพื่อทำความสะอาดห้องพักของเขาทันทีเนื่องจากว่าแม่บ้านคนเก่าเกิดลาป่วยกะทันหันและมันก็เป็นฝีมือของเธอเองนั่นแหละที่แอบผสมยาถ่ายอย่างอ่อนเอาไว้เลยทำให้อีกคนท้องเสียจนทำงานไม่ไหว แม้จะแอบรู้สึกผิดในใจแต่มันก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ไม่รอช้า ไขประตูห้องเข้าไปทันทีจากนั้นก็วางอุปกรณ์ทำความสะอาดเอาไว้ที่กลางห้องนั่งเล่นของเขา แม้จะเป็นผู้ชายอยู่คนเดียวแต่ห้องของเขาก็เป็นระเบียบได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ไอรดาไม่ได้มีเวลาชื่นชมนานมากนัก เธอเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของอีกคนทันทีที่อยู่สุดประตูทางเดิน

          มือบางสวมถุงมือเอาไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันรอยนิ้วมือของตัวเองอีกทั้งแม่บ้านเองก็มีถุงมือให้ใส่ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ใบหน้าสวยหวานเกือบครึ่งถูกปกปิดด้วยผ้าปิดจมูกดังนั้นมันเป็นเครื่องพรางหน้าตาได้เป็นอย่างดีหากมีอะไรฉุกเฉินเกิดขึ้น หญิงสาวหมุนลูกบิดแต่พบว่ามันล็อคตามคาดและริคคนสนิทของพ่อเธอก็มีกุญแจที่สามารถไขได้อยู่แล้วเธอล้วงมันออกจากกระเป๋ากระโปรงสีดำของตัวเองที่เป็นแบบฟอร์มของที่นี่ จากนั้นลองไขมันและพบว่าที่ล็อคถูกปลด มือบางรีบเก็บกุญแจก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เรียบร้อย ตอนนี้หัวใจของไอรดาเต้นรัวแทบระเบิดใจก็กลัวว่าจะมีใครจับได้ไหมแต่พอคิดว่าริคดูต้นทางให้ด้านล่างก็ถอนหายใจเล็กน้อยผ่อนคลายความตึงเครียด

          หญิงสาวมองสำรวจห้องทำงานเล็กน้อยมันไม่ได้มีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่นักแต่จัดได้อย่างลงตัว ด้านขวามือของเธอเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้น โต๊ะทำงานของแฟรงค์เป็นกระจก ด้านบนโต๊ะข้าวของทุกอย่างจัดเป็นระเบียบ ด้านหลังตรงที่เป็นผนังก็มีชั้นวางติดยึดเอาไว้ มีทั้งหนังสือ แจกันดอกไม้ รูปปั้นโชว์แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ดูขัดอยู่บ้างนั่นคือตุ๊กตาหมีตัวสีขาว... แต่ไอรดาไม่ได้สนใจอะไรมาก เท่ากับแฟ้มสีน้ำตาลที่วางไว้อยู่บนโต๊ะเรียกความสนใจของเธอได้เป็นอย่างดีเพราะมันเขียนไว้ว่า “MASTERPIECE” หญิงสาวเปิดผ้าปิดจมูกออกมาไม่ได้บดบังใบหน้าของตัวเองเพื่อที่จะได้เห็นแบบได้ชัดเจนมากขึ้น การเห็นแฟ้มบนโต๊ะทำให้หญิงสาวคิดได้สองอย่าง อย่างแรกคือเขาลืม อย่างที่สองคือ เขาจะกลับมาทำงานต่อในคืนนี้ ไอรดาภาวนาขอให้เป็นอย่างแรกแล้วกัน

          มือบางเอื้อมไปหยิบมาและเปิดออก ดวงตากลมโตของไอรดาเบิกกว้างกับความงดงาม แปลกใหม่ เรียบหรูสำหรับเพชรชุดนี้ มันเป็นแบบที่เธอคิดว่าสมบูรณ์แบบแล้วแม้จะมีรอยลบอยู่บ้างแต่เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบที่ไม่มีการแก้ไขใดๆแล้วแน่ๆ แต่ถึงแม้ว่าจะแก้แต่ถ้าแบบเดิมยังคงอยู่กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างไรเสียก็เอาออกไปขายไม่ได้แน่หากมีคนวางตัดหน้าไป ไอรดาไม่มีเวลาสนใจมากนักงานของเธอคือโจรกรรมแบบนี้ด้วยความสามารถพิเศษ สายตาของเธอไล่มองดูแบบอย่างละเอียด ทั้งลวดลาย รายละเอียดเล็กน้อยก็เก็บทั้งหมด เธอเปิดดูแบบไปแต่ละแผ่นเนื่องจากว่ามันเป็นชุด มีทั้งสร้อยคอ ต่างหู ข้อมือ แหละแหวนเข้าชุดกันทั้งหมด แน่นอนว่ามูลค่าของมันต้องแพงแน่ แต่ด้วยแบรนด์ของแวนโคลิกไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ไอรดาคิดว่าคนจะต้องซื้อเนื่องจากว่ามันเป็นงานที่มีคุณภาพ อีกทั้งเพชรที่ใช้เป็นตัวหลักก็โดดเด่นไม่น้อยทีเดียว ระหว่างที่กำลังดูอยู่นั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน หญิงสาวรีบวางแบบก่อนที่จะหยิบมาดูพอรู้ว่าเป็นใครก็เบิกตากว้างแล้วรับสาย

          “มีอะไร” ไอรดาถามอย่างกังวล

          “แฟรงค์กำลังขึ้นไปครับ ผมคิดว่า... เขาคงลืมแบบไว้แน่ๆ” การสันนิษฐานของคนสนิทพ่อเธอนั้นทำให้หญิงสาวเบนสายตาไปมองแบบบนโต๊ะ

          “บ้าจริง ใช่ แค่นี้นะ”

          หญิงสาวพูดแค่นั้นก่อนจะวางสายไป จากนั้นก็หยิบแฟ้มขึ้นมาดูอีกครั้งและครั้งนี้เธอพยายามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดทุกจุด เธอคิดว่าคงมีเวลาไม่เกินห้านาทีแน่ หญิงสาวดูเสร็จก็วางแฟ้มเอาไว้ตรงที่เดิม เวลานั้นเธอได้ยินเสียงบานประตูเปิดเข้ามาพอดี ไอรดาพยายามจัดทุกอย่างเข้าที่จากนั้นวิ่งตรงออกไปจากห้องปิดประตูอย่างเงียบเชียบ และไม่ลืมที่จะล็อคจากข้างในตั้งใจจะหมุนตัวเดินกลับแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอีกคนจ้องมอง

          “เธอมาทำอะไรที่หน้าห้องทำงานของฉัน!” แฟรงค์ถามเสียงเข้มมองแม่บ้านอย่างจับผิด ส่วนไอรดาก็เบิกตากว้างพยายามก้มหน้านึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมใส่ผ้าปิดจมูก คิดได้แบบนั้นก็รีบหยิบออกจากกระเป๋าและสวมมันให้เรียบร้อย

          “ขอโทษค่ะ พะ... พอดีฉันเป็นพนักงานใหม่ ตะ... ตั้งใจจะเข้าไปทำความสะอาดแต่ห้องมันล็อค” หญิงสาวตอบกลับเสียงสั่น ทำให้แฟรงค์ในชุดเตรียมพร้อมไปทำงานยืนกอดอกมองอย่างแปลกใจก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้

          “พนักงานใหม่หรือ?

          “คือ... ป้ารูบี้ไม่สบายค่ะ... ฉันเลยมาทำแทน” แฟรงค์ได้ยินคำอธิบายก็พยักหน้าเข้าใจเพราะรูบี้นั้นเรียกว่าเป็นแม่บ้านประจำห้องเขาเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่ย้ายเข้ามารูบี้ก็จะเป็นคนทำให้ตลอด

          “งั้นก็ไปได้แล้ว จำเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งย่ามแถวห้องทำงาน ห้องนี้ไม่ต้องทำ เข้าใจไหม” แฟรงค์สั่งการเสียงเข้ม

          “ขะ... เข้าใจค่ะ”

          ไอรดารับคำก่อนจะรีบเดินสวนอออกไปเก็บอุปกรณ์และออกจากห้องนั้นไปให้เร็วที่สุด ทันทีที่บานประตูปิดลงหญิงสาวก็ปลดผ้าปิดปากออกมาหอบหายใจเหมือนคนวิ่งมาอย่างหนัก แต่แท้จริงแล้วมันคือความกลัวที่ทำให้เธอเหนื่อยได้ถึงขนาดนี้

          “เกือบไปแล้วไหมเรา”

          หญิงสาวพูดกับตัวเองเบาๆก่อนจะรีบไปยังสถานที่ต่อไปเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ไอรดาตรงเข้าไปที่ชั้นล่างของ   ล็อบบี้แล้วเดินเข้าไปทางห้องน้ำหญิง เธอเดินไปยังห้องสุดท้ายจากนั้นก็ปิดประตูล็อคเอาไว้จากนั้นหมุนตัวกลับมาและจัดการเปิดฝาที่อยู่ตรงด้านหลังชักโครกออกมา ซึ่งด้านในมันไม่ได้มีน้ำเหมือนปกติที่ควรจะมี แต่มันกลับมีซองพลาสติกใสที่ด้านในมีกระดาษม้วนอยู่ในนั้นพร้อมกับดินสออยู่สองแท่ง ไอรดารีบเอาออกมา เมื่อได้อุปกรณ์เรียบร้อยแล้วเธอก็นั่งลงบนชักโครกก่อนที่จะเริ่มต้นเขียนแบบที่ตัวเองจดจำมาซึ่งมันยังอยู่ในหัวสมองไม่ไปไหน

          แต่เมื่อกำลังจะจรดดินสอลงไปนั้น ภาพของวิกเตอร์ก็โผล่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ตั้งแต่เจอเขาที่คอนโดมิเนียม ตั้งแต่เขาช่วยเธอไว้จนกระทั่งก่อนที่เขาจะไปอิตาลี ฉับพลันมือบางเหมือนอ่อนแรงจนวาดไม่ไหวอีกทั้งเพียงดาวก็ยังดีกับเธอ ไอรดาพยายามสะบัดใบหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก ตั้งสติอีกครั้งพอจะวาดลงไปก็ต้องชะงักเมื่อคิดถึงชายหนุ่มอีกรอบ คราวนี้ความสับสนเกิดขึ้นในหัวใจอย่างแรง ความกตัญญูกับความถูกต้อง อย่างไหนจะเอาชนะใจเธอได้ในตอนนี้

          ไอรดาซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเองทันทีเมื่อพบกับความยุ่งยากที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเธอเอง หญิงสาวใช้เวลากว่าสิบนาทีก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆตัดสินใจที่จะเลือกความกตัญญูมากกว่าความถูกต้อง เธอลงมือวาดภาพและพยายามสลัดวิกเตอร์ออกไปให้ได้มากที่สุดแม้เขาจะยังวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ ยิ่งวาดหัวใจของไอรดาก็รู้สึกเจ็บปวด เธอคิดว่าเขาคงดำเนินการทำแบบไปแล้วแน่ๆ นั่นคือข้อมูลที่สายที่แฝงตัวอยู่ในนั้นได้ยินพนักงานในบริษัทพูดคุยกัน เขาทำแบบกันไปแล้วมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์และการปรับแก้ที่แฟรงค์เอามาทำก็ส่วนเล็กน้อยเท่านั้นเรียกได้ว่ามันเป็นกระบวนการสุดท้ายที่ทางช่างจะทำเลยก็ว่าได้ นั่นยิ่งทำให้หัวใจของไอรดาเจ็บปวดและหนักอึ้งไปด้วยความรู้สึกผิด

          แน่นอนว่าไม่ใช่แค่แบบที่เสียไป เพชรที่ทำออกมาก็ขายไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นเงินมากมายก็สูญเสียไปแล้ว นั่นถือว่าเป็นความเสียหายมากมายที่จะตามมา เธอรู้ว่าเขารวยแต่การสูญเสียที่จะเกิดขึ้นมันก็ไม่ใช่แค่เงิน มันเสียงานแล้วยังเป็นงานใหญ่อีกด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดแทน แต่ในเมื่อเธอเลือกพ่อของตัวเอง หญิงสาวที่ต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างหนักก็กัดฟันวาดมันจนเสร็จเรียบร้อย เธอมองแบบที่คิดว่าไร้ที่ติ เหมือนทุกอย่างที่ได้เห็นมานั่นเอง

          หญิงสาวเก็บม้วนกระดาษลงในซองเหมือนเดิมพร้อมกับดินสอ ก่อนจะถือมันออกมาด้วย พอออกนอกห้องน้ำเล็กน้อยตรงมุมทางเดินเธอเห็นถังขยะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ หญิงสาวไม่รอช้าที่จะโยนมันลงไปในนั้นและเดินออกไปด้านนอก ริครอคอยอยู่แล้ว เธอสบตาเขาก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินจากไป ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามแผน ริคยังนั่งอยู่ที่เดิมประหนึ่งเหมือนว่ากำลังรอใครบางคนอยู่ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเขาก็ออกมาเพียงครู่เดียวเท่านั้นและเดินไปตรงถังขยะก่อนจะหยิบฉวยถุงเอาไว้ใส่ในเสื้อสูทของตัวเองแล้วเดินจาไปจากคอนโดมิเนียมแห่งนี้...

          ส่วนทางไอรดากลับเข้าไปในห้องพักของแม่บ้าน เวลานี้ไม่มีใครอยู่เธอถอนหายใจเพียงลำพังก่อนที่จะเข้าไปคุยกับหัวหน้าแม่บ้านเพื่อทำเรื่องลาออก แม้จะถูกสงสัยแต่เธอก็มีเหตุผลที่มากพอกับการทำงานที่นี่ นั่นคือเธอไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ซึ่งแม่บ้านเองก็เข้าใจก่อนที่จะอนุมัติให้เธอลาออก เพราะหญิงสาวยังอยู่ในช่วงทดลองงานไม่ได้เป็นพนักงานประจำก็เลยไม่ได้ยุ่งยากมากมาย พอช่วงเย็นเลิกงานไอรดาเก็บของและไปจากที่นี่พร้อมกับหัวใจอันหนักอึ้งที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นไปหมด...

 

          แม้คนทำจะรู้สึกผิดแต่คนสั่งการกลับไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากยินดี แบรนดอนมองแบบชุดมาสเตอร์พีชของทางแวนโคลิกก็ยกยิ้มออกมา เมื่อพบว่ามันสมชื่อกับความพิเศษจริงๆ ตอนนี้เขาเองก็เตรียมทั้งเพชรและคนงานพร้อมหมดแล้วด้วยแม้เพชรสีแดงที่ทางแวนโคลิกเลือกใช้จะเหนือความคาดหมายของเขาเพราะไม่ได้เตรียมเอาไว้เนื่องจากมันเป็นเพชรที่หายากและมีราคาแพงไม่น้อยเลยทีเดียว แต่งานนี้เขามีหุ้นส่วนดี อาราเซะจะต้องอนุมัติเงินแน่นอนคิดได้แบบนั้นยกยิ้มออกมาอีกครั้ง

          “เข้าใจเลือกนี่หว่า... เรดไดมอน หายาก สวย และหรูหรา” แบรนดอนพูดขึ้นก่อนจะวางแบบเอาไว้บนโต๊ะพลางจ้องมองคนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้า

          “ดำเนินการเลยไหมครับ” ริคเอ่ยถามเพื่อรอคำสั่ง

          “ดำเนินการเลย เอาแบบนี้ไปให้ช่างในบริษัทเราดูแล้วต้องการซื้ออะไรเพิ่มเติมให้อนุมัติได้เลย เข้าใจไหม” แบรนดอนกำชับในขณะที่คนสนิทก็รับคำ

          “ครับนาย”

          “แล้วก็เร่งพวกมันด้วยฉันอยากให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เข้าใจไหม ก่อนหน้าไอ้แวนโคลิกมันจะเปิดตัว... ฉันมีเวลาให้พวกมันแค่สองอาทิตย์เท่านั้น ไม่เกินนี้ ฉันอยากจะรู้นักถ้ามันกลับจากอิตาลีมา เริ่มผลิตแบบเพชรของตัวเองต่อเอาไว้จนเกือบจะเสร็จ มันจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าต้องทิ้งงานของมันที่ทำเสร็จแล้ว” เพียงแค่คิดแบรนดอนก็ยกยิ้มอย่างร้ายกาจในขณะที่คนสนิทเองก็เช่นเดียวกัน

          “นั่นสิครับนาย”

          “ว่าแต่... ทำไมมีแค่ชุดนี้ ไม่มีชุดอื่นเหรอ” จู่ๆแบรนดอนก็นึกขึ้นมาได้ จับกระดาษดูอีกครั้งก็พบว่ามีแค่ไม่กี่แผ่นเท่านั้นซึ่งมันก็อยู่ในชุดเดียวกัน เขาจำได้ว่าต้องการแบบอื่นๆด้วย ตัวริคเองก็ไม่ได้ถามอะไรไอรดาเสียด้วยก่อนจะเอ่ยตอบแทน

          “ผมว่าคุณไอคงไม่ทันครับ เพราะไอ้แฟรงค์มันย้อนกลับมา มันคงลืมแบบเอาไว้ที่ห้องและนั่นก็เป็นโชคดีของเรา” แบรนดอนแม้จะเสียดายแต่ก็พยักหน้ารับ

          “เอาเถอะ ได้ชุดนี้มาก็ถือว่าก้าวเหนือแวนโคลิกไปแล้ว เพราะมันจะเปิดตัวไม่ได้แล้วชุดของเราก็จะดังระเบิด ตีตลาดได้ย่อยยับ!” แบรนดอนบอกอย่างมั่นใจเพราะตอนนี้สถานการณ์ทางการตลาดของเขาดีขึ้นมาก เติบโตจนอีกไม่เท่าไหร่ก็จะตีคู่กับแวนโคลิกแล้วเบียดมาเป็นที่หนึ่งได้ไม่ยากและเขาคิดว่าชุดเพชรชุดนี้นั่นแหละที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้

          “แล้วเรื่องคุณไอนายจะเอายังไงครับ ให้ผมไปส่งเธอเลยไหม” ริคถามต่ออย่างเป็นห่วงในขณะที่แบรดอนเองก็ถอนหายใจ

          “เธออยากไปฉันก็จะไม่บังคับลูกอีก ให้เธอกลับไปก็ดีเหมือนกันเพราะฉันไม่รู้ว่าถ้ามันเกิดอะไรผิดพลาดเธอจะปลอดภัยหรือเปล่าแม้เราจะไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยให้มันจับผิดได้ก็เถอะ” คนเป็นพ่อพูดขึ้นเมื่อนึกห่วงลูกสาวแม้จะรู้สึกผิดแต่ความโลภ ชัยชนะมันบดบังความถูกต้องไปเสียหมดแล้ว

          “งั้นให้ผมไปส่งเธอเมื่อไหร่ดีครับ” ริคถามกำหนดการ

          “หลังจากเพชรชุดนี้เปิดตัวแล้วกัน ฉันอยากให้ลูกอยู่เห็นความสำเร็จของไดมอนไอแล้วก็อยากอยู่ฉลองกับเธอเสียหน่อย ตอนนั้นกว่าแวนโคลิกจะตามกลิ่นก็คงนานเป็นชาติ มันคงจะงงว่าแบบมาอยู่ที่ฉันได้ยังไงทั้งๆที่แบบของมันก็ยังนอนอยู่ที่บริษัทไม่มีใครเอาอออกไปด้วยซ้ำ” เมื่อตัดสินใจแล้วก็เอ่ยบอกกับคนสนิทก่อนจะพูดถึงคู่แข่งของตัวเองด้วยความสะใจ

          “ครับนาย”

          “เอาล่ะ นายไปพักผ่อนได้แล้วและอย่าลืมบอกลูกสาวฉันด้วยล่ะเรื่องกำหนด”

          “ครับ”

          ริคก้มหน้ารับคำสั่งก่อนจะเดินออกไป แบรนดอนมองแบบอีกครั้งด้วยความพอใจ ในขณะเดียวกันก็นึกไปถึงลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาและดวงใจ คิดได้แบบนั้นก็เปิดลิ้นชักบนของโต๊ะทำงานออกมา ด้านในมีพาสปอร์ตที่เขาเอามันมาจากไอรดาเพราะเธอจะหนีกกลับไปเมืองไทยและเขาก็เห็นแก่ตัวเพื่อตัวเอง รั้งเธอเอาไว้และไม่ยอมให้เธอกลับดังนั้นไอรดาจึงไม่สามารถไปไหนเพราะเธอไม่มีพาสปอร์ต แต่หลังจากเปิดตัวเครื่องเพชรเมื่อไหร่เขาจะคืนให้เธอ... และหากธุรกิจเป็นไปได้เรียบร้อยเขาเองก็จะหาเวลาบินไปอยู่กับลูกสาวที่นั่นเพื่อปรับความเข้าใจกันฉันท์พ่อลูก และตอนนั้นเขาหวังว่าไอรดาจะเปิดใจรับเขามากกว่าหลังจากที่รู้ถึงความเลวของเขาแล้ว

          “ครับ”
 

*******************************************************************
 

             ครบสัปดาห์ของการไปดูงานที่ประเทศอิตาลี วิกเตอร์ แวนโคลิกกลับมาทำงานที่บริษัทของตัวเองต่อทันทีโดยไม่ได้หยุดพัก การดูงานและคุยงานที่ต่างประเทศผ่านไปได้เป็นอย่างดีตัวเขาเองก็คิดว่าตลาดทางนั้นค่อนข้างน่าสนใจและมีหลายๆบริษัทที่พร้อมจะร่วมทุนด้วย นั่นทำให้วิกเตอร์คิดว่าแวนโคลิกจะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งมากกว่าที่เป็นอยู่จะไม่ใช่แค่ในอังกฤษเท่านั้นแต่จะเป็นทั่วโลกด้วย

          “งานที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง” วิกเตอร์เอ่ยถามเชสเมื่อเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองแล้ว เพราะเขาทิ้งให้คนสนิทดูงานที่นี่แทนเนื่องจากใกล้การเปิดตัวเพชรชุดพิเศษแล้ว

          “เรียบร้อยครับ ชุดเรดไดม่อนใกล้เสร็จแล้วเหลือรายละเอียดแค่เล็กน้อยเท่านั้น” เชสกล่าวรายงาน ช่วงที่เจ้านายเขาไม่อยู่ แฟรงค์ได้นำแบบใหม่ที่แก้ไขรายละเอียดบางส่วนมาให้ดูจากนั้นก็ส่งภาพให้กับทางวิกเตอร์ที่อยู่ต่างประเทศ เมื่อเจ้านายพอใจทุกอย่างก็ดำเนินการต่อทันทีแม้จะดำเนินไปได้มากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้จึงเหลือการเก็บรายละเอียดงานแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เรียกได้ว่าพร้อมเปิดตัวในวันงานแน่นอน

          “ดีมาก ทีนี้ก็เหลือแค่การเปิดตัว อีกไม่กี่อาทิตย์ ฉันอยากให้ยิ่งใหญ่สมชื่อชุดเรดไดม่อน เรียบหรู คลาสิกและทรงคุณค่า” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มยกยิ้มอย่างพอใจกับผลงาน คาดว่าเพชรชุดนี้จะยิ่งทำให้ชื่อเสียงของแวนโคลิกทะยานมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งชุดนี้ชายหนุ่มคาดหวังอย่างมากและคิดว่ามันต้องประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่อย่างที่หวังเอาไว้

          “ได้ข่าวว่าไดม่อนไอจะเปิดตัวเพชรสัปดาห์หน้านะครับ เชิญเจ้านายด้วย จะไปหรือเปล่าครับ” เชสรายงานเมื่อได้รับบัตรเชิญเมื่อวาน

          “ชุดใหม่เหรอ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม

          “ครับ”

          “พอจะรู้แบบของทางนั้นไหม” ชายหนุ่มถามต่ออย่างสงสัย เพราะหากบริษัทไหนจะเปิดตัวย่อมมีคอนเส็ปหรือแบบคร่าวๆมาให้ได้เห็นกันบ้าง ซึ่งทางเขาเองก็เตรียมการโปรโมทส่วนนี้ก่อนเพชรจะเปิดตัวจริงสามวัน

          “ไม่มีครับ ครั้งนี้เงียบมาก แต่วงในลือกันมาว่า ถือเป็นชุดใหญ่ที่สุดที่ไดมอนไอทำมาเลยครับ” ยิ่งได้ยินวิกเตอร์ก็ชักจะเริ่มสนใจและสงสัยแล้วเหมือนกัน ร่างสูงนิ่งคิดเล็กน้อยสุดท้ายก็ให้คำตอบ

          “ตกลง ฉันจะไป”

          “ครับ”

          “เรียกประชุมทุกฝ่ายด้วย ฉันอยากจะพูดคุยถึงแผนการโปรโมทชุดมาสเตอร์พีซนี่สักหน่อย” วิกเตอร์สั่งการต่อส่วนเชสเองก็เป็นกังวลกับเจ้านายเล็กน้อย

          “เจ้านายจะพักผ่อนก่อนไหมครับ เครื่องเพิ่งลง ผมเกรงว่าจะเหนื่อยเกินไป” วิกเตอร์ได้ยินก็นิ่วหน้า

          “นี่ฉันยังไม่แก่นะ ไม่ต้องพัก ฉันพร้อมที่จะทำงานเลย” เมื่อได้ยินเสียงเข้มตอบกลับคนเป็นลูกน้องเข้าใจได้ทันทีและอดชื่นชมในตัวเจ้านายคนนี้ไม่ได้ ไม่เคยเลยที่วิกเตอร์จะเห็นตัวเองมาก่อนงาน งานและบริษัทมาก่อนเสมอ

          “ครับเจ้านาย”

          เชสยกยิ้มโค้งรับคำสั่งก่อนจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อจัดการตามคำสั่ง ในขณะที่วิกเตอร์ก็หมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างบานกว้างที่อยู่ด้านหลังของตัวเอง พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้ยิน เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าไดมอนไอจะมีทีเด็ดอะไรถึงเก็บเพชรชุดนี้ไว้เป็นความลับขนาดนั้น เดิมทีบริษัทนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะไดมอนไอเริ่มมีชื่อเสียงและทางแบรนดอนเองก็ดูเหมือนว่าจะแข่งขันกับเขาเสมอ ดังนั้นวิกเตอร์อยากจะไปดูให้เห็นกับตาแล้วจะประเมินด้วยตัวเองว่า ไดมอนไอเป็นคู่แข่งจริงๆหรือเป็นได้แค่บริษัทสมัครเล่นที่อยากจะมาเทียบกับบริษัทชั้นหนึ่งอย่างแวนโคลิก!

 

          ทางด้านไอรดา หลังจากปิดเทอมและทำเรื่องที่จะกลับไปเรียนต่อที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว แม้จะได้รับคำตอบจากคนเป็นพ่อผ่านริคเรื่องพาสปอร์ตของเธอ แต่หญิงสาวคิดว่าเธอไม่อยากจะรอให้ถึงวันนั้นเลยส่งผลให้ไอรดาลางานช่วงเช้าเพื่อมาหาคนเป็นพ่อที่บริษัทแทนที่จะเป็นคฤหาสน์

          “มาหาพ่อถึงที่นี่เลยหรือ” แบรนดอนยกยิ้มเมื่อคนสนิทเข้ามารายงานเมื่อครู่ว่าไอรดามา ไม่ถึงสิบนาทีร่างบอบบางของลูกสาวก็ยืนตรงหน้าของเขา

          “หนูอยากได้พาสปอร์ตคืน” ไอรดาเอ่ยความต้องการของตัวเองทันที ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคนเป็นพ่อหุบลง

          “พ่อให้ริคไปบอกลูกแล้วไม่ใช่เหรอ” แบรนดอนถามกลับ

          “ใช่ค่ะ แต่หนูไม่อยากร่วมงานเปิดตัวเพชรอะไรทั้งสิ้น หนูอยากบินกลับให้เร็วที่สุด” ไอรดาบอกตามตรงเธอไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีก หลังจากที่เข้าไปโจรกรรมแบบของเขามาวันนั้น หญิงสาวไม่เคยนอนหลับเลยสักคืน พอหลับตาก็นึกถึงความดีของวิกเตอร์ นึกถึงความดีของเพียงดาว แม้จะเจอกันไม่กี่ครั้งแต่ทั้งสองก็เป็นคนดี แต่เธอกลับทำแบบนี้ ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดมันกัดกินเธอจนอยากจะไปให้พ้นจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้นไอรดารู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นไปอีก ทุกครั้งที่ทำมีแต่ความรู้สึกผิดแต่งานนี้หญิงสาวกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างหาสาเหตุไม่ได้อีกด้วย เธอเกลียดความรู้สึกนี้เลยเลือกที่จะมาหาคนเป็นพ่อวันนี้

          “พ่ออยากให้ลูกร่วมงานนะไอ อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง พ่อจองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วด้วย แม้พ่อจะอยากให้ลูกอยู่ต่อแต่ถ้าลูกยืนยันจะกลับ วันนั้นพ่อจะไม่ห้ามเลย แค่อยากให้ลูกอยู่ดูความสำเร็จของพ่อ ความสำเร็จของเรา ได้ไหมลูก” แบรนดอนบอกเสียงอ่อน และเอ่ยปากขอร้องอย่างนุ่มนวลด้วยรู้ดีว่าลูกสาวของเขานั้นเป็นคนใจอ่อนเหมือนกับคนเป็นแม่นั่นแหละ

          “มันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเลยนะคะพ่อ เราขโมยความคิดของคนอื่นเขามา... หนู... หนูทำใจชื่นชมไม่ลงหรอกค่ะ” ไอรดาบอกพยายามระงับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น คนเป็นพ่อได้ยินก็ถอนหายใจ

          “พ่อว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้ว... พ่อคิดว่า...”

          “หนูรู้ แต่หนูไม่เข้าใจทำไมเราต้องเป็นที่หนึ่งคะ ที่เป็นอยู่มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ลูกน้องพ่อ ทีมงานของพ่อก็เก่งกันทั้งนั้น หนูเชื่อว่าสักวันเราจะประสบความสำเร็จแน่ๆถ้าเราตั้งใจจะทำมันออกมา แบบนั้นมันน่าภูมิใจมากกว่าไม่ใช่เหรอคะ” ไอรดาบอกสิ่งที่อัดอั้นในใจของตัวเองกับคนตรงหน้า ยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บปวด มันเหมือนฝันร้ายสำหรับเธอที่ต้องทำเรื่องแย่พวกนี้

          “ลูกยังเด็ก ลูกไม่เข้าใจหรอกไอ”

          ไอรดาที่ได้ยินก็ถอนหายใจเธอเกลียดประโยคนี้เหลือเกินแต่ก็รู้ว่าต่อให้ดันทุรังพูดกับคนตรงหน้ามากแค่ไหนก็คงไม่เปิดปากอะไรมากกว่านี้แน่ๆ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยปากถามและมองหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่า “พ่อ”

          “ถ้าหนูไม่ยอมไปงาน พ่อก็จะไม่ยอมคืนพาสปอร์ตให้หนูใช่ไหมคะ” แบรนดอนจ้องมองลูกสาว เขาอยากให้เธออยู่ด้วยในวันนั้นจริงๆ สุดท้ายก็ตอบกลับด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขาไม่อยากจะบังคับลูกสาวคนนี้แต่เขาเองก็รักไอรดามากเหลือเกิน ดังนั้นวันสำคัญแบบนั้นเขาอยากจะให้เธออยู่จริงๆ

          “ใช่” เมื่อได้รับคำตอบไอรดาก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกสำหรับเธออีกแล้ว

          “หนูต้องการพาสปอร์ตคืน ภายในคืนนั้นเลย ได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกและนั่นทำให้คนเป็นพ่อยิ้มออกอีกครั้ง

          “ได้สิลูก พ่อจะให้พร้อมตั๋วเลย ไม่ต้องห่วง” เมื่อได้รับคำสัญญาหญิงสาวก็ตกลงใจที่จะอยู่ทนรอต่ออีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น

          “งั้นก็ตกลงค่ะ หมดธุระแล้ว หนูขอตัวก่อน” ไอรดาบอกตั้งใจจะหมุนตัวกลับไปแต่แล้วบานประตูห้องถูกเคาะขึ้นมาเสียก่อนและวินาทีต่อมาบานประตูก็ผลักเข้ามาทำให้ทั้งสองในห้องตกใจ ผู้มาใหม่อย่างอาราเซะมองสองคนอย่างสนใจโดยเฉพาะไอรดา สาวสวยร่างบอบบางที่ยืนอยู่กลางห้อง เธออยู่ในชุดเสื้อฮู้ดสีแดงสดตัดกับผิวขาวๆและกางเกงยีนส์สีซีดอวดเรียวขายาวสวยที่เข้ากับหุ่นของเธอได้อย่างลงตัว ยิ่งมองก็ยิ่งสะดุดตาจนอาราเซะคิดว่าคนตรงหน้าน่าสนใจไม่น้อย

          “ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ” อาราเซะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มมองหน้าแบรนดอนเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปมองหญิงสาวที่อยู่กลางห้องแทน

          “เปล่าครับ ผมคุยกับ... เอ่อ ลูกน้องอยู่ สั่งงานนิดหน่อย” หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็สะอึก แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอชินแล้วเพราะพ่อของเธอบอกสถานะที่แท้จริงของเธอไม่ได้เพราะแม่เลี้ยงของเธอนั่นเอง และพ่อของเธอก็เลือกที่จะตามใจอีกทั้งแบรนดอนยังเป็นคนดังในหมู่แวดวงธุรกิจ ถ้าเกิดมีข่าวนี้แดงออกไปก็คงเป็นเรื่องวุ่นวายแน่ๆ

          “ขอตัวก่อนนะคะ”

          ไอรดาพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองหน้าแบรนดอนเลยแม้แต่น้อย เธอเดินออกไปสวนกับอาราเซะที่ยืนอยู่กำลังส่งยิ้มให้แต่หญิงสาวเลือกที่จะเมินเฉย แบรนดอนมองสายตานั้นออกก่อนจะพูดขัดขึ้นเสียก่อนเมื่อบานประตูห้องปิดลง

          “มีอะไรหรือครับ” อาราเซะได้ยินเสียงทักก็หันมาส่งยิ้มให้กับหุ้นส่วนแล้วเดินเข้ามาใกล้ทรุดตัวลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

          “พอดีผมอยากจะคุยเรื่องงานอาทิตย์หน้าน่ะครับ” อาราเซะเข้าเรื่อง

          “เชิญครับ”

          ทั้งสองพูดคุยรายละเอียดของงานในวันนั้น ซึ่งนอกจากจะเปิดตัวเพชรแล้วแบรนดอนยังมีแผนที่จะเปิดตัวอาราเซะในฐานะหุ้นส่วนของตัวเองด้วย ดังนั้นการพูดคุยกันวันนี้ถือว่าเป็นไปอย่างราบรื่นและทั้งสองก็พบว่าเข้ากันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะนิสัยหรืออุดมการณ์

 

          เมื่อออกมาจากบริษัทของคนเป็นพ่อ ไอรดาก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆพลางมองท้องฟ้าแล้วถอนหายใจ ก่อนที่จะเบนสายตาของตัวเองมามองคนรอบตัว หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งที่ป้ายรถเมล์ ทอดมองคนเดินผ่านไปผ่านมา คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหรือคนที่กำลังนั่งอยู่ หลายๆคนมากับครอบครัว บางคนมาเป็นคู่รัก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว หากกลับไปประเทศไทยแล้ว ไอรดาก็คิดว่าตัวเองก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว แม้จะมีพ่อแต่ทุกอย่างมันก็คงไม่เหมือนเดิม...

          ปิ๊น!

          เสียงบีบแตรรถทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยหลุดออกจากภวังค์ก่อนที่จะหันไปมองรถคันหรูสีดำสนิทที่เลี้ยวเข้ามาจอดอยู่ตรงข้างทาง เธอมองอย่างสงสัยจนกระทั่งบานประตูรถด้านหลังเปิดออกเห็นใบหน้าสูงวัยที่ยังคงความสวยงาม ใบหน้าของคนคุ้นเคยทำให้ไอรดาจำได้ทันทีกำลังเดินตรงมาที่เธอนั่งอยู่ เผลอคิดไปว่าทำไมโลกมันถึงกลมขนาดนี้

          “หนูไอ เป็นหนูจริงๆด้วย ป้าคิดว่ามองคนผิดซะแล้ว” เพียงดาวพูดขึ้นยกยิ้มอย่างยินดีเมื่อบังเอิญเจอกับหญิงสาวที่เป็นคนไทยเหมือนกัน เธอไปส่งโรสที่โรงพยาบาลก่อนที่จะเห็นอีกคนนั่งอยู่เพียงลำพังและพอเพ่งมองก็พบว่าเป็นไอรดานั่นเองเลยไม่รอช้าให้เรย์บอดี้การ์ดคู่ใจของตัวเองส่งสัญญาณและเลี้ยวรถเข้าไปจอดใกล้ๆ

          “สวัสดีค่ะคุณป้า” ไอรดายกมือไหว้ทักทายเป็นภาษาไทยอย่างคุ้นเคยพลางส่งยิ้มให้กับหญิงสูงวัยที่แม้จะมีอายุแล้วแต่ไม่ทำให้ความสวยงามลดลงเลยสักนิด

          “มาทำอะไรแถวนี้หรือจ๊ะ” เพียงดาวถามอย่างสนใจทันที

          “หนูมาทำธุระค่ะ กำลังรอรถกลับไปอพาร์ทเม้น” ไอรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพียงดาวได้ยินแบบนั้นก็มีแผนในใจทันที

          “งั้นหนูก็ว่างใช่ไหมคะ ต้องทำงานพิเศษที่ไหนหรือเปล่า” เพียงดาวเอ่ยถามต่อ อีกคนแม้จะแปลกใจแต่ก็ตอบกลับตามจริง

          “ค่ะ ไม่มีทำงานที่ไหน คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามกลับบ้าง

          “งั้นดีเลยจ้ะ ตอนนี้เที่ยงพอดี ป้าว่าเราไปทานอาหารเที่ยงกันดีกว่านะ” พอได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

          “อย่าเลยค่ะ หนูเกรงใจ” เพียงดาวส่งยิ้มอย่างอบอุ่นแล้วเดินเข้ามาใกล้อีกคนมากขึ้น

          “อย่าเกรงใจเลยจ้ะ วันนี้ป้าเหงา ลูกๆก็ทำงานกันหมด สามีก็ไปออกรอบกับเพื่อนๆ ไม่มีเพื่อนทานกลางวันด้วยกัน นะจ๊ะ นะ เห็นแก่คนแก่ขี้เหงา ไปทานข้าวกับป้านะ” เพียงดาวรบเร้าและบอกเหตุผล ไอรดาได้ยินแบบนั้นก็เห็นใจเหมือนกันสุดท้ายก็เลยยอมตกลง

          “ก็ได้ค่ะ”

          “น่ารักที่สุดเลยหนูไอ ไปกันเถอะจ้ะ” พูดเสร็จก็ดึงมือของไอรดาให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ไม่นานรถก็ออกจากตรงนั้นมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารชื่อดังของลอนดอนซึ่งเธอมาทานที่นี่บ่อยครั้งและเลยเลือกที่จะพาไอรดามาทานร้านนี้ด้วยกัน เพียงดาวยอมรับว่าถูกชะตากับหญิงสาวคนนี้เหลือเกิน อาจจะเพราะเป็นคนไทยเหมือนกันอีกทั้งกิริยามารยาท ทำให้เธอพึงพอใจและชื่นชอบในตัวของหญิงสาวนั่นเอง

          ใช้เวลาแค่สามสิบนาทีเท่านั้นทั้งสองก็มาถึงร้านอาหารชื่อดัง เพียงดาวจูงมือไอรดาเข้าไปด้านในซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากผู้จัดการร้านเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าคุ้นเคยกับตระกูลแวนโคลิกที่มักจะมาทานอาหารที่นี่บ่อยๆอยู่แล้ว ไอรดาที่ได้แต่เดินตามจนกระทั่งมาถึงห้องอาหารที่เป็นส่วนตัว มีแค่เธอกับแม่ของวิกเตอร์สองคนเท่านั้น

          “สั่งเต็มที่เลยนะจ๊ะหนูไอ” เพียงดาวบอกอย่างเอ็นดู

          “คุณป้าสั่งเลยค่ะ หนูคิดว่าคงอร่อยทุกอย่างอยู่แล้ว” หญิงสาวตอบแล้วส่งยิ้มกลับ เมื่อครู่เธอมองดูราคาอาหารในเมนูแล้วก็นึกสั่งไม่ลง

          เพียงดาวได้ยินก็ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะสั่งอาหารประจำมาเสียหลายอย่างและอีกสองถึงสามอย่างใส่กล่องกลับบ้านด้วย แม้ไอรดาจะสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป เมื่อพนักงานออกไปแล้วเพียงดาวก็ชวนคนตรงหน้าพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ไม่นานบรรยากาศอึดอัดที่ไอรดารู้สึกก็หมดไป แต่แทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำร้ายครอบครัวของเพียงดาวที่ทั้งใจดีและเอ็นดูเธอขนาดนี้

          อาหารมากมายถูกลำเลียงเข้ามาภายใน ไอรดาเห็นก็หิวทันทีแม้ตอนแรกตั้งใจจะทานนิดหน่อยเท่านั้นจะได้รีบกลับแต่รสชาติของอาหารที่พอลิ้มลองแล้วก็ทำให้เธอไม่หยุดปากเลย จนเพียงดาวส่งยิ้มเอ็นดูมาให้แล้วเอ่ยปากถามเรื่องที่สนใจในตัวของคนตรงหน้า

          “ปิดเทอมหรือยังจ๊ะ” ไอรดาที่กำลังทานอาหารก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบ

          “หนูปิดเทอมแล้วค่ะ”

          “หรือจ๊ะ ดีจริง แล้วมีแผนจะทำอะไรในช่วงปิดเทอมล่ะ” เพียงดาวถามต่ออย่างสนใจ ทีแรกในใจก็คิดว่าคงได้ยินคำว่างานพิเศษแน่ๆแต่คำตอบของหญิงสาวทำให้เธอตกใจ

          “หนู... จะกลับเมืองไทยค่ะ”

          “หืม... กลับไปเที่ยวเหรอจ๊ะ” เพียงดาวถามต่อทันที

          “กลับไปอยู่ถาวรค่ะ หนูตั้งใจจะกลับไปเรียนต่อที่ประเทศไทย” ไอรดาบอกแผนที่ตัวเองวางเอาไว้ ยิ่งมองแววตาของเพียงดาวที่ส่งมาอย่างอบอุ่นก็ทำให้เธอต้องหลบสายตาทันทีด้วยความรู้สึกผิด

          “ตายจริง ป้าเพิ่งเจอหนูไม่กี่ครั้งเอง ทำไมถึงกลับล่ะจ๊ะ” เพียงดาวบอกอย่างเสียดาย นอกจากไอรดาแล้วเธอไม่เคยถูกใจเด็กสาวหรือรู้สึกถูกชะตาคนไหนเลย แม้จะเจอไอรดาเพียงแค่ไม่กี่ครั้งแต่กลับรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้มีอะไรน่าค้นหาและดูน่าพึงพอใจสำหรับเธอ พอได้ยินแบบนี้นายหญิงตระกูลแวนโคลิกก็รู้สึกใจหายไม่น้อย

          “หนูมีเหตุผลส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ แต่ว่า... ถ้าคุณป้าไปเที่ยวเมืองไทย เรานัดเจอกันก็ได้นี่คะ” ไอรดาตอบรับเบาๆแม้ในใจจะรู้ดีว่าหลังจากเปิดตัวเครื่องเพชรคงไม่กล้าสู้หน้าแน่ๆแม้เพียงดาวจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเธอก็ตาม แต่ไอรดาก็คิดว่าเธอยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่ ดังนั้นคนทำผิดอย่างเธอไม่มีหน้าไปสู้คนที่ตัวเองทำร้ายได้หรอก

          “เสียดายจริงๆ แต่... หนูสัญญาแล้วนะ ไว้เรานัดเจอกันก็ได้ ป้ามีแผนที่จะไปเมืองไทยอยู่เหมือนกัน” เพียงดาวบอกและส่งยิ้มเอ็นดูให้อีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะทานอาหารกลางวันกันต่อโดยที่เพียงดาวก็ยังเป็นฝ่ายชวนคุยทั้งเรื่องเรียน เรื่องสภาพอากาศหรือแม้กระทั่งเรื่องครอบครัวของตัวเอง ไอรดาได้ฟังก็รู้สึกอิจฉาถึงความสมบูรณ์แบบของครอบครัวนี้เหลือเกิน

          และมื้ออาหารที่แสนอึดอัดของไอรดาก็ผ่านพ้นไป เธอตั้งใจจะบอกลาทันทีที่เดินออกมาด้านนอก แม้จะพยายามช่วยเรื่องค่าอาหารเพราะเกรงใจแต่อีกคนก็ไม่ยอมท่าเดียวแถมยังตัดหน้าจ่ายเงินก่อนและพาเธอเดินออกมาด้านนอกด้วยกัน สุดท้ายแล้วไอรดาก็ไม่ได้ช่วยค่าอาหารมื้อนั้น

          “ขอบคุณสำหรับอาหารกลางวันนะคะ” ไอรดาบอกอย่างเกรงใจ

          “ป้ายินดีเสมอจ้ะ ต้องขอบคุณหนูด้วยนะ ที่มาทานอาหารเป็นเพื่อน” เพียงดาวยิ้มและจับมือนุ่มนิ่มของอีกคนมากุมเอาไว้ พลางคิดว่าถ้าไอรดายังอยู่คงจะเข้ากันได้ดีกับโรสลูกสาวของเธอแน่ๆ

          “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” ไอรดาบอกอย่างสุภาพ

          “อย่าเพิ่งสิจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่อพาร์ทเม้นนะ” เพียงดาวอาสา

          “อย่าเลยค่ะ แค่นี้ก็รบกวนคุณป้ามากพอแล้ว”

          “รบกวนอะไรกันจ๊ะ นะ ถือว่านั่งรถไปเป็นเพื่อนป้า ตอนนี้ป้ายังอยากจะนั่งรถเล่นอยู่เลย รอเวลาสามีตีกอล์ฟเสร็จน่ะจ้ะ” เพียงดาวบอกตามตรงและท่าทางที่ดูจะไม่มีใครจริงๆทำให้คนใจอ่อนอย่างไอรดาจำต้องยอมรับน้ำใจที่อีกคนหยิบยื่นให้อีกครั้ง

          “ก็ได้ค่ะ” พอได้ยินเพียงดาวก็ยิ้มกว้าง เรย์ที่รออยู่แล้วได้ยินคำตอบของเด็กสาวที่มากับคนเป็นนายก็รีบเปิดประตูหลังให้กับทั้งคู่ทันที

          “ดีจ๊ะ ขึ้นรถกันเลยนะ”

          เพียงดาวว่ายิ้มๆแล้วจูงมือไอรดาเข้าไปในรถด้วยกัน ก่อนที่เรย์จะรีบขับรถออกไปจากตรงนั้น ภายในรถทั้งคู่พูดคุยกันบ้างเล็กน้อย ไอรดาที่มองรอบข้างก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าไม่ใช่ทางกลับอพาร์ทเม้นของเธอทั้งๆที่เพียงดาวเองก็รู้จักทาง ดังนั้นหญิงสาวเลยพูดขึ้นอย่างสงสัย

          “นี่ไม่ใช่ทางกลับอพาร์ทเม้นของหนูนี่คะ” เพียงดาวได้ยินก็ยกยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้

          “ตายจริง ป้าลืมบอกหนูไปน่ะจ้ะ ว่าก่อนไปส่งขอแวะทำธุระหน่อย พอดีจะเอาอาหารกลางวันไปฝากลูกชายที่บริษัทน่ะจ้ะ เพิ่งกลับมาจากอิตาลีก็ทำงานเลย ขอโทษทีนะหนูไอ” เพียงดาวบอกอย่างรู้สึกผิดในขณะที่ไอรดาก็หลับตาลงเล็กน้อยเมื่อคิดว่าต้องเจอวิกเตอร์จนได้

          “ถ้าคุณป้ามีธุระ ให้หนูลงข้างหน้าก็ได้ค่ะ หนูกลับเองได้ ไม่อยากให้ย้อนไปย้อนมา” ไอรดารีบพูดขึ้นแต่คนที่นั่งด้านข้างก็ส่ายหน้าทันที

          “ได้ยังไงกันจ๊ะ ป้ารับปากแล้วก็จะไปส่งนะ อีกอย่างแยกหน้าก็ถึงบริษัทลูกชายป้าแล้วด้วย อย่าปฏิเสธเลยนะจ๊ะ แค่ครู่เดียวเอง” เพียงดาวบอกย้ำแม้ในใจก็คิดว่าอยากให้เด็กทั้งสองได้เจอกันอีก ยอมรับว่าถูกใจไอรดาและมั่นใจว่าลูกชายก็ต้องถูกใจด้วยแน่ๆแต่นิสัยของวิกเตอร์นั้นปากแข็งพอๆกับคนเป็นพ่อนั่นแหละ เธอเลยอยากให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันแต่ก็ไม่อยากจะบังคับฝืนใจหากไม่ใช่เธอก็ยอมรับ

 

          เมื่อเจอเหตุผลนี้สุดท้ายไอรดาก็ได้แต่ถอนหายใจเพียงลำพัง ปฏิเสธอะไรไม่ได้เลยจนรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาหน้าบริษัทนั่นแหละ จู่ๆหญิงสาวก็รู้สึกไม่อยากจะขึ้นไปสักเท่าไหร่แต่ก็คงไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อโดนเพียงดาวจับจูงเข้าไปข้างในโดยไม่ฟังคำทักท้วงของเธอเลย... 

 

*************************************************************************
*** มีเรื่องมาแจ้ง... และชี้แจงนะคะ ... "เด็ดหัวใจมาเฟีย" จะเป็นนิยายเรื่องแรกที่ไรเตอร์ "ทำมือ" นะคะ... ไม่รู้จะมีใครสนใจเป็นรูปเล่มไหม ส่วนรายละเอียดการ จอง หน้าปก หรือ ราคา จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ ไรเตอร์ไม่เคยทำมือเลย อาจจะมีติดขัดอะไรไปบ้าง จะพยายามเอารายละเอียดมาลงให้ได้เยอะที่สุดนะคะ ใครที่ชอบ ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ชอบป๋าวิก... ฝากด้วยนะคะ เล่มนี้ไม่ได้พิมพ์ สนพ.เหมือนทุกทีนะ... ใครที่อยากได้ต้องสั่งกับไรเตอร์โดยตรง อาจจะเปิดจองสัก 1 เดือน หรือ 2 เดือนนะคะ... ยังไงฝากอุดหนุนด้วยน้าาาาาา อยากให้สั่งกันเยอะๆน้าาา ฝากด้วยนะค้าาาาาา ใครที่รอติดตามข่าว รอติดตามได้ในแฟนเพจหรือ หน้าบทความนะคะ ตอนนี้เริ่มจะทำปกแล้ว ยังไงเดี๋ยวเอามาโชว์... ใครมีอะไรแนะนำได้นะคะ พอดีไรเตอร์เองก็มือใหม่ 55555+ ^ ^ไม่เคยทำมือสักทีเลย แหะๆ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดนะคะ ^ ^ 

 

 

              ลิฟต์ตัวหรูเคลื่อนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มือบางยังถูกเกาะกุมด้วยมือของหญิงสูงวัยที่ส่งยิ้มมาให้เป็นระยะ เธออยากจะวิ่งหนีไปให้รู้แล้วรู้รอดแต่มาถึงขนาดนี้คงเป็นไปได้ยาก เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวถูกดึงมือเล็กน้อยจำต้องเดินตามออกมา เธอพบว่าภายในชั้นนั้นถูกตกแต่งอย่างสวยงามส่วนใหญ่เป็นหน้าต่างกระจกใสเพื่อให้เห็นวิวในมุมสูงของลอนดอน มันดูโปร่งและสบายตา พนักงานตรงเคาน์เตอร์ต่างลุกขึ้นทักทายเพียงดาวและส่งยิ้มให้โดยเผื่อแผ่มาถึงเธอด้วยจนต้องยิ้มตอบกลับ

          “ลูกชายฉันอยู่ข้างในใช่ไหม” เพียงดาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี

          “ค่ะมาดาม ท่านเพิ่งประชุมเสร็จค่ะ”

          “ขอบใจจ้ะ”

          เมื่อรู้เพียงดาวก็จับจูงมือของไอรดาให้เดินต่อแต่หญิงสาวกลับขืนเอาไว้จนอีกคนได้ชะงักไปด้วยแล้วหันหลังกลับมามองหญิงสาวที่พามา

          “มีอะไรหรือจ๊ะหนูไอ”

          “คือ... หนูรอข้างนอกดีกว่าค่ะ” หญิงสาวตอบแล้วส่งยิ้มให้ อยากให้เพียงดาวอนุญาตเหลือเกินแต่พอได้ยินประโยคถัดไปก็อยากจะบ้าตายให้ได้ตรงนี้

          “เข้าไปข้างในกันน่ะดีแล้วจ้ะ มาเถอะ”

          พูดเสร็จไม่รอให้หญิงสาวได้ปฏิเสธอีกครั้งแล้วจับจูงมือนุ่มนิ่มให้เดินตรงไปยังตามทางซึ่งสุดทางเดินเป็นบานประตูสีขาวบานใหญ่ที่มีป้ายชื่อและลงท้ายด้วยตำแหน่งของเขาติดเอาไว้ เพียงดาวเคาะประตูเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปโดยมีร่างบางของไอรดาเดินตามไปติดๆอย่างไม่มีทางเลือก

          ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาละสายตาที่มองเอกสารอยู่อย่างสงสัยเมื่อพบว่าบานประตูห้องของตัวเองถูกเปิดเข้ามาพอรู้ว่าเป็นใครก็ส่งยิ้มกลับแต่พอเห็นคนด้านหลังที่คนเป็นแม่จับจูงมาด้วยก็รู้สึกว่าหัวใจกลับเต้นเปลี่ยนจังหวะมาเป็นเร็วซะอย่างนั้นแม้จะแปลกใจว่าเธอมากับแม่เขาได้อย่างไร

          “มัมมีอะไรหรือเปล่าครับ มาหาผมถึงที่นี่” วิกเตอร์ลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาหาคนเป็นแม่แล้วเอ่ยปากถาม ก่อนที่จะก้มลงจูบแก้มของอีกคน โดยที่สายตาก็มองเผื่อไปยังคนด้านหลังที่หลบตาเขาอยู่

          “ก็ลูกกลับมาจากอิตาลี แทนที่จะแวะเข้าบ้านหน่อยก็ไม่เข้า มัมเป็นห่วง เห็นมาทำงานเลยไม่รู้ได้ทานข้าวหรือยัง ก็เลยซื้ออาหารเที่ยงมาฝาก” เพียงดาวอธิบายให้ลูกชายฟัง ซึ่งชายหนุ่มก็ส่งยิ้มให้

          “ขอบคุณครับมัม... แล้วนี่ไปเก็บเด็กที่ไหนมาครับ” คนที่ยืนนิ่งด้านหลังได้ยินเจ้าของห้องเอ่ยพาดพิงก็เงยหน้าสบตาแล้วถลึงตาใส่ เพียงดาวได้ยินก็หัวเราะ

          “ลูกก็ เด็กอะไรกัน น้องออกจะสวยน่ารักเป็นสาวเต็มตัวขนาดนี้” เพียงดาวตอบกลับอมยิ้มมองลูกชายและหญิงสาวที่ถูกใจนักหนายืนด้านหลัง

          “ดูยังไงก็เด็กชัดๆ” วิกเตอร์พูดขึ้นเถียงอย่างไม่จริงจังแต่คนที่โดนว่าตอบกลับอย่างอดไม่ได้

          “ฉันไม่ใช่เด็กซักหน่อย!

          “ผู้หญิงที่ไหนแต่งตัวเหมือนเด็ก” ชายหนุ่มยังถามต่อ ไอรดามองสภาพของตัวเอง เธอว่ามันเป็นสไตล์ของเธอมากกว่า จะให้มาใส่เดรสหรืออะไรพวกนี้สำหรับเธอแล้วมันคงดูแปลกๆ

          “มันเป็นสไตล์ของฉัน!” ไอรดาตอบกลับ

          “แต่ผมว่า...”

          “เอาล่ะๆๆ ลูกน่ะชอบแกล้งน้อง พอเลย” เพียงดาวได้ทีก็ห้ามทัพเสียก่อนไม่อยากให้ไอรดาต้องโกรธเคืองแม้จะรู้ดีว่านิสัยวิกเตอร์สนใจใครก็ชอบหาเรื่องแบบนี้แหละ

          “ผมเปล่าสักหน่อย” ชายหนุ่มตอบกลับและจ้องมองใบหน้าหวานที่ทำแก้มพองลมเล็กๆอย่างไม่รู้ตัว เขาอมยิ้มอย่างชอบใจ เพียงดาวเห็นสายตาอบอุ่นในดวงตาของลูกชายก็ยิ้มพอใจก่อนที่จะเริ่มแผนการของตัวเองที่เพิ่งคิดได้ตอนขึ้นลิฟต์มานี่เอง

          “เดี๋ยวมัมเอาของไปวางไว้บนโต๊ะให้นะ”

          เพียงดาวบอกเสร็จก็เดินไปที่โต๊ะเล็กที่อยู่ภายในห้องมันเป็นโต๊ะที่สามารถทานอาหารด้านในได้ โดยปล่อยให้สองคนนั้นได้ยืนจ้องหน้ากันอยู่ พอวางถุงเอาไว้แล้วเพียงดาวก็เริ่มแผนการ

          “ตายจริง มัมลืมอีกถุงไว้บนรถ เดี๋ยวมัมไปเอาก่อน” เพียงดาวหันมาบอกอย่างตกใจ ไอรดาได้ยินก็รีบขันอาสาทันที

          “หนูไปเอาให้ก็ได้ค่ะคุณป้า” เพียงดาวส่งยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ

          “อย่าเลยจ้ะ หนูเป็นแขก รอที่นี่เถอะ เดี๋ยวป้ามาครู่เดียว ฝากน้องด้วยนะวิกเตอร์ อย่าแกล้งน้องล่ะ” เพียงดาวบอกเสร็จก็หมุนตัวเดินไปหน้าประตู

          “คุณป้าคะ...” ไอรดาพยายามเรียกแต่ได้เสียงตอบรับกลับมาคือเสียงของบานประตูที่ปิดลง ในห้องจึงเหลือเพียงแค่เธอกับชายหนุ่มเท่านั้น หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมาก่อนที่จะหันไปมองหน้าเขาที่ยืนเลิกคิ้วอมยิ้มอยู่จนเธอต้องเอ่ยปากถามอย่างสงสัย

          “ยิ้มอะไรของคุณ” วิกเตอร์ที่ถูกทางก็ยักไหล่

          “เปล่า”

          เมื่อรู้ว่าถ้าถามไปคงถูกกวนแน่ๆหญิงสาวเลยเลือกที่จะเดินหนีไปนั่งตรงโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มในห้องของเขาแทน เมื่อเธอหย่อนก้นลง เขาก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่จะมานั่งลงข้างๆจนไอรดาต้องเขยิบหนีแล้วถามอย่างตกใจ

          “มานั่งทำไมตรงนี้ล่ะ โต๊ะทำงานของคุณก็มี”

          “ก็ อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งโซฟาบ้างนี่” ชายหนุ่มตอบกลับกวนๆ หญิงสาวเลยเขยิบอีกจนชิดกับที่วางแขน วิกเตอร์เห็นท่าทางแบบนั้นก็ไม่ยอมแพ้เขยิบเข้ามาใกล้เช่นเดียวกัน

          “นั่งห่างๆก็ได้ คุณจะเขยิบมาทำไมเล่า” ไอรดาถามอย่างหงุดหงิดใจ

          “อ้าว โซฟาผม จะนั่งตรงไหนก็ได้”

          เมื่อเห็นเขาพูดแบบนี้ไอรดาก็ค้อนให้กับคนกวนประสาท ก่อนที่จะตัดสินใจลุกขึ้นตั้งใจจะเดินออกไปรอข้างนอกแล้วก็หันไปมองเจ้าของห้องที่นั่งอยู่

          “งั้นฉันจะไปรอข้างนอก เชิญนั่งให้พอใจเลยนะคะ!

          พูดกระแทกกระทั้นเสร็จก็หมุนตัวจะเดินไปหน้าประตูโดยที่วิกเตอร์ก็ลุกขึ้นจากโซฟา แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวบานประตูถูกเคาะแล้วตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของคนที่เปิดเข้ามา ที่สายตายังจับจ้องเอกสารโดยไม่ทันได้มองหน้าเธอ แต่ไอรดากลับจำอีกคนได้แม่น เธอหน้าซีดและเริ่มหันมามองวิกเตอร์

          “สงสัยจะเป็นแฟรงค์” วิกเตอร์พึมพำเล็กน้อยเพราะนัดอีกคนเอาไว้ ในขณะที่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ไอรดารู้ดีว่าให้อีกคนเห็นหน้าไม่ได้แน่ ในวันนั้นแฟรงค์จำหน้าเธอได้แล้วด้วย สุดท้ายหญิงสาวไม่มีทางเลือกเลยโผเข้ากอดชายหนุ่มเสียเต็มรักจนเขาเซไปด้านหลัง

          “เฮ้ คุณ... มากอดผมทำไมกัน” วิกเตอร์ถามอย่างตกใจ นาทีถัดมาแฟรงค์ก็ปรากฏกายเห็นฉากกอดกันพอดิบพอดี อีกคนรีบพูดออกมา

          “ขะ... ขอโทษครับท่าน ผมไม่รู้ว่ามีแขก” แฟรงค์บอกกลับเพราะเลขาหน้าห้องไม่มีใครอยู่เลย ตัวเขาเองก็มาตามนัดไม่คิดว่าจะมาขัดจังหวะ

          “เอ่อ... คือ” วิกเตอร์ยังมึนงงจนพูดไม่ถูก แฟรงค์เลยรีบพูดกลับ

          “เดี๋ยวผมมาใหม่นะครับ ขอโทษที่ขัดจังหวะ”

          พูดเสร็จก็รีบออกจากห้องไป ในขณะที่ไอรดาก็ลอบถอนหายใจ เหลียวหลังไปมองก็พบว่าไม่มีใคร ตั้งใจจะถอยตัวเองออกมาแต่คงไม่ทัน เมื่อลำแขนแกร่งวาดโอบกอดเธอเอาไว้แทน ไอรดาตกใจเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้เธอกับเขาแนบชิดไปทุกสัดส่วนเรียกได้ว่าอากาศจะผ่านก็คงยาก

          “นี่คุณมากอดฉันทำไมเนี่ย” ไอรดาแหววเข้าให้โดยลืมไปเลยว่าตัวเองต่างหากที่กอดคนตรงหน้าก่อน

          “อ้าว คุณกอดผมก่อนนะ อยากให้ผมกอดใช่ไหมล่ะ บอกมาเถอะ”  วิกเตอร์ยกยิ้มกว้าง เขาคิดว่าตั้งแต่เกิดมาได้ยิ้มกว้างแบบนี้จริงๆนอกจากคนในครอบครัวแทบนับครั้งได้ และหญิงสาวก็เป็นหนึ่งในนั้น ไอรดาได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็หน้าแดงก่ำด้วยความอาย

          “บะ... บ้าเหรอ ใครอยากให้คุณกอดกัน”

          “อ้าว แล้วมากอดผมทำไมล่ะ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัยแต่ยังไม่ยอมปล่อย หญิงสาวได้ยินคำถามก็หน้าเหวอ ก่อนที่จะคิดเหตุผลที่ทำให้เขาหัวเราะลั่น

          “ฉะ... ฉันตั้งใจจะหันมาพูดกับคุณ ตะ... แต่มันลื่น ก็เลยโผเข้าหาคุณแค่นั้นแหละ” วิกเตอร์ได้ยินเหตุผลเหมือนเด็กก็ยกยิ้มแล้วไม่ยอมแพ้

          “ไม่จริงล่ะมั้ง ท่าทางคุณไม่เหมือนคนลื่นเลยนะ ท่าทางเหมือนผู้หญิงที่ไม่ได้เจอแฟนมาแรมปี โผกอดซะผมเซไปด้านหลังเลย” เมื่อเจอเขาพูดแบบนี้ใบหน้าหวานก็เหวอแถมยังแดงก่ำมากขึ้นไปอีก วิกเตอร์เห็นก็ยิ้มเอ็นดูแล้วจ้องมองเธออย่างพึงพอใจ

          “...” ไอรดาถึงกับพูดไม่ออก วิกเตอร์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขาโน้มหน้าลงมาหาหญิงสาวมากขึ้นไปอีกแล้วเอ่ยกระซิบแผ่วเบา

          “คิดถึงผมใช่ไหมล่ะ...” ไอรดาเอนไปด้านหลังเมื่อเขาโน้มลงมาและเอ่ยกลับเสียงสั่นไม่กล้าสบสายตาคมที่จ้องมาอย่างมีความหมาย

          “บะ... บ้าเหรอ ใครคิดถึงคุณกัน ปล่อยฉันนะ เดี๋ยวคุณป้ามาเห็น” หญิงสาวใช้สองมือที่โอบรัดเขาอยู่มายันหน้าอกของเขาแทน

          “คุณใช้น้ำหอมอะไร บอกผมหน่อยสิ” วิกเตอร์เอ่ยถามเสียงทุ้ม ยิ่งโน้มใบหน้าลงใกล้มากแค่ไหนเขากลับรู้สึกอยากจะ “กิน” เธอมากเท่านั้น กลิ่นของเธอหอมหวานเหมือนขนมจริงๆ ไอรดาหน้าแดงซ่านหนักกว่าเดิมไม่กล้าสบสายตาได้แต่มองแผ่นอกของเขาเท่านั้น

          “มะ... มาถามอะไรเรื่องน้ำหอมเล่า”

          “ผมอยากรู้... ได้กลิ่นทีไรแล้วมันหิวทุกที” คำพูดตรงไปตรงมาทำให้ไอรดาเบิกตากว้างเงยหน้าสบตาเขาอย่างตกใจ ชายหนุ่มอาศัยจังหวะนี้ยกยิ้มและโน้มใบหน้าลงมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ไอรดาหลับตาปี๋ทันทีจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาและรู้สึกได้ว่าริมฝีปากของเขากำลังจะโน้มลงมา แต่ก่อนที่จะทันได้ทำอะไรเสียงหวานก็ดังขึ้นเสียก่อน

          “รอนานไหมจ๊ะ”

          ทั้งคู่ต่างได้สติและเป็นไอรดาที่ได้สติเร็วกว่าใครเพื่อนเธอรวบรวมแรงผลักเขาออกและถอยห่างชายหนุ่ม เพียงดาวเห็นท่าทางแบบนั้นเหมือนจะพอเดาอะไรออกบ้างเหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนเธอกับสามีเวลามีใครมาขัดจังหวะอะไรก็จะมีสภาพไม่ต่างกันนี่แหละ สายตาของคนมากประสบการณ์หรี่มองแล้วยกยิ้ม

          “มัมคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรหรอกใช่ไหม” วิกเตอร์มองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าแดงก็ เกาท้ายทอยเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองจะตอบพร้อมกัน

          “เปล่าครับ/เปล่าค่ะ” เพียงดาวได้ยินก็ยกยิ้มคิดว่าลางสังหรณ์ของเธอไม่พลาดแน่ แอบเจ็บใจตัวเองที่ขึ้นมาเร็วเกินไป

          “เหรอจ๊ะ แล้วหนูไอหน้าแดงเชียว ไม่สบายหรือเปล่าลูก” ไอรดาที่โดนทักมือบางจับใบหน้าของตัวเองพบว่ามันร้อนเห่อเหมือนเป็นไข้ หญิงสาวหันไปมองเพียงดาวที่ส่งยิ้มให้ และหันไปมองชายหนุ่มที่ยิ้มเหมือนกัน ฉับพลันความอายก็โจมตีอีกครั้ง

          “นะ... หนูไปรอข้างนอกนะคะ เหมือนหายใจไม่ออก”

          พูดเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาเดินออกไปจากห้องซึ่งเพียงดาวก็ไม่ได้ห้าม พอบานประตูปิดลงก็หันมาจ้องมองลูกชาย วิกเตอร์เองก็เหวอเล็กน้อยพยายามไม่สบตาคนเป็นแม่ด้วยรู้ดีว่าแม่ของเขานั้นเซ้นส์แรงแค่ไหน

          “แกล้งอะไรน้อง บอกมานะ” เพียงดาวเค้น

          “เปล่าสักหน่อย ไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ” ชายหนุ่มบอกแต่คนเป็นแม่เหมือนจะยังไม่เชื่อแต่ก็ไม่อยากถามอะไรอีก  “ให้จริงเถอะ”

          “จริงสิครับ ใครจะกล้าแกล้งคนโปรดของมัม ว่าแต่ไปเก็บเธอ... เอ้ย ไปเจอเธอที่ไหนครับ” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อเจอสายตาดุเข้า

          “ก็หลังจากไปส่งโรสนั่นแหละ มัมเห็นเธอรอรถเมล์อยู่ เลยชวนไปทานข้าว ตอนแรกก็จะไม่ยอมไปแต่มัมคะยั้นคะยอให้ไปด้วยกัน แล้วก็เอาอาหารมาส่งให้ลูกนี่แหละ” เพียงดาวอธิบายชายหนุ่มได้ยินก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่เพียงดาวจะนึกถึงเรื่องสำคัญออก

          “ลูกรู้ไหมน้องจะกลับเมืองไทยแล้วนะ ไปอยู่ถาวร” พอได้ยินหัวใจของชายหนุ่มก็กระตุก มองใบหน้าของเพียงดาวที่ดูเหมือนเธอจะพูดจริงๆ

          “หรือครับ” ชายหนุ่มถามกลับพยายามรักษาสีหน้า

          “ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ มัมล่ะเสียดาย ยอมรับว่าชอบหนูไอมากนะ เจอกันไม่กี่ครั้งแต่ถูกชะตาเหลือเกิน หนูไอทั้งน่ารัก ทั้งสวย ลูกคิดงั้นไหม” เพียงดาวได้ทีถามลูกชาย คำถามที่มาไม่ทันตั้งตัวเกือบทำให้เขาตอบว่า “เห็นด้วย” แล้วแต่ก็ต้องชะงักแล้วเสมองไปทางอื่นก่อนจะตอบกลับ

          “ไม่รู้สิครับ แต่เธออาจจะอยากกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด” วิกเตอร์พูดขึ้น เพียงดาวได้ยินก็พยักหน้ารับ

          “ก็คงอย่างนั้น... เอาล่ะ มัมกลับก่อนแล้วกันเดี๋ยวจะไปส่งหนูไอที่อพาร์ทเม้นด้วย” เพียงดาวบอกเมื่อพบว่าเธออยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว อดจะเกรงใจอีกคนที่รอไม่ได้

          “เอ่อ... ครับ”

          วิกเตอร์รับคำก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคนเป็นแม่แล้วจูบแก้มสองข้างจากนั้นก็เดินไปส่งถึงหน้าประตู เมื่อบานประตูปิดลง ชายหนุ่มก็เคร่งขรึมทันที เมื่อรู้ว่าหญิงสาวจะกลับประเทศไทยเขาก็เกิดความรู้สึกไม่อยากให้เธอกลับอย่างรุนแรง แถมเหตุการณ์เมื่อครู่เขาก็เกือบระงับตัวเองไม่อยู่ทั้งๆที่เป็นคนมีภูมิต้านทานสาวๆได้เป็นอย่างดี โดนยั่วแค่ไหนถ้าไม่สนใจก็คือไม่เอา อีกอย่างหญิงสาวก็ห่างไกลจากสเป็คเขาด้วย แต่ยิ่งอยู่ใกล้เขากลับเสียการควบคุมตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ แค่เธอยืนเฉยๆไม่ยั่ว ไม่ทำอะไรเลย ไม่ต้องยิ้มด้วยซ้ำ แค่นั้นเขาอยากจะลากเธอเข้าห้องซะแล้ว

          ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความคิดลามกออกแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ก็ไม่อาจจะสลัดหญิงสาวออกไปได้ ยิ่งเรื่องที่เธอจะกลับประเทศไทย สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทนให้ไอรดามาวิ่งวุ่นในหัวอย่างไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่หญิงสาวจะเหนื่อยแล้วเลิกวิ่งเสียที

          ทางด้านเพียงดาวก็มาส่งไอรดาที่หน้าอพาร์ทเม้นดั่งที่สัญญาเอาไว้ ตลอดทางหญิงสาวไม่ค่อยพูดค่อยจามากเท่าไหร่นัก จนกระทั่งรถจอดสนิทหญิงสาวก็หันไปเอ่ยกับคนที่นั่งข้างๆแล้วยกมือไหว้อย่างเคารพ

          “ขอบคุณ คุณป้าที่มาส่งนะคะ”  เพียงดาวยิ้มเอ็นดู จับมือของหญิงสาวเอาไว้

          “ยินดีจ้ะ เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจหรือมีอะไรอยากให้ป้าช่วย... นี่นามบัตรป้านะ” เพียงดาวพูดเสร็จก็เปิดกระเป๋าของตัวเองหยิบนามบัตรให้กับหญิงสาว แม้เดิมทีเธอไม่มีหรอกพวกนามบัตรแต่วินเซนต์ผู้เป็นสามีคิดว่าเธอควรจะมีติดไว้บ้างเผื่อได้พบปะใคร แต่ก็กำชับมาอีกว่าห้ามแจกผู้ชายอื่น แม้จะแก่กันขนาดนี้แล้วแต่สามีของเธอก็ยังตามหึงได้ไม่เว้นแต่ละวัน

          “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรับมาแล้วส่งยิ้มให้

          ไอรดาเปิดประตูลงมาจากรถแล้วมองจนรถคันหรูขับออกไปจากซอย แล้วถอนหายใจพรู ก่อนจะก้มมองดูนามบัตรของอีกคนแล้วพูดออกมาอย่างรู้สึกผิดเต็มอก

          “ถ้าคุณป้ารู้ความจริง... หนูคงไม่น่ารักในสายตาของคุณป้าอีกแล้ว” พูดเสร็จก็เงยหน้ามองท้องฟ้า อีกไม่กี่วันเธอก็จะไปแล้ว นอกจากจะคิดถึงเพียงดาวอีกคนที่ยังวนเวียนในหัวของเธอนั่นก็คือวิกเตอร์ เธอรู้สึกผิดกับเขาอย่างรุนแรงเหลือเกิน ความเสียหายมากมายจะตามมาทันทีที่พ่อของเธอเปิดตัวเครื่องเพชร เธอจะทนมองเขาเจ็บปวดได้ไหมนะ...

          เพียงแค่คิดน้ำตาก็เอ่อคลอ ไอรดาเดินเข้าไปด้านในเพื่อที่จะเริ่มเก็บของ อาทิตย์หน้าเธอก็จะกลับไปยังที่ที่เธอจากมา แล้วลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้หมด แม้มันจะเป็นบาปติดตัวแต่หญิงสาวก็สัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่เป็นความดีเพื่อไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองทำ แม้จะรู้ดีว่าคนเราหนีอะไรก็หนีได้แต่คงหนีใจตัวเองไม่ได้... 


*** โอยยย วิกเตอร์... บอกชัดแบบนี้เดี๋ยวหนูไอก็หนีหรอก 55555+ ตอนหน้า ตอนที่ 5 แล้ว เข้าเข้มข้นแล้วนะคะ หนูไอจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือป๋าวิกละ แต่ขอบอกว่า ไม่ม่านะ ไม่ต้องห่วง เพราะ... นางเอกเราทำมีเหตุผลใช่ป่ะ ป๋าเราเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร... 5555555555555555555555+ แต่ชอบค้ากำไรเกินควร คิคิ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^ ^***
ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันนะ
ปล.2 หากชอบเรื่องนี้อย่าลืมเม้น โหวตบอกกันน้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #284 benda5002539 (@benda5002539) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:21
    เราว่าตุ๊กตาหมีสีขาว... เป็นตัวช่วยพระเอกอีกอย่างเลยล่ะ
    #284
    0
  2. #260 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 20:27
    #260
    0
  3. #254 Dg'Por (@dgpor) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 11:36
    เพียงดาวนี่ร้ายกาจจริงๆ 555555555550
    #254
    0
  4. #131 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 10:16
    น่าสงสารหนูไอจังเลย กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลย
    เห้อ เนี่ย ถ้า วิกเตอร์ รู้ มาดาม ทราบ ไม่รู้ว่าหนูไอ 
    จะโดนเกลียดหรือเปล่า น้า
    #131
    0
  5. #122 จอย'ยยย เจโอวาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 11:23
    คุณแม่เพียงดาวนี่น่ารักจริงๆ ป๋าวิกกับหนูไอก็น่ารักมุ้งมิ้งซะเหลือเกินนนน #เขินแทนหนูไอเลยยยย

    ปล. ทำมือ!! งั้นขอเลิฟซีนหนักๆ นะค้าไรเตอร์ คริ..คริ

    #อุ๊บส์...เค้าเปล่าหื่นน๊าาาา
    #122
    0
  6. #121 กระเทียม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 10:33
    เข้ามาอ่านปุ๊บก็น้ำตาคลอเลยตอนเพียงดาวบอกวิกเตอร์ว่าไอรดาจะกลับไทย ขอให้ห้ามไว้ทันนะคะรีบๆจับเธอมาไว้ในอ้อมกอด อิอิ อินจัด
    #121
    0
  7. #120 แค่คุณ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:35
    พระเอกเราไม่ปล่อยให้

    นางเอกได้กลับหรอกกกมัง

    รออ่านตอนต่อไปน๊าาาจุฟ
    #120
    0
  8. #119 แค่คุณ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:35
    พระเอกเราไม่ปล่อยให้

    นางเอกได้กลับหรอกกกมัง

    รออ่านตอนต่อไปน๊าาาจุฟ
    #119
    0
  9. #118 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:19
    ตุ๊กตาหมีใกล้แผลงฤทธิ์แล้ว อีป๋ามันต้องตัวตั้งตัวดีแน่ๆ ไม่แน่แบบที่ได้ไป เป็นแผนลวงด้วยป่าว 5555555555555
    #118
    0
  10. #117 June (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:04
    ฉวยโอกาสเลยนร๊าาวิกเตอร์ น่ารักอ่ะ
    #117
    0
  11. #116 กระเทียม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 09:45
    สปอยล์ตอนกอดคือจะหลบหน้าแฟรงค์ใช่มั้ยคะ >///< หนูคิดว่าการโจรกรรมแบบเพชรของไอรดาเป็นแผนของวิกเเน่เลย เหมือนรู้แผนแต่แค่อยากจับคนร้ายไรงี้ คล้ายๆสมัยเพียงดาว ทำไมหนูคิดมากอย่างนี้ รอเฉลยอยู่นะคะ
    #116
    1
    • #116-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:00
      คิคิ เดาอย่างแรกถูกเลยค่า ส่วนอย่างหลัง... ต้องรอลุ้นน้าาาา คิคิ อาจจะมาลงให้วันพฤหัสนะคะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ ^ ^
      #116-1
  12. #115 จอย'ยยย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 23:07
    กำลังสนุกเลยค่ะ ^^



    แต่ยังอ่านไม่สะใจเลยยยยย จบซะงั้น ><



    #แงๆๆๆๆ T-T



    รออ่านตอนต่อไปนะค้าาาาาา ^__^
    #115
    1
    • #115-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:01
      ขอบคุณนะค้าาา ฝากด้วยน้าา าวันพฤหัสอาจจะมาอัพให้ค่ะ ^ ^


      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ คิคิ
      #115-1
  13. #114 ppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 21:49
    อยากอ่านต่อจังเลย

    กำลังสนุกอ่ะ •&#8710;•
    #114
    1
    • #114-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:01
      ขอบคุณนะค้าาาา ฝากด้วยน้าาาาา ไม่แน่วันพฤหัสจะมาลงให้ค่ะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #114-1
  14. #113 Month Month (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 20:38
    กำลังสนุกเลยยยยย
    #113
    1
    • #113-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:02
      ดีใจที่ชอบนะค้าาา ฝากด้วยน้าาาา

      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ ^ ^
      #113-1
  15. #112 June (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 20:09
    มีแม่สื่อดีขนาดนี้ ปูพรมรอรับเป็นลูกสะใภ้เลยนะนิ 555
    #112
    1
    • #112-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:02
      ถูกกกกกกกกกกกกกก เพียงดาวรักนางมาก 55555+

      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ ^ ^
      #112-1
  16. #111 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 20:07
    เมื่อไรตุ๊กตาหมีแผลงฤทธิ์
    #111
    1
    • #111-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:02
      ตอนที่ 5 ค่าาา 55555+ ฝากติดตามด้วยน้าาา

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า ^ ^
      #111-1
  17. #109 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 02:33
    กรรม เเล้ว หนูไอ ขโมยแบบมาจนได้นะ เห้อๆ
    เเล้ว พี่วิก จะ ว่าอย่างไร บ้าง เนี่ย 
    #109
    0
  18. #105 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 23:57
    คือ..... แบบ...... ไอด้าทำทำไม
    #105
    1
    • #105-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      12 พฤษภาคม 2558 / 04:03
      หนูไอเรามีเหตุผลนะคะ แต่ว่าสิ่งที่หนูไอทำไม่ใช่เหตุผลหลักในเรื่องนี้แน่นอนค่ะ แต่จะเป็นอะไรฝากติดตามด้วยน้าาาา ^ ^

      ขอบคุณสำหรับเม้นค่ะ ^ ^
      #105-1
  19. #104 กระเทียม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 20:33
    สงสารไอรดามากเลยค่ะ แต่ถ้าไม่ทำการลงโทษจากวิกเตอร์คงไม่เกิดขึ้น555 อร๊ายยฟิน >..<
    #104
    1
    • #104-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2558 / 22:15
      อ๊ายยย ก็มีส่วนะคะ แต่ป๋าเอาก็เอ็นดูนางเอกอยู่เยอะ คิคิ ยังไงฝากติดตามด้วยนะค้าาา ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ
      #104-1
  20. #103 ppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 15:18
    น้อยจัง

    ยังไม่จุใจเลย

    รีบต่อไวๆ&อัพเยอะนะ(1ตอนเต็มเลยได้มะ) |(&#65507;3&#65507;)|
    #103
    1
    • #103-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      5 พฤษภาคม 2558 / 00:11
      ไรเตอร์พยายามรีบเขียนอยู่นะคะ ถ้าเขียนจบคงมาตอนละเยอะๆและหลายๆวันได้ค่า ยังไงช่วงนี้รอไปก่อนนะคะ อีกไม่นานน้าาาา คิคิ ฝากด้วยนะคะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า ^ ^
      #103-1
  21. #102 N'mew (@3900) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 11:14
    ต่อน้าาาาาาาาาาาาาาา
    #102
    1
    • #102-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      5 พฤษภาคม 2558 / 00:10
      เดี๋ยววันอาทิตย์เจอกันแน่นอนค่า คิคิ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า ^ ^
      #102-1
  22. #101 ilovepp (@ilovepp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 11:01
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ ต้องอ่านให้จบเลยค่อยเม้น อยากบอกว่าสนุกมากๆ ชอบสุดๆค่ะ
    #101
    1
    • #101-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2558 / 18:11
      ขอบคุณมากๆๆเลยนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ > < อาจจะลงน้อยไปหน่อย อาทิตย์ละครั้ง แต่ช่วยติดตามด้วยนะคะ รับรองว่าถ้าเขียนเสร็จจะมาลงให้เยอะกว่านี้แน่นอนค่ะ ฝากด้วยนะคะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ^ ^
      #101-1
  23. #100 pim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 10:48
    รออยุนะคะ
    #100
    1
    • #100-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2558 / 18:11
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า ^ ^
      #100-1
  24. #99 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 07:23
    แบรนดอนเป็นพ่อที่เลวร้ายที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด แม่ของไอรักเข้าไปได้อย่างไร???
    #99
    1
    • #99-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2558 / 18:09
      ตอนรักกัน ยังไม่เลวค่ะ 55555555555555+ มาเลวตอนเลิกกันแล้วมาบริหารไดมอนไอเต็มตัว จะบอกว่า แบรนดอนเป็นแค่หมากนะคะ ตัวร้ายจริงๆคืออาราเซะ อันนั้นร้าย+เลวสุดขั้วเลย ฝากติดตามด้วยนะคะ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ^ ^
      #99-1
  25. #98 จอย'ยยย เจโอวาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 21:54
    โอ๊ะโอ... หรือว่าในตุ๊กตาจะมีกล้องซ่อนอยู่ (รึเปล่า) 5555 #ขอคิดมากไว้ก่อน อิอิ >_<&#166;&#166;&#166;

    ยังอ่านไม่จุใจเลยจบตอนซะงั้น แงๆๆ ::>_<::

    ป.ล.ไรเตอร์รีบแต่งไวๆเน้อ เค้าอยากจิอ่านแบบเป็นรูปเล่มใจจิขาดแว้วววว ~T_T~
    #98
    1
    • #98-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2558 / 18:10
      ได้เลยค่า ตอนนี้เริ่มกลับมาแต่งแล้ว ต่อไปอาจจะลงได้มากกว่านี้น้าาา ^ ^ ฝากติดตมด้วยนะคะ ส่วนเรื่องตุ๊กตา... คิคิ มีอะไรบางอย่างแน่นอนค่ะ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #98-1