เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,024 Views

  • 287 Comments

  • 1,391 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    168

    Overall
    150,024

ตอนที่ 19 : บทที่11 [อ่างน้ำพาเพลิน] 70% อัพแล้วค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    14 ส.ค. 58



   *** มาอัพเพิ่มให้นะคะ ส่วนใครสั่งหนังสือ เหลือแค่ 10 เล่มสุดท้ายจริงๆนะคะ ใครอยากได้ อีเมล์หรืออินบ็อกมานะคะ รอบนี้ไม่มีการจำกัดเวลาในการโอน ดังนั้นใครโอนมาก่อน ไรเตอร์ขออนุญาตให้สิทธิ์ท่านนั้นก่อนนะคะ > < *** 

  *** สำหรับคนที่พลาด อยากได้เล่ม มีร้านออนไลน์รับไปขายประมาณ 5  ร้านนะคะ เดี๋ยวหนังสือไปถึงร้านแล้วไรเตอร์จะมาอัพเดทอีกที ส่วนใครรอ E-book ไรเตอร์จะลงประมาณต้นเดือนนะคะ และจะมาบอกอีกทีเหมือนกันน้าาาา ฝากป๋าวิกด้วยค่ะ รับรอง แซ่บ หื่น ฮาาาาาาา ฮี่ฮี่ฮี่ ***

 

                   หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายที่คอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ห้าคนลูกน้องของแบรนดอนก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากและทุกอย่างก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลยทั้งสิ้น วิกเตอร์เองก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทุ่มเทกับเพชรชุดล่าสุดที่เอามาแทนเรดไดม่อนที่เลื่อนการเปิดตัวออกไปหนึ่งเดือน

ผ่านไปสามวันแล้วที่เขาพาไอรดามาอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มีใครรู้เลยสักคนนอกจากเชสคนสนิทของเขาที่คอยดูแลหญิงสาวตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เชสจะทำหน้าที่เฝ้าไอรดาในตอนกลางวันจนกว่าเขาจะกลับมาส่วนตัวเขาเองนั้นมีหน้าที่รับส่งเธออาบน้ำในตอนเช้าและตอนกลางคืนด้วยไม่ไว้ใจให้เธอเดินออกมาเองหรือให้คนสนิทของเขาเป็นคนเฝ้า วันนี้เป็นวันหยุดงานของวิกเตอร์ที่โหมงานหนักมาทั้งอาทิตย์ก็หลับสนิทตื่นอีกทีก็เกือบเก้าโมงเข้าไปแล้ว เมื่อเขาลุกขึ้นก็สะบัดศีรษะเล็กน้อยแล้วนึกได้ถึงคนในห้อง ชายหนุ่มตรงไปยังชั้นหนังสือของตัวเองกดรหัสและผลักเข้าไปเห็นไอรดาในชุดนอนกำลังนั่งหน้ายุ่งอยู่ตรงโซฟาแถมยังกอดอกมองเขาอยู่

          “ฉันนึกว่าคุณลืมไปแล้วว่าขังฉันไว้ที่นี่!” ไอรดาบอกอย่างงอนๆปกติเขาจะเข้ามาหาเธอตอนหกโมงเช้าบางวันเธอยังไม่ตื่นด้วยซ้ำ แต่ชีวิตนักโทษก็ไม่มีอะไรดีมากนอกจากต้องกินข้าวให้เป็นเวลา อาบน้ำให้เป็นเวลา และก็นอนอยู่เฉยๆในห้องที่ไม่มีอะไร แต่ก็ยังดีที่เขายังมีหนังสือให้เธออ่านบ้าง

          “วันนี้ผมหยุด” เมื่อได้ยินเธอก็ทอดมองร่างสูงตรงหน้าซึ่งเขาอยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวสีขาวกับเสื้อยืดสีน้ำเงินธรรมดา ผมที่เคยจัดเป็นทรงก็ดูยุ่งเหยิง ใบหน้างัวเงียเหมือนเพิ่งตื่นก็ทำให้เธออมยิ้มจนชายหนุ่มเอ่ยถาม

          “มีอะไรตลกหรือไง” หญิงสาวได้ยินเขาถามก็ส่ายหน้า

          “เปล่าสักหน่อย”

          “อย่าให้รู้ว่าแอบนินทาผมในใจ” วิกเตอร์พูดดักคอส่วนหญิงสาวก็นิ่วหน้า

          “ถ้าแอบจริงๆจะรู้ได้ไงล่ะว่านินทา” เมื่อเห็นเธอยอกย้อนเขาก็ถอนหายใจ ตอนนี้เลยเวลาทานอาหารที่บ้านหลังใหญ่มาพอสมควร ซึ่งวันนี้เขาคงต้องทานอาหารที่บ้านตัวเองแน่ๆและคงมีแม่บ้านยกมาให้แทน

          “เอาเถอะ ผมไม่อยากทะเลาะในวันหยุด ไปสิ”

          หญิงสาวไม่ตอบอะไรก่อนจะลุกขึ้นเดินตามออกไปโดยที่มือบางก็มีเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ ไอรดาเริ่มชินกับการที่มีวิกเตอร์อยู่ด้วย แม้จะเป็นนักโทษแต่เขากลับดูแลเธอดีเหมือนแขกผู้มาพักยกเว้นก็แค่จำกัดอิสระของเธอเท่านั้นเอง ยิ่งเห็นเขาดีกับเธอมากแค่ไหนก็ยิ่งรู้สึกกับสิ่งที่ทำลงไปมากขึ้นไปอีกแล้วก็อดจะกลัวไม่ได้ว่าเขาจะทำร้ายอะไรพ่อของเธอหรือเปล่าหากเป็นแบบนั้นเธอก็ยินดีที่จะรับโทษนั้นเองแม้เขาจะไม่ต้องการก็ตาม

          ที่ห้องน้ำสองหนุ่มสาวต่างยืนอยู่ที่อ่างล้างหน้า หญิงสาวยืนแปรงฟันอยู่โดยที่ข้างๆก็มีชายหนุ่มแปรงฟันด้วยเหมือนกัน เขามักจะทำอะไรพร้อมๆเธอยกเว้นการอาบน้ำร่วมกัน แม้ตอนแรกจะต่อว่าและไล่ให้เขาทำทีหลังแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมต่อมาก็รู้สึกชินแม้บรรยากาศรอบตัวมันจะเหมือนคู่แต่งงานใหม่อย่างไรอย่างนั้นก็เถอะ แต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจและไม่ใช่แค่ไอรดาคนเดียวที่รู้สึก วิกเตอร์เองก็เช่นกันแต่เขากลับชอบแบบนี้ ชอบการที่มีเธอแบบนี้ หลายๆครั้งที่อยู่กับหญิงสาวเขาลืมเรื่องของแบรนดอนไปเสียสนิทแต่พอกลับมาคิดก็เหมือนถูกดึงกลับมาสู่โลกความเป็นจริง ความจริงที่ว่าเธอร้ายกาจ ความจริงที่ว่าเขาเสียหายก็เพราะเธอ

          ระหว่างที่แปรงฟันอยู่นั้นทั้งสองก็สบสายตามองกันผ่านทางกระจกและเป็นหญิงสาวที่หลบตาไม่กล้ามอง ไม่นานทั้งคู่ก็ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย หญิงสาวหมุนตัวจะเดินไปอาบน้ำส่วนเขาตั้งใจจะออกไปรอด้านนอกเหมือนเดิม แต่แล้วเสียงหวานของผู้หญิงก็ดังขึ้นที่ด้านนอกนั่นทำให้ทั้งคู่ตกใจแต่ดูเหมือนว่าวิกเตอร์จะตกใจมากกว่า เขารีบหันไปมองไอรดาที่เตรียมจะกรีดร้องแล้วแต่มือหนาก็ตระครุบริมฝีปากของเธอทัน!

          “อย่าได้แม้แต่จะคิดนะไอรดา” วิกเตอร์ปรามเสียงเข้ม ไอรดาพยายามดิ้นรนแล้วก็ร้องอยู่ในลำคอ วิกเตอร์กอดหญิงสาวแน่นมากขึ้นไปอีก

          “อื้อ อ่อยอั๊นอะ!” ไอรดาพยายามพูดว่า ปล่อยฉันนะ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่รู้เรื่อง

          “ถ้าคุณส่งเสียงผมสาบานว่าจะขังคุณในห้องนั้นไม่ได้ออกมาอีกแล้วผมจะไม่ให้คุณใส่เสื้อผ้าติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แค่นี้คุณน่าจะพอคิดออกนะว่าผมจะทำอะไรต่อจากนั้น” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเข้มทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างอาการดิ้นรนที่มีก็หายไป ไอรดาเริ่มสงบมากขึ้นด้วยความกลัว เสียงฝีเท้าจากด้านนอกเริ่มชัดเจนมากขึ้นจนชายหนุ่มคิดว่าผู้มาเยือนคงยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้ว

          “พี่วิก อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ” โรส แวนโคลิกตะโกนเรียกพี่ชายหลังจากรับอาสามาแทนคนเป็นแม่

          “พี่อาบน้ำอยู่ โรสมีอะไร” ชายหนุ่มตะโกนกลับและก็ต้องเพิ่มแรงในการรัดหญิงสาวเข้าไปอีกเมื่อเธอพยายามดิ้นอีกครั้ง วิกเตอร์นึกเจ็บใจที่ตัวเองสะเพร่าลืมล็อคประตูห้องนอน!

          “มัมให้มาดูว่าพี่ไม่สบายหรือเปล่า ไม่ไปทานข้าว” โรสยังยืนอยู่หน้าห้องน้ำแล้วตะโกนกลับ

          “พี่สบายดี ก็แค่ตื่นสาย”

          “งั้นเดี๋ยวโรสจะไปบอกมัมแบบนี้แล้วกัน... แต่ว่าโรสยังมีเรื่องที่จะคุยกับพี่อยู่ รอด้านนอกนะคะ” โรสยังไม่ยอมกลับนั่นทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจ ไอรดาเห็นว่าอีกคนจะไปแล้วเธอเลยเลือกที่จะใช้เท้าของตัวเองกระแทกไปที่เท้าของชายหนุ่มส่งผลให้เขาปล่อยทันทีและริมฝีปากบางก็เป็นอิสระ

          “ช่วย อื้อ!” ไอรดายังพูดไม่จบแต่ก็โดนชายหนุ่มตะครุบปากเอาไว้อีกที

          เรียวขาสวยที่จะก้าวเดินกลับชะงักแล้วหันกลับไปมองห้องน้ำอีกครั้ง โรสมั่นใจว่าเธอไม่ได้หูฝาด เธอได้ยินเสียงผู้หญิงแน่ๆและค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ชายคงหิ้วผู้หญิงมานอนชัวร์!

          “โรสไม่รู้ว่าพี่มีแขก... แต่มัมบอกแล้วนี่คะว่าห้ามหิ้วสาวมานอนในบ้าน” ไอรดาได้ยินก็ส่ายหน้าราวกับว่าอีกคนจะเห็น ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วตะโกนกลับไปด้วยรู้ดีว่าโกหกไปน้องสาวที่ฉลาดเป็นกรดก็คงไม่เชื่อแน่ๆ

          “พี่รู้ เธอกำลังจะกลับแล้ว”

          “งั้นโรสไปรอที่ด้านล่างนะคะ”

          ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่เขาได้ยินเสียงปิดประตูเป็นสัญญาณก่อนที่จะปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ ไอรดาพยายามจะวิ่งหนีแต่ชายหนุ่มก็รวบเอวเธอจนตัวลอยแล้วอุ้มหญิงสาวเดินข้ามห้องไปยังอ่างอาบน้ำที่มีฉากกั้นอยู่จากนั้นก็วางเธอลงแล้วก็เปิดน้ำทันที ทำให้ชุดนอนของเธอเปียกน้ำและแนบไปตามร่างกาย

          “นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” ไอรดาแหววเข้าใส่เสียงดัง

          “ก็คุณล่ะทำอะไร ตกลงอยากจะแก้ผ้าทั้งวันทั้งคืนจริงๆใช่ไหม” ชายหนุ่มถามเสียงเข้มนั่นทำให้เธอตวัดสายตามองอย่างโกรธและหาวิธีเอาคืนสุดท้ายแล้วก็ใช้มือรองน้ำในอ่างจากนั้นก็สาดใส่หน้าเขาเต็มๆ แถมยังไม่หยุดแค่นั้นยังระดมสาดชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง

          “หยุดนะไอรดา” ชายหนุ่มเอามือป้องหน้าตัวเองทั้งๆที่ตอนนี้ตัวก็เริ่มเปียกปอนแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมหยุดตอนแรกจะโกรธแต่เปลี่ยนเป็นหัวเราะชอบใจ

          “ฉันไม่หยุดคุณจะทำไม!

          วิกเตอร์ได้ยินแบบนั้นก็เอามือออกเห็นท่าทางเหมือนเด็กกำลังสนุกชายหนุ่มก็ลืมเรื่องเมื่อครู่ไปเสียสนิทก่อนที่จะลงไปในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ของตัวเองที่นั่งสองคนได้สบายอยู่แล้ว จากนั้นก็สาดน้ำใส่เธออย่างแรงจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว สงครามการสาดน้ำในอ่างกว่าจะจบก็ตอนที่หญิงสาวพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็เซไปทับชายหนุ่มทำให้เขากอดเธอเอาไว้ ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยน้ำทำให้ทั้งคู่บดเบียดเสียดสีแนบชิดกว่าปกติ

          ร่างสูงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจ้องมองใบหน้าขาวที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบเท่านั้น มือบางยันหน้าอกของชายหนุ่มเอาไว้ วิกเตอร์เห็นริมฝีปากอวบอิ่มอยู่ตรงหน้าก็อดใจไม่ไหวอีกแล้วเขาเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าไปแล้วก็จูบเข้ากับริมฝีปากเย็นชืดของเธอ ไอรดาตกใจพยายามจะดิ้นรนแต่ก็ไม่สำเร็จ วิกเตอร์กดจูบย้ำๆที่ริมฝีปากของเธอและอาศัยช่วงจังหวะที่เธอจะร้องออกมาสอดลิ้นเข้าไปด้านในอย่างเร่าร้อน หญิงสาวพยายามทุบอกของเขาอย่างแรงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ จูบที่มากประสบการณ์ไม่นานเธอก็คล้อยตามไม่ยาก    

          วิกเตอร์ดันร่างหญิงสาวให้ลงจากตักของตัวเองแล้วดันเธอให้ไปติดกับขอบอ่างโดยที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังไม่ยอมผละออกจากกัน ชุดนอนกระโปรงตัวสวยเลื่อนขึ้นสูงจนอยู่บริเวณต้นขาขาว มือหนาที่โอบกอดรัดหญิงสาวเมื่อครู่ก็คลายออกและเริ่มลูบไล้ร่างกายนุ่มนิ่มของเธอตามอารมณ์ที่เริ่มลุกโชนมากขึ้นเรื่อยๆแม้จะอยู่ภายใต้สายน้ำที่เย็นแต่วิกเตอร์ไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับเธอแบบนี้

          “อือ” ไอรดาครางในลำคอเมื่อมือหนาของเขาลูบไล้ผิวเนื้อตรงต้นขาของเธอที่อยู่ใต้น้ำ ตอนนี้น้ำยังคงเปิดอยู่จนล้นแล้วล้นอีกแต่ไม่มีใครสนใจที่จะปิดมัน

          ร่างกายของทั้งคู่ร้อนผ่าวโดยเฉพาะวิกเตอร์ที่ยิ่งได้สัมผัสผิวเรียบลื่นของหญิงสาวด้วยแล้วก็ทำให้ไฟราคะในกายมันโหมสูงจนยากจะควบคุม ตอนนี้หัวสมองของเขาขาวโพลนแล้วทำตามใจตัวเองมากขึ้นทุกที สติที่มีเริ่มน้อยลงแล้วแทนที่ด้วยอารมณ์ล้วนๆ

          ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาจากนั้นก็กดจูบลงที่ลำคอขาวผ่องในขณะที่ไอรดาก็ยังคงหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดอยู่ มือหนาสอดเข้าไปในชุดนอนหญิงสาวลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดจากนั้นก็ปลดตะขอบราเซียร์ด้วยความชำนาญจนเจ้าของร่างบางแทบไม่รู้สึกตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมดยิ่งเขาระดมจูบ ลูบไล้เธอมากแค่ไหนสติที่มีอยู่จะหายไปเช่นเดียวกัน

          “คะ... คุณวิกเตอร์ อื้อ” ไอรดาเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงสั่นพยายามดันร่างเขาออก เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ยินแต่ก็ยอมผละจากซอกคอขาวแล้ววนกลับมามอบจุมพิตอันดูดดื่มให้กับเธออีกครั้งโดยหญิงสาวพยายามจะดิ้นรนแต่ก็ไม่สำเร็จสุดท้ายก็ยอมคล้อยตามชายหนุ่มเหมือนจูบแรกเมื่อครู่ จูบเร่าร้อนทวีความร้อนแรงมากขึ้น ความร้อนผ่าวเริ่มจะทำให้เขาปวดหนึบกลางลำตัวและมันเริ่มจะขยายตัวดุนดันที่หน้าขาของหญิงสาวตามอารมณ์ที่คุโชน มือหนาเปลี่ยนมาปลดกระดุมชุดนอนของเธอแต่เพราะอยู่ในน้ำมันทำได้ไม่ง่ายนักสุดท้ายแล้วเขาก็ดึงทึ้งจนกระดุมบางเม็ดก็ร่วงหล่นสู่ก้นอ่าง

          ชายหนุ่มถอนจูบออกมาอีกครั้งเมื่อลมหายใจของหญิงสาวใกล้จะหมดแล้ว เขาก้มลงจูบลำคอสวยที่เริ่มจะมีรอยจูบที่เขาทำเอาไว้ ส่วนมือหนาเลื่อนขึ้นมาด้านบนกอบกุมทรวงอกอิ่มที่ไร้บราเซียร์เมื่อเขาปลดมันออกแม้ไม่ได้ดึงรั้งแต่มันก็ลอยตัวร่วงหลุดออกจากหน้าอกของหญิงสาวไปแล้ว

          “อื้อ... มะ... ไม่นะคะ อื้อ!

          ไอรดาพยายามปฏิเสธและผลักไสแต่เพราะเขาปลุกเร้าร่างกายของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสใหม่ที่ไม่เคยพานพบที่ไหนมาก่อนก็เพิ่งได้สัมผัสวันนี้เป็นครั้งแรกจากชายหนุ่มที่เป็นทั้งผู้คุมและผู้ชายคนแรกที่รู้สึกดีด้วย ตอนนี้เขากำลังมัวเมากับร่างกายของเธอ แม้จะไม่ได้รุนแรงแต่มันแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่เธอเองก็ไม่อาจจะต้านทานแต่แล้วเสียงเคาะประตูที่เหมือนจะพังประตูทำให้ชายหนุ่มได้สติ ตามมาด้วยเสียงตะโกนดังเข้ามาด้านใน

          “พี่วิก! โรสรอมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะคะ หรืออยากให้โรสไปฟ้องมัมจริงๆ!

          “บ้าจริง!

          วิกเตอร์สบถออกมาใบหน้าคมเข้มดูจะหงุดหงิดสุดๆก่อนจะก้มมองร่างบางที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ดวงตากลมโตปรือขึ้นอย่างยั่วยวนตามแรงอารมณ์ เขาเห็นแล้วหากว่าน้องสาวไม่มาขัดซะก่อนก็คงจะโรมรันกับเธอตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย

          “คุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ห้ามส่งเสียงล่ะ ไม่งั้นผมจะจัดการคุณโดยไม่สนใจน้องสาวผมอีก เข้าใจไหม” เมื่อได้ยินชายหนุ่มขู่เธอรู้สึกว่าตอนนี้ใบหน้าของตัวเองร้อนเห่อจนเหมือนจะเป็นไข้ เธอรีบพยักหน้ารับแล้วหลบสาตา ชายหนุ่มลุกขึ้นจากน้ำไป หญิงสาวก้มมองร่างกายตัวเองก็แทบสติแตกเมื่อพบว่าเธอเกือบเปลือยหมดแล้ว สาบเสื้อของชุดนอนถูกกระชากหลุดจนหมดตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็แทบไม่รู้สึกตัว ยิ่งไปกว่านั้นบราเซียร์ก็ลอยอยู่บนน้ำเมื่อไหร่ไม่รู้เช่นเดียวกัน เขาทำพวกนี้ตอนที่เธอไม่รู้ตัวได้อย่างไร! ไอรดาอายจนหน้าแดงซ่านก่อนที่จะรีบรวบสาบเสื้อเข้ามาจากนั้นก็เอื้อมมือไปปิดน้ำแล้วขดตัวอยู่ในอ่างด้วยความเขินอายอย่างที่สุด

          วิกเตอร์คว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ตรงตู้มาแล้วพันเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นน้องสาวเธออาจจะได้เห็นภาพลูกชายเขาพร้อมใช้งานแล้วจะวิ่งโร่ตกใจไปฟ้องแม่เขาเสียก่อน ชายหนุ่มเลื่อนประตูเปิดออกเห็นน้องสาวกอดอกหน้ายุ่งอยู่เหมือนกำลังหงุดหงิดจริงๆ

          “มีอะไรยัยตัวแสบ” วิกเตอร์ถามกลับแล้วเลิกคิ้วมองน้องสาว

          “พี่แหละ ทำไมลงไปช้า ไหนว่าจะไปส่งแล้วไง นี่คงไม่ได้จะคั่วกันต่อในห้องน้ำหรอกใช่ไหม” โรสพูดต่อรู้สึกไม่ชอบใจพี่ชายที่พาผู้หญิงที่ตัวเองคิดว่าเป็นคู่นอนมาไว้ในบ้านพยายามจะสอดส่องแต่ก็ไม่เห็น

          “ไม่เอาน่า ตกลงมีอะไร” ชายหนุ่มถามย้ำ

          “พี่ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าคนสำคัญใช่ไหมล่ะ ขอดูหน้าหน่อยว่าสวยแค่ไหน” โรสพูดเสร็จก็เดินผ่านพี่ชายเข้าไปในห้องน้ำ วิกเตอร์เห็นแบบนั้นก็รีบคว้าแขนน้องสาวเอาไว้เสียก่อน ส่วนไอรดาพยายามหาที่หลบ ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะหนีแต่เธอกลับรู้สึกอายมากกว่าที่จะให้ใครเห็น ประกอบกับนาทีนั้นเพิ่งผ่านประสบการณ์อันเร่าร้อนมาจนสมองของเธอเหมือนจะยังใช้การได้ไม่ปกติมากนัก ไอรดาก็กลัวคำขู่ของเขาเช่นเดียวกันและมั่นใจว่าเขาทำได้แน่ๆขนาดเมื่อครู่เขายังแทบจะลอกคราบเธออยู่แล้ว ถ้าน้องสาวของเขาไม่มาขัดจังหวะ... ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

          “ไม่เอาน่าโรส...” เมื่อเห็นพี่ชายตัวเองห้าม เธอก็หมุนตัวมามองจ้องและคิดว่า พี่ชายเธอต้องคิดอะไรกับสาวคนนี้แน่ๆ

          “แสดงว่าเธอเป็นมากกว่าคู่นอนใช่ไหมล่ะ ปกติพี่ไม่เจ้าชู้เท่าพี่วิลล์นี่” โรสมองพี่ชายอย่างจับผิด ชายหนุ่มถอนหายใจกลอกตามองเพดาน

          “เธอมาหาพี่เพราะมีเรื่องอยากจะคุยไม่ใช่เหรอ ไปสิ พี่ว่างแล้ว”

          พูดเสร็จก็จูงมือน้องสาวออกไปด้านนอกแม้หญิงสาวจะพยายามขืนตัวเองเอาไว้แต่ก็สู้แรงพี่ชายไม่ไหวก็เลยถูกลากออกไป เมื่อบานประตูห้องน้ำปิดสนิทตามด้วยเสียงที่ดังเมื่อครู่เริ่มเงียบ ไอรดาก็ถอนหายใจพรูก่อนที่จะก้มลงมองสภาพตัวเองอีกครั้งแล้วมือสวยก็ทึ้งผมตัวเองแน่น

          “นี่เราเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆที่เผลอไปกับสัมผัสของเขา!” เมื่อบ่นตัวเองจนพอใจแล้วเธออาศัยจังหวะนี้รีบอาบน้ำก่อนที่เขาจะกลับเข้ามาอีก ไอรดาคิดว่าใช้เวลาอาบน้ำเร็วกว่าทุกวันนั่นคือแค่สิบนาทีเท่านั้น จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสีชมพูบานเย็นแขนกุดตัดกับผิวขาวๆของตัวเอง เธอพบว่าชุดมากกว่าครึ่งที่เขาซื้อมาไม่ใช่สไตล์ของเธอเลยสักนิด ส่วนใหญ่มันเป็นชุดเดรสแม้จะไม่ชอบใจแต่ก็ต้องใส่ไปก่อน เสื้อผ้าที่ใส่แล้วก็ยังอยู่ในตะกร้า เธอว่าจะถามเขาเรื่องการซักผ้าอยู่เหมือนกันแต่คิดว่ารอก่อนได้ เพราะตอนนี้เธอยังไม่กล้าสู้หน้าเขาเท่าไหร่นัก 

 

*******************************************************************************************
*** ขอขายของหน่อยนะคะ ระหว่างรอป๋าวิก ฝากป๋าโดมินิกกับหนูพิมพ์วรีย์จาก "แพ้ทางรักจอมวางแผน" ด้วยนะคะ ^ ^ วางแผงแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ราคา 299 บาทค่ะ รับรองว่า ทั้งแซ่บ ทั้งฮา และทั้งหื่นแบบจัดเต็มฮี่ฮี่ฮี่ ***


 

             ขณะเดียวกันวิกเตอร์ก็ลากน้องสาวตัวเองออกมาคุยที่ห้องนอนเพราะไม่กล้าที่จะไปไกลกว่านี้กลัวว่าไอรดาจะหาช่องทางนี้แอบหลบหนีหรือใช้โทรศัพท์เสียก่อนดังนั้นเขาเลยปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้

          “ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยปากถามน้องสาวที่ยังกอดอกอยู่ โรสแม้จะหงุดหงิดแต่ก็ยอมพูดเรื่องที่ตัวเองมาที่นี่เพื่อที่จะคุยกับพี่ชายของตัวเอง

          “พี่วิลล์จะกลับมาแล้ว เห็นบอกว่าสุดสัปดาห์นี้” ชายหนุ่มได้ยินก็พยักหน้ารับ

          “แล้ว?

          “ก็อาทิตย์หน้ามีปาร์ตี้วันเกิดของเจน แล้วเราจะไปกินเลี้ยงกันที่เอ็กซ์คลับ” พอพูดแค่นี้พี่ชายก็รู้ได้ทันทีว่าน้องสาวหมายถึงอะไร และรู้ด้วยว่าโรสชอบการปาร์ตี้มากแค่ไหนแต่เพราะถูกวินเซนต์ผู้หวงลูกสาวปานดวงใจมักจะห้ามปรามหรือไม่ก็ส่งบอดี้การ์ดไปเป็นโหลเพื่อคุ้มกัน หลังๆมานี่โรสรู้สึกอายเวลามีคนไปด้วยเยอะๆก็เลยเลิกไปมันซะเลย

          “อยากให้พี่ไปด้วย?” ชายหนุ่มถามกลับต่อ

          “ก็ถ้าพี่กับพี่วิลล์ไป แด๊ดก็ไม่ส่งบอดี้การ์ดไปแน่ๆ จริงไหม” โรสพยายามหาช่องทาง ชายหนุ่มคิดเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงหญิงสาวที่อยู่ในห้องแล้วก็ตอบกลับ

          “ก็ได้พี่จะไป แต่ว่า... เธอห้ามเอาเรื่องผู้หญิงไปบอกมัม ตกลงไหม” เมื่อเจอเงื่อนไขแบบนี้แน่นอนว่าโรสรับได้แต่สิ่งที่เธอแปลกใจนั่นคือ... ผู้หญิงคนนั้นสำคัญกับพี่ชายของตัวเองขนาดนี้เลยหรือ

          “เธอคือแฟนพี่เหรอ?” เมื่อเจอถามกลับชายหนุ่มก็เหวอก่อนที่จะรีบพูด

          “เธอไม่ใช่แฟนพี่แต่พี่ไม่อยากให้มัมไม่สบายใจ ตกลงไหม” พอได้ยินเหตุผลโรสก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ถามอะไรมากก็เลยพยักหน้ารับ

          “ก็ได้ ไม่พูดก็ไม่พูด”

          “งั้นก็กลับบ้านไปได้แล้วไป” วิกเตอร์ไม่พูดเปล่าแต่ยีผมสวยของน้องสาว ทำเหมือนกับว่าเธอยังเป็นเด็กๆอยู่ส่วนคนที่โดนทำก็ยู่หน้า

          “พี่จะเข้าไปทำภารกิจให้เสร็จใช่ไหมล่ะ” เมื่อโดนถามเขาก็ดันหัวน้องสาวหนึ่งที

          “แก่แดดใหญ่แล้วเรา ไปเลย”

          พูดเสร็จก็ดึงรั้งร่างบางของน้องสาวไปที่หน้าประตู พอเปิดออกก็เจอคนสนิทของเขายืนรออยู่แล้ว เชสมีสีหน้าไม่ดีนักเขาพยายามห้ามโรสแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ ชายหนุ่มไม่อยากตำหนิเลยไม่คิดจะพูดต่อว่าอะไรอยู่แล้วนอกจากสั่งการ

          “ไปส่งโรสที่บ้านด้วย”

          “ครับเจ้านาย”

          “ไม่เห็นต้องไปส่งที่บ้านเลย โรสไปเองก็ได้” คนเป็นน้องบอกแต่ในใจตั้งใจจะย้อนกลับมาดูผู้หญิงของพี่ชายแต่แล้วดูเหมือนว่าคนเป็นพี่ที่อยู่ด้วยกันมาจะเดาออกเลยส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้น้องสาว

          “พี่รู้ว่าเธอคิดอะไร ให้เชสไปส่งน่ะดีแล้ว” พอโดนรู้ทันก็ทำหน้ายุ่ง

          “เกลียดคนรู้ทันจริงๆ อีกเรื่องที่มัมฝากมาบอก อย่าลืมงานเลี้ยงท่านทูตเย็นนี้นะคะ”

          บอกเสร็จก็สะบัดตัวเดินหนีลงบันได เชสโค้งรับให้กับคนเป็นนายเล็กน้อยก่อนที่จะเดินลงไปด้านล่างตามหลังโรสไปติดๆ ชายหนุ่มถอนหายใจปิดประตูห้องแล้วไม่ลืมล็อค สัมผัสความร้อนผ่าวยังมีหลงเหลือจากเมื่อครู่ ยอมรับว่าถ้าโรสไม่เข้ามาขัดเขาก็คงจะไม่หยุดจริงๆ

          วิกเตอร์เปิดบานประตูห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเมื่อพบไอรดาอยู่แล้ว หญิงสาวหน้าแดงก่ำยังไม่กล้าสบตาชายหนุ่มก็ยกยิ้มก่อนจะเปิดบานประตูกว้างแล้วไม่พูดอะไรก่อนจะเดินออกไปโดยที่หญิงสาวเดินตามไปติดๆ เมื่อเขากดรหัสห้องลับเรียบร้อยแล้ว ไอรดาก็เดินเข้าไปด้านในแต่โดยดี

          “เดี๋ยวผมจะเอาอาหารเช้ามาให้”

          วิกเตอร์พูดเท่านี้และเห็นเธอไม่ได้ตอบรับอะไรเขาก็คิดว่าเธอคงอายเลยดันชั้นหนังสือปิดลงแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำบ้างแต่พอเข้ามาก็เหลือบไปเห็นอ่างอาบน้ำฉับพลันก็คิดถึงเรื่องเมื่อครู่ คิดแล้วชายหนุ่มก็นึกเสียดายที่มีคนมาขัดจังหวะแถมลูกชายที่พร้อมรบก็ไม่มีท่าทีสงบเขาเลยต้องอาบน้ำเย็นในเช้าวันนี้!

          เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยวิกเตอร์ก็เดินลงมาด้านล่างก็ยังไม่พบเชสคิดว่าคงไปส่งน้องสาวของตัวเองอยู่ ชายหนุ่มเปิดตู้เย็นพบของสดมากมายที่คนเป็นแม่มักจะสั่งเด็กรับใช้ซื้อมาเก็บไว้ให้ช่วงที่เขากลับมาพักเผื่อหิวตอนดึกๆ      ร่างสูงหยิบไข่ ไส้กรอก แฮม และเบคอนออกมาจากในตู้เพื่อที่จะทำอาหารเช้าสำหรับสองคน เป็นอาหารในไม่กี่อย่างที่วิกเตอร์ทำได้ นอกนั้นชายหนุ่มทำอาหารได้ไม่ดีนักผิดกับน้องชายคนกลางที่ทำอาหารพอได้แต่มักจะเป็นเมนูที่แปลกพิสดารกว่าปกติไปสักหน่อย ชายหนุ่มใช้เวลาทำอาหารแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นก่อนที่จะยกมันทั้งหมดขึ้นไปด้านบน แล้วก็ไม่ลืมที่จะล็อคห้องของตัวเองด้วย เขากดรหัสเข้าไปด้านในเห็นหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา แก้มขาวใสของเธอยังมีริ้วสีแดงอย่างเขินอายเมื่อมองหน้าเขา วิกเตอร์อดจะเอ็นดูไม่ได้คิดว่าเธอคงอายมากแน่ๆเลยไม่อยากจะแกล้งเอ่ยแซวอะไรออกไป เขาเดินไปที่โต๊ะเล็กตรงกลางห้องที่ตั้งเอาไว้ตรงพรมขนสัตว์หนานุ่ม เขาสั่งให้คนสนิทเอาเข้าไปไว้ให้เธอเมื่อสองวันก่อน

          ไอรดาได้กลิ่นหอมของอาหารก็ท้องร้อง เธอปรายตามองเขาวางถาดไว้บนโต๊ะก่อนที่จะนั่งลงแล้วก็เงยหน้ามองเธอแล้วเอ่ยปาก

          “มาทานข้าวสิ” หญิงสาวปิดหนังสือในมือแล้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

          “คุณจะทานด้วยเหรอ”

          “ก็ใช่น่ะสิ” พอได้ยินคำตอบในใจเธอกลับรู้สึกพองโต ทุกวันนี้เธอทานอาหารเพียงลำพังมันค่อนข้างเหงาเกินไปสำหรับไอรดา อีกทั้งภายในห้องก็ไม่มีอะไรมากนักมันเริ่มจะทำให้เธอเฉา แต่ก็ไม่ยอมแสดงออกให้ชายหนุ่มได้รู้

          “ทำไมไม่ไปทานข้างนอกล่ะ” วิกเตอร์ได้ยินคำถามก็ยิ้ม

          “บ้านของผมจะทานตรงไหนก็เรื่องของผมสิ แต่ถ้าคุณไม่ทานในอีกห้านาที ผมทานคุณแทนแน่ จำไม่ได้เหรอเงื่อนไขที่ผมบอกคุณไง จะยอมทานอาหารหรือจะเป็นอาหารให้ทาน” เมื่อเจอเขาทวนเธอก็หน้าร้อนผ่าวอีกครั้งกัดริมฝีปากเมื่อถูกขัดใจก่อนจะกระแทกเท้าเดินเข้าไปใกล้จากนั้นก็นั่งลง แล้วก็มองค้อนชายหนุ่มก่อนที่จะเริ่มทานอาหารตรงหน้าของตัวเองไป

          “เมื่อไหร่คุณจะปล่อยฉันออกไปสักที” ไอรดาเอ่ยถามเมื่อทานไปได้ครึ่งจานแล้ว ส่วนชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนจะทานต่อ

          “ถ้าคุณยอมสารภาพผมก็จะปล่อยคุณไป” เมื่อเห็นเขาพูดแบบนี้เธอเลยรีบสวนกลับ

          “แต่ฉันพูดไปหมดแล้ว”

          “ผมรู้ว่ายังไม่หมด แต่ให้คุณคิดเอาเองแล้วกัน ผมไม่รีบ ที่นี่คุณอยู่ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าไม่เบื่อตายซะก่อน” ชายหนุ่มบอกอย่างไม่ใส่ใจ หญิงสาวเองก็หงุดหงิดแต่ก็ยังทานอาหารจนหมด เดิมทีวิกเตอร์ตั้งใจจะเดินออกจากห้องไปแต่วันนี้เขาว่างทั้งวันเลยนึกอยากจะอยู่กับหญิงสาวมากกว่า พอทานอาหารเสร็จเขาก็ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพรมทำให้หญิงสาวตกใจ

          “คุณนอนที่นี่ไม่ได้นะ” ไอรดารีบพูด

          “ทำไมล่ะผมบอกแล้วไงนี่บ้านผม ผมจะนอนตรงไหน จะกินตรงไหนก็ได้” ชายหนุ่มเอามือสอดรองแทนหมอนแล้วยักคิ้วให้กับหญิงสาวอย่างเป็นต่อ ไอรดาเลยได้แค่ทำหน้ายุ่งก่อนที่จะหยิบหนังสือของตัวเองที่วางไว้เมื่อครู่ขึ้นมาอ่านโดยเอาบังใบหน้าตัวเองเพราะไม่อยากมองเห็นเขา

          ทั้งคู่ต่างอยู่กันแบบนั้นร่วมชั่วโมงจนหญิงสาวเห็นเขาเงียบไปก็เลยลดหนังสือลง เธอเห็นว่าเขากำลังหลับแต่เหนือกว่าความสนใจเรื่องที่เขาหลับ เธอเห็นว่ากระเป๋ากางเกงของเขามีโทรศัพท์มือถือโผล่ออกมาด้วย ดังนั้นไอรดากำลังคิดว่าเธอน่าจะลองเสี่ยงดู

          “คุณวิกเตอร์”

          ไอรดาลองเรียกดูแต่ก็พบกับความเงียบ หญิงสาวอมยิ้มแล้วลงจากโซฟามานั่งเคียงข้างชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เธอใช้มือของตัวเองโบกไปมาที่ด้านหน้าชายหนุ่มเพื่อทดสอบว่าเขาหลับหรือเปล่า เห็นเขานิ่งก็พอใจแต่ร่างบางกลับเห็นใจที่ได้เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขานั้นดูจะเหนื่อยล้า ไอรดาสะบัดความคิดของตัวเองออกไปหันมาสนใจโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มอีกครั้ง มือบางค่อยๆเอื้อมไปจนหยิบโทรศัพท์ได้แต่จู่ๆมือของเธอก็โดนมือหนาคว้าหมับทันที!

          “นอกจากขโมยแบบของผมแล้ว คุณยังจะขโมยมือถือผมอีกเหรอ” วิกเตอร์ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งเคียงข้างหญิงสาวโดยที่มือหนาก็ยังไม่ปล่อยมือบางที่ยังจับโทรศัพท์ของเขาอยู่ ไอรดาดูจะตกใจพยายามหาข้อแก้ตัว

          “ปะ... เปล่านะ ฉะ... ฉันแค่เห็นมันจะตก กะ... ก็เลยเก็บให้” หญิงสาวโกหกเสียงสั่น ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วดึงโทรศัพท์ออกจากมือของเธอ

          “อย่างนั้นเหรอ งั้นก็ขอบคุณนะครับ”

          ชายหนุ่มพูดเสร็จก็ยักคิ้วแล้วยิ้มเหมือนผู้ชนะ ทำให้หญิงสาวมองอย่างหมั่นไส้จากนั้นวิกเตอร์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูง หยิบถาดบนโต๊ะเล็กขึ้นมาแล้วมองที่หญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

          “ผมจะไม่อยู่เย็นนี้ ไปงานเลี้ยง อย่าทำตัวมีปัญหากับเชส เข้าใจไหม” ไอรดาพยักหน้ารับแต่แล้วก็ถามบางสิ่ง

          “งั้นฉันไปอาบน้ำเองได้ไหม ไม่รอคุณได้หรือเปล่า” พอพูดเรื่องอาบน้ำเธอก็เขินอายจนไม่กล้าสบตาส่วนชายหนุ่มก็อมยิ้มแล้วก็ตีหน้านิ่งก่อนจะตอบกลับเสียงเข้ม

          “ไม่ได้!

          ตอบเสร็จก็เดินออกไปปล่อยให้หญิงสาวนั่งบ่นเขาอยู่เพียงลำพังพลางคิดในใจว่าชายหนุ่มนั้นทั้งเผด็จการ เจ้าเล่ห์และอย่างสุดท้ายที่เธอเพิ่งค้นพบตอนอยู่ด้วยกันนั่นคือเขาหื่นสุดๆเลยล่ะ บางทีไอรดาก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะรู้สึกอะไรกับเธอบ้างหรือเปล่านะ... เหมือนกับที่เธอรู้สึก

         

          ส่วนทางด้านแบรนดอนก็อดรนทนไม่ไหวเมื่อผ่านมาร่วมอาทิตย์แล้วแต่อาราเซะก็ยังไม่ลงมือทำอะไรเสียทีเขาเลยมาเยือนวิลล่าสุดหรูของอีกคน พอรถจอดสนิทก็ตรงเข้าไปในบ้านโดยไม่ฟังคำทัดทานลูกน้องของอาราเซะเลยสักนิดจนพบตัวของอีกฝ่ายที่นั่งภายในห้องรับแขกพร้อมกับชายชุดดำสัญชาติญี่ปุ่นสี่คน ส่วนโต๊ะกลางก็วางกระดาษที่มองดูเผินๆเหมือนเป็นแปลนอะไรบางอย่าง

          “ไม่ทราบว่าลมอะไรหอบคุณแบรนดอนมาถึงที่นี่ครับ” แบรนดอนที่ได้ยินก็ตอบกลับอย่างร้อนใจทันที

          “นี่มันผ่านไปหลายวันแล้วนะอาราเซะ ผมไม่เห็นคุณทำอะไรเลยสักอย่าง ลูกสาวผมอยู่กับมันเกือบจะสองอาทิตย์อยู่แล้ว คุณจะให้ผมรอไปถึงเมื่อไหร่” อาราเซะที่ได้ยินเสียงดังตวาดแบบไม่เกรงใจจนคนสนิทอย่างคาวาชิทำท่าจะเดินเข้าไปเอาเรื่องแต่เจ้านายก็ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อนแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างใจเย็น

          “ผมก็กำลังวางแผนกันอยู่นี่ยังไงล่ะครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้นแบรนดอนก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะมองเห็นแปลนที่วางเอาไว้แล้วก็เบิกตากว้างเมื่อพบว่ามันเป็นคฤหาสน์แวนโคลิก แถมยังมีอีกใบที่เป็นบริษัทแวนโคลิกด้วย นั่นทำให้เขาเงยหน้ามองอีกคนอย่างตะลึงว่าทำได้อย่างไร

          “คุณมีข้อมูลนี้ได้ยังไง” อาราเซะยิ้มรับ

          “ผมบอกแล้วว่ารู้จักแวนโคลิกดีกว่าคุณ” แบรนดอนที่ได้ยินแบบนี้มาเป็นครั้งที่สามแล้วแต่ก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบและไม่เข้าใจว่ามีนัยยะอะไรจนต้องถามกลับ

          “หมายความว่ายังไง คุณควรจะเล่าให้ผมฟังบ้าง”

          “เอาไว้เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละครับ ส่วนเรื่องที่ถามว่าผมจะจัดการเมื่อไหร่ ผมจะให้คนของตัวเองลงมือพรุ่งนี้ ตอนนี้ลูกสาวของคุณอยู่ภายในบ้านของไอ้วิกเตอร์ ซึ่งอยู่ในบริเวณคฤหาสน์แวนโคลิก ส่วนลูกน้องทั้งห้าคนของคุณนั้นอยู่ที่โกดังชานเมือง” เมื่อได้ฟังรายละเอียดแบรนดอนก็หันไปมองหน้าคนสนิทที่ดูจะตกใจไม่ต่างกันก่อนจะหันกลับมามองอีกคนอย่างนึกทึ่ง

          “คุณรู้ได้ยังไง มั่นใจได้ยังไง”

          “คนของผมมีประสิทธิภาพและเชื่อใจได้ทุกคนครับ” พูดแบบนี้ริครู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างไรไม่รู้แต่ก็นิ่งไป ส่วนอาราเซะก็ยกยิ้มเล็กน้อยเขาให้คนสืบมาหมดแล้วช่วงที่ผ่านมา ให้คนจับตาที่หน้าบ้านของชายหนุ่มและที่ทำงานทำให้เขาพบว่าคนสนิทของวิกเตอร์ไม่ได้ติดตามเหมือนทุกครั้ง แต่กลับอยู่แต่ภายในบ้านนั่นทำให้เขาเกิดความสงสัย และสุดท้ายก็ลงความเห็นว่าไอรดาต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ การจะบุกเข้าไปคนเป็นวิธีที่โง่มาก และการเข้าไปแบบแบรนดอนก็โง่อย่างถึงที่สุด ดังนั้นเขาจึงมีแผนการที่จะเข้าไปอยู่แล้ว ส่วนโกดังชานเมืองที่เขารู้เพราะโกดังแห่งนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยรุ่นวินเซนต์แล้ว มันเป็นโกดังเก็บของแห่งเดียวของแวนโคลิก ดังนั้นคนของเขาเข้าไปสืบดูและพบว่าทั้งห้าคนถูกจับอยู่ที่นั่นจริงๆ

          สิ่งที่แบรนดอนสงสัยอาราเซะก็ไม่นึกบอก นอกจากจะแค้นที่แวนโคลิกฆ่าพ่อของเขาแล้วแถมยังทำให้ธุรกิจของเขาต้องพังพินาศอีกด้วย เรียกได้ว่าเขาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ยังดีที่ได้โยอิชิคนสนิทของพ่อที่ตอนนั้นเป็นคนดูแลเขาแต่ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว ปลูกฝังให้เขาเกลียดชังตระกูลนี้รวมถึงให้ข้อมูลต่างๆ เขาเริ่มสร้างตัวอีกครั้งด้วยเงินที่พ่อยังมีเก็บไว้ในบัญชีของเขา ก่อนที่จะเจริญรอยตามและผงาดได้อีกครั้งในญี่ปุ่น เขาเลยเลือกที่จะใช้เวลานี้ เวลาที่เขาพร้อมที่สุดเพื่อที่จะแก้แค้นให้กับตระกูลของเขา!

          “แล้วพวกคุณจะทำยังไง จะเข้าไปช่วยไอได้ยังไง ถ้าไออยู่ในดงพวกมันขนาดนั้น” แบรนดอนถามอย่างสงสัย หากว่าคอนโดมิเนียมยากแล้ว คฤหาสน์ตระกูลแวนโคลิกยิ่งยากกว่าเพราะมีบอดี้การ์ดหลายสิบชีวิตอยู่ในนั้นด้วยกันเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับตระกูลนักธุรกิจที่รวยอันดับโลก

          “ผมมีวิธีแล้วกันครับ รับรองว่าคุณต้องคิดไม่ถึงแน่ แต่คุณวางใจได้ ลูกสาวคุณจะกลับสู่อ้อมกอดคุณเร็วๆนี้ ผมมั่นใจ” อาราเซะให้คำมั่นอย่างมั่นใจเต็มร้อย

          “ถ้าอย่างนั้นผมจะรอฟังข่าวดี” แบรนดอนบอกสรุป

          “มันจะเป็นข่าวดีแน่ๆ ส่วนเรื่องลูกน้องห้าคน ผมคิดว่าคุณคงจัดการเองได้ ใช่ไหมครับ” อาราเซะเอ่ยถามแล้วมองเลยไปยังริคที่ยืนด้านหลังเหมือนสบประมาท ทำให้แบรนดอนเองก็พอจะรู้ได้จากน้ำเสียงเหมือนกันเลยเลือกที่จะพูดขึ้นทันที

          “ผมจะให้ลูกน้องไปช่วยเอง คุณไปช่วยไอรดาคนเดียวก็พอ”

          “แบบนั้นก็ได้ครับ”

          “ถ้ายังไงพรุ่งนี้ผมจะรอฟังข่าวดี”

          แบรนดอนย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป อาราเซะยกยิ้มเพียงลำพังก่อนจะยกแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบเล็กน้อยงานนี้นอกจากจะช่วยไอรดาผู้หญิงที่เขาตรึกตรองแล้วเธอจะมีส่วนทำประโยชน์ให้เขาเยอะเชียวล่ะ และอีกข้อเขาจะได้แก้แค้นแวนโคลิกอย่างสาสม งานนี้เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว หากสุดท้ายพลาดแน่นอนว่าเขาเตรียมแพะเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน แต่ในใจของอาราเซะมั่นใจว่าเขาจะไม่พลาดเพราะตัวเองมีแผนที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลนั้นอยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น มันก็ไม่ใช่แค่แผนเบี่ยงเบนแต่มันมีเพื่อทำลายอีกด้วย! คิดแล้วใบหน้าตี๋ก็แสยะยิ้มเหี้ยม



           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #246 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 20:41
    รออย่างเดียวเลยค่ะ

    #246
    0
  2. #245 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 20:41
    รออย่างเดียวเลยค่ะ

    #245
    0
  3. #244 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 20:41
    รออย่างเดียวเลยค่ะ



    #244
    0
  4. #242 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 21:14
    หลอกให้ยากแล้วจากไป 5555555555555
    #242
    0
  5. #219 ยุ้ย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 21:26
    จุ๊บ..จุ๊บ...
    #219
    0