[BTS HopeV] I'm Seme. You're Uke? ใครเมะใครเคะ

ตอนที่ 44 : I'm Seme. You're Uke? : Final chapter II ** END **

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ก.พ. 59



Final chapter II ** END **







ืนวันนั้น

 

 

 

อาการป่วยของแทฮยองดีขึ้นในระดับหนึ่งด้วยยาที่แบคฮยอนลงทุนออกไปซื้อให้ตอนกลางวันและกลับเข้ามาหลังจากมื้ออาหารเพียงไม่นาน โฮซอกจำยอมต้องยกเวลาทั้งช่วงบ่ายให้สองพี่น้องเขาปรับความเข้าใจกันและกันโดยที่ตัวเองพาเด็กๆไปเล่นน้ำฆ่าเวลา เกือบเย็นโน้นแหละที่คู่จะออกมา แทฮยองมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยผิดกับตาโตบวมและแดงก่ำ โชคดีที่ตากลมไร้หยาดน้ำแห่งความเสียทำให้ร่างหนาเบาใจไปได้บ้าง แม้ว่าบางครั้งร่างบางยังแสดงอาการไม่สู้ดีเท่าไหร่ โฮซอกยังคงใช้แผนแฝดสามบำบัดต่อไป พยายามหว่านล้อมสารพัดจนสามแฝดตกลงปลงใจจะปักหลักดูแลพี่ชายที่กำลังไม่สบาย

 

 

 

 

แทฮัน มินกุก มันเซ อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยด้วยฝีมือโฮซอกอีกเช่นเดิม ทั้งสามกำลังเล่นของเล่นอยู่บนเตียงที่ดูจะแคบไปถนัดตาโดยมีเจ้าของตัมจริงกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยโฮซอกถึงได้กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ร่างหนาหลุดหัวเราะกับภาพตรงหน้าแต่ก็ต้องหยุดแทบจะทันทีเมื่อเจ้าของห้องต้อนรับด้วยสายตาขวางๆ

 

 

 

 

พี่ม้าขนไรมาอะมินกุกถามขึ้นขัดจังหวะการเล่นจ้องตากันระหว่างทั้งคู่เมื่อเห็นว่าพี่ชายผู้มาใหม่แบกของมาเต็มไม้เต็มมือ

 

 

 

 

ที่นอนไงโฮซอกว่าพลางวางลง สองมือจัดแจงพื้นที่ว่างข้างเตียงฝั่งที่ร่างบางนั่งอยู่ ผ้านวมผืนโตถูกปูลงบนพื้นเย็นเฉียบตามด้วยหมอนและผ้าห่มโดยมีสายตาเจ้าห้องจับจ้องด้วยความฉงน

 

 

 

 

ทำไมพี่ม้าไม่นอนบนเตียงด้วยกันล่ะมันเซ

 

 

 

 

ก็ที่นอนมันเต็มแล้วหนิ

 

 

 

 

พี่ดำแหละอ้วนมันเซ

 

 

 

 

เดี๋ยวกูไล่กลับบ้านให้หมด ไม่ต้องนอนมันละที่นี่แทฮยองละสายตาจากเจโฮป หันไปทำโหดใส่สามแสบแทน ลำพังนอนด้วยกันสี่คนก็อืดอัดจะแย่อยู่แล้ว เด็กพวกนี้ยังจะมาพูดจากวนประสาทเข้าให้อีก เห็นเขาใจดีเข้าหน่อยเลยเอาใหญ่ เกือบเดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่แทฮยองยอมให้ทั้งสามมานอนด้วยไม่แปลกที่เด็กๆจะดูตื่นเต้นและพูดมากเกินไป

 

 

 

 

แกล้งหลับกันเร็วสิ้นคำแทฮันเหมือนนัดกันมา แทฮันมินกุกมันเซจัดการโยนของเล่นแสนรักลงไปข้างเตียงอย่างไม่ใยดี ล้มตัวนอนกันพร้อมเพรียงมือเล็กทั้งหกดึงผ้าห่มคลุมโปงแสร้งส่งเสียงกรนแผ่วๆที่เคยได้ยินตอนที่นอนกับพ่อ

 

 

 

 

แทฮยองถอนหายใจอ่อนอกอ่อนใจในความไร้เดียวสาที่กำลังจะก้าวข้ามไปเป็นกวนประสาทแต่ก็นับเป็นหนึ่งในสีสันชีวิต ไม่ถึงห้านาทีทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ จากที่จะแกล้งหลับดูเหมือนว่าทั้งสามคนจะหลับไปแล้วจริงๆ แทฮยองลดผ้าห่มไว้ระดับอกเพราะกลัวเด็กๆจะหายใจไม่ออกก่อนจะเอนตัวลงนอนปราศจากคำพูด โฮซอกลุดขึ้นไปปิดไฟและเตรียมตัวนอนเช่นกัน

 

 

 

 

ไปนอนที่ห้องไม่สบายกว่าหรอตอนแรกแทฮยองกะว่าจะทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายที่ถือวิสาสะขนสำภาระมานอนในห้องเขาอีกคน รู้ตัวอีกทีก็ถามคำถามที่แสดงความเป็นห่วงไปเสียแล้ว

 

 

 

 

ไม่ล่ะ แบบนี้อุ่นใจกว่า

 

 

 

 

อยากนอนพื้นแข็งๆก็ตามใจในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟังร่างบางไม่ว่าอะไรต่อ รู้ดีว่าสภาพตัวเองในตอนนี้ไม่มีแรงที่ไหนจะไปต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายแบบแต่ก่อนแน่ๆ มือบางดึงผ้านวมผืนโตมาห่มบ้างเปลือกตาปิดสนิทพร้อมจะเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

 

 

จับมือป่าว?”

 

 

 

 

หื้อ???”คนที่กำลังจะหลับครางในลำคอเสียงหลงระคนแปลกใจในที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่ เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจฟังทำให้เจ้าตัวไม่มั่นใจในความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อ

 

 

 

 

เผื่อนอนไม่หลับไง จับไว้เผื่อจะอุ่นใจขึ้น

 

 

 

 

ไม่เอาอะแทฮยองปฏิเสธทันควันทนทีที่สมองประมวลผลได้ รู้สึกแปลกๆในท่าทางทีของอีกฝ่าย นอกจากจะยังไม่ยอมเรียกชื่อเขาเหมือนเดิม ในน้ำเสียงที่ใช้นั้นก็ไม่ได้มีวี่แววของการกวนประสาทหรือหยอกล้อเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา มันอัดแน่นด้วยความเป็นห่วงจนเขาเองรู้สึกได้

 

 

 

 

“...”

 

 

 

 

นอนแล้วนะ

 

 

 

 

“...”

 

 

 

 

เงียบ

 

 

 

 

ความเงียบทำให้ร่างบางรู้สึกแปลกเข้าไปใหญ่ อยู่ความรู้สึกผิดเข้าเกาะกินหัวใจและจิตสำนึก สมองรับรู้ว่าตัวเขามีสิทธิ์ปฏิเสธแต่ไม่รู้ทำไมใจมันบอกว่าที่ทำไปเมื่อครู่นี้ผิดมหันต์ ยิ่งอีกฝ่ายเงีบบไปหลังโดนปฏิเสธยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแย่เหลือเกิน

 

 

 

 

 

นะ.. นี่ เจโฮป

 

 

 

 

 

“...”

 

 

 

 

 

เจโฮปเรียกชื่อรอบแรกแล้วก็ยังไม่ตอบ แต่มีหรือแทฮยองจะยอมแพ้ร่างบางท้าวแขนยันตัวในกึ่งนั่งกึ่งนอนโน้มตัวไปสะกิดอีกฝ่ายที่นอนอยู่ในความมืดมีเพียงแสงไฟนอกหน้าต่างพอให้เห็น

 

 

 

 

 

??”

 

 

 

 

 

ขอมือหน่อย

 

 

 

 

 

จบประโยคมือบางยื่นออกไปยังอีกฝ่ายเร็วๆก่อนทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้งหลับตาปี๋โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไงหรือจะยื่นมือมาจับหรือไม่ เพียงเสี้ยววินาทีที่มือบางยื่นมาตรงหน้าโฮซอกเผยยิ้มกว้างพร้อมกอบกุมมือนั้นไว้ด้วยความเต็มใจก่อนจะยกแขนขึ้น นำมือบางนั้นกลับไปวางบนความอ่อนนุ่มของเตียงดังเดิมแต่ก็ไม่ได้ผละมือออก เท่ากับว่าตัวโฮซอกเองจะต้องนอนยกแขนเอียง45องศาตามความสูงของเตียงไปตลอดทั้งคืนด้วเหตุผลที่ว่า

 

 

 

 

 

“...เดี๋ยวเมื่อย

 

 

______________________________________

 

 

แทฮยองหายจากอาการไข้หวัดจนเกือบจะปกติ ตลอดสามวันแทฮัน มินกุก มันเซเองก็กินนอนที่นี้คอยทำหน้าที่ป่วนอยู่ตลอดไม่มีเวลาให้เจ้าตัวได้คิดอะไรไร้สาระเลย เช่นเดียวกับโฮซอกที่แม้แต่ตอนนอนร่างหนายกที่นอนหมอนมุ้งมาปูไว้ข้างเตียง นอนลงบนพื้นแข็งๆโดยไม่มีทีท่าบนสักคำ นอกจากดูแลคนป่วยแล้วร่างหนายังต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็น คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของแฝดนรกที่เวลาดีก็ดีใจหายแต่อย่าให้งี่เง่าขึ้นมานะ เล่นเอาหมดพลังนอบหอบให้คนป่วยมองอย่างเวทนา ถึงจะอย่างนั้นแต่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ก็ใช่ว่าจะดีขึ้นในเมื่อโฮซอกยังคงเลี่ยงการเรียกชื่อแทฮยองอยู่เหมือนเดิม คนเพิ่งหายป่วยเองก็ฟอร์มจัดไม่ถามหรือทักท้วงเช่นกัน แม้จะเริ่มกลับมากวนประสาทบ้างแล้วก็เถอะ

 

 

 

 

 

ถึงจะโดนล้มแต่ตามกฎแทฮยองก็ยังคงสถานะนักเรียนโรงเรียนนั้นอยู่ แล้วตอนนี้ก็ถือเป็นฤดูแห่งการสอบ อีกไม่กี่วันชุดข้อสอบได้ส่งมาถึงบ้านเป็นแน่ วันนี้เป็นโอกาสดีที่แฝดสามโดนพ่อแม่ลากไปเที่ยวหรือเยี่ยมญาติหรืออะไรนี่แหละ แทฮยองจึงใช้เวลาว่างโดยการไปห้องสมุดใกล้ๆเพื่อทบทวนความรู้และเตรียมสอบ โฮซอกอาสาไปเป็นเพื่อนโดยไม่ต้องสงสัย

 

 

 

 

 

 ยิ้มอะไรหนักหนา

 

 

 

 

 

ร่างบางถามขึ้นขณะเสียสมาธิในการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ จะไม่ให้เสียสมาธิได้ยังไง ในเมื่อไอคนที่บอกว่าจะมาเป็นเพื่อนทำหน้าที่อย่างดีเสียเหลือ ร่างหนาไม่สนใจกองหนังสือด้านข้างเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องคนตรงหน้าที่กำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

 

 

 

 

มีมุมนี้ด้วยเนอะโฮซอกฉีกยิ้มกว้าง เอามือท้าวคางมองตาเชื่อมจนร่างบางหลุบตาลง ได้แต่โทษกับตัวเองว่า ...ไม่น่าทักเลยจริงๆ

 

 

 

 

 

อะไร

 

 

 

 

 

ป๊าวว อ่านต่อเถอะ

 

 

 

 

 

อ่านเล่มนี้ไม่รู้เรื่องละ กูไปหาเล่มอื่นดีกว่า

 

 

 

 

 

พูดจบแทฮยองก็ลุกออกจากที่นั่ง สาวเท้าไวๆไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก โฮซอกยิ้มกว้างกว่าเดิมตาคมเหลือบมองกองหนังสือข้างๆที่เจ้าตัวยังไม่แตะมันสักนิด

 

 

 

 

 

...จะหนีก็ทำให้เนียนหน่อยไหมล่ะ...

 

 

 

 

 

นานๆทีจะได้อยู่ด้วยโดยไร้แฝดสามวันนี้ก็ขอแกล้งสักหน่อยแล้วกัน

 

 

 

 

 

แทฮยองมาหยุดที่ชั้นหนังสือแต่งเพลง ร่างบางเอื้อมหยิบเล่มแรกมาดูด้วยความสนอกสนใจ อ่านไปได้สักระยะก็กะว่าจะหาเล่มอื่นไปอ่านเพิ่มเติม

 

 

 

 

 

“!!”

 

 

 

 

 

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นก็ต้องพบกับเจ้าของรอยยิ้มที่ตัวเองเพิ่งจะหนีมาเมื่อครู่อยู่อีกด้านของชั้นหนังสือ ยิ้มยีฟันให้อยู่ก่อนแล้ว

 

 

 

 

 

แทฮยองจัดการเก็บหนังสือเข้าชั้นเช่นเดิมด้วยความตั้งใจที่จะหยุดรอยยิ้มของคนตรงข้าม ไม่เพียงเท่านั้นมือบางยังทำการเลื่อนหนังสือข้างเคียงมาชิดกับหนังสือที่ตัวเองเพิ่งเก็บไปเมื่อครู่ให้ไม่เห็นคนตรงข้ามอีก ก่อนร่างบางจะเคลื่อนตัวไปอีกฝั่งเพื่อหาหนังสือเล่มอื่นอ่าน

 

 

 

 

 

“!!”

 

 

 

 

 

แทฮยองเจอหนังสือที่น่าสนใจและกำลังหยิบมันมาดูอีกครั้ง ไม่ทันทีจะดึงออกมาจนหลุดออกจากชั้นตากลมเหลือบไปเห็นเสี้ยวใบหน้าของใครอีกคนที่เพิ่งจากหนีมาเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว

 

 

 

 

 

ปึก..

 

 

 

 

 

มือบางจัดการส่งหนังสือกลับเข้าสู่ชั้นดังเดิมและเดินหนีอีกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแทฮยองจะหยิบหนังสือเล่มไหนอีกฝั่งของชั้นหนังสือก็จะปรากฎใบหน้ายาวและรอยยิ้มกว้างของอีกฝ่ายเสมอ ร่างบางหมดอารมณ์ที่จะหาหนังสือเล่มต่อไปสองเท้ามุ่งตรงไปยังทางออกของชั้น ที่สุดทางเดินร่างหนายืนคอยอยู่ก่อนราวกับคาดการไว้แล้ว

 

 

 

 

 

จะหาเรื่องให้ได้ใช่มะแทฮยองกอดอกวางท่าเอาเรื่อง ผิดกับใจที่กำลังวูบไหวแปลกๆกับปฏิริยาที่เปลี่ยนไปกระทันหันของอีกฝ่าย หลายวันก่อนทำตัวห่างเหินพยายามเว้นระยะระหว่างกันไว้แต่ก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจ วันนี้ต่างออกไปตรงที่โฮซอกดูจะวอแวแปลกๆ ไม่ใช่กวนประสาท แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบที่เคยทำ แต่ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนจีบมากกว่า ...

 

 

 

 

 

ไม่ได้หาเรื่องซะหน่อย

 

 

 

 

 

แล้วที่ทำอยู่ไม่เรียกว่าเรื่องให้เรียกว่าไรร่างหนายังคงปฏิเสธ รอยยิ้มที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งแทฮยองก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายท้าทายและกวนประสาทอยู่ในที ตากลมมองขวางถามกลับอย่างเอาเรื่อง คราวนี้ตอบไม่ดีๆมีต่อยอะ

 

 

 

 

 

ก็แค่น่ารักจนหยุดมองไม่ได้ไม่พูดเปล่า โฮซอกเอือมมือมาแตะที่สองข้างแก้มอิ่มที่ดูมีเนื้อขึ้นมานิดหน่อยเพราะไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากกินๆนอนๆ พร้อมกับพูดสุดเสี่ยวและสายตาหวานเชื่อมจนคนถูกมองขนลุกนี่ยังไม่นับท่าทียิ้มอ่อนนั้นอีก

 

 

 

 

 

เผี๊ยะ

 

 

 

 

 

กวนประสาท!!”สี่ห้าวินาทีที่เหมือนโดนมนต์สะกดภาษาวัยรุ่นช่วงนี้คงเรียกกันว่าสตั้น ทันทีที่รู้สึกตัวมือบางปัดมือของอีกฝ่ายออกจากข้างแก้มก่อนตะโกนเสียงดังข่มไม่สนสถานที่ หัวใจเต้นระรัวไม่ทราบสาเหตุ ไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดังก้าวร้าวแต่อย่างใดแค่อยากจะกลบเสียงตึกตักที่กำลังบ้าครั้งอยู่ข้างในก็เท่านั้น จบเหตุการณ์ร่างบางหมุนตัวเปลี่ยนทิศ สองเท้าก้าวดุ่มๆออกจากตรงนั้นไปทิ้งให้โฮซอกโค้งตัวขอโทษผู้ใช้บริการห้องสมุดแทนร่างบางที่ส่งเสียงดัง

 

 

 

 

 

...ยังเสียงดีเหมือนเดิม...

 

 

 

______________________________________

 

 

 

ทันทีที่ถึงบ้านร่างบางตรงเข้าห้องส่วนตัวล็อคกลอนแน่นหนาไม่สนเสียงทักทายของผู้เป็นพี่เลยแม้แต่น้อย ถือเป็นโชคดีของแทฮยองที่แบคฮยอนจัดการเปลี่ยนประตูและกลอนให้ใหม่เมื่อเช้านี้ ทำให้ในที่สุดเขาก็มีพื้นที่ส่วนตัวกับเขาเสียที ขืนปล่อยให้เจโฮปเข้าๆออกๆห้องราวกับเป็นห้องของตัวเองแบบนี้เขาได้หัวใจวายเป็นแน่

 

 

 

 

 

น่ารักจนหยุดมองไม่ได้...

 

 

 

 

 

แทฮยองทิ้งตัวลงกับที่นอนนุ่ม ฝังหน้าเข้ากับหมอนใบโตดิ้นขลุกขลักๆอยู่สักพักจนหมดแรงผลิกตัวนอนหงายแผ่เต็มเตียงกว้าง อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเขิน แค่ขนลุกเฉยๆ

 

 

 

 

 

เหมือนจะหมดฤทธิ์แต่ก็ไม่ อยู่ๆร่างบางสปริงตัวลุกขึ้นไปนั่งข้างเตียง มือบางเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนที่ครั้งก่อนโยนทิ้งริมทะเลดีที่เจโฮปเก็บมาให้ เจโฮปอีกแล้ว .. เลิกๆๆเลิกสนใจไปก่อน วันที่เขาโทรหาฮยอกมินเหมือนจะเห็นข้อความที่ถูกส่งมาจากจินในตอนนั้นตัวเขาเองไม่ได้สนใจ แต่ตอนนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาอยากรู้เนื้อความด้านในที่ยังไม่เคยเปิดอ่าน

 

 

 

 

 

JIN

XX/XX/XX

04.37AM

 

 

 

 

 

หนีไปแบบนี้คิดว่าแล้วหรอ มั่นใจในสิ่งตัวเองรู้มากแค่ไหนถึงได้หนีไปอย่างขี่คลาดแบบนี้ ถ้าอยากรู้เรื่องจริงโทรกลับมา ...อย่างกล้าหาญ

 

 

_____________________________________

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

เมื่อวานแฝดสามไม่อยู่กวนถือเป็นความสงบสุชยิ่งใหญ่ของแทฮยองและโฮซอก เขาว่ากันว่าความสุขมักจะไปเร็วครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อเช้าแทฮยองที่เพิ่งนอนไปตอนตีสองกว่าๆเพราะมัวแต่คุยกับจินเพลินไปหน่อยถูกปลุกด้วยลูกหมูสามตัวอีกเช่นเคย กระโดดโลดเต้นไปมาพร้อมกับคำว่าสวนสัตว์เจโฮปเองก็ไม่ต่างกันมากนัก ด้วยเหตุนี้ทั้งห้าจึงมาอยู่ในสวนสัตว์ชื่อในแถบนั้น

 

 

 

 

 

รีบๆไปดูจะได้รีบๆกลับสักที

 

 

 

 

 

แทฮยองแสดงอาการหงุดหงิดตั้งแต่มาถึง ร่างกายที่พักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลให้อารมณ์ค่อนข้างจะไม่คงที่ อีกทั้งเรื่องที่คุยกับจินเมื่อคืนนั้นก็ทำให้เขางี่เง่าเข้าไปใหญ่

 

 

 

 

 

มาอยู่ก็ตั้งนานละ ทำไมไม่พูด

 

 

 

 

 

ร่างบางเหลือบมองโฮซอกทีกำลังทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของแฝดสามอยู่ หน้างออัตโนมัติเมื่อคิดถึงสิ่งที่จินพูด ช่วยเขาไว้ ทั้งหมดเป็นแผนการกำจัดแจคสันถาวร ด่าไว้ตั้งเยอะ โกรธตั้งมากมายกลายเป็นมีบุญคุณซะงั้น มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ!

 

 

 

 

 

จังหวะเดียวกันโฮซอกเงยหน้ามามองร่างบางที่กำลังฟึดฟัดอยู่ สายตาทั้งสองสบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เป็นแทฮยองที่สะบัดหน้าไปทางอื่น อารมณ์นี้ไม่มีตื่นเต้น เขินอายอะไรทั้งนั้น หงุดหงิดเพียวๆร้อยห้าสิบดีกรีเลยล่ะ

 

 

 

 

 

สะบัดหัวขนาดนั้นระวังคอเคล็ดนะพี่นักเลง

 

 

 

 

 

มินกุกผู้อยู่ในเหตุการณ์เดินมาสะกิดแทฮยอง ทำเอาโฮซอกที่กำลังงงที่โดนเมินถึงกับหลุดหัวเราะ ใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นเรื่องเมื่อวานทำร่างบางเขินยาวมาถึงวันนี้

 

 

 

 

 

ไม่ต้องพูดมาก ตามกูมาให้หมดเดี๋ยวกูนำเที่ยวเองแทฮยองหมันไส้กับคำพูดที่เหมือนจะไร้เดียงสาแต่ก็กวนทีนอยู่ในที ร่างบางคว้ามือป้อมของมินกุกมากุมไว้แล้วออกเดินนำปล่อยให้เจโฮปพาแทฮันและมันเซเดินตามมาทีหลัง

 

 

 

 

 

โดยปกติไปสวนสัตว์กับเด็กน้อยผูกปกครองมักจะพาเด็กๆไปดูตัวอะไรน่ารัก ไม่อันตรายมากนักอย่างเช่น นก ช้าง ม้า ยีราฟ แมวน้ำอะไรเทือกๆนั้นแต่ไม่ใช่กับแทฮยอง เพราะคำพูดของมินกุกร่างบางจึงตั้งใจจะสั่งสอนเสียหน่อย ร่างบางหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาด ป้ายใหญ่ถูกเขียนไว้ว่าอาคารสัตว์เลื่อยคลานแฝดสามยังคงแสดงท่าทางตื่นเต้นต่างจากคนตัวสูงอีกคนที่ยืนนิ่งแต่หน้านี่ซีดนำไปละ

 

 

 

 

 

เหมือนจะมีตัวแถม J

 

 

 

 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงแทฮยองผลักประตูเดินเข้าไปในอาคารพบบรรดาสัตว์น้อยน่ารักเรียงรายภายในตู้กระจก แฝดสามวิ่งไปดูตรงโน้นที่ ตรงนี้ทีอย่างตื่นตาตื่นใจ นิ้วป้อมชี้โบ้ชี้เบ้ไปในตู้บ้าง หันมาเรียกคนอื่นไปดูบ้าง ทั้งสามดูจะสนุกสนานเหลือเกินเหนือความคาดหมายของร่างบางที่คิดว่าทันทีที่เข้ามาต้องร้องจ้าขอกลับบ้านแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้เสียเที่ยวซะทีเดียวเมื่อมีคนๆนึงกำลังแสดงอาการแบบที่ร่างบางปรารถนา โฮซอกยังคงยึดหลักอยู่ที่หน้าประตู

 

 

 

 

 

ทำอะไรอยู่ตรงนั้น มาช่วยดูน้องหน่อยสิแทฮยองแสร้งทำเป็นพูดดีด้วยหวังให้อีกฝ่ายตายใจ ร่างหนาค่อยก้าวไปหาแทฮยองที่เรียกให้เขาไปช่วย หางตาทั้งสองข้างประเมินระยะทางจากตู้โชว์บรรดาสัตว์ต่างๆทั้งสองฝั่ง ประมวณผลและพยายามก้าวเดินไประหว่างกลางของทั้งสองข้าง

 

 

 

 

 

กลัวหรอเห็นแบบนั้นก็อดแซวไม่ได้

 

 

 

 

 

ปะ ป่าวโฮซอกปฏิเสธทันทีทันควัน

 

 

 

 

 

คึคึ

 

 

 

 

 

ปากบอกไม่กลัวแต่ตัวงี้สั่นเชียว

 

 

 

 

 

สวัสดีจ้าเด็กๆ ดูสิ๊พี่สาวพาใครมา

 

 

 

 

 

พี่สาวเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินออกมาจากห้องสต๊าฟพร้อมกับสัตว์เคลื่อนคลานที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ งูเหลือมตัวเป้งยาวเกือบสามเมตรได้ แทฮยองยิ้มกริ่มรอดูปฏิกิริยาของแต่ละคน ถึงเด็กๆจะไม่กลัวไอพวกในตู้ ออกมาตัวเป็นๆแบบนี้มีผวากันบ้างแหละ ส่วนอีกรายไม่ต้องพูดถึง ในตู้ยังกลัวนับประสาอะไรกับการใกล้ชิดระยะสี่มิติขนาดนี้

 

 

 

 

 

พี่แท ตัวไรอะแทฮันที่ดูตัวอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ๆวิ่งมาถึงตรงที่เขาอยู่เป็นคนแรก ปากถามมือก็เอื้อมไปจับลำตัวของงูเป็นที่แล้วเรียบ ยังมีการหันมาทำหน้าสงสัยอีก

 

 

 

 

 

กับแทฮันไม่ได้ผลหรอเนี่ย

 

 

 

 

 

งู งูที่น่ากลัวๆอะ

 

 

 

 

 

น่ากลัวตรงไหน สีสวยจะตาย -_- ...มินกู๊กกี้ มันเซยา มาดูงูจิ งู้วววว

 

 

 

 

 

แทฮันไม่สนใจในสิ่งที่แทฮยองกำลังบิ้ว หันไปเรียกน้องชายทั้งสองมาร่วมชื่นชมสิ่งมีชีวิตสีเหลืองทองนี่ด้วยกัน ไม่ถึงครึ่งนาทีแฝดสามที่กระจัดกระจายก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

 

 

 

 

 

งู้วววว ไม่เคยเห็นตัวจริงเลยนะเนี่ยมันเซมาถึงก็ถลาเข้าหางูแบบไม่สนใจสิ่งรอบข้างใดๆมือป้อมพยายามเอื้อมคว้าหัวของเจ้างูมาดูแต่ก็ไม่ได้สักทีพี่สาวฮะ มันเซอยากดูหน้างูอ่า

 

 

 

 

 

มันเซอยากดูหน้าหรอ นี่ไงๆ สวัสดีฮะซงมันเซ

 

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่จับหัวงูมาให้มันเซดูใกล้ๆ แทนที่จะตกใจมันเซยื่นหน้าเข้าไปใกล้มันอีกราวกับจะสบตาสื่อหัวใจกันให้ได้ ใกล้ชิดขนาดนี้ถึงไม่ทีพิษก็เริ่มกังวลแล้วสิ

 

 

 

 

 

ตัวใหญ่จัง

 

 

 

 

 

มินกุกพึมพำอย่างทึ่งๆ คนตัวเล็กเองก็มาถึงในเวลาไล่เลี่ยกับมันเซแต่เหมือนว่าแฝดคนกลางยังคงยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆข้างๆโฮซอก ทิ้งระยะระหว่างตัวเองกับงูไว้แต่ก็ไม่ได้แสดงทีท่าว่ากลัวอะไรต่างจากพี่ชายตัวสูงอีกคน ที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างปิดไม่มิด

 

 

 

 

 

แทฮันผละมือจากการลูบคลำลำตัวของสิ่งมีชีวิตสีเหลืองสวย เดินไปสมทบกับมันเซที่กำลังทำความรู้จักกับเจ้างูอยู่ ก่อนที่จะแบมือทั้งสองออกในท่าขอร้อง อุ้ม..”

 

 

 

 

 

แทฮยองอ้าปากค้างยอมใจกับความกล้าของแฝดทั้งสอง นี้พวกเขาไม่รู้หรือไงว่างูมันน่ากลัว

 

 

 

 

 

อ๋าาา... พี่ดำจะเอาคุณงูไปไหนนน

 

 

 

 

 

คุณงูสีเหลืองสวยของแทฮัน แทฮันจะเอากลับบ้าน พี่แทเอาคุณงูคืนมานะ

 

 

 

 

 

ชักจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาคิดไว้แทฮยองต้องการจะแก้สถานการณ์ ในระหว่างที่พนักงานสาวกำลังจะทำตามคำขอร้องของแทฮัน ร่างบางเข้าขวางไว้มือบางอุ้มเจ้าสัตว์เลื้อยคลานตรงไปยังเด็กแฝดคนกลางที่มีท่าทีกล้าๆกลัวๆพอให้เห็นบ้างท่ามกลางเสียงคัดค้านของสองแฝดที่กำลังเพลิดเพลินกับเพื่อนใหม่ จนแทฮยองวางงูเหลือมตัวโตลงให้พาดคอกลมของแฝดคนกลางนั้นแหละทั้งคู่ถึงได้เงียบเสียงลง ขาเรียวก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างพอเหมาะเพื่อรอชมปฏิกิริยาที่ตนปรารถนา

 

 

 

 

 

ร้องสิ ร้องเลย

 

 

 

 

 

Lมันเซเริ่มเบะปาก ตากลมโตจ้องไปยังพี่ชายนักเลงที่เพิ่งถอยไปเมื่อครู่อย่างขอความช่วยเหลือ มือป้อมพยายามคว้าคนที่อยู่ข้างๆแต่ไร้วี่แวว จะมีได้ไงในเมื่อโฮซอกทิ้งระยะห่างเสียกว้างตั้งแต่ร่างบางขยับเข้ามาใกล้ทั้งคู่อย่างรู้งาน

 

 

 

 

 

แบบนั้นแหละ

 

 

 

 

 

แหกปากดังๆ

 

 

 

 

 

“..พี่นัก ..เลงแฝดคนกลางเรียกพี่ชายตรงหน้าๆและการคว่ำปากของคนตัวเล็ก

 

 

 

 

 

กลัวหรอมินกุก ขอโทษสิ สัญญากับกูสิว่าจะไม่พากันมากวนเวลากูนอนอีกแล้วแทฮยองก้าวเข้าไปใกล้อีกครั้ง มือบางวางลงบนหัวกลมของคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ นี่สิสิ่งที่เขาต้องการ บทลงโทษที่บังอาจมากวนเวลานอนอันแสนมีค่าของเขา

 

 

 

 

 

ฮรึก... มินกุกหนัก

 

 

 

 

 

เพล้ง..

 

 

 

 

 

แตกแหลกละเอียดเป็นเม็ดทราย

 

 

 

 

 

แทฮยองชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อได้ฟังเหตุผลเรียกน้ำตาของมินกุก โฮซอกที่มีท่าทีกลัวอยู่ไกลๆยังหลุดยิ้มลืมกลัวกับบทสนทนาของทั้งคู่ ตากลมตวัดฉับไปยังคนที่ดูจะมีความสุขเกินเหตุไปหน่อยก่อนจะเกิดความคิดดีๆขึ้นมา

 

 

 

 

 

น้องมันไม่กลัว แต่มีคนอื่นที่กลัวนี่นา..

 

 

 

 

 

พี่โฮปลองอุ้มหน่อยเป็นไง

 

 

 

 

 

สรรพนามที่แม้แต่ในฝันโฮซอกก็ไม่คิดว่าจะได้ยืนหลุดออกมาจากปากเรียว อีกทั้งการยกยิ้มที่ดูหวานเชื่อมเสียจนร่างหนาเสียวสันหลังวาบ สัญชาตญาณกำลังกรีดร้องอยู่ภายในจิตใจให้ก้าวออกไป หนีออกไปจากตรงนี้ก่อนที่หายนะใหญ่จะมาเยือน โฮซอกถอยหลังอัตโนมัติเมื่อมือบางเอื้อมลงไปอุ้มสัตว์ลายทางสีเลืองอ่อนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

“..มะ ไม่เอาหน่า

 

 

 

 

 

นิดนึงหน่า..”แทฮยองย่างสามขุมเข้าไปช้าๆอย่างใจเย็นแต่ก็แอบกดดันอยู่ในที เหยื่อที่ชื่อโฮซอกกำลังถูกต้อนจนเกือบจะจนมุม ร่างหนาถอยไปจนหลังชิดกับตู้โชว์สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งที่ตอนนี้เจ้าตัวไม่คิดจะสนใจกลัว อย่างน้อยมันก็ยังอยู่ในกระจกไม่ใช่ตัวเป็นๆภาพชัดระดับ4Kขนาดนี้ อีกมาไม่นานก็จะมาทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และที่น่ากลัวที่สุดคงหนีไม่ผลสัมผัสโชว์แมนหน่อย ไม่อายน้องหรอ

 

 

 

 

 

คำพูดเชิงดูถูกของร่างบางทำเอาคนขี้กลัวหน้าชา

 

 

 

 

 

ใจน่ะอยากหนี แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

 

 

 

 

 

งั้นพาดมาเลย!”

 

 

 

 

 

ตามคำเรียกร้อง

 

 

 

 

 

แทฮยองทำตามคำขอของอีกฝ่ายด้วยควาดเต็มใจก่อนจะถอยออกมาเว้นระยะรอดูปฏิกิริยาเช่นเดียวกับที่ทำกับมินกุก แต่ครั้งนี้แทฮยองมั่นใจมากว่าจะได้เห็นปฏิกิริยาที่ตนเองต้องการ

 

 

 

 

 

“...!! ว๊ากกก มัน.. มันเลื้อยลงไปแล้ววววว &×#&×:’&×’£#,’*#*’&#* ตรงนั้น... ตรงนั้นไม่ได้นะเว้ย

 

 

 

 

 

ไม่ถึงครึ่งนาทีปฏิกิริยาตอบรับที่แทฮยองรอคอยมาตลอดก็ปรากฎขึ้นสมใจ โฮซอกแหกปากลั่นลืมมาดผู้คุมที่เคยคุกคามแทฮยองมาตั้งแต่เดือนก่อน ลืมมาดผู้ชายจริงจัง อบอุ่นเป็นบางครั้งที่แทฮยองสัมผัสมันบ่อยๆในช่วงหลายวันนี้ ตอนนี้มีแค่เด็กชายโฮจ๊อกจามขวบที่กำลังแหกปากส่งเสียงดังลั่นตึกด้วยความกลัวเมื่อเจ้างูเหลือมตัวโตกำลังเลื้อยไปทักทายโฮจ๊อกน้อยที่อยู่เบื้องล่าง

 

 

 

 

 

 เอา มัน ออก ไป ! ! !”

 

 

_____________________________________

 

 

 

ทีนี้เอาไงต่อ

 

 

 

 

 

โฮซอกถามขึ้นเมื่อทริปนี้ที่เคยมีกันห้าคนปัจจุบันเหลือเพียงสอง เนื่องจากแฝดสามต้องไปเยี่ยมญาติ(อีกแล้ว)กระทันหันเพิ่งขึ้นรถกลับไปเมื่อครู่ แผนการเล่นสนุกของแทฮยองเป็นอันต้องพับเก็บไปเมื่อเหลือกันแค่สองคน ครั้นจะให้กลับบ้านไปตอนนี้ก็ไม่พ้นต้องอยู่ร่างหนาตามลำพังในบ้านหลังเล็กๆนั่นอีก สู้อยู่ท่ามกลางผู้คนจะดีกว่า ..ดีกับหัวใจแทฮยองมากกว่า

 

 

 

 

 

จะดูอะไรได้อีกไหมล่ะ เดี๋ยวตุ๊ดแตกอีกหรอก

 

 

 

 

 

ได้ทีแทฮยองรีบล้อเลียนอีกฝ่ายใหญ่ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งพักกันอยู่ร้านเบอร์เกอร์ยี่ห้อโปรดของแทฮยอง หลังจากเหตุการณ์โฮซอกแหกปากลั่นไปทั่วทั้งอาคาร นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมสารพัดสัตว์ในอาณาบริเวณนั้นก็แตกตื่นกันไปตามๆกัน เจ้าของแผนการณ์เลยจำต้องหยุดความสนุกส่วนตัวไว้เพียงเท่านั้นระเห็จตัวเองและทั้งสี่ออกมาก่อนที่พนักงานในนั้นจะรับประทานหัวเอา

 

 

 

 

 

“-_-“

 

 

 

 

 

เออๆไม่ล้อแล้วก็ได้แทฮยองยกธงขาวกลายๆเมื่อคนถูกล้อทำหน้าตาไม่สบอารมณ์ใส่เป็นครั้งแรก แอบเงิบเบาๆเหมือนกันกับท่าทีของอีกฝ่าย ตามปกติมันต้องเป็นเขาไม่ใช่หรอที่แสดงอาการหงุดหงิดกับทุกสรรพสิ่ง นี่เราสลับอิมเมจกันเมื่อไหร่ไม่ทราบ

 

 

 

 

 

“...”โฮซอกยังคงทำหูทวนลม ยกเบอร์เกอร์ขึ้นมากัดเงียบๆอยู่เช่นเดิม

 

 

 

 

 

นี่.. ไปขี่นกเป็ดน้ำไหมร่างบางชี้ออกไปยังทิศทางด้านหลังของคนตรงข้ามนอกบานกระจกใสของร้าน ฉีกยิ้มกว้างที่เจ้าตัวคิดว่าร่าเริงที่สุดแล้วในชีวิตนี้ ตอนเห็นวัตถุสีสดใสลอยอยู่กลางน้ำถัดจากร้านที่ทั้งคู่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก จึงเกิดความคิดดีๆในการทำให้อีกคนอารมณ์ดีขึ้น

 

 

 

 

 

ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังพยายามง้อ

 

 

 

 

 

ทำไมอยากรื้อฟื้นความหลังหรอ

 

 

 

 

 

คนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับของกินในมือชะงักนิดหน่อยกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน สองมือวางเบอร์เกอร์ลงบนถาดหันหลังไปมองตามทิศทางที่แทฮยองชักชวนก่อนจะหันกลับมายังที่เดิม มือเท้าคาง เลิกคิ้วจ้องมองร่างบางด้วยรอยยิ้มในแบบที่แทฮยองรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่ มันดูคุกคามเหนือกว่าและกวนประสาท ไม่ต้องบอกแทฮยองก็รู้ว่าอีกฝ่ายพยายามจะสื่อถึงอะไร

 

 

 

 

 

เรื่องวันนั้นไง

 

 

 

 

 

ที่สวนสนุก

 

 

 

 

 

กวนประสาทได้เหมือนเดิมแล้วหนิริมฝีปากที่ปั้นยิ้มเมื่อครู่หุบลงแทบจะทันทีกับท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างของอีกฝ่าย คราวนี้เป็นแทฮยองบ้างที่ยกเบอร์เกอร์ขึ้นมาอ้าปากกว้างแล้วกัดลงไปที่ชิ้นขนมปังเต็มคำ ฉีกดึงออกมาแรงๆจงใจระบายความหงุดหงิดให้คนกวนประสาทได้เห็น

 

 

 

 

 

ก็ไม่ได้เป็นไรอะไรสักหน่อย

 

 

 

 

 

เชื่อตาย

 

 

 

 

 

ทำไม เป็นห่วงหรอท่าทีน่ารักๆจากคนตรงหน้ายิ่งทำให้เขาอยากแกล้งเข้าไปใหญ่ ถึงไม่ได้พูดหรือแสดงออกอะไรแต่เขาก็สังเกตได้ว่าวันนี้คนตรงหน้าดูแปลกไปจากทุกวัน เมื่อเช้าทำเมินไม่ยอมคุยกันดีๆแต่ไหง๋ตอนนี้ถึงได้ยอมอ่อนข้อให้กันเสียเฉยๆ โฮซอกเอี้ยวตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ไม่สนสิ่งกีดขวางระหว่างทั้งคู่ ไอทีแรกแทฮยองเหมือนจะเผชิญหน้าไม่หลบตาแต่พอใกล้เข้าๆกลับถอยไปตั้งหลักเสียอย่างนั้น

 

 

 

 

 

ไร้สาระ

 

 

 

 

 

…”

 

 

 

 

 

โฮซอกกวนประสาทมาแทฮยองตอกกลับด้วยคำพูดแรงๆที่ใช้เป็นประจำ เปิดศึกต่อปากต่อคำอย่างเป็นทางการแต่อยู่ๆคนเริ่มเรื่องกลับนิ่งเงียบ เอนตัวกลับไปยังพนักพิงเช่นเดิม ไม่มีสายตาหรือสีหน้าหงุดหงิดเหมือนครั้งก่อน ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแทฮยองแอบเห็นความผิดหวังในดวงตาของอีกฝ่าย บรรยากาศดิ่งลงกระทันหันทำเอาแทฮยองเงิบไปอีกทีแล้วก็กลับเข้าลูบเดิม

 

 

 

 

 

ก็แค่ไม่ชิน

 

 

 

 

 

แววตาผิดหวังกับท่าทีผิดแปลกไปจากทุกวันนั่นแหละที่ทำให้แทฮยองกระวนการวายใจจนทำตัวไม่ถูก หากว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้คุยกับจินคงไม่ได้รู้เรื่องจริงที่เขาเข้าใจผิดมาตลอดและไม่มีทางรู้สึกสับสน พูดหรือทำอะไรเหมือนง้ออีกฝ่ายแบบนี้หรอก

 

 

 

 

 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนของเจโฮป

 

 

 

 

 

ไม่ชินอะไร

 

 

 

 

 

ก็ที่อยู่ๆมึงก็แปลกไป แล้วก็ที่อยู่ๆไม่ยอมเรียก ชื่อกันแทฮยองตอบโดยไม่ต้องคิด ต้นประโยคเสียงดังฟังชัดน้ำเสียงปนหาเรื่องอยู่กลายๆแต่พอเข้าช่วงกลางประโยคกลับแผ่วลงๆ ยิ่งช่วงท้ายเจ้าตัวกลับหยุดไปเสียดื้อๆเหมือนกับกำลังช่างใจ สักพักถึงค่อยต่อความตั้งใจเดิมด้วยเสียงที่เบาราวกับกลัวใครได้ยิน

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

“…”

 

 

 

บรรยากาศเงียบชวนอึดอัดเข้าปกคลุมบริเวณทั้งคู่แทบจะทันทีที่แทฮยองพูดจบประโยค โฮซอกมีสีหน้าที่อ่อนลงแต่ยังคงเงียบอยู่อย่างนั้น แทฮยองเองก็ยังคงรอฟังคำตอบของอีกฝ่ายด้วยความคลางแคลงใจ พูดกันสองคนยังพอทำใจไม่คิดได้แต่ขนาดในสถานการณ์บังคับที่จำเป็นต้องเรียกชื่อก็ยังเลี่ยงไปใช้คำที่ดูห่างเหินแทน แม้ว่าเรื่องนี้จะดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับการดูแลเอาใจใส่ที่โฮซอกมอบให้แทฮยองแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง แต่ร่างบางก็ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้

 

 

 

 

 

ไม่ชอบให้เรียกไม่ใช่หรือไงราวๆเกือบห้านาทีกว่าที่โฮซอกจะยอมบอกถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจไม่เรียกชื่อของร่างบางอย่างเคย เป็นไปตามอย่างที่คิดแทฮยองมีสีหน้าแย่ลง เขาได้ยินเสียงฮึดฮัดจากลมหายใจของคนตรงหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิดแค่ไหนกับเหตุผลที่เพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่

 

 

 

 

 

ผ่านมากี่เดือนแล้ว ทำไมเพิ่งรู้ว่าไม่ชอบให้เรียกน้ำเสียงสั่นเหมือนพยายามข่มอารมณ์ดังมาจากริมฝีปากบาง จากเคยหลบตาเพราะไม่มั่นใจตอนนี้แทฮยองกำลังมองฝ่ายตรงข้ามเต็มสองตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แทฮยองกำลังรู้สึกเหมือนโดนอีกฝ่ายประชดประชัน

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

ทีกูขอตายมึงไม่ตาย แค่กูบอกว่าไม่ให้เรียกทำเป็นเชื่อ

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

เออ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด

 

 

 

ยิ่งพูดก็เหมือนสาดน้ำเข้าขึ้นฟ้าสุดท้ายก็มีแต่ตัวเองมีแต่เปียกกับเปียก หลังจากประโยคนั้นโฮซอกก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆ คนที่เจ็บกับคำพูดนั้นมีเพียงแค่เขา สองมือตบลงบนโต๊ะอย่างเหลืออดดันตัวลุกขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงส่งเสียงลั่นไปทั่วร้าน สายตาของผู้คนต่างให้ความสนใจแต่แทฮยองไม่แคร์ ริมฝีปากบางเม้นแน่นจนเกือบจะเป็นเส้นตรง ใจอยากคว้าอะไรใกล้ๆมือขว้างใส่ให้หายแค้นด้วยซ้ำแต่ในความเป็นจริงแทฮยองทำได้เพียงหมุนตัวและก้าวออกมาจากตรงนั้น

 

 

 

 

 

ที่ไม่เรียกเพราะกลัวว่ามึงจะเป็นแบบวันนั้นอีกไง

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

เดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าวคนที่เงียบมาตลอดรั้งร่างบางไว้ด้วยความนัยในคำพูด แทฮยองรู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร ร่างบางยืนนิ่งเพื่อรอฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดแต่ก็ไม่ได้หันกลับมาเผชิญหน้าแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

มึงพูดกับกูด้วยน้ำตานองหน้า ร้องไห้เหมือนกับจะขาดใจอยู่ตรงนั้นมึงคิดว่ากูควรทำยังไง

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

แทฮยองไม่ได้คิดไปเอง เขากำลังรู้สึกว่าโฮซอกขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาใกล้ในจุดที่เขายืนอยู่ในทุกประโยคที่เขาพูด มือบางรวบเข้าหากันเผลอกำแน่น ริมฝีบางปากยังคงเม้มสนิทด้วยหลากหลายความรู้สึกหลากหลายตีวนกันอยู่ในหัว

 

 

 

 

 

มึงคิดว่ากูไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงเวลาที่ได้ยินพี่มึงหรือไอเด็กแฝดพวกนั้นเรียกชื่อมึงอย่างสนิทใจตลอดเวลา แต่กูยอม…”

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

ใกล้เข้ามาอีกแล้ว

 

 

 

 

อะไรที่รักษามึงไว้ ต่อให้ฝืนใจกูแค่ไหน กูก็จะทำ

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

รวมถึงตอนนี้ด้วย

 

 

 

“…”

 

 

 

อีกแล้ว

 

 

 

วันนั้นมึงอาจจะได้ยินไม่ชัด แต่กูเสียมึงไปไม่ได้จริงๆแทฮยอง

 

 

 

“…”

 

 

 

กูทนเห็นคนที่กูรักหายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก

 

 

 

 

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่โฮซอกมาหยุดอยู่ด้านหลัง ร่างหนากระซิบแผ่วเบาข้างหูแต่กลับสว่างชัดในความรู้สึก แทฮยองยืนนิ่งเหมือนถูกสต๊าฟ จบประโยคมือหนาเอื้อมคว้าข้อมือบางไว้ก่อนจะพาตัวเองออกไปจากร้านโดยที่แทฮยองเดินตามออกมาเงียบๆ ไม่มีคำพูดหรืออาการขัดขืนใดจากร่างบาง ตอนนี้แทฮยองอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังหายใจอยู่หรือเปล่า

 

 

 

 

 

ลืมไปแล้ว แทฮยองลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้ตัวเองโกรธโฮซอกเรื่องอะไร

 

 

ลืมไปหมดแล้วว่าเมื่อครู่กำลังพูดเรื่องอะไรกัน

 

 

แทบจะลืมด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร

 

 

สิ่งเดียวที่ได้ยินในตอนนี้คือ เสียงหัวใจที่กำลังรัวอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในอก

 

 

สิ่งเดียวที่รู้สึกในตอนนี้คือ เหมือนมีผีเสื้อนับร้อยนับพันที่บินวนอยู่ในช่องท้อง

 

 

สิ่งเดียวที่จำได้ในตอนนี้คือ น้ำเสียงจริงจังที่ใช้พูดประโยคนั้น

 

 

กูทนเห็นคนที่กูรักหายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก

 

 

 

แทฮยองไม่แม้แต่จะคิดถึงคำนี้เลยด้วยซ้ำ คำว่ารักมันยิ่งใหญ่และรวดเร็วเกินไปที่จะใช้มัน คราวนั้นที่ทะเลาะกันเจโฮปเลือกใช้คำว่าชอบมาแทนความรู้สึกที่มีต่อเขา เป็นเพียงไม่กี่คนพยายามยัดเหยียดและข่มเขาด้วยคำว่าเคะตั้งแต่แรกเจอ แทฮยองมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เข้าใกล้กับคำนิยามนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่คนตัวเล็กค่อนข้างแคระตามแบบฉบับตำราเคะที่ได้บันทึกไว้ ส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบแปดที่แสนจะภาคภูมิใจ ยังไม่นับเสริมส้นไอเท็มสำคัญนั่นอีก ไม่ได้ผิวขาวใสจนใครๆต้องชื่นชมสีออกจะน้ำผึ้งค่อนไปทางแทนเสียด้วยซ้ำ ภาษาชาวบ้านบัญญัติไว้ว่าดำนั่นแหละ เสียงไม่ได้แหลมเล็กมันทั้งต่ำและทุ้มแบบที่ทำให้สาวๆหลงได้ไม่ยาก ใบหน้าที่ใครๆก็บอกว่าราวกับสวรรค์ปั้นให้ มันดูหล่อมากกว่าน่ารัก แต่เมื่อโฮซอกเข้ามาความภูมิใจที่เขาพยายามก่อมันขึ้นมาทีละชั้นๆ กำแพงทั้งหมดที่พยายามสั่งสมมาถูกทำลายลงโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว ไหนจะคืนก่อนที่จะเกิดเรื่องนั่นอีก แทฮยองพยายามบอกตัวเองตลอดมาว่าเรื่องราวเหตุการณ์ทั้งหมดมันเพียงเป็นผลจากฤทธิ์ยาไม่มีอะไรมากกว่านั้น การที่โฮซอกตามเขามาที่คยอซังเพียง การดูแลเอาใจใส่เขาตลอดอาทิตย์ทำไปเพราะอยากไถ่โทษในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ เขาสบายใจที่จะคิดแบบนั้น ก่อกำแพงตัวเองขึ้นมาใหม่เพื่อป้องกันตัวเอง

 

 

 

 

 

แล้วโฮซอกก็ทำลายมันลงอีก

 

 

 

 

 

แดดไม่ร้อนมาก เดินเล่นกันไหมโฮซอกพูดขึ้นหลังจากพากันเดินออกมาได้สักพัก เสียงเรียบของอีกฝ่ายเรียกสติให้คนข้างหลังหลุดจากภวังค์ แทฮยองมองแผ่นหลังกว้างด้วยแววตาสั่นไหว เสียงหัวใจที่เพิ่งจะเบาลงกลับมาถี่รัวอีกครั้งเมื่อเหลือบไปเห็นมือหนาเลื่อนมากระชับมือเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดในอีกไม่ช้า

 

 

 

“...”

 

 

 

แทฮยองโฮซอกเรียกชื่อคนข้างหลังเมื่อเห็นว่าคำถามที่ถามไปไม่ได้รับการตอบรับจากอีกฝ่าย สองขาหยุดทำหน้าที่ของมันเพื่อที่จะหันไปดูว่าร่างบางยังโอเคอยู่ไหม

 

 

 

 

 

อย่าเพิ่งหันมานะเหมือนล่วงรู้ความคิด แทฮยองออกปากห้ามพลางยกมือข้างที่ว่างอยู่ดันหน้าของโฮซอกไว้ก่อนที่จะเจ้าตัวจะได้ทำตามความคิด ด้วยส่วนสูงที่ไม่ห่างกันมากติดแทฮยองจะสู้กว่านิดหน่อยด้วยซ้ำดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

 

 

 

 

 

ทำไม

 

 

เออหน่า

 

 

 

 

โอเคๆ เดินเล่นแถวอีกสักพักค่อยกลับละกันในเมื่ออีกฝ่ายเลี่ยงไม่ตอบคำถาม โฮซอกเลยได้แต่เลยตามเลยไม่เซ้าซี้ถามอีก ออกเดินอีกครั้งโดยที่มือหนายังคงเนียนกุมมือบางไว้อย่างนั้น อมยิ้มน้อยๆกับปฏิกิริยาน่าเอ็นดูของคนข้างหลัง นานๆทีแทฮยองจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่รั้นกับเขา

 

 

 

 

 

ไม่เอาอยากกลับบ้าน

 

 

 

 

ชมได้ไม่เท่าไหร่ เด็กดีของโฮซอกก็เริ่มแผลงฤทธิ์อีกแล้ว มือที่ถูกกุมอยู่เริ่มขยับยุกยิกเบาๆพอให้เขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังประท้วงอิสระภาพของตัวเองอยู่ ร่างหนาหัวเราะในลำคอให้กับตัวเอง แฝดสามที่ว่าแสบ ที่ว่าซน เกรียนนักเกรียนหนาเมื่อเทียบกับแทฮยองแล้วยังรับมือง่ายกว่าเป็นร้อยเท่า

 

 

 

 

 

ไม่ให้กลั../บอกว่าอย่าหันมาไงเล่า!”แล้วทั้งคู่ก็ต้องหยุดเดินเป็นครั้งที่สอง โฮซอกเอี้ยวตัวกลับมาหมายจะย้ำความต้องการของตัวเองให้ร่างบางที่กำลังเอาแผลงฤทธิ์ได้ฟัง ไม่ทันจะถึงครึ่งทางดีมือบางคู่เดิมยกขึ้นผลักตัวเขาให้กลับไปยังทิศทางเดิม ปากอิ่มก็คอยเสริมด้วยคำพูดเอาแต่ใจ เป็นอีกครั้งที่โฮซอกต้องแอบหัวเราะกับตัวเอง

 

 

 

 

 

ไม่ให้กลับ ยังไงก็ไม่ให้กลับ กลับไปมึงก็หนีเข้าห้องแบบเมื่อวานอีก นานๆทีจะได้อยู่กันสองคนกูไม่ยอมเสียเวลาไปเปล่าๆเหมือนเมื่อวานหรอกร่างหนาสูดหายใจเข้าช้าๆแล้วจึงค่อยย้ำความต้องการของตัวเองทั้งๆที่ยังหันหลังอยู่แบบนั้นแหละ

 

 

 

 

 

จบประโยคยืดยาวโดยไร้ปฏิกิริยาตอบกลับของคนข้างหลังแต่ไออาการ ไร้ปฏิกิริยาตอบกลับนั่นแหละเขาถือว่ามันเป็นเครื่องยืนยันความรู้สึกของแทฮยองชั้นดี

 

 

 

 

 

แทฮยองไม่ชอบคนโกหก แต่กูก็ยังโกหกมึงหลายเรื่องเลย หนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องที่ทำให้มึงหนีมาอยู่ที่นี่โฮซอกเปลี่ยนประเด็นสนทนาหวังจะให้ร่างบางคล้อยตามและลืมความตั้งเดิมของตัวเองไปบ้าง มันได้ผลดีทีเดียวแทฮยองเงียบเหมือนรอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด เรื่องที่เขาควรจะอธิบายมันตั้งนานแล้วขอโทษนะที่ทำแบบนั้น

 

 

 

“…”

 

 

 

“…อ่อ! มีอีกอย่างที่โกหก เพิ่งทำไปสดๆร้อนๆวันนี้เลย

 

 

 

 

 

จนแล้วจนรอดโฮซอกก็ไม่ได้พูด ถึงจะตั้งใจไว้ว่าต้องอธิบายเรื่องแผนการทั้งหมดให้แทฮยองรับรู้ให้ได้แต่ไม่รู้ทำไมความรู้ของเขาถึงบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ควรเป็นเวลานี้ ร่างหนาข้ามหัวข้อตัวบทเสียดื้อๆ คนรอฟังเองก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรอาจเป็นเพราะหัวข้อใหม่ที่เขากำลังจะพูดมันให้รู้สึกกังวลเช่นเดียวกันมือที่เขากุมอยู่ถึงได้สั่นไหวจนรู้สึกได้

 

 

 

 

 

 ความจริงกูไม่ได้กลัวงูหรือสัตว์เลื้อยคลานโง่พวกนั้นหรอก มึงก็น่าจะจำตอนยองแจได้หนิ กูเห็นมึงมั่นใจมากว่าไอสามแฝดนั้นจะกลัวงู พอเห็นความพยายามของมึงแล้วกูก็ไม่อยากให้มันสูญเปล่าก็เลย...”

 

 

 

ผลั๊วะ!

 

 

 

โอ้ยยย เจ็บ ตบหัวกูทำไมโฮซอกร้องเสียงหลง มืออีกข้างยกขึ้นกุมหัวโดยอัตโนมัติทันทีที่รู้สึกเหมือนมีของหนักๆมากระแทกอย่างแรง หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ส่งมอบความเจ็บปวดให้แก่เขาเมื่อครู่ อย่างที่คิด ตอนนี้หน้าแทฮยองบูดเป็นตูดเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

            กูจะกลับบ้าน!”แทฮยองตะโกนเสียงดัง สบัดข้อมือแรงๆเพื่อจะได้หลุดจาการเกาะกุมของมือปลาหมึกที่น่าโมโหที่สุดในโลก มันไม่ใช่เรื่องน่าโมโหก็จริง แต่มัน.. แต่มัน เสียเซลฟ์!

 

 

 

 

 

ไม่ให้กลับ

 

 

 

 

 

มึงนี่มัน!!”ยิ่งสบัดเท่าไหร่การเกาะกุมของมือหนาก็เหมือนจะยิ่งแน่นขึ้นเท่านั้น แทฮยองโวยวายใส่คนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ต่างจากโฮซอก เขาคอยๆเผยยิ้มกว้างราวกับล่วงรู้อะไรอะไรบางอย่างที่ร่างบางพยายามปกปิด

 

 

 

 

 

อย่าบอกนะ ว่ามึงคิดว่าเรื่องที่กูโกหกคือเรื่องที่กูบอกรักมึงกลางร้านเบอร์เกอร์

 

 

 

“…”

 

 

 

อันนั้นไม่ได้โกหก กูรักมึงจริงๆ

 

 

 

แปร๊ดดดด

 

 

 

ถ้าจะให้อธิบายเสียงเม็ดเลือดแดงที่ถาโถมกันขึ้นมาประจำบนหน้าแทฮยองก็คงไม่พ้นเสียงนั้น ถือเป็นประโยคปลิดชีพที่มีอนุภาคที่สุดในนาทีนี้ แทฮยองที่กำลังแผลงฤทธิ์อยู่ถึงกับยืนอ้าปากพะงาบเพราะเถียงไม่ออก หน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึง

 

 

 

 

ให้ตายเถอะ เวลาเขินน่ารักชะมัด

 

 

 

ความน่ารักเป็นเหตุ มือหนาออกแรงดึงแรงๆให้คนที่กำลังเขินเสียหลักเซเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว การกระทำอุกอาจเรียกสติที่กระจัดกระจายของแทฮยองให้กลับเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง แต่เหมือนจะสายไปหน่อย ถึงจะได้สติคืนมาแต่ร่างกายกลับจมอยู่ในอ้อมกอดของจอมฉวยโอกาสแทน

 

 

 

 

 

ฮ้าาา หอมจังนะไม่ใช่แค่กอดเท่านั้น เจ้าของอ้อมกอดยังทำการสำรวจความหอมบนไหล่มนอีกด้วย

 

 

 

 

 

ไอสัสโฮปปปปป

 

 

 

 

 

แทฮยองตะโกนด่าสุดเสียงใส่คนที่กำลังทำรุ่มร่ามกับตัวเอง เท้าข้างหนึ่งยกขึ้นก่อนจะส่งแรงไปยังอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายอย่างแรง ความเจ็บปวดที่ได้รับทำเอาโฮซอกกระโดดโหยงเหยงเพียงระบายความเจ็บปวดและคลายอ้อนแขนปล่อยร่างบางเป็นอิสระโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันทีที่หลุดออกมาได้แทฮยองติดสปีด ใส่เกียร์ห้าตั้งท่าวิ่งหนีอย่างเดียวไม่หันกลับมามองคนเจ็บเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

คิดว่าหนีกูพ้นหรอแทฮยองโฮซอกทำเป็นตะโกนไล่หลัง ร่างหนาหยุดกระโดดเป็นจิงโจ้ยืนมองแผ่นหลังลิบๆของคนที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่ด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

 

ว๊า.. โกหกอีกแล้ว

 

 

 

แทฮยองน่ะเวลาเขินน่ารักก็จริงแต่เวลาเหวี่ยงน่ารักกว่า มาก

 

 

____________________________________

 

 

หลังจากหนีรอดจากกรงเล็บม้าออกมาได้อย่างหวุดหวิดแทฮยองตรงดิ่งกลับบ้านทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด โชคดีที่แบคฮยอนไม่อยู่บ้านเขาจึงผ่านด่านร้อยคำถามในสามนาทีมาได้ ยิ่งกลับมาคนเดียวด้วยแล้วคำถามแรกที่จะโดนคงไม่พ้น เจโฮปไปไหนเป็นแน่ แทฮยองก้าวยาวๆเข้ามาในบ้านที่เคยปลอดภัยด้วยความเร่งรีบตรงไปยังห้องนอน สถานะการณ์คล้ายคลึงกับเมื่อวานราวกับ copy-paste เจ้าตัวไม่ลืมที่จะลงทั้งกลอนและลูกบิด เช็ดความเรียบร้อยอย่างระเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าใครอีกคนที่อาศัยอยู่ห้องข้างๆไม่สามารถเข้ามาวอแวได้เด็ดขาด

 

 

 

 

 

สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกับที่ถูกทิ้งร้างเมื่ออาทิตย์ก่อนถูกหยิบขึ้นมาโดยเจ้าของของมัน นิ้วเรียวกดยุกยิกสองสามทีก่อนจะยกขึ้นแนบหู ต่อสายหาเจ้าของรายชื่อบนสุดไม่สนว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ คนปลายสายจะเรียนอยู่หรือไม่ ตอนนี้แทฮยองร้อนใจคนเดียวที่ช่วยได้มีแต่เขาเท่านั้น

 

 

 

 

 

[ไง]

 

 

 

ยุ่งอยู่หรือเปล่า

 

 

 

คำทักทายที่ค่อนข้างสงวนคำพูดดังขึ้นทันทีที่กดรับ ไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจินก็ยังไม่หลุกคอนเซ็ป แทฮยองถามเป็นมารยาทไปอย่างนั้น เพราะรู้ดีว่าถ้าจินรับโทรศัพท์เป็นอันว่าว่าง เผลอๆตอนนี้อาจจะโดนเรียนไปนั่งเล่นอยู่ดาดฟ้านั่นก็ได้

 

 

 

 

 

ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง มือเอื้อมไปหยิบหมอนใบโตมารองคอ สองขาเยียดตรง แทฮยองพยายามจัดการร่างกายให้อยู่สภาพที่สะดวกสบายที่สุดเพราะการสนทนาครั้งนี้ไม่ใช่สั้นแน่ๆ อาจกินเวลาเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้นเพราะงั้นแทฮยองจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม

 

 

 

 

 

[ไม่ค่อย แต่ถ้าชูก้าน่ะยุ่งน่าดู]

 

 

 

 

 

มันสาปส่งกูทุกวันเลยสิแทฮยองถามถึงใครอีกคนที่ครั้งล่าสุดจบด้วยบทสทนาที่ไม่ดีเท่าไหร่ ครั้งก่อนจินเล่าให้ฟังแล้วว่าชูก้าขึ้นเป็นผู้คุมแทนเจโฮปที่มาตามเขาที่นี่ แค่คิดถึงใบหน้าซีดขาวที่ชอบทำสีหน้าเหม็นเบื่อแล้วก็อดขำไม่ได้ ชูก้าเป็นคนเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการก็จริงแต่ทุนเดิมเป็นคนไม่ชอบออกหน้า ตอนนี้ต้องมาทำทุกอย่างด้วยตัวเองคงหงุดหงิดน่าดู

 

 

 

 

 

[อืม ก็ทุกครั้งที่เจอกัน]

 

 

 

พูดเหมือนไม่ค่อยได้เจอกันงั้นแหละ

 

 

 

[ประมาณนั้น เพราะเจโฮปไม่อยู่ชูก้าเลยต้องทำทุกอย่างแทนหมด]

 

 

 

นี่ไม่ได้ประชดกันใช่ไหมเหตุผลที่อีกฝ่ายตอบกลับมาทำแทฮยองตงิดๆในหัวใจ ปกติจินเป็นคนที่ชอบพูดอะไรแบบมีความนัยอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่เขาจะคิดถึงตวามหมายจริงๆของมันและแสดงอาการร้อนตัวไปก่อน

 

 

 

 

 

[ป่าว แค่สรุปเหตุการณ์ให้ฟังเฉยๆ]

 

 

 

 

 

เหมือนกำลังโดนด่าว่าเป็นต้นเหตุความวุ่นวายยังไงก็ไม่รู้จินปฏิเสธคำกล่าวหาด้วยเสียงนิ่งๆตามปกติ แต่แทฮยองก็ยังไม่เลิกคลางแคลงใจสักที เอาแต่จับผิดคนปลายสายอย่างไม่ลดละ

 

 

 

 

 

[คิดไปเอง..]

 

 

 

 

 

แล้วคนอื่นไปไหน มีกันตั้งหลายคนไม่ใช่ไง

 

 

 

 

 

[ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ค่อยได้เจอเลยทั้งจองกุก ทั้งจีมิน]

 

 

 

 

 

อ่อ จองกุกติดไอหมู งั้นนายชื่อประหลาดติดจินสินะถึงได้ไม่มีกระจิตกระใจไปช่วยไอก้าแทฮยองจงใจยกชื่อใครอีกคนที่มีผลเสมอกับจินขึ้นมาวิเคราะห์แกมล้อ

 

 

 

 

 

[แท..]

 

 

 

 

 

โดนล้อกลับทำมาเป็นเสียงเย็นใส่ วู้วไม่ต้องเดาก็พอนึกออกว่าอีปคนกำลังหน้ายังไง ป่านนี้คงนั่งถลึงตาหน้านิ่งใส่บรรดาคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ก็กรงเหล็กที่รายล้อมรอบตัวอยู่นั่นแหละ

 

 

 

 

 

[มีเรื่องอะไรจะเล่าไม่ใช่หรอ?]ไม่รู้ว่าเพราะเถียงไม่ออกหรือเอือมระอาเพื่อนรักเต็มทน เสียงเอื่อยๆของคนปลายสายถามขึ้นทั้งๆที่แทฮยองยังไม่ทันจะได้เกริ่นหัวเรื่องหรือเหตุผลที่โทรหาเลยด้วยซ้ำแต่จินทำมันเหมือนมองทลุไปเสียทุกอย่าง

 

 

 

 

 

แทฮยองรู้จักซอกจินดี ซอกจินเองก็รู้จักแทฮยองดีไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

เบื่อพวกรู้ดีแทฮยองทำเสียงฮึดฮัดสองสามทีก่อนจะตอบกลับอย่างประชดประชัน

 

 

 

 

 

[…]

 

 

 

 

 

ปลายได้ไม่โต้ตอบใดๆนั่นหมายความเขากำลังตั้งใจรอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แทฮยองคว้าหนึ่งในของเล่นที่แฝดสามลืมไว้ที่ห้องของตัวเองและหยุดสายตาที่มัน ชิ้นพลาสติกที่ถูกประกอบเป็นเครื่องบินและตกแต่งให้มันคล้ายตัวการ์ตูนอนิเมชั่นที่กำลังฮิตในเด็กเล็ก ของเล่นหนึ่งในสามชิ้นเจโฮปใช้มันติดสินบนแฝดสาม

 

 

 

 

 

มันบอกรักกูวะ

 

 

 

 

 

[??]

 

 

 

 

 

เจโฮปมันบอกว่ามันรักกูแทฮยองพูดซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าปลายสายไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไร อาจเพราะความรู้สึกหวิวๆที่หัวใจทำให้แทฮยองเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงที่เบาเกินกว่าปลายสายจะได้ยิน

 

 

 

 

 

[..]

 

 

 

 

 

แค่นี้นะ!”

 

 

 

 

 

แทฮยองกระแทกเสียงตัดบทเมื่อจินยังคงเงียบเช่นเดิมในขณะที่เขาพูดเรื่องน่าอายไปแล้วตั้งสองครั้ง ไอครั้งแรกอนุโลมให้ได้ พยายามคิดในแง่ดีว่าอาจจะไม่ได้ยินจริงๆ แต่ไอครั้งสองเริ่มจะไม่ใช่เพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องได้ยินมันแน่ๆแต่อีกคนก็ยังเงียบอยู่ แทฮยองเลยเหมารวมว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งกันแน่ๆ ให้พูดดังกว่านี้ก็ได้ยินทั่วบ้านแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

[กำลังคิดอยู่]

 

 

 

 

 

คิดไร

 

 

 

 

 

[คิดว่าเมื่อกี้แทพูดอะไร]

 

 

 

 

 

จิน

 

 

 

 

 

[ฮ่าๆๆ]

 

 

 

 

 

พักนี้อยู่กับนายหัวขาวใช่ไหม ทำไมกวนประสาทน้ำเสียงหาเรื่องยังคงถูกใช้อย่างเนื่อง ในขณะที่คนปลายสายก็ยังคงกวนเสียงนิ่งอยู่เช่นเดิม พอไปไม่เป็นแทฮยองก็ยกชื่อใครอีกคนขึ้นมาหวังให้อีกฝ่ายเสียท่าหลุดมาดบ้าง

 

 

 

 

 

[อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง]

 

 

 

 

 

แน่นอนว่าซอกจินรู้ทัน

 

 

 

 

 

กูก็ไม่พูดรอบสามเหมือนกันนั้นแหละ

 

 

 

 

 

แทฮยองก็ไม่ยอมเช่นกัน

 

 

 

 

 

[ใจตรงกันก็รีบๆกลับมาสักทีสิ]

 

 

 

 

 

พูดอะไรออกมาาาาประโยคแปลกๆชวนขนลุกของจินทำเอาแทฮยองเกือบจะขว้างเครื่องบินพลาสติกที่มีหน้าของใครอีกคนแปะอยู่ออกไป ดีที่ยังยั้งมือทันไม่งั้นมันได้ไปนอนแอ้งแม้งจำสภาพไม่ได้อยู่บนพื้นห้องแน่ๆ พอพวกลูกหมูหามันไม่เจอทีนี่ละบ้านแตก ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้าง ร่างบางจำต้องวางมันลงบนพื้นที่ว่างเหนือหัวเตียงอย่างเบามือ

 

 

 

 

 

[หลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกตัวเองหลอกไม่ได้หรอกนะแท]

 

 

 

 

 

พูดมากจัง

 

 

 

 

 

[เมื่อไหร่จะกลับมา ยังไม่ให้อภัยเขาหรอ]

 

 

 

 

 

ก็ไม่เชิงอะ มันไม่ยอมอธิบายเรื่องนั้นสักที วันนี้ทำท่าเหมือนจะพูดๆแต่ก็แถไปเรื่องอื่นซะงั้นแทฮยองหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ในใจลุ้นแทบตายว่าอีกฝ่ายจะเริ่มเรื่องยังไง จะทำหน้าแบบไหนตอนที่ฟัง

 

 

 

 

 

เอาจริงๆตอนนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเรื่องราวและเหตุผลทั้งหมดที่เจโฮปทำไป มันเป็นความรู้สึกมันอยู่ตรงกลางระหว่างบวกกับลบ ตอนที่รู้เรื่องมันทั้งโมโหและหงุดหงิดแต่นั่นก็ไม่ถึงกับเลือดขึ้นหน้าหรือโกรธจนไร้สติ เสี้ยวนึงของความรู้สึกคืออยากจะขอบคุณแต่พอคิดอีกทีเขาก็ไม่ได้ขอให้ทำ

 

 

 

 

 

[อย่างเช่น บอกรัก]

 

 

 

 

 

เดาถูกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

 

[เงียบแบบนี้แสดงว่าจริง]

 

 

 

 

 

พูดมากหน่าในขณะที่จินพูดเหมือนกำลังล้อกลายๆ แทฮยองพึมพำตัดความรำคาญ ข้างแก้มขึ้นสีน้อยๆตอนที่นึกถึงสกิลการแถของเจโฮปเมื่อราวๆชั่วโมงก่อน นอกจากจินที่รู้เรื่องของเขาดีแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าเจโฮปเองก็รู้จักเขาดีทีเดียว บางทีอาจจะรู้ดีกว่าตัวแทฮยองด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

[เริ่มก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะแท รีบเคลียร์กันก่อนที่ชูก้าจะไม่ไหว]

 

 

 

 

 

ไม่ผิดแต่มันเสียเซลฟ์นี่หว่า มันเป็นคนผิดนะเว้ย ให้กูพูดก่อนมันแปลกๆด้วยลักษณะนิสัยเฉพาะตัวที่ติดตัวมา แทฮยองจึงยังคงเอาศักดิ์ศรีไว้เหนือความรู้สึกทั้งหมดเพื่อปกป้องตัวเองเหมือนที่ผ่านๆมา อยู่ๆจะให้เดินไปถามว่าช่วยเขาไว้อย่างนั้นหรอ จบด้วยคำว่าขอบคุณนะมันดูไม่ใช่แทฮยองเอาเสียเลย

 

 

 

 

 

[ตามใจ]

 

 

 

 

 

คำพูดเหมือนจะเข้าข้างกูนะ แต่ความจริงเข้าข้างมันใช่ไหมล่ะ

 

 

 

 

 

[อือ]

 

 

 

 

 

เกลียดดดดดดดดด! กูจะไม่กลับไปให้จินเห็นหน้าอีกตลอดชีวิตตอนถามก็ตั้งใจจะเหน็บแนมเล่นๆแต่คำตอบสั้นๆที่น่าจะเรียกว่าเป็นการออกเสียงเสียมากกว่าทำเอาแทฮยองปวดหนึบๆต้นคอ ปากประกาศเจตนารมณ์หนักแน่นเรียกร้องความสนใจ ในระหว่างที่เขาหนีกลับบ้านจินเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรอ แรพมอนเตอร์ มันจะมากไปแล้ว!!

 

 

 

 

 

[ไม่มาเอาตำแหน่งคืนก็ตามใจ กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปตลอดชีวิตก็แล้วกัน สวัสดี]

 

 

 

 

 

จิน! จินนนนน!!”

 

 

 

 

 

ผลของการกระทำคือการตอบรับเท่ากับศูนย์ จินไม่มีท่าทีจะยื้อหรือเกลี่ยกล่อมใดๆอีกทั้งยังกดตัดสายทันทีที่พูดจบโดยไม่รอให้เขาได้ทักท้วงอะไรอีก มือบางยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คให้แน่ใจ หน้าจอปรากฎวอลเปเปอร์โฟนที่เขาตั้งไว้นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายกดตัดไปแล้วจริงๆ  เพราะไอหัวขาวนั่นแน่ที่ทำให้จินเปลี่ยนไปขนาดนี้ ขอปฏิญาณไว้ตรงนี้ว่าถ้าได้กลับโรงเรียนเมื่อไหร่ เขาจะไปเอาจินคืน !

 

 

 

_______________________________

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นแทฮยองตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะเมื่อคืนไม่มีอะไรทำเลยนอนตั้งแต่หัวค่ำ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนอนหลับเต็มอิ่มอีกแล้ว แถมเป็นการตื่นนอนด้วยตนเองโดยไม่มีเสียงเล็กเสียงน้อยของแฝดสามที่คอยทำกวนใจ รำคาญหูเป็นประจำ แทฮยองเดินออกมาจากห้องเพื่อหาอะไรเติมท้องโล่งๆของตัวเอง พอดีกับที่พี่ชายแท้ๆกำลังง่วนกับการทำอะไรสักอย่างอยู่ในครัว

 

 

 

 

 

วันนี้บ้านเงียบๆเนอะ วันนี้ไม่มีลูกหมูมาให้เชือดหรอแทฮยองทักทายยามเช้าผู้เป็นพี่ ถามหาบุคคลที่นึกถึงตั้งแต่เช้าด้วยน้ำเสียงเนิบๆอย่างไม่คิดไรมาก ก่อนจะย้ายตัวเองมานั่งบนเก้าอี้หน้าเคาว์เตอร์ที่มีขนมปังปิ้งนอนนิ่งอยู่ในจานสีขาดสะอาดรอใครสักคนมาจัดการมัน กลิ่นหอมจางๆลอยออกมาจากห้องครัวยิ่งทำให้ท้องว่างๆส่งเสียงครางประท้วงหนักเข้าใหญ่

 

 

 

 

 

ฮ่าๆ ดูเรียกน้องเข้า มาตั้งแต่เช้าแล้วแหละ เกือบจะไปกวนแทแทในห้องเหมือนกันแต่เจโฮปเขาชวนไปเล่นด้วยกันซะก่อน โน้นพากันออกไปเล่นกันอยู่ริมทะเลโน้น กินเสร็จก็ตามไปสิ โฮปดูแลน้องคนเดียวเหนื่อยแย่พี่ชายที่ดีจะไม่ทิ้งให้น้องชายต้องรอนาน แบคฮยอนในชุดผ้ากันเปื้อนสีหวานยกจานเจ้าของกลิ่นหอมออกมาจากห้องครัว ตักใส่ส่วนของแทฮยองวางลงบนจาน ตอบคำถามน้องรักแล้วก็หายเข้าไปในครัวเป็นหนที่สอง

 

 

 

 

 

ไม่อะขี้เกียจเมื่ออาหารเช้าพร้อมแล้ว มือบางทั้งสองข้างหยิบอาวุธขึ้นมาถือไว้ก่อนลงมือจัดการจิ้มไส้กรอกโดยไม่หั่น ยัดใส่ปากตามคำเรียกร้องของร่างกายพลางตอบปฏิเสธข้อเสนอของพี่ชายทั้งๆที่ของกินยังเต็มปาก สองแก้มยื่นออกด้านข้างขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคี้ยว

 

 

 

 

 

แทแทเสียงปรามดังออกมาจากครัว แบคฮยอนเดินพร้อมแก้วชอคโกแลตร้อนในมือและวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าแทฮยอง ใบหน้าหวานเรียบนิ่งส่งสายตาตำหนิไปยังน้องชายจอมเอาแต่ใจ

 

 

 

 

 

ใครๆก็เข้าข้างมันกันหมดเลย แทฮยองกลายเป็นหมาหัวเน่าแล้วคำตำหนิของแบคฮยอนส่งไปไม่ถึงแทฮยอง น้องชายตัวดียังคงลอยหน้าลอยตาเคี้ยวไส้กรอกตุ้ยๆแนบคำพูดประชดประชันไปยังพี่ชายอีกด้วย แบคฮยอนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวเตรียมตัวออกไปข้างนอก

 

 

 

 

 

ผ่านไปราวๆสิบห้านาทีทุกอย่างถูกแทฮยองจัดการเสียเรียบ ร่างบางยกจานเปล่าและแก้วเข้าไปในครัวเพื่อทำความสะอาดก่อนจะพาตัวเองมานั่งพักที่โซฟาหน้าทีวีเปิดช่องโน้นนี่ไปเรื่อย หน้าจอปรากฎสารพัดข่าวเช้าสำหรับคนรักสนุกอย่างเขาแล้วมันจึงค่อนข้างจะน่าเบื่อและกดปิดไปในที่สุด ตากลมสอดส่องสำรวจภายในบ้านตัวเองสักพักด้วยคิดว่ามันจะคลายความเบื่อได้บ้างแต่ก็ไม่เลย

 

 

 

 

 

 

พากันออกไปเล่นกันอยู่ริมทะเลโน้น

 

 

 

 

 

ประโยคบอกเล่าที่เขาตั้งใจฟังบ้างไม่ฟังบ้างของแบคฮยอนผุดขึ้นมาในหัว ทั้งๆที่เมื่อครู่เป็นคนบอกเองว่าไม่สนใจแต่ตอนนี้เขากลับเอามันคิดใหม่อีกครั้ง ก่อนจะตกลงใจกับตัวเอง แทฮยองเอี้ยวตัวไปยังทิศทางห้องของพี่ชายตัวเอง เพ่งสายตามองดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วร่างบางจึงค่อยๆลุกจากโซฟาพยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดและค่อยๆย่องไปยังประตูหลังที่เชื่อมกับหาดทรายขาวและทิวทัศน์เกลียวคลื่นสุดลูกหูลูกตา ฝ่ามือบิดประตูอย่างเบามือ

 

 

 

 

 

 

            จะไปก็ไปเถอะ พี่ไม่แซว คึคึ

 

 

 

 

 

 

            แทฮยองสะดุ้งโหย่งเหมือนผู้ร้ายโดนจับได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่แบคฮยอนเฝ้ามองปฏิกิริยาน่ารักๆของน้องชายปากไม่ตรงกับใจด้วยรอยยิ้ม จะปล่อยไปก็ได้แต่พอคิดว่าได้แซวให้เสียหลักสักหน่อยคงจะได้เห็นอะไรตลกๆแน่

 

 

 

 

 

 

            ไม่ได้ไปหามันซะหน่อย จะไปสูดอากาศ!!”และแทฮยองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง น้องชายตัวดีหันมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพ่นข้อแก้ตัวรัวเร็วจนแบคฮยอนเกือบจะจับความหมายไม่ได้ รีบเปิดประตูเดินลงเท้าหนักๆออกไปทิ้งให้พี่ชายยืนยิ้มอยู่เพียงคนเดียว

 

 

 

 

 

 

            ไอที่ทำอยู่น่ะเรียกว่าแซว ไอพี่บ้า

 

 

 

 

 

ใบหน้าบูดบึ้งเพราะรู้สึกเสียเซลฟ์ที่โดนจับไต๋ได้ สองเท้าก้าวย่ำลงบนผืนทราย เตะทรายบ้างเพื่อระบายอารมณ์ เดินเตร็จแตร่ไปเรื่อยเปื่อยไม่นานก็มาถึงจุดที่ทั้งสี่อยู่ เจโฮปนั่งหันหน้าออกไปทางทะเลคอยดูแลเด็กๆกำลังก่อกองทรายอย่างสนุกสนาน แทฮยองเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะหยุดยืนยิ้มกับบทสทนาระหว่างมันเซและผู้ชายที่นั่งชันเข่าหันหลังให้เขา

 

 

 

 

 

 

            ปีหน้าแทฮันมินกุกมันเซจะไปโรงเรียนแล้วน้า พี่ม้าต้องเหงาแน่ๆเลยไม่มีเพื่อนคบแล้ว

 

 

 

 

 

 

            นี่จะอวดหรือจะด่ามือหนาเอื้อมไปยีหัวน้องเล็กที่ดูจะตื่นเต้นกับการไปโรงเรียนครั้งแรกที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า จนป่านนี้เขายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าเด็กพวกนี้ไร้เดียงสาหรือว่ากวนประสาทหน้าตายกันแน่

 

 

 

 

 

 

            พี่ม้าไปโรงเรียนบ้างหรอแทฮัน

 

 

 

 

 

 

            พี่โดนไล่ออกหรอมินกุก

 

 

 

 

 

 

            ป่าว พี่มาตามพี่แทฮยองไปเรียนด้วยกันโฮซอกลดมือลงจากหัวของมันเซ เปลี่ยนจากนั่งชันเข่ามาเป็นนั่งขัดสมาธก่อนจะบอกเหตุผลที่ทำให้ยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้

 

 

 

 

 

 

            ทำไมอะ พี่นักเลงหนีเรียนหรอมินกุก

 

 

 

 

 

 

            พี่แทฮยองชอบอยู่กับแทฮันมินกุกมันเซไง เลยไม่ยอมไปกลับไปเรียน

 

 

 

 

 

 

            แล้วพี่ม้าไม่คิดถึงโรงเรียนหรอแทฮัน

 

 

 

 

 

 

            ความอยากรู้อยากเห็นเรื่อยเปื่อยของเด็กๆกลับแทงใจใครอีกคนที่แอบยืนฟังบทสนทนาเข้าเต็มเปา ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยความกังวลระหว่างรอฟังคำตอบของคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

คิดถึงสิ แต่ถ้าพี่กลับไปตอนนี้พี่คงคิดถึงแทฮยองมากกว่า

 

 

 

 

 

 

          เริ่มก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะแท

 

 

 

 

 

 

            ไม่รู้อะไรดลใจจู่ๆแทฮยองก็นึกถึงคำพูดที่พยายามเกลี่ยกล่อมเขาเมื่อวาน พอมาคิดอีกทีอาจจะจริงอย่างที่จินพูดก็ได้ เขาอาจจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด การแก้ไขด้วยการหนีและทิ้งทุกอย่างทั้งตำแหน่ง เพื่อน น้อง เลือกที่จะมาเริ่มต้นใหม่ที่บ้านเกิดโดยเชื่อเพียงแค่ความรู้สึกของตัวเอง ตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งๆที่มันไม่จำเป็น ถ้าเขาฟังโฮซอกบ้างหรือไม่ก็ฟังในสิ่งที่เพื่อนและน้องตัวเองพยายามจะบอก อย่างน้อยชูก้าก็คงไม่ต้องวุ่นวาย

 

 

 

 

 

 

            แล้วทำไมไม่พูดหรืออธิบายอะไรบ้างล่ะแทฮยองตัดสินใจลดทิฐิของตังเองและเป็นฝ่ายเริ่มพูดเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงของตัวเองที่ใช้คำถามถึงได้ดูเหมือนจะทั้งตำหนิและตัดพ้อไปพร้อมๆกันแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

            แทฮยอง แทฮันมินกุกมันเซเข้าไปรอในบ้านก่อนนะ ป่านนี้พี่แบคฮยอนน่าจะเตรียมขนมไว้รอแล้วโฮซอกลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่ถูกพูดถึงกำลังยืนฟังในสิ่งที่ตนเองพูดกับเด็กๆอยู่ ใบหน้าจริงจังของแทฮยองทำให้เขาคิดหนัก ก่อนจะหลอกให้เด็กๆกลับเข้าบ้านไปก่อน แน่นอนว่าทั้งสามเชื่อฟังอย่างดีเมื่อมีของกินมาล่อ วิ่งเข้าตรงไปยังที่พักทันทีที่ได้ยินคำว่าขนม

 

 

 

 

 

 

            จะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน จะปล่อยให้กูเข้าใจผิดไปถึงเมื่อไหร่เมื่อเห็นว่าเด็กๆไปแล้วแทฮยองจึงเริ่มพูดต่อ

 

 

 

 

            “…”

 

 

 

 

ถ้าจินไม่บอกกูก็คงไม่มีวันได้รู้ใช่ไหมเขารู้ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายพยายามหลายต่อหลายครั้งในการอธิบายเรื่องนี้ให้เขาฟัง ในเวลานั้นเป็นเขาเองที่ไม่ยอมฟังอะไรเลย ถึงจะรู้อยู่แก่ใจแบบนั้นแต่มันก็อดถามไม่ได้อยู่ดีในเมื่อตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสตั้งมากมายที่เจโฮปสามารถบอกความจริงได้ ทำไมยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่อีก

 

 

 

 

 

            กูรอเวลาอยู่

 

 

 

            เมื่อไหร่ เวลาของมึงคือเมื่อไหร่หรอ

 

 

 

 

            ไม่รู้เหมือนกัน

 

 

 

 

            ไอโฮป!”แทฮยองเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างเหลืออด ตากลมมองคนตรงหน้าด้วยหลากหลายความรู้สึก ฟันขาวกัดริมฝีปากล่างโดยไม่รู้ตัว ร่างบางหงุดหงิดตัวเองที่เดาไม่ออกว่าอะไรคือเหตุผลที่เจโฮปเลือกที่จะไม่บอกความจริงทั้งหมดโดยเฉพาะเมื่อวาน ทั้งๆที่เขาพูดมันขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำทำไมถึงเปลี่ยนใจไม่พูดต่อให้จบ

 

 

 

 

 

 

กูแค่อยากให้มึงพร้อมกว่านี้ กูอยากให้มึงสบายใจแล้วก็วางใจมากกว่านี้ มึงไม่รู้ตัวหรอกแต่เวลาที่มึงหลับ บางครั้งจิตใต้สำนึกของมึงแสดงออกว่ายังรู้สึกกับเหตุการณ์นั้นอยู่ แล้วจะให้กูพูดยังไง กูไม่อยากยัดเยียดหรือกดดันมึงมากเกินไปเลยเลือกที่จะอยู่ข้างๆมึงแบบนี้จนกว่าจะแน่ใจว่ามึงดีขึ้นแล้วจริงๆ

 

 

 

 

            “…”

 

 

 

 

กูก็ยังเป็นคนเดิม คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ไม่เสียมึงไป

 

 

 

 

เหตุผลของเรื่องราวทั้งหมดมันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่โฮซอกมีให้แก่แทฮยอง ใครจะรู้ว่าคนที่แสนจะกวนประสาท พูดจาไร้สาระ จ้องจะเอาเปรียบกันไปวันๆจะเป็นคนคิดมากและแคร์กันขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

กูดีขึ้นแล้วจริงๆเพราะไอพวกแฝด พี่แบคแล้วก็ เพราะมึงถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ถามแต่เขาก็อยากบอก ไม่รู้เพราะอะไร รู้แต่ว่าแค่อยากบอกก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

“…”โฮซอกไม่ได้พูดอะไรแต่สีหน้าค่อยๆดีขึ้น คิ้วที่ขมวดจนเป็นปมค่อยๆคลายลง

 

 

 

 

 

 

แต่ขอด่าหน่อยเถอะ แผนมึงมันโคตรจะห่วยแตก!”หลังจากที่ทำตามในสิ่งที่คิด บรรยากาศหวานแปลกๆโอบล้อมทั้งคู่อยู่ชั่วขณะและก็เป็นเจ้าตัวเองที่จงใจทำลายมัน แทฮยองเบ้ปากยกแขนขึ้นกอดออกมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดๆเมื่อคิดถึงที่จินเล่าให้เขาฟัง สิ่งที่เจโฮปเรียกมันว่าแผนการ

 

 

 

 

กูก็คิดงั้น

 

 

 

 

แล้วยังไง?

 

 

 

 

??

 

 

 

 

จะคืนตำแหน่งกูได้หรือยังแทฮยองทวงถามสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเอง ในเมื่อทั้งหมดเป็นเพียงแผนการกำจัดแจ็คสันแบบถาวรแถมยังเปลี่ยนกฎให้ชูก้าขึ้นเป็นผู้คุมได้อีก นั้นหมายความว่าตำแหน่งผู้คุมเขาก็สามารถเป็นมันได้เช่นกัน แต่ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยอมให้ง่ายๆคนที่จะได้กลับไปต้องมีเพียงแค่คนเดียว และนั่นต้องเป็นแทฮยอง

 

 

 

 

 

 

ถ่อมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละโฮซอกหัวเราะกับท่าทีของแทฮยองที่ไม่ทันไรก็วางกล้ามข่มขู่เขาเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

ถ้ากูรู้เรื่องเร็วกว่านี้ มึงไม่ต้องถ่อมาหรอกกูจะไปประเคนหมัดถึงบัลลังก์เลย

 

 

 

 

 

 

กำปั้นที่โฮซอกเคยได้ชิมรสชาติมันมาแล้วถูกยกขึ้นด้วยเจ้าของของมัน แทฮยองยกมันขึ้นมาคุยโม้ถ้ารู้เร็วกว่านี้ อย่างโน้นอย่างนี้ ในใจของเขาอยากจะถามกลับเรื่องที่เจ้าตัวไม่ฟังใครทั้งสิ้นก็กลัวจะโดนโกรธอีก หรือดีไม่ดีอาจจะได้ชิมกำปั้นหนักๆนั้นอีกครั้งเลยแต่หัวเราะกลบเกลื่อนตามน้ำไป ก่อนที่ร่างหนาจะผุดความคิดดีๆบางอย่าง

 

 

 

 

ก่อนกลับขออะไรอย่างดิ

 

 

 

อะไร

 

 

 

คบกัน

 

 

 

กูไปดูพวกลูกหมูหน่อยดีกว่.. เหว๋ยยยยยยยยยคำขอสายฟ้าแลบทำเอาแทฮยองรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตจริงๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วปากทำหน้าที่สื่อสารออกมาได้อย่างไม่มีสะดุด เว้นแต่ขาเรียวกำลังก้าวถอยหลังนั่นแหละที่ยังไม่เร็วพอ โฮซอกมองออกทันทีว่าร่างบางตรงหน้ากำลังหาทางหนี ร่างหนาเข้าประชิดเอื้อมมือโอบไหล่บางพลางจับไว้แน่น ก้มตัวลงสอดมืออ้อมหลังไปบริเวณขาอ่อนก่อนจะยกขึ้นพร้อมๆกัน ผู้ร้ายที่กำลังจะหนีถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เพียงเสี้ยววินาทีแทฮยองก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของโฮซอกอีกทั้งลอยอยู่เหนือพื้นด้วย

 

 

 

 

 

 

ไม่ต้องห่วง ถ้าพวกมันไม่โอเคมันออกมาแล้วโฮซอกโน้มหน้าเข้าไปใกล้พูดเพื่อให้คนในอ้อมกอดคลายความกังวล ขณะเดียวกันแทฮยองเกร็งคอพยายามถอยห่างจากท่าทีคุกคามเหล่านั้นแม้จะนิดเดียวก็ตาม

 

 

 

 

 

 

วางเลย วางกูลงเลยคนในอ้อมแขนงัดไม้ตายสั่งเสียงเข้ม ตากลมจ้องเขม่นอย่างเอาเรื่อง มือที่ใช้ยึดตัวเองไว้เมื่อครู่ผละออก กำหมัดยกไว้ข้างแก้มเป็นเชิงขู่ อยากจะดิ้นแต่กลัวตก..

 

 

 

 

 

 

ไม่วาง ไม่ตกลงกูไม่วาง

 

 

 

 

ไม่วางกูต่อย เอาให้ปูดกว่าวันแรกที่เจอกันอีกค่อยดูฝ่ายโน้นยื่นข้อเสนอแกมบังบังคับมา แทฮยองยื่นคำขาดพร้อมขู่กลับเสร็จสรรพ อาวุธที่ชื่อว่ากำปั้นยังคงพร้อมใช้งานเสมอ

 

 

 

 

ต่อยมาจูบตอบ ไม่ยอมไม่หยุดไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆบนใบหน้าของโฮซอกเลย เขายังคงลอยหน้าลอยตา พูดในสิ่งที่แทฮยองเกลียด ยิ้มในแบบที่แทฮยองหมันไส้ แต่ไม่เคยตัดมันออกไปได้สักที

 

 

 

 

ขอดีๆแบบไม่ขู่ไม่เป็นหรือไงวะคนถูกอุ้มตีหน้ายุ่งอย่างสงสัยในการกระทำของอีกฝ่าย หมัดที่กำแน่นเมื่อครู่ ปกติบอกรัก ขอคบอะไรพวกนี้เขาต้องบอกกันดีๆ วางแผนเซอร์ไพร์ซ ทำให้ประทับใจ นี่มีแต่ขู่จะเอาเปรียบตลอดเวลาแล้วคนอย่างแทฮยองมีหรือจะยอมง่ายๆ

 

 

 

 

เจโฮปสไตล์ไม่รู้หรอคำตอบของโฮซอกทำแทฮยองจะจะยกหมัดขึ้นมาตั๋นหน้าอีกสักหน ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่แค่ต้องการจะกวนประสาท แต่เขาหมายความว่าอย่างนั้นจริง

 

 

 

 

ไม่ให้กูเมะ ไม่คบเว้ยเขาว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง

 

 

 

 

ยังไม่เลิกความคิดนี้อีกใช่ไหมสีหน้าทะเล้นหายไปเหมือนปิดสวิทซ์เป็นผลมาจากประโยคเอาคืนของคนในอ้อมแขน ใบหน้าคมโน้มเข้าใกล้อีกครั้งราวกับต้องการจะพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับคำนั้นมากกว่ากัน

 

 

 

 

นี่แทฮยองสไตล์ไม่รู้หรอนิ้วเรียวจิ้มกลางหน้าผากของโฮซอกก่อนดันออกอย่างรังเกียจทั้งสีหน้าและท่าทาง

 

 

 

 

หึ! ตัวแสบโฮซอกถอยห่างแต่โดยดี รอมยิ้มที่หายไปกลับมาประดับใบหน้าเช่นเดิมเพิ่มเติมคือมันกว้างขึ้น มาก

 

 

 

 

เชี่ยยยย อย่าโยน!!”สองแขนยกขึ้นเล็กน้อยและปล่อยลงกระทันหันจนร่างบางที่อยู่อ้อมแขนลอยคว้างบนอากาศเป็นช่วงสั้นๆ สัญชาตญาณมนุษย์ถึงจะทะนงตัวแค่ไหนแต่เวลาคับขันมักจะพยายามเอาตัวรอดเป็นอันดับแรก แทฮยองก็เช่นกันในจังหวะนั้นมือบางคว้าโฮซอกเอาไว้เพราะกลัวตกเมื่อเห็นว่าตัวเองปลอดภัยดีปากถึงได้รับหน้าที่ต่อ

 

 

 

 

 

แทแท เจโฮป อย่าทะเลาะกั โอ๊ะ! ทะ ทะเลาะกัน?เสียงแบคฮยอนมาแต่ไกล มาจากไหนไม่รู้แต่จังหวะปรากฎตัวดีมาก ภาพตรงหน้าคือแทฮยองที่กำลังโอบรอบคอโฮซอกแน่นด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

 

 

“…”

 

 

 

 

แทฮยองอ้าปากพะงาบๆในสถานการณ์ไม่คาดคิดและตัวละครใหม่ที่โผล่เข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวที่กำลังเกี่ยวรอบคอรีบผละออกรวดเร็วแต่เมื่อเอาออกมาแล้วก็ไม่รู้จะเอามันไปไว้ตรงไหนอยู่ดี เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสองแขนที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดนั้นมันช่างเกะกะสิ้นดี

 

 

 

 

อุ่ย อุ้มท่าเจ้าสาว

 

 

 

 

พี่ชายคนสวยเล่นใหญ่แกล้งเอามือทาบอก ตาโตตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นผลให้แทฮยองออกแรงดิ้นแบบไม่กลัวตก มือที่เมื่อครู่ยังรู้สึกเกะกะตอนนี้กลายเป็นอาวุธอีกครั้ง ร่างบางทุบแรงๆบับคับให้อีกฝ่ายปลดปล่อยตัวเองจากความอับอายนี้โดยเร็ว โฮซอกจำต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ของร่างบางอย่างเสียไม่ได้ ใจนี่คิดจะอุ้มไปส่งถึงห้องเลยด้วยซ้ำ แต่ก็นะ นางฟ้าพี่(ชาย)ทูนหัวเขามาช่วยแล้วหนิ

 

 

 

 

อาทิตย์หน้าวีจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมรถให้ด้วย ขอตัวทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นทรายร่างกายเป็นอิสระทุกประการ แทฮยองไม่รอช้า รัวความต้องการของตัวเองพร้อมตัดบทเสร็จสรรพแล้วเดินดุ่มๆเข้าบ้านไปเลย

 

 

 

 

ฝากบอกแทแทด้วยว่าเดี๋ยวพี่จัดการให้นะ

 

 

 

 

ครับ

 

 

 

เพราะคนสั่งไม่อยู่รับฟังผลของมันแบคฮยอนเลยจำต้องฝากคนที่ยังอยู่ให้ไปบอกน้องชายตัวเองอีกที โฮซอกรับด้วยร้อยยิ้มโน้มตัวโค้งขอโทษผู้อาวุโสกว่าที่ล่วงเกินน้องชายเขาซึ่งๆหน้า เงยหน้าขึ้นมาถึงได้เห็นว่าพี่ชายหน้าหวานกำลังชูนิ้วโป้งพลางขยิบตาให้ เป็นคำชมที่สามารถเอาชนะแทฮยองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

 

 

_______________________________

 

โรงเรียนบังทันโซนยอนดัน

 

 

เช้านี้บรรดานักเรียนทุกระดับชั้นต่างรวมตัวกันที่หอประชุมโรงเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เนื่องจากกลางดึกของเมื่อคืนมีข่าวลือไปทั่วว่าเจโฮปสละลงและมอบให้นักเรียนใหม่ขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สร้างความประหลาดใจให้ใครหลายๆคน มีบางส่วนพยายามสืบหาตัวนักเรียนใหม่ที่ก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้คุมกฎข้ามหน้าข้ามตาทุกคน หวังจะจัดการเก็บก่อนจะได้รับตำแหน่งแต่ก็ไร้วี่แวว

 

 

 

 

สิ้นสุดการรอคอย เจโฮป นัมจุน จองกุก ชูก้า ที่ดำรงตำแหน่งผู้คุมกฎชุดเดิมเดินเข้ามายังหอประชุมด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่อาจคาดเดาได้ เสียงแซงแซ่ที่ดังก้องห้องโถงเงียบลงโดยปริยายทุกคนขยับเรียงแถวกันอย่างรู้งาน ทั้งสี่เดินมาหยุดตั้งแถวบริเวณหน้าสุดของบรรดานักเรียนทั้งหมดแทนที่จะขึ้นไปบนเวทีอย่างที่เคย ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

 

 

 

กึก กึก กึก

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าดังกึกก้องเพราะความเงียบของสถานที่ ต้นเสียงดังมาจากปลายแถว ด้านของทุกคนๆ ความอยากรู้อยากเห็นจนอยากหันหน้าไปดูแต่ทำได้เพียงข่มใจไว้ ทุกย่างก้าวหนักแน่นและแสนจะมั่นใจ สองเท้าค่อยๆก้าวอย่างสม่ำเสมอจนมาถึงด้านหน้าสุดแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้หยุดยืนบริเวณเดียวกับทั้งสี่แต่อย่างใด เขาก้าวขึ้นบันไดและจบลงที่กึ่งกลางของเวทีหมายจะคลายความสงสัยของทุกคนที่อยู่ใน ณ ที่นี้ ชายรูปร่างสูงโปรงที่ดูคุ้นตา ผิวเนียนสีน้ำผึ้ง สายตาดูถูกดูแคลนราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแค่แมลงง่อยๆ ใบหน้าเย่อหยิ่งเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ ริมฝีปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน ลักษณะทุกอย่างเหมือนกับบุคคลในความทรงจำ ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือสีผมที่เคยเป็นสีส้มแสบตาบัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยสีน้ำตาลเข้ม

 

 

 

 

สวัสดีลูกคุณหนูที่น่ารักทั้งหลาย กูวียินดีที่ได้รู้จัก อีกครั้ง  

 

 

 

 

-- END --



__________________________

จบลงแล้วฟิคเรื่องแรกของเก๊า T^^^^T กับเวลาสองปี 555555
ขอบคุณทุกๆคนที่ยังแวะเวียนมาอ่านทั้งๆที่อิไรท์มันดองแบบไม่น่าให้อภัย ฮื่ออ
ขอบคุณมากจริงๆค่ะ จะมีวันนี้ไม่ได้ถ้าหากไม่มีกำลังใจจากทุกคน
หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในโอกาสหน้าเนอะ (ยังจะกล้าแต่งอีกหรอ)

ขอโปรโมท OS เก๊าหน่อยละกัน ถ้าคิดถึงก็ไปอ่านได้น้า
sf/os all around kimtaehyung ฮับผ๊ม
ตอนนี้มีเรื่องเดียว แต่พล็อตเยอะมากจีๆ
เรื่องยาวต้องรอกันต่อไป ._.

จำได้ไหมเอ่ย เมื่อหลายเดือนก่อนทำแบบสอบถามเรื่องรวมเล่มไว้น่ะค่ะ
ทาด๊าาาา เก๊าตัดสินใจร่วมเล่มแล้วน้า สปอยว่า 600 หน้า ;---;
จิ้มสิคะ >>   <<
จิ้มไม่ติด จิ้มแทแทก็ได้ อิอิ



ไม่มีใครดองฟิคแล้วคิดถึงเก๊าบ้างนะ 
รักรีดเสมอ <3






 
✄THE ORA



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

523 ความคิดเห็น

  1. #503 nattamonluna (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 21:24
    งื้ออออออชอบเรื่องนี้มากกกกกจบแล้วเหรอ แง้TT รักเรื่องนี้มาก ไรท์ขอภาค2ค่ะ ขออออ//ไหว้ งื้อออออออ สนุกโครตตตๆๆๆๆ
    #503
    0
  2. #495 avepoh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:44
    เห้ย จบแบบอัศจรรย์ใจ จากคนเคยดองนี่ก็ใจหาย 555555555 แทแทคือยังแทแทอ่ะ ชอบอ่ะ เหมือนกับว่ายังไม่ทิ้งพล็อตเรื่อง ตกลงใครเคะ??? 555555555ชอบการทิ้งตอนจบมากอ่ะ แล้วแบบอัพมาซะอย่างคิดถึงตอนโฮปกลัวงูคือนึกหน้าออก ตลกอ่ะ555555555ยังจะเก๊ก จ้าาาาเล่นใหญ่เพื่อแทแท ตอนขอมืออ่ะคือน้ำตาลปีบยังต้องหลั่งน้ำตา ละมุนไปไหนล่ะพ่อนักเลง อะเหื้ออออT^Tแล้วแบบชอบเวลาที่ในหัวแทแทตีกันมากอ่ะ5555555จะฟอร์มแต่ก็ยังไปคิดถึงจิตใจเขาว่ะ ยอมแพ้ยอมแพ้ทั้งคู่เลย หูยยยยยยย กำลังเพลินเลยความโฮป โฮปแบบอบอุ่นแรงงงงง ไปหาแทแทครั้งนี้คือซ้อมเป็นพ่อของลูกหรือยังไง ปรามสามแสบ5555555แต่กับแทแทนี่ปรามยากจริงจัง กว่าจะพูดออกมาได้เกือบไม่รอด แล้วแบบในใจเราก็เหมือนแทแทนะ ทำไมไม่บอกอะไรสักที ทำไมไม่พูดดดดดด!!/เขย่าคอโฮซอกอย่างบ้าคลั่ง แต่พอแทแทเริ่มบทสนทนา เจอคำตอบโฮปไปนี่เงิบ เด็ดมากพ่อทูนหัวของบ่าวTT_TTใช้คำน้อยแต่หนักแน่น หือออออออออ~แทแทไปไหนไม่รอดแล้ว จากที่ทำให้ขำกุ๊กกิ๊กเพราะความกต.ที่ไม่ยอมกันของแทแทกับโฮปอ่ะ หลุดเลย5555555หลุดไปอยู่ในโลกของโฮป ที่ไม่อยากเสียแทแทไป ฮั่นน้อวววววววว~ ง้อวววววววววว~ แซวตาโฮปกิ้วๆ  พี่จินต้องเป็นคนเรียกสติแทแทอ่ะ555555ไม่งั้นคงยังไม่ใจอ่อนขนาดนี้ ชอบตอนแทแทเขิน เขินแล้วยังฮาร์ดคอ5555555อย่าหันมานะ!! อันนี้อย่างขำ อะไรจะกลัวเสียฟอร์มขนาดนั้น จริงแบบที่โฮปบอกตอนแทแทเหวี่ยงแทน่ารักมาก 555555โอ้ยยยยยมดขึ้นทะเลไหมล่ะสังคม ตอนนี้เนื้อเยอะนะ การใช้เวลาครั้งนี้คือใจมากเรื่องที่ต่างคนค้างคาก็กระจ่างแล้ว กระจ่างที่ความรู้สึกนะ แต่ใครเคะนี่คือคงต้องไปปลุกปลำกันอีกหลายยก55555555555 จบแย้ววววจริงเหย๋ออออออTT..TTน้ำตาอาบแก้ม /เล่นใหญ่เสมอ หวังว่าจะมีโอกาสได้อ่านฟิคของไรท์อีกหลายๆเรื่องนะคะ อยู่คู่ความโก๊ะของแทแทไปด้วยกันนานๆน้าาาา จาอาววรวมเล่มมม~ กรี้สสสสแทบบ้า หืออออออออออได้รวมเล่มโด้วยยยยยTTOTT นี่ก็กรอกฟอร์มก่อนอ่านตอนจบด้วยคุณพระ ไม่เสียแรงที่ตามอ่าน อะเหื้อออออออ~เจอกันใหม่สเปเชี่ยล ในวันนัดรับฟิค ในวันที่ไถทวิต ฮอลลลลลลลลลลล
    #495
    0
  3. #494 Primadonna Mhai (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:21
    ดีใจมากถึงมากที่สุดที่ไรท์กลับมาอัพจนได้ ถึงจะนานจนไม่อยากนับก็เถอะ55555 แต่ไรท์.....ภาค2เถอะะะะะะะะะะ T^T /กราบ รู้สึกเหมือนยังไม่จบ ถึงจะเคลียร์เรื่องหมดแล้ว (รึป่าว?) แต่ไรท์จ๋าาาาาาาาาาาา มันเหมือนยังไม่จบจริงๆนะ ._. ภาค2เถอะน๊าาา มันสนุกจนแบบ..... ไม่รู้อ่ะ คืออยากให้ต่ออ่ะ นานแค่ไหนก็ยอม ;_; จะไม่งอแง (ตอนนี้ก็ทำอยู่)  จะไม่เร่งอัพ จะรอแบบเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่หือ ไม่อือ ไม่อะไรแล้ว ตามเม้นให้ยิกๆเลย ยอมล้าววววววว เห็นใจในความทาสนะไรท์นะ /คุกเข่า

    แต่ก็ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ หายากจริงๆโฮปวี55555 แต่เรื่องนี้คือชอบคาแร็กเตอร์ทุกคนจริงๆนะ นึกภาพตามได้ไม่ยากเลย เนื้อเรื่องก็น่าสนใจ เกือบจะเหมือนที่เคยอ่านๆมา แต่ก็ยังมีแหวกไปบ้างเลยไม่รู้สึกเบื่อ รักเรื่องนี้มาก รักไรท์มาก และต้องการภาคต่อมากเช่นกัน55555 คิดว่าไรท์อาจจะกดดันรึป่าวจนทำให้เกือบเข็ดเรื่องยาวไปแล้วมั้ง ไม่รู้5555 แต่เค้าชอบนะการแต่งของไรท์นะ จะติดตามไปเรื่อยๆนะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ >/\< เป็นกำลังใจให้สำหรับเรื่องต่อไปนะสู้ๆ :)
    #494
    0
  4. #493 KaitouKid1412 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:46
    อ้ากกกกกกไรท์อัพแล้วว ดีใจมากอะ โหคือแบบกว่าจะจบ จองเจโฮปผู้ไม่กลัวสิ่งใด สตรองยิ่งกว่าทุกสิ่ง .ตัดภาพมาจองโฮซอก.. 555555 สวัสดีคุณหนูที่น่ารักทั้งหลาย อะเฮื้อ ความสตรองนี้ มันเกร๋ไกร๋สไลด์เด้อววว์ ยินดีต้อนรับผู้คุมกฎคนเดิมเพิ่มเติมคือโผ๊บเจหัวค่าา .ปรบมือ ยังไงก็ขอบคุณที่อัพจนจบแล้วนะคะ ติดมาสักพัก นั่งเช็คทุกวัน นั่งอ่านตอนเก่าๆไปพลางๆ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ใจหายเหมือนกันที่จบแล้ว เฮ้อม นี่เป็นคห.แรกที่เราพิมพ์ยาวสุดเท่าที่เคยเม้นมาเลยนะคะ5555555 ยาวเพราะฟิคยาว กำ ไม่น่าเกี่ยว ยังไงก็จะตามต่อไปนะคะ >0<
    #493
    0