เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,043 Views

  • 287 Comments

  • 1,392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    187

    Overall
    150,043

ตอนที่ 5 : ตอน3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    3 พ.ค. 58

*** ถึงมิตรรักแฟนๆของตระกูลแวนโคลิก เนื่องจากว่าวันนี้มาลงให้ 7 หน้าเต็มเลย... รอกันมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม อ่านให้จุใจเลย ไรเตอร์เลยใคร่ขอเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะก๊ะ... บางคนอาจจะเบื่อแบบ “ทำไมต้องเม้นด้วย” อาจจะมีคนคิดใช่ป่าววว คือจริงๆเม้นเนี่ยเป็นการให้กำลังใจไรเตอร์ได้อย่างดีเลยนะคะ เพราะอยากรู้ ชอบไหม สนุกไหม มีตรงไหนต้องปรับปรุงหรือเปล่า หรือบางคนแบบนี้ก็มี “ฉันไม่เม้นแต่ฉันซื้อ” (มีมาบอกหลังไมค์จริงๆนะ 5555+) ตะวันอยากจะบอกว่า ขอบคุณมากๆเลยนะคะ แต่ถ้าเม้นให้เค้าด้วย... รักตายเลยยยย > < หรือบางคนแบบนี้ก็มี “ไม่รู้จะเม้นไรอ่ะไรเตอร์” วันนี้เราเลยมีทางออก 5555+ นี่อุตส่าห์ไปคิดหาทางมาให้เลยนะเนี่ย เรื่องของเรื่องอยากได้เม้น แต่ไม่อยากตั้งเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น ไม่อยากบังคับด้วย แต่อยากขอความร่วมมือและความเต็มใจจากทุกคนมากกว่า ^ ^

--- สำหรับใครที่ขี้เกียจเม้น เรามีทางออก 5555+ ด้วยการเม้นเป็นเลขก็ได้ ดังนี้ค่ะ

1.ชอบมากๆๆ 2.ชอบ 3.พอได้ 4.ไม่สนุกเลย (4ข้อก็พอเนอะ 5555+) ไม่รู้เม้นอะไรคุณใช้ตัวเลือกเลขพวกนี้ได้เลยค่ะ คิคิ (หวังว่าจะได้ผลนะ 5555+ แต่ถ้ามีเขียนต่อท้ายมาด้วยบอกเหตุผลก็... ปริ่ม ฟิน อิน น้ำตาพราก ขอบอก ยกเว้นอย่าด่าเค้านะ 55555555555555+ )  อาจจะมีคนสงสัยว่า ทำไมไรเตอร์ต้องทำขนาดนี้ด้วย? คืองี้ค่ะ เนื่องจากว่าช่วงที่ผ่านมา มันไม่ค่อยจะมีเม้นเลย... ยอดเม้นน้อย ยอดแฟนพันธุ์แท้ก็น้อย ยอดวิวยิ่งรันทด ฮรึก... (TT^TT)  จริงๆนะ แล้วไรเตอร์ก็ไม่รู้ว่าที่ไม่เม้นกันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ไอ้เราก็คิดมากนะ คิดไปไกลละ เรื่องฉันไม่สนุกใช่ไหม 55555+ ก็เลยคิดว่า เอ... จะเอาไงดี ก็เลยหาทางออกเป็นให้เม้นเลขแทน ชั่วคราวไปก่อน แต่อย่างที่บอกค่ะ จริงๆก็อยากได้เป็นข้อความมากกว่าแต่ก็ไม่อยากบังคับ ก็เลยลองวิธีนี้ดู 55555 ---

--- มีคนถามเข้ามาเยอะมากในเพจ อันด้วยเรื่อง “รูปเล่ม” ยังไม่มีคำตอบนะคะ เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน 5555+ แต่ถ้ามีคำตอบที่ชัดเจนจะรีบมาบอกอีกทีค่า ---

--- มีคำถามมาอีก “แต่งได้เยอะยัง” ขอบอกว่า 50 หน้าอยู่เลย สารภาพ 55555+ ตอนนี้ไรเตอร์กำลังเขียนเรื่อง “ลิขิตรักใยเสน่หา” (ป๋าโดมินิกกับหนูพิมพ์วรีย์ (แอบขายของ) อยู่) เสร็จจากเรื่องนี้จัดเต็มที่ “เด็ดหัวใจมาเฟีย” และ “กามเทพพิสูจน์รัก” ของป๋าวิลเลี่ยม รับรองว่า ไม่ให้นานเกินรอแน่นอนนน ---

--- คำถามสุดท้าย “ทำไมลงน้อยจังแค่วันอาทิตย์!” จริงๆอธิบายไปตั้งแต่เปิดเรื่องนี้แล้ว แต่เค้าจะอธิบายอีกรอบนะค้า ^ ^ คือว่า เค้าแต่งไปลงไป ที่มีสต็อกก็แค่ 50 หน้าเอง ต้องรีไรท์ใหม่ด้วย จึงลงให้ตามปกติ ที่ชอบลงอาทิตย์ละ 3-4 วันไม่ได้นะคะ แต่ว่า!! สัญญาถ้าเรื่องเสร็จแล้วจะรีบมาลงให้มากกว่า 1 วันแน่นอนค่า ช่วยอดทนไปด้วยกันก่อนน้า อาจจะขาดตอนบ้าง แต่จะพยายามรีบเขียนรีบมาลง ฝากป๋าวิกเตอร์ด้วยนะคะ อย่านอยด์ว่าแบบ เฮ้ยลงช้าว่ะ เลิกอ่านน้า > < ---
 

           วิกเตอร์เดินลงมาจากอพาร์ทเม้นของหญิงสาวยังมิวายคอยมองสำรวจรอบข้างตั้งแต่ด้านหน้าจนมาถึงหน้าซอยเพราะกลัวว่าพวกกลุ่มอันธพาลเมื่อครู่จะตามรอยมาถึงนี่แต่เมื่อไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติอะไรชายหนุ่มก็ค่อนข้างเบาใจ เขาเดินตรงมาจากซอยเพื่อไปยังรถที่จอดเอาไว้ พลางยกยิ้มเมื่อนึกถึงความน่ารักของร่างบางที่เขาเพิ่งไปส่ง กลิ่นหอมประจำตัวของเธอยังติดอยู่ที่เสื้อคลุมของเขาอยู่เลย

          ชายหนุ่มเดินมาถึงที่รถหรูของตัวเองก็เจอเข้ากับร่างสูงโปร่งของคนสนิทที่กำลังยืนคอยอยู่แล้วพอเห็นเขาก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาเป็นกังวล วิกเตอร์แอบเห็นความโล่งอกในใบหน้าของเชสด้วยนั่นแปลว่าอีกคนคงกำลังกังวลใจกับเขาอยู่แน่ๆ

          “คุณวิกเตอร์!” เชสเดินตรงมาและเรียกชื่อเจ้านายอย่างเป็นห่วง

          “ว่าไง ฉันนึกว่านายอยู่บ้าน” ชายหนุ่มหยุดยืนที่ข้างรถของตัวเอง แขนข้างหนึ่งเท้าบนหลังคารถจ้องมองคนสนิทด้วยท่าทางสบาย

          “ไปไหนมาครับนั่น แล้วหน้าไปโดนอะไรมา” เชสถามอย่างสงสัยเพราะเจ้านายกลับบ้านช้าเกินกว่าเวลาที่ควรจะเป็น ไปกลับจากบ้าน โรงพยาบาลนั้นไม่น่ากินเวลาเป็นชั่วโมงแต่นี่ชายหนุ่มหายไปเกือบสองชั่วโมง จึงทำให้คนสนิทที่ไม่ได้ติดตามมาด้วยเป็นห่วง เมื่อเช็คจีพีเอสที่ติดรถของวิกเตอร์ก็รีบตรงมาทันที โชคยังดีที่เห็นเจ้านายปกติแม้จะมีรอยฟกช้ำดำเขียวเหมือนผ่านการต่อสู้มาก็ตาม และนึกโชคดีอีกเรื่องที่รถทุกคันของตระกูลแวนโคลิกมีจีพีเอสเอาไว้ติดตามเผื่อว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

          “มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ กลับบ้านเถอะ มัมคงเป็นห่วงแย่” วิกเตอร์ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้คนสนิทฟังเพียงแค่ตัดบทเท่านั้นก่อนจะเปิดประตูรถและสอดตัวเข้าไปด้านใน เชสเองก็รีบวิ่งไปยังรถอีกคันของตัวเองและขับออกไปตามเจ้านายติดๆเพื่อกลับไปยังคฤหาสน์แวนโคลิก

          เมื่อกลับมาถึงที่บ้านวิกเตอร์ไม่ได้เดินเข้าบ้านหลังใหญ่เหมือนทุกทีแต่เดินเลี่ยงไปทางปีกซ้ายซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านของเขาซึ่งเป็นบ้านส่วนตัวตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน โดยที่วินเซนต์ยังทำบ้านแบบนี้ไว้ให้สำหรับวิลเลี่ยมและโรสด้วย เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกทุกคน เนื่องจากไม่อยากให้แต่ละคนย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินกลับเข้าไปในบ้านของตัวเองนั้นก็ไม่ลืมกำชับคนสนิทที่ตามมาด้วยว่าเรื่องนี้ห้ามบอกเพียงดาว เขาไม่อยากให้คนเป็นแม่รู้สึกเป็นห่วง ซึ่งเชสก็รับคำสั่งแต่โดยดีก่อนที่จะเดินกลับไปยังที่พักของตัวเองเหมือนกัน

          วิกเตอร์เปิดประตูกระจกบานเลื่อนเข้าไปในบ้านของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยโทนสีขาวเกือบทั้งหมดเพราะชายหนุ่มชอบอะไรที่ดูสะอาดและสบายตา อีกทั้งบ้านหลังนี้เขายังมีส่วนร่วมในการออกแบบเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเป็นสไตล์ของนักธุรกิจ ผู้บริหารหนุ่มในวัยสามสิบปีคนนี้

          ร่างสูงเดินขึ้นชั้นบนเพื่อตรงไปยังห้องนอนที่อยู่สุดทางเดิน เขาเปิดบานประตูเข้าไปเดินไปยังห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรกเพราะอยากจะอาบน้ำเตรียมเข้านอน วิกเตอร์ถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังตามด้วยเสื้อยืดออกเผยให้เห็นหุ่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามแบบฉบับของคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้จะไม่บึกบึนเท่ากับน้องชายฝาแฝดที่เป็นทหารของตัวเองก็ตามแต่มันก็ทำให้สาวๆที่ได้เห็นแทบคลั่งได้ไม่ยากเหมือนกัน ร่างสูงปลดกระดุมรูดซิปกางเกงของตัวเองออก จากนั้นก็เก็บเสื้อผ้าตัวเองเพื่อที่จะใส่ตะกร้าแต่แล้วอะไรบางอย่างก็ตกลงมาจากกระเป๋ากางเกง ทันทีที่เห็นเขาก็รู้สึกนึกไปถึงใบหน้าสวยหวานที่เป็นเจ้าของสิ่งนี้

          วิกเตอร์วางเสื้อไว้ในตะกร้าผ้าและหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูขึ้นมา มันยังมีคราบเลือดของเขาอยู่เลยและเธอก็ใจดีให้เขายืม ชายหนุ่มเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่มีอ่างล้างหน้าตั้งอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่และกินเนื้อที่ยาวสองเมตร เปิดน้ำลงในอ่างและจัดการซักผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยนี้ด้วยมือของตัวเอง เกิดมาเขาก็เพิ่งเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก อาจจะเพราะวิกเตอร์ผู้เก็บความรู้สึกและรักความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้ใครล่วงรู้ จึงคิดว่าการทำเองจะเป็นการเก็บความลับได้ดีกว่า

          เมื่อจัดการผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเรียบร้อยแล้ว เขาก็จัดการตัวเองด้วยการอาบน้ำ แช่ในอ่างขนาดใหญ่ หลับตาลงอย่างผ่อนคลายแม้ใบหน้าจะได้แผลมาแต่ก็ไม่นึกเจ็บสักเท่าไหร่นัก แต่ในใจกลับคิดไปถึงขาขาวๆของคนที่เขาช่วยทำแผลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แค่นึกถึงความขาวจู่ๆร่างกายก็ร้อนผ่าวทำให้ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมามองเพดานอย่างไม่อยากจะเชื่อ

          “บ้าฉิบ! นี่แค่ความขาวทำให้แกมีอาการเลยเหรอวะวิกเตอร์!” ชายหนุ่มสบถใส่ตัวเอง พยายามหลับตาลงอีกครั้งแต่ก็ไม่อาจจะสลัดภาพของหญิงสาวได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มลุกขึ้นจากอ่างน้ำและตรงไปยังคอกฝักบัว เดินเข้าไปภายในเปิดน้ำเย็นจัดราดรดตัวเองทันที เพื่อดับความร้อนรุ่มที่จะประทุ เมื่อรู้สึกดีขึ้นเขาก็เดินออกมาจากนั้นก็เช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเป็นชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขายาว จากนั้นไม่ลืมคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนสีชมพูออกไปตากไว้ตรงระเบียงด้วยและไม่ลืมหาอะไรทับมันเอาไว้ราวกับว่ามันเป็นของสำคัญ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย วิกเตอร์ที่ล้ามาแล้วทั้งวันก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงคิงไซส์จากนั้นก็หลับไปแทบจะทันทีโดยที่ในฝันก็ยังมีภาพของไอรดาตามหลอกหลอนอีกด้วย

 

          เช้าวันรุ่งขึ้นไอรดาเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตปรือขึ้นอย่างง่วงงุน เริ่มขยับตัวเล็กน้อยสายตาเหลือบไปมองนาฬิกาตรงโต๊ะหัวเตียงก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเธอกำลังจะสาย! หญิงสาวลุกขึ้นยืนแม้จะยังตึงๆที่แผลแต่ก็ไม่มากนัก รีบเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปทำงานพิเศษของตัวเองต่อ อดจะก่นด่าชายหนุ่มเมื่อคืนไม่ได้ที่แนะให้เธอกินยา ผลก็คือเธอไปทำงานสาย ยังดีที่ว่าวันอาทิตย์แบบนี้ไม่ต้องไปส่งนมกับหนังสือพิมพ์ มีแค่งานร้านอาหารเท่านั้นเอง

          ไอรดาเริ่มเช็ดโต๊ะจัดเตรียมเพื่อที่จะเปิดร้าน ระหว่างที่ทำงานอยู่นั้น มายาเพื่อนร่วมงานรูปร่างอวบอิ่มเดินเข้ามาเช็ดโต๊ะเดียวกับเธอ หญิงสาวตั้งใจจะผละไปเช็ดโต๊ะอื่นในเมื่อมีคนทำแทนแล้วแต่เสียงของเพื่อนร่วมงานก็ดังขึ้นมาเสียก่อน คำถามทำให้มือสวยชะงัก

          “เธอสนิทกับครอบครัวแวนโคลิกเหรอ ฉันเห็นเขาทักเธอด้วยวันก่อนน่ะ”

          “เปล่า” หญิงสาวตอบกลับ จากนั้นก็ย้ายไปทำโต๊ะอื่นแต่มายาก็ยังไม่เลิกตามด้วยความอยากรู้ ไม่มีใครในลอนดอนที่ไม่รู้จักตระกูลแวนโคลิกที่ทั้งโด่งดัง ร่ำรวยมหาศาล ที่สำคัญลูกชายของบ้านนี้ก็หล่อเหลาเอาการทั้งสองคนอีกด้วย จึงไม่แปลกที่สาวๆค่อนประเทศอยากจะเป็นสะใภ้ตระกูลนี้กันนัก

          “เปล่าอะไร ฉันเห็นนะ พวกเธอเดินออกจากร้านไปด้วยกัน” มายายังจับผิด

          “เปล่าก็เปล่าสิ มันก็แค่บังเอิญ แล้วเธอมาซักไซ้ฉันจะเอาอะไรล่ะ ห๊ะ” ไอรดาเริ่มถามอย่างหงุดหงิดเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าพูด

          “ก็อยากจะเตือนด้วยความหวังดี คนระดับนั้นเขาไม่มองเราหรอก โดยเฉพาะคุณวิกเตอร์!” เมื่อรู้จุดประสงค์แล้วหญิงสาววางผ้าไว้ในมือก่อนที่จะยืนกอดอกจ้องมองเพื่อนร่วมงาน

          “นี่เธอคงไม่คิดว่าฉันชอบเขาหรอกนะ” ไอรดาถามอย่างสงสัย

          “ไม่มีใครไม่ชอบวิกเตอร์ แวนโคลิกหรอก ใครๆก็อยากได้เขาทั้งนั้น หรือเธอจะปฏิเสธล่ะ” มายาจ้องมองเหมือนต้องการหาคำตอบและคำตอบของไอรดาก็จริงจังจนอีกคนอึ้งไปเหมือนกัน

          “ฉันปฏิเสธ เพราะฉันไม่ชอบผู้ชายปากร้ายคนนั้นหรอกย่ะ ถ้าเธอชอบก็ชอบไปคนเดียวแล้วกัน!

          พูดเสร็จก็เดินเลี่ยงเข้าไปทางด้านหลังร้าน เดินเลยไปยังห้องน้ำ นึกขุ่นเคืองยิ่งเห็นท่าทางของมายาเหมือนดูถูกเธอเสียเต็มประดา ทำให้หญิงสาวมองตัวเองในกระจก ใบหน้าของชายหนุ่มที่ช่วยเธอเมื่อคืนก็ฉายแว็บขึ้นมานั่นทำให้เธอบ่นเบาๆกับกระจก

          “ดูสิ ตัวไม่อยู่แต่ก็ยังสร้างปัญหา!

          เมื่อยืนบ่นเพียงลำพังนอกจากเขาจะเป็นตัวปัญหาสำหรับเธอแล้ว ตอนนี้เขากำลังจะเป็นเป้าหมายของเธอด้วย คิดเรื่องนี้หญิงสาวก็รู้สึกหนักใจ เพราะอย่างน้อยเพียงดาวก็ดีกับเธอ และเขาเองก็ช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อคืน ไอรดาถอนหายใจพรูออกมาเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใด เธอต้องทำตามคำสั่งของคนเป็นพ่อเท่านั้น เพราะยังไงพ่อของเธอก็ต้องมาก่อนคนอื่นอยู่ดี

         

          สำหรับคนที่ถูกบ่นถึงนั้นก็ยังหยุดอยู่บ้านเหมือนเดิมเพราะเป็นวันอาทิตย์ หลังจากทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัวที่บ้านหลังใหญ่แล้ว แม้จะโดนซักถามเรื่องบาดแผลบ้างเล็กน้อยแต่เขาก็โกหกกลับไป ก่อนจะขอตัวกลับมาที่บ้านของตัวเอง นั่งเหม่อมองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ ในมือก็ถือผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหวานที่แห้งและสะอาดเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มใจลอยไปถึงเจ้าของผ้าเช็ดหน้าไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ ทำงานพิเศษทีไหน เขายอมรับกับตัวเองได้เมื่อเช้าว่าไม่อาจจะสลัดภาพของหญิงสาวออกไปได้เลยจริงๆ ความใจลอยนี้ทำให้ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีผู้มาใหม่เข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว

          เพียงดาวที่ถือจานขนมเข้ามาภายในบ้านก็นิ่วหน้าพลางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกันด้วยความอยากรู้ว่าลูกชายมองอะไรอยู่ แต่ก็ไม่พบเลยมาจ้องมองลูกชายคนโตอีกครั้งเห็นในมือหนาถือผ้าเช็ดหน้าสีชมพู ความคิดแรกของคนเป็นแม่มั่นใจว่าต้องเป็นสาวไหนสักคนแน่ๆ เพราะเธอไม่เคยซื้อผ้าเช็ดหน้าสีชมพูให้ลูกชายแน่ๆ

          “อะแฮ่ม... ของใครกันจ๊ะ สาวไหนเหรอ”

          เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งหันไปมองพอเห็นว่าเป็นแม่ของตัวเองก็รีบซ่อนผ้าเช็ดหน้าลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปโอบเอวของเพียงดาวพร้อมกับดึงรั้งคนเป็นแม่นั่งลงบนโซฟาตัวหรูของตัวเอง

          “อะไรครับเนี่ย หอมจัง” วิกเตอร์เปลี่ยนเรื่องมองขนมในจานที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะกระจกด้านหน้าของโซฟา

          “ทูเร่จ้ะ ว่าแต่ยังไม่ได้ตอบคำถามมัมเลยนะ ว่าผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหวานผืนนั้นน่ะของใครกัน” เพียงดาวจ้องมองอย่างอยากรู้ ใบหน้าสูงวัยแต่ยังคงความสวยไม่สร่างจับจ้องลูกชายด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเห็นอาการนิ่งไปแต่ใบหูแดงนี่ชัดเจน ลูกชายของเธอกำลังเขิน!

          “เปล่านี่ครับ” วิกเตอร์ยังปฏิเสธ

          “แต่มัมจำได้นะ ไม่เคยซื้อผ้าเช็ดหน้าสีชมพูให้ลูกสักที” เพียงดาวยังไล่ต้อนต่อไป เพราะลูกชายคนโตไม่เคยมีข่าวคบหาใครเลยสักคน แม้จะควงเล่นไปบ้างก็ประปราย ต่างจากลูกชายคนกลางที่ได้นิสัยพ่อมาแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ควงสาวไม่ซ้ำหน้าทุกครั้งที่กลับมาจากกองทัพ

          “เอ่อ... ไม่ใช่ของผมครับ” วิกเตอร์รีบปฏิเสธ เพียงดาวยิ้มอย่างเอ็นดู ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนสำหรับคนเป็นแม่ลูกก็ยังเหมือนเด็กเสมอ

          “งั้นของสาวไหนล่ะจ๊ะ” เพียงดาวถามย้ำอีกครั้ง

          เมื่อโดนคนเป็นแม่ถามจี้และรู้นิสัยดีว่าหากอยากรู้อะไรต้องได้รู้แต่เขาจะไม่มีวันบอกว่าเป็นไอรดาแน่ๆไม่งั้นมีหวังคนโดนแซว ฉับพลันสมองชาญฉลาดก็คิดหาทางรอดออกพอดิบพอดี

          “ของน้องครับ น้องทำตกไว้ในรถ เมื่อคืน” ชายหนุ่มหาทางออก เพียงดาวได้ยินก็หรี่ตา รู้ได้ทันทีว่าลูกชายโกหก ยิ่งเป็นแบบนี้คนเป็นแม่ก็ยิ่งอยากรู้

          “จริงเหรอ งั้นเอามาให้มัมสิ... มัมจะไปคืนน้องเอง” เพียงดาวแบมือ ลูกชายก็รีบปฏิเสธ

          “เดี๋ยวผมเอาไปให้เองก็ได้ครับ ผมว่า... เรามาทานทูเร่ที่มัมทำมาดีกว่าไหมครับ หายร้อนแล้วเดี๋ยวไม่อร่อย” วิกเตอร์เปลี่ยนเรื่องก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมที่คนเป็นแม่ทำมาก่อนจะกินเข้าไป เพียงดาวเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มเอ็นดู

          “อร่อยไหม” เพียงดาวเอ่ยปากถาม

          “มัมทำอะไรก็อร่อยที่สุดแหละครับ” วิกเตอร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

          “ปากหวาน กับสาวอื่นจะปากหวานแบบนี้หรือเปล่านะ” เพียงดาวถามอย่างสงสัย

          “ไม่หรอกครับ คำพูดนี้ใช้กับมัมคนเดียว” วิกเตอร์ตอบกลับ

          “ไม่จริงหรอก เดี๋ยวตอนลูกมีภรรยานะ หวานจนลืมมัมแน่ๆ” เพียงดาวยังพูดต่อรู้ดีว่าลูกชายต้องมีครอบครัวสักวันและตอนนี้ก็อยากอุ้มหลานจะแย่แล้ว

          “ไม่มีวันนั้นหรอกครับ ผมไม่มีทางรักผู้หญิงคนไหนมากกว่ามัมแน่ๆ” เมื่อเห็นลูกชายยืนยันหนักแน่นก็ไม่อยากค้านด้วยรู้ดีว่าของแบบนี้เจอเองแล้วก็จะรู้

          “มัมจะคอยดูแต่เมื่อไหร่จะหาสาวๆมาให้มัมดูตัวบ้างล่ะลูก มัมอยากอุ้มหลานจะแย่” เพียงดาวกระเซ้าถาม

          “ผมว่ามัมไปบอกวิลล์จะได้ผลกว่านะครับ รายนั้นสาวๆในสต็อกเพียบพร้อมจะเป็นแม่ของลูกได้เป็นโหล” คำพูดตรงไปตรงมาของลูกชายทำให้คนเป็นแม่ตีแขนเข้าให้แต่ไม่แรงมากนัก

          “อย่าพูดแบบนั้นเชียว มัมยิ่งกลัวอยู่ วิลล์น่ะรักสนุกมากเกินไปจนมัมกลัวว่าจะไปพลาดท่าทำใครเขาท้องเข้าเสียก่อนน่ะสิ” เพียงดาวบอกอย่างกังวลสำหรับลูกชายคนกลาง

          “มัมอย่าห่วงเลยครับ มันป้องกันอยู่แล้วน่า” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้คนเป็นแม่สบายใจ

          “เอาล่ะ มัมไม่กวนแล้ว วันนี้วันหยุดก็พักผ่อนซะนะ” เพียงดาวลุกขึ้นวิกเตอร์ก็ลุกตามก่อนที่จะจูบแก้มของคนเป็นแม่สองทีจากนั้นก็เดินไปส่งหน้าบ้าน พอคนเป็นแม่ลับสายตาไปแล้วก็ดึงผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมาก่อนที่จะยกยิ้มเพียงลำพังและเก็บมันเอาไว้เหมือนเดิม

                    

          ช่วงค่ำหลังเลิกงาน ริคคนสนิทของแบรดอนก็มาดักรอไอรดาอีกแล้วนั่นทำให้หญิงสาวต้องมาเยือนคฤหาสน์ของคนเป็นพ่อ โชคดีที่วันนี้แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาไม่อยู่ ไม่งั้นคงต้องได้ปะทะฝีปากกันอีกแน่ๆ พอเข้ามาในห้องทำงานของคนเป็นพ่อก็ได้รับการอธิบายถึงเรื่องการโจรกรรมแบบที่จะให้เธอไปทำ นั่นคือบริษัทของวิกเตอร์ หญิงสาวเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ไม่มีรายไหนที่รู้สึกแย่เท่ารายนี้มาก่อนเลย ทั้งรู้สึกผิดและกลัว กลัวว่าถ้าหากพวกเขารู้ว่าคนที่ทำดีด้วยกลายเป็นงูเห่าแว้งกัด เท่ากับว่าเธอผิดบาปได้สร้างรอยแผลให้กับพวกเขา อีกทั้งเธอก็กลัวว่างานนี้จะพลาดเนื่องจากแวนโคลิกเป็นบริษัทที่ใหญ่โตมาก วิกเตอร์เองก็ฉลาดไม่น้อย มีความสามารถและเก่งไม่อย่างนั้นคงไม่พาแวนโคลิกมาไกลกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

          “สัญญาได้ไหมคะ...ว่ามันจะเป็นงานสุดท้าย” ไอรดาพูดขึ้นเสียงเรียบ จ้องมองใบหน้าสูงวัยที่ทั้งรักและเคารพแม้จะรู้สึกผิดหวังที่อีกคนให้เธอทำงานพวกนี้ก็ตาม

          “แน่นอนลูก บริษัทนี้จะเป็นที่สุดท้ายแล้ว... พ่อต้องการแบบเพชรของมันให้ได้มากที่สุด”

          “ไม่ใช่แค่คอลเลคชั่นมาสเตอร์พีซหรอคะ!” พอได้ยินคนเป็นพ่อว่าแบบนั้นหญิงสาวก็เลิกคิ้วด้วยความสงสัยทันที ส่วนริคก็สบตาคนเป็นเจ้านายด้วย แบรนดอนถอนหายใจก่อนจะบอกลูกสาวในสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว

          “แบบของแวนโคลิก มักจะได้รับความนิยมเสมอ พ่อเลยอยากได้ ไหนๆลูกจะเข้าไปเอาแล้ว.. .ก็เอามาให้ได้มากที่สุดแล้วกันนะ” แบรนดอนว่าอย่างไม่มีท่าทีรู้สึกผิด ทำให้ไอรดาได้แต่กลืนก้อนสะอื้นเข้าไปในอก

          “พ่อคะ แต่หนูเห็นแบบที่บริษัทของพ่อตั้งหลายอัน มันก็สวยดีนี่คะ แล้วทำไมเราถึงต้องไปเอาของคนอื่นมาด้วย” ไอรดาถามอย่างไม่เข้าใจ

          “แบบของเราสวยก็จริง แต่มันไม่เป็นที่นิยมไม่ว่าจะทำออกมากี่แบบต่อกี่แบบ ทางแวนโคลิกก็ตีกระเจิงหมดเพราะฉะนั้นถ้าเราได้แบบมันมา เราจะขึ้นเป็นที่หนึ่งได้ไม่ยาก!

          ท่าทางกระหายอยากจะเป็นที่หนึ่งฉายชัดออกมาจนหญิงสาวรู้สึกสงสารคนเป็นพ่อเหลือเกินที่ตกอยู่ในวังวนของความโลภ แม้จะเคยพยายามโน้มน้าวใจแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อรู้ความต้องการของคนเป็นพ่อเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ไม่อยากจะอยู่ต่ออีก เธอลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยบอก

          “หมดธุระแล้วหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”

          “ไอ... ให้ริคไปส่งนะลูก” แบรนดอนรั้งลูกสาวไว้ก่อน ริคก็เตรียมจะเดินออกไปเพื่อเตรียมรถ แต่ผู้หญิงใจแข็งอย่างไอรดาก็ปฏิเสธแทบจะทันที

          “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

          พูดเสร็จก็เดินออกไปจากห้อง แบรนดอนไม่ได้เซ้าซี้อีกในขณะที่คนสนิทก็ชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะหยุดอยู่ที่เดิมพร้อมกับมองคนเป็นนายที่ดูจะหนักใจเรื่องนี้ไม่น้อยโดยเฉพาะเรื่องของไอรดาเอง

          “เป็นอะไรหรือเปล่าครับเจ้านาย” ริคเห็นสีหน้าก็อดจะถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้

          “คิดเรื่องไอนั่นแหละ”

          พูดเสร็จก็ถอนหายใจอีกครั้งรำลึกไปถึงความหลังระหว่างเขากับแม่ของไอรดา เขานั้นหลงรักแม่ของหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็นตอนเธอมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่ จากนั้นก็กลายมาเป็นเพื่อนแล้วก็ขาดการติดต่อกันไปตอนที่เธอกลับประเทศไทย แม้ทั้งคู่จะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันแต่ก็ไม่ได้พบเจอกันอีก แบรนดอนต้องแต่งงานกับโซเฟียผู้หญิงที่คนเป็นแม่หาให้และเริ่มเข้าบริหารงานที่ไดมอนไอ จากนั้นเข้าต้องเดินทางประชุมที่ประเทศไทยแต่คงเป็นเพราะพรหมลิขิตทำให้เขาได้เจอกับแม่ของไอรดาอีกครั้งที่นั่น เมื่อหัวใจสองดวงเต้นจังหวะเดียวกัน ทั้งคู่เลยตัดสินใจที่จะสร้างครอบครัวอยู่ที่นั่นด้วยกัน แบรนดอนไม่ยอมบอกเรื่องที่ตัวเองแต่งงานแล้ว ในขณะที่เขาเองก็โทรศัพท์ไปบอกคนเป็นแม่ว่าต้องการจะอยู่กับแม่ของไอรดา แต่เมื่อไม่ได้รับการอนุญาต เขาก็สละทุกอย่างทิ้งและอยู่กับหญิงสาวจนเธอตั้งครรภ์และคลอดไอรดานั่นเอง

          หลังจากไอรดาคลอดได้แค่สามวันเท่านั้น ริคก็เดินทางมาตามหาเขาและแจ้งว่าแม่ของเขานั้นเสียชีวิต ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบกลับไปร่วมงานและไม่ลืมสัญญาว่าจะพาลูกเมียไปด้วย แต่พอกลับไปแล้วแบรนดอนก็ไม่ได้บินกลับมาอีกเลย เพราะธุรกิจเริ่มระส่ำระสายทำให้เขาต้องพยุงกิจการไปก่อน อีกทั้งพยายามติดต่อแม่ของไอรดาก็พบว่าเธอไม่อยู่ที่เดิมแล้วจนกระทั่งรู้จากเรน่าที่มาอาละวาดว่าอีกคนเป็นคนจัดการ โดยการโทรศัพท์ไปบอกความจริงและด่าทอ ทำให้แบรนดอนรู้ว่าสาเหตุที่เมียของเขาหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่นก็เพราะเมียที่กอดทะเบียนสมรสของเขานั่นเอง ทำให้เขาในตอนนั้นโกรธเรน่ามากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ส่งคนตามหาทั้งคู่อย่างเงียบๆเท่านั้นเอง

          จนในที่สุดสองปีที่แล้วริคได้พบรายละเอียดของไอรดา และนั่นทำให้เขาเจอลูกน้อยที่เพิ่งได้เห็นครั้งแรกตอนเธอเกิดได้สามวันเท่านั้นเองและพบความจริงอันปวดร้าวเมื่อรู้ว่าแม่ของไอรดาเสียชีวิตไปแล้วนั่นทำให้เขารับลูกสาวคนนี้มาอยู่ด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็กลายเป็นผิดแผน เมื่อเรน่าและโซเฟียไม่ยอมเปิดรับลูกสาวคนนี้ของเขา แม้แบรนดอนจะยอมรับว่ารักไอรดามากกว่าโซเฟียด้วยซ้ำ พยายามช่วยลูกสาวทุกอย่างแต่สุดท้ายไอรดาก็เป็นฝ่ายตัดสินใจไปอยู่ด้านนอกและไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา นั่นทำให้คนเป็นพ่อนึกเสียใจที่เขาไม่สามารถจัดการปัญหานั้นได้

          “คุณไอเธอใจแข็ง แต่ภายในใจลึกๆเธอก็ต้องรักเจ้านายเหมือนกันแหละครับ” ริคบอก

          “ก็ขอให้เป็นแบบนั้น... แล้วนี่คุณอาราเสะมาหรือยัง” แบรนดอนเปลี่ยนเรื่องถามถึงผู้ร่วมทุนชาวญี่ปุ่น ที่จะมาลงทุนกับบริษัทของเขาและที่สำคัญทั้งคู่มีอุดมการณ์เดียวกันคือโค่นแวนโคลิกและขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง

          “รถกำลังออกมาจากสนามบินครับ” ริคเอ่ยรายงานตามที่ตัวเองได้รับรู้มาจากลูกน้องที่เป็นคนไปรับมาอีกทีหนึ่ง

          “ก็ดี มาแล้วต้อนรับอย่างดีด้วยล่ะ” แบรนดอนกำชับ คนสนิทก็พยักหน้ารับ

          ส่วนทางด้านไอรดาเมื่อกลับมาถึงห้องพักของตัวเองก็ปิดล็อคห้องให้เรียบร้อย หญิงสาววางกระเป๋าเอาไว้ตรงเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบซองสีน้ำตาลเข้มออกมา ภายในเป็นประวัติของชายหนุ่มที่เธอเคยอ่านแล้ว ยิ่งดูก็ยิ่งหนักใจ อีกเพียงอาทิตย์เดียวเธอจะสอบเสร็จแล้วนั่นแปลว่ามันก็ถึงเวลาลงมือด้วยเช่นเดียวกัน

          “เขาจะรู้ไหมนะ ว่ามีสายอยู่ที่บริษัท” ไอรดาพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะเก็บกระดาษไว้ที่เดิม แล้วตัดสินใจส่งข้อความไปหาคนเป็นพ่อทันที เธอคิดเรื่องนี้ระหว่างทางที่เดินกลับมา และนี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของไอรดา

          “เสร็จงานนี้ คืนพาสปอร์ตให้หนูนะคะ หนูจะกลับเมืองไทย”

        เมื่อส่งข้อความเรียบร้อยก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับเธอ หญิงสาวคิดว่าลอนดอนอาจจะไม่เหมาะกับเธออีกต่อไป การกลับไปใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังที่บ้านเกิดเมืองนอนอาจจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่านี้ก็เป็นไปได้ เธออยากจะลบความทรงจำกับเรื่องราวเลวร้ายที่ทำลงไปจากที่นี่ให้หมดและเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่ประเทศไทย...

 

          บ่ายวันต่อมาที่ร้านกาแฟหรูริมทางบนถนนสายหลักของลอนดอน ร่างบอบบางของหญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสสีฟ้าสดใสดูดี ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยเท่านั้นกำลังคลอเคลียกอดแขนของร่างสูงใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ผู้หญิงค่อนประเทศยอมพลีกายให้

          “น่านะ... พี่วิก ให้โรสไปเถอะนะคะนะ” โรส แวนโคลิกกำลังออดอ้อนพี่ชายเธอเพราะอยากจะไปเที่ยวผับกับเพื่อนคนอื่นๆบ้างแต่ดูเหมือนว่าคนเป็นพี่ชายเบื่อที่จะฟังคำขอแล้วเพราะเขาไม่อาจจะปล่อยให้น้องสาวคนเดียวไปเที่ยวได้ ครั้นให้เอาคนสนิทเข้าไปด้วยหญิงสาวก็ไม่ยอม เขาเลยไม่ได้ตอบอะไรแต่จ้องมองออกไปทางนอกหน้าต่างแล้วก็สะดุดกับร่างบางของใครบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เธอยังอยู่ในชุดที่เขาคิดว่าคงเป็นสไตล์การแต่งตัวของเธอแน่ๆ เสื้อยืดพอดีตัวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์แขนยาว ด้านล่างเป็นกางเกงยีนส์สีซีดกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ดวงตากลมโตของเธอกำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ โรสเห็นว่าพี่ชายเงียบไปจึงหันไปมองดูตาม

          “ใครคะ รู้จักเหรอ” โรสเอ่ยถามอย่างสงสัย จ้องมองหญิงสาวคนนั้นจนเธอเดินผ่านไปในขณะที่ชายหนุ่มก็ตอบกลับ

          “เปล่า”

          “เปล่าอะไร เห็นพี่มองอยู่นานสองนาน เขาก็ทำเหมือนว่าจะรู้จักด้วยนะ หรือว่า... แฟน!” โรสพูดขึ้นมาเสียงดังอย่างตื่นเต้นจนคนเป็นพี่ต้องรีบตะครุบปากไว้ทันที

          “เบาๆสิ คนมองใหญ่แล้วเห็นไหม” โรสที่ได้ยินก็รีบเอามือออกและถามต่ออย่างอยากรู้

          “ตกลงแฟนจริงๆเหรอคะ... ตามไปก็ได้นะ โรสไปขึ้นเวรเองก็ได้” น้องสาวบอกอย่างเปิดทางแต่พี่ชายกลับส่ายหน้า

          “ตามไปทำไมล่ะ บอกว่าไม่ได้เป็นแฟน แล้วนี่กินเสร็จยังพี่มีประชุมต่อนะ” วิกเตอร์เสียงเข้มกับน้องสาวซึ่งโรสได้ยินก็อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ ทั้งสองคนเลยเดินออกไปนอกร้านโดยมีเชสรอเปิดประตูให้อยู่แล้ว ไม่นานรถหรูก็เคลื่อนไปสวนทางกับร่างบางที่เดินตรงไปยังอีกทาง

          ไอรดาเดินไปตามทางเรื่อยๆในขณะที่หัวสมองก็ยังขบคิดถึงภาพตรงหน้า หญิงสาวรูปร่างสวยงามแต่งตัวด้วยเนื้อผ้าดูดี มันทำให้เธอคิดว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันอยู่แล้ว เหมือนที่มายาบอกไม่มีผิด เขาไม่มีวันมองผู้หญิงที่ไม่เท่าเทียมหรอก คิดมาได้แบบนี้เธอก็สะบัดศีรษะเล็กน้อย

      “แล้วเราจะไปสนใจทำไมกันนะ” ไอรดาบ่นตัวเองเบาๆจากนั้นก็เดินต่อไปอีกแต่ก็รู้สึกแปลกๆกับภาพนั้นเหมือนกันท้ายที่สุดเธอเลยบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดกับความรู้สึกและความคิดที่ตีกันวุ่นไปหมด

          “มีแฟนแล้ว สวยซะด้วย เสียดายผู้หญิงชะมัด” ไอรดาว่าก่อนจะยักไหล่ แล้วเดินไปตามทางเพื่อไปทำงานพิเศษแต่ในใจก็ครุ่นคิดถึงเรื่องวิกเตอร์แม้จะพยายามผลักชายหนุ่มออกจากหัวแต่เธอก็ไม่สามารถทำได้เลย
 

**********************************************************************************

 

    *** ตอน 3 นี่ยาวมากนะคะ 14 หน้า A4 แน่ะ 5555+ เพราะงั้น เม้นให้เค้านะ... นี่อ้อน บอกตรงๆ 55555+ ถ้าไม่อยากเม้นทำตามวิธีข้างบนก็ได้ ตัวเลขแทนคำพูด 1 2 3 4 คิคิ ฝากด้วยนะค้าาา เจอกันวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาค่ะ แม้จะมาอาทิตย์ละครั้ง แต่เค้า... เอาเนื้อหามาให้อ่านเยอะเลยนะ ขอบอกกกกกก ^ ^ ***            

               อีกทางด้านหนึ่งใจกลางกรุงลอนดอน ตึกสูงเป็นที่ตั้งของบริษัทไดมอนไอ วันนี้แบรนดอนผู้กุมบังเหียนอยู่นั้นก็ได้มีโอกาสต้อนรับหุ้นส่วนหมาดๆที่เขาได้ทำการตกลงกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน เซ็นสัญญาร่วมเป็นหุ้นส่วนของบริษัทแห่งนี้และวันนี้ทางหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่นอย่างอาราเซะ เจ้าพ่อธุรกิจสถานบันเทิงของญี่ปุ่นก็ได้มาเยือนถึงบริษัทที่ตัวเองมีส่วนร่วม การพบกันของทั้งคู่นั้นก็คงเป็นฝ่ายทางอาราเซะที่สนใจจับธุรกิจด้านนี้แต่ไม่กล้าที่จะลงทุนเป็นของตัวเอง ประกอบกับแบรนดอนเองก็ได้พบเจออีกฝ่ายตอนไปญี่ปุ่น ดังนั้นความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนจึงบังเกิดแม้อายุอานามจะห่างกันหลายปี แต่เรื่องธุรกิจไม่มีปัญหา สำหรับแบรนดอนแล้วขอคนที่เงินถึงเป็นใช้ได้ แต่สำหรับอาราเซะแล้วขอเป็นบริษัทอัญมณีที่เขาเล็งเห็นแล้วว่า เหลี่ยมจัดมากพอที่จะตีแวนโคลิกได้ เขาก็จะเข้าหุ้น และบังเอิญว่าไดมอนไอกำลังมาแรงในช่วงนี้ดังนั้นอาราเซะจึงไม่รอช้าที่จะเข้าร่วมหุ้นทันที โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการร่วมหุ้นครั้งนี้เลยด้วย

          บานประตูห้องประชุมเปิดออก แบรนดอนลุกขึ้นส่งยิ้มให้กับผู้มาใหม่โดยที่มีริคคนสนิทเดินนำหน้าเข้ามา ร่างสูงโปร่ง ขาวซีด ดวงตาเรียวรีชั้นเดียว ผมสั้นซอยอย่างเป็นทรง เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่าชุดสูทสีดำมีการตัดเย็บอย่างประณีต กางเกงสแล็คสีดำก็รีดมาได้อย่างเนี๊ยบ รองเท้ายี่ห้อหรูหราก็ขัดจนมันวาว ถือว่าอาราเซะในวัยสามสิบห้านั้นค่อนข้างสมบูรณ์แบบแม้ไม่ได้หล่อเหลาแต่เพราะความรวยที่มีก็ถือว่าเขาน่าสนใจไม่น้อยและด้านหลังก็มีชายหนุ่มร่างสูงสัญชาติเดียวกันกับผู้เป็นนายเดินตามมาติดๆ โทชิ คนสนิทของอาราเซะนั่นเอง

          “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบกัน” แบรนดอนยื่นมือให้ในขณะที่อาราเซะก็จับเล็กน้อยแล้วปล่อยออกก่อนจะส่งยิ้มทักทายกลับ

          “เช่นกันครับ” เมื่อทักทายกันเสร็จพอเป็นพิธีทั้งสองก็นั่งกันในห้องประชุมโดยที่คนสนิทของแต่ละฝ่ายก็ยืนรอกันอยู่ตรงหน้าประตูปล่อยให้ผู้เป็นนายได้พูดคุยกัน

          “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ผมดีใจที่ได้คุณมาเป็นหุ้นส่วน” แบรนดอนกล่าวด้วยรอยยิ้ม อาราเซะถือหุ้นรองจากเขาแค่ไม่เท่าไหร่เอง ก็ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

          “คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันก็ควรจะต้องทำงานด้วยกัน ไม่ถูกหรือครับ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัยทำให้ผู้กุมบังเหียนหัวเราะชอบใจ

          “แน่นอนสิครับ เป็นหนึ่งในตลาดอัญมณี ผมว่าเราจะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ในอีกไม่นาน” แบรนดอนบอกอย่างมั่นใจในขณะที่อาราเซะก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อใจชายแก่คราวพ่อคนนี้เท่าไหร่นัก

          “แน่ใจหรือครับ” อาราเซะถามย้ำกับคำคุยโวของหุ้นส่วน

          “แน่นอนสิครับ คุณก็รู้ว่าปีที่ผ่านมาและปีนี้เราเติบโตมากแค่ไหน แทบจะเกยทับกับแวนโคลิกที่อยู่อันดับหนึ่งอยู่แล้ว และตัวผมมั่นใจว่าเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ที่เราจะเปิดตัวกันในไม่ช้า มันจะต้องขายดีเทน้ำเทท่า ดังเป็นพลุแตกและทำให้เรามีชื่อเสียง เงินทองมากมาย ที่สำคัญกว่านั้น มันจะทำให้เราเขี่ยแวนโคลิกได้แน่ๆครับ”

          แบรนดอนพูดอย่างมั่นใจ ในขณะที่อาราเซะก็แสยะยิ้มก่อนจะเลือกไดมอนไอเขาก็ให้คนสืบประวัติแต่ละบริษัทก่อนจะมาลงเอยที่นี่เพราะรู้ดีว่าตัวแบรนดอนนั้นไม่ชอบตระกูลแวนโคลิก เขาเลยคิดว่าเลือกบริษัทไม่ผิดยิ่งเกลียดยิ่งไม่ชอบแค่ไหน อาราเซะยิ่งพอใจมากเท่านั้น นั่นแปลว่าอีกฝ่ายอยากจะเห็นตระกูลนั้นย่อยยับไม่ต่างกัน!

          “ไหนๆเราก็เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว ไม่คิดจะบอกแผนการหรือเอาแบบให้ผมดูบ้างหรือครับ” อาราเซะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ถามเสียงเรียบในขณะที่แบรนดอนก็ยกยิ้ม

          “อีกไม่นานครับ คุณจะได้เห็นถึงความอลังการของมันแน่ ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง แล้วคุณจะรู้ว่าการมาร่วมหุ้นกับเรา... มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม” ยิ่งเห็นเจ้าของบริษัทพูดอย่างจริงจังเขาก็ยิ่งคิดว่า หากไม่มีแผนดีแผนเด็ดคงไม่กล้ามั่นใจขนาดนี้แน่ๆ

          “หวังว่าผมจะตื่นตะลึงกับมันนะครับ” อาราเซะถามกลับยิ้มๆ

          “มันจะเป็นยิ่งกว่านั้นแน่นอน”

          “ถ้ามันล้มแวนโคลิกได้จริงๆ แล้วเราขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ผมมีของขวัญพิเศษจะมอบให้ด้วยนะครับ” กลายเป็นอาราเซะได้ทำให้แบรนดอนสงสัยบ้าง        

          “อะไรหรือครับ”

          “เซอร์ไพรส์ครับ” อาราเซะตอบกลับแล้วส่งยิ้มในขณะที่แบรดอนเองก็สงสัยมานานเหมือนกันเกี่ยวกับแวนโคลิกและอาราเซะจึงเอ่ยปากถามในวันนี้เสียเลย

          “ไม่ทราบว่าคุณเคยรู้จักแวนโคลิกมาก่อนหรือเปล่าครับ ผมดูคุณไม่ค่อยชอบตระกูลนั้นเท่าไหร่เลย” อาราเซะได้ยินคำถามก็แสยะยิ้มเล็กน้อย

          “เป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอครับที่เราจะไม่ชอบคู่แข่ง ตอนนี้ผมอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกนั้น ผมย่อมอยากขึ้นไปอยู่ที่สูง เหยียบคู่แข่งให้จมดิน... หรือคุณไม่คิดแบบนั้น” อาราเซะตอบตามตรงแต่ไม่ได้ลงลึกรายละเอียดสิ่งที่ฝังหัวเขาเอาไว้ตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงทุกวันนี้ ไม่ได้บอกให้รู้ว่ามีความแค้นอะไรกับคนตระกูลนั้น แบรนดอนที่ได้ยินก็คิดตามก่อนจะพยักหน้ารับเห็นด้วย

          “ใช่ครับ” เมื่อได้ยินอีกคนคล้อยตามอาราเซะก็ชอบใจความโง่ซื่อของอีกฝ่าย นั่นง่ายต่อการหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมือในการทำลายแวนโคลิกอย่างที่เขาต้องการจริงๆ

          “หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะครับ” อาราเซะย้ำอีกครั้ง

          “แน่นอนที่สุดครับ แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้คุณพักที่ไหน ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า มีอะไรให้เราช่วยไหม” แบรนดอนถามอย่างใจดี พยายามเอาใจเพราะอาราเซะไม่ใช่แค่หุ้นส่วนแต่เขายังเป็นฝ่ายให้เงินทุนก้อนโตเพื่อผลงานชิ้นมาสเตอร์พีชที่จะออกสู่สายตาในอีกไม่นานนี้ด้วย

          “ผมมีที่พักที่ดีเยี่ยมอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจ เย็นนี้ถ้าคุณไม่ติดอะไรทานอาหารร่วมกันสักมื้อนะครับ” อาราเซะเอ่ยชวนในขณะที่อีกคนก็ตอบรับ

          “ยินดีครับ แต่ผมขอเป็นเจ้าภาพอาหารมื้อเย็นแล้วกัน ถือว่าเป็นการต้อนรับหุ้นส่วนคนใหม่” แบรนดอนกล่าวเสนออย่างเอาใจ

          “ยินดีครับ”

           ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนที่แบรนดอนจะพาเดินทัวร์ภายในบริษัทพร้อมกับอธิบายแต่ละแผนกของตัวเองและการทำงานของที่นี่ แม้ใจของอาราเสะอยากจะรู้แผนการเกี่ยวกับชุดเครื่องเพชรที่แบรนดอนมั่นใจนักหนาว่าจะโค่นแวนโคลิกได้เหลือเกินแต่ในเมื่ออีกฝ่ายบอกให้รอเขาก็จะรออย่างใจเย็น แม้อยากจะเห็นความพ่ายแพ้และพินาศหลังจากเมื่อสามสิบปีก่อน พ่อของเขาเคยพ่ายแพ้ให้กับแวนโคลิกถูกวินเซนต์ฆ่าตายอย่างเวทนา และวันนี้เขาจะต้องมาทวงคืน!

          เพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นลูกของนากามูระ แก๊งยากูซ่าที่โด่งดังเมื่อสามสิบปีก่อนเคยมีเรื่องกับวินเซนต์ก่อนหน้านั้นและพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายจนต้องจบชีวิต เขาจึงรอวันที่จะล้างแค้น ทรัพย์สมบัติที่พ่อของเขาโอนมาเป็นชื่อเขาไว้ตั้งแต่เล็กนั้น วันนี้เขาได้เอามันมาเพิ่มพูนโดยการบุกตลาดยุโรปพร้อมกับดำเนินธุรกิจมืดอย่างเงียบๆ ในประเทศของตัวเองสร้างธุรกิจและเครือข่ายขึ้นมาใหม่ไม่ต่างจากคนเป็นพ่อ ตอนนี้ตัวเขาเองกำลังขยายธุรกิจมืดมายังลอนดอนด้วย และเขาก็รอวันที่จะล้างแค้น... ไดมอนไอถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เขาจะต้องใช้มือของไดมอนไอโค่นล้มแวนโคลิกแม้จะไม่ทั้งหมดแต่เขาก็อยากให้มันพินาศไปบ้าง ส่วนเรื่องหนี้แค้น เขาจะต้องสะสางแน่นอน นั่นก็คือการเด็ดหัววิกเตอร์ แวนโคลิก เอาให้วินเซนต์ แวนโคลิกต้องกระอักเลือด!

         

          สามวันถัดจากนั้นบนท้องถนนยามค่ำคืนที่ไม่ค่อยจะมีรถสัญจรมากนัก ร่างสูงของวิกเตอร์กำลังขับรถคันหรูสัญชาติเยอรมันของตัวเองอยู่หลังจากไปส่งน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวขึ้นเวรตอนดึกแล้ว แต่พอผ่านเส้นทางที่เคยเกิดเรื่องเมื่อครั้งก่อนเขาก็ได้เห็นร่างเล็กกำลังเดินอยู่ตามทางเพียงลำพัง เธอยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดเสื้อฮู้ดแขนยาวสีขาวมีหมวกกับกางเกงยีนส์ขายาวสีเข้ม กับรองเท้าผ้าใบสีขาว ชายหนุ่มตั้งใจจะขับเลยแต่อะไรบางอย่างดลใจให้เขาเลี้ยวเข้าไปจอดให้ห่างจากเธอเล็กน้อย ยกยิ้มและดับเครื่องก่อนจะคว้าแจ็คเก็ตหนังของตัวเองลงมาด้วยเพื่อสวมเอาไว้เนื่องจากอากาศภายนอกเริ่มเย็นแล้ว

          วิกเตอร์เดินตามหลังหญิงสาวเงียบๆเพ่งพิจมองแผ่นหลังบอบบาง เขาว่าเธอมีหุ่นที่สูงโปร่ง สวยงามพลางจินตนาการไปว่าหากเธออยู่ในชุดเดรสสุดหรูมันจะสวยแค่ไหนกันนะ เพราะมัวแต่คิดเพลินเลยไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองเดินตามอยู่นั้นรู้ตัวแล้ว กระทั่งเธอหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าเขานั่นแหละชายหนุ่มเลยได้สติ

          “คุณ!” ไอรดาทักเสียงดังอย่างตกใจที่เห็นว่าเป็นวิกเตอร์เพราะตอนเดินเมื่อครู่พอรู้ว่ามีคนตามก็นึกกลัวว่าจะเกิดเหตุแบบวันนั้นอีก

          “ไม่กลัวหรือไงมาเดินมืดค่ำคนเดียว เดี๋ยวก็เกิดเรื่องเหมือนวันนั้นหรอก” ร่างสูงเอ่ยถาม หญิงสาวเพ่งมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็นิ่วหน้าเล็กๆกอดอกเชิดหน้าไปอีกทาง

          “ก็ฉันเพิ่งเลิกงานนี่ อีกอย่างคนเราไม่ดวงซวยซ้ำสองหรอก แล้วคุณล่ะ เศรษฐีระดับโลกมาเดินทำอะไรตรงนี้ไม่ทราบ” ไอรดาถามกลับอย่างจับผิด วิกเตอร์เหวอเล็กน้อยเพราะจะบอกตามตรงว่าเดินตามเธอก็ใช่เรื่อง เสียฟอร์มตาย ชายหนุ่มเลยมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย

          “ผมก็มาเดินเล่น” หญิงสาวได้ยินก็นิ่วหน้าจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน

          “เดินเล่น?

          “ใช่ ไม่ได้หรือไงล่ะ” ชายหนุ่มถามพร้อมกับยักคิ้ว

          “มันก็ได้ เรื่องของคุณ ขอตัวก่อน” พูดเสร็จก็หมุนตัวกลับไปเดินตรงไปยังข้างหน้าในขณะที่ชายหนุ่มก็เดินตามแต่แล้วร่างของไอรดาก็หยุดอีกครั้งและหันมามองอย่างระแวง

          “นี่คุณเดินตามฉันทำไมเนี่ย” วิกเตอร์เห็นว่าเธอจับได้ก็เฉไฉ

          “อะไรคุณ ถนนมันเป็นทางตรงจะให้ผมเดินทางไหนล่ะ ใครตามคุณกัน มั่วแล้ว” ไอรดาได้ยินก็กัดริมฝีปากของตัวเองแน่น เธอมั่นใจว่าเขาตามเธอแน่นอน

          “งั้นเดินไปก่อนเลย ฉันจะเดินไปทีหลัง” เธอบอกทำให้คราวนี้วิกเตอร์ได้นิ่งไปบ้าง สุดท้ายก็เอ่ยปากออกมาแต่พยายามไม่แสดงอาการอะไร

          “ผมก็ตั้งใจมาเดินเล่นคุณจะมาระแวงอะไรกัน ถ้าแบบนั้น เราเดินด้วยกันเลยดีไหม... ถือว่าเดินเล่นกับผม” คำชวนของเขาที่ดูไม่ค่อยจะโรแมนติกเหมือนในนิยายที่เธอเคยอ่านเท่าไหร่ แต่สำหรับไอรดารู้ดีว่าสถานการณ์มันไม่ได้โรแมนติกขนาดที่จะเป็นแบบนั้นเพราะเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ก็อดจะยอมรับไม่ได้ว่าจู่ๆหัวใจก็เต้นแรงกับคำชวน

          “ทะ... ทำไมฉันต้องเดินเล่นกับคุณด้วยล่ะ” หญิงสาวถามเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างน่ารักและนั่นทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

          “คุณควรดีใจนะที่มีผมเดินเป็นเพื่อน อย่างน้อยเกิดอะไรขึ้นผมก็ปกป้องคุณได้” ได้ยินประโยคนี้แม้ลมจะพัดเย็นแค่ไหนไอรดารู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนเห่อขึ้นทันที แล้วไม่กล้าสบสายตาของเขาที่จ้องมองมาต้องเสมองไปทางอื่นแทน

          “ฉะ... ฉันดูแลตัวเองได้” ไอรดาพยายามพูดเสียงเรียบแต่ตอนนี้เธอรู้สึกตัวสั่น ไม่ใช่สั่นหนาวแต่สั่นกับความรู้สึกแปลกๆที่มันโจมตีเข้ามาโดยมีชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นผู้สร้างมัน

          “ไม่อยากจะเถียงเด็ก ไปกันเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว” วิกเตอร์ว่าเสร็จก็เดินนำในขณะที่หญิงสาวจากเมื่อครู่ยังใจเต้นกับคำพูดของเขาแต่ตอนนี้กลับรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเขาเห็นว่าเธอเป็น “เด็ก”

          “นี่ใครเด็ก ฉันไม่เด็กนะคุณ” วิกเตอร์หยุดเดินและหันมากวาดสายตามอง เขารู้ว่าอายุเธอน่ะไม่เด็กแล้วแต่ใบหน้ากระจ่างใสต่างหากที่ดูเด็ก แต่ก็อยากจะแกล้งต่อ

          “งั้นเหรอ... แต่ในสายตาของผม ไม่ว่าจะหน้าคุณ หุ่นคุณ ยังไงก็... เด็ก” ไม่พูดเปล่าแต่เขาเดินเข้าไปใกล้ชิดหญิงสาวมากขึ้นจนได้กลิ่นหอมเหมือนขนมหวาน เหมือนครั้งแรกตอนที่เธอไปขายกาแฟที่นั่นและได้เจอกับเขา

          ไอรดาตกใจถอยหนีแต่ขาเจ้ากรรมดันสะดุดกับแผ่นทางเดินที่มันโผล่ขึ้นมาไม่ได้เรียบเหมือนแผ่นอื่น จนจะหงายหลังแต่แขนแข็งแรงก็กระชากเธอเอาไว้เสียก่อนจนหน้าอกอวบอิ่มปะทะกับหน้าอกแกร่งจนแนบชิด ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

          วิกเตอร์กวาดสายตามองใบหน้าหวานอย่างหลงใหล แสงไฟสีส้มนวลจากถนนสาดส่องให้ได้เห็นใบหน้าของเธอแม้ไม่ชัดเจนแต่จากการเจอกันหลายครั้งเขาพบว่าเธอนั้นสวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน ยิ่งกลิ่นกายหอมหวานกับริมฝีปากอวบอิ่มที่อยู่เพียงแค่คืบ ทำเอาเขารู้สึกหลงลืมสติไปชั่วครู่ ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าไปแนบชิดมากขึ้นเรื่อยๆ ไอรดาที่ไม่เคยพานพบเหตุการณ์แบบนี้แทบหยุดหายใจแต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน มือบางของเธอก็ยันอกของเขาเอาไว้ก่อนแล้วกระซิบบอกเสียงสั่น

          “อย่าค่ะ” ประโยคห้ามปรามดึงสติของเขาได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มผละใบหน้าออกและจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงซ่านจากมุมที่แสงสว่างส่องถึงก็ยิ้มเอ็นดู ตัวเขาเองก็เขินอายไม่น้อยแต่ก็อยากจะแกล้งเธอเล่น

          “นี่ไงเด็ก... ซุ่มซ่าม” ไอรดาพอโดนว่าก็ลืมอารมณ์เมื่อครู่ไปหมดก่อนจะผลักเขาเต็มแรงและถอยห่างมองตาขวาง

          “ฉันไม่พูดกับคุณแล้ว เสียเวลา!

          ไอรดาบอกเสร็จก็รีบจ้ำอ้าวเดินไปตามทางต่อเพราะตรงทางข้างหน้าก็จะเป็นซอยเข้าอพาร์ทเม้นของเธอแล้ว วิกเตอร์หัวเราะเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเดินตาม ขายาวๆของเขาก้าวไม่กี่ก้าวก็แทบจะประชิดแผ่นหลังบางแต่ชายหนุ่มไม่อยากเดินตามหลังเลยเปลี่ยนเป็นเดินเคียงข้าง ไอรดาส่งสายตาเขียวขุ่นให้ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่เธอเห็นเมื่อสองวันก่อนที่ร้านกาแฟ

          “แล้วแฟนคุณล่ะ... ไม่ชวนเธอมาเดินเล่นหรือไง” พูดไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเองนัก ใจอยากรู้แต่ก็ไม่อยากให้เขาจับได้ดูเหมือนจะช้าไป วิกเตอร์นิ่งคิดเล็กน้อยก็นึกเหตุการณ์วันนั้นออกก่อนจะยกยิ้ม

          “หึงผมหรือไง” หญิงสาวตาโตทันทีที่ได้ยิน

          “บะ... บ้าเหรอ นี่คุณไม่เข้าใจคำถามหรือไง ฉันแค่ถามเฉยๆนะ” หญิงสาวรีบแหววเข้าให้ วิกเตอร์ส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับอย่างจริงจัง

          “เธอไม่ใช่แฟนผม แต่เป็นน้องสาวผมต่างหาก” พอรู้ว่าเป็นอะไรเธอก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

          “น้องเหรอ”

          “ก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นหมอ ถ้าไม่เชื่อไว้ผมจะพาไปให้รู้จักไหม” วิกเตอร์เสนอแต่ไอรดากลับส่ายหน้ารัว เวลานั้นเดินมาถึงที่หน้าอพาร์ทเม้นของเธอพอดี

          “ไม่เอาหรอก ไม่เกี่ยวกับฉันนี่” เธอตอบกลับและหยุดยืนที่ด้านหน้า

          “นึกว่าอยากจะเจอ” วิกเตอร์ตอบกลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งทำให้หญิงสาวไม่กล้าสบตา

          “ฉันจะขึ้นห้องแล้ว ราตรีสวัสดิ์!

          ไอรดาบอกก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปด้านในแต่แล้ววิกเตอร์ก็ฉวยโอกาสจับมือบางเอาไว้ก่อนดึงเข้ามาหาตัวเล็กๆจนเธอเกือบจะปะทะกับอกแกร่งเหมือนเมื่อครู่อีกครั้ง

          “พรุ่งนี้ผมจะบินไปอิตาลีนะ” จู่ๆชายหนุ่มก็บอกทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจแต่ก็พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองและตอบกลับอย่างกวนๆ

          “มาบอกฉันทำไมล่ะ” วิกเตอร์อมยิ้ม

          “ก็แค่อยากบอกก็เท่านั้น อย่ากลับบ้านให้มันดึกล่ะ เกิดพวกมันดักจ้องอยู่” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนเสียงเข้มอดจะเป็นห่วงไม่ได้ ส่วนไอรดาเห็นน้ำเสียงจริงจังก็อดจะรู้สึกดีไม่ได้

          “รู้แล้วน่ะ” เธอรับคำอย่างรำคาญแต่ในใจกลับพองโต

          “ไม่ชวนผมขึ้นไปดื่มน้ำหน่อยเหรอ” วิกเตอร์หยอดคำถามใหม่แต่ไอรดากลับดูจะตกใจก่อนที่จะกระชากมือออกจากมือหนาของเขาและวิ่งขึ้นไปด้านบนจากนั้นก็หมุนตัวกลับมา

          “ฝันไปเถอะ!

          พูดเสร็จก็แลบลิ้นราวกับเด็กจริงๆก่อนที่จะวิ่งขึ้นด้านบน วิกเตอร์สอดมือลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เงยหน้ามองด้านบนรอจนกระทั่งไฟในห้องของเธอเปิดสว่างเขาจึงเดินกลับออกมาโดยไม่รู้เลยว่าเธอเองก็ยืนอมยิ้มเพียงลำพัง จ้องมองเขาจากหน้าต่างด้วยเช่นเดียวกัน แม้จะหนักใจว่าเขาคือเป้าหมายแต่นาทีนี้ ไอรดาอยากจะซึมซับความรู้สึกตรงนี้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่า เมื่อทุกอย่างจบ... มันก็จะจางหายไปตามกาลเวลา ถึงเวลานั้นเขาอาจจะตามล่าตัวเธอและเกลียดชังเธอก็ได้... ยากจะรู้


*** โหยย วิกเตอร์ ปากแข็งนะ... ทั้งคู่เลย 555555+ ความรักกำลังผลิบาน คิคิ จะบอกว่าใครกลัวดราม่า สัญญาว่าไม่หนัก เพราะป๋าวิกเรามีเหตุผลพอ อาจจะโหดไปบ้างแต่ก็ใจร้ายกับหนูไอไม่ลงหรอก เชื่อเถอะ คิคิ^ ^ ***
ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตาม ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันน้าา
ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากเม้น โหวต เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #276 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 00:17
    น่ารักทั้งคู่เลย อ่านไปยิ้มไปฟินจัง
    #276
    0
  2. #272 LEO11 (@leo11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 20:11
    สนุกากเลยคะ
    #272
    0
  3. #268 jubjangcine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 14:59
    อ่านครั้งแรกก้อชอบละ สงสัยต้องหามาไว้ในอ้อมกอดอีกเรื่องละ...สนุกคะชอบบบบบบ
    #268
    0
  4. #263 sim69 (@sim69) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:59
    22222222
    #263
    0
  5. #259 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 19:39
    #259
    0
  6. #258 tassanee_m (@tassanee_m) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 20:36
    1 พ่อนางเอกใจร้าย
    #258
    0
  7. #257 Auang Pornpimol (@auangppm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 19:16
    ชอบๆๆน่ารักจุง
    #257
    0
  8. #250 Rung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 21:23
    ชอบมาก สนุกมากมาย ขอบคุณนะคะ
    #250
    0
  9. #232 modmodill (@mod2552) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 07:04
    ชอบลุคนางเอก จังค่ะ
    #232
    0
  10. #215 nukool (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 12:49
    111111
    #215
    0
  11. #123 saiza1447 (@saiza1447) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 17:45
    ขอบคุณนะคร้า
    #123
    0
  12. #108 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 02:24
    ฮาย พี่วิก น่ารักมากเลย จร้า จุ๊บๆๆๆ💋💋💋😘😘😘
    #108
    0
  13. #93 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 21:58
    อยากเป็นนู๋ไออ่ะ
    #93
    1
    • #93-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:43
      เนอะๆๆใช่เลยค่ะ > < ป๋าวิกเท่มากกกก ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #93-1
  14. #92 กระเทียม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 10:20
    ชอบมากเลยค่ะ
    #92
    1
    • #92-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:44
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ฝากติดตามด้วยน้าาา ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #92-1
  15. #91 readerone (@reader-one) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 20:19
    หวานดีจัง แต่อ่านยังไม่ทันเลี่ยนเลยจบแระ^_^



    #91
    1
    • #91-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:44
      อ๊ายย เดี๋ยวคราวหลังจะลงให้เยอะกว่านี้แน่ๆๆค่ะ ^ ^ ฝากติดตามด้วยนะคะ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #91-1
  16. #90 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 17:37
    ไม่อยากให้นางเอกทำเลย :(
    #90
    2
    • #90-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:45
      ไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ดราม่าแบบที่กลัวแน่นอนค่า ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #90-1
    • #90-2 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:45
      ไม่ดราม่าแน่นอนค่า ฝากติดตามด้วยนะคะ คิคิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #90-2
  17. #89 vichyy (@vichyy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:27
    ค่อยๆ หยอดทีละนิด เดี๋ยวก็ใจอ่อน 5555
    #89
    2
    • #89-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:46
      ใช่เลยยยยยย ดูสิจะทำสำเร็จไหม คิคิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #89-1
    • #89-2 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:46
      ใช่เลยค่ะมาดูกันจะสำเร็จไหมน้าาา

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #89-2
  18. #88 ppp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 00:17
    น่ารักจังตอนนี้

    ฟินเลย~
    #88
    1
    • #88-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:46
      ฝากด้วยนะค้าาา ตอนฟินๆๆยังเหลืออีกเยอะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #88-1
  19. #87 kitty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 16:34
    ชอบที่สุด ชอบฝุดๆๆๆๆๆ ใน 3 โลก เลยคะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #87
    1
    • #87-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:47
      ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ คิคิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #87-1
  20. #86 จอย'ยยย เจโอวาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 12:08
    1111111

    ตอนนี้พระนางน่ารักมากค่าาาา ชอบบบบบบบมากกกกกกกก ก.ล้านตัว

    ป.ล.เริ่มจะได้กลิ่นดราม่าแล้วสิ #เอ๊ะ!! หรือเราคิดมากไปหว่าาา
    #86
    1
    • #86-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:48
      ใช่เลยค่ะ ใกล้ดราม่า แต่!! ดราม่าไม่เยอะ จะฟินเยอะกว่า 5555+ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^ ^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #86-1
  21. #85 จอย'ยยย เจโอวาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 12:05
    1111111

    ตอนนี้พระนางน่ารักมากค่าาาา ชอบบบบบบบมากกกกกกกก ก.ล้านตัว &#128525;&#128521;

    ป.ล.เริ่มจะได้กลิ่นดราม่าแล้วสิ #เอ๊ะ!! หรือเราคิดมากไปหว่าาา &#128561;&#128561;
    #85
    0
  22. #84 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:21
    วิคเตอร์ปากแข็งเนอะ 55555555555555
    #84
    1
    • #84-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:48
      หล่อล่ำ และปากแข็งงี้แหละ พระเอก 55555555555555555555555+

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #84-1
  23. #83 June (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:15
    ฟินแลนด์ ^^
    #83
    1
    • #83-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 15:49
      ฟินแลนด์ เดี๋ยวพาไปบ่อยๆๆๆ คิคิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ^ ^
      #83-1
  24. #82 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 21:14
    1.
    #82
    1
    • #82-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      22 เมษายน 2558 / 23:31
      ดีใจที่ชอบนะค้าาาา

      ขอบคุณสำหรับเม้นค่ะ ^ ^
      #82-1
  25. #81 readerone (@reader-one) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 19:52
    ชอบมากๆๆๆๆๆ รอตอนหน้าต่อค่ะ
    #81
    1
    • #81-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 5)
      21 เมษายน 2558 / 20:30
      ฝากติดตามด้วยนะค้าาา วันอาทิตย์นี้เจอกันนนน ^ ^

      ขอบคุณสำหรับเม้นค่า ^ ^
      #81-1