เด็ดหัวใจมาเฟีย

  • 87% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 150,614 Views

  • 287 Comments

  • 1,387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    235

    Overall
    150,614

ตอนที่ 1 : ตอน1(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    7 มิ.ย. 58

         
*** 12 หน้าเต็ม ขอเม้นให้เค้าด้วยนะ... จะได้รู้ว่ายังอยากอ่านต่อกันนะก๊ะ ^ ^ ***

             
ลอนดอน, ประเทศอังกฤษ

          ยามเช้าของลอนดอนประเทศอังกฤษการจราจรคับคั่งเนืองแน่นไปด้วยรถมากมาย หลายๆคนรีบเร่งที่จะไปทำงานแต่ทุกอย่างกลับต้องหยุดชะงักบนท้องถนนเนื่องจากว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันด้านหน้ารถหลายคันต้องจอดนิ่งกับที่รวมไปถึงรถคันหรูสีดำสนิทที่ผลิตจากประเทศเยอรมันของผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อในวัยสามสิบปีอย่างวิกเตอร์ แวนโคลิก ทายาทนักธุรกิจอดีตเสือร้ายในวงการอัญมณีอย่าง วินเซนต์ แวนโคลิก ที่วางมือให้กับทายาทของตัวเองได้บริหารงานต่อ

          ชายหนุ่มร่างสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มถอดแบบคนเป็นพ่อมาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะรถหรูมือหนาพับหนังสือพิมพ์อย่างเบื่อหน่ายเมื่อต้องติดอยู่บนรถร่วมสามสิบนาทีแล้ว

          “ไม่มีทางลัดอื่นเลยหรือไง” ร่างสูงเอ่ยปากถามคนสนิทอย่างเชส คาร์เนอร์

          “ไม่มีเลยครับ” คนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขานุการของเจ้านายหนุ่มตอบกลับเพราะรู้ดีว่าเส้นทางนี้เป็นทางเดียวที่จะพาทั้งสองไปยังบริษัทได้

          เมื่อได้รับคำยืนยันชายหนุ่มก็ถอนหายใจพรูออกมาอย่างเบื่อหน่าย เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ทำได้แค่เฝ้ารอเท่านั้นเอง ยังดีที่เช้านี้ไม่ได้มีนัดประชุมกับลูกค้ารายใหญ่ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานล่าช้าจะต้องโดนเขาเล่นงานแน่ๆ

          ก๊อกๆ

          เสียงเคาะกระจกทำให้ร่างสูงและคนสนิทต่างตกใจ ดวงตาคมเข้มหันไปมองด้านนอกพบว่ามีหญิงสาวตัวเล็ก ผมยาว ถักเปียสองข้าง ใบหน้าขาวผ่องกระจ่างใสพวงแก้มอมชมพู ในมือของเธอชูแก้วกาแฟยกขึ้นเหมือนกับว่าต้องการขายแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขาเบนหน้าหนีไปมองถนนด้านหน้าเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนกว่าการเมินเฉยส่งผลให้หญิงสาวเคาะกระจกหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นถี่กระชั้นจนวิกเตอร์เริ่มหงุดหงิดแล้ว

          “ให้ผมจัดการเลยไหมครับ” เชสถามเสียงเข้ม มือพร้อมที่จะปลดเข็มขัดนิรภัย

          “ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง”

          พูดเสร็จชายหนุ่มก็กดปุ่มด้านข้างลดกระจกลง ทำให้เจ้าของศีรษะเล็กลอดเข้ามาภายใน จนหน้าแทบจะชิดกับใบหน้าหล่อเหลา วิกเตอร์ขยับตัวออกห่างอย่างระวังภัยปนตกใจ

          “รับกาแฟไหมคะ รถติดแบบนี้คงเบื่อแย่ กาแฟจะช่วยให้คุณอารมณ์ดีค่ะ”

          เสียงหวานใสและกลิ่นหอมหวานเหมือนกับขนม เตะจมูกชายหนุ่มอย่างจัง พลางทอดมองหญิงสาวในชุดเสื้อฮู๊ดสีขาวมีหมวก ส่วนในมือของเธอกำลังชูแก้วกาแฟหอมกรุ่นให้ดู

          “ไม่!” วิกเตอร์ปฏิเสธเสียงเข้ม

          “ทำไมล่ะคะ ดูก็รู้ว่าคุณอารมณ์ไม่ดี กาแฟแก้วนี้ช่วยคุณได้นะ” ไอรดา รัตนพฤกษ์ สาวสวยรูปร่างสูงโปร่งในวัยยี่สิบห้าปี กำลังตื้อชายตรงหน้าให้ซื้อกาแฟแก้วสุดท้ายของเธอ และนั่นคืองานพิเศษยามเช้าของหญิงสาว ด้วยการจราจรที่ติดขัดวันนี้ ไอรดาถือว่าเป็นโชคดี เพราะเธอขายมันได้เยอะเลยทีเดียว

          “คุณใส่อะไรลงไปหรือเปล่า” วิกเตอร์ถามอย่างหวาดระแวงและคำถามนี้ทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าก้มมองแก้วกาแฟในมือตัวเองแล้วถามกลับอย่างตรงไปตรงมา

          “ใส่อะไรคะ...พวกยาน่ะเหรอ”

          คำถามซื่อๆจากคนขายสาว ทำให้เชสที่อยู่ด้านหน้ามองผ่านกระจกหลังหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ผู้เป็นนายถึงกับส่งสายตาโหดๆกลับไปให้ คนสนิทได้เห็นก็ต้องรีบหุบปากทันทีทันใด

          “ทำนองนั้น” ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทีสงบ

          “ฉันไม่มีหรอกค่ะ จะใส่ได้ยังไง นะคะ ซื้อหน่อยนะ แก้วสุดท้ายแล้วด้วย” ไอรดาเริ่มตื้อ

          “ไม่!

          หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจนิ่งคิดเล็กน้อยว่าจะทำอย่างไรให้เขาเชื่อดี ก่อนจะตัดสินใจดื่มกาแฟในมือโชว์เสียเลย วิกเตอร์มองการกระทำของหญิงสาวอย่าง งงๆ ไอรดาดื่มแค่อึกเดียวแล้วส่งให้

          “ฉันดื่มให้ดูแล้ว... เพราะฉะนั้นซื้อนะคะ” วิกเตอร์อึ้งเล็กน้อยกับมุขนี้แล้วแค่นยิ้ม

          “นี่คุณเอาของเหลือมาขายต่อผมงั้นเหรอ กินไปแล้วนะ”

          “ก็คุณกลัวนี่ ฉันก็เลยพิสูจน์ให้ดู ทีนี้เห็นแล้วว่ามันปลอดภัยก็... ซื้อนะคะ” ไอรดาอ้อนอีกครั้ง และดูเหมือนการอ้อนจะได้ผลเพราะวิกเตอร์เผลอใจกระตุกกับสาวน้อยตรงหน้าเสียแล้ว

          ปิ๊บๆ

          เสียงบีบแตรดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ เบนสายตากลับมายังด้านหน้าพบว่ารถเริ่มเคลื่อนตัวกันแล้วแต่รถของเขายังจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม

          “เอาหัวคุณออกไป ผมจะไปแล้ว” วิกเตอร์บอกเสียงเข้ม

          “ไม่เอา ถ้าคุณไม่จ่าย ฉันก็ไม่ไป” ไอรดาดื้อแล้วไม่ยอมแพ้

          เสียงบีบแตรที่ดังมากขึ้นเริ่มทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดใจ เขาหยิบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลใบหรูของตัวเองออกมาจากนั้นก็หยิบธนบัตรออกมาหนึ่งใบพร้อมกับยื่นให้ แน่นอนว่ามันเป็นธนบัตรที่มีมูลค่ามากกว่าราคากาแฟหลายเท่าตัว

          ไอรดายกยิ้มยัดกาแฟที่ถืออยู่ใส่มือของชายหนุ่มก่อนจะเอื้อมไปหยิบเงินในมือของเขา จากนั้นก็เอาศีรษะของตัวเองออกมาพลางยิ้มกว้างให้กับเจ้าของรถ

          “ทานให้อร่อยนะคะ”

          พูดเสร็จรถก็เคลื่อนตัวออกไป ไอรดาก้มมองเงินในมือก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่ามันมีมูลค่าสูง ตั้งใจจะไปทอนเงินให้แต่ก็เห็นว่ารถเขาไปไกลแล้ว เลยได้แต่คิดไปว่า วันนี้คงเป็นโชคดีของเธอเข้าให้แล้ว จากนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างกว่าเมื่อครู่มากนักอย่างตกใจ

          “สิบโมง! ตายแล้ว ไปเรียนไม่ทันแน่ๆ” พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกจากตรงนั้นแล้วรีบวิ่งไปยังป้ายรถเมล์แล้วก็เป็นโชคดีเมื่อรถมาจอดพอดิบพอดีเธอเลยไม่รอช้ากระโดดขึ้นทันที

          ทางด้านวิกเตอร์นั้นนั่งมองกาแฟในมือของตัวเองก่อนจะยกยิ้ม คิดไม่ถึงว่าจะเสียค่ากาแฟไปตั้งห้าสิบปอนด์ แต่ก็ไม่ทันได้คิดอะไรไปไกลมากกว่านี้เมื่อรถจอดนิ่งสนิทที่ด้านหน้าบริษัท

          วิกเตอร์ แวนโคลิก รูปร่างสูงโปร่งด้วยความสูงร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีของช็อกโกแลตถูกตัดอย่างเป็นระเบียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองบรรดาพนักงานของตัวเองที่เดินทำงานกันอย่างควักไขว่ในเวลาเช้าแบบนี้ ชายหนุ่มนั้นมีดวงตาดุดันเหมือนคนเป็นพ่อ จมูกโด่งรับกับใบหน้าและริมฝีปากบางที่ได้มาจากคนเป็นแม่ ซึ่งทั้งหมดผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ก็ไม่ได้มีแค่ชายหนุ่มคนเดียวเท่านั้น เขายังมีน้องชายร่วมสายเลือดอีกคนที่มีใบหน้าไม่แตกต่างกันเลยนั่นคือ วิลเลี่ยม แวนโคลิก

          “คุณวิกครับ ตอนนี้ทุกคนพร้อมประชุมแล้ว” เชสรายงานตามตารางที่จดจำได้อย่างแม่นยำในสมอง

          ชายหนุ่มไม่ตอบรับแต่ก้าวเดินเข้าไปด้านในโดยมีคนสนิทตามหลังและอดจะเหลือบไปมองในมือแกร่งของเจ้านายหนุ่มไม่ได้เมื่อเขายังคงถือแก้วกาแฟที่ได้มาจากเมื่อครู่แน่น ราวกับว่ามันเป็นของสำคัญ ทั้งๆที่จะทิ้งมันไปก็ได้

          หัวข้อการประชุมในเช้านี้ก็เป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของธุรกิจ เพราะเป็นการรายงานผลกำไรในไตรมาสที่เพิ่งผ่านพ้นไปและมันก็น่าพอใจ เพราะทุกไตรมาสนั้นมีกำไรสูงขึ้นเกินเป้ามาโดยตลอด และนอกจากนั้นชายหนุ่มกำลังฟังเจ้าหน้าที่รายงานแนวโน้มของตลาดรวมไปถึงข้อมูลของคู่แข่งในช่วงนี้ด้วย และเขาพบว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปนั่นก็คือคู่แข่งหลายรายแม้จะเป็นบริษัทเล็กๆไปจนถึงระดับกลาง เริ่มตกอยู่ในสภาวะขาดทุนในขณะเดียวกันกลับมีบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งโดดเด่นขึ้นมาในช่วงนี้แทน

          “ไดมอนด์ไอเหรอ” วิกเตอร์ทวนชื่อบริษัทที่ได้ยิน

          “ครับ ตั้งแต่ปีที่แล้วผลประกอบการก็ดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เครื่องเพชรหลายๆแบบที่ออกมาก็มีความแปลกใหม่และถูกใจตลาด” เชสรายงานตามข้อมูลที่ได้รับมาจากเจ้าหน้าที่การตลาดอีกที

          “แต่บริษัทอื่นกับร่วงลง?

          “ครับ หลายๆบริษัทต่างออกมาโจมตี ไดม่อนไอ ว่าขโมยต้นแบบของพวกเขาไป แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่มีหลักฐานครับ”

          “อืม... น่าสนใจ แสดงว่าอาจจะมีการขโมยแบบกันจริงๆนั่นล่ะ” วิกเตอร์คาดการณ์

          “แต่แบบไม่ได้สูญหายเลยนะครับ ยังอยู่ในเซฟเป็นอย่างดีด้วย”

          คำรายงานของคนสนิท ทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย หากแบบไม่ได้ถูกขโมยแล้วทางไดมอนไอใช้วิธีไหนในการเอาแบบไป จะคัดลอกก็ไม่ได้อยู่แล้วหากยืนยันว่าอยู่ในเซฟอย่างปลอดภัย

          “อย่างนั้นหรือ”

          “แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับเรานะครับ” เชสพูดต่อ

          “ไม่มีหรอก ถ้าเกิดมันไม่อยากจะมาเอาแบบของเรา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น... ได้มีแน่!” วิกเตอร์พูดเสียงเข้มเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าการมาเล่นกับแวนโคลิกมันเป็นยังไง

 

          ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของลอนดอน ไอรดา รัตนพฤกษ์ สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เติบโตมาด้วยแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เมืองไทย ก่อนที่แม่จะเสียชีวิตลงเมื่อสองปีก่อนและวันนั้นเป็นวันแรกที่เธอได้พบว่าตัวเองมีพ่อ ซึ่งเป็นคนอังกฤษแถมยังร่ำรวยมากอีกด้วย เธอจำต้องย้ายจากประเทศไทยมาอยู่และเรียนที่นี่ ซึ่งตอนนี้เธอก็เรียนปริญญาโทปีสุดท้ายแล้วในสาขาการออกแบบ แต่ไอรดาไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับคนเป็นพ่อ เพราะแม่เลี้ยงและพี่สาวต่างแม่นั้นรับเรื่องของเธอกับแม่ไม่ได้ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะอยู่ข้างนอก แม้คนเป็นพ่อจะเสนอคอนโดมิเนียมหรูหราให้แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธ เธอเช่าอพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็กอยู่สำหรับคนเดียวและเริ่มทำงานพิเศษเพื่อจ่ายค่าห้อง ค่ากิน ค่าอยู่รวมไปถึงค่าเทอมที่ปฏิเสธความช่วยเหลือพ่อของตัวเองด้วย

          “เฮ้ ไอ เลิกแล้วไปหาอะไรอร่อยๆกินกันนะ” เคธี่ โจนส์ หรือ เคท เพื่อนสาวเพียงคนเดียวของไอรดาเอ่ยปากชวนแต่ก็ได้รับการส่ายหน้าปฏิเสธ

          “ไม่ได้หรอกเคท ฉันมีงานพิเศษต่อ ไว้คราวหน้านะจ๊ะ” พูดเสร็จก็ส่งยิ้มให้กับเพื่อนรัก

          “ทุกทีเลย เธอทำกี่งานกัน ไม่เหนื่อยเหรอ” เคธี่ถามอย่างสงสัย

          “เหนื่อยสิ แต่ถ้าไม่ทำจะเอาอะไรกิน เอาอะไรจ่ายค่าห้องล่ะ”

          “ก็ฉันบอกให้เธอไปถ่ายแบบก็ไม่เอา สวยก็สวย หุ่นก็ดี มีโมเดลลิ่งมาชวนก็เยอะ ถ้าเธอไปทำนะ รับรองว่าดังระเบิดแถมได้เงินเยอะอีก” เคธี่ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ไอรดานั้นเป็นผู้หญิงที่สวย แม้จะชอบแต่งตัวเหมือนเด็กกะโปโล แต่ผิวพรรณของหญิงสาวนั้นขาวอมชมพู ทรวงทรงองค์เอวก็มีครบ ทั้งหน้าอกอวบอิ่มและสะโพกกลมกลึง ความสูงก็ไม่ได้ด้อยเลยสักนิด เพราะหญิงสาวสูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ผมสีดำขลับยาวสลวยเต็มแผ่นหลังและเป็นสีเดียวกันกับดวงตากลมโตของเธอด้วย เพราะเป็นลูกครึ่งเธอจึงมีจมูกโด่งสวยงามสมบูรณ์โดยไม่ต้องเพิ่มการศัลยกรรมตกแต่งที่ไหนเลยด้วยซ้ำ

          “เธอก็รู้ว่าแบบนั้นน่ะ ไม่ใช่แนวฉันนะ ฉันสายแล้วไปก่อนนะเคท แล้วฉันจะโทรหา” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อมองนาฬิกาแล้วบอกลาเพื่อนสนิทเพื่อทำงานพิเศษต่อในช่วงบ่าย

          สำหรับงานในช่วงบ่ายของไอรดานั่นก็คือการเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารจีนที่อยู่ตรงข้ามตึกสูงใหญ่โต ซึ่งเธอได้ยินคนในร้านพูดว่าเป็นของครอบครัวแวนโคลิก มหาเศรษฐีและผู้ทรงอำนาจเต็มไปด้วยอิทธิพลของประเทศอังกฤษ เธอไม่ได้รู้จักบริษัทนี้ดีเท่าไหร่นักรู้แค่ข้อมูลพื้นฐานเท่านั้นและที่สำคัญที่สุดเธอค้นพบว่าบริษัทนี้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อเธอ!

          หลังเลิกกงานไอรดาบอกลาเพื่อนร่วมงานของตัวเองพอเดินออกมาด้านนอกก็เจอคนสนิทของผู้เป็นพ่ออย่างริคยืนรออยู่หน้าร้านแล้ว เธอเดินตรงเข้าไปหาและริคก็หันมาโค้งให้หนึ่งครั้งแล้วเอ่ยบอกข้อความที่ได้จากคนเป็นนาย

          “เสาร์นี้ นายเชิญคุณไอทานอาหารเย็นที่บ้านครับ” ไอรดาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายที่ได้ยิน

          “ฉันไม่ว่าง ต้องทำงานพิเศษ”

          “ผมเช็คมาแล้วว่าคุณไอไม่มีงานในวันนั้นและเป็นวันหยุด” คำพูดรู้ทันทำให้หญิงสาวทำเสียงจิจ๊ะในลำคออย่างขัดใจ

          “ฉันมีอะไรที่เป็นส่วนตัวบ้างไหม?” หญิงสาวถามอย่างหงุดหงิด

          “ขอโทษครับ”  พอเห็นริคก้มหน้ารู้สึกผิด เธอก็ได้แต่ถอนหายใจ

          “เอาล่ะ บอกคุณพ่อด้วยว่าวันเสาร์ฉันจะไป แต่อยู่นานไม่ได้”

          เมื่อได้รับคำตอบเรียบร้อยแล้วชายรูปร่างสูงในชุดดำก็โค้งรับคำสั่ง ไอรดาไม่ได้สนใจอะไรอีกเธอเดินไปจากตรงนั้นเพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเดินทางกลับไปยังอพาร์ทเม้นท์ของเธอทันที

          อพาร์ทเม้นท์ที่หญิงสาวอาศัยอยู่นั้นไม่ได้หรูหรามากนักออกจะเก่าไปด้วยซ้ำ ภายในห้องพักของไอรดาไม่ได้ใหญ่มากนัก เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องรับแขกขนาดเล็กติดกับระเบียงที่มีกระจกตั้งยาวจากเพดานจรดพื้นแค่สองบานเท่านั้นโดยมีม่านสีขาวบริสุทธิ์แขวนห้อยเอาไว้ ทางด้านขวามือเป็นห้องครัวขนาดย่อมและมีโต๊ะทานอาหารเล็กๆสำหรับสองคนอยู่ตรงนั้น ถัดจากครัวก็เป็นห้องน้ำ และตรงข้ามก็คือห้องนอนเพียงหนึ่งเดียวของห้องแห่งนี้

          แม้จะเพิ่งรู้ว่าพ่อตัวเองรวยแต่หญิงสาวก็ไม่ใช่คนติดความหรูหรา ตอนอยู่ประเทศไทยเธอเคยได้รับความลำบากมาก่อน แม่ของเธอไม่ได้ร่ำรวยเลย ต้องปากกัดตีนถีบ ดังนั้นการมาไกลถึงที่นี่และเลี้ยงดูตัวเอง ถึงจะเหนื่อยแต่หญิงสาวก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าลำบากหรือแม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากคนเป็นพ่อ แม้จะรู้ดีว่าในบัญชีของเธอจะเต็มไปด้วยเงินมากมายที่พ่อโอนเข้ามาให้แต่หญิงสาวไม่เคยถอนออกมาใช้เลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว ทุกอย่างที่ใช้กินอยู่ก็มาจากงานพิเศษหลายงานที่เธอยัดมันลงตารางเวลาที่ว่างจากการเรียนทั้งหมดของตัวเอง

          ไอรดาทิ้งเป้ของตัวเองลงบนโซฟาสีขาวขนาดสองคนนั่งและเดินเข้าไปในห้องนอน ทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มแผ่หราแล้วเหลือบขึ้นไปมองตรงโต๊ะเล็กหัวเตียงที่มีกรอบรูปสีขาวตั้งอยู่ภายในรูปนั้นเป็นใบหน้าของหญิงสาววัยกลางคนส่งยิ้มอ่อนโยนทำให้หัวใจของหญิงสาวรู้สึกอบอุ่น มันเป็นภาพของแม่ที่จากไปแล้วของเธอ พอละสายตาจากกรอบรูป มือบางก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มของตัวเอง ในนั้นมีธนบัตรที่ได้จากเมื่อเช้า ธนบัตรห้าสิบปอนด์

          “ถ้าเจอแบบนี้ทุกวัน... คงรวยแย่” ไอรดาว่าพร้อมกับนึกถึงใบหน้าเจ้าของธนบัตร แต่นึกไปนึกมาด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันทำให้เธอนอนหลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

          ชีวิตของไอรดาไม่ได้สวยหรู ถึงแม้หญิงสาวจะเป็นลูกหลานทายาทตระกูลดัง แต่ก็ต้องปิดเป็นความลับ โดยไม่มีใครรู้ ไม่ว่าจะเข้าเรียนหรือในบัตรประชาชนของเธอก็ยังเป็น ไอรดา รัตนพฤกษ ซึ่งเป็นนามสกุลเก่าของแม่เธอ และเธอเองก็ยินดีที่จะใช้มัน ถึงแม้ แบรนดอน บราวน์ พ่อของเธอจะอยากให้ใช้นามสกุลของเขาก็ตามที

 

          เวลานี้สี่ทุ่มกว่าแล้วแต่นักธุรกิจหนุ่มอย่างวิกเตอร์ยังไม่ได้ก้าวออกจากห้องทำงานไปไหน ยังคงนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ภายในห้องทำงานกว้างขวางและเต็มไปด้วยหน้าต่างที่เป็นกระจกทั้งหมด เพื่อมองเห็นวิวทิวทัศน์ของลอนดอนในยามค่ำคืน สายตาคมเข้มกวาดมองรายละเอียดในเอกสาร แม้คนอื่นจะกลับไปหมดแล้วแต่สำหรับเขา... ผู้กุมบังเหียนจะต้องทำงานหนักกว่าลูกน้องเสมอ

          วิกเตอร์ปิดแฟ้มที่ดูในมือจนเสร็จเรียบร้อย เงยหน้ามองนาฬิกาเรือนหรูตรงผนังที่ห้อยเอาไว้ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วหัวสมองของเขาตัดสินใจได้ทันท่วงทีว่าจะไม่กลับคฤหาสน์ใหญ่แต่จะไปค้างคอนโดมิเนียมสุดหรูของตัวเองแทนที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก คิดได้แบบนั้นมือหนาก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่นอนนิ่งบนโต๊ะทำงานขึ้นมาต่อสายหาคนเป็นแม่ทันที

          “คืนนี้ผมไม่กลับนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสุภาพ

          “งานเยอะเหรอลูก อย่าหักโหมมากนะ มัมเป็นห่วง” ปลายสายบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงจริงๆ

          “ครับมัม ฝันดีนะครับ”

          เมื่อวางสายจากคนเป็นแม่แล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทเนื้อดีของตัวเองเดินออกไปด้านนอกซึ่งเชสก็รออยู่แล้ว เชสเป็นคนสนิทที่วิกเตอร์ไว้วางใจมากที่สุด อีกคนเปรียบเสมือนญาติพี่น้อง เพราะเชสนั้นเป็นลูกของนิคโคลัส บอดี้การ์ดของพ่อเขา ดังนั้นเขาเลยรู้จักกับเชสมาตั้งแต่เด็ก เล่นมาด้วยกัน เติบโตมาด้วยกัน จนกระทั่งได้ทำงานร่วมกัน ดังนั้นคนสนิทอย่างเชสจะรู้ใจเขามากที่สุด รู้ว่าเขาต้องการอะไรและเวลาไหนควรจะทำอะไร

          รถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถในชั้นบนสุดซึ่งเป็นชั้นของวิกเตอร์ บนคอนโดมิเนียมหรูหรากินมูลค่าหลายล้านปอนด์ ร่างสูงเปิดประตูรถออกมาโดยไม่รอคนสนิท จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์พร้อมกับใส่รหัสเข้าไปด้วย ไม่กี่อึดใจลิฟต์ก็เปิดกว้างให้เห็นห้องโถงขนาดกลางตรงหน้า ชายหนุ่มก้าวออกมาพร้อมกับคลายปมเน็คไทและนั่นทำให้คนสนิทเอ่ยถาม

          “คุณวิกอยากได้อะไรอีกไหมครับ”

          “ไม่ล่ะ... นายไปพักผ่อนเถอะ”

          เมื่อได้ยินแบบนั้นเชสก็โค้งตัวอย่างสุภาพก่อนจะเดินออกจากห้องโถงตรงนี้ไป เดินไปทางขวาสุดทางจะพบประตูบานใหญ่ซึ่งตรงนั้นจะเป็นห้องพักของบอดี้การ์ดที่เขาจัดสรรให้พักเอาไว้

          ชายหนุ่มดึงเน็คไทออกทิ้งมันไว้ตรงพื้นพรมสีขาวนุ่มก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้เอนข้างระเบียง มองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่เห็นไปถึงนาฬิกาบิกเบนอันสูงใหญ่ หรือลอนดอนอายเลยด้วยซ้ำ พร้อมกับครุ่นคิดถึงกาแฟแก้วเมื่อเช้าที่เผลอดื่มจนหมดตอนเข้าประชุมแถมยังไม่ยอมทิ้งแก้วและวางไว้บนโต๊ะทำงานอีกด้วย

          “ถ้าจะเป็นเอามากนะเรา” วิกเตอร์พึมพำเบาๆเมื่อไม่อาจจะสลัดภาพสาวน้อยที่เห็นเมื่อเช้าได้ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่ออาบน้ำและเข้านอน

 

          รุ่งเช้าไอรดาตื่นตั้งแต่ตีห้า หญิงสาวตื่นขึ้นมารีบอาบน้ำแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงวอร์มสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยฮู๊ดสีชมพูหวานสดใส ก่อนจะรีบออกไปจากห้องของตัวเอง

          ยามเช้าแบบนี้หลายๆคนกำลังนอนฝันหวานแต่สำหรับไอรดาแล้วนี่คืองานพิเศษยามเช้าของเธอนั่นคือการส่งนมกับหนังสือพิมพ์ไปตามบ้านและคอนโดมิเนียมหรูๆ ซึ่งงานพิเศษนี้ค่อนข้างรายได้ดี เพราะไม่ค่อยมีใครรับนักเนื่องจากต้องตื่นแต่เช้าตรู่ แต่สำหรับไอรดาแล้วถ้าได้เงินเธอไม่เกี่ยง

          หญิงสาวไล่ส่งนมแต่ละพื้นที่จนมาถึงที่สุดท้าย ใบหน้าสวยหวานเงยหน้ามองคอนโดมิเนียมตั้งตระหง่านสูงอยู่ตรงหน้า เป็นสถานที่ที่เธอชอบมากที่สุดเนื่องจากว่าการตกแต่งที่ทันสมัย ความหรูหราและสวยงาม ไอรดารู้ดีเลยว่าคนที่จะพักที่นี่ได้ต้องเป็นระดับเศรษฐีเท่านั้น อีกทั้งเวลาเอานมมาส่งเธอมักจะได้ทิปหนักๆหรือคำพูดดีๆจากพวกเขาเสมอ เลยทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่มาส่งนมที่นี่

          การส่งนมทุกชั้นตามใบรายการเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งเหลือชั้นสุดท้ายที่ในใบรายการเขียนว่าชั้นที่ยี่สิบ ไอรดาจำได้ว่าคอนโดมิเนียมแห่งนี้เคยกำชับเธอว่าชั้นที่ยี่สิบห้ามขึ้นไปมันเป็นเพนส์เฮ้าส์แล้วก็ต้องใส่รหัสผ่านด้วย พอรู้ว่าต้องไปส่งเธอก็ลังเลบวกกับแปลกใจ ตอนแรกจะลงไปถามประชาสัมพันธ์ด้านล่างว่าจะทำอย่างไรดีเพราะรู้ว่าเป็นที่ต้องห้าม แต่อารมณ์อยากรู้อยากลอง ในเวลาเช้าแบบนี้ทำให้เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง ก้าวเข้าไปในลิฟต์และลองกดชั้นที่ยี่สิบดูแถมยังไม่มีรหัสให้กดอีกและไม่นานลิฟต์ก็เคลื่อนตัวขึ้นนั่นทำให้หญิงสาวตกใจ ไม่ถึงสามนาทีประตูลิฟต์ก็เปิดออก

          ภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวต้องตกตะลึงกับความสวยงามและเป็นระเบียบ มันไม่ได้เป็นระเบียงทางเดินเหมือนชั้นอื่นๆแต่มันเป็นห้องโถงที่ปูด้วยหินอ่อนขนาดกว้างขวาง ตรงหน้าของเธอคือกระจกใสที่ทำให้เห็นวิวของลอนดอนได้อย่างดีเยี่ยมในเวลายามเช้าแบบนี้ เรียวขาสวยก้าวไปตามทางอย่างเงียบเชียบ พลางมองสอดส่องความสวยงามอย่างชอบใจ แต่แล้วเสียงที่ดังขึ้นมาทางซ้ายทำให้เธอสะดุ้ง พอหันไปมองก็ต้องตกใจเมื่อพบชายหนุ่มร่างสูงที่พันกายด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เปิดเปลือยร่างกายส่วนบน โชว์กล้ามท้องเป็นลอนสวยที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว ส่วนมือหนากำลังจัดการผ้าขนหนูผืนเล็กบนศีรษะเปียกของตัวเองอย่างรุนแรง จนคนที่ยืนมองกลัวว่าเขาจะเจ็บหนังศีรษะหรือเปล่า

          ดวงตาดุดันที่มองต่ำอยู่ชะงักกับรองเท้าผ้าใบสีขาวกับกางเกงวอร์มสีน้ำเงินก็เงยหน้าขึ้นมอง พอผสานกับดวงตากลมโตสีดำสนิท ชายหนุ่มก็จำได้ทันทีว่าเธอคือผู้หญิงคนเมื่อวานที่ขายกาแฟให้แถมเมื่อคืนยังแอบฝันถึงเธอด้วย แม้เช้านี้ใบหน้าของเธอนั้นจะดูอ่อนเยาว์กว่าเมื่อวานมากทีเดียว

          “มาทำอะไรที่นี่!!” เสียงดังจากชายตรงหน้าทำให้หญิงสาวสะดุ้งเกือบปล่อยมือจากถุงนมและหนังสือพิมพ์

          “ขอโทษนะคะ คือฉันมาส่งนมกับหนังสือพิมพ์น่ะค่ะ” คำตอบนี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

          “ขายกาแฟไม่พอส่งนมด้วย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่ก็เหมือนจะพอดังให้หญิงสาวได้สงสัยบ้าง

          “คุณว่าอะไรนะคะ” ไอรดาถามกลับ

          วิกเตอร์เดินเข้ามาใกล้อีกนิดในขณะที่ไอรดาเองก็ถอยหนี ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปทั่วร่างบาง กลิ่นกายของเธอยังคงหอมเหมือนกับขนมเหมือนเมื่อวาน ก่อนจะตอบกลับเสียงเข้ม

          “ผมไม่ได้สั่ง!” ไอรดาได้ยินคำตอบก็นิ่วหน้าเลยก้มดูกระดาษอีกครั้งเมื่อแน่ใจก็ตอบกลับ

          “แต่ในใบนี้เขียนไว้นี่คะ” ไอรดาเถียงแล้วยื่นใบรายการให้ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับมาและตรวจสอบดูพบว่ามันเขียนไว้ชั้นยี่สิบจริงๆแต่มันมีเลขห้องด้วย ทั้งชั้นเป็นของเขาไม่มีเลขห้อง

          “ห้องผมไม่มีเลขห้อง... คุณขึ้นมาผิดแล้ว” วิกเตอร์ว่า ไอรดาขมวดคิ้ว

          “เหรอคะ... ขอโทษด้วยนะคะ งั้นขอตัวก่อนค่ะ”

          หญิงสาวตอบเสร็จก็ตั้งใจจะเดินออกไปแต่แล้วมือหนาก็ไวกว่าเกี่ยวหมวกเสื้อฮู๊ดสีชมพูของเธอเอาไว้จนหญิงสาวเซถลาไปปะทะกับอกแกร่งทันที

          “เมื่อวานขายกาแฟ... วันนี้ส่งนมกับหนังสือพิมพ์ มันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ?” วิกเตอร์ถามอย่างสงสัย ส่วนไอรดาได้ยินแบบนี้ก็แปลกใจเลยรีบหมุนตัวกลับมามองหน้าชัดๆอีกครั้งพอได้เห็นก็จำได้ทันที

          “อ๋อ คุณนั่นเอง!” ไอรดาทักด้วยรอยยิ้มสดใสเพราะเมื่อวานกับวันนี้เขาดูแตกต่างคนความจำดีอย่างเธอเลยจำพลาดไปหน่อย “บังเอิญจริงๆเลย ไม่นึกว่าคุณจะอยู่ที่นี่ด้วย” หญิงสาวพูดต่อ

          “ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ คุณมีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า ถึงตามผมมา!” เพราะอยู่แวดวงธุรกิจแบบนี้ทำให้เขาต้องระวังตัวเป็นพิเศษ หลายครั้งเคยถูกลอบฆ่ามาแล้ว

          ไอรดาได้ยินก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองก่อนจะมองจ้องใบหน้าเขาแม้จะไม่อยากมองแต่พบว่าส่วนอื่นก็คงมองไม่ได้แน่เพราะเธอยังไม่อยากเป็นตากุ้งยิง อีกอย่าง... มันทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวที่เห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยนั่น

          “ใครตามคุณ พูดดีๆนะคะ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่” ไอรดาเริ่มว่าอย่างหงุดหงิดเหมือนกัน

          “จะให้ผมเชื่อได้ยังไง ในเมื่อมันไม่ได้ดูเหมือนจะบังเอิญ แล้วจะบอกให้ คนจะขึ้นมาชั้นนี้ได้ต้องได้รับการอนุญาตก่อน  ซึ่งลิฟต์จะต้องล็อกด้วยซ้ำถ้าคุณไม่มีรหัสผ่าน แต่คุณกลับขึ้นมาได้ ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ” วิกเตอร์ร่ายมายาวเหยียดเท้าสะเอวถามอย่างสงสัย ในขณะที่ผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่ที่ไหล่แกร่ง

          “ไม่เชื่อก็ตามใจคุณ แต่ฉันไม่ได้เป็นแบบที่คุณว่า ถ้าไม่มีอะไร ขอตัวก่อนค่ะ” ไอรดาพูดแล้วทำหน้ายู่ใส่ชายหนุ่มหมันตัวหันหลังกลับแต่แล้วก็ยังถูกกระชากเข้ามาใกล้อีกครั้ง

          “ยังไปไม่ได้ถ้าไม่ยอมบอกความจริง!

          “จะให้บอกความจริงอะไรล่ะ ก็แค่เรื่องเข้าใจผิด นี่คุณคิดว่าตัวเองสำคัญมากขนาดฉันจะต้องให้ความสำคัญเลยหรือไง ห๊ะ!” ไอรดาเท้าสะเอวถามบ้าง

          “รู้ไหม มีผู้หญิงมากมายมาเสนอตัวให้ผม และบางรายก็เลือกใช้แผนต่ำๆแบบนี้!” วิกเตอร์พูดเสียงเข้มมองจ้องดวงตาสีดำสนิทของหญิงสาว

          คำพูดของชายหนุ่มทำให้ไอรดาโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา และไม่ได้หัวเราะธรรมดาแต่เป็นการหัวเราะที่เสียงดังมากเสียด้วย

          “หัวเราะอะไร!” วิกเตอร์กระชากเสียงถาม

          “ก็หัวเราะคุณน่ะซิ คิดว่าหล่อขนาดไหนเชียว คุณก็หน้าตาดูดีหรอกนะ แต่ขอบอกไม่ใช่สเปคฉันหรอก และฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย!” พอได้ยินชายหนุ่มก็รู้สึกหมั่นไส้สาวน้อยคนนี้เหลือเกิน ทั้งๆที่ดูเหมือนจะยังอายุไม่เยอะเท่าไหร่แต่ปากคอเราะรายนัก

          “ผู้ร้ายมักจะไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดหรอก” วิกเตอร์บอกเสียงเย็น

          “เอาล่ะ ฉันเสียเวลามามากแล้ว และฉันจะต้องไปทำอย่างอื่นต่อ ขอบอกตรงนี้เลยว่า ฉันไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด อีกอย่างต่อให้เหลือคุณเป็นผู้ชายคนเดียวในโลก ฉันก็ไม่เลือกด้วย!

          ไอรดาว่าเสร็จก็สะบัดแขนให้หลุดออกจากการเกาะกุมก่อนจะกดลิฟต์ เมื่อเข้าไปแล้วแต่ยังไม่ทันลงไปไอรดาก็มองของในมือก่อนจะเดินออกมาทำให้วิกเตอร์มองอย่างสงสัย

          “นี่ของคุณ ถึงแม้จะคุณจะยืนยันว่าไม่ใช่แต่ในรายการระบุไว้นั่นก็แปลว่ามันเป็นของคุณ!” ไอรดาวางนมและหนังสือพิมพ์ไว้หน้าลิฟต์แล้วกดลงไปด้านล่างทันที ซึ่งเชสก็ทันเห็นเหตุการณ์ตอนสุดท้ายพอดี

          “เกิดอะไรขึ้นครับ” เชสถามอย่างแปลกใจที่เห็นผู้หญิงบนนี้

          “นายโทรลงไปถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่า ปล่อยให้คนนอกขึ้นมาได้ยังไง!” วิกเตอร์สั่งอย่างหัวเสีย คนสนิทได้ยินก็รีบกดโทรศัพท์ทันที ไม่ถึงห้านาทีก็ได้คำตอบ

          “ทางเจ้าหน้าที่ขออภัยมาครับ เนื่องจากระบบล็อกขัดข้อง เลยทำให้คนส่งนมขึ้นมาได้”

          “ให้ตายเถอะ! ให้มันได้อย่างงี้ซิ” วิกเตอร์สบถอย่างโมโหที่ได้ยินคำรายงาน พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องเพื่อแต่งตัว ส่วนคนสนิทลูบท้ายทอยเล็กน้อยอย่างสงสัยว่าทำไมเจ้านายต้องโมโหขนาดนี้ด้วยนะ

          ส่วนไอรดาเมื่อลงมาด้านล่างแล้วก็ถอนหายใจพรูยอมรับว่าหงุดหงิดกับคำพูดของชายหนุ่ม คิดในใจว่าซวยแต่เช้าก่อนจะรีบออกไปจากที่นี่เพื่อเตรียมตัวไปเรียนในช่วงสาย

         

          เช้านี้ร่างสูงมาทำงานตามปกติเพราะเขามีประชุมเพื่อดูแบบคอลเลคชั่นเพชรล่าสุดซึ่งถือว่าเป็นมาสเตอร์พีซของทางบริษัทเลยก็ว่าได้ เซ็ตนี้ถือว่าเป็นความหรูหราที่สุดและดีไซน์นั้นจะแตกต่างจากปกติ สิ่งที่โดดเด่นในเพชรชุดนี้นั่นคือการใช้เรดไดม่อนบนตัวสร้อยคอที่ถือว่าเป็นเพชรหายากและมีราคาสูงมาก

          “ผมแก้แบบที่สั่งไว้เรียบร้อยแล้วครับ” แฟรงค์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทนำงานที่แก้ไขแล้วส่งให้เจ้านาย

          ชายหนุ่มหยิบแบบมาดูและมองอย่างละเอียดพบว่ามันสวยถูกใจเขาแล้วและที่สำคัญสายตาของชายหนุ่มไม่เคยพลาด เขามั่นใจว่ามันต้องถูกใจตลาดแน่นอน ด้วยความล้ำค่า หรูหรา สมควรต้องมีไว้ครอบครองสักเส้น

          “ดีมาก... เก็บไว้ให้ดี เราจะเปิดเผยคอลเลคชั่นนี้ทันทีเมื่อผลิตเสร็จ”

          วิกเตอร์สั่กงารก่อนจะยื่นแบบคืนให้ ซึ่งแฟรงค์ก็รับมาก่อนจะเดินออกไป เพราะมันเป็นเพชรชุดที่พิเศษสุดๆทางตัวแทนของเขาได้ปล่อยข่าวไปแล้วซึ่งชายหนุ่มคาดการณ์ว่าหากการผลิตเสร็จเร็วก็จะเปิดตัวเลยให้เป็น แบบลิมิเต็ดอิดิชั่นด้วย

          “เจ้านายครับ เดี๋ยวมีประชุมต่อกับสมาคมอัญมณีนะครับ” เชสเดินมาบอกหมายกำหนดการถัดไป

          “อืม” 

          ชายหนุ่มรับคำเสร็จก็ลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทมาสวมจากนั้นก็เดินออกไปนอกห้องโดยมีคนสนิทตามมาด้วย งานประชุมเรื่องอัญมณี ในหนึ่งปีจะมีเพียงสองครั้งและเขาเองในฐานะคนทำธุรกิจด้านนี้จะไม่ไปก็คงไม่ได้...

          ที่โรงแรมหรูซึ่งเป็นสถานที่จัดงานต่างมีนักธุรกิจมากหน้าหลายตาที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณี แต่มีเพียงไม่กี่รายที่ได้รับความสนใจจากสื่อมากหน้าหลายตาอย่างเช่น วิกเตอร์ แวนโคลิก เมื่อก้าวเข้ามา สื่อก็ระดมถ่ายรูปและกรูกันเข้ามาหาวิกเตอร์ทันที เพราะชายหนุ่มถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง และยังอายุน้อยด้วยแต่สามารถทำผลกำไรได้เป็นกอบเป็นกำก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก

          “ได้ข่าวว่าทางแวนโคลิกจะเปิดตัวเพชรชุดพิเศษจริงหรือเปล่าครับ” นักข่าวยิงคำถาม

          “จริงครับ แต่เรายังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ แต่รับรองว่าเป็นมาสเตอร์พีชของปีนี้แน่” วิกเตอร์ตอบยิ้มๆ คำสัมภาษณ์ก็ดังพอให้แบรนดอน บราวน์ ผู้บริหารวัยห้าสิบปีเจ้าของไดมอนด์ไอหูผึ่ง

          เมื่อให้สัมภาษณ์เสร็จทั้งหมดก็เข้าการประชุมทันที ซึ่งภายในก็จะเป็นการชี้แจงในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอัญมณีและเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งทางแวนโคลิกเองที่มีผลงานดีมาตลอดก็ได้รับเกียรติในการบรรยายการบริหารงานและการออกแบบ ซึ่งหลายบริษัทเล็กๆที่เริ่มทำธุรกิจก็สนใจกันเป็นอย่างมาก ยกเว้นเสียแต่ไดมอนไอ

          “คุณวิกเตอร์” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้คนที่เพิ่งออกจากห้องประชุมและกำลังจะกลับถอนหายใจ แต่เมื่อหันไปมองก็ต้องแปลกใจมากกว่าเมื่อคนที่เรียกคือแบรนดอน เจ้าของไดมอนไอ

          “นึกว่าใคร คุณแบรนดอนนี่เอง มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างสุภาพพลางมองชายแก่ตรงหน้าที่ถึงแม้จะเข้าวัยห้าสิบแต่ก็ยังดูสุขภาพดีอยู่

          “เปล่าหรอก อยากจะชื่นชมการบริหารน่ะ ไม่แปลกใจทำไมแวนโคลิกถึงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งหลายปีแล้ว” แบรนดอนเอ่ยชมอย่างไม่จริงใจนัก

          “ขอบคุณครับ แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้ทางไดมอนไอก็ไม่เลวเหมือนกันนี่ครับ”

          “ใช่ครับ ช่วงนี้ก็ดีเหลือเกิน รายได้ก็ทะลุทุกไตรมาส เห็นทีอาจจะขึ้นแถวหน้าเร็วๆนี้” ได้ทีก็คุยทับทำให้เชสลอบสบตาเจ้านายหนุ่มของตัวเอง

          “ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ”

          “ถ้าถึงเวลานั้นแวนโคลิกคงไม่โกรธกันนะครับ หากไดมอนไอจะขึ้นเป็นที่หนึ่งบ้าง”

          “ไม่โกรธหรอกครับ... อย่านานนะครับ เพราะแวนโคลิกก็เบื่อที่จะเป็นที่หนึ่งแล้ว”

          คำพูดของคนรุ่นลูกทำให้คนรุ่นพ่ออย่างแบรนดอนคิ้วกระตุก วิกเตอร์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ชอบใจจริงๆ

          “คอยดูเถอะ เดี๋ยวแกจะพูดไม่ออก” แบรนดอนบอกอย่างไม่ชอบใจ เพราะแวนโคลิกเป็นอันดับหนึ่งมาเสมอ ตอนนี้ไดมอนไอไต่ระดับขึ้นมา ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ไม่ได้ใสสะอาดเท่าไหร่นักแต่เพื่อความอยู่รอดและความเป็นที่หนึ่งของวงการนี้ เขาก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขึ้นเป็นหนึ่งให้ได้!

 

          ยามบ่ายที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนหรูในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของลอนดอน ไอรดามีงานพิเศษที่นี่เป็นพนักงานเสิร์ฟ เพราะรายได้ดีถึงแม้จะงานหนักไปหน่อยก็ตาม

          ร่างสูงของวิกเตอร์เดินเข้ามาภายในพร้อมด้วยเชส หลังจากกลับจากการประชุมเขาก็แวะมาทานอาหารที่นี่และที่สำคัญกว่านั้นเพราะเพียงดาวนัดให้มาทานกลางวันด้วยกันแม้จะเลยเวลาไปพอสมควรแล้ว

          “โอ้... คุณวิกเตอร์ เชิญด้านในเลยครับ มาดามเพียงดาวจองโต๊ะไว้แล้ว” ลูเธอร์ ผู้จัดการร้านเดินออกมาต้อนรับทำให้ชายหนุ่มเดินตามเข้าไป ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านประจำเลยก็ว่าได้ เพราะเพียงดาวชอบทานเป็นพิเศษ เลยทำให้ทั้งร้านรู้จักครอบครัวนี้เป็นอย่างดี

          ชายหนุ่มมาถึงก่อนเวลา ระหว่างที่นั่งรอสายตาก็กวาดมองไปรอบๆร้านก่อนจะสะดุดเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง เธออยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟของทางร้าน คือเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวมาถึงข้อศอก ด้านล่างสวมกางเกงสีดำเข้าชุด ส่วนช่วงเอวมีผ้ากันเปื้อนสีแดงผูกเอาไว้ ผมยาวสลวยของเธอก็มัดรวบเกล้ามวยไว้ด้านบน ส่วนใบหน้าสวยหวานยังคงมีรอยยิ้มติดอยู่เสมอ แต่นั่นทำให้ชายหนุ่มจำได้แม่นหลังจากเจอกันมาแล้วสองครั้งสองครา ก่อนจะเริ่มสงสัยพลางคิดในใจว่าเธอนั้นทำกี่งานกันนะ... เพราะไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็เจอตลอด

          “มองอะไรจ๊ะลูก” เสียงหวานที่จำได้แม่นเอ่ยทัก ทำให้วิกเตอร์หลุดออกจากภวังค์

          “เอ่อ... เปล่าครับมัม มานานแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มเอ่ยทักมารดา

          เพียงดาว แวนโคลิก ในวัยห้าสิบสามปี ยังคงความสวยงามได้เหมือนเมื่อยังสาวแรกรุ่น ใบหน้าหวานยังคงเต่งตึงไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมใดๆแต่คงเป็นเพราะการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ส่วนรูปร่างอวบขึ้นเล็กน้อยจากการมีลูกถึงสามคนแต่คนเป็นแม่ก็มักจะออกกำลังกายสม่ำเสมอ

          “เพิ่งมาถึงนี่แหละจ้ะ...มัมเห็นนะ เราแอบมองหนูเด็กเสิร์ฟใช่หรือเปล่า” เพียงดาวว่ายิ้มๆ เพราะเธอเข้ามาและทันเห็นสายตาของลูกชายที่มองไปที่ใครอีกคน ตอนแรกเชสจะร้องเรียกแต่เธอก็ส่งสัญญาณให้เงียบเสียก่อน

          “ปะ เปล่านะครับมัม” ชายหนุ่มบอกตะกุกตะกัก ยิ่งทำให้คนเป็นแม่ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

          “เอาล่ะจ้ะ เปล่าก็เปล่าเนอะ” แม้ดูเหมือนจะยอมรับแต่ก็ส่งสายตาเหมือนจะเป็นการล้อลูกชายกลายๆทำให้ชายหนุ่มไม่ได้หน้าแดงแต่เป็นใบหูแดงขึ้นมาแทน วิกเตอร์มักจะแสดงอาการแบบนี้กับคนเป็นแม่เท่านั้น คนอื่นนั้นไม่มีใครเคยได้เห็นแบบนี้แน่ๆ

          “ไอ... ไปรับออเดอร์โต๊ะนั้นหน่อย แขกวีไอพี” ลูเธอร์เดินมาบอก เพราะไอรดาจัดว่าเป็นคนทำงานดีคนหนึ่งในร้านเลยให้เธอได้รับหน้าที่นี้

          “โอเคค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินไปตรงนั้นทันที โดยไม่ได้สังเกตคนที่นั่งโต๊ะอยู่เลย

          “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ารับอะไรดีคะ”

          เพียงดาวได้ยินเสียงก็เงยหน้ามอง ก็เจอไอรดาที่ยิ้มกว้างมาให้ ยิ่งทำให้คนเป็นแม่หันไปมองลูกชายทันทีก่อนจะอมยิ้มอย่างรู้ทัน

          “ของฉันเป็น เพนเน่ซีฟู้ดเพสโต้ซอส แล้วก็คาปรีเซ่สลัดนะจ๊ะ” เพียงดาวสั่งของตัวเอง ไอรดาก็ก้มหน้าจดตามก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มอีกคน ทีนี้หญิงสาวก็จำได้ทันที

          “คุณ!

          วิกเตอร์อมยิ้มร้ายเมื่อเห็นอีกฝ่ายจำเขาได้ ก่อนจะมองอย่างกวนๆ ผิดกับไอรดาที่ลอบถอนหายใจออกมานึกไม่ถึงจะเจอชายหนุ่มที่นี่

          “เรียกผมทำไมเหรอครับ” วิกเตอร์ถามกลับ

          “เปล่าค่ะ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีคะ” ไอรดาเก็บอาการแล้วถามต่อ

          “ผมอยากได้อะไรแปลกๆ มีอะไรแนะนำไหมครับ” วิกเตอร์แกล้งว่า คราวนี้เชสและเพียงดาวก็ลอบยิ้มให้กันรู้ได้ทันทีว่าลูกชายต้องแกล้งสาวน้อยตรงหน้านี้แน่ๆ

          “ร้านเราไม่มีอาหารแปลกๆหรอกค่ะ มีแต่เมนูแนะนำ คือ เฟตตูชินีวอลนัทครีมค่ะ” ไอรดาบอกเสียงเรียบ

          “แต่ผมอยากทานอะไรแปลกๆนี่” วิกเตอร์ยังดื้อ

          “ร้านเราไม่มีหรอกค่ะ ขอโทษนะคะ” ไอรดาบอกตามหน้าที่

          “คุณไม่เคยได้ยินหรือลูกค้าคือพระเจ้า ถ้าผมอยากทานอะไรแปลกๆคุณก็ควรหามาให้ทานสิ” ชายหนุ่มได้ทีก็ต่อว่า เพียงดาวเองก็ดูสถานการณ์เงียบๆ ส่วนไอรดาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

          “เข้าใจค่ะลูกค้าคือพระเจ้า แต่บางอย่างเราก็ไม่มีให้ลูกค้าอย่างคุณทานหรอกนะคะ เพราะฉะนั้น คุณเข้ามาที่ร้านก็ควรเลือกทานอาหารของร้านสิ ถึงจะถูก”

          เพียงดาวได้ยินคำอธิบายถึงกับหลุดขำ เชสก็เช่นเดียวกัน ส่วนวิกเตอร์ก็หูแดงอีกครั้งก่อนจะเริ่มหงุดหงิดกับคนตรงหน้า ส่วนไอรดาก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะยักคิ้วให้ชายหนุ่มหนึ่งทีอย่างเป็นต่อ

          ลูเธอร์เห็นไอรดายืนนานก็เริ่มจะเห็นท่าไม่ดี ก่อนจะรีบเดินเข้ามา เพราะโต๊ะนี้เป็นลูกค้าวีไอพีรายใหญ่เสียด้วยไม่ควรทำให้อารมณ์เสีย

          “ขอโทษนะครับ มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ลูเธอร์ถามอย่างสุภาพพลางมองไปทางไอรดา

          “ก็เด็กคุณ...” วิกเตอร์อ้าปากจะพูด

          “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ดิฉันคุยกับแม่หนูคนนี้นิดหน่อย เธอน่ารักดีนะคะ” เพียงดาวเอ่ยชมทำให้ไอรดายิ้มกว้างออกมา

          “อย่างนั้นหรือครับ แล้วไม่ทราบว่าได้สั่งอาหารกันหรือยังครับ” ลูเธอร์ถามต่อ

          “ดิฉันสั่งแล้วค่ะ เหลือแต่วิกเตอร์ เอาเป็นว่าดิฉันสั่งแทนลูกชายเลยดีกว่าค่ะ ของวิกเตอร์เป็น รีซ็อตโต้เห็ดแล้วกันนะจ๊ะ เขาชอบทาน” เพียงดาวว่า ไอรดาก็ยิ้มพร้อมกับจดอีกที ก่อนจะขอตัวก่อนและเดินออกไปพร้อมกับลูเธอร์ทีนี้ก็เลยเหลือแค่วิกเตอร์กับเพียงดาวและเชส

          “มัมไปบอกเขาทำไมล่ะครับว่าผมชอบทานอะไร” วิกเตอร์พูดกับคนเป็นแม่เสียงอ่อย

          “ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย คราวหน้าลูกมาเขาจะได้รู้ อีกอย่างลูกไปแกล้งเขาก่อนด้วย” เพียงดาวว่า

          “ผมเปล่าสักหน่อย”

          “บอกมัมมาซะดีๆ รู้จักกันเหรอ” เพียงดาวได้ทีก็คาดคั้นถาม

          “เปล่าครับ”

          “เปล่า? แล้วทำไมต้องแกล้งเขาด้วย อีกอย่างหนูคนนั้นเหมือนจะรู้จักลูกนะ” เพียงดาวหรี่ตามองอย่างจับผิดทำให้ขายหนุ่มถอนหายใจเมื่อรู้ว่าปิดไม่ได้

          “สองครั้งครับ แต่เธอเป็นพนักงานขายกาแฟ แล้วก็ส่งนม ผมเจอเธอตอนทำงานอยู่” วิกเตอร์บอก

          “จริงหรือจ๊ะเชส” เพียงดาวหันไปถามคนสนิทของลูกชาย

          “จริงครับ”

          พอได้รับคำยืนยันคนเป็นแม่ก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ นอกจากจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้วิกเตอร์อยู่กับคนสนิทเพียงลำพัง

          ทางไอรดาเองก็เดินเลี่ยงเข้ามาในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวหลังจากให้ออเดอร์แก่แม่ครัวไปเรียบร้อยแล้ว เธอยืนเช็คความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะล้างมือตรงอ่างล้าง

          เพียงดาวเดินออกมาจากห้องน้ำเช่นเดียวกัน ก่อนจะมองเห็นใบหน้าสวยหวานจากทางกระจกที่กำลังก้มลงล้างมือตัวเอง เธอพบว่าเป็นไอรดาเลยอดจะทักทายไม่ได้

          “หนูนั่นเอง” ไอรดาได้ยินก็เงยหน้ามองแล้วก็ส่งยิ้มกลับ

          “เอ่อ... ค่ะ”

          “หนูเป็นลูกครึ่งหรือเปล่าจ๊ะ รูปร่างและใบหน้าของหนูไม่เหมือนคนที่นี่ซะทีเดียวออกจะเอเชียด้วยหน่อยๆ” เพียงดาวเอ่ยถามอย่างสงสัย

          “หนูเป็นคนไทยค่ะ” พอได้ยินคำตอบ เพียงดาวก็ยิ้มกว้างเข้าไปอีกแล้วเดินเข้าไปใกล้

          “จริงหรือจ๊ะ ฉันก็คนไทยเหมือนกัน แต่มาแต่งงานที่นี่” ไอรดาได้ยินก็ไม่แปลกใจนักเพราะหน้าตาของอีกคนก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นคนที่นี่เหมือนกัน

          “งั้นคุณก็พูดไทยได้เหรอคะ” ไอรดาถาม

          “ได้สิจ๊ะ” เพียงดาวตอบกลับเป็นภาษาไทย ทำให้ไอรดารู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้าน

          “นานแล้วที่ไม่ได้ยินภาษาไทย” ไอรดาก็ตอบกลับภาษาไทยเหมือนกัน ทำให้ทั้งสองสาวต่างวัยคุยกันต่ออีกเล็กน้อย

          “แล้วหนูมาทำอะไรที่นี่จ๊ะ แล้วอยู่กับใครเหรอ” เพียงดาวถามอย่างอยากรู้ ในใจก็ถามเผื่อลูกชาย

          “หนูมาเรียนต่อที่นี่ค่ะ แล้วหนูก็อยู่คนเดียว” ไอรดาบอกเพียงเท่านี้เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอมีพ่อที่นี่

          “ตายจริง หนูเลยทำงานพิเศษหลายที่ใช่ไหมจ๊ะ” คำถามนี้ทำให้หญิงสาวเลิกคิ้วสงสัย

          “คุณรู้ได้ยังไงคะ”

          “ก็ลูกชายฉันบอก... คนเมื่อกี้ที่กวนหนูน่ะจ้ะ ต้องขอโทษแทนด้วยนะ ปกติเขาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้หรอก นอกเสียจากว่าจะเจอคนที่ถูกใจ” พอได้ยินแบบนี้จู่ๆไอรดาก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ

          “เหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่ถือสาหรอกค่ะ”

          “หนูชื่ออะไรจ๊ะ คุยกันตั้งนานลืมถามชื่อ ส่วนฉันเพียงดาวจ้ะ เรียกป้าเพียงดาวก็ได้นะ” เพียงดาวบอกอย่างเป็นมิตรทำให้หญิงสาวยิ้มอย่างชอบใจ

          “หนูชื่อไอรดาค่ะ หรือเรียกว่าไอก็ได้”

          “ชื่อเพราะจริงๆ”

          ทั้งสองพูดคุยกันต่อเล็กน้อยจนไอรดาเห็นว่าเข้ามานานแล้วเลยชวนให้เพียงดาวออกไปด้วยกัน พอบานประตูห้องน้ำเปิดออกสองสาวก็ต้องตกใจเมื่อพบร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทยืนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องน้ำผู้หญิง

          “อ้าว... วิกเตอร์มายืนทำอะไรตรงนี้” เพียงดาวถามลูกชาย

          “ก็มัมหายมานาน... ผมเป็นห่วง” ชายหนุ่มว่า ก่อนจะปรายตาไปทางไอรดา

          “อ๋อ มัมคุยกับหนูไอเพลิน งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะจ้ะ ป้าไปก่อนนะจ๊ะ” เพียงดาวบอกลูกชายก่อนจะหันไปบอกไอรดาอย่างเป็นมิตร

          “ค่ะ...ทานให้อร่อยนะคะ” หญิงสาวยิ้มบอกก่อนจะหุบยิ้มเมื่อมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะเดินกลับไปทำงานต่อ วิกเตอร์อยากจะตามไปหาเรื่องแต่ก็จำต้องเดินตามคนเป็นแม่ไป

           


*** ขอบคุณ คุณ Opor นะคะ ที่แจ้งเรื่องประเทศ ไรเตอร์เขียนผิดจริงๆค่ะ 55555+ ตอนนี้แก้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ^ ^ ***
*** เขียนไปได้... 50 หน้าแล้วนะ แต่ยังกำหนดวันมาลงที่แน่นอนไม่ได้นะคะ แต่ยังไงตามอ่านกันก่อนได้ ตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้น พอเดาอะไรกันได้บ้างแล้วใช่ไหม??? ^ ^ หนูไอ ทายาทไดมอนไอ กับ วิกเตอร์ ทายาทแวนโคลิก... เอาล่ะ มาร่วมลุ้นกันนนนน ฝากด้วยค่ะ ^^ ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #274 Tongtang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 22:44
    ผมไม่เคยอ่านเลยคับ จนแอบชอบผู้ญิงคนหนึ่งเค้าชอบอ่าน ตระกูลแวนโคลิคมาก ผมลองอ่านดูสนุกมากเลยคับผม
    #274
    0
  2. #273 5351ma11 (@5351ma11) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 11:41
    พระเอก นางเอกน่ารักจัง เริ่มต้นก็สนุกแล้ว
    #273
    0
  3. #239 กระติ๊บ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 00:15
    เนื้อเรื่องน่าอ่านมากค่ะ ชอบๆๆ ขอบคุนไรท์มากกก
    #239
    0
  4. #236 J.JINA (@jirajira) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 23:06
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ ชอบการบรรยาย น่าติดตามมาก เขียนได้ดี อ่านเพลินมากเลยค่ะ ชอบบ :)
    #236
    0
  5. #41 Far (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 23:36
    จะพูดอัลไลได้นอกจาก...รอค่าาาาาาาาาา! ><
    #41
    0
  6. #18 LiLLy9 (@lilly28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:32
    ไรเตอร์เขียนไวๆ เลยจ้า รอ นานมากแล้ว อยากอ่านมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ติดใจพ่อแม่ อิอิ
    #18
    0
  7. #17 nancy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:39
    เปิดเรื่องได้น่ารัก น่าติดตามทุกเรื่องเลยคร้า พระเอกกวนตั้งแต่ตอนแรกเลยเนอะ แต่นางเอกของเราไม่ติ๋ม แข็งแกร่ง สู้คน และต่อปากต่อคำ ทันกันกะพระเอกซะด้วย มีลุ้นมวยคู่เอก รอตอนต่อไปคร้า รีบมาต่อเร็วๆ นะจ๊ะ
    #17
    0
  8. #16 Sunnyvale (@hunnyvale) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:27
    สนุกม๊ากกกก
    #16
    0
  9. #15 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:06
    ชอบมาก ๆ เลยค่ะ  สนุกมาก ๆ เลยค่ะ  น่าติดตามากเลยค่ะ  รอไรเตอร์มาอัพให้อ่านต่อนะคะ
    #15
    0
  10. #14 Opor (@opor43) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:47
    ไรเตอร์ค่ะ มีคำถามค่ะ คือตอนต้นเรื่องวิกเตอร์อยู่ในนิวยอร์ก แต่ไอรดาเรียนอยู่ลอนดอน ซึ่งนิวยอร์กอยู่อเมริกา แต่ลอนดอนอยู่อังกฤษ และอยู่คนละทวีป ?????
    #14
    0
  11. #13 Suphatsara Thiwato (@0415335345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:30
    น่ารักอ่ะ กัดกันตลอด
    #13
    0
  12. #12 Peaw_may (@peaw_may28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:24
    รอ ร๊อ รอ ค่าาาาาาา
    #12
    0
  13. #11 F-Loner-D (@intowaii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:20
    รอตอนต่อไปจ้าๆๆๆ
    #11
    0
  14. #10 readerone (@reader-one) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:04
    สนุกค่ะมาต่อไวไวนะ จารอจร้า
    #10
    0
  15. #9 Jay_Pc (@fairayfear) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:39
    รอค้าาา
    #9
    0
  16. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:35
    รออ่านต่อนะคะ

    #8
    0
  17. #7 panin_nin (@panin_nin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:18
    เริ่มต้นก็สนุกแล้วค่ะ มาต่ออีกนะ
    #7
    0
  18. #6 taeyeon iu (@taejess) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:21
    สนุกค่ะ รอติดตามค่ะ
    #6
    0
  19. #5 supat18 (@supat18) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:27
    มาต่อให้ไวเลย
    #5
    0
  20. #4 so_ja (@chunkung_ja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:30
    สนุกมากเลยคร๊าาา น่าติดตามมากกก จะรอติดตามนะคะ
    #4
    0
  21. #3 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:55
    อิอิ วิกเตอร์ เจอ คู่ปรับ ละ 
    #3
    0