เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,586 Views

  • 287 Comments

  • 1,388 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    207

    Overall
    150,586

ตอนที่ 17 : บทที่10 [ผมจะกินคุณแทนข้าว!!] 100% อัพแล้วว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    13 ก.ค. 58




   *** สาวๆจ๋า ยังเปิดจอง+โอนนะคะ เหลือเวลา 10 วันน้าาา พิมพ์ตามยอดจองนะค้าา โอนเงินได้ถึง 17 กรกฏาคมค่า ^ ^ ยังไงฝากป๋าวิกด้วยนะคะ  ถ้าสนใจรายละเอียดด้านบนเลยน้าาา ของแถมได้ทุกคนนะคะ แต่100 คนแรกจะได้เป็นสมุดโน้ตค่ะ ^^ ส่วนคนที่โอนมานอกจาก 100 คน... มีของที่ระลึกให้เหมือนกันแต่จะเป็นอะไร ขออุบไว้ก่อนนะคะ คิคิ ^^ ***

                    ที่คฤหาสน์ของแบรนดอนแม้เวลานี้จะใกล้รุ่งสางเต็มทีแล้วแต่ไฟที่ห้องโถงยังคงเปิดสว่าง ร่างอ้วนท้วมเดินไปเดินมาในชุดคลุมแม้จะง่วงนอนแต่เขาก็ข่มตาหลับไม่ลงเนื่องจากกำลังรอฟังข่าวจากคนสนิทที่หายไปนานเกินเวลานัดที่ตกลงกันเอาไว้ หนำซ้ำพยายามโทรศัพท์หาก็ติดต่อไม่ได้ ยิ่งทำให้เขากังวลใจหนักมากขึ้นไปอีก หากว่าริคโดนจับได้ตอนนี้วิกเตอร์คงมาที่นี่แล้วแน่ๆ คนสนิทของเขาที่ตามติดเป็นเงาแบบนั้นนักธุรกิจหลายๆคนก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดี หากว่าไปโผล่ในคอนโดมิเนียมของวิกเตอร์ยามวิกาลแบบนี้... มันคงไม่ดีแน่

          เสียงรถแล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้านทำให้เจ้าของบ้านรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เวลาแบบนี้มีคนเดียวนั่นคือคนที่เขารอคอย เจ้าของคฤหาสน์สาวเท้าเดินไปยังหน้าประตูบ้านทันทีไม่ได้รออีกคนให้เดินเข้ามาในนี้ แต่ทันทีที่ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำก้าวลงจากรถมาเพียงลำพัง ประกอบกับใบหน้ามีร่องรอยบอบช้ำดูก็รู้ว่าผ่านการต่อสู้มาแน่ๆ หัวใจของแบรนดอนก็เต้นกระหน่ำ และสิ่งสำคัญที่สุดของงานคือชิงตัวลูกสาวของเขากลับมา แต่นี่ไม่มีแม้แต่เงา... มันไม่ใช่เรื่องดีแน่

          “หวังว่าแกจะมีคำตอบดีๆให้ฉัน”

          แบรนดอนบอกเสียงเข้มหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในโดยมีคนสนิทที่ยังคงเจ็บบาดแผลอยู่เดินตามไม่ห่าง พอเข้ามาในห้องรับแขกแล้วเจ้าของบ้านก็หยุดนิ่งหันมาจ้องมองคนของตัวเองที่ดูก็รู้แล้วว่าทำงานพลาด

          “ลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน” แบรนดอนตวาดถาม ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำ

          “ผมขอโทษครับ”

          เพี้ยะ!

          ใบหน้าคนสนิทหันไปอีกทางตามแรงตบทันที ริคแม้จะโดนตบแต่ก็ไม่นึกโกรธเพราะเจ็บใจตัวเองเหมือนกันที่ทำงานพลาดแล้วลูกน้องก็โดนจับเอาไว้ด้วย ตอนนี้ไม่รู้ว่าทั้งหมดจะเป็นอย่าไงร

          “บ้าเอ้ย! ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะทำงานพลาด ขนคนไปก็ตั้งเยอะ แล้วพวกมันหายหัวไปไหนหมด!” แบรนดอนยังตวาดต่อเนื่อง

          “เป็นแผนของไอ้วิกเตอร์ครับ มันเดาได้ว่าเราจะเข้าไปช่วยคุณไอ มันลองใจเราเพราะอยากจะรู้ว่าคุณไอสำคัญกับเรามากแค่ไหน พอผมช่วยคุณไอออกมาได้สำเร็จ เธอมองแผนออกและให้ผมรีบหนีมา แต่ก็ไม่ทัน มันดักเราเอาไว้หมด คุณไอรั้งตัวไอ้วิกเตอร์เอาไว้ก่อนที่มันจะทันเข้ามาจับผม... ผมก็เลยหนีมา ส่วนลูกน้องของเราถูกมันจับเอาไว้ได้หมด”

          แบรนดอนที่ได้ยินคำรายงานจากคนสนิทก็ขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน มือหนากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนออกมานึกไม่ถึงว่าเด็กคราวลูกจะฉลาดเป็นกรดอ่านเกมออกซ้อนแผนเขาได้จนต้องเสียลูกน้องแถมยังช่วยลูกสาวของตัวเองก็ไม่ได้ด้วย

          “แล้วลูกสาวฉันเป็นยังไงบ้าง มันทำร้ายอะไรเธอหรือเปล่า” แบรนดอนเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงร้อนรน

          “ไม่ครับ เท่าที่ผมเห็นคุณไอสบายดี และเธอฝากผมมาบอกเจ้านายว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอปลอดภัยดี และไอ้วิกเตอร์ไม่กล้าทำอะไรเธอ” แบรนดอนได้ยินก็รู้สึกเจ็บปวดในอก ขนาดเวลาแบบนี้ลูกสาวของเขาก็ยังรู้ว่าเขากำลังเป็นห่วง ยังนึกถึง ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อที่แย่เหลือเกิน

          “ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวของฉันต้องอยู่กับมัน ฉันต้องช่วยลูกออกมาให้ได้!” แบรนดอนบอกอย่างจริงจังส่วนริคเองก็ถอนหายใจ

          “ผมว่ามันน่าจะพาตัวคุณไอไปที่อื่นแล้วล่ะครับ” คำบอกเล่าของคนสนิททำให้มืออ้วนท้วมทุบโซฟาอย่างระบายอารมณ์ แม้จะรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมดเองแต่ก็ไม่คิดว่าวิกเตอร์จะทำกับลูกสาวเขาแบบนี้ด้วยการจับเธอไปหากเป็นแบบนี้เขาเลือกให้วิกเตอร์ทำกับเขายังจะดีกว่า

          “ฉันจะโทรไปตกลงกับมันให้รู้เรื่อง!” พูดเสร็จก็ล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมหยิบโทรศัพท์มือถือหมายจะโทรหาศัตรูแต่คนสนิทก็รั้งมือเอาไว้ก่อน

          “แบบนั้นก็เท่ากับว่าเราเปิดไพ่ยอมรับนะครับ ผมว่ามันรอโอกาสนี้อยู่แล้ว ถ้าเรายอมรับมันเล่นงานเราเละแน่ ชื่อเสียงไดม่อนไอก็จะไม่เหลือ” เมื่อเจอขัดเอาไว้ แบรนดอนก็อดจะเห็นด้วยไม่ได้แต่ก็พูดออกมาอย่างเจ็บใจอย่างที่สุด

          “แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะวะ! มันจับตัวลูกของฉันไปนะ! แล้วแกคิดว่าป่านนี้มันไม่รู้แล้วเหรอ ไอ้ห้าคนนั่นมันโดนจับได้ แล้วพวกแกก็บุกเข้าไปหามันถึงรัง!” แบรนดอนระบายอารมณ์ใส่คนสนิทจนหมดสิ้น นาทีนี้ห่วงแต่ลูกสาวตัวเองโดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากคนสนิทของเขาไม่เตือนเอาไว้เสียก่อน... ไดม่อนไอก็คงจะจบสิ้นแน่

          “ผมกำชับทุกคนแล้วครับนายต่อให้ตายมันก็จะไม่พูด ผมเชื่อใจในตัวพวกมัน อีกอย่างถ้ามันพูดตอนนี้ไอ้วิกเตอร์มันคงแจ้งความแล้วตำรวจคงมาแล้วแน่ๆ อีกอย่างเรื่องบุกเข้าไปมันไม่ได้เห็นหน้าผมครับ มันไม่รู้จักห้าคนนั่นแน่ ถึงแม้มันจะเดาได้ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยนะครับ ต่อให้มันเอากล้องวงจรปิดให้ตำรวจดู ก็ได้แค่ข้อหาบุกรุกเท่านั้น ยังไงก็สาวมาถึงเราไม่ได้แน่ ส่วนเรื่องคุณไอ... ผมว่าเราหาทางจัดการเองจะดีกว่านะครับ”

          “ทำไม! ถ้ามันคิดว่าฉันจ้างไอให้ไปทำจริงๆ มันต้องเอามาต่อรองฉันสิ มันต้องยื่นข้อเสนอหรือเงื่อนไข มันต้องทำแบบนั้น แต่ทำไมมันเงียบ มันไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง มันจับลูกสาวฉันไปตั้งสี่วัน ถ้ามันไม่บอกฉันก็คงไม่รู้!” แบรนดอนบอกอย่างไม่เข้าใจแผนการของวิกเตอร์มากนักแต่ริคกลับรู้สึกว่าเขาพอจะมองออก

          “เพราะมันไม่มีหลักฐานไงครับ ผมคิดว่ามันรอให้เราติดกับเองมากกว่า ยิ่งคุณไอไม่พูด หลักฐานไม่แน่นหนาพอ แบบของมันก็ยังอยู่ แบบนี้ถ้ามันมาพูดกับเราโดยตรงก็อาจจะหน้าแตกกลับไปได้นะครับ มันเลยคงต้องการให้เราเข้าหาเองแล้วมันค่อยเล่นงานเราทีหลังเหมือนอย่างวันนี้” ริคอธิบาย

          แบรนดอนถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงโซฟาตัวหรูในห้องรับแขกของตัวเอง ใบหน้าอวบอูมซบลงกับฝ่ามืออย่างจนปัญญา หากว่าคนที่โดนจับตัวไปไม่ใช่ลูกสาวของเขา... แบรนดอนจะไม่เจ็บปวดกังวลขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ แต่นี่ทำให้เขารู้สึกว่าพลาด

          “ไม่ว่ายังไงฉันต้องช่วยไอออกมาให้ได้ ฉันไม่ยอมให้ลูกอยู่กับมัน จริงอยู่ตอนที่แกเข้าไปไออาจจะปลอดภัยดี แต่ฉันไม่มั่นใจแล้วว่าพวกแกทำงานพลาด ลูกฉันจะยังปลอดภัยอยู่” แบรนดอนเงยหน้าแล้วพูดขึ้นตวัดสายตามองคนสนิทที่ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

          ทั้งสองคนถอนหายใจริคเองก็รู้สึกผิดตอนนี้เท่ากับว่าไม่รู้อะไรเลย ต่างคนต่างเงียบไปได้สักพักแล้วแบรนดอนก็นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อนคิดว่านี่คงเป็นความหวังสุดท้ายของเขา

          “ฉันว่าอาราเซะจะช่วยเราได้ แต่มันจะรู้ความลับของเราไม่ได้เรื่องทีไอใช้ความสามารถพิเศษโจรกรรมแบบเพชรมา” เจ้านายกับลูกน้องมองหน้ากันก่อนที่ริคจะพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

          “ผมว่าดีนะครับ คุณอาราเซะพื้นฐานครอบครัวเป็นยากูซ่าเก่า แน่นอนว่าลูกน้องฝีมือดีมีมากแน่ อีกทั้งเงินและอิทธิพลไม่น้อยเหมือนกัน บางทีเราอาจจะขอให้เขาช่วย” แบรนดอนได้ยินก็เริ่มมีความหวัง

          เมื่อมั่นใจแล้วว่าอาราเซะจะกลายเป็นทางเลือกแบรนดอนก็หวังว่าเขาจะเลือกไม่ผิดหากอาราเซะช่วยไม่ได้แล้วเขาก็คงต้องยอมเอาไดม่อนไอไปแลกกับแวนโคลิกเพราะไม่ว่าอย่างไรชีวิตไอรดาก็สำคัญกว่าอยู่ดี!

 

          เช้าวันรุ่งขึ้น วิกเตอร์ตื่นแต่เช้าหรือเรียกได้ว่าเขานอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่สั่งการกับคนสนิทของตัวเองอย่างเชส ที่อยู่โกดังเก็บของแวนโคลิก สถานที่ที่เคยพาไอรดาไปที่นั่น ลูกน้องทั้งห้าคนของแบรนดอนยังไม่ยอมพูดอะไรเลยและเขาก็ไม่ยอมปล่อยสั่งให้คนของตัวเองเค้นต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะยอมพูด แม้จะเจ็บใจที่ห้าคนนั้นถูกฝึกมาดี ลักษณะแบบนี้เขาพอจะเดาได้ว่าต่อให้ตายก็คงไม่พูด แต่ชายหนุ่มเชื่อว่ามันอาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคน ต้องมีสักคนที่ปริปากพูดออกมาก่อนแน่เพราะทนไม่ไหว ในขณะเดียวกันผู้หญิงที่อยู่ภายในห้องของเขาก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเหมือนกัน ตอนนี้ชายหนุ่มไม่รู้จะเริ่มต้นทำอย่างไรดีหากว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับไอรดาเลย เรื่องทุกอย่างมันคงง่ายขึ้นเยอะ

          ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงนอนตั้งใจจะเดินเข้าห้องน้ำแต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจมองไปยังชั้นหนังสือของตัวเองและมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้น วิกเตอร์เดินไปยังชั้นหนังสือของตัวเองแล้วสไลด์แผ่นไม้ที่อยู่ด้านข้างขึ้นด้านในเป็นที่กดรหัส เมื่อเสียงยืนยันว่าถูกต้องเขาก็ผลักชั้นหนังสือเข้าไปเพื่อหาคนด้านในที่คิดว่าหลับอยู่แต่ก็เปล่า      ร่างบอบบางนั่งกอดเข่าตัวเอง ดวงตากลมโตบวมช้ำจ้องมองมายังผู้ที่เข้ามาใหม่ ชายหนุ่มชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะดันชั้นหนังสือให้ปิดลงเหมือนเดิม และจ้องมองหญิงสาวอย่างเย็นชาและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เขาไม่เคยมีความรักและไม่เคยคิดว่าจะมีความรักท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้สักนิด

          “คุณคิดว่าทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอไอรดา” วิกเตอร์เอ่ยถามทำลายความเงียบ เธอนั่งอยู่บนโซฟาสีขาวตัวยาวของเขา ซึ่งห้องแห่งนี้ชายหนุ่มทำเอาไว้ตอนที่สร้างบ้านใหม่ๆ ไม่ได้มีความต้องการอะไรพิเศษแต่คิดว่าถ้ามีไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เดิมทีเป็นห้องโล่งๆแต่เขาเติมของเข้าไปพวกโซฟา โต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือและห้องน้ำเผื่อว่าเวลาที่เขาอยากหาเวลาสงบหรือปลีกตัวอยู่เพียงลำพังก็จะเข้าไปในห้องแห่งนี้ แม้จะอยู่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียวก็เถอะ แต่น้องชายน้องสาวบางทีก็จะเข้ามาป้วนเปี้ยน เขาเลยคิดว่ามีห้องนี้ไว้ก็ดีเหมือนกัน แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะกลายเป็นที่คุมขังผู้หญิงที่เขารู้สึกดีด้วย

          “ตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น” ไอรดาตอบเสียงแผ่วแล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอีกครั้ง เธอยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

          “แค่บอกผมไอรดา ทุกอย่างจะจบ” วิกเตอร์ยังคงโน้มน้าว เขาใจเย็นกว่าเมื่อคืนมาก และไม่บ่อยนักที่เขาจะสติแตกแบบเมื่อคืนทำตัวร้ายกาจหากไม่จำเป็น ไอรดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เห็นมุมร้ายกาจที่สุดของเขา

          “มันไม่จบแค่นี้หรอกฉันรู้ คุณจะไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไป” ไอรดาตอบกลับอีกครั้ง เธอไม่ได้ตวาดเพราะเรี่ยวแรงที่มีรู้สึกหดหายไปไหนหมดไม่รู้

          “แล้วคุณจะปล่อยให้ผมโดนกระทำฝ่ายเดียวงั้นเหรอ ทั้งๆที่ผมไม่ได้ผิดอะไรเลยนะไอรดา แต่พวกนั้นต่างหากที่จ้องจะเล่นงานผม แล้วก็สำเร็จด้วย ผมเสียเงินมากมายมหาศาลแค่ไหน เสียชื่อ เสียหน้าแค่ไหน แล้วใครจะชดใช้สิ่งที่ผมสูญเสียไปล่ะ” วิกเตอร์พูดด้วยเหตุผลล้วนๆในขณะที่หญิงสาวก็เข้าใจเขาได้อย่างดี

          “ฉันบอกแล้วไงว่าจะชดใช้ให้ ฉันยินดีชดใช้ให้คุณทุกอย่าง ถ้าคุณจะจบเรื่องทั้งหมดพวกนี้ ฉันทำงานหาเงินใช้หนี้ให้คุณก็ได้ ต่อให้มันเป็นทั้งชีวิตของฉัน... ฉันก็ยินดีจะทำ”

          ดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองเขาอย่างอ้อนวอน ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อยากจะดึงเธอมากอดเอาไว้เหลือเกินแล้วก็บอกให้เธอลืมเรื่องทั้งหมดไปเสียแต่เขาทำไม่ได้... เขาไม่มีทางปล่อยพวกนั้นไปได้และไม่มีทางให้เธอชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้นแน่ๆ วิกเตอร์มั่นใจว่าไอรดาไม่อยากทำ เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นชายหนุ่มไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขามั่นใจได้ขนาดนี้แต่คิดว่าตัวเองคิดไม่ผิดแน่ๆ

          “ต่อให้ผมถามคุณว่า คุณเป็นอะไรกับแบรนดอนคุณก็คงไม่บอกใช่ไหม เพราะเขาคงสำคัญกับคุณมากจนยอมที่จะรับผิดแทนทุกอย่าง ใช่หรือเปล่า” วิกเตอร์พูดขึ้นอย่างเจ็บปวด หญิงสาวตอบกลับทั้งน้ำตา

          “ใช่ เขาสำคัญกับฉันมาก” เมื่อเธอพูดย้ำเขาก็เหมือนมีดที่กรีดกลางใจก่อนที่จะพยักหน้ารับกับตัวเองแล้วมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ดุดันมากขึ้นก่อนจะพูดย้ำเตือนสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเธอไม่ยอมร่วมมือกับเขา

          “ไม่มีใครรับโทษแทนใครได้หรอกไอรดา ใครที่มันทำอะไรเอาไว้มันก็ต้องชดใช้!

          พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินออกไป หญิงสาวจะลุกขึ้นไปหาเขาแต่ก็ไม่ทันเมื่อชั้นหนังสือพลิกกลับไปที่เดิมแล้วและไร้ทางออก เธอออกไปไหนไม่ได้เลย หน้าต่างก็ไม่มีให้หนีและไม่รู้ด้วยว่าเขาจะจับเธอไว้ในนี้อีกนานแค่ไหน

          วิกเตอร์ที่ออกมาแล้วก็หลับตาผ่อนลมหายใจจากนั้นก็เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้าแล้วเปิดน้ำเย็นจัดก่อนจะเข้าไปยืนให้น้ำไหลรดร่างกายตัวเองจนชุ่มไปหมด มือหนากำหมัดแน่นทุบกับกำแพงห้องน้ำอย่างเจ็บปวด เพราะอะไรแบรนดอนถึงสำคัญขนาดนั้น แม้จะบอกว่าเป็นผู้มีพระคุณก็ตาม เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้วิธีไหนง้างปากเธอออกมา และจะเก็บเธอไว้กับตัวนานแค่ไหน... เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ได้เหมือนกัน

          ร่างสูงเดินออกมาแล้วสวมเสื้อผ้าเป็นชุดสูททำงานเนื้อดี วันนี้เขาตั้งใจจะเข้าบริษัทเพื่อทำงานเสียที เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องเดินลงไปด้านล่างเจอเชสยืนรออยู่แล้วตรงมุมบันได

          “มีอะไรคืบหน้าไหม” เชสถอนหายใจแล้วตอบกลับ

          “ไม่มีครับ พวกนั้นยังเงียบ”

          “อยากจะรู้มันจะทนได้กี่น้ำ... แล้วนี่ของที่สั่งเอามาด้วยหรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยปากถามคนของตัวเองที่สั่งการเอาไว้เมื่อคืนหลังจากที่พาไอรดามาที่นี่

          “อยู่ท้ายรถครับ”

          “ฉันอยากให้นายอยู่เฝ้าเธอที่นี่ แล้วเดี๋ยวขนของขึ้นไปให้เธอด้วยด้านบน จำเอาไว้อย่าให้มีพิรุธจนกว่าคอนโดจะเรียบร้อย เข้าใจไหม” ชายหนุ่มเอ่ยย้ำ เพราะตอนนี้เขาปิดปรับปรุงคอนโดมิเนียมใหม่ จากนั้นก็สั่งให้คนเปลี่ยนระบบลิฟต์ใหม่หมดด้วยเพื่อความปลอดภัยมากขึ้นไปอีก ไม่ลืมที่จะสั่งเชสให้ขนเสื้อผ้าของไอรดามาที่นี่ด้วย

          “ครับเจ้านาย”

          เมื่อเห็นคนสนิทรับคำเขาก็ยังไม่ลืมกำชับให้รายงานเขาทุกอย่างด้วยทั้งเรื่องที่นี่และโกดังก่อนที่จะนั่งรถออกไปทำงานที่บริษัท
 

***********************************************************************************


*** ยังเปิดจอง+โอนได้อยู่นะคะ เหลืออีก 8 วันน้าาา 8 วันสุดท้ายแล้วน้าาา พิมพ์ตามยอดจองนะคะ ^ ^ ใครรักป๋าชอบป๋า ฝากด้วยนะคะ รับรองว่าในเล่มนี้ฟินๆๆๆๆ ^ ^ ***

                  ที่ห้องประชุมของไดม่อนไอ เวลานี้สีหน้าเจ้าของบริษัทดูจะเครียดขึงจนหุ้นส่วนอดจะแปลกใจไม่ได้ประกอบกับการนัดมาในวันนี้ด้วยเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องงานก็ยิ่งสงสัยแต่ก็พอจะเดาออกอยู่บ้างว่าคงเป็นการขอความช่วยเหลือ

          “ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือครับ ถึงเรียกผมมาเช้าแบบนี้” อีกคนจิบกาแฟแล้วถามกลับ

          “ผมมีเรื่องอยากจะขอให้คุณช่วย” อาราเซะได้ยินก็เลิกคิ้ว    

          “ช่วย? ช่วยเรื่องอะไรครับ”

          “คนของผมถูกไอ้วิกเตอร์ แวนโคลิกมันจับตัวไป”  อาราเซะได้ยินเรื่องราวก็แปลกใจแต่เขาคิดเอาไว้บ้างเหมือนกันว่าการที่ได้แบบเพชรสวยมากจนขายดีแบบนั้นมันต้องแลกด้วยอะไรมาแน่ๆ

          “ถูกจับเรื่องอะไรครับ” อาราเซะยังถามกลับอย่างใจเย็น แบรนดอนถอนหายใจ

          “คุณจำได้ไหมที่เคยถามว่าผมทำยังไงให้ไอ้วิกเตอร์มันหน้าหงาย ผมส่งคนไปขโมยแบบของมันมา แล้วเราก็เอามาทำตัดหน้าการเปิดตัวเพชรของมัน... นั่นแหละทำให้มันแค้นจับคนของผมไป” เมื่อได้ยินแบบนั้นอาราเซะก็พยักหน้ารับรู้เล็กน้อยก่อนที่จะถามกลับอีก

          “แต่ว่าถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ต้องแจ้งความแล้วสิครับ แบบเพชรหายแล้วเพชรของเราก็ยังไปเหมือนแบบของมันอย่างนี้... ทำไมมันต้องจับคนของคุณไปด้วย”

          แบรนดอนที่ได้ยินคำถามกลับก็หงุดหงิดใจทันทีเพราะเขารู้ดีว่าบอกไม่ได้ ในขณะเดียวกันหุ้นส่วนหน้าหยกก็จ้องมองอย่างไม่วางตาด้วยอยากจะรู้ว่าอีกคนมีอะไรที่ยังปกปิดมากกว่านี้หรือไม่

          “เอาเป็นว่ามันเป็นการขโมยแบบที่ดมกลิ่นเราไม่เจอก็แล้วกันนะคุณอาราเซะ ทีนี้ผมอยากจะให้คนของคุณเข้าไปช่วยคนของผมหน่อยได้ไหม ผมส่งไปแล้วและก็โดนมันจับเอาไปหมด ยังดีที่พวกนั้นถูกฝึกมาอย่างดีไม่สาวมาถึงผม” แบรนดอนอธิบายแต่ดูเหมือนว่าอาราเซะจะยังไม่ยอมง่ายๆ

          “มันจับใครไปครับ”

          “ก็แค่... พนักงานคนหนึ่ง” แบรนดอนเอ่ยตะกุกตะกักไม่กล้า ชายหนุ่มเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่ทุกข์ร้อน   “คุณควรบอกรายละเอียดผมให้มากกว่านี้นะครับ การที่ผมต้องเอาตัวเองและลูกน้องไปเสี่ยงก็น่าจะได้รู้อะไรที่มันมากพอที่จะลงมือในครั้งนี้” แบรนดอนมองหน้าอีกคนที่จ้องมองเขานิ่งก็ก้มหน้าหลบตา เพราะคนตรงหน้าดูน่ากลัวเหลือเกินเวลามาดนิ่งๆแบบนี้

          “ผมจะบอกคุณทุกอย่างแต่คุณช่วยผมก่อนได้ไหม”

          “เกรงว่าผมจะทำแบบนั้นไม่ได้ ผมมีนัดตีกอล์ฟกับเพื่อนซะด้วย ถ้าคุณหมดเรื่องแล้วผมขอตัว”

          พูดเสร็จก็ลุกขึ้นตั้งใจจะเดินออกไปจากห้องแต่แล้วแบรนดอนก็ตัดสินใจได้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่อาราเซะจะเดินออกไปด้านนอก เขาก็โพล่งขึ้นมา

          “มันจับไอรดาไป” ชื่อของหญิงสาวที่เขาเคยเจอเธอถึงสองครั้ง หญิงสาวที่เขารู้สึกว่ายังเป็นปริศนาในเรื่องความสัมพันธ์กับคนตรงหน้า นั่นทำให้อาราเซะเดินกลับเข้ามาหาแบรนดอน

          “แล้วมันจับเธอไปทำไมกัน”

          “เธอ... เธอเป็นคนไปเอาแบบให้ผม” แบรนดอนบอกอีกแต่อาราเซะรู้สึกว่ามันยังไม่ชัดเจน

          “ถ้าคุณอยากให้ผมช่วย คุณต้องบอกผมให้หมดแบรนดอน ไม่อย่างนั้นผมคงช่วยคุณไม่ได้ ลูกน้องของผมฝีมือดีทุกคนและที่สำคัญ... ผมรู้จักแวนโคลิกดีกว่าคุณด้วยซ้ำ” ท้ายประโยคอาราเซะบอกเสียงเหี้ยม ทำให้แบรนดอนนึกแปลกใจก่อนจะเอ่ยถามกลับ

          “มะ... หมายความว่ายังไง”

          “คุณไม่ต้องรู้เรื่องนั้นหรอกครับ แต่ผมมีเวลาให้คุณไม่มาก ถ้าคุณยังเลือกที่จะปิดบังไม่ไว้ใจหุ้นส่วนอย่างผมบางทีเราอาจจะทำงานด้วยกันยากเสียหน่อย แล้วผมก็คงไปช่วยคุณไอรดาออกมาไมได้แน่ๆ เพราะผมคงไม่ยอมเสี่ยงกับข้อมูลเพียงนิดเดียวที่คุณบอกผมหรอก” พูดเสร็จก็แสร้งหมุนตัวจะเดินออกไปอีกครั้งและนั่นทำให้แบรนดอนไม่มีทางเลือกด้วยความรักลูกและตัวเขาคิดว่าอาราเซะก็เป็นถึงหุ้นส่วนและยังมีส่วนสำคัญในเรื่องเงินอีกด้วยทำให้เขาตัดสินใจที่จะพูด

          “เธอเป็นลูกสาวของผม” ข้อมลูใหม่ทำให้หุ้นส่วนแปลกใจเพราะเข้าใจว่าอีกคนมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น

          “ลูก? ผมไม่รู้ว่าคุณมีลูกสาวสองคน” แบรนดอนถอนหายใจ

          “ไว้ผมจะอธิบายทีหลัง ทีนี้คุณได้ข้อมูลมากพอแล้ว ไปช่วยลูกสาวผมได้หรือยัง” อาราเซะใช้มือหนาลูบคางตัวเองเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดแล้วเขาก็ยังไม่ลืมอีกประเด็นที่สงสัย

          “แล้วเธอเข้าไปเอาแบบมาได้ยังไง ถ้าไม่ได้ขโมยมันมาเป็นกระดาษ” แบรนดอนอึกอักเล็กน้อยพยายามไม่สบตาแต่แล้วอาราเซะเหมือนจะรู้ทันเลยเอ่ยดักคอขึ้นมาเสียก่อน

          “ผมเตือนอีกครั้งถ้าคุณไม่บอกความจริงให้หมด ผมไม่ช่วยนะครับ” เมื่อเจอเขาขู่สุดท้ายแบรนดอนก็ตัดสินใจแบไพ่ในมือจนหมดสิ้นเมื่อไม่มีทางเลือกมากกว่านี้ อีกทั้งยังต้องพึ่งอาราเซะอีกเยอะทั้งเรื่องของไอรดาและเรื่องของบริษัท

          “เธอมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เธอจดจำรายละเอียดได้ดีกว่าคนปกติอย่างเรา เธอสามารถมองแบบได้เพียงครู่แล้ววาดมันออกมาได้เหมือนกับต้นฉบับ”

          อาราเซะรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่ได้ยิน คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่มีความสามารถพิเศษแบบนี้ด้วยแม้จะเคยได้ยินแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนใกล้ตัวแบบนี้ ยิ่งได้ยินเขาก็คิดว่าไอรดาช่างเป็นผู้หญิงที่พิเศษสำหรับเขาเหลือเกิน เธอทั้งสวยถูกใจเขาและเธอเก่ง ฉลาด มีความสามารถพิเศษแบบนี้ด้วยแล้ว เรียกได้ว่าเธอครบเครื่องสำหรับเขาจริงๆ ใบหน้าของอาราเซะกระตุกยิ้มทันทีที่คิดว่าเธอต้องมีประโยชน์มากมายกับเขาแน่ๆ

          “ตกลง ผมจะช่วยคุณไอออกมาเอง” แบรนดอนได้ยินก็ยกยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปใกล้

          “จริงเหรอ แต่... ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าพวกมันเอาตัวไอไปไว้ที่ไหน ตอนแรกมันเอาไปไว้ที่คอนโด ผมให้คนบุกไปช่วยแต่ดันโดนมันซ้อนแผนกลับ” แบรนดอนบอกอย่างหนักใจแต่ไม่ใช่สำหรับอาราเซะที่ลูกน้องของเขานั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าลูกน้องของแบรนดอนแน่ๆ

          “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นคนของผมจัดการได้”        

          เมื่อเห็นอาราเซะมั่นใจและยืนยันแบรนดอนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนที่อีกคนจะเดินออกไปแล้วริคก็รีบเดินสวนเข้ามาทันทีด้วยความอยากรู้

          “เป็นยังไงบ้างครับ” แบรนดอนนั่งลงเก้าอี้ด้วยท่าทีที่ดีขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกสงสัยไม่น้อยเหมือนกัน

          “เขารับปากจะช่วย แต่ฉันสงสัยอะไรบางอย่าง”

          “อะไรครับ” ริคเอ่ยถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

          “อาราเซะบอกว่า รู้จักแวนโคลิกดีกว่าฉัน... หมายความว่ายังไง” เมื่อได้ยินเจ้านายพูดแบบนี้คนสนิทของเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องธุรกิจ

          “ที่คุณอาราเซะมาเข้ากับเราเพราะมีเป้าหมายอยากจะล้มแวนโคลิกเหมือนกัน ผมว่าอาจจะมีปัญหากันเรื่องธุรกิจหรือเปล่าครับ” แบรนดอนลูบคางตัวเองเล็กน้อยแล้วก็นิ่งคิดก่อนที่จะโบกมือ

          “ช่างมันเถอะ ตอนนี้ขอให้ลูกสาวฉันกลับมาก่อนแล้วที่เหลือค่อยว่ากัน”

          ริคพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยแม้จะสงสัยเหมือนกัน ขณะเดียวกันแบรนดอนคิดว่าหากช่วยลูกสาวตัวเองได้สำเร็จแล้วเขาคงต้องสืบหาข้อมูลระหว่างอาราเซะกับตระกูลแวนโคลิกเสียหน่อยเพราะตอนนี้เขาคิดว่าคงมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้และมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

          ห้าทุ่มกว่าร่างสูงลงจากรถคันหรูของตัวเองที่จอดนิ่งสนิทบริเวณหน้าบ้าน เพราะอยู่ประชุมเรื่องแบบเพชรกันจนดึกดื่นและในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปสำหรับเพชรชุดใหม่ เมื่อเจอแบบที่คิดว่าจะทดแทนกันได้ก่อนที่จะสั่งให้ลงมือทำทันทีเพื่อที่จะไม่ต้องยืดเวลาให้นานกว่านี้

          ร่างสูงของวิกเตอร์เดินเข้ามาในบ้านอย่างอ่อนล้า เขาได้รับรายงานจากเชสเกือบทั้งวันว่าไอรดานั้นประท้วงด้วยการอดอาหารอีกแล้ว แถมยังไม่พูดอะไรเลยสักคำ เธอปากแข็งพอๆกับห้าคนที่เขาสั่งงดข้าวงดน้ำก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเหมือนกันทั้งๆที่โดนทรมานขนาดนั้น

          เชสลุกขึ้นจากโซฟาทันทีที่บานประตูของบ้านเปิดออก เขาโค้งเคารพคนเป็นนายก่อนจะเดินไปรับสูทและกระเป๋าทำงานของมาถือเอาไว้ ในขณะที่ชายหนุ่มก็คลายปมเน็คไทแล้วปลดกระดุมตรงข้อมือก่อนที่จะถลกมันขึ้นไปเหนือข้อศอก

          “เตรียมของที่สั่งแล้วใช่ไหม”

          “ครับ ผมวางเอาไว้ด้านบน” เชสตอบรับเมื่อเจ้านายของเขาสั่งการเอาไว้ตอนที่ออกจากบริษัทเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

          “เอาล่ะ นายไปพักผ่อนได้” เขาสั่งการคนสนิทเสร็จก็เดินขึ้นไปด้านบนทันทีอย่างหนักใจ พอเปิดบานประตูห้องเข้ามาก็ได้กลิ่นซุปมาเป็นอันดับแรก ซึ่งกลิ่นของมันมาจากถาดอาหารที่มีขนมปังอยู่ด้วยวางเอาไว้ตรงโต๊ะเล็กภายในห้องอย่างที่สั่งการคนสนิท เขาถอนหายใจแล้วยกมันขึ้นก่อนจะเดินตรงไปยังชั้นหนังสือกดรหัสเข้าไปแล้วก็ไม่รอช้าที่จะผลักบานประตูให้เปิดออกเพื่อเผชิญหน้ากับร่างบางที่ยังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาด้วยชุดเดิมที่มีเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาทับเอาไว้ส่วนพื้นด้านล่างก็มีถุงเสื้อผ้ายี่ห้อดังที่ซื้อให้เธอวางเรียงกันเอาไว้อยู่

          “อดอาหารประท้วงอีกแล้วเหรอ” ชายหนุ่มทักทายแต่หญิงสาวกลับเบือนหน้าหนี

          วิกเตอร์ยกถาดอาหารไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขาที่ทำจากไม้เนื้อดี จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้แล้วกระชากร่างบางให้ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับตัวเอง แรกกระชากทำให้เธอปะทะกับอกแกร่งส่วนเขาก็กอดเอวเล็กเอาไว้แน่น

          “ปล่อยฉันนะ” ไอรดาเค้นเสียงออกมาจ้องมองเขาอย่างไม่ชอบใจ

          “คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบคนดื้อ และคุณก็รู้เหมือนกัน ว่าต้องกินข้าว ตกลงจะยอมกินดีๆหรือต้องให้ใช้วิธีพิเศษ” ไอรดาเชิดหน้าแล้วตอบกลับ

          “นั่นมันก็เรื่องของคุณ แต่ฉันไม่อยากกิน ฉันเป็นนักโทษของคุณไม่ต้องเลี้ยงดูดีขนาดนี้ก็ได้! ต่อให้คุณทำดีแค่ไหนฉันก็ไม่บอกอะไรคุณทั้งสิ้น เพราะฉันไม่รู้”

          เมื่อเห็นเธอพูดแล้วทำตัวปากเก่งเขานึกอยากจะตีก้นสั่งสอนเธอจริงๆ ไอรดาที่แม้จะเศร้าซึมหรือร้ายกาจแค่ไหนสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นเด็กดื้อในสายตาของเขาอยู่ดี เด็กดื้อที่ชอบเอาชนะและแข็งกร้าวแต่ภายในนั้นอ่อนโยนเรียกได้ว่าเกือบจะอ่อนแอด้วยซ้ำ

          “งั้นก็ได้” พูดเสร็จก็ผลักร่างบางเบาๆแต่เธอก็เซถลาล้มลงไปบนโซฟาตัวหรูของเขาแล้ว ชายหนุ่มถอยห่างมาเล็กน้อยจากนั้นก็ปลดเน็คไทของตัวเอง ดึงมันออกแล้วก็โยนทิ้ง ตามมาด้วยมือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองช้าๆไอรดาเห็นแบบนั้นก็เบิกตากว้าง

          “นะ... นี่คุณจะทำอะไรน่ะ!

          “ก็คุณไม่ยอมกินข้าว... ผมก็จะกินคุณแทนน่ะสิ เลือกเอาว่าจะกินข้าวดีๆหรือจะให้ผมกินคุณแทน” ข้อเสนออันสุดพิลึกของเขาถึงกับทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างทันที คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ เธอกระถดกายหนีภาพเมื่อวานฉายซ้ำเข้ามาอีกครั้งตอนที่โดนเขากระชากเสื้อแล้วระดมจูบเธออย่างป่าเถื่อน

          “ฉะ... ฉันจะร้องนะ... คะ... คุณป้าต้องได้ยินแน่” ไอรดาเอาเพียงดาวมาขู่เพราะเธอนึกถึงการเข้ามาเมื่อวานและคิดว่าที่นี่คือบ้านของเขาแน่ๆ แต่คงจะแยกออกจากบ้านของเพียงดาว วิกเตอร์ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเสียงดังเดินเข้ามาใกล้แต่อีกคนก็เขยิบหนี

          “ห้องนี้เก็บเสียง ร้องให้ตายมัมก็ไม่ได้ยินหรอก ต่อให้ผมกินคุณจนอิ่มไปหลายรอบ หลายวัน หลายคืน หรือเป็นเดือน มัมก็ไม่รู้ไม่เห็นไมได้ยินอยู่ดี!” พูดเสร็จชายหนุ่มก็จ้องมองร่างน้อยตาวาว เขาตั้งใจจะกระชากเธอให้ตกอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองแต่ไอรดาเหมือนจะอ่านความคิดออก เธอผลักเขาออกห่างแล้วลุกขึ้นยืนใกล้กับโต๊ะทำงานของเขา โต๊ะที่เธอพยายามค้นหาอุปกรณ์สื่อสารแต่ไม่พบอะไรเลย

          “คะ... คนบ้า อย่าเข้ามานะ” วิกเตอร์เห็นร่างบางขู่ฝ่อก็กระตุกยิ้ม

          “เลือกเอา ตกลงจะกินอาหารหรือเป็นอาหารให้ผมกิน”

          ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าทำท่าจะเดินเข้าไปหา ไอรดารีบนั่งลงตรงเก้าอี้สีดำตัวใหญ่ตรงโต๊ะทำงานของเขาจากนั้นก็เอื้อมมือไปดึงถาดอาหารเข้ามาใกล้ วิกเตอร์เห็นก็พึงพอใจ

          “ฉันจะกินแล้ว ทีนี้ออกไปเสียที” ไอรดาไล่เพราะกลัวว่าอยู่กับเขาเธอจะไม่ปลอดภัย

          “ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะทานอาหารเสร็จ เพราะผมไม่ไว้ใจคุณ... รีบทานซะ” หญิงสาวทำหน้าตาหงุดหงิดใส่อย่างไม่พอใจแถมยังก่นด่าเขาเบาๆแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไร ไอรดาจำยอมทานข้าวแต่โดยดีเพราะกลัวคนตรงหน้าประกอบกับท้องก็ร้องหิวมาทั้งวันแล้ว ไม่ได้ต้องการจะประท้วงเหมือนที่เขาว่าแต่เธอไม่มีอารมณ์จะกินมันต่างหาก

          หญิงสาวตักซุปเข้าปากคำแรกพบว่ามันอร่อยจากนั้นก็ตักทานไปหลายคำรวมถึงขนมปังก็ถูกฉีกกินไปหลายก้อน วิกเตอร์นั่งมองหญิงสาวทานอาหารเพลินๆก็อมยิ้มชอบใจ เขามองเธอได้ทุกการกระทำของเธอเลยจริงๆไม่ว่าจะกินหรือจะนอน เกือบสิบห้านาทีทุกอย่างก็เกลี้ยงจนหมดรวมทั้งน้ำเปล่าและนมหนึ่งแก้ว วิกเตอร์มองอย่างพอใจที่เธอทานได้ เขาไม่อยากให้เธอป่วยอีกและแอนดรูเองก็ย้ำกับเขาว่าให้เธอทานอาหารให้ครบไม่อย่างนั้นอาจจะป่วยอีกก็เป็นได้เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังไม่แข็งแรงมากเท่าไหร่

          “พอใจหรือยัง” ไอรดาเลื่อนถาดอาหารที่เกลี้ยงจานให้เขาดูแล้วกระชากเสียงถาม

          “ดี! หวังว่าคงกินได้แบบนี้ทุกมื้อนะ ผมเตือนคุณแล้ว ถ้าผมได้ยินเชสบอกว่าคุณไม่ทานอาหารมื้อไหนล่ะก็... ผมจะกลับมาทานคุณเป็นอาหารแทนและจะทานหลายๆครั้งตามจำนวนมื้อที่คุณไม่ยอมทาน!” คำขู่ของเขาทำให้ใบหน้าหวานบูดเบี้ยวอย่างโมโห

          “หยาบคาย! พูดแบบนี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย” วิกเตอร์ได้ยินก็ลุกขึ้นแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่

          “ผมเป็นลูกผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากพิสูจน์ ลองอดข้าวอีกสักมื้อสิ... คุณได้รู้แน่ว่าเป็นไม่เป็น” หญิงสาวอ้าปากเหวอก่อนที่จะเห็นหนังสืออยู่บนโต๊ะของเขา เธอหยิบขึ้นตั้งใจจะปาใส่แต่ชายหนุ่มก็ชี้นิ้วมาที่เธอเสียก่อน

          “อย่านะ ถ้าผมบาดเจ็บ จะพิสูจน์ให้คุณดูเดี๋ยวนี้แหละ อย่าหาว่าไม่เตือน” เมื่อเจอขู่เสียงเข้มเธอก็วางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วทำหน้าตาไม่พอใจอย่างชัดเจนแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ เขาเดินเข้ามาถือถาดอาหารจะเดินออกไปแต่ไอรดาก็พูดความต้องการของเธอเสียก่อน

          “ในนี้มีแต่ห้องน้ำ แต่ไม่มีห้องอาบน้ำ... ฉันอยากอาบน้ำ” ชายหนุ่มชะงักเท้าก่อนจะนึกได้ว่ามันก็จริงอย่างที่เธอพูด แต่จากการกอดกันเมื่อครู่เขาไม่รู้เลยว่าเธอไม่ได้อาบน้ำ ในเมื่อตัวเธอยังหอมเหมือนเดิมเลย แต่คิดว่าถ้าเธอไม่ได้อาบก็คงไม่ยอมแน่ๆ ห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดก็คือห้องนอนของเขาเอง เธอไม่น่าจะหนีไปได้ถ้าเขาคุมเข้ม... คิดแบบนี้ใบหน้าคมเข้มก็กระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

          “ก็ได้ หยิบเสื้อผ้าของคุณมาสิ ผมจะพาไปอาบน้ำ” ไอรดาได้ยินก็เอ่ยถามต่ออย่างสงสัยยังไม่ยอมขยับตัวไปไหน

          “ห้องน้ำอยู่ไหนล่ะ”

          “ห้องนอนผม”

          ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่าผลักชั้นหนังสือให้เปิดออกเห็นห้องนอนของเขาซึ่งก็กว้างขวางน่าดู ทุกอย่างเน้นโทนสีขาวซะส่วนใหญ่แถมยังตกแต่งได้เรียบหรูและดูดีสุดๆแต่เธอไม่มีเวลาใส่ใจมากนัก

          “หยิบเสื้อผ้าของคุณสิ หรือจะเปลี่ยนใจ ผมจะได้ปิดประตู” ชายหนุ่มกระตุ้น ทำให้หญิงสาวละสายตาจากห้องของเขาก่อนที่จะทำหน้ายุ่งแล้วเดินไปที่กลางห้องซึ่งมีถุงจากร้านค้าของเขาวางเอาไว้เต็มไปหมด เธอเลือกหยิบชุดนอนและชุดชั้นในก่อนที่จะเดินกลับไปหาเขา ชายหนุ่มมองอย่างพอใจแล้วเดินออกไปด้านนอกโดยมีเธอตามไปติด


   ************************************************************************************************


 

*** สาวๆจ๋า 5 วันเท่านั้นน้าาา เปิดจอง+โอน "เด็ดหัวใจมาเฟีย" ยังไงฝากด้วยนะคะ ราคา 330 รวมจัดส่งแล้วนะคะ ของที่ระลึกได้ทุกคนนะเออ... คิคิ ปิดจอง+โอนวันที่ 17 นี้นะคะ หนังสือจัดส่งสิ้นเดือนกรกฏาคมช้าสุดไม่เกิน5 สิงหาคมนะคะ  ^ ^ ***


              ไอรดามองเห็นประตูห้องนอนของเขาเป็นอันดับแรกและจดจ้องมองราวกับจะทะลุออกไป วิกเตอร์ที่วางถาดเอาไว้ตรงโต๊ะเล็กหันไปเจอหญิงสาวจ้องมองอยู่พอดีก็เลยเอ่ยขู่เอาไว้เสียก่อน

          “ถ้าคุณคิดจะวิ่งหนีออกจากประตูนี้ล่ะก็... ก็ได้นะ แต่ก็คงต้องฝ่าด่านลูกน้องผมสักสิบหรือยี่สิบคนกว่าจะไปถึงประตูหน้าบ้านแล้วออกไปได้ หรือจะวิ่งขอความช่วยเหลือ บ้านแต่ละหลังห่างกันมากเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงอะไร เพราะฉะนั้นเลิกคิดดีกว่านะ” ไอรดาตกใจกับคำพูดของเขาที่ล่วงรู้ความคิดของเธอราวกับอ่านใจได้แต่ก็เชิดหน้าไม่ยอมรับ

          “ประสาท! ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มได้ยินก็ยกยิ้ม

          “คุณคงไม่มองบานประตูของผมแล้วคิดในใจว่า มันสวยจัง หรอกใช่ไหม” เมื่อเจอเขาย้อนเธอก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนเห่ออายเล็กน้อยก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อน

          “ฉันอยากอาบน้ำแล้ว! เลิกพูดมากได้หรือยัง”

          วิกเตอร์เห็นว่าหญิงสาวสู้ไม่ได้แล้วก็พอใจเลยเดินไปยังประตูที่อยู่ตรงข้ามกับชั้นหนังสือแล้วเปิดออก ผายมือเชิญหญิงสาวอย่างสุภาพแต่เธอมองว่ามันเป็นการกระทำที่กวนโมโหสุดๆ ไอรดากระแทกส้นเท้าเดินเข้าไปด้านในคิดว่าชายหนุ่มไม่ตามมาแต่พอบานประตูปิดลงเธอหันกลับมามองก็ต้องตกใจเมื่อวิกเตอร์ยืนอยู่ด้านหน้าแถมยังล็อคประตูห้องน้ำอีกด้วย!

          “นะ... นี่คุณจะทำอะไรน่ะ” ไอรดาถามอย่างระแวง

          “ก็เฝ้านักโทษยังไงล่ะ” คำตอบของเขาทำเอาเธอกลอกตามองเพดานอย่างเบื่อหน่าย

          “คุณคิดว่าฉันจะหนียังไง มุดท่อน้ำบ้านคุณหนีหรือไง” เธอตอบกลับอย่างยียวนแต่ชายหนุ่มไม่นึกโมโห การทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวันเขาคิดว่าคำพูดของเธอผ่อนคลายเขาได้เสียมากกว่า ชายหนุ่มชอบที่ได้ทะเลาะกับหญิงสาวแต่ไม่ชอบที่สุดคือการที่เธอมีความลับกับเขาเหมือนกับตอนนี้ที่เธอไม่ยอมบอก

          “ผมไม่สนหรอกคุณจะมุดท่อน้ำไปหรือหายตัวไป แต่ผมจะเฝ้า รีบจัดการตัวเองซะสิ หรือต้องให้ผมช่วย” ชายหนุ่มเอียงคอถามส่วนหญิงสาวก็หน้าบึ้งสวนกลับ

          “ฉันทำเองได้!

          พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินหนีเขาอย่างหงุดหงิดใจพลางมองสำรวจพบว่าห้องแห่งนี้คือห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ของเขาซึ่งมีเสื้อผ้ามากมายแขวนเอาไว้ สุดทางเดินเป็นบานประตูเลื่อนสีขาวไอรดาสาวเท้าไปตรงนั้นก่อนที่จะเลื่อนออกเล็กน้อยและมันก็เป็นห้องน้ำที่ค่อนข้างโอ่โถง มันใหญ่พอๆกับห้องลับที่เขาให้เธออยู่ด้วยซ้ำ ด้านในเป็นสีขาวทั้งหมด มีอ่างล้างหน้าสองอ่างกับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งยาว ส่วนด้านในก็เป็นอ่างอาบน้ำที่มีฉากกั้นบังเอาไว้แบบโบราณ ตรงมุมห้องทางด้านขวาก็เป็นตู้ฝักบัว และยังมีกระถางต้นไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอีกด้วย เธอยอมรับว่าค่อนข้างชอบห้องน้ำของชายหนุ่มไม่น้อย

          “อยากได้อะไรก็หาได้ที่ตู้ตรงอ่างล้างหน้า ส่วนผ้าเช็ดตัวอยู่ตรงชั้นมุมสุด” เสียงของเขาทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ไอรดาตวัดสายตาไปมองก่อนจะเอ่ยถาม

          “ตกลงจะอยู่ดูฉันอาบน้ำให้ได้เลยใช่ไหม!” วิกเตอร์ยักไหล่เล็กน้อยแล้วตอบกลับด้วยความสัตย์จริง

          “จริงๆอยากจะอาบด้วยนะ เพราะผมก็ยังไม่ได้อาบเหมือนกัน” หญิงสาวได้เหวอซ้ำสองไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนหื่น ทั้งๆที่ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแถมนิ่งขรึมขนาดนี้

          “อะ... ไอ้...”

          “ด่าผม ผมจูบนะ” เขาชี้นิ้วขู่เธออีก เกิดมาไอรดาไม่เคยคิดอยากจะกรีดร้องเท่ากับวันนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ อยากจะกรีดร้องใส่หน้าเขาให้กระเจิงไปเลยแต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อทำการต่อรองอีกครั้ง

          “ขอความเป็นส่วนตัวให้ฉันด้วยนะคะคุณวิกเตอร์ จริงอยู่ว่าฉันเป็นนักโทษของคุณ แต่ฉันก็เป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้นคุณควรจะให้เกียรติฉันด้วย” ชายหนุ่มได้ยินหญิงสาวพูดก็นึกอยากจะแกล้งเลยโคลงศีรษะเล็กน้อย

          “อ้าวก็เมื่อครู่คุณบอกผมเองว่า คุณเป็นนักโทษ ไม่ต้องทำดีกับคุณมากก็ได้... ตกลงคุณอยากให้ผมทำดีหรือไม่ทำดีกันแน่” เมื่อเจอเขาย้อนเธอก็ขบริมฝีปากแน่น!

          “เอาล่ะ ฉันผิดเอง คุณพอใจหรือยัง ทีนี้ออกไปได้สักทีนะคะ ฉันง่วงนอนแล้วก็อยากจะอาบน้ำนอนจะแย่แล้ว” เห็นเธอทำหน้าตาจริงจังก็ไม่อยากจะแกล้งอีกด้วยรู้ดีว่ามันดึกแล้วจริงๆ

          “ก็ได้ แต่ผมจะอยู่ที่ห้องแต่งตัว และขอบอกว่าห้องน้ำนี่ล็อคไม่ได้นะ”

          พูดเสร็จก็เดินออกไป หญิงสาวได้ตกใจอีกครั้งพอเขาปิดบานประตูเธอก็ตรงเข้าไปดูใกล้ๆและพบว่ามันไม่มีตัวล็อคจริงๆคิดแบบนี้ก็อดจะบ่นไม่ได้ว่าบ้านหรูจะเป็นจะตายแค่ที่ล็อคห้องน้ำก็ไม่มี โดยลืมนึกไปเลยว่าชายหนุ่มอยู่เพียงลำพังก็คงไม่ต้องล็อคก็ได้

          หญิงสาวรีบล้างหน้าแปรงฟันก่อนเป็นอันดับแรก พอเห็นร่องรอยที่ลำคอระหงซึ่งสะท้อนอยู่ในกระจกก็หงุดหงิดใจ รอยจูบแดงเป็นจ้ำซึ่งเป็นผลมาจากเมื่อคืน ไอรดาพยายามไม่สนใจแล้วแปรงฟันต่อใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้นก็เสร็จ เดิมทีตั้งใจจะแช่น้ำแต่ก็กลัวว่าเขาจะพรวดพราดเข้ามาเสียก่อน เลยเลือกที่จะใช้ตู้ฝักบัวแทนเพื่อที่จะอาบน้ำโดยใช้เวลาไม่นาน

          น้ำอุ่นจัดไหลไปตามร่างกายอวบอิ่มที่งามสะพรั่งทำให้ไอรดาผ่อนคลายไม่น้อย เธอใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติเพราะไม่ได้อาบมาตั้งแต่เช้า เมื่ออาบจนพอใจแล้วก็เดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันกายผืนเดียวแล้วเดินไปคว้าชุดนอนที่วางเอาไว้ตรงโต๊ะเล็กภายในห้องน้ำก่อนจะเริ่มแต่งตัว พอเรียบร้อยไอรดาก็มองตัวเองตรงกระจก เธออยู่ในชุดนอนสีฟ้าคอปกตัวยาว เมื่อเรียบร้อยไอรดาก็เดินไปเปิดประตูเห็นว่าวิกเตอร์นั่งรออยู่แถมกระดุมเสื้อที่เขาปลดเมื่อครู่ก็ยังไม่ยอมติดเหมือนเดิมจนเห็นหน้าอกเปลือยเปล่าที่มีไรขนเล็กๆอย่างเซ็กซี่ ไอรดาพยายามที่จะไม่มอง ขณะเดียวกันวิกเตอร์ก็ทอดมองร่างบางก็อมยิ้มกับชุดที่เธอใส่ เขาว่าไอรดาเหมาะกับชุดแบบนี้มากกว่าซีทรูโป๊ๆเสียอีก

          “เสร็จแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

          “ก็เห็นอยู่” หญิงสาวตอบกลับกวนๆ

          “งั้นก็ไปสักที”

          พูดเสร็จก็เดินนำออกไปโดยมีไอรดาตามหลัง เมื่อพาเข้ามาในห้องแล้วหญิงสาวก็ทรุดตัวลงบนโซฟาที่มีหมอนใบใหญ่กับผ้าห่มผืนหนา โซฟาตัวกว้างของเขาไอรดาคิดว่ามันนอนสบายกว่าเตียงที่อพาร์ทเม้นท์ของเธอเสียอีก

          “หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะไม่สร้างความวุ่นวายให้คนสนิทของผม และอย่าคิดหนีเป็นอันขาด เข้าใจไหม” ชายหนุ่มกำชับเสียงเข้ม

          “คิดว่าฉันจะหายตัวทะลุกำแพงได้หรือไง” เมื่อเห็นเธอยียวนเขาเลยเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น

          “ปากดีให้ถูกเวลาหน่อยไอรดา” เมื่อเจอเขาเตือนแทนที่จะกลัวแต่หญิงสาวกลับแลบลิ้นใส่แล้วรีบห่มผ้าคลุมโปงไว้แน่น วิกเตอร์ยกยิ้มตั้งใจจะเดินเข้าไปใกล้เพื่อแกล้งแต่ขาเจ้ากรรมดันสะดุดผ้าห่มผืนหนาที่มันยาวลงมาด้านล่างทำให้ล้มลงไปคร่อมทับเธอพอดิบพอดี ไอรดาที่ตกใจก็รีบเปิดผ้าออกมาดู เห็นใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอยู่เพียงแค่คืบเท่านั้น

          ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน ไอรดาไม่รู้จะพูดอะไรเพราะได้แต่ตกใจในขณะที่ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกหลากหลายแม้จะหนักไปทางความรู้สึกที่เขาคิดว่ามันคือความรักก็ตามที

          ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ไอรดารู้สึกว่าเสียงหัวใจของเธอกำลังเต้นกระหน่ำจนกระทั่งริมฝีปากหนาของเขาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ จู่ๆก็รู้สึกว่าเปลือกตาของตัวเองมันหนักผิดปกติ หลับพริ้มตอบรับจูบเขาเสียอย่างนั้น แม้ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้รู้เพียงแค่ว่า... หัวใจของเธอกำลังเรียกร้องสัมผัสบางอย่างจากเขาและเธอก็เต็มใจ

          เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ขัดขืนชายหนุ่มก็ได้ใจ เขาค่อยๆแทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ่อนโยนแตกต่างจากครั้งที่ปล้นจูบเธอไป เขาแทรกลิ้นเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดายเมื่อเธอให้ความร่วมมือ ลิ้นร้อนแทะเล็มลิ้นเล็กที่ไม่ประสาแต่ก็พยายามตอบสนองอย่างไร้เดียงสานั่นทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่งไปเหมือนกัน ความหอมหวานจากโพรงปากสวยทำให้เขาแทบไม่อยากจะถอนริมฝีปากออกมาเลยสักนิด จูบเริ่มทวีความร้อนแรงมากขึ้น เขาเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดแห่งความหวานของเธออย่างลุ่มหลง จนกระทั่งมือบางเริ่มทุบประท้วงทำให้เขาถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย ไอรดาก็หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด วิกเตอร์ที่อารมณ์เริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆก็เปลี่ยนมาจูบที่พวงแก้มขาวของเธอแทนแล้วไล่ลงไปเรื่อยๆที่ซอกคอขาวของเธออย่างช้าๆ เขายังมองเห็นรอยของตัวเองที่ทำไว้เมื่อวานก็ยกยิ้มพยายามจะย้ำรอยอีกครั้งแต่ดูเหมือนไอรดาจะเริ่มได้สติ

          “ไม่นะคะ... คุณวิกเตอร์...ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวผลักไสทำให้เขาได้ชะงักเหมือนกัน ร่างสูงเงยหน้ามองใบหน้าหวานที่มีอาการตกใจก็ได้สติ เขาผละออกจากร่างกายของหญิงสาวทันทีและนั่นทำให้ไอรดาพลิกหน้าเข้าหาโซฟาโดยหันหลังให้เขา วิกเตอร์เสยผมตัวเองเล็กน้อยออกจะหงุดหงิดตัวเองที่ควบคุมตัวเองเวลาที่อยู่กับไอรดาได้ยากจริงๆ คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มคิดว่าเขาควรต้องรีบไปให้พ้น ก่อนที่จะปิดไฟในห้องแล้วเดินออกไปปล่อยให้หญิงสาวอยู่ด้านในเพียงลำพัง

          ไอรดาที่ได้อยู่เพียงลำพังก็เลื่อนมือบางไปสัมผัสหัวใจของตัวเองพบว่ามันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง หากว่าเธอไม่ห้ามเขาเอาไว้บางที... ส่วนลึกในจิตใจคงสั่งการให้เธอทำตามใจปรารถนาก็เป็นได้  

         


*** อาราเซะมาแล้วจ้าาาาา จะบอกว่าฮีร้ายนะ... แต่ป๋าเราร้ายกว่า 5555+ หนูไอนี่เข้าไปอยู่บ้านป๋าวิกแล้ว แถมอยู่ห้องเดียวกันด้วย ขอบอกว่า ป๋าไม่ปล่อยโอกาสนะแจ๊ะ แต่จะเมื่อไหร่ ต้องลุ้น ขอบอกว่า แซ่บๆๆๆๆ คิคิ ฝากเม้นโหวตด้วยนะคะ ส่วนใครอยากรู้ความแซ่บ ความน่ารัก ฟิน มุ้งมิ้งของป๋ากับหนูไอในเล่ม... ยังเปิดจอง+โอนนะคะ 330 รวมส่งทุกอย่างแล้วนะ ^ ^ ***
ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันนะ
ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากโหวต แอดแฟนพันธุ์แท้ด้วยนะคะ ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #282 150221 (@150221) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 19:24
    ฟินอะ ให้เค้ากินกันได้แล้วไรท์เดี๋ยว-ตัวร้ายมาช่วยนางเอกอีก
    #282
    0
  2. #218 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 17:46
    หว๋า~ พลาดอีกแหละ
    #218
    0
  3. #217 ppcimm (@ppcimm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 07:16
    จิกเนื้ออดทนรอ
    #217
    0
  4. #216 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 20:44
    เกือบบบบบบบ
    #216
    0
  5. #214 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 20:28
    น่าเสียดายจังเลย~
    #214
    0
  6. #213 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 20:13
    เขาห้องนอนป๋าจะรอดออกมาหรอ 5555555555555
    #213
    0
  7. #212 pant29 (@pant29) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 17:57
    สนุกมากค่ะ  มาอัพไวๆๆน่ะ
    #212
    0
  8. #211 chashake (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 21:46
    อ่านรวดเดียวจบเลย สนุกมากๆเลยค่ะ มาอัพไวๆนะค่ะ สู้ๆค่าาาา
    #211
    0
  9. #210 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 20:24
    ตกใจไรต์โผล่มา อิอิ ป๋ากินให้อร่อยนะจ้ะ ฮุฮุ
    #210
    0
  10. #209 กระเทียม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 20:04
    สั่งให้ลูกน้องเอาอะไรมาอ่ะพี่วิก ไม่นะ ไม่เอายานะอย่ารังแกหนูไอด้วยวิธีนี้ >_<'
    #209
    0
  11. #208 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 19:58
    กินให้อิ่มนะอีป๋า 55555555555555
    #208
    0