เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,049 Views

  • 287 Comments

  • 1,392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    193

    Overall
    150,049

ตอนที่ 16 : บทที่9 [ผู้บุกรุก!] 100% TALK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    6 ก.ค. 58



 

*** แฟนๆป๋าวิกขาา ตอนนี้มียอดแฟนพันธุ์แท้กดเข้ามาเยอะเลย ไรเตอร์ต้องขอขอบคุณที่รักและชื่นชอบป๋าวิกนะคะ ^ ^ วันนี้มีเรื่องมาแจ้ง นิยายเรื่องนี้จะลงให้อ่านแค่ 10 ตอนเท่านั้นนะคะ ส่วนใครอยากจะอ่านต่อก็ต้องขอแจ้งอีกรอบว่า เรื่องนี้ไม่ได้ตีพิมพ์กับ สนพ. แต่เป็น "ทำมือ" เองค่ะ ซึ่งตอนนี้ไรเตอร์ยังเปิดจอง+โอน เหลือเวลาอีก 15 วันนะคะ ราคา 330 รวมส่งแล้ว ซึ่งตอนแรก ไรเตอร์บอกว่า 50 ท่านแรกจะได้รับของที่ระลึก แต่ตอนนี้ ขยายเป็น 100 ท่านแรก จะได้รับ สมุดโน้ตรูปหน้าปก ขนาด A6 ไปฟรีๆเลยค่ะ ส่วนคนที่เกินจาก 100 คน มีของแจกเหมือนกั นแต่จะเป็นอะไร ขออุบไว้ก่อนนะคะ ^ ^ ยังไงฝากทุกคนด้วยน้าาาา ***

*** ภายในเล่มมีอะไรบ้าง? เนื้อหา 400 กว่าหน้านะคะ มีตอนพิเศษน่ารักๆ และในตอนพิเศษนี้เอง จะมีสปอยด์เล่มต่อไป "กามเทพพิสูจน์รัก" ของวิลเลี่ยม แวนโคลิก รับรองว่า ฮากระจายแน่นอนค่ะ ถ้ายังไง ไรเตอร์ฝากด้วยนะคะ โอนได้ถึงวันที่ 17 กรกฏาคม นี้นะคะ ไรเตอร์พิมพ์ตามยอดจอง+โอนนะ คงไม่ได้พิมพ์เพื่อนะคะ ถ้ารักป๋าวิก ตะวันฝากด้วยน้าาาาาาาาา รับรองว่าแซ่บแน่นอนค่า คิคิ *** 

*** หนังสือจัดส่ง สิ้นเดือน กรกฏาคม นะคะ ช้าสุดไม่เกิน 5 สิงหาคมนะ เพราะตอนนี้ต้นฉบับเสร็จหมดแล้ว เหลือรอปิดจองแล้วก็โยนเข้า โรงพิมพ์เลยค่ะ ไรเตอร์จะได้เล่นบรู๊ฟมาอ่าน ก็จะรีบอ่านรัวๆๆๆ แล้วก็ให้โรงพิมพ์ พิมพ์เลยนะ ขอเวลาแพ็คประมาณ 1-2 วันแล้วก็จะจัดส่งด่วนๆๆๆๆ รับรองว่าป๋าจะไปถึงบ้านทุกคนไม่เกิน 3-5 วันแน่นอนค่ะ ^ ^ ***




                ร้านขนาดกลางชั้นเดียวถูกตกแต่งด้านนอกด้วยโทนสีดำดูคลาสิกและป้ายชื่อร้านสีขาวที่สลักบนแผ่นไม้ด้วยคำว่า
Nadia Jewelleryรถคันหรูสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดบริเวณหน้าร้านซึ่งเว้นพื้นพี่ให้สำหรับลูกค้าและผู้ร่วมงานในวันนี้ นักข่าวมากมายกำลังระดมถ่ายภาพเหล่าบรรดานักธุรกิจในแวดวงอัญมณีกับเจ้าของร้านอย่างเศรษฐีนีนาเดีย ที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูบานเย็นอย่างสดใสแม้อายุจะล่วงเลยเข้าห้าสิบห้าปีแล้วก็ตาม

          เชสเปิดประตูรถให้กับคนเป็นนาย ร่างสูงกลัดกระดุมเสื้อสูทเล็กน้อยแล้วก้าวลงจากรถ เพียงเท่านี้เขาก็ยึดครองความสนใจทั้งหมดจากคนในงานไปได้อย่างง่ายดาย สื่อมากมายเปลี่ยนเป้าหมายจากทางหน้าร้านตรงมายังชายหนุ่มทันที ซึ่งคนสนิทอย่างเชสก็ถือตะกร้าดอกไม้สำหรับแสดงความยินดีในการเปิดร้าน ขณะเดียวกันรถหรูสีดำที่ตามมาติดๆเมื่อจอดนิ่งสนิทแล้ว ชายชุดดำอีกสามคนก็รีบพุ่งมาหาคนเป็นนายทันท่วงทีก่อนที่นักข่าวจะกรูกันเข้ามา ทำให้มีระยะห่างระหว่างวิกเตอร์กับนักข่าวมากกว่าห้าคนที่ยืนด้านหน้า

          “ไม่ทราบว่าข่าวที่ออกมาจริงหรือเปล่าคะคุณวิกเตอร์ ที่ทางแวนโคลิกเลื่อนงานเปิดตัวเครื่องเพชรเพราะกลัวสู้ไดม่อนไอไม่ได้” นักข่าวยิงคำถามทันทีแม้จะไม่รู้ว่าสัมภาษณ์ได้หรือไม่ได้ แต่โอกาสที่จะเจอวิกเตอร์นั้นก็น้อยนิดเหลือเกิน

          “เพราะอะไรครับถึงเลื่อนงานเปิดตัวเพชรชุดมาสเตอร์พีช” นักข่าวผู้ชายร่างสูงเอ่ยถามต่อ

          “คุณวิกเตอร์ครับ จะมีแถลงไหมครับ”

          นักข่าวยังระดมถามคำถามกันมาเรื่อยๆเดิมทีชายหนุ่มคิดจะไม่ตอบแต่มาถึงขั้นนี้แล้วเขาเองก็คงจะต้องพูดบ้างเพื่อเป็นการตอบโต้คนที่สาดสีใส่เขาโดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ

          “ผมอยากจะบอกว่า เรามีปัญหานิดหน่อยด้านการผลิตจริงๆครับ ไม่ได้ต้องการจะหลบไดม่อนไอ หรือหลบใครที่ไหน ทุกคนก็รู้ดีเราแวนโคลิกไม่เคยกลัวใคร งานเรามีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสากลด้วยซ้ำ ในเมื่อถ้าเราเร่งงานแล้วงานมันออกมาไม่ดี ผมจำเป็นที่จะต้องเลื่อนออกไป เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด แน่นอนว่าทุกคนคงคาดหวังเพชรที่งดงาม หรูหราจากเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ เมื่อเราพร้อมเปิดตัวเมื่อไหร่... ไม่มีใครเทียบได้แน่!

          นักข่าวต่างระดมถ่ายภาพชายหนุ่มไม่ยั้งและอัดคำพูดของเขาไปด้วย วิกเตอร์ตั้งใจจะเดินเข้าไปในงานแต่แล้วก็นึกถึงข่าวเมื่อวานได้เขาจึงเริ่มพูดอีกครั้ง

          “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมให้ข่าวด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นหากมีข่าวไหนที่เป็นการพูดพาดพิงถึงบริษัทของผมโดยที่ผมยังไม่ได้พูด... ผมฟ้องนะครับ หวังว่าทุกคนจะเขียนข่าวด้วยความจริงล้วนๆไม่มีบิดเบือนหรือไปเอาคำพูดของคนที่เชื่อถือไม่ได้มาลง มันทำให้ผมเสียหาย!

          ประโยคของวิกเตอร์ทำให้นักข่าวหน้าเหวอด้วยรู้ดีว่าคนตรงหน้าทำได้แน่ๆ ชายหนุ่มพูดเสร็จก็เดินไปในขณะที่นักข่าวก็ยังมีอีกหลายคำถามที่อยากจะถามแต่ก็โดนคนของชายหนุ่มที่เตรียมมาไว้อยู่แล้วกันออกไป จนกระทั่งวิกเตอร์เดินไปถึงหน้าร้านเจอกับเจ้าของร้านอย่างนาเดียที่ยิ้มกว้างนั่นแหละ นักข่าวเลยเลิกตาม

          วิกเตอร์ตรงเข้าไปจูบแก้มอีกคนก่อนที่จะหันหลังมารับตะกร้าดอกไม้จากมือคนสนิทแล้วยื่นให้กับคนที่เป็นทั้งลูกค้าและคนสนิทของครอบครัวที่คุ้นเคยกันมานาน

          “ขอบใจนะจ๊ะ จริงๆไม่เห็นต้องลำบาก” นาเดียยิ้มกว้างมองอีกคนอย่างเอ็นดู เห็นมาตั้งแต่วัยรุ่น จากนั้นก็ส่งตะกร้าดอกไม้ให้กับเลขาของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านหลัง

          “ได้ยังไงล่ะครับ งานเปิดร้านเพชรของคุณป้าทั้งที” วิกเตอร์ส่งยิ้มกลับ

          “แล้วนี่แด๊ดกับมัมเราล่ะ สบายดีนะ ป้าไม่ว่างจะเข้าไปเลยมัวแต่ยุ่งเรื่องร้านเพชรนี่แหละ” วิกเตอร์ยกยิ้มอีกครั้งแล้วตอบกลับ

          “สบายดีทั้งคู่ครับ ถ้าคุณป้าว่างเชิญทานอาหารเย็นที่บ้านนะครับ มัมต้องดีใจที่ได้เจอแน่ๆ” นาเดียหัวเราะออกมาเบาๆ

          “ตกลงจ้ะ”

          “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

          วิกเตอร์บอกแล้วส่งยิ้มให้อย่างสุภาพก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านขนาดใหญ่ปล่อยให้นาเดียรับแขกคนอื่นต่อไป เขากวาดสายตามองแต่ไม่พบแบรนดอน คาดว่าอีกคนคงยังไม่มา มือหนายกขึ้นมองนาฬิกาเรือนหรูตรงข้อมือ ตอนนี้ก็เลยเวลาไปเล็กน้อย ในใจเขาคิดว่าอาจจะเปลี่ยนใจไม่มาหรือเปล่า ตั้งใจจะหันไปถามคนสนิทแต่แล้วก็เจอเข้ากับหญิงสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม เธออยู่ในชุดสีส้มกับเสื้อโค้ทสีขาวสวมใส่เครื่องเพชรระยิบระยับไปหมด

          “คุณวิกเตอร์! โซเฟียดีใจจังค่ะที่คุณมาร่วมงานนี้ด้วย” โซเฟียเห็นชายหนุ่มตั้งแต่ด้านนอกแล้ว พอเขาเข้ามาก็รีบปราดเข้ามาก่อน ตอนแรกเธอไม่ได้อยากจะมาร่วมงานนี้เลยแต่เพราะคนเป็นแม่อย่างเรน่าที่หนีไปเที่ยวอิตาลีกับบรรดาเพื่อนนั้นบอกว่าวิกเตอร์อาจจะมา เธอก็เลยตัดสินใจมาก่อนในขณะที่คนเป็นพ่อก็จะเดินทางมาจากบริษัทของตัวเองซึ่งเธอโทรศัพท์ไปถามก็ได้ความว่าอีกไม่นานก็คงมาถึง

          “บังเอิญจังเลยนะครับ แล้วนี่... มาคนดียวเหรอครับ” วิกเตอร์แสร้งถามส่วนอีกคนไม่ได้รู้อะไรก็เอ่ยยิ้ม

          “เดี๋ยวคุณพ่อตามมาค่ะ เห็นว่าติดประชุมที่บริษัท” เมื่อได้รับรู้ข้อมูลวิกเตอร์ก็กระตุกยิ้ม เขาอยากจะเจออีกคนเหลือเกินในวันนี้ หากไม่ได้เจอก็คงเสียดายแย่

          “ไม่คิดเลยว่าคุณวิกจะมางานนี้ด้วย” โซเฟียเอ่ยถามต่อชวนคุย ชายหนุ่มยิ้มกลับแล้วตอบรับอย่างสุภาพ

          “พอดีผมรู้จักกับคุณป้านาเดียอยู่แล้วครับ แล้วก็ไปร่วมงานทุกสาขาที่ท่านเปิดเลยก็ว่าได้ หากไม่มาท่านคงน้อยใจแย่” โซเฟียได้ยินก็ยกมือป้องปากแล้วหัวเราะ

          “คุณวิกนี่ น่ารักจังเลยนะคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายแบบนี้ยังโสดอยู่” โซเฟียไม่พูดเปล่าช้อนสายตามองอีกคนอย่างมีความหมาย ส่วนชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย

          “ผมก็ไม่ค่อยอยากจะโสดเท่าไหร่หรอกนะครับ แต่ผมเองก็ยุ่งกับงาน สาวๆที่ไหนจะรับได้”

          “ผู้หญิงบางคนก็อาจจะมีวิธีทำให้ผู้ชายหลุดออกจากงานก็ได้นะคะ... ทำไมคุณวิกไม่ลองให้โอกาสผู้หญิงแบบนี้ดูบ้าง” ไม่พูดเปล่าโซเฟียเขยิบเข้ามาใกล้ มือบางก็ลูบไล้ที่เสื้อสูทเขาเล็กน้อยไม่สนใจสายตาของคนมากมายที่ยืนอยู่ในร้านเลยก็ว่าได้ ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวให้ออกจากเสื้อสูทอย่างสุภาพก่อนจะปล่อยออกแล้วยกยิ้ม

          “ถ้าผมได้เจอผู้หญิงแบบนั้นก็คงวิเศษเลยนะครับ”

          “บางทีคุณอาจจะเจอแล้วก็ได้นะคะ”  โซเฟียไม่พูดเปล่าพยายามยั่วยวนเต็มที่แต่วิกเตอร์กลับเฉยชาต่อหญิงสาวเหลือเกิน เขาไม่มีความรู้สึกอื่นใดกับเธอเลย พลางคิดเล่นๆว่าหากไอรดามาพูดแบบนี้ เขาคงลากเธอไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองไม่รอเธอเปิดโอกาสแบบที่โซเฟียทำกับเขาด้วยซ้ำ ชายหนุ่มคิดว่าระหว่างที่รอแบรนดอนบางทีเขาอาจจะได้อะไรบางอย่างจากคนตรงหน้า เพราะหวนนึกย้อนไปวันที่เจอกันในงาน ดูเหมือนว่าโซเฟียก็จะรู้จักไอรดาเหมือนกัน

          “วันนั้นผมจำได้ว่า... คุณรู้จักกับคุณไอรดาด้วย ใช่ไหมครับ” โซเฟียได้ยินคำถามก็หน้าบึ้งฉับพลันก่อนจะถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

          “ทำไมเหรอคะ คุณถามถึงมันทำไม” วิกเตอร์จับได้ว่าอีกคนเกลียดชังหญิงสาวแน่ๆ

          “คือ วันนั้นในงานน่ะครับ ผมเห็นว่าเธอดูสนิทกับคุณแบรนดอนก็เท่านั้นเอง ก็เลยแปลกใจ” วิกเตอร์แสร้งพูด โซเฟียก็กอดอกเข้าหาตัวเองทันที

          “มันน่ะชอบแบบนี้แหละค่ะ เกาะคุณพ่ออย่างกับปลิง โซเฟียน่ะไม่ชอบมัน ไม่รู้เมื่อไหร่จะไปพ้นๆเสียที” เพราะความเกลียด ความไม่ชอบ ทำให้โซเฟียไม่ทันระวังพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาหมด วิกเตอร์เองก็พอจะเข้าใจได้ทันทีว่าสองคนนี้ต้องรู้จักกันแน่ๆ และคงจะรู้จักกันมากกว่าที่เขาคิด

          “ดูคุณจะไม่ชอบเธอเอามากๆเลยนะครับ ไม่ทราบว่าเธอทำอะไรให้คนสวยๆอย่างคุณโซเฟียไม่พอใจหรือครับ” วิกเตอร์หยอดคำหวาน โซเฟียได้ยินก็ยิ้มเขินแต่ก็ยอมตอบกลับ

          “ก็มันชอบประจบคุณพ่อ โซเฟียไม่ชอบ”

          “แล้วคุณไอรดาเป็นอะไรกับคุณพ่อของคุณเหรอครับ ดูจะสนิทกันเหลือเกิน” ชายหนุ่มหย่อนเหยื่อลงไปแล้วหวังว่าโซเฟียจะกินเบ็ด

          “ก็มันเป็น!

          “โซเฟีย!” ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบเสียงเรียกชื่อของหญิงสาวก็ดังขึ้น วิกเตอร์จ้องมองเป็นแบรนดอนนั่นเองที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน ขณะเดียวกันโซเฟียหันไปเจอคนเป็นพ่อแล้วก็หันมามองชายหนุ่ม ซึ่งเวลานั้นแบรนดอนเดินมาหาทั้งสองคนแล้วด้วยใบหน้านิ่ง

          “พ่อหาเราตั้งนาน” แบรนดอนพูดกับลูกสาว

          “หนูเบื่อนี่คะ... เลยมาหาเพื่อนคุย” โซเฟียพูดแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม วิกเตอร์เองก็ยิ้มกลับแต่คนเป็นพ่อกลับไม่ยิ้มด้วยเพราะไม่ชอบขี้หน้าและไม่อยากให้ลูกสาวตัวเองยุ่งกับคนตรงหน้าเหมือนกัน

          “พ่อเห็นเพื่อนลูกด้วย นีน่าใช่ไหม ยืนทางนู้นแน่ะ ไปคุยกันสิ” แบรนดอนเอ่ยบอกแต่ลูกสาวกลับส่ายหน้า

          “แต่หนูกำลังคุยกับคุณวิกสนุกเลยนะคะ”

          “ทำตามพ่อบอกดีกว่านะลูก พ่อมีเรื่องจะคุยกับคุณวิกเตอร์สักหน่อย เรื่องธุรกิจ” แบรนดอนเพิ่มน้ำเสียงให้เข้ม ส่วนโซเฟียได้ยินก็ยู่หน้าแต่ก็หันไปส่งยิ้มกับชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าตัวเองอยู่ดี

          “งั้นโซเฟียขอตัวก่อนนะคะ”

          “ครับ”

          วิกเตอร์ยิ้มกลับ โซเฟียหันไปมองหน้าคนเป็นพ่ออย่างโกรธๆแต่ก็ยอมเดินจากไปแต่โดยดี เชสเดินเข้ามายืนด้านหลังคนเป็นนาย ส่วนริคเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันแล้ว เป็นแบรนดอนที่เริ่มเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

          “ไม่คิดว่าจะเจอแวนโคลิกที่นี่นะครับ” วิกเตอร์ได้ยินก็ยิ้มกลับ

          “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ”

          “ก็ผมคิดว่าทางแวนโคลิกอาจจะ... ยุ่ง เพราะเรื่องเพชรชุดมาสเตอร์พีชที่เพิ่งเลื่อนการเปิดตัวออกไป” ชายหนุ่มเผลอกำหมัดแน่น อยากจะกระชากคอเสื้อชายรุ่นพ่อมาเสียจริงๆ แต่รู้ดีว่าเขามีทีเด็ดมากกว่านั้น

          “เราไม่ยุ่งขนาดนั้นหรอกครับ” แบรนดอนพยักหน้ารับแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูจะอวดมากกว่า

          “ไม่เหมือนไดม่อนไอนะครับ เรายุ่งทุกวัน ยุ่งเรื่องออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งเข้ามาน่ะครับ... เยอะจนคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเพชรชุดนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้” เมื่อเห็นอีกคนยิ้มอย่างเป็นต่อชายหนุ่มก็กระตุกยิ้ม เขาเดินเข้าไปใกล้อีกนิดชนิดที่ว่าห่างกันเพียงคืบก่อนที่จะพูดกับคนตรงหน้า โชคดีที่บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นักเพราะส่วนใหญ่จะยืนอยู่แถวด้านหน้าที่โชว์เพชรกันเสียมากกว่า ด้านในสุดของร้านจะเป็นพวกแกลลอรี่เพชรที่ทางเจ้าของร้านให้ช่างมาวาดเอาไว้เพื่อโชว์เป็นภาพตกแต่งในร้าน

          “งั้นหรือครับ แต่ผมคิดว่าคุณก็คงได้ดีแค่เพชรชุดนี้ เก็บเกี่ยวเอาไว้นะครับ เพราะมันอาจจะเป็นชุดแรกและชุดสุดท้ายของไดม่อนไอก็ได้” คำพูดนั้นทำให้แบรนดอนคิ้วกระตุก

          “หมายความว่ายังไง” ชายหนุ่มแสยะยิ้มสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ขนาบข้างกับอีกคนแล้วพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าคู่แข่งที่ทำตัวเองเจ็บแสบ

          “ก็คนขโมยแบบไม่อยู่แล้ว... แบบนี้จะเอาแบบที่ไหนมาทำต่อล่ะครับ”

          “หมายความว่ายังไง!” แบรนดอนถามซ้ำแต่เพิ่มเสียงให้เข้มขึ้นโดยหันไปมองหน้าอีกคนอย่างเอาเรื่องจนวิกเตอร์เห็นแล้วก็อดพอใจกับแผนของตัวเองไม่ได้

          “เธอสวยดีนะครับ... ไม่น่าทำอาชีพแบบนี้เลย บางทีผมน่าจะเสนออาชีพอื่นให้เธอทำแทนมากกว่า”

          พูดเสร็จก็กระตุกยิ้มแล้วเดินออกจากร้านไปในขณะที่แบรนดอนก็นิ่งงัน มืออวบอูมกำหมัดแน่นและหันไปหาคนสนิทเค้นเสียงเข้มสั่งการทันที

          “เช็คให้แน่ใจว่าลูกสาวฉันบินไปเมืองไทยแน่หรือเปล่า ฉันต้องการด่วน!

          “ครับนาย” ริครับคำรีบกดโทรศัพท์ทันที วิกเตอร์เดินมาถึงหน้าร้านหันไปมองข้างในเห็นท่าทางร้อนใจของแบรนดอนได้อย่างชัดเจนประกอบกับคนสนิทที่กดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเขาพบว่า สิ่งที่ตัวเองวางแผนไว้คงจะรู้ได้ในอีกไม่นานนี้แน่ๆว่าไอรดาเป็นอะไรกับแบรนดอนและยิ่งไปกว่านั้น ไอรดาจะได้ยอมรับเสียทีว่าเธอไม่ได้ทำเพียงลำพัง มีคนสั่งการเธอนั่นคือแบรนดอน!

          เมื่อจัดการแบรนดอนไปแล้วเขาก็นั่งรถออกจากร้านทันทีไม่ลืมบอกลานาเดีย เดิมทีจะเข้าบริษัทแต่เขาก็เห็นว่าวันนี้ไม่มีประชุมอะไรสำคัญเลยเลือกที่จะกลับคอนโดมิเนียม ระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดงเขาก็มองด้านนอกอย่างครุ่นคิดจนดวงตาของเขาไปสบเข้ากับร้านขนาดใหญ่ที่อยู่เลยแยกไฟแดงนี้ไปซึ่งเป็นร้านเสื้อผ้าผู้หญิงแบรนดัง พอเห็นก็เลยทำให้เขานึกถึงร่างบางที่สวมใส่เสื้อผ้าของเขาอยู่

          “เลยแยกไปแล้วนายจอดร้านเสื้อผ้าข้างหน้าหน่อย” เชสนิ่วหน้าพลางมองหาแต่พบว่ามันเป็นร้านของผู้หญิงเลยเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

          “ร้านไหนครับ”

          “ร้านเสื้อผ้าผู้หญิง!

          ชายหนุ่มแกล้งว่ากลับเสียงดังกลบเกลื่อนความอายของตัวเองที่อยากจะซื้อเสื้อผ้าให้หญิงสาวสักหน่อย ครั้นจะให้ลูกน้องจัดการก็กลัวมาถูกใจ เมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เชสก็จัดการตามคำสั่งด้วยการจอดรถไว้ริมถนน วิกเตอร์ลงจากรถเดินเข้าไปในร้านทันทีด้วยสีหน้าเคร่งขรึมส่วนคนสนิทก็อมยิ้มแล้วเดินตาม พอเขาเข้ามาในร้านก็กลายเป็นจุดสนใจทันที ชายหนุ่มอยากจะเลือกให้เธอกับมือแต่สายตาผู้หญิงนับสิบในร้านที่จับจ้องแล้วก็พูดคุยกันเบาๆทำให้ใบหูชายหนุ่มแดงก่ำด้วยความอายก่อนจะหมุนตัวออกจากร้านแล้วให้เชสไปขอแค็ตตาล็อคเสื้อผ้าของทางร้านมาแทนส่วนตัวเขาก็นั่งรอในรถ

          เมื่อได้แล้ววิกเตอร์ก็จัดการเลือกชุดของหญิงสาวด้วยตัวเองพร้อมกับไซส์ที่คิดว่าไม่ผิดขนาดแน่ๆจากการกอดสัมผัสกันมาในช่วงไม่กี่วันนี้ เขาเลือกชุดที่อยากให้เธอใส่เสียจนเพลินก่อนจะส่งคืนแล้วให้คนสนิทเข้าไปจัดการ รอเกือบสามสิบนาทีเชสก็ออกมาพร้อมกับถุงใส่เสื้อผ้าที่มากกว่ายี่สิบถุงโดยมีพนักงานของทางร้านช่วยหิ้วมาส่งแล้ววางไว้ท้ายรถด้วย พอจัดการเรียบร้อยเชสก็ขับรถมุ่งตรงสู่คอนโดมิเนียมทันที ส่วนวิกเตอร์ก็พลางคิดในใจว่าไอรดาจะชอบเสื้อผ้าที่เขาเลือกให้หรือเปล่านะ...

 

          ส่วนทางด้านเจ้าของไดม่อนไอก็นั่งไม่ติดเมื่อพบว่าลูกสาวไม่ได้ขึ้นเครื่องอย่างที่คิดเอาไว้แถมกระเป๋าเสื้อผ้าก็ยังอยู่ที่สนามบินเขาเลยให้คนสนิทไปรับมาให้แล้วก็ต้องแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่โกหกไปว่าลูกสาวของเขาเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันที่จะไม่เดินทางแล้ว ซึ่งแบรนดอนนับระยะเวลาก็พบว่าไอรดาไปอยู่กับวิกเตอร์ได้เกือบจะครบอาทิตย์แล้วด้วยยิ่งทำให้หัวอกคนเป็นพ่อร้อนทันที!

          “บ้าเอ้ย! มันเป็นไปได้ยังไง มันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง มันจับลูกสาวฉันไปแน่” แบรนดอนตวาดถามคนสนิทในขณะที่ริคเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน

          “มันไม่น่าจะรู้ว่าเป็นคุณไอ”

          “ตอนนี้มันต้องได้ตัวไอแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่พูดแบบนี้ บ้าเอ้ย! ไม่ว่ายังไงฉันต้องเอาลูกสาวฉันกลับมาให้ได้ ตอนนี้เข้าวันที่สี่แล้วที่เธอไม่ได้กลับเมืองไทย นั่นแปลว่าเธออยู่กับมันมาสี่วันแล้ว” แบรนดอนยังพูดอย่างเดือดดาลตอนนี้หัวอกคนเป็นพ่อร้อนราวกับไฟสุม

          “ถ้ามันตั้งใจจะจับไปแบบนี้ ก็น่าจะติดต่อมา หรือ ยื่นเงื่อนไขอะไรนะครับ” ริคให้ความเห็น

          “ก็เพราะมันไม่รู้ว่าไอเป็นลูกสาวฉันน่ะสิ! และฉันก็จะให้มันรู้ไม่ได้ด้วย นายไปเกณฑ์ลูกน้องที่เรามีแล้วเรียกประชุม เลือกที่ฝีมือดีที่สุดที่เรามี ฉันต้องการให้พวกนายไปชิงตัวลูกสาวฉันมาวันนี้!” แบรนดอนบอกด้วยอารมณ์ที่ลุกโชนไปด้วยความโกรธและตัดสินใจอย่างรวดเร็วในขณะที่คนสนิทก็ตกใจเช่นเดียวกัน

          “วันนี้เลยหรือครับ เรายังไม่มีข้อมูลหรือ แน่ใจเลยนะครับว่ามันจับคุณไอไป” คนเป็นนายตวัดสายตามองลูกน้องอย่างโกรธเคือง

          “ลูกสาวฉันหายไปสี่วัน! สี่วันแล้วนะ แกคิดว่าฉันจะทนรอได้อีกเป็นวันงั้นเหรอ ไม่มีทาง ส่วนเรื่องข้อมูลที่ว่าแกก็ไปสืบกันมาสิวะ ว่ามันจริงไหม แล้วมันเอาลูกสาวฉันไปไว้ที่ไหน!

          “ผมว่า เราน่าจะรอให้มันติดต่อมาก่อน... บางทีอาจจะเป็นแผนลวงอะไรบางอย่าง” ริครั้งไว้อีกครั้งและก็ได้สายตากร้าวกลับไป

          “ฉันไม่รออะไรทั้งสิ้น! ถ้าคนที่ถูกจับไปเป็นลูกแก แกจะทนได้ไหม ไปทำตามที่ฉันสั่ง!

          เมื่อเห็นแบรนดอนโมโหแบบสุดๆอย่างนี้ริครู้ดีไม่ว่าอย่างไรก็คงขวางไม่ได้แน่นอกจากโค้งรับคำสั่งแล้วออกไปด้านนอกเพื่อจัดการเรื่องคนของตัวเอง ในขณะที่แบรนดอนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วกำหมัดแน่นมองวิวทิวทัศน์ด้านนอก ใบหน้าอวบอูมเคร่งเครียดในใจร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วง

          “พ่อจะไปช่วยลูกออกมาเอง... รอก่อนนะลูก”

 

          บานประตูลิฟต์เปิดออกร่างสูงเดินเข้ามาภายในพร้อมด้วยคนสนิทที่ถือถุงเสื้อผ้าเข้ามามากมาย เชสที่หิ้วมาเพียงลำพังไม่ไหวต้องโทรศัพท์ไปเรียกลูกน้องของตัวเองให้ช่วยกันถือขึ้นมา พอมาถึงแล้วชายหนุ่มก็เดินไปไขกุญแจห้องของหญิงสาว พอเปิดเข้าไปก็พบว่าไอรดากำลังนั่งอยู่ตรงเก้าอี้นวม เธอดูจะตกใจเล็กน้อย วิกเตอร์เปิดบานประตูกว้างลูกน้องของเขาเดินเข้ามาภายในพร้อมกับถุงมากมายหลายสิบใบที่มีชื่อแบรนดังติดอยู่ตรงถุง ไอรดามองอย่างตกใจ

          “นี่มันอะไรกันคะ”

          “พวกนายออกไปก่อน” วิกเตอร์ยังไม่ตอบไล่คนของตัวเองทันทีที่วางถุงเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เชสเดินออกเป็นคนสุดท้ายไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ด้วยเพื่อความเป็นส่วนตัว

          “เสื้อผ้าไง ผมรู้คุณไม่มีใส่ก็เลยซื้อมาให้” ไอรดาอ้าปากค้างมองถุงที่มากกว่ายี่สิบถุงแล้วก็สบตากับชายหนุ่ม

          “นี่คุณจะบ้าเหรอ ซื้อเยอะขนาดนี้ ฉันไม่ได้อยู่กับคุณถาวรสักหน่อย” หญิงสาวว่าเข้าให้ วิกเตอร์มองถุงพวกนั้นพอเธอบอกเขาก็ค้นพบว่ามันมากไปจริงๆ คราวนี้ชายหนุ่มรู้สึกเขินเล็กๆกลัวเธอจะรู้ว่าเขาตั้งใจซื้อมาให้ ทั้งๆที่ความจริงก็เป็นแบบนั้นแต่เรื่องอะไรจะยอมรับ

          “มันลดราคาพอดี ลูกน้องผมจัดการ ผมเองก็เพิ่งเห็นตอนมันซื้อมาแล้วนี่แหละ” ชายหนุ่มโบ้ยแถมยังโกหกอีก ไอรดามองจ้องจับผิดก่อนที่จะกอดอก

          “ฉันรับไม่ได้หรอก สิ่งที่ฉันอยากได้คือการได้ออกไปจากที่นี่ ปล่อยฉันไปซะที จับฉันส่งตำรวจ ถึงแม้คุณจะมองว่าไม่สำคัญ แต่ฉันเชื่อว่าคนมีอารยะธรรมจะทำกันแบบนั้น” พูดแล้วก็มิวายแขวะชายหนุ่ม วิกเตอร์ได้ยินก็หน้าตึงเล็กน้อย

          “ผมไม่มีหรอกอารยะธรรม ผมมันคนป่า ป่าเถื่อนไง! ที่คุณเคยว่าน่ะ” วิกเตอร์ตอบกลับกวนๆไอรดาก็ขบริมฝีปากแน่นไม่อยากจะพูดกับเขาอีก ชายหนุ่มเลยพูดขึ้นต่อถึงเรื่องเมื่อเช้าที่ตั้งใจจะมาบอกเธอ

          “รู้ไหมวันนี้ผมไปงานเปิดร้านเพชร ผมเจอใคร” คำถามนี้ไอรดารู้สึกหนาวๆร้อนๆ แค่เขาเกริ่นก็พอเดาได้แล้วว่าคงเป็นพ่อเธอแน่ๆ แต่หญิงสาวก็เชิดหน้าไปอีกทางแล้วบอกกลับ

          “มันเรื่องของคุณ ฉันไมได้อยากรู้ ถ้าไม่ปล่อยฉันก็ออกไปจากห้องได้แล้ว” พูดแล้วก็ไล่แต่วิกเตอร์กลับเดินเข้ามาใกล้จนหญิงสาวต้องถอยหลัง

          “แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องของคุณด้วยนะ... เพราะพอผมพูดอะไรบางอย่างกับคนที่คุณบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง กลับดิ้นพล่านจะเป็นจะตาย” วิกเตอร์โกหกให้ดูโอเว่อร์มากขึ้น ไอรดาได้ยินก็ติดกับทันทีถามชายหนุ่มกลับเสียงเข้ม

          “คุณพูดอะไรกับคุณแบรนดอน!” พอได้ยินชื่อของศัตรูตัวเองหลุดออกจากปากก็ยิ้ม

          “ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อเลยนะ” ไอรดาขบริมฝีปากแน่นจนเห็นฟันสวยเรียงตัวกันอย่างดี จากนั้นเธอก็พูดกลับอย่างหงุดหงิด

          “อย่าโยกโย้นะคุณวิกเตอร์ ตกลงว่าคุณพูดอะไร” เมื่อเห็นเธอจริงจัง เขาก็จริงจังบ้างเหมือนกัน

          “ผมก็แค่บอกให้เขาเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่ดีที่สุดตอนนี้เอาไว้ก็เท่านั้น เพราะอีกไม่นานมันก็คงไม่มีแล้ว... เพราะคนขโมยแบบไม่อยู่แล้วนี่ แค่นั้นแหละ ดูเหมือนจะร้อนรนกันทั้งลูกน้องและเจ้านาย!”  ไอรดาหน้าซีดทันทีพ่อเธอรู้แบบนี้ต้องหาทางมาช่วยแน่ ยิ่งไปกว่านั้นเท่ากับว่าติดกับชายหนุ่มเต็มๆ

          “คะ... คุณพูดเรื่องอะไร คุณแบรนดอนก็ต้องร้อนรนสิ เพราะเขาไม่รู้เรื่อง คุณพูดแบบนี้ก็ไปกล่าวหาเขา” ไอรดาตอบกลับแก้ไขปัญหาสถานการณ์ตอนนี้ก่อน เพราะยังไงก็ให้เขารู้ไม่ได้

          “แล้วเรามาพิสูจน์กัน ว่าตกลงรู้หรือไม่รู้!”  พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินออกไปแต่ไอรดาก็รีบตรงเข้าไปหาชายหนุ่มแล้วจับมือเขาเอาไว้แน่น ทำให้ร่างสูงหันมามองอย่างไม่เข้าใจ

          “ขอร้องล่ะ ฉันยอมรับสารภาพหมดแล้วไง ทุกอย่างเลย แค่นี้จับฉันส่งตำรวจก็ได้ ส่วนค่าเสียหายที่คุณเสียไปฉันจะชดใช้ให้ทุกปอนด์เลย นะคะ” ไอรดาอ้อนวอนเพราะกลัวเรื่องมันจะใหญ่ไปมากกว่านี้และคนตรงหน้าก็มีทั้งอิทธิพล เงินและเธอค้นพบอีกข้อว่าเขาร้ายกาจ

          “คุณรู้หรือเปล่าว่าผมเสียหายไปเท่าไหร่ หลักสิบล้านนะไอรดา คุณจะชดใช้ให้ผมกี่ชาติถึงจะหมด” หญิงสาวได้ยินก็เจ็บปวดขึ้นไปอีกเมื่อทำให้เขาเสียหายได้ขนาดนี้ เธอหลบตาแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือหนา

          “ฉะ... ฉันสัญญา ให้ฉันทำอะไรชดใช้ก็ได้ ฉันยินดีคืนให้ แต่ขอร้องล่ะ ได้โปรดเชื่อฉันว่าฉันทำมันคนเดียวจริงๆ” วิกเตอร์เห็นน้ำตาคลอหน่วยในดวงตากลมโตก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

          “ทำไมไอรดา มันสำคัญกับคุณขนาดนั้นเลยเหรอ มันเป็นอะไรกับคุณกันแน่ ทำไมคุณต้องทำอะไรเพื่อมันด้วย ถ้าคุณบอกผมว่าโดนมันบังคับหรือข่มขู่ ผมจะช่วยคุณทุกอย่างเลย ไม่ต้องกลัวมัน ขอแค่บอกผม... บอกความจริงกับผม ว่ามันบังคับคุณใช่ไหม” มือหนาของชายหนุ่มคว้ามือนุ่มนิ่มข้างที่ว่างของเธอไปจับเอาไว้แล้วมองเธอด้วยแววตาของความจริงใจ ยังอยากจะได้ยินคำตอบอะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอพ้นผิด ส่วนไอรดาก็รับรู้ได้ถึงแววตาของชายหนุ่มนั่นทำให้น้ำตาหยดแรกกลิ้งลงบนแก้มใส ก่อนที่จะก้มหน้าลงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

          “ฉันขอโทษ... ฮึก... ฉันเป็นคนทำเองทุกอย่าง ฉันขอโทษ”

          คำตอบของเธอก็ยังเหมือนเดิม วิกเตอร์รู้สึกปวดใจที่ปวดใจเพราะเธอไม่ยอมรับความจริง หากคนที่จับมาไม่ใช่เขา หากบริษัทที่เธอเข้าไปเหี้ยมโหดกว่านี้ร้อยเท่า เธอคงยอมตายแทนแบรนดอนได้แน่ๆ แบบนี้เขายิ่งเจ็บปวดที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ใจก็คิดไปทางไม่ดีแล้วแม้จะพยายามไม่คิดก็ตาม แม้หญิงสาวตรงหน้าจะทั้งสวย ฉลาด บางทีแบรนดอนอาจจะชอบเธอ ชายหนุ่มสะบัดความคิดของตัวเอง ทนไม่ได้ที่เห็นน้ำตาหญิงสาวสุดท้ายก็ปล่อยมือของเธอออก และจับมือบางที่ยึดมือเขาออกด้วยจากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ไอรดาปล่อยน้ำตาให้ไหลรินเพียงลำพัง...
 

************************************************************************************




 **** ยังขายของอยู่นะคะสาวๆขา... ตอนหน้าจะลงให้ เป็นตอนสุดท้ายน้าา ใครสนใจป๋าวิกกับหนูไอ ยังจอง+โอนกันได้อยู่นะคะ ถึง 17 ก.ค.นี้นะ ราคา 330 รวมส่งค่ะ หนังสือจัดส่งสิ้นเดือน กรกฏา ช้าสุดไม่เกิน 5 สิงหา รับรองว่าในเล่มจัดเต็มแน่นอนนะคะ ^ ^ ฝากป๋ากับหนูไอด้วยน้าาาา จุ๊บๆๆๆๆ *** (พิมพ์ตามยอดจองเท่านั้นนะคะ)



                เกือบเที่ยงคืนแล้วแต่ไฟในห้องประชุมของบริษัทไดม่อนไอยังเปิดสว่างอยู่ แบรนดอนนั่งฟังแผนการของลูกน้องคนสนิทที่จะเข้าบุกชิงตัวไอรดาพร้อมกับลูกน้องอีกห้าคนซึ่งก็เป็นมือดีที่หาได้ตอนนี้และพวกนี้จะไม่พูดความลับอะไรเลยหากว่าโดนจับ ริคลงทุนไปสืบที่คอนโดมิเนียมของชายหนุ่มเป็นที่แรกด้วยการใช้เงินแลกกับข้อมูลกับพนักงานเปิดประตูด้านหน้าก็พบว่ามีคนพบเห็นวิกเตอร์พาผู้หญิงคนนี้มาเมื่อสี่วันก่อนนั่นทำให้ริคมั่นใจว่าเป็นไอรดาแน่ๆ

          แบรนดอนนั่งฟังแผนการอย่างพอใจที่ริคหาผังของคอนโดมิเนียมวิกเตอร์มาได้ ซึ่งพวกทางริคเองตั้งใจจะบุกเข้าไปโดยใช้เงินเป็นใบเบิกทางขึ้นไปยังเพนส์เฮ้าส์ของวิกเตอร์ที่อยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งนี้ แล้วหากเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะหนีออกทางประตูหนีไฟซึ่งมีอยู่ภายในห้องของวิกเตอร์แต่มันอยู่สุดทางเดินด้านซ้าย เมื่อฟังคนสนิทว่าจนจบแล้วเขาก็เอ่ยบอกเป็นกำลังใจแก่ลูกน้องทุกคนของตัวเอง

          “เอาล่ะ ฉันจะรอฟังข่าวดี ถ้าแกช่วยไอออกมาได้ ฉันตบเงินให้พวกแกหนักแน่ และอย่าลืมว่าหากโดนจับได้อย่าเอ่ยชื่อฉันเป็นอันขาด พวกแกต้องทำเป็นไม่รู้และอ้างว่ามาขโมยของ เข้าใจไหม”

          ทั้งหมดพยักหน้ารับแล้วก็พึงพอใจกับเงื่อนไขที่ได้รับจากนายตัวเองก่อนที่จะเคลื่อนตัวกันออกไปจากห้องแห่งนี้ซึ่งก็สวนทางกับอาราเซะที่เดินเข้ามาภายใน แบรนดอนตกใจเล็กน้อยที่ดึกแล้วแต่ยังเจออีกคนที่นี่

          “มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” อาราเซะถามอย่างสงสัย ในขณะที่แบรนดอนก็ส่ายหน้ากลบเกลื่อน

          “เปล่าครับ ว่าแต่คุณมีอะไรหรือเปล่า ผมนึกว่าอยู่ที่ผับ” เจ้าของเอ่ยทักหุ้นส่วนตัวเองด้วยรู้ดีว่าอาราเซะมาเปิดผับที่นี่ซึ่งก็เป็นสาขาที่ขยายมาจากทางญี่ปุ่นนั่นแหละ แม้อาราเซะจะไม่เชื่อว่าไม่มีอะไรแต่เขาก็ยังเลือกที่จะไม่ถามอะไรอยู่ดีด้วยรู้ว่าหากมีอะไรแบรนดอนจะต้องบอกเขาแน่ เพราะทางธุรกิจ เงิน หรืออิทธิพลเขามีมากกว่าอยู่แล้วเห็นๆ

          “ผมอยากจะปรึกษาคุณเรื่องตลาดทางฝั่งเอเชียหน่อย แต่ถ้าคุณไม่ว่างไว้วันหลังก็ได้นะ” อาราเซะเอ่ยบอกส่วนแบรนดอนอยากจะชักจูงความสนใจของอีกฝ่ายอยู่แล้วก็เลยตอบรับ

          “ได้สิครับ เชิญครับ เชิญ”

          แบรนดอนผายมือให้อาราเซะเองก็นั่งลงก่อนที่จะเริ่มพูด ซึ่งเนื้อหาก็แทบไม่ได้เข้าหัวสมองของแบรนดอนเลยสักนิดเพราะมัวแต่คิดไปถึงแผนการคืนนี้มากกว่าว่าจะสามารถช่วยลูกสาวตัวเองออกมาได้หรือไม่อีกทั้งยังคิดไม่ถึงว่าวิกเตอร์จะรวดเร็วได้ขนาดนี้แถมยังฉลาดเป็นกรดที่รู้ว่าเป็นไอรดา! เขาสาบานกับตัวเองว่าหากไอรดาเป็นอะไรขึ้นมาเขาจะฆ่าวิกเตอร์ แวนโคลิกด้วยมือของเขาเอง และยังนึกเสียใจที่ไม่ให้ลูกสาวกลับประเทศไทยตั้งแต่แรกเหมือนที่เธอขอเอาไว้...

         

          ยามดึกสงัดแต่ไม่มีใครข่มตาหลับลง ไอรดาร้องไห้จนตาบวมช้ำก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนกระโปรงที่เขาเลือกให้รวมถึงชุดชั้นในใหม่ด้วย แม้จะอายที่เขาซื้อของพวกนี้ให้แถมยังกะขนาดถูกเสียด้วยรวมทั้งชุดที่อยู่ในถุงก็ล้วนแล้วแต่พอดีตัวเธอเลยทั้งนั้น ไอรดาไม่เคยมีเสื้อผ้าสวยๆงามๆใส่ก็อดจะแปลกๆไปบ้างที่เจอเสื้อผ้าพวกนี้เต็มไปหมดเขาไม่เพียงซื้อชุดลำลองแต่ยังซื้อชุดนอน ชุดเดรสสวยๆมากมายราวกับว่าจะให้ใส่ไปข้างนอกอีกด้วย

          ไอรดานั่งที่เก้าอี้นวมภายในห้องทอดมองไปยังวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าแม้จะสวยงามแค่ไหนแต่ใจเธอกลับหม่นเศร้าเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหากวิกเตอร์ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรู้สึกดีด้วยแม้ตอนนี้จะคิดว่าเธอรู้สึกดีกับเขามากจนจะกลายเป็นความรักอยู่แล้วก็คงจะดีไม่น้อยแต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ยิ่งเห็นเขาเศร้าตัดพ้อเธอก็เจ็บปวดไปหมด ยิ่งคิดน้ำตาก็พาลจะไหลไอรดาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ตั้งแต่ถูกเขาจับมาเธออ่อนแอและอ่อนไหวมากกว่าเดิมโดยเฉพาะเรื่องของชายหนุ่ม

          ส่วนวิกเตอร์เองก็หลับไม่ลงเหมือนกันเขานอนเอามือก่ายหน้าผากคิดหนัก เจ็บปวดกับสิ่งที่เธอยอมรับและสงสัยกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ภาวนาให้ไม่ใช่ตามที่เขาคิดและคิดว่าหากแบรนดอนกินเบ็ดที่เขาหย่อนเอาไว้แล้วล่ะก็... เขาจะต้องรู้อะไรมากขึ้นแน่ๆ ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น นาฬิกาตรงผนังตีบอกเวลาว่าตอนนี้ใกล้จะตีหนึ่งแล้ว ชายหนุ่มคิดว่าเขาควรหยุดเรื่องเอาไว้ก่อนแล้วเข้านอนเพราะยังมีงานอีกมากมายที่รอเขาอยู่ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน วิกเตอร์หยิบขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าเป็นคนสนิทของตัวเอง เขารีบกดรับ

          “ว่าไง”

          “เหยื่อกินเบ็ดแล้วครับ” ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็กระตุกยิ้ม

          “ดีมาก ประจำที่ของพวกนายด้วย”

          “ครับ”

          วิกเตอร์พูดเสร็จก็วางสายแล้วยกยิ้ม เขาคิดไว้แล้วว่าพวกมันต้องมาชิงตัวแน่ๆเลยให้คนของตัวเองกระจายข่าวบอกพนักงานที่นี่ว่าหากมีใครมาถามเรื่องผู้หญิงและเขาให้บอกไปเลยว่าเขาพาผู้หญิงมาอยู่ที่นี่ แล้วก็หลีกทางให้พวกมันขึ้นมาซะ ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าแบรนดอนเลือกที่จะลงมือเร็วขนาดนี้ วิกเตอร์ลุกขึ้นเปิดลิ้นชักแรกของโต๊ะเล็กหัวเตียงหยิบปืนของตัวเองขึ้นมาแล้วสอดมันเอาไว้ด้านหลังก่อนที่จะจัดที่นอนให้เรียบร้อยเหมือนกับว่ามีคนนอนอยู่แล้วย่องออกไปด้านนอกโดยไม่เปิดไฟ เขายืนอยู่ใกล้ผ้าม่านผืนใหญ่ที่เป็นมุมอับซึ่งอยู่ตรงทางเดินไปห้องของไอรดาพอดี

          เกือบสามสิบนาทีที่เขายืนรออยู่แบบนั้น ประตูลิฟต์ก็เปิดออก ชายชุดดำหกคนอำพรางหน้าทั้งหมด ก่อนที่จะล้วงปืนออกจากทางด้านหลังเมื่อประตูลิฟต์ปิดแล้ว หนึ่งในนั้นเป็นคนสั่งการให้แยกย้ายวิกเตอร์คิดว่าคงเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้แน่ๆ หนึ่งในหกเปิดประตูห้องนอนของเขาแต่ไม่ได้เข้าไปเพียงแค่เห็นก็ทำสัญญาณว่าเรียบร้อย จากนั้นสามคนก็ยืนคุมเชิงอยู่ตรงห้องรับแขก ในขณะเดียวกันอีกสามคนก็เดินสำรวจก่อนที่จะผ่านหน้าของเขาไปโดยไม่รู้เลยว่ามีเขายืนอยู่ตรงนี้ จากนั้นก็เดินไปทางห้องปีกซ้ายที่คุมขังนักโทษของเขา

          ไอรดาที่นั่งจนเริ่มง่วงตั้งใจจะนอนหลับแล้วพรุ่งนี้ค่อยครุ่นคิดเรื่องการออกไปจากที่นี่ แต่แล้วเสียงอะไรบางอย่างหน้าห้องทำให้เธอตกใจ หญิงสาวพยายามเดินเข้าไปใกล้ๆเสียงเหมือนมีคนกำลังงัดแงะอะไรสักอย่างไม่นานบานประตูห้องก็เปิดออก เธอผวาตกใจจะกรีดร้องเมื่อเห็นชายชุดดำแต่หนึ่งในนั้นก็โผเข้ามาปิดปากเธอเอาไว้แน่นแล้วกระซิบข้างหู

          “คุณไอ ผมเองครับ ริค” ไอรดาได้ยินก็เบิกตากว้าง ริคเองก็ปล่อยมือ หญิงสาวหันไปมองคนของพ่อที่เข้ามาในนี้และเข้ามาง่ายขนาดนี้ไม่ดีแน่

          “รีบออกไปจากที่นี่ซะ” ไอรดาสั่งการทันที ริคได้ยินก็แปลกใจ

          “พวกเรามาช่วยคุณ ตามคำสั่ง” ริครายงานแต่หญิงสาวส่ายหน้าคิดว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ สมองอันชาญฉลาดของเธอรู้ได้ทันทีตั้งแต่วิกเตอร์พูดเรื่องนั้นกับพ่อของเธอแล้ว

          “นายไม่แปลกใจบ้างเหรอ นายขึ้นมาบนนี้ได้ง่ายๆเลยนะ นายคิดว่าระดับแวนโคลิกจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอริค” คนสนิทของผู้กุมบังเหียนไดม่อนไอชะงักก่อนจะตอบกลับ

          “เราได้รหัสมาครับ ใช้เงินเปิดปากพวกมัน” ไอรดาได้ยินก็ส่ายหน้า

          “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกริค มันเป็นแผนของเขาแน่ๆ!” หญิงสาวบอกแต่อีกคนเหมือนไม่เชื่อ

          “ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ” พูดแล้วก็ฉุดมือหญิงสาวให้ออกไป ไอรดาเดินไปตามแรงฉุดแต่ในใจก็ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา แต่พอเดินไปได้ถึงกลางห้องรับแขก ไฟทุกดวงก็เปิดสว่างนั่นทำให้ทั้งหมดตกใจ ก่อนที่จะมีชายชุดสูทสีดำในจำนวนเท่าๆกันล้อมทุกคนเอาไว้ และวิกเตอร์เดินออกมาจากมุมนั้น ไอรดาเห็นก็เบิกตากว้าง

          “เจ้านายแกฉลาดดีนี่... ลงมือเร็วดี” ริคเองก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกันและก็เข้าใจสิ่งที่ไอรดาพูดไว้ไม่มีผิด มันคือแผนนั่นเอง

          “คะ... คุณรู้อยู่แล้วเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่น

          “จริงๆผมไม่มั่นใจหรอก คิดว่าถ้าคุณไม่สำคัญแล้วคุณยืนยันว่าแบรนดอนไม่รู้ เหตุการณ์คืนนี้ก็ไม่เกิดขึ้นหรอกจริงไหม การที่ให้คนมาพาคุณออกไปเยอะขนาดนี้... แน่นอนว่าหนึ่งคุณคือคนสำคัญและสองมันรู้เห็นด้วย!” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม ไอรดาได้ยินก็หน้าซีดกับแผนการของเขา วิกเตอร์ฉลาดมาก ริคมองจำนวนคนแล้วให้สัญญาณกับลูกน้องก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเริ่มยิงปืนนัดแรก

          ปัง!

          “กรี๊ด!

          ไอรดากรีดร้องก่อนที่วงล้อมคนของชายหนุ่มจะแตกกระจายก้มลงหลบวิถีกระสุน ทำให้ทั้งหมดตรงไปยังลิฟต์ก่อนที่จะเปิดออกแต่ดูเหมือนมันไม่ทำงาน แต่ริคก็ยังไม่ยอมแพ้เขาศึกษามาดีแล้วพบว่าทางเดินด้านซ้ายของห้องนี้เป็นบันไดหนีไฟซึ่งจะเชื่อมต่อกับทุกชั้นเอาไว้ และนั่นทำให้เขากระชากไอรดาตรงไปทางนั้นส่วนลูกน้องคนอื่นๆก็ต่อสู้กับลูกน้องของวิกเตอร์

          “เชสคุมทางนี้ ฉันจะไปพาไอกลับมาเอง!

          “ระวังตัวด้วยนะครับเจ้านาย” เชสเอ่ยบอกก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาอีกหนึ่งร่างที่กำลังจะวิ่งตามชายหนุ่ม ตอนนี้ข้าวของแตกกระจายไปหมดจากการต่อสู้ เสียงปืนมีให้ได้ยินบ้างแต่คนของชายหนุ่มก็เตะปืนทิ้งและใช้การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเข้ามาแทน

          “หยุดนะ!” วิกเตอร์เล็งปืนไปที่ริคกับไอรดาแต่อีกคนก็ยิงปืนสวนมาซะก่อนแต่ชายหนุ่มหลบได้ เขาเจ็บใจไม่คิดว่าคนของแบรนดอนจะใจกล้าบุกฝ่าทั้งๆที่คนของเขาล้อมเอาไว้แบบนี้

          “ริค ปล่อยฉันแล้วหนีไป” ไอรดาบอกเมื่อใกล้ถึงบันไดหนีไฟแล้วแต่อีกคนก็ปฏิเสธ

          “ไมได้ครับ คุณแบรนดอนเป็นห่วงคุณไอมาก” ไอรดาได้ยินก็รู้สึกอบอุ่นใจแต่เธอไม่อยากให้พ่อต้องเดือดร้อนหญิงสาวขืนตัวเอาไว้ทำให้อีกคนหยุด และมองเห็นวิกเตอร์กำลังวิ่งตามมา คอนโดมิเนียมแห่งนี้กว้างกว่าที่หญิงสาวคิดเอาไว้เสียอีก และมันมีหลายส่วนจากการที่เธอวิ่งมาและมองดูตั้งแต่ห้องรับแขกจนมาถึงทางปีกซ้ายจนเกือบจะสุดทางแล้ว

          “ฉันก็ห่วงพ่อมากเหมือนกัน หนีไปซะ ฉันขอร้อง ไม่อย่างนั้นเราไม่รอดแน่ แล้วพ่อจะยิ่งเดือดร้อนไปกันใหญ่ นายหนีไปแล้วบอกพ่อว่าฉันโอเค วิกเตอร์ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก” หญิงสาวบอกย้ำแต่อีกคนก็ยังลังเลทำให้ไอรดาพูดขึ้น

          “อย่าทำให้สิ่งที่ฉันกำลังทำเสียเปล่า หนีไปซะ เดี๋ยวนี้ ปล่อยฉันไว้ ฉันปลอดภัย บอกพ่อว่าฉันปลอดภัย!” ริคเห็นวิกเตอร์ก้าวมาติดๆในมือมีปืน เขาลังเลสุดท้ายก็เลือกที่จะทำตามคำสั่งของแบรนดอนมากกว่า เขาคิดว่าน่าจะพาไอรดาหนีไปได้

          “เราต้องหนีไปด้วยกันได้แน่นอนครับ”

          พูดเสร็จแล้วก็กระชากตัวหญิงสาวก่อนจะผลักประตูหนีไฟแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อคนของชายหนุ่มเฝ้าเอาไว้สองคน ไอรดาเบิกตากว้าง ริคปล่อยมือของเธอก่อนที่จะสู้กับสองคนนั้นที่ตรงเข้ามาจะจับ เกิดการตะลุมบอนทันที วิกเตอร์จะเข้ามาร่วมด้วยแต่ไอรดาก็โผกอดเอวชายหนุ่มแน่น

          “ปล่อยผมนะไอรดา ปล่อยผมสิ” วิกเตอร์บอกพยายามดึงร่างหญิงสาวแต่ก็ไม่สำเร็จ ตอนนี้ทางริคดูเหมือนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ คนของเขาแม้จะมีสองคนแต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะได้รับการฝึกมาอย่างดีเช่นเดียวกัน สุดท้ายก็ล้มสองคนนั้นได้สำเร็จจนลงไปนอนกองกับพื้น ริคหันมาจะช่วยไอรดาแต่สภาพแบบนี้เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่ ไอรดาสบตากับริคก่อนที่จะพยักหน้าให้เขาหนึ่งครั้ง คนสนิทของแบรนดอนเลยไม่มีทางเลือกก่อนจะวิ่งหนีลงบันไดหนีไฟเอาตัวรอดไปเพียงคนเดียว

          “ตามไปสิวะ ตามมันไป!” ชายหนุ่มสั่งการคนของตัวเองที่เริ่มจะลุกขึ้นมาหลังจากที่โดนศัตรูต่อยเข้าให้จนหน้าหงายแล้วก็เริ่มวิ่งตามไป วิกเตอร์กระชากแขนของไอรดาทีเดียวหญิงสาวก็ปลิวมายืนตรงหน้าเขาแล้ว ชายหนุ่มมองด้วยสายตากร้าว

          “คุณรู้จักมันสินะ” ชายหนุ่มถามเสียงเย็น

          “ฉันไม่รู้จัก” ไอรดายังเลือกที่จะโกหกต่อไปแม้จะโดนจับได้แบบจังๆอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความสัมพันธ์เรื่องการรู้เห็น เรียกได้ว่าวิกเตอร์เดาเกมออกหมดแล้วแต่เธอยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้จัก

          “เดี๋ยวก็รู้”

          พูดเสร็จก็ลากหญิงสาวไปยังกลางห้องรับแขก ตอนนี้ทั้งห้าคนถูกเปิดผ้าคลุมหน้าหมดแล้ว บางคนเธอจำได้ว่าเป็นลูกน้องของพ่อเธอ บางคนก็ไม่คุ้นหน้า หญิงสาวไม่รู้ว่าพวกนี้จะยอมรับสารภาพหมดไหมแต่สภาพของแต่ละคนดูไม่ได้เรียกว่ายับเยินเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วก็นึกเป็นกังวล

          “ฉันจะไว้ชีวิตพวกแก... ถ้าพวกแกพูดความจริง... รู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม” ชายหนุ่มชี้ไปที่ไอรดา เธอกวาดสายตามองพวกนี้ที่จ้องมองมาทางเธอเหมือนกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะส่ายหน้านั่นทำให้หญิงสาวพอใจแต่วิกเตอร์กลับรู้สึกอยากจะยิงมันให้ตายตรงนี้เสียเลย

          “พะ... พวกผมไม่รู้จัก”

          “แล้วแกเข้ามาทำไม แกเข้ามาเพื่อช่วยเธอ!” วิกเตอร์ตวาดเสียงดังลั่นจนไอรดาสะดุ้ง

          “พวกเราแค่เข้ามาขโมยของ” คำตอบนั้นทำให้เจ้าของห้องแทบอยากจะหัวเราะส่วนไอรดาคิดว่าพวกนี้ถูกฝึกมาให้ตอบคำถามแล้วแน่ๆหากว่าพลาดและดันพลาดทั้งหมดด้วยนี่สิ

          “พวกแกจะบอกดีๆหรือจะได้ลูกปืนก่อนแล้วค่อยบอก!” ชายหนุ่มเล็งปืนทำให้พวกนั้นรีบก้มหน้าด้วยความกลัวไอรดาเห็นแบบนั้นก็พูดบ้าง

          “คุณจะบ้าเหรอ พวกเขาบอกไม่รู้ก็ไม่รู้สิ” วิกเตอร์ตวัดสายตามามองอย่างดุดัน

          “ถ้าไม่ช่วยก็อย่ายุ่งไอรดา!

          เมื่อเขาบอกเสียงเย็นหญิงสาวก็นิ่งไปก่อนที่ร่างสูงจะเบนสายตามามองพวกนี้อีกครั้ง เขาคิดว่ามันคงถูกฝึกมาอย่างดีแน่ แต่คิดว่าบางทีก็อาจจะดีไม่พอ ชายหนุ่มยกปืนขึ้นก่อนจะเล็งที่แขนของชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าตัวเองจากนั้นก็...

          ปัง!

          “กรี๊ด!” ไอรดากรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นเขายิงคนตรงหน้าเธอ ร่างของชายชุดดำลงไปนอนกับพื้นจับแขนข้างขวาของตัวเองที่เลือดไหลโชก นอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้น ทำให้อีกสี่คนที่เหลือหน้าซีดด้วยความกลัวทันที

          “ลูกปืนมันพอง้างปากพวกแกได้ไหม... ตกลงจะพูดหรือไม่พูด”  ชายหนุ่มถามเสียงเย็น ไอรดาถึงกับช็อคที่ได้เห็นความร้ายกาจของชายหนุ่ม เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้

          “คะ... คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขามีชีวิตนะ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ!” ไอรดาต่อว่าทั้งน้ำตาแต่ชายหนุ่มก็หันมองแล้วตวาดกลับ

          “เงียบ!

          “ตกลงว่าไง หรืออยากให้มันเจาะสมองของแกก่อน พูดออกมา!” ชายหนุ่มหันกลับไปตวาดถามกับพวกที่นั่งอยู่ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพูดขึ้น

          “ระ... เราไม่รู้จริงๆครับ ต่อให้คุณฆ่าเราให้ตายเราก็ไม่รู้ ระ... เราแค่ขโมยของเท่านั้น”

          ปัง!

          ไอรดาหวีดร้องอีกรอบเมื่อชายหนุ่มยิงแขนของคนที่เพิ่งพูดให้ลงไปนอนร้องโอดโอยอีกครั้ง ตอนนี้ด้านมืดของวิกเตอร์ผู้สุขุมถูกปลุกออกมาอย่างเต็มตัว เขามองอย่างไร้ความรู้สึกและเย็นชาอย่างที่สุด ไอรดาไม่อาจจะทนความโหดร้ายได้เลยต้องเอ่ยบอกเขาเสียงสั่น

          “ขอร้องล่ะค่ะ ฮึก... พวกนั้นไม่รู้จริงๆนะ ฮือ... อย่าทำพวกเขาอีกเลย ฮึก... ทำฉันสิ ถ้าคุณอยากทำ ทำที่ฉัน” วิกเตอร์หันมามองหญิงสาวอย่างเฉยชา ก่อนที่จะเอ่ยถาม

          “ให้ทำคุณแทนเหรอ” เมื่อเขาถามกลับเธอก็ชะงักเล็กน้อยแล้วก็พยักหน้ารับทั้งน้ำตา วิกเตอร์หันไปมองห้าคนตรงหน้าของเขาจากนั้นก็สั่งการกับเชส

          “เอามันไปไว้ที่โกดัง ตามแอนดรูไปดูมันด้วย”

          “ครับเจ้านาย”

          “ส่วนคุณ... มานี่”

          พูดเสร็จก็ลากหญิงสาวไปจากตรงนั้นตรงเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแทนที่จะเป็นห้องนอนของเธอ เขาผลักเธอลงเตียงอย่างแรงจากนั้นก็ปิดประตูเสียงดังแล้วล็อคห้อง ไอรดาหันมามองอย่างระแวง รีบลุกขึ้นเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

          “คะ... คุณจะทำอะไร”

          “ให้ทำคุณแทนไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ผมโกรธมาก ถ้าไม่อยากให้ผมฆ่าพวกมันก็อย่าขัดขืน” ชายหนุ่มพูดเสียงเหี้ยมแม้ไม่ได้ตวาดแต่ไอรดากลับรู้สึกกลัว วิกเตอร์เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะกระชากเสื้อของเธออย่างแรงจนกระดุมตกกระจายไปตามพื้น ไอรดาหวีดร้องรีบเอามือปิดบังทรวงอกอิ่มที่อยู่ภายใต้ชุดชั้นในทันที วิกเตอร์กระชากร่างบางที่ทำท่าจะหนีก่อนจะผลักเธอลงเตียงอย่างแรงแล้วตามคร่อมทับ

          “ฮึก... ไม่นะคุณวิกเตอร์ ขอร้อง ไม่นะ” ไอรดาร้องบอกส่วนเขาก็เงยหน้ามองใบหน้าหวานอย่างเจ็บปวดที่สุด

          “หรืออยากให้ผมฆ่ามัน”

          พอเขาพูดแบบนี้เธอก็หยุดและจ้องมองสุดท้ายแล้วชีวิตคนห้าคนที่เธอคิดว่าเขาคงฆ่าให้ตายได้แน่ๆ เธอเลยเลือกที่จะรับมันเองดีกว่าคนไม่เกี่ยวข้องจะต้องมาซวยด้วย เธอหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาไหลริน วิกเตอร์เห็นก็แสยะยิ้มก่อนที่จะกระชากเรียวแขนทั้งสองข้างให้อยู่เหนือหัวแล้วกดเอาไว้ เขาลากไล้ริมฝีปากร้อนของตัวเองไปตามซอกคอขาวผ่องที่เปิดเชื้อเชิญอยู่แล้วจากเสื้อที่ฉีกขาด ชายหนุ่มทั้งขบเม้มทำรอยไปทั่ว ยิ่งได้ยินเธอสะอื้นแรงแค่ไหน ดังแค่ไหน เขาก็เหมือนมีดกรีดลงหัวใจตัวเอง สุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็ปล่อยมือเธอราวกับโดนของร้อนแล้วลุกขึ้น

          “บ้าเอ้ย!

          ไอรดารีบพลิกตัวหนีปิดบังร่างกายจากสายตาเขาทันที มือบางกำสาบเสื้อเอาไว้แน่นแล้วก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ วิกเตอร์เสยผมของตัวเองอย่างหงุดหงิดจากนั้นก็คิดว่าที่นี่คงไม่ปลอดภัยแล้วแน่ๆ เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะหยิบเสื้อคลุมของตัวเองออกมาแล้วโยนใส่ร่างบางที่นอนร้องไห้อยู่

          “รีบสวมนี่ซะ” ไอรดายังคงร้องไห้เหมือนว่าเธอไม่ได้ยิน ทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดก่อนจะกระชากร่างบางให้หันมามอง เธอร้องไห้อย่างเสียขวัญ วิกเตอร์กระชากเสื้อคลุมที่หล่นอยู่ข้างๆก่อนจะมาคลุมร่างบางบังคับให้เธอสวมใส่แล้วผูกเชือกให้รัดกุม จากนั้นก็ลากไอรดาออกจากห้องไป กดลิฟต์โดยที่ร่างบางยังคงร้องไห้ ไม่ต้องรอนานลิฟต์ก็พร้อมใช้ทันที เขาจับมือเธอแน่นแล้วกดไปยังชั้นของลานจอดรถส่วนตัวทันที

          “ฮึก... คะ... คุณจะพาฉันไปไหน” ไอรดาถามแล้วสะอื้นจนตัวโยน ร่างสูงปรายตามองแต่ไม่ยอมตอบ จนมาถึงชั้นลานจอดรถ ซึ่งมีคนของเขาประจำอยู่ชั้นนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มหยิบกุญแจรถก่อนที่จะเลือกรถคันหรูสัญชาติเยอรมันเป็นยานพหนะในค่ำคืนนี้ เขาปลดล็อคแล้วยัดร่างบางจากนั้นก็อ้อมมาก่อนที่จะขับรถออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีคนติดตามเหมือนทุกครั้ง

          “ปะ... ไปไหนคะ ฮึก... คุณจะพาไปไหน” ไอรดายังถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งเขาขับรถเร็วมากเท่าไหร่แทนการตอบเธอ หญิงสาวก็ยิ่งกลัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าวิกเตอร์จะเป็นได้มากขนาดนี้ หญิงสาวยอมรับว่าเธอกลัวเขา ชายหนุ่มผู้ขี้เล่น เจ้าเล่ห์และอบอุ่นคนนั้นที่เคยเจอ... ไม่มีอีกแล้ว แต่เธอก็คิดว่าผู้หญิงอย่างเธอก็ไม่สมควรได้รับอะไรที่ดีแบบนั้นอยู่แล้ว คิดแล้วก็ร้องไห้เงียบๆเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่าเขาพาไปไหน

          ชายหนุ่มขับรถมาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูขนาดใหญ่ก่อนที่ประตูจะเปิดออกแทบจะทันทีโดยมีรปภ.เฝ้าด้านหน้าอยู่แล้ว พอเห็นเป็นรถใครก็รีบเปิด ชายหนุ่มขับรถแยกไปทางซ้ายเพื่อไปทางบ้านของเขาไม่ใช่ข้างหน้าซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่และน้องสาวของตัวเอง

          ไอรดามองเห็นความใหญ่โตและสวยงามของบ้านตรงหน้าก็ตกใจจนรถจอดสนิทแล้วเขาก็ลากเธอลงมา บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความมืด ชายหนุ่มเลื่อนบานประตูกระจกจากนั้นก็ลากเธอขึ้นไปบนชั้นสองของห้องโดยไม่ได้ตอบอะไรหญิงสาวเลยสักนิด เมื่อเปิดเข้ามาในห้องนอนของร่างสูง ไอรดาก็ตกใจพยายามขืนตัวเองแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ชายหนุ่มเดินไปยังตู้หนังสือที่อยู่มุมห้อง จากนั้นก็เลื่อนผนังไม้ที่อยู่ตรงข้าง ไอรดาคิดว่าเป็นผนังธรรมดาแต่ที่ไหนได้ มันมีที่ให้ใส่รหัสข้างใน ชายหนุ่มกดรหัสอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวไม่ทันรู้ว่ามันคือเลขอะไรด้วยซ้ำ

          เสร็จแล้วเขาก็ผลักชั้นหนังสือออกนั่นทำให้เธอเห็นว่าข้างในเป็นห้องลับ มันเป็นห้องที่เหมือนห้องทำงานและมีที่พักผ่อนด้วย มีเฟอร์นิเจอร์ไม่เยอะเท่าไหร่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่ง เขาผลักเธอให้เข้าไปจนร่างบางเซถลาล้มลงไปกับพื้นพรม

          “คงไม่มีใครมาช่วยคุณได้อีกแน่ จนกว่าคุณจะเห็นความพินาศของมัน!

          พูดเสร็จเขาก็ออกไปแล้วผลักชั้นหนังสือกลับมาเหมือนเดิม ไอรดาพยายามทุบแต่ก็พบว่ามันเปิดไม่ได้แล้ว เมื่อวิกเตอร์กดรหัสปิดเอาไว้เหมือนเดิมโดยไม่สนใจร่างบางในห้องเลย

          “ปล่อยฉันนะ คุณทำอะไรเขาไม่ได้นะ ปล่อยฉันสิ”  ไอรดาพยายามอยู่แบบนั้นร่วมสิบนาทีเมื่อรู้ว่าทำอะไรไม่ได้ก็ทรุดตัวนั่งร้องไห้ ดูท่าเรื่องมันจะใหญ่มากขึ้น ยิ่งพ่อของเธอส่งคนมาด้วยแบบนี้ มันต้องไม่จบง่ายๆแน่ เขาต้องหาทางเอาคืนแล้วเธอกลัว... กลัวว่าเขาจะไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของพ่อเธอด้วยซ้ำ...    

 



**** ป๋าโหดจ้าาาา โหดแท้หนออออ ไม่เคยเห็นป๋าโหดเลย แต่โหดยังไงก็ทำผู้หญิงที่ตัวเองรักไม่ลงอยู่ดีอ่ะ... คิคิ หนูไอเข้ามาอยู่ในบ้านป๋าแล้ว ขอบอกว่าหลังจากนี้ ความแซ่บ ความฟินจะกระจาย... มีการพาไปอาบน้ำ กินข้าวด้วยกัน มุ้งมิ้งจนคิดว่า หนีป๋าพามาที่บ้านเพื่อไม่ให้ใครมาช่วย หรือป๋าทำเพื่อความฟินของตัวเองล้วนๆๆๆก๊ะ คิคิ หลายๆคนขัดใจ ป๋าทำไมช้าจัง... ไม่เผด็จศึกหนูไอสักที จะบอกว่า อีกไม่นานนะคะ ฮีเก็บสะสมความหื่นเอาไว้ 55555+ พอฮีได้กินตับหนูไอแล้ว... ความหื่นจะสำแดงฤทธิ์ออกมาเกินร้อยยยยยยยย จะจริงไหม ต้องรอพิสูจน์ ^ ^***
ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันน้าา
ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากเม้น โหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #287 benda5002539 (@benda5002539) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 00:00
    จัดหนักๆเลยป๋า หมั่นไส้ทั้งพ่อทั้งลูก เราเป็นผู้เสียหายเอาคืนให้สาสมเลย ตายๆไปเลยยิ่งดี #ทีมป๋าผู้ถูกกระทำ
    #287
    0
  2. #264 thanapotn (@thanapotn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:54
    น่าจะบอกไปเลย ปากแข็งอยู่ได้ย่อมโดนทรมานเพื่อปกป้องพ่อกตัญญูจริงๆ
    #264
    0
  3. #249 fa_Prisar (@family_fa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 20:34
    สมควรโดน พ่อก็เกิน ลูกก็เหลือทน
    #249
    0
  4. #248 somluck (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 20:58
    สงสารป๋ามากกว่า เพราะไอลดาเป็นคนผิดมาตั้งแต่ต้น โกหกอย่างเก่ง แถมปากแข็งอีกต่างหาก น่ากลัวผู้หญิงคนนี้
    #248
    1
    • #248-1 little_writer (@little_chocho) (จากตอนที่ 16)
      29 ตุลาคม 2558 / 18:17
      จริงๆที่ลงให้อ่าน อาจจะยังสรุปได้ไม่หมดนะคะ > < จริงๆไอรดายังมีเหตุผลอีกมากมาย รวมถึงตัวของแบรนดอนด้วยค่ะ
      #248-1
  5. #207 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 19:26
    ป๋าวิกโหดจัง น่ากลัว~
    #207
    0
  6. #206 vichyy (@vichyy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 13:55
    สงสารไอ  มาลุ้นต่อ 
    #206
    0
  7. #205 Cinceen (@cakeryeo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 23:32
    อัพไวๆนะคะ
    #205
    0
  8. #204 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 20:38
    ด้านมืดเอีป๋า
    #204
    0
  9. #203 Bow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:32
    สนุกอ่ะจะคอยติดตามไปเรื่อยๆนะค่ะ

    สู้น้ะค่ะนักเขียน เรื่องนี้สนุกทำให้รุ้นตลอดเลย

    >o< สงสารไอค้ะ เหออออ~~

    แล้วคนเป้นพ่อจะทำยังไงดีค่ะ &#128542;

    ลงเยอะๆน้ะค่ะ

    #203
    0
  10. #202 ppcimm (@ppcimm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:23
    อย่าอ่านต่อแล้ว ดิ้นๆๆๆๆๆ
    #202
    0
  11. #201 คุกกี้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 11:07
    สงสารไอื ป๋ารีบๆนะ อิอิ
    #201
    0
  12. #200 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 06:17
    ไรท์อย่างบิ้วอารมณ์อ่ะ รออ่านนะค้าาาาาาา
    #200
    0
  13. #199 Nuj Popasa (@nevada2210) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 00:02
    ชอบนิยายเรื่องนี้มากกกกกกก
    #199
    0
  14. #198 ppcimm (@ppcimm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 23:18
    หุ้งข้าวเหนียวรอฉากกินตับ
    #198
    0
  15. #197 ppcimm (@ppcimm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 23:18
    หุ้งข้าวเหนียวรอฉากกินตับ
    #197
    0
  16. #196 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 22:01
    ป๋าวิกปากไม่ตรงกับใจเลย สงสารหนูไอมากเลย
    #196
    0
  17. #195 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 21:42
    อย่าลืมรองเท้าด้วยนะ 555555555555555555
    #195
    0