เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,568 Views

  • 287 Comments

  • 1,389 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    189

    Overall
    150,568

ตอนที่ 13 : บทที่7 [การลงโทษบทแรก]100%+เปิดจอง!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    22 มิ.ย. 58

 

*** ยังเปิดจอง+โอนอยู่นะคะ ใครสนใจ จองตามรายละเอียดเลยน้าา ส่วนเรื่องเงิน โอนได้ถึง 17 กรกฏาคมค่า ^ ^ 

ฝากป๋าวิกกับหนูไอด้วยนะคะ 400 หน้า++ นะ... จุใจกับฉากฟินและเลิฟซีนสุดแซ่บ ^^ ***

 

*** สำหรับคนที่ทิ้งเมล์เอาไว้ ไรเตอร์เมล์กลับแจ้งรายละเอียดหมดแล้วนะคะ ตรวจสอบในเมล์ได้นะ ^ ^ ***

 

*** ใครที่โอนมาก่อน 50 คนแรก จะได้รับสมุดโน้ตที่หน้าปกเป็นภาพปกนิยายนะคะ ตอนนี้ยังเหลือโควต้าอยู่นะคะ  ^^ ***

 

 

เปิดจองพร้อมโอน “เด็ดหัวใจมาเฟีย”

 

หากคุณเคยประทับใจในความรัก ความแซ่บของรุ่นพ่อแม่ในเรื่อง “เพชรมาเฟีย” ถึงเวลาแล้วสำหรับรุ่นลูกโดยเริ่มที่แฝดคนพี่อย่าง วิกเตอร์ แวนโคลิก

ในเรื่อง “เด็ดหัวใจมาเฟีย” รอให้คุณพิสูจน์ความน่ารัก โรแมนติกและแซ่บสะเด็ด!

 

*** เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อกันแต่อย่างใด สามารถอ่านแยกเล่มได้ค่ะ ***

 

รายละเอียดการจอง “เด็ดหัวใจมาเฟีย” (ชุดซีรี่ส์ ตระกูลแวนโคลิก)

 

                   เปิดจองตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน - 17 กรกฎาคม 58

 

ราคาหนังสือ 330 บาท ส่งฟรี

 

สามารถจองและแจ้งโอนเงินได้ที่

FB:ตะวัน วีนัส ไรเตอร์

FANPAGE: TAWAN

E-mail : little_writer@hotmail.co.th

 

บัญชี ธนาคารกสิกรไทย

ชื่อบัญชี นางสาวโชติกา แจ้งกระจ่าง

เลขที่บัญชี 599-2-11552-3

50 ท่านแรกที่โอนเงินมาก่อนรับของที่ระลึกฟรีจากไรเตอร์นะคะ ^ ^

 

 

 

โปรยปก

 

“ถ้าไม่อยากโดนจูบจนปากบวมล่ะก็ พูดมาซะดีๆ”

“ฉันไม่มีอะไรจะพูด!

 

เมื่อการเปิดตัวเพชรมูลค่ามหาศาลของตระกูลมาเฟียชื่อดังกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อถูกบริษัทคู่แข่งเปิดตัวตัดหน้าด้วยแบบที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว งานนี้วิกเตอร์ แวนโคลิกต้องหาตัวการที่ขโมยแบบของเขาไป หาตัวการที่ทำให้เขาขาดทุนมหาศาล เสียทั้งเงินและเสียทั้งหน้า แต่เมื่อสืบสาวหาต้นตอกลับพบว่าคนที่ขโมยแบบของเขาไปนั้นคือเธอ!

ผู้หญิงที่ทำให้เขาหัวใจสั่นไหวได้ทุกครั้งที่เจอ... ไอรดา!

ระหว่างความรักกับความถูกต้อง ระหว่างธุรกิจกับหัวใจ... มาเฟียหนุ่มจะเลือกอะไร

 

“พอใจหรือยัง”

“ดี! หวังว่าคงกินได้แบบนี้ทุกมื้อนะ ผมเตือนคุณแล้ว ถ้าผมได้ยินเชสบอกว่าคุณไม่ทานอาหารมื้อไหนล่ะก็... ผมจะกลับมาทานคุณเป็นอาหารแทนและจะทานหลายๆครั้งตามจำนวนมื้อที่คุณไม่ยอมทาน!” คำขู่ของเขาทำให้ใบหน้าหวานบูดเบี้ยวอย่างโมโห

“หยาบคาย! พูดแบบนี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย” วิกเตอร์ได้ยินก็ลุกขึ้นแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่

“ผมเป็นลูกผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากพิสูจน์ลองอดข้าวสักมื้อสิ คุณได้รู้แน่ว่าเป็นไม่เป็น”

 

 

 ****************************************************************************************************

            เช้าวันรุ่งขึ้นวิกเตอร์ที่เพิ่งนอนได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นก็ลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปทำงานต่อตามปกติ เขาไม่มีท่าทางอ่อนล้าเลยสักนิด ชายหนุ่มไม่คิดจะแวะไปห้องของหญิงสาวเนื่องจากรู้ดีว่ายิ่งเห็นเธอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสงสารอยากจะปล่อยเธอเท่านั้น ความรู้สึกที่มีต่อเธอมันรุนแรงกว่าที่เขาคาดเอาไว้เยอะเลยทีเดียว

          ระหว่างที่นั่งรถไปเรื่อยๆชายหนุ่มก็เปิดอ่านข่าวยิ่งเห็นข่าวในสังคมอัญมณีพูดคุยกันเรื่องเครื่องเพชรของไดม่อนไอที่ยอดขายถล่มทลายก็นึกเจ็บใจ และยังมีข่าวการรอคอยคาดหวังเพชรชุดมาสเตอร์พีชของเขาด้วย นั่นทำให้ชายหนุ่มไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไร ในเมื่อแบบที่พยายามจะสร้างขึ้นมาทดแทนกลับไม่มีแบบไหนโดนตาเลยสักนิด หรือบางทีเขาอาจจะต้องเลื่อนไปจริงๆ ชายหนุ่มคิดเรื่องงานไปเรื่อยๆรวมทั้งกับคิดเรื่องของหญิงสาวด้วยว่าเธอเอาแบบไปได้อย่างไรสุดท้ายหัวสมองอันชาญฉลาดของวิกเตอร์ก็คิดอะไรบางอย่างออก... บางอย่างที่เขามองข้ามไป

          “เชส สั่งคนของเราไปคอนโดมิเนียมของแฟรงค์ ฉันต้องการวิดีโอวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ วันที่ไอรดาเข้าไปในห้องทำงานแฟรงค์” เชสที่ตอนนี้กำลังขับรถอยู่ก็แปลกใจก่อนจะถามกลับ

          “มีอะไรหรือเปล่าครับเจ้านาย”

          “ฉันคิดว่าบางทีเราอาจจะได้เห็นอะไรบ้าง” ชายหนุ่มบอกแม้ไม่ได้คาดหวังมากมายแต่เขาคิดว่าไอรดาอาจจะไม่ได้ทำงานนี้คนเดียวแน่ๆ

          “ครับ”

          เชสรับคำสั่งก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่บริษัทของชายหนุ่มพอดิบพอดี วิกเตอร์ขึ้นไปด้านบนแล้วเรียกประชุมทีมงานของเขาที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว การหารือในช่วงเช้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเพราะไม่ว่าแบบไหนก็ยังไมเข้าตาอยู่ดี อีกทั้งระยะเวลาที่จะเปิดตัวก็เหลือเพียงไม่กี่วันหากว่าเจอแบบที่ต้องการตอนนี้ก็อาจจะยังพอทำทันได้ ชุดเรดไดม่อนที่ทำออกมาแล้วจะแก้ไขแต่ชายหนุ่มคิดว่าอย่างไรเสียมันก็จะยังเหลือร่องรอยความเป็นของเก่า ดีไม่ดีทางไดม่อนไอจะโจมตีเขาเรื่องนี้แน่ๆว่าไปลอกเลียน แบบนั้นชายหนุ่มยิ่งไม่ยอมใหญ่ เขาเลยคิดว่าการใช้แบบใหม่มาทดแทนคงจะดีเสียกว่า สุดท้ายยังหาข้อสรุปไม่ได้สิ่งที่คนในทีมต้องทำต่อไปนั่นคือการคิดแบบใหม่ขึ้นมานั่นเอง

          เมื่อประชุมเสร็จวิกเตอร์ก็กลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองและนั่นทำให้เขาพบกับวินเซนต์ผู้เป็นพ่อที่อยู่ในชุดลำลองสบายด้วยเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลกำลังนั่งอยู่ตรงโซฟาตัวหรูแล้วส่งยิ้มมาให้เขา แม้อายุจะล่วงเลยไปหกสิบปีแล้วแต่ก็ยังคงความหล่อเหลา สง่า น่าเกรงขามในสายตาของคนเป็นลูกเสมอ

          “แด๊ดมาได้ยังไงครับ ไม่เห็นมีใครบอกผมเลย” วิกเตอร์พูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงตรงโซฟา เมื่อครู่เลขานุการหน้าห้องไม่เห็นจะบอกอะไรก่อนเข้ามาในห้องด้วยซ้ำ

          “แด๊ดสั่งไว้เองแหละ แล้วที่มาเนี่ยก็เพราะลูกไม่กลับบ้าน มัมเขาเป็นห่วง อีกอย่างแด๊ดก็เห็นข่าวแล้วด้วยเรื่องเครื่องเพชรของไดม่อนไอ”

          เมื่อคนเป็นพ่อเปิดประเด็นเขาก็ถอนหายใจเรื่องบริษัทไม่มีทางรอดสายตาของวินเซนต์ไปได้เลยสักนิด แม้เขาจะเข้ามาบริหารแต่พ่อของเขาก็เป็นคนหูตากว้างไกลยังติดตามความเคลื่อนไหวแม้จะไม่เข้ามายุ่งเพราะให้เหตุผลว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นดีอยู่แล้ว อีกทั้งวินเซนต์เองก็เคยได้เห็นแบบเพชรชุดเรดไดม่อนอยู่แล้วการได้เห็นเพชรชุดใหม่ของไดม่อนไอคนที่คร่ำหวอดในวงการนี้มองปราดเดียวก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นแบบเดียวกัน ชายหนุ่มคิดว่าพ่อของเขาก็คงคิดเหมือนกันว่าแวนโคลิกกำลังโดนหยาม!

          “มันเกิดขึ้นได้ยังไง คนของเราทรยศเหรอ” วินเซนต์เอ่ยปากถามทันทีด้วยความสงสัย

          “ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดครับ” ชายหนุ่มตอบกลับ

          “แล้วลูกสงสัยใครไหม” วิกเตอร์ได้ยินก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองวินเซนต์เขาคิดว่าคงปิดบังไม่ได้แน่ก่อนที่จะเล่าเรื่องของไอรดาให้ฟังแต่ไม่ได้ย้อนเท้าความไปถึงตอนเจอกัน แต่เขาเพียงแค่บอกว่าเจอเธอในกล้องวงจรปิดของแฟรงค์เท่านั้นเอง วินเซนต์นั่งฟังนิ่งๆอย่างใช้ความคิด

          “ผมได้ข้อมูลมาว่าเธอสนิทกับไอ้แบรนดอนเจ้าของไดม่อนไอ ผมคิดว่าเธอจงใจทำมันแน่ๆ” เมื่อเห็นคนเป็นลูกบอกอย่างมั่นใจอีกคนก็ถามกลับ

          “แล้วมีหลักฐานมัดตัวได้ไหม หรือลูกจะจับเธอไว้แบบนี้ต่อไป” วิกเตอร์ได้ยินก็ถอนหายใจ

          “เธอปากแข็งมาก แม้ผมจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดไปบอกเธอแต่เธอก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเลย ผมไม่รู้จะต้องง้างปากผู้หญิงปากแข็งอย่างเธอด้วยวิธีไหน”

คนเป็นพ่อเห็นลูกชายเครียดก็นึกอยากจะช่วยเหลือ ก่อนที่วินเซนต์จะนึกแผนการบางอย่างได้แล้วถ่ายทอดต่อบอกกับคนเป็นลูกที่ได้ยินก็ยิ้มกริ่มเพราะคิดว่ามันน่าจะช่วยได้ สุดท้ายแล้วเมื่อได้แผนการเขาก็คิดว่างานนี้ไอรดาน่าจะพูดความจริง ผู้หญิงที่ทำผิดจริงๆคงไม่อยากจะให้ใครเป็นแพะรับบาปแทนตัวเองแน่ ยิ่งนิสัยของไอรดาด้วยแล้ว เขารู้ว่าเธอคงรู้สึกผิดไม่น้อยจากการที่ย้ำบอกเขาเมื่อวานว่าแฟรงค์เป็นลูกน้องของเขานั่นเอง

          “แต่จำไว้นะวิก แด๊ดไม่เคยสอนให้ทำรุนแรงกับผู้หญิง อย่าทำร้ายเธอ ถ้ามั่นใจว่าเธอทำมีหลักฐานครบก็ให้กฎหมายจัดการเธอซะ ลูกต้องทำทุกอย่างให้รอบคอบนะเพราะแบบเพชรมันยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ถูกขโมยไปแบบเห็นๆส่วนไดม่อนไอ ลูกจะจัดการด้วยตัวเองแด๊ดไม่ว่า บางทีก็ต้องสั่งสอนให้ได้รู้ว่าแวนโคลิกไม่ใช่หมูที่เชือดกันได้ง่ายๆ” วินเซนต์เอ่ยเตือนและท้ายประโยคก็บอกเสียงเหี้ยม ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมโดนลูบคมง่ายๆแน่

          วิกเตอร์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย จากนั้นก็พูดคุยกันถึงเรื่องงานเปิดตัวเครื่องเพชรที่วิกเตอร์สรุปแล้วว่าจะเลื่อนออกไปก่อนดีกว่าเร่งทำงานแล้วคุณภาพที่ออกมาจะไม่ยิ่งใหญ่สมชื่อชุด ซึ่งอดีตผู้กุมบังเหียนเองก็เห็นด้วยเหมือนกันก่อนที่จะฟังแผนต่อไปหลังจากเลื่อนการเปิดตัวแล้ว ชายหนุ่มหารือกับคนเป็นพ่อร่วมสามสิบนาทีก่อนที่วินเซนต์จะขอตัวกลับไปที่บ้านก่อน วิกเตอร์เดินไปส่งหน้าประตูแต่ก็นึกถึงสิ่งสำคัญบางอย่างที่อยากจะบอกพ่อของเขาเอาไว้

          “ผมไม่อยากให้แด๊ดเล่าเรื่องของไอรดาให้มัมฟัง” วินเซนต์นิ่งเล็กน้อยหันมามองหน้าก่อนจะเอ่ยปากถาม

          “แด๊ดไม่คิดจะเล่าอยู่แล้วล่ะ ไม่อยากให้ไม่สบายใจ แต่สีหน้าของลูกดูเหมือนว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมล่ะ” วินเซนต์ถามอย่างรู้ดีเขาเลี้ยงดูลูกทุกคนมากับมือตัวเอง มีหรือจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร วิกเตอร์ได้ยินก็ถอนหายใจก่อนจะเล่าให้ฟังว่าเพียงดาวนั้นเคยเจอไอรดามาก่อนแล้วก็เอ็นดูเธอด้วย

          “ผมกลัวมัมจะเสียใจแล้วก็เสียความรู้สึกที่เอ็นดูผิดคน” วิกเตอร์พูดออกมา ท่าทางหนักใจทำให้คนเป็นพ่ออมยิ้มคิดว่าในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกกระทำกับผู้กระทำที่ลูกชายจับตัวไปนั้น เหมือนจะมีอะไรบางอย่างต่อกันแน่ๆแต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยถามอะไรนอกจากตอบรับ

          “ตกลง”

          “ขอบคุณครับแด๊ด”

          “อีกเรื่อง วิลล์จะกลับมาเดือนหน้า ลูกรู้เรื่องนี้หรือยัง เห็นว่าสลับรอบหยุดกับเพื่อนเลยต้องอยู่ที่นั่นต่ออีกเดือนหนึ่ง นี่มัมบ่นหูชา” วิกเตอร์ได้ยินเรื่องราวของน้องชายที่อายุเท่ากันก็หัวเราะ เพราะงานยุ่งๆเขาเลยไม่ได้คุยกับอีกคนเท่าไหร่นัก

          “ถ้าได้กลับมามัมคงไปนอนด้วยแน่ๆ สงสัยจะคิดถึงมาก” คนเป็นพ่อได้ยินก็หัวเราะ

          “คงได้ทำหรอก แด๊ดไม่ยอมนอนคนเดียวแน่”

          วิกเตอร์กับวินเซนต์หัวเราะพร้อมกันก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปส่งคนเป็นพ่อที่หน้าประตู เมื่อบานประตูเปิดออกเชสก็กำลังจะเดินเข้ามาพอดี คนสนิทของชายหนุ่มโค้งให้กับวินเซนต์ก่อนที่อดีตผู้กุมบังเหียนจะเอ่ยทักทายเล็กน้อยแล้วจากไป วิกเตอร์หมุนตัวกลับเข้ามาในห้องโดยมีคนสนิทตามมาด้วยก่อนจะปิดประตูให้สนิท

          “ได้เรื่องอะไรไหม” ชายหนุ่มเอ่ยปากถามทันที

          “เราเจออะไรบางอย่างครับ”

          เชสบอกก่อนที่จะจัดการเสียบแฟลชไดร์เข้ากับโน้ตบุ๊คของคนเป็นนาย ภาพวีดิโอถูกเปิดขึ้นแล้วก็ดำเนินไปซึ่งวิกเตอร์มองเห็นไอรดาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำหญิงสักพัก จากนั้นเธอก็เดินออกมาแล้วผู้ชายใส่ชุดดำที่นั่งอยู่ตรงบริเวณล็อบบี้ที่กล้องจับเอาไว้ได้พอดีก็เดินเข้าไปตรงส่วนห้องน้ำเหมือนกันแต่ก็แค่ครู่เดียวแล้วก็ออกมาพร้อมกับซองใสที่เขายังทันเห็นอีกคนใส่ที่กระเป๋า พอเดินมาจะออกตรงประตูโรงแรมก็เห็นใบหน้าของอีกคนได้อย่างชัดเจน นั่นคือริค! คนสนิทของแบรนดอน

          “แสดงว่าไอรดารู้จักกับริคจริงๆ เธอทำงานให้แบรนดอนจริงๆ” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม

          “เอายังไงดีครับ ตอนนี้เราก็มีหลักฐานแล้ว” เชสเอ่ยปากถาม

          “แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเธอเอาแบบไปได้ยังไง ฉันอยากจะได้ยินจากปากของเธออยู่ดี” แม้ภาพวีดิโอนั้นจะบอกได้แค่บางอย่างเท่านั้น และก็เป็นส่วนสำคัญแต่เขายังอยากรู้อะไรมากกว่านี้โดยเฉพาะความเกี่ยวพันของเธอกับแบรนดอน ยิ่งไปกว่านั้นเขาอาจจะรู้อะไรมากขึ้นโดยเฉพาะแผนการของไดม่อนไอว่าทางนั้นยังมีแผนที่จะคิดร้ายอะไรบริษัทของเขาอีกหรือเปล่า

          “ผมไปสืบประวัติเธอล่าสุดก็ยังไม่พบอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ยังคลุมเครือเรื่องบิดาผู้ให้กำเนิดครับ แน่นอนว่าเป็นชาวต่างชาติแต่เราไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่มีระบุในใบเกิดของเธอ” เมื่อได้ยินแบบนี้ชายหนุ่มก็ลูบคางตัวเอง เขาว่าแล้วว่าใบหน้าของเธอนั้นก็ไม่เชิงเอเชียเท่าไหร่นัก ผสมผสานกันออกมาอย่างลงตัว

          “ยังไงนายก็พยายามหน่อยแล้วกัน ถ้าเธอไม่พูดเราก็ต้องสืบเอาเอง”

          “ครับ”

          “ฉันมีอะไรอยากให้นายไปจัดการหน่อย”

          เชสทำหน้าสงสัยแต่พอได้ยินเจ้านายเอ่ยถึงแผนการก็เข้าใจได้ในทันที เมื่อฟังเข้าใจแล้วเชสก็ไปจัดการตามที่เจ้านายของตัวเองสั่ง โดยถูกกำชับว่างานนี้ห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะมันจะตัดสินแล้วว่าแฟรงค์หรือไอรดาที่เป็นคนทำเรื่องทั้งหมดกันแน่

          ที่คอนโดมิเนียมสุดหรู ไอรดานอนไม่หลับเลยตลอดคืนหญิงสาวนั่งอยู่บนเตียงครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะทำจริงอย่างที่ขู่หรือเปล่า แม้คนของเขาจะเอาอาหารเข้ามาเปลี่ยนแต่เธอก็ไมได้แตะต้องอะไรเลยนอกจากดื่มน้ำเท่านั้น ใบหน้าหวานเริ่มซีดเซียว แม้จะหิวแต่เธอก็รู้สึกไม่ไว้ใจเท่าไหร่นัก ในขณะที่น้ำดื่มเธอลองดื่มแล้วไม่ได้มีอะไรผิดปกติก็เลยเลือกที่จะดื่มน้ำประทังชีวิตของตัวเองไว้ เธอถูกขังที่นี่มาสองวันแล้ว ป่านนี้พ่อของเธอคงคิดว่าเธอกลับเมืองไทยเรียบร้อยแล้วเป็นแน่

          ไอรดานั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนบ่ายคล้อยแล้ว บานประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอย่างแรงจนหญิงสาวสะดุ้งก่อนจะเห็นชายหนุ่มที่ฝากคำขู่และฝากฝังจูบแรกให้กับเธอเมื่อคืนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หญิงสาวกระถดกายจนชิดกับพนักเตียงของตัวเอง

          วิกเตอร์มองอีกคนที่ดูซูบเซียวอย่างเห็นได้ชัด ความสดใสร่าเริงที่เขามักจะเห็นจากตัวเธอตอนนี้มันไม่มีแล้ว หญิงสาวมีท่าทางหวาดระแวงเขาแต่ชายหนุ่มไม่สนใจเพราะคิดว่ามันคือสิ่งที่เธอได้รับจนกว่าเธอจะบอกความจริงทั้งหมด

          “ว่ายังไง ตกลงคุณพร้อมที่จะพูดความจริงให้ผมฟังหรือยัง” วิกเตอร์ยืนอยู่ข้างเตียงแล้วเอ่ยถามจ้องมองร่างบางอย่างไม่วางตา ไอรดาได้ยินก็ตอบกลับด้วยคำตอบเดิมๆ

          “ฉันไม่มีอะไรจะพูดและฉันขอยืนยันว่า จับฉันส่งตำรวจซะถ้าคุณคิดว่าฉันผิดจริง” วิกเตอร์สแยะยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วตรงเข้าไปหาร่างบางก่อนจะกระชากแขนของเธอขึ้น

          “ผมจะไม่พูดอะไรซ้ำๆอีก ในเมื่อคุณไม่ยอมรับ งั้นก็มานี่!

          “นี่จะพาฉันไปไหนเนี่ย!

          ไอรดาร้องโวยวายทันทีเมื่อตัวเองโดนฉุดลงจากเตียง เธอพยายามขืนร่างเอาไว้ชายหนุ่มเลยตัดสินใจแบกหญิงสาวขึ้นบ่าเดินตรงออกไปด้านนอกห้องแทน

          “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” ไอรดาที่ห้อยหัวอยู่ก็ร้องโวยวายในขณะที่ชายหนุ่มก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ

          “อย่าดิ้นมากนะไอรดา ถ้าผมเผลอปล่อยมือ คุณได้ตกลงไป เจ็บตัวเปล่าๆ” ชายหนุ่มขู่

          “ฉันจะเจ็บตัวมันก็เรื่องของฉัน แต่ตอนนี้ปล่อยฉันนะ”

          วิกเตอร์ไม่สนใจเสียงของหญิงสาวอีก เขาพาเธอเดินมายังห้องรับแขกตรงกลางแล้วเดินไปใกล้กับบานประตูระเบียงที่เปิดออกไปเป็นระเบียงกว้างเห็นวิวได้สุดลูกหูลูกตา เรียกว่าห้องของชายหนุ่มนั้นสมราคาที่ซื้อเอาไว้ นอกจากจะหรูหราแต่เรื่องวิวทิวทัศน์ถือว่ามุมดีสุดๆ กินขาดคอนโดมิเนียมอื่นเลยด้วยซ้ำ

          ตุบ!

          วิกเตอร์ปล่อยร่างไอรดาลงพื้นกระเบื้องทันทีแม้จะไม่แรงมากแต่เธอก็เจ็บสะโพกเหมือนกัน สายลมแรงๆปลิวกระทบกับผิวหน้าและตามตัวทำให้เธอรู้สึกเย็น ไอรดาหมุนมองรอบตัวพบว่าเป็นระเบียงขนาดกว้าง ตกแต่งเหมือนสนามหญ้ากลายๆมีที่พักผ่อนหย่อนใจ มีน้ำพุประดับเอาไว้ด้วย แต่ความสวยงามในตอนนี้ไม่ทำให้เธอสนใจได้มากเท่ากับร่างของแฟรงค์ที่โดนมัดมือด้านหลังแล้วคุกเข่าลงโดยที่ใบหน้าของเขามีรอยช้ำเต็มไปหมด ในขณะเดียวกันมีชายชุดดำยืนคุมอยู่สองคนและเชสก็ยืนอยู่ไม่ห่างจากวิกเตอร์มากนัก

          “นะ... นี่คุณจะทำอะไร” ไอรดาเอ่ยปากถามด้วยลำคอแห้งผาก

          “เมื่อวานผมบอกคุณว่ายังไงล่ะไอรดา”

          เมื่อได้ยินหญิงสาวก็ตวัดสายตาไปมองแฟรงค์อีกครั้ง ท่าทางของอีกคนตื่นกลัวไม่น้อยเธอรู้สึกสงสารจับใจ วิกเตอร์เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มก่อนที่จะพยักหน้ารับให้กับคนสนิท เชสรู้คำสั่งทันทีแล้วเดินตรงไปหาร่างของแฟรงค์ก่อนที่จะแก้มัดอีกฝ่ายจากนั้นก็กระชากมือข้างขวาของแฟรงค์มาจับเอาไว้ วิกเตอร์เห็นว่าคนของตัวเองเตรียมพร้อมแล้วก็เดินเข้าไปใกล้ไอรดาและเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้น

          “ผมให้โอกาสคุณอีกครั้งเดียวไอรดา แค่ครั้งเดียวเท่านั้น สารภาพทุกอย่างมาซะ” ไอรดาเห็นแววตาเอาจริงของเขาและหันไปมองแฟรงค์ที่แทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เธอก้มหน้าลงน้ำตาเอ่อคลอก่อนจะส่ายศีรษะเป็นคำตอบ

          “ไม่เหรอ... ไม่พูดใช่ไหม ก่อนที่จะให้ดูการแสดงอะไรดีๆ ผมมีอะไรอยากให้คุณดูสักหน่อยเผื่อจะเปลี่ยนใจ”

 

*******************************************************************************

ขายของอีกแล้ว... อย่าเพิ่งเบื่อเก๊าาาา จุ๊บๆๆ > < ยังเปิดจอง+โอนได้อยู่นะค้าา 330 ส่งฟรีนะเอออออ ^ ^ ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 ก.ค.นะคะ ใครที่โอนมาก่อน 50 คนแรก รับของที่ระลึกไปเลยยย (แอบกระซิบว่าใกล้เต็มแล้วนะคะ ><) 



 

                      พูดเสร็จวิกเตอร์ก็เอาภาพที่ตัวเองมีออกมาจากเสื้อสูทแล้วโยนลงตรงพื้น ไอรดาเหลือบไปมองก็เบิกตากว้างเมื่อมันเป็นภาพของริคกำลังเก็บแบบของเธอที่ทิ้งเอาไว้ในห้องน้ำ อีกทั้งยังมีภาพของเธอเดินอยู่บริเวณล็อบบี้อีกด้วยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หญิงสาวตกใจไม่คิดว่าเขาจะสืบไปได้ถึงขนาดนี้ เงยหน้ามองร่างสูงที่ยิ้มอย่างเป็นต่อ

          “หลักฐานขนาดนี้แล้ว จะไม่พูดจริงๆเหรอ” ไอรดานิ่งอึ้งแล้วตอบกลับ

          “แล้วยังไงคะ  มันก็แค่ภาพ ไม่มีอะไรเลย” เธอปฏิเสธเสียงแผ่ว ตอนนี้นึกกลัวใจชายหนุ่มตรงหน้าเหลือเกินแต่ก็บอกความจริงไม่ได้เช่นกัน วิกเตอร์ถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อ

          “งั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดต่อ เชส... จัดการ!

          ชายหนุ่มหันไปสั่งการคนสนิทเสียงเข้ม ไอรดาหันไปมองตามเห็นว่าคนสนิทของเขาล้วงมีดขนาดใหญ่ออกมาจากทางด้านหลัง เพียงเท่านี้ไอรดาก็เบิกตากว้างทันทีแล้วถามวิกเตอร์เสียงสั่น

          “นะ... นี่คุณจะทำอะไร บ้าไปแล้วเหรอ นั่นลูกน้องคุณนะ!

          “แล้วยังไง ในเมื่อคุณไม่ยอมรับผิด ผมต้องหาคนมารับผิดชอบ และเราจะลงโทษด้วยวิธีของแวนโคลิก!” วิกเตอร์พูดเสียงเข้มกลับไม่แยแสต่อดวงตากลมโตของเธอที่มีน้ำตาเอ่อคลออยู่

          “คุณมันบ้าไปแล้ว ป่าเถื่อน!

          “ผมทำได้ยิ่งกว่านี้อีกไอรดา ใครที่ไม่หวังดีต่อผม ผมทำได้หมด จะเอาคืนจนมันนึกไม่ถึงเลย จัดการ!” ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาใกล้แล้วพูดกับหญิงสาวก่อนจะหันไปตวาดใส่เชส ซึ่งคนสนิทก็พยักหน้ารับเอาแขนของอีกคนมาวางเอาไว้ราบกับพื้น เงื้อมมีดขึ้น แฟรงค์หันมามองไอรดาทั้งน้ำตา นั่นเป็นภาพที่หญิงสาวน้ำตาไหลได้เหมือนกัน

          “ได้โปรด ฮึก... คุณไอ ได้โปรด... ได้โปรดเถอะครับ! ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำ! ผมสาบาน!” ไอรดาตัดสินใจจะเข้าไปช่วยเธอพยายามลุกขึ้นแต่วิกเตอร์ก็คว้าแขนของหญิงสาวเอาไว้เสียก่อนไม่ยอมให้เธอไป ไอรดาต่อว่าเขาทั้งน้ำตา

          “ปล่อยเขาสิ ฮึก... ลูกน้องคุณนะ เขาเป็นลูกน้องคุณนะ” เธอพยายามย้ำ วิกเตอร์เห็นท่าทางก็พบว่าแผนการของคนเป็นพ่อทีแนะมานั้นได้ผล ผู้หญิงที่ใจไม่เหี้ยมพอยังไงก็ต้องใจอ่อนที่เห็นคนบริสุทธิ์มารับโทษแทน

          “รอช้าอะไรอยู่ล่ะวะ! ตัดมือมันสิ!” ชายหนุ่มหันไปตวาดเชสเป็นการกระตุ้น อีกคนที่เงื้อมมีดไว้แล้วก็ไม่มีสีหน้าลังเลเลยสักนิด ลูกน้องทั้งสองคนช่วยกันยึดมือของแฟรงค์เอาไว้จนสุดแรงแม้อีกคนพยายามจะดิ้นรนแค่ไหน เชสสบตากับไอรดาเพียงนิดก่อนที่จะตั้งใจลงมีดแต่แล้วหญิงสาวก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงแล้วบอกเสียงสั่น

          “ยอมแล้ว ฮึก... ฉันพูดแล้ว ฉันพูดแล้ว!

          วิกเตอร์กระตุกยิ้มก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เชสแล้วมองร่างน้อยในอ้อมแขนที่สะอื้นจนตัวโยน เธอคงตกใจแต่เขาก็ต้องการให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ชายหนุ่มรู้ว่าเนื้อแท้ของเธอไม่ใช่คนใจร้าย คงไม่ยอมปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องโดนทำร้ายในสิ่งที่ไม่ได้ทำแน่ ก่อนเขาจะใช้แผนนี้ก็เค้นถามคนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เฉียดความตายอย่างไรแฟรงค์ก็ยังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำ อีกอย่างเขาเป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบครั้งนี้ หากจะทรยศก็คงเอาแบบไปตั้งแต่แรกแล้ว คงไม่ใช่มาตอนที่เพชรใกล้จะวางจำหน่าย อีกทั้งแฟรงค์ก็ทำงานมานานหลายปีแล้ว จงรักภักดีและซื่อสัตย์มาตลอด และหลักฐานที่มีสุดท้ายวิกเตอร์เลยลงความเห็นว่าเป็นไอรดาที่เป็นผู้ต้องสงสัยมากกว่า!

          “คุมตัวแฟรงค์ไว้ ถ้าไอรดาพูดโกหก นายจัดการได้เลย”

          “ครับ!

          สั่งการเสร็จชายหนุ่มก็หิ้วปีกหญิงสาวเข้าไปด้านใน ดูเหมือนเธอจะขาอ่อนเกินกว่าจะเดินได้ด้วยตัวเอง เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็ผลักเธอให้นั่งลงตรงโซฟาแล้วชายหนุ่มก็ทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามเธอ จ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตา แทนที่จะสะใจแต่วิกเตอร์กลับรู้สึกเจ็บปวดจนต้องเบือนหน้าหนีแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม

          “พูดมาไอรดา” หญิงสาวที่ยังน้ำตาไหลริน ตกใจกับเหตุการณ์ข้างนอกเงยหน้ามองอีกคนที่ไม่สบตาเธอด้วยซ้ำแล้วพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้น

          “ฉัน... ฮึก... ฉันไม่เคยคิดเลย ว่าคุณจะใจร้ายได้ขนาดนี้” น้ำเสียงตัดพ้อทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งเห็นน้ำตาก็ยิ่งเจ็บ

          “คุณก็รู้ว่าผมใจร้ายเพราะอะไรไอรดา พูดออกมาซะทีก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไปจัดการแฟรงค์” วิกเตอร์ตัดใจพูดอยากจะให้มันจบเร็วๆ เขาไม่อยากเห็นเธอร้องไห้นักหรอก ไอรดาเช็ดน้ำตาแล้วมองจ้องชายหนุ่มด้วยดวงตาที่บวม

          “ฉันเป็นคนทำเอง ทั้งหมด”

          “ทำไม แบรนดอนมันสั่งคุณใช่ไหม” ชายหนุ่มเค้นเสียงถาม

          “ไม่เกี่ยวกับคุณแบรนดอน ฉันทำเองทั้งหมด คนเดียว ฉันเข้าไปในห้องของแฟรงค์ ห้องของเขาล็อคอยู่แต่ฉันมีกุญแจ ฉันเปิดเข้าไปดูแบบแล้วก็เอาไปบอก คุณแบรนดอนไม่รู้ว่าเป็นแบบของคุณด้วยซ้ำ” ไอรดาโกหกอย่างน้อยเธอขอยอมรับผิดเองแต่เพียงผู้เดียวในขณะที่วิกเตอร์เองก็ไม่เชื่อทันที

          “ผมรู้ว่าแบรนดอนมันรู้ว่าเป็นแบบผม คนสนิทของมันยืนรออยู่ด้านล่างอยู่แล้ว อย่าโกหกผมนะไอรดา มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ที่คุณจะเพียงแค่ดูแบบแล้วเอาไปให้มันน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่หญิงสาวก็สบตาเขา

          “ฉันทำเองจริงๆ ฉันมองแบบแล้วก็วาดมันลงไป จากนั้นก็เอาไปให้คนสนิทของคุณแบรนดอน พวกนั้นไม่รู้ ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นแบบของใคร ฉัน... ฉันโกหกว่าฉันวาดมันขึ้นมาเอง” หญิงสาวยังโกหกต่อไปแม้จะมีความจริงปะปนบ้างแต่วิกเตอร์กลับไม่เชื่อซะทีเดียว

          “คุณแค่มองแล้ววาดมันลงไปเนี่ยนะ? มันเหมือนราวกับพิมพ์เดียวกัน... ไม่เว่อร์ไปหน่อยเหรอ” ไอรดารู้ว่ามันเชื่อได้ยากแต่เธอก็ไม่อยากจะบอกความสามารถพิเศษของตัวเองให้ใครรู้

          “ฉันทำมันลงไปแล้ว เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ คุณจะจับฉันส่งตำรวจเลยไหมล่ะ” ไอรดาสูดจมูกแล้วถามกลับ ใบหน้าหวานแดงก่ำ

          “คุณทำไปทำไมกัน มันบังคับคุณใช่ไหม” วิกเตอร์พยายามถามเขาอยากได้คำตอบที่ว่าเธอถูกบังคับ คำตอบที่จะทำให้เขาสามารถชอบเธอได้ต่อไปโดยไม่รู้สึกอะไร ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ในขณะที่ไอรดาเองก็พอจะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เขาส่งมา ร่างบางน้ำตาคลออีกแล้วครั้งแล้วส่ายหน้า

          “ฉันทำเองค่ะ ฉันทำเอง ไม่มีใครบังคับฉันทั้งนั้น ฉันทำเอง” เมื่อเธอสารภาพหัวใจแกร่งก็ปวดหนึบรู้สึกชาไปหมด

          “แล้วคุณทำไปทำไม มันเป็นอะไรกับคุณ ทำไมคุณต้องทำงานให้มัน ทำไมต้องไปเอาแบบให้มันด้วย” ชายหนุ่มยังคงไม่เข้าใจ ไอรดารู้ดีว่าเปิดเผยฐานะไม่ได้แน่นอน

          “ท่านมีบุญคุณกับฉัน”

          “ยังไง” ชายหนุ่มถามต่อ แต่หญิงสาวนิ่งเงียบ

          เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบแต่ก้มหน้าลง ชายหนุ่มก็ถอนหายใจสรุปว่าเป็นเธอจริงๆแต่เขาก็ยังไม่แน่ใจในเรื่องที่เธอพูดโดยเฉพาะวิธีการที่เธอเอาแบบไป เขายังนึกสงสัยว่าคนเราแค่มองแล้วจะวาดได้เหมือนขนาดนั้นเชียวหรือ อีกเรื่องคือสถานะอันคลุมเครือระหว่างหญิงสาวและแบรนดอน เขารู้ว่าอีกคนสั่งการแน่ๆไม่อย่างนั้นริคก็คงไม่ไปที่นั่นในวันนั้น แต่เธอคงไม่ยอมพูด

          “ปล่อยคนที่ไม่เกี่ยวข้องไปแล้วจับฉันส่งตำรวจเถอะค่ะ” ไอรดาพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานแล้วรู้ได้ทันทีว่าเขาปล่อยเธอไปไม่ได้ อย่างแรกเขายังไม่รู้แน่ชัดกับเรื่องทั้งหมดและอย่างที่สองความรู้สึกบางอย่างมันบอกให้เขาเก็บเธอเอาไว้

          “ผมไม่เชื่อว่าแบรนดอนจะไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ทั้งๆที่ผมมีหลักฐานว่าคนสนิทของมันไปรอคุณถึงที่นั่น... มันจะไม่รู้ได้ยังไง” ชายหนุ่มยังย้ำเหมือนเดิม

          “ฉันสารภาพความจริงทุกอย่างแล้ว! ฉันไม่ได้บอกว่ามันเป็นแบบของคุณ”

          “คุณทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วเหรอ การเข้าไปขโมยแบบของคนอื่น” ชายหนุ่มถามหยั่งเชิง นึกขึ้นได้ว่าหลายบริษัทล้มแต่ไดมอนไอกลับผงาด เมื่อเจอเขาถามเธอก็สะอึก เพียงเท่านี้ชายหนุ่มเข้าใจได้ทุกอย่าง คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ดูภายนอกใสซื่อแบบไอรดาจะร้ายกาจได้เพียงนี้ เขาอยากจะรู้ว่าเธอทำไปเพราะอะไรกันแน่ แน่นอนว่าหากเขารู้เขาก็จะได้รู้อีกเรื่องว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อะไรกัน

          “งั้นผมก็คงปล่อยผู้หญิงอันตรายอย่างคุณไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็อาจจะทำแบบนี้อีกกับบริษัทอื่น” ชายหนุ่มบอกอย่างตัดสินใจ หญิงสาวได้ยินก็เงยหน้ามองเขา

          “ก็ฉันบอกให้คุณจับฉันส่งตำรวจยังไงล่ะ!

          “มันง่ายเกินไปไอรดา ผมยังมั่นใจว่าแบรนดอนยังมีส่วนเกี่ยวข้อง” วิกเตอร์ปักใจเชื่อ

          “นั่นมันก็เรื่องของคุณแล้ว ปล่อยฉันไปซะ หรือพาฉันส่งตำรวจก็ได้” ไอรดาตวาดบอกตอนนี้ต่อให้ต้องติดคุกยังดีกว่าอยู่กับวิกเตอร์ที่นี่ โดนกักขังแบบนี้

          “ผมจะไม่ปล่อยคุณไป จนกว่าผมจะรู้ความจริงทั้งหมด และอีกอย่างคุณเป็นตัวอันตราย แม้วิธีการของคุณมันออกจะเหลือเชื่อไปหน่อยที่คุณจะจดจำรายละเอียดของแบบได้ทะลุปรุโปร่ง และนำไปบอกต่อเพียงแค่การมองเห็นเท่านั้น!” ชายหนุ่มร่ายยาวออกมาในขณะที่หญิงสาวก็เชิดหน้าขึ้นสูง

          “งั้นก็จับฉันส่งตำรวจ”

          “กฎหมายไม่ใช่หนทางที่ผมต้องการหรอกไอรดา การพาคุณเข้าคุก มันเป็นทางเลือกที่ดีเกินไป ผมมั่นใจว่ายังมีอะไรอีกมากที่คุณไม่บอกผม และอีกอย่าง ผมต้องการเอาคืนไดมอนไอ และผมอยากให้คุณอยู่ดูวันที่มันพังพินาศด้วย” วิกเตอร์บอกเสียงเหี้ยมและกระตุกยิ้มทำให้หญิงสาวนิ่วหน้า

          “นี่คุณจะทำอะไร บอกแล้วไง ไดมอนไอไม่เกี่ยว คุณแบรนดอนก็ไม่เกี่ยว!” หญิงสาวย้ำด้วยความหวาดกลัว

          “เดี๋ยวเราก็จะได้รู้กัน แต่ตอนนี้... หมดเวลาของคุณแล้ว” พูดเสร็จชายหนุ่มก็กระชากหญิงสาวเข้ามาหาจากนั้นก็แบกเธอขึ้น ไอรดาทั้งกรีดร้องทุบตีแผ่นหลังของเขาแล้วก็ได้การตีก้นกลับมาจนเธอร้องโอดโอย เขาพาเธอเข้าไปในห้องนอนก่อนที่จะวางเธอลงบนเตียงแล้วจ้องมองหญิงสาวที่มองเขากลับมาด้วยสายตากร้าว

          “คุณยังต้องอยู่ที่นี่อีกสักระยะจนกว่าผมจะพอใจ จนกว่าไดม่อนไอจะพังพินาศ เพราะฉะนั้นทานอาหารซะ อย่าคิดว่าจะอดข้าวประท้วง” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนส่วนหญิงสาวก็เหมือนไม่แยแส

          “ฉันจะไม่กิน ฉันจะอดให้ตายไปเลย!

          “งั้นเหรอ... แบบนั้นก็ได้ ตามใจ ผมจะให้คนงดข้าวงดน้ำคุณ! ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน”

          พูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ไอรดาพยายามจะวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทันเขาปิดบานประตูไปแล้วและเธอก็ได้ยินเสียงลั่นกลอนอีกครั้ง วิกเตอร์หมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นได้ยินเสียงเธอกรีดร้องต่อว่าแต่เขาไม่สนใจเดินไปยังระเบียงกว้างที่มีแฟรงค์นั่งอยู่ ก่อนจะสั่งการคนของตัวเองสองคนให้ช่วยกันหิ้วปีกพาแฟรงค์ไปหาหมอส่วนเชสก็เดินเข้ามาหาคนเป็นนาย

          “ได้อะไรบ้างไหมครับ”

          “เธอยอมรับแล้ว แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ผิดปกติ... นายลองเอาไปฟังแล้วกัน แต่ฉันอยากให้นายสืบความสัมพันธ์ของสองคนนี้ซะหน่อย ฉันว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล”

          “ครับเจ้านาย”

          วิกเตอร์พยักหน้ารับก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเครื่องอัดเสียงออกมา เขาอัดทุกอย่างที่ไอรดาพูดเอาไว้หมดแล้ว จากนั้นก็ส่งให้กับคนสนิทแล้วเดินเข้าไปภายในครุ่นคิดว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีกับร่างบางในห้องนี้


*** ตัวอย่างตอนต่อไป ***

“ถ้าคุณไม่นั่งเฉยๆ ผมปล้ำไม่รู้ด้วยนะ ยิ่งคุณเสียดสีไปมาเนี่ยผมมีอารมณ์!

       

*** ป๋าใช้แผนลองใจได้... ติดตราตรึงใจหนูไอเลย... แต่นางเอกของเราก็ยังปากแข็ง ฮิฮิฮิ  ตอนหน้า มาดูการป้อนข้าวสุดสยิว.. เร่าร้อน... ฮิฮิ ขอบอกว่าห้ามพลาดดดดดด^ ^ จะบอกว่า อาจจะมีบางคนไม่ชอบดราม่า เรื่องนี้ดราม่านิดหน่อย ขอบอกว่านิดหน่อยจริงๆ เพราะอะไร? เนื่องจากป๋าวิกของเรานั้นหลงรักนางเอกไปแล้วค่ะ เลยเป็นการยากที่จะทำร้ายจิตใจเธอ... ดังนั้นไม่ม่าแน่นอน ส่วนจะแซ่บสะเด็ดขนาดไหน ต้องรอติดตามนะคะ ^ ^ แต่ขนฉากฟินมาเอาใจแฟนๆแน่นอน และท้ายเล่มในเรื่อง... คุณอาจจะได้อ่านบางส่วนของ "กามเทพพิสูจน์รัก" ก่อนใคร คิคิ ***

ปล.ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมเม้นบอกกันนะ

ปล.2 หากชอบเรื่องนี้ฝากเม้น โหวตเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #186 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 20:53
    รีบมาต่อไว้นะคะ รู้สึกอ่านแปป~(แต่นานๆ) อิอิ
    #186
    0
  2. #185 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 20:46
    ต่อด่วน ค้างๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #185
    0
  3. #184 รักการอ่าน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 01:03
    มาอัพเร็วๆน้่าาาาาา อยากรู้จังป๋าจะทำไร
    #184
    0
  4. #183 Warissara Klinfung (@kwangtung123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 10:29
    รอคร้า
    #183
    0
  5. #182 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 06:37
    รออออออออออออ
    #182
    0
  6. #179 ตะบองเพชร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 23:07
    พ่อลูกรวมหัวกันแล้ว
    #179
    0
  7. #178 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 20:13
    อีป๋าทำรายอ่ะ
    #178
    0
  8. #177 กระเทียม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 20:08
    สงสารไอรดา TT^TT
    #177
    0